ตอนที่ 15
กิ่งฝันร้ายเห็นหลวงมนูกิจใช้ปืนด้ามทองยิงแก้ว กรีดร้องเรียกลูกสุดเสียง สะดุ้งตื่นเหงื่อท่วมตัวร่างกายสั่นสะท้าน จะลุกขึ้นแต่กลับล้มลงนอนอีก หน้าซีดอาการไม่สู้ดี เม่นได้ยินเสียงกิ่งร้อง วิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามว่าเกิดอะไรขึ้น กิ่งละล่ำละลักบอกว่าฝันร้ายเห็นแก้วถูกยิงตาย เป็นห่วงลูกอยากไปบางกอก
“จะไปได้อย่างไร กิ่งป่วยหนัก...แก้วมีไม้แล้ว กิ่งไม่ต้องห่วง”
กิ่งจะลุกขึ้นอีกครั้งแต่ไม่ไหว เม่นสงสารกิ่งมากบอกให้นอนพักผ่อน เขาจะไปตามแก้วให้เอง...
แก้วนอนครุ่นคิดทั้งคืน พอรุ่งเช้าตัดสินใจจะจัดการหลวงมนูกิจแก้แค้นให้พ่อ คว้าปืนด้ามทองขยับจะออกจากกระท่อม ถึงไม้จะสติเลอะเลือน แต่พอรู้แก้วจะไปฆ่าหลวงมนูกิจ เข้ามาขวางด้วยความเป็นห่วง
“นกโพระดกไม่ให้น้องไป”
“แต่น้องจะไป...นกโพระดกอย่ามายุ่ง”แก้วผลักไม้ล้มลง วิ่งตรงไปยังตึกใหญ่
ระหว่างทางเจอราชันย์ถือถุงใส่ของเดินเข้ามา แก้วรีบเอาปืนเหน็บไว้ด้านหลัง มองเขาอย่างระแวง ราชันย์เห็นแววตาของเมียรัก พยายามจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง แต่เธอไม่อยากฟังคำแก้ตัวใดๆ ราชันย์ขอร้องแก้วอย่าใช้อารมณ์ แล้วเหลียวมองไปรอบๆอย่างระแวดระวังเกรงจะมีใครมาเห็น
“เรายิ่งไม่ค่อยมีโอกาสได้อยู่กันตามลำพังอยู่ด้วย เมื่อมีเวลา เราควรใช้มันให้เกิดประโยชน์ที่สุด...ไปที่กระท่อมกับฉัน ฉันจะอธิบายทุกอย่างให้ฟัง”
แก้วไม่เชื่อคำพูดของเขาอีกแล้วขยับจะเดินต่อ ราชันย์คว้ามือเธอไว้ ทั้งสองคนยื้อยุดกันไปมา พลันมีเสียงตะโกนสั่งให้ปล่อยมือแก้วเดี๋ยวนี้ ราชันย์หันมองตามเสียงเห็นวันชัยยืนหน้าบึ้งตึง รีบปล่อยมือ แก้วได้ทีเดินเลี่ยงไปทางตึกใหญ่อย่างรวดเร็ว ราชันย์ไม่พอใจที่วันชัยมาวุ่นวาย เขากับแก้วกำลังจะปรับความเข้าใจกัน
วันชัยขอร้องเพื่อนเลิกยุ่งกับแก้วได้แล้ว และเลิกอ้างเสียทีว่าทำทุกอย่างเพื่อเธอ เพราะสิ่งที่ราชันย์ทำรุนแรงเกินผู้หญิงตัวเล็กอย่างแก้วจะทนไหว ราชันย์ถึงกับหน้าสลด...
ที่ตึกใหญ่ ขณะช้อยกับหลวงมนูกิจกำลังลำพองใจที่ทำให้ราชันย์กับแก้วบาดหมางใจกันแทบมองหน้าไม่ติด ทั้งคู่เหลือบมองลงมาที่ห้องโถงเห็นแก้วถือปืนย่องเข้ามา ช้อยแนะนำให้หลวงมนูกิจจัดการแก้วให้สิ้นซาก ตอนนี้วันชัยไม่อยู่พอดี หลวงมนูกิจเห็นดีด้วย สั่งช้อยให้ดักรอแก้วอยู่ที่นี่ แล้ววิ่งไปเอาปืนที่ห้อง ชไมพรแอบฟังอยู่ด้านหลัง รีบหลบช้อย ก่อนจะย่องลงไปหาแก้วอย่างเงียบกริบ
พอเจอหน้าแก้ว ชไมพรเตือนว่าหลวงมนูกิจกำลังเอาปืนจะมายิง แล้วคว้าข้อมือแก้วจะพาไปซ่อนตัว แก้วแข็งขืน เธอมาที่นี่เพื่อจะมาฆ่าหลวงมนูกิจเช่นกัน
“ไม่ได้นะแก้ว เธอแน่ใจหรือว่าจะสู้หลวงมนูได้ มากับฉันดีกว่าไม่อย่างนั้นเธอตายแน่ๆ...เร็ว”ชไมพรลากแก้วมาหลบตรงซอกบันได สักพัก หลวงมนูกิจถือปืนวิ่งผ่านหน้าสองสาว กวาดตาไปทั่วห้องโถงไม่เห็นแก้วรีบวิ่งออกไปข้างนอก ชไมพรถอนใจโล่งอก บอกแก้วให้รีบหนีกลับบ้านนอก อย่าเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่ แล้วเดินขึ้นห้อง แก้วให้ยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะวิ่งออกจากตึกใหญ่
ooooooo
หลวงมนูกิจวิ่งถือปืนหน้าตาเอาเรื่องเข้าไปในสวน โชคร้ายเจอวันชัยจะเอาปืนซ่อนแต่ไม่ทัน ประมุขบ้านวงษาเห็นปืนในมือหลวงมนูกิจถามหน้าเครียด ถือปืนจะไปยิงใคร หลวงมนูกิจอ้างแก้วถือปืนเข้าไปในตึกใหญ่ เขาเลยเอาปืนออกมาเพื่อป้องกันตัว
“แต่ที่ฉันเห็นถือปืนตอนนี้ คือคุณหลวงนะ...เราต้องคุยกันยาว...เชิญ”
วันชัยเดินนำหลวงมนูกิจไปทางตึกใหญ่ หลวงมนูกิจขัดใจมาก อยากจะเตะคนเดินนำหน้าแต่ไม่กล้า ได้แต่เหวี่ยงขาเตะลมวืดวาด แก้วหลบอยู่หลังต้นไม้ ก้มมองปืนในมือตัวเองพึมพำเบาๆ
“วันนี้ยังไม่ใช่โอกาสของเธอแก้ว” แก้วพูดจบเดินลัดเลาะกลับกระท่อมที่พัก...
หลวงมนูกิจข้องใจมากต่อว่าวันชัย ทุกครั้งที่เขา มีปัญหากับแก้ว วันชัยมักจะเข้าข้างแก้วเสมอ วันชัยอ้าปากจะค้าน แต่ช้อยชิงพูดดักคอก่อนว่า ถ้าวันชัยบริสุทธิ์ใจน่าจะไปค้นปืนที่ที่พักของแก้ว วันชัยหนีไม่ออก
“ก็ดี...ถ้าแก้วมีปืนด้ามทอง แก้วก็จะกลายเป็นทายาทของเจ้าคุณพ่ออย่างสมบูรณ์แบบ”
“คุณวันชัยถ้าจะฟั่นเฟือน ทายาทที่แท้จริงต้องมีหนังสือและลายเซ็นของท่านเจ้าพระยาต่างหากเล่าครับ ส่วนคนที่มีปืนด้ามทอง มันคือทายาทของผู้ร้าย ที่มันฆ่าเจ้าคุณพ่อคุณต่างหาก” หลวงมนูกิจหัวเราะ ช้อยเสริมทันที ถ้าแก้วมีปืนด้ามทองจริงๆ แสดงว่าแก้วคือลูกของกิ่งที่ถูกส่งมาเพื่อล้างแค้นตระกูลวงษา...
