สมาชิก

ดอกแก้ว

ตอนที่ 16

ไม้ฟื้นขึ้นเช้าวันถัดมาในสภาพเป็นปกติ คงเป็นเพราะเมื่อคืนหัวของเขาฟาดพื้นอย่างแรงตอนเกิดระเบิด ไม้บอกแก้วว่าสิ่งสุดท้ายที่จำได้คือหลวงมนูกิจเอาท่อนไม้ฟาดแล้วจะยิงเขาซ้ำเพราะเขาล่วงรู้ความลับที่หลวงมนูกิจเป็นชู้กับช้อย อีกทั้งเป็นคนฆ่าเจ้าพระยาวงษา และยังเป็นพ่อแท้ๆของชไมพรด้วย

“พี่ไม้จำความได้แล้ว...พี่ไม้ไม่ได้บ้า”แก้วยิ้มดีใจ

ไม้กวาดตามองไปรอบค่ายพักงงๆถามว่าเกิดอะไรขึ้น แก้วเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟัง ทั้งเรื่องที่แม่ของเธอป่วยตายและค่ายพักถูกโจรปล้นเมื่อคืน ไม้ตกใจ ถามหาเม่น แก้วเพิ่งนึกขึ้นได้ ทั้งคู่รีบกวาดตามองหาเม่น แก้วมองเลยไปด้านหลังไม้ เห็นร่างของเม่นนอนแน่นิ่ง ชี้มือไปทางนั้น
ไม้หันมองตามมือแก้ว ตกใจที่เห็นพ่อตัวเองนอนจมกองเลือด ทั้งสองคนรีบวิ่งเข้าไปเขย่าตัวเม่น แต่เขาไม่ขยับนอนนิ่ง ไม้เอามืออังจมูก ถึงกับน้ำตาคลอบอกแก้วว่าพ่อของเขาตายแล้ว แก้วกอดเม่นร้องไห้โฮ ไม้เข่าอ่อนโถมกอดร่างไร้วิญญาณของพ่อไว้

หมีกับเขียดในสภาพสะบักสะบอมเข้ามาสมทบ ถึงกับทรุดฮวบร้องไห้กันระงม ไม้คร่ำครวญ ยังไม่ทันได้พูดคุยอะไรกัน ทำไมพ่อมาด่วนจากไปแบบนี้ พยายามเขย่าตัวให้เขาลุกขึ้น แก้วช่วยไม้เขย่าตัวเม่นอีกแรง เขียดเตือนสติแก้วกับไม้ เม่นตายแล้ว ลุกขึ้นมาไม่ได้อีกแล้ว ไม้ตาวาวเคียดแค้น

“แล้วใครทำพ่อ...ใครทำ”

“ถ้าแก้วรู้ว่าใครทำลุงเม่น แก้วจะไปฆ่ามันให้ตาย”

ไม้ลูบตามเนื้อตัวพ่อด้วยความอาลัย เหลือบเห็นที่แขนของพ่อมีลายมือเขียนด้วยเลือดว่า “หลวงมนู” ทั้งสองคนมองหน้ากันรู้ทันทีใครฆ่าเม่น...

หลังจากไม้ร่ำลาศพพ่อเรียบร้อย เขาฝากเขียดกับหมีช่วยจัดการศพพ่อของเขาให้ด้วย เขาไม่สามารถรอช้าได้ ต้องตามไปฆ่าหลวงมนูกิจล้างแค้นให้พ่อ แก้วก็มีบัญชีแค้นกับไอ้คุณหลวงชั่วเช่นกัน และเธอจะฆ่ามันด้วยตัวเอง แล้ววิ่งไปเก็บข้าวของจำเป็นที่กระท่อมไม่สนใจฟังคำทัดทานของไม้ แก้วเอาถุงบุหงารำไปเหน็บไว้ที่ชายพก คว้าปืนด้ามทองวิ่งออกมา ไม้ปราดเข้ามาขวางหน้า แก้วขอร้องเขาอย่าห้าม

“พี่ไม่ได้ห้าม แต่พี่จะไปแก้แค้นให้แก้วเอง...พี่จะฆ่ามันด้วยปืนด้ามทอง” ไม้แย่งปืนไปจากมือแก้ว

แก้วจะแย่งคืน ไม้ไม่ยอม เขาไม่ต้องการให้แก้วมือเปื้อนเลือด แก้วจำต้องยอมไม้ไปก่อน ถึงบางกอกเมื่อไหร่เธอต้องหาทางกำจัดหลวงมนูกิจด้วยมือตัวเอง...

ขณะหลวงมนูกิจหนีออกจากป่าเจอกลุ่มของวันชัยเดินสวนเข้ามา แต่วันชัยกับพวกไม่เห็นเขา...

วันชัย กำแหง ราชันย์กับตำรวจอีกหลายนายกว่าจะเดินทางมาถึงค่ายพักของเม่นก็พบเพียงซากปรักหักพังเจอศพเม่นวางอยู่บนแคร่กลางค่าย ข้างๆมีศพชาวค่ายอีกหลายศพ ห่างออกมาตำรวจพบศพ เสือจั่น นครไทย กับสมุน กำแหงเห็นสภาพค่ายแล้ว เหมือนไม่ใช่เป็นการปล้นธรรมดา แต่เป็นการฆ่าล้างแค้นมากกว่า ราชันย์กับวันชัยเป็นห่วงแก้วมาก ออกค้นหาทั่วค่ายแต่ไม่พบ ศพก็ไม่เห็น

“แก้วอาจจะไม่เป็นอะไร...ฉันว่าแก้วต้องกลับไปที่บ้านนาย แก้แค้นหลวงมนู”

