นิยายไทยรัฐ

ข่าว

    เจ้าบ้านเจ้าเรือน

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    อัลบั้ม: "ติ๊ก เจษฎาภรณ์" ประกบ "ศรีริต้า" ใน "เจ้าบ้านเจ้าเรือน"


    แพรขาวไม่เห็นด้วยว่าไรวินท์จะต้องถูกจองจำไม่มีวันสิ้นสุด เพราะนักโทษยังมีวันสิ้นสุดการจองจำ ไรวินท์ว่าตนก็เคยคิดเช่นนั้น หญิงสาวพนมมือถามเจ้ากรรมนายเวรจะเคียดแค้นอะไรนักหนา จองเวรกันชั่วกัปชั่วกัลป์เลยหรือ ไม่ใจร้ายหรือย่างไร ขอให้เลิกจองเวรกันเสียที

    “แม่หนู นี่หล่อนจะช่วยฉันเจรจากับเจ้ากรรมนายเวรให้ผ่อนโทษหรือจะยิ่งให้เพิ่มโทษกันแน่ บาปกรรมที่ฉันก่อเอาไว้มันอาจจะทำให้เขาเจ็บช้ำมากเกินกว่าจะอภัยให้ฉันได้กระมัง”

    แพรขาวได้เห็นภาพในอดีตของไรวินท์อีกครั้ง... หลังจากญี่ปุ่นยาตราทัพเข้ามาในประเทศไทย รัฐบาลยอมจำนนให้ทหารญี่ปุ่นตั้งกองทัพอยู่ในส่วนต่างๆของประเทศ เท่ากับเป็นคู่สงครามกับฝ่ายพันธมิตรคืออังกฤษและอเมริกา นับแต่นั้นก็มีเครื่องบินมาทิ้งระเบิดไม่เว้นแต่ละวัน ผู้คนอพยพย้ายถิ่นฐานกันโกลาหล เพียงชั่วเวลาไม่นาน กรุงเทพฯก็เกือบกลายเป็นเมืองร้าง

    ถึงกระนั้นวารีก็ไม่ยอมหนีเพราะเป็นห่วงกิจการน้ำอบน้ำปรุง ทำให้คนงานหวาดผวาเสียงหวอแทบทุกวัน... ไรวินท์ในอดีตไม่ได้เป็นห่วงเป็นใยที่บ้านเท่าไหร่ กลับมาดูแลมาลาตีกับมะลิทุกเย็นหลังเลิกงาน

    วารี​เริ่ม​เจ็บป่วย​มาก​ขึ้น สี​นวล​ปรนนิบัติ​ดูแล​อย่าง​ดี และ​ยัง​ทำ​หน้าที่​เก็บ​เงิน​ทอง​ให้​ไม่​ขาด​สายแต่​อด​น้อยใจ​ไม่ได้​ที่​วารี​สั่ง​ห้าม​บอก​เรื่อง​เจ็บป่วย​กับ​ไรวินท์ ทำให้​เขา​ไม่ค่อย​กลับ​บ้าน อ้าง​นอน​ที่​กรม แต่เธอ​รู้​ว่า​เขา​ไป​อยู่​กับ​เมียน้อย วารี​ปลอบ​อย่างไร​เสีย​เขา​ก็​ยังกลับมา​บ้าน​บ้าง

    ทุก​ครั้ง​ที่​มีเสียง​หวอ​เตือน​ภัย บ่าวไพร่​ประคองวารี​ไป​หลุมหลบภัย สี​นวล​ต้อง​กอด​ปลอบ​ลูก​ไม่​ให้​กลัว​ร้อง​โยเย บ่าวไพร่​บ่น​ว่า​บ้าน​เรา​ไม่​มี​ผู้ชาย​คอย​เป็น​หลัก​ให้​บ้าง​เลย สี​นวล​สวน

    “มี​สิ ผู้ชาย​บ้าน​นี้​มีแต่​ไม่​รู้​ไป​อยู่​บ้าน​ไหน” ว่าแล้ว​ก็​น้ำตา​ไหล​พราก

    ด้าน​ไร​วินท์​ดูแล​ปลอบ​ใจ​มาลาตี​ไม่​ให้​กลัว มาตาลี​ฟูมฟาย​ขอ​ให้​เขา​พา​ไป​อยู่​ที่​อื่น ไม่​อยาก​อยู่​พระนครแล้ว ไร​วินท์​บอก​ตน​ต้อง​ดูแล​แม่​กับ​บริวาร มาลาตี​โวย

