ตอนที่ 3
ราชันย์แปลกใจกับท่าทีร้อนรนของแก้ว ถามว่าเสียงใครเรียก ได้ความว่าพี่ชายของแก้วเองชื่อ “ไม้” ราชันย์ยิ้มดีใจจะได้เจอคนในครอบครัวของหญิงที่เขารัก แต่แก้วไม่รู้สึกเช่นนั้น ขืนราชันย์เจอพี่ไม้ในสภาพนี้ไม่เป็นผลดีแน่ ขอร้องให้เขากลับไปก่อน ราชันย์ยึกยัก เสียงไม้ใกล้เข้ามาทุกขณะ แก้วเร่งราชันย์รีบหลบไปก่อน
ราชันย์จำใจโดดออกทางหน้าต่าง เป็นจังหวะเดียวกับไม้เปิดประตูกระท่อมเข้ามา แก้วจ้องไม้เขม็งทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่มือเธอรีบยัดเสื้อของราชันย์ซ่อนไว้ใต้แคร่ ไม้เห็นแก้วปลอดภัย ยิ้มโล่งใจ
ooooooo
วันชัยติดแหง็กอยู่ที่ทำงานทั้งคืนกว่าจะได้กลับบ้านวงษาเช้าวันถัดมา ทันทีที่ลงจากรถถามละไมว่าแก้วอยู่ไหน ปลอดภัยใช่ไหม พอรู้แก้วกำลังทำความสะอาดห้องนอนให้เขา วันชัยรีบขึ้นไปหา แก้วเห็นวันชัยมา ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นอย่างเจียมตัว วันชัยจับแขนเธอให้ลุกขึ้นอย่างเอ็นดูเหมือนน้องสาว แต่ชไมพรที่แอบมองอยู่กลับคิดอกุศล วันชัยถามแก้วตอนระเบิดลง เธอกับไม้เป็นอย่างไรกันบ้าง แก้วหลบสายตาก่อนจะตอบ
“ตอนนั้นพี่ไม้ไปขุดหลุมหลบภัยให้หลวงมนูกิจค่ะ”
วันชัยไม่พอใจที่หลวงมนูกิจมายุ่งกับคนของตนไม่รู้จักเวล่ำเวลา กำชับแก้วต่อไปถ้าไม่ใช่คำสั่งของเขา แก้วกับไม้ไม่ต้องทำตาม แล้วบอกให้ไปพักผ่อนได้ เดี๋ยวเขาจะให้ละไมทำความสะอาดห้องแทนเธอเอง...
ในเวลาต่อมา ชไมพรเสนอหน้านำเรื่องที่เห็นแก้วอยู่ในห้องนอนกับวันชัยสองต่อสองไปฟ้อง รุ่งลักษมีถึงบ้าน รุ่งลักษมีโกรธจะตามมาเอาเรื่องแก้ว ชไมพรร้องห้ามลั่น ขืนทำอย่างนั้น วันชัยต้องรู้ว่าเธอเป็นคนมาฟ้องวันข้างหน้ารุ่งลักษมีก็คงไม่รู้อะไรดีๆแบบนี้อีก แล้วรับปากจะช่วยจัดการนังแก้วศัตรูหัวใจของเธอให้
“ว่าแต่ที่ชไมพรให้ชวนพี่ราชันย์ไปดูหนัง พี่ราชันย์ว่าอย่างไรบ้างคะ”
รุ่งลักษมีหน้าแหย เธอยังไม่ได้ชวนพี่ชายเลย บอกให้ชไมพรชวนเขาเอง...
แก้วเล่าเรื่องที่คุยกับวันชัยให้ไม้ฟัง ไม้หัวเราะร่วน ชอบใจ แต่เพื่อตัดปัญหาเขาจะหลับหูหลับตาทำตามคำสั่งของหลวงมนูกิจโดยไม่ให้วันชัยล่วงรู้ แล้วขอตัวไปอาบน้ำ พอไม้เดินลับสายตา ราชันย์แอบย่องเข้ามาหาแก้ว พร้อมกับยื่นถุงกระดาษให้ แก้วเปิดดูเห็นเสื้อผ้า เครื่องประดับกับรองเท้า สงสัยเขาซื้อมาให้ทำไม ราชันย์ไม่อยากให้แก้วถามอะไรมาก ขอให้รู้ไว้ที่เขาทำไปก็เพื่อเราสองคน
“แต่งตัวด้วยของที่ฉันซื้อให้นะ พรุ่งนี้ฉันจะมารับ” ราชันย์ไม่รอฟังตอบกลับออกไปอย่างรวดเร็ว แก้วกอดถุงกระดาษที่ราชันย์ให้ไว้แน่น มองตามชายหนุ่มด้วยสายตารักและเทิดทูน...
หลวงมนูกิจไม่พอใจมากที่ชไมพรมักจะเห็นเขาเป็นแค่ทนายความประจำตระกูล พูดจากับเขาไม่ให้เกียรติทั้งที่เขาเป็นพ่อแท้ๆของเธอ ช้อยต้องขอร้องให้เขาใจเย็นๆ ลูกยังไม่รู้ความจริง หลวงมนูกิจเข่นเขี้ยว
“ฮึ...ให้เปิดพินัยกรรมเสียก่อนฉันจะบอกว่าฉันเป็นพ่อมัน แล้วจะเฆี่ยนให้ยับลูกพรรค์นี้...”
