ตอนที่ 2
ฟ้ายังไม่ทันแจ้ง เขียดห้อม้าเข้ามาเตือนเม่นว่าต่วนแจ้งทางการให้มาจับพวกเรา เม่นสีหน้าเคร่งเครียดเรียกประชุมชาวหมูบูด สั่งให้ทุกคนเก็บสัมภาระจำเป็นเตรียมออกเดินทาง ส่วนเขาจะขอรอทางการอยู่ที่นี่ไม่อยากให้คนอื่นต้องมารับกรรมที่เขาเคยก่อไว้
ไม้ กิ่งกับแก้วไม่ยอมหนีถ้าเม่นไม่ไปด้วย ชาวหมูบูดต่างตะโกนเป็นเสียงเดียวกัน เม่น เคราแดงไปไหนพวกตนจะไปด้วย เม่นซาบซึ้งใจน้ำตาคลอเบ้า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตขุนโจรของเขาที่ต้องหลั่งน้ำตา จากนั้นชาวหมูบูดต่างแยกย้ายกันกลับกระท่อมของตนเก็บข้าวของเครื่องใช้
กิ่งเก็บของใส่กระบุง เห็นปืนของผัวรักที่ซ่อนไว้ในนั้นกลั้นน้ำตาไม่อยู่ แก้วกำลังยัดเสื้อผ้าของราชันย์ใส่กระบุงตัวเอง หันมาถามแม่ร้องไห้ทำไม กิ่งสะดุ้งโหยงยังไม่ทันจะเก็บปืน แก้วเดินเข้ามาเห็นเสียก่อน กิ่งหนีไม่ออกจำเป็นต้องบอกลูกว่าปืนกระบอกนี้เป็นของพ่อของแก้ว เป็นมรดกเพียงชิ้นเดียวที่ท่านมอบให้แก้วก่อนตาย แก้วหยิบปืนขึ้นมามองอย่างพิจารณา ต้องมีอะไรแน่ๆพ่อถึงให้ปืนเธอทั้งๆที่เธอเป็นลูกสาว
“จ้ะมี...พ่อของแก้ว ท่านเจ้าพระยาวงษา ถูกฆ่าตาย” น้ำตาของกิ่งไหลออกมาราวทำนบแตก เมื่อเล่าความหลังอันแสนเจ็บปวดให้ลูกฟัง แก้วตาเบิกโพลง ด้วยความอาฆาตแค้น เธอจะจดจำชื่อของคนทรยศอย่างหลวงมนูกิจกับช้อยและตระกูลวงษาไว้...
ในเวลาต่อมา ต่วน เติบ และตำรวจมาถึงบ้านหมูบูด ที่นั่นกลับร้างผู้คน ต่วนเจ็บแค้นใจมาก ต่อให้ต้องพลิก แผ่นดิน เขาจะจับเม่น เคราแดงกับลูกชายเข้าตะรางให้ได้...
ขณะขบวนเกวียนของชาวหมูบูดกำลังเคลื่อนเข้าไปในป่าลึก แก้วตัดสินใจชวนไม้หนีเข้าบางกอก จะไปแก้แค้นให้พ่อ แล้วหยิบปืนที่ขโมยแม่มาให้ดู ไม้เอื้อมมือจะจับแก้วดึงปืนหลบ ร้องห้ามไม่ให้แตะต้อง ปืนมีกระสุนนัดเดียว เธอจะเก็บไว้แก้แค้นให้พ่อ แล้วเล่าเรื่องของพ่อให้ไม้ฟัง
ไม้ไม่ต้องคิดใคร่ครวญใดๆแก้วไปไหน เขาไปด้วยสองคนวางแผนดึงความสนใจจากเขียดที่ขี่ม้าปิดท้ายขบวน เขียดหลงกล ถูกแก้วกับไม้จับมัดมือมัดปากยัดไว้ท้ายเกวียน แก้วคว้ากระบุงของตัวเอง ขณะที่ไม้ตรงไปที่ม้าของเขียด สองหนุ่มสาวกระโจนขึ้นหลังม้า ควบย้อนกลับไปทางเก่าอย่างรวดเร็ว
กว่ากิ่งและเม่นจะรู้ว่าแก้วกับไม้หนีก็เย็นย่ำใกล้ค่ำ เม่นจะออกตามแต่กิ่งรั้งไว้ เธอรู้ดี เด็กสองคนนั่นป่านนี้หนีเตลิดเข้าบางกอกไปแล้ว เม่นนิ่วหน้าสงสัย กิ่งรู้ได้อย่างไร
“แก้วเห็นปืนด้ามทอง ฉันเลยเล่าทุกอย่างให้ลูกฟัง แก้วคง...จะไปแก้แค้น” กิ่งไม่สบายใจเป็นห่วงลูก เม่นปลอบกิ่งไม่ต้องเป็นกังวล ไม้ไปด้วย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม้ไม่มีวันทิ้งแก้วเด็ดขาด...
อีกด้านหนึ่งของป่า ราชันย์นอนหนาวสั่นสะท้านไปทั้งตัว ร้องเรียกแก้วแต่ทุกอย่างเงียบและมืดมิด พรานป่าออกตามหาราชันย์ตั้งแต่เมื่อวาน ได้ยินเสียงร้องเรียกของเขารีบเดินตามเสียงร้อง...
