ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เจ้าบ้านเจ้าเรือน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"



    พัสกรหงุดหงิดไม่ได้ห่วงลูกจริงจังแต่อยากเอาชนะแพรขาวมากกว่า ครุ่นคิดจะโทร.ไปต่อว่าดีหรือไม่ ดิวอุ้มท๊อปเข้ามาทำทีว่าลูกร้องหาพ่อ และพยายามเป่าหูว่าแพรขาวเป็นเมียหลวงยุคใหม่ ทำตัวแบบในละครเรียกร้องความสนใจ แล้วเย้ายวนชวนพัสกรออกไปเที่ยวผับเปิดใหม่

    ค่ำคืนพระจันทร์เต็มดวง เสียงชมพูเจื้อยแจ้วเล่าว่าวันนี้เล่นชิงช้ากับลุงสนุ้กสนุก แพรขาวเข้าใจว่าเนยพาไปเล่นสนามเด็กเล่น ชมพูส่ายหน้า

    “คุณยุงค่ะไม่ใช่น้าเนย แล้วก็เล่นที่บ้านนี้แหละค่ะ”

    แพรขาวแปลกใจลุงที่ไหน ชมพูบอกว่าลุงที่ช่วยไม่ให้จมน้ำ แพรขาวรำพึง...คนนั้นเอง แต่ก็หันมาห้ามลูกออกไปไหนกับคนแปลกหน้าอีก ชมพูยืนยันว่าลุงใจดี แพรขาวตัดบทให้เข้านอนพรุ่งนี้ต้องไปโรงเรียน เด็กน้อยตื่นเต้นล้มตัวนอน แพรขาวทักลืมอะไรหรือเปล่า ชมพูนึกได้ร้อง อ๊าย...ลืมสวดมนต์ ว่าแล้วก็ลุกขึ้นพนมมือ แพรขาวหอมแก้มลูกด้วยความรัก

    ระหว่างที่แพรขาวยืนครุ่นคิดอยู่ริมหน้าต่าง ได้ยินเสียงเพลงดังมาจากฝั่งตรงข้ามคลอง ทันใดเธอเหมือนโดนสะกดให้เดินออกจากเรือนไปที่ท่าน้ำ เสียงเพลงเสียงหัวเราะกลายเป็นเสียงชายหญิงคู่หนึ่งอยู่ในเรือจอดลอยที่ท่าน้ำชวนให้เธอลงเรือ แพรขาวพยายามคุมสติปฏิเสธ

    แต่ทั้งสองร่ายสะกดจิตให้เปิดประตู แพรขาวเหมือนละเมอรับคำดึงกุญแจออก ประตูเปิดอ้า มีมือมาดึงขาเธอ แพรขาวก้มมองเป็นผีในร่างอสูรกายคลานขึ้นมาจากน้ำ บอกให้ไปอยู่ด้วยกัน

    แพรขาวได้สติยื้อยุดขัดขืน พลันสายตามองไปยังศาลจึงอธิษฐานให้ช่วย พริบตาเดียวมีมือหนึ่งมาจับมือเธอไว้ เธอเงยหน้ามองเป็นไรวินท์จับมือเธอไว้มือหนึ่งอีกมือปล่อยพลังบางอย่างไปยังอสูรกาย พวกมันร้องโหยหวนจมหายไป ประตูท่าน้ำปิดลงดังเดิม

    ทันใดแพรขาวสะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองนอนหลับอยู่บนเตียงข้างลูกสาว หายใจหอบถี่รำพึง แม้แต่ในฝันเขายังมาช่วยตน คิดแล้วก็รีบลุกไปเปิดประตูมองออกไปที่ท่าน้ำ เห็นปิดสนิทแน่น มองซ้ายมองขวาไม่มีอะไรเกิดขึ้น พอจะหันกลับก็เห็นไรวินท์ยืนเท่ส่งยิ้มให้อยู่ข้างระเบียง ถามดึกป่านนี้ทำไมยังไม่นอน เธอแปลกใจถามกลับว่าเขามาทำอะไรแถวนี้

    “ฉันก็ทำตามหน้าที่ ตรวจตราความเรียบร้อยของคนในบ้าน”

    “อย่างนั้นเหรอคะ แปลกจริง เมื่อกี้...ฉันฝันถึงคุณ เอ่อ...คือไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ ฉันฝันร้าย ฝันเห็นผีแล้วคุณมาช่วย” แพรขาวมองไปทางคลองอย่างหวาดๆ

    “อย่าออกมานอกเรือนตอนกลางคืนจะดีที่สุดไม่ว่าในฝันหรือความจริง ฉันจะคุ้มครองเธอเสมอ ไม่ว่าจากคนหรือ...ไม่ใช่คน”

    แพรขาวขอบคุณ เหน็บไม่คิดว่าเขาเป็นยามด้วย แล้วนึกได้ไม่ควรพูดเล่นจึงขอตัว ไรวินท์โพล่งขึ้นว่า หนูชมพูเป็นเด็กน่ารัก แพรขาวชะงักหันกลับมารับว่าใช่และก็เป็นทุกอย่างในชีวิตตน ไรวินท์บอกแกกำลังเหงาและแกก็ไม่เข้าใจเรื่องยุ่งๆของพ่อแม่ แพรขาวตาโพลงถาม

    “ใครบอกคุณ! คุณยาย คุณแม่สมพรหรือยัยลิน”

    “ผิดทั้งหมด หึๆ...เธอเป็นคนชอบเดา มักจะเดาผิดเสมอ”

    “แต่ที่ฉันเดาถูกแน่ๆคือคุณชอบมาตีสนิทกับลูกฉัน เพราะอย่างนี้เอง แกถึงชอบพูดถึงคุณลุง”

    ไรวินท์ชะงักไปครู่ ก่อนอธิบาย “ที่ฉันต้องคอยเป็นเพื่อนกับชมพูเพราะแกน่าสงสาร”

    “ยัยชมพูโอเคค่ะ เราสองแม่ลูกโอเคมากๆเก็บความเมตตาสงสารของคุณไปใช้กับคนอื่นเถอะค่ะ ฉันดูแลลูกได้ ฉันไม่ต้องการความสงสารจากใคร” แพรขาวไม่ค่อยพอใจ

    ไรวินท์ไม่คุ้นกับการมีคนมาขึ้นเสียง จึงเชิดหน้าบอกสุดแล้วแต่ จะเดินไป แพรขาวเริ่มรู้สึกว่าพูดแรงก็รีบขอโทษ ไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทกับคนที่มีบุญคุณ แต่ช่วงนี้ตนเจอคำถามเจอการพูดแบบนี้บ่อยเกินไป

    ไรวินท์พอเข้าใจคลายความโกรธหันกลับมามอง แพรขาวขอบคุณอีกครั้งที่ช่วยชมพูคราวก่อน แล้วเลยถาม “ฉันยังไม่รู้จักชื่อคุณเลย คุณรู้จักฉันกับลูกแล้ว”

