ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    เจ้าบ้านเจ้าเรือน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"




    แพรขาวเห็นไรวินท์เผาจดหมายที่เป็นหลักฐานการปลอมลายเซ็นของมาลาตีทิ้งก็ตกใจ เผลอเอื้อมมือเข้าไปจะหยิบ แต่มีมือมาลาตีเอื้อมซ้อนมาหยิบกระดาษที่ปลิวออกมาใส่กลับเข้าไป ยิ้มกริ่มพอใจที่ไรวินท์ทำเช่นนี้ แพรขาวเห็นแววตามีเลศนัยบางอย่างของมาลาตีก็แอบสงสัย

    ไรวินท์พยักหน้าให้แพรขาวตาม ทั้งสองมายืนอยู่หน้าร้านทองแห่งหนึ่งในอดีต...มาลาตีกับมะลิกำลังเลือกซื้อสร้อยและเข็มขัดอย่างปลื้มปริ่ม ป้าใหญ่เดินสวนเข้ามาในร้าน มองสองแม่ลูกอย่างคุ้นๆ...ไรวินท์บอกแพรขาวว่าป้าใหญ่เป็นตัวละครสำคัญมากในช่วงชีวิตสุดท้ายของตน แพรขาวถามเธอช่วยเขาได้ใช่ไหม ไรวินท์ จุ๊ปากให้ฟังเอาเอง

    ป้าใหญ่กระซิบถามเจ้าของร้านจึงรู้ว่าใช่ภรรยาของหลานชายจริงๆ ทึ่งที่ดูมีอันจะกิน

    “เดี๋ยวนี้เจ๊มะลิเขามีเงิน ไม่งั้นจะเข้าออกบ่อนเฮียซ้งหลังตลาดได้ทุกวันหรือ ทองหยองก็มาซื้อมาเปลี่ยนใส่เรื่อยๆ เงินทองดูไม่ขาดมือเลย” เจ้าของร้านสาธยาย

    ป้าใหญ่หูผึ่ง ส่วนแพรขาวมองหน้าไรวินท์ที่ดูปลง เศร้าๆ...แพรขาวกับไรวินท์มาปรากฏตัวหน้าศาลาสวดศพในวัดแห่งหนึ่งยามค่ำคืน เธอแปลกใจงานศพใคร ไรวินท์บอกงานใครไม่สำคัญ สำคัญตรงที่ทำให้ตนกับป้าใหญ่ได้พบกัน

    งานนี้เป็นงานศพญาติของข้าราชการในกรมเดียวกัน ไรวินท์เห็นป้าใหญ่กำลังคุยกับแขกแล้วหันมาสบตาตนพอดี ตนจึงเข้าไปไหว้ ป้าใหญ่มีท่าทีอยากคุยกับตนมาก จึงออกมานั่งคุยกันนอกศาลา เธอเล่าถึงความเป็นอยู่ของสีนวล ทำให้เขาได้รู้ว่าเธอไม่ได้ทำกิจการน้ำอบน้ำปรุงแล้ว

    “แม่สีนวลจะทำกระไรไหว ผู้หญิงตัวคนเดียวคุมคนงานก็คงไม่เป็น ขายบ้านขายกิจการเอาเงินมากิน มาใช้ไปวันๆ พ่อวินท์ก็น่าจะรู้ดี” ไรวินท์รับว่าเพิ่งทราบ ป้าใหญ่ตำหนิ “แม่สีนวลเป็นเมียตบเมียแต่ง แม่วารีเลือกสะใภ้คนนี้เอง พ่อวินท์ไม่เห็นแก่แม่บ้างหรือ แม่ตายปุ๊บก็เลิกกับเมียปั๊บ เมียเขาทำอะไรผิดรึก็เปล่า”

    “ผมไม่ได้ทิ้งขว้างสีนวลให้ตกระกำลำบากนะครับคุณป้า ผมก็มอบทรัพย์สินให้เขาไปหมด ผมหิ้วมาแต่กระเป๋าใบเดียวออกจากบ้าน ก็ยุติธรรมดีแล้ว”

    “พูดออกมาได้ยกสมบัติให้เมีย ก็ถ้าให้จริงแล้วทำไมถึงต้องมาเรียกคืน จนเมียจนกรอบทันตาเห็น”

    “ไม่จริงนะครับผมไม่เคยกลับไปเอาเงินสีนวลเลยนับแต่เลิกกัน ผมยกทั้งบ้าน เงินทองทั้งทองหยองของแม่ผมก็ยกให้เขาหมด เขารวยยิ่งกว่าผมอีกตอนนี้” ไรวินท์เริ่มโกรธ

    ป้าใหญ่ส่ายหน้าดูแคลน “อย่ามาปิดบังป้า นี่คงไม่รู้ว่าป้าไปมาหาสู่กับแม่สีนวล เวทนาผู้หญิงอยู่ตัวคนเดียว ได้แต่ขายสมบัติไปเรื่อย กินอยู่เองคงไม่กี่บาทหรอก แต่ต้องเอาไปให้ผัวด้วยนี่สิ มันเปลือง...ผิดกับเมียน้อยที่มีทองใส่เสียแดงครืดไปทั้งตัวจนใครต่อใครก็พูดว่าพ่อวินท์เอาสมบัติแม่ไปประเคนให้เมียน้อย”

    “คุณป้าไปฟังพวกผีเจาะปากจากที่ไหน ช่วยกลับไปบอกพวกนั้นด้วยว่า ผมเป็นลูกผู้ชายพอ ไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ เรื่องที่จะกลับไปเอาเงินเมียเก่า แม้แต่คิดก็ยังไม่เคย” ไรวินท์เดินหนี

    ป้าใหญ่ไม่พอใจตามติดไปไม่ไว้หน้า “ไรวินท์ ฉันนึกแล้วว่าเธอต้องไม่ยอมรับ ที่จริงฉันก็ไม่อยากยุ่งเรื่องชาวบ้าน ที่มาเตือนก็เห็นว่าพ่อวินท์เป็นหลาน แม่ก็ห่วงนักห่วงหนาว่าจะมีอันเป็นไปเหมือนพ่อ ที่มีเมียผิดคิดจนตัวตาย ใครๆก็รู้”

    ไรวินท์หันกลับมาเถียง ตนไม่มีวันเป็นอย่างพ่อ ตนมีเงินเดือนเลี้ยงตัว เลี้ยงครอบครัวได้ ป้าใหญ่สวนถ้าเป็นอย่างปากว่าก็เลิกเอาเงินเมียเก่าเสียที สงสารบ้างไม่มีจะกินอยู่แล้ว...ไรวินท์อับอายผู้คนแถวนั้นมาก ยืนยันว่าไม่เคยเอาเงินสีนวลสักสตางค์เดียว ป้าใหญ่หัวเราะหยัน

    “ย่ะ ถ้าอย่างนั้นฉันก็จนใจ พ่อวินท์คงหาเงินเก่งจนแม่ยายมีเงินเสียไพ่ทีละมากๆ...”

