ตอนที่ 12
ราชันย์เดินหน้าเครียดกลับมาที่รถตัวเอง ชไมพรวิ่งตามมาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม พยายามใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์กับตัวเอง โถมกอดเขาไว้ ราชันย์เอ็ดเสียงเขียวให้ปล่อยเดี๋ยวนี้
“ต่อให้พี่ราชันย์จะดุยังไง ชไมก็ไม่ยอมให้พี่ราชันย์ไปค่ะ ลองคิดดูสิคะถ้าพี่ราชันย์ขับรถออกไปชนขึ้นมาจะเป็นอย่างไร ไม่เอาค่ะ ชไมไม่ยอมให้หญิงชั่วชายโฉดอย่างไอ้ไม้กับนังแก้ว ทำลายชีวิตพี่ราชันย์เด็ดขาด”
ได้ยินชื่อแก้ว ราชันย์ยิ่งโกรธ ผลักชไมพรอย่างแรงจนล้มลง ชไมพรร้องลั่นแต่ราชันย์ไม่สนใจเปิดประตูจะขึ้นรถ ชไมพรลุกขึ้นได้จะโผเข้าหาอีก จังหวะนั้น วันชัยขับรถเข้ามาจอดพอดี ร้องทักทายราชันย์ แต่เขาไม่สนใจ ขึ้นรถเร่งเครื่องออกไปแทบจะชนประตูรั้ว วันชัยงง ถามชไมพรว่าราชันย์เป็นอะไรไป
“เจอภาพบาดตาบาดใจน่ะสิคะ...ไอ้ไม้กับนังแก้ว มันทำบัดสีบัดเถลิงกันอยู่ค่ะ”
วันชัยไม่ค่อยเชื่อคำพูดของชไมพรนัก เดินไปดูที่กระท่อมกลางสวนให้เห็นกับตาตัวเอง ภาพแก้วนุ่งกระโจมอกห่อด้วยผ้าเช็ดตัว และไม้นอนเปลือยท่อนบนหลับอยู่บนที่นอนแก้ว ทำให้วันชัยถึงกับตะลึง แก้วหันมาเห็นวันชัยยืนจ้องอยู่ อับอายมาก รีบวิ่งมาปิดประตู เสียงชไมพรตะโกนขึ้นว่า
“ทีอย่างนี้ล่ะทำเป็นอาย ทีสวมเขาให้พี่ราชันย์ไม่รู้จักอาย”
แก้วนั่งกอดเข่าตัวสั่น ร้องไห้โฮด้วยความเสียใจ...
ด้านราชันย์กลับถึงบ้านอย่างหัวเสีย ลุงไปล่มาเปิดประตูรั้วไม่ทันใจ บีบแตรเรียกลั่นบ้าน แถมตะโกนด่าไม่ไว้หน้า พอราชันย์ลงจากรถได้ จ้ำพรวดๆเข้าไปในสวน พินิศนั่งอยู่ในห้องรับแขกกับรุ่งลักษมีแปลกใจมากที่ราชันย์โกรธเกรี้ยวขนาดนั้น รีบออกมาดู พินิศตะลึงที่เห็นลูกชายคว้ามีดพร้าฟันต้นแก้วที่เขาลงมือปลูกด้วยตัวเองอย่างบ้าคลั่ง เธอพยายามห้ามก็ไม่เป็นผล ราชันย์ฟันต้นแก้วพลางตะโกนอย่างเคียดแค้น
“ฉันเกลียดเธอ...แก้ว...ฉันเกลียดเธอ”
ราชันย์ฟันจนหนำใจ แล้วก้าวฉับๆเข้าบ้าน พินิศวิ่งตามไปถามว่ามีเรื่องอะไรกับแก้ว ราชันย์ไม่ตอบคว้าเหล้าในตู้โชว์เดินหน้าตาบูดบึ้งขึ้นบ้าน พินิศหันมองหน้ารุ่งลักษมี เป็นเชิงถามว่าเกิดอะไรขึ้น
“รุ่งว่ามันต้องเกี่ยวกับแก้วแน่ๆเลย พี่ราชันย์ถึงได้ฟันต้นแก้วพังระเนระนาดขนาดนี้...พี่ราชันย์เอากระเป๋าไปคืนให้แก้วที่บ้าน รุ่งว่าพี่ราชันย์ต้องเจออะไรดีๆที่นั่นแน่เลยค่ะ” รุ่งลักษมีแอบยิ้ม ขณะที่พินิศนิ่วหน้าสงสัย อะไรทำให้ราชันย์เป็นไปได้ถึงเพียงนี้
ooooooo
พินิศทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว ชวนรุ่งลักษมีมาบ้านวงษาแต่เช้า เธอต้องตกใจมากเมื่อได้ฟังคำบอกเล่าที่ใส่สีใส่สันของชไมพรว่า
“ตอนที่พี่ราชันย์เข้าไปเห็นแก้วกับนายไม้นอนด้วยกัน สองคนนั้นเปลือยกายกอดก่ายกันอยู่เลยค่ะ”
อีกทั้งช้อยและหลวงมนูกิจก็ช่วยกันใส่ความให้เหตุการณ์ยิ่งฟังน่ารังเกียจมากขึ้นเป็นเท่าทวีคูณ พินิศถึงกับนิ่งอึ้งพูดอะไรไม่ออก แต่ยังไม่ปักใจเชื่อ ขอร้องให้รุ่งลักษมีพาไปที่กระท่อมกลางสวน...
ขณะแก้วนั่งร้องไห้อยู่หน้ากระท่อม ไม้เดินโซเซเอามือกุมหัวออกมาถามแก้ว ไม่รู้เป็นอะไรทำไมถึงมึนหัวอย่างนี้ แก้วตัดพ้อต่อว่าว่ายังมีหน้ามาถามอีก เป็นเพราะเขาคนเดียวที่ทำให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้
“พี่ทำอะไร...แล้วมีเรื่องอะไร”
“ก็พี่ไม้...นอนกับแก้ว...แล้วคุณราชันย์ก็มาเห็น แก้วไม่เข้าใจเลย ทำไมพี่ไม้ทำกับแก้วอย่างนี้” แก้วโกรธผลักไม้อย่างแรง จนเซล้มหัวฟาดขอนไม้ แก้วตกใจรีบเข้าไปประคอง โดยไม่เห็นรุ่งลักษมีกับพินิศแอบซุ่มดูอยู่ ไม้ปฏิเสธเสียงแข็งว่าไม่ได้นอนกับแก้วและไม่เคยแม้แต่จะคิด แก้วทำจมูกฟุดฟิด เหมือนได้กลิ่นเหล้าเลยก้มลงดมตามเนื้อตัวไม้ พินิศตาโตด้วยความตกใจ รุ่งลักษมียิ้มแสยะ รีบใส่ไฟ
“เห็นไหมคะคุณแม่ เห็นไหม...นังแก้วมันไวไฟจริงๆ กลางวี่กลางวันแดดออกเปรี้ยงๆ ยังไม่เว้น หน้าด้านทำอะไรไม่อายผีสางเทวดา”
พินิศทนดูต่อไปไม่ไหวชวนรุ่งลักษมีกลับ รุ่งลักษมีชวนดูต่อให้จบจะได้ช่วยกันยืนยันว่าราชันย์ถูกสวมเขาจริงๆ พินิศไม่ดู หันหลังเดินกลับ รุ่งลักษมีมองไปทางแก้วกับไม้ ยิ้มพอใจที่แผนสำเร็จด้วยดี...
ในเวลาต่อมา พินิศกลับถึงบ้าน เห็นราชันย์เมามายนั่งกอดขวดเหล้าอยู่ในห้องรับแขก สั่งเสียงอ้อแอ้ให้ลุงไปล่เอาเหล้ามาให้อีก พินิศดึงขวดเหล้าไปจากมือราชันย์สั่งให้หยุดดื่มได้แล้ว จะทำร้ายตัวเองเพื่อผู้หญิงคนเดียวทำไม ราชันย์ตกใจนี่แม่รู้เรื่องแก้วแล้วหรือ พินิศพยักหน้าไม่พูดอะไรอีก รุ่งลักษมีสาระแนทันที
“ไม่ใช่แค่รู้อย่างเดียวค่ะ คุณแม่ไปเห็นตอนนังแก้วมันนัวเนียอยู่กับไอ้ไม้ด้วย”
พินิศไม่อยากให้ลูกชายเสียใจ ทุกข์ใจกับคนที่ไม่มีใจให้ ในเมื่อแก้วไม่ได้รักเขาอีกแล้ว เขาก็ควรตัดใจให้ได้ ราชันย์โผกอดแม่ น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้ม
“ผมไม่ได้เสียใจเลยนะคุณแม่ที่แก้วไม่รักผม แต่ที่ผมเสียใจก็ตรงที่ผมถูกหลอก ผมกลายเป็นคนโง่...โง่เหมือนควาย...ผมจะไม่แต่งงานกับแก้ว”
พินิศไม่ขัดใจแล้วแต่ราชันย์ ไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง รุ่งลักษมีลอบยิ้มสะใจ อดใจรอโทร.บอกข่าวดีชไมพรกับช้อยแทบไม่ไหว...
ช้อยพอใจมากที่แผนสร้างความร้าวฉานให้แก้วกับราชันย์สำเร็จด้วยดี ตอนนี้เหลือขั้นตอนสุดท้ายที่ชไมพรต้องทำ คือรวบหัวรวบหางจับราชันย์ให้มั่น และทำให้เขาต้องยอมแต่งงานกับเธอให้ได้...
