ตอนที่ 13
ไม่นานนัก หลวงมนูกิจผลักแก้วเข้าไปในตึกใหญ่อย่างไม่ปรานีปราศรัย ราชันย์จะเข้าไปช่วยประคองแต่ช้อยถลันเข้ามาขวางไว้ พินิศขอร้องหลวงมนูกิจเพลามือหน่อย ถึงอย่างไรแก้วก็เป็นผู้หญิง
“ผู้หญิงแล้วเป็นคนร้ายไม่ได้หรือครับ...ทุกคนก็เห็นว่านังแก้วมันจงใจวิ่งเข้ามาทำลายงานเลี้ยงฉลองของคุณชไมพร” หลวงมนูกิจพยายามยัดเยียดให้แก้วเป็นละม่อมให้ได้ วันชัยกับหมื่นห้าวกำแหงพูดไปในทำนองเดียวกัน ผู้หญิงบ้าคนนั้นไม่ใช่แก้ว รุ่งลักษมีหึงที่วันชัยแก้ตัวให้แก้ว แต่แก้วกลับสารภาพทั้งน้ำตา
“ใช่ค่ะ...แก้วอยากรู้ว่างานเลี้ยงฉลองการหมั้นของคุณราชันย์กับคุณชไมพรจะมีความสุขแค่ไหน แก้วอยากรู้ว่าคุณราชันย์จะยินดีเพียงใด...แก้วแค่อยากมาแสดงความยินดีกับคุณราชันย์”
ทั้งราชันย์ วันชัย กำแหง และหมื่นห้าวกำแหงไม่เชื่อว่าแก้วเป็นผู้หญิงหน้าตาอัปลักษณ์คนนั้น แต่ในเมื่อแก้วยอมรับว่าใช่ จำต้องปล่อยเธอไป แก้วกราบขอโทษทุกคนที่ทำให้วุ่นวาย
“งั้นก็รีบไสหัวไป...ไป๊” หลวงมนูกิจไล่ส่ง
แก้วเดินน้ำตาไหลพรากออกไป ราชันย์เห็นน้ำตาแก้วแล้วใจอ่อนขยับจะตาม ชไมพรกระชากแขนไว้ ขอคุยเป็นการส่วนตัวกับเขา ราชันย์ทำหน้าเบื่อหน่าย ขณะที่พินิศเห็นเค้าความยุ่งยากมาแต่ไกล...
ครู่ต่อมา ชไมพรเดินนำราชันย์มาที่สวน ขอร้องเขาอย่าอาลัยอาวรณ์แก้วอีก ที่ผ่านมา เขาอาจจะรักและเทิดทูนแก้ว แต่ตอนนี้เขาเป็นคู่หมั้นของเธอแล้ว โปรดอย่ายุ่งเกี่ยวกับแก้วอีก เธอทนไม่ได้ถ้าราชันย์ปันใจให้หญิงอื่น แล้วโผกอดเขาร้องไห้ แก้วยืนมองอยู่ในมุมมืดแถวนั้นน้ำตาไหลพราก ทนดูภาพบาดตาบาดใจต่อไปไม่ไหว หันหลังเดินกลับ เสียงเหยียบใบไม้ทำให้ราชันย์เหลียวมอง เห็นหลังแก้วไวๆ
เขาพึมพำเบาๆเรียกแก้ว ชไมพรได้ยินไม่ถนัด ถามว่าพูดอะไร ราชันย์กลบเกลื่อนว่าไม่มีอะไร ดึกแล้วเขาอยากพักผ่อน ขอตัวกลับ ชไมพรหน้าเสีย งานเลี้ยงยังไม่เลิกว่าที่เจ้าบ่าวจะกลับได้อย่างไร“ไม่เป็นไร...พี่ไม่ได้อยากฉลองอยู่แล้ว” ราชันย์พูดจบ ผลุนผลันออกไป ชไมพรได้แต่ยืนอึ้ง...
ราชันย์ไม่ได้กลับบ้านอย่างที่บอกชไมพร แต่แอบย่องไปหาแก้วซึ่งกำลังนั่งร้องไห้อยู่ใต้ต้นแก้ว ราชันย์จะเข้าไปปลอบ แต่รุ่งลักษมีโผล่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน และพูดยุแยงให้ราชันย์หึงหวงแก้วขึ้นมาอีก ราชันย์หูเบาเชื่อน้องสาว ผละจากไปอย่างไม่ไยดี แก้วเสียใจมาก ขณะที่รุ่งลักษมียิ้มอย่างผู้ชนะ...
งานเลี้ยงฉลองหมั้นเลิกแล้ว แขกเหรื่อกลับกันหมด แต่กำแหงกับหมื่นห้าวกำแหงยังนั่งคุยกันถึงเรื่องของแก้ว กำแหงไม่เข้าใจ แก้วคิดอย่างไรถึงได้ยอมรับเป็นผู้หญิงบ้าคนนั้น
“แก้วคงมีเหตุผล แต่หลวงมนูกิจกับแม่ช้อยน่ะสิ นึกอย่างไรถึงได้บอกว่าหญิงบ้าคนนั้นเป็นแก้ว”
“ผมจะต้องกลับมาที่นี่อีก...และไขความลับทุกอย่างให้ได้ครับพ่อ” กำแหงสีหน้ามุ่งมั่น...
ดึกคืนเดียวกัน ภายในห้องนอนของช้อย หลวงมนูกิจกับช้อยยังถกกันเรื่องละม่อม ทั้งคู่เห็นพ้องต้องกันถึงคนบ้าคนนั้นจะหน้าตาเละจนแทบไม่เหลือเค้าเดิม แต่ทั้งคู่มั่นใจต้องใช่ละม่อมแน่ๆ ละม่อมยังไม่ตาย ช้อยหน้าตาตื่น ถ้าเช่นนั้น ผีที่คอยผลุบๆโผล่ๆมาให้เห็นต้องมีคนเล่นตลกกับพวกเรา
“หมายความว่าต้องมีคนรู้ความลับของเรา...มันเป็นใคร?” ช้อยตาวาวขึ้นมาทันที...
ในเวลาเดียวกัน ไม้รอจนมั่นใจว่าปลอดภัย จึงพาตัวละม่อมไปยังกระท่อมท้ายสวน แนะหมัดให้พาละม่อมหลบไปสักพักก่อน เพราะหลวงมนูกิจกับช้อยเห็นละม่อมแล้ว หมัดมองละม่อมสีหน้าเป็นกังวล
ooooooo
ไม้อดแปลกใจไม่ได้ที่เช้าขึ้นมาแก้วยังดูนิ่ง แถมทำงานได้ตามปกติ ทั้งที่เมื่อวานเป็นงานหมั้นพ่อของลูกในท้องเธอ แก้วย้อนถามแล้วจะให้เธอทำอะไร ลงไปชักดิ้นชักงอขอราชันย์คืนหรือ เธอมียางอายพอ ต่อให้รักและคิดถึงแค่ไหน ถ้าผู้ชายไม่เอาเธอแล้ว เธอก็ไม่หน้าด้านตามตื๊อให้ขายขี้หน้าใครๆ แก้วข่มไม่ให้เสียงสั่น
“พี่ไม้รู้ไหม เมื่อคืนแก้วเจออะไรบ้าง...แก้วเจอแต่สายตาที่เหยียดหยาม เย้ยหยัน ถ้าไม่ติดที่แก้วต้องช่วยละม่อม แก้วจะไม่พาตัวเองไปอยู่กับคนพวกนั้น พวกที่ไม่เคยเห็นว่าแก้วเป็นคน” แก้วน้ำตาซึม...
หลวงมนูกิจเหลียวซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร รีบผลุบเข้าไปในห้องช้อย ชไมพรออกจากห้องตัวเองเห็นพอดีโกรธมาก เดินหน้าหงิกมาที่ห้องช้อยเอาหูแนบประตูห้อง ได้ยินเสียงหลวงมนูกิจแนะช้อยให้กำจัดละม่อม
“ฉันก็คิดอย่างคุณหลวงเช่นกัน”
ทันใดนั้น ประตูห้องเปิดผลัวะ “ไม่ได้นะคะ...คุณหญิงแม่จะฆ่าคนไม่ได้”
ช้อยกับหลวงมนูกิจตะลึง เห็นชไมพรยืนตาขวางอยู่หน้าห้อง ช้อยดึงชไมพรเข้ามารีบปิดประตูตามหลังแก้ตัวว่าถ้าไม่ฆ่า ละม่อมต้องเปิดโปงความลับของพวกเราแน่ๆ เธอยอมให้ละม่อมทำร้ายชไมพรไม่ได้ ชไมพรไม่เข้าใจละม่อมจะทำร้ายอะไรเธอได้ ถ้าเป็นเรื่องที่เธอไปเหยียบซ่องยายอุ่น เธอไม่สนใจ
“แล้วเรื่อง...” ช้อยยังพูดไม่จบประโยค ชไมพรชิงพูดขึ้นก่อน
“เรื่องอะไรชไมก็ไม่เห็นว่ามันจะคอขาดบาดตายถึงกับต้องฆ่าละม่อม นะคะคุณหญิงแม่ ชไมขอร้องเลิกทำเวรทำกรรมเถอะค่ะ ถ้าพี่วันชัยไม่ให้มรดก แต่งงานกับพี่ราชันย์เมื่อไหร่ ชไมจะพาคุณหญิงแม่ไปอยู่ด้วย”
ทั้งหลวงมนูกิจและช้อยประสานเสียงพร้อมกันว่าไม่ได้ ช้อยไม่ยอมให้ทรัพย์สมบัติของเจ้าพระยาวงษาตกเป็นของคนอื่น บ้านวงษาต้องเป็นของเธอ ชไมพรหันไปเล่นงานหลวงมนูกิจ มีหน้าที่อะไรมาร้องห้าม ชอบทำอะไรเกินหน้าที่อยู่เรื่อย ช้อยโกรธสุดขีดแหวใส่ลูก
“หลวงมนูไม่ได้ทำเกินหน้าที่ แต่แกนั่นแหละที่ไม่ได้ทำตามหน้าที่...ทั้งๆที่ฉันทำทุกอย่างเพื่อแก แต่แกกลับเป็นปฏิปักษ์ต่อฉันต่อคุณหลวง แกนี่มันโง่จริงๆชไมพร...โง่ๆๆๆๆ” ช้อยว่าพลางเอานิ้วจิ้มหน้าผากลูก ชไมพรร้องไห้โฮ เสียใจที่แม่เข้าข้างหลวงมนูกิจ ช้อยยังไม่หนำใจ ออกปากไล่ แถมฉุดกระชากลากชไมพรออกจากห้อง แล้วปิดประตูใส่หน้า หลวงมนูกิจกระซิบเตือนช้อยทำกับลูกแบบนั้นได้อย่างไร ช้อยตะโกนลั่น
“มันไม่ใช่ลูกฉันๆ” ช้อยเกรี้ยวกราด ชไมพรได้ยินเสียงแม่ชัดเจน เสียใจมาก วิ่งออกไปทั้งน้ำตา...