วันชัยเห็นด้วยกับราชันย์ สองหนุ่มรีบผละจากบริเวณนั้นทันที

ooooooo

พอลงรถไฟที่บางกอก แก้วปั้นเรื่องว่ามีคนเดินชนเธอแล้วฉกเอาเงินไป ชี้ไม้ชี้มือมั่วๆไปยังกลุ่มผู้โดยสารที่กำลังจะออกจากชานชาลา อ้างหนึ่งในพวกนั้น เป็นคนร้าย พอไม้ขยับจะวิ่งตามไปเอาเรื่อง แก้วกลับเรียกให้หยุดก่อน ส่งย่ามของเขามาให้เธอถือไว้ดีกว่า ขืนเอาไปด้วยเกิดโดนวิ่งราวไปอีกจะแย่ ไม้หลงกลส่งย่ามให้ ก่อนวิ่งจี๋ตามคนร้ายอุปโลกน์ แก้วหยิบปืนด้ามทองในย่ามขึ้นมาดู

“ขอโทษที่แก้วต้องหลอกพี่ไม้ แต่แก้วอยากแก้แค้นไอ้หลวงมนูให้พ่อด้วยมือของแก้วเอง”

แก้วเดินเลี่ยงไปอีกทาง ส่วนไม้วิ่งทันกลุ่มผู้โดยสาร แต่ไม่เห็นมีใครท่าทางต้องสงสัย นึกเอะใจ ต้องโดนแก้วหลอกแน่ๆ หันหลังวิ่งกลับ อารามรีบร้อนไม่ทันมองชนเข้ากับเสาข้างทางอย่างแรง หมดสติตรงนั้น...

ฝ่ายหลวงมนูกิจย่องเข้าบ้านวงษาท่าทางมีพิรุธ ตามเนื้อตัวของเขาเต็มไปด้วยรอยแผลจากไฟไหม้ ช้อยเห็นเข้าก็ตกใจ ยังไม่ทันจะอ้าปากถามอะไร หลวงมนูกิจชิงพูดตัดหน้าอย่าเพิ่งถามอะไรตอนนี้ ช่วยพาเขาไปหลบก่อน ช้อยประคองชู้รักเข้าห้องตนเองอย่างรวดเร็ว แต่ไม่พ้นสายตาของชไมพร

“หลวงมนูต้องไปทำอะไรมาแน่ๆ...เมื่อไหร่คุณหญิงแม่จะเลิกเห็นผิดเป็นชอบเสียที” ชไมพรกลุ้มใจมาก...

ช้อยโล่งใจที่หลวงมนูกิจบาดเจ็บไม่มากไม่เหมือนในฝันร้ายของเธอเมื่อคืนก่อน หลวงมนูกิจคุยโว พวกเม่นไม่มีทางทำอะไรเขาได้อีกแล้ว ตอนนี้ ทั้งเม่น ไม้และแก้วตายไปหมดแล้ว ส่วนกิ่งก็ไม่น่าจะรอด แต่ถึงรอดมาได้ คงไม่มีปัญญาทำอะไรพวกเราได้ อย่างไรเสียสมบัติตระกูลวงษาก็ต้องเป็นของพวกเรา

“แล้วไอ้วันชัยล่ะ”

“ฉันกำจัดคนมาได้ตั้งหลายคน แม่ช้อยคิดว่าไอ้วันชัยมันจะรอดรึ...อย่า...อย่าคิดว่าฉันจะฆ่ามันให้ตำรวจสงสัย ฉันจะทำให้มันบ้าใบ้อย่างไอ้ไม้ต่างหากล่ะ” หลวงมนูกิจยิ้มเหี้ยม...

ทันทีที่ถึงบ้านวงษา ราชันย์กับวันชัยรีบตรงไปยัง กระท่อมกลางสวน หวังจะเจอแก้วกลับไม่เห็นแม้แต่เงาเจอแต่ละไมเก็บผักอยู่ข้างกระท่อม พอรู้จากละไมว่าช้อยอยู่บนตึก ส่วนหลวงมนูกิจเพิ่งกลับมาเมื่อรุ่งเช้านี้เอง สองหนุ่มมองหน้ากัน ผลุนผลันออกไป หลวงมนูกิจเห็นวันชัยกับราชันย์มา รีบวิ่งไปหาช้อย สั่งให้ไปตามนายทะเบียนมา

ที่นี่เดี๋ยวนี้ ช้อยงงๆจะตามมาทำไม หลวงมนูกิจจะให้มาจดทะเบียนสมรสให้ราชันย์กับชไมพร

ช้อยทักท้วง ทั้งคู่ยังไม่ได้แต่งงานกันจะจดทะเบียนได้อย่างไร หลวงมนูกิจไม่สนใจจะจดเสียอย่าง เราต้องรวบหัว รวบหางราชันย์มาเป็นเขยของเราให้ได้

“มันอยู่ที่นี่ ไอ้วันชัยก็อยู่ แม่ช้อยรีบตามนายทะเบียนมาแล้วโทรศัพท์ไปบอกแม่ไอ้ราชันย์ คุณรุ่งลักษมีสองคนนั้นมาด้วย มันไม่กล้าปฏิเสธเราหรอก”

ช้อยพยักหน้ารับคำ รีบทำตามคำสั่งของหลวงมนูกิจทันที...

ในเวลาเดียวกัน แก้วลอบเข้าบ้านวงษาโดยลัดเลาะผ่านทางสวน ขณะหยิบปืนด้ามทองออกจากชายพก แก้วทำถุงบุหงารำไปหล่นโดยไม่รู้ตัว เธอกำปืนในมือไว้แน่น มุ่งหน้าไปทางตึกใหญ่

“ถึงวันตายของแกแล้วไอ้หลวงมนู” น้ำเสียงของแก้วแข็งกร้าวด้วยความเคียดแค้น...

