ตอนที่ 14
แก้วทนพฤติกรรมของราชันย์ที่ต่อหน้าคนอื่นดูถูกเหยียดหยามเธอสารพัด แต่พอลับหลังกลับพูดจาดีทำตัวดีกับเธอไม่ได้อีกต่อไป ตัดสินใจเข้าไปเก็บข้าวของใส่ย่ามจะกลับบ้านวงษา ราชันย์พยายามยื้อไม่ยอมให้ไป รุ่งลักษมีออกมาเห็นพอดี ต่อว่าพี่ชายจะห้ามแก้วทำไม ราชันย์รีบปล่อยมือจากแก้ว
“ก็...ยังใช้ไม่คุ้มค่าจ้างเลยจะให้ไปทำไม”
แก้วเสียใจน้ำตาคลอ “แก้วตัดสินใจถูกแล้วที่จะไปจากที่นี่ อ้อ...แล้วเงินค่าจ้างสตางค์แดงเดียวแก้วก็ไม่เอาถือซะว่าทำทาน” แก้วคว้าถุงย่าม แล้วผละจากไป รุ่งลักษมีหมั่นไส้ด่าไล่หลังอุตลุด ราชันย์ทนฟังไม่ได้ สั่งให้รุ่งลักษมีหยุดด่าได้แล้วระวังปากจะฉีกถึงรูหู ก่อนเดินลิ่วเข้าบ้าน
รุ่งลักษมีโกรธร้องกรี๊ดๆ...
ช้อยสังเกตเห็นชไมพรท่าทางแปลกไปนั่งนิ่งไม่พูดไม่จาตั้งแต่เมื่อเช้า มีเรื่องอะไรไม่สบายใจให้บอกเธอได้ ชไมพรนิ่งเงียบไปอึดใจ ก่อนจะเล่าเรื่องที่ไม้บอกว่าเธออาจจะไม่ใช่ลูกของเจ้าคุณพ่อให้ฟัง ช้อยหน้าเสียแต่รีบปรับสีหน้าเป็นปกติ
“ไอ้ไม้ปากเสีย...มันอยากยุแยงตะแคงรั่วเราสองคนให้ทะเลาะกันน่ะสิ หนอย...ไอ้ไม้ ไอ้เจ้าเล่ห์ คงเห็นเราสองคนมีความสุขแต่นังแก้วกำลังทุกข์ทน เลยอยากให้ลูกกับแม่หมางใจกัน อย่าไปเชื่อคำยุยงของมันนะลูก หนูคือลูกเจ้าคุณพ่อ...จำไว้” ช้อยเสียงแข็ง แต่ดูแววตาหลุกหลิกชอบกล ชไมพรมองแม่ สงสัยไม่ปักใจเชื่อ...
ค่ำวันเดียวกัน ราชันย์แวะมาเยี่ยมแก้วที่กระท่อมกลางสวน แก้วไม่อยากพบหน้า ฝากไม้ช่วยจัดการแขกไม่ได้รับเชิญให้ที ขู่ราชันย์ถ้าไม่ยอมกลับไปเกิดมีการเลือดตกยางออก เธอจะถือว่าไม้ป้องกันตัวเอง แล้วเดินหนีเข้าห้อง ราชันย์จะตาม แต่ไม้ถลันเข้ามาถีบกระเด็น แล้วตามเข้าไปจะซ้ำ ราชันย์ยกมือห้าม
“จะฆ่าฉันก็ได้นายไม้ แต่ฉันขอร้องช่วยฟังฉันก่อน”
ไม้มองราชันย์อย่างชั่งใจ แล้วพากันเดินเข้าไปคุยในสวนแถวมุมลับตาคน ราชันย์ขอให้ไม้เชื่อสักครั้งว่าเขารักแก้วมาก ที่ยอมเป็นคนเลวก็เพื่อจะล้วงความลับจากหลวงมนูกิจกับช้อย ถ้าไม้ไม่เชื่อที่เขาพูดจะให้ทำอะไรเขายินดีทำทุกอย่าง ไม้อยากให้ราชันย์กรีดเลือดสาบานร่วมกับเขาเพื่อพิสูจน์คำพูดตัวเอง สองหนุ่มกรีดข้อมือตัวเองแล้วปล่อยให้เลือดไหลลงพื้นดิน จากนั้น ไม้กล่าวนำคำสาบานให้ราชันย์พูดตาม
“แม่พระธรณีเป็นพยาน เลือดที่หยดลงสู่ปฐพีนี้ คือเลือดสาบานของข้า...หากแม้ผู้ใดตระบัดสัตย์ โกหกหลอกลวง ทรยศ ขอให้มันผู้นั้นย่อยยับ จมสู่ธรณี”
สิ้นคำสาบาน สายฟ้าฟาดเปรี้ยง พื้นดินสั่นสะเทือน เสมือนร่วมเป็นสักขีพยาน เสียงฟ้าฝ่าทำให้แก้วสะดุ้งเฮือก นึกเป็นห่วงราชันย์รีบวิ่งออกจากห้อง เห็นไม้เดินเข้ามาโดยมีเลือดไหลจากข้อมือเป็นทาง เธอตกใจคิดว่าไม้ถูกราชันย์ทำร้าย ไม้ส่ายหน้าไม่มีใครทำอะไรใคร นี่เป็นแค่วิถีอย่างหนึ่งของการพิสูจน์ใจลูกผู้ชายที่มีความรักต่อแก้ว ถ้าราชันย์ไม่ตระบัดสัตย์ สักวันเขาคงมีโอกาสเล่าให้แก้วฟัง
“แต่ถ้ามันตระบัดสัตย์ มันจะต้องตาย...ตายพร้อมๆกับไอ้หลวงมนูกับนังช้อย” ไม้ประกาศก้อง
ooooooo
วันชัยพลอยดีใจไปกับราชันย์ที่ปรับความเข้าใจกับไม้ได้ ตอนนี้เหลือเพียงแก้วเท่านั้นที่ยังขุ่นข้องหมองใจ ราชันย์ตั้งใจไว้แล้วสักวันแก้วต้องเข้าใจเขา แต่ตอนนี้เขาอยากช่วยแก้วหาปืนของหลวงมนูกิจให้เจอก่อน
“ฉันจะช่วยอีกแรง เพราะถ้าปืนของหลวงมนูกิจเป็นชนิดเดียวกับปืนที่ใช้ฆ่าเจ้าคุณพ่อ ปริศนาการตายของท่านจะได้คลี่คลายเสียที” วันชัยมองราชันย์สีหน้ามุ่งมั่น จากนั้น สองเพื่อนรักแยกย้ายกันไปค้นหาปืน วันชัยลอบเข้าไปค้นให้ห้องหลวงมนูกิจ ส่วนราชันย์มุ่งหน้าไปยังห้องชไมพร
วันชัยหาจนทั่วห้องหลวงมนูกิจแต่ไม่พบปืนต้องสงสัย จังหวะนั้น หลวงมนูกิจเปิดประตูเข้ามาเจอ ไม่พอใจมากต่อว่าที่วันชัยถือวิสาสะเข้ามาในห้องของตน วันชัยอ้างสิทธิ์ความเป็นเจ้าของบ้านที่จะไปไหนมาไหนในบ้านตัวเองก็ได้ เหมือนที่หลวงมนูกิจอ้างสิทธิ์เข้าไปในกระท่อมที่พักของแก้วกับไม้ แต่ผิดกันตรงที่เขาเป็นเจ้าของบ้านตัวจริง หลวงมนูกิจแค้นใจมาก มองวันชัยที่เดินออกไปราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ...
ฝ่ายราชันย์เคาะประตูห้องชไมพรเบาๆหยั่งเชิง มีใครอยู่ในห้องหรือเปล่า ทุกอย่างเงียบกริบ เขารีบผลุบเข้าห้องค้นหาปืนตามมุมต่างๆ แต่ไม่พบ ขณะกำลังจะก้มดูใต้เตียงนอน ชไมพรเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน ถามงงๆ ราชันย์เข้ามาในนี้ทำไม ราชันย์ยิ้มเจื่อน แต่งเรื่องว่าคิดถึงชไมพรอดใจไม่ไหวต้องดอดมาพบ
ระหว่างนั้น แก้วถืออุปกรณ์ทำความสะอาดเดินผ่านหน้าห้องชไมพรพอดี หยุดมอง ราชันย์เห็นแก้วถึงกับอึ้ง ละไมมองตามสายตาแก้วเห็นราชันย์อยู่ในห้องกับชไมพร รีบไล่แก้วไปทำงานต่อ แก้วน้ำตาคลอเบ้าเดินเลี่ยงออกมา ราชันย์มองตามแก้วไม่วางตา ชไมพรชักเคือง ตัดพ้อว่า
“แต่ท่าทางพี่ราชันย์ไม่เห็นจะคิดถึงชไมเลย มองแต่นังแก้ว” ชไมพรพูดจบเดินหนี ราชันย์รีบตามมาคว้ามือไว้ ออดอ้อนว่าคิดถึงเธอจริงๆแต่ที่มองแก้วเพราะไม่ชอบที่แก้วไม่มีมารยาท เจ้านายอยู่ในห้องด้วยกันยังจะแอบมอง แก้วทำความสะอาดอยู่แถวนั้นได้ยินเข้า เสียใจมาก ชไมพรทวงถามราชันย์เมื่อไหร่จะแต่งงานกับเธอ เธออยากไปจากที่นี่เต็มทีแล้ว อยู่แล้วอึดอัดที่วันชัยทำเหมือนเธอไม่ใช่น้องสาว ราชันย์คิดหาทางบ่ายเบี่ยง
“จ้ะ...รอให้พี่เสร็จงานของพี่เมื่อไหร่ เราจะแต่งงานกันให้เร็วที่สุด” ราชันย์โอบกอดชไมพรพากันลงไปข้างล่าง แก้วได้แต่มองตามน้ำตาไหลพราก...
ทันทีที่เห็นราชันย์กลับเข้าบ้าน รุ่งลักษมีเข้ามากอดแขนประจบประแจง ขอร้องพี่ชายช่วยไปพูดกับวันชัยให้ที เธอยอมให้แก้วเป็นนางบำเรอของวันชัย แต่มีข้อแม้ เขาต้องแต่งงานกับเธอ ราชันย์มองหน้าน้องสาวเหนื่อยใจ เตือนว่าแก้วไม่ใช่สิ่งของที่จะโยนไปโยนมาให้ใครก็ได้
“มันก็จริงค่ะ แต่มันเป็นขี้ข้าและขี้ข้าเน่าเหม็นอย่างมันใครจะทำอะไรด้วยก็ได้ หรือพี่ราชันย์หวงมันคะ”
“พี่จะหวงแก้วทำไม”
“ถ้าไม่หวง พี่ราชันย์ต้องคุยเรื่องนี้กับพี่วันชัยให้รุ่ง” รุ่งลักษมีรีบตัดบท ราชันย์มองน้องเอือมระอา...