    ไรวินท์บอกว่าตนชื่อวินท์ แพรขาวย้อนถามวินที่แปลว่าชนะหรือวินมอเตอร์ไซค์ ท่านเจ้าเรือนเคืองหน้าตึงที่มาลามปามแต่ก็อดเอ็นดูไม่ได้ จึงยกมือเชิงลา แพรขาวหันมองอีกทีเขาหายไปเสียแล้ว เธอพึมพำ...แล้วพบกันใหม่นะคะคุณยุง วิน

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ แพรขาวออกมาจากเรือนพบสมพรกลับจากใส่บาตร จึงบอกว่าวันหลังจะขอไปร่วมใส่บาตร สมพรกรวดน้ำเผื่อแผ่ให้คนที่ตายแถวนี้ด้วย แพรขาวฟังแล้วสงสัยจึงถามถึงเรื่องฝั่งตรงข้ามคลอง สมพรเล่าว่าเมื่อสามเดือนก่อนเคยเป็นร้านอาหาร แล้วเกิดอุบัติเหตุสยอง
    เรือที่มีลูกค้าร่วมยี่สิบคนกำลังจะล่องออกจากท่าน้ำร้านก็เกิดมีเรือหางยาวพุ่งมาชน ระเบิดไฟไหม้ตายสยองนับสิบ ทั้งเด็กผู้ใหญ่และคนชรา จากนั้นใครมาทำการค้าอะไรก็เจ๊งหมด

    “แม่เลยหมั่นทำบุญกรวดน้ำไปให้พวกเขา จะได้ไปผุดไปเกิดเสียที เรื่องกลัวน่ะไม่กลัวหรอก ตราบเท่าที่อยู่ในบ้านหลังนี้ ก็ไม่มีอะไรมาทำอันตรายเราได้ เจ้าบ้านเจ้าเรือนท่านคอยคุ้มครองเราจากพวกที่ยังอยู่ที่นั่น ที่ฝั่งโน้นน่ะ โบราณว่าไว้พวกที่ตายกะทันหันวิญญาณจะยังวนเวียนยังยึดติด บางคนมีบุญหน่อยก็หลุดไปได้ง่ายๆ แต่บางคนหลุดไม่ได้ก็จะหาตัวตายตัวแทน”

    แพรขาวฟังแล้วหน้าซีด คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดกับลูกและตัวเอง ทันใดเสียงชมพูร้องเรียก แพรขาวสะดุ้งหันมองไปยังเรือนเล็ก

    ชมพูนอนปัดตุ๊กตาตัวเก่งตกไปข้างเตียง พอตื่นมองไปรอบห้องแปลกที่ไม่เห็นใครจึงร้องเรียกแม่ พริบตานั้นมีคนยื่นตุ๊กตามาให้ เธอรับไว้คิดว่าแม่แต่พอหันมองเป็นไรวินท์ จึงร้องทัก...คุณยุง...ไรวินท์บอกอย่างอแง วันนี้ต้องไปเรียนหนังสือ ตั้งใจเรียนแล้วตอนเย็นกลับมาเล่นชิงช้ากัน เด็กน้อยยิ้มแต้

    แพรขาวเปิดประตูเข้ามา เห็นลูกนั่งมองไปทางหน้าต่างก็เข้ามากอดปลอบว่าแม่อยู่นี่ ชมพูบอกตนไม่ได้ร้องไห้ ตนอยากเล่นชิงช้า ชมพูเห็นไรวินท์ยืนอยู่ข้างชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ แต่แพรขาวไม่เห็นอะไรเลย จึงบอกลูกว่าเย็นๆจะพาไปเล่นชิงช้าสนามเด็กเล่นกลางซอย พอดีสมพรแวะเข้ามาถามชมพูเป็นอะไรหรือเปล่า แพรขาวบอกลูกอยากเล่นชิงช้าสนามเด็กเล่น

    ชมพูแย้งและชี้ไปที่ชิงช้าที่ไรวินท์แกว่งอยู่ “ชิงช้าอยู่นั่นต่างหาก”

    แพรขาวเห็นว่าลูกเพ้อเจ้อจึงรวบรัดให้ไปอาบน้ำ สมพรหันมองตามที่ชมพูชี้เห็นศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน ก็ยก มือไหว้ส่ายหัวยิ้มๆ

    ooooooo

    ด้านคฤหาสน์โอฬาร พัสกรย่องจะออกไปข้างนอก แถบทิพย์มาดักหน้าถามติดต่อแพรขาวบ้างหรือเปล่า เขาอ้างว่าเธอไม่รับสาย คุณนายต่อว่าถ้าเขา ไม่รู้จักง้อเมียแล้วตนกับเขมินีก็เหนื่อยตายปากเปียก ปากแฉะขอให้กลับมา แต่สามีไม่แสดงความรู้สึกบ้างเลย

    ดิวแต่งตัวเปิ๊ดสะก๊าดอุ้มลูกออกมา แถบทิพย์หันมาหยอกล้อหลานอย่างเอ็นดู ดิวได้ทีฝากเลี้ยงสักครึ่งวันอ้างจะออกไปซื้อของใช้ส่วนตัว ว่าแล้วก็ดึงพัสกรออกไป คุณนายอ้าปากท้วงไม่ทัน ประไพนั่งมองอย่างเวทนาสงสารเด็กที่พ่อแม่ทิ้งไปแทบทุกวัน ไม่เหมือนชมพูที่แพรขาวคอยดูแลไม่คลาดสายตา ไม่ทันไรท๊อปอ๊อกออกมาเปรอะแถบทิพย์ เธอร้องลั่นด้วยความเซ็ง

    เขมินีทำงานอยู่ แถบทิพย์โทร.มาบ่นสารพัด จึงประชดให้ปล่อยแพรขาวไปผุดไปเกิดเถิด ตนรู้ว่าแม่ห่วงหลาน ไม่ทันพูดจบเสียงท๊อปร้องโยเย แถบทิพย์จึงตัดสายไปดื้อๆ เขมินีถอนใจด้วยความเซ็งระคนน้อยใจ สาโรจน์เข้ามาจะคุยเรื่องงานแต่พอเห็นสีหน้าเจ้านายก็รู้ว่ามีปัญหา จึงเปลี่ยนมารายงานเรื่องหลานชมพูว่าตนรู้แล้วว่าไปเรียนต่อที่ไหน เขมินีตื่นเต้นแต่ก็สะเทือนใจที่หลานต้องย้ายโรงเรียนจากหลักสูตรนานาชาติไปเป็นโรงเรียนรัฐบาลธรรมดาๆ