ที่สถานีรถไฟ ผู้คนเดินผ่านไปมาเห็นไม้นอนแน่นิ่งคิดว่าเป็นพวกคนจรนอนข้างถนน หลายคนเมตตาเอาอาหารกับน้ำมาวางไว้ให้ แต่ไม่มีใครคิดจะช่วยมากไปกว่านั้น ไม้รู้สึกตัวลืมตามาเห็นอาหารวางอยู่ หยิบขึ้นมามองงงๆ ชาวบ้านเดินผ่านมาอีกคนหนึ่ง วางเศษอาหารให้ตรงหน้า ไม้โวยลั่น

“เฮ้ย...ไม่ใช่ขอทานนะโว้ย”

ผู้คนแถวนั้นสะดุ้งโหยง พากันเดินเลี่ยง ไม้นึกถึงแก้วขึ้นมาได้ กัดฟันข่มความเจ็บปวด ยันตัวลุกขึ้นได้ก็รีบวิ่งไปยังบ้านวงษา

ooooooo

ราชันย์กับวันชัยยังไม่ทันออกจากสวน เห็นพินิศกับรุ่งลักษมีเดินตรงมาหา พินิศตัดพ้อลูกชายจะไปไหนมาไหนทำไมไม่บอกกล่าวกันบ้าง เธอเป็นห่วง ราชันย์อ้างมีธุระด่วนต้องทำ รุ่งลักษมีแว้ดใส่ทันที

“ธุระด่วน...ตามหานังแก้วน่ะหรือคะธุระด่วน ฮึ...นี่ถ้ารุ่งกับคุณแม่ไม่สังหรณ์ใจตามมาหาพี่ราชันย์ถึงนี่ คงไม่รู้หรอกว่าพี่ราชันย์ตามหานังแก้ว”

วันชัยยืนยันคำพูดของราชันย์ที่พวกเขาตามหาแก้วเพราะมีธุระด่วนจริงๆ ขอโทษพินิศที่พาราชันย์ไปต่างจังหวัดโดยไม่ได้บอกกล่าว พินิศไม่ได้ว่าอะไร แค่เป็นห่วง แล้วที่ทั้งคู่ตามหาแก้วมีเรื่องอะไรหรือเปล่า ราชันย์กับวันชัยยังไม่ทันจะอ้าปากตอบ รุ่งลักษมีชิงด่าพี่ชายก่อนว่า หลงผู้หญิงสำส่อนอย่างแก้วจนลืมแม่ตัวเอง พยายามจะฉุดกระชากราชันย์ให้กลับบ้าน ราชันย์ไม่พอใจมาก

“พี่ไม่กลับ...คุณแม่ครับโปรดพารุ่งลักษมีกลับบ้านไปก่อนเถอะครับ ไม่ต้องห่วงผม ผมดูแลตัวเองได้...ไปวันชัย” ราชันย์ว่าแล้วผละจากไปอย่างเร่งรีบ

“ประทานโทษครับคุณน้า ผมกับราชันย์มีธุระด่วนจริงๆ ถ้าราชันย์ไม่ไปด้วย ผมว่าเขาคงไม่สบายใจเหมือนกัน” วันชัยรีบเดินตามราชันย์ รุ่งลักษมีโกรธ พาลโทษแก้วเป็นต้นเหตุ ของเรื่องทั้งหมด พินิศรำคาญลูกสาวเดินตามราชันย์กับวันชัยไปติดๆ รุ่งลักษมีขัดใจมากคิดว่าแม่เดินหนี ถามจะไปไหน

“ไปกับราชันย์...แม่เป็นห่วงทั้งราชันย์ทั้งแก้ว” พินิศพูดจบเดินลิ่ว รุ่งลักษมีไม่รู้จะทำอย่างไรรีบเดินตาม พินิศเร่งฝีเท้าจนทันสองหนุ่ม จังหวะนั้น ราชันย์เหยียบถูกอะไรบางอย่าง รีบก้มลงดู ชะงัก เมื่อเห็นบุหงารำไปตกอยู่ที่พื้น รุ่งลักษมีแดกดัน ทำไมต้องตื่นเต้นกับแค่ถุงใส่ดอกไม้แห้ง

“บุหงาถุงนี้ผมจำได้ครับคุณแม่ว่าเป็นของแก้ว”

วันชัยหน้าตื่น แสดงว่าแก้วมาที่นี่จริงๆ เร่งราชันย์ให้รีบไปตึกใหญ่ พินิศมองตามลูกชายงงๆแต่ก็เร่งฝีเท้าตาม รุ่งลักษมีหน้าหงิก แช่งชักหักกระดูกแก้ว เมื่อไหร่จะตายไปจากชีวิตของเธอเสียที...

ช้อยดึงตัวชไมพรที่อยู่ในชุดแต่งกายสวยงามให้ลงนั่งที่โซฟาภายในห้องรับแขก ชไมพรบ่นอุบ ไม่รู้แม่จะบังคับให้เธอแต่งตัวสวยทำไมไม่ได้ไปงานเลี้ยงที่ไหนสักหน่อย ช้อยยิ้มหน้าระรื่น บอกว่าวันนี้จะมีงานเลี้ยงฉลองการแต่งงานของชไมพรกับราชันย์ที่นี่ ชไมพรงงเป็นไก่ตาแตก งานแต่งตัวเอง แต่ทำไมเธอจึงไม่รู้เรื่อง ช้อยไม่พูดอะไรอีก ได้แต่หันไปยิ้มกับหลวงมนูกิจที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

สักพัก พินิศ ราชันย์ วันชัยกับรุ่งลักษมีมาถึงห้องรับแขก ช้อยร้องทักพินิศว่า มาอยู่ที่นี่เอง เมื่อครู่เธอโทรศัพท์ไปหาที่บ้านถึงไม่เจอ พินิศนิ่วหน้า ช้อยมีธุระอะไรกับตน หลวงมนูกิจตอบคำถามแทนช้อยว่ามีเรื่องสำคัญจะบอก วันนี้จะมีพิธีจดทะเบียนสมรสระหว่างราชันย์กับชไมพร พินิศงง ทำไมเธอไม่ทราบมาก่อน