ไม้พอจะเดาเรื่องทั้งหมดออก มันต้องเป็นแผนชั่วของชไมพรแน่ๆ เล่าเรื่องที่เขาโดนชไมพรใช้มารยาหลอกล่อให้ดื่มเหล้าให้แก้วฟัง แก้วโกรธมาก มารอดักชไมพรหน้าตึกใหญ่ พอเห็นนังผู้ดีตัวแสบออกมา แก้วปรี่เข้าไปต่อว่าทำไมถึงต้องทำร้ายเธอกับไม้ขนาดนี้ด้วย ชไมพรทำไก๋
“อะไร...ทำร้ายอะไร เรื่องที่แกกับไอ้ไม้จะมีอะไรกัน ฉันไปจับแขนจับขาพวกแกสองคนให้มานัวเนียกันหรือยะ...ก็เปล่า...มั่วกันเองแล้วยังมาโทษคนอื่นเขาอีก...นังบ้า” ชไมพรเดินกระแทกไหล่แก้วจงใจจะหาเรื่อง แก้วโกรธเงื้อมือจะตบ ชไมพรชี้หน้าท้าให้ตบ ถ้ากล้าตบ เธอจะเอาแก้วเข้าตะราง แล้วครั้งนี้อย่าหวังจะมีใครช่วย เพราะทั้งราชันย์และวันชัยไม่มีใครเอาแก้วอีกแล้ว แก้วมองชไมพรผละจากไปอย่างแค้นใจมาก
ooooooo
กำแหงฟังวันชัยเล่าเรื่องแก้วด้วยสีหน้าหม่นหมอง ทั้งเสียใจและสงสารแก้วมาก ส่วนตัวกำแหงแล้ว ไม่คิดว่าเรื่องนี้จะเป็นไปได้ วันชัยนิ่วหน้าสงสัย กำแหงอธิบายว่า
“ถึงนายไม้กับแก้วจะอยู่ด้วยกันตลอดเวลา แต่สายตาที่นายไม้มองแก้ว ดั่งทาสผู้ซื่อสัตย์ มีแต่ความจงรักภักดี อีกทั้งนายไม้ก็รู้ดีอยู่แล้วว่าแก้วกับคุณราชันย์เป็นอะไรกัน คนที่หยิ่งในเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเองอย่างนายไม้ไม่น่าทำตัวเป็นแมวขโมยอย่างนั้น”
“ผู้หมวดคิดเหมือนผมเลย...ผมว่าไม้กับแก้ว รักกันดั่งพี่น้อง ผมคิดว่าเรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำ ผมคงต้องหาโอกาสคุยกับแก้วกับไม้”
กำแหงแนะถ้าวันชัยจะคุยกับสองคนนั่น อย่าให้ใครเห็นเด็ดขาด เขาไม่อยากให้คนที่บ้านวงษารู้ว่าจริงๆแล้ว วันชัยยังเป็นห่วงแก้ว กำแหงเกรงจะเสียรูปคดี วันชัยพยักหน้ารับรู้...
ชไมพรยังทำตัวเป็นไม้เบื่อไม้เมากับหลวงมนูกิจตลอด ไม่ว่าหลวงมนูกิจจะพูดจะแนะอะไรชไมพรเป็นต้องขัด ไม่ก็หาเรื่องแดกดันอยู่ตลอด ช้อยทนให้ลูกว่าพ่อตัวเองไม่ไหวต้องคอยเอ็ดคอยปราม ชไมพรไม่พอใจ
“เลิกดุชไมเสียทีค่ะคุณหญิงแม่ ชไมบอกตรงๆนะคะ ถ้าไม่ติดว่ากำลังทำตามแผนช่วงชิงทุกอย่างมาจากนังแก้ว จ้างให้ชไมก็ไม่ให้คุณหลวงมาติดสอยห้อยตามคุณหญิงแม่เป็นเงาตามตัวอย่างนี้หรอก ชไมรังเกียจ” ชไมพรสะบัดหน้าเดินหนี หลวงมนูกิจกับช้อยมองหน้ากันกลุ้มใจ ช้อยได้แต่ปลอบชู้รักให้อดทนอีกหน่อย
“ไม่หน่อยแล้วล่ะแม่ช้อย...ฉันกลัวว่าฉันกระอักเลือดตายก่อนได้มรดกท่านเจ้าพระยาเสียอีก”...
ชไมพรเดินตามแผนการขั้นสุดท้าย รอจังหวะที่พินิศ ออกไปทำบุญกับเพื่อน รีบมาหารุ่งลักษมีที่บ้าน ฝ่ายรุ่งลักษมีไม่รอช้าพาชไมพรขึ้นไปที่ห้องนอนราชันย์ เห็นราชันย์นอนเมามายไม่ได้สติอยู่บนเตียง มีขวดเหล้าเปล่าทิ้งเกลื่อนห้อง ชไมพรเห็นสภาพห้องแล้วนิ่งคิดไปอึดใจ
“ถ้าชไมพรเข้ามานอนในห้องขณะที่พี่ราชันย์นอนเมามายอย่างนี้ ก็เหมือนนังแก้วนอนกับไอ้ไม้ไม่มีผิด”
“คุณชไมเกรงว่า พี่ราชันย์จะรู้ว่าเป็นแผน...ถ้าเช่นนั้น รุ่งว่าคุณชไมกลับบ้านไปก่อนดีกว่าค่ะ”
“อ้าว...แล้วไม่ทำตามแผนแล้วหรือคะ”
“ทำค่ะ...แต่ไปทำที่บ้านคุณชไมจะเหมาะกว่า รุ่งจะออกอุบายให้พี่ราชันย์ไปที่บ้านคุณชไมเอง”
ชไมพรพยักหน้ารับคำ มองราชันย์ที่นอนกอดขวดเหล้านึกเสียดายที่แผนการต้องเลื่อนออกไป...
รุ่งลักษมีเห็นพี่ชายอาละวาดใส่ต้นแก้วที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้นรีบเข้าไปขอร้องอย่าทำอย่างนี้เลย เห็นเขาทุกข์ใจแล้วเธอพลอยทุกข์ใจไปด้วย ราชันย์โทษตัวเองที่โง่งมงายไม่เชื่อคำเตือนของรุ่งลักษมี
“เรื่องของความรักไม่มีคนโง่ ไม่มีคนถูกหรือผิด...มีแต่คนที่ยอมสละตัวเองเพื่อความรัก พี่ราชันย์จำเรื่องของรุ่งกับพี่วันชัยได้ไหมคะ...ตอนที่แก้วพยายามเข้าหาพี่วันชัย รุ่งเสียใจมาก แต่รุ่งรักพี่วันชัยรุ่งเลยยอมให้โอกาส และเมื่อมาถึงวันนี้รุ่งก็ดีใจที่รุ่งตัดสินใจไม่ผิด...ถ้าพี่ราชันย์รักแก้ว พี่ราชันย์ลองให้โอกาสแก้วดูสิคะ สักครั้งก็ได้ค่ะ...ถ้าแก้วตั้งใจหลอกหรือจงใจสวมเขาให้พี่ราชันย์จริงๆ รุ่งจะจัดการแก้วเอง”
ราชันย์นิ่งคิด “ก็ได้...พี่จะให้โอกาสทั้งแก้วและพี่เองอีกครั้ง” น้ำเสียงราชันย์เหมือนไม่ค่อยมั่นใจนัก
ooooooo
ตั้งแต่เมื่อวานจนวันนี้อาการเมาค้างของไม้ยังไม่ดีขึ้น กินอะไรเข้าไปก็อ้วกออกมาหมด แก้วเอาน้ำมาให้ล้างหน้าบ้วนปากถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไม้ดีขึ้นเล็กน้อย เหล้าขวดนั้นทำเอาเขาเกือบตาย โทษที่ตัวเองโง่ไปหลงเชื่อคนอย่างชไมพร แล้วระบายความคับแค้นใจด้วยการต่อยต้นไม้จนมือเลือดโชก แก้วร้องห้ามลั่นรีบคว้ามือไม้มาแนบแก้ม อีกมุมหนึ่งไม่ห่างนัก ราชันย์ยืนมองตาขวางโดยมีรุ่งลักษมียืนยิ้มอยู่ข้างๆ
“ทำร้ายตัวเองแล้วได้อะไร คนที่เจ็บคือพี่ไม้ ไม่ใช่คุณชไมพร” แก้วเสียงเครือ
“ใช่...พี่เจ็บทั้งกายเจ็บทั้งใจ ลำพังตัวพี่มันไม่เท่าไหร่หรอกแก้วเอ๊ย แต่พี่เสียใจที่พี่ทำให้แก้วต้องเจ็บต้องซวยไปด้วย พี่ขอโทษแก้ว...พี่ขอโทษ” ไม้ว่าแล้วดึงแก้วมากอด ร้องไห้เสียใจ
รุ่งลักษมีถึงกับตาโต ได้เห็นมากกว่าที่คาดไว้ ราชันย์เจ็บหัวใจราวกับใครเอาเท้ามาขยี้ บอกรุ่งลักษมีเสียงสั่นว่ากลับกันได้แล้ว รุ่งลักษมีแกล้งถามจี้ใจดำไม่เข้าไปคุยกับแก้วให้รู้เรื่องก่อนหรือ
“เห็นขนาดนี้แล้วจะคุยอะไรอีก” ราชันย์จ้ำพรวดๆออกไป รุ่งลักษมีสะใจรีบวิ่งตาม...
