ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เจ้าบ้านเจ้าเรือน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"



    เห็นเรื่องราวแล้วทำให้แพรขาวนึกบางอย่างได้ ว่ารำไพอาจจะเป็นคนสาปแช่งให้ไรวินท์ติดอยู่บ้านนี้ เขาส่ายหน้า แพรขาวถามรู้ได้อย่างไร เขาจึงให้เธอเห็นภาพในอดีตต่อไป...

    ในงานศพแรม ลูกน้องในกระทรวงมาช่วยงานมากมาย รวมทั้งรำไพ เธอพยายามจะคุยบางอย่างกับ ไรวินท์ แต่เขาคอยหลีกเลี่ยงเกรงใครจะรู้ถึงความสัมพันธ์ของเขากับเธอ ไรวินท์แนะนำว่ารำไพเป็นลูกน้องที่กระทรวงคนหนึ่ง ทำให้เธอรู้สึกเสียใจ และด้วยสายตาของวารีและสีนวลที่มองเธออย่างส่วนเกิน ทำให้เธอนึกถึงคำพูดของแม่ชีบุญมา ที่เธอเคยถาม

    “คุณป้าคะ ต่อไปพี่วินจะทำยังไงกับหนู ถ้าเขารู้ว่าหนูรู้ทันเขาแล้ว”

    “ถ้ายังไม่เบื่อเขาก็คงประเล้าประโลมให้หนูใจอ่อน แต่ถ้าเขาเบื่อหรือแม่เขาบังคับให้เลิก เขาก็คง เชื่อแม่ยอมเลิก ป้าขอถามหนูหน่อย ถ้าผัวทิ้ง หนูจะอยู่ได้ด้วยลำแข้งของตัวหนูเองไหม”

    รำไพครุ่นคิดคำตอบ และเหตุการณ์ที่วัดวันนี้ทำให้เธอตัดสินใจได้...ขณะเดียวกัน วารีเข้ามาคุยกับ ไรวินท์ว่ารู้เรื่องรำไพแล้ว ต้องการให้เขาเลิกเสีย อย่าให้สีนวลต้องอกไหม้ไส้ขมอย่างแม่ เธอไม่มีปัญญาไปสู้รบปรบมือกับใคร ถ้าแม่ตายเธอจะลำบาก ไรวินท์จำต้องสัญญา
    ในศาลาวัด สีนวลนั่งใจลอยซึมๆ ไรวินท์เดินเข้ามาถามอาการแพ้ท้อง สีนวลตาโตตื้นตัน พูดไม่ออกได้แต่เอ้อ...ค่ะ ไม่ว่าเขาจะถามอะไร จนเขานึกรำคาญ พอดีลูกน้องถือถาดน้ำมาให้บอกว่าท่านหัวหน้ากองสั่งให้จัดมาให้คุณนาย สีนวลน้ำตาคลอก้มกราบไรวินท์ซาบซึ้ง

    สามคืนผ่านไป ไรวินท์ยืนมองควันพวยพุ่งออกจากยอดเมรุ คิดถึงสิ่งที่เขากระทำต่อพ่อ จนมาถึงวันที่เขากับพ่อเข้าใจกัน คำที่พ่อพูดให้ฟัง เขาเพิ่งจะรู้ซึ้งและเข้าใจว่า...ความดีของแม่ไม่ได้เหนี่ยวรั้งพ่อไว้ได้ แค่เหนี่ยวรั้งจนลูกได้หลายขวบเท่านั้น ถ้าไม่เหลือความรักให้แล้วก็ไม่มีอะไรยึดเหนี่ยวได้...ไรวินท์กล่าวขออโหสิกรรมแก่พ่อด้วยน้ำตาคลอเบ้า

    วันต่อมา ไรวินท์มาทำงานเห็นจดหมายของรำไพบนโต๊ะ ก็เปิดออกอ่านด้วยหัวใจห่อเหี่ยว เพราะเธอขอกราบลา ออกจากงานและออกจากชีวิตของเขา เธอระบุว่าได้พบแม่และภรรยาของเขาที่โรงพยาบาล เธอไม่อยากเป็นเมียน้อย จึงขอไปตามทาง ไม่ต้องตามหา ไม่ต้องรู้ว่าจะไปอยู่ที่ไหน ขอให้เราหมดเวรหมดกรรมต่อกันแต่เพียงแค่นี้

    ไรวินท์มาที่บ้านเช่าที่ปิดเงียบ คิดถึงอดีตที่เคยหวานชื่น ก่อนจะเผาจดหมายของรำไพทิ้งในบ้านหลังนั้น เอ่ยปากขอให้เธอไปดี...แพรขาวยกมือท่วมหัวสาธุ...ยินดีด้วยชื่นชมความใจเด็ดของรำไพ สมกับที่มีความรู้ร่ำเรียนมาบ้างจึงหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้ ไรวินท์ตาเขียวใส่ที่แพรขาวได้ทีขี่แพะไล่ แพรขาวสรุปว่าคนที่สาปแช่งเขาไม่ใช่บัวน้อยและรำไพ แล้วถามเขารู้ไหมถ้าตนเกิดในยุคสมัยเขาตนอยากรู้จักใคร ไรวินท์ตอบว่าตัวเขา เธอสัพยอกว่าเขาหลงตัวเอง

    “คุณสีนวลต่างหากล่ะ ถ้าฉันรู้จักเธอ ฉันจะไปบอกกับเธอว่าให้เลิกกับผู้ชายห่วยๆ สามีของคุณซะเถอะ”

    หน้าต่างห้องสีนวลเปิดออกกระแทกผนังดังปัง! ชมพูสะดุ้งตื่นร้องไห้จ้า แพรขาวตื่นจากนิมิตกอดปลอบลูก ฝนตกกระหน่ำสาดเข้าหน้าต่าง เธอต้องรีบลุกมาปิดหน้าต่างอย่างแปลกใจ