“ก็ดิฉันเห็นคุณราชันย์มัวแต่ยุ่งเรื่องนังบ่าวรับใช้อยู่ น่ะสิคะ เลยจัดการทุกอย่างให้” ช้อยอ้างหน้าด้านๆ

ราชันย์ปฏิเสธว่าไม่พร้อม ชไมพรก็ปฏิเสธเช่นกัน เธอเองก็ไม่รู้มาก่อนวันนี้จะมีการจดทะเบียนสมรส

“แต่ตอนนี้รู้แล้วก็จดๆไปเลยสิคะคุณชไม...นายทะเบียน คุณหญิงช้อยกับคุณหลวงมนูกิจก็เชิญมาพร้อมแล้วใช่ไหมคะ” รุ่งลักษมีสาระแนตามเคย หลวงมนูกิจกับช้อยรับคำอย่างพร้อมเพรียงกัน วันชัยเหน็บทันที

“แต่ดูเหมือนหลวงมนูจะยังไม่พร้อม เพราะท่าทางอิดโรย ทั้งตัวก็เต็มไปด้วยแผลยังกับไปฟัดกับใครมา”

ช้อยเถียง เรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับหลวงมนูกิจ ในเมื่อคนที่จะจดทะเบียนคือชไมพร วันชัยยอกย้อน อาจจะเกี่ยวกับหลวงมนูกิจก็ได้ ถ้ามีหลักฐานแน่ชัดว่าเขาเกี่ยวข้องกับการตายของเม่น เคราแดง และชาวบ้านในค่ายพักที่ป่ากลางเนิน ตอนนี้ตำรวจกำลังสืบอยู่ ถ้ามีหลักฐานหลวงมนูกิจไม่รอดแน่

หลวงมนูกิจมองช้อยหน้าตาเลิ่กลั่ก จังหวะนั้น ละไมเข้ามาเรียนช้อยว่านายทะเบียนมาแล้ว ช้อยได้ทีรีบเปลี่ยนเรื่องพูด เร่งให้ชไมพรกับราชันย์จดทะเบียนกันให้เสร็จๆไป พินิศนั่งฟังอยู่นานทนไม่ไหว คัดค้านเสียงแข็งจะให้ราชันย์จดทะเบียนกับชไมพรได้อย่างไร ในเมื่อแก้วเป็นเมียราชันย์ และลูกในท้องของแก้วก็เป็นลูกของราชันย์ ถ้าราชันย์จะแต่งงานก็ต้องแต่งกับแก้วเท่านั้น หลวงมนูกิจกับช้อยถึงกับอึ้ง พินิศพูดอีกว่า

“ประทานโทษนะคะ แต่ดิฉันอึดอัดใจเต็มทีแล้วกับการกระทำของคุณหลวงกับคุณนายช้อย ทำไมต้องมัดมือชกกันถึงเพียงนี้คะ...ทำราวกับมีเรื่องอะไร ถึงต้องเร่งรีบร้อนรน”

“นั่นสิครับ...หรือว่าหนีอะไรมา” วันชัยจ้องหลวงมนูกิจอย่างจับผิด

“ผมจะหนีอะไร”

“หนีความผิดที่คุณหลวงทำไว้นะสิคะ”

ทุกคนหยุดกึก หันมองตามเสียงเห็นแก้วยืนมองหลวงมนูกิจท่าทางเอาเรื่อง แก้วประกาศก้อง ที่ต้องมาที่นี่ไม่ได้มาทวง สิทธิ์ความเป็นผัวจากใคร แต่มาเพื่อจัดการกับหลวงมนูกิจที่ฆ่าพ่อของเธอและลุงเม่น ไม่เว้นแม้แต่คนเฒ่าคนแก่ ลูกเด็กเล็กแดงที่ป่ากลางเนิน

“ฆ่าบ้าบออะไร...ลากตัวมันออกไปเดี๋ยวนี้ ลากตัวมันออกไป” หลวงมนูกิจโวยวายกลบเกลื่อน แก้วชักปืนด้ามทองออกมา ขู่ไม่ให้ใครเข้าใกล้ หลวงมนูกิจกับวันชัยตะลึงร้องเป็นเสียงเดียวกันว่า “ปืนด้ามทอง”

“ใช่ปืนด้ามทอง...ทั้งชีวิตนังแก้วมันเหลือเท่านี้ เหลือเท่านี้จริงๆ วันนี้ได้รู้แน่ว่าแกกับฉันใครจะอยู่ใคร  จะไป...ไอ้หลวงมนู” แก้วเล็งปืนจ่อไปยังหลวงมนูกิจ ช้อยกลัวจะเป็นเหมือนในฝันร้าย บอกชู้รักให้รีบหนี

“ไม่หนี...มันถึงที่สุดแล้วที่ฉันจะสู้กับคนบ้าอย่างนังแก้ว” หลวงมนูกิจไม่รอช้าชักปืนออกมายิง แก้วพุ่งเข้าหาที่กำบังได้ทันท่วงที ราชันย์กับวันชัยจะเข้าไปช่วยแก้ว แต่หลวงมนูกิจยิงสกัดไว้ เสียงปืนดังถึงหูไม้ ซึ่งกำลังวิ่งลัดเลาะมาทางสวนบ้านวงษา เขาเป็นห่วงแก้วมากวิ่งเร็วจี๋ไปยังตึกใหญ่

ooooooo

หลวงมนูกิจสาดกระสุนอย่างบ้าคลั่ง ทุกคนวิ่งเข้าหาที่กำบังกันวุ่นวายไปหมด วันชัยชักปืนออกมายิงโต้ ขณะที่ราชันย์พุ่งเอาคว้าตัวบังแก้วไว้ แก้วยังโกรธไม่หาย ผลักเขาออกไม่ให้มายุ่ง ราชันย์ไม่ยุ่งได้อย่างไร ในเมื่อแก้วเป็นเมียของเขา และลูกในท้องแก้วก็เป็นลูกเขา หลวงมนูกิจตวาดลั่นว่าราชันย์ทรยศ