    บ่ายวันนั้นสาโรจน์ขับรถพาเขมินีไปดักดูหน้าโรงเรียน เขมินีมองโรงเรียนอย่างสมเพชหลาน สักพักก็เห็นสมพรและเนยจูงชมพูเดินร้องเพลงออกมาขึ้นรถสามล้อเครื่อง ถึงกับอุทาน

    “หลานฉันต้องขึ้นรถตุ๊กๆพ่นควันพิษแบบนี้เหรอโธ่ชมพู ขับตามเร็ว ฉันจะเอาหลานคืน”

    สาโรจน์ท้วงให้ใจเย็น ควรจะเจรจากันดีๆเพราะตามกฎหมายแม่มีสิทธิ์ในตัวลูกมากกว่า เขมินีอึ้งสงบลง... จากนั้นเขมินีบุกมาที่ทำงานของแพรขาว เธอกำลังคุยโทรศัพท์กับชมพู เขมินีเข้ามาต่อว่าว่าเอาหลานไปอยู่ที่สลัม แพรขาวค่อยๆแก้ต่างว่าโรงเรียนนั้นดีที่สุดในเขตนี้ ตนเองก็เรียนโรงเรียนวัดยังจบปริญญาได้ เขมินีเถียงว่าไม่เหมือนกันเพราะเธอเป็นลูกชาวนา

    แพรขาวหน้าตึง “ชมพูชอบโรงเรียนนี้ค่ะ แล้วอีกอย่างก็ใกล้บ้านพัก ใกล้ที่ทำงานแพร”

    “เธอพักที่ไหน ย่านสลัมแถวนั้นเหมือนกันใช่ไหม ย้ายออกไปเถอะ ไปหาที่อยู่ใหม่ เอาที่สภาพแวดล้อมดีๆ เหมาะกับหลานฉัน เดี๋ยวฉันจัดการให้” เห็นน้องสะใภ้นิ่ง เขมินีจึงหยิบสมุดเช็คออกมาเซ็นชื่อส่งให้ “เธอจัดการเองก็ได้ ไปใส่ตัวเลขเอาตามใจ โอเคไหม”

    “แพรรับเช็คจากพี่เขมไม่ได้หรอกค่ะ ถ้าแพรรับมา แพรรู้ว่าจะมีเงื่อนไขอีกมากมายตามมา ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือของพี่เขมที่เมตตาแพรกับลูกนะคะ แต่แพรไม่มีวันยอมเสียลูกไปเป็นอันขาด” แพรขาวไหว้แล้วสบตาไม่หวั่นเกรง

    “เธอมันคนเห็นแก่ตัว จองหองที่สุด ลำบากคนเดียวไม่พอ นี่ยังเอาลูกมาลำบากด้วย”

    แพรขาวยืนยันว่าชมพูไม่ลำบากอะไรและสบายดี... แพรขาวเดินออกมาส่งเขมินีหน้าตึก สาโรจน์รออยู่ในรถ จับตามองว่าการเจรจาสำเร็จหรือไม่ แต่พอเห็นท่าเดินเชิดๆของเจ้านายสาวก็รู้ว่าไม่สำเร็จ จึงรู้สึกกังวลขึ้นมา

    หลังจากนั้นแพรขาวรีบกลับบ้านด้วยความเป็นห่วงลูก ชมพูเดินเล่นอยู่กับสมพรที่สนามโดยมีสายตาของสีนวลมองอยู่บนชั้นสองเรือนใหญ่...แพรขาววิ่งมากอดลูก สมพรแปลกใจ

    ช่วงทานอาหารเย็น ชมพูคุยจ้อเรื่องที่โรงเรียนใหม่ เกสร สมพร นลินและเนยหัวเราะขำความน่าเอ็นดูของเด็ก มีเพียงแพรขาวที่หน้าเครียด แล้วเธอก็ทนไม่ไหวเลียบเคียงถามสมพรว่ามีใครมาถามหาตนกับลูกบ้างไหม สมพรบอกไม่มี เกสรเล่าว่ามีคนมาบอกว่าฝั่งตรงข้ามมีคนมาซื้อใหม่จะเปิดเป็นสปา นลินเห็นว่าดีกว่าร้านอาหาร ไม่หนวกหู

    ooooooo

    บรรยากาศยามเย็นริมแม่น้ำ สาโรจน์พาเขมินีมานั่งพักให้สบายใจ คุยให้ฟังว่าเวลาตนคิดอะไรไม่ออกจะมานั่งเล่นที่นี่ เห็นแม่น้ำกว้างใหญ่ทำให้เรารู้ว่าโลกนี้ใหญ่กว่าเรามากจริงๆ

    เขมินีเปรยตนทำหน้าที่พี่สาวและป้าของหลานดีแล้วใช่ไหม สาโรจน์ปลอบเรื่องนี้ต้องใจเย็นๆ มันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กฎหมายเข้าข้างคนเป็นแม่ เราเสียเปรียบทำอะไรต้องรอบคอบ ตนคิดว่าอีกไม่นาน

    แม่เด็กลำบากก็ต้องติดต่อกลับมา เราค่อยช่วยค่าเลี้ยงดูและอาจมีทางต่อรอง

    เขมินีสบายใจขึ้นเตือน “สาโรจน์...ถ้าคุณมีครอบครัว แต่ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเป็นพ่อที่ดีได้ไหมก็อย่ามีลูกนะ”

    “ฮึๆ ผมไม่เคยคิดจะมีครอบครัวด้วยซ้ำไปครับ”

    เขมินีบอกเหมือนตน คนอย่างตนเห็นแก่ตัวเกินกว่าจะสามารถให้ใครอีกคนเข้ามาแทรกในชีวิตได้ สาโรจน์แอบมองอย่างชื่นชมความชัดเจนของเธอ
    คืนเดียวกัน นลินเลียบเคียงถามแพรขาวว่ายังรักพัสกรอยู่หรือเปล่า น่าจะลองคุยกัน แพรขาวถอนใจบอกผัวเมียคู่อื่นๆ ความรักอาจจืดจางแต่ยังมีความผูกพันทำให้อยู่ร่วมกันได้ แต่ตนกับพัสกรไม่มีเรื่องดีๆต่อกันมาหลายปี ตนเจ็บมานานจนไม่อาจรักหรือผูกพันกับเขาได้อีก นลินท้วงที่พัสกรให้ใครๆมาตามแสดงว่าเขายังแคร์อยู่ แพรขาวไม่เชื่อว่าพัสกรให้มา เผอิญมือถือดังขึ้น ชมพูวิ่งถือมายื่นให้ แพรขาวเห็นชื่อพัสกรก็ขอตัวไปคุยนอกบ้าน

    พัสกรพยายามพูดดีเสนอว่าจะย้ายไปอยู่คอนโดด้วยกันเพื่อไม่ให้ลูกต้องลำบาก แพรขาวย้อนถามสามคนผัวเมียหรือ พัสกรเสียงขุ่นว่าอย่าหาเรื่องทะเลาะ ดิวก็อยู่ส่วนของดิว แพรขาวบอกตนไม่ได้หาเรื่องเพราะทุกวันนี้ก็อยู่กันสามคน