ขณะเดียวกัน ราชันย์รู้เท่าทันแผนสกปรกของหลวงมนูกิจ เอาปืนเด็กเล่นที่เตรียมมารีบไปเปลี่ยนกับปืนที่หลวงมนูกิจแอบซุกไว้ในกระสอบข้าวสารของแก้ว กำชับไม้ให้อยู่คอยช่วยแก้วด้วย ไม้พยักหน้าหงึกๆเหมือนเข้าใจ จากนั้น ราชันย์รีบเอาปืนกระบอกจริงออกไป แก้วมาทันเห็นหลังเขาไวๆ แอบเดินตาม ขณะราชันย์ขุดหลุมเอาปืนฝังดินไว้ แก้วย่องมาด้านหลังถามเสียงดังว่าซ่อนปืนทำไม ราชันย์สะดุ้งโหยง หันขวับ
“เพื่อแก้วไง...ปืนกระบอกนี้ฉันเอามาจากในกระท่อมของเธอ แต่มันไม่ใช่ปืนของเธอใช่ไหมล่ะ...ฉันเดาว่าเจ้าของปืนต้องมาทวงคืนและคงไม่ได้มาทวงธรรมดา แต่จะโยนความผิดให้เธอ...เธออาจจะหวาดระแวงสงสัย ไม่เชื่อใจในตัวฉัน แต่ครั้งนี้ฉันขอเถอะแก้ว อย่าขัดขวางฉัน...ฉันทำทุกอย่างเพื่อแก้วจริงๆ”
แก้วมองราชันย์ไม่เข้าใจนัก เก็บปืนด้ามทองที่ถือหลบอยู่ด้านหลังเหน็บไว้ในชายพก...
เป็นจริงอย่างที่ราชันย์คาด สักพัก หลวงมนูกิจและช้อยเดินนำวันชัยมายังกระท่อมกลางสวน หลวงมนูกิจกับช้อยทำที ค้นหาปืนทั่วกระท่อม แต่กลับเลี่ยงตรงจุดที่ซุกซ่อนปืนไว้ วันชัยก็รู้ว่าปืนซ่อนอยู่ไหน แกล้งไม่ค้นตรงจุดนั้นเช่นกัน ทำเป็นบ่นไม่เห็นมีปืน ไม้โพล่งขึ้นทันทีว่ามีปืนอยู่ในกระสอบข้าวสาร แล้วชี้ไม้ชี้มือประกอบ วันชัยเห็นหลวงมนูกิจกับช้อยจ้องจับผิดอยู่ จำต้องค้นหาในกระสอบข้าวสาร ดึงปืนขึ้นมา
“ปืน...แก้วมีปืน” ช้อยทำเสียงตกอกตกใจ
แก้วเดินเข้ามาพอดี ยอมรับหน้าชื่นว่าเป็นปืนของเธอเอง หลวงมนูกิจยิ้มเจ้าเล่ห์คิดว่าเล่นงานแก้วอยู่หมัด แต่พอวันชัยร้องเอะอะว่านี่เป็นปืนเด็กเล่น หลวงมนูกิจไม่เชื่อกระชากปืนจากมือวันชัยมาดูด้วยตัวเองพอเห็นว่าเป็นปืนปลอมอย่างวันชัยว่า ถึงกับหัวเสีย แก้วลอบมองไปนอกกระท่อม เห็นราชันย์แอบมองอยู่อีกด้านหนึ่งกำลังส่งยิ้มมาให้ เธอเบือนหน้าหนี วันชัยได้ทีขอปืนของหลวงมนูกิจ อ้างจะยืมไว้ป้องกันตัว เขาบอกเองไม่ใช่หรือช่วงนี้ขโมยชุม หลวงมนูกิจทำฮึดฮัดก่อนจะยื่นปืนให้...
แท้จริงแล้วหลวงมนูกิจรู้ทันวันชัยคิดจะเอาปืนของเขาไปพิสูจน์ว่าใช่ปืนต้องสงสัยหรือเปล่า แต่คนอย่างเขาไม่จนมุมกับเรื่องง่ายๆ แค่นี้ เขาเป็นห่วงแค่ว่าปืนที่เขากับช้อยเอาไปซ่อนไว้ในกระสอบข้าวสารของแก้ว ทำไมกลายเป็นปืนของเล่นไปได้ ต้องมีคนตลบหลังเราสองคนแน่ๆ ช้อยเจ็บใจมาก ต้องรู้ให้ได้ว่าใครทำ
ครู่ต่อมา หลวงมนูกิจกับช้อยไปแอบฟังแก้วกับไม้คุยกันที่กระท่อมกลางสวน ได้ยินชัดเต็มสองหูว่า ราชันย์เป็นคนเอาปืนเด็กเล่นมาเปลี่ยนปืนจริงไป ทั้งคู่โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกมา หลวงมนูกิจขู่อาฆาต เมื่อใดที่มีโอกาสต้องหาทางคิดบัญชีราชันย์ให้ได้ ช้อยอยากรู้ราชันย์เอาปืนไปซ่อนไว้ไหน ถ้าเธอหาเจอ จะเอาปืนกระบอกนั้นยิงกรอกปากราชันย์ให้รู้แล้วรู้รอด จังหวะนั้น ช้อยเดินสะดุดก้อนหิน หน้าคะมำ
“หนอย...ไอ้หินบ้า มาขวางทางฉันทำไม” ช้อยก้มจะหยิบหินขว้างทิ้ง แต่ต้องชะงัก เมื่อเห็นพื้นดินบริเวณนั้นลักษณะเหมือนเพิ่งถูกกลบใหม่ๆ เธอชี้ให้หลวงมนูกิจดู “หรือว่าไอ้ราชันย์มันจะซ่อนปืนของเราไว้ที่นี่”
ขณะหลวงมนูกิจกับช้อยกำลังจะขุดหาปืน มีเสียงฝีเท้าดังใกล้เข้ามาพร้อมลำแสงจากไฟฉาย สะดุ้งหันมองตามเสียงอย่างพร้อมเพรียงกัน เห็นวันชัยเดินตรงมา ทั้งคู่ไม่รอช้ารีบเร้นกายหายไปในความมืด วันชัยเดินผ่านไปโดยไม่ได้สนใจ จนกระทั่งมาถึงริมน้ำตรงจุดที่เคยพบกับเงาประหลาด กราดไฟฉายสำรวจทั่วบริเวณแต่ไม่พบสิ่งผิดปกติ ขยับจะเดินไปสำรวจที่อื่นต่อ
มีเสียงเหมือนอะไรหนักๆตกน้ำ วันชัยหันขวับพร้อมกับฉายไฟไปตรงนั้น เห็นผิวน้ำกระเพื่อม ขยับจะลงไปดู พลันมีกลิ่นเหม็นเน่าโชยเข้าจมูก พอเข้าไปใกล้ๆ เขาต้องสะดุ้งโหยง เมื่อเห็นคล้ายร่างใครบางคนนอนคว่ำหน้าอยู่ในน้ำ แต่พริบตาเดียว ร่างนั้นกลับหายวับไป
“เราต้องรู้ให้ได้ เงาปริศนาคืออะไร” วันชัยพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะเดินกลับตึกใหญ่
ooooooo
วันชัยเชิญกำแหงมาที่บ้านวงษาแต่เช้า เพื่อส่งมอบปืนที่ได้จากหลวงมนูกิจให้ผู้หมวดหนุ่มเอาไปพิสูจน์ กำแหงดูจากสายตาแล้ว ปืนกระบอกนี้ไม่น่าใช่ปืนต้องสงสัย ถึงอย่างไรก็ดี เขาจะส่งไปให้ตรวจหลักฐานเพื่อยืนยันให้แน่ชัดก่อน แต่เขาเชื่อว่าคนอย่างหลวงมนูกิจไม่น่าจนมุมง่ายๆด้วยปืนกระบอกนี้
“ผมก็คิดว่าหลวงมนูกำลังเล่นละครตบตาเรา แต่หยิบฉวยอะไรมาได้ ผมก็อยากเอามาให้ผู้หมวดดูก่อน”
“ดีแล้วล่ะครับ อย่างน้อยก็คิดเสียว่าเป็นการตัดโอกาสไม่ให้หลวงมนูใช้ปืนได้อีกหนึ่งกระบอก” กำแหงยิ้มให้วันชัยอย่างเหนื่อยใจ แล้วชวนกันออกไป โดยไม่ทันสังเกตหลวงมนูกิจแอบฟังอยู่...