ยิ่งราชันย์เจ็บช้ำใจเพราะแก้วมากเท่าไหร่ยิ่งเข้าทางแผนชั่วที่ช้อยวางไว้ หลวงมนูกิจ ช้อย ชไมพร และรุ่งลักษมีช่วยกันมอมเหล้าราชันย์ตั้งแต่แดดเปรี้ยง พอตะวันลับขอบฟ้าราชันย์ก็เมาพับเรียบร้อย หลวงมนูกิจประคองร่างไร้สติของราชันย์เข้าไปวางบนเตียงนอนในห้องชไมพร ช้อยบอกให้ชไมพร ลงนอนข้างๆราชันย์ ชไมพรดัดจริตสะดีดสะดิ้ง ร้องวี้ดว้าย
“ต๊าย...ชไมจะต้องนอนกับพี่ราชันย์จริงๆ หรือคะ...ใครรู้ ชไมคงอับอายขายขี้หน้าเขาตาย”
“มีแต่พวกเรานี่ล่ะค่ะที่รู้ ไม่มีใครรู้หรอก...นอนลงเถอะค่ะ” รุ่งลักษมีเร่ง ชไมพรลงนอนหันหลังให้ราชันย์ปากถามว่าทำแบบนี้จะดีหรือ แต่มือของชไมพรกลับดึงมือราชันย์มาพาดเอวตัวเองไว้ ช้อยส่ายหน้า
“ไม่ดีลูกไม่ดี แม่ว่าซุกหน้าลงตรงอกคุณราชันย์ดีกว่านะลูก ต่างคนต่างกอดกันจะได้รักกันอย่างดูดดื่ม”
หลวงมนูกิจสะกิดช้อย ตำหนิว่ามากไป ช้อยกระซิบเบาๆว่าไม่มาก แนบชิดติดกันแบบนี้ ราชันย์จะได้ปฏิเสธไม่ได้ว่าได้เสียเป็นผัวเมียกับชไมพร รุ่งลักษมีเตือนให้ออกจากห้องได้แล้วเดี๋ยวมีใครมาเห็นจะเสียแผน ช้อยกับรุ่งลักษมีเดินยิ้มหน้าบานออกจากห้อง ขณะที่หลวงมนูกิจมองราชันย์ตาขวาง หวงลูกมาก
หลังจากทุกคนออกจากห้อง ชไมพรหัวเราะคิกคักมีความสุข ในที่สุดเธอก็ได้ราชันย์มาเป็นของเธอ ค่อยๆแกะกระดุมเสื้อของเขาออกอย่างเขินอาย แต่พอเงยหน้ามองราชันย์ ชไมพรกลับฉุกคิดถึงไม้กับอกที่เต็มไปด้วยกล้ามเป็นมัดๆ ของเขา เธอต้องสะบัดหน้าเรียกสติคืนมา พึมพำกับตัวเอง
“ไม่...เราไม่ได้รักนายไม้....เรารักพี่ราชันย์ต่างหาก” ชไมพรพูดจบ ซุกหน้ากับอกราชันย์ ยิ้มระรื่น
ooooooo
รุ่งลักษมีเดินออกจากตึกใหญ่ เห็นรถของวันชัยแล่นเข้ามาแต่ไกล รีบวิ่งไปแอบหลังต้นไม้ รอจนวันชัยจะเดินขึ้นบ้าน เธอจึงเดินออกมาทักทายทำทีเหมือนเพิ่งมาถึง วันชัยนิ่วหน้า แปลกใจ
“อ้าว...รุ่ง...มีธุระอะไรหรือ ทำไมมาเสียดึกดื่น”
“ก็พี่ราชันย์น่ะสิคะ ตั้งแต่รู้ว่าแก้วลักลอบได้เสียเป็นเมียผัวกับนายไม้ ก็ไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง รุ่งเลยลองมาตามที่นี่ พี่วันชัยเห็นพี่ราชันย์บ้างไหมคะ”
“พี่เพิ่งกลับมาเสียด้วยสิ เลยไม่ทันได้เห็น แต่ถ้าพี่ไม่อยู่ ราชันย์คงไม่อยู่ที่นี่หรอก”
รุ่งลักษมีต้องการถ่วงเวลาวันชัยเพื่อให้ชไมพรกับช้อยมีเวลาเตรียมตัว ออกอุบายชวนเขาไปตามราชันย์ที่กระท่อมกลางสวน อ้างราชันย์อาจจะไปปรับความเข้าใจกับแก้ว พอไปถึงที่นั่นเจอแต่ไม้กับแก้ว ไม้พยายามอธิบายให้วันชัยฟังว่าเขากับแก้วไม่ได้มีอะไรกัน แต่ถูกรุ่งลักษมีกันท่า กึ่งดึงกึ่งลากแขนวันชัยกลับตึกใหญ่...
ช้อยรู้งาน รอจังหวะที่วันชัยกับรุ่งลักษมีมาถึงหน้าตึกใหญ่ แกล้งกรีดร้องเสียงดังลั่น วันชัยตกใจรีบวิ่งไปยังต้นเสียง เห็นช้อยทำท่าจะเป็นลมอยู่หน้าห้องชไมพร วันชัยถามร้อนรนว่ามีเรื่องอะไร
“โอ๊ย...ดิฉันจะเป็นลม คุณราชันย์ค่ะ...คุณ...คุณวันชัยมาดูเองเถิดค่ะ” ช้อยทำเหมือนอายที่จะพูด หลบทางให้วันชัยเข้าไปในห้อง วันชัยตะลึงเมื่อเห็นชไมพรกับราชันย์นอนกอดกันกลมในสภาพเสื้อผ้าหลุดลุ่ย
“ชไมพร...ราชันย์” วันชัยร้องเรียกเสียงลั่น
ราชันย์กับชไมพรงัวเงียลุกขึ้น ชไมพรแกล้งมองทุกคนงงๆ ก่อนหันหน้าไปมองราชันย์ที่นอนข้างๆแล้วร้องกรี๊ดกร๊าดตกอกตกใจ ราชันย์ยังไม่สร่างเมา มองตาปรือไม่รู้เรื่อง วันชัยโกรธถลันเข้ามากระชากคอราชันย์ต่อยเปรี้ยง ชไมพรรีบวิ่งไปหลบหลังช้อยกับรุ่งลักษมี แสร้งตัวสั่น ราชันย์ลุกขึ้นมาถามเสียงอ้อแอ้
“แกชกฉันทำไม”
“แกมาย่ำยีน้องสาวฉันถึงที่ ยังจะมีหน้ามาถามอีก” วันชัยชกราชันย์ไม่ยั้ง รุ่งลักษมีรีบวิ่งเข้าไปขอร้อง
“พี่ราชันย์ผิดไปแล้ว พี่วันชัยให้อภัยพี่ราชันย์เถอะนะคะ”
“ให้อภัย...แล้วชไมพรล่ะคะ...ชไมพรถูกย่ำยีถึงเพียงนี้ จะชดใช้อย่างไร” ช้อยแหวลั่น
“ผมน่ะหรือ ย่ำยีชไมพร” ราชันย์มองช้อยงงๆ
“ยังจะถามอีกหรือคะ...ผู้ชายกับผู้หญิงนอนอยู่ด้วยกันบนเตียงในสภาพเช่นนี้ มันหมายความเช่นไร”
“แกต้องรับผิดชอบชไมพร...ราชันย์” วันชัยเสียงเข้ม ราชันย์อึ้ง ขณะที่ช้อยกับพวกแอบยิ้มพอใจ...
พินิศตกใจมากเมื่อรุ่งลักษมีเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างราชันย์กับชไมพรให้ฟัง เธอหันไปถามราชันย์ว่าเกิดเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร ราชันย์กลับบอกว่าไม่ทราบ
“แล้วนี่จะทำอย่างไรกัน” พินิศถามอย่างร้อนใจ ราชันย์เอาแต่นิ่งเงียบ รุ่งลักษมีสาระแนอีกเช่นเคย
“ก็ต้องรับผิดชอบให้เร็วที่สุดสิคะคุณแม่ ทางโน้นเขาออกจะดีแสนดี เกิดเรื่องน่าอับอายขึ้นอย่างนี้ ยังไม่ว่าพี่ราชันย์สักคำ ก็แค่ขอให้พี่ราชันย์มาสู่ขอคุณชไมพรตามประเพณี...ก็ลองคิดดูว่าถ้าพี่วันชัยมาข่มเหงรุ่งแล้วไม่รับผิดชอบ คุณแม่กับพี่ราชันย์จะทำอย่างไร”
“ถ้าเช่นนั้น แม่จะพาราชันย์ไปสู่ขอหนูชไมพรให้เร็วที่สุด” พินิศว่าพลางถอนใจเฮือก ราชันย์กลุ้มใจมาก ซบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง ขณะที่รุ่งลักษมีดีใจแทบจะกระโดดตัวลอย แต่จำต้องเก็บอาการไว้
ooooooo
รุ่งขึ้น พินิศ รุ่งลักษมี และราชันย์มาที่บ้านวงษาเพื่อตกลงเรื่องสินสอดทองหมั้นกับญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชไมพร วันชัยนั่งหน้าเครียดไม่พูดไม่จา ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของช้อย
“นี่ถ้าไม่ใช่คนกันเอง ดิฉันจะไม่ยอมมานั่งคุยด้วยอย่างนี้หรอกนะคะ แต่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ให้ต้องไปนอนอยู่ในตะรางกินข้าวแดงกันเลยทีเดียว” ช้อยข่ม
“ขอบคุณที่ให้ความเมตตาลูกชายดิฉันค่ะ แล้วจะให้ดิฉันเตรียมสินสอดอย่างไรคะ”
“ในฐานะที่เราเป็นคนกันเอง ดิฉันก็ไม่อยากจะมากความหรอกนะคะคุณพินิศ...สตางค์แดงเดียวก็ไม่เอา ดิฉันขอแค่ที่ดินแถวรังสิต ลาดพร้าว และแถวสีลมทั้งหมด แล้วก็โรงสีด้วย”
วันชัย ราชันย์ พินิศ และรุ่งลักษมีถึงกับตาโตอะไรจะมากมายขนาดนั้น หลวงมนูกิจเหมือนรู้ทันรีบออกตัว แค่นี้ถือว่าเล็กน้อยถ้าเทียบกับตระกูลของเจ้าพระยาวงษา นับเป็นบุญวาสนาของราชันย์ที่จะได้มาเป็นเขยท่านเจ้าพระยา ราชันย์มองหน้าแม่ของเขาเป็นเชิงขอโทษ สำนึกผิด ช้อยเห็นเข้าถึงกับค้อนขวับ
“ถ้าคิดว่ามากไป ไม่ต้องก็ได้นะคะ ตระกูลพินิศพงศ์–ศักดา จะได้อับอายก็คราวนี้ล่ะ”
พินิศรีบบอกว่าทางเธอไม่ขัดข้อง และจะรีบไปหาฤกษ์หายามมาสู่ขอชไมพรให้เร็วที่สุด ละไมแอบฟังอยู่ถอนใจเฮือก สงสารแก้วกับราชันย์ ขณะที่รุ่งลักษมีหน้างอมองชไมพรกับช้อยไม่ค่อยพอใจ...