เย็นวันเดียวกัน ที่ป่ากลางเนิน กิ่งเป็นห่วงแก้วมากเมื่อรู้ข่าวบางกอกเสียหายหนักจากโดนทิ้งระเบิด ลอบหนีออกจากค่ายจะไปตามหาลูก เม่นกลับมาไม่เจอกิ่งอยู่ในกระท่อม เดินตามหาทั่วค่ายพักก็ไม่พบ ใจคอไม่ดีเกรงกิ่งจะหนีไปบางกอก เขาสั่งเขียด หมีกับพวกชาวค่ายช่วยกันออกตามหา ไม่นานนัก เม่นกับพวกมาถึงลำธารกลางป่า แต่ไม่เจอ
ร่องรอยของกิ่ง เม่นตะโกนสั่งเขียด หมี และชาวค่ายแยกย้ายกันตามหากิ่งให้เจอ
ทุกคนรีบทำตามคำสั่ง เม่นมัวแต่เป็นห่วงกิ่ง จึงไม่ทันสังเกตเห็นเติบกับสมุนซึ่งมาเดินป่าล่าสัตว์แอบฟังพวกตนอยู่ เติบยิ้มเจ้าเล่ห์รีบห้อม้ากลับมาแจ้งเรื่องนี้ให้พ่อของเขารู้ ต่วนหัวเราะชอบใจ ในที่สุดเขาก็พบหนทางแก้แค้นเม่น เคราแดง
ooooooo
หลวงมนูกิจลงจากตึกใหญ่แต่ไก่โห่ เดินตามหาช้อยให้ควั่ก พอเจอตัวรีบพาไปมุมลับตาคน เล่าความฝันเมื่อคืนให้ช้อยฟังด้วยท่าทางตื่นตระหนก ครั้งนี้ เจ้าพระยาวงษามาเข้าฝันบอกว่าถึงเวลาที่กรรมเวรจะสนองเขาแล้ว และมีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งถือปืนด้ามทองจ้องมาที่เขา หมายจะเอาชีวิต ช้อยยิ้ม
“โถ...คุณหลวงท่าจะกลัวจริงๆตัวสั่นเชียว ลูกนังกิ่งมันมาถึงนี่ไม่ได้หรอก มันแค่ความฝันค่ะ”
หลวงมนูกิจนิ่งคิด ก่อนจะตั้งสติได้ ฮึดสู้ “ใช่...มันแค่ความฝัน ให้มันมาจริงๆเถอะ ฉันสู้ทั้งนั้น ด้ามทองก็ด้ามทองสิน่า เจอปืนเบรานิงค์ของฉันหน่อยปะไร” หลวงมนูกิจ
ตบบริเวณเอวที่เหน็บปืนไว้อย่างฮึกเหิม ก่อนทั้งคู่จะพากันเดินไปทางตึกใหญ่ โดยไม่ทันเห็นวันชัยยืนหลบมุมอยู่แถวนั้น
“เด็กผู้หญิง...กิ่ง...ปืนด้ามทอง...ปืนเบรานิงค์?” วันชัยพึมพำเบาๆ ด้วยความสงสัย...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน กิ่งเดินลัดเลาะมาตามทางในป่าอย่างเหนื่อยอ่อน ดวงตะวันเริ่มแผดแสงแรงกล้า กิ่งเห็นทุกอย่างหมุนก่อนจะล้มลงหมดสติ หมีกับชาวค่ายควบม้ามาพบ รีบตรงเข้าช่วยเหลือพากลับค่ายพัก...
ขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของป่า เม่นขี่ม้าตระเวนหากิ่งด้วยความเป็นห่วง เติบกับสมุนชักม้ามาขวาง เม่นโกรธเลือดขึ้นหน้า สั่งเสียงกร้าวให้เติบกับสมุนถอยไป เติบหัวเราะยียวน
“อย่าเพิ่งโมโหสิจ๊ะพ่อเม่น เคราแดง ที่ข้ามานี่เพราะมีข่าวจะบอกพ่อเม่น เรื่องนังกิ่ง...ตอนนี้นังกิ่งมันอยู่ที่บ้านข้า ถ้าเอ็งอยากได้มันก็ตามมา” เติบว่าแล้วควบม้าออกไป
เม่นนิ่งงันอึดใจ ก่อนจะชักม้าตาม เขียดเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างกระตุกบังเหียนควบม้ากลับค่ายพักเพื่อจะรวบรวมคนไปช่วยเม่น แต่ต้องตกใจหน้าซีดเมื่อพบกิ่งอยู่ที่นั่นแล้ว เขียดรู้ทันที เม่นเสียท่าให้เติบ...
