ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เจ้าบ้านเจ้าเรือน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"

    เขมินีถามแพรขาวไม่ค่อยมีเวลาไม่ใช่หรือ ตอนไปเป็นหมอนวดสปา...สาโรจน์ขัด “คุณเขมครับ คุณแพรขาวไม่ได้ทำงานประเภทนั้นนะครับ”

    แพรขาวอธิบายว่าตนเป็นพนักงานต้อนรับ ทำเฉพาะเสาร์อาทิตย์ เขมินีจึงบอกนั่นแหละ แทนที่จะเอาลูกไปฝากคนอื่น ก็เอามาฝากย่าเลี้ยงบ้างน่าจะดีกว่า สาโรจน์เห็นด้วย ช่วยขอร้องแพรขาว เธอเสียงเข้ม “ในที่สุด...คุณก็จะให้ฉันยอมทุกอย่างใช่ไหม”

    “ไม่ใช่อย่างนั้นครับ ผมอยากให้ทุกคนได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งหมด ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบกันเลยนะครับ”

    นลินเห็นว่าที่สาโรจน์พูดก็มีเหตุผล แพรขาวคิดก่อนจะยอมตกลง แถบทิพย์ดีใจมากกล่าวขอบใจและปล่อยมือชมพูวิ่งกลับไปกอดแม่ สาโรจน์มองแพรขาวกอดชมพูด้วยดวงตาอ่อนโยน เขมินีเห็นแล้วสะกิดใจเล็กๆ...

    ไรวินท์ยืนรออยู่หน้าศาล พอเห็นรถแพรขาวกลับมาก็ดีใจ นลินชวนชมพูไปดูทีวีที่เรือนใหญ่ แพรขาวมองจนทั้งสองเข้าบ้าน ก็รีบมาที่หน้าศาล รายงานตัวว่ากลับมาแล้ว ทุกอย่างเรียบร้อยดี ตนแวะมาบอกเผื่อว่าจะคอยเชียร์อยู่ เสียงไรวินท์เบาๆปนเศร้าว่า...ยินดีด้วย

    แพรขาวหันขวับมาเห็นเขายืนข้างๆก็ตกใจ ไรวินท์รีบขอโทษ หญิงสาวเล่าว่าน่าแปลกที่ทางบ้านนั้น ฟังตนมากขึ้นไม่ขีดเส้นบังคับอย่างแต่ก่อน คุยกันรู้เรื่องเป็นครั้งแรก ไรวินท์แทรกดูเธอมีความสุข แพรขาวถามจริงหรือ คงต้องขอบคุณทนายสาโรจน์...ขาดคำสาโรจน์โทร.เข้ามาถามว่าพรุ่งนี้หลังกลับจากบ้านแถบทิพย์จะให้ส่งชมพูที่ร้านสปาหรือที่บ้าน แพรขาวให้ส่งบ้านได้เลย เขาจึงบอกว่ามาส่งชมพูแล้วจะรอพบเธอ แพรขาวรับคำยิ้มโล่งใจนึกว่ามีเรื่องยุ่งอีก

    ไรวินท์ลอบมองแล้วเปรย “ยุคสมัยเธอนี่ดีนะ จะคิดถึงหรืออยากพูดกับใครตอนไหน ก็ใช้เจ้านี่ได้เลย”

    “มือถือหรือคะ อ๋อ ใช่คุณไม่เคยใช้ใช่ไหม เดี๋ยวฉันหามาถวาย เอ๊ย! ทำเป็นมือถือจิ๋วไว้ให้ที่ศาลดีไหมคะ เป็นสมาร์ทโฟนเลยเอาของอเมริกาหรือเกาหลีดี แต่คุณจะเอาไปคุยกับใครล่ะ”

    ไรวินท์เหวี่ยงเล็กๆไม่ต้องมายั่ว แล้วหันมาถามเรื่องของเธอต่อ เห็นทนายสาโรจน์เป็นคนอย่างไร แพรขาวคิดๆบอกคุยดีมีอัธยาศัย ให้เกียรติ รับฟังเราดี ไรวินท์ประชดใส่ใจคู่ความดี เธอย้ำว่าโดยรวมเขาดูน่าไว้ใจ เป็นคนที่น่าคบคนหนึ่ง ไรวินท์งอนบอกเธอคุยกับบ้านเก่าเข้าใจกันดี อีกหน่อยบ้านนี้คงเป็นอดีต แล้วเขาก็ขอบใจที่เล่าให้ฟัง ว่าแล้วก็เดินไปดื้อๆ แพรขาวงงๆ ตะโกนไล่หลังว่าคืนนี้จะรอฟังเขาเล่าเรื่องของเขาต่อ ไรวินท์เลือนหายไปเหมือนไม่สนใจ

    ooooooo

    พัสกรพยายามโทร.หาดิวเท่าไหร่เธอก็ไม่รับสาย จนเขาหงุดหงิดเขวี้ยงมือถือทิ้ง เดินลิ่วๆลงบันไดมา เขมินีพยุงแถบทิพย์เดินเล่นที่สนาม เห็นเขาออกมาก็ถามจะไปไหน เขาสะบัดเสียงตอบว่าจะไปหาอะไรกิน เธอสวนคิดว่าจะไปรับลูกมาตรวจดีเอ็นเอ พัสกรฮึดฮัดไม่พอใจ

    เขมินีพยายามเตือนสติให้คิด ถ้าไม่มีชนักปักหลัง ดิวจะหอบลูกหนีทำไม พัสกรตวาดให้เลิกพูดเรื่องนี้ อยากทำอะไรก็ทำกันไป แล้วหันมาทวงรถคันใหม่จากแม่ เพราะเซ็นชื่อให้แล้ว

    “ใช่ เซ็นยอมอนุญาตให้ตรวจดีเอ็นเอเด็ก แต่ไหนล่ะตัวเด็ก ถ้าไม่มีตัวเด็ก ไอ้ที่แกเซ็นมามันก็ไม่มีประโยชน์ โมฆะ” เขมินีเหน็บ

    พัสกรจนมุมแต่ไม่ยอมแพ้หันมาเค้นแม่ให้เตรียมเงินไว้ ว่าแล้วก็เดินปึงปังออกไป แถบทิพย์ถอนใจเฮือก...