พอได้อยู่ลำพังกับชไมพร รุ่งลักษมีต่อว่าเสียงเขียวทำไมถึงได้ขอสินสอดมากมายขนาดนั้น ทั้งที่ราชันย์ไม่ได้ทำอะไรชไมพรสักนิด แค่ยอมแต่งงานด้วยก็ถือว่าดีหนักหนาแล้ว
“งั้นคุณรุ่งก็ไปบอกความจริงกับพี่ราชันย์สิคะ ว่าเป็นแผนของเรา ชไมจะได้ไปสารภาพผิดกับพี่วันชัยเหมือนกัน เราสองคนจะได้ไม่ต้องแต่งงานกันทั้งคู่เลย” ชไมพรขู่
รุ่งลักษมีเสียงอ่อย ก็แค่บ่นให้ฟังว่าสินสอดมากไปเท่านั้น ชไมพรรับปากจะไปคุยเรื่องสินสอดกับคุณหญิงแม่ให้ รุ่งลักษมี สบายใจขึ้น จากนั้น สองสาวเกี่ยวก้อยกันเดินขึ้นตึก
ooooooo
แก้วปล่อยโฮเมื่อรู้จากละไมว่าราชันย์ให้แม่มาสู่ขอชไมพร รีบวางมือจากงานในสวนวิ่งไปยังตึกใหญ่ ไม้เป็นห่วงรีบวิ่งตาม พอแก้วเห็นราชันย์ลงมาจากตึกใหญ่ จะวิ่งเข้าหา แต่รุ่งลักษมีกันท่าไม่ให้เข้าใกล้ แถมไล่ราวกับเป็นหมูเป็นหมา วันชัยต้องเข้ามาห้ามรุ่งลักษมีไว้
“พี่วันชัยห้ามรุ่งทำไมคะ รุ่งเกลียดมัน มันทำให้พี่ราชันย์ต้องอับอาย ทั้งๆที่พี่ชายของรุ่งตั้งใจจะอุ้มชูมัน”
“พอแล้วรุ่ง...อย่าเอาตัวไปเกลือกกลั้ว...สันดานกาก็เป็นกาวันยังค่ำ เที่ยวกินของโสมมทำตัวต่ำน่ารังเกียจ” ราชันย์มองแก้วด้วยสายตาเหยียดหยาม แก้วน้ำตาไหลพราก โผเข้ามาทรุดลงกับพื้นกอดขาเขาไว้ พยายามอธิบายว่าเธอไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด แต่ราชันย์ไม่ฟัง สะบัดขาหนี แก้วมองราชันย์ด้วยความน้อยใจ ไม้รีบเข้ามาประคองแก้วไว้ ราชันย์มองภาพตรงหน้าทั้งโกรธทั้งแค้น
“เหมาะสมกันดีนี่ กลับไปรักกันดูแลกันที่กระท่อมของพวกเธอไป อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก”
ไม้ลุกพรวดเผชิญหน้ากับราชันย์ “คุณราชันย์ คุณกำลังดูถูกเมียคุณ”
ชไมพรตวัดมือตบหน้าไม้ผัวะ “อย่าดูถูกคุณราชันย์ ผู้หญิงอย่างนังแก้วมันคู่ควรกับแก และนับจากนี้ให้แกรู้ว่า ฉันนี่แหละว่าที่ภรรยาคุณราชันย์” ชไมพรว่าแล้วคว้ามือราชันย์พาเดินไปที่รถของเขา ไม้มองตามชไมพรเจ็บปวดใจมาก ทุกคนเดินผ่านแก้วกับไม้เหมือนไม่มีตัวตน แก้วเสียใจมากตะโกนเรียกราชันย์ทั้งน้ำตา
“คุณราชันย์ฟังก่อน...แก้วถูกใส่ร้าย...เมียถูกใส่ร้าย”
ราชันย์ได้ยินคำว่า “เมีย” ถึงกับชะงักทำท่าจะหันกลับ แต่รุ่งลักษมีกระตุกมือไว้ชวนพี่ชายกลับ วันชัยหันมองแก้ว สีหน้าครุ่นคิด เรื่องนี้ต้องมีเงื่อนงำอะไรแน่ๆ...
ราชันย์เดินมาถึงรถ เกิดลังเลหันไปมองทางแก้ว บอกแม่กับน้องสาวขอเวลาเขาคิดอะไรหน่อย รุ่งลักษมีเกรงพี่ชายจะเปลี่ยนใจ ขอร้องให้กลับไปคิดที่บ้านตรงนี้อากาศร้อนจะแย่ ชไมพรทำเสียงน่าสงสาร
“หรือพี่ราชันย์ยังอาลัยอาวรณ์แก้ว จะยกเลิกงานแต่งงานกับชไมก็ได้นะคะ ชไมจะเป็นฝ่ายไปเอง” ชไมพรบีบน้ำตา ก่อนจะผละจากไป วันชัยเตือนราชันย์อย่าทำให้เรื่องยุ่งยากไปกว่านี้ รีบไปปรับความเข้าใจกับชไมพรให้จบๆเรื่องไป ราชันย์ถอนใจ เหนื่อยใจ แต่จำต้องตามไปง้อชไมพร...
ด้านชไมพรจะเดินเข้าตึกแต่หันมาแอบมองว่าราชันย์ตามมาหรือเปล่า พอเห็นเขาเดินหน้ามุ่ยตรงมาทางเธอ รีบบีบน้ำตาอีกรอบ ทำท่าจะเป็นลมล้มพับ ราชันย์วิ่งเข้ามาคว้าตัวไว้ทัน ขอโทษชไมพรที่ทำให้ต้องเสียน้ำตา ชไมพรสวมบทนางเอกใจพระ ถ้าราชันย์ยังมีเยื่อใยกับแก้ว จะยกเลิกงานแต่งงานกับเธอก็ได้ เธอไม่ว่าอะไร ราชันย์ยืนยันจะแต่งงานกับชไมพร ไม้กับแก้วแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่ง หน้าสลด
“และอย่าพูดถึงชื่อผู้หญิงสกปรกคนนั้นให้พี่ได้ยินอีก นับตั้งแต่วันนี้จะมีแค่พี่กับเธอ...ชไมพร”
ชไมพรดีใจโผกอดราชันย์ร้องไห้ปลาบปลื้ม ราชันย์กอดเธอตอบ แก้วร้องไห้น้ำตาไหลพราก เจ็บปวดใจแทบขาด ไม้มองชไมพรด้วยสายตาเจ็บปวดไม่แพ้กัน...
ไม้ดื่มเหล้าดับความกลุ้ม พอเมาได้ที่จะตามไปหาเรื่องชไมพรที่ตึกใหญ่ ชไมพรเห็นไม้ทำท่าจะเข้ามาในตึก รีบลงมาไล่แถมเรียกจิกหัวว่า “ไอ้ไม้” หนุ่มชาวป่าแปลกใจทำไมไม่เรียก “นายไม้” เหมือนเมื่อก่อน
“จะเรียกทำไม ก็ตอนนี้แกหมดประโยชน์กับฉันแล้วนี่”
ไม้โกรธมากที่โดนหลอกใช้ กระชากชไมพรเข้ามาใกล้ หญิงสาวร้องห้ามลั่น อย่าทำอะไรเธอ
“ทำไม...คิดว่าผมจะปล้ำจูบคุณเหมือนอย่างที่คุณเคยยั่วยวนผมเหรอ...คิดผิดแล้วคุณชไมพร คนอย่างไอ้ไม้มันก็เลือก...มันไม่หน้ามืดพอจะปล้ำผู้หญิงน่ารังเกียจอย่างคุณหรอก” ไม้ผลักชไมพรออก
ชไมพรโกรธเงื้อมือจะตบ ไม้ขู่ถ้ากล้าตบ เขาก็กล้าเตะ ชไมพรเห็นสายตาที่ไม้มองมา มีแต่ความรังเกียจไม่ได้ขี้เล่นแบบวันก่อน หัวใจของชไมพรกระตุกวูบ ลดมือลง ถามเสียงแผ่ว น้ำตาคลอว่า
“นายไม้...นี่นายไม้รังเกียจฉันจริงๆหรือ”
“ไม่ต้องมาเสแสร้ง ผมไม่เชื่อผู้หญิงร้อยมารยาอย่างคุณอีกแล้ว ที่จริงเรียกไอ้ไม้ก็ดี มันจะได้สำเหนียกตัวเอง ไม่เผยอไปคิดว่าเขามีใจ จนโง่เป็นควายให้คนใจร้ายสนตะพายเล่น” ต่างฝ่ายต่างจ้องหน้ากัน ก่อนไม้จะเดินจากไปอย่างเจ็บปวดใจ ชไมพรวิ่งขึ้นห้องปิดประตูร้องไห้โฮ ไม่เข้าใจทำไมตัวเองต้องสนใจความรู้สึกของคนต่ำต้อยอย่างไม้ พยายามสลัดไม้ออกจากใจ บอกตัวเองซ้ำๆว่าเธอจะสนใจราชันย์คนเดียวเท่านั้น
ooooooo
พอรู้ว่าแก้วตั้งท้อง ไม้รีบพาไปหาราชันย์ที่บ้านทันที แต่ราชันย์โกรธแค้นแก้วเกินกว่าจะรับฟังอะไรทั้งนั้น สั่งลุงไปล่ไล่ทั้งคู่ไปให้พ้นหน้าบ้าน อย่ามาขวางทางรถ เขาจะไปทำงาน แล้วเคลื่อนรถจะออกจากบ้าน ไม้วิ่งไปขวางหน้า บอกให้จอดรถลงมาคุยกันก่อน ราชันย์จ้องหน้าไม้เขม็ง ตวาดเสียงเขียว
“คนอย่างแกมีสิทธิ์อะไรมาสั่งฉัน พาเมียแกไปให้พ้นบ้านฉัน...ไป” ราชันย์พูดจบเร่งเครื่องเข้าหา
ไม้จำต้องพุ่งหลบ ก่อนตะโกนไล่หลัง “ไอ้คุณราชันย์ ทำไมไม่ฟังบ้างวะ...แกจะทิ้งลูกเมียแกไม่ได้”
“พี่ไม้...เขาไปแล้วๆ...แล้วลูกแก้ว...ลูกแก้วล่ะ” แก้วเอามือแตะท้องตัวเอง ร้องไห้ปริ่มว่าจะขาดใจ
รุ่งลักษมีได้ยินเสียงเอะอะออกมาดู เห็นแก้วกับไม้อยู่หน้าบ้าน ว่ากระทบว่าเป็นพวกเปรตมาขอส่วนบุญ ไม้ขอร้องให้พูดจากับพวกตนดีๆหน่อย
“ก็บอกแกดีๆแล้วมิใช่รึว่าไม่ให้มายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวฉันอีก แล้วพวกแกมาทำไม”
“แก้วท้อง...คุณราชันย์เป็นพ่อเด็กในท้องแก้ว ฝากบอกเขาด้วย เขาต้องรับผิดชอบ...ไปแก้ว” ไม้คว้ามือแก้วที่เอาแต่ร้องไห้เดินกลับไป รุ่งลักษมีมองตาม พึมพำ
“ตาย...นังแก้วมันท้อง...ลูกของพี่ราชันย์...ว้าย...แล้วนี่เราจะทำอย่างไรดี” รุ่งลักษมีว้าวุ่นใจมาก...
ฝ่ายราชันย์ขับรถมาตามทางอย่างหัวเสีย อยากลืมผู้หญิงใจร้ายใจดำคนนี้นัก แต่ตัดใจไม่ได้สักที ไม่รู้เธอมาให้เขาเห็นหน้าอีกทำไม ราชันย์เอะใจ ตัดสินใจเลี้ยวรถกลับ...