หลวงมนูกิจปรึกษากับช้อยอยู่ที่มุมหนึ่งในสวน เขาสงสัยวันชัยลอบเข้าไปในห้องของเขาเพื่อค้นหาปืนกระบอกที่ฆ่าเจ้าพระยาวงษา หากวันชัยรู้ชนิดของกระสุนปืน ต้องสาวมาถึงตัวเขาแน่ๆ ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาคงต้องหาที่ซ่อนปืนที่ใหม่ ช้อยมั่นใจห้องชไมพรเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดแล้ว เมื่อไหร่ ที่ชไมพรแต่งงานกับราชันย์ ช้อยจะหาทางย้ายปืนไปซ่อนไว้ที่บ้านราชันย์ให้เขาเอง หลวงมนูกิจสบายใจขึ้น
ชไมพรยืนอยู่ในห้องตัวเอง มองลงมาเห็นแม่อยู่ลำพังกับหลวงมนูกิจทั้งที่มืดค่ำแล้ว ฉุกคิดถึงคำพูดของไม้ขึ้นมาทันที ชไมพรต้องเตือนตัวเองที่ไม้พูดเป็นเรื่องไม่จริง แม่ของเธอไม่ใฝ่ต่ำลอบเป็นชู้กับหลวงมนูกิจ
ooooooo
พอกำแหงรู้ว่าวันชัยหาปืนของหลวงมนูกิจไม่พบ แนะให้เบนเข็มมาที่แก้วแทน เขาจำได้ว่าวันที่แก้วลอบขึ้นตึกครั้งก่อนมีปืนมาด้วย วันชัยต้องหาปืนกระบอกนั้นให้เจอเพราะถ้าเป็นปืนด้ามทอง แก้วก็จะเป็นน้องสาวของวันชัย ทายาทคนสำคัญที่เจ้าพระยา วงษาให้ตามหา วันชัยยิ้มเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้...
ขณะเดียวกัน หลวงมนูกิจสังหรณ์ใจว่าวันชัยอาจจะคิดตามหาปืนด้ามทองเหมือนกันกับตน จึงวางแผนจะทำบางอย่างเพื่อทำให้วันชัยไขว้เขว ล้วงเอาปืนกระบอกหนึ่งออกจากชายพก ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์...
วันชัยหาทางหลอกล่อแก้วกับไม้ให้ง่วนอยู่ในสวน แล้วตัวเองแอบย่องไปยังกระท่อมกลางสวน โดยไม่รู้ว่าก่อนหน้านั้นไม่กี่อึดใจ หลวงมนูกิจลอบเอาปืนไปซ่อนไว้ในกระท่อมกลางสวนแล้วแอบซุ่มรอดูวันชัยอยู่แถวนั้น สักพัก เห็นวันชัยย่องเข้าไปในกระท่อม ค้นเจอปืนที่หลวงมนูกิจเอามาซ่อน ดีใจรีบหยิบขึ้นมาดู
“ไม่ใช่ปืนด้ามทอง...งั้นแก้วก็ไม่ใช่ทายาทของเจ้าคุณพ่อ ...ไม่ใช่น้องเรา”
วันชัยเก็บปืนไว้ที่เดิม ออกจากกระท่อมด้วยจิตใจห่อเหี่ยว หลวงมนูกิจยิ้มพอใจที่แผนสำเร็จด้วยดี หันหลังจะกลับ อารามรีบร้อนชนกับต้นไม้ด้านหลังอย่างจังถึงกับร้องโอ๊ย วันชัยกำลังจะลงจากกระท่อมได้ยินเสียงร้อง รีบวิ่งไปดู หลวงมนูกิจจวนตัวไม่รู้จะหนีไปทางไหน ตัดสินใจโดดผลุงเข้าไปหลบในพุ่มไม้ใกล้ๆไม่ทันเห็นพุ่มไม้มีหนามแหลมถูกหนามเกี่ยวเลือดซิบ เจ็บมากแต่ร้องไม่ได้ ได้แต่ยืนหันหลังให้นิ่งอยู่อย่างนั้น
ประมุขบ้านวงษาเห็นหลังหลวงมนูกิจไวๆซ่อนอยู่ในพุ่มไม้ แกล้งเดินวนไปมาไม่ยอมไปไหน ระหว่างนั้นราชันย์จะมาหาแก้ว แต่เห็นวันชัยเดินท่อมๆอยู่หลังกระท่อมก็ร้องทักทาย วันชัยขยิบตาให้แล้วพยักพเยิดไปทางพุ่มไม้ที่หลวงมนูกิจซ่อนตัวอยู่ ราชันย์อมยิ้มอย่างรู้กัน สองหนุ่มเล่นละครตบตายียวนใส่กัน ก่อนจะแกล้งเข้าเหวี่ยงเท้าเตะสะเปะสะปะเข้าด้านหลังหลวงมนูกิจเต็มแรง
หลวงมนูกิจโดนแข้งสองหนุ่มไปหลายดอก หน้าเหยเกแต่ไม่กล้าร้อง พอแกล้งจนหน่ำใจแล้ว ราชันย์ทำเป็นพ่ายแพ้ ชี้หน้าวันชัยขู่อาฆาตวันหลังจะมาท้วงแค้นคืน แล้วแกล้งเตะก้อนหินแบบเด็กไม่ได้ดั่งใจ ก้อนหินลอยไปตกใส่หัวหลวงมนูกิจแม่นราวกับจับวาง เสียงดังโป๊กลั่น วันชัยอมยิ้ม ชี้หน้าราชันย์กลับบ้าง
“อยากมีเรื่องอีกหรือไอ้ราชันย์...ได้”วันชัยว่าแล้วพุ่งเข้าหา ราชันย์วิ่งหนี
หลวงมนูกิจหันมองตามสองหนุ่มวิ่งไล่กันออกไปตาขวาง ก่อนมุดออกมาจากพุ่มไม้เอามือกุมหัวตัวเองป้อยๆ ไม้กับแก้วเข้ามาทันเห็นหลังหลวงมนูกิจไวๆ มองหน้ากันสงสัย รีบเข้าไปตรวจดูในกระท่อม เห็นหน้าต่างห้องถูกงัด ไม้เดาได้ไม่ยาก หลวงมนูกิจต้องเข้ามาค้นหาปืนด้ามทองแน่ๆ
“โชคดีที่พี่ไม้เอาไปซ่อนไว้ก่อนไม่อย่างนั้นมันคงเจอแน่ ว่าแต่พี่ไม้เอาปืนด้ามทองไปซ่อนไว้ที่ไหน ยังไม่รู้บอกแก้วเลย”
ไม้ไม่ทันจะอ้าปากตอบ เหลือบเห็นปืนที่หลวงมนูกิจเอามาซ่อนไว้เสียก่อน ทั้งคู่ต่างสงสัยไปต่างๆนานา หลวงมนูกิจเอาปืนมาซ่อนไว้ในนี้ทำไม...
วันชัยเล่าเรื่องที่เจอปืนในกระท่อมกลางสวนให้ราชันย์ฟัง ราชันย์เชื่อว่าปืนกระบอกนั้นต้องไม่ใช่ปืนของแก้ว แต่อาจเป็นปืนที่หลวงมนูกิจเอาไปซ่อนไว้เพื่อให้วันชัยไขว้เขว เพราะฉะนั้นเราสองคนต้องช่วยกันหาปืนด้ามทองให้เจอ เขามั่นใจเพราะปืนด้ามทองทำให้แก้วเข้ามาที่บ้านวงษา
จากนั้น ราชันย์แวะไปหาแก้วที่กระท่อมกลางสวน เห็นแก้วกับไม้กำลังนั่งกินข้าวเย็นกันอยู่หน้ากระท่อม ทันที ที่กลิ่นอาหารโชยมาแตะจมูก ราชันย์โก่งคออาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตาย ละไมถือจานใส่ยำมะม่วงมาให้แก้ว ราชันย์ได้กลิ่นยำมะม่วง พานเป็นลมล้มฟุบ ไม้กับละไมช่วยกันพยุงราชันย์มานอนพัก ละไมบีบนวดเนื้อตัวให้ ขณะที่ไม้เอายาดมให้ดม ส่วนแก้วนั่งห่างราชันย์เป็นวา แพ้กลิ่นผัวทำท่าพะอืด พะอม สักพักราชันย์ได้สติ ถามไม้ว่าเขาเป็นอะไรไป ไม้ตอบไม่ได้ รู้แต่จู่ๆราชันย์โก่งคออาเจียนจนเป็นลม ทำราวกับคนแพ้ท้อง
“ผู้ชายบางคนก็แพ้ท้องแทนเมียนะคะ” ละไมตั้งข้อสังเกต ราชันย์มองแก้วงงๆ...
หลวงมนูกิจพาร่างสะบักสะบอมไปให้ช้อยทำแผลใส่ยาให้ ช้อยสงสัยไปทำอะไรมาถึงได้น่วมไปทั้งตัวแบบนี้ หลวงมนูกิจเล่าว่าราชันย์กับวันชัยทะเลาะกัน เขาซ่อนอยู่ในพุ่มไม้เลยถูกลูกหลง ช้อยดูสภาพแล้วเหมือนสองคนนั่นจงใจมากกว่า หลวงมนูกิจชักสงสัยจะถูกสองหนุ่มรวมหัวกันเล่นละครตบตา
“เล่นละครตบตา...ถ้าเช่นนั้น เราต้องหาทางพิสูจน์ พรุ่งนี้ไอ้วันชัยมันไม่อยู่เสียด้วยสิ ไว้ฉันจะเตี๊ยมกับลูกชไมเอง” ช้อยแววตาร้ายกาจขึ้นมาทันที
ooooooo
ช้อยวางแผนให้ชไมพรใส่ความแก้วว่า บุกเข้ามาตบตีชไมพรถึงในบ้าน แล้วยุให้ราชันย์เอาหวายไปเฆี่ยนแก้วสั่งสอน ถ้าราชันย์ยอมทำแสดงว่าเป็นพวกเดียวกันกับพวกเธอ แต่ถ้าไม่ทำ ราชันย์ต้องมีแผนบางอย่างซ่อนอยู่ ราชันย์หนีไม่ออก จำต้องไปจัดการแก้วที่กระท่อมกลางสวน
แก้วปฏิเสธลั่นว่าไม่ได้ขึ้นไปทำร้ายชไมพร รุ่งลักษมี ช้อย และหลวงมนูกิจหาว่าแก้วโกหก ยุให้ราชันย์รีบจัดการแก้ว ไม้ขู่ถ้าราชันย์กล้าทำร้ายแก้ว เขาจะไม่ไว้หน้า ช้อยกับพวกและรุ่งลักษมีเห็นราชันย์รีๆรอๆ เร่งให้เขาเฆี่ยนแก้วไวๆ ราชันย์ กำหวายแน่น เงื้อขึ้นสุดแขน แต่ดันฟาดหวายใส่หลวงมนูกิจอย่างจัง หลวงมนูกิจหันมองเอาเรื่อง ราชันย์ทำหน้าเหลอหลา ไม้อมยิ้มมองราชันย์อย่างรู้ทัน...