    ด้านแพรขาวรีดเสื้อชุดสวยไว้ให้ชมพูใส่ไปบ้านแถบทิพย์ แขวนคู่กับชุดที่เธอต้องใส่ไปทำงานร้านสปา จากนั้นก็รีบมาสวดมนต์นอนรอเสียงเปียโนของไรวินท์ แต่ทุกอย่างกลับเงียบ ไรวินท์ยืนเศร้าๆอยู่ข้างศาล จวบจนรุ่งเช้า

    แพรขาวแต่งตัวรวบผมเสร็จเดินออกมาจากเรือน เห็นชมพูกระซิบกระซาบอยู่กับไรวินท์ ก่อนจะวิ่งมาหาบอก “ไปค่ะ เดี๋ยวคุณย่ามาละ...” แล้วชมพูก็ทำท่ากระซิบเบาๆ “คุณลุงบอกว่าวันนี้คุณแม่กับหนูแต่งตัวสวยจัง”

    “งั้นหนูก็ไปบอกคุณลุงด้วยนะว่าแม่กับหนูน่ะสวยอยู่แล้ว แต่คนที่เบี้ยวแล้วไม่ยอมบอก ปล่อยให้คน เขารอ อย่างนี้เรียกว่านิสัยไม่ดี...ไปค่ะ” แพรขาวงอนบ้าง

    ชมพูงง แพรขาวจูงมือลูกเดินไป ไรวินท์มองอย่างอาวรณ์...รถคันหรูของบ้านโอฬารมาจอดหน้าเรือนใหญ่ ประไพลงมามองไปยังเรือนเล็กที่อยู่หลังเรือนใหญ่แล้วถอนใจหดหู่ที่ทั้งสองต้องมาลำบากแบบนี้ ชมพูวิ่งมา

    กอดประไพ เธอร้องไห้อุ้มชมพูหอมแก้มด้วยความคิดถึง แพรขาวเห็นแล้วสะท้อนใจ เกสร สมพรและนลินยืนมองสะเทือนใจไปด้วย

    แพรขาวฝากขนมไทยที่สมพรทำไปให้แถบทิพย์และมีของประไพด้วย ประไพบอกชมพูว่าคุณย่าซื้อของเล่นและขนมไว้ให้มากมาย แพรขาวจึงถามไม่เห่อหลานชายแล้วหรือ ประไพอดไม่ได้ที่จะเล่าเรื่องดิวกับท๊อปให้ฟัง... แพรขาวรู้สึกอึ้ง ก็พอดีชมพูโบกมือให้ไรวินท์ ประไพงงถามโบกมือให้ใคร

    ชมพูตอบว่าให้คุณลุง แพรขาวใจหายวาบไม่รู้จะอธิบายอย่างไร นลินรีบเข้ามาแก้สถานการณ์ให้ว่า คุณลุงอยู่บ้านถัดไป บางทีชอบมาเล่นกับชมพู พลันมือถือประไพดังขึ้น เธออุทาน คุณท่านโทร.ตาม!... จึงรีบพาชมพูขึ้นรถบอกวันหลังจะมาเล่าต่อ

    จากนั้นแพรขาวก็มาลงเรือที่ต๊อกจอดรอ เธอส่งกล่องข้าวและขนมให้ต๊อกตามเคย เขาทำหน้านิ่งๆ แต่ซาบซึ้งในน้ำใจเธอมาก จู่ๆต๊อกก็ถามขึ้นว่า เธอจะออกจากงานไหม แพรขาวงงทำไมจะต้องออก ต๊อกหลุดคำพูดออกมา “เขาจะเอาพี่ออก...”

    แพรขาวถามว่าใคร เขาก็บอกว่าอีคุณผู้หญิง... แพรขาวนึกสักครู่ก็นึกออกหมายถึงมาตานั่นเอง จึงถอนใจและบอกว่าตนต้องอดทนเพราะจะหางานที่เงินดีและอยู่ใกล้บ้านทำเพียงเสาร์อาทิตย์แบบที่นี่ไม่ได้อีก ต๊อกยังบอกอีกว่า “นายก็พอกัน...เขาอยากเอาพี่”

    แพรขาวชะงักเข้าใจความหมายไม่อยากคุยต่อ... พอมาถึงร้านก็เจอมาตายืนกอดอกรอ ประชดว่าทำไมไม่รอให้เลิกงานก่อนค่อยมา แพรขาวงงๆ มาตาบอกว่าที่นี่ต้องมาทำงานตอนแปดโมงเช้า แพรขาวตกใจไม่รู้มาก่อน เพราะอาทิตย์ที่แล้วยังเข้างานเก้าโมงอยู่เลย มาตาโวย

    “นี่หาว่าฉันโกหกรึไง ไม่รู้หรือแกล้งทำเป็นไม่รู้ยะ พนักงานที่นี่เขารู้กันทั่ว ตั้งแต่วันที่หนึ่งแล้วแม่คุณ”

    ลลิตเข้ามาไกล่เกลี่ยบอกแพรขาวว่ามาตาเห็นว่าวันหยุดแขกเยอะ จึงเลื่อนเวลาเปิดร้านขึ้นมา เขาขอโทษที่ไม่ได้แจ้ง มาตาตวาดทำไมต้องขอโทษ ลลิตสุดทนดึงมาตากลับเข้าห้องทำงาน ไม่วายเธอยังตะโกนต่อว่าแพรขาวลั่น แพรขาวทอดถอนเหนื่อยใจ