ไม้ทำงานอยู่ในสวน แต่ใจกลับเหม่อลอยไปถึงชไมพร นึกเจ็บแค้นใจผู้หญิงร้ายกาจคนนั้น เดินไปยังต้นไม้ที่ซ่อนปืนด้ามทอง ปีนขึ้นไปหยิบปืนลงมาอยากจะเอาไปยิงชไมพรให้รู้แล้วรู้รอด พอคิดได้ ไม้เอาปืนซ่อนไว้อย่างเดิม สะบัดหัวไล่ความขมขื่นทิ้ง จะกลับไปทำงานต่อ แต่เหลือบเห็นชไมพร
วิ่งร้องไห้เข้ามา ไม้หยุดกึกมองเธอด้วยสายตาทั้งรักทั้งชัง ชไมพรไม่ทันเห็นไม้ วิ่งมาหยุดร้องไห้คร่ำครวญไม่ห่างกันนัก
“คุณหญิงแม่...ทำไมคุณหญิงแม่พูดอย่างนี้ คุณหญิงแม่ไม่รักชไม”
ไม้คิดว่าชไมพรมีแผนชั่วจะมาหลอกลวงตนเองอีก เลยเข้าไปหาเรื่องหลอกด่า ชไมพรโกรธเงื้อมือจะตบ ไม้จับมือเธอไว้ ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ชไมพรขู่ ถ้าคิดจะลวนลามเธอตบเขาจริงๆด้วย ไม้มองขยะแขยง
“ตบ...แล้วคิดว่าผมจะจูบคุณรึ...คิดผิดแล้วคุณชไมพร รู้ไว้ว่าตอนนี้ผมสุดแสนจะรังเกียจคุณ ขยะแขยงคุณ ขอโทษนะ... ต่อให้คุณแก้ผ้าตรงหน้า ผมก็ไม่มอง มีแต่จะเอามดแดงโยนใส่ให้คุณคันเล่น...นังกากี”
ไม้ผลักชไมพรออก ปัดมือปัดไม้ตัวเองราวกับปัดสิ่งสกปรกทิ้ง ชไมพรกรี๊ดไม่ออก ได้แต่อ้าปากค้าง เจ็บเข้าไปถึงหัวใจ เข่าอ่อนทรุดลงกองกับพื้น ร้องไห้โฮด้วยความอดสูที่ไม้มีท่าทีรังเกียจเธอขนาดนั้น...
ราชันย์นั่งดื่มเหล้าอย่างหนักเพื่อให้ลืมความเจ็บช้ำใจ พินิศทนเห็นลูกทำร้ายตัวเองไม่ได้ เข้ามาห้ามปราม ราชันย์หงุดหงิดใส่ที่แม่เห็นเขาเป็นเด็กอมมือทั้งๆที่เขาโตมีเมียแล้ว
“ใช่...ลูกโตแล้ว ลูกมีเมียแล้ว แต่การกระทำของลูกยิ่งกว่าเด็กอมมือ...รู้ทั้งรู้ว่าเหล้าเป็นสิ่งไม่ดี ยังปล่อยให้มันทำลายตัวเองอีก คนเราอยู่ได้ด้วยสติ จำไว้นะราชันย์”
ราชันย์คิดคล้อยตามคำของแม่ ตั้งใจจะลืมแก้วให้หมดไปจากใจให้ได้
ooooooo
ราชันย์จะออกเดินป่าเพื่อหลบไปเลียแผลใจสักระยะ หลังจากขออนุญาตพินิศแล้ว ขึ้นมาเก็บเสื้อผ้าเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวใหม่ในชุดท่องป่า คว้าเป้สัมภาระจะออกจากห้องแล้วนึกขึ้นได้ เดินไปเปิดตู้เสื้อผ้าจะเอากล้องถ่ายรูป แต่หาไม่เจอ โผล่หน้าออกมาตะโกนถามรุ่งลักษมีเอากล้องไปหรือเปล่า พินิศเข้ามาบอกว่า
“น้องไม่อยู่ ไปซื้อเสื้อผ้า อีกเดี๋ยวคงจะกลับแล้วล่ะ”
“แต่ผมจะออกไปแล้ว งั้นผมไปหาในห้องของรุ่งเลยนะครับ” ราชันย์ว่าแล้วเดินเข้าห้องน้องสาว เป็นจังหวะเดียวกับ ลุงไปล่ขับรถพารุ่งลักษมีกลับเข้ามาพอดี พินิศได้ยินเสียงรถ รีบลงไปข้างล่าง
ด้านราชันย์หากล้องไปทั่วห้อง เจออยู่ในลิ้นชักโต๊ะหัวเตียง จังหวะที่ราชันย์จะหยิบกล้องขึ้นมา มือปัดเอารูปถ่ายจำนวนหนึ่งหล่นพื้น เขาหยิบขึ้นมาดู เห็น
เป็นรูปตัวเองนอนบนเตียงกับชไมพร หน้าเครียดขึ้นมาทันที จ้ำพรวดๆลงไปข้างล่าง ขณะรุ่งลักษมีกำลังอวดเสื้อตัวใหม่ที่เพิ่งซื้อมาให้แม่ดู ราชันย์ตรงเข้ามากระชากเสื้อผ้าในมือรุ่งลักษมีเหวี่ยงลงพื้น รุ่งลักษมีแว้ดใส่พี่ชาย
“เป็นบ้าอะไรไปคะพี่ราชันย์ ถึงได้ทำอย่างนี้”
“เพราะฉันมีน้องเลวๆไง...เพราะฉันมีน้องเลว” ราชันย์ตะเบ็งเสียงแข่ง พินิศตกใจมาก ตำหนิราชันย์ทำไมถึงว่าน้องอย่างนั้น ราชันย์โกรธสุดขีด ปารูปถ่ายใส่หน้ารุ่งลักษมี พินิศเก็บรูปขึ้นมาดู ถึงกับร้องว้าย ถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน รุ่งลักษมีหน้าซีด ปฏิเสธว่าไม่รู้เรื่อง ราชันย์ยิ่งโกรธมากขึ้น
“ไม่รู้เรื่อง...รูปพวกนี้อยู่ในห้องเธอ และกล้องของฉันก็อยู่ในห้องเธอ...แล้วยังวันที่แก้วกระเป๋าหาย เธอคะยั้นคะยอให้ฉันไปหาแก้วเดี๋ยวนั้น ฮึ...แล้วก็ให้บังเอิญเหลือเกิน ที่ฉันไปเจอแก้วนอนกอดก่ายกับนายไม้ ฉันโกรธไม่มีสติ แล้วทุกอย่างก็จบลงตรงที่ฉันต้องหมั้นหมายกับชไมพร...บอกฉันสิรุ่งลักษมีว่าเธอไม่รู้เรื่อง”
ราชันย์ปราดเข้าไปคว้าตัวรุ่งลักษมีเอาไว้อยากจะขย้ำให้ตายคามือ รุ่งลักษมีร้องไห้โฮ พินิศรีบเข้าไปห้ามราชันย์อย่าทำร้ายน้อง ราชันย์เสียใจมากที่หลงเชื่อน้องมาตลอด ไม่เข้าใจทำไมถึงต้องทำกับเขาแบบนี้ รุ่งลักษมีอ้างที่ต้องทำแบบนั้นเพราะแก้วไม่มีอะไรเหมาะกับพี่ชายของเธอสักอย่าง
“แต่นั่นมันชีวิตฉัน คนที่จะเป็นเมียฉัน ฉันเลือกเองได้ เธอไม่ต้องมายุ่ง”
“ต้องยุ่งค่ะ เพราะพี่ราชันย์โง่เหมือนควาย ทั้งๆที่รู้ว่านังแก้วมันสำส่อนมั่วผู้ชาย ท้องหาพ่อไม่ได้ ยังจะไปยกย่องมันขึ้นหิ้งบูชาอีก”
“มันไม่ใช่เรื่องจริง แต่เป็นเพราะคนเลวๆกุเรื่องใส่ร้ายแก้วและหนึ่งในนั้นคือเธอ...ฉันจะไปหาแก้ว ไปแต่งงานกับแก้วและในงานแต่งของฉันก็จะไม่มีเธอ” ราชันย์พรวดพราดออกจากบ้าน ตรงไปที่รถ
รุ่งลักษมีไม่ยอมให้ราชันย์ทำอย่างนั้นรีบวิ่งตาม เห็นราชันย์กำลังจะออกรถ เธอรีบขึ้นนั่งข้างคนขับ ราชันย์ไล่ให้ลงเธอไม่สนใจ ราชันย์เข้าเกียร์กระชากรถอย่างแรง รุ่งลักษมี ถึงกับหน้าคะมำ พินิศรีบยกมือขึ้นพนมอธิษฐาน ขอพรคุณพระคุณเจ้า ช่วยคุ้มครองลูกๆของเธอด้วย
ooooooo
หลวงมนูกิจกับช้อยเดินค้นหาทั่วสวนกว้างใหญ่ของบ้านวงษา แต่ไม่เจอละม่อม หลวงมนูกิจตั้งข้อสังเกต คนที่ช่วยเหลือละม่อมต้องเป็นหมัดแน่นอนเพราะมีหมัดคนเดียวที่อยู่กระท่อมท้ายสวน ช้อยเอะใจหรือว่า หมัดพาละม่อมมาซ่อนตัวที่นั่น ไม้กับแก้วแอบฟังอยู่ตลอด รีบย่องออกไปจากตรงนั้นทันที
ไม่นานนัก หลวงมนูกิจกับช้อยบุกไปถึงกระท่อมท้ายสวน แต่ไม่พบใครที่นั่น หมัดไหวตัวทันพาละม่อมหลบออกไปได้ก่อนอย่างเฉียดฉิว ช้อยเห็นสภาพภายในกระท่อม สรุปว่า ต้องมีคนอยู่ที่นี่แน่ๆ จังหวะนั้น ไม้เดินฮัมเพลงอย่างมีความสุขเข้ามาในกระท่อม แกล้งชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นช้อยกับหลวงมนูกิจยืนอยู่
“อ้าว...คุณหลวง คุณนายช้อย กลางวันแสกๆมาทำอะไรแถวนี้รึ” ไม้ยิ้มยั่ว ช้อยย้อนถามไม้นั่นแหละมาทำไม พอเห็นแก้วเดินตามเข้ามา หลวงมนูกิจหาว่าไม้มาพลอดรักกับแก้วที่นี่ ไม้โกรธถลันเข้าไปคว้าคอเสื้อ หลวงมนูกิจเงื้อกำปั้นจะชกหน้า แต่ต้องร้องสุดเสียงเมื่อชไมพรฟาดท่อนไม้เข้าด้านหลังเขาเต็มแรง
“แกสองคนจะพลอดรักกันที่ไหนก็ไป แต่อย่ามาทำกำแหงอวดดีกับเจ้านาย” ชไมพรตวาดลั่น ทั้งสองฝ่ายต่อปาก ต่อคำกันไปมา หลวงมนูกิจเถียงสู้ไม่ได้ ชี้หน้าไม้กับแก้ว
“พวกแกไป...ไสหัวไปจากบ้านฉันเดี๋ยวนี้”
“ไม่...แล้วขอทีเถอะ คำก็ว่าบ้านฉัน สองคำก็ว่าบ้านฉัน ทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจว่าเป็นบ้านเจ้าพระยาวงษา มันไม่หน้าด้านไปหน่อยรึคะ...แก้วไม่ไปไหนทั้งนั้น จะอยู่ที่นี่ ถ้าแน่จริงก็ให้ตำรวจมาลากคอแก้วออกไปเลย”
“ตำรวจจะได้ถือโอกาสค้น ดีไม่ดี อาจจะเจอปืนกระบอกเดียวกับที่ใช้ฆ่าท่านเจ้าพระยา” ไม้ว่าพลางสังเกตอากัปกิริยาของช้อยกับหลวงมนูกิจที่ถึงกับหน้าถอดสี...