    “โอ๊ย ไม่​ต้อง​ห่วง​หรอก​ค่ะ คุณ​แม่​พี่​ท่าน​ออก​ใจแข็ง อยู่​มา​ได้​ท่ามกลาง​สงคราม​แบบ​นี้​ตั้ง​นานสองนาน”

    “ท่าน​อยู่​เป็น​เพื่อน​พี่​ต่างหาก ก็​พี่​ต้อง​ไป​กระทรวง​ทุก​วัน​นี่”

    “ไม่​รู้​ล่ะ​ขืน​อยู่​แบบ​นี้​บอมบ์​จะ​ลง​เรือน​เรา​เมื่อไหร่​ก็​ไม่​รู้​นะ​คะ​คุณ​พี่ เรา​ไป​อยู่​แถว​นนทบุรี​ก็ได้”

    ไร​วินท์​ขอ​ดู​ลู่ทาง​ก่อน แต่​มาลาตี​ออดอ้อน​จน​เขา​ใจอ่อน​จน​ได้...

    เช้า​วัน​ใหม่ ไร​วินท์​กลับ​มา​บ้าน ลูก​สาว​วัย​สี่​ขวบ​เข้า​มา​เกาะ​แข้ง​เกาะ​ขา เขา​จึง​อุ้ม​ขึ้น​มาก​อด​หอม​ด้วย​ความ​คิดถึง สี​นวล​เดิน​มา​เห็น​หยุด​มอง​ค่อยๆคลี่​ยิ้ม​ออก พอ​เขา​หัน​มา​เห็น​ก็​ต่อว่า

    “แม่​นวล ทำไม​หล่อน​ถึง​ปล่อย​ลูก​มา​เดิน​เล่น​แถวนี้ เกิด​รถ​รา​วิ่ง​มา​ทับ​ลูก​จะ​ว่า​ยัง​ไง”

    “เอ่อ ขอประทานโทษ​เถอะ​คะ ฉัน​ยุ่ง​จริงๆมัว​แต่​ดู​หม้อ​ต้ม​หยูกยา​ของ​คุณ​แม่​น่ะ​ค่ะ”

    ไร​วินท์​สะดุดหู​รีบ​ถาม​แม่​เป็น​อะไร สี​นวล​หน้า เจื่อน...ไร​วินท์​รี่​มา​ดู​อาการ​วารี ประคอง​ให้​ทาน​ยา ท่าทาง​เธอ​ดีใจ​บอก​สวด​มนต์​ขอ​คุณ​พระ​คุ้มครอง​ให้​ลูก​ปลอดภัย และ​ว่า​อย่า​ตำหนิ​สี​นวล​เพราะ​ตน​เป็น​คน​สั่ง​ไม่​ให้​บอกเขา​เรื่อง​อาการ​ป่วย ไร​วินท์​ก้ม​กราบ​ที่​ตัก​ประจบ​เป็นเพราะ​แม่​สวด​มนต์​ให้​ตน​ถึง​รู้สึก​อบอุ่น​ใจ​อย่าง​ประหลาด วารีรีบ​บอก​ว่า​เมื่อ​คืน​ระเบิด​ลง​หนัก​เห็น​หลาน​ร้องไห้​แล้ว​สงสาร คิด​ว่า​จะ​ย้าย​ไป​อยู่​นอก​เมือง สี​นวล​ได้ยิน​ดีใจ ถาม​จะไป​อยู่​ไหน​กัน​ดี บ่าวไพร่​พลอย​ดีใจ​ไป​ด้วย ไร​วินท์​อึกอักๆ

    “ผม​ก็​คิด​อยู่​เหมือน​กัน​ครับว่า​จะ​ไป​อาศัย​บ้าน​เพื่อน​แถว​เมือง​นนท์ นั่ง​เรือ​มา​ทำ​งาน​ได้​สะดวก ส่วนคุณแม่​ไป​อยู่​ให้​ไกล​จาก​ระเบิด​จะ​ดี​ที่สุด แล้ว​ผม​จะ​หมั่น​ไปเยี่ยม”