กำแหงเห็นแก้วนั่งร้องไห้อยู่หน้ากระท่อมกลางสวน ยื่นผ้าเช็ดหน้าให้ซับน้ำตา บอกเธอว่าเสียใจด้วยกับเรื่องที่เกิดขึ้น แก้วมองหน้ากำแหง ถามเสียงเศร้า เขารู้เรื่องเสื่อมเสียของเธอด้วยหรือ กำแหงพยักหน้า
“แต่ผมเชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง”
“คุณราชันย์นอกจากจะไม่เชื่อแก้วแล้ว ยังไม่เคยที่จะรับฟังแก้วเลย” แก้วสะอื้นตัวโยน
“คงเป็นเพราะคุณราชันย์รักแก้วเลยหวงแก้วมาก”
“คนรักกัน เขาหวง เขาทำกันแบบนี้รึ ทั้งเหยียดหยาม ดูหมิ่นดูแคลน ผลักไสไล่ส่ง ถ้าเช่นนั้นไม่ต้องมารักมาหวงแก้วดีกว่า” แก้วร้องไห้ ผลุนผลันจะลุกขึ้น แต่วิงเวียนจะเป็นลม กำแหงตกใจปราดเข้าไปประคอง ราชันย์เข้ามาเห็นพอดี อารมณ์หึงหวงพลุ่งพล่าน ด่าแก้วว่านังแพศยา กำแหงกับแก้วหันมาเห็นราชันย์ยืนหน้าตาถมึงทึง จ้องมาทางพวกตน แก้วยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร ราชันย์ด่าซ้ำอีก
“มารยา ผละจากผู้ชายคนนี้ก็ไปหาคนนั้น อีกกี่คนถึงจะพอใจเธอ”
“ทำไมคุณดูถูกแก้วถึงเพียงนี้” กำแหงว่าพลางถลันเข้าหาราชันย์
“ก็ผมรู้ไส้รู้พุงผู้หญิงคนนี้หมดแล้วน่ะสิ เชิญเลยผู้หมวด จะกินเศษเดนของผมก็เชิญ แต่ระวังหน่อยนะท้องจะเสาะ เพราะผู้หญิงคนนี้เน่าเหลือเกิน” ราชันย์ด่าจบหันหลังจะกลับ กำแหงโกรธมากปรี่เข้ามากระชากไหล่ให้หันกลับมา ประเคนหมัดใส่ไม่ยั้ง ด่าราชันย์กลับว่าไม่ใช่ลูกผู้ชาย สองฝ่ายตรงเข้าชกต่อยกันอุตลุด จังหวะหนึ่ง กำแหงเสียที ถูกกำปั้นอัดเข้าเต็มหน้าหงายหลังตึง ราชันย์ได้ทีโดดขึ้นคร่อม ตะเบ็งเสียงดังลั่น
“อยากกินของเหลือของผมขนาดนี้เลยหรือผู้หมวด” ราชันย์ชกหน้ากำแหงเป็นชุด
“อย่านะคุณราชันย์” แก้วกรีดร้องลั่น เสียงของแก้วได้ยินถึงหูไม้ซึ่งกำลังทำงานอยู่ในสวน เขาวางมือจากงานรีบกลับไปยังกระท่อมที่พัก
ooooooo
แก้วเห็นกำแหงถูกทำร้ายเพราะปกป้องศักดิ์ศรีให้เธอ ปรี่เข้าไปผลักราชันย์อย่างแรงจนล้มลง กำแหงได้จังหวะรีบลุกขึ้น ราชันย์มองแก้วตาขวาง
“ผู้หมวดนี่เป็นผัวเธออีกคนรึ...แล้วไอ้ไม้มันรู้รึยังว่าเธอสวมเขาให้อีกคน”
ไม้มาทันได้ยินพอดี ตะคอกใส่ “รู้แล้ว ว่าแกมันเลว ไอ้ราชันย์” แล้วตรงเข้าชกต่อยราชันย์ล้มคว่ำ ไม้จะเข้าไปซ้ำ แต่กำแหงรั้งตัวไว้ ไม้ฮึดฮัดจะเข้าไปเตะราชันย์ให้ได้ ราชันย์หัวเราะเยาะ
“เธอนี่มันแน่จริงๆแก้ว ยิ่งกว่าโมราห์กากีเสียอีก ชายชู้ของเธอถึงได้ดาหน้าเข้ามาปกป้อง...เอาเลย...จะให้ใครมากระทืบฉันก็ปล่อยมันมานังกากี”
ไม้โกรธ สลัดกำแหงหลุดพุ่งต่อยราชันย์ไม่ยั้ง แก้วร้องลั่นพยายามเข้าไปห้าม จังหวะชุลมุน ราชันย์ฟาดท่อนแขนถูกแก้วเซเป็นนกปีกหัก เขาตกใจเป็นห่วงแก้วมากจะโผหา แต่ถูกหน้าแข้งของไม้เตะเสยเข้าเต็มท้องเสียก่อน วันชัยกับชไมพรเข้ามาเห็น ชไมพรถึงกับร้องลั่น ไม้ใจเสียรีบเข้าไปประคองแก้ว ละล่ำละลักถาม
“แก้ว เป็นยังไงบ้าง...แล้วเด็กในท้อง...หลานพี่ๆ”
ราชันย์ได้ยินเต็มสองหู พยายามจะลืมตามองแก้ว แต่สายตาเลือนราง และหมดสติไปในที่สุด...
ครู่ต่อมา ราชันย์ถูกพาเข้ามานอนพักที่ตึกใหญ่ หลวงมนูกิจเห็นสภาพบอบช้ำของราชันย์ สรุปได้ทันที ชายหนุ่มยังมีใจให้แก้ว ถึงได้ยอมให้ไม้ซ้อมขนาดนี้ ช้อยเอาศอกกระทุ้งหลวงมนูกิจเป็นเชิงให้หยุดพูดแล้วปลอบชไมพรอย่าไปเชื่อคำพูดของหลวงมนูกิจ ราชันย์ไม่มีทางเห็นกรวดอย่างแก้วดีกว่าเพชรอย่างชไมพร
“แต่ที่ชไมได้ยินไอ้ไม้มันบอกว่า...มันมีหลาน แสดงว่านังแก้วมันกำลังท้องค่ะคุณหญิงแม่”
ช้อยหันขวับมองหน้าหลวงมนูกิจที่ตาเบิกกว้าง ตกใจไม่แพ้เธอเช่นกัน...
กำแหงสงสารแก้ว ไม่อยากให้ท้องไม่มีพ่อ ปรึกษากับวันชัยจะเป็นอะไรไหมถ้าเขาจะรับเป็นพ่อเด็กในท้องแก้ว วันชัยตอบไม่ต้องคิดว่าไม่ได้ ขืนทำอย่างนั้น ใครๆยิ่งมองแก้วไปในทางเสียหาย
“ผมรักแก้ว...รักมานานแล้ว แต่ผมไม่กล้า เพราะผมเห็นแก้วรักอยู่กับคุณราชันย์”
“ผมขอบคุณผู้หมวดแทนแก้ว...แต่ผมว่าแก้วคงอยากให้พ่อที่แท้จริงเป็นคนรับผิดชอบและผู้ชายคนนั้นคือ...ราชันย์” วันชัยเสียงเข้ม สีหน้าจริงจัง ละไมถือถาดใส่น้ำดื่มแอบได้ยินทุกคำพูด ถึงกับตะลึง...
ช้อยเห็นละไมเอาถาดใส่น้ำดื่มเข้ามาวางตรงหน้าสีหน้ามีพิรุธ ถามคาดคั้นไปทำอะไรผิดมาถึงได้ทำหน้าทำตาแบบนี้ ราชันย์ได้ยินเสียงเอะอะลืมตาขึ้นมามอง ละไมละล่ำละลักว่าแอบได้ยิน กำแหงคุยกับวันชัยว่าจะรับผิดชอบเด็กในท้องแก้ว ราชันย์หน้าเสีย หลวงมนูกิจใจสกปรกหาว่าแก้วกับกำแหงต้องมีอะไรกันแน่ๆ กำแหงถึงได้กล้าแอ่นอกรับผิดชอบ ราชันย์ทนฟังไม่ไหวลุกพรวด ชไมพรขอร้อง ให้นอนลงก่อน อย่าเพิ่งลุก
“พี่ไม่เป็นอะไรแล้ว ขอบใจมาก” ราชันย์ว่าแล้วเดินออกจากห้อง โดยไม่ฟังคำทัดทานของช้อย สร้างความไม่พอใจให้ช้อยอย่างมาก...
ดึกแล้วแต่ราชันย์ยังนอนไม่หลับ ครุ่นคิดถึงเรื่องลูกในท้องแก้ว ใจหนึ่งเชื่อว่าเป็นลูกของเขาเอง แต่อีกใจหนึ่งกลับปฏิเสธไม่ยอมรับ ราชันย์สับสนไม่รู้อะไรคือความจริงกันแน่
ooooooo
พินิศตกใจมากเมื่อได้ยินราชันย์บอกว่าแก้วท้อง รุ่งลักษมีแหวทันที จะไม่ให้นังวันทองสองใจตั้งท้องได้อย่างไรในเมื่อมั่วผู้ชายขนาดนั้น ทั้งไม้ทั้งกำแหง คงต้องมีใครสักคนที่เป็นพ่อเด็กในท้อง พินิศลมแทบจับ อยู่ๆก็มีชื่อกำแหงเพิ่มขึ้นมาพัวพันกับแก้วอีกหนึ่งคน ราชันย์มองรุ่งลักษมีเป็นทำนองรู้ได้อย่างไร
“คุณชไมโทรศัพท์มาบอกเมื่อเช้านี้เองค่ะ...พี่ราชันย์จะกลุ้มจะเครียดไปทำไมคะ...พี่ราชันย์โชคดีขนาดไหนแล้วที่หลุดมาจากนังกากีแก้วแล้วได้เพชรแท้อย่างคุณชไม”
ราชันย์บอกเสียงหนักแน่นไม่เคยรักชไมพร รุ่งลักษมีสวนทันควัน ไม่รักชไมพรแล้วไปนอนกับเธอทำไม พูดแบบนี้เหมือนไม่ใช่ลูกผู้ชาย พินิศขอร้องให้พี่น้องเลิกทะเลาะกันได้แล้ว และอย่าพูดถึงแก้วอีก
“แต่แก้วท้องนะครับ”
“แล้วยังไง...ก็ลูกเป็นคนบอกเองว่า แก้วมีผู้ชายหลายคน...เป็นลูกผู้ชายอย่าโลเล จำไว้ ผู้หญิงที่ลูกจะต้องแต่งงานด้วยคือ...หนูชไมพร” พินิศเสียงเข้ม ราชันย์พูดอะไรไม่ออก กลุ้มใจหนัก...