“ไม่มีใครทรยศคุณหลวงหรอก...มีแต่คุณหลวงนั่นแหละที่ทรยศทุกคน”

“ผมทรยศใครคุณวันชัย...มีแต่พวกคุณนั่นแหละที่ทรยศท่านเจ้าพระยา รู้ทั้งรู้ว่าฆาตกรที่ฆ่าท่านยืนถือปืนด้ามทองอยู่นี่ ยังไม่มีใครจับมันสักคนซ้ำยังปกป้องมันอีก แต่อย่าหวังเลยว่าหลวงมนูกิจจะปล่อยให้คนชั่วลอยนวล ฉันจะแก้แค้นให้ท่านเจ้าพระยาเอง” หลวงมนูกิจแสร้งสวมบทข้ารับใช้ผู้ซื่อสัตย์ ยกปืนเล็งไปที่แก้ว ระหว่างนั้น หมื่นห้าวกำแหงเดินหน้าถมึงทึงเข้ามา สั่งให้หลวงมนูกิจวางปืนเดี๋ยวนี้ คุณหลวงชั่วไม่ยอม

“ทำไมต้องวาง ผมจะจับคนร้ายส่งตำรวจถ้าไม่ให้ผมจับ งั้นท่านหมื่นก็จับมันเลย นังแก้วมันเป็นพวกของฆาตกรที่ฆ่าเจ้าพระยาวงษาและได้ขโมยปืนไป มันยืนถือปืนด้ามทองอยู่ตรงนี้ จับเลย จับมันเลย”

หมื่นห้าวกำแหงยืนยันให้เขาวางปืนก่อน หลวงมนูกิจฮึดฮัด วางปืนในมืออย่างเสียไม่ได้ ทันใดนั้น แก้วลุกพรวด เล็งปืนไปยังหลวงมนูกิจ ถ้าจะจับเธอขอแก้แค้นให้พ่อก่อน แล้วเหนี่ยวไกเปรี้ยง หลวงมนูกิจไวทายาดพุ่งหลบทัน กระสุนถูกผนังห้องหักเป็นสองท่อน มีกระดาษชิ้นเล็กๆหล่นออกมาโดยไม่มีใครเห็น

หลวงมนูกิจตั้งหลักได้ตรงเข้ากระชากปืนด้ามทองแล้วผลักแก้วล้ม แก้วหน้าเสีย ปืนยิงไม่ถูกเป้าซ้ำคุณหลวงชั่วยังยึดปืนไปอีก  แถมกล่าวหาเธอเป็นพวกฆาตกร  แก้วอัดอั้นตันใจถึงกับร้องไห้โฮ

ระหว่างนั้น หมื่นห้าวกำแหงเหลือบเห็นหัวกระสุนที่หักกลางมีกระดาษชิ้นเล็กๆตกอยู่ที่พื้น รีบเดินไปหยิบกระดาษชิ้นนั้นขึ้นมาเปิดอ่านอย่างรวดเร็ว ร้องบอกให้ทุกคนฟังทางนี้ก่อน แก้วไม่ได้เป็นฆาตกร เจ้าพระยาวงษาตายไปกว่ายี่สิบปีแล้วตอนนั้นแก้วยังไม่เกิดด้วยซ้ำ

“และที่สำคัญกระดาษแผ่นนี้คือหนังสือลายเซ็นของท่านเจ้าพระยาวงษา...ช่างโชคดีเสียจริงๆ ผมมาที่นี่เพื่อแจ้งข่าวว่าพบศพนายหมัดลอยไปติดอยู่ที่ริมคลอง กลับพบหนังสือลายเซ็นของท่านเจ้าพระยา”

“เจ้าคุณพ่อเขียนอะไรไว้ไหมครับท่านหมื่น” วันชัยถามร้อนรน

“เขียนครับ ท่านเขียนไว้ดังนี้...ขอแจ้งว่า ผู้ที่ถือกรรมสิทธิ์ปืนด้ามทองของข้าพเจ้าเป็นกรรมสิทธิ์ เป็นทายาทของข้าพเจ้าที่เกิดจากแม่กิ่งภรรยาของข้าพเจ้า เขามีสิทธิ์รับมรดกอีกกึ่งหนึ่ง”

ทุกคนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา หมื่นห้าวกำแหงไม่รอช้ายื่นกระดาษแผ่นนั้นให้แก้ว จากนั้นประกาศว่าแก้วคือทายาทที่แท้จริงของเจ้าพระยาวงษา หลวงมนูกิจไม่เชื่อว่าเป็นหลักฐานลายเซ็นของเจ้าพระยาวงษาจริง จะขอตรวจดูในฐานะที่เป็นทนายความและเป็นผู้รักษาผลประโยชน์ของบ้านนี้

ไม้มาทันได้ยินพอดี ร้องถามหลวงมนูกิจแน่ใจหรือว่าเป็นผู้รักษาผลประโยชน์จริงตามอ้าง หลวงมนูกิจตกใจที่เห็นไม้พูดจารู้เรื่อง ไม่ได้สติฟั่นเฟือน ตวาดไม้กลบเกลื่อนเกี่ยวอะไรด้วย

“ไอ้ไม้ต้องเกี่ยว...เพราะไอ้ไม้รู้ความลับทุกอย่างของคุณหลวงกับคุณหญิงช้อย...ไอ้หลวงมนูกิจคนนี้แหละที่ร่วมมือกับคุณหญิงช้อยฆ่าเจ้าพระยาและที่สำคัญมันสองคนยังลอบเป็น...”