    สี​นวล​มอง​อย่าง​รู้ทัน หนู​น้อย​เข้า​มาก​อด​ขอ​ไปอยู่​กับ​พ่อ เขา​บอก​ลูก​ว่า​พ่อ​ต้อง​ไป​ทำ​งาน​ให้​ลูก​อยู่กับแม่และ​ย่า​จะ​ได้​ไม่​ห่วง​หน้า​พะวง​หลัง แล้ว​แนะ​ให้​ไป​อยู่​อยุธยา​บ้าน​น้า​แคล้ว

    ooooooo

    บ้าน​ริม​น้ำ​อยุธยา​ที่​วารี​ซื้อ​ไม้​ส่ง​มา​ให้​แคล้ว​ปลูก​ไว้​ก่อน ไร​วินท์​พา​แม่ สี​นวล ลูก​สาว​และ​บ่าวสองคน​นั่ง​เรือ​มา วารี​กับ​แคล้ว​ทักทาย​กัน​ด้วย​ความ​คิดถึง ไร​วินท์​จะ​ลาก​ลับ สี​นวล​ท้วง​ไม่​พัก​ด้วย​กัน​สัก​คืน​ก่อน​หรือ เขา​อ้าง​เป็น​ห่วง​งาน​ราชการ​ทาง​โน้น สี​นวลดักคอ​แน่​หรือ วารี​ปราม

    “เอา​เถอะๆ พอๆแม่​นวล​ก็ พี่​เขา​บอก​ว่า​ราชการ​ก็​ราชการ​สิ มา​พิรี้พิไร​อยู่​ได้ ลูก​วินท์​ไป​เถอะ​เดี๋ยว​จะ​มืดค่ำ​เสีย​เปล่าๆ มา​ส่ง​แค่​นี้​แม่​ก็​ชื่น​ใจ​แล้ว แม่​รู้​ว่า​ราชการ​ช่วง​นี้​คง​ยุ่ง​น่า​ดู”

    ไร​วินท์​ไหว้​ลา หนู​น้อย​ร้องไห้​โยเย​ไม่​อยาก​ให้​พ่อ​ไป จู่ๆวารี​ก็​วิงเวียน​เป็น​ลม ไร​วินท์​ตกใจ​รีบ​ดูแล...ทำให้​เย็น​นั้น​เขา​กลับ​ไม่ทัน สีหน้า​สี​นวล​ดู​แจ่มใส​ขึ้น​ทันที

    ตก​ค่ำ สี​นวล​ต้ม​ยามา​ให้​วารี​ทาน​เรียบร้อย บ่าว​ทั้ง​สอง​หัวเราะ​คิก​คัก​ที่​เห็น​สี​นวล​อมยิ้ม วารี​แซว​อยาก​จะ​รีบ​ไป​ดูแล​สามี​แล้ว​สิ เธอ​อาย​ม้วน​อ้าง​จะ​ไป​ดูแล​ความ​เรียบร้อย​เท่านั้น “เอา​เถอะ​จ้ะ​แม่​เข้าใจ ยัง​ไง​ก็​อย่า​ลืมลูก​ลืม​เต้า​มัน​ด้วย​ล่ะ”

    สี​นวล​ยิ้ม​เขิน อุ้ม​ลูก​น้อย​ที่​หลับ​ปุ๋ย​พาด​บ่า​ไป...เข้า​มา​ใน​ห้อง​เห็น​ไร​วินท์​นั่ง​อ่าน​หนังสือ จึง​เอา​ลูก​นอน​อีก​ฟูก​หนึ่ง​แล้ว​กาง​มุ้ง​ให้​ฟูก​ที่​ไร​วินท์​นั่ง​อยู่ คุย​อย่าง​อารมณ์ดี​ว่า​วัน​นี้​คุณ​แม่​ทานอาหาร​ได้​เยอะ​กว่า​ทุก​วัน คง​เป็นเพราะ​เขา​อยู่​ด้วย จู่ๆไร​วินท์​ก็​พูด​ขึ้น​ว่า

    “ฉัน​จะ​นอน​คน​เดียว เธอ​ไป​กาง​อีก​มุ้ง​นอน​กับ​ลูก​เถอะ”