ชไมพรอดถามช้อยไม่ได้ ทำไมช้อยกับหลวงมนูกิจถึงได้กลัวเรื่องปืนที่ฆ่าเจ้าคุณพ่อของเธอนัก
“ก็แม่กลัว นังแก้วมันจะไหวตัวทันแล้วหนีไป ชไมคงไม่ลืมนะลูกว่านังแก้วมันมีปืนที่ฆ่าท่านเจ้าพระยา”
ชไมพรสีหน้าครุ่นคิด เหตุผลของแม่ฟังไม่ค่อยขึ้น...
หลังจากปลอดภัยแล้ว ไม้บอกหมัดให้พาละม่อมไปซ่อนตัวอยู่ในสวนตามเดิม ส่วนเรื่องอาหารการกินเขากับแก้วจะเอาไปให้เอง หมัดขอบใจแก้วกับไม้มาก
“ฉันก็รอให้นังละม่อมมันจำความได้นี่ล่ะ จะได้ให้มันแจ้งความจับพวกคนเลวคนชั่วเข้าคุกหัวโต หรือไม่ก็ให้นังละม่อมแก้แค้นนังช้อย อย่างที่มันโดนทำ” หมัดขบกราม แน่น เคียดแค้น...
ราชันย์ขับรถวนไปเวียนมาตั้งแต่สายยันค่ำ แวะจอดข้างทางหลายครั้งให้รุ่งลักษมีลงจากรถ เขาจะได้ไปหาแก้วได้ แต่เธอดื้อด้านไม่ยอมไปไหน ราชันย์แกล้งเร่งเครื่องอย่างบ้าระห่ำเพื่อให้รุ่งลักษมีกลัวจะได้ขอลงจากรถ รุ่งลักษมีร้องลั่นให้จอดรถ ราชันย์กลับเร่งความเร็วขึ้นอีก
“ไม่จอด ถ้าเธอไม่ลงจากรถ...จะลงไม่ลง”
“ไม่ลง...พี่ต้องจอดรถๆๆๆๆ” รุ่งลักษมีเป็นฝ่ายคลุ้มคลั่งขึ้นมาบ้าง แย่งพวงมาลัยรถหักเข้าข้างทาง รถเสียการควบคุมพุ่งเข้าหาขอบถนนอย่างรวดเร็ว รุ่งลักษมีกรีดร้องด้วยความตกใจ ราชันย์เป็นห่วงน้องมากดึงร่างเธอมากอดแนบอกเพื่อปกป้องไม่ให้ถูกกระแทก ก่อนทุกอย่างจะดับวูบ...
ขณะเดียวกัน แก้วได้ยินเสียงราชันย์มาเคาะประตูกระท่อมเรียก เธอลังเลจะเปิดประตูดีไหมแต่สุดท้ายตัดสินใจลุกขึ้นไปเปิดรับ ราชันย์กลับไม่อยู่ตรงนั้น แก้วร้องเรียก แต่ไม่มีเสียงตอบ พลันมีเสียงเหมือนคนเดินอยู่ด้านหลัง แก้วหันขวับไปมอง เห็นราชันย์ยืนเลือดท่วมตัว เธอกรีดร้องขึ้นสุดเสียง ตกใจตื่นเหงื่อท่วมตัว
ไม้นอนอยู่หน้าแคร่สะดุ้งตื่น ถามแก้วเป็นอะไรไป แก้วไม่ตอบลุกพรวดไปเปิดประตูกระท่อมตะโกนเรียกราชันย์อย่างตื่นตระหนก ไม้ร้องเตือนราชันย์ไม่ได้มาที่นี่ แก้วได้สติ ละล่ำละลักว่า
“แก้ว...แก้วฝันร้าย ฝันว่าคุณราชันย์ยืนเลือดท่วมตัวอยู่ตรงนี้ พี่ไม้...แก้วเป็นห่วงคุณราชันย์”
ooooooo
ฝันร้ายของแก้วกลายเป็นจริง ราชันย์ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ทันทีที่กำแหงทราบข่าวรีบมาแจ้งวันชัยด้วยตัวเอง แทนที่ช้อยจะถามไถ่อาการราชันย์ กลับเป็นห่วงเรื่องงานแต่งงาน จนถูกวันชัยตำหนิ
“ผมว่าสนใจก่อนดีไหมว่าอาการราชันย์จะพ้นขีดอันตรายเมื่อไร แล้วเราจะช่วยอะไรทางนั้นได้บ้าง”
“มีเงินซะอย่าง ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนี่ครับ” หลวงมนูกิจแก้ตัวแทนช้อย
“อาจจะมีครับ เพราะจนป่านนี้ คุณราชันย์ก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมาเลย” กำแหงสีหน้าเป็นกังวล ช้อยกับหลวงมนูกิจก็เป็นกังวลเช่นกัน แต่ไม่ใช่ห่วงราชันย์ เป็นกังวลที่งานแต่งงานอาจจะต้องเลื่อนไปไม่มีกำหนด...
วันชัยกับชไมพรรีบไปเยี่ยมราชันย์ที่โรงพยาบาล เห็นเขานอนนิ่งอยู่บนเตียง มีสายน้ำเกลือระโยงระยางเต็มไปหมด รุ่งลักษมีได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยที่ศีรษะยืนร้องไห้อยู่ข้างเตียง อีกด้านหนึ่งพินิศนั่งเฝ้าไข้อยู่ วันชัยแปลกใจไม่เห็นราชันย์มีบาดแผลฉกรรจ์แต่ทำไมอาการถึงสาหัสได้ พินิศฟังจากที่หมอบอก ศีรษะของราชันย์กระแทกอย่างแรงจนสมองถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก
“ปกติราชันย์ไม่ได้เป็นคนขับรถเร็ว...มีเรื่องอะไรกันหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ...มันเป็นอุบัติเหตุ” พินิศตอบแบบมีพิรุธ ขณะที่รุ่งลักษมีเอาแต่ก้มหน้า ชไมพรถามพินิศว่าเมื่อไหร่ราชันย์ถึงจะฟื้น ได้ความว่าแม้แต่หมอยังตอบไม่ได้ บางทีราชันย์อาจจะไม่ฟื้นขึ้นมาอีกเลยก็ได้
สิ้นเสียงพินิจ รุ่งลักษมีถึงกับปล่อยโฮ วิ่งออกไปนอกห้องพักฟื้น ชไมพรรีบตามมาปลอบว่าราชันย์อาจจะไม่ได้เป็นอะไรร้ายแรงอย่างที่หมอว่าก็ได้ รุ่งลักษมีหวังให้เป็นเช่นนั้น แต่เธอไม่กล้าหลอกตัวเอง ชไมพรมองงงๆ หมายความว่าอย่างไร ระหว่างนั้น วันชัยย่องมาทางด้านหลังแอบฟังสองสาวคุยกัน
“พี่ราชันย์จับได้ว่ารุ่งแอบถ่ายรูปคุณชไมนอนกับพี่ราชันย์แล้วพี่ราชันย์ก็รู้อีกว่าที่นังแก้วนอนกับไอ้ไม้เป็นแผนของพวกเรา...พี่ราชันย์กับรุ่งเลยทะเลาะกันอย่างแรง พี่ราชันย์จะไปขอคืนดีกับนังแก้ว รุ่งไม่ให้ไป แย่งพวงมาลัยรถจากพี่ราชันย์จนรถคว่ำ แล้วพี่ราชันย์...ก็...” รุ่งลักษมีร้องไห้โฮออกมาอีก ชไมพรเข้าไปโอบกอดปลอบใจ สีหน้าเป็นทุกข์ไม่ต่างจาก รุ่งลักษมี ทันใดนั้น มีเสียงวันชัยดังขึ้นทางด้านหลัง
“มาร้องไห้ เสียใจตอนนี้ก็ไม่มีประโยชน์รุ่งลักษมี”
สองสาวสะดุ้งเฮือก หันขวับไปมอง วันชัยพูดอีกว่า “สิ่งที่เธอทำไม่ได้ทำลายแก้วคนเดียว แต่มันทำลายชีวิตของคนอีกหลายคน ทั้งราชันย์ คุณแม่ของเธอ และพี่... ถ้าราชันย์ฟื้นขึ้นมาและต้องการถอนหมั้นกับชไมพรพี่ก็ยินดี” วันชัยพูดจบหันหลังเดินจากไป ชไมพรถึงกับตะลึง ยอมให้เป็นเช่นนั้นไม่ได้ รีบวิ่งตาม
รุ่งลักษมีต้องตกใจเมื่อเห็นพินิศยืนอยู่อีกมุมหนึ่งมองมาทางเธอสีหน้าผิดหวัง ก่อนจะเดินหนี รุ่งลักษมีรีบเดินตามไปอธิบาย พินิศไม่อยากฟังคำแก้ตัว ตำหนิรุ่งลักษมีอย่างแรงที่ปล่อยให้ความอิจฉาริษยาครอบงำจนนิสัยใจคอเปลี่ยนไปถึงขนาดนี้ แทนที่รุ่งลักษมีจะสำนึก กลับโยนความผิดไปให้แก้ว...