    เช้าวันใหม่ ขณะที่แพรขาวนั่งทำงาน หวานและเจ๊ยอดมายืนตรงหน้า ทั้งสองอยากรู้เรื่องที่เธอกลับไปคืนดีกับแม่สามีเก่า แพรขาวสบตานลินทำนองเอาเรื่องไปเล่า เธอหลบตาวูบ สองเพื่อนยินดีที่ทำอย่างนั้นเพราะมรดกจะได้ไม่ตกไปไหน ต้องเป็นของชมพู แพรขาวร้องขึ้น

    “โอ๊ยไม่เอาแล้ว เรื่องมรดกมรดึก ฟังมาจนจะเอียนแล้วเนี่ย มรดกตัวเองไปยุ่งมากก็ปวดหัวแล้วไอ้คนที่ไปยุ่งกับมรดกคนอื่นจนทำตัวเองและคนรอบข้างเดือดร้อนนี่ น่าเบื่อกว่าอีก”

    สามเพื่อนงงงวย แพรขาวนึกได้ว่าเอาเรื่องไรวินท์มาเป็นอารมณ์ รีบปัดว่าเมื่อคืนดูละครอินไปหน่อย นลินท้วงดูจากไอแพดหรือ ที่เรือนเล็กไม่มีทีวี แพรขาวทำหน้าเจื่อนๆ...ไรวินท์ซึ่งยืนอยู่หน้าศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือนสบถออกมา

    “แม่แพรขาว นี่เห็นว่าฉันออกไปไหนไม่ได้ใช่ไหม นินทาใหญ่เทียว แม่ปากตะไกร”

    ooooooo

    ในห้องพักของเท็นและดิวเต็มไปด้วยกองผ้าที่ยังไม่ได้ซัก จานชามวางสุมไม่ได้ล้าง เสียงท๊อปไม่สบายร้องไห้โยเย เท็นเกิดความรำคาญเอ็ดดิวให้ทำให้ลูกหยุดร้อง ดิวไม่รู้จะทำอย่างไร คว้าขวดนมที่ค้างตั้งแต่เมื่อคืนใส่ปากลูก ก่อนจะตัดสินใจโทร.หาพัสกร

    พัสกรดีใจมากที่ดิวติดต่อมาเพราะหวังจะได้รถสปอร์ตคันใหม่เสียที พอแถบทิพย์รู้ว่าดิวติดต่อกลับมา เขมินีกับสาโรจน์ก็มารอที่คฤหาสน์โอฬารด้วย ไม่นานพัสกรโทร.มาบอกว่าท๊อปไม่สบายมากท้องเสียไม่หยุด แถบทิพย์ตกใจบอกลำไส้อักเสบจากการกินอะไรสกปรก ให้พาไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้ พัสกรจะส่งโรงพยาบาลใกล้ๆ คอนโด เขมินีดึงโทรศัพท์มาคุยเอง

    “ไอ้กร แกเอาเด็กไปที่โรงพยาบาลหมอวิกรมแหละเข้าใจไหม แล้วเดี๋ยวฉันจัดการประสานให้เขาเตรียมอะไรๆ ไว้ให้แกเอง”

    พัสกรรับคำอุ้มท๊อปจะขึ้นรถ ดิวโวยวายจะไปโรงพยาบาลไหน ถ้าเป็นที่จะตรวจดีเอ็นเอตนไม่ให้ไป พัสกรเอ็ด “หมอวิกรมนี่เขารักษาพี่มาแต่ไหนแต่ไรจะไม่ไปเกิดลูกตายขึ้นมา ดิวจะรับผิดชอบไหมล่ะ”

    ดิวโวยวายไม่ให้ลูกตายและไม่ให้ตรวจดีเอ็นเอ พัสกรโมโหเห็นลูกร้องไห้มากขึ้นจึงไม่สนใจดิวอีกรีบพาเด็กขึ้นรถไป...

    ไม่นานสาโรจน์ก็รายงานเขมินีว่าหมอวิกรมโทร.มาบอกว่าพัสกรพาเด็กไปถึงแล้ว หมอจะจัดการเก็บเนื้อเยื่อเด็กไปตรวจดีเอ็นเอ สาโรจน์ต้องรีบเอาเอกสารไปให้ที่โรงพยาบาล เขมินีถอนใจจะได้ลากไส้ดิวออกมาเสียที

    ตกค่ำ แพรขาวนั่งอ่านนิยายอยู่ข้างชมพูซึ่งนอนหลับปุ๋ยไปแล้ว ไรวินท์มายืนเท่อยู่นอกหน้าต่าง กระเซ้าดูเธออารมณ์ดีเป็นพิเศษ สงสัยเป็นเพราะเอาเรื่องตนไปนินทา แพรขาวยิ้มเรี่ยๆ

    “เอ่อ...เครื่องรับสัญญาณดีเชียว รับได้ไกล๊ไกล”

    “ว่ายังไงแม่ปากโทรโข่ง สนุกไหม”

    แพรขาวแก้ตัวว่าไม่ได้นินทา แค่เล่าสู่กันฟัง แล้วหันมาชมว่าเขาโชคดีที่ภรรยาทั้งสองออกไปจากชีวิตโดยไม่กระทบต่อครอบครัวเขา ไรวินท์ยอมรับว่าใช่ แต่ตนก็ยังต้องเทียวไปเทียวมาบ้านมาลาตีและสุดสวาท แพรขาวหน้าตึงบอกให้รีบเล่าเรื่องต่อมา