ฝ่ายเม่นห้อม้าตามเติบมาถึงบ้านเศรษฐีต่วนหลงคิดว่ากิ่งถูกจับตัวมาไว้ที่นี่ ต่วนสั่งให้พวกสมุนของตนรุมทำร้ายเม่น พวกสมุนไร้ฝีมือชั่วลัดนิ้วมือเดียว เม่นซัดพวกนั้นหมอบ ต่วนเห็นท่าไม่ดียิงปืนใส่อกขวาเม่นทรุดลงกับพื้น แล้วสั่งสมุนที่เหลือจับขุนโจรมัดไว้กับเสากลางลานบ้าน เม่นยังไม่หมดฤทธิ์สั่งให้ต่วนพากิ่งมาคืน
“เอ็งนี่มันโง่บรรลัยเลยว่ะไอ้เม่น ถูกลวงแค่นี้ก็เชื่อ ถามทีเถอะ นังกิ่งมันเป็นแม่เอ็งรึไงถึงได้ห่วงนักหนา”
“กิ่งไม่ใช่แม่ข้า แต่เป็นแม่เอ็งต่างหาก” เม่นพูดจบถีบยอดอกต่วน แล้วตวัดเท้าจะเตะซ้ำ
ต่วนไวทายาดยิงสวนถูกต้นขาเม่นทรุดฮวบ แล้วจ่อปืนที่หน้าผากเม่นหมายจะจัดการขั้นเด็ดขาด แต่กิ่ง เขียด หมีกับพวกชาวบ้านป่ากลางเนินเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เม่นตะลึงที่เห็นกิ่งเดินมายืนขวางหน้าตนเองเล็งปืนไปยังต่วน ขู่ลั่น ถ้าใครคิดฆ่าพี่เม่น เธอจะยิงมันทิ้ง ต่วนได้ทีด่าเม่นหน้าตัวเมีย เอาผู้หญิงมาบังหน้า
เม่นโกรธ รวบรวมกำลังสะบัดแขนจนหลุดจากเครื่องพันธนาการ โดดเตะท่าจระเข้ฟาดหางเข้าต้นคอต่วนล้มทั้งยืน เติบกับเหล่าสมุนดาหน้าเข้าหา สองฝ่ายตะลุมบอนกัน ต่วน เติบกับสมุนสู้พวกของเม่นไม่ได้ ล้มคว่ำไม่เป็นท่า เม่นชี้หน้ากราด
“เสือมันไม่เคยทิ้งลาย คนอย่างไอ้เม่น เคราแดง ก็ไม่เคยทิ้งลายเสือโว้ย” เม่นพูดจบเดินนำพวกพ้องกลับไปอย่างทระนงทั้งๆที่เจ็บเจียนตาย กิ่งรู้สึกผิดมากที่เม่นต้องมาเจ็บตัวเพราะเธอ
ooooooo
ราชันย์มารับแก้วตามนัด เหมือนโชคจะเข้าข้างให้บังเอิญวันนี้ไม้ไม่อยู่ออกไปซื้อของให้วันชัยพอดี ช้อยมองลงมาจากตึกใหญ่เห็นรถของราชันย์จอดอยู่ แปลกใจราชันย์มาที่นี่ทำไม ในเมื่อชไมพรบอกเธอว่าตอนสายมีนัดไปดูหนังกับเขา ช้อยเอะใจผลุนผลันออกจากห้องแต่ชนเข้ากับละม่อมเสียก่อนเลยทำให้ล่าช้า
ฝ่ายราชันย์เห็นแก้วสวมชุดที่เขาซื้อให้ถึงกับตะลึงในความงามราวกับนางฟ้าของเธอ เขายกแขนขึ้น
“จับมือฉันไว้ ฉันจะพาแก้วไปวิมานของนายราชันย์ พินิศพงศ์ศักดา”
แก้วอมยิ้ม ค่อยๆยกมือขึ้นคล้องแขนราชันย์พากันเดินมาที่รถของเขา ราชันย์เปิดประตูรถให้แก้วนั่งแล้วขึ้นประจำที่คนขับ รถเคลื่อนออกไปอย่างรวดเร็ว ช้อยวิ่งลงมาจากตึกกับละม่อมคลาดกันฉิวเฉียด ได้แต่มองตามรถของราชันย์จากไปด้วยความเจ็บแค้นใจ...