    ไรวินท์ชะงักหน้าชา เห็นสายตาแขกในงานที่จ้องมองยิ่งอับอาย...แพรขาวสะใจที่ป้าใหญ่แซ่บมากขนาดนี้ ไรวินท์ที่ยืนอยู่ข้างๆสลดใจบอกให้ดูตนในอดีต ช่างโง่งมราวตัวตุ่น...

    กลับถึงบ้าน ไรวินท์ระเบิดอารมณ์ถามมาลาตีว่ามะลิเอาเงินจากไหนไปเสียไพ่มากมาย มาลาตีอึ้งคิดหาข้อแก้ตัว ไรวินท์กำชับให้ไปบอกมะลิอย่าเอาเงินที่ตนหาด้วยความยากลำบากไปเข้าบ่อน มาลาตีทำทีตกใจบอกแม่ของตนไม่ได้เข้าบ่อนแค่ไปเล่นไพ่กับเพื่อนๆ นิดๆหน่อยๆตามประสาหญิงแก่ ไม่มากมายตนรับรองได้... ไรวินท์อ้างถึงที่มีเจ้าหนี้มาทวงเงินถึงบ้าน มาลาตีรีบบอกเขาอย่าจับแพะชนแกะ คนนั้นเป็นนายประกันเพื่อนแม่ที่มารับเงินไปใช้หนี้ อีกเจ้าก็เป็นเจ้าหนี้เงินผ่อนที่ซื้อของเข้าบ้านเพราะหลังสงครามแบบนี้จะเอาเงินทองที่ไหน

    ไรวินท์เหลือบเห็นเครื่องเพชรที่คอมาลาตี จึงถามเอาเงินจากไหนไปซื้อ เธอรีบแก้ตัวว่าเอาเข็มขัดทองของเก่าไปขายเพราะเห็นว่าทองราคาดี เขาจึงติงว่าน่าจะเก็บเงินไว้ใช้ เธอทำเสียงน้อยใจว่าราคามันเท่ากับเข็มขัดทอง ตนต้องมีอะไรไว้แต่งตัวบ้างเป็นถึงภรรยาหัวหน้ากอง ไรวินท์อ่อนใจไม่รู้จะสืบสาวต่อไปอย่างไร

    ooooooo
    ที่ผ่านมา ชอุ่มเป็นคนนำจดหมายมาให้สีนวลและรับเงินจากเธอกลับไป สีนวลได้แต่หวังว่าไรวินท์จะกลับมาตามที่เขียนไว้ในจดหมาย ว่าเขาละอายเหลือเกินที่ไม่มีเงินใช้หนี้ให้หมดเพื่อจะได้กลับมาอยู่กับเธอเสียที

    สีนวลเปิดหีบเก็บสมบัติ ใส่จดหมายฉบับที่ห้า ลงไป ในนั้นแทบไม่เหลือสมบัติอะไรอีก เครื่องเรือนก็ถูกขายไปจนเธอต้องปูที่นอนนอนกับพื้นข้างเสาที่เธอใช้มีดกรีดนับวันรอสามีกลับมา เธอพึมพำน้ำตาไหลพราก “ฉันรอพี่ ยังไงฉันก็จะรอ...”

    หลายวันผ่านไป ป้าใหญ่แวะมาเยี่ยม พบสีนวลไม่สบายจนลุกไม่ขึ้นก็ตกใจจะพาไปหาหมอ แต่เธอ

    ไม่ยอมไป...แพรขาวยืนมองอยู่กับไรวินท์ เธอถามเขา ว่าที่เสาเป็นรอยขีดอะไร

    “แม่สีนวลใช้มีดบากเป็นรอยไว้เพื่อนับวัน ว่าตั้งแต่เธอป่วย เป็นเวลานานแค่ไหน กี่วันกว่าฉันจะกลับมาหา” ไรวินท์กล่าวอย่างสลดใจ แพรขาวถามแล้วมันกี่วัน เขานิ่งไม่อาจตอบได้

    จนกระทั่งป้าใหญ่ทนไม่ไหว ให้คนนำจดหมายไปแจ้งไรวินท์ที่กระทรวงว่าสีนวลป่วยหนัก เขาหนักใจมากเพราะกำลังจะเดินทางไปราชการต่างจังหวัดประกอบกับมีเอกสารที่ต้องเซ็นมากมายก่อนเดินทาง มาลาตีก็ยุว่า ไม่ได้ไปเป็นเดือน กลับมาค่อยไปเยี่ยมก็ทัน

    ป้าใหญ่พาหมอมาดูอาการสีนวลที่บ้าน เธอเพ้อถามแต่ไรวินท์มาหรือยัง ป้าใหญ่เวทนายิ่งนัก หมออยากให้ไปโรงพยาบาลแต่เธอไม่ยอมจะอยู่รอสามีที่บ้าน

    แพรขาวไม่เข้าใจทำไมสีนวลต้องรอคนใจดำแบบนั้นด้วย ไรวินท์ยอมรับว่าตัวเองทั้งใจดำทั้งโง่เขลา แพรขาวมองไปเห็นแววตาแข็งกร้าวของสีนวลก็ชะงัก รู้สึกเหมือนเคยเห็นมาก่อน

    ไม่นานสภาพสีนวลทรุดโทรมลง ไม่ทานข้าวปลา ปล่อยจานชามแห้งกรังอยู่ในห้อง เธอกระสับกระส่ายไข้ขึ้นสูง เห็นภาพหลอนว่าไรวินท์มาหา เธอดีใจพยายามจะลุกไปหา แต่ทำได้เพียงตะเกียกตะกายพาร่างกระเถิบไป ตะเบ็งสุดเสียง “พี่ต้องมาอยู่กับฉัน พี่...พี่...”