    เมื่อแพรขาวเข้าสู่นิมิต ก็เห็นบรรยากาศบ้านสุดสวาทโรแมนติกมาก แสงสว่างจากเชิงเทียนคลอเคล้า เสียงเพลงเบาๆแต่ไรวินท์กลับคิดถึงมาลาตี สุดสวาทบอกเขาว่าจะไปหาแผ่นเสียงที่เขาเคยซื้อมาฝากเพื่อเต้นรำกัน เขากลับมองนาฬิกาใจอยากไปหามาลาตีเต็มแก่...สักพักไฟดับพรึบ เสียงสุดสวาทร้องกรี๊ด ไรวินท์ตกใจรีบถือเทียนเดินไปหาถึงห้องนอน จู่ๆเธอโผเข้ากอดเขาตัวสั่นเทา เขาใจเต้นรัวที่หญิงสาวมาแนบชิด เผลอลูบไล้แผ่นหลังเธอจนเคลิ้มก้มหน้าไปใกล้ โชคดีที่ไฟสว่างขึ้น ทั้งสองจึงผละออกจากกัน สุดสวาททำทีหาแผ่นเสียงต่อ

    ในขณะที่วารีเห็นสีนวลยืนเหม่ออยู่ที่ระเบียงตึกใหญ่ ก็รีบเข้ามาถามไถ่รู้ว่าไรวินท์ยังไม่กลับ...ด้านไรวินท์มองเวลาด้วยสีหน้ากังวล คิดหาทางขอตัวกลับด้วยการบอกว่าเกรงที่บ้านจะไฟดับอ้างเป็นห่วงแม่ ตนจะให้สาวใช้มานอนเฝ้าหน้าห้องเป็นเพื่อนเธอ แต่ไม่ลืมที่จะถามความคืบหน้าเรื่องมรดกเธอจะทำอย่างไรต่อไป ตนเป็นห่วงเผื่อมีอะไรช่วยเหลือได้

    สุดสวาทหน้าเครียดทันทีบอกจะสู้ ให้ทนายความพิสูจน์ว่าจดหมายนั่นเป็นของปลอม ไรวินท์เผลอฉุนในที น้ำเสียงห้วน มันใช่เรื่องทำกันง่ายๆที่ไหน ใช้เวลาไม่น้อย สุดสวาทบอกตนมีจดหมายลายมือพ่อหลายฉบับจะใช้เปรียบเทียบ เขาถามมีพยานยืนยันหรือ เธอจึงขอให้เขาช่วยเป็นให้ ไรวินท์อึ้งลำบากใจขึ้นมาทันที

    ทั้งสองเดินมาหน้าบ้าน ไรวินท์โพล่งขึ้นว่าทำไมไม่จัดการอย่างที่ตนแนะนำ สุดสวาทหน้าตึงให้แบ่งมรดกคนละครึ่ง ไม่มีวัน เขาถอนใจกลบเกลื่อนว่าไม่อยากให้เรื่องยืดเยื้อ ต้องเสียค่าทนาย แล้วค่าใช้จ่ายในบ้านจะเอาที่ไหนมาจ่าย สุดสวาทบอกว่าตนมีทองขายใช้ได้เป็นปีๆ

    ไรวินท์ขับรถกลับมาอย่างหงุดหงิด จนมาจอดหน้าบ้านมาลาตี เห็นว่าดึกมากจึงไม่เรียก แต่ไม่ทันไร มาลาตีก็เปิดประตูออกมา เขายิ้มปลื้ม...แพรขาวเห็นแล้ว ส่ายหน้ารับไม่ได้ ไรวินท์ในชุดขาวสุดเท่ที่ยืนข้างๆถาม “อะไรอีกล่ะแม่คุณ”

    “คุณคงหลงนางมากสินะ ขนาดภรรยาท้องโย้รออยู่ที่บ้านดึกดื่นก็ยังตระเวนมาหา ไม่มีซะหรอกที่จะรีบกลับบ้าน”

    “เพราะฉันไม่เคยรู้สึกว่ามีสีนวลอยู่ตรงไหนเลยน่ะสิ ฉันกับสีนวลห่างเหินกันมาก มากจนฉันแทบไม่รู้สึกว่าหล่อนเป็นภรรยาของฉัน”

    “อะไรนะ! นี่คุณ! แล้วใครล่ะที่นั่งอุ้มท้องรอคุณอยู่ที่บ้าน นั่นไม่ใช่แม่ของลูกคุณหรือ หรือคุณจะบอกฉันว่าที่สีนวลท้องไม่ได้เกิดจากความตั้งใจของคุณเลย”

    “นี่เธอ! ฉันไม่เคยแม้แต่ออกปากตำหนิอะไรสีนวลเลยนะ ทะนุถนอมเขาออก เกรงว่าจะกระเทือนไปถึงลูกในท้อง ฉันระวังทุกอย่างที่จะไม่ให้เมียที่บ้านลำบาก”

    แพรขาวประชด ระวังทุกอย่างหรือระวังไม่ให้เมียที่บ้านรู้ทุกเรื่องมากกว่า...ไรวินท์มองตำหนิ แล้วทั้งสองก็กลับมาที่หน้าศาล ไรวินท์ว่าผู้หญิงสมัยเธอวาจาเสียดสีเหน็บแนมอย่างนี้หรือ มิน่าผู้ชายถึงทนไม่ไหว แพรขาวสวนทันที ผู้หญิงต้องหุบปากสนิทอย่างสีนวลหรือถึงทำให้ผู้ชายรักได้ ผู้ชายเจ้าชู้อย่างเขาไม่เคยรักใครนอกจากตัวเอง แล้วพวกเขาก็ชอบผู้หญิงที่ตอบรับความ ต้องการของพวกเขาได้ใช่ไหม ไรวินท์อึ้งเชิงยอมรับกรายๆ

    “คงจริงของเธอ สีนวลไม่เคยทำให้ฉันรักขึ้นมาได้เลย ไม่ว่าจะทำตัวดีอย่างไร แต่ฉันก็รักผู้หญิงที่...เธอใช้คำว่าอะไรนะ ตอบรับงั้นหรือ ฉันใช้คำว่าสนองความพอใจของฉันได้”