    สี​นวล​หน้าเสีย​พูด​ไม่​ออก ก้มหน้า​น้ำตา​คลอ หัวใจ​แทบ​แตก​สลาย...พอ​รุ่งเช้า ไร​วินท์​ถือ​กระเป๋า​ไปลง​เรือ​กลับ​โดย​ไม่​ล่ำลา​สัก​นิด สี​นวล​ได้​แต่​กล้ำกลืน​ความ​เสียใจ

    จาก​นั้น​ไร​วินท์​ก็​มา​พา​มาลาตี​กับ​มะลิ​ย้าย​มา​อยู่​บ้านเมือง​นนท์ เป็น​บ้าน​ไม้​หลัง​เล็กๆใน​สวน มาลาตีไม่ค่อย​พอใจ​แต่​มะลิ​เฉยๆเพราะ​เคย​ลำบาก​มา​ก่อน มาลาตี​โวยวาย​ติติง​ทุก​อย่าง​ใน​บ้าน ไร​วินท์​ต้อง​คอยปลอบ​และ​แก้ไข​ให้​ด้วย​ความ​รัก​และ​เอาใจ เขา​พร่ำ​บอก

    “มาลาตี​สุด​ที่รัก​ของ​พี่ อย่า​งอแง​ไป​เลย​จ้า...”

    “มาลาตี​ยัง​เป็น​สุด​ที่รัก​ของ​คุณ​พี่​อยู่​เหรอ​คะ นี่​ก็​สอง​สาม​ปี​มา​แล้ว อีก​หน่อย​ก็​คง​เบื่อ​น้อง”

    “หล่อน​พูด​ผิด​เสีย​แล้ว ยิ่ง​วัน​เวลา​ผ่าน​ไป​เท่า​ไหร่ ความรู้สึก​ของ​พี่​ก็​ยิ่ง​ชัดเจน​ว่า​น้อง​คือ​ยอด​ดวงใจ​ของ​พี่​ต่างหาก”

    “บางที​น้อง​ก็​นึก​อิจฉา​เมีย​ของ​พี่​ที่​ได้​แต่งงานกับพี่ ได้​เชิดหน้าชูตา”

    “เขา​ก็​แค่​ผู้หญิง​ที่​ผู้ใหญ่​จับ​ให้​พี่​จำ​ต้อง​แต่งงาน​ด้วย​ต่างหาก พี่​ไม่​เคย​รัก​ใคร่​ไยดี ก็​พี่​จะ​รัก​ใคร​ได้​อีก​ล่ะ ใน​เมื่อ​ใจ​ของ​พี่​มอบ​ให้​ผู้หญิง​คน​นี้​ไป​หมด​แล้ว​นี่” ไรวินท์​สบตา​หวาน​ซึ้งมาลาตี​ค้อน​ชมดชม้อย ยั่ว​ให้​หลงใหล​มาก​ยิ่งขึ้น...

    ooooooo

    ที่​บ้าน​อยุธยา สี​นวล​ใจลอย​จน​ทำให้​มีด​บาดนิ้ว เมื่อ​แคล้ว​แวะ​มา​ส่งข่าวว่า​จะ​มี​งาน​บุญ​ประจำปี​ของ​หมู่​บ้าน วารี​อาสา​ทำ​ขนมจีน​น้ำพริก​ตำรับ​ชาว​กรุงร่วม​ถวาย​พระ หนู​น้อย​เข้า​มา​ประจบ​อย่าง​น่า​เอ็นดู​ขอ​ให้​ย่า​ทำ​ขนม​ลูก​ชุบ​ให้​ตน​ด้วย

    พอ​ถึง​วัน​งาน ชาว​บ้าน​ถูกใจ​กับ​ฝีมือ​ขนมจีน​น้ำพริก​ของ​วารี ส่วน​วารี​ทาน​อาหาร​พื้นบ้าน​ร่วม​กับชาวบ้าน แต่​สี​นวล​ไม่​อาจ​ทาน​ได้​ด้วย​เผ็ด​เหลือหลาย...ตก​ค่ำ​วารี​ท้องร่วง​อย่าง​หนัก รวม​ทั้ง​ชาว​บ้าน​อีก​หลาย​คน สี​นวล​ตกใจ​มาก​ให้​บ่าว​ไป​แจ้ง​กับ​แคล้ว​เพื่อ​ช่วย​พา​วารี​ลง​เรือ​ไป​หา​หมอ