หลังจากนั้นไม่นาน ราชันย์กำลังจะเดินเข้ามาในบ้านวงษา เหลือบเห็นหลวงมนูกิจกับช้อยยืนหลบมุมคุยกัน รีบย่องเข้าไปแอบฟังใกล้ๆ ได้ยินหลวงมนูกิจบอกช้อยว่าพวกนั้นคิดว่าเขาเป็นผู้ต้องสงสัย
“มันคงคิดว่าตัวเองเก่ง...ถ้าเช่นนั้น ช่วยสงเคราะห์ให้มันรู้สักทีสิคะคุณหลวง ว่าใครกันแน่ที่เก่งกว่ากัน”
“แม่ช้อยหมายความว่าอย่างไร”
“ปืนมัจจุราชที่เคยฆ่าท่านเจ้าพระยา ยิงรถไอ้วันชัยแล้วก็ไอ้ไม้ ถ้าจะฆ่านังแก้วอีกสักคนมันจะเป็นไรไป”
หลวงมนูกิจกับช้อยหัวเราะชอบใจ ราชันย์ใจคอไม่ดีเป็นห่วงแก้ว รีบตรงไปยังกระท่อมกลางสวนทันที ไม้กำลังเล่นปืนปลอมเห็นราชันย์มาหาดีใจร้องซ้ำๆว่า นกหน้าขาวมา ราชันย์ไม่มีอารมณ์จะเล่นด้วย บอกแก้วให้รีบพาไม้หนีไปจากที่นี่เดี๋ยวนี้หลวงมนูกิจจะมาฆ่าเธอ จังหวะนั้น หลวงมนูกิจเดินหัวเราะร่าเข้ามา แดกดันราชันย์ว่า ทำตัวเป็นนกรู้เสียจริง ราชันย์โกหกหน้าตาย จะมาช่วยหลวงมนูกิจจัดการแก้วต่างหาก
“คิดว่าผมรู้ไม่ทันสินะ...ว่าคุณเป็นไอ้นกสองหัวลิ้นสองแฉก ต่อหน้าอย่างลับหลังอย่าง”
“ผมไม่ได้เป็นคนอย่างนั้น...ผมอยู่ข้างเดียวมาตลอด”
แก้วเข้าใจผิดคิดว่าราชันย์หมายถึงข้างเดียวกับหลวงมนูกิจ จ้องหน้าเขาด้วยสายตาเจ็บปวด หลวงมนูกิจหัวเราะลั่น ถ้าเป็นเช่นนั้นให้ราชันย์มองดูแก้วตายได้เลย แล้วชักปืนออกอย่างไม่มีใครคาดคิด แก้วคว้าปืนที่เหน็บชายพกออกมาเช่นกัน เธอไม่มีวันยอมให้คนเลวๆอย่างหลวงมนูกิจทำร้ายเธอข้างเดียว
“นังแก้ว...แกมีปืน”
“ใช่...ปืนที่คุณหลวงอยากเห็นหนักหนา ตอนนี้อยู่ในมือของฉันแล้วไง...อยากรู้นักใช่ไหมว่าใช่ปืนด้ามทองหรือเปล่า...ฉันจะบอกให้ก็ได้...นี่คือ...ปืนด้ามทอง” แก้วว่าแล้วแบมือออก
หลวงมนูกิจกับราชันย์ต่างมองตะลึง แก้วจะเหนี่ยวไกปืนยิงหลวงมนูกิจ แต่เม่นโผล่มาจากไหนไม่รู้ผลักแก้วล้มลง ไม่อยากให้มือแก้วต้องเปื้อนเลือด อาสาจะจัดการแก้แค้นให้เอง
คุณหลวงชั่วหันปากกระบอกปืนเล็งเม่นแทน แต่ขุนโจรไวกว่าเตะทั้งปืนทั้งคนกระเด็น หลวงมนูกิจสู้ไม่ได้ยกมือไหว้ปลกๆอย่างสิ้นศักดิ์ศรี อ้อนวอนอย่าทำร้ายตนเลย ราชันย์ปราดเข้าไปประคองแก้วมือหนึ่ง อีกมือหนึ่งคว้ามือไม้ไว้ บอกให้รีบหนีไปจากที่นี่ แก้วยังโกรธเขาไม่หายสะบัดมือออก สั่งห้ามไม่ให้มายุ่งกับเธอ
“ปืน...นกโพระดกกลัวปืน” ไม้ร้องลั่น ตัวสั่นสีหน้าหวาดกลัว
เม่นเห็นลูกชายมีท่าทีแปลกไป หันมองสงสัย หลวงมนูกิจฉวยโอกาสนั้นคว้าปืนจะยิงเม่น แก้วไวทายาดผลักเม่นพ้นทางได้ทัน เสียงปืนดังสนั่นไปถึงตึกใหญ่ ชไมพรตกใจวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกช้อยว่ามีเสียงปืนดังมาจากในสวน รีบไปดูกันดีกว่า ช้อยทำทีไม่สนใจจะไปดูทำไม ใครจะเจ็บจะตายไม่เกี่ยวกับเรา
“แล้วถ้าคนที่ตายเป็นหลวงมนูล่ะค่ะ”
ช้อยตาเหลือกเพิ่งคิดได้ เป็นห่วงชู้รักขึ้นมาฉับพลัน คว้ามือชไมพรจะไปดู แต่เธอขืนตัวไว้ ช้อยโกรธด่าชไมพรว่าลูกเนรคุณ หลวงมนูกิจเป็นพ่อแท้ๆทำไมไม่รู้จักเป็นห่วง
“คนที่ชไมพรห่วงคือคุณหญิงแม่ ถ้าคุณหญิงแม่ไปชไมกลัวว่าจะได้รับอันตราย”
ช้อยไม่กลัว ตายก็ช่างมัน อย่างไรเธอจะไปช่วยหลวงมนูกิจให้ได้ ผลักชไมพรพ้นทางแล้ววิ่งปรู๊ดออกไป ชไมพรจะวิ่งตามแต่ข้อเท้าแพลง เลยได้แค่มองตาม...