    แพรขาวจุกถึงลิ้นปี่ ถอนใจว่าเคราะห์ดีที่ตนไม่เกิดในยุคสมัยเขา นับว่าชีวิตตนยังดีกว่าสีนวล ไรวินท์เหน็บดีกว่าตรงไหน ทำงานหัวไม่วางหางไม่เว้น เลี้ยงลูกคนเดียวราวกับแม่ม่ายผัวตาย ถ้ากลับไปอยู่กับสามีเขาก็เลี้ยงเธอได้ แพรขาวเถียงว่าตนไม่ใช่คนขี้เกียจ หากต้องแลกกับอิสรภาพที่ไม่มีสามีเป็นเจ้านาย แล้วนั่งเป็นคุณนายแต่ต้องทนๆๆลูกเดียว

    ไรวินท์เปรยอยากให้สีนวลคิดแบบนี้บ้าง แพรขาวคิดว่าเธอคงไปเกิดใหม่แล้วเที่ยวหักอกผู้ชายทิ้งเป็นว่าเล่น ไม่มีกรรมทำให้ติดอยู่ระหว่างภพภูมิอย่างเขา ทั้งสองเชิดใส่กันเคืองๆ...ลมพัดกรรโชกวูบใหญ่ หน้าต่างห้องสีนวลกระเพื่อมโครมคราม ต้นไม้ไหวเอน

    ooooooo

    เย็นอีกวัน ไรวินท์อดีตยังมาที่บ้านมาลาตี เพลิดเพลินกับการฟังเธอร้องเพลง มะลิเล่าว่าเคยจะพามาลาตีเข้าคณะร้องเพลงแต่คุณหลวงไม่อนุญาตและเป็นคนฝึกสอนให้ลูกเสียเอง ไรวินท์ชมว่าท่านช่างมีวิจารณญาณแหลมคม...แม่บ้านชอุ่มมาคอยแอบมองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร

    มาลาตีสนทนากับไรวินท์หัวร่อต่อกระซิกกัน แล้วไรวินท์ก็นึกได้ว่าอยากเป็นคนเล่นดนตรีให้เธอร้อง ว่าแล้วเขาก็ขอตัวกลับบ้าน...

    สีนวลเห็นรถสามีแล่นเข้ามาก็ดีใจ แต่เขาไม่คิดจะมาดูดำดูดี กลับให้บ่าวไปไขกุญแจห้องเก็บของแล้วเปิดผ้าคลุมเปียโนที่เล่นสมัยเด็กออก ทดลองเสียงไปมาก่อนจะบรรเลงเพลงเก่าๆอย่างไพเราะ สีนวล เดินอุ้ยอ้ายมาหยุดฟังหน้าประตู สักพักรู้สึกเมื่อยขยับพิง เสียงประตูดังกึก ไรวินท์ชะงักหยุดเล่นหันมาถามว่าใคร เธอใจหายวาบออกมาขอโทษที่ขัดจังหวะ เขาตอบเสียงเรียบๆว่าไม่เป็นไร แล้วเลยสั่งให้ช่วยบอกบ่าว พรุ่งนี้ทำความสะอาดเปียโนให้ด้วย ตนจะให้คนมายกเอาไป เธอถามทันทีว่าจะเอาไปไหน เขาเผลอดุ จะเอาไปไหนก็ช่างไม่ต้องรู้

    สีนวลหน้าเสีย “มิได้ค่ะ นวลก็แค่แปลกใจว่าคุณพี่จะเอาไปเก็บไว้ที่ไหน จะว่าเอาไปเก็บที่ทำงานก็คงไม่ใช่ แค่นี้เองต้องเคืองด้วยหรือคะ”

    ไรวินท์อ่อนลงบอกไม่ได้เคือง ไม่ได้ตั้งใจจะว่าอะไร ตนจะเอาไปให้เพื่อนเพราะอยู่ที่นี่ก็ไม่มีใครเล่น สีนวลนึกในใจว่าไม่จริงแต่อดกลั้นไม่ท้วงใดๆ
    พอวันต่อมา เปียโนก็ถูกยกมาตั้งบ้านมาลาตี

    ไรวินท์ตามมาบรรเลงเพลงให้มาลาตีร้องอย่างมีความสุข ชอุ่มแอบมองไม่พอใจ

    ในวันนั้นสีนวลมีอาการหน่วงๆที่ท้อง ลุกเดินไปไหนไม่ไหว วารีดูท่าทีแล้วคาดว่าใกล้คลอดเต็มทน จึงถามว่าบอกไรวินท์บ้างหรือยัง เธอน้ำตาซึม...

    ไรวินท์อาลัยอาวรณ์ไม่ค่อยอยากกลับจากบ้านมาลาตี เธอใช้มารยาคร่ำครวญเรื่องมรดกว่าสุดสวาททำไมใจร้ายคิดครอบครองคนเดียว เขาจึงรับปากจะเกลี้ยกล่อมสุดสวาทให้ได้ แล้วแย็บถามถ้าตนทำสำเร็จจะได้อะไรเป็นรางวัล มาลาตีชายตาเย้ายวน

    “ถ้าเป็นผู้มีพระคุณ มาลาตีก็มอบกายถวายชีวิตให้ได้ค่ะ ขอให้บอกมาคำเดียวก็พอ”

    ไรวินท์ใจเต้นโครมคราม ชอุ่มถือกาน้ำชามาเปลี่ยนขัดจังหวะ มาลาตีเห็นว่าสมควรกับเวลาจึงให้เขากลับ ไรวินท์แอบเซ็ง