    ขณะ​ลอย​เรือ​ฝ่า​ความ​มืด วารี​อาการ​แย่​ลง​จึง​สั่งเสีย​สี​นวล​อย่า​ทิ้ง​ไร​วินท์ ระหว่าง​นั้น​ไร​วินท์​กำลัง​มี​ความ​สุข​กับ​มาลาตี​จน​พลั้ง​ชนก​รอบ​รูป​วารี​ตก​แตก เขา​ชะงัก​แต่​ไม่​คิด​อะไร...วารี​สิ้นใจ​ใน​เรือ สี​นวล​กรีด​ร้องลั่น​คุ้ง​น้ำ

    วัน​ต่อ​มาสี​นวล​ฝาก​คน​ของ​แคล้ว​ที่​จะ​เดินทางเข้า​กรุงเทพฯ​พอดี นำ​จดหมาย​ไป​ส่ง​ไร​วินท์​ที่​กระทรวง แคล้ว​ถาม​ทำไม​ไม่​ให้​ส่ง​ที่​บ้าน เธอ​อึกอัก​อ้าง​ทำ​ที่​อยู่​หาย...พอ​ไร​วินท์​ได้​รับ​จดหมายก็​ตกใจ​หน้าซีด รีบ​เดินทาง​มา​อยุธยา​ใน​ทันที ร่าง​วารี​กำลัง​เผา ควัน​ลอย​ออก​จาก​ปล่อง​เมรุ สี​นวล​ยืน​มอง​น้ำตา​ไหล​พราก แคล้ว​ปลอบ​รีบ​เผา​น่ะ​ดีแล้ว คน​เป็น​โรค​ติดต่อ​ไม่​ควร​เก็บ​ไว้​นาน

    ไร​วินท์​มา​ถึง​ร้อง​เรียก​แม่​จ๋า​ลูก​มา​แล้ว...แล้ว​เขาก็​ก้ม​กราบ​กับ​พื้น​ร่ำไห้ สี​นวล​มอง​ด้วย​ความ​สะเทือนใจ...เสร็จ​พิธี​เผา ยัย​หนู​เอา​ข้าว​มา​โปรย​ให้​ลูกเจี๊ยบ​ใน​บริเวณ​บ้าน แคล้ว​คุย​อยู่​กับ​ไร​วินท์​ว่า​วารี​เป็น​โรคระบาด​ท้องร่วง คน ใน​หมู่​บ้าน​ก็​ตาย​ไป​หลาย​คน​เช่น​กัน อยาก​ให้​เขา​พา​ลูก​เมีย​กลับ​ไป​ก่อน​จะ​ติด​โรค ไร​วินท์​อึ้ง​อยู่​นาน​จน​แคล้ว​สงสัย แล้ว​เขา​ก็​โพล่ง​ขึ้น​ว่า

    “ฉัน​ต้อง​พา​ลูก​เมีย​ไป​ด้วย​กัน​แน่...แต่​ไม่​ใช่​ตอนนี้”

    “อ้าว! จะ​มัว​รอ​อะไร​อยู่​ล่ะ โรคระบาด​มัน​ไม่ลาม​มา​ถึง​เรือน​ก่อน​เหรอ”

    ไร​วินท์​อ้าง​ต้อง​กลับ​ไป​เตรียม​ที่ทาง​ก่อน​แล้ว​จะ​รีบ​มา​รับ แคล้ว​ว่า​ไม่​ควร​รอ สี​นวล​เข้า​มา​แทรก “ไม่​ต้อง​เตรียม​อะไร​หรอก​พี่​วินท์ ฉัน​กับ​ลูก​ไป​วัน​นี้​ก็ได้ เสื้อ​ผ้าก็​มี​ไม่​กี่​ชิ้น...”