    ด้านล่าง ป้าใหญ่แวะมาเดินรี่ผ่านดวงจิตแพรขาวและไรวินท์เข้าไปในบ้าน ขึ้นไปหาสีนวล แล้วต้องตกตะลึงเมื่อเห็นเธอนอนฟุบอยู่หน้าประตู เข้าพยุงก็รู้ว่าตัวเธอร้อนจัดจึงจะไปตามคนมาช่วยพาส่งโรงพยาบาล แต่สีนวลจับมือไว้แน่น

    แพรขาวแทบเมินหน้าหนีไม่อยากเห็นภาพต่อจากนี้... สีนวลชักกระตุกๆ หายใจรวยริน ดึงพวงกุญแจออกมาวางในมือป้าใหญ่ กำชับฝากให้ไรวินท์ แพรขาวสงสารสีนวลจับใจ ไรวินท์เองก็เสียใจกับการกระทำของตัวเองในอดีตทำให้ผู้หญิงที่รักตนต้องตายอย่างทรมาน

    พอไรวินท์กลับจากราชการต่างจังหวัด มาทำงานวันแรก เสมียนนำจดหมายที่มีคนเอามาฝากไว้ให้เมื่อสามวันก่อนให้ เขาเปิดอ่านแล้วตกใจเป็นอย่างมาก

    คืนนั้นไรวินท์รีบมาที่วัด มีคนร่วมงานเพียงสามสี่คน เขามองภาพถ่ายสีนวลด้วยความสลดใจ ตั้งสติที่จะเคารพศพ เสียงป้าใหญ่เยาะหยัน “เออแน่ะ สวดคืนสุดท้ายเพิ่งจะโผล่มา”

    ไรวินท์หันมองเห็นสีหน้าและน้ำเสียงรังเกียจของป้าใหญ่ เธอประชดคิดว่าต้องทำศพแบบอนาถาเสียแล้ว เมียรอผัวมาดูใจจนหมดลม ไรวินท์รีบบอกว่าตนไปราชการทางเหนือเสียหลายวันเพิ่งกลับมา ป้าใหญ่เบ้ปากไม่อยากเชื่อ...ญาติพี่น้องของสีนวลสามคนมองไรวินท์อย่างเหยียดๆเมื่อป้าใหญ่พูดว่าสีนวลไม่ได้ป่วยด้วยโรคร้ายใดๆแต่ตรอมใจตาย

    แพรขาวนั่งข้างไรวินท์ในอดีตที่พนมมือฟังพระสวดลำพัง อดเหน็บแนมทั้งที่เขาไม่ได้ยินไม่ได้ว่า “คุณนี่มันเหลือเกินจริงๆ ทำตัวจนไม่มีใครคบหา ดูสิ มีแต่คนไม่อยากเสวนาด้วย”

    แล้วแพรขาวก็ต้องสะดุ้งเมื่อเห็นวิญญาณสีนวลมานั่งข้างไรวินท์อีกข้างหนึ่ง น้ำตาเธอไหลเป็นสาย แพรขาวขนลุกวาบนั่งตัวตรงไม่กล้าโน้มตัวไปมอง วิญญาณไรวินท์เข้ามาถามทำไมหน้าซีด เธอบอกเห็นวิญญาณสีนวล ไรวินท์ตกใจหันมองหาแต่กลับไม่เห็น

    เมื่อสิ้นสุดการสวดในคืนนี้ ไรวินท์ยืนส่งพี่น้องของสีนวล พี่ชายเธอเอ่ยปากเผาเมื่อไหร่ให้ส่งข่าว แล้วถามเชิงเยาะ “เรื่องบ้านจะทำอย่างไรก็แล้วแต่ พวกฉันไม่เกี่ยวข้อง ก็บ้านที่สีนวลเขาอยู่ไงล่ะ อุตส่าห์มีแก่ใจยกให้ แต่ถ้ายังมียางอายอยู่บ้างก็ไม่น่าจะรับ ถวายวัดไปยังได้บุญกว่า เธอไม่เคยให้อะไรน้องฉัน มีแต่มาเอาเอาจนหมดเนื้อหมดตัว น่าจะพอแล้วนะฉันว่า”

    ไรวินท์ยืนอึ้งสักพักหันมาถามป้าใหญ่ว่าสีนวลยกบ้านให้ตนหรือ ป้าใหญ่ค้อนขวับตอบว่าใช่แล้วส่งกุญแจกระแทกใส่มือ บอกสีนวลสั่งไว้ก่อนตาย และว่าให้เขาจ่ายค่าทำศพเธอด้วย อุตส่าห์ได้บ้านมาตั้งหลัง ขายก็คงได้โข เขารับคำมองกุญแจในมืออย่างไม่รู้จะทำอย่างไร

    ooooooo

    แล้วไรวินท์ก็มาที่บ้านสีนวล เห็นหน้าบ้านรกรุงรัง ไปด้วยใบไม้ใบหญ้า สภาพบ้านดูเก่าทรุดโทรมไขกุญแจเข้ามาในบ้าน เครื่องเรือนเหลือเพียงไม่กี่ชิ้น ห้องส่วนใหญ่ล็อกไว้แสดงว่าไม่ได้ใช้สอย เขานึกถึงคำของสีนวลที่ว่าจะรอจนเขากลับมา จึงเข้าไปในห้องเธอ

    ภายในห้องมีเพียงตู้เสื้อผ้าที่มีเสื้อผ้าเก่าปะชุน แสดงว่าไม่เคยซื้อใหม่ และมีหีบสมบัติสมัยแม่วางอยู่จึงยกมาเปิดดู ในนั้นมีผ้าไหมเล็กๆวางคู่กับตั้งจดหมายและมีซองเงินไหลออกมาให้เห็นว่า มีเงินเหลือเพียงสามร้อยบาท ที่หน้าซองจดหมายจ่าหน้าถึงสีนวล ไรวินท์ชะงักที่คล้ายลายมือตัวเอง ชักฉุกคิดรีบเปิดจดหมายออกอ่าน แทบช็อกกับข้อความที่ว่า

    “แม่สีนวล ฉันคิดดูแล้วว่าได้มอบบ้านและเงินให้เธอมากมาย เธอคงไม่ขัดข้อง ถ้าฉันจะขอของแต่งตัวของแม่ฉันกลับมาบ้าง เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึก ช่วยฝากมากับชอุ่มคนถือจดหมาย เขาเป็นบ่าวคนสนิทของฉันเอง หวังว่าเธอคงทำตามที่ฉันประสงค์...” ไรวินท์อึ้งแล้วรีบเปิดอ่านอีกฉบับ เป็นข้อความขอบใจที่ส่งเข็มขัดทองและแหวนทับทิมรวมทั้งต่างหูเพชรของแม่มาให้ แต่ยังทวงถาม “ฉันจำได้ว่าแม่มีมากกว่านี้ ทั้งสร้อยและกำไล ขอให้เธอละอายบ้างที่กอบโกยไปจากฉันมากมาย วิญญาณแม่ฉันคงไม่ไปสู่สุคติ ถ้ารู้ว่าลูกชายไม่ได้สมบัติของแม่...”