ด้านแก้วกับไม้ควบม้ามาถึงสถานีรถไฟเมืองเพชรบูรณ์ ทันรถไฟเที่ยวสุดท้ายเข้าบางกอก แก้วลังเลเป็นห่วงทั้งแม่ ลุงเม่น และราชันย์ แต่ความแค้นของพ่อทำให้เธอตัดใจจากทุกคน
ooooooo
แก้วกับไม้มาถึงบางกอกเช้ามืดวันถัดมา ขณะทั้งคู่เหลียวซ้ายแลขวาไม่รู้จะไปทางไหนดี เชิดมิจฉาชีพที่หากินอยู่แถวนั้น เห็นท่าทางเงอะงะของแก้วกับไม้เข้ามาหลอกตีสนิท ล่อให้ทั้งคู่ตามไปยังที่เปลี่ยว พอได้จังหวะ พรรคพวกของเชิดที่ดักรออยู่ออกจากที่ซ่อนเข้าล้อมกรอบไม้กับแก้ว ทั้งสองฝ่ายต่อสู้กันอุตลุด
นายร้อยตำรวจกำแหงกับตำรวจอีกนายหนึ่งได้ยินเสียงเอะอะวิ่งมาดู กลุ่มของเชิดเห็นตำรวจพากันเผ่นแน่บ ส่วนไม้กับแก้ววิ่งหนีไปอีกทาง กำแหงวิ่งตามไม้กับแก้ว ขณะที่ตำรวจอีกนายวิ่งตามกลุ่มของเชิด กำแหงตะโกนขู่ให้หยุด ไม่อย่างนั้นจะยิง แก้วกับไม้หยุดกึก ไม้บอกกำแหงว่าพวกตนสุจริตไม่เหมือนพวกนั้น
“ฉันไม่รู้หรอกว่าใครสุจริต ทุจริต สงครามอย่างนี้ผู้ร้ายเต็มเมืองไปหมด ที่มานี่ฉันก็ตั้งใจมาดักคนร้ายแต่เจอเราสองคนเสียก่อน” กำแหงเห็นแก้วอุ้มกระบุงอย่างหวงแหน นึกสงสัยขอตรวจค้น
แก้วไม่ให้ค้น กำแหงขู่ ถ้าไม่ยอมให้ค้นต้องไปโรงพักแล้วเดินนำทั้งสองคนโดยไม่ล่วงรู้ที่พุ่มไม้ข้างทางบ้อมกับสินคนร้ายที่กำแหงเคยจับเข้าตะรางจ้องมองเขาอย่างเคียดแค้น ก่อนจะแอบสะกดรอยตาม พอสบช่อง พวกนั้นตรงเข้าทำร้ายกำแหง เงื้อมีดสั้นจะแทง ไม้กับแก้วช่วยกำแหงต่อสู้กับสองคนร้ายหมอบราบคาบ กำแหงขอบใจทั้งสองคนมากที่ช่วยเหลือ หลังจากแนะนำตัวกันแล้ว กำแหงอยากตอบแทนทั้งคู่
“ท่าทางเธอสองคนจะมาจากบ้านนอก ถ้าไม่มีที่พักไปพักบ้านฉันก็ได้ อยู่ตรงตรอกศาลเจ้าเจ็ด ถามใครๆก็รู้จัก บ้านหมื่นท้าวกำแหง พ่อฉันเอง”
ไม้กับแก้วไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับตำรวจเท่าใดนัก บอกลากำแหงแล้วพากันเดินจากไปอย่างรวดเร็ว...
เหมือนโชคเข้าข้าง ขณะแก้วกับไม้เดินมะงุมมะงาหราอยู่บนถนนเล็กๆสายหนึ่ง เจอวันชัยลูกชายเจ้าพระยาวงษาที่เกิดกับคุณหญิงพลับพลึงโดยบังเอิญ และได้ช่วยชีวิตเขาไว้จากถูกคนร้ายจี้ชิงทรัพย์ วันชัยชวนไม้กับแก้วไปพักที่บ้านของเขาเพื่อตอบแทนบุญคุณ ทีแรกแก้วปฏิเสธไม่ยอมไปแต่พอรู้ วันชัยอยู่บ้านวงษา แก้วรีบตกปากรับคำเชิญชวนทันที...
ในเวลาเดียวกัน ราชันย์ผุดลุกขึ้นมองไปรอบๆถึงได้รู้ว่าอยู่บ้านพรานไม่ได้อยู่กลางป่า ถามพรานว่าแก้วไปไหน พรานไม่รู้ไปไหน รู้แต่ว่าไปกับเม่น เคราแดง หัวใจของราชันย์เหมือนถูกกระตุกจากขั้ว...