ในเวลาเดียวกัน อีกมุมหนึ่งของสวน หมัดยื่นห่อข้าวให้ละม่อมกิน ละม่อมเกิดคลั่งขึ้นมา ตะโกนลั่นว่าไม่กิน แล้วปัดห่อข้าวกระเด็น ก่อนจะวิ่งเตลิด หมัดตกใจวิ่งตาม...
ราชันย์รีบขอโทษหลวงมนูกิจที่ฟาดพลาดไปหน่อย จะขอแก้ตัวแล้วเงื้อหวายขึ้นอีกครั้ง หลวงมนูกิจร้องห้ามลั่น เกรงจะถูกลูกหลงซ้ำ แย่งหวายจากมือราชันย์ จะจัดการแก้วเอง หลวงมนูกิจยังไม่ทันจะทำอะไร ละม่อมวิ่งเตลิดเข้ามาเสียก่อน หมัดเห็นช้อยกับหลวงมนูกิจรีบหลบหลังพุ่มไม้ ชไมพรตะโกนลั่นว่าคนบ้ามาอีกแล้ว ช้อยจำละม่อมได้ คว้าท่อนไม้แถวนั้นฟาดสกัดไม่ให้ละม่อมเข้าใกล้ชไมพร
ท่อนไม้ถูกหัวละม่อมล้มคว่ำนอนนิ่ง หลวงมนูกิจเข้าไปกระชากผมละม่อม ทันใดนั้น ละม่องผงกหัวขึ้นมามอง ทุกคนถึงกับผงะเมื่อเห็นหน้าเละๆของเธอ โดยเฉพาะชไมพรกับรุ่งลักษมีร้องลั่นตกใจ ชไมพรคว้าแขนแม่พยายามลากออกไป ละม่อมประสานตากับหลวงมนูกิจ จำได้ละล่ำละลักเรียกว่า “หลวงมนู”
“ฉันไม่รู้จักแกๆ....ไปให้พ้น” หลวงมนูกิจปฏิเสธปากคอสั่น
ไม้ถลันเข้าไปหาละม่อมจะพาตัวออกไป แต่เธอกลัวไม้จะทำร้ายหนีเตลิดไปอีกครั้ง ราชันย์อาสาจะตามให้เองแล้วไล่ตามไปติดๆ รุ่งลักษมีหยิบหวายขึ้นมาจะฟาดแก้ว แต่เจอสายตาเอาเรื่องของแก้วกับไม้ ทั้งหลวงมนูกิจ ช้อย ชไมพรและรุ่งลักษมีจำต้องล่าถอยกลับไป ไม้รีบชวนแก้วไปช่วยกันจับตัวละม่อม...
ด้านละม่อมถูกช้อยฟาดหัวเต็มแรงทำให้ความจำเริ่มกลับมาอีกครั้ง ไม่นานนัก ก็จำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ทุกอย่าง เล่าให้ราชันย์ แก้ว ไม้ และหมัดฟังว่าถูกช้อยทำร้ายจนเป็นแบบนี้ ละม่อมแค้นช้อยกับหลวงมนูกิจมากจะตามไปฆ่าแก้แค้น ราชันย์ห้ามปรามให้ใจเย็นๆก่อน เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร
“ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกฎหมายบ้านเมือง...ละม่อมไม่จำเป็นต้องสร้างเวรสร้างกรรมด้วยการแก้แค้น”
หมัดเห็นด้วยกับราชันย์ แต่หลวงมนูกิจกับช้อยเห็นหน้าละม่อมชัดเจน เกรงละม่อมจะไม่ปลอดภัย ไม้อาสาจะดูแลละม่อมเอง คืนนี้ให้เธออยู่กับเขาและแก้วที่กระท่อมกลางสวน พรุ่งนี้เช้าพวกเราค่อยไปเรียนคุณวันชัย แล้วไปแจ้งความกับผู้หมวดกำแหงด้วยกัน ทุกคนเห็นด้วยกับไม้ ยกเว้น ละม่อมที่นั่งฟังเงียบ...
รุ่งลักษมีเห็นราชันย์หายไปจับคนบ้านานสองนานชักเป็นห่วง หลวงมนูกิจปลอบว่าอย่ากังวลใจไปเลย ป่านนี้ราชันย์อาจจะจับคนบ้านั่นส่งโรงพักไปแล้ว ช้อยแนะให้รุ่งลักษมีกลับบ้านไปก่อน เดี๋ยวให้หลวงมนูกิจไปส่ง ไม่ต้องคอยราชันย์ให้เสียเวลา พอรุ่งลักษมีลับสายตา ชไมพรขอร้องแม่อย่าทำอะไรละม่อมอีกเลย
“แต่มันกุมความลับเราเอาไว้นะลูก”
“ชไมจะไปขอร้องให้มันไปจากที่นี่ดีๆให้เงินมันสักก้อนแล้วส่งมันกลับบ้านนอกไป แค่ที่คุณหญิงแม่ทำกับมันก็มากเกินพอแล้ว อย่าทำบาปทำกรรมอีกเลยนะคะ” ชไมพรอ้อนวอน แต่ดูเหมือนช้อยจะไม่คล้อยตาม...
ดึกคืนนั้น ช้อยนอนไม่หลับต้องการฆ่าปิดปากละม่อม เอามีดเหน็บไว้ที่ชายพกก่อนย่องออกจากห้อง ชไมพรรอจนแม่เดินลับสายตา ลอบสะกดรอยตาม ฝ่ายละม่อมเพลิงแค้นสุมอก แอบหนีออกจากกระท่อมกลางสวนเพื่อไปฆ่าช้อย ระหว่างเดินท่อมๆอยู่กลางสวนเจอช้อยพอดี ทั้งคู่กระโจนเข้าหากันราวกับมีความแค้นมาแต่ชาติปางก่อน ช้อยดึงมีดออกจากชายพกจะแทงละม่อม ชไมพรตามมาเห็นร้องห้ามลั่น ช้อยชะงัก ละม่อมฉวยโอกาสแย่งมีดจากมือช้อยเงื้อจะแทง ชไมพรปราดเข้ามาดึงมือละม่อมไว้
ละม่อมผลักเธอกระเด็นกระแทกต้นไม้ แล้วพุ่งตะครุบตัวช้อยไว้ ขึ้นคร่อมบีบคอไว้แน่น ขณะช้อยกำลังจะขาดใจตาย หลวงมนูกิจใช้ไม้ท่อนเขื่องฟาดละม่อมทางด้านหลังสุดแรงเกิด ชไมพรตกใจกรีดร้องลั่น ละม่อมล้มฟุบแน่นิ่ง ช้อยปราดเข้ามาอังจมูก ไม่มีลมหายใจ คราวนี้ละม่อมตายสนิท ชไมพรกรีดร้องซ้ำๆว่า “คุณหลวงฆ่าละม่อม” ช้อยต้องรีบเอามือปิดปากลูก สั่งให้หุบปาก
“คุณหลวงช่วยเราต่างหาก ไม่เช่นนั้นป่านนี้ เราสองคนต้องถูกนังละม่อมฆ่าตายไปแล้ว”
หลวงมนูกิจบอกให้ช้อยรีบพาชไมพรขึ้นตึก ส่วนเขาจะจัดการกับศพละม่อมเอง ชไมพรร้องไห้ตัวสั่นหวาดกลัวเกิดมีใครพบศพละม่อมจะทำอย่างไร หลวงมนูกิจจะโยนความผิดให้ราชันย์ เพราะเขาเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับละม่อม รุ่งลักษมีเป็นพยานให้พวกเราได้ ชไมพรลังเล เป็นห่วงราชันย์
“เขาไม่ใช่พวกเรา คุณชไมพรก็เห็นเมื่อกลางวัน คุณราชันย์เข้าข้างนังแก้วแกล้งฟาดหวายมาทางกระผม”
ช้อยสั่งให้ชไมพรทำตามที่หลวงมนูกิจบอก แล้วลากลูกที่ร้องไห้ด้วยความหวาดกลัวขึ้นตึก
ooooooo
กว่าแก้ว ไม้ และหมัดจะรู้ว่าละม่อมหายตัวไปก็เช้าแล้ว ไม้กับแก้วแยกไปตามหาละม่อมที่ตึกใหญ่ ส่วนหมัดออกค้นหาในสวน ไม่มีใครเห็นแม้แต่เงาของละม่อม แถมวันชัยก็ไม่อยู่ออกไปธุระแต่เช้า
ตอนสาย ราชันย์มาช่วยไม้ แก้ว กับหมัดตามหาละม่อมอีกแรง หมัดสังหรณ์ใจจะเกิดเรื่องไม่ดีกับละม่อม ทั้งสี่คนแยกย้ายกันค้นหาในสวนอีกรอบ โดยหมัดแยกไปค้นหาแถวริมน้ำ แหวกดูตามสุมทุมพุ่มไม้รก แต่แล้วเขาต้องตกใจสุดขีดร้องลั่นเมื่อเจอหัวแม่เท้าคนโผล่ขึ้นมาจากพื้นดิน
ราชันย์ แก้ว กับไม้ได้ยินเสียงหมัดร้อง ต่างรีบวิ่งตามเสียงร้องมาเจอกันกลางทางพอดี ราชันย์ขอให้แก้วกลับไปรอที่กระท่อมกลางสวนไม่ต้องตามไปดูกำลังท้องกำลังไส้ เขาเป็นห่วงจะไปเจออะไรที่ไม่น่าดู แต่พอสองหนุ่มคล้อยหลัง แก้วแอบย่องตาม...
หมัดมัวแต่ตกใจ ไม่ทันเห็นหลวงมนูกิจแอบย่องมาด้านหลัง ใช้ไม้ท่อนใหญ่หวดเข้าท้ายทอยหมัดอย่างจัง สลบกลางอากาศ รีบแบกร่างไร้สติของหมัดหนีออกไป สักพักไม้กับราชันย์ตามมาถึงจุดเกิดเหตุ แต่ไม่เจอหมัด เห็นแต่พื้นดินมีร่องรอยการขุด ไม้แหวกเข้าไปดูในพุ่มไม้เจอเท้าคนมีรอยถูกหนูกัดแทะ
สองหนุ่มช่วยกันขุดบริเวณนั้นดู ไม่นานนัก เผยให้เห็นศพละม่อมชัดเจน แก้วตามมาสมทบเห็นสภาพศพถึงกับผงะ ทั้งสามคนง่วนอยู่กับศพไม่ทันสังเกตเห็นหลวงมนูกิจซู่มดูอยู่อีกมุมหนึ่งยิ้มสะใจ...