    ไรวินท์มึนกับข้อความที่ตนเองไม่ได้เป็นคนเขียน และฉบับต่อไปเป็นจดหมายที่ขอเงินแปดพันเพื่อเอามาใช้หนี้จะได้จบสิ้นกับมาลาตีและกลับมาหาสีนวล...เขาถึงกับช็อกตัวชาตาพร่าแข็งใจอ่านจดหมายจนจบ จากนั้นยังมีฉบับต่อไปเขียนมาขอเงินเพิ่มอีกอ้างว่าที่ได้ไปไม่พอจ่ายหนี้ ไรวินท์เข่าอ่อนทรุดลงกลางห้อง คิดได้ในทันทีว่าต้องเป็นมาลาตีที่ปลอมลายมือตน

    “มาลาตี...เธอหลอกใช้ฉันมาตั้งแต่แรก เธอไม่ได้รักฉัน เธอพลาดหวังมรดกเลยมาเกาะฉันใช่ไหม” ไรวินท์เข่นเขี้ยวแล้วคิดถึงคำเตือนของสีนวล ที่ว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้รักเขาจริง วันหนึ่งเขาต้องกลับมาตายรัง เขาสะบัดหัวเพราะคำพูดที่ถากถางของป้าใหญ่และพี่ชายสีนวลประดังเข้ามาในหัว เมื่อปะติดปะต่อที่ผ่านมา เขาปวดร้าวและเจ็บแค้นที่หลงอุ้มนางงูพิษไว้กับอก

    แพรขาวกับไรวินท์ก้าวมายืนตรงหน้า ไรวินท์เอ่ยอย่างสมเพชตัวเอง “ฉันคือคนฉลาดที่ขาดการเฉลียว ถูกคนที่ฉันรักมากที่สุดหลอกลวง เจ็บจนแทบกระอักเลือด สมควรแล้วที่ตอนนั้นญาติพี่น้องถึงได้ดูแคลน ทุกคนต่างแสดงความรังเกียจในตัวฉันอย่างออกนอกหน้า”

    แพรขาวย้ำมาลาตีไม่ได้รักเขาเลย ไรวินท์รู้แล้วว่าตนคือเป้าหมายที่เธอจะใช้ถ่ายเททรัพย์สมบัติจากสุดสวาท แต่พอพลาดจึงกลายเป็นเครื่องมือถ่ายเทสมบัติจากสีนวลแทน “ฉันมัวหลงตัวเองอย่างไรล่ะ คิดว่าตัวเองมีดี เพียบพร้อมทั้งรูปร่างหน้าตา คุณสมบัติ พอที่จะทำให้ผู้หญิงมาหลงรักได้ หารู้ไม่ว่าสุดท้ายก็ถูกผู้หญิงวัยละอ่อนคนหนึ่งหลอกใช้ไม่ผิดกับวัว ควายเชื่องๆ”

    “คุณไม่ได้หลงตัวเองหรอกค่ะ คุณหลงผู้หญิงคนนั้นต่างหาก”

    ไรวินท์ยอมรับว่าทั้งหลง ทั้งรักมากที่สุดในชีวิต... แพรขาวแปลกใจที่มาปรากฏตัวในบ้านมาลาตี บ้านดูเงียบเชียบราวไม่มีคนอยู่ ไรวินท์ในอดีตกลับมา ชอุ่มตกใจเพราะมาลาตีไม่อยู่ เขาทำนิ่งๆบอกเธอว่าไม่เป็นไรอยากพักผ่อน ห้ามใครรบกวน...พอเข้ามาในห้องนอนเขาก็ลงกลอนประตูแล้วตรงไปรื้อค้นตามตู้และลิ้นชักโต๊ะพบกล่องเครื่องประดับ ในนั้นมีแหวนทับทิมแดงล้อมเพชร เขาหน้าซีดทันทีเพราะจำได้ว่าเป็นแหวนของแม่ แสดงว่ามาลาตีหลอกเอาทรัพย์สินจากสีนวลจริง เขาแทบเก็บอารมณ์ไม่อยู่ เดินเป็นเสือติดจั่น กวาดข้าวของบนโต๊ะหล่นกระจาย

    พลันรู้สึกเจ็บจี๊ดในอก หายใจขัดทรุดนั่ง แพรขาวรีบถามไรวินท์ว่าเขาเป็นอะไร ไม่ทันที่เขาจะตอบก็มีเสียงมาลาตีเคาะประตูร้องเรียก “คุณพี่คะ คุณพี่เปิดประตูให้มาลาตีหน่อยค่ะ”

    ไรวินท์หันขวับเดินมาเปิดประตู แววตาเยือกเย็นลงถามมาลาตีและมะลิว่า แหวนทับทิมของแม่ตนมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร มะลิใจหายวาบอยากจะถอยหนี แต่ไรวินท์เรียกไว้เสียงกร้าว

    “น้ามะลิอย่าเพิ่งไป เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับทุกคน ในที่นี้ เชิญนั่ง...ว่าไงมาลาตี ฉันรอคำตอบจากเธออยู่ เธอเอาแหวนนี้มาได้ยังไง”

    มาลาตีทำเนียนว่าแหวนวงนั้นเป็นสมบัติเก่าของตน ตนไม่เคยไปพบเมียเก่าเขาแล้วจะเอาแหวนจากเธอมาได้อย่างไร ไรวินท์รู้สึกปวดใจจนเอามือกุมอก มองคนที่รักพยายามโกหก

    “น้ามะลิพูดมาสิ น้าสมรู้ร่วมคิดให้มาลาตีหลอกเอาสมบัติของแม่ฉันมาใช่ไหม”

    มะลิปฏิเสธ มาลาตีทำเป็นไม่พอใจที่มาคาดคั้นแม่จึงไล่แม่ให้ขึ้นห้องไป ก่อนจะหันมาต่อว่าไรวินท์ว่าแหวนโบราณก็หน้าตาเหมือนๆกัน ไรวินท์จับมือเธอขึ้นมาและสวมแหวนใส่นิ้วปรากฏว่าหลวม มาลาตีหน้าซีดแถไปอีกว่ากำลังจะเอาไปแก้ เขารู้สึกรังเกียจเธอมากขึ้น