วันชัยกับชไมพรโต้เถียงกันตั้งแต่โรงพยาบาลจนถึงบ้านวงษา ช้อยกับหลวงมนูกิจได้ยินเสียงเอะอะรีบออกมาดู ชไมพรขอร้องวันชัยอย่ามายุ่งเรื่องของเธอ ปล่อยให้เธอได้แต่งงานกับราชันย์ แล้วเธอกับแม่จะไปจากบ้านวงษา และได้อยู่กันอย่างสุขสบายเสียที
“พี่ตอบไม่ได้เพราะพี่ไม่ได้เป็นราชันย์...แต่ถ้าพี่เป็นราชันย์...ก็อย่างที่บอก พี่คงแต่งงานกับผู้หญิงร้อยเล่ห์เพทุบาย อิจฉาริษยาถึงขนาดวางแผนลวงผู้ชายเป็นสามีอย่างเธอไม่ได้” วันชัยด่าจบเดินฉับๆขึ้นห้อง
ช้อยงุนงง หันมาถามชไมพร “ทำไมไอ้วันชัยมันถึงพูดอย่างนี้ลูก”
“พี่วันชัยรู้เรื่องที่เราออกอุบายทำร้ายไอ้ไม้กับนังแก้วแล้วค่ะ” ชไมพรสีหน้าเป็นกังวล ไม่ต่างจากช้อย...
แก้วไม่สบายใจที่ฝันร้ายเห็นราชันย์เลือดท่วมตัว หลังจากทำบุญตักบาตรแล้ว เธอเอาปลามาปล่อยลงสระบัวเพื่อให้ผลบุญช่วยให้ราชันย์ปลอดภัย ขณะกำลังอธิษฐานต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ช้อย ชไมพรกับหลวงมนูกิจพากันเดินตรงมาที่สระ แก้วได้ยินเสียงฝีเท้า รีบคว้าถังใส่ปลาซ่อนตัวแอบฟัง ได้ยินเสียงช้อยแช่งวันชัย
“คนที่รถคว่ำน่าจะเป็นไอ้วันชัยไม่ใช่คุณราชันย์...เจ็บใจนัก อะไรๆก็ไม่ได้ดั่งใจเลย จะหวังพึ่งพาหน่อยคุณราชันย์ก็ยังไม่ฟื้น...แล้วนี่มิต้องยกเลิกงานแต่งงานเลยรึ”
ชไมพรโวยวายลั่น ไม่ยอมให้ยกเลิกงานแต่งงานเด็ดขาด ช้อยปลอบลูก เราคงทำอะไรไม่ได้ ถ้าราชันย์ไม่ฟื้น หลวงมนูกิจแนะ ให้แต่งงานทั้งที่ราชันย์นอนอยู่บนเตียง แก้วหน้าซีด คว้าถังน้ำย่องออกไปอีกทาง แต่ดันเหยียบกิ่งไม้หัก ทำให้สามตัวแสบหันมอง เห็นหลังแก้วไวๆ หลวงมนูกิจอาสาจัดการแก้วเอง
แก้วเดินหนี หลวงมนูกิจไล่ตามติด ดีที่ไม้เข้ามาขวางได้ทัน หลวงมนูกิจทำอะไรแก้วไม่ได้ เดินหัวเสียกลับไป ไม้เห็นแก้วหน้าตาไม่สู้ดี ถามมีเรื่องอะไรหรือเปล่า
“แก้วได้ยินคุณนายช้อยพูดว่า คุณราชันย์อยู่โรงพยาบาล ยังไม่ฟื้น” แก้วน้ำตาคลอเป็นห่วงราชันย์
ooooooo
พินิศยื่นหน้าออกมามองหน้าห้องพักฟื้น พอเห็นไม่มีใคร ปิดประตูล็อกห้อง เดินกลับมาที่เตียง กระซิบบอกราชันย์ว่าปลอดคนแล้ว ราชันย์ค่อยๆลืมตามองแม่ ก่อนจะลุกขึ้นนั่ง ไม่ได้เจ็บหนักอะไร มีเพียงแผลแตกเหนือคิ้ว เขายกมือไหว้ขอโทษแม่ ที่ต้องโกหกใครๆ เพราะเขา และยังช่วยขอร้องลุงหมอให้ร่วมมือด้วย
“ไม่เป็นไรแม่เชื่อว่าลูกมีเหตุผล โชคดีที่ตอนเกิดเหตุรุ่งลักษมีหมดสติ ไม่งั้นคงหลอกใครๆอย่างนี้ไม่ได้...แล้วทำไมต้องโกหกกันถึงขนาดนี้ด้วยล่ะลูก”
“ผมอยากกันทุกคนออกจากแก้วสักระยะหนึ่งอย่างน้อยก็ช่วงที่ผมนอนป่วยอยู่ที่นี่ อีกอย่าง...ผมว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรซ่อนอยู่...การเข้ามาบ้านวงษาของแก้ว...การที่หลวงมนูผลักไสไล่ส่งโยนความผิดว่าแก้วเป็นคนร้าย...ผมว่ามันต้องมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่ มากกว่าการแย่งชิงผมให้กับชไมพร”
พินิศชักสนใจเรื่องลับลมคมในเรื่องนี้...
ราชันย์เดินตามแผนการขั้นแรก ด้วยการไปขอให้วันชัยร่วมมือด้วย ก่อนจะไปพบวันชัย ราชันย์แวะไปที่กระท่อมกลางสวนพร้อมกับช่อดอกแก้ว เห็นแก้วอาเจียนโอ้กอ้ากอยู่หน้ากระท่อม เขาอยากออกไปหาเธอใจจะขาด ยิ่งได้รู้ว่าแก้วเป็นห่วงเขามากเพียงใดยิ่งสงสารเธอสุดหัวใจ แต่ทำได้แค่แอบมองอยู่ห่างๆ ได้ยินเสียงไม้บอกแก้วก่อนจะเดินออกไปว่าจะลอบขึ้นตึก ช่วยกำแหงหาปืนกระบอกที่ฆ่าเจ้าพระยาวงษา
“ช่วยแก้วต่างหาก” แก้วว่าแล้วเอามือลูบท้องตัวเอง “ลูกเอ๊ย...แม่ทุกข์เสียจนแม่ลืมว่ามาที่นี่เพื่อทำอะไร วิญญาณของเจ้าคุณปู่คงกำลังตำหนิแม่...พ่อจ๋า...อภัยให้แก้วด้วย...อภัยให้แก้วด้วย” แก้วร้องไห้ทุกข์ใจ
ราชันย์ทั้งสงสารและสงสัยในคำพูดของแก้ว พึมพำเบาๆขอโทษที่ทำร้ายเธอ ตอนนี้เขาออกไปหาเธอไม่ได้จริงๆ จากนั้น ราชันย์วางช่อดอกแก้วในมือ แล้วย่องฝ่าความมืดไปทางหน้าตึกใหญ่
ระหว่างทางเจอวันชัยเดินครุ่นคิดอยู่ในสวน ทันทีที่ราชันย์เผยตัว วันชัยทั้งตกใจทั้งแปลกใจ รู้ว่าต้องมีเรื่องไม่ชอบมาพากล รีบพาราชันย์ตรงไปยังห้องนอนของเขา สอดส่ายสายตาไปรอบๆ เกรงจะมีใครเห็นแล้วรีบผลุบเข้าห้องปิดประตูลงกลอน หันมาเอ็ดราชันย์ เล่นพิเรนทร์อะไร ไหนบอกอาการเพียบหนัก
“ก็หนักอยู่ แต่หนักใจ โดยเฉพาะเรื่องแก้ว...นายคงรู้เรื่องรุ่งลักษมีกับชไมพรแล้ว...ฉันเสียใจมากที่รุ่งลักษมีมีส่วนทำให้เรื่องมันเป็นแบบนี้ แต่ฉันว่า คงไม่ใช่แผนแย่งชิงฉันอย่างเดียว มันต้องมีอะไรซ่อนอยู่และนายก็ต้องร่วมมือกับฉัน ตามหาความจริงให้เจอ”
วันชัยยินดีให้ความร่วมมือทุกอย่าง จะให้ทำอะไรขอให้บอก ราชันย์ยิ้มพอใจ
ooooooo
ไม้ลอบเข้าตึกใหญ่ทางด้านหลัง ขณะกำลังหันรีหันขวางไม่รู้ห้องหลวงมนูกิจอยู่ไหน ชไมพรเปิดประตูห้องตัวเองเดินหน้ามุ่ยออกมา ไม้รีบหลบมุมอย่างรวดเร็ว ค่อยๆยื่นหน้าออกมามอง เห็นชไมพรเดินไปเคาะประตูห้องช้อย แต่ไม่มีเสียงขานรับ ชไมพรถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไป ภายในห้องช้อยปิดไฟมืด
“ไม่อยู่...คุณหญิงแม่ต้องอยู่ในห้องหลวงมนูแน่ๆเลย”
ชไมพรคว้าไม้กวาดในห้องแม่ แล้วก้าวฉับๆไปยังห้องหลวงมนูกิจ กระชากประตูห้องเปิดออก ห้องหลวงมนูกิจปิดไฟมืดเช่นกัน ชไมพรนิ่วหน้า เดินลิ่วลงไปข้างล่าง ไม้รอจนชไมพรลับสายตา รีบย่องเข้าไปในห้องหลวงมนูกิจ ชไมพรลงบันไดเกือบถึงขั้นสุดท้าย เห็นทางหางตาเหมือนมีคนอยู่ข้างบน รีบย่องกลับขึ้นไป
ด้านไม้ค่อยๆค้นหาปืนไปทั่วห้องแต่ไม่เจอ ชไมพรย่องมาด้านหลังเงื้อไม้กวาดจะฟาด ไม้เห็นเงาไหวๆหันขวับมาคว้ามือเธอไว้แล้วบิดอย่างแรงจนไม้กวาดหลุดมือ ชไมพรแหกปากร้องลั่น ไม้ตกใจรีบเอามือปิดปากไว้ สั่งให้เงียบไม่อย่างนั้นจะจูบ ชไมพรเงียบกริบ ไม้แดกดันว่าเรื่องอย่างนี้ไวจริงๆ ชไมพรถึงกับน้ำตาคลอ
“มารยา...อย่าคิดว่าน้ำตามันจะช่วยคุณได้” ไม้ผลักชไมพรออกอย่างรังเกียจ
“ถ้าฉันมารยา นายก็ยิ่งกว่า...เป็นขโมยแต่ทำมาเป็นพูดจาเบี่ยงเบน...อย่าได้คิดว่าฉันจะปกป้องแก ฉันจะฟ้องคุณหญิงแม่ ฟ้องพี่วันชัยว่าแกเป็นหัวขโมย”
“ผมก็จะบอกคุณวันชัยว่าผมเข้ามาขโมยจูบคุณ ถ้าคุณราชันย์จะคิดมากไปกว่านี้ ก็ช่วยไม่ได้” ไม้ว่าแล้วออกจากห้อง ชไมพรมองตามเจ็บช้ำใจ พึมพำเสียงแผ่ว
“ถ้าเธอไม่มีใจให้เขา เธอก็ไม่เจ็บอย่างนี้หรอกชไมพร” ชไมพรน้ำตาไหลโดยไม่รู้ตัว...