วันชัยกลับถึงบ้านต้องตกใจเมื่อรู้ว่าตำรวจพบศพละม่อมถูกฝังอยู่ในสวน กำแหงกำลังสอบปากคำหลวงมนูกิจกับช้อยว่าใครกันที่อยู่กับละม่อมเป็นคนสุดท้าย ทั้งคู่ให้การตรงกันว่าเป็นราชันย์ แถมกล่าวหาเขาอาจเป็นฆาตกรโรคจิต ราชันย์ปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ไม้แนะกำแหงให้ลองถามหมัดดูว่าละม่อมกุมความลับของใครไว้คนนั้นน่าจะเป็นฆาตกรฆ่าละม่อม ช้อยหน้าเสีย ขณะที่หลวงมนูกิจกลับไม่สะทกสะท้าน
กำแหงให้ตำรวจออกตามหาหมัดทั่วบริเวณบ้านวงษาแต่ไม่พบตัว ราชันย์บอกกำแหงว่าเมื่อตอนสายก่อนจะพบศพละม่อม เขากับแก้วและไม้ได้ยินเสียงหมัดร้อง พอไปถึงหมัดหายไปแล้ว หลวงมนูกิจสวนทันที
“คนทั้งคนจะหายไปไหน นอกจากมีการสร้างเรื่องแต่งเรื่องเพื่ออำพรางความผิด”
“สารภาพมาดีกว่าค่ะคุณราชันย์ว่าคุณเป็นฆาตกรฆ่านังละม่อม” ช้อยพยายามโยนความผิดให้ราชันย์
ขณะราชันย์เข้าตาจน ชไมพรโผล่เข้ามาเป็นพยานยืนยันราชันย์ไม่ได้เป็นคนฆ่าละม่อม เมื่อวาน ราชันย์ตามละม่อมไปจริง แต่เธอตามไปห้ามเขาไว้ เพราะอยากอยู่กับเขาตามประสาคู่รักคู่หมั้นกัน หลังจากนั้น เราสองคนก็ขลุกอยู่ในห้องด้วยกันทั้งคืน ช้อยโกรธแทบคลั่งที่ชไมพรให้ปากคำช่วยราชันย์ ด่าลูกหน้าไม่อาย
“ความจริงชไมก็อายเหมือนกันค่ะ แต่ถ้าชไมไม่พูดความจริงออกมา พี่ราชันย์ก็ต้องกลายเป็นผู้ต้องสงสัย แล้วชไมจะแต่งงานได้อย่างไรล่ะคะ” ชไมพรทำเสียงน่าสงสาร
ถึงราชันย์จะมีพยานยืนยันความบริสุทธิ์ แต่กำแหงยังต้องให้เขาไปให้ปากคำต่อที่โรงพัก ไม้แนะกำแหงให้พาหมัดไปโรงพักด้วย หมัดจะบอกความจริงทุกอย่างได้ ทั้งเรื่องละม่อมและความลับของช้อยกับหลวงมนูกิจ ที่ทำให้ละม่อมต้องตาย หลวงมนูกิจท้าทายอย่างไม่เกรงกลัว ถ้าคิดว่าหมัดเก็บความลับของเขาไว้ ก็ไปลากตัวหมัดมาได้เลย กำแหงสั่งตำรวจทุกนายกระจายกำลังกันตามหาหมัดให้เจอโดยเร็วที่สุด...
ช้อยถึงกับถอนใจโล่งอกเมื่อรู้ว่าชู้รักของเธอจับหมัด ซึ่งสลบไสลมัดมือ ปาก และเท้าขังไว้ในห้องของเขา แต่ติงเขาน่าจะฆ่าหมัดให้สิ้นซากจะได้ไม่มีโอกาสมาเปิดโปงความลับของเรา หลวงมนูกิจรับปากจะจัดการหมัดทันที หลังจากพวกตำรวจไปกันหมดแล้ว หมัดหรี่ตาขึ้นมองครู่หนึ่ง ก่อนจะหลับตาลงไปอย่างเดิม...
ไม้ตัดสินใจเปิดเผยความจริงให้แก้วได้รู้ ที่จริงแล้วราชันย์เป็นพวกเดียวกับเรา กำลังหาทางเปิดโปงความชั่วของหลวงมนูกิจและช้อย แก้วงงราชันย์เป็นพวกเราตั้งแต่เมื่อไหร่ แล้วทำไมไม้ถึงเชื่อว่าเป็นความจริง
“ตอนแรกพี่ก็ไม่มั่นใจ แต่พอเห็นคุณราชันย์แกล้งเหวี่ยงหวายใส่หลวงมนูเท่านั้นล่ะ พี่เชื่อเลย”
“แต่ยังไงแก้วก็ยังไม่มั่นใจอยู่ดี”
“พี่รู้ สำหรับแก้วคงต้องการเวลา แต่ตอนนี้เราต้องเป็นพยานให้คุณราชันย์นะแก้ว เราต้องบอกผู้หมวดกำแหงว่า วันนั้นเกิดอะไรขึ้นบ้าง และคุณราชันย์อยู่กับเราไม่ได้อยู่กับชไมพร” ไม้สีหน้าจริงจัง แก้วจำต้องรับคำ
ooooooo
เช้าวันถัดมา กำแหงเชิญราชันย์มาให้ปากคำต่อที่บ้านวงษา รุ่งลักษมีขอตามมาด้วย กำแหงได้ฟังคำให้การของแก้วกับไม้แล้วสรุปว่า ราชันย์บริสุทธิ์ ไม้คาดว่าละม่อมต้องคิดไปแก้แค้นหลวงมนูกิจกับช้อยแน่ๆ เพราะสองคนนั้นเคยทำร้ายละม่อมจนพิกลพิการเกือบตาย แถมยังเคยลวงแก้วไปขายซ่องด้วย
รุ่งลักษมีหน้าเสีย แต่ไม่ปักใจเชื่อ ราชันย์สั่งน้องสาวให้เลิกยุ่งกับสองคนนั่นเสียที ควรจะหูตาสว่างได้แล้ว อย่าปล่อยให้ใจที่ไม่ดีครอบงำจนเห็นผิดเป็นชอบ แก้วถามกำแหงว่าเจอหมัดหรือยัง กำแหงส่ายหน้าสีหน้าเป็นกังวล วันชัยก็กังวลไม่แพ้กำแหง เกรงหมัดจะมีชะตากรรมเดียวกับละม่อม เพราะคิดจะเปิดโปงความชั่วของหลวงมนูกิจ ทุกคนมองหน้ากันใจคอไม่ดี หลวงมนูกิจกับช้อยแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง
“จ้างให้พวกแกก็ไม่มีทางเจอไอ้หมัด เพราะฉันจะส่งมันไปลงนรกเอง” หลวงมนูกิจพึมพำ...
หมัดพยายามเอาเชือกที่มัดมือถูกับมุมเสาให้เชือกขาด จังหวะนั้น มีเสียงดังขึ้นหน้าห้อง หมัดใจหายวูบ แกล้งสลบอย่างเดิม ได้ยินเสียงช้อยต่อว่าชไมพรที่แส่เข้าไปให้การช่วยเหลือราชันย์ แต่สุดท้ายราชันย์กลับเลือกแก้วแทนที่จะเลือกชไมพร หลวงมนูกิจเตือนช้อยอย่าส่งเสียงดัง เรื่องสำคัญขนาดนี้ไปหาที่คุยกันที่อื่นดีกว่า แล้วทั้งสามคนพากันลงไปข้างล่าง หมัดถอนใจโล่งอก รีบเอาเชือกถูเสาต่อ ไม่นานนัก เชือกที่ผูกข้อมือหลุดออก หมัดแก้มัดปากกับเท้าแล้วหลบหนีออกจากห้องอย่างรวดเร็ว...
ขณะช้อย หลวงมนูกิจกับชไมพรกำลังถกเถียงกันอยู่ในสวน หมัดโชคร้ายวิ่งหนีมาทางนั้นพอดี จะหลบก็หลบไม่ทัน หลวงมนูกิจเห็นเสียก่อน รีบวิ่งไล่กวดหมัดไปติดๆ ท่ามกลางความตกตะลึงของสองแม่ลูก...
อีกมุมหนึ่งใกล้กระท่อมกลางสวน ขณะแก้วกำลังล้างหน้าล้างตาอยู่ รุ่งลักษมีตามมาหาเรื่องด่าว่า แก้วไม่ยอมแพ้ด่ากลับ รุ่งลักษมีเถียงสู้ไม่ได้ ตรงเข้าตบแก้วไม่ยั้ง แถมขู่จะตบให้ลูกหลุด แก้วเป็นห่วงลูกต้องเอามือประคองท้องตัวเองไว้ ทำให้เสียเปรียบตบสู้รุ่งลักษมีไม่ได้
ราชันย์ ไม้ กำแหงกับวันชัยนั่งคุยกันอยู่ที่กระท่อมกลางสวนได้ยินเสียงแก้วกับรุ่งลักษมีทะเลาะกัน ราชันย์กับไม้รีบวิ่งไปช่วยแก้ว กำแหงกับวันชัยจะตามแต่ได้ยินเสียงหมัดร้องขอความช่วยเหลือเสียก่อน วันชัยเห็นราชันย์กับไม้ไปช่วยแก้วแล้ว จึงชวนกำแหงวิ่งไปตามเสียงของหมัด...
รุ่งลักษมีได้ยินเสียงฝีเท้าคนวิ่งมาทางตนเอง รีบคว้ามือแก้วตบหน้าตัวเอง พอเห็นราชันย์และไม้วิ่งเข้ามา รุ่งลักษมี บีบน้ำตาฟ้องพี่ชายว่าถูกแก้วรังแกและยื่นหน้าที่มีรอยแดงๆ ให้ดูเป็นหลักฐาน แก้วถึงกับอึ้ง
“พูดไม่ออกล่ะสิ...เพราะหลักฐานมันเห็นอยู่คาตา” รุ่งลักษมีบีบน้ำตาอีก
“ไม่ค่ะ...เพราะถ้าแก้วตั้งใจตบจริงๆ มันต้องแรงกว่านี้” แก้วพูดจบ ตบหน้ารุ่งลักษมีเต็มแรง รอยฝ่ามือปรากฏที่แก้มชัดเจน “เห็นไหมคะว่าถ้าแก้วตบจริงๆ...มันต้องเป็นอย่างนี้”
ไม้ยิ้มขำ แต่ราชันย์ไม่เห็นเป็นเรื่องตลก ต่อว่าแก้วทำไมต้องทำกันขนาดนี้ด้วย รุ่งลักษมีเป็นน้องเขาแท้ๆ ราชันย์โกรธผลุนผลันกลับไป รุ่งลักษมีได้ทียิ้มเย้ย
“หัวเราะทีหลังดังกว่า ทำลำพองใจไปเถอะนังแก้ว ที่พี่ราชันย์ทำดีกับแกเพราะเป็นแผนของคุณชไมย่ะ...พี่ราชันย์ขา รอน้องด้วยค่ะ” รุ่งลักษมียั่วแก้วเสร็จวิ่งตามราชันย์
“ถ้าไอ้ราชันย์มันทำตามแผนยัยชไมพรมาหลอกเรา พี่จะจัดการพวกมันเอง” ไม้ตาวาวแค้นใจมาก...