    “เก่งเหลือเกินมาลาตี เธอช่างจำนรรจาถ้อยคำลวงโลกที่ปั้นแต่งขึ้น ได้ราวกับเป็นคำพูดที่ออกมาจากหัวใจบริสุทธิ์ของเธอ”

    “อย่ามาหยามเกียรติฉันนะ พี่วินท์”

    ไรวินท์จ้องหน้า หยิบจดหมายทั้งปึกมาวางตรงหน้า คราวนี้เธอหน้าซีดทำอะไรไม่ถูกจะเดินหนี เขาตามมาโวย “เสียแรงฉันให้อภัยที่เธอเคยหลอกลวงเรื่องพินัยกรรม เสียแรงที่ฉันทิ้งทุกอย่างเพื่อที่จะได้มีชีวิตร่วมกับเธอ เสียแรงที่ฉันรักและไว้ใจเธอทุกอย่าง วันนี้เองที่ทำให้ฉันรู้ว่า เธอมันเลี้ยงไม่เชื่อง เธอหลอกใช้ฉันเป็นเครื่องมือเพื่อให้ได้ในสิ่งที่เธอต้องการมาตลอด”

    มาลาตีร้องไห้โฮโผกอดรำพัน “น้องผิดไปแล้ว จะเฆี่ยน จะตี จะฆ่าก็แล้วแต่ใจพี่เถิด น้องไม่ขอแก้ตัวแล้ว...มาลาตีเห็นคุณพี่เป็นสุภาพบุรุษเหลือเกิน เงินทองของตัวเองแท้ๆก็ยกให้คนอื่นเขาไปหมด จนตัวเองต้องมาลำบากยากจน มาลาตีก็เลย...”

    “ปลอมลายมือในชื่อของฉันไปหลอกสมบัติจากคนที่ฉันยกสมบัติให้เขา” ไรวินท์สวน

    มาลาตีหาว่าสีนวลไม่เคยทำอะไร มาชุบมือเปิบได้อย่างไร ตนทนไม่ได้และเงินทองที่เอามาก็ใช้จ่ายในบ้าน หญิงสาวออดอ้อนขอให้ยกโทษ ไรวินท์จ้องหน้าบอกถ้าอยากให้ยกโทษต้องสารภาพมาให้หมดว่าเอาอะไรมาบ้าง อยู่ที่ไหนเอามาให้ดู มาลาตีหลงดีใจตอบไม่ทันระวัง

    “ก็ไม่กี่ชิ้นหรอกค่ะ เข็มขัดทอง...ทองขายได้ราคาเลยเอาไปแลกกับชุดนิลที่ร้าน ส่วนตุ้มหูแม่ขอ มาลาตีจะเอาคืนมาให้ แหวนเพชรเพื่อนชอบเลยซื้อไป เหลือแหวนทับทิมสวยดีจึงเก็บไว้ก่อน” ไรวินท์ถามถึงเงินก้อน “นั่นแม่เอาไปค่ะ แม่บังคับให้เขียนไปเอาเงินมาใช้หนี้”

    ไรวินท์ถามหนี้พนันใช่ไหม มาลาตียอมรับ เขาเดินไปสูดลมหายใจข้างหน้าต่างอย่างสุดทน มาลาตีเข้ามาคลอเคลีย เขากล่าวเสียงเรียบ “ขอบใจมากที่เธอสารภาพออกมา แต่ฉันคงอยู่กับเธอต่อไปอีกไม่ได้ นับตั้งแต่นี้ ฉันขอให้เราสิ้นสุดกันที”

    ไรวินท์คว้ากระเป๋าเก็บเสื้อผ้าใส่ มาลาตีไม่ยอมยื้อยุดฉุดกระชาก แต่เขาหมดใจเสียแล้ว ลากกระเป๋าออกไปขึ้นรถขับออกอย่างไม่ใยดี มาลาตีร้องไห้โฮสักพัก สายตาเปลี่ยนเป็นอาฆาต

    ooooooo

    หลังจากวันนั้น มาลาตีก็ตามง้อไรวินท์ทุกที่ เขาต้องสั่งเลขาห้ามให้เธอเข้ามา สุดท้ายเธอก็ใช้วิธีเดิม ปลอมลายมือเขากู้ยืมเงินจากคหบดีจีนคนหนึ่ง พอครบกำหนดเจ้าหนี้ก็ส่งคนมาทวงเงินเขาถึงกระทรวง รุมซ้อมและกดดันขู่จะฟ้องเจ้านายเพื่อให้ประวัติเขาเสีย

    ไรวินท์กล่าวกับแพรขาว “ถ้าทำอย่างนั้นฉันจะต้องถูกสอบสวนเป็นความ อาจจะถูกไล่ออก ฉันก็เลยแก้ปัญหาด้วยการลาออกจากงาน เพื่อเอาเงินบำเหน็จมาใช้หนี้ที่ฉันไม่ได้ก่อ”

    จากนั้นก็หันมาทำงานเป็นนักดนตรี เล่นเปียโนในบาร์ตอนกลางคืน และแล้วคืนหนึ่ง มาลาตีควงเสี่ยมาเที่ยว พอเห็นเขาก็ซุบซิบกับเสี่ย ไม่ทันไรสมุนเสี่ยก็เข้ามากระชากเขาออกจากเปียโน และเอาขวดเหล้าฟาดเปรี้ยงใส่หัว หน้าผากแตกเลือดอาบนอนหมดสติเหมือนกองผ้าขี้ริ้ว

    ภายในศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน แพรขาวเดินตามไรวินท์เข้ามา ทุกอย่างในเรือนสวยงาม บนโต๊ะมีแจกันดอกกุหลาบขาวประดับ เขาหันมาเผชิญหน้าเอ่ย “เรื่องของฉันจบลงเพียงแค่นี้ เธอคงสังเวชใจมากสินะ ที่ในที่สุดฉันก็วิบัติหายนะเหมือนพ่อของฉัน มันคงเป็นบาปกรรมที่ฉันเคยทำไม่ดีกับพ่อไว้ตอนที่ฉันยังเด็ก ทั้งๆที่แม่พยายามป้องกันฉันทุกทางแล้ว แต่ฉันก็ยังเป็นลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นของพ่ออยู่ดี”