    รุ่งเช้า วารีมาที่เรือนใหญ่ เห็นไรวินท์ทานอาหารเช้าลำพังจึงถามถึงสีนวล เขาบอกเห็นอุ้ยอ้ายเลยให้นอนพัก ไม่ต้องลุกออกมา...สีนวลซึ่งแอบฟังอยู่สีหน้าเจ็บใจว่าเขาโกหก วารีบอกไรวินท์ว่าให้ดูแลสีนวลบ้างใกล้จะคลอดเต็มทน เขากลับบอกว่าไม่ประสาเรื่องนี้ ฝากแม่ดูแลแทน แล้วเข้ากอดหอมแก้มแม่แบบประจบประแจง...สีนวลตากร้าวสิ้นหวังที่สามีจะเข้ามาหา

    ตกเย็น ไรวินท์ก็มาอยู่กับมาลาตีตามเคย มาลาตีได้ข่าวมาว่าสุดสวาทหาพยานมาพิสูจน์ลายมือในจดหมายได้แล้ว เป็นลุงผาดพี่ชายของพ่อ ตนไม่เคยรู้จักแล้วถามเขารู้จักบ้างไหม

    “เป็นคนที่อยู่เชียงใหม่รึเปล่า พี่จำได้ว่าคุณหลวงแวะเยี่ยมตอนเดินทางไปราชการ เพราะท่านเขียนจดหมายติดต่อเป็นประจำ”

    มาลาตีคิดว่าใช่ เห็นว่าได้ภรรยาเป็นคนเหนือ อยู่ที่นั่นมาหลายสิบปี ตอนพ่อตายมางานก็ไม่สุงสิงกับใคร นึกอย่างไรถึงจะมายุ่งเรื่องนี้ ไรวินท์คิดว่าสุดสวาทคงไปขอร้อง มาลาตีขอให้ไรวินท์ไปขอให้ลุงผาดไม่มายุ่ง

    ได้ไหม เขาส่ายหน้าว่าคงยาก มาลาตีน้ำตาร่วงเผาะหาว่าเขาไม่คิดช่วย เขารีบปลอบ ยอมจะหาทางช่วยทุกทางแล้วเขาก็คิดบางอย่างได้...รีบมาที่บ้านสุดสวาทในทันที สุดสวาทดีใจเพราะกำลังจะให้คนไปตามที่กรมพรุ่งนี้พอดี เขาทำทีถามมีเรื่องอะไร...

    ขณะเดียวกัน บ่าววิ่งตึงตังมาที่เรือนวารี บอกว่าสีนวลน้ำเดิน วารีตกใจรีบมาที่เรือนใหญ่ เห็นสีนวลนอนร้องครวญครางบิดตัวไปมา ไรวินท์ก็ยังไม่กลับ จึงให้บ่าวไปตามหมอตำแยปากตรอก ส่วนคนอื่นๆให้ต้มน้ำใส่กะละมังเตรียมไว้...สีนวลเรียกหาแต่ไรวินท์

    ระหว่างนั้นไรวินท์กำลังนั่งฟังสุดสวาทเล่าเรื่องลุงผาดว่าท่านระอาญาติพี่น้อง ไม่เอาถ่านดีแต่เบียดเบียนพี่น้องด้วยกัน มีเพียงพ่อที่โอบอ้อมอารี ท่านจึงรักและเขียนจดหมายถามสารทุกข์สุกดิบกันอยู่เนืองๆ ช่วงพ่อป่วยท่านงานยุ่ง มารู้อีกทีพ่อก็เสียแล้ว ท่านมาเยี่ยมตนกับแม่ พอรู้ปัญหาก็ตกลงจะช่วยเป็นพยานให้ ไรวินท์เลียบเคียงถามจะเป็นพยานให้เรื่องอะไร

    “เรื่องพินัยกรรมสิคะ ดิฉันก็เพิ่งทราบ ว่าคุณพ่อเคยเขียนจดหมายถึงคุณลุงฉบับหนึ่งบอกว่าท่านไม่ได้ทำพินัยกรรม เพราะไม่จำเป็น” ลุงผาดเล่าพ่อเขียนว่าลูกชายสองคนแบ่งเงินทองไปแล้ว แม่มะลิก็ให้เงินทองไปแล้วพอสมควร มรดกทั้งหมดจึงสมควรตกเป็นของสุดสวาทกับแม่ ลุงผาดบอกว่าพ่อเขียนไว้ชัดเจนทีเดียว

    ไรวินท์แย็บถามถึงพินัยกรรมของมาลาตี สุดสวาทสวนนั่นเป็นของปลอม ตนกับแม่เป็นลูกและภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย ที่เหลือเป็นลูกนอกกฎหมาย ไรวินท์อึ้งหมดทางโต้แย้ง

    ในขณะที่สีนวลเจ็บปวดทรมานกว่าจะคลอดลูก เธอมองลูกสาวด้วยน้ำตาแห่งความตื้นตัน...แพรขาวเห็นแล้วสะท้อนใจพูดอะไรไม่ออก ไรวินท์เห็นเธอนิ่งจึงบอกให้กลับไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้ต้องไปทำงาน เธออดถามไม่ได้ว่าเขามาทันให้กำลังใจสีนวลไหม เขาหายไปเสียแล้ว

    ooooooo

    ดิวกลับมาอยู่กับพัสกรที่คอนโด กำลังเตรียมตัวจะออกไปช็อปปิ้ง ดูหนัง จะเอาลูกลงไปฝากที่ร้านขายของข้างล่างเลี้ยง เขาทำหน้างงๆ ไม่ทันไร เขมินีโทร.เข้ามาโวยที่ไม่รับสาย

    “ก็เพิ่งตื่น...อยู่คอนโด แล้วเจ๊มีอะไร...อ๋อ...แล้วว่าไงล่ะ ใช่ๆอยู่กะดิวกะท๊อปมันดิ”

    ดิวได้ยินชักเอะใจหลุดปากถาม “ทำไม...อีป้าเอ๊ย คุณป้าเขมจะทำไมอีก”