    “ดิวเขาไม่เกี่ยวเลยนะ พี่พยายามแฟร์กับทุกฝ่ายแล้วนะ นี่ถ้าแพรเป็นดิว แพรจะรู้สึกว่าพี่ให้เขาน้อยไปด้วยซ้ำ”

    “งั้นพี่กรก็ให้เขาเยอะขึ้นไปอีกสิคะ เอาส่วนของแพรไปด้วย แพรไม่ต้องการแล้ว”

    พัสกรหงุดหงิดแต่ระงับไว้เปลี่ยนมาถามถึงลูกเป็นอย่างไรบ้าง แพรขาวบอกลูกสบายดี ตนยืนยันจะอยู่กับลูกโดยไม่มีเขาสบายใจกว่า พัสกรโกรธสบถยาว แพรขาวชิงตัดสาย เธอยืนสงบสติอารมณ์ ปาดน้ำตาเรียกความเข้มแข็งกลับเข้าเรือน ไรวินท์ยืนมองด้วยความสงสาร อยากปลอบใจจึงบันดาลให้เกิดเสียงเปียโนเพลงไพเราะขึ้น แพรขาวชะงักหันมองด้วยความแปลกใจ

    พอกล่อมชมพูหลับแล้ว แพรขาวตั้งใจจะทำงานต่อ แต่ด้วยความใจลอยทำกาแฟหกใส่เอกสาร รีบเข้าไปล้าง เห็นกระจกในห้องน้ำเปรอะก็เช็ดถู ทำโน่นนี่จนเหนื่อยแล้วมาฟุบหลับที่ข้างเตียงลูก...เสียงเปียโนดังแว่วมา แพรขาวค่อยๆรู้สึกตัวตื่นเดินออกมาที่สนาม

    เห็นไรวินท์เล่นเปียโนดูสง่างามอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ เขาหันมาถามว่าทำให้เธอตื่นหรือ เธอพยักหน้าช้าๆและถามกลับ ตนอยู่ในความฝันใช่ไหม ชมว่าเขาเล่นเก่งมากแต่เพลงดูเศร้า คนเล่นไม่เศร้าเหงาเข้าไปอีกหรือ

    ไรวินท์หัวเราะเบาๆ ก่อนจะแนะนำ “แม่หนู...ถ้ายังรักเขาก็ลดทิฐิลงบ้าง”

    “คุณจะทราบอะไร แล้วเรียกฉันว่าแม่หนู แล้วคุณน่ะรุ่นใหญ่ขนาดไหนกัน”

    “อ้าว...ผู้หลักผู้ใหญ่เตือนดีๆก็โกรธ”

    แพรขาวนิ่งสักพักก่อนจะก้มหัวขอโทษแล้วขอตัวอ้างเกรงลูกจะตื่น ไรวินท์บอกชมพูกำลังหลับสบาย แพรขาวชะงักหันกลับมาถาม ตนยังไม่รู้เลยว่าเขาอยู่ที่ไหน เรือนคุณยายหรือบ้านข้างๆ ไรวินท์ตอบยิ้มๆว่าเปล่า ชี้มือไปที่ศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน แพรขาวมองตามมือแล้วขำ หันกลับมาเห็นไรวินท์พร้อมเปียโนมีแสงสีขาวเรืองรองห่อหุ้มแล้วจางหายไป เธอตะลึงงัน

    รุ่งเช้าแพรขาวสะดุ้งตื่นพบว่าตัวเองฟุบหลับอยู่ข้างเตียง ชมพูยังหลับอยู่ เธอทบทวนเรื่องราวคิดว่าเป็นความฝันที่เหมือนจริง เดินออกมาที่ระเบียงมองไปยังศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน ลมพัดวูบให้รู้สึกขนลุกจนต้องถอยกลับเข้าเรือน ใจเต้นแรงแปลกๆ

    ooooooo

    พัสกรเริ่มรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงในบ้าน ดิวออกเที่ยวทิ้งลูกบ่อยๆ อาหารในบ้านก็ไม่อร่อยไม่เหมือนที่แพรขาวทำ อดคิดถึงความสุขพ่อแม่ลูกไม่ได้ จึงโทร.ไปถามเขมินีว่าโรงเรียนใหม่ของชมพูอยู่ที่ไหน จากนั้นก็ขับรถไปดักรอตอนเย็น

    พอเห็นแพรขาวขับรถมารับชมพู สองแม่ลูกหัวเราะท่าทางมีความสุขต่อกัน ก็แอบขับรถตามจนถึงบ้าน แพรขาวเห็นตอนจอดรถหน้าบ้าน พยายามทำใจเย็นพาลูกเข้าบ้าน ชมพูเห็นพ่อก็ดีใจวิ่งเข้าไปหา พัสกรกอดลูกด้วยความคิดถึง แพรขาวกังวลใจกลัวเขาเอาลูกไป ชมพูคุยกับพ่อจ้อโดยไม่รู้ว่าผู้ใหญ่มีปัญหากันอยู่ แต่พอพัสกรถามลูกลำบากไหม หนูน้อยก็บอกว่า

    “ไม่ลำบากเลยค่า ชมพูมีเพื่อนเล่นเยอะแยะ อยู่โรงเรียนก็สนุก มาที่บ้านนี้ก็สนุกค่า ในบ้านคุณทวด คุณยาย น้าลิน น้าเนยแล้วก็คุณยุง มาเล่นกับชมพูตลอดเลย คุณพ่อขาชมพูเล่นชิงช้าทุกวันเลยนะคะ”

    พัสกรกลับเวทนาที่ลูกต้องไปเล่นชิงช้าสวน สาธารณะ บ่นว่าลูกผอมลง แพรขาวแย้งว่าลูกน้ำหนักขึ้นมาสองกิโล แต่ตัวยืดเร็วจึงดูเหมือนผอม ชมพูดึงพ่อเข้าเรือนใหญ่ แพรขาวกระอักกระอ่วนใจ...พัสกรเข้ามาในบ้านมองไปรอบๆด้วยสายตาดูถูก เกสร สมพรและเนยนั่งทำงานอยู่ จู่ๆมีลมพัดแรงเข้ามา ใบไม้แห้งปลิวว่อนกลางสนาม ปลิวผ่านหน้าต่างเข้าไปตกในห้องชั้นสอง สีนวลก้มเก็บหันขวับมองออกไป เกสรเองก็รู้สึกว่ามีคนแปลกหน้าเข้ามา

    “คงมีอะไรแปลกๆอีกแล้วล่ะ...ท่านเตือนมา” สมพรรำพึงเบาๆ

    เนยไม่รู้อะไรคว้าไม้กวาดออกไปกวาด พัสกรอุ้มชมพูเดินมาหยุด มีแพรขาวเดินตามหน้านิ่ง สมพรกับเกสรรู้ทันทีว่าใครจึงเชื้อเชิญให้นั่ง ท่าทางพัสกรเชิดๆ ไม่ไหว้ไม่ทักทาย แล้วถามห้องแพรขาวที่แบ่งเช่าอยู่ไหน ตนอยากคุยกับเธอ เกสรจึงบอกให้พาไปที่เรือนเล็ก แพรขาวหน้าเสียยกมือไหว้แทนคำขอโทษ...