ที่บ้านวงษา หลวงมนูกิจเห็นปลอดคน วันชัยและชไมพรน้องสาวต่างมารดาของวันชัยไม่อยู่บ้าน ย่องเข้าหาช้อยถึงห้องนอน ขณะกำลังเริงสวาทกันอยู่ ชไมพรเพิ่งกลับ
ถึงบ้านตรงมาเคาะประตูห้องนอนส่งเสียงเรียกแม่ลั่น หลวงมนูกิจกับช้อยหน้าตาเลิ่กลั่กกลัวความแตก หลวงมนูกิจเอามือปิดปากช้อยไม่ให้ส่งเสียง
ชไมพรรออยู่หน้าห้องเห็นแม่ไม่เปิดรับ เดินกระแทกเท้าลงไปหาละม่อมบ่าวรับใช้ สั่งให้เอากุญแจห้องแม่มาให้ ละม่อมคิดหาทางเตือนเจ้านายให้รู้ตัว แกล้งออกมาตะโกนหน้าบ้าน
“ป้าละไม เก็บกุญแจห้องคุณหญิงช้อยไว้ไหน คุณชไมพรจะเอาไปไขห้องคุณหญิงช้อย”
ได้ผล เสียงตะโกนของละม่อมได้ยินถึงหูช้อยกับหลวงมนูกิจ ช้อยรีบสวมเสื้อผ้าออกมายืนรอลูกสาวหน้าห้อง พยายามกันไม่ให้ลูกเข้าไปในห้องเธอ ชไมพรอ้างมีเรื่องสำคัญต้องคุยในห้องนอนแม่ ช้อยยึดประตูไม่ให้ลูกเปิด สองแม่ลูกยื้อยุดประตูไปมา สุดท้ายความแตก ชไมพรเจอหลวงมนูกิจ อยู่ในห้องนอนแม่ โกรธเดินกระทืบเท้าปังๆกลับห้องตัวเอง ช้อยวิ่งตามมาอธิบายที่หลวงมนูกิจเข้าไปอยู่ในห้อง เพราะเธอมีธุระกับเขา ชไมพรไม่เชื่อ ช้อยเจ้าเล่ห์คิดหาข้อแก้ตัวจนได้
“ลูกตั้งใจฟังนะ ท่านเจ้าพระยาไม่ได้มีลูกกับคุณวันชัย เพียงแค่สองคน แต่ท่าน...ยังมีลูกกับสาวชาวป่าอีกคนหนึ่ง” ช้อยตีสีหน้าจริงจัง ชไมพรตาโตตื่นเต้น ลืมเรื่องหลวงมนูกิจ ไปสนิท
ooooooo
วันชัยขับรถพาแก้วกับไม้มาถึงบ้านวงษาอันกว้างใหญ่ แก้วออกปากบ้านหลังนี้กว้างขวางราวกับป่า
“ที่เธอว่าป่าก็ถูกเหมือนกัน เนื้อที่รอบบ้านสิบกว่าไร่ แต่ไม่มีคนดูแล เลยรกรุงรังไปหมด ถ้าอยากได้งานฉันก็จะให้นายไม้เป็นคนดูแล”
แก้วรีบถามแล้วจะให้เธอทำอะไร วันชัยรู้สึกถูกชะตากับเด็กสาวมาก อยากให้เป็นน้องสาว แก้วอึ้ง รู้สึกผูกพันกับวันชัยอย่างบอกไม่ถูกเช่นกัน วันชัยเห็นแก้วนิ่งเฉย รีบออกตัว ถ้าแก้วไม่สะดวกใจ เขาจะให้เธอเป็นต้นห้อง ช่วยดูแลความเป็นอยู่และทำความสะอาดห้องให้เขา แก้วทำได้ทุกอย่าง ขอเพียงได้อยู่ในบ้านหลังนี้
“งั้นฉันจะให้เธอสองคนพักอยู่กระท่อมกลางสวน...ไป” วันชัยว่าแล้วเดินนำทั้งคู่...
หมัดคนขับรถของช้อย หอบเสื้อผ้าตัวเองสีหน้าไม่ค่อยพอใจที่วันชัยสั่งให้เขาไปนอนท้ายสวน ส่วนกระท่อมกลางสวนหลังนี้่ วันชัยจะยกให้เป็นที่พักของไม้กับแก้ว สองหนุ่มสาวเกรงใจหมัดขอไปอยู่ที่อื่นแทนแต่วันชัยไม่ยอม แก้วกับไม้มีบุญคุณต่อเขาต้องได้พักที่นี่ แล้วปล่อยให้ทั้งคู่อยู่กันตามลำพัง
แก้วจัดของส่วนตัวเข้าที่ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นเสื้อผ้าของราชันย์ซุกอยู่ในกระบุง นึกเป็นห่วงป่านนี้เขาจะเป็นอย่างไรบ้าง ไม้เข้ามาเห็นแก้วนั่งเหม่อ ร้องถามทำอะไรอยู่ แก้วตกใจ รีบซ่อนเสื้อผ้าของราชันย์ไว้ตามเดิม โกหกว่ากำลังใจลอยคิดถึงแม่กับลุงเม่น
“แก้วอยากให้แม่รู้ว่าตอนนี้แก้วอยู่ที่บ้านวงษา” สายตาเหงาๆของแก้วเปลี่ยนเป็นโกรธขึ้นมาทันที...