หลวงมนูกิจเล็งปืนใส่เม่นกับแก้ว ราชันย์ขอร้องเขาอย่าทำร้ายใครอีกเลย หลวงมนูกิจหันปืนขู่ราชันย์ไม่ให้มายุ่ง
ไม่เช่นนั้นจะโดนยิงไปด้วย ราชันย์หลบมายืนข้างๆ พบสบช่องแกล้งชนหลวงมนูกิจจนปืนหล่น แก้วได้ทีเล็งปืนด้ามทองใส่หลวงมนูกิจบ้าง อีกมุมหนึ่งช้อยเห็นชู้รักกำลังเสียทีให้แก้ว รีบวิ่งไปขุดปืนที่ราชันย์แอบฝังดินไว้ แล้วย่องเข้าไปใกล้ๆแก้วกับพวก เม่นคว้ามือข้างที่ถือปืนของแก้วไว้ ร้องห้ามไม่ให้ยิง
จังหวะที่เม่นค่อยๆจับมือแก้วให้ลดปืนลง หลวงมนูกิจที่ทำท่าเหมือนยอมแพ้กลับคว้าปืนที่หล่นพื้นขึ้นมายิงกราดใส่เม่น แก้ว ราชันย์กับไม้อย่างบ้าคลั่ง ราชันย์โถมกอดแก้ว หลบวิถีกระสุน ส่วนเม่นดึงไม้นอนราบกับพื้น ก่อนจะกระโจนถีบอกหลวงมนูกิจหงายหลัง ปืนหลุดมือ ช้อยแอบมองอยู่นาน สบโอกาสยิงปืนใส่เม่น
แต่เขาไวเป็นปรอทพุ่งหลบกระสุนได้หวุดหวิด กระสุนพลาดเฉียดไหล่ราชันย์เลือดอาบ ช้อยลั่นไกอีกครั้ง โดนราชันย์ ซ้ำอีก โชคดีไม่ถูกที่สำคัญแต่ราชันย์ใจเสาะหมดสติ ช้อยหน้าเสียยิงผิดเป้ารีบโยนปืนทิ้ง หลวงมนูกิจขยับจะคว้าปืน เม่นหยิบได้ก่อน ตัดสินใจไม่ฆ่าหลวงมนูกิจ ยิงปืนขึ้นฟ้าจนกระสุนหมด
“ข้าไม่อยากจองเวรจองกรรมกับเอ็งไอ้หลวงมนู...แก้ว ไม้ กลับบ้านเรา” เม่นหันไปคว้ามือแก้วกับไม้
แก้วลังเลเป็นห่วงราชันย์ เม่นมองสภาพราชันย์แล้ว
บอกแก้วไม่ต้องเป็นกังวลแผลแค่นี้ไม่ถึงตาย จูงมือแก้วกับไม้ผละจากไป ช้อยรอจนเม่นคล้อยหลัง วิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามชู้รักว่าราชันย์ตายหรือเปล่า หลวงมนูกิจเอามืออังจมูกราชันย์ รู้สึกได้ว่ายังมีลมหายใจ เงื้อเท้าจะกระทืบซ้ำให้ตาย ช้อยร้องห้าม ขืนราชันย์ตายพินิศต้องเอาเรื่องพวกเราแน่ๆ หลวงมนูกิจบอกให้ช้อยรีบหลบไปก่อน เขาจะตามหมอมารักษาราชันย์เอง...
ครู่ต่อมา วันชัยกับกำแหงตกใจมากที่เห็นสภาพของราชันย์ กำแหงรีบเข้าไปดูบาดแผลคร่าวๆ ถอนใจโล่งอกกระสุนแค่ถากไม่ถูกที่สำคัญ วันชัยโวยวายลั่น ไม่อยู่แค่ครู่เดียวทำไมเกิดเรื่องแบบนี้ได้ หลวงมนูกิจแต่งเรื่องว่าแก้วพาพวกมาปล้นบ้าน ยิงราชันย์บาดเจ็บแล้วพากันหนีไปหมดแล้ว เร่งให้กำแหงตามไปจับ
“คนร้ายหนีไปแล้ว ผมคงตามไม่ทัน เอาเป็นว่าผมจะประสานกับเจ้าหน้าที่ให้ตามแก้วไป ส่วนผมจะตรวจดูที่เกิดเหตุเอง...ไปครับคุณวันชัย” กำแหงออกไปพร้อมวันชัย หลวงมนูกิจเดินตามสีหน้าไม่พอใจ
หลังจากตรวจที่เกิดเหตุจนทั่ว กำแหงพบพิรุธหลายอย่าง หลักฐานในที่เกิดเหตุไม่ตรงกับคำให้การของหลวงมนูกิจ และยังพบเคราสีแดงตกอยู่แถวนั้น กำแหงตั้งข้อสังเกตอาจเป็นเม่น เคราแดงที่พาแก้วไป
หลวงมนูกิจหน้าเสีย รีบปลีกตัวไปหาช้อย นัดแนะให้เดินทางไปป่าแดงคืนนี้เลย เพื่อจำกัดเม่นกับกิ่งให้สิ้นซากก่อนที่วันชัยและกำแหงจะตามไปเจอ ช้อยแนะให้จัดการวันชัย ตัวต้นเหตุไปพร้อมๆกันทีเดียวเลย ถ้าไม่มีวันชัยสักคนก็ไม่มีใครมายุ่งกับสมบัติของเรา
“ฉันจะเก็บมันให้หมดนั่นแหละ ทั้งไอ้วันชัย นังแก้ว นังกิ่งรวมทั้งไอ้คุณราชันย์” หลวงมนูกิจยิ้มเหี้ยม
ooooooo
ทันทีที่ถึงป่าแดง หลวงมนูกิจไปหาต่วนกับเติบเพียงลำพัง ทิ้งให้ช้อยรออยู่ที่เพิงขายของในตลาดครั้งนี้ ต่วนไม่อยากได้ค่าจ้างในการตามหาตัวเม่นกับกิ่งเป็นเงิน แต่ต้องการได้ตัวช้อยเป็นรางวัลตอบแทน หลวงมนูกิจโกรธมากปฏิเสธข้อเสนอของต่วนแบบไม่ต้องคิด
“ไม่ตกลงรึ...งั้นฉันจะรอดูว่าน้ำหน้าอย่างคุณหลวงจะมีปัญญาตามหานังกิ่งเจอไหม” เติบยิ้มหยัน
“งั้นแกสองคนก็ดูหน้าฉันไว้ให้ดี น้ำหน้าอย่างฉันนี่ล่ะ นอกจากจะมีปัญญาตามหานังกิ่งแล้ว ยังจะมีปัญญาพาตำรวจมาจับแกสองคนด้วยโว้ย” หลวงมนูกิจชี้หน้าขู่ต่วนกับเติบอย่างลืมตัว
สองพ่อลูกโมโห ไล่เตะหลวงมนูกิจออกจากบ้านแทบไม่ทัน ต่วนสั่งให้เติบรวบรวมสมุน เราสองคนจะเข้าป่าไปตามจับตัวเม่นกับกิ่ง เขาจะต้องทำให้หลวงมนูกิจมาหมอบแทบเท้าเราสองคนพ่อลูกให้ได้...
ที่เพิงขายของ ขณะช้อยกับหลวงมนูกิจอับจนหนทางไม่รู้จะไปตามหากิ่งกับเม่นที่ไหน บังเอิญได้ยินชาวบ้านคุยกันถึงเสือจั่น นครไทย ว่ามีศักยภาพพอจะต่อสู้กับเม่น เคราแดงได้ ทั้งคู่คิดแผนชั่วออกทันที...
ไม่นานนัก หลวงมนูกิจดั้นด้นเข้าป่าตามจนเจอค่ายของเสือจั่น พอเสือจั่นรู้จุดประสงค์ในการมาของหลวงมนูกิจ หัวเราะชอบใจ เขากับเม่นเป็นศัตรูคู่อาฆาตกันมานาน เม่นเคยทำร้ายเขาบาดเจ็บสาหัสมาก่อน ครั้งนี้เป็นโอกาสที่เขาจะได้แก้แค้น หลวงมนูกิจไม่ได้ต้องการแค่ฆ่าเม่น แต่ต้องการให้เสือจั่นทำลายทั้งค่ายพักของเม่นให้สิ้นซากโดยเฉพาะผู้หญิงของเม่นที่ชื่อกิ่ง แล้วหยิบถุงใส่เงินให้เสือจั่น
“นี่คือเงินค่าจ้างกึ่งหนึ่ง ถ้าเสือจั่นทำสำเร็จ ฉันจะให้มากกว่านี้เป็นสิบเป็นร้อยเท่า”
เสือจั่นประกาศก้อง เม่น เคราแดงต้องสิ้นชื่อคราวนี้แน่ แล้วทั้งคู่ก็พากันหัวเราะชอบใจ...