    ไรวินท์ผายมือไปบนโต๊ะ เกิดเป็นชุดน้ำชาสวยหรูให้แพรขาวดื่ม เธอส่ายหน้าไม่รับ บอกอยากรู้มากกว่านี้ ไรวินท์ไม่เห็นว่ามีอะไรน่าสนใจอีก

    “ใครว่าล่ะคะ มันคือช่วงที่น่าสนใจที่สุดต่างหาก... หลังจากนั้นคุณก็กลับมาอยู่เรือนที่คุณสีนวลเธอสิ้นใช่ไหม แล้วคุณมีภรรยาอีกรึเปล่า”

    “ฉันไม่มีภรรยาใหม่อีกแต่อย่างใด คือไม่มีใครอยากอยู่กับคนที่เลี้ยงเขาไม่ได้น่ะ”

    แพรขาวถามถึงบั้นปลายชีวิตของมาลาตี เขาเล่าว่ากรรมทันตา สามีคนสุดท้ายของเธอเป็นนักเลงบ่อนไพ่ ผลาญเธอจนสิ้นเนื้อประดาตัว ถูกซ้อมจนสภาพยับเยิน แล้วเธอก็ผูกคอตายหลังจากเขาตายไปแล้วไม่ถึงปี...แพร–ขาวตกใจ ไรวินท์ว่าวิญญาณมาลาตีไปนรกชั้นไหนก็ไม่รู้เพราะไม่เคยพบกันเลย แพรขาวแทรกถาม แล้วตัวเขาเสียชีวิตอย่างไร

    ไรวินท์ให้แพรขาวได้เห็นจุดจบของเขา...สภาพเขาทรุดโทรมหมดสง่าราศี บาดเจ็บช้ำในจากที่โดนซ้อม กลับมาอยู่เรือนสีนวล มองรอยขีดบนเสาด้วยความรันทดใจ ต้องเอาบ้านจำนองกับป้าใหญ่ เพื่อให้มีเงินไว้ซื้อข้าวปลาอาหารและรักษาตัว ป้าใหญ่แวะเวียนพาบ่าวมาทำความสะอาดบ้านให้เป็นครั้งคราว ถ้ามีงานบุญก็จะเผื่ออาหารมาฝาก เขาน้ำตารื้นเมื่อได้กินของดีๆ

    ไม่วายเคราะห์ซ้ำกรรมซัด มีโจรวัยรุ่นเข้ามาขโมยพระพุทธรูปที่เขาเหลือเพียงองค์เดียว และยังทำร้ายเขาจนกระอักเลือด เขาบอบช้ำนอนป่วยเห็นภาพลูกสาวมาร้องไห้ต่อว่าเขาเป็นคนทำให้เธอตกน้ำตาย เขาสะดุ้งตื่นควานหายาจะกินบรรเทาอาการ แต่มันจุกแน่นหายใจไม่ออก เห็นวิญญาณสีนวลมานั่งเก้าอี้มอง หัวเราะหยัน ร้องเพลงจันทร์เอ๋ยจันทร์เจ้า ขอข้าวขอแกง ขอแหวนทองแดงผูกมือน้องข้า...

    “สีนวล พี่รู้ว่าพี่ทำผิดกับเธอมามาก ยกโทษให้พี่ด้วยเถอะนะ ขอยาให้พี่เถิด...”

    “พี่ต้องขอกับดวงจันทร์สิคะ เอ้า...เอาสิ...ขอช้างขอม้าให้น้องข้าขี่ ขอเก้าอี้ให้น้องข้านั่ง ขอเตียงตั่งให้น้องข้านอน ฮ่าๆๆ ขอยาให้รักษาตัวข้าเอง...ขอยา ฮ่าๆๆ”

    ไรวินท์พยายามพูดว่าถ้าไม่ได้ยาตนต้องตาย สีนวลเสียงกร้าว “พี่กลัวตายหรือ พี่รู้ไหมว่าฉันไม่เคยกลัวเลย ฉันรอพี่ ฉันอดทน ทรมานแค่ไหนก็ทน เพื่อจะได้เห็นพี่มาอยู่กับฉัน” สีนวลลากไรวินท์ไปดูที่เสา ตรงที่เธอนอนนับวันรออย่างทุกข์ทรมาน “ไม่ว่าพี่จะทำร้ายฉันสักเท่าไหร่ ฉันก็ยังนับเดือน นับปีที่พี่จะได้มาอยู่กับฉัน...

    พี่จะไม่มีวันได้ไปไหน พี่จะต้องอยู่กับฉันที่เรือนหลังนี้ตลอดไป” สีนวลตวาดลั่น

    ไรวินท์ลากสังขารหนีออกมา เสียงสีนวลตะโกนจะหนีไปไหน เขาพลัดตกบันไดลงมาเจ็บปวดบอบช้ำ เลือดทะลักทั้งปากและจมูก “พี่วินท์ ในที่สุด เราก็ได้อยู่ด้วยกันแล้ว ฮ่าๆๆ”

    นั่นคือจุดจบของไรวินท์...แพรขาวมองตามสายตาไรวินท์ไปยังเรือนสีนวล เขาเปรยว่าหลังจากนั้นตนก็วนเวียนติดอยู่กับเรือนหลังนี้เรื่อยมา ไม่ว่าจะเปลี่ยนเจ้าของไปกี่คน ตนก็ยังคงต้องอยู่ที่นี่ราวกับนักโทษอุกฉกรรจ์ แพรขาวคิดว่าภาพที่เขาเห็นก่อนตายคือจิตใต้สำนึกของเขาสร้างขึ้นเอง ทั้งลูกสาวและสีนวล แล้วเธอก็นึกขึ้นได้เอ่ยถาม

    “คุณวินท์คะ คุณรู้สึกสำนึกผิดกับคุณสีนวลก่อนที่คุณตายรึเปล่าคะ แล้ววิญญาณของคุณสีนวลให้อภัยคุณไหม”

    “ถ้าหมายถึงเสียใจแทนสีนวลที่ถูกมาลาตีหลอกลวง ก็ใช่ ฉันเสียใจมาก เขาต้องตายไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึง การณ์แท้ๆ”

    “ฉันหมายถึง สำนึกผิดที่คุณนอกใจเธอต่างหาก บางทีถ้าคุณสำนึกผิดและขอโทษเธอ เธออาจจะให้อภัยแก่คุณก็ได้นะ ว่าไงคะ คุณสำนึกผิดกับเธอรึเปล่า”

    ไรวินท์นิ่วหน้าไม่แน่ใจ หน้าต่างบนชั้นสองเรือนใหญ่เปิดผาง สีนวลเกาะขอบหน้าต่างรอฟังคำพูดของเขา...