หลังจากราชันย์บอกแผนการให้วันชัยรู้แล้ว เขาย้ำอีกครั้งว่าวันชัยต้องทำไม่รู้ไม่ชี้ เดินตามแผนที่ใครบางคนอยากให้เป็น และที่สำคัญต้องปกปิดเรื่องของเขา รู้ไว้อย่างเดียว เมื่อเขาฟื้นขึ้นมา เขาจะกลายเป็นราชันย์คนที่สุดแสนจะใจดำของแก้ว วันชัยพยักหน้ารับรู้ ราชันย์ขอตัวกลับ เปิดประตูห้องนอนวันชัยจะออกมา แต่ต้องปิดกลับอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นหลวงมนูกิจเดินคลอเคลียซุกไซ้ซอกคอช้อยขึ้นบันไดมา
ราชันย์หน้าตื่นพิงประตูห้องเอาไว้ บอกวันชัยว่าช้อยกับหลวงมนูกิจอยู่ตรงบันได วันชัยนิ่วหน้าสงสัยดึกดื่นป่านนี้สองคนนั่นไปไหนกันมา ขยับจะเปิดประตูออกไปดู ราชันย์ยื้อสุดฤทธิ์ไม่อยากให้เพื่อนเห็นสองคนนั่นกอดกัน แต่สุดท้ายราชันย์ต้านทานความอยากรู้ของวันชัยไม่ได้ จำต้องหลีกทางให้...
ทางฝ่ายไม้กำลังจะออกจากตึกใหญ่ เห็นหลวงมนูกิจกับช้อยเดินกอดกันไม่อายผีสาง รีบหลบมุม แต่คอยแอบมองอยู่ตลอดเวลา เห็นช้อยเอามือดันชู้รักออกห่าง สีหน้าเป็นกังวล
“แต่เมื่อกี้ ฉันว่าฉันเห็น...คุณราชันย์อยู่ในห้องคุณวันชัย”
หลวงมนูกิจหาว่าช้อยตาฝาด ราชันย์อยู่โรงพยาบาลจะมาโผล่ที่นี่ได้อย่างไร แล้วนิ่งคิดไปอึดใจ ก่อนจะหน้าตาตื่น หรือว่าราชันย์ตายไปแล้ว เป็นผีมาปรากฏให้เห็น ช้อยตาเหลือกกลัวผีขึ้นสมอง รีบแยกย้ายกันกลับห้องตัวเองแทบไม่ทัน วันชัยเดินมาถึงตรงนั้นคลาดกับช้อยและหลวงมนูกิจเฉียดฉิว กลับห้องตัวเองด้วยความเสียดาย ไม้อาศัยจังหวะนั้น ลอบหนีออกไปอย่างรวดเร็ว
ooooooo
วันรุ่งขึ้น ราชันย์เดินตามแผนขั้นต่อมาโดยทำทีฟื้นคืนสติ และจำเหตุการณ์ตอนเกิดอุบัติเหตุไม่ได้ จำได้เพียงตัวเองกำลังจะพาชไมพรไปเที่ยว ด้วยความช่วยเหลือของพินิศประกอบกับความโล่งใจที่ไม่ต้องรับผิดชอบที่ทำให้พี่ชายต้องบาดเจ็บ ทำให้รุ่งลักษมีเชื่อสนิทใจ จากนั้น ราชันย์ชวนรุ่งลักษมีไปหาชไมพร แล้วทำท่าจะลุกขึ้นจากเตียง รุ่งลักษมีสงสัยเพิ่งฟื้นเมื่อเช้าทำไมถึงลุกได้แล้ว
“แรงรักมั้ง เลยทำได้ทุกอย่าง” ราชันย์ยิ้มมีเลศนัย รุ่งลักษมีไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก
ไม่นานนัก ราชันย์ พินิศ และรุ่งลักษมีมาถึงบ้านวงษา ชไมพรดีใจเนื้อเต้นที่เห็นราชันย์หายป่วย แถมมาครั้งนี้ราชันย์ออดอ้อนออเซาะปากหวานกับเธอสารพัด วันชัยฟังอยู่นานชักหมั่นไส้ ปรามราชันย์อย่าเห่อน้องสาวเขาแค่ช่วงแรกเหมือนที่เห่อแก้วก็แล้วกัน ราชันย์ทำเป็นอารมณ์เสียขึ้นมาทันที
“อย่าพูดถึงชื่อผู้หญิงคนนั้นเพราะคนอย่างมันไม่มีอะไรเทียบกับคุณชไมพรได้แม้แต่นิดเดียว”
ช้อยกับชไมพรยิ้มแก้มแทบปริ รุ่งลักษมีตีหน้าซื่อหันมาทักทายวันชัย แต่เขาไม่อยากพูดด้วย เดินหนีเข้าบ้าน ชไมพรบอกให้รุ่งลักษมีตามไปง้อ ราชันย์เห็นด้วย ปรับความเข้าใจกันเร็วๆจะได้แต่งงานพร้อมกับเขา รุ่งลักษมียิ้มออกรีบเดินตามวันชัย โดยมีชไมพรควงแขนราชันย์ตามไปติดๆ ช้อยเชิญพินิศเข้าไปคุยต่อในบ้าน แต่พินิศขอเดินชมสวนดีกว่า พอพินิศคล้อยหลัง ช้อยหันไปบอกหลวงมนูกิจ วันนี้ราชันย์ดูแปลกๆไป
“ฉันก็ว่าอย่างนั้น...หรือว่าอาจจะประสบอุบัติเหตุจนสมองเพี้ยน”
“ถ้าเป็นอย่างนี้ก็ดี แต่ฉันกลัวจะมีอะไรแฝงอยู่นะสิ... อย่าลืมนะคุณหลวงเมื่อคืนฉันเห็นคุณราชันย์” ช้อยสีหน้าครุ่นคิด เป็นกังวล...
รุ่งลักษมีตามมาขอโทษคู่หมั้นที่ทำตัวไม่ดี วันชัยไม่ให้อภัยเธออีกแล้ว ตราบที่รุ่งลักษมียังไม่ยอมปรับปรุงตัว คำขอโทษก็ไร้ประโยชน์ แทนที่ทั้งคู่จะปรับความเข้าใจกัน กลายเป็นทะเลาะโต้เถียงกัน ราชันย์ตามเข้ามาสมทบได้ยินทุกคำพูด ยุส่งให้รุ่งลักษมีถอนหมั้นให้รู้แล้วรู้รอด ในเมื่อวันชัยเห็นบ่าวรับใช้ดีกว่า
วันชัยเลยหันมาทะเลาะกับราชันย์แทน เถียงกันไปเถียงกันมาทำท่าจะวางมวยกัน รุ่งลักษมีเห็นไม่เข้าที ชวนราชันย์กับชไมพรไปเดินเล่นในสวน ทิ้งวันชัยไว้ตรงนั้นเพียงลำพัง
ooooooo
ในเวลาต่อมา ขณะพินิศกำลังเดินชมดอกแก้วอยู่ในสวน ราชันย์โอบกอดรุ่งลักษมีกับชไมพรเดินตรงมาทางเธอ จังหวะนั้น แก้วมาจากอีกด้านหนึ่งของสวน เห็นราชันย์พอดีรีบเดินเข้ามาทักทายด้วยความห่วงใย แต่เขากลับมองเธอด้วยสายตาดูแคลน ชไมพรสบช่องแหวใส่แก้วทันที
“อวดดียังไง ถึงมายืนขวางทางพวกฉัน”
“คงจะมาทวงความรักเลวๆของมันจากพี่กระมัง...ชั่วช้าหลายใจจนเขาจับได้แล้วยังจะมายืนประท้วง...หน้าด้าน” ราชันย์ด่าเสร็จเดินเข้าไปมองแก้วใกล้ๆ แก้วทั้งโกรธทั้งเสียใจพยายามกลั้นน้ำตาไว้ รุ่งลักษมียุพี่ชายให้ผลักแก้วไปพ้นทาง ราชันย์ยุขึ้นทำท่าจะผลักแก้ว พินิศยืนดูอยู่นานทนไม่ไหว ปรี่เข้าไปห้าม
“ทำไมถึงใจร้ายอย่างนี้ รุ่งก็เหมือนกันยุให้พี่ชายทำร้ายผู้หญิง ถึงยังไงแก้วก็เคยเป็นคนรักของพี่ชาย”
“คุณแม่อย่าพูดว่าหล่อนเคยเป็นคนรักของผม ผู้หญิงอย่างหล่อนชั่วช้าเกินกว่าผมจะลดตัวลงไปเกลือกกลั้วด้วย” ราชันย์ด่าว่าไม่พอ มองเหยียดหยามด้วย แก้วถึงกับอึ้ง ไม้ได้ยินเสียงเอะอะ ค่อยๆ ย่องหลบหลังพุ่มไม้ แอบมองอยู่ห่างๆ รอดูทีท่าของราชันย์ พินิศขอร้องราชันย์ให้พูดกับแก้วดีๆ
ไม่ใช่พูดจาดูถูกไม่ให้เกียรติกันแบบนี้ แทนที่ราชันย์จะหยุดกลับด่าว่าแก้วเสียๆหายๆ หาว่าใจง่ายกับผู้ชายไม่เลือกหน้าทั้งไม้ทั้งกำแหง
“แก้วใจง่ายกับผู้ชายที่แสนรักเพียงคนเดียว”
ราชันย์พลอยเจ็บปวดใจไปกับแก้วด้วย แต่จำต้องฝืนใจร้ายเพื่อให้เป็นไปตามแผน “ฮึ...ใจง่ายกับผู้ชายที่แสนรักเพียงคนเดียว...ขอบใจที่บอก แต่ขึ้นชื่อว่าผู้หญิงใจง่ายแล้ว...