ครู่ต่อมา ราชันย์พาแก้วมาที่บ้านของเขา หลังจากเดินชมสวนที่เต็มไปด้วยต้นแก้วกันแล้ว ราชันย์ชวนแก้วเข้าไปนั่งพักในห้องรับแขก ยิ่งได้อยู่ใกล้ชิดกันราชันย์อดใจไม่ไหว คว้ามือเธอมากุมไว้ สารภาพความในใจ
“ฉันรักแก้ว รักตั้งแต่แรกเห็น รักมากเหลือเกินจนอยากเก็บไว้ไม่ให้ใครมอง...ถ้าจะให้ฉันดมดอกไม้หอมทั้งหมดในโลก ฉันสมัครใจดมดอกแก้วดอกนี้ดอกเดียว” ราชันย์ยกมือแก้วขึ้นมาหอม
เป็นจังหวะเดียวกับรุ่งลักษมีกับชไมพรซึ่งเพิ่งกลับจากดูภาพยนตร์เดินเข้ามาเห็นโกรธมาก ถึงกับร้องลั่น ราชันย์กับแก้วตกใจลุกพรวด ชไมพรกับรุ่งลักษมีช่วยกันรุมด่าว่าแก้วเสียๆหายๆ เธอทนฟังไม่ไหวจะเดินหนี แต่ราชันย์คว้ามือแก้วไว้ไม่ให้ไป แก้วเข้าใจผิดคิดว่าเขาพาเธอมาให้สองสาวนั่นดูถูกสะบัดมือเขาออกร้องไห้วิ่งหนี ราชันย์จะตาม แต่รุ่งลักษมีรั้งแขนไว้ ราชันย์ไม่พอใจดึงมือน้องสาวออก แล้ววิ่งตามแก้ว
ทางฝ่ายแก้วได้ยินเสียงราชันย์ร้องเรียกใกล้เข้ามา เหลือบเห็นประตูห้องห้องหนึ่งเปิดอยู่ รีบวิ่งเข้าไปหลบข้างในโดยไม่รู้ว่าห้องนั้นเป็นห้องของพินิศแม่ของราชันย์ พินิศกำลังเตรียมหมากพลูอยู่ในห้องถึงกับสะดุ้งโหยงรีบคว้าผ้ามาปิดเชี่ยนหมาก ร้องถามเด็กสาวเป็นใคร เข้ามาในห้องเธอทำไม แก้วรีบทรุดตัวลงนั่งกับพื้น ยกมือไหว้ขอโทษอย่างนอบน้อม เมื่อรู้ว่าหญิงเจ้าของห้องเป็นแม่ราชันย์ แก้วก้มกราบและแนะนำตัวเองให้ท่านรู้จัก
“อ้อ...แก้ว...แล้วนายราชันย์ทำอะไรให้หนูแก้วร้องไห้จ๊ะ”
“ประทานโทษเจ้าค่ะ ทำไมคุณท่านถึงคิดว่าเป็นคุณราชันย์ล่ะเจ้าคะ”
พินิศยิ้มที่เธอคิดเช่นนั้นเพราะลูกชายของเธอพัวพันกับสาวๆมากมาย พอเมาได้ที่ก็จะบอกรักพวกหล่อนไปทั่ว แต่พอสร่างเมาก็ลืม ไม่เคยรักใครจริงสักราย แก้วสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันที...
ด้านราชันย์ตามหาแก้วมาถึงสวนหน้าบ้าน แต่ไม่เจอ วานไปล่ช่วยดูด้วย อย่าให้แขกของเขาออกไปข้างนอกเด็ดขาดแล้วจะเดินเข้าตัวตึก แต่ต้องชะงัก เจอรุ่งลักษมีกับชไมพรยืนขวางอยู่ ชไมพรต่อว่าเขาแอบนัดแก้วไว้ถึงได้ผิดนัดกับเธอ ราชันย์ไม่เคยเอ่ยปากนัดเธอสักครั้งแล้วจะผิดนัดได้อย่างไร ชไมพรเสียหน้า หันไปต่อว่าต่อขานรุ่งลักษมีที่โกหกเธอแล้วสะบัดหน้าเดินกระทืบเท้าปังๆออกไปหานายหมัด สั่งให้พากลับบ้าน...
พินิศยังคาใจไม่หาย ถามแก้วว่าลูกชายของเธอทำอะไรให้ถึงได้ร้องห่มร้องไห้ แก้วไม่อยากพูดถึง รีบเปลี่ยนหัวข้อสนทนา อาสาจะเจียนหมากจีบพลูให้ พินิศรีบจุ๊ปากไม่ให้แก้วส่งเสียงดัง เดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าจะเกิดเรื่อง รัฐนิยม สั่งให้ประชาชนเลิกกินหมาก พินิศเห็นแก้วจีบหมากพลูคล่องแคล่วยิ้มพอใจ
“นี่เจ้าค่ะเสร็จแล้ว ในปูนแก้วใส่พิมเสนไปเกล็ดหนึ่งเจ้าค่ะ”
พินิศถูกใจแก้วมากที่รู้ใจเธอชอบพิมเสน จังหวะนั้น ราชันย์เปิดประตูห้องเข้ามา เห็นแก้วอยู่กับแม่ก็ตกใจ ขออภัยที่แก้วเข้ามาในนี้ พินิศไม่ถือสา แต่ถ้าจะทำโทษ ก็คงจะเป็นเพราะลูกชายไม่พาผู้หญิงดีๆอย่างแก้วมาให้เธอรู้จัก ราชันย์ยิ้มโล่งใจที่แม่ชอบแก้ว
ooooooo
ไม้กลับจากทำธุระ ไม่เห็นแก้วอยู่ในกระท่อม คิดว่าเธองอนที่เขาหายไปนานแกล้งแอบไม่ให้เขาหาเจอ ไม้ก้มหาแก้วใต้แคร่กลับเจอเสื้อผ้าผู้ชายซุกอยู่ คว้าขึ้นมากำไว้ในมือ เจ็บแปลบหัวใจยิ่งนัก...