    แพรขาวถามซ้ำตั้งใจรอฟังคำตอบของไรวินท์ สุดท้ายเขาถอนใจโพล่งขึ้น

    “ฉัน...ไม่เคยรู้สึกอย่างนั้น”

    “ฮะ! อะไรนะ!” แพรขาวเสียงดัง

    “ถ้าเธอคิดว่าการสำนึกผิด คือการที่ฉันอยากแก้ตัว โดยกลับไปใช้ชีวิตฉันสามีภรรยากับสีนวลอีกไหมล่ะก็...ฉันก็ต้องบอกความจริงว่า...ไม่เลย”

    วิญญาณสีนวลมองลงมาด้วยความเคียดแค้น “ใจร้าย...คนใจร้าย...”

    แพรขาวตำหนิว่าเขาแย่มาก ไม่สำนึกผิดเลยหรือ ภรรยาซื่อสัตย์จริงจังต่อเขาคนเดียว ไรวินท์สวนตนแต่งงานโดยไม่ได้รัก ตั้งใจเพียงกตัญญูต่อแม่ ตนลองพยายามแล้ว แต่ทำอย่างไรก็รักสีนวลไม่ได้ ตนเห็นเธอเป็นเพียงเพื่อนเท่านั้น จะให้หลอกตัวเองว่ารักอย่างไรได้...สีนวลยิ่งร้าวรานใจกัดริมฝีปาก กำมือแน่นจนสั่นไปทั้งตัว เสียงแพรขาวท้วง แต่เธอเป็นแม่ของลูก

    “ใครว่าอะไรเล่า ฉันไม่เคยปฏิเสธ ตราบใดที่แม่ฉันยังอยู่ ลูกสาวฉันยังอยู่ ฉันก็ยังไม่เลิกจากเขา แต่เมื่อสายใยขาดลงเสียแล้วทั้งสองเส้น ฉันก็เป็นไทแก่ตนเอง” แพรขาวถามย้ำคิดอย่างนั้นจริงหรือ “เธอก็เห็นว่าฉันไม่ได้ทิ้งเขาไปเฉยๆ ทรัพย์สินทั้งหมดฉันก็ยกให้เขาไป เพื่อแลกกับอิสรภาพของฉัน”

    “หึ...อิสรภาพงั้นหรือ อย่าหวังเลย...พี่วิน!” น้ำตาสีนวลพรั่งพรูเคียดแค้น บานหน้าต่างชั้นบนเรือนใหญ่กระแทกปิดปัง

    แพรขาวต่อว่าไรวินท์ที่ชอบคิดว่าเงินแก้ปัญหาได้ทุกอย่าง ไม่ว่าเมียกี่คนของเขาก็ใช้เงินฟาดหัว แม้แต่ผู้หญิงอย่างมาลาตีเขาก็คิดว่าให้เงินไปแล้วจบกัน...

    ไรวินท์ยอมรับเพราะคิดว่ามันยุติธรรมดี แพรขาวแย้งว่าสามีภรรยาไม่ใช่แค่เรื่องเงิน ผู้หญิงอยากได้ความรักความผูกพัน การให้เกียรติซึ่งกันและกันจากสามี แต่ไรวินท์ยืนกรานว่าได้ทำดีที่สุดแล้ว แพรขาวท้วงน่าจะคิดถึงใจของสีนวลบ้างที่เสียลูกไปแล้วยังเสียสามีอีก

    “ฉันขอถามอะไรหล่อนสักข้อหนึ่ง...ทำไมหล่อนถึงเลิกกับสามีทั้งๆที่หล่อนกับเขามีลูกด้วยกัน” แพรขาวตอบว่าเพราะเขานอกใจ “ฉันเองก็นอกใจเมีย สีนวลก็ยังต้องการฉัน แต่ทำไมเธอไม่ต้องการสามีบ้างล่ะ”

    “เพราะเขาทำร้ายจิตใจฉันจนทำให้ฉันหมดรักเขาไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว”

    “คิดดูสิแพรขาว ก่อนที่เธอจะเลิกกับสามีนั้น เธอทั้งสองเคยรักกันมาก่อน เธอยังหมดรักได้ ส่วนฉัน...ฉันไม่เคยรักสีนวลมาก่อนเลย”

    แพรขาวเถียงไม่ออก ยอมรับว่าเขาเก่งที่ใช้หลักการพูดแบบนักรัฐศาสตร์จนตนเถียงไม่ได้ เขาหัวเราะเบาๆ บอกไม่เคยพูดว่าตนถูก เพียงแสดงเหตุผลให้ฟังเท่านั้น แพรขาวเหน็บเพราะความฉลาดแบบศรีธนญชัยของเขานี่แหละที่ทำให้เขาต้องอยู่ที่นี่มานานแสนนาน

    “ฉันนึกว่าหลังจากตายไปแล้วในคืนนั้น ถ้าฉันยอมสิงสู่อยู่ที่เรือนหลังนั้น จะเป็นการไถ่บาปลงไปได้บ้าง แต่เปล่าเลย จนบัดนี้ฉันก็ยังอยู่ที่นี่รอให้สีนวลยกโทษให้ แต่ปัญหาก็คือ...ฉันไม่เคยพบสีนวลเลยสักครั้ง” ไรวินท์นั่งลงเล่นเปียโนเพลงเศร้า

    วิญญาณสีนวลบนห้องยืนเกาะเสาสีหน้าเศร้าเจ็บปวดเข่นเขี้ยว “พี่วินท์ ถ้าพี่เห็นฉัน พี่ก็จะทิ้งฉันไปอีก พี่จะไม่ได้ไปทั้งสวรรค์หรือตกนรกที่ไหนทั้งนั้น แต่พี่จะต้องอยู่ที่นี่กับฉันตลอดไป ฉันก็จะเฝ้ามองพี่อยู่อย่างนี้ไปชั่วกัปชั่วกัลป์”

    ooooooo

    แพรขาวนอนหลับพริ้มอยู่บนเตียงในเรือนเล็ก ไรวินท์ยืนเล่าเรื่องราวข้างเตียงแล้วกล่าวว่าตนเหมือนคนชมมหรสพโรงใหญ่ของโลก เรือนนี้ถูกรื้อแล้วนำไปสร้างใหม่ ย้ายที่จนมาถึงที่นี่ มีตัวละครเปลี่ยนหน้าค่าตามาเรื่อยๆ จากเกสรมาเจอสมพร นลิน หนูชมพูและเธอ