    สีนวลซึ่งอยู่ชั้นบน ใบหน้ากลายเป็นดุร้ายไม่พอใจ

    “จะมาเอาเด็กไปหรือ...คุณจะยอมหรือ...ไม่ได้ ยอมไม่ได้...”

    ไรวินท์ปรากฏตัวที่หน้าศาล มองมายังพัสกรที่อุ้มชมพูเดินผ่านไปเรือนเล็ก สีหน้าเป็นกังวล ชมพูเห็นพอพ่อวางตนลงก็วิ่งปร๋อไปหาไรวินท์ พัสกรมองเรือนเล็กแล้วบ่นว่าแพรขาวอยู่เข้าไปได้อย่างไรกระจอกแบบนี้ แพรขาวข่มใจอธิบาย

    “ที่นี่เจ้าของบ้านใจดีมากเหมือนเป็นญาติ แพรกับลูกอยู่แล้วเหมือนอยู่บ้านตัวเอง”

    พัสกรหาว่าแพรขาวหลอกตัวเอง เสนอไปหาบ้านหลังใหม่อยู่ด้วยกัน หญิงสาวไม่ไป เขาโวยว่าเธอเห็นแก่ตัวเอาลูกมาลำบาก โรงเรียนลูกก็แย่มาก เป็นหลานคุณนายแถบทิพย์คนนับหน้าถือตามากมาย แต่กลับมาทำให้หลานโตเป็นชาวบ้านธรรมดาอย่างตัวเอง...แพรขาวโกรธบอกให้เขากลับไป พัสกรโมโหที่บังอาจไล่ น้ำเสียงแพรขาวเด็ดเดี่ยวว่าจะไม่กลับไปแน่ ไม่ว่าจะได้บ้านใหม่กี่ร้อยล้านก็ไม่พ้นอยู่นรกอีก ชายหนุ่มลำเลิก

    “เธอเคยขึ้นรถเมล์ไปเรียนกระเซอะกระเซิง จนฉันไปจีบ ขับรถรับส่งเธอเข้าซอยแคบๆแทบชนหมาตาย พาเธอมาชุบตัวจนกลายเป็นคุณนาย ชี้นิ้วสั่งคนใช้ในบ้านหลังเบ้อเริ่ม ยังจะหาว่าเป็นนรกอีกเหรอ”

    แพรขาวย้อนว่านั่นคงเป็นสวรรค์สำหรับเขาชีวิตสามคนผัวเมีย พัสกรโวยว่าดิวใสซื่อน่าสงสารและว่าเธอใจดำ ที่ตนลดตัวมาง้อเพราะเห็นแก่ลูก ว่าแล้วก็เดินดุ่มๆไปยังชมพู หนูน้อยกำลังกระโดดตั้งเต

    อยู่ข้างไรวินท์แต่ไม่มีใครเห็นนอกจากชมพู...พัสกรมาถึงอุ้มลูกจะพาไปด้วย แพรขาวร้องลั่นเอาลูกคืนมา แล้วเข้าไปยื้อแย่ง โดนเขาสะบัดล้ม ชมพูร้องไห้จ้าจะหาแม่

    พวกเรือนใหญ่ได้ยินเสียงตกใจรีบออกมาหน้าเรือน แพรขาวไม่ลดละคว้าขาพัสกรดึงไว้ บนหน้าต่างชั้นสองเรือนใหญ่ สีนวลยืนลุ้น “ไม่นะ ไม่ อย่าเอาเด็กไป ไม่...ช่วยด้วย ช่วยด้วย!”

    พัสกรทั้งสะบัดและถีบแพรขาวออก อุ้มชมพูตรงไปจะออกประตูบ้าน เนยรี่เข้าประคองแพรขาวลุกตาม เสียงสีนวลร้องลั่น...เอาลูกฉันคืนมา เอาลูกมา อย่าเอาลูกฉันไป...ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นหน้าประตู พัสกรวิ่งมาถึงจะออก ประตูปิดแคบลงๆ ชมพูร้องไห้ให้ช่วยด้วย ไรวินท์บอกให้พัสกรเอาตัวออกไปก่อน เขามองไรวินท์อึ้งๆ ก่อนจะวางชมพูลง แต่ยังจูงมือไว้ พอแทรกตัวออกประตู ไรวินท์ก็ดึงชมพูไว้ผลักพัสกรล้มลงประตูปิดปัง พัสกรโวยวายลั่น แพรขาววิ่งมากับเนยกอดชมพูแน่น ปลอบให้หยุดร้องไห้...

    สีนวลที่อยู่ชั้นบนดีใจรำพึงว่า ไม่ต้องกลัวแม่อยู่นี่

    พัสกรทุบประตูโวยลั่นจนชาวบ้านออกมามอง ก็หันไปเอ็ดเขาจึงเกือบโดนชายฉกรรจ์สองคนเอาเรื่องต้องวิ่งโร่ขึ้นรถขับหนีออกไป...ทุกคนกลับเข้าบ้าน เกสรเอายามาทารอยฟกช้ำให้แพรขาวและชมพู แพรขาวกราบขอโทษที่ทำให้วุ่นวาย ชมพูเล่าให้สมพรฟังว่าตนร้องให้คุณยุงช่วย ตนไม่อยากไปกับพ่อ สมพรถามยิ้มๆว่าคุณยุงช่วยไหม เด็กน้อยพยักหน้าว่าช่วย

    “แสดงว่าหนูเป็นเด็กดี คุณลุงเลยช่วยหนูน่ะสิ” ทวดเกสรบอกชมพู

    แพรขาวได้ยินแล้วนึกแปลกใจเหมือนกันที่พัสกรวางชมพูลงแล้วเหมือนโดนผลักถลาล้ม ประตูบ้านปิดได้เอง...ชมพูลงจากตักสมพรวิ่งเข้ามาหา

    แพรขาวบอกแม่ไม่ต้องกลัว แพรขาวอมยิ้มหัวเราะทั้งน้ำตากับความไร้เดียงสาของลูก

    แพรขาวตัดสินใจจะย้ายออกเพราะเกรงใจกลัวพัสกรมาอาละวาดอีก แต่ทั้งเกสรและสมพรไม่เห็นด้วย บอกอย่างไรเสียเธอก็คงไม่ย้ายที่ทำงาน แล้วจะมีที่ไหนอยู่ใกล้โรงเรียนและที่ทำงานแบบนี้อีก พวกตนไม่กลัวเพราะเรามีเจ้าบ้านเจ้าเรือนคอยช่วยปกป้องคุ้มครอง