    ระหว่างวันที่ทำงาน ลลิตหาโอกาสเข้ามาคุยกับแพรขาวแต่ก็โดนมาตาตามมาหึงหวง พูดจาไม่ดีใส่แพรขาวจนเขาต้องดึงเธอกลับเข้าห้อง แพรขาวชักไม่สบายใจ

    ooooooo

    ส่วนดิวมาอยู่กับเท็นก็โดนสูบเงินทุกวัน ตัวดิวก็ไม่สนใจจะดูแลห้องหับให้เรียบร้อย ลูกเต้าก็ปล่อยให้นอนสกปรก...เท็นกลับมาที่ห้องขอเงินดิวอีก ดิวบอกไม่มีเขาก็ไปค้นกระเป๋าแล้วแย่งเงินที่เหลือก้อนสุดท้ายไป บอกให้ดิวไปไถผัวมาใหม่ ท๊อปตกใจร้องไห้จ้า

    พอเท็นออกไปดิวก็คิดจะโทรหาพัสกร จึงเห็นว่ามีมิสคอลจากเขาเป็นร้อยสาย ก็ชั่งใจ...ด้านพัสกรกำลังเลือกรถรุ่นใหม่อยู่ที่โชว์รูม พอมือถือดังก็กดรับอย่างรำคาญ แต่พอรู้ว่าเป็นดิวก็ดีใจรีบถามเธออยู่ที่ไหนจะไปรับ ดิวแหวกลับมา

    “ไม่ต้องมา ถ้ายังจะตรวจอะไรนั่นกับลูกดิวอีก ดิวก็ไม่กลับ นี่ท๊อปมันหิวไม่มีเงินซื้อนม โอนเงินมาด้วย หกหมื่นนะ” พูดจบดิวก็วางสาย พัสกรโทร.กลับก็ไม่ติดฮึดฮัดแค้นใจ

    ประมาณทุ่มกว่า สาโรจน์โทร.เข้ามาบอกแพรขาวว่าพาชมพูมาส่งที่บ้านแล้ว และจะวนรถไปรับเธอที่ร้าน แพรขาวรีบบอกว่าไม่ต้องเพราะตนข้ามเรือไปสะดวกกว่า สาโรจน์อ้างว่ามีธุระคุยด้วย เขาจะไปรอที่ร้านเดิม แพรขาวไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไร

    ชมพูอุ้มตุ๊กตาตัวโตมาสองตัว สาโรจน์หิ้วถุงขนมตามมาอีกหลายถุง ชมพูคุยจ้อให้นลินกับเนยฟังว่าได้เล่นอะไรบ้างที่บ้านย่า นลินลอบมองสาโรจน์รู้สึกว่าเขาเป็นคนสุภาพเชื่อถือได้

    หลังเลิกงาน แพรขาวเดินออกมาพร้อมปี ปีถามทำไมไม่กลับทางเรือ เธอตอบว่ามีธุระต่อ ปีแซวนึกว่ามีแฟนมารับ เธอหน้าเสียบอกไม่มี ไม่ทันไรสาโรจน์เลื่อนรถมา ลดกระจกลงเรียกให้เธอขึ้นรถ ปีและพนักงานมองเป็นตาเดียวซุบซิบชื่นชมความหล่อของเขา แพรขาวหน้าเจื่อน

    มานั่งร้านข้าวต้ม สาโรจน์บอกแพรขาวว่าเสาร์หน้าแถบทิพย์ขอให้ชมพูไปที่บ้านอีก แพรขาวไม่ว่าอะไรกลับเอ่ยถามว่าทำไมจะต้องเอาท๊อปไปตรวจดีเอ็นเอ สาโรจน์แปลกใจที่เธอมาถามเรื่องนี้แล้วสังเกตดูว่าเธอรู้สึกอย่างไร...พอสาโรจน์เล่าให้ฟัง แพรขาวก็พยักหน้า

    “มันมีเรื่องอย่างนี้นี่เอง ถึงว่า...ที่แล้วๆมา แพรไม่เคยอยู่ในสายตาคุณย่าเลย แต่พอมาวันที่กินข้าวกัน ท่าทีคุณย่าเปลี่ยนไปมาก”

    สาโรจน์เห็นเธอเฉยๆ ไม่มีอาการหึงหวงสะใจใดๆ จึงหยั่งเชิงถาม ถ้าผลออกมาว่าท๊อปไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขพัสกร เธอจะกลับไปคืนดีกับเขาไหม แพรขาวยิ้มปลงๆ บอก ไว้ให้มันมาถึงก่อน ตนค่อยคิด สาโรจน์ทึ่งกับท่าทีของเธอที่ไม่สะทกสะท้านอะไร

    ด้านดิวออกมากดเอทีเอ็ม เห็นเงินที่พัสกรโอนมาแค่หมื่นเดียว ก็โทร.กลับมาโวย พัสกรบอกว่ามีเงินสดแค่นั้น พรุ่งนี้จะเอาเงินสดไปให้ ให้บอกที่อยู่มา ดิวไม่ยอมบอกและว่าอยากให้ลูกอดลูกลำบากก็ตามใจ พัสกรหลอกล่อว่ามีของให้เป็นเซอร์ไพรส์ ดิวตื่นเต้นขึ้นมาทันที

    ooooooo

    แพรขาวเดินกลับเรือนเล็ก ผ่านศาลเห็นไรวินท์ยืนรออยู่ก็แวะเข้ามาหาอย่างกระตือรือร้น เขาเปรยดูเธอมีความสุขหน้าตาสดใส เธอบอกดีใจที่เจอเขา เพราะรู้ว่าคืนนี้จะได้ฟังเรื่องราวเขาต่อ ไรวินท์เหน็บไม่ใช่เพราะตน แต่เป็นเพราะเพื่อนใหม่ของเธอต่างหาก แพรขาวนึกได้