พอวันชัยรู้จากราชันย์ว่าแก้วมีปืนด้ามทอง และหลวงมนูกิจรู้มาตลอดว่าแก้วเป็นทายาทอีกคนหนึ่งของตระกูลวงษา เขาชวนกำแหงกับราชันย์ไปตามหาแก้ว กำแหงให้คนของตนเดินทางล่วงหน้าตามเม่นกับแก้วตั้งแต่เมื่อวานแล้ว ราชันย์เสียดาย ถ้าเมื่อวานเขาไม่ใจเสาะเป็นลมไปเสียก่อน คงตามแก้วทันแล้ว
“เรามีรถส่วนตัว ตามวันนี้ก็น่าจะทัน” วันชัยพูดจบเร่งให้ราชันย์กับกำแหงกลับไปเตรียมตัวเดินทาง...
ขณะเดียวกัน ระหว่างเดินทางกลับค่ายพัก เม่นตกใจมากเมื่อแก้วสารภาพทั้งน้ำตาว่าตั้งท้อง แต่พอเขาถามถึงพ่อของเด็กในท้อง เธอกลับปฏิเสธว่าไม่มี เม่นปลอบใจแก้วถึงจะท้องไม่มีพ่อ แต่เธอยังมีแม่กิ่ง มีลุงเม่นกับพี่ไม้อยู่ และตอนนี้ก็ยังมีลูกอีกด้วย ดังนั้น แก้วต้องเข้มแข็งเพื่อลูกเหมือนที่แม่กิ่งเข้มแข็งเพื่อแก้ว
“จ้ะลุงเม่น แก้วจะเข้มแข็งเพื่อลูกของแก้ว...เพื่อแม่กิ่ง”
“และเพื่อตัวแก้วเอง...อย่าร้องไห้ ผู้ชายเลวๆคนนั้นไม่มีค่าเทียบได้แม้แต่น้ำตาสักหยดเดียวของแก้ว...จำไว้” เม่นโอบกอดแก้วไว้ พลอยน้ำตาซึมไปด้วย...
บังเอิญเหลือเกินที่นายแห้งคนของกำแหงที่เดินทางล่วงหน้าด้วยรถด่วนเข้าพักค้างคืนในโรงแรมเดียวกับช้อยและหลวงมนูกิจ ทั้งคู่ได้ยินเถ้าแก่เจ้าของโรงแรมร้องทักทายนายแห้ง และสั่งให้คนงานจัดห้องเผื่อกำแหงจะตามมา หลวงมนูกิจต้องรู้ให้ได้ว่านายแห้งมาที่นี่ทำไม ออกอุบายให้ช้อยใช้มารยาหญิงล้วงความลับจากนายแห้ง พอรู้กำแหงสั่งให้นายแห้งตามหาเม่น เคราแดง ช้อยมอมเหล้านายแห้งจนหมดสติ
จากนั้น ชายโฉดหญิงชั่วช่วยกันพยุงร่างนายแห้งไปยังห้องพักของเขา หลวงมนูกิจเอาเชือกรัดคอนายแห้งฆ่าปิดปาก นายแห้งหายใจไม่ออกดิ้นรนสุดชีวิต ช้อยต้องเข้ามาช่วยจับมือนายแห้งที่ไขว่คว้าเอาชีวิตรอด จังหวะหนึ่งมือนายแห้งตะปบหูช้อยจนต่างหูหลุดหล่นกลิ้งไปอยู่ใต้เตียง โดยที่ช้อยไม่รู้ตัว หลวงมนูกิจ
ออกแรงดึงเชือกรัดคอนายแห้งแน่นขึ้น ในที่สุด วิญญาณนายแห้งหลุดออกจากร่าง
“จัดท่าจัดทางให้มันนอนสบายๆหน่อยแล้วกันแม่ช้อย ไหนๆมันก็สละชีวิตเพื่อเราสองคน” หลวงมนูกิจยิ้มเหี้ยม ก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมแค่คอนายแห้งทำทีเหมือน
นอนหลับ แล้วทั้งคู่รีบเผ่นออกจากห้อง
คืนเดียวกัน กิ่งอาการเพียบหนัก เห็นวิญญาณเจ้าพระยาวงษากับพรานวาดมาหา เขียดกับหมีเฝ้าไข้อยู่ใกล้ๆ เหลียวมองหน้ากันเลิ่กลั่กที่เห็นกิ่งเอื้อมมือไปข้างหน้าเหมือนไขว่คว้าอะไรบางอย่าง ยิ่งได้ยินเธอร้องเรียกคุณวงศ์กับพรานวาดผู้ตายจากไปนานแล้ว เขียดกับหมีพากันถอยกรูดไปอยู่มุมห้อง
“ฉันดีใจเหลือเกินที่ได้เจอคุณวงศ์ ได้เจอพี่วาด...แก้ว...กิ่งเป็นห่วงแก้ว” กิ่งเพ้อเห็นเจ้าพระยาวงษากับพรานวาดเดินมานั่งข้างๆ รับปากจะดูแลและคุ้มครองแก้วให้เอง กิ่งไม่ต้องห่วง
“เป็นบุญของแก้วเหลือเกิน...แก้วจ๋า...ลูกอยู่ไหน แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน” กิ่งร้องไห้โฮ อาการยิ่งทรุดหนัก เขียดกับหมีต่างภาวนาขอให้เม่นพาแก้วกลับมาทันดูใจแม่ของเธอ...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ขณะเม่นพาแก้วกับไม้รอนแรมมาในป่า เติบ ต่วน และสมุนโผล่มาจากมุมมืดเข้าขวางหน้า เม่นตะคอกถามต่วนต้องการอะไร
“ก็เอ็งน่ะสิวะ เอ็งคงไม่รู้ตัวล่ะสิว่าไอ้เม่นว่าเอ็งน่ะมีค่าหัว มีคนจากบางกอกเขาต้องการตัวเอ็งโว้ย”
“ใคร?”
“หลวงมนู” สิ้นเสียงต่วน สมุนของต่วนต่างกรูกันเข้าหาเม่น เติบตรงเข้าชกต่อยไม้จนล้มคว่ำ แก้วเห็นท่าไม่ดีชักปืนด้ามทองออกจากชายพกขึ้นมาจะยิง เม่นถีบต่วนพ้นทางแล้วกระโจนเข้าห้ามแก้ว เตือนว่าปืนมีกระสุนแค่นัดเดียว แล้วสั่งให้แก้วหนีไปก่อน แก้วไม่ยอมหนีจะอยู่ช่วยต่อสู้กับพวกต่วน
“เพื่อลูก เพื่อแม่กิ่ง แก้วต้องหนี” เม่นว่าแล้วดันตัวแก้วออก ต่วน เติบกับสมุนพุ่งเข้าหา เม่นจัดการสองพ่อลูก แล้วหันไปเร่งแก้วให้รีบหนี แก้วห่วงลูกในท้อง ตัดสินใจหันหลังวิ่งหนี เม่นกับไม้กำลังน้อยกว่าสู้พวกของต่วนไม่ไหวถูกรุมอัดสลบเหมือด จากนั้น ต่วนสั่งให้เติบนำสมุนส่วนหนึ่งตามล่าแก้วมาให้ได้...
ด้านแก้วหนีหัวซุกหัวซุนหมดเรี่ยวแรงล้มลงกับพื้น เหนื่อยแทบลมจับ พยายามยันตัวลุกขึ้น แต่ทรุดลงนั่งอย่างเดิม ตาปรือแทบลืมไม่ขึ้น แก้วสะดุ้งเมื่อมีใครบางคนเข้ามาประคองให้ลุกขึ้น
“ไม่ต้องกลัวนะแก้ว” น้ำเสียงของผู้ชายคนนั้นอบอุ่นเหลือเกิน
แก้วเงยหน้ามองพรานวาดผู้ที่มาประคอง แต่ไม่รู้จักว่าเป็นใคร ร้องถามว่า “ลุงรู้จักแก้ว?”