    แพรขาวพูดเหมือนละเมอว่าจะหาทางช่วยให้เขาออกไปจากที่นี่ให้ได้ ไรวินท์ลูบผมแพรขาวอย่างซาบซึ้ง “ขอบใจเธอต่างหากแม่หนู คืนนี้อาจเป็นคืนสุดท้ายที่เราจะได้พูดคุยกันแบบนี้”

    แพรขาวพึมพำจะกลับมาเยี่ยมเขาบ่อยๆ จนกว่าเขาจะหลุดพ้นไปได้ ไรวินท์ชื่นชมเธอช่างเป็นคนมีน้ำใจมาก นอนเสียตนจะกล่อมเธอเอง...เสียงเปียโนบรรเลงขึ้นอย่างไพเราะ ไม่ทันไรเสียงเปียโนหยุดกึก ไฟสนามดับพรึบ มีไอ้โม่งสองคนยืนจังก้าหน้าบ้าน ในมือมีถังน้ำมันและมีดวาววับ ทั้งสองคือลลิตและมาตา เสียงลลิตคำราม “นังแพรขาว คืนนี้แกต้องตาย”

    มาตาถือถังน้ำมันจะไปสาดใส่เรือนใหญ่ ส่วนลลิตถือมีดตรงมายังเรือนเล็ก ใช้เหล็กงัดกุญแจประตู ไรวินท์ปรากฏตัวขึ้นข้างมุ้งแพรขาว ปลุกเธอให้ตื่นบอกมีคนงัดเข้ามาจะทำร้ายเธอ แพรขาวตกใจจะหนีออกทางหน้าต่างแต่ไม่ทันการณ์ เขาจึงบอกให้เธอมุดไปอยู่ใต้เตียงก่อน

    ลลิตเปิดประตูผางเข้ามา ตรงไปยังเตียงเงื้อมีดจะแทง แต่พอกระชากผ้าห่มออกไม่มีแพรขาวบนเตียงก็เข่นเขี้ยวมองหาไปรอบห้อง ไปดูที่ห้องน้ำ จังหวะนั้นไรวินท์บอกให้เธอหนี ลลิตกลับออกมา ไรวินท์โบกมือเกิดหมอกบังตัวแพรขาวไว้

    ด้านมาตากำลังสาดน้ำมัน สีนวลเปิดหน้าต่างออกดังปัง ยืนจ้องมายังเธอ มาตาตกตะลึงวิ่งไปหาลลิตที่เรือนเล็ก รีบบอกเขาว่าเจ้าของบ้านเห็นตนแล้ว แพรขาวตกใจเมื่อรู้ว่าทั้งสองคือใคร ลลิตโวยวายหาว่ามาตาทำเสียงดังจนเจ้าของบ้านตื่น เธอรีบบอกให้หนีกันก่อน

    ไรวินท์บังตัวแพรขาวไว้พาออกจากเรือน เสียงลลิตอาฆาตจะกลับมาจัดการแพรขาวให้ได้

    แพรขาววิ่งไปเรือนใหญ่ ลลิตเห็นหลังไวๆตาลุกวาว พอดีเนยกับสมพรได้ยินเสียงเปิดประตูออกมา แพรขาวรีบบอกว่ามีโจรจะฆ่าตน...ลลิตเคียดแค้นตามไปจุดไฟจะเผาเรือนใหญ่ แต่พอจุดที่คราบน้ำมัน มันมอดลงทุกครั้ง จึงโวยมาตาเป็นคนทำให้ไฟดับ เธอปฏิเสธเสียงหลง

    ทันใดที่มุมหนึ่ง วิญญาณสีนวลปรากฏตัวขึ้น จ้องที่กองไฟเกิดเป็นควันดำลอยมาคลุมรอบตัวลลิตจนเขาสำลัก พยายามหนีแต่ก็ไม่พ้น มาตาไม่เห็นควันแปลกใจเขาเป็นอะไร ลลิตเห็นสีนวลเป็นแพรขาวกำลังหัวเราะเยาะ แล้วเดินไปยังท่าน้ำจึงวิ่งตามไป มาตาร้องเรียกให้ไปออกทางประตูบ้าน...ลลิตคำรามด้วยความแค้น “นังแพรขาว นึกเหรอว่ามึงจะหนีพ้น อย่าหนี!”

    แล้วร่างลลิตก็วิ่งฝ่าประตูท่าน้ำออกไป ประตูปิดปังตามเดิมลลิตโวยวายลั่นให้เปิด ทันใดนั้นมีเรือพาย พายมาจอด ชายชุดดำเงยหน้าขึ้นจ้องมองลลิตถมึงทึง แล้วลุกพรวดขึ้นมากระชากไหล่ลลิตเต็มแรง ลลิตตะลึงที่เป็นต๊อก ยกมือจับสร้อยตาเสือจะร่ายมนต์ แต่สร้อยเกี่ยวกับแง่งเหล็กขาดกระเด็น ระหว่างนั้นมาตาตามมาเรียกลลิตให้รีบหนี เขาหันมามองด้วยสายตาแปลกไป เพราะต๊อกเข้าสิงตวาดใส่ “อีมาตา อีคนใจยักษ์ มึงอย่าอยู่เลย อีคนใจบาปหยาบช้า”

    มาตาถูกกระชากมาบีบคอ เธอดิ้นรนสุดชีวิต คว้าไม้พายหวดกระหน่ำใส่ ลลิตโวยจะฆ่าตนหรือ มาตาเริ่มคุ้นเสียงว่าเป็นเสียงต๊อกก็ร้องกรี๊ด หวดไม้พายใส่จนหน้าลลิตเละ แล้วตกใจกลัวลานวิ่งหนีไปออกประตูบ้าน ลลิตรู้สึกตัวครางด้วยความเจ็บปวด ต๊อกเข่นเขี้ยวว่าได้เวลาแล้ว เขาลากลลิตลงไปในน้ำ ใช้ไม้พายกระแทกใส่จนลลิตจมดิ่งลงไป ทุกอย่างเงียบสงบลง ต๊อกพายเรือกลับหายไปในความมืด...

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 20:18 น.