    “คุณสาโรจน์น่ะหรือคะ ดีค่ะ พอรู้จักกันแล้ว เขาก็เล่าอะไรเปิดเผยตรงไปตรงมา”

    “เขาก็เป็นผู้ชายที่เธอควรชอบ เอางานเอาการไม่เหลวไหลเหมือนอย่างสามีเก่าของเธอ”

    “ทำไมพูดอะไรอย่างนั้นคะ ฉันมีลูกแล้วนะคะ แล้วสามีถึงแยกบ้านกันก็ยังไม่ได้หย่ากันเลย แล้วก็ไม่ได้คิดจะมีใหม่ค่ะ” แพรขาวเคือง

    “เธอควรมี เธอยังสาวเกินกว่าจะต้องอยู่คนเดียว”

    “แต่สมัยนี้ ฉันว่าผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียวก็สบายใจกว่าที่จะไปผูกติดกับใครนะ คือฉันเข็ดแล้วที่ต้องไปเจอผู้ชายเลวๆอีก”

    ไรวินท์แอบยิ้ม “ตกลงเธอไม่ชอบ ฉันก็จะไม่พูดอีก อยากฟังเรื่องต่อไหมล่ะ”

    แพรขาวตาเป็นประกายลืมความงอนไปเลย รีบเข้าบ้านอาบน้ำเข้านอน...แล้วเธอก็มาปรากฏตัวหน้าบ้านสุดสวาท ที่ดูเงียบเหงาเหมือนไม่มีคนอยู่ จึงค่อยๆ เดินเข้าไปในบ้าน ได้ยินเสียงสุดสวาทโวยเสียงดังต่อหน้าไรวินท์ “ดู...ดูสิคะ ดูนังสองแม่ลูกวายร้ายมันทำกับดิฉัน”

    ในมือไรวินท์มีเอกสารจากศาลแจ้งว่า มาลาตีมีพินัยกรรมของคุณหลวงพิทักษ์ไผท สุดสวาทหาว่าทางนั้นต้องทำขึ้นมาเอง ไรวินท์ถามทำไมถึงคิดอย่างนั้น สุดสวาทบอกว่าถ้าพ่อคิดจะทำพินัยกรรมคงทำนานแล้ว จะมาเขียนจดหมายให้เมียน้อยทำไม ไรวินท์แย็บถามเธอมีพินัยกรรมมาหักล้างไหม เธอโวยเขาก็รู้ว่าไม่มี เสียดายที่จับมือพ่อเซ็นไม่สำเร็จ เขาทำทีเห็นใจที่เธอจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แต่ศาลอาจประนีประนอมให้ยอมความ เจรจาแบ่งมรดกกัน

    สุดสวาทปรี๊ด “ฉันไม่มีวันประนีประนอม!”

    “คุณไม่ยอม ฟ้องร้องกันทรัพย์สินของคุณหลวงในช่วงที่เป็นคดีความก็ยังขายไม่ได้ รวมถึงเงินทองในธนาคารที่เป็นชื่อท่านก็เอามาใช้ไม่ได้ด้วย”

    คราวนี้สุดสวาทอึ้งไม่เคยรู้ข้อนี้มาก่อน แล้วค่าใช้จ่ายในบ้านจะทำอย่างไร ไรวินท์กล่อม ถ้าถึงศาล มรดกจะถูกแบ่งให้ลูกทั้งสี่คน แต่ถ้าเจรจากันก็จะแบ่งคนละครึ่งกับมาลาตีเท่านั้น...สุดสวาทหน้าเสียแทบร้องไห้ ไรวินท์แอบสังเกตหญิงสาวอย่างพอใจ

    แพรขาวมองหน้าไรวินท์อดีตอย่างสยองในความเจ้าเล่ห์ของเขา...เธอเดินส่ายหน้าออกมาเห็นไรวินท์ก็ใส่ทันที ว่าเขาทั้งร้ายและเจ้าเล่ห์มาก เขายืนรอฟังคำวิจารณ์เธออยู่แล้วก็ยิ้มๆ ถามเจ้าเล่ห์ตรงไหน แล้วเธอมีทางออกทางอื่นอีกไหม แพรขาวว่าเขาหวังดีกับมาลาตีเต็มๆ

    “มาลาตีก็สมควรต้องได้มรดกเหมือนกันตามที่คุณหลวงประสงค์”

    “โอ้โห...คุณช่วยมาลาตีไม่ใช่เพราะความยุติธรรมอะไรหรอก แต่เพราะคุณไปปิ๊งนางต่างหาก” พูดจบแพรขาวสะบัดเดินหนีไปดื้อๆ

    ไรวินท์หัวเราะเบาๆอย่างอารมณ์เย็น เดินตามไปถามคำว่าปิ๊ง...หมายถึงถูกอกถูกใจใช่ไหม ตนยอมรับว่าตามภาษายุคนี้ไม่ทัน แพรขาว