สองตาฉันก็ไม่แล”
“คุณราชันย์ก็เป็นผู้ชายใจง่ายเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นคงไม่ทิ้งแก้วไปแต่งงานกับคุณชไมพรหรอก”
“ชั่วแล้วยังมาด่าคนอื่นอีก...นี่แน่ะ” ราชันย์ผลักแก้วอย่างแรงจนล้ม พินิศตกใจ กรีดร้องลั่น
ไม้ทนนิ่งเฉยต่อไปไม่ไหว ออกจากที่ซ่อนตรงเข้าไปผลักราชันย์ด้วยความโมโห แล้วตามเข้าไปซ้ำ ราชันย์เตรียมพร้อมอยู่แล้วจับมือเขาไว้ สองหนุ่มแลกกำปั้นกันอุตลุด พินิศพยายามห้าม แต่รุ่งลักษมีกับชไมพรกลับส่งเสียงเชียร์ลั่น ช้อย หลวงมนูกิจ กำแหงและวันชัยยืนอยู่ตรงทางเข้าสวน ได้ยินเสียงเอะอะรีบวิ่งมาดู
เห็นไม้นอนอยู่ที่พื้นโดยมีราชันย์นั่งคร่อม กำลังเหวี่ยงกำปั้นใส่ไม้ไม่ยั้ง วันชัยสั่งให้หยุดต่อสู้กันได้แล้ว แต่ไม่มีใครฟัง กำแหงตัดสินใจชักปืนออกมายิงขึ้นฟ้าเปรี้ยง คู่ชกหยุดกึก แก้วรีบดึงตัวไม้ออกมา ราชันย์บอกให้กำแหงจับไม้โทษฐานพยายามจะฆ่าเขา รุ่งลักษมีกับชไมพรช่วยกันใส่ความไม้
“ไม่จริงค่ะ...คุณราชันย์ต่างหากที่จะฆ่าพี่ไม้” แก้วโต้แย้ง
กำแหงสั่งให้หยุดเถียงกันได้แล้ว ถ้าจะจับเขาจะจับหมดทุกคน เพราะเห็นกับตา ต่างฝ่ายต่างทำร้ายกัน แล้วเชิญทุกคนไปโรงพัก แก้วโต้ไม่ได้ทำผิดอะไร ไม้ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้น เราสองคนจะไม่ไปไหนทั้งนั้น
“ไปหน่อยสิ...ยังไง ผัวเธอก็อุตส่าห์เชิญทั้งคน” ราชันย์ลอยหน้าลอยตาน่าตบ แก้วเลยตบเขาเต็มแรง ราชันย์ทำทีฉุนเฉียวพุ่งเข้าหา เงื้อมือจะตบแก้วตอบ วันชัยกระชากราชันย์เหวี่ยงกระเด็น
ราชันย์ตั้งหลักได้ชี้หน้าวันชัยอย่างเอาเรื่อง “ฉันพูดอะไรผิดวะ ก็ที่ยืนอยู่ตรงนี้ก็ผัวนังแก้วทั้งนั้น”
วันชัยเล่นละครตามน้ำ แกล้งยกเท้าจะถีบราชันย์ พินิศปราดเข้าไปขวาง ขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย
“คุณแม่ไม่ต้องห้าม เอาสิวันชัยจะเตะจะต่อยฉันก็เอาเลย แต่แกรู้ไว้อย่าง สิ่งที่ฉันพูดมันคือความจริง”
“ไม่จริง” แก้วเกรี้ยวกราดใส่ราชันย์อย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ราชันย์ยิ้มยั่ว
“ไม่จริง...งั้นเธอกล้าไปอยู่กับฉันที่บ้านไหมล่ะ แสดงความบริสุทธิ์ใจความจริงใจหน่อยสิ ว่าผัวเธอทั้งสองคนนี้มันจะไม่หึงเธอ”
ไม้ขอร้องแก้วอย่าไปยุ่งกับคนบ้าอย่างราชันย์ แก้วไม่สนใจ รับคำท้าทันที แต่มีข้อแม้ เขาต้องจ่ายค่าจ้างให้เธอด้วยจำนวนเงินที่เธอพอใจ ราชันย์ด่าแก้วนังผู้หญิงหน้าเงิน
แก้วลอยหน้าลอยตาถามตกลงจะรับข้อเสนอของเธอไหม ราชันย์พยักหน้า จะเรียกเงินเท่าไหร่ก็ว่ามา แก้วขอเงินสดหนึ่งล้านบาท พร้อมกับที่ดินย่านรังสิตกับลาดพร้าว ราชันย์ตกลงตามที่แก้วเรียกร้อง แล้วหยิบเงินในกระเป๋าสตางค์ยื่นให้หนึ่งร้อยบาท
แก้วรับเงินแล้วปาใส่หน้าราชันย์ “ไม่เอา...แก้วจะเอาล้านหนึ่ง”
“เธอนี่มันบ้าจริงๆ ใครจะพกเงินล้านมาให้เธอ ฉันมัดจำไว้ก่อน ถ้าเธอเป็นทาสที่ฉันถูกใจ เงินล้านจะตามมาทีหลัง...ไป...น้องชไมพร น้องรุ่ง...เอาเงินร้อยไป
สำเริงสำราญกันต่อดีกว่า อยู่ตรงนี้มีแต่ของเหม็นเน่า” ราชันย์ตวัดมือกอดสองสาว พาออกไปด้วยท่าทางยียวน กำแหงมองตามกลุ้มใจ ไม่เข้าใจนี่มันเรื่องอะไรกันแน่ ส่วนวันชัยแอบอมยิ้ม ขณะที่ช้อยกับหลวงมนูกิจยิ้ม
สะใจ
ooooooo
ทันทีที่แก้วถึงกระท่อมกลางสวน ร้องไห้โฮอย่างสุดจะกลั้น เสียใจที่หลงรักคนผิด ปล่อยตัวปล่อยใจให้เขาถึงได้โดนดูถูกเหยียดหยามอย่างนี้ ไม้ไม่อยากเห็นแก้วร้องไห้อีก ต่อให้ร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือดก็ไม่มีประโยชน์อะไร สิ่งที่เสียไปแล้วไม่มีทางกลับคืนมา แก้วปาดน้ำตาพยายามหยุดร้องไห้
“จ้ะ...แก้วจะหยุดร้องไห้...ต่อไปแก้วจะไม่ร้องไห้อีก จะต่อสู้กับความใจดำของคนที่แก้วเคยรักดุจชีวิต”
“อย่าลืมหน้าที่ที่ต้องทำด้วย...ที่ผู้หมวดกำแหงมาวันนี้เพราะเขาเป็นห่วง”
แก้วรู้แล้ว ในเมื่อทุกคนเป็นห่วงเธอ เธอก็จะห่วงตัวเองให้มากๆ และสัญญาจะค้นหาปืนของหลวงมนูกิจให้พบ ไม้เตือนแก้วเสียงเข้มให้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะไปเป็นทาสรับใช้ราชันย์ คนอย่างนั้นไม่มีค่าอะไรให้ แก้วต้องลดตัวไปเกลือกกลั้วด้วย แก้วฟังนิ่ง ไม่พูดอะไร...
ราชันย์แกล้งเมาส่งตาเยิ้มให้ชไมพร พินิศทนนั่งดูไม่ไหวชวนราชันย์กลับ ราชันย์ไม่กลับอยากอยู่กับชไมพร พินิศชักเคืองบอกรุ่งลักษมีโทรศัพท์ไปตามลุงไปล่มารับ วันชัยเดินเข้ามาพอดีอาสาไปส่งบ้านให้ รุ่งลักษมีดีใจจนออกนอกหน้าคิดว่าเขาให้อภัยเธอแล้ว แต่ต้องหน้าหงิกเมื่อได้ยินคำพูดของวันชัยที่ว่า
“พี่ทำเพราะคุณน้า ไม่ใช่เพราะเธอ...เชิญครับคุณน้า... ปล่อยให้ราชันย์สำเริงสำราญกับชไมพรเถอะ” วันชัยมองราชันย์ตาขวาง ก่อนเดินนำพินิศกับรุ่งลักษมีไปที่รถ...
ช้อยเห็นราชันย์เมามายนั่งคออ่อนคอพับซบไหล่ชไมพร สั่งชไมพรพาราชันย์ไปนอนที่ห้องของลูก ชไมพรอ้าปากจะค้าน แต่ช้อยชิงพูดขึ้นก่อน
“ไม่มีแต่...พาคุณราชันย์เข้าไปนอนในห้องเดี๋ยวนี้... เร็ว...มาแม่ช่วย” ช้อยกุลีกุจอประคองปีกราชันย์ข้างหนึ่ง ชไมพรจำใจต้องประคองปีกราชันย์อีกข้างพาขึ้นห้อง ครู่ต่อมา สองแม่ลูกพยุงร่างราชันย์ที่ทำเป็นเมาไม่ได้สติวางลงบนเตียงนอนของชไมพร ช้อยสั่งลูกให้ลงนอนข้าง หญิงสาวขัดขืน ช้อยเอ็ดเสียงเขียว
“จะมาหวงเนื้อหวงตัวอะไรตอนนี้ ยังไงคุณราชันย์ก็เข้าใจผิดไปแล้วว่าลูกนะเป็นเมีย
เพราะฉะนั้น ถ้าคืนนี้ลูกจะเป็นเมียเขาจริงๆมันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก...นอนลงไป”
ชไมพรล้มตัวลงนอนอย่างไม่เต็มใจ ช้อยสั่งให้ขยับเข้าไปนอนชิดๆราชันย์ แล้วบอกหน้าด้านๆว่าปล่อยให้ท้องเลยยิ่งดี ราชันย์ฟังด้วยความสังเวช ทันทีที่ช้อยออกจากห้อง ชไมพรคว้าหมอนกับผ้าแพรลงไปนอนที่พื้น ราชันย์อดสงสัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ได้
ooooooo
เช้าแล้วราชันย์ยังไม่กลับบ้าน พินิศบ่นอุบไม่สมควรอย่างยิ่งที่ราชันย์ไปนอนค้างบ้านวงษา รุ่งลัก-ษมีไม่เห็นจะไม่สมควรตรงไหน ในเมื่อราชันย์กับชไมพรจะแต่งงานกันอยู่แล้ว และอีกอย่าง สองคนนั่นก็ได้เสียเป็นเมียผัวกันมาก่อน พินิศดุรุ่งลักษมีที่นับวันยิ่งพูดจาน่าเกลียด ไม่เข้าใจอะไรทำให้ลูกเปลี่ยนไปถึงเพียงนี้
“ความอิจฉาริษยากระมังคะ...อิจฉาที่ผู้หญิงอย่างนังแก้ว มันแย่งทุกอย่างไป ไม่ว่าจะเป็นพี่ราชันย์ พี่วันชัย...คุณแม่คงไม่รู้ว่าเมื่อคืนพี่วันชัยทำกับรุ่งอย่างไร”
รุ่งลักษมีร้องไห้เสียใจ เล่าเหตุการณ์เมื่อคืนให้แม่ฟังว่าวันชัยขอถอนหมั้น เธอพยายามขอให้เขากลับไปคิดทบทวนให้ดีๆ ก่อน วันชัยกลับไม่ทำจะขอถอนหมั้นกับเธอให้ได้ พินิศปลอบให้ใจเย็นๆ บางทีอาจจะไม่ได้แย่อย่างที่คิดก็ได้ ถึงวันชัยจะขอถอนหมั้นกับรุ่งลักษมี แต่เขายังไม่ได้มาบอกกล่าวให้แม่รับรู้
“ถ้ารุ่งรักวันชัยจริงๆ รุ่งต้องปรับปรุงตัวเองใหม่นะลูก ไม่มีใครเอาชนะกันได้ด้วยความเกลียดชัง ความรักต่างหากที่จะทำให้ลูกชนะทุกสิ่ง รวมทั้งหัวใจของคุณวันชัย”
“เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะคุณแม่...พี่วันชัยเกลียดรุ่งแล้ว... เกลียดรุ่งแล้วจริงๆ” รุ่งลักษมีร้องไห้สะอึกสะอื้น พินิศดึงลูกมา กอด ได้แต่ถามตัวเองอยู่ในใจ นี่เป็นแผนของวันชัยกับราชันย์หรือเป็นเรื่องจริง...