หมัดหนีไม่พ้น ถูกคุณหลวงชั่วชักปืนยิงตาย กำแหงกับวันชัยได้ยินเสียงปืนจะวิ่งไปยังต้นเสียงแต่ช้อยเข้ามาขวาง แต่งเรื่องว่าบ้านถูกขโมยขึ้น กำแหงกับวันชัยลังเล ช้อยรู้งานเร่งทั้งคู่ให้รีบไป ผู้ร้ายมากันหลายคนเกรงหลวงมนูกิจจะต้านไม่ไหว สองหนุ่มมองหน้ากัน ก่อนตัดสินใจวิ่งไปที่ตึกใหญ่
ครู่ต่อมา กำแหงชักปืนขึ้นมากระชับในมือเตรียมพร้อม แต่ปรากฏว่าทุกอย่างเป็นปกติไม่เจอขโมยแม้แต่คนเดียว ช้อยแก้ตัวว่าหลวงมนูกิจคงไล่พวกคนร้ายไปหมดแล้ว กำแหงแดกดันช้อย ขโมยไม่ใช่ยุงจะได้ไล่ได้ง่ายๆ ช้อยอ้างว่าปืนของหลวงมนูกิจกระบอกใหญ่ ขโมยเห็นเข้าก็คงกลัว วันชัยโพล่งขึ้นทันที
“จริงรึ...ฉันชักอยากเห็นปืนของหลวงมนู”
“นี่ไงครับ...ปืนผม” หลวงมนูกิจโผล่เข้ามาสีหน้าเจ้าเล่ห์ พร้อมกับยื่นปืนตัวเองให้วันชัย...
ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิด วันชัยไม่รอช้าถามกำแหงใช่ปืนต้องสงสัยกระบอกนั้นหรือเปล่า กำแหงตรวจดูคร่าวๆแล้วไม่น่าจะใช่กระบอกเดียวกัน คนฉลาดอย่างหลวงมนูกิจไม่น่าพลาดเรื่องง่ายๆแค่นี้แน่ แต่ที่กำแหงสงสัย ก็คือเรื่อง
ขโมย ทำไมถึงได้ไม่มีร่องรอยอะไรเลย
“หรือแม่ช้อยจะสร้างเรื่องถ่วงเวลา” วันชัยสีหน้าครุ่นคิดเป็นกังวล กำแหงก็รู้สึกเช่นเดียวกัน
ooooooo
ไม้หลงเชื่อคำยุยงของรุ่งลักษมีที่ว่าชไมพรเป็นต้นคิดให้ราชันย์มาหลอกทำดีกับแก้ว ตามมาด่าว่าชไมพรถึงในห้องของเธอ ชไมพรกำลังทุกข์ใจเลยไม่ต่อปากต่อคำด้วย แถมยังสารภาพความในใจหมดเปลือก ที่ไม่อยากแต่งงานกับราชันย์ทั้งๆที่เขาเพียบพร้อมทุกอย่างก็เพราะหัวใจของเธออยู่กับไม้ หนุ่มชาวป่าไม่เชื่อ
“จะหลอกอะไรไอ้ไม้อีกคุณชไมพร คุณไม่รู้หรือว่าไอ้ไม้มันก็มีหัวใจ มันเจ็บเป็น”
“แล้วนายไม้จะให้ฉันทำอย่างไร หัวใจฉัน ร่างกายฉันเป็นพยานรักแห่งเราได้ไหม...ถ้าจะทำให้นายไม้เชื่อว่าฉันไม่ได้โกหก ไม่ได้หลอกลวง ฉันยอมทุกอย่าง”
ไม้อึ้งสบตาชไมพรซาบซึ้ง ก่อนจะเอื้อมมือลูบไล้ใบหน้าเธอเบาๆ จูบแก้มเธออย่างทะนุถนอม...
ราชันย์กลับถึงบ้านอย่างหงุดหงิดใจมาก เขาอุตส่าห์เข้าข้างรุ่งลักษมียอมมีปากเสียงกับแก้ว แต่แทนที่น้องจะขอบใจกลับหาเรื่องต่อว่า ราชันย์รำคาญเดินหนีขึ้นบ้าน รุ่งลักษมีตามมากระชากแขนเขาอย่างแรง ราชันย์ไม่ทันระวังตัว เสียหลักร่วงจากบันได หัวฟาดราวบันไดลงมานอนแน่นิ่งกับพื้น รุ่งลักษมีตกใจ ปราดเข้าไปประคองเห็นพี่ชายหัวแตกเลือดไหลอาบ ตะโกนเรียกลุงไปล่ไปตามหมอให้ที...
พอวันชัยรู้จากละไมว่าดึกดื่นป่านนี้ หลวงมนูกิจกับช้อยยังไม่เข้าบ้านเดินเล่นกันอยู่ในสวน นึกเอะใจรีบตามไปดู หลวงมนูกิจได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมา คว้ามือช้อยย่องหลบหลังพุ่มไม้ วันชัยเดินฝ่าความมืดสลัวเข้ามากวาดสายตาไปทั่วบริเวณ ไม่เห็นมีใคร ขยับจะเดินกลับ พลันปรากฏเงารางๆ ของใครบางคนอยู่ตรงมุมมืด วันชัยตะโกนถามว่าใคร เงานั้นไม่ตอบ กลับเคลื่อนไปอีกทางลักษณะเหมือนลอยเรี่ยพื้น วันชัยวิ่งตาม
ช้อยกับหลวงมนูกิจแอบซุ่มดูอยู่ หันมองหน้ากันงงๆ ไม่เห็นมีใครสักคน แล้ววันชัยเดินตามอะไร ฝ่ายวันชัยวิ่งตามเงามาถึงบริเวณคูน้ำที่ซึ่งหลวงมนูกิจโยนร่างหมัดทิ้ง กวาดตามองไปรอบๆ แต่ไม่เห็นอะไร พลันมีเสียงเหมือนใครบางคนเดินย่ำลงไปในน้ำ วันชัยหันมองตามเสียง เห็นพรายน้ำผุดขึ้นมาก่อนจะหายไป เขาเดินสำรวจบริเวณนั้นทันที...
ขณะไม้กอดจูบชไมพรด้วยความรักเต็มหัวใจ อยู่ๆก็ฉุกคิดถึงสิ่งเลวร้ายที่เธอเคยทำไว้กับแก้วและตัวเอง สายตาเปี่ยมรักกลับกลายเป็นยิ้มหยัน ความนุ่มนวลแปรเปลี่ยนเป็นกักขฬะ ลงมือปลุกปล้ำชไมพรเพื่อแก้แค้น ชไมพรไม่เข้าใจท่าทีเปลี่ยนไปของไม้ พยายามดิ้นรนปัดป้องแต่สู้แรงไม่ได้ ในที่สุดเธอตกเป็นเมียไม้
หลังจากแก้แค้นสมใจแล้ว ไม้จะกลับที่พัก พอเปิดประตูห้อง ต้องชะงักเมื่อเห็นหลวงมนูกิจกับช้อยเดินตรงมา ไม้รีบงับประตู พุ่งมาปิดปากชไมพรไว้ ท่ามกลางความเงียบ หลวงมนูกิจเผลอพูดกับช้อยถึงความลับที่เก็บงำมากว่ายี่สิบปี ทั้งเรื่องที่เขาฆ่าเจ้าพระยาวงษาแล้วโยนความผิดให้กิ่งกับพรานวาดและเรื่องชไมพรเป็นลูกของเขากับช้อย หลวงมนูกิจ อยากให้เรื่องนี้จบโดยเร็ว เพราะอึดอัดเต็มทีที่จะต้องอยู่แบบหลบๆซ่อนๆ
เขาเป็นผัวช้อยแท้ๆจะเข้าใกล้เธอแต่ละทีแสนลำบาก แถมชไมพรยังคอยดูถูกให้ช้ำใจอีกทั้งๆที่เขาเป็นพ่อบังเกิดเกล้า ชวนช้อยรีบขึ้นไปเพชรบูรณ์ จัดการกับกิ่งก่อนที่วันชัยกับสองพ่อลูกห้าวกำแหงจะหาเธอเจอ ถ้าพวกนั้นรู้ความจริงจากกิ่งว่าแก้วเป็นทายาทตระกูลวงษาที่แท้ พวกเราจะชวดทุกอย่าง
“ได้...งั้นเราจะรีบไปเพชรบูรณ์ให้เร็วที่สุด ไปหาไอ้เศรษฐีต่วนตามหานังกิ่งกัน” ช้อยพูดจบขยับจะเข้าห้อง หลวงมนูกิจคว้าตัวเธอเข้ามากอด กระซิบข้างหู ตอนนี้โอกาสอำนวย วันชัยอยู่ในสวนกว่าจะกลับเข้ามาคงอีกนาน ช้อยปัดป้องเล็กน้อย ก่อนจะอ่อนระทวยไปกับสัมผัสของชู้รัก
ooooooo
ชไมพรร้องไห้ช้ำใจมากเมื่อรู้ว่าตัวเองเป็นลูกของหลวงมนูกิจที่ตนเองชิงชัง ไม้สมน้ำหน้าเธอที่ทำร้ายคนอื่นไว้มากกรรมเลยตามสนอง ชไมพรน้อยใจแทนที่ไม้จะเห็นใจกลับเยาะเย้ยถากถาง ทั้งที่ตอนนี้เธอตกเป็นเมียของเขาแล้ว ถ้าเกลียดกันนักทำไมไม่ฆ่าเธอให้รู้แล้วรู้รอด ไม้ได้สติ มองชไมพรทั้งรักทั้งสงสาร
ขอโทษที่พูดจาไม่ดี สัญญาจะรับผิดชอบเธอทุกอย่าง จะไม่ทอดทิ้งเมียตัวเองเด็ดขาด แล้วเชยคางชไมพร
“แต่เมียของมันต้องกลับตัวเป็นคนดี สำนึกเหมือนคุณชไมพรตอนนี้ อย่างเดียวที่ไอ้ไม้จะทำคือ แก้แค้นให้แก้ว ทำให้แก้วสมรักกับไอ้คุณราชันย์ ให้แก้วได้พบกับความสุข เรื่องที่ไอ้ไม้จะคิดร้ายต่อเมียของมันไม่มีอีกแล้ว...ไอ้ไม้รักคุณชไมพร รักเมียของมัน”
“ฉันก็จะรักนายไม้ ฉันสัญญา...ต่อไปฉันจะเป็นคนดี”
ไม้ก้มจูบชไมพรด้วยรักหมดหัวใจ สัญญาจะกลับ
มาหาอีก แล้วเปิดประตูห้องออกไป โชคร้ายที่หลวงมนูกิจกับช้อยยังกอดจูบนัวเนียกันอยู่แถวนั้น ช้อยตกใจเห็นไม้ออกจากห้องชไมพร ปราดเข้าไปในห้องเจอลูกสาวนั่งร้องไห้เสื้อผ้าหลุดลุ่ย กรีดร้องด้วยความเจ็บแค้นใจ ตะโกนบอกหลวงมนูกิจว่าไม้ข่มเหงชไมพร
หลวงมนูกิจโกรธเลือดขึ้นหน้า ตรงเข้าเตะต่อยไม้อุตลุด แล้วมุดเข้าไปหยิบปืนใต้เตียงชไมพรออกมา ชไมพรตะโกนบอกไม้ให้รีบหนี ช้อยสั่งให้หลวงมนูกิจฆ่าไม้ให้สิ้นซาก ชไมพรปรี่เข้ามาขวางทางปืน ประกาศกร้าวถ้าหลวงมนูกิจจะยิงไม้ต้องยิงเธอก่อน หลวงมนูกิจโมโหสุดขีด ลืมตัวตบหน้าชไมพรล้มคว่ำ
ไม้จะเข้าไปช่วยเมียรัก แต่หลวงมนูกิจยิงปืนใส่ ดีที่กระสุนพลาด เสียงปืนทำให้ละไมซึ่งกำลังจะเข้านอนสะดุ้งโหยง ผลุนผลันออกจากห้อง ชไมพรบอกไม้ไม่ต้องเป็นห่วงเธอให้รีบหนี หลวงมนูกิจยิงใส่ไม้อีกคราวนี้ไม้ไม่รอช้าเผ่นแนบ หลวงมนูกิจไล่ตามติด ไม่ทันเห็นละไมหลบมุมแอบมองงงๆเกิดอะไรขึ้น
หนุ่มชาวป่าวิ่งหนีเข้าสวน หลวงมนูกิจไล่ยิง กระสุนเฉียดขาไม้เลือดอาบล้มลงกับพื้น วันชัยเดินสำรวจอยู่แถวริมน้ำได้ยินเสียงปืนรีบวิ่งมายังต้นเสียง เช่นเดียวกับแก้ว ไม้ไม่หนีอีกแล้ว พุ่งเข้าหาหลวงมนูกิจอย่างโกรธเกรี้ยว ทั้งตีเข่าเขย่าศอกใส่จนปืนกระเด็นหลุดมือ ไม้จะก้มเก็บปืน หลวงมนูกิจใช้สันมือทุบ
ต้นคอไม้เซเสียหลัก แล้วคว้าท่อนไม้ใกล้มือตีแสกหน้าเต็มแรง ไม้ร้องลั่น ขู่จะแฉความลับที่หลวงมนูกิจเป็นชู้กับช้อยและที่เขาฆ่าเจ้าพระยาวงษา หลวงมนูกิจ
ยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ ตีไม้ไม่ยั้งจนแน่นิ่ง
พลันมีเสียงฝีเท้าคนวิ่งมาใกล้ หลวงมนูกิจรีบโยนท่อนไม้ทิ้ง เก็บปืนแล้ววิ่งหายไปในความมืด ทิ้งร่างไม้ให้นอนจมกองเลือดอยู่ตรงนั้น อึดใจต่อมา แก้วกับวันชัยวิ่งมาถึง เห็นสภาพของไม้ถึงกับตะลึง...