    แคล้ว​เห็น​ด้วย แต่​ไร​วินท์​บอก​ว่า​ไม่ได้ เพราะตน​ก็​อาศัย​เพื่อน​อยู่ จะ​พา​ใคร​ไป​อีก​ก็​เกรงใจ คง​ต้องหา​ที่​อยู่​ใหม่​ให้ สี​นวล​ไม่​กล้า​โต้เถียง ไร​วินท์​ถาม​หา​ลูก​จะ​ชื่น​ใจ​ก่อน​จะ​กลับระหว่าง​นั้น​ยัย​หนู​โปรย​ข้าว​ให้​ลูกเจี๊ยบ​กิน​อยู่ บ่าว​ที่​ดูแล​จึง​ยก​กระจาด​ผัก​ไป​เก็บ​ใน​ครัว ชั่ว​พริบตา หนู​น้อย​เห็น​ผี​แกละ​มาก​วัก​มือ​เรียก​ให้​ไป​เล่น​ที่​ท่า​น้ำ ประตู​ท่า​น้ำ​เปิด​อ้า​ออก...สี​นวล​ชะโงก​มอง​ไป​ทาง​ลาน แปลก​ใจ​ที่​ไม่​เห็น​ลูก แคล้ว​บอก

    “คง​อยู่​แถว​นี้​ล่ะ มา​ที​ไร​ก็​ชอบ​ไป​เล่น​กับ​ลูกเจี๊ยบ​แม่​ไก่​อยู่​เรื่อย เดี๋ยว​น้า​ลง​ไป​ช่วย​หา​ให้ กำลัง​จะ​กลับพอดี อ้าว! ประตู​ท่า​น้ำ​เปิด​ทิ้ง​ไว้​อีก​แล้ว ใคร​มา​เปิด​เล่น​นะ​ก็​ฉัน​ปิด​เอง​กับ​มือ​นี่​นา”

    สีนวลใจหายวาบพรวดพราดออกไปตะโกนเรียกหาลูกลั่น ไรวินท์พลอยตกใจรีบตามไปอย่างกังวล บ่าวหน้าเสียเข้ามาบอกว่าคุณหนูให้ข้าวลูกเจี๊ยบอยู่ตนจึงยกกระจาดผักไปเก็บในครัว ทุกคนช่วยกันตามหาทั่วบริเวณ แคล้วสั่งคนลงไปงมในน้ำ สีนวลแทบถลาตามลงไป ชาวบ้านรั้งไว้ เธอทิ้งตัวลงร้องไห้แทบขาดใจ

    ไรวินท์ไม่รอช้ากระโดดลงไปช่วยงม โผล่มาทีก็ร้องบอก “ยัยหนูกลับมาหาพ่อสิลูก ยัยหนู พ่อจะพาหนูกลับพระนครวันนี้นะ มาหาพ่อสิลูก”

    สักครู่ก็มีคนอุ้มร่างหนูน้อยขึ้นมา สีนวลกรีดร้องเข้าไปแย่งลูกมากอดคร่ำครวญ ชาวบ้านซุบซิบว่าผีตายโหงมันคะนองมาเอาตัวไป ถึงไม่มีใครได้ยินเสียงเด็กร้องเลย ไรวินท์ยืนอึ้งสีหน้าหมดอาลัยตายอยากปล่อยน้ำตาไหลพราก

    จวบจนเย็นย่ำ ไรวินท์ยังคงนั่งจ้องแม่น้ำที่พรากชีวิตลูกน้อยไป พลันได้ยินเสียงยัยหนูร้องไห้กระซิกๆแว่วมา “พ่อจ๋า...แม่จ๋า...เขาไม่ให้หนูไป...” เขาหันมองเห็นแต่ท่าน้ำว่างเปล่า

    แพรขาวเห็นดวงตาไรวินท์ยังเจ็บปวดกับเรื่องในอดีต รู้สึกสงสารเขาจับใจเอ่ยถามเพราะเหตุนี้เขาถึงเอ็นดูชมพูหรือ ไรวินท์ยอมรับตนถึงเข้าไปช่วยวันที่ชมพูจมน้ำต่อหน้าต่อตา

    “มันทุกข์ทรมานเกินไปสำหรับฉัน แม้ว่า...ไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันสองจิตสองใจมาตลอด เธอและฉันอยู่กันคนละโลก ถ้าหากฉันเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย หากเป็นผลดีก็ดีไป แต่ถ้ามีผลร้าย ฉันก็จะทุกข์ทรมานยิ่งขึ้นกว่าที่เป็นอยู่”

    “คุณมีบุญคุณกับฉัน ฉันอยากจะช่วยคุณ พูดจริงๆนะคะมีอะไรที่พอจะช่วยได้บ้างไหม”