    ด้านเขมินีกับแถบทิพย์จะบุกขึ้นไปบนห้อง สาโรจน์ปรามไว้อยากให้เรียกพัสกรลงมาให้ดูเอกสารและไปฟังคุณหมออธิบายให้เขาตัดสินใจเอง แต่เขมินีไม่เห็นด้วยเพราะอยากเห็นหน้าดิวเวลาบอกความจริง แถบทิพย์ เห็นด้วยตนก็อยากรู้ว่าดิวจะแก้ตัวอย่างไร

    พัสกรกำลังงงว่าพี่สาวโทร.มาเรื่องอะไร ไม่ทันไรก็มีเสียงเคาะประตูปังๆ เขาเปิดประตูอย่างหงุดหงิด

    พอเห็นว่าเป็นแม่กับพี่สาวก็ตกใจ แถบทิพย์บอกมีเรื่องต้องคุยกัน ดิวเห็นท่าไม่ดีรีบหลบเข้าไปเก็บเสื้อผ้า สาโรจน์เอาเอกสารออกมาให้พัสกรเซ็นรับทราบ...ดิวถือกระเป๋าอุ้มลูกออกมาทำเป็นไม่สนใจใครบอก “พี่กร...ดิวไปนะ พี่กรเป็นลูกแหง่ อยู่กินนมแม่พี่กรไปละกัน”

    แถบทิพย์เต้นผางชี้หน้า อีนังนี่...สาโรจน์ห่วงให้ใจเย็นเกรงจะไม่สบาย พัสกรถามดิวจะไปไหน ดิวพยายามเดินหนี เขมินีเรียกไว้ บอกตนกับแม่มีเรื่องจะคุยด้วย ดิวทำหูทวนลม

    เขมินีขวางหน้าสั่งเสียงเฉียบ “ฉันบอกให้อยู่พูดกันให้รู้เรื่องก่อนไง”

    “เอ๊ะอะไรเนี่ย พี่กร...ดิวจะกลับบ้านดิว ใครก็ไม่มีสิทธิ์มาห้ามทั้งนั้น” ดิวโวยวาย

    เขมินีโมโหชูเอกสารผลตรวจดีเอ็นเอ บอกพัสกรว่าท๊อปไม่ใช่ลูกเขา ดิวโหวกเหวกด่าลั่นอย่างไม่เกรงใจ “อีป้าบ้า! เอาเรื่องบ้าอะไรมาพูด ท๊อปมันลูกพี่กรอย่ามาใส่ร้ายนะ”

    “แกสวมเขาให้ลูกชายฉัน หลอกฉันมาตลอด นังดิว!” แถบทิพย์ปรี๊ด

    ดิวโกรธจับลูกเหวี่ยงไปมาใส่แถบทิพย์กับเขมินีให้เปิดทาง ปากก็บอกพัสกรอย่าไปเชื่อ สาโรจน์เข้าบังแถบทิพย์กับเขมินีเกรงจะล้ม ท๊อปร้องไห้จ้า ดิวอุ้มลูกวิ่งออกจากห้อง ส่งเสียงดังให้ข้างห้องออกมาดู พัสกรวิ่งตามออกมา ดิวร้องให้คนช่วยหาว่าพัสกรตบตีตนกับลูก รปภ.เข้ามาห้าม เขมินีกับสาโรจน์ประคองแถบทิพย์ตาม

    ออกมาเห็นพัสกรกำลังมีเรื่องกับ รปภ. จึงบอกให้ปล่อยดิวไปไม่ต้องตาม เขาหันมาตวาดแม่กับพี่สาวว่ามายุ่งทำให้ครอบครัวตนแตก

    แถบทิพย์พยายามบอกลูกชายให้ตาสว่าง เขมินีเสริมว่าหมดเงินหมดทองเลี้ยงลูกชู้มานานแค่ไหนแล้ว พัสกรโวยว่าดิวเป็นเมียที่เขารัก จะเป็นอย่างไรก็ช่างคนอื่นไม่เกี่ยว สาโรจน์แนะนำให้กลับเข้าไปคุยในห้อง พัสกรสวนอย่ามายุ่งและด่าสาโรจน์สาดเสียเทเสีย แถบทิพย์หน้าซีดเป็นลมล้มลง สาโรจน์รีบประคอง พัสกรวิ่งตามดิวไป

    ooooooo

    ด้านแพรขาวเจอศึกหนักอีกครั้ง เมื่อลลิตจะต้องไปธุระต่างประเทศสี่ห้าวัน เขาสั่งงานกับจารุวรรณหัวร่อต่อกระซิก มาตาเข้ามาเจอถลึงตาใส่ ควงแขนลลิตออกมา เจอแพรขาว เขาก็แวะคุยกับเธอว่ามีปัญหาอะไรให้ถามปี มาตาไม่พอใจสะบัดเสียงมัวชักช้าเดี๋ยวก็ตกเครื่อง

    ปีถอนใจเปรยกับแพรขาวและจารุวรรณว่า นายไปพบลูกค้าสบายใจ ทิ้งลูกน้องผจญเวรกรรมกับ...ไม่ทันเอ่ยชื่อ มาตากลับเข้ามาชี้หน้าจารุวรรณ “หลายทีแล้วนะมึงน่ะกูเผลอเป็นไม่ได้ ร่านนัก ฝากไว้ก่อน เดี๋ยวกูไปส่งผัวเสร็จจะกลับมาคิดบัญชีแน่”

    แพรขาวอ่อนใจไม่รู้สี่ห้าวันนี้จะเจออะไรบ้าง...ไม่นานมาตากลับเข้ามาเรียกจารุวรรณไปด่าเสียงลั่น จารุวรรณวิ่งร้องไห้โฮออกมาบอกปีว่าตนลาออก แพรขาวกับปีช่วยกันปลอบแต่ไม่เป็นผล ไม่เพียงแค่นั้น มาตาออกมาย้ำ “จำใส่หัวไว้นะ อยากคุยกัน โน่นไสหัวออกไปนอกสปา แต่ถ้ายังกินเงินเดือนของที่นี่ล่ะก็ หุบปากไว้ให้ดี”