    นลินกลับจากเที่ยวดูหนังกับเพื่อน เพิ่งรู้เรื่องที่เกิดขึ้นจึงเดินมาหาแพรขาวที่เรือนเล็ก บอกอย่าย้ายไปไหนและไม่ต้องกลัว อยู่ที่นี่มีท่านคุ้มครอง แพรขาวชะงักที่พูดเหมือนเกสร

    ในคืนนั้นลมพัดโชยเข้ามาในห้องนอน แพรขาวเหมือนฝันร้ายละเมอ...ไม่ อย่านะ อย่า...แล้วสะดุ้งตื่น ใจเต้นรัวมองหาลูกทันที ทันใดรู้สึกเหมือนตัวเองกอดอะไรอยู่ พอก้มมองเป็นชมพูก็โล่งใจ ขยับให้ลูกนอนและห่มผ้าให้ ลูบผมลูกรำพึงจะไม่ยอมให้ใครเอาตัวลูกไปเด็ดขาด แพรขาวล้มตัวนอนกอดลูก...ไรวินท์ปรากฏตัวยืนมองอยู่ข้างเตียงด้วยความเป็นห่วง

    ooooooo

    ฝั่งตรงข้ามคลองที่มีคนมาซื้อและเปิดเป็นร้านสปาสไตล์บาหลี มีป้ายรับสมัครพนักงาน คนสวน แม่บ้านติดไว้ บุญทิ้งลุงขายกาแฟอยู่ข้างร้านหมอวิชัยปากซอยบ้านแพรขาว พาต๊อกมาสมัครงานที่ร้าน พอได้พบลลิตเจ้าของ ถึงกับผงะกับดวงตาเหมือนมีรังสีอำมหิตของเขา

    ลลิตรับต๊อกเข้าทำงานทันทีให้ไปรื้อต้นไม้ออก พอดีมองข้ามคลองไปเห็นแพรขาวกำลังไหว้ศาลอยู่ก็เกิดความสนใจเลียบเคียงถามบุญทิ้งถึงคนในบ้านนั้น ไรวินท์มองมาอย่างไม่พอใจ

    แพรขาวขับรถจอดหน้าโรงเรียน นลินนั่งรอในรถ ระหว่างที่แพรขาวลงไปส่งชมพู เห็นจดหมายตกอยู่จึงเปิดดูเป็นบิลค่าคอมพิวเตอร์ ค่าบำรุงห้องสมุดและค่าเทอม จำนวนเงินมากมาย จึงรู้ว่าแพรขาวมีค่าใช้จ่ายมากในเดือนนี้ ก็เป็นห่วงถามตรงๆว่าไหวไหม แพรขาวตอบว่าคนเป็นแม่อย่างไรก็ต้องไหว นลินจึงบอกว่าถ้ามีอะไรให้ช่วยไม่ต้องเกรงใจ แพรขาวซาบซึ้งขอบใจ

    ด้านคฤหาสน์โอฬาร พัสกรย่องจะออกจากบ้าน ชนกับประไพเข้าก็โวยใส่ แถบทิพย์ได้ยินเอ็ดว่าให้พูดจาดีๆ เพราะประไพเลี้ยงเขามาแต่เล็ก ไม่ทันไรดิวแต่งตัวเว่อร์วังวิ่งลงบันไดมาส่งท๊อปให้ประไพอุ้มแล้วบอกพัสกรไปไหนตนไปด้วย ไม่ฟังเสียงทัดทานของแถบทิพย์สักนิด

    ที่ทำงานแพรขาว เธอซักถามหวานหวานถึงสถานที่เปิดท้ายขายของมือสองด้วยความสนใจ นลินรู้ว่าเธอต้องการหาเงินเพิ่มก็เป็นห่วงจะไม่มีเวลาอยู่กับลูก แต่แพรขาวกลับบอกว่าจะเอาชมพูไปด้วย...พอดีวันนั้นเขมินีขอให้สาโรจน์ไปเจรจากับแพรขาว

    พัสกรขับรถมาโรงเรียน ดิวหน้าง้ำหน้างอไม่พอใจรออยู่ในรถ เผอิญแพรขาวเห็นตุ๊กตาน่ารักคิดถึงลูกก็ซื้อและมารับชมพูที่โรงเรียนก่อนเวลาเลิกเรียน จึงรู้ว่าพัสกรเพิ่งมารับลูกไป แพรขาวแทบสติแตกวิ่งตามไปหน้าโรงเรียนน้ำตาไหลพราก มือกำตุ๊กตาแน่น

    ชพพูเพลิดเพลินกับอมยิ้มอันโตจูงมือพ่อถามจะไปหาแม่ที่ไหน พัสกรหลอกว่าไปหาที่บ้านย่า ดิวลงมาโวยจะพาชมพูไปทำไม พัสกรสวนพากลับบ้านและบอกให้เปิดประตูรถ ทันใดเสียงแพรขาวตะโกนให้หยุด ชมพูเห็นแม่ก็ร้องจะหาแม่ พัสกรกระชากแขนลูกจนตกใจร้องจ้า แพรขาวเข้ามาเอาตุ๊กตาฟาดๆพัสกร ไม่ยอมให้

    เอาลูกไป ดิวร้องกรี๊ดๆ พัสกรตวาดให้มาเอาลูกไปขึ้นรถ ตัวเขาจับแพรขาวบิดแขนแล้วเหวี่ยงเธอล้มลงท่ามกลางสายตาครูนักเรียนแถวนั้น

    “ไป...ไสหัวไปไกลๆ ฉันจะเอาลูกฉันกลับแกไม่รักดีอยากไปไหนก็ไปคนเดียว ไม่ต้องเอาลูกฉันไปลำบากด้วย”

    ชมพูร้องจะหาแม่ ดิวดึงไว้ ชมพูเอาอมยิ้มตีดิวแล้ววิ่งไปหาแพรขาว พัสกรเห็นคว้าตัวก่อนที่ลูกจะวิ่งถึงแม่ อุ้มจับใส่รถ ทันใดมีมือหนึ่งมารั้งไว้ พัสกรหันมาโวย เป็นสาโรจน์กล่าวขอโทษ เห็นเขาทำร้ายผู้หญิงและบังคับเอาตัวเด็กไป พัสกรตวาดนี่ลูกตน

    “แล้วนั่นแม่เขาหรือครับ” สาโรจน์มองไปที่แพรขาว พัสกรสะบัดมือแต่กลับถูกบิดจนเจ็บ ดิวเห็นไม่รู้จะช่วยอย่างไรได้แต่ร้องว้ายๆ