    “ทุกข์ของฉันมีอย่างเดียวคือเป็นนักโทษอยู่ในเรือนนี้ รอคอยอิสรภาพที่ไม่รู้ว่าจะมาถึงเมื่อไหร่” แพรขาวถามมีวิธีไหนจะช่วยได้ “ฉันรู้ว่าเธออยากช่วยฉันจริง แต่เธอทำอะไรไม่ได้หรอก มีเพียงทางเดียวเท่านั้น คือการที่ฉันต้องรอให้บาปที่ฉันได้ทำกับสีนวลนั้นจบสิ้นลงหรือไม่เขาก็ยอมที่จะปลดปล่อยฉันไป”

    “คุณสีนวลน่ะหรือคะที่เป็นคนขังคุณไว้ในเรือนนี้!”

    หน้าต่างบนชั้นสองเรือนใหญ่ ปรากฏใบหน้าสีนวลตาแดงก่ำด้วยความเคียดแค้น น้ำตาไหลเป็นสายเลือด “เขาไม่รู้หรอก เขาไม่เคยรู้อะไรเลย ไม่รู้เสมอมาและจะไม่มีทางรู้ตลอดไป”

    แพรขาวไม่อยากเชื่อว่าสีนวลผู้ดูอ่อนหวานจะเป็นคนสาปแช่ง ต้องมีเรื่องหนักหนาสาหัสที่เขายังไม่ได้เล่าให้ฟัง ไรวินท์ยอมรับตนทำบาปกับสีนวลอีกมาก และบาปนั้นทำให้วิญญาณตนไปไหนไม่ได้เมื่อร่างแตกดับ เรื่องใกล้มาถึงตอนท้ายแล้วตนจะเล่าให้ฟัง

    ooooooo

    ไฟกำลังโหมลุกไหม้บนเชิงตะกอนเผาร่างลูกน้อยของสีนวลกับไรวินท์ สีนวลร่ำไห้น่าเวทนา ส่วนไรวินท์ยืนนิ่งพยายามกล้ำกลืนความเสียใจ แคล้วปลอบใจสีนวลว่าลูกไปสบายแล้ว แต่เธอยังร้องไห้จนเป็นลม แคล้วรีบบอกไรวินท์ให้มาดูภรรยา แต่เขากลับนิ่งเฉยแล้วเดินจากไป

    หลังเสร็จสิ้นพิธีเผาศพ แม้จะเศร้าเสียใจแต่สีนวลก็ยังหาข้าวปลาให้ไรวินท์ทาน เขากลับบอกเธอว่าไม่หิว แล้วพูดขึ้นว่า “พรุ่งนี้ฉันต้องรีบกลับไปทำงาน ไม่อยู่เก็บกระดูกลูกเธอจัดการให้เสร็จแล้วกัน แล้วจะให้คนมารับ”

    “พี่จะทิ้งฉันหรือ!” สีนวลสวนด้วยน้ำเสียงเครือ

    “เธออย่ากวนใจฉันได้ไหม ขอเวลาฉันสงบสติอารมณ์สักหน่อยเถอะ” ไรวินท์หันขวับมาพูดเสียงเขียวแล้วก้าวฉับๆหนีไป สีนวลปล่อยโฮอย่างสุดทน

    ตกดึกสีนวลอยากคุยให้รู้เรื่อง แต่ไรวินท์เข้าห้องใส่กลอนไม่ไยดีเธอสักนิด จวบจนเช้าตรู่ ไรวินท์ถือกระเป๋าเตรียมเดินทางกลับ สีนวลเก็บของแต่งตัวตามออกมา ยืนกรานว่าจะกลับไปพร้อมกันด้วย ได้สั่งบ่าวให้ช่วยแคล้วเก็บกระดูกลูกแล้วตามไป เพราะรู้ว่าหลังจากนี้ตนจะไม่ได้เห็นหน้าเขาอีก ไรวินท์เถียงไม่ออก สีนวลเห็นสีหน้าสามีก็น้ำตาปริ่ม

    “ฉันไม่มีคุณแม่ ไม่มีลูก ฉันเหลือพี่อยู่คนเดียว พี่ยังจะทิ้งฉันไปอีกหรือ”