    กระฟัดกระเฟียดว่าใช่ หรือเขาเถียงว่าไม่จริง มาลาตีทั้งสวยทั้งเซ็กซี่เหนือกว่าภรรยาคนไหนๆของเขา ไรวินท์อึ้งเถียงไม่ออก แพรขาวถามว่าสีนวลรู้เรื่องนี้ไหม เขาบอกประเดี๋ยวเธอจะรู้เอง แพรขาวถามอีกว่าภรรยาคนอื่นๆของเขาไม่รู้อะไรกันเลยหรือ น่าสงสารจริงๆ...ไรวินท์ถึงกับจุกไปอีกดอก

    ooooooo

    เย็นวันต่อมา ไรวินท์มาบ้านมาลาตีด้วยความคิดถึง เธอร้องเพลงให้เขาฟังแล้วจับมือเขาให้ลุกขึ้นมาเต้นรำด้วยกัน เขาถึงกับสะท้านโอบเอวเธอด้วยใจเต้นรัว...เต้นรำกันสักพัก มาลาตีก็สลดลงน้ำตาคลอ บ่นคิดถึงพ่อ เกรงท่านจะตายตาไม่หลับเพราะลูกๆ มีเรื่องขึ้นโรงขึ้นศาล

    ไรวินท์กุมมือเธอปลอบว่า ตนจะพยายามทำทุกอย่างให้สุดสวาทใจอ่อนยอมแบ่งมรดก มาลาตีกราบลงกับอกเขาอย่างนุ่มนวล เขาลูบผมเธอบอกอย่าคิดว่าตนเป็นคนอื่นไกล เขาโอบกอดเธอแนบชิด มาลาตีค่อยๆ ผละออกให้เขารู้ว่ายังไม่ถึงเวลา แต่เธอก็ยังชายตาให้เขาหลงใหลก่อนจะผลักดันให้เขากลับบ้าน ไรวินท์เดินอ้อยอิ่งไม่อยากจากเธอ

    แพรขาวยืนมองด้วยความหมั่นไส้ หันมาบอกไรวินท์ว่าอยากให้สีนวลมาเห็นจริงๆ เขายืนคอแข็งทำหน้าไม่ถูก ก่อนจะเดินนำเธอมาที่บ้านอีกหลัง...เป็นบ้านที่ไรวินท์เช่าให้บัวน้อยอยู่ เสียงแรมโหวกเหวกจะเอาเหล้า มองไปเห็นสภาพแรมซูบผอม ข้างเตียงเกลื่อนกลาดไปด้วยจานชามที่แห้งกรัง ขวดเหล้าล้มระเนระนาด

    บัวน้อยถือขวดเหล้ามาส่งให้แรม แม่บัวน้อยดึงตัวมาถามว่าไรวินท์ยังมาหาและให้เงินทองอยู่หรือเปล่า บัวน้อยรับว่าให้เพิ่มเพื่อดูแลพ่อเขาด้วย แต่ไม่ค่อยมาบ่อยเหมือนก่อน แรมก็อาการหนักขึ้นถึงขนาดฉี่เป็นเลือด เอาใจก็ยาก แม่เป็นกังวล

    “ลงอีรูปนี้แม่ว่า คุณวินท์คงเบื่อเอ็งแล้วล่ะ น้อยเอ๊ย...เฮ้อ เอ็งอย่าไปหวังว่าเขาจะมาพะเน้าพะนอเอ็งเหมือนเก่าเลย” บัวน้อยหน้าเสียถามควรทำอย่างไร “เอ็งก็อย่าไปรอให้เขาทิ้งสิ บ้านช่องห้องหอนี่ก็ไม่ใช่ของเรา เอ็งจะไปเมื่อไหร่ก็ได้ แม่ว่าถ้าตอนนี้เอ็งมีใครดีๆ ที่พอใจเอ็งแล้วพอพึ่งได้ เอ็งก็เอาใหม่เถอะ”

    แพรขาวชะโงกมองหน้าสองแม่ลูก รู้สึกสะใจบอกใช่เลย แม่เธอพูดถูก อย่างนี้ละครถึงเริ่มสนุก...แต่พอหันมาจะเยาะไรวินท์ เขากลับหายไปแล้ว...แพรขาววิ่งตามไรวินท์ผ่านเข้ามาอีกสถานที่หนึ่ง เป็นร้านขายทอง และได้เห็นว่าบัวน้อยมาเป็นเมียน้อยเฮียซ้งเจ้าของร้านทอง เฮียซ้งเอาทองมาสู่ขอจากพ่อแม่ของบัวน้อย และเปิดร้านขายของชำให้กับเธอ แล้วบัวน้อยก็ทิ้งแรมนอนป่วยอยู่ในบ้าน โดยขนของใช้ทุกอย่างออกไปจนหมด

    เสียงแรมไอโครกๆ เพ้อหาแต่น้อย...แพรขาวทึ่งที่แรมรักวีณาไม่เสื่อมคลาย ไรวินท์บอกนี่แหละความรัก มันบังคับกันไม่ได้ ไร้เหตุผลจริงๆ
    เพื่อนบ้านได้ยินเสียงร้องครวญครางของแรมมาตะโกนเรียกบัวน้อย พอไม่มีเสียงตอบก็เข้าไปดู พบว่าภายในบ้านข้าวของหายเกลี้ยง สภาพที่นอนของแรมเหมือนกองขยะ

    แพรขาวสังเวชใจ ตำหนิ “คุณเคยโทษตัวเองบ้างรึเปล่า คุณเอาพ่อตัวเองมาทิ้งไว้กับใครก็ไม่รู้ ไม่ใช่ลูกใช่เชื้อสักนิด ถ้าเขาจะทิ้งเขาก็ไม่ผิดเท่ากับที่คุณทิ้งพ่อตัวเองไว้อย่างนี้หรอก”

    ไรวินท์ท้วงว่าบัวน้อยเป็นเมียเป็นหน้าที่อยู่แล้ว แพรขาวส่ายหน้าเดินหนี ไรวินท์ตามมาเถียงอีก “ฉันขอแก้ข้อกล่าวหาของเธอ ข้อแรกฉันไม่ได้ทิ้งพ่อ เพราะฉันมอบเงินให้บัวน้อยไว้ใช้ดูแลพ่อฉันทุกเดือน ข้อสองบัวน้อยคือสะใภ้ ย่อมมีหน้าที่ดูแลพ่อผัวเหมือนพ่อตัวเอง”