ขณะเดียวกัน แก้วนั่งร้องไห้เสียใจอยู่หน้ากระท่อม เสียงของราชันย์ที่ด่าว่าเธอเป็นนังกากีหลายใจ ยังดังก้องอยู่ในหัว ยิ่งคิดยิ่งแค้นใจที่ชีวิตของตัวเองต้องมาพังเพราะแผนชั่วของชไมพรกับช้อย คิดจะไปฆ่าสองแม่ลูกแก้แค้น ตัดสินใจวิ่งเข้าไปในกระท่อม ตรงไปหยิบปืนด้ามทองที่ซ่อนไว้
แต่ต้องตกใจหาปืนไม่เจอ ค้นทั่วห้องก็ไม่พบ แก้ว กรีดร้องแทบคลั่ง ไม้ได้ยินเสียงเอะอะ รีบวิ่งเข้ามาดู แก้วละล่ำละลักบอกปืนหาย ไม้ถามอย่างใจเย็น จะเอาปืนไปทำไม
“แก้วจะเอาไปฆ่าพวกมัน พวกคนเลว มันทำลายชีวิตแก้ว แก้วจะฆ่ามันๆ ปืนอยู่ไหน...พี่ไม้เอาปืนไปใช่ไหม” แก้วมองไม้ตาขวาง พอรู้ไม้เอาปืนไปซ่อน แก้วโวยวายจะเอาปืนคืน
“ถ้าพี่เอาปืนให้แก้ว แก้วก็จะเป็นฆาตกรฆ่าคนเหมือนกับแม่กิ่งที่ถูกกล่าวหาต้องหนีหัวซุกหัวซุน ลูกต้องไปเกิดในคุก ชีวิตเริ่มต้นในคุกอย่างนั้นน่ะรึ...อับปัญญาสิ้นดี จะฆ่าคนนั้นคนนี้ แต่ลืมไปแล้วว่าตัวเองกำลังจะฆ่าลูกของตัวเองทั้งเป็น รู้ไว้ไม่มีใครทำอะไรได้ทั้งนั้น ถ้าไอ้ราชันย์มันเป็นคนหนักแน่น ไม่หูเบาเอาคนอื่นมาเหยียบย่ำเมียตัวเอง...โง่เป็นควาย”
“แต่คุณราชันย์เป็นพ่อของลูกแก้ว...ลูกแก้วต้องมีพ่อ”
“เลวขนาดนั้น แก้วจะอยากได้มันมาเป็นพ่อของลูกแก้วทำไม มีพ่อเลวๆอย่ามีซะดีกว่า พี่จะดูหลานเอง”
แก้วร้องไห้โฮ เอามือจับท้องตัวเอง บอกเสียงแผ่วว่าอยากกลับบ้าน ไม้ไม่ขัดใจอยากกลับก็กลับ...
หมื่นห้าวกำแหงตกใจมากเมื่อได้ยินลูกชายคนเดียวของเขาอยากให้เขาไปสู่ขอแก้วให้ทั้งๆที่แก้วตั้งท้อง เขาขอร้องลูกชายแยกให้ออกระหว่างความรักกับความสงสาร ตอนนี้กำแหงแค่สงสารแก้ว กำแหงค้านไม่ได้สงสาร แต่เขารักแก้ว หมื่นห้าวกำแหงเตือนสติแก้วมีราชันย์อยู่แล้ว กำแหงจะไปรักเมียชาวบ้านได้อย่างไร
“แต่ตอนนี้คุณราชันย์ทิ้งแก้วไปแล้ว”
“ถึงลูกจะรักแก้วจริงๆ แต่ลูกก็รู้มิใช่รึว่าแก้วไม่ได้รักลูก...ถ้ารักแก้ว ช่วยให้แก้วสบายใจด้วยการปิดคดีการตายของเจ้าพระยาวงษาให้เร็วที่สุดจะดีกว่า” หมื่นห้าวกำแหงคลายกังวลที่เห็นลูกคิดคล้อยตาม
ooooooo
หลังจากกราบลาวันชัยเตรียมขนข้าวของจะออกจากบ้านวงษา ช้อย ชไมพร และหลวงมนูกิจรู้ข่าว รีบดาหน้าออกมาไล่ส่งแก้วกับไม้ขอให้ไปที่ชอบๆ แล้วพากันหัวเราะสะใจ แก้วชิงชังพวกนั้นเป็นทวีคูณ
“คนชั่วคนเลวไม่เคยเป็นผู้ชนะ พวกคุณรู้อยู่แก่ใจว่าใส่ความแก้ว สักวัน แก้วจะกลับมาเปิดโปงความชั่วความเลวของพวกคุณ”
“หัวเราะทีหลังดังกว่าโว้ย” ไม้ยิ้มยั่ว
“น้ำหน้าอย่างพวกแกไม่มีวันได้หัวเราะหรอกโว้ย...ไม่ว่าจะก่อนหรือหลัง มีแต่พวกฉันนี่แหละจะหัวเราะเยาะหน้าหลุมศพพวกแก” หลวงมนูกิจตะโกนไล่หลังอย่างโกรธเกรี้ยว
แก้วกับไม้ไม่อยากต่อความอะไรอีกพากันหิ้วสัมภาระออกเดินทางแต่ไปยังไม่ถึงปากซอย รถของกำแหงแล่นเข้ามาจอดเทียบ ถามว่าจะไปไหน พอรู้ทั้งคู่จะกลับบ้านที่เพชรบูรณ์ กำแหงขอร้องอย่าเพิ่งไปมีเรื่องสำคัญจะบอก ครู่ต่อมา แก้วกับไม้พากำแหงกลับมายังกระท่อมกลางสวน กำแหงพูดเสียงเครียดว่า
“จากผลการพิสูจน์หลักฐาน รู้แน่ชัดแล้วว่า ปืนที่ใช้ฆ่าท่านเจ้าพระยาวงษาเป็นปืนชนิดไหน” กำแหงเห็นแก้วอ้าปากจะถาม ชิงพูดดักคออย่าถามว่าเป็นปืนชนิดไหนเพราะเขาบอกไม่ได้ เป็นความลับของทางราชการ เดี๋ยวคนร้ายจะไหวตัวเสียก่อน แล้วขอร้องแก้วกับไม้อยู่ช่วยเขาก่อนอย่าเพิ่งกลับบ้าน
“แก้วรู้แล้วว่าแก้วต้องทำอย่างไร...คนชั่วที่มันฆ่าท่านเจ้าพระยาจะต้องได้รับกรรมอย่างสาสม...พี่ไม้ เราจะยังไม่กลับบ้าน...เราจะอยู่ที่นี่เพื่อกระชากหน้ากากคนที่มันฆ่าท่านเจ้าพระยา” แก้วสีหน้ามุ่งม่ัน...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน หลวงมนูกิจกับช้อยลอบมาคุยกันในสวนตรงมุมลับตาคน ช้อยฮึดฮัดขัดใจ ต่อว่าหลวงมนูกิจไม่น่าปล่อยแก้วกับไม้ไปง่ายๆ เธอยังไม่ทันได้เล่นงานพวกมันให้สาแก่ใจเลย
“แล้วแม่ช้อยจะเอายังไง ในเมื่อพวกมันก็ออกจากบ้านไปแล้ว ตัวนังกิ่งเองยังไงมันก็ไม่มีปัญญามาที่นี่”
“นังแก้วมันมาได้ ทำไมนังกิ่งมันจะมาไม่ได้ ก็เพราะเราสองคนไม่ยอมตัดไฟตั้งแต่ต้นลมมิใช่รึ นังแก้วมันถึงได้มาเป็นเข็มทิ่มแทงฉันอยู่ได้...ฉันเกลียดน้ำหน้ามันนัก...เชอะ...มันคิดว่ามันจะทำอะไรฉันได้”
“เอาๆ...ถ้าแม่ช้อยรำคาญใจนัก ฉันจะตามไปกำจัดพวกมัน”
“ทำให้เห็นสักทีเถอะ...อย่าดีแต่พูด” ช้อยแดกดันแล้วสะบัดหน้าเดินออกไป หลวงมนูกิจถอนใจ เบื่อหน่าย ก่อนเร่งฝีเท้าตาม โดยที่ไม่รู้ว่าด้านหลังพวกตน หมัดแอบได้ยินทุกคำพูด
“พวกใจอำมหิต ความเลวของแกนั่นแหละ จะกระชากหน้ากากแกเอง ไม่มีใครหนีเวรกรรมไปได้ ไม่เชื่อคอยดู” หมัดมองตามหลวงมนูกิจกับช้อยด้วยสายตาเคียดแค้น
ooooooo
หมัดต้องการใช้ละม่อมเป็นส่วนหนึ่งของแผนแก้แค้นช้อยกับหลวงมนูกิจ จึงไปรับเธอจาก บ้านตามีกับยายมากลับมาซ่อนตัวไว้ที่กระท่อมท้ายสวนภายในบ้านวงษา หมัดเผลอพูดชื่อหลวงมนูกิจกับช้อย ละม่อมได้ยินเข้าก็กลัวมาก ผลักหมัดพ้นทางแล้ววิ่งหนีออกจากกระท่อม หมัดร้องเรียกให้หยุดแต่ไร้ผล รีบวิ่งตาม
ละม่อมวิ่งสะดุดรากไม้ร้องโอ๊ยลั่นก่อนจะล้มหัวกระแทกพื้นนอนแน่นิ่ง หลวงมนูกิจเดินท่อมๆอยู่อีกมุมหนึ่งของสวนได้ยินเสียงร้อง ชะงักฝีเท้า หันขวับไปทางต้นเสียง...