ขบวนเกวียนของเม่น เคราแดง หนีมาลงหลักปักฐานที่ป่ากลางเนิน ถึงที่นี่จะไม่อุดมสมบูรณ์เหมือนบ้านหมูบูด แต่ทุกคนตั้งใจจะพลิกผืนดินให้เขียวขจีเหมือนถิ่นที่จากมา หลังจากเดินทางมาอย่างเหน็ดเหนื่อยทุกคนต่างเข้านอนกันแต่หัวค่ำ เหลือกิ่งนั่งหน้าเศร้าอยู่เพียงลำพัง เม่นเข้ามาถามทำไมถึงยังไม่นอน
“ฉันนอนไม่หลับ คิดถึงลูก ตอนฉันเสียผัว ฉันก็ได้ลูกมาปลอบใจเป็นแก้วมณีโชติส่องที่มืดให้ฉัน เหมือนแก้วตาของฉัน แต่ตอนนี้เหมือนฉันเสียดวงตา”
เม่นสงสารกิ่งมาก อาสาจะไปตามแก้วกลับมาให้ กิ่งไม่ให้ไป ถ้าเม่นไปตามแก้วแล้วโดนต่วนแจ้งตำรวจจับ คน ทางนี้อีกนับร้อยชีวิตจะขาดหัวเรือ เธอขอทุกข์ใจเพียงคนเดียวพอ เม่นซึ้งใจมากที่กิ่งไม่เห็นแก่ตัวขอให้บุญกุศลแห่งความใจดีของกิ่ง ดลบันดาลให้แก้วกลับมาหากิ่งอย่างปลอดภัย...
คืนเดียวกัน หลวงมนูกิจฝันร้าย ถูกเด็กหนุ่มคนหนึ่งใช้ไม้ตี พอหันหลังจะวิ่งหนี เจอเด็กสาวเล็งปืนด้ามทองมาที่เขา หลวงมนูกิจร้องห้ามสุดเสียง เด็กสาวไม่ฟังยิงปืนใส่ ในฝันเขายังเห็นเจ้าพระยาวงษายืนหัวเราะชอบใจที่เห็นเขาถูกยิง หลวงมนูกิจสะดุ้งสุดตัวลุกพรวด หัวใจเต้นระรัว เหงื่อแตก
ooooooo
ราชันย์กลับถึงบ้านที่บางกอกยังไม่ทันจะวางกระเป๋าเสื้อผ้า รุ่งลักษมียิ้มร่าวิ่งเข้ามาชวนพี่ชายไปบ้านวันชัยด้วยกัน พินิศผู้เป็นมารดาทักท้วง น่าจะรอให้ราชันย์พักให้หายเหนื่อยก่อน รุ่งลักษมีร้อนใจมีเรื่องสำคัญต้องให้พี่ชายช่วยจัดการวันชัยให้...
ทันทีที่ช้อยรู้จากหมัดว่าวันชัยพาแก้วกับไม้มาอยู่ที่กระท่อมกลางสวน และจะเลี้ยงดูทั้งสองคนเพื่อตอบแทนบุญคุณ ช้อยโกรธเกรี้ยวที่วันชัยหักหน้าเอาใครที่ไหนไม่รู้มาอยู่ที่บ้านวงษาโดยไม่บอกกล่าวเธอสักคำ ตรงไปที่ห้องวันชัยจะสอบถามให้รู้ความ ยังไม่ทันเคาะประตูห้อง ละไม เข้ามาเรียนว่าราชันย์กับรุ่งลักษมีมา
ช้อยชะงัก สั่งละไมไปตามชไมพร มองค้อนประตูห้องวันชัยหนึ่งครั้ง ก่อนจะเดินลงไปต้อนรับสองพี่น้อง วันชัยยืนอยู่ในห้องได้ยินทุกอย่าง ตัดสินใจไม่ลงไป...