เย็นย่ำแล้วตอนที่ราชันย์ขับรถมาถึงบ้านวงษา แก้วลงจากรถด้วยท่าทางมึนตึง ชายหนุ่มเดินตามง้อถึงหน้ากระท่อม แต่แก้วไม่สนใจจะเดินเข้าห้อง เขารีบคว้ามือเธอไว้ขอร้องให้ฟังเขาอธิบายก่อน
“ฉันไม่มีเจตนาพาเธอไปให้ใครดูถูกดูแคลน สิ่งเดียวที่ฉันเจตนาคือ หัวใจของฉันรักแก้ว”
ไม้แอบฟังอยู่แถวนั้น กำเสื้อของราชันย์ในมือแน่น ความหึงหวงทำให้เขาเข้ามาต่อว่าแก้ว และปาเสื้อของราชันย์ใส่เกือบจะโดนหน้าเธอ ราชันย์โมโหถลันออกไปยืนประจันหน้ากับไม้ สองหนุ่มต่อปากต่อคำกันจนเกือบจะวางมวย แก้วต้องกันไม้ออกห่าง ราชันย์ไม่อยากให้เรื่องบานปลายขอตัวกลับก่อนวันหลังจะมาใหม่ ไม้ตะโกนไล่หลังไปแล้วไปลับไม่ต้องกลับมาอีก แก้วโกรธ ต่อว่าไม้ไม่มีสิทธิ์ห้ามใครทั้งนั้นไม่ว่าเธอหรือราชันย์
“ทำไมจะไม่มี สิทธิ์ที่ไอ้ไม้เป็นลูกผู้ชาย ลูกผู้ชายย่อมจะต้องปกป้องผู้หญิงที่มันรัก”
แก้วสวนทันที เธอไม่ได้รักเขา แล้วสะบัดหน้าจะเดินเข้ากระท่อม ไม้ช้ำใจตามมากระชากแขนไว้ ทั้งสองโต้เถียงกันรุนแรง แก้วไม่พอใจที่โดนไม้ต่อว่าไหนว่าจะมาแก้แค้นให้พ่อ แต่กลับไปหลงระเริงไม่เจียมกะลาหัว ตบหน้าไม้หนึ่งฉาดแล้วด่าเขากลับ ไม้โกรธจนขาดสติ ตวัดมือตบหน้าแก้วเต็มแรง พอได้สติเขาเสียใจมาก เอามือข้างที่ตบแก้วชกตู้เสื้อผ้า
กระจกแตกบาดมืดเลือดอาบ เท่านั้นยังไม่พอ ไม้คิดจะเผามือข้างนั้นให้รู้แล้วรู้รอด แก้วร้องไห้โฮขอร้องไม่ให้เขาทำแบบนั้น ดึงมือเขามากอดจูบแนบแก้มตัวเอง ไม้สงสัยแก้วจะมาห้ามทำไม
“เพราะแก้วรักพี่ไม้ เราโตมาด้วยกัน กินนมจากแม่กิ่งเหมือนกัน ถึงไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกัน แต่แก้วรักพี่ไม้ นับถือพี่ไม้ราวกับพี่ชายแท้ๆ...แก้วรู้แล้วไม่มีอะไรมีค่าเท่ากับความรักความหวังดีของพี่ไม้”
ทั้งสองคนปรับความเข้าใจกันได้ในที่สุด ไม้พยายามทำใจยอมรับเขาเป็นได้แค่พี่ชายของแก้วเท่านั้น...
ทันทีที่ราชันย์กลับถึงบ้าน รุ่งลักษมีอารมณ์ค้างจากเมื่อเช้า เข้ามาต่อว่าต่อขานและพาลด่าไปถึงแก้ว ราชันย์ไม่ เข้าใจทำไมน้องสาวของเขาถึงจงเกลียดจงชังแก้วนัก คุณแม่เพิ่งเจอแก้วแท้ๆยังชอบแก้วเลย รุ่งลักษมีไม่เชื่อ วิ่งไปเกาะแขนพินิศที่เพิ่งเดินเข้ามาถามว่าชอบนังแก้วจริงหรือ พินิศชอบเพราะแก้วน่ารัก กิริยามารยาทดี และท่าทางเป็นเด็กดี รุ่งลักษมี สวนทันทีจะดีได้อย่างไร ในเมื่อนังนั่นเป็นบ่าวรับใช้ พินิศตกใจ
“ใช่ค่ะ นังแก้วที่พี่ราชันย์พาเข้ามาเหยียบย่ำในบ้านเป็นบ่าวรับใช้ของคุณช้อย เท่านั้นไม่พอ นังแก้วนี่ล่ะที่มันคิดจะแย่งพี่วันชัยไปจากรุ่ง...รุ่งเกลียดมันมาก”
ราชันย์เถียงแทนแก้วไม่ได้ทำอย่างที่รุ่งลักษมีกล่าวหา รุ่งลักษมียืนยันแก้วคิดจะแย่งวันชัยไปจากเธอจริงๆ ถึงขนาดเข้าไปเสนอตัวให้เขาถึงห้องนอน และที่เธอไม่ยอมไปหาวันชัยอีกก็เพราะเธอเกลียดนังแก้ว ไม่อยากเห็นหน้ามัน พินิศหน้าซีดจ้องหน้าลูกชายนิ่ง...
วันชัยครุ่นคิดถึงคำบอกเล่าของหลวงมนูกิจที่ฝันเห็นพ่อของเขาจะตามมาเอาคืน รีบผลุนผลันออกจากห้องสมุด เรียกละไมบ่าวรับใช้เก่าแก่ในบ้านมาถามถึงเหตุการณ์ตอนที่ พ่อของเขาสิ้นชีวิต จึงได้รู้มีผู้เกี่ยวข้องเพิ่มขึ้นจากหลวงมนูกิจกับช้อยอีกคนหนึ่ง คือกำนันขุนแดง กำนันป่าแดง จ.เพชรบูรณ์...