    “ช่วยด้วยค่ะคุณ เขามาแย่งลูกสาวฉันไป...” แพรขาวถลาไปอุ้มชมพูออกจากรถมากอด

    สาโรจน์บอกให้แพรขาวพาเด็กออกไป พัสกรโวยวายให้ปล่อยและห้ามเอาลูกไป ตวาดใส่ดิวจะยืนนิ่งทำไมให้ไปเอาตัวชมพูกลับมา...แพรขาวรีบเอาลูกขึ้นรถขับออกไป สาโรจน์จึงปล่อยพัสกร รปภ.ออกมามองๆ สาโรจน์ยิ้มให้เดินจากไป

    จากนั้นสาโรจน์ก็โทร.รายงานเขมินี ว่าไม่ทันเจรจาเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันเสียก่อน...พอพัสกรกลับมาถึงบ้านก็อารมณ์เสียปึงปังเข้าบ้าน ดิวตามถามแอบไปหาลูกเมียทำไม ในเมื่อมีท๊อปเป็นลูกชายทั้งคน ดิวกระชากลูกมาจากประไพไม่สนใจว่าลูกจะเจ็บร้องไห้จ้า แถบทิพย์ได้ยินเสียงออกมาถามมีอะไรกัน พัสกรบอกไม่มีอะไรแล้วเดินหนีขึ้นห้อง ดิวอุ้มลูกตามโวย

    ooooooo

    แพรขาวกลับมาเห็นรถหรูจอดอยู่หน้าบ้าน เดินเข้ามาก็เห็นบุญทิ้งพาลลิตมาคุยกับสมพรและนลินตรงสนาม ลลิตทำทีมาสั่งสมพรทำขนมไทยวันทำบุญเปิดร้าน แต่ความจริงต้องการเจอแพรขาว พอเธอเดินเข้ามาก็มองตาเป็นประกายแล้วเชิญทุกคนไปร่วมทำบุญเสาร์หน้า

    ลลิตขอให้ช่วยบอกต่อคนไปทำงานหารายได้พิเศษที่ร้าน แล้วเน้นถามแพรขาวสนใจไหม เธออึกอักบอก

    อยากทำแต่เสาร์อาทิตย์บางทีไม่ว่าง ต้องไปสัมมนาหรือมีประชุม ลลิตบอกงานตนไม่ตายตัว วันไหนว่างค่อยทำ ตนอยากได้คนมีความรู้ภาษาอังกฤษทำช่วงวันหยุด

    แพรขาวสนใจจึงถามรายละเอียดของงาน ลลิตนัดให้ไปคุยที่ร้านพรุ่งนี้เย็น

    ไรวินท์ปรากฏตัวหน้าศาลมองตาขุ่น ลลิตรู้สึกแปลกๆ หันมองแต่ไม่เห็นอะไร...พอลลิตกลับไป นลินคุยกับแพรขาวว่าดีเหมือนกัน เธอจะได้มีรายได้เสริม ดีกว่าเปิดท้ายขายของ แต่แพรขาวขอไปคุยดูก่อนเพราะห่วงเรื่องลูก นลินบอกแม่กับยายยินดีดูแลชมพูให้...

    เมื่อเขมินีรู้เรื่องที่พัสกรทำ ก็ถามสาโรจน์ว่าแบบนี้แล้วควรให้แพรขาวกลับมาคืนดีอีกไหม สาโรจน์ถามพ่อแม่ญาติพี่น้องแพรขาวไม่ว่าอะไรหรือ เขมินีส่ายหน้า

    “ยัยแพรไม่มีญาติพี่น้อง พ่อแม่เขาป่วยตายทั้งหมดตั้งแต่เขายังอยู่มหาวิทยาลัย ขนาดตอนที่เขาแต่งงานแม่ฉันยังไม่ต้องไปสู่ขอกับใครเลย เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวในโลกจริงๆ”

    สาโรจน์อึ้งและรู้สึกเวทนาที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวในโลก...ในขณะที่นลินฟังแพรขาวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นที่โรงเรียนวันนี้แล้วแนะนำให้ไปแจ้งความ แพรขาวส่ายหน้าคิดว่าคงต้องให้ลูกหยุดเรียนสักพัก แล้วต้องคุยกับทางโรงเรียนให้จริงจัง เกสรฟังแล้วบอกให้แพรขาวสบายใจขึ้นว่าอยู่ที่บ้านไม่ต้องห่วงว่าจะมีใครมาวุ่นวาย เพราะเรามีเจ้าบ้านเจ้าเรือนคุ้มครอง

    เกสรพาแพรขาวมาไหว้ศาล ขอบคุณที่ช่วยเรื่องเมื่อวาน และให้กล่าวฝากเนื้อฝากตัวจะได้อยู่อย่างร่มเย็นเป็นสุข ทันทีที่แพรขาวกล่าวจบก็มีลมพัดวูบปะทะหน้า ฟ้าครึ้มราวฝนจะตก บนชั้นสองมีสีนวลยืนมองเขม็ง แพรขาวเงยหน้ามองฟ้า ฟ้าก็กระจ่างใสดังเดิม ชมพูไหว้ปลกๆตาม เห็นไรวินท์ยืนยิ้มก็กล่าวขอบคุณคุณยุง และว่าอยากเล่นชิงช้า แพรขาวไม่เห็นถามลูกพูดกับใคร ชมพูจะชี้ ไรวินท์ทำมือจุ๊ปาก ชมพูร้องอ้าว...เกสรยิ้มละไมอย่างรู้การณ์

    ตกดึกชมพูนอนหลับปุ๋ย แพรขาวนั่งทำบัญชีรายรับรายจ่ายหน้าเครียด คิดตัดสินใจเรื่องรับงานลลิต พลันมีเสียงเคาะประตูดังขึ้น คิดว่าเป็นนลิน แต่พอเปิดประตูกลับเป็นไรวินท์...ทั้งสองยืนคุยกันห่างๆที่ระเบียง ไรวินท์เอ่ยขึ้นว่าไม่ควรไปพบผู้ชายคนนั้น แพรขาวถามว่าใคร

    “คนที่เธอจะไปพบเขาวันพรุ่งนี้ยามเย็น”

    แพรขาวถามกลับว่าทำไม ไรวินท์บอกไม่ได้ เธอจึงว่า “ถ้าคุณไม่บอกเหตุผลฉัน แล้วทำไมฉันจะต้องเชื่อตามคุณ”

    ไรวินท์ขมวดคิ้วโกรธอย่างผู้สูงศักดิ์และสูงวัยเตือนลูกหลานแล้วไม่ฟัง แพรขาวย้ำว่าตนนัดไว้แล้วต้องไป ไรวินท์ว่านัดแล้วก็ล้มเลิกได้ แพรขาวสวนไม่มีเหตุผลที่ตนจะไม่ไป

    “เชื่อฉันแพรขาว ฉันห้ามเธอต้องฟัง!”