ด้านช้อยเล่นงานชไมพรไม่ยั้ง ทั้งด่าว่าทั้งตบตีที่ลูกใฝ่ต่ำไปรักขี้ข้าอย่างไม้ ชไมพรยอกย้อน ทีแม่ยังรักหลวงมนูกิจได้แล้วทำไมมาขัดขวางเธอกับไม้ เธอรู้แล้วว่าหลวงมนูกิจไม่ใช่เป็นแค่ชู้รักของแม่เท่านั้น แต่ยังเป็นพ่อของเธอด้วย ถ้าแม่ว่าเธอไม่รักดี ก็เท่ากับด่าตัวเอง เป็นถึงเมียเจ้าพระยาดีๆไม่ชอบใฝ่ต่ำไปรักขี้ข้าตัวเอง ช้อยโกรธตบหน้าลูกคะมำ หลวงมนูกิจวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหา ชไมพรมองหน้าเขาพลางร้องบอกแม่
“ฆ่าชไมให้ตายไปเลยค่ะ ถึงตายชไมก็ไม่มีวันยอมรับหลวงมนูเป็นพ่อ...น้ำหน้าอย่างหลวงมนูอย่างเก่งก็เป็นได้แค่ชู้รักของคุณหญิงแม่ ไม่มีวันเป็นพ่อของชไมเด็ดขาด ชไมคือลูกเจ้าพระยาวงษา”
ชไมพรผลักหลวงมนูกิจพ้นทาง แล้ววิ่งร้องไห้ออกไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกของแม่ ช้อยต้องรีบวิ่งตาม หลวงมนูกิจถึงกับเข่าอ่อน น้ำตาไหลพรากที่ลูกรังเกียจตนเอง ชไมพรวิ่งมาถึงหน้าตึกใหญ่ ต้องตกใจแทบสิ้นสติที่เห็นแก้วกับวันชัยกำลังช่วยกันประคองร่างเลือดโชกของไม้ขึ้นรถ ชไมพรเข้ามาเขย่าตัวไม้ร้องไห้โฮ พร่ำบอกซ้ำๆว่าอย่าตาย ช้อยตามมากระชากชไมพรออกมา แต่เธอแข็งขืนจะขอไปโรงพยาบาลด้วย วันชัยร้องห้าม
“ไม่ต้อง...ชไมพรอยู่ช่วยที่นี่ดีกว่า รีบแจ้งผู้หมวดกำแหง นายไม้ถูกทำร้าย”
ช้อยค้าน เรื่องเล็กน้อยแค่นี้ทำไมต้องแจ้งตำรวจ วันชัยไม่อยากต่อปากต่อคำด้วย ถ้าขอให้ช่วยแค่นี้มีปัญหามากนัก เสร็จจากพาไม้ไปหาหมอแล้ว เขาจะแจ้งความเอง แล้วขึ้นรถขับออกไป ชไมพรร้องไห้ใจจะขาด ช้อยโกรธแดกดันลูก หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้ พ่อตายหรืออย่างไร
“ถ้าพ่อตาย ชไมยังไม่รู้เลยค่ะว่าจะร้องได้ขนาดนี้หรือเปล่า” ชไมพรว่าแล้วสะบัดหน้าเดินเข้าตึก
ooooooo
ราชันย์ฟื้นขึ้นเช้าวันถัดมา ในสภาพหัวแตกมีผ้าพันแผลรอบหัว รุ่งลักษมีขอโทษที่ทำให้พี่ชายต้องเจ็บตัว ราชันย์ไม่ถือโทษโกรธเคืองอะไร แค่ขอให้เธอปรับปรุงตัวใหม่ เลิกยุ่งกับหลวงมนูกิจและช้อยแล้วมาร่วมมือกับเขาแทน จะได้เป็นน้องสาวที่แสนดีและเป็นคู่หมั้นที่วันชัยภูมิใจ รุ่งลักษมีรับปากอย่างมีเลศนัย
“ก็ได้ค่ะ แต่มีข้อแม้พี่ราชันย์ต้องกินข้าวกินยาพักผ่อนเยอะๆ เดี๋ยวรุ่งจะไปเอาข้าวมาป้อนให้”
ราชันย์มองตามไม่ค่อยวางใจนัก เป็นจริงอย่างคาด รุ่งลักษมีเอายานอนหลับที่หมอจ่ายให้ราชันย์ผสมลงในอาหารและน้ำดื่มหวังจะให้เขานอนหลับไม่ไปไหน ราชันย์รู้ทันซ้อนแผน รุ่งลักษมีดื่มน้ำที่ราชันย์แอบใส่ยานอนหลับไว้ ไม่นานนัก เธอก็หลับสนิท ราชันย์รีบลุกขึ้นแต่งตัวออกจากบ้าน...
หลวงมนูกิจไม่สบายใจเรื่องชไมพร เลยพานกลัวสารพัด กลัวลูกจะเอาความจริงไปบอกตำรวจ กลัวปืนที่ใช้ฆ่าเจ้าพระยาวงษา อีกทั้งใช้ยิงรถของวันชัยและยิงไม้เมื่อคืนจะสาวมาถึงตัวเอง คิดจะหนีไปจากที่นี่ ช้อยปลอบไม่ต้องกลัว ถ้าปืนมีปัญหามากนัก ก็เอามันไปยิงแก้วอีกคนเสร็จแล้วก็ฝังไปกับศพแก้ว ไม่มีแก้วทุกอย่างจะได้จบสิ้นเสียที หลวงมนูกิจคิดคล้อยตาม ถ้าเช่นนั้น วันนี้คือวันตายของแก้ว
แผนฆ่าแก้วมีอันต้องพับไป เพราะเมื่อสองชู้รักมาถึงกระท่อมกลางสวน เจอราชันย์อยู่ที่นั่นก่อนแล้ว ราชันย์ปลอบใจแก้วไม่ให้เป็นกังวลเรื่องอาการบาดเจ็บของไม้ แต่พอเจอหน้าหลวงมนูกิจกับช้อย เพื่อให้สมบทบาท ราชันย์เปลี่ยนท่าทีเอื้ออาทรต่อแก้วเป็นดูถูกเหยียดหยามทันที แก้วเหลืออดตบเขาหน้าหันแล้วไล่ไปให้พ้นๆหน้า ราชันย์แกล้งชี้หน้าแก้ว ขู่ว่าวันหลังจะกลับมาคิดบัญชี แล้วเดินไปตึกใหญ่กับหลวงมนูกิจและช้อย
หลวงมนูกิจเห็นราชันย์หน้าเคร่งเครียด ปลอบว่าอย่าลดตัวไปสนใจคนเลวอย่างแก้วให้เสียอารมณ์ ที่จริงเมื่อคืนนี้ เขาน่าจะจัดการแก้วไปพร้อมๆ กับไม้ให้สิ้นเรื่อง ราชันย์ตกใจที่รู้ว่าหลวงมนูกิจเป็นคนทำร้ายไม้
หลวงมนูกิจรู้สึกตัวว่าเผลอพูด รีบกลบเกลื่อน “เอ่อ...ไม่ถึงทำร้ายหรอกครับ ก็แค่ป้องกันตัว ไอ้ไม้รวมหัวกับพวกขโมยปลอมเป็นไอ้โม่งจะขึ้นมาขโมยของบนบ้าน ผมก็เลยจัดการไปซะ แต่พอกระชากผ้าออกเท่านั้น บ๊ะ...กลับกลายเป็นไอ้ไม้ จะไม่ให้ผมโกรธได้อย่างไร” หลวงมนูกิจโกหกหน้า ด้านๆช้อยรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ทวงถามเมื่อไหร่ราชันย์จะแต่งงานกับชไมพรสักที
“ตอนนี้คุณแม่มัวแต่ไปนั่งวิปัสสนาที่วัด ขอร้องอย่างไรก็ไม่ยอมออกมา ผมล่ะจนปัญญาจะบีบบังคับคุณแม่ให้ออกมาจริงๆ...ช่วงนี้วันชัยกำลังวิ่งวุ่น เราช่วยกันส่งนังแก้วกลับบ้านมันดีกว่าไหมครับ”
หลวงมนูกิจเห็นดีด้วย เผื่อจะได้ตามไปจัดการกับกิ่งคนร้ายที่ฆ่าท่านเจ้าพระยา ราชันย์นิ่วหน้าสงสัย หลวงมนูกิจรู้หรือว่ากิ่งอยู่ไหน หลวงมนูกิจไม่รู้ แต่ต่วนเคยส่งข่าวมาบอกว่ารู้ที่หลบซ่อนของกิ่ง เพราะฉะนั้น เราจะไปจัดการเธอเมื่อไหร่ก็ได้ ราชันย์เร่งให้รีบๆจัดการ ชไมพรยอดรักของเขาจะได้หมดเสี้ยนหนามสักที...