    “แล้วเธอไม่คิดหรือว่าฉันเสียใจมากแค่ไหน ฉันต่างหากที่ต้องเสียทั้งแม่ เสียทั้งลูก ก็ไม่อยากจะว่ากันหรอกนะ ถ้าเธอดูแลลูกให้ดีกว่านี้หน่อย ลูกก็คงไม่ตกน้ำตาย”

    “ฉันนึกแล้วว่าพี่ต้องโทษฉัน พี่จะได้มีเหตุผลไปบอกใครๆว่าฉันมันเลว พี่ถึงได้ทิ้งฉัน”

    “ฉันไม่อยากเสียเวลามาทะเลาะอะไรกับเธอ แค่นี้ฉันก็เสียใจจนเกินจะเสียใจอยู่แล้ว ทำไมเธอไม่หาทางอยู่ได้ด้วยตัวเธอเองเล่า แทนที่จะมายึดฉันไว้

    ไม่ยอมปล่อย เธอรู้ดีอยู่แล้วว่าฉันแต่งงานกับเธอเพราะแม่ มีลูกกับเธอก็เพราะเห็นแก่แม่ ตอนนี้หน้าที่ของฉันมันจบลงแล้ว”

    “ยังไม่จบ พี่ยังเป็นผัวของฉัน เมื่อพี่สู่ขอฉันเป็นเมียแล้ว พี่ก็ต้องมีหน้าที่เลี้ยงดูฉัน”

    ไรวินท์จ้องหน้าพูดอย่างจริงจังว่า เราไม่เป็นผัวเมียกันนานแล้ว ตนจะมอบทรัพย์สินให้ ไม่ต้องกลัวอดตาย เพื่อแลกกับอิสรภาพตน สีนวลถามเสียงสั่นว่าเขาจะให้อะไร เขาจาระไนว่า ทั้งบ้านและกิจการน้ำอบของแม่ ให้เธอได้ทำต่อไป หรือเธออยากจะขายเรือนไปสักหลังก็ได้ ตนขอแค่หิ้วกระเป๋าใบเดียวออกจากบ้าน สีนวลสวนเขาจะไปอยู่กับเมียน้อยใช่ไหม

    “เรื่องของฉันไม่เกี่ยวกับเธอ”

    “คุณแม่เป็นห่วงพี่ ท่านกำชับให้ฉันอย่าทิ้งพี่ เพราะท่านเกรงว่าพี่จะมีจุดจบเหมือนพ่อของพี่” ไรวินท์ตวาดอย่ามาล่วงเกินถึงพ่อ “ฉันแค่บอกพี่ว่า คุณแม่ห่วงพี่เรื่องนี้ แต่พี่ไม่ให้พูดถึงพ่อพี่ ฉันจะไม่พูด ตั้งแต่อยู่กันมาฉันอดทนมาตลอดเพราะเห็นใจคุณแม่ แต่พี่ก็เป็นผัวฉัน ถึงพี่ไม่เคยรักฉัน ฉันก็...บัดนี้ฉันยอมแพ้ ฉันเหนี่ยวรั้งพี่ไว้ต่อไปไม่ได้ ต่อให้ฉันก้มลงกราบเท้าพี่อ้อนวอนขอไม่ให้พี่ทิ้งฉัน พี่ก็คงไปจนได้ ดังนั้นพี่จงไปเถิด ทิ้งบ้านไว้ให้ฉัน ฉันจะดูแลไว้ให้จนวันที่พี่กลับมา...น้องคอยคุณพี่นะคะ คอยทุกลมหายใจเข้าออก กลับมาหาน้องเร็วๆ”

    ไรวินท์อึ้ง เป็นครั้งแรกที่สีนวลพูดได้ยาวมาก เขาตกลงจะให้เธอนั่งเรือไปลงที่พระนคร ถ้าเธอคิดว่าอยู่คนเดียวได้ สีนวลหน้านิ่งกล้ำกลืนความเจ็บช้ำ

    เรือที่ไรวินท์นั่งมาขึ้นที่ท่าน้ำนนทบุรี สีนวลถือกระเป๋าตามขึ้นมา เขาให้เธอรอที่ท่าน้ำ บอกจะแวะเอาของเก็บที่บ้านแล้วจะไปส่งเธอ สีนวลหน้าเสียรู