ไม้พูดยังไม่ทันจบประโยค ชไมพรชิงขอร้องไม่ให้เขาพูดอะไรอีก  ไม้ลังเล  สงสารชไมพร หลวงมนูกิจเห็นไม้อ้ำๆอึ้งๆ หาว่าไม้จงใจใส่ร้ายตนเอง หมื่นห้าวกำแหงสวนทันควัน

“ไม่มีใครใส่ร้ายคุณหลวงหรอกครับ เพราะจากการพิสูจน์หลักฐาน ปืนที่ใช้ฆ่าท่านเจ้าพระยาวงษา ถล่มรถคุณวันชัย และทำร้ายนายไม้เป็นปืนกระบอกเดียวกัน และผลพิสูจน์ก็ออกมาแล้วว่าปืนกระบอกนั้นคือ เบรานิงก์ 6.35 ปืนประจำตัวของคุณหลวง ที่คุณหลวงชอบอ้างนักอ้างหนา”

วันชัยได้ที ยุหมื่นกำแหงให้จับหลวงมนูกิจไปเลยถ้าหลักฐานมัดตัวขนาดนี้ หลวงมนูกิจมีหรือจะยอมให้จับง่ายๆ คว้าตัวรุ่งลักษมีที่ยืนใกล้ๆมาเป็นตัวประกัน ชักปืนอีกกระบอกมาจ่อหัวไว้ แล้วเรียกช้อยมายืนข้างๆ ชไมพรห้ามแม่ไม่ให้ไป หลวงมนูกิจโกรธตวาดลั่น

“นังลูกไม่รักดี จนป่านนี้แกยังจะพูดอย่างนี้อีก แม่ช้อยพาลูกมา เราจะหนีไปด้วยกัน”

ช้อยกระชากแขนชไมพรลงบันได ชไมพรมองไม้เหมือนจะขอร้องให้ช่วย หลวงมนูกิจเหม็นขี้หน้าไม้เป็นทุนเดิม ถือโอกาสเอาด้ามปืนตบเขาอย่างแรงจนหัวคะมำ แล้วล็อกคอรุ่งลักษมีลากออกไป ราชันย์เป็นห่วงน้องมาก ฝากแก้วช่วยดูแลแม่ของเขาด้วย ส่วนเขาจะตามไปช่วยน้อง ราชันย์ วันชัย และหมื่นห้าวกำแหงรีบตามไปติดๆ ไม้เห็นปืนของหลวงมนูกิจที่ใช้ยิงแก้ววางอยู่ที่พื้น จ้องตาวาว

ooooooo

รุ่งลักษมีพยายามขอร้องหลวงมนูกิจให้ปล่อยเธอไป เราเป็นพวกเดียวกันจะมาจับเธอไว้ทำไม หลวงมนูกิจไม่เคยเป็นพวกเดียวกับรุ่งลักษมี ที่ผ่านมาเขาหลอกใช้เธอต่างหาก รุ่งลักษมีโกรธดิ้นรนขัดขืน หลวงมนูกิจกระชากตัวลงบันได แต่ต้องชะงักเมื่อเจอกำแหงกับพวกตำรวจดักรออยู่ กำแหงสั่งให้หลวงมนูกิจยอมจำนน ตำรวจล้อมไว้หมดแล้วหลวงมนูกิจไม่ยอม บอกช้อยให้พาชไมพรหลบไปก่อน  ตะโกนขู่ตำรวจ

“ใครเข้ามา...ฉันยิง”

ตำรวจไม่กล้าทำอะไร เกรงตัวประกันจะได้รับอันตราย กลุ่มของราชันย์ตามมาถึง ราชันย์ขอร้องหลวงมนูกิจปล่อย รุ่งลักษมี อยากได้อะไรเขายอมให้ทุกอย่าง จังหวะนั้น ชไมพร เงยหน้าขึ้นมอง เห็นไม้เล็งปืนจะยิงหลวงมนูกิจ ตะโกนห้าม หลวงมนูกิจรู้ตัวตวัดปืนยิงใส่ไม้เป็นชุด โชคดีที่ไม้กระโดดหลบทัน

แก้วได้ยินเสียงปืนขยับจะออกไปดู พินิศขอตามไปด้วย เจอไม้อยู่โถงทางเดินเหนือบันได ไม้กวักมือเรียกแก้วกับพินิศมาหลบทางนี้ หลวงมนูกิจยิงใส่ทุกคนอย่างบ้าคลั่ง โดยมีรุ่งลักษมีเป็นโล่กำบัง วันชัยยกปืนขึ้นเล็ง พอเห็นหลวงมนูกิจชัดๆ ก็เหนี่ยวไก กระสุนเจาะร่างเขาผงะ ราชันย์สบช่องพุ่งคว้าตัวรุ่งลักษมีหมอบราบกับพื้น ตำรวจซึ่งจดๆจ้องๆ อยู่นาน คราวนี้ระดมยิงใส่ไม่ยั้ง หลวงมนูกิจฟุบจมกองเลือด ชไมพรกับช้อยตะลึง

“คุณพ่ออย่าทิ้งชไมไป ชไมรักคุณพ่อ” ชไมพรร้องไห้โฮ

หลวงมนูกิจชื่นใจที่ลูกยอมรับตนเองเป็นพ่อก่อนจะสิ้นลมไปตรงนั้น ช้อยกรีดร้องราวคนบ้า คว้าปืนที่ตกอยู่ กราดยิงไปทั่ว วันชัย กำแหงกับตำรวจระดมยิงใส่ร่างช้อย ล้มลงขาดใจตายข้างๆร่างไร้วิญญาณของชู้รัก ชไมพรโผกอดศพพ่อกับแม่ร้องไห้คร่ำครวญต่อไปนี้เธอจะอยู่กับใคร แก้วมองชไมพรสลดใจ