    ทุกคนรับคำ แพรขาวไม่อยากมีเรื่อง รับคำแล้วก้มหน้าทำงานต่อไป แต่ในใจไม่รู้จะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน

    หลังเลิกงาน สาโรจน์มาเจอกับแพรขาวที่ร้านเดิม เพื่อบอกว่าที่บ้านโอฬารมีปัญหา แถบทิพย์จึงให้มาขอพาชมพูไปเที่ยวบางแสน เช้าไปเย็นกลับในวันพรุ่งนี้ เธอจะไปด้วยก็ได้ แพรขาวบอกตนต้องทำงาน สาโรจน์สังเกตเห็นแพรขาวเหนื่อยๆจึงเอ่ยปาก

    “พูดเรื่องงาน คือ ผมก็อยากจะบอกอะไรสักอย่าง หวังว่าคุณจะไม่โกรธ จริงอยู่ที่ลลิตสปาก็ไม่มีชื่อเสียงในทางไม่ดี แต่ถึงอย่างนั้น คุณย่ากับคุณเขมก็ไม่ค่อย สบายใจนัก เดี๋ยวใครเอาไปพูดกันไปพูดกันมา ก็อาจจะพูดผิดๆถูกๆได้ว่าคุณทำงานเป็นหมอนวดอยู่ที่นั่น”

    แพรขาวคอแข็งขึ้นมาทันที ท้าให้ไปเช็กที่ร้านดูได้ว่าตนทำหน้าที่อะไร สาโรจน์หน้าเจื่อนรีบบอกว่าตนเข้าใจ แต่มันเสี่ยงกับความเข้าใจของชาวบ้าน แพรขาวไม่แคร์... พอเดินกลับมาที่รถ สาโรจน์ตัดสินใจเสนองานใหม่แก่เธอ ว่าเขาต้องการพนักงานต้อนรับที่ทาวน์โฮมโครงการใหม่ของเขา ประจำออฟฟิศวันเสาร์เต็มวัน วันอาทิตย์ครึ่งวัน เพราะตอนนี้มีพนักงานแค่คนเดียว แพรขาวสนใจรีบถามค่าตอบแทน เป็นรายเดือนหรือรายวัน เขาบอกเดือนละหมื่นสอง เธอตาโตดีใจรับคำทันที แต่ต้องเริ่มต้นเดือนเพื่อให้ได้รับเงินเดือนที่เก่าก่อน

    สาโรจน์ดีใจขับรถมาส่งแพรขาวที่บ้านด้วยสีหน้าแช่มชื่น เธอเล่าปัญหาที่ลลิตสปาให้ฟังว่าไม่อยากเจอแบบจารุวรรณอยู่พอดี เขาจึงเล่าอีกเรื่องให้เธอฟังว่า ชื่อเสียงลลิตไม่ค่อยดีด้านผู้หญิง ที่ต้องย้ายจากที่เก่าก็เพราะปล้ำเด็กในร้านโดนแจ้งความแต่หลักฐานอ่อนจึงเอาผิดไม่ได้ แพรขาวตกใจ นึกถึงวันที่ลลิตเอาสร้อยตาเสือมาให้ดูแล้วเธอก็เคลิ้มไปพักใหญ่

    แพรขาวขอบคุณสาโรจน์อีกครั้งที่ให้งาน เขารีบบอกมีอะไรให้ช่วยอีกบอกได้ตลอด... แพรขาวเดินโล่งใจจนลืมสนใจศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน คิดถึงแต่อนาคตข้างหน้า เข้าเรือนมาก็รีบอาบน้ำ เตรียมชุดทำงานวันพรุ่งนี้และชุดที่ลูกจะใส่ไปเที่ยวกับย่า จากนั้นก็นั่งพิมพ์จดหมายลาออก ไรวินท์มายืนมองนอกหน้าต่างด้วยความน้อยใจ

    ooooooo

    รุ่งเช้า รถตู้หรูมารับชมพู หนูน้อยวิ่งเข้าไปกอดย่า แพรขาวเอ่ยปากฝากลูกกับแถบทิพย์และกำชับลูกอย่าดื้อ แถบทิพย์กอดจูบหลานตลอดเวลา แพรขาวยกมือไหว้ เธอหันมายิ้มด้วยแววตาอมทุกข์ไม่สบายใจ แพรขาวรับรู้ความรู้สึกนั้นได้ รู้สึกเห็นใจ

    จากนั้นแพรขาวมาลงเรือ ยื่นถุงข้าวให้ต๊อกแล้วบอกเขาว่าตนจะลาออก เขาแวะมาเอาข้าวเช้าได้ทุกวัน ตนจะแขวนไว้ให้ที่ท่าน้ำ ต๊อกตกใจน้ำตาคลอแต่ก็ยินดีอยากให้เธอพ้นไปจากสถานที่แห่งนั้น ต๊อกด่ามาตาให้ฟังว่า “อีนี่ใจยักษ์ คนหนีหมด สมน้ำหน้าทั้งผัวทั้งเมีย”

    แพรขาวอ่อนใจ...พอมาถึงร้านเห็นว่ามาตายังไม่มา แพรขาวจึงเข้าไปวางจดหมายลาออกที่โต๊ะทำงานลลิต โดยวางรวมๆกับจดหมายอื่นๆ มาตาเปิดประตูผัวะเข้ามาตวาดว่ากระแดะเข้ามาทำอะไรในนี้ แพรขาวทำหน้าปกติบอกเอาจดหมายมาวางให้เพราะเห็นไม่มีใครนำเข้ามาเกรงจะตกหล่น มาตาสะบัดเสียงใส่ไม่ต้องจาระไน ให้ออกไปทำงาน...