เมื่อได้อยู่กันลำพัง ช้อยติงหลวงมนูกิจไว้ใจราชันย์มากไปหรือเปล่า หลวงมนูกิจมีแผนรับมืออยู่แล้ว เจอกิ่งเมื่อไหร่ เขาจะไม่จัดการด้วยตัวเอง แต่จะยกให้เป็นหน้าที่ของราชันย์ ถ้ามือราชันย์เปื้อนเลือดแล้ว คงไม่กล้าแพร่งพรายเรื่องนี้กับใครแน่นอน ช้อยฟังแล้วสบายใจขึ้น...
วันชัยยังคาใจกับเงาลางๆที่เห็นเมื่อคืนก่อน ค่ำนี้เขาจึงชวนกำแหงมาช่วยพิสูจน์ พอทั้งคู่เดินมาใกล้จุดเดิมแถวริมน้ำ มีเงาเลือนลางปรากฏขึ้นอีกครั้ง เดินจากมุมหนึ่งลงไปยังน้ำแล้วหายวับไป สองหนุ่มตกตะลึง กำแหงขอให้วันชัยรอให้คดีความจบลงเสียก่อน แล้วเราค่อยมาสำรวจบริเวณนี้กันอีกครั้ง วันชัยพยักหน้ารับรู้
ooooooo
ไม่กี่วันถัดมา วันชัยกับกำแหงพาไม้กลับกระท่อมกลางสวน บาดแผลทางกายของไม้ดีขึ้นมาก แต่เขาจำอะไรไม่ได้ สติเลอะเลือนเอาแต่ร้อง “โฮกป๊กๆ” เหมือนเพลง “โพระดก” ที่ชไมพรเคยร้องในงานฉลองหมั้นของเธอกับราชันย์ แก้วโผกอดไม้ร้องไห้โฮ ชไมพรแอบมองไม้อยู่อีกมุมหนึ่ง เสียใจมากที่เป็นต้นเหตุให้ไม้
ต้องเป็นอย่างนี้ วิ่งร้องไห้กลับไปตึกใหญ่ เจอช้อยยืนหน้าหงิก ถามลูกว่าคนบ้าที่ไหนมาร้องโฮกป๊กๆ
“คนบ้าที่หลวงมนูทำร้ายเขาอย่างไรล่ะคะ...นายไม้จำอะไรไม่ได้ เอาแต่ร้องโฮกป๊กๆๆ”
ช้อยสมน้ำหน้าไม้ ชไมพรต่อว่าแม่ใจร้าย สองแม่ลูกมีปากเสียงกัน ชไมพรพาลด่าหลวงมนูกิจที่ทำให้ไม้ต้องเป็นอย่างนี้ ช้อยโกรธตบหน้าลูกผัวะ ชไมพร
เสียใจที่แม่เห็นหลวงมนูกิจดีกว่าตนเอง วิ่งหนีเข้าไปในสวนร้องไห้สะอึกสะอื้น ราชันย์เดินผ่านมาพอดี เข้าไปถามว่ามีเรื่องอะไร ชไมพรโผซบอกเขาร้องไห้โฮ
แก้วยืนถือดอกไม้ธูปเทียนอยู่ด้านหลังมองภาพนั้นด้วยใจสลาย ไม่ได้ยินเสียงพูดคุยกัน คิดเอาเองว่าทั้งคู่กำลังพลอดรักกัน ชไมพรระบายความคับแค้นใจให้ราชันย์ฟังว่า เธอรักไม้ แต่แม่ขัดขวาง สั่งให้หลวงมนูกิจทำร้ายไม้บาดเจ็บสาหัส เธอเป็นห่วงไม้มาก ไม่รู้จะทำอย่างไร ราชันย์ได้แต่กอดปลอบใจ แก้วหมดอาลัยตายอยาก มองดอกไม้ในมือตัวเอง
“ตอนแรกแก้วจะมาไหว้พระ ขอให้ท่านคุ้มครองพี่ไม้ แต่ตอนนี้แก้วทำไม่ไหวแล้วนะพี่ไม้ แก้วขอโทษ” แก้วร้องไห้เจ็บปวดใจเหลือเกิน เหวี่ยงดอกไม้ธูปเทียนทิ้ง ผละจากไป ราชันย์กับชไมพรได้ยินเสียงฝีเท้า หันมองเห็นหลังแก้วไวๆ เกรงแก้วจะเข้าใจผิดรีบวิ่งตาม
ครู่ต่อมา แก้วมาถึงกระท่อมกลางสวน ถามไม้ทั้งน้ำตาว่าเอาปืนไปซ่อนไว้ไหน เธอจะเอาปืนฆ่าทุกคนให้หมดแล้วจะฆ่าตัวตายตาม ไม้ซึ่งตอนนี้สติเลอะเลือนเรียกแทนตัวเองว่า “นกโพระดก” ไม่สนใจเอาแต่ร้อง “โฮกป๊กๆ” แก้วยัวะเขย่าตัวไม้ให้บอกที่ซ่อนปืน ราชันย์กับชไมพรวิ่งเข้ามาห้าม ราชันย์ดึงแก้วออก
ส่วนชไมพรปราดเข้าไปกอดไม้ด้วยความเป็นห่วง แก้วดิ้นหลุดจากราชันย์ ปรี่เข้าไปกระชากลากทึ้งชไมพร ราชันย์เข้ามารวบตัวแก้วที่กำลังอาละวาด ชไมพรเป็นห่วงแก้วกับลูกจะเป็นอันตราย บอกราชันย์ให้พาแก้วไปที่อื่นก่อน ราชันย์กึ่งดึงกึ่งอุ้มเธอออกไป แก้วสะบัดหลุด ตบหน้าเขาอย่างแรง
ราชันย์ปล่อยให้แก้วตบตีระบายให้สมแค้น แล้วพยายามอธิบายเรื่องทั้งหมด แต่แก้วไม่ฟัง ขอร้องให้เขาไปจากชีวิตเธอ ราชันย์เห็นท่าทีแข็งกร้าวของแก้วแล้ว จำใจต้องจากไป...
ฝ่ายรุ่งลักษมีเจ็บใจราชันย์มากที่หลอกให้ตัวเองกินยานอนหลับ แก้เผ็ดด้วยการนำแผนของเขาที่ต้องการล้วงความลับจากช้อยกับหลวงมนูกิจไปเปิดเผยให้ทั้งคู่รู้ตัว และสัญญาว่าถ้าเธอรู้แผนการอะไรของราชันย์อีก จะรีบมาแจ้ง ละไมทำความสะอาดอยู่แถวนั้นได้ยินทุกคำพูด ถึงกับส่ายหน้า
“เพราะความอิจฉาริษยาตัวเดียวแท้ๆ คุณรุ่งลักษมีจะรู้หรือเปล่า กำลังเอาไฟเข้าบ้านตัวเอง...”
ที่ห้องสมุดบ้านวงษา กำแหงนิ่งคิดไปอึดใจเมื่อได้ยินราชันย์เล่าว่าหลวงมนูกิจเป็นคนทำร้ายไม้ ซึ่งตรงกับผลพิสูจน์ หลักฐานที่เขาเพิ่งได้รับ ปืนที่ยิงไม้เป็นชนิดเดียวกับที่ยิงเจ้าพระยาวงษาและยิงใส่รถวันชัย แต่ตราบใดที่ยังหาปืนกระบอกต้องสงสัยไม่เจอ พวกเราก็ทำอะไรหลวงมนูกิจไม่ได้ ราชันย์ถึงบางอ้อทันที ทำไมหลวงมนูกิจถึงได้ชวนเขาไปเพชรบูรณ์เพื่อกำจัดกิ่งคงเป็นเพราะกิ่งเป็นคนเดียวที่รู้ความจริงทั้งหมด
วันชัยอยากให้ราชันย์ไปบอกแก้ว ทางเดียวที่จะพิสูจน์ได้ว่าแก้วคือทายาทของตระกูลวงษา คือแก้วต้องมีปืนด้ามทอง ราชันย์พยักหน้ารับรู้ ผลุนผลันออกจากห้อง หลวงมนูกิจกับช้อยแอบมองอยู่หน้าห้องเห็นราชันย์เดินไปทางหน้าบ้าน สักพัก วันชัยกับกำแหงตามออกมาก่อนจะแยกย้ายกันไป หลวงมนูกิจโกรธราชันย์มาก
“ใครที่มันกล้าล้วงคองูเห่าอย่างฉัน มันไม่ตายดีแน่”
ช้อยตามราชันย์ ขณะหลวงมนูกิจคุมเชิงอยู่ที่ตึกใหญ่ ด้านราชันย์รีบตรงไปหาแก้ว ถามหาปืนด้ามทอง แก้วยังไม่ทันจะพูดอะไร ช้อยเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ราชันย์ยังไม่รู้ว่าแผนล้วงความลับแตกไปแล้ว แกล้งด่าว่าแก้วต่อหน้าช้อย แล้วชวนช้อยกลับ แก้วมองตามเห็นราชันย์แอบมองมาด้วยสายตาอาวรณ์ ลังเลอยู่อึดใจแอบเดินตาม ได้ยินราชันย์พูดจาดูถูกตนเองลับหลัง ยิ่งเจ็บแค้นใจมาก เดินกลับไปทั้งน้ำตา
ooooooo
ราชันย์ร้อนใจ เช้าวันรุ่งขึ้นรีบมาถามแก้วเรื่องปืนด้ามทองอีกครั้ง แก้วเข้าใจผิดคิดว่าเขาหลอกถามความลับของเธอไปบอกหลวงมนูกิจกับช้อย จึงโกหกว่าไม่เคยมีปืนที่ว่า ราชันย์ซักไซ้อีก แก้วมีแม่ชื่อกิ่งใช่ไหม แก้วปฏิเสธว่าไม่ใช่ ราชันย์ขอร้องแก้วให้พูดความจริงเพราะเรื่องนี้สำคัญมาก
“ก็นี่ไงความจริง แก้วไม่มีปืนด้ามทองและก็ไม่ใช่ลูกของแม่กิ่ง ได้คำตอบแล้วเชิญคุณกลับไปได้”
ราชันย์ยืนนิ่งไม่ขยับ กำแหงต้องขอร้องให้เขากลับไปก่อน ราชันย์ถอนใจเฮือกใหญ่ ฝากกำแหงดูแลแก้วให้ด้วย แล้วเดินกลับ แก้วถามกำแหงใครมีปืนด้ามทองเป็นทายาทเจ้าพระยาวงษาใช่ไหม
“ก็ใช่...แต่ใครผู้นั้นก็ต้องมีหนังสือลายเซ็นของท่านเจ้าพระยาด้วยเช่นกัน แก้วมีหรือเปล่า”
แก้วได้แต่นิ่งอึ้งไม่ตอบ รอจนกำแหงคล้อยหลัง รีบตรงเข้าไปรื้อค้นในกระท่อมเป็นการใหญ่ หาทุกซอกทุกมุมแต่ไม่พบปืนด้ามทอง ไม้ก็ไม่ให้ความกระจ่างอะไร ได้แต่ ส่งเสียง “โฮกป๊กๆ”ตลอดเวลา ระหว่างนั้น ชไมพรถือถาดสำรับอาหารคาวหวานจะเอามาให้ไม้กิน แก้วทั้งโกรธทั้งเกลียด ด่าว่าชไมพรแล้วปัดถาดใส่อาหารตกแตกกระจายเกลื่อนพื้น ไม้คว้าขนมตกพื้นยัดใส่ปาก
“อย่าพี่ไม้ มันใส่ยาพิษ”แก้วร้องลั่น รีบปัดขนมในมือไม้ทิ้ง ไล่ชไมพรกลับไป
ชไมพรขออยู่กับไม้สักครู่ แก้วไม่พอใจตรงเข้ามา ผลักไสพร้อมกับยกจอบขู่ ถ้าชไมพรไม่ยอมไปเธอจะฝัง
ชไมพรไว้ตรงนี้ ชไมพรไม่อยากมีเรื่อง จำต้องกลับไปทั้งน้ำตา แก้วยังเพียรพยายามสอบถามไม้ถึงที่ซ่อนปืนด้ามทอง โดยไม่รู้ว่าหลวงมนูกิจแอบฟังอยู่...