    “เหรอคะ...แต่ตัวคุณเองยังละเลยพ่อตัวเองได้ แล้วใครที่ไหนจะมาแคร์”

    “ได้...ฉันยอมรับว่าฉันก็รู้สึกบาปในข้อนี้มากพอสมควร” ไรวินท์ถอนใจยอมจำนน

    สภาพแรมผอมแห้งเพราะมีหลายโรครุมเร้า... แพรขาวแทรกถามว่าแม่ให้อภัยพ่อไหม ไรวินท์ถอนใจให้แพรขาวได้เห็นภาพเอง เมื่อเขาบอกแม่ว่าพ่อป่วยหนักอยู่ที่โรงพยาบาล สีหน้าวารีนิ่งถามจะให้แม่ทำอะไร เขาขอให้ไปเยี่ยมพ่อบ้าง แม่ตอบว่า “พ่อกับแม่ขาดกันมานานมากแล้ว ขาดกันตั้งแต่วันที่เขานอกใจแม่ ถ้าแม่ยังทำใจให้อโหสิไม่ได้ จะไปเยี่ยมก็ป่วยการ”

    แพรขาวเผลอตบมือฉาดสะใจที่วารีคิดอย่างนั้น ไรวินท์ติงผู้หญิงนี่เหมือนกันหมด ฝังใจแล้วไม่ลืม

    หญิงสาวสวน “ถ้าลืมก็ไม่เรียกว่าฝังใจน่ะสิคะ แม่คุณชนะเลิศเด็ดขาดได้โล่ ให้อโหสิเมื่อไหร่ค่อยไปเจอหน้า...ว้าว! เริ่ด...ฉันช้อบชอบ ดีแล้วคุณแม่ เรื่องอะไรจะไปเห็นค่าของคนที่ไม่ได้เห็นค่าเราเลย”

    ไรวินท์ส่ายหัวเซ็งๆ...พอดีภาพในอดีตมีสาวใช้วิ่งมาบอกวารีกับไรวินท์ว่าสีนวลเป็นลมหมดสติ ทั้งสองตกใจรีบพาหมอมาดูอาการ...หมอแสดงความยินดีด้วยเพราะสีนวลตั้งท้องได้สามเดือน สีนวลได้ยินดีใจสบตาไรวินท์ด้วยความรัก แต่เขากลับนิ่งอึ้ง เธอน้ำตาแทบไหล

    แพรขาวยิ้มดีใจไปด้วยถามไรวินท์มีลูกด้วยหรือ ไม่เห็นบอกกันเลย อย่างนี้ชีวิตเขาคงเป็นเรื่องเป็นราวกับเขา เสียที...ไรวินท์ไม่ตอบแต่ถอนใจเศร้าๆ ทำให้เธอชักสงสัย

    แล้วไรวินท์ก็ให้รำไพมาเฝ้าไข้แรมที่โรงพยาบาล เธอยินดีปรนนิบัติแม้จะยากลำบากเพราะแรมช่วยตัวเองไม่ได้เลยในทุกๆเรื่อง เธอถามไรวินท์เสียงอ่อย ทำไมถึงไม่ไปค้างที่บ้านบ้าง ไรวินท์อ้างงานยุ่ง พ่อก็ป่วยไว้พ่อหายจะไปหา รำไพยิ้มแหยๆ ยอมรับสภาพ

    รำไพเลิกงานก็รีบถือสัมภาระจะมาเฝ้าไข้แรม เจอแม่ชีบุญมาเดินกระย่องกระแย่งมาตามทางเดินของโรงพยาบาล ท่าทางจะล้ม จึงเข้าไปช่วยพยุงถามจะไปไหน เธอบอกว่าเดินออกกำลังแล้วย้อนถามมาเยี่ยมคนไข้หรือ รำไพรับว่าใช่มาเฝ้าลุงที่ป่วย

    “นี่ฉันผ่ามดลูก อยู่มาจะเดือนแล้ว ไม่มีใครมาดูหรอก อยู่คนเดียว หนูตามสบายนะ ขอให้คุณลุงหายเร็วๆล่ะ”

    รำไพขอบคุณแล้วเดินแยกจากไป...แพรขาวมองภาพอดีตแล้วถามไรวินท์ว่ารำไพมาทุกวันเลยหรือ เขารับว่าใช่ แพรขาวถามอีกแล้วตัวเขามาไหม เขาหน้าเจื่อนตอบมาบางวัน

    “นั่นสิ...ไม่น่าถามเลยนะ” แพรขาวเปรยปลงๆ ไรวินท์ถึงกับสะอึกที่โดนตอกย้ำ

    หลังจากวันนั้น ทุกวันที่รำไพเลิกงานมาโรงพยาบาล ก็จะซื้อผลไม้มาฝากแม่ชีบุญมาทุกวัน จนเป็นเพื่อนคุยกันถูกคอ...บุญมาเล่าเรื่องครอบครัวตัวเองให้รำไพฟังว่าสามีทิ้งไปมีเมียใหม่ มีลูกก็เหมือนไม่มี เจอหน้าเอาแต่ขอเงิน ไม่ให้ก็โกรธออกไปอยู่ที่อื่นไม่ติดต่อกลับมาอีกเลย

    “ป้าตอนสาวๆก็หุนหันพลันแล่น ไม่ได้คิดอะไรให้ดี ผู้ชายมาพูดดีทำดีด้วยก็ตายใจ รู้ทั้งรู้นะว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว ก็ยังไม่ฟังคำเตือนพ่อแม่ หอบข้าวหอบของไปอยู่กับเขา กว่าจะเห็นลายก็มีลูกด้วยกันเสียแล้ว จะถอยหลังกลับก็อายญาติพี่น้อง เลยต้องก้มหน้าก้มตารับกรรมไปจนแก่” รำไพฟังแล้วสะท้านใจ บุญมายังเตือน ถ้าผู้ชายที่ทิ้งเมียมาหาเราได้ ก็ทิ้งเราไปหาคนอื่นอีก