    สาโรจน์มารายงานเขมินีเรื่องให้แพรขาวไปทำงานต้อนรับลูกค้าที่โครงการหมู่บ้านในเครือของบริษัท เขมินีแปลกใจที่แพรขาวยอมทำงานแลกเงินแค่หมื่นสอง สาโรจน์บอกว่าอย่าให้เธอรู้ว่าเราช่วยเหลือ เขมินีมองชักผิดสังเกตเวลาเขาพูดถึงแพรขาวดูแววตาอ่อนโยน

    ตกค่ำต๊อกพายเรือมาส่งแพรขาว เขาบอกเธอว่าเสาร์หน้าเธอจะมาทำงานวันสุดท้ายใช่ไหม ตนจะลาเธอวันนั้น...พอแพรขาวเดินผ่านศาลเจอไรวินท์ยืนอยู่ เขาถามเธอลาออกจากงานแล้วหรือ เธอแปลกใจที่เขารู้ เขาติงถ้าไม่ได้ยินต๊อกพูดก็คงไม่รู้ แต่ก็ดีที่ออกมาเสียได้

    “ค่ะ ดิฉันก็เพิ่งจะรู้อะไรหลายๆอย่างมาไว้จะเล่าให้ฟัง แล้ววันนี้ฉันจะได้ฟังเรื่องของคุณต่อไหมคะ เมื่อคืนคุณไม่ได้มาเล่าอะไร อยากรู้แล้วค่ะ เรื่องลูกของคุณ ผู้หญิงหรือผู้ชายคะ”

    ไรวินท์เหน็บมีอารมณ์พอจะฟังหรือ เธอกระตือรือร้นว่ามี ไม่ได้สังเกตว่าเขางอนๆอยู่...

    แพรขาวเข้ามาในอดีต หลังจากสีนวลคลอดลูก ไรวินท์มองลูกด้วยความรักแต่ไม่กล้าอุ้มกลัวทำลูกเจ็บ วารีบอกว่าลูกน่ะไม่เจ็บ คนที่เจ็บคือแม่สีนวล เขาจึงเอ่ยถามอาการ วารีเอ็ดที่เขากลับดึกไม่มาดูแลเมีย...พอรุ่งเช้า ไรวินท์แต่งตัวเตรียมจะไปทำงาน แวะเข้ามาดูลูกที่ห้องสีนวล เธอลืมตามาเจอน้ำตาคลอด้วยความดีใจ เขาเอ่ยถามอยากได้อะไรไหม วันนี้จะกลับบ้านเร็ว พอดีวารียกอาหารเข้ามา ไรวินท์ถือโอกาสจะไป สีนวลรีบบอกว่าตนอยากทานขนมเบื้องหวานกับเค็ม วารีจึงฝากซื้อข้าวเกรียบปากหม้อกับสาคูให้ด้วย เขารับคำแต่แล้วในวันนั้น มาลาตีให้คนถือจดหมายมาเชิญไรวินท์ไปที่บ้าน เขารีบไปในทันทีที่เลิกงาน มาลาตีมีท่าทีกระวนกระวาย พอเห็นเขามาถึงก็จูงมือมานั่งในห้องรับแขกและนั่งเบียดชิดจนเขาใจสั่น เธอเล่าว่าอาเล็กมาหาบอกจะช่วยค้านเรื่องคำพูดของลุงผาด แต่ขอค่าเป็นพยานห้าพันบาท ตนไม่รู้จะหาเงินที่ไหนมาให้ มาลาตีน้ำตาคลอบอกจะเอาทองไปขายคงได้สักสองพันแต่ก็ไม่พอ ไรวินท์สงสารบอกให้เธอเก็บทองไว้ ตนจะเอาเงินห้าพันมาให้เอง เธอดีใจมาก

    ในคืนนั้น ไรวินท์กลับบ้านย่องเข้ามาดูลูก สีนวลสะดุ้งตื่นดีใจที่เขามา พอดีลูกร้องไห้ เธอจึงอุ้มมาให้ดูดนมที่อก ไรวินท์ยืนเก้กังแล้วหันหลังจะเดินออก สีนวลเอ่ยถามไม่ได้ซื้อขนมเบื้องมาหรือ เขาตอบเสียงขุ่นว่าดึกขนาดนี้จะไปซื้อที่ไหน เธอรีบบอกไม่ได้ว่าอะไร เกรงว่าถ้าซื้อมาทิ้งข้ามคืนของจะเสีย เขาเสียงอ่อนลง

    “ไม่เป็นไร เธอให้นมลูกไปเถอะ ฉันได้แต่สาคูกับปากหม้อของแม่มา ขนมเธอไม่มีขาย”

    สีนวลก้มหน้าน้ำตาร่วง รู้แก่ใจว่าเขาไม่ได้ตั้งใจจะซื้อให้...แพรขาวเดินมาที่ระเบียง โวยวายต่อว่าไรวินท์ “โห! น่าเกลียดมากๆ คุณทำได้น่าเกลียดจริงๆคุณวินท์... ยิ่งฉันฟังเรื่องของคุณ บอกเลยฉันเกลียดคุณ...นี่ถ้าฉันเห็นว่าคุณไม่ใช่ผู้มีพระคุณมาช่วยลูกสาวฉันไว้ล่ะก็...”

    ไรวินท์สวนตนรู้ว่าเธอไม่เกลียดตน ถ้าเกลียดคงไม่ทนฟังจนป่านนี้ คงสวดมนต์ขอพระมาปัดรังควาญไม่ให้ตนมารบกวน แพรขาวว่าเขาเป็นสามีที่เอาดีไม่ได้ นิสัยแย่เหมือนพัสกร เขาโกรธบอกอย่าเอาตนไปเปรียบกับคนอื่น ตนอาจไม่ใช่สามีที่ดี แต่ตนไม่ได้เป็นพ่อที่เลว ลูกเป็นทั้งชีวิตและจิตใจของตน แพรขาวอึ้งมองแววตาที่เจ็บปวดของเขานิ่งๆ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 07:30 น.