ราชันย์ปล่อยให้รุ่งลักษมีนั่งรอวันชัยที่ห้องรับแขก ส่วนเขาขอตัวไปเดินเล่น ราชันย์ไปได้สักพัก ชไมพรกับช้อยเข้ามา ชไมพรไม่เห็นราชันย์อยู่กับรุ่งลักษมีก็ถามหา พอรู้ว่าเขาออกไปเดินเล่น ชไมพรขยับจะตามแต่รุ่งลักษมีขอร้องให้อยู่คุยกันก่อน เธอมีเรื่องร้อนใจจะปรึกษา ชไมพรหนีไม่ออกจำใจนั่งฟังรุ่งลักษมีบ่น
“รุ่งล่ะโกรธนักเชียว ดูสิ...ขนาดรู้ว่ารุ่งมาพี่วันชัยยังไม่ยอมลงมาหา ฮึ...คงจะกลัวรุ่งต่อว่าล่ะสิที่ไม่ยอมไปรับรุ่งตามสัญญา”
ช้อยกับชไมพรได้ทียุส่งที่วันชัยไม่ไปรับรุ่งลักษมีเพราะมัวแต่ยุ่งกับการรับคนบ้านนอกชื่อไม้กับแก้วมาอยู่
ที่นี่ ถึงขนาดจะให้ผู้หญิงที่ชื่อแก้วเป็นต้นห้องของเขา สองแม่ลูกยุแยงให้รุ่งลักษมีตามไปเอาเรื่องแก้วที่กระท่อมกลางสวน รุ่งลักษมีลังเล แต่สุดท้ายทนชไมพรกับช้อยรบเร้าไม่ได้
ด้านราชันย์เดินเล่นแถวกระท่อมกลางสวน สะดุดตากับต้นแก้วป่าออกดอกสีขาวสะพรั่ง เขาเด็ดดอกแก้วมาหนึ่งช่อ ทำท่าจะดมแต่กลับชะงัก เตือนตัวเองไม่ควรมีใจคิดถึงคนใจดำเช่นแก้ว ตัดใจทิ้งช่อดอกแก้วป่าลงพื้น จากไปอย่างไม่ไยดี ครู่ต่อมา แก้วออกจากกระท่อม ได้กลิ่นหอมของดอกแก้วเดินตามกลิ่นมาเจอต้นแก้วป่า เห็นช่อดอกแก้วถูกทิ้งไว้ที่พื้น นึกเสียดายก้มลงเก็บ เป็นจังหวะเดียวกับชไมพรและรุ่งลักษมีเดินเข้ามา
ชไมพรด่าลั่นที่แก้วบังอาจมาเด็ดดอกไม้ของเธอ แก้วพยายามอธิบายแต่ชไมพรไม่ฟัง แถมยังพูดจาดูถูกดูแคลน ช้อยแอบฟังอย่างพอใจ ระหว่างนั้น หลวงมนูกิจเข้ามาสะกิดช้อยมีเรื่องจะคุยด้วย แล้วเล่าความฝันเมื่อคืนให้ฟัง ช้อยหาว่าเขาคิดมากเรื่องเจ้าพระยาวงษาเลยเก็บไปฝัน ต่อว่าเขาว่าเรื่องแค่นี้ไม่น่ามาพูดกวนใจ เธอยิ่งปวดหัวเรื่องวันชัยข้ามหน้าข้ามตาพาเด็กบ้านนอกสองคนเข้ามาอยู่ในบ้าน หลวงมนูกิจสงสัยขอไปดูหน้าเด็กสองคนที่ว่า ราชันย์เดินผ่านมาได้ยินสองคนคุยกัน นึกอยากรู้ลอบเดินตาม...
ไม้ได้ยินชไมพรกับรุ่งลักษมีพูดจาหาเรื่องแถมขู่จะตบตีแก้ว ทนไม่ได้เข้ามาปกป้องขู่กลับถ้าสองสาวกล้าตบแก้ว เขาจะตบพวกเธอเช่นกัน ชไมพรกับรุ่งลักษมีกลัวไม้เล่นงาน ถอยกรูดออกมาแทบไม่ทัน สองสาวเจอช้อยกับหลวงมนูกิจ รีบฟ้องว่าไม้จะตบพวกเธอ ราชันย์ตามมาข้างหลังได้ยินเต็มสองหู ไม่ชอบใจ สั่งให้น้องสาวกลับบ้าน รุ่งลักษมีไม่กล้าขัดพี่ชาย จำใจเดินตามเขาไปที่รถ
ชไมพรไม่รามือ สั่งหลวงมนูกิจไปจัดการพวกบ้านนอกนั่นให้ หลวงมนูกิจไม่พอใจที่ลูกออกคำสั่ง แต่ไม่อยากต่อว่าด้วย รับปากจะจัดการให้ ชไมพรไม่ล่วงรู้มาก่อนว่าหลวงมนูกิจ คือพ่อที่แท้จริง สะบัดหน้าอย่างถือตัวแล้ววิ่งตามราชันย์ ช้อยรีบตามลูกไปอีกทอด ทิ้งให้หลวงมนูกิจเดินไปกระท่อมกลางสวนคนเดียว...
ฝ่ายราชันย์ไม่ชอบใจอย่างมากที่น้องสาวแสดงกิริยาไม่งาม รุ่งลักษมีอ้างต้องทำแบบนั้นเพราะนังบ้านนอกจะมาแย่งวันชัยไปจากเธอ ราชันย์ส่ายหน้าเอือมระอา ถ้าวันชัยไปมีคนอื่นจริงอย่างว่า เธอยิ่งไม่ควรเสียศักดิ์ศรีมาที่นี่เพื่อแย่งผู้ชาย แล้วลากแขนน้องขึ้นรถ รุ่งลักษมีขอคุยกับวันชัยก่อนกลับ
“ไม่ต้องคุย ขึ้นรถ...แล้วไม่ต้องมาที่นี่อีก”ราชันย์ดันรุ่งลักษมีขึ้นรถ ชไมพรถึงกับหน้าเสีย หันไปบ่นกับแม่ถ้าราชันย์ไม้มาที่นี่จริงๆเธอจะทำอย่างไรดี ช้อยยิ้ม ถ้าราชันย์ไม่มา เราก็เป็นฝ่ายไปหาเขาไม่เห็นยาก...