    รำไพน้ำตาร่วง บุญมาคิดว่าสงสารตน จึงบอกตอนนี้ตนปลงได้แล้ว มีวัดเป็นที่พึ่ง เหงาบ้างช่าง...รำไพอัดอั้นปล่อยโฮ บุญมาตกใจปลอบให้ระบายความเก็บกดออกมา รำไพเล่าเรื่องราวของตนให้บุญมาฟังทั้งหมด ได้รับคำเตือนว่า “หนูก็ลองคิดตัดสินใจเอาแล้วกัน ป้ารู้ว่าการตัดใจจากผัวน่ะมันยาก ถ้าตัดใจได้หนูก็จะรอดพ้นจากทุกข์ครั้งนี้เสียที”

    รำไพกังวลใจเรื่องงานเกรงว่าจะต้องตกงานด้วย...กลางดึก แรมละเมอร้องครวญคราง ทำให้รำไพต้องลุกขึ้นสำรวจดูขวดน้ำเกลือ พลิกดูอุจจาระปัสสาวะหรือเปล่า เธอถอนใจครุ่นคิด

    รุ่งเช้า รำไพกำลังดูแลจัดยาวางให้เข้าที่ วารีในชุดภูมิฐานเดินเข้ามากับสีนวลซึ่งท้องใหญ่ขึ้น 5 เดือน มองรำไพงงๆ รำไพบอกจะปลุกแรมให้แต่วารีปัดไม่เป็นไร แค่มาดูอาการเท่านั้น รำไพถอยออกให้ทั้งสองเข้าไปข้างเตียงแรม วารีเอ่ยถามว่าไรวินท์มาบ่อยไหม รำไพสะดุ้งรีบตอบว่า “สามสี่วันมาทีค่ะ ตะแต่...อาทิตย์นี้ยังไม่เห็นคุณพี่มา”

    วารีถามตรงเป้าว่าเธอไม่ใช่พยาบาลแล้วเป็นอะไรกับคนไข้ รำไพตัวสั่นกล้าๆกลัวๆที่จะตอบ สีนวลรู้สึกเกร็งกับคำตอบของรำไพจนเกิดอาการเจ็บท้อง วารีขยับเข้าใกล้ถามอีกรอบ “ฉันถามใหม่ก็ได้ เธอเป็นอะไรกับไรวินท์ เธอไม่ใช่ญาติแน่ๆ เพราะถ้าใช่ฉันก็ต้องรู้จัก ฉันเป็นแม่ของไรวินท์ แล้วก็นี่เมียตบเมียแต่งของเขา คุณสีนวล”

    รำไพแทบช็อกหน้าซีดพูดไม่ออก วารีเอ็ดตนมีเวลาไม่มากและไม่อยากกวนคนไข้คนอื่นๆ บอกมาว่าเธอเป็นใคร...รำไพจึงบอกชื่อและไม่ทันพูดอะไรอีก วารีก็มองหัวจดเท้า

    “แม่รำไพ รูปก็งามนามก็เพราะ เสียแต่สติปัญญาน้อยกว่าความสวย ถึงได้หวังสบายมาเป็นเมียเก็บ...” รำไพแทรกตนไม่ได้ตั้งใจ วารีเสียงเขียว “ไม่ตั้งใจ ไม่ได้ตั้งใจอะไรของหล่อน กินอยู่กับปากอยากอยู่กับท้อง ยังบอกไม่ตั้งใจ หล่อนมาสนิทชิดเชื้อกับลูกชายของฉันได้ยังไง”

    เสียงสีนวลร้องโอ๊ยทรุดนั่งตัวงอ วารีตกใจรี่เข้ามาดูเห็นเหมือนสีนวลหน้าซีดจะเป็นลม ก็เปรยเสียงดังให้รำไพได้ยิน “โธ่เอ๊ยไม่น่าตามมาเลย ยังไม่หายแพ้เลย นี่แหละย่ะเมียพ่อวินท์กำลังท้องเข้าเดือนที่ห้าแล้ว พ่อวินท์เห่อลูกอย่างกะอะไร ดีใจซะอย่างกะได้แก้ว”

    รำไพมองสีนวลเต็มตาจะช่วยไปตามหมอให้ วารีเหน็บ “แม่พระซะจริง ไม่ต้องหรอกแม่รำไพ เธอยังสาวยังแส้หน้าตาก็ดี กลับตัวกลับใจเสียใหม่เถอะ หล่อนดูนี่ตัวอย่าง” วารีชี้ไปที่แรม “มีเมียมีลูกแล้วแต่ก็ไม่วายใจอ่อนมีเมียอีก เข้าตำราหญิงร้ายชายชั่ว ตอนท้ายหมดรูปตกอับ ญาติพี่น้องไม่เหลียวแล ขอบอกตรงๆนะฉันไม่อยากให้ลูกชายของฉันหลงผิดเหมือนพ่อ ไรวินท์ได้เมียดีอย่างสีนวลฉันก็โล่งใจ ส่วนผู้หญิงหน้าด้านคนอื่นๆ ฉันไม่รับมาเป็นสะใภ้ รู้ไว้ด้วย”