หมัดเห็นละม่อมนอนนิ่งอยู่กับพื้น ปราดเข้าไปอังจมูก โล่งใจที่ละม่อมยังมีลมหายใจ พลันได้ยินเสียงคนเดินดังสวบสาบ ชะเง้อมองเห็นหลวงมนูกิจเดินมาแต่ไกล หมัดรีบลากละม่อมหลบหลังพุ่มไม้ แต่เท้าของเธอยังหลบไม่พ้น หลวงมนูกิจมาถึงเสียก่อน หมัดตัวแข็งทื่อไม่กล้าขยับ คุณหลวง โฉดชั่วเห็นเหมือนมีคนอยู่หลังพุ่มไม้ จะเดินเข้าไปดู แต่ช้อย โผล่พรวดเข้ามาเรียกไว้ก่อน หลวงมนูกิจสะดุ้งโหยง หันไปถามมีอะไร
“คุณหลวงก็รู้ ฉันไม่อยากให้คุณหลวงเข้ามาที่นี่ ฉันกลัวผีนังละม่อม...แล้วจะเข้ามาทำไม”
“มาดูที่ทางแถวนี้ว่ามีตรงไหนพอจะแอบตัดแบ่งขายได้บ้าง แต่ตะกี้ฉันได้ยินเสียงคนร้อง แล้วก็เห็นใครไม่รู้ก้มๆ เงยๆอยู่แถวนั้น” หลวงมนูกิจชี้มือไปทางที่หมัดซ่อนตัวอยู่ ช้อยหน้าตื่น โดดเกาะแขนหลวงมนูกิจ
“ผี...ต้องเป็นผีนังละม่อม...รีบไปจากที่นี่เร็วเถอะคุณหลวง...เร็ว” ช้อยเร่งเสียงสั่นด้วยความกลัวผี
หลวงมนูกิจยังไม่หายข้องใจใครกันมายืนลับๆล่อๆหลังพุ่มไม้ แต่ช้อยดึงเขาออกไปเสียก่อน หมัดถึงกับถอนใจโล่งอก รอจนหลวงมนูกิจไปลับสายตา รีบลากละม่อมออกจากพุ่มไม้ แต่แล้วต้องตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเจอไม้กับแก้วยืนอยู่ด้านหลัง หมัดทิ้งร่างละม่อม วิ่งหนี ไม้ไวกว่าคว้าตัวไว้ทัน ซัดเปรี้ยงเข้าที่หน้าหมัดล้มคว่ำ ตะคอกถามทำอะไรละม่อม หมัดกลัวลนลานปฏิเสธไม่ได้ทำ ช้อยต่างหากที่ทำร้ายละม่อม
แล้วเหลียวซ้ายแลขวาหน้าตาเลิ่กลั่ก บอกไม้กับแก้วไปคุยกันในที่ที่ปลอดภัยกว่านี้ ครู่ต่อมา ไม้กับหมัดช่วยกันประคองร่างไร้สติหน้าตาอัปลักษณ์ของละม่อมมาวางบนแคร่ในกระท่อมท้ายสวน แก้วรีบเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดหน้าให้ละม่อม สักพัก ละม่อมได้สติ ผลักแก้วออกท่าทางหวาดกลัว ไม้มองหน้าหมัดเขม็ง
“แล้วฉันจะเชื่อที่แกพูดได้ยังไง”
เรื่องต่างๆที่ช้อยกับหลวงมนูกิจทำชั่วไว้ พรั่งพรูออกจากปากหมัด ทั้งเรื่องที่ช้อยกับหลวงมนูกิจหาทางฆ่าแก้วเพราะคิดว่าเป็นลูกเจ้าพระยาวงษา และตอนที่แก้วถูกฉุดไปขายซ่องก็เป็นแผนชั่วของช้อย ละม่อมล่วงรู้ความลับบางอย่างของพวกนั้น จึงถูกทำร้าย ไม้ไม่ปักใจเชื่อ เกรงจะเป็นแผนลวงของช้อยกับหลวงมนูกิจอีก
“ไม่ใช่...ตอนนี้ฉันไม่ใช่พวกมัน มันเลยจะเก็บฉันเหมือนกัน...เชื่อฉันเถอะว่ะไอ้ไม้ นังแก้ว ฉันเองกำลังวางแผนจะเปิดโปงความชั่วของพวกมัน ฉันไม่ขอให้แกช่วยหรอก แต่ช่วยเก็บเรื่องนังละม่อมไว้เป็นความลับก็พอ” หมัดอ้อนวอน ไม้กับแก้วจะลองเชื่อหมัดสักครั้ง แต่ถ้าตุกติก ไม้ขู่จะเล่นงานให้หนัก
ooooooo
ดึกคืนนั้น หมัดเริ่มแผนก่อกวนช้อยด้วยการสวมรอยเป็นละม่อมไปปรากฏตัวในสวน ช้อยเห็นเข้าถึงกับหน้าซีดเผือด ละล่ำละลักบอกหลวงมนูกิจว่ามีใครไม่รู้เดินอยู่ในสวน หลวงมนูกิจมองฝ่าความมืดออกไป ไม่เห็นมีใครสักคน ชไมพรยื่นหน้าเข้ามาดูบ้างก็ไม่เห็นใครเช่นกัน ช้อยยืนยันตาตัวเองไม่ได้ฝาด หลวงมนูกิจอาสาจะออกไปดูให้เพื่อความสบายใจของช้อย ชไมพรร้องตาม ช้อยรีบห้าม
“มะ...ไม่ต้อง...ดึกมากแล้ว ชไมไปนอนเถอะลูก เดี๋ยวแม่ไปดูกับหลวงมนูกิจเอง...ไปคุณหลวง”
ถึงช้อยจะกลัวผีเพียงใด แต่ไม่อยากให้ลูกรู้เรื่องละม่อม รีบจ้ำพรวดๆออกไปกับหลวงมนูกิจ ชไมพรสงสัยท่าทางแปลกๆของแม่ ตัดสินใจสะกดรอยตาม...
พอหมัดเห็นหลวงมนูกิจกับช้อยเดินออกมาแบบกลัวๆกล้าๆ รีบวิ่งจากต้นไม้ต้นหนึ่งผลุบหายเข้าไปหลังต้นไม้อีกต้น ช้อยเห็นอะไรแวบๆเบื้องหน้า ชี้นิ้วไปยังทิศทางนั้น พูดเสียงสั่นว่า
“นะ...นัง...ละม่อม...นังละม่อม”
หลวงมนูกิจพยายามเพ่งมองไปยังทิศทางที่ช้อยชี้ แต่ไม่เห็นมีใคร ช้อยยืนยันปากสั่นใช่ละม่อมจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้น วิญญาณนังละม่อมมันคงอยากให้แม่ช้อยเห็นมันคนเดียวเพราะแม่ช้อยฆ่ามัน”
ชไมพรแอบตามมาด้านหลัง ตาเบิกกว้างตกใจ“คุณหญิงแม่ฆ่าละม่อม...คุณหญิงแม่ใจร้ายฆ่าคน”
ช้อยได้ยินเสียงหันขวับ เห็นลูกสาวยืนตัวสั่นสีหน้าหวาดกลัว ถึงกับหน้าเสียคาดไม่ถึงว่าลูกจะได้ยิน จะเข้ามาอธิบาย ชไมพรถอยกรูดหันหลังวิ่งหนีเข้าตึกใหญ่ ช้อยรีบวิ่งตามโดยมีหลวงมนูกิจตามติด หมัดแอบมองอยู่อีกมุมหนึ่งยิ้มสะใจ ฝ่ายชไมพรวิ่งเข้าห้องตัวเองจะปิดประตู ช้อยตามทันดันประตูห้องไว้ ชไมพรผวาหนัก ขอร้องแม่อย่าเข้ามาเธอกลัว วันชัยได้ยินเสียงเอะอะเดินขึ้นมายังต้นเสียง ช้อยจะเปิดประตูเข้าไปให้ได้
“แม่ทำเพื่อลูก ปกป้องลูก นังละม่อมมันจะเปิดโปง ความลับเรื่องที่นังแก้วเป็นลูกเจ้าคุณพ่อ แม่จำเป็นต้องทำนะลูก แม่จำเป็นต้องทำ” ช้อยกระซิบกระซาบเกรงจะมีคนได้ยิน ชไมพรนิ่งคิด ช้อยฉวยโอกาสดันประตูห้องเปิดออก แล้วรีบผลุบเข้าไป หลวงมนูกิจจะตาม แต่วันชัยเดินมาถึงเสียก่อน ร้องถามหลวงมนูกิจมีเรื่องอะไรกัน หลวงมนูกิจสะดุ้งโหยง บอกไม่มีอะไร แค่แม่ลูกงอนกันนิดหน่อย
“แล้วคุณหลวงเกี่ยวอะไรด้วย ถึงจะตามเข้าไป”
หลวงมนูกิจรีบเอามือออกจากประตู แก้ตัวเป็นพัลวันว่าเป็นห่วง เผื่อจะมีอะไรให้ช่วย วันชัยตำหนิหลวงมนูกิจทำเกินหน้าที่ไปแล้ว เรื่องของแม่ๆลูกๆจะคุยกัน หลวงมนูกิจอึ้ง วันชัยทำท่าจะเคาะประตูห้องชไมพร หลวงมนูกิจได้ที ย้อนถามวันชัย จะเข้าไปในห้องชไมพรทำไม เรื่องของแม่ๆลูกๆน่าจะปล่อยให้พวกเธอคุยกันเอง หลวงมนูกิจกับวันชัยจ้องหน้ากันเขม็ง สุดท้ายต่างแยกย้ายกันกลับห้องตัวเอง...
ทางด้านช้อยดึงชไมพรเข้ามากอดแนบอก ขอร้องอย่ากลัวเธอ ถึงเธอจะร้ายกาจเพียงใด แต่เธอไม่มีวันทำร้ายลูกตัวเองเด็ดขาด มีแต่จะคอยปกป้องดูแล ชไมพรยกมือกราบที่อกแม่
“ชไมขอโทษค่ะ ที่อกตัญญูพลั้งปากล่วงเกินคุณหญิงแม่ขนาดนั้น” ชไมพรมองแม่ด้วยความซาบซึ้งใจ...