“จ้ะ...ลุงรู้จักแก้ว ไม่ต้องกลัวนะลุงจะปกป้องแก้วเอง...มาทางนี้เร็ว”
พรานวาดไม่รอให้แก้วถามอะไรอีก ประคองหลบเข้าป่า เติบกับพวกตามมาทัน แต่กลับไม่เห็นแก้ว เดินผ่านเลยไป แก้วมองเติบแปลกใจ แล้วหันมองหน้าลุงใจดี พรานวาดยิ้มให้อย่างอบอุ่น ก่อนจะบอกแก้วหลบอยู่ที่นี่ก่อน แก้วมองตามลุงใจดี เดินราวกับลอยเลี่ยพื้นออกไป พรานวาดล่อให้เติบกับสมุนไล่ตามไปอีกด้านหนึ่งของป่า ห่างจากจุดที่แก้วอยู่ออกไปทุกขณะ เติบกับพวกไล่ตามพรานวาดจนหมดแรงไปเอง...
แก้วนั่งตาปรือใกล้จะหมดสติ หันไปมองด้านหลังเป็นระยะๆ ด้วยความเป็นห่วงเม่นกับไม้ พยายามยันตัวจะลุกขึ้นจะกลับไป แต่มีเสียงร้องห้ามดังขึ้นเสียก่อน หญิงสาวเหลียวมองตามเสียง เห็นเจ้าพระยาวงษายืนอยู่ ถึงกับตะลึงจำได้จากรูปถ่ายที่อยู่ในบ้านวงษา แก้วโผกอดพ่อ ร้องไห้ดีใจ
“นี่พ่อจริงๆหรือจ๊ะ...พ่อแก้วจริงๆหรือ...พ่อมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
“พ่ออยู่กับแก้วอยู่กับแม่ตลอดเวลา พ่อเป็นห่วงแก้ว กับแม่มาก”
แก้วอ้อนวอนขอร้องให้พ่อกลับไปอยู่กับเธอและแม่ เราสามคนพ่อแม่ลูกจะได้อยู่กันพร้อมหน้า แม่ต้องดีใจมากที่พ่อ จะกลับมาอยู่ด้วย
“พ่อกับแม่จะอยู่ด้วยกัน พรานวาดก็จะอยู่ด้วย” สิ้นเสียงเจ้าพระยาวงษา พรานวาดปรากฏตัวขึ้น แก้วตะลึงที่ ลุงใจดีคนนั้นคือคนเดียวกันกับพรานวาด แม่เคยเล่าเรื่อง ลุงวาดให้เธอฟังบ่อยๆ
“จ้ะ...ลุงวาดเอง...แก้วไม่ต้องกลัวอะไรนะลูก พ่อ แม่ ลุงวาดจะดูแลแก้ว แก้วจะมีแต่ความปลอดภัย”
เจ้าพระยาวงษาบอกแก้วให้หลับเอาแรง เดี๋ยวเขา จะพากิ่งมาหา แก้วดีใจน้ำตาคลอ อยู่ๆ ร่างกายเธอหมด เรี่ยวแรงไปเฉยๆ พึมพำบอกพ่อให้รีบพาแม่มาหาเธอเร็วๆ ขาดคำ แก้วหลับใหลในอ้อมกอดพ่อ...
ที่กระท่อมของกิ่ง เจ้าพระยาวงษาปรากฏตัวขึ้นข้างกิ่ง ซึ่งตอนนี้นอนหายใจรวยรินใกล้สิ้นใจเต็มที เขามารับกิ่งไป หาแก้วด้วยกัน แล้วยื่นมือให้จับ กิ่งจับมือเจ้าพระยาวงษาด้วยใบหน้า เปื้อนยิ้ม ทันใดนั้น ร่างของกิ่งสะดุ้งเฮือก วิญญาณออกจากร่าง ตามเจ้าพระยาวงษาไปหาแก้ว
เขียดกับหมีเห็นกิ่งแน่นิ่งไป ปราดเข้ามาดู หมีลอง เอามืออังจมูกจึงได้รู้กิ่งตายแล้ว ทั้งคู่ร้องไห้โฮ
ooooooo
ที่กลางป่า ตะวันเพิ่งโผล่พ้นขอบฟ้าตอนที่เม่นลืม ตาขึ้นมองไปรอบๆ เห็นสมุนของต่วนนั่งหลับยามกันอยู่ เม่นรีบเอาเชือกที่มัดข้อมือถูกับต้นไม้จนขาด แก้มัดขา ตัวเองแล้วหันไปแก้มัดให้ไม้ที่นอนหลับอยู่ข้างๆ ไม้ลืมตามองอ้าปากจะส่งเสียง เม่นสั่งไม่ให้พูด แล้ว ขยับจะพาไม้หนี ต่วนกับเติบออกจากกระโจมที่พักเสีย ก่อน
เม่นรีบฉุดไม้นั่งลงตามเดิม พยักพเยิดให้หลับตา ไม้มองงงๆ เม่นกำชับให้หลับ ไม้กลัวรีบหลับตาแน่น
เม่นทำเป็นหลับแต่คอยหรี่ตามองสองพ่อลูก ได้ยินเติบ รายงานต่วนว่า ตามหาแก้วไม่เจอ แต่กลับเจอใครไม่รู้แต่งตัว เหมือนพรานป่าเดินอยู่มุมโน้นทีมุมนี้ที เขาพยายามตาม เท่าไหร่ก็ตามไม่ทัน
“มันเป็นพรานป่าเอ็งจะตามมันทันได้ยังไง ไป...ไปดูกัน เมื่อคืนดักสัตว์อะไรได้บ้าง พ่อหิวจะตายอยู่แล้ว”
เติบรับคำ กินเสร็จเราจะได้เอาตัวเม่นไปส่งหลวงมนูกิจ เม่นรอจนสองพ่อลูกพ้นสายตา กวาดตามองรอบๆ อย่างระแวด ระวังก่อนจะเรียกไม้ จังหวะที่เม่นกับไม้จะหนี สมุนของ ต่วนตื่นพอดี โวยวายลั่น เติบกับต่วนได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งกลับมาดู เห็นเม่นกำลังจะหนีตะโกนสั่งให้สมุนจับตาย เม่นไม่รอช้าคว้ามือ ไม้วิ่งหนีเข้าป่า เห็นแร้วดักสัตว์วางอยู่เป็นระยะๆ พาไม้วิ่ง หลบหลีกคล่องแคล่ว ต่วน เติบกับสมุนยิงไล่หลังมาติดๆ
ต่วนมัวแต่มองเม่นไม่เห็นแร้วดักสัตว์ที่ตัวเองวางไว้ เหยียบเข้าเต็มๆ ร่างของต่วนถูกแร้วดึงขึ้นไปห้อยโตงเตง อยู่เหนือพื้น เติบรีบควักมีดกระโดดตัดเชือกที่ห้อยขาต่วนขาด เคราะห์ร้ายร่างต่วนร่วงใส่ลูกชายตัวเอง สองพ่อลูกเสียหลัก กลิ้งตกลงไปในหลุมพรางดักสัตว์ ถูกไม้แหลมในหลุมแทงร่าง ทะลุตายอนาถ
“กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นย่อมสนอง...ไปไอ้ไม้” เม่นว่าแล้ว พาไม้วิ่งหนีต่อ...