    “นี่คุณวินคะ ฉันก็มีเหตุผลของฉันที่ฉันไม่ต้องบอกเหมือนคุณเองที่ไม่ยอมบอก ดังนั้นฉันว่าเลิกคุยเรื่องนี้เถอะค่ะ” แพรขาวจะเดินเข้าบ้าน ไรวินท์เดินตามมาหยุดหน้าประตู

    “แพรขาว! เธอดื้อเกินไปนะ ผู้หญิงสมัยนี้เป็นแบบนี้กันหรือ”

    แพรขาวงง กล่าวราตรีสวัสดิ์แล้วปิดประตูลงกลอนไรวินท์มองเคืองๆถอนใจฟึดฟัด ถอยกลับมายืนหน้าศาล เห็นสายฟ้าแลบแปลบปลาบเหนือร้านลลิตสปา พอมองไปก็เห็นหมอกควันเทาๆปกคลุมโดยรอบ ไรวินท์ยิ่งเครียด

    ภายในห้องนอนร้านลลิตสปา มีแสงเทียนจุดเรียงเต็มห้อง หญิงสาวสามสี่คนนอนกึ่งเปลือยอยู่ในอ่าง

    จากุซซี่ใหญ่ กึ่งมีสติกึ่งฝัน ลลิตเดินเข้ามาท่ามกลางหญิงสาวพลางชูลูกปัดตาเสือขึ้น หญิงสาวเหล่านั้นยิ้มเคลิบเคลิ้มเข้ามานัวเนียรุมล้อม ฟ้าแลบและร้องครืนๆอย่างน่ากลัว

    ooooooo

    วันต่อมา พอหวานหวานกับเจ๊ยอดรู้ว่าแพรขาวจะไปทำงานที่ร้านสปาต่างก็ท้วงติงห้ามปรามว่าอาจมีอะไรแอบแฝง อาจจะไปเป็นแม่เล้าหรือเป็นคนเชียร์แขกก็ได้ นลินแทรกว่าสายตาลลิตเจ้าของร้านมองแพรขาวตาเป็นมัน แพรขาวรวบรัดว่าตนจะไปคุยดูแล้วพรุ่งนี้มาเล่าให้ฟัง

    แพรขาวกลับมานั่งเครียดที่โต๊ะทำงาน มองบิลค่าใช้จ่ายต่างๆของเดือนนี้แล้วถอนใจ สักครู่เขมินีโทร.เข้ามา จึงตัดสินใจรับสาย เขมินีถามเรื่องพัสกรมาก่อกวน แพรขาวเสียงขุ่นบอกให้ช่วยบอกน้องชายอย่ามายุ่งกับตนอีก เขมินีเสนอให้พาชมพูออกจากโรงเรียนวัดนั่น

    “ลูกของแพรปลอดภัย เราสองคนก็สบายดีค่ะอ้อ...แล้วโรงเรียนของชมพูก็ไม่ใช่โรงเรียนวัดนะคะ”

    “แพรขาว เธอเลิกทรมานตัวเองกับลูก เลิกทิฐิแล้วมารับเงินจากฉันไป ยกหลานให้ฉันกับคุณแม่ซะ ส่วนเธอจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับใครที่ไหนเสียที นี่ฉันมีเลขบัญชีของเธอ เดี๋ยวฉันโอนเงินไปให้เธอทุกๆเดือนอย่างที่กรมันเคยให้” เห็นน้องสะใภ้นิ่ง จึงถามย้ำโอเคใช่ไหม

    แพรขาวข่มอารมณ์โกรธขอบคุณ และไม่ขอรับข้อเสนอ ตนจะเลี้ยงลูกเองอย่างดีแล้ววางสายไป นลินแอบมองอย่างห่วงๆ...เย็นวันนั้นขณะกลับบ้าน นลินพูดขึ้นว่าวันนี้คุยกับแม่ว่าค่าเช่าบ้านอีกสามเดือนค่อย

    เริ่มจ่าย แพรขาวอึ้งหน้าชา นลินนึกว่าเธอพอใจกล่าวต่อ

    “วันก่อนแม่บ่นพี่เนยใหญ่ว่าซื้อพวกของใช้ในห้องน้ำมาซ้ำกันตั้งหลายรายการ เดี๋ยวลินจะเอามาให้พี่แพรกับหนูชมพูใช้ดีกว่า ประหยัดไปได้อีกหลายตังค์”

    ในขณะที่ชมพูหัวเราะเสียงใสเพราะได้นั่งชิงช้าที่ไรวินท์แกว่งไกว ส่วนเนยยืนแข็งทื่อเหมือนเวลาถูกหยุด จวบจนรถแพรขาวแล่นเข้ามา ทุกอย่างกลับสู่ปกติ ไรวินท์เตือนชมพู

    “อย่าลืมที่ลุงบอกนะ”

    ชมพูรับคำ ไรวินท์ให้หนูน้อยแบมือแล้ววางบางอย่างให้ไป ชมพูวิ่งผ่านเนยไปหาแม่ เนยรู้สึกตัวงงๆ แพรขาวกอดชมพูรู้สึกว่าหอมจึงถามอาบน้ำแล้วหรือ ชมพูตอบว่าอาบตั้งแต่เช้า แพรขาวแปลกใจที่กลิ่นเหมือนกุหลาบ หนูน้อยนึกได้กวักให้แม่ก้มหน้ามาแล้วกระซิบ นลินแซวแม่ลูกมีความลับกันด้วย ชมพูกระซิบเสร็จย้ำ “นะคะคุณแม่อย่าไปนะ...”

    แพรขาวหงุดหงิดใจมองไปยังศาลแล้วบอกลูกว่า ตนต้องไปคุยธุระเรื่องงาน แล้วจะรีบกลับมา ชมพูพูดเบาๆ “ก็คุณลุงบอกว่าที่นั่นไม่ดี...”

    “ไม่เอาละ หนูเตรียมไปอาบน้ำกับน้าเนย รอแม่กลับมาทานข้าวเย็นนะคะ แล้วอย่าไปคุยอะไรกับคุณลุงของหนูอีก จนกว่าคุณแม่กลับมา โอเค้”

    ชมพูเสียงอ่อยขอให้แม่ก้มลงมาแล้วเอาดอกกุหลาบเสียบผมให้ แพรขาวส่ายหัวยิ้มๆ...แล้วเธอก็มาที่ร้านสปาตามนัด ต๊อกกำลังจุดตะเกียงน้ำมันตามโคมในสวน เห็นแพรขาวเดินเข้ามาก็เสียดายความสวยสง่าอย่างนางฟ้าไม่น่ามาสถานที่แห่งนี้ ลลิตยิ้มร่าออกมาต้อนรับแล้วพาชมสถานที่สาธยายว่าเรารับลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก ส่วนใหญ่เป็นกรุ๊ปทัวร์และเพื่อนแวดวงธุรกิจ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:06 น.