ช้อยยังสร้างความเจ็บช้ำให้แก้วไม่พอ อยากให้เธอเห็นภาพราชันย์นอนอยู่กับชไมพร ออกอุบายใช้ให้แก้วขึ้นไปทำความสะอาดห้องชไมพรให้ ทีแรกแก้วทำท่าจะไม่ไป แต่พอรู้เจตนาที่แท้จริงว่าช้อยต้องการให้เธอเห็นภาพบาดตา แก้วรีบคว้าอุปกรณ์ทำความสะอาดตรงไปที่ห้องชไมพรทันที
พอถึงหน้าห้อง แก้วเคาะประตูปังๆๆ ราชันย์สะดุ้งโหยง ขณะที่ชไมพรซึ่งนอนหลับอยู่ที่พื้นคิดว่าแม่เคาะ ลุกพรวดคว้าหมอนกับผ้าแพรโดดขึ้นไปนอนข้างราชันย์ซึ่งรีบกอดชไมพรไว้ ก่อนตะโกนบอกให้เข้ามาได้ แก้วเปิดประตูเข้ามาพร้อมอุปกรณ์ทำความสะอาด หัวใจราชันย์แทบหล่นไปที่ตาตุ่ม ตกใจรีบชักมือออก ชไมพรเห็นแก้วยืนจ้องอยู่ก็โกรธ ตะคอกถามเข้ามาทำไม แก้วตะคอกตอบว่าช้อยสั่งให้เข้ามาทำความสะอาด
“อยากทำก็ทำสิ...ส่วนฉันก็จะนอนกอดนอนหอมน้องชไมพรต่อ...มามะ น้องชไมพร” ราชันย์ว่าแล้วก้มลงซุกไซ้ ซอกคอชไมพร คราวนี้ชไมพรทำดีดดิ้นหัวเราะคิกคักยั่วประสาท แก้วโมโห แกล้งเอาไม้กวาดกวาดพื้นแล้วเลยขึ้นไปบนเตียง ทั้งคู่ถึงกับสะดุ้งโหยง ราชันย์ต่อว่าว่ามากวาดเขาทำไม
“ก็เพราะคุณสกปรก ใจสกปรกไม่ต่างอะไรกับขี้ดินที่มันตกอยู่ตามพื้นหรอกค่ะ”
ราชันย์ถลันเข้ามาหาแก้ว แต่เธอยกไม้กวาดตั้งรับ ชไมพรไม่อยากมีเรื่องรีบเข้ามาห้ามปราม ชวนราชันย์ไปจู๋จี๋ต่อกันที่อื่น แก้วมองตามน้ำตาคลอ ทั้งเจ็บทั้งแค้นใจ...
ดึกคืนนั้น ราชันย์ชวนพินิศมาเดินเล่นที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าให้แม่ฟัง พินิศไม่อยากให้ราชันย์ทำสิ่งน่ารังเกียจแบบนี้อีก ถ้าเธอเป็นแก้ว คงเอาไม้แพ่นกบาลเขาไปแล้ว
“แก้วก็คงอยากแพ่นกบาลผมเหมือนกัน แต่เพื่อความแนบเนียนสมจริง แม้จะต้องขึ้นชื่อเป็นผู้ชายที่น่ารังเกียจที่สุดในโลก ผมก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้น หลวงมนูกับช้อยคงไม่เชื่อ”
“แต่ลูกทำอย่างนี้มันไม่เกินไปหน่อยหรือ”
“แค่ช่วงเวลาสั้นๆเท่านั้นครับคุณแม่...ทันทีที่ผมล้วงความลับมาจากหลวงมนูได้ ผมจะบอกแก้ว ถึงตอนนั้น ปริศนาการเข้ามาบ้านวงษาของแก้ว คงถูกคลี่คลายเหมือนกัน” สีหน้าราชันย์เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
ooooooo
สายวันถัดมา ราชันย์แวะมารับแก้วไปอยู่บ้านของเขาตามที่ตกลงกันไว้ ไม้พยายามทัดทาน แต่แก้วไม่ฟัง เธอจะเก็บเงินที่ได้จากการเป็นทาสรับใช้ราชันย์ไว้เลี้ยงลูก แล้วรีบไปเก็บข้าวของตามราชันย์ไปขึ้นรถ...
ขณะชไมพรกำลังเลือกชุดแต่งงานอยู่กับพินิศและรุ่งลักษมี ราชันย์พาแก้วเข้ามา รุ่งลักษมีโมโหด่าลั่น
“พี่ราชันย์ต้องเพี้ยนไปแล้วแน่ๆ ถึงพานังแก้วเข้ามาในบ้านเราแบบนี้”
“เพี้ยนที่ไหน พี่หาบ่าวรับใช้มาให้รุ่งต่างหาก รุ่งอยากจิกหัวใช้อะไรมันก็เอาเลย น้องชไมพรด้วยนะจ๊ะ ไม่ต้องรอ จนเป็นคุณนายบ้านนี้ คู่หมั้นของพี่ อยากจิกหัวอะไรนังแก้ว เชิญตามสบาย”
ชไมพรกับรุ่งลักษมีได้ใจที่ราชันย์คอยถือหาง รุมกันด่าว่าแก้วเป็นการใหญ่ แก้วโต้ไม่ยอมแพ้เช่นกัน พินิศทนฟัง สาวๆต่อปากต่อคำกันไม่ไหว เข้ามาห้ามปราม
“พอได้แล้วพอ...แก้ว...มาเหนื่อยๆไปพักผ่อนก่อนเถอะจ้ะ ห้องของหนูอยู่ด้านหลัง...งานบ้านนี้ไม่มีอะไรมาก แก้วพักสักวันสองวันก่อนก็ได้...ราชันย์มาคุยกับแม่” พินิศเดินนำลูกชายออกไปที่สนามหน้าบ้าน
พอพินิศคล้อยหลัง ชไมพรกับรุ่งลักษมีหาเรื่องจิกหัวใช้แก้ว แต่แก้วอ้างคำสั่งของพินิศที่บอกให้เธอพักผ่อนสักวันสองวันก่อน เพราะฉะนั้นวันนี้เธอไม่ทำงาน แล้วเดินลิ่วไปยังห้องพักตัวเอง ชไมพรกับรุ่งลักษมีแทบร้องกรี๊ดๆด้วยความขัดใจ...
ฝ่ายพินิศทนทำบาปร่วมมือกับราชันย์โกหกใครๆต่อไปไม่ไหว โดยเฉพาะต้องปิดบังความจริงกับรุ่งลักษมี ซึ่งเป็นเลือดในอกของเธอเอง เลยจะขอปลีกตัวไปนั่งบำเพ็ญเพียร ทำจิตใจให้สงบที่วัดสักระยะหนึ่ง ราชันย์ไม่ขัด มองแม่ด้วยความเห็นใจ...
ราชันย์ซื้อชุดคลุมท้องมาให้แก้วหลายชุด จะให้ตั้งแต่ตอนที่แก้วมาถึงก็เกรงรุ่งลักษมีจะเห็น รอจนมืดค่ำทุกคนแยกย้ายกันเข้าห้องตัวเองไปแล้ว จึงค่อยๆย่องออกจากห้องพร้อมถุงใส่เสื้อคลุมท้องลงไปหาแก้ว รุ่งลักษมีคอยจ้องจับผิดอยู่แล้ว พอราชันย์เดินผ่านหน้าห้อง รุ่งลักษมีแง้มประตูออกมามอง
“นึกอยู่แล้วเชียว...ถ้าพี่ราชันย์ย่องไปหานังแก้วล่ะน่าดู” รุ่งลักษมีค่อยๆย่องตาม...
ราชันย์ยังไม่ทันจะให้ชุดคลุมท้องกับแก้ว รุ่งลักษมีเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน เหลือบเห็นพี่ชายถือถุงอยู่ในมือร้องถามถุงอะไร ราชันย์สะดุ้งรีบเอาถุงไปซ่อนไว้ด้านหลัง รุ่งลักษมี
แย่งไปจากมือ เปิดถุงดูเห็นชุดคลุมท้อง หันไปแว้ดใส่พี่ชาย ซื้อชุดคลุมท้องให้แก้วทำไม ราชันย์อึกอัก
“ใช่ที่ไหน...แบบฟอร์มบ่าวรับใช้ต่างหาก...ตอนไปเรียนที่เมืองนอกพี่เห็นพวกเมดมีชุดฟอร์มกันทั้งนั้น...เอ้า...ชุดทำงานของเธอ” ราชันย์โยนถุงใส่เสื้อให้แก้ว
“แก้วไม่เอาหรอกค่ะ...ขืนใส่ชุดแบบนี้ทำงาน งานคงไม่เสร็จกัน” แก้วโยนถุงคืน ราชันย์โยนกลับอีกรอบ
“งั้นก็เอาไว้ใส่เวลาออกไปไหนมาไหน ชาวบ้านร้านตลาดเขาจะได้ไม่ดูถูกว่าบ่าวบ้านพินิศพงศ์ศักดาแต่งตัวมอซอ” ราชันย์ไม่รอช้ารีบผลุนผลันออกมา รุ่งลักษมีเบ้ปากใส่แก้ว ก่อนเดินตามพี่ชาย
ooooooo
ช้อยร้องเอะอะเมื่อได้ยินรุ่งลักษมีเล่าว่าราชันย์ซื้อชุดคลุมท้องให้แก้ว หลวงมนูกิจชักสงสัย ราชันย์ อาจวางแผนการอะไรอยู่ รุ่งลักษมีไม่คิดเช่นนั้น ตั้งแต่ประสบอุบัติเหตุพี่ชายของเธอดูเพี้ยนๆชอบกล เพราะถ้าไม่เพี้ยน เธอคงถูกด่ายับ แต่เขากลับเข้าข้างเธอ เอาอกเอาใจเธอสารพัดแถมยังให้เธอจิกหัวใช้แก้วได้ด้วย
“แต่ผมว่ามันชักจะยังไงๆ เราช่วยกันล้วงความลับจากคุณราชันย์ดีไหมครับ ว่าคิดอะไรอยู่ แล้วทำไมถึงให้นังแก้วมันเข้าไปอยู่ในบ้านพินิศพงศ์ศักดา”
ทั้งช้อยกับรุ่งลักษมีเห็นด้วยกับหลวงมนูกิจ ชวนกันไปสอบถามเรื่องแก้วจากราชันย์ซึ่งกำลังนั่งจิบน้ำชายามบ่ายอยู่กับชไมพรที่โต๊ะสนาม ราชันย์ตอบข้อข้องใจของหลวงมนูกิจได้ทุกข้อ แต่ที่โดนใจเขามากที่สุด คือ ราชันย์รับปากว่าแต่งงานกับชไมพรเมื่อไหร่ จะช่วยทวงสิทธิ์ในกองมรดกคืนให้ชไมพร จะไม่ยอมให้วันชัยชุบมือเปิบฝ่ายเดียว หมัดแอบฟังอยู่ตลอด คาดไม่ถึงราชันย์จะกลายเป็นคนแบบนี้ไปได้...