ที่หน้ากระท่อมกลางสวน หลวงมนูกิจตะโกนเรียกแก้วกับไม่ให้ออกมาพบ ทั้งด่าว่าทั้งคุยข่มต่างๆนานา
ไม้โกรธชี้หน้าจะเอาเรื่อง “แกเป็นใคร วิเศษมาจากไหนกัน”
“วิเศษไม่วิเศษ ถ้าแกอยู่ที่นี่แกก็จะได้เห็นฤทธิ์เดชของฉัน รู้ไว้...ฉันนี่แหละหลวงมนูกิจธรรม”
แก้วแค้นใจมาก ผลุนผลันเข้าไปในกระท่อมจะไปหยิบปืน ไม้ตกใจรีบตาม หลวงมนูกิจกลับคิดว่าทั้งคู่กลัวตนเองจนต้องหนีเข้าบ้าน หัวเราะชอบใจกลับไปอย่างสบายใจ ไม้เห็นแก้วคว้าปืนขึ้นมาจากกระบุง รีบกดมือเธอไว้ ขอร้องให้รอก่อน อย่าเพิ่งใจร้อน ให้รู้แน่ๆว่าคนที่ฆ่าพ่อของแก้วใช่หลวงมนูกิจจริงๆถึงตอนนั้น เขาจะฆ่ามันกับมือเขาเอง แก้วน้ำตาไหลพรากความแค้นอัดแน่นจนอกแทบระเบิด...
คืนวันเดียวกัน กิ่งนอนหลับฝันเห็นเจ้าพระยาวงษามาหาเธอฝากฝังท่านช่วยดูแลลูกให้เธอด้วย เจ้าพระยาวงษาบอกกิ่งไม่ต้องเป็นห่วง เขาจะคอยคุ้มครองลูกเอง
ooooooo
ราชันย์ตื่นแต่เช้า ได้กลิ่นดอกแก้วโชยมาเดินตามกลิ่นมาที่สวนเห็นพินิศแม่ของเขากำลังสั่งให้นายไปล่ปลูกต้นแก้ว ราชันย์ไม่พอใจสั่งนายไปล่ เอาต้นแก้วไปทิ้งให้หมด พินิศคิดว่าลูกหงุดหงิดแทนน้องเรื่องที่วันชัยซ่อนผู้หญิงไว้ในบ้าน เตือนให้คิดให้รอบคอบก่อนจะแตกหักกับเพื่อน ผู้หญิงคนนั้นอาจจะไม่ได้เป็นอย่างที่คิด
“ไว้ผมจะหาโอกาสกลับไปที่นั่นแล้วกัน จะไปแบบไม่ให้วันชัยรู้จะได้รู้ว่าอะไรเป็นอะไร”
พินิศพยักหน้ายิ้ม รุ่งลักษมีแอบฟังอยู่ยิ้มพอใจเช่นกัน...
วันชัยไม่พอใจต่อว่าหลวงมนูกิจมีสิทธิอะไรจะไล่แก้วกับไม้ออกจากบ้านหลังนี้ หลวงมนูอ้างตนเองมีหน้าที่ดูแลรักษาผลประโยชน์ของตระกูลวงษา ถ้าเห็นใครเข้ามาแบบไม่ชอบมาพากล เขาย่อมใช้อำนาจนั้นได้
“แต่อีกแค่เดือนเดียว พอเปิดพินัยกรรม บ้านนี้ก็เป็นของผม ผมอาจจะยกเลิกการจ้างคุณหลวงก็ได้ แล้วมันดีรึที่คุณหลวงจะมายุ่มย่ามกับคนของผม”วันชัยยิ้มเยือกเย็น หลวงมนูกิจโกรธ ส่วนช้อยถึงกับหน้าซีด ละม่อมเห็นอาการเจ้านาย รีบประจบ
“คุณวันชัย คุณหลวง...คุณหญิงช้อยจะรับอะไรเพิ่มอีกไหมเจ้าคะ”
วันชัยสวนทันที “บ้านนี้มีคุณหญิงเพียงคนเดียวคือคุณหญิงพลับพลึงคุณแม่ของฉัน...แม่ช้อยควรสอนละม่อมมันหน่อยนะ ควรพูดจาอย่างไร” วันชัยผละจากไป ช้อยอยากจะกรีดร้องให้สาแก่ใจแต่ทำไม่ได้...
ตกค่ำ แก้วเห็นไม้นอนหลับไปแล้ว จะย่องออกจากกระท่อม ไม้รู้ทันคว้าข้อเท้าแก้วไว้ถามจะไปไหน พอรู้ว่าจะขึ้นตึกใหญ่ ไม้สั่งให้ไปนอน และเลิกคิดทำแบบนี้อีกไม่เช่นนั้นคนที่เสียใจอาจเป็นแก้วเอง...