อีกมุมหนึ่งของป่า แก้วลืมตาตื่นเห็นตัวเองนอนหนุนตักกิ่ง มีเจ้าพระยาวงษากับพรานวาดนั่งอยู่ข้างๆ แก้วดีใจมากกอดแม่ไว้แน่น ชวนทั้งสามคนกลับค่ายพักด้วยกัน เจ้าพระยาวงษาบอกให้แก้วกลับไปคนเดียว เราสามคนแค่มาส่งเธอเท่านั้น เดี๋ยวลุงเม่นกับพี่ไม้ก็มารับแก้วแล้ว กิ่ง เจ้าพระยาวงษาและพรานวาด กล่าวลาแก้ว แล้วลุกเดินมุ่งหน้าเข้าป่าอีกด้านหนึ่งโดยไม่มีใครฟังเสียงเรียกให้กลับมาของแก้ว
เธอจะลุกตามแต่ขาเหมือนถูกตรึงเอาไว้ ปล่อยโฮเมื่อเห็นทั้งสามคนเดินห่างออกไปทุกที แก้วสะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้น กวาดตามองไปรอบๆ เห็นเป็นป่าที่เดียวกับที่เธอหมดแรงก่อนจะเจอพรานวาด แก้วตั้งสติได้รีบวิ่งตามพ่อ แม่กับลุงวาดอย่างรวดเร็ว ไม่นานนัก เธอเจอเม่นกับไม้ ละล่ำละลักถาม
“ลุงเม่น พี่ไม้ เห็นพ่อ แม่ ลุงวาดไหมจ๊ะ...เมื่อคืนพ่อ แม่ ลุงวาดนั่งเฝ้าแก้วทั้งคืน แต่แล้วจู่ๆก็เดินหายไปไหนไม่รู้...ลุงเม่นพาแก้วตามหาพ่อ แม่กับลุงวาดนะจ๊ะ”
เม่นพูดเตือนสติว่า พ่อของแก้วกับพรานวาดตายไปนานแล้ว แก้วคงฝันไปมากกว่า แก้วท้วงถ้าเป็นความฝัน ทำไมแม่ของเธอมาด้วย แล้วแม่ก็เดินหายไปกับพ่อและลุงวาด เม่นใจกระตุกวูบ
“แย่แล้วแก้ว...ก่อนที่ลุงจะไปตามแก้ว กิ่งป่วยหนัก...รีบ กลับบ้านเถอะแก้ว” เม่นคว้ามือแก้วกับไม้ จ้ำพรวดๆกลับค่ายพักทันที...
ที่ค่ายพักในป่ากลางเนิน แก้วร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดเมื่อพบว่าแม่ของเธอตายแล้ว เขียดกับหมีนำศพของแม่มาวางไว้บนแคร่ที่เต็มไปด้วยดอกแก้วกับ
ดอกไม้ป่าหลากสีสันสวยงาม แก้วโผกอดแม่ร้องไห้คร่ำครวญ ทำไมแม่ถึงไม่อยู่รอเธอก่อน หมีปลอบแก้ว ก่อนกิ่งจะจากไป เพ้อถึงแก้วตลอด
“แก้วผิดเองที่มาช้าไป ไม่ทันได้ดูใจแม่ แก้วช่างเป็นลูกอกตัญญู แก้วขอโทษจ้ะแม่ แก้วขอโทษ”
แก้วก้มกราบแม่ทั้งน้ำตา แล้วกอดไว้แน่น เม่นหัวใจแทบสลาย จับมือกิ่งขึ้นมากุมไว้ สัญญาจะดูแลแก้วเอง กิ่งหลับให้สบายไม่ต้องเป็นห่วง น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้มเม่นอย่างไม่อายใคร...
ทันทีที่กำแหงมาถึงโรมแรมที่พัก ถามเถ้าแก่เจ้าของโรงแรมว่านายแห้งออกไปหรือยัง เถ้าแก่ยังไม่เห็นเขาออกจากห้องตั้งแต่เมื่อคืน กำแหงเคืองคิดว่านายแห้งอู้งาน ชวนวันชัยกับราชันย์ขึ้นไปตาม ทุบประตูห้องพักเรียกนายแห้งหลายครั้ง ไม่มีเสียงขานรับ ราชันย์ลองบิดลูกบิดประตูห้องกลับไม่ได้ล็อก
“ท่าไม่ดีแล้วมังครับ” วันชัยตั้งข้อสังเกต
สามหนุ่มรีบเปิดประตูห้องเข้าไป พบนายแห้งนอนตายตาเหลือกอยู่บนเตียง ที่คอมีรอยเหมือนถูกเชือกรัด กำแหงหน้าสลดไม่เข้าใจทำไมนายแห้งถึงถูกฆ่า ทั้งสามคนแยกย้าย กันสำรวจทั่วห้อง ราชันย์เห็นต่างหูข้างหนึ่งตกอยู่ใต้เตียง หยิบขึ้นมาดู วันชัยคว้าต่างหูจากมือราชันย์มามองอย่าง พินิจพิเคราะห์
“ต่างหูชิ้นนี้ผมจำได้ดี...ของแม่ผมเอง แต่แม่ช้อยขอ จากเจ้าคุณพ่อ” วันชัยหน้าเครียด
ooooooo
ช้อยกลับถึงบ้านวงษาตะวันตกดินไปแล้ว ขณะเตรียมตัวจะอาบน้ำ ช้อยถึงได้รู้ว่าต่างหูตัวเองหายไปข้างหนึ่ง รีบก้มมองที่พื้น แต่ไม่เจอ ชไมพรเข้ามาเห็นแม่กำลังค้นหาอะไรอยู่ อาสาจะช่วย ช้อยกำลังอารมณ์ บูดที่ต่างหูหาย พาลหาเรื่องด่าว่าชไมพร ทำให้เธอน้อยใจมาก เดินร้องไห้ออกจากห้อง ช้อยบ่นตามหลัง
“ลูกบ้า...สร้างแต่ปัญหา ชอบทำให้ฉันหงุดหงิดเสียจริง...
โอ้ย...แล้วต่างหูบ้านั่นมันหล่นที่ไหนเนี่ย” ช้อยหน้านิ่วคิ้วขมวดเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...