กิ่งก้มกราบเม่นขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องเจ็บหนัก ความที่เป็นห่วงลูกมากทำให้เธอขาดสติ ต่อไปเธอจะไม่หนีไปตามลูกอีก จะไม่เอาความทุกข์ของตัวเองมาทำให้เม่นต้องทุกข์ใจอีกแล้ว
“พี่เข้าใจเอ็งกิ่งเอ๊ย และพี่ก็จะไม่ห้ามด้วยถ้าเอ็งจะไปตามลูก แต่ถ้าไปเราจะไปด้วยกัน”
กิ่งร้องไห้โฮมองเม่นอย่างเทิดทูน เขียดกับหมีซึ่งนั่งเฝ้าไข้เม่นพลอยน้ำตาซึมไปด้วย
ooooooo
ชไมพรยังเจ็บแค้นใจเรื่องแก้วไม่หาย พอเห็นหน้าวันชัยพาลอาละวาดใส่หาว่าเป็นเพราะเขาเอาแก้วเข้ามาอยู่ในบ้านวงษา ราชันย์เลยหลงเสน่ห์ยั่วยวนของแก้วหน้ามืดตามัวซื้อเสื้อผ้าข้าวของให้และยกระดับบ่าวรับใช้อย่างแก้วขึ้นมาตีเสมอเธอ วันชัยชะงักเล็กน้อย แต่รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ แกล้งพูดยั่วชไมพร
“ไปด่าเขาทำไม ดีเสียอีก ถ้าบ่าวรับใช้อย่างแก้วจะได้ผัวอย่างนายราชันย์”
หญิงสาวร้องกรี๊ดๆไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นเด็ดขาด
วันชัยต้องไล่แก้วออกไป วันชัยจะไล่ผู้มีพระคุณออกจากบ้านได้อย่างไร แก้วช่วยชีวิตเขาไว้ ชไมพรโกรธ กระทืบเท้าปังๆ
ออกไป วันชัยส่ายหน้าเอือมระอา แก้วถือสำรับของว่างมาให้วันชัยได้ยินทุกคำ ถึงกับหน้าเสีย วันชัยเตือนแก้วจะคบหากับราชันย์เขาไม่หวงห้าม แต่อย่าทำอะไรให้ใครๆดูถูกไม่ใช่แค่ชไมพรเท่านั้น แต่รวมถึงราชันย์ด้วย แก้วรับคำหน้าเจื่อน...
ครู่ต่อมา ชไมพรเอาเรื่องคับแค้นใจนี้ไปฟ้องแม่ ช้อยปลอบลูกไม่ต้องเป็นกังวล เธอจะไม่ยอมให้ใครมาเหนือกว่าลูกสาวของเธอเด็ดขาด ผู้หญิงต่ำๆอย่างแก้วไม่มีทางแย่งราชันย์ไปจากชไมพรได้ เธอจะหาทางกำจัดนังนั่นเอง ช้อยมีแผนจะใช้หมัดคนขับรถของเธอจัดการเอาแก้วมาทำเมียให้สิ้นเรื่องสิ้นราว...
พอกำแหงรู้ว่าวันชัยยื่นคำร้องขอให้ตำรวจรื้อฟื้นคดีการตายของเจ้าพระยาวงษาขึ้นมาใหม่ เขาเล่าเรื่องนี้ให้พ่อของ เขาท้าวหมื่นกำแหงนายตำรวจผู้รับผิดชอบคดีนี้เมื่อ 20 ปีที่ แล้วฟัง ท้าวหมื่นกำแหงไม่คาดคิดมาก่อนจะมีคนค้างคาใจคดีนี้ เช่นเดียวกับเขา กำแหงอยากรู้ทำไมพ่อถึงได้สงสัยคดีนี้นัก
“ก็...มันดูไม่ปกติ โดยเฉพาะท่าทางลุกลี้ลุกลนของ
หลวงมนูกิจ ทนายประจำตระกูลวงษา...เพราะคดีนี้ทำให้พ่อย่ำเท้าอยู่ที่พันตำรวจตรีหมื่นท้าวกำแหงจนเกษียณ แต่อะไรก็ไม่สำคัญเท่า 20 ปีที่ผ่านมา พ่อไม่สามารถทำคดีนี้ให้กระจ่างได้” หมื่นท้าวกำแหงหน้าสลด กำแหงรับปากพ่อจะหาทางคลี่คลายคดีนี้เอง
ooooooo
หลังจากได้รับการแต่งตั้งจากผู้บังคับบัญชาอย่างเป็นทางการให้ทำคดีเจ้าพระยาวงษา กำแหงรีบไปพบวันชัยที่บ้าน วันชัยเชิญกำแหงเข้าไปนั่งคุยกันที่ห้องสมุด หลวงมนูกิจกับช้อยเห็นตำรวจมาลอบมองสบตากันสีหน้าไม่สบายใจ วันชัยพร้อมร่วมมือกับกำแหง เต็มที่ ถ้าเขาอยากได้ข้อมูลอะไรเพิ่มเติมขอให้บอก