“การแก้แค้นยุติเสียที แก้วขออโหสิกรรมให้ทุกคน”

ooooooo

ตั้งแต่เกิดเรื่องครั้งนั้น รุ่งลักษมีได้คิด กราบขอโทษแม่กับพี่ชายที่หลงผิดคบคนพาลอย่างหลวง มนูกิจกับช้อย จนทำให้ทุกคนเดือดร้อน พินิศกับราชันย์ไม่เคยถือโทษโกรธเคือง โดยเฉพาะราชันย์ยังรักและเป็นห่วงน้องสาวของเขาไม่เคยเปลี่ยน รุ่ง-

ลักษมีนํ้าตาไหลพรากซาบซึ้งใจ

“รุ่งสัญญาค่ะ ต่อไปรุ่งจะเชื่อฟังพี่ราชันย์ทุกอย่าง รวมทั้ง...ยอมรับแก้วเป็นพี่สะใภ้อย่างเต็มหัวใจ...ถ้าพี่ราชันย์ไม่เชื่อ พี่ราชันย์รีบแต่งงานกับแก้วนะคะ...พี่ราชันย์จะได้รู้ว่าน้องคนนี้จะรักและดีกับพี่สะใภ้แค่ไหน”

“รีบทำตามที่น้องบอกเถอะลูก จากนี้ไปคงไม่มีอุปสรรคอะไรอีกแล้วล่ะ ที่สำคัญแม่อยากอุ้มหลานเต็มแก่แล้ว” พินิศโล่งใจที่ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี ราชันย์รับคำ ยิ้มมีความสุข...

เมื่อความแค้นยุติ แก้วกับไม้ขอลาวันชัยกลับบ้านที่ป่ากลางเนิน วันชัยไม่อยากให้แก้วไปไหน บ้านหลังนี้ก็เป็นของแก้วเช่นกัน ตอนนี้เธอเป็นน้องสาวของเขาแล้ว ต่อไปห้ามเรียกเขาว่าคุณวันชัยอีก ต้องเรียกพี่วันชัย แล้วดึงแก้วให้ขึ้นมานั่งบนโซฟาด้วยกัน แก้วขืนตัวไม่ยอมลุก

“แก้วก็ดื้ออย่างนี้ละครับคุณวันชัย ผมบอกไม่ให้ไปก็ยังดึงดันจะไป” ไม้ส่ายหน้าอ่อนอกอ่อนใจ

แก้วไม่อยากเจอราชันย์ เพราะยังทำใจไม่ได้ แม้วันชัยกับไม้จะช่วยกันยืนยัน ที่ผ่านมาเป็นแค่แผนของราชันย์ แต่เธอสับสนไม่รู้สิ่งไหนจริง สิ่งไหนหลอก เขาทำให้เธอเจ็บช้ำใจ จนหมดความเชื่อใจในตัวเขา วันชัยเห็นใจแก้วก็เลยไม่ขัด ถ้าอยากกลับก็กลับ แล้วหันไปถามไม้จะเอาอย่างไร

“แก้วอยู่ที่ไหน ผมก็จะไปอยู่กับแก้วครับ” ไม้สีหน้าหม่นหมอง

ชไมพรแอบฟังอยู่ชั้นบนน้ำตาคลอ ไม่รู้จากนี้ไปจะได้เจอไม้อีกหรือเปล่า เศร้าใจจนทนไม่ไหว เดินกลับห้อง ไม้เหลือบมองขึ้นไปราวกับจะหาชไมพรเป็นครั้งสุดท้าย แต่เธอไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว...

ราชันย์มาถึงบ้านวงษาช้าเกินไป แก้วกลับเพชรบูรณ์ไปแล้ว เขาตัดสินใจตามไปง้อขอคืนดี

ooooooo

ราชันย์ถึงป่ากลางเนินสายวันถัดมา พอแก้วได้ยินเสียงเขาเรียกหา รีบหลบหลังพุ่มไม้ เกรงเจอหน้าเขาแล้วจะใจอ่อน ขอร้องหมีกับเขียดที่เดินผ่านมาพอดี ช่วยไปบอกราชันย์ทีว่า เธอไม่อยู่ที่นี่ ทั้งคู่ไม่รอช้าทำตามที่แก้วต้องการ ราชันย์ฟังแล้วหัวใจแทบสลาย เดินคอตกออกมา ไม้ตามมาเหน็บแนม

“อะไร...แค่นี้ก็ใจเสาะจะกลับซะแล้ว”

“ใครบอกว่าฉันจะกลับ จนตาย...ฉันก็จะตามหาแก้วให้เจอ”

“โหย...คนบางกอกได้ตายสมใจแน่ ที่นี่ไม่มีอะไรที่เหมาะกับคุณหรอก”

“แต่ถ้าลูกเมียฉันอยู่ที่ไหน ฉันก็จะอยู่ที่นั่น นายไม้คงไม่อยากให้พ่อแม่ลูกต้องแยกจากกันหรอกนะ บอกฉันมาเถอะ แก้วอยู่ไหน”

“แก้ว...รักอะไร...แก้วก็อยู่ตรงนั้นนั่นแหละ” ไม้พูดแค่นั้น แล้วเดินจากไป

ราชันย์ยืนคิดครู่หนึ่ง พลันมีสายลมพัดโชยมา พร้อมกับกลิ่นหอมของดอกแก้ว เขากวาดตามองไปยังทางเบื้องหน้า มีต้นแก้วปลูกเต็มไปหมด นึกออกทันที ยิ้มดีใจวิ่งตรงไปทางนั้น เจอแก้วยืนอยู่กลางดงดอกแก้วสีขาวหอมตลบ แก้วแปลกใจราชันย์ตามเจอได้อย่างไร