ละไมรอจนตะวันลับขอบฟ้า แอบย่องมาหาแก้วที่กระท่อม พูดโน้มน้าวให้แก้วลดฐิทิลงบ้าง ลองคุยกับราชันย์อีกสักครั้ง เธอเชื่อว่าราชันย์รักแก้วและทำทุกอย่างเพื่อแก้ว ถ้าแก้วไม่เห็นแก่ตัวเองก็น่าจะเห็นแก่ลูกในท้อง ลูกที่จะเกิดไม่ควรขาดพ่อ แก้วสีหน้าครุ่นคิด ช้อยแอบฟังอยู่ถึงกับเบ้ปาก
“จุ้นจริงๆนังละไม...เดี๋ยวก็ส่งไปอยู่กับนังละม่อมซะหรอก...นังแก้ว อย่าหวังเลยว่าลูกของแกจะมีพ่อ”
ooooooo
ช้อยบังคับให้ชไมพรมาหาราชันย์ที่บ้านจนได้ เธอคาดไว้ว่าแก้วน่าจะมาที่นี่เพื่อปรับความเข้าใจกับราชันย์ตามคำแนะนำของละไม เป็นจริงอย่างช้อยคาด แก้วมาขอร้องราชันย์เป็นครั้งสุดท้ายให้เห็นแก่ลูกกรุณาอย่าแต่งงานกับชไมพร รุ่งลักษมีกับช้อยช่วยกันรุมด่าว่าแก้วต่างๆนานา
“แก้วไม่สนใจคำพูดที่ใครคนอื่นเขาพูด...แก้วอยากฟังคำตอบจากคุณราชันย์เพียงคนเดียวเท่านั้น”
“พี่ราชันย์กับฉันจะไม่แต่งงานกันจ้ะ”ชไมพรรีบออกตัว ราชันย์สวนขึ้นทันที
“ใครบอกว่าพี่จะไม่แต่งงานกับน้องชไมพร”ราชันย์ดึงชไมพรมากอด แกล้งมองแก้วดูแคลน “ทำไมฉันจะไม่รู้ว่าเธอจะมาไม้ไหน คงอยากได้เงินละสิท่า ได้...ฉันจะให้ค่าเสียเวลาของเธอ อ้อ...ไม่ใช่สิ ค่ายางบนหน้าของเธอ กล้าทำขนาดนี้ คงไม่มียางอายแล้วล่ะ...แม่แก้วกลีบซ้ำ”ราชันย์
ว่าแล้วโยนเงินให้แก้ว
“แก้วไม่เอาเงินสักสตางค์แดงเดียวของคุณหรอกค่ะ แก้วรู้แล้ว ความจริงทั้งหมดคืออะไร แก้วเป็นขี้ข้าก็จริง แต่ใจของแก้วเป็นผู้ดีเกินกว่าจะสู้รบปรบมือกับใครได้...แก้ว...แพ้ราบคาบ คุณราชันย์ช่างใจร้ายกับแก้วเสียเหลือเกิน แก้วไม่สู้แล้ว...แก้วขอรับเวรรับกรรม แต่น่าสงสารเด็กในท้องแก้ว ที่เขาจะต้องพลอยรับบาปไปด้วยที่เขาไม่มีพ่อ ตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก”แก้วพูดจบ วิ่งร้องไห้กลับไป
ราชันย์ยืนอึ้ง ข่มความรู้สึกเอาไว้ก่อนจะเดินเข้าบ้าน ช้อยกับรุ่งลักษมียิ้มสะใจมาก...
ช้อยไม่หยุดความเหี้ยมโหดใจร้ายไว้เท่านั้น ทันทีที่กลับถึงบ้านวงษา รวมหัวกับหลวงมนูกิจ ลากแก้วมาเฆี่ยนตี หาว่าทำให้อับอายเสื่อมเสียมาถึงชื่อเสียงของตระกูลวงษา ชไมพรทนดูไม่ได้เข้ามาแย่งหวายไปจากมือหลวงมนูกิจ สั่งให้หยุดทำร้ายแก้วได้แล้ว หลวงมนูกิจเคือง บอกช้อยให้เอาตัวชไมพรออกไป แล้วเงื้อหวายจะตีแก้วต่อ ไม้เดินทะเล่อทะล่าร้องเพลง “นกโพระดก” เข้ามา หลวงมนูกิจหันมาเล่นงานไม้แทน
ไม้กลัวตัวสั่น แก้วรีบเอาตัวขวางไม่ให้ไม้ถูกทำร้าย หลวงมนูกิจตวัดหวายฟาดไม่ยั้ง วันชัยกลับมาพอดีตะโกนสั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ ถามเสียงเขียว นี่มันเรื่องอะไรกันถึงต้องเฆี่ยนตีขนาดนี้ ช้อยลอยหน้าลอยตาฟ้องว่าแก้วทำขายหน้า แบกท้องไปขอร้องให้ราชันย์รับเป็นพ่อเด็กถึงบ้านฝ่ายชาย วันชัยอยากรู้ราชันย์ว่าอย่างไร
“จะว่าอย่างไรล่ะครับ ก็ปฏิเสธน่ะสิ...อย่างว่าไม่ใช่ลูกเขา ผู้ชายหน้าไหนจะไปรับ ใช่ว่าพอผู้หญิงสำส่อนท้องแล้วคำว่าพ่อจะตีประทับอยู่บนหน้าผากเสียเมื่อไหร่” หลวงมนูกิจเสนอหน้า
ช้อยยุให้วันชัยทำโทษแก้ว เฆี่ยนให้ตายไปเลยฐานทำให้ตระกูลวงษาต้องพลอยเสื่อมเสีย วันชัยไม่เห็นด้วย ตระกูลของเขาเป็นตระกูลที่มีเหตุผล โดยเฉพาะเจ้าคุณพ่อของเขาเป็นถึงเจ้าเมือง ฉะนั้นก่อนจะปรักปรำหรือลงโทษแก้ว เขาต้องเรียกตัวราชันย์มาสอบถามก่อน หลวงมนูกิจกับช้อยถึงกับหน้าเจื่อน
ไม่นานนัก ราชันย์กับรุ่งลักษมีถูกตามตัวมาที่บ้านวงษา วันชัยไม่รอช้า ถามราชันย์จะเอาอย่างไรที่แก้วอุ้มท้องไปขอความเห็นใจ ราชันย์ปฏิเสธว่าคนอย่างเขาไม่ต้องการพัวพันกับอาจมแบบนั้น แก้วเจ็บช้ำใจสุดจะทนทาน น้ำตาคลอเบ้า วันชัยขอร้องราชันย์ลองคิดดูอีกครั้ง เด็กในท้องแก้วใช่ลูกของเขาหรือเปล่า ต่อหน้าหลวงมนูกิจกับช้อยทำให้ราชันย์จำต้องปฏิเสธไม่รับเป็นพ่อเด็กในท้องแก้ว
“ถ้าไม่มีลูกผู้ชายคนไหนยอมรับ ฉันขอประกาศให้โลกรู้เลยแล้วกัน ฉัน...นายวันชัย วงษา คนนี้แหละเป็นผัวของแก้ว ฉันจะเป็นพ่อเด็กในท้องให้แก้วเอง” วันชัยเสียงกร้าว สีหน้าจริงจัง ทุกคนพากันตกตะลึงโดยเฉพาะรุ่งลักษมีถึงกับร้องกรี๊ดๆ แก้วก้มกราบขอบคุณวันชัย
“แต่แก้วจะไม่ยอมให้คุณวันชัยมารับผิดชอบแก้วอย่างนี้ คุณวันชัยดีเกินกว่าที่จะมาเสียสละคุณความดีเพื่อแก้ว...แก้วมันเลวทรามต่ำช้า แก้วชั่วถึงขนาดเป็นเมียที่ไม่มีใครยอมรับว่าเป็นผัว แก้วมันชั่ว...ชั่วจริงๆ และคนชั่วอย่างแก้ว มันก็ไม่สมควรที่จะอยู่ที่นี่ต่อไป...ไปพี่ไม้...ไป” แก้วดึงแขนไม้ให้ลุกขึ้น
“นกโพระดกไปด้วย...โฮกป๊กๆ” ไม้ว่าพลางเดินตามแก้วออกไป ชไมพรมองตามไม้น้ำตาคลอ ราชันย์หน้าเครียด ขณะที่หลวงมนูกิจ ช้อยกับรุ่งลักษมีพากันยิ้มหน้าระรื่น
ครู่ต่อมา แก้วประคองไม้กลับกระท่อมกลางสวน ขอร้องให้เขาบอกที่ซ่อนปืนด้ามทอง ทันทีที่พบปืนเราสองคนจะได้ไปจากที่นี่ไม้ร้องเพลง “นกโพระดก” คลอไปตลอดทางเดินไปยังต้นไม้ที่เขาซ่อนปืนไว้ ชี้ไปยังโพรงบนต้นไม้ บอกว่าสมบัติซ่อนอยู่บนนั้น แก้วถามย้ำว่าซ่อนไว้ในโพรงไม้นั่นใช่ไหม ไม้พยักหน้า
“นกโพระดกไม่โกหก นกโพระดกบอกน้องคนเดียว รีบขึ้นไปเอาสมบัติเร็ว เดี๋ยวอีแร้งมันรู้เข้า มันจะมาจิกกบาลนกโพระดก ดังโป๊กๆๆ”
แก้วไม่รอช้ารีบปีนขึ้นต้นไม้อย่างรวดเร็ว ล้วงเข้าไปในโพรงไม้เอาปืนด้ามทองออกมา