“อย่างแรกเลย คงต้องปิดบังว่าผมมาที่นี่เพราะอะไร”
วันชัยยิ้มรับ สองหนุ่มเห็นพ้องกันว่าควรเริ่มสืบคดีนี้ที่ป่าแดงเป็นสถานที่แรก กำแหงขอให้เก็บเรื่องการไปป่าแดงของเราเป็นความลับเช่นกัน ระหว่างนั้นช้อยทำทีเดินนำละม่อมยกถาดน้ำดื่มเข้ามาให้เพื่อสอดแนม กำแหงรู้แกวรีบเปลี่ยนไปพูดเรื่องคดีจี้ชิงทรัพย์วันชัยแทน ช้อยได้ยินก็ถอนใจโล่งอก
ครู่ต่อมา วันชัยพากำแหงมาพบกับพลเมืองดีสองคนที่ช่วยชีวิตเขาไว้ พอกำแหงเจอหน้าแก้วกับไม้ดีใจร้องทักทาย วันชัยแปลกใจทำไมทั้งสามคนถึงรู้จักกัน ได้ความว่าไม้กับแก้วเคยช่วยชีวิตกำแหงเช่นกัน
“ก็วันที่มาจากเพชรบูรณ์น่ะครับ เช้าวันนั้นเจอดีตั้งสามงาน” ไม้เท้าความ
หมัดกำลังเช็ดรถอยู่ได้ยินทุกคำที่พวกวันชัยคุยกัน แต่ไม่ได้ใส่ใจอะไรนัก กำแหงขอให้ไม้กับแก้วไปให้ปากคำเพิ่มเติมที่โรงพัก วันชัยสั่งให้ไม้ไปกับเขาสองคนก็พอ ไม้บอกแก้วไม่ต้องรอกินข้าวเย็น เขาคงจะกลับดึก คราวนี้หมัดสนใจทันที มองตามกำแหง วันชัย และไม้เดินไปขึ้นรถ แล้วหันมอง แก้วตาเป็นมัน...
ราชันย์สบช่องเห็นแม่นั่งอยู่คนเดียว รีบเข้าไปอธิบายเรื่องแก้ว พินิศไม่ได้เก็บเอาเรื่องที่แก้วเป็นใครมาจากไหนมาเป็นกังวล เธอห่วงแค่เรื่องเดียวที่รุ่งลักษมีบอกว่าแก้วจะแย่งวันชัยไปจากรุ่งลักษมี ราชันย์ยืนยันเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เขาคุยกับวันชัยมาแล้ว วันชัยถือว่าแก้วเป็นผู้มีพระคุณ เคยช่วยชีวิตเขาไว้ พินิศฟังแล้วสบายใจ ถ้าราชันย์จะคบหากับแก้ว เธอไม่ว่าอะไร เพราะแก้วเป็นเด็กดีมีสัมมาคารวะ
“และอีกอย่าง แม่รู้ว่าลูกจริงจังกับแก้ว ตั้งแต่...ลูกปลูกต้นแก้วไว้ในบ้านแล้วล่ะจ้ะ”
ราชันย์ยิ้มโล่งใจ ออกมาเดินชมดอกแก้วบานสะพรั่งที่สวนหน้าบ้านอย่างอารมณ์ดี ยิ่งเห็นดอกแก้วเขายิ่งคิดถึงหญิงในดวงใจ เอื้อมมือไปเด็ดดอกแก้วมาเต็มกำมือ แล้วรีบตรงไปที่รถตัวเอง...
ค่ำนั้น หมัดดื่มเหล้าย้อมใจพอให้ฮึกเหิม รอจนบ่าวไพร่ในบ้านเข้านอนกันหมด หมัดลงมือทำตามแผนที่ช้อยวางไว้ แต่เรื่องไม่ง่ายอย่างที่คิด แก้วสู้ยิบตา ทั้งเตะทั้งถีบ ก่อนจะวิ่งหนี ออกจากกระท่อมร้องขอความช่วยเหลือลั่น ช้อยแอบซุ่มอยู่ในความมืด พอแก้ววิ่งผ่านหน้าใช้ไม้ท่อนเขื่องฟาดท้ายทอยสลบเหมือด
หมัดลากร่างหมดสติของแก้วกลับไปยังกระท่อมกลางสวน ชไมพรเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตกใจร้องเสียงหลง ช้อยรีบเอามือปิดปากลูกสาว พากลับขึ้นตึกใหญ่ ชไมพรตัวสั่นด้วยความหวาดกลัวคิดไม่ถึง แม่ตัวเองจะเหี้ยมโหดปานนี้ช้อยต้องปลอบชไมพรพักใหญ่กว่าจะสงบ...