ขณะเดียวกัน ช้อยกับหลวงมนูกิจลอบมาพบกันที่ห้องสมุด หลวงมนูกิจแค้นใจวันชัยมาก ถึงเวลาเปิดพินัยกรรมเมื่อไหร่ เขาจะฮุบสมบัติของตระกูลวงษาให้หมด แล้วเปิดเผยให้วันชัยรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาคือพ่อของชไมพร วันชัยจะได้กระอักเลือดตาย ช้อยตกใจ ปรามชู้รักไม่ให้พูดเสียงดังเดี๋ยวใครมาได้ยินเข้าจะเป็นเรื่อง หลวงมนูกิจไม่สบายใจเรื่องแก้วกับไม้ไม่รู้เป็นใครกันแน่ ทำไมวันชัยถึงได้เกรงใจพวกนั้นนัก
“หรือว่า...มันสองคนจะเป็นลูกนังกิ่ง สาวบ้านป่านั้น... ฉันสังหรณ์ใจอย่างไรไม่รู้ ทั้งเรื่องที่ฉันฝันถึงปืนด้ามทอง เจ้าพระยาวงษาและเด็กสองคน”
เพื่อความสบายใจของหลวงมนูกิจ ช้อยอาสาจะไปสืบเรื่องนี้จากเด็กสองคนนั่นให้เอง...
ooooooo
ช้อยเลียบๆเคียงๆถามแก้ว แต่ไม่ได้เรื่องอะไร ส่วนชไมพรไปสืบถามจากไม้ นอกจากไม่ได้เรื่องได้ราวแล้วยังถูกไม้แกล้งหลอกให้ตกลงไปในหลุมที่เขาขุดไว้ปลูกต้นไม้จนแข้งขาถลอกปอกเปิก ช้อยคิดไม่ตกจะสืบเรื่องนี้อย่างไรดี สั่งให้หมัดไปคอยเฝ้าแก้วกับไม้ไว้ มีอะไรผิดสังเกตให้รีบมาบอก...
ราชันย์ทำอย่างที่รับปากแม่ไว้ แอบมาสำรวจบ้านวงษาโดยไม่บอกวันชัยและไม่ทันสังเกตเห็นรุ่งลักษมีซ่อนตัวมากับรถของเขาแอบย่องตามพี่ชายไปยังกระท่อมกลางสวน ราชันย์ได้พบกับแก้วโดยเข้าใจผิดคิดว่าเธอคือผู้หญิงของวันชัย หมัดแอบซุ่มดูอยู่เห็นแก้วพูดคุยกับราชันย์รีบเอาข่าวนี้ไปบอกช้อยกับชไมพร
สองแม่ลูกไม่กล้าทำอะไรแก้ว เนื่องจากวันชัยอยู่บ้าน กว่าแก้วจะอธิบายให้ราชันย์เชื่อว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงของวันชัย ต้องให้วันชัยมาช่วยเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ราชันย์กับรุ่งลักษมีฟัง แต่รุ่งลักษมีดูจะไม่ค่อยเชื่อนัก แก้วเห็นทุกอย่างลงเอยด้วยดีขอตัวกลับไปทำงานต่อ ราชันย์อยากคุยกับแก้วจึงหาทางเลี่ยง
“รู้สึกรุ่งลักษมีมีเรื่องค้างคาใจอะไรอยู่ วันชัย...นายคุยกับน้องฉันต่อแล้วกัน” ราชันย์ว่าแล้วรีบเดินตามแก้ว วันชัยอมยิ้ม ถามรุ่งลักษมีมีอะไรคาใจกับเขา รุ่งลักษมีหน้างอ
“หลายอย่างค่ะ แต่รุ่งไม่อยากถูกมองว่าเป็นคนไม่มีเหตุผล เอาเป็นว่ารุ่งจะคอยดูพฤติกรรมพี่วันชัยก็แล้วกัน แล้วก็มีข้อแม้ว่าพี่วันชัยต้องยอมให้รุ่งปรับ”
วันชัยยอมทุกอย่าง รุ่งลักษมีจะปรับอะไรขอให้บอก รุ่งลักษมียิ้มออก หายงอน...
ด้านราชันย์เห็นแก้วเดินมาพรวนดินรอบต้นแก้ว รีบคว้าเสียมมาช่วยด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ ยิ่งได้อยู่ใกล้ชิดแก้ว ราชันย์เผลอใจบอกความในใจให้เธอรู้ว่าเขาคิดถึงเธอมากเพียงใดและจะขออนุญาตวันชัยมาที่นี่ทุกวัน เพราะอยากเห็นหน้าเธอ แก้วยิ้มเขินอาย ยิ่งทำให้ราชันย์ชอบใจ...
ทันทีที่ราชันย์กลับถึงบ้านของเขา รีบสั่งนายไปล่ไปเอาต้นแก้วที่เขาให้เอาไปทิ้งมาคืน นายไปล่ยังไม่ทันได้ทิ้ง เก็บไว้ที่เรือนกล้วยไม้ ราชันย์กระวีกระวาดจะลงมือปลูกต้นแก้วเอง ยังความประหลาดใจให้พินิศมาก...