    รำไพเข่าอ่อนทรุดลง แรมขยับเหมือนรับฟังคำพูดของวารี...วารีประคองสีนวลจะกลับ นึกได้หันมาพูดกับแรม “คุณแรมฉันมาเยี่ยม จะรู้ตัวหรือไม่ก็ตามเถิด ไม่ได้คิดอะไรหรอกที่มานี่ ถือว่าเป็นพ่อของลูกเท่านั้น ไม่มีอะไรเป็นอื่น นอกจากนี้ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันวารีไม่ใช่ยมบาลที่ไหน ถ้ามีบาปกรรมอื่นๆที่จะต้องชดใช้ ก็ขอให้รู้ว่าไม่รวมของฉัน ฉันอโหสิให้คุณหมดทุกอย่าง ไม่มีหนี้เวรกรรมต่อกันอีก”

    พูดจบวารีหันหลังกลับเดินผ่านรำไพ สีนวลมองรำไพด้วยสายตาเจ็บปวด แรมกระตุกทุรนทุราย น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งที่ตายังหลับสนิท...รำไพมาร้องไห้ในห้องน้ำ ผิดหวังกับสิ่งที่ไรวินท์ทำกับตน เขาเคยบอกว่าไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับเมียแต่ง ไม่เคยรักที่แต่งเพราะตามใจแม่...รำไพเจ็บปวดมาร้องไห้กับแม่ชีบุญมาปิ่มว่าจะขาดใจ

    ooooooo

    ลูกน้องในกระทรวงชื่นชมไรวินท์ ว่าทำงานหนักแล้วยังต้องไปดูแลพ่อที่โรงพยาบาล เมียก็ตั้งครรภ์ สมกับเป็นนักบริหารจริงๆ เขายิ้มกระหยิ่มใจ

    แต่ความจริงหลังเลิกงาน ไรวินท์กลับมาเริงร่ากับมาลาตี เธอร้องเพลงไทยเดิมให้เขาฟังด้วยท่าที เย้ายวน มะลิแอบมองอย่างพอใจที่ลูกสาวมัดใจไรวินท์ไว้ได้...มาลาตีทำทีว่าร้องเพลงให้คลายความกลัดกลุ้มเรื่องพินัยกรรม สุดสวาทถือทิฐิเหลือเกิน ตอนนี้ข้าวของก็แพงขึ้น ตนไม่มีแรงหาเงินไปสู้รบกับเธอ แล้วเลียบเคียงถามเขามีข่าวคราวอะไรอีกบ้าง ตนจะได้ปรึกษาทนายหาลู่ทางประนีประนอมถูก ไรวินท์สบตาอย่างหลงเสน่ห์

    มาลาตีพาไรวินท์เดินชมสวนดอกไม้ ชวนคุยว่าแม่นั่งทำสมาธิให้คลายความระลึกถึงพ่อ ถ้าตนต้องสูญเสียคนรักก็คงเสียใจไม่แพ้ท่าน...แล้วชวนเขานั่งเล่น เธอลงมือนวดคลึงบ่าให้เขารู้สึกสบายตัว แล้วเปรยว่าจะให้ดูแลมากกว่านี้เห็นทีจะไม่เหมาะ ไรวินท์แทบละลาย

    ในขณะเดียวกัน สีนวลสุดเศร้าลูบท้องคุยกับลูก เราสองคนแม่ลูกจะทานข้าวด้วยกัน แล้วเธอก็มโนว่าไรวินท์กลับมาอธิบายเรื่องผู้หญิงคนนั้น และร่วมรับประทานอาหารด้วย เธอพูดคุยคนเดียวราวกับว่าไรวินท์นั่งอยู่ข้างๆ

    อีกด้านหนึ่ง รำไพประคองแรมให้ทานยาอย่างยากลำบาก เขาอาเจียนออกมาเลอะตัวเธอไปด้วย เธอทำหน้าเซ็งๆ แต่ก็เช็ดเนื้อตัวให้เขา ก่อนจะมาล้างเนื้อตัวตัวเอง...แรมเริ่มเพ้อเรียกหาวีณาหรือน้อย แล้วเห็นใบหน้าวารีก้มลงมาพูดว่า หญิงร้ายชายชั่ว ตามด้วยภาพไรวินท์ตอนที่เคยต่อว่าเขาทำกับแม่ได้อย่างไร แล้วก็เป็นภาพวารีอโหสิกรรมให้ไม่มีหนี้เวรต่อกัน

    แรมค่อยๆสงบลง ตาค้างหมดลม...แพรขาวทนไม่ได้อีกครั้ง ออกมายืนที่ระเบียงบ้านท่าทางโกรธๆ “สุดจะทนจริงๆ คุณเทียดคะ นี่ฉันไม่รู้เลยว่า คุณนี่มันตัวพ่อชัดๆ”

    “เธอหมายถึงตัวผู้ หรือว่าฉันกำลังจะเป็นพ่อคน” ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นถาม

    “ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ เอาเป็นว่าคุณนี่แซ้บแสบมากๆ ฉันสงสารผู้หญิงทุกคนที่อยู่รอบตัวคุณจริงๆ ถ้าไม่เจ็บก็ต้องจุก ฉันไม่เข้าใจว่าคุณเกลียดพฤติกรรมของคุณพ่อคุณที่ทำกับแม่ แต่ทำไมคุณถึงทำซะเอง”

    ไรวินท์ส่ายหน้า “มันคือวิถีชีวิตของคนยุคฉันแม่หนู ไม่มีใครอยากเป็นแบบนี้ดอก ไม่มีใครอยากทำร้ายคนอื่นแบบนี้”

    “นี่แหละเพราะอย่างนี้คุณถึงไปไหนไม่ได้ ต้องเฝ้าเรือนหลังนี้ไปอีกนานแสนนาน คุณรู้ไหมว่าอย่า... ทำ...ให้...ผู้หญิง...โกรธ”

    ไรวินท์ยินดีถูกจองจำเช่นนี้ หากมันจะทำให้คนที่แค้นเคืองตนพอใจขึ้นมาบ้าง...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 18:49 น.