คนขับรถโฉดชั่ววางร่างแก้วลงบนแคร่ ก้มหน้าลงไปหมายจะชื่นชม แก้วรู้สึกตัว ผลักเขาออกเต็มแรงแล้วต่อยเปรี้ยงเข้าเบ้าตา หมัดโกรธพุ่งเข้าบีบคอ แก้วดิ้นรนควานหาอาวุธ เจอกระบุงที่ซ่อนปืนของพ่อ คว้าปืนขึ้นมาจ่อหัวหมัด ทำท่าจะเหนี่ยวไก หมัดปัดปืนในมือแก้วอย่างแรงจนหลุดมือ โถมเข้าใส่กดร่างเธอไว้กับพื้น ก่อนแก้วจะเสียทีให้หมัด ราชันย์โผล่เข้ามาช่วยไว้ได้ทัน เตะต่อยคนชั่วไม่ยั้ง แล้วไล่ไปให้พ้นหน้า หมัดพาร่างสะบักสะบอมคลานหนี ราชันย์คว้าหญิงคนรักที่นั่งตัวสั่นมากอดไว้แนบอก
“ไม่ต้องกลัวนะจ๊ะแก้ว ฉันอยู่ตรงนี้ กอดฉันไว้ยึดฉันไว้เป็นที่รัก ที่พักพิง ฉันจะไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายแก้วเด็ดขาด” ราชันย์กระชับอ้อมกอด พรํ่าบอกว่ารักแก้วมาก ความรักของเราสองคนจะช่วยปกป้องเธอให้ปลอดภัย ค่อยๆ ก้มหน้าจูบแก้มนวลของเธออย่างแผ่วเบา...
ช้อยกับหลวงมนูกิจเห็นสภาพบอบชํ้าของหมัด รู้ทันทีแผนล้มเหลว หมัดแก้ตัวว่าราชันย์เข้ามาขัดขวาง แถมแก้วยังพกปืนอีกต่างหาก หลวงมนูกิจถามร้อนรนใช่ปืนด้ามทองหรือเปล่า หมัดไม่ทันดู แค่เห็นปืนก็ขนหัวลุกแล้ว ใครจะไปนึกผู้หญิงบ้านนอกอย่างแก้วจะมีปืน หลวงมนูกิจแปลกใจหมัดรู้ได้อย่างไรแก้วมาจากไหน
“กระผมได้ยินมันคุยกับคุณตำรวจที่มา ว่ามันสองคนมาจากเพชรบูรณ์”
หลวงมนูกิจกับช้อยมองหน้ากันตกใจ...ระหว่างที่หลวงมนูกิจกับช้อยจะเดินกลับขึ้นตึก หลวงมนูกิจมั่นใจแก้วจะต้องเกี่ยวข้องกับกิ่ง อาจจะเป็นลูกของเจ้าพระยาวงษาที่กิ่งส่งมาแก้แค้น เขาจะต้องหาทางค้นปืนกระบอกนั้นให้เจอ และถ้าแก้วเป็นลูกเจ้าพระยาวงษาจริง เราสองคนต้องฆ่าเธอก่อนที่เธอจะฆ่าเรา...
ขณะราชันย์กับแก้วตระกองกอดกันด้วยความรักเต็มหัวใจ มีเสียงไม้ร้องเพลงดังมาแต่ไกล แก้วหน้าถอดสี เร่งให้ราชันย์รีบหนี ราชันย์ไม่อยากทำให้แก้วไม่สบายใจ ขยับจะเดินไปที่หน้าต่าง แต่สะดุดเข้ากับปืนที่ตกอยู่ เขาหยิบขึ้นมาดู ยังไม่ทันจะอ้าปากถาม แก้วรีบคว้าปืนไปซ่อนไว้ด้านหลัง ขอร้องอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ รีบหนีไปก่อนพี่ไม้จะมาถึง ราชันย์หอมแก้มแก้วหนึ่งฟอด ก่อนกระโดดหน้าต่างออกไป
เป็นจังหวะเดียวกับไม้เปิดประตูกระท่อมเข้ามา เห็นสภาพยับเยิน ถามร้อนรนว่าเกิดอะไรขึ้น พอรู้ว่าหมัดจะปลํ้าแก้ว ไม้โกรธแทบคลั่งวิ่งออกจากกระท่อมจะไปเอาเรื่อง แก้ววิ่งตามมากระชากแขนไว้ หมัดยังไม่ได้ทำอะไรเธอ ราชันย์มาช่วยไว้ได้ก่อน ไม้ไม่พอใจที่แก้วยังเจอกับราชันย์ทั้งที่เขาสั่งห้าม
“แต่คุณราชันย์มาเพื่อช่วยแก้วไม่ให้ไอ้หมัดทำร้าย พี่ไม้ให้อภัยคุณราชันย์นะจ๊ะ”
ไม้นิ่งคิด ราชันย์แอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งอย่างใจจดจ่อ ไม้ตกลงยอมให้อภัยราชันย์ แต่ไม่ให้อภัยหมัดเด็ดขาด ขยับจะไปเอาเรื่องอีก แก้วถลันมาขวาง เตือนสติไม้ให้ได้คิดว่าเราสองคนมาที่นี่เพื่ออะไร ราชันย์พยายามเงี่ยหูฟังทั้งคู่คุยกัน แต่ไม่ได้ยินอะไร แก้วกระซิบ
“แก้วว่าไอ้หมัดไม่ได้ต้องการมาลวนลามแก้วอย่างเดียว มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นพี่ไม้ต้องใจเย็นๆ”
ไม้คิดได้ ยอมเดินตามแก้วกลับกระท่อม แต่จะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนรังแกแก้วฝ่ายเดียวแน่
ooooooo