ดึกคืนเดียวกัน แก้วร้องไห้เสียใจที่เกิดมาทั้งทียังไม่เคยทำอะไรเพื่อพ่อกับแม่ คิดจะกลับไปฆ่าหลวงมนูกิจแก้แค้นให้ท่านทั้งสองคว้าปืนด้ามทองเหน็บเอว แต่พอเปิดประตูกระท่อมออกมาต้องตกใจเมื่อเห็นค่ายพักบางส่วนไฟไหม้ เปลวเพลิงแดงฉาน เม่น เขียด หมีกับชาวค่ายช่วยกันตักน้ำดับไฟ
เม่นสังเกตเห็นกลุ่มชายฉกรรจ์ถือคบเพลิงวิ่งผ่านกระท่อมหลังไหนก็ขว้างคบเพลิงเข้าใส่ เขารู้ทันทีค่ายถูกปล้น ตะโกนบอกแก้วจับไม้ไว้แล้วคอยดูแลให้ด้วย ไม้เห็นไฟก็ร้องลั่น
“ไฟไหม้ๆๆ...นกโพระดกกลัวไฟ”
เม่นกับชาวค่ายคว้าอาวุธวิ่งตามกลุ่มชายฉกรรจ์ พอเข้าไปใกล้ชายฉกรรจ์ในคราบตำรวจ ร้องตะโกนสั่งให้ทุกคนอย่าต่อสู้ พวกตนเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ เม่นหลงกล สั่งทุกคนให้ยอมจำนน แต่พวกนั้นกลับไม่สนใจ ยังคงเหวี่ยงคบเพลิงใส่กระท่อมในค่ายไม่หยุด เม่นโกรธตรงเข้าผลักตำรวจคนหนึ่งล้มลง แสงเพลิงส่องให้เห็นหน้าตำรวจนายนั้นชัดเจนว่าเป็นโจร เม่นถึงกับผงะร้องลั่น “ตำรวจปลอม”
ชาวค่ายต่อสู้กับตำรวจปลอมอุตลุด แก้วพาไม้หลบมุมแอบมอง อธิษฐานขอให้พ่อ แม่ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองเม่นให้ปลอดภัย ไม้ได้ยินเสียงต่อสู้ กลัวดิ้นรนไม่อยู่นิ่ง แก้วต้องจับเขากดไว้กับพื้น จังหวะนั้น เสือจั่นยิงปืนใส่เม่น กระสุนพุ่งเจาะเข้าไหล่อย่างจัง แก้วจะออกไปช่วยเม่น แต่ไม้จับมือไว้ ร้องกลัวๆลั่น กระสุนปืนจากพวกของเสือจั่นระดมยิ่งใส่เม่นกับชาวค่าย แก้วรีบดึงไม้หลบเข้าที่กำบัง
เม่นคว้าปืนขึ้นมายิงตอบโต้ เสียงปืนยิงต่อสู้กันดังสนั่นป่า ในค่ายเกิดโกลาหลไปทั่ว เม่นกับเสือจั่นต่างฝ่ายต่างได้รับบาดเจ็บ แก้วจะออกไปช่วยอีกแรง แต่เม่นร้องห้ามสั่งให้พาไม้หนีไป แก้วจำต้องคว้ามือไม้วิ่งหนี พลันมีระเบิดตกลงมาใกล้ๆ แรงระเบิดทำให้แก้วกับไม้กระเด็น หัวของไม้กระแทกกับพื้นนอนแน่นิ่ง แก้วเองก็บาดเจ็บ เหลียวมองไม้กับเม่นเป็นห่วง ภาวนาขอให้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ช่วยคุ้มครองทั้งคู่ ขาดคำแก้วหมดสติ
หมีกับเขียดโดนแรงระเบิดกระเด็นไปคนละทิศละทางเช่นกัน เม่นจะเข้าไปหาแก้วกับไม้ แต่เสือจั่นยิงสกัดไว้ เขาจำต้องวิ่งหนี เสือจั่นก็บาดเจ็บแต่กัดฟันไล่ตาม เม่นดักรออยู่แล้ว พอเสือจั่นวิ่งผ่านก็โดดเข้าใส่ หลวงมนูกิจตามมาคุมเชิงไม่ห่าง เห็นเม่นกับเสือจั่นต่อสู้กันอย่างดุเดือด เสือจั่นเสียทีถูกเม่นขึ้นคร่อมบีบคอไว้แน่น เม่นถามเสียงเครียด บัญชีแค้นระหว่างเราสองคนปิดไปนานแล้ว ทำไมถึงมาลอบทำร้ายกันอีก
“ข้าขอโทษ...หลวงมนูมันจ้างข้า” เสือจั่นสารภาพ
หลวงมนูกิจแอบฟังอยู่ เห็นไม่เข้าที ชักปืนออกมายิงกระหน่ำใส่ทั้งคู่หวังฆ่าปิดปาก เม่นไวกว่าพุ่งหลบได้ทัน เสือจั่นหนีไม่พ้นถูกคมกระสุนปืนร่างทะลุ ขาดใจตายตรงนั้น เม่นคว้าปืนจะยิงโต้แต่กระสุนหมด หลวงมนูกิจได้ทีไล่ยิงเม่นไม่ยั้ง กระสุนเข้าเป้าหลายนัด เม่นทรุดฮวบลงกับพื้น หลวงมนูกิจหัวเราะลั่น
“ไอ้เม่น เคราแดง สิ้นชื่อแล้วโว้ย” คุณหลวงชั่วมองสภาพค่ายพักที่เสียหายอย่างหนักด้วยความสะใจก่อนจะเผ่นหนีหายไปในความมืด สักพัก เม่นกัดฟันลุกขึ้นเดินกลับไปหาไม้กับแก้ว เห็นไฟลุกท่วมค่ายพักถึงกับน้ำตาไหล พยายามรวบรวมกำลังเฮือกสุดท้าย เรียกแก้วกับไม้ แต่ทั้งคู่นอนนิ่ง เม่นรู้ตัวใกล้ตาย เอานิ้วแตะเลือดเขียนคำว่า “หลวงมนู” บนท่อนแขนตัวเอง ทันทีที่สระตัวสุดท้ายเขียนเสร็จก็ล้มลงขาดใจตาย
ooooooo
วันชัยมั่นใจการตายของนายแห้ง ช้อยกับหลวงมนูกิจต้องเกี่ยวข้องด้วยแน่ๆ เพราะเขาโทรศัพท์ถามละไมได้ความว่าวันเกิดเหตุฆาตกรรมสองคนนั่นไม่อยู่บ้าน แต่ตอนนี้ช้อยกลับบ้านวงษาเพียงคนเดียว แสดงว่าหลวงมนูกิจยังอยู่ที่นี่อาจจะตามแก้วมา ราชันย์เป็นห่วงแก้วมาก ถามกำแหงเมื่อไหร่คนของเขาจะมาสักที
“มาแล้วครับ มาแล้ว”กำแหงว่าแล้วเดินไปหาคนของตัวเอง คุยกันครู่หนึ่งก็เดินยิ้มกลับมาบอกข่าวดีว่าคนของเขารู้ที่อยู่เม่น เคราแดงแล้ว ทั้งสามหนุ่มมุ่งหน้าไปขึ้นรถของวันชัยทันที...
ฝ่ายหลวงมนูกิจนึกขึ้นได้ควรจะจัดการแก้วกับไม้ในคราวเดียวกันไปเลย ย้อนกลับมาที่ค่ายพักอีกครั้ง เดินหาจนเจอแก้วกับไม้นอนแน่นิ่งเลือดเปรอะไปทั่ว เขาอยากให้มั่นใจทั้งคู่ตายแน่ๆชักปืนจะยิงซ้ำ แต่เกิดอัศจรรย์เมื่อใดที่เขายกปืนจะยิง กิ่งไม้ที่ติดไฟตกใส่มือทุกครั้ง ครั้งสุดท้ายทำให้ปืนหลุดมือ พอเขาจะก้มเก็บปืนกิ่งไม้ไหม้ไฟปลิวใส่อีก หลวงมนูกิจเห็นท่าไม่ดีรีบคว้าปืนได้วิ่งออกมายืนไกลๆ แล้วหันไปยิงใส่บริเวณที่แก้วกับไม้นอนอยู่ ระบายอารมณ์โกรธเกรี้ยว ก่อนเดินจากไปพร้อมกับแผลไฟไหม้บริเวณแขน...
ในเวลาเดียวกัน ช้อยฝันร้ายเห็นหลวงมนูกิจถูกแก้วใช้ปืนด้ามทองยิงกระหน่ำตายคาที่ ตกใจตื่นกรีดร้องลั่น ชไมพรได้ยินเสียงแม่ร้องรีบวิ่งมาเคาะประตูห้องเรียก ช้อยนิ่งเงียบไม่ขานตอบ ชไมพรตัดสินใจเปิดประตูห้องเข้ามาถามว่าเป็นอะไรไป ช้อยละล่ำละลักว่าแก้วฆ่าหลวงมนูกิจตายที่ป่ากลางเนิน ชไมพรนิ่วหน้า
“ป่ากลางเนิน...แล้วคุณหญิงแม่รู้ได้อย่างไรคะ”
ช้อยได้สติ อ้ำๆอึ้งๆว่าคงจะฝันไป แต่ความฝันครั้งนี้เหมือนจริงมาก เธอกลัวแก้วจะฆ่าหลวงมนูกิจจริงๆ ชไมพรซักถามอีก หลวงมนูกิจไปทำอะไรที่ป่ากลางเนินถึงจะถูกแก้วฆ่า ช้อยเสียงเขียวทันที
“ทำทุกอย่างเพื่อแกน่ะสิ”
“ไม่ค่ะ...ชไมไม่ต้องการสมบัติเปื้อนเลือด ไม่ต้องการได้มรดกเลือด...ไม่ต้องการ”ชไมพรผลุนผลันกลับห้องตัวเอง ช้อยตาวาวด้วยความโลภ พึมพำเบาๆถอยไม่ได้อีกแล้วต่อให้เป็นมรดกเลือด เธอก็จะเอา
ooooooo