“เพราะฉันกับแก้วรักในสิ่งเดียวกัน...คือดอกแก้วเหล่านี้...ฉันเคยทำให้แก้วเสียใจ ช้ำใจจนแก้วคงไม่เชื่อถ้อยคำใดๆของฉันอีก ฉันไม่โกรธแก้วหรอกจ้ะ...แต่ฉันจะใช้เวลาทั้งชีวิตพิสูจน์ความรัก ความจริงใจของฉันให้แก้วดู เราจะอยู่ด้วยกันนะแก้ว...ให้อภัยฉันนะจ๊ะแก้ว” ราชันย์จับมือแก้วมากุมไว้ แก้วน้ำตาคลอ

“คุณราชันย์รู้ไหมคะ แก้วเกลียดตัวเองมาก เกลียดที่ตัวเองใจอ่อน เกลียดที่ใจยังรักคุณราชันย์ ไม่เคยตัดใจได้ลง จน...ครั้งนี้แก้วก็ต้องใจอ่อนยอมแพ้คุณอีก...คุณราชันย์จะใช้เวลาทั้งชีวิตพิสูจน์ให้แก้วดู แก้วก็จะใช้เวลาทั้งชีวิตพิสูจน์ใจคุณราชันย์เหมือนกันค่ะ”

“ขอบใจมากจ้ะแก้ว...ขอบใจ” ราชันย์กอดแก้วไว้แน่น นํ้าตาคลอปลื้มใจ...

รุ่งลักษมีมาหาวันชัยที่บ้านเพื่อปรับความเข้าใจกัน เธอยอมรับผิดทุกอย่าง ขอโทษที่ทำให้เขาผิดหวังและสัญญาจะปรับปรุงตัวใหม่ วันชัยให้โอกาสรุ่งลักษมีพิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง...

ด้านชไมพรเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเตรียมออกจากบ้านวงษา เพราะรู้ตัวดีไม่สมควรอยู่ที่นี่ วันชัยค้านทันที

“ทำไมจะไม่สมควรอยู่ ในเมื่อชไมพรคือน้องของพี่”

“พี่วันชัยยังเห็นชไมเป็นน้องอยู่หรือคะ...แต่ชไมเป็นลูกของ...หลวงมนูกับแม่ช้อย” ชไมพรนํ้าตาคลอ

“ชไมพรฟังพี่...เราจะไม่พูดถึงเรื่องเก่าๆอีก เราจะมีแต่ปัจจุบัน มีแต่อนาคต และปัจจุบันชไมพรคือน้องพี่ที่พี่จะต้องดูแลตลอดไป...พี่รักชไมพรนะ รักเหมือนน้องแท้ๆ ความรักของพี่ตั้งแต่วันที่น้องยังตัวเล็กๆจนถึงวันนี้ไม่เคยเปลี่ยนแปลง...ชีวิตเริ่มต้นใหม่ได้ทุกวัน แล้วพี่ก็อยากเห็นชไมพรเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างงดงามจ้ะ”

“ค่ะ ชไมจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างงดงาม” ชไมพรยิ้มให้วันชัยอย่างสุขใจ...

ราชันย์เห็นไม้เอาแต่นั่งหน้าเศร้าคิดถึงชไมพร แนะว่าถ้ารักชไมพรจริง ควรจะรีบไปบอกเธอก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป  ไม้นิ่งคิดไปอึดใจ ก่อนผลุนผลันออกไป จับรถไฟเที่ยวต่อไปลงมาบางกอกทันที...

ไม้แต่งตัวราวกับหนุ่มบางกอกโผล่ไปสารภาพรักชไมพรถึงบ้านวงษาด้วยท่าทางและนํ้าเสียงนุ่มนวลผิดจากไม้คนเดิมลิบลับ ชไมพรขอร้องทีหน้าทีหลังไม่ต้องทำตัวหล่อเสียงหล่อ เพราะเธอรักตัวตนแบบดิบๆเถื่อนๆ พูดไม่เพราะ แถมยังปากเสียของเขา ไม้ถึงกับร้องเฮ้ย ตัดพ้อว่าพูดอย่างนี้เท่ากับด่ากันชัดๆ

“ผู้หญิงด่าเขาว่าผู้หญิงรัก ไม่เคยได้ยินรึ” ชไมพร ยิ้มยั่ว

“เคยสิ...งั้นช่วยด่าไอ้ไม้อีกหลายๆคำที”

“คนผีทะเล คนบ้า คนเถื่อน....ฉันรักนาย”

“ผมก็รักคุณ” ไม้ดึงชไมพรเข้ามากอด สัญญาจะปกป้องดูแลเธอไปจนวันตาย ชไมพรยิ้มมีความสุข

ooooooo

ที่ป่ากลางเนิน แก้วยืนเหม่อใจลอยอยู่ท่ามกลางดงดอกแก้วสีขาวบานสะพรั่ง ราชันย์เดินเข้ามาโอบเอวเธอไว้ ถามว่าคิดอะไรอยู่ แก้วคิดถึงพ่อ แม่ ลุงเม่นกับลุงวาด วันที่เธอมีความสุขแบบนี้ เธออยากให้พวกท่านอยู่ด้วย ราชันย์มั่นใจพวกท่านทั้งสี่คนอยู่กับแก้วตลอดเวลาอยู่แล้ว แก้วก็คิดเช่นนั้น พวกท่านคอยปกป้องเธอ และเป็นเหมือนนํ้าทิพย์ชโลมใจยามที่เธอเหนื่อยล้า

“เหมือนกับแก้ว ที่เป็นแสงสว่างส่องกลางใจฉัน ขอบใจมากนะจ๊ะ ดอกแก้วมณีโชติ...ฉันรักแก้วมากจ้ะ”

“แก้วก็รักคุณราชันย์มากค่ะ” แก้วซบหน้ากับอกราชันย์ ขณะที่เขาก้มจูบหน้าผากเธอเบาๆ บรรยากาศกลางดงดอกแก้วแห่งนี้อบอวลไปด้วยความรัก

ooooooo

-อวสาน-

ดอกแก้ว

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด