ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

เจ้าพายุ

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

วีนัสกับภูผาได้ความคืบหน้าเกี่ยวกับคดีปล้นเมื่อห้าปีก่อนทั้งจากเพื่อนของวีนัสและเจ้าหน้าที่บริษัทประกันภัยของเสี่ยโชคชัยที่ชื่อดาริน แล้วน่าจะได้จากผู้คุมเทพอีกคนที่อยู่เบื้องหลังการตายของเปียวกับอ๊อดในเรือนจำ ถ้าไม่เกิดอุบัติเหตุรถชนเขาสิ้นใจไปเสียก่อน

เหตุการณ์เกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาวีนัส ภูผา และดาริน ทั้งสามคนเชื่อว่าเป็นการจงใจมากกว่าอุบัติเหตุ ผู้เกี่ยวข้องคดีนี้ชิงฆ่าตัดตอนพยานอย่างแน่นอน แล้วพอพวกเขาเดินทางไปยังบริษัทของเสี่ยโชคชัยก็ปรากฏว่าปิดกิจการไปแล้ว

ด้านมาศจันทร์ที่ยอมใกล้ชิดกอบคุณถึงขนาดให้เขาพาไปเที่ยวน้ำตกสวยงามโดยเข้าพักที่รีสอร์ตใกล้ๆ เธอฉวยโอกาสตอนเขาเผลอแอบค้นหาเอกสารที่ต้องการทั้งในห้องพักและในรถแต่ไม่เจอ...การกระทำของเธอไม่รอดพ้นหูตาของกอบคุณที่ส่งลูกน้องคอยสอดส่อง เขาสั่งลูกน้องจับตัวเธอขังไว้ในป่าหลังรีสอร์ตเพื่อรอเวลาชำระความ

พายุรู้จากยุทธว่ามาศจันทร์ไปเที่ยวกับกอบคุณ ซึ่งยุทธเดาถูกว่าเป็นน้ำตกที่มาศจันทร์ชอบ พายุเป็นห่วงเธอมากรีบตามไปทันช่วยเธอพ้นจากเงื้อมมือ

คนของกอบคุณแล้วให้เธอซ่อนตัวไว้ก่อน ส่วนตัวเองรอพบกอบคุณเพื่อต่อรองเอาเงินแลกกับความบริสุทธิ์พ้นมลทินจากคดีความในอดีต

เมื่อสองหนุ่มเผชิญหน้ากัน กอบคุณอยากได้เงินแต่ไม่ยอมให้พายุพ้นมลทินอย่างแน่นอน เพราะถ้าเป็นเช่นนั้นเท่ากับกอบคุณต้องได้รับโทษทัณฑ์ไปเต็มๆ การต่อสู้และการไล่ล่าจึงเกิดขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ กอบคุณมีลูกน้องจำนวนหนึ่งจึงเป็นต่อพายุ แต่ถึงแม้จะตัวคนเดียวพายุก็สู้ยิบตา

ขณะเดียวกันนั้น จ่านนท์กับอีวาเพิ่งรับงานใหม่ทำหน้าที่คุ้มกันเสี่ยโชคชัยโดยลูกน้องเป็นคนติดต่อจ้างวานด้วยเงินก้อนใหญ่ แต่ไม่ยอมบอกชื่อของโชคชัยเพื่อความปลอดภัย แค่ให้มาทำหน้าที่คุ้มกันคนป่วยอาการสาหัส โดยจัดเตรียมที่พักไว้ให้ทั้งคู่และยังใจกว้างโอนเงินค่าจ้างเข้าบัญชีให้เลย

ooooooo

กำนันไผ่ยังอยู่กับหมู่รงค์ วันเดียวกันนี้สองคนไปยังที่ทำการไปรษณีย์ หมู่รงค์เอาเงินของกลางมาฝากไว้ คิดว่ามิดชิดและปลอดภัยมีคนเฝ้าตลอด 24 ชั่วโมง แล้วถ้าได้หลักฐานมัดตัวสารวัตรกอบคุณ เงินพวกนี้จะถึงมือดีเอสไอทันที

เปียกับลูกน้องแอบสังเกตการณ์แต่ไม่รู้ว่าสองคนทำอะไร จนกระทั่งเห็นเขาออกจากไปรษณีย์พร้อมกระเป๋าใบหนึ่ง เปียมั่นใจว่าในนั้นคือเงินที่ต้องการจึงพากันสะกดรอยตามไปถึงท่ารถ

หมู่รงค์มาส่งกำนันไผ่ขึ้นรถกลับพิจิตร สองคนล่ำลาและอวยพรกันและกัน แต่ไม่ทันกำนันไผ่จะแยกตัว พวกเปียก็โผล่พรวดมาดักหน้าดักหลัง สั่งหมู่รงค์ให้วางกระเป๋าเงินแล้วตนจะไว้ชีวิต

กำนันไผ่กับหมู่รงค์ไม่มีท่าทีสะทกสะท้าน แถมกำนันยังเรียกเปียว่าไอ้ลูกหมา เปียเจ็บใจแต่ไม่ยอมให้ลูกน้องใช้ปืนเล่นงานอีกฝ่ายเพราะมีผู้คนพลุกพล่าน

ขณะสองฝ่ายกำลังต่อสู้กันด้วยมือเปล่า ตำรวจสายตรวจผ่านมา หมู่รงค์กับกำนันไผ่ถือโอกาสหนีไปอย่างรวดเร็ว แล้วแยกกันทางใครทางมัน ส่วนเปียก็ไม่น้อยหน้า คว้ากระเป๋าเงินลอยนวลไป ทิ้งให้ลูกน้องถูกตำรวจควบคุมตัวได้โดยละม่อม

เมื่อได้กระเป๋าเงินมาแล้ว เปียกระหยิ่มยิ้มย่อง พูดกับตัวเองว่า “ในที่สุดมันก็เป็นของฉัน เรื่องอะไรจะเอาไปแบ่งกับไอ้สารวัตรนั่น”

เปียฝันหวาน แต่ไม่ทันเปิดกระเป๋า หมวดคนสนิทของกอบคุณก้าวเข้ามาออกคำสั่ง

“วางกระเป๋าลง แล้วเดินออกไปห่างๆ”

“แหม...สารวัตรนี่รอบคอบจริงๆ คงตามฉันมาตลอดสินะ” เปียพยายามถ่วงเวลา

“ไม่ต้องมาเล่นลิ้น ออกห่างจากกระเป๋าไปเดี๋ยวนี้”

ไม่มีทาง! ไวเท่าความคิด เปียชักปืนหมายจะยิงใส่หมวด แต่หมวดเร็วกว่าลั่นกระสุนใส่เปียสองนัดซ้อน ร่างทรุดฮวบจมกองเลือด

หมวดย่ามใจคว้ากระเป๋ามาเปิดดู ปรากฏว่า ในนั้นไม่ใช่เงินแต่อัดแน่นไปด้วยกระดาษ!

ooooooo

กอบคุณกับลูกน้องไล่ล่าพายุในป่าหลังรีสอร์ตลึกเข้าไปเรื่อยๆ ช่วงหนึ่งที่พายุจนมุมโดนแทงบาดเจ็บ แต่เขายังกระเสือกกระสนหนีต่อไป

เวลานั้นมาศจันทร์เฝ้ารอการกลับมาของพายุอยู่ที่มุมหนึ่งในป่า เธอรู้สึกนานผิดสังเกต เริ่มกระวนกระวายและสุดท้ายก็ตัดสินใจเคลื่อนตัวออกจากจุดนัดหมาย จนกระทั่งไปเจอพายุกำลังหนีตายจากลูกน้องกอบคุณ

เธอจ้วงแทงคนร้ายขาดใจตายแล้วพยุงพายุพากันหนีไปบนเนินเขาแล้วพบถ้ำที่พอจะพักพิงได้ ด้านกอบคุณเมื่อติดตามมาจนพบศพลูกน้องตายเรียบก็โกรธแค้นเป็นที่สุด เรียกลูกน้องมาเพิ่มให้แกะรอยพายุต่อไป ถึงจะยากเย็นยังไงก็ต้องหามันให้เจอ

พายุเสียเลือดมากจากคมมีดของกอบคุณ แต่เขารู้วิธีรักษาบาดแผลแบบนี้จึงไม่ยากที่จะจัดการกับตัวเอง เขาต้องอดทนต่อความเจ็บปวดแสนสาหัส มาศจันทร์คอยให้กำลังใจเขาอยู่ใกล้ๆ

“แบบนี้นี่เอง นายรู้มาจากไหน”

“สนามรบ พวกหน่วยรบพิเศษทำเป็นกันทุกคน”

“นายคงฝึกหนัก ถึงได้เก่ง และรอดชีวิตมาถึงทุกวันนี้”

“เปล่า พวกเราตายกันตั้งแต่ฝึกแล้ว” พายุยิ้มออก ยิงมุกได้ แสดงว่าเขาปลอดภัยแล้ว “คุณหิวมั้ย เดี๋ยวจะหาอะไรมาให้กิน”

มาศจันทร์พยักหน้า พายุค่อยๆยันตัวลุกขึ้นนั่ง คว้าสิ่งของใกล้มือมาประกอบทำกับดักสัตว์อย่างลวกๆ หญิงสาวเฝ้ามองด้วยความสนใจ...

ทางฝ่ายจ่านนท์กับอีวาอาศัยอยู่ในบ้านพักของผู้ว่าจ้าง คืนนี้จู่ๆก็มีลูกน้องคนหนึ่งโทร.มาส่งข่าว

จ่านนท์ว่าเปียตายแล้ว...ส่วนพวกวีนัสที่สุมหัวกันอยู่ที่บ้านเพื่อนสาวในกรุงเทพฯ ทุกคนกำลังหนักใจว่าจะทำอย่างไรต่อไปเพราะพยานเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ วีนัสยืนกรานว่ายังไงต้องหาเสี่ยโชคชัยให้เจอ ภูผาบอกว่าคนระดับนี้ต้องมีเซฟเฮาส์ที่มิดชิด หรือบางทีก็ไปอยู่เมืองนอกแล้ว

เพื่อนสาวของวีนัสเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่มีทาง ตนเช็กกับเพื่อนที่ ตม.แล้วไม่มีรายชื่อเสี่ยโชคชัย เรื่องแอบออกไปยิ่งไม่มีทาง เพราะยิ่งแอบก็ยิ่งเจอง่าย ส่วนใหญ่พวกที่ลักลอบออกไปเสร็จทุกราย

“ใช่...ตำรวจจะมีสายข่าวและหน่วยข่าวกรอง ไม่เคยมีอาชญากรเล็ดลอดออกไปได้สักคน”

“อืม...อย่างนั้นก็ดี เราจะได้แคบลง ฉันว่าเสี่ยโชคชัยน่าจะมีบ้านเล็กบ้านน้อยบ้างนะ”

“จริงสิ...ดาริน ตอนเธอสืบคดีก่อนที่จะชดใช้เงินประกัน เธอเคยคุยกับเสี่ยโชคชัย หรือว่าเขานัดเธอไปในที่แปลกๆที่ไม่ใช่บริษัทบ้างไหม”

“เคย เขาพาฉันกับผู้ช่วยไปเลี้ยงที่ปากช่อง บ้านพักเขาดูลึกลับมาก”

ทุกคนหูผึ่ง อยากรู้ว่าอยู่ที่ไหนพวกเราจะได้รีบไป แต่กลายเป็นดารินจำไม่ได้เพราะนานห้าหกปีแล้ว

ooooooo

กอบคุณระดมคนตามไล่ล่าพายุกับมาศจันทร์ไม่ลดละ จากกลางวันยันค่ำยังตามไม่เจอก็ไม่ล้มเลิก ถึงขนาดต้องค้างอ้างแรมในป่านอนกลางดินกินกลางทรายก็ยอม

เมื่อหมวดคนสนิทตามมารายงานว่าไอ้เปียตายแล้ว ตนแย่งกระเป๋ามาได้แต่ข้างในไม่มีเงิน กอบคุณกำลังหงุดหงิดเรื่องตามล่าพายุอยู่ ยิ่งหัวเสียหนักขึ้นไปอีก ด่าหมวดไปหลายคำก่อนถามว่าหมู่รงค์กับกำนันไผ่แวะที่ไหนบ้าง หมวดนึกได้บอกว่าเห็นเข้าไปในไปรษณีย์ กอบคุณรู้ทันทีว่าสองคนนั้นเช่าตู้เก็บเงิน สั่งหมวดให้คอยเฝ้าไว้ มันต้องกลับมาเอาแน่

การหายตัวไปของมาศจันทร์กับกอบคุณทำให้วิวัฒน์และคนที่บ้านเป็นห่วง รัตนาพยายามติดต่อทางโทรศัพท์มือถือของทั้งสองคนแต่ไร้ผล ยุทธไปถามที่โรงพักได้ความว่า สารวัตรกอบคุณลาพักร้อนหลายวันแต่ไม่รู้ว่าไปไหน

หลังจากนั้นยุทธตรงไปหารือหมู่รงค์ ปรากฏว่าหมู่รงค์กำลังเป็นห่วงพายุที่หายไปอยู่เหมือนกัน จึงไม่รีรอที่จะออกค้นหาตามข้อมูลที่ยุทธให้มา ในขณะเดียวกันเอื้อมพรที่เป็นห่วงพายุไม่แพ้กัน พอแว่วข่าวจากหมู่รงค์ก็รีบให้ชัยไปสืบในรีสอร์ตจนได้เบาะแสชวนสงสัย

คืนนั้นในถ้ำบนเขา อาการของพายุไม่สู้ดีตัวร้อนเป็นไข้เพราะอักเสบแผล มาศจันทร์แทบไม่ได้นอน เฝ้าดูแลเขาจนถึงเช้า โอบกอดเขาให้ไออุ่นแทนผ้าห่ม ส่งผลให้ไข้ลดลงอย่างน่าประหลาด

เช้าวันเดียวกัน หมู่รงค์เข้ามาที่รีสอร์ตแล้วเห็นคนของกอบคุณกำลังขนเสบียงเตรียมเดินทาง เขาสอบถามพนักงานจึงทราบว่าสารวัตรกอบคุณเพื่อนเจ้าของรีสอร์ตออกเดินป่า หมู่รงค์รู้ทันว่าตัวเองต้องทำอะไร

มาศจันทร์กับพายุออกจากถ้ำเดินบุกป่าฝ่าดงไปอย่างไร้จุดหมาย หวังว่าจะได้เจอบ้านผู้คนที่พอพักพิงหรือขอความช่วยเหลือ กอบคุณกับลูกน้องแกะรอยมาถูกทาง พวกเขาเชื่อว่าสองคนนั้นเดินลึกเข้าไปในป่ารนหาที่ตาย ในป่ามีทั้งเสือทั้งช้างป่าดุร้าย หรือถ้าโชคดีไม่เจอก็อาจหลงป่าจนตาย ทางเดียวที่จะรอดคือต้องกลับออกมาทางเก่า

“งั้นเราตามไปรับศพมันออกมา” กอบคุณสั่งเฉียบ เหยียดยิ้มอย่างย่ามใจ

ฝ่ายเอื้อมพรกับชัยที่จ้างพรานนำทาง เวลานี้ใกล้พวกกอบคุณเข้ามาทุกที ส่วนหมู่รงค์ที่บุกเดี่ยวก็แกะรอยเรื่อยมา แต่แล้วเสียงปืนก็ทำให้ทุกคนมุ่งหน้าไปจับตามอง

คณะกอบคุณเจอพายุกับมาศจันทร์จนได้ แต่จับทั้งคู่ไว้ไม่ได้เพราะพวกเอื้อมพรซุ่มช่วยเหลือ พายุร่างกายอ่อนเพลียหนีต่อไปไม่ไหว พรานที่นำทางเอื้อมพรจึงให้ชัยหามเขาไปที่หมู่บ้านของตน ทางนี้ตนจะยิงต้านไว้ให้

กอบคุณถูกพวกพรานยิงสกัดจนโงหัวไม่ขึ้น พอเหลือบเห็นพายุกับมาศจันทร์หลบหนีก็ตะเบ็งเสียงสั่งคนของตนให้ติดตาม แต่ยามนี้ไม่มีใครเอาด้วยเพราะพรรคพวกตายไปหลายคน จึงขอร้องกอบคุณว่าเราต้องถอยก่อน

กอบคุณจำยอม แต่ลั่นวาจาว่าพรุ่งนี้ตามล่าพวกมัน แต่เช้า โดยขอความช่วยเหลือไปทางเจ้าหน้าที่ป่าไม้ อ้างว่าพายุคือคนร้ายที่ทางการต้องการตัว

หมู่รงค์แอบตามคณะของพายุไปถึงหมู่บ้านเล็กๆ ของนายพรานก่อนจะปรากฏตัว และได้เห็นความรักที่ผู้หญิงสองคนมีให้พายุอย่างท่วมท้น คนหนึ่งคือเอื้อมพรที่รักฝังใจมาตั้งแต่แรกสาว กับอีกคนคือมาศจันทร์ที่ชอบพายุตั้งแต่แรกเห็น ที่สำคัญพายุรักเธอมากเสียด้วย ซึ่งเอื้อมพรทราบดี และเวลานี้เธอยอมถอยให้มาศจันทร์ได้ดูแลพายุอย่างใกล้ชิด หมู่รงค์รับรู้และอดสรรเสริญในรักแท้ของเธอไม่ได้

พายุอาการดีขึ้นเพราะได้สมุนไพรของเมียนายพราน ช่วยรักษา ขณะที่ทุกคนช่วยกันคิดอ่านว่าจะทำอย่างไรต่อไป กอบคุณก็นำกำลังคนบุกเข้ามาแสดงความป่าเถื่อนยิงใส่ชาวบ้าน พวกพายุห่วงชาวบ้านที่ไม่รู้ อีโหน่อีเหน่จึงทำตามคำแนะนำของนายพรานที่วางแผนหลบหนีอย่างรัดกุม

หมู่รงค์นำทางพวกเอื้อมพรไป ส่วนพายุกับมาศ– จันทร์แยกไปอีกทาง แน่นอนว่าเป้าหมายของกอบคุณคือพายุกับมาศจันทร์ ทั้งสองคนวิ่งหนีไปเจอช้างป่า แถมมาศจันทร์ยังพลาดตกบ่อโคลน กว่าจะหนีรอดกันไปได้ก็ทุลักทุเลแทบหมดแรง

กอบคุณไล่บี้ไม่ลดละ สั่งคนของตนให้ตามไป ถ้าใครถอยกลับโดนยิงทิ้งอย่างแน่นอน ทางด้านพวกเอื้อมพรและหมู่รงค์ที่ไม่ได้รับความสนใจจากกอบคุณ ทุกคนจึงปลอดภัย เอื้อมพรยินยอมให้หมู่รงค์กลับไปช่วยพายุ เธอกับชัยจะไปขอความช่วยเหลือจากคนแถวนี้ เพราะข้างหน้ามีถนนน่าจะมีบ้านคน

พายุกับมาศจันทร์ยังคงหนีการไล่ล่าของพวกกอบคุณ แต่คงต้องพลาดในไม่ช้าเพราะความเหนื่อยล้า พายุวางแผนล่อหลอกจนพวกกอบคุณหลงกลแล้วพา

มาศจันทร์หนีห่างออกไป กอบคุณเจ็บแค้นใจเป็นที่สุดสั่งลูกน้องไปหาคนมาเพิ่ม ล้อมป่าไว้ทุกทาง

แม้ว่าดารินจำตำแหน่งบ้านพักของเสี่ยโชคชัยที่ปากช่องได้ไม่แม่น แต่วีนัสกับภูผาก็ยังพาเธอดั้นด้นไปจนพบเพื่อควบคุมตัวเสี่ยไว้เป็นพยานคดีปล้นเมื่อห้าปีก่อน

เวลานี้เสี่ยโชคชัยมีจ่านนท์กับอีวาคุ้มกัน ไหนจะลูกน้องของเสี่ยอีก พวกวีนัสเลยต้องเหนื่อยหนักวางแผนล่อหลอกทุกคนเพื่อชิงตัวเสี่ยให้ได้

จ่านนท์กับอีวาได้พบเสี่ยโชคชัยที่อาการดีขึ้นแต่ยังเดินไม่ได้ จ่านนท์สงสัยว่าเสี่ยรู้จักตนได้ยังไง คำตอบคือเสี่ยรู้จักเขาเท่าๆกับสุพจน์ จ่านนท์เลยเดาได้ไม่ยากว่าจากเรื่องปล้น อีวาถามตรงๆว่าเสี่ยมีส่วนเรื่องปล้นด้วยใช่ไหม

“จะว่าอย่างนั้นก็ได้ ฉันถึงโดนปิดปากไง”

“เสี่ยโดนฆ่าปิดปากเหรอ”

“เปล่าหรอก ฉันเป็นคนเปิดเกมก่อน แต่พลาด มันก็เลยต้องเก็บฉัน”

“ใคร...พอจะบอกได้ไหม”

“สารวัตรกอบคุณ ฉันเป็นบริษัทรับจ้างขนเงินในคดีปล้นเมื่อห้าปีที่แล้ว”

จ่านนท์กับอีวาคาดไม่ถึง...ขณะเดียวกันนั้น

พวกวีนัสกำลังเล็ดลอดเข้ามาภายในบริเวณบ้านของเสี่ยโชคชัย ทั้งสามคนวางแผนมาอย่างดีจึงล่อหลอกมือคุ้มกันทั้งสองคนรวมทั้งลูกน้องของเสี่ยให้พ้นตัวบ้าน แล้วภูผาก็เข้ามาจับเสี่ยไปขึ้นรถและพากันหนีรอด

พวกจ่านนท์ไปได้อย่างปลอดภัย

ทางด้านพายุกับมาศจันทร์ที่หนีการไล่ล่าของพวกกอบคุณอยู่ในป่า สองคนคิดว่ารอดเพราะเจอเจ้าหน้าที่ป่าไม้โดยบังเอิญ แต่กลายเป็นโชคร้ายโดนควบคุมตัวไปให้กอบคุณที่แคมป์

“ขอบคุณมากที่ช่วยจับผู้ต้องหาคดีอุกฉกรรจ์”

“ไม่เป็นไรครับสารวัตร เรายินดีให้ความร่วมมือ มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะครับ”

เจ้าหน้าที่ป่าไม้สองคนเดินจากไปได้ไม่นาน กอบคุณก็ตะบันหน้าพายุแล้วสบถถามอย่างเคียดแค้น

“คนคุกอย่างแกมันมีดีอะไรวะ”

มาศจันทร์สงสารพายุ ตอบโต้กอบคุณอย่างชิงชัง “แต่ก็ดีกว่าคนบางคนที่หน้าเนื้อใจเสือ ต่อหน้าเป็นคนดี ลับหลังชั่วช้า”

“นี่ถ้าไม่เห็นว่าจะเป็นเจ้าสาวของฉัน เธอไม่ได้มาปากพล่อยแบบนี้หรอก”

“ฉันจะเปิดโปงธาตุแท้ของแก...คุณพ่อต้องไม่ยอมแน่”

“คิดว่าฉันจะปล่อยให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหรือไง ฉันว่า...ฉันต้องไปเยี่ยมพ่อเธอเสียหน่อยแล้ว”

กอบคุณพูดจริงทำจริง เขาสั่งหมวดคนสนิทให้ไปจับวิวัฒน์มาขังไว้ที่เดียวกับสุพจน์แต่เป็นคนละห้อง ด้วยการหลอกวิวัฒน์ว่าจะพาไปพบมาศจันทร์ที่โรงพยาบาล

มาศจันทร์ร้อนรนเป็นห่วงพ่อเพราะรู้ว่ากอบคุณร้ายกาจแค่ไหน เขาต้องการเหมือง เธอจำได้ว่าเขาเคยบอกพ่อว่าจะขอเข้ามาบริหารเหมืองหลังจากแต่งงานกับเธอแล้ว

“คุณพ่อคุณเชื่อแบบคุณหรือเปล่า” พายุถาม

“ไม่รู้สิ ในเบื้องต้นท่านอนุญาตกอบคุณ แต่สามสี่วันก่อนท่านพูดกับฉันเรื่องการโอนหุ้นที่ไม่ได้ระบุว่าให้กอบคุณ”

มาศจันทร์อยากหนีออกจากที่คุมขัง แต่พายุยังอับจนหนทาง...แล้วกลางดึกคืนนี้เอง หมู่รงค์ก็แอบเข้ามาร่วมมือกับพายุช่วยมาศจันทร์ได้ทันเวลาก่อนที่กอบคุณจะปลุกปล้ำเธอแล้วบันทึกภาพด้วยกล้อง

กอบคุณไม่รู้ตัวว่ามาศจันทร์แอบหยิบการ์ดในกล้องบันทึกภาพไปด้วย ซึ่งในนั้นมีคำสารภาพของเขาเกี่ยวกับคดีปล้นที่เพิ่งพูดกับมาศจันทร์ก่อนหน้าที่หมู่รงค์กับพายุจะเข้ามา

หลังจากหนีห่างไปได้พอสมควรแล้วหยุดพักเหนื่อย มาศจันทร์เล่าเรื่องคำสารภาพของกอบคุณให้พายุฟัง กอบคุณรู้ว่าเธอทำดีกับเขาเพื่อหาหลักฐานไปช่วยพายุรื้อฟื้นคดีปล้น เขาจึงแค้นเธอมาก และยอมรับว่าเขาใส่ร้ายพายุจริง แล้วยังมีคนอื่นๆอีกที่ร่วมขบวนการ

“นอกจากเขาจะร้ายกาจแล้วยังโรคจิต ไม่น่าเชื่อว่ากอบคุณจะเป็นคนแบบนี้”

“คนเรารู้หน้าไม่รู้ใจ สันดานมันวัดที่การกระทำไม่ใช่อดีต”

“ถึงตอนนี้ฉันแน่ใจแล้วว่านายไม่ใช่คนปล้น”

“คนอย่างสารวัตรกอบคุณ ถ้าไม่มีหลักฐานแน่นๆ เขาเอาตัวรอดได้เสมอ”

“แต่คราวนี้คงรอดยาก บังเอิญกล้องมันบันทึกไว้ทุกถ้อยคำ ทุกอย่างอยู่ในนี้”

พายุมองการ์ดในมือมาศจันทร์อย่างพอใจ ทันใดได้ยินเสียงสวบสาบดังมา เขาโอบเธอลงนอนราบกับพื้นอย่างระแวดระวัง

หนุ่มสาวใกล้ชิดกัน แม้ในความมืดแววตาของทั้งคู่ก็เป็นประกายสุกใส หมู่รงค์ที่เพิ่งตามมาทีหลังเห็นเข้าถึงกับอมยิ้มแก้มตุ่ย ปรากฏตัวออกมากระเซ้าเพื่อนรักว่า “ไม่ต้องถึงขนาดนั้นมั้ง...พายุ”

พายุอ้ำอึ้งพูดไม่ออก ขณะที่มาศจันทร์รีบลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทีเก้อเขิน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"

แฟนๆ อิจฉาอยากเป็น “มิ้นท์ รัญชน์รวี” ได้ใกล้ชิดหนุ่มหล่องานดี ใน "พราวมุก"
14 มิ.ย 2564

03:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันจันทร์ที่ 14 มิถุนายน 2564 เวลา 03:26 น.