หมัดแวะมาเอาข้าวมื้อเย็นจากไม้ เลยถือโอกาสเล่าเรื่องที่แอบได้ยินราชันย์คุยกับพวกหลวงมนูกิจให้ฟัง ไม้ไม่ค่อยให้ความสนใจกับแผนชั่วของพวกคนเลวนัก เตือนหมัดให้คอยดูละม่อมให้ดี ตราบใดที่ความจำของเธอยังไม่กลับคืนมา คงยากจะเอาผิดกับช้อยและหลวงมนูกิจ หมัดพยักหน้ารับรู้แล้วกลับออกไป
ชไมพรยืนมองอยู่อีกมุมหนึ่ง แปลกใจมากที่เห็นหมัดอยู่กับไม้ ขณะขยับจะเดินกลับ ไม้โผล่มาจากไหนไม่รู้คว้าแขนเธอไว้ ถามว่ามาแอบฟังอะไร ชไมพรยอกย้อน ทำไมเธอต้องแอบฟัง ที่นี่เป็นบ้านของเธอเธอจะไปไหนมาไหนก็ได้ ไม่เหมือนขี้ขโมยอย่างไม้ ชอบย่องขึ้นบ้านคนอื่น ไม้พูดยั่วว่าบ้านคนอื่นน่าย่องขึ้นไปขโมยของเพราะมีทั้งเงินทั้งเพชรเต็มไปหมด ชไมพรด่าไม้ว่าหน้าเงินเหมือนแก้วไม่มีผิด
ไม้แก้ตัวแทนแก้วว่าจะให้แก้วทำอย่างไรได้ ในเมื่อถูกผู้ชายชั่วไข่ไว้แล้วไม่รับผิดชอบ เธอก็ต้องทำงานหาเงินเลี้ยงลูกจะให้งอมืองอเท้าดัดจริตไปวันๆเหมือนผู้หญิงบางคน
ได้อย่างไร ชไมพรถามเสียงเขียวว่าว่าใคร
“ว่าคุณ...มีอะไรรึเปล่า” ไม้แกล้งเดินเข้าหา ชไมพรถอยกรูด ไม้แหย่อีกว่า “แล้วไอ้ไม้ก็จะทำตัวเป็นบ่างช่างยุ ยุให้แก้วทวงสมบัติของพินิศพงศ์ศักดามาให้หมด เหมือนคุณนายช้อยพยายามเรียกร้องสมบัติของตระกูลวงษามาให้คุณ แต่ต่างที่ลูกของแก้วคือเลือดเนื้อเชื้อไขแท้ๆของไอ้คุณราชันย์ แต่คุณอาจไม่ใช่” ไม้พูดจบเดินกลับเข้ากระท่อม ชไมพรมองตามงงๆ
ราชันย์เห็นแก้วขะมักเขม้นทำงานบ้านจนจะเป็นลมเป็นแล้ง รีบเข้าประคอง แก้วกลับผลักเขาออกห่าง ราชันย์พยายามจะญาติดีด้วยแต่เธอไม่สนใจ หิ้วถังน้ำกับไม้ถูพื้นเดินหนีออกไปที่สวน ชายหนุ่มเดินตามมายื้อไว้ อธิบายให้ฟังว่าที่ต้องใจร้ายกับเธอเพราะเขามีเหตุผลบางอย่าง
“เหตุผลของคนสับปลับ โกหกหลอกลวงหน้าไม่อาย คิดเอาแต่ได้เห็นแต่ประโยชน์ของตัวเองโดยไม่สนใจคนอื่น ถ้าแก้วเป็นคุณ แก้วคงทนอยู่เป็นคนไม่ได้หรอกค่ะ จะเอาหน้ามุดดินให้มันตายๆไปเสีย”
“ฉันไม่โกรธแก้ว เพราะฉันถือว่าแก้วไม่รู้ แต่ถ้าแก้วได้ฟังแล้วแก้วยังโกรธฉันอยู่ ฉันก็ตามใจ ฟังนะ...”
“บอกแล้วไงไม่ฟังคำโกหกเพ้อพกของคุณ...จะปล่อยไม่ปล่อย”
ราชันย์ไม่ยอมปล่อย แก้วโกรธตบหน้าเขาฉาดใหญ่ ราชันย์ชักโมโหดึงแก้วมากอดระดมจูบไปทั่วร่าง แก้วปัดป้องดิ้นรน ราชันย์ร้องห้ามไม่ให้ดิ้น ประเดี๋ยวลูกหลุด แก้วตกใจหยุดดิ้น แต่ยังไม่สิ้นฤทธิ์เอาถังน้ำคว่ำใส่หัวราชันย์เปียกปอนไปทั้งตัว รุ่งลักษมีเข้ามาเห็นโวยวายด่าทอ ถลันเข้าหาแก้วจะเอาเรื่อง แก้วเงื้อไม้ถูพื้นทำท่าจะฟาด รุ่งลักษมีผงะไม่กล้าเข้าใกล้ เตือนราชันย์อย่าไปยุ่ง แก้วบ้าไปแล้ว
“ใช่ บ้าไปแล้วเพราะหัวใจมันถูกเหยียบย่ำ ฟังไว้นะ...คุณราชันย์ แก้วอาจจะเคยเป็นผู้หญิงหน้าโง่ ใจง่ายเชื่อคำหลอกลวงของผู้ชาย แต่นับจากวันนี้ แก้วจะไม่ยอมให้ใครมาย่ำยีหัวใจแก้วอีก อย่าได้คิดจะเอาเท้ามาขยี้ใจแก้วเล่นเพราะนังแก้วคนนี้ มันสู้ตาย” แก้วเดินลิ่วกลับไปที่พักของตัวเอง ปิดประตูห้องลงกลอน หยิบเสื้อคลุมท้องที่ราชันย์ซื้อให้ขึ้นมากอด
“แก้วอยากจะเกลียดคุณ แต่ทำไมแก้วถึงเกลียดไม่ได้สักที มันทรมานรู้ไหมคะคุณราชันย์” แก้วร้องไห้
ท่ามกลางความมืด ไม้ค่อยๆย่องเข้าตึกใหญ่อีกครั้ง ขณะกำลังจะเดินขึ้นบันได วันชัยย่องมาทางด้านหลังคว้าแขนไว้ หลวงมนูกิจมองลงมาเห็นไม้ยืนอยู่กับวันชัยดูไม่น่าไว้วางใจ รีบหลบฉากออกไปอย่างรวดเร็ว วันชัยพาไม้ไปที่ลับตาคน ถามมีจุดประสงค์อะไรถึงลอบขึ้นไปบนตึกใหญ่ ไม้นิ่งไปอึดใจ
“ผู้หมวดกำแหงบอกว่า ตอนนี้รู้ชนิดปืนที่ฆ่าเจ้าพระยาวงษาแล้ว ผมสงสัยว่าหลวงมนูจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เลยจะลอบขึ้นตึก ค้นหาปืนของหลวงมนูครับ” ไม้ตอบเสียงฉะฉาน...
ฝ่ายหลวงมนูกิจเดินตรงไปที่ห้องชไมพร เคาะประตูห้องหลายครั้งจนมั่นใจไม่มีใครอยู่ รีบผลุบเข้าไปข้างใน ปราดไปที่เตียงนอน ควานเข้าไปใต้เตียงหยิบปืนที่ใช้ยิงเจ้าพระยาวงษาออกมาดูอย่างโล่งใจ แล้วเก็บปืนไว้ที่เดิม ยังไม่ทันจะออกจากห้อง ชไมพรเปิดประตูเข้ามาเสียก่อน ตกใจคิดว่าหลวงมนูกิจจะทำมิดีมิร้ายคว้าของใกล้มือขว้างใส่อุตลุด พลางร้องเรียกแม่ให้ช่วย ช้อยพรวดพราดเข้ามาในห้อง โดนลูกหลงจากของที่ชไมพรขว้างใส่หลวงมนูกิจเต็มหน้าทรุดฮวบ ชไมพรปราดเข้ามาถามแม่เจ็บมากไหม ช้อยกัดฟันตอบ
“ไม่...ทำไมชไมพรถึงทำกับคุณหลวงขนาดนี้”
“ก็มันแอบเข้ามาซ่อนในห้องจะปล้ำชไม” ชไมพรชี้หน้าหลวงมนูกิจอย่างไม่เคารพ
ช้อยหันขวับมองหลวงมนูกิจอย่างเอาเรื่อง ก่อนจะลากเขาออกมาชำระความกันเพียงลำพัง หลวงมนูกิจสาบานว่าไม่มีความคิดวิปริตปล้ำลูกสาวตัวเอง ที่ต้องเข้าไปในห้องลูกเพราะจะตรวจดูปืนของเขายังอยู่ที่เดิมหรือเปล่า ช้อยตกใจ ทำไมหลวงมนูกิจต้องเอาปืนประจำตัวของเขาไปซ่อนในห้องชไมพร
“เพราะถ้าเก็บไว้ในห้องฉัน สักวันต้องมีคนค้นเจอแน่...ฉันเลยไปซ่อนไว้ใต้เตียงของลูกชไมพร...แม่ช้อยก็เห็นไอ้ไม้มันลอบขึ้นตึกอยู่บ่อยๆ ฉันกลัวว่าจะเป็นแผนของไอ้วันชัยให้เข้ามาค้นหาปืนของฉันก็ได้”
ช้อยสีหน้าครุ่นคิดคล้อยตามหลวงมนูกิจ
ooooooo