เสียงวิทยุของทางการประกาศว่าประเทศไทยจะมีสงคราม วันชัยรีบขับรถออกจากบ้านวงษาด้วยท่าทางรีบร้อน ช้อยกับชไมพรโผกอดกันแน่นด้วยความหวาดกลัว ยิ่งได้ยินเสียงเรือบินบินอยู่เหนือหัว บ่าวไพร่ในบ้านพากันแตกตื่นตกใจ หลวงมนูกิจนั่งไม่ติดออกจากตึกใหญ่ตรงไปยังกระท่อมกลางสวน สั่งให้ไม้ไปขุดหลุมหลบภัยให้พวกตน ไม้แข็งขืนไม่ยอมทำตามสั่ง จังหวะนั้น เสียงเรือบินแหวกอากาศดังอื้ออึง
“รีบไปขุดสิวะ หรือไม่อย่างนั้นก็ไสหัวไป”หลวงมนูกิจร้อนรน
แก้วขอร้องไม้ทำตามที่หลวงมนูกิจต้องการ เธอจำเป็นต้องอยู่ที่นี่ ไม้ยอมไปขุดหลุมหลบภัยให้แต่แก้วต้องรออยู่ในกระท่อม ห้ามตามเขาไป แก้วยอมกลับเข้ากระท่อม เสียงสัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังลั่น หลวงมนูกิจกลัวตายวิ่งกลับเข้าตึกสีหน้าหวาดหวั่น...
ภัยสงครามลามไปถึงป่ากลางเนินที่ขบวนเกวียนของเม่นตั้งอยู่ เรือบินจำนวนมากมายบินเรี่ยยอดทิวเขา ส่งเสียงแผดก้องไปทั้งผืนป่า ลูกเด็กเล็กแดงร้องไห้กระจองอแงด้วยความหวาดกลัว พวกผู้ใหญ่ออกมายืนดูเห็นเรือบินปล่อยลูกระเบิดออกมา เม่นตะโกนเตือนให้ทุกคนหมอบ เสียงระเบิดดังกึกก้อง
ต้นไม้ใหญ่ในระยะไกลโค่นล้ม เศษดินปลิวว่อน เม่นกอดกิ่งปกป้องเธอด้วยชีวิตตัวเอง เรือบินบินผ่านไป ทุกคนพากันโล่งอก เขียดห้อม้าเข้ามาพร้อมข้าวของพะรุงพะรัง ตะโกนบอกเม่นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นว่ามีสงคราม เม่นสั่งให้ทุกบ้านดับไฟให้หมด ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วบริเวณ เม่นถามเขียดใครรบกับใคร
“ไทยเรากับญี่ปุ่น รบกับฝรั่งมังค่าที่ไหนไม่รู้ ฉันไปเอาเกลือในเมืองได้ยินมา แต่ฟังไม่ค่อยถนัด เขาว่าบางกอกน่ะพังเป็นแถบๆเลยทีเดียว”
กิ่งใจเสีย ยกมือพนมอธิษฐานขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยคุ้มครองแก้วกับไม้ด้วย...
ที่บางกอก เสียงสัญญาณเตือนภัยทางอากาศดังสนั่นหวั่นไหว หลวงมนูกิจคว้ามือช้อยกับชไมพรวิ่งออกจากตึกใหญ่ตรงไปยังหลุมหลบภัย ไม้ขุดหลุมหลบภัยได้ลึกพอหลบภัยได้ ทิ้งจอบวิ่งกลับมาที่กระท่อมด้วยความเป็นห่วงแก้ว หลวงมนูกิจเห็นไม้วิ่งหายไปในความมืด ตะโกนเรียกให้กลับมา เสียงระเบิดดังตูม หลวงมนูกิจไม่รอช้า คว้าตัวช้อยกับชไมพรกระโดดลงหลุมหลบภัย
ทางด้านไม้วิ่งสุดฝีเท้าไปหาแก้ว เสียงระเบิดดังขึ้นอีกครั้ง ไม้จำต้องกระโจนลงสระน้ำหลังบ้าน จังหวะนั้น ราชันย์เป็นห่วงแก้วมาก ขับรถมาจอดหน้าบ้านวงษา รีบวิ่งไปที่กระท่อมกลางสวน
เสียงระเบิดดังเป็นครั้งที่สาม แก้วตกใจโดดผลุงไปที่ประตูกระท่อม เป็นจังหวะเดียวกับราชันย์ผลักประตูเข้ามา เรือบินทิ้งระเบิดตามมาอีกลูก ราชันย์โถมร่างเข้าปกป้องแก้วกอดไว้แน่นอก เสียงระเบิดอีกชุดใหญ่ดังติดๆกัน แก้วกลัวมากซุกตัวกับอกราชันย์ สักพักเสียงสัญญาณเตือนภัยเงียบ ทั้งคู่ผละออกจากกัน
แก้วยันตัวจะลุกขึ้นยืนแต่เสียหลักมือปัดกระบุงหล่น เธอใจหายรีบคว้ากระบุงปิดด้ามปืนเอาไว้ เสื้อผ้าของราชันย์ที่ซุกไว้หล่นลงพื้น ราชันย์จำเส้ือตัวเองได้ ร้องทัก แก้วเขินอายไม่กล้าสบตา แก้เก้อว่าที่เก็บไว้เพราะไม่คิดว่าจะเจอเขาอีก ราชันย์เชยคางแก้วขึ้นมามองสบตากันหวานซึ้ง
แต่แล้วแก้วต้องสะดุ้งโหยง เมื่อได้ยินเสียงไม้ร้องเรียกเธอด้วยความเป็นห่วง
ooooooo