ใกล้ถึงวันหมั้นของราชันย์กับชไมพรเข้ามาทุกที แต่ดูเหมือนราชันย์จะไม่ได้ยินดียินร้ายเท่าใดนัก เอาแต่นั่งซึมมองซากต้นแก้วที่แห้งเหี่ยวคาสวน พินิศต้องเตือนให้ราชันย์หยุดคิดเรื่องไร้สาระทุกอย่างและเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับพิธีหมั้นได้แล้ว
ooooooo
เช้างานวันหมั้นของราชันย์กับชไมพร พิธีหมั้นเป็นไปอย่างราบรื่น ช้อยยิ้มหน้าบานยกยอปอปั้น ว่าทั้งราชันย์กับชไมพรต่างสมกันราวกับกิ่งทอง ใบหยก หลวงมนูกิจหัวเราะหน้าระรื่นไม่แพ้ช้อย
“ถ้าท่านเจ้าพระยายังอยู่ ก็คงปลาบปลื้มใจมากที่ลูกสาวคนเดียวของท่านได้เป็นฝั่งเป็นฝากับคนดีเพียบพร้อมเหมาะสมทุกอย่างอย่างคุณราชันย์”
“คุณหลวงพูดราวกับถอดใจคนเป็นพ่อออกมาเลยนะครับ” หมื่นห้าวกำแหงว่ากระทบ
ช้อยกับหลวงมนูกิจสะดุ้ง มองหมื่นห้าวกำแหงตาเขียว วันชัยจับตาดูอากัปกิริยาของช้อยกับหลวงมนูกิจไม่วางตา หลวงมนูกิจรีบพูดกลบเกลื่อน พ่อที่ไหนก็ต้องรู้สึกแบบนี้ทั้งนั้น ชไมพรสวนทันที
“คุณหลวงไม่ต้องมาแสดงความรู้สึกแทนเจ้าคุณพ่อหรอก เพราะคนอย่างหลวงมนูจะเป็นพ่อใครได้”
“ว่าได้รึ หลวงมนูออกจะรูปงามปานนี้ อาจจะแอบซุกลูกซุกเมียไว้ที่ไหนก็ได้...รึไงแม่ช้อย”
“เรื่องอะไรคุณวันชัยถึงได้มาถามดิฉันล่ะคะ” ช้อยร้อนตัวนั่งไม่ติด
“ก็เห็นสนิทกัน” วันชัยตอบน้ำเสียงราบเรียบ
“ก็คนรู้จักแต่ใช่ว่าจะรู้ใจไปหมดทุกเรื่องหรอกค่ะ” ช้อยรีบเปลี่ยนเรื่องพูด หันไปแขวะกำแหงแทน “อ้าว...นี่ผู้หมวดมาด้วยรึ...ดิฉันคิดว่าจะไปขลุกอยู่กับแม่แก้วยอดขมองอิ่ม พูดคุยกันเรื่องงานแต่งเสียอีก”
“ผมจะไปคุยเรื่องแต่งงานกับแก้วได้อย่างไร ผมกับแก้วไม่ใช่คนรักกัน ปากคนก็พูดไปเรื่อย ผมมาหาแก้วเรื่องธุระสำคัญเท่านั้น”กำแหงยิ้มมีเลศนัย เล่นเอาช้อยกับหลวงมนูกิจกระสับกระส่ายขึ้นมาทันที ชไมพรขอร้องอย่าเอ่ยชื่อผู้หญิงคนนั้นให้เป็นอัปมงคลในงานเลย...
งานเลี้ยงฉลองพิธีหมั้นจัดขึ้นในค่ำวันเดียวกัน มีแขกเหรื่อมาในงานกันอย่างคับคั่ง สวนสวยของบ้านวงษาถูกเนรมิตให้เป็นฟลอร์เต้นรำ โดยชไมพรกับราชันย์เปิดฟลอร์เป็นคู่แรก ตามมาด้วยคู่ของวันชัยกับรุ่งลักษมี แขกเหรื่อต่างทยอยจับคู่เต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ชไมพรยิ้มแก้มแทบปริ ขณะที่ราชันย์นิ่งเฉย
ที่มุมด้านหลังงาน ไม้กับแก้วยืนมองงานเลี้ยงด้วยหัวใจปวดร้าว แก้วน้ำตาไหลพราก จังหวะที่หมุนตัวเต้นรำ ราชันย์หันมาเห็นแก้วยืนร้องไห้ ความรักความคะนึงหาทำให้ราชันย์ผละจากชไมพรจะเดินไปหา แต่ชไมพรดึงไว้ พอหันไปเห็นแก้วยืนมองอยู่ เธอโอบคอราชันย์เย้ย แก้วต้องเบือนหน้าหนี...
เสียงดนตรีจังหวะสนุกสนานดังไปถึงกระท่อมท้ายสวน ละม่อมยิ้มมีความสุข ลุกขึ้นมาเต้นลีลาศไปตามจังหวะเพลง หมัดมองอย่างรำคาญ ก่อนจะพลิกตัวนอนหันหลังให้ ละม่อมพึมพำกับตัวเอง
“สนุก...สนุกอยู่ไหน...ฉันจะไปสนุก”ละม่อมว่าแล้วเปิดประตูกระท่อมวิ่งออกไป
หมัดได้ยินเสียงประตูเปิด พลิกตัวกลับมามอง ตกใจแทบตกแคร่ ละม่อมไม่อยู่ เขาทะลึ่งพรวดลุกจากแคร่ รีบวิ่งไล่ตามแต่ไม่ทัน ละม่อมไปถึงบริเวณจัดงานแล้ว ช้อยถือมีดกำลังจะปอกผลไม้ เห็นหางตาไวๆ หันไปมอง ละม่อมเห็นช้อยถือมีด ร้องกรี๊ดๆๆด้วยความหวาดกลัว วิ่งหนี
ทุกคนในงานหันมองเป็นตาเดียวกัน เห็นผู้หญิงท่าทางสติไม่ดีหัวกระเซิง หน้าตามีแต่แผลเป็นน่ากลัววิ่งทะเล่อทะล่าฝ่าผู้คนในงานหนีช้อย เกิดโกลาหลย่อยๆขึ้นทันที ช้อยกระซิบหลวงมนูกิจว่านั่นนังละม่อม วันชัยตะโกนบอกให้ผู้คนช่วยกันจับตัวผู้หญิงคนนั้นไว้ กำแหงลุกพรวดจากที่นั่ง อาสาจัดการให้เอง แล้วสองพ่อลูกตระกูลห้าวกำแหงวิ่งตามหญิงบ้าไปอย่างรวดเร็ว แขกเหรื่อในงานหายตระหนกพากันสนุกสนานต่อ
ไม้กับแก้วเห็นละม่อมตกใจรีบผละจากตรงนั้น ราชันย์ไม่รอช้ารีบวิ่งตามแก้วกับไม้ ไม่สนใจคำทัดทานของชไมพร วันชัยผละจากรุ่งลักษมีตามราชันย์ไปติดๆ รวมทั้งหลวงมนูกิจกับช้อยด้วย ชไมพรกับรุ่งลักษมีเหลียวมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ก่อนจะตัดสินใจชวนกันวิ่งตามช้อยกับหลวงมนูกิจ
ooooooo
ละม่อมวิ่งเตลิดเข้าไปในสวนมืด อยู่ๆมีมือของใครคนหนึ่งกระชากเธอหลบหลังพุ่มไม้ สักพัก กำแหง หมื่นห้าวกำแหง ราชันย์ วันชัย หลวงมนูกิจ กับ ช้อยวิ่งตามมาถึงบริเวณนั้น ความมืดสลัวทำให้มองเห็นไม่ถนัด ทันใดนั้น มีเสียงเหมือนใครเหยียบใบไม้แห้ง ทุกคนหันขวับมองตามเสียง หลวงมนูกิจตะโกนลั่น
“ใคร...ทะเล่อทะล่าออกมา พ่อจะยิงแสกหน้ามันเลย” หลวงมนูกิจไม่พูดเปล่าล้วงปืนออกมาถือไว้
สองพ่อลูกตระกูลห้าวกำแหงเพ่งมองปืนในมือหลวง–มนูกิจเขม็ง ชไมพรกับรุ่งลักษมีตามเข้ามาสมทบตะโกนประสานเสียงถามว่าจับคนบ้าได้หรือยัง ทุกคนในที่นั้น รีบเอามือจุ๊ปากเป็นทำนองให้เงียบ ชไมพรพุ่งเข้าไปเกาะแขนราชันย์สีหน้าหวาดกลัว ราชันย์พยายามแกะมือเธอออกแต่ไม่ได้ผล
ทุกคนเพ่งไปยังพุ่มไม้ต้นเสียงอย่างใจจดจ่อ พลันมีเสียงใบไม้ดังสวบๆขึ้นอีก กำแหงตะโกนสั่งให้บุคคลปริศนาออกมาเดี๋ยวนี้ มีแต่ความเงียบ หลวงมนูกิจทำเก่ง จะเดินเข้าไปเอาเรื่อง หมื่นห้าวกำแหงเอ็ด
“เฮ้อ...คุณหลวงนี่เหมือนสมัยยังหนุ่มไม่มีผิด ใจร้อนวู่วามวุ่นวาย”
“ประชาชนเป็นหูเป็นตาให้ขนาดนี้ ยังจะมาว่าอีก ก็เพราะท่านหมื่นเป็นอย่างนี้มิใช่รึถึงไม่ก้าวหน้าไปไหน คดีตั้งแต่หนุ่มยันแก่ก็ยังปิดไม่ได้เสียที” หลวงมนูกิจเย้ยหยัน หมื่นห้าวกำแหงมองตาขวาง หลวงมนูกิจไม่ยี่หระจ้องตอบอย่างท้าทาย พุ่มไม้เบื้องหน้าสั่นไหวคล้ายมีคนซ่อนอยู่ ราชันย์ขยับจะเข้าไปดู กำแหงดึงไว้
“ผมขอร้อง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะครับคุณราชันย์”
กำแหงชักปืนเดินนำพ่อของเขาเข้าไปหลังพุ่มไม้ เห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนหันหลังในสภาพหัวกระเซิง ตัวสั่น กำแหงสั่งให้ค่อยๆหันมา หลวงมนูกิจสาระแนสั่งหมื่นห้าวกำแหง ถ้าคนร้ายไม่หันมาให้ยิงได้เลย หมื่นห้าวกำแหงเหลืออดตวาดลั่น
“หุบปาก...คุณหลวง...สำหรับคนร้าย นับหนึ่งถึงสาม ถ้าเธอไม่หันมา...ฉันยิง” หมื่นห้าวกำแหงเริ่มนับหนึ่งแต่ยังไม่ทันถึงสาม หญิงสาวปริศนาค่อยๆหันหน้ามา ทุกคนพากันตกตะลึง ผู้หญิงคนนั้นคือแก้วที่หน้าตาหม่นหมอง น้ำตาอาบแก้ม แถมผมเผ้ารุงรัง ดูน่ากลัวท่ามกลางความมืดสลัว
“แก้ว” ราชันย์ร้องเรียกราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง
“ค่ะ...แก้วเอง” แก้วเสียงสั่นเครือ น้ำเสียงบ่งบอกถึงความปวดร้าวใจอย่างที่สุด หลวงมนูกิจกับช้อยผิดหวังมาก ละม่อมกลายเป็นแก้วไปได้อย่างไร
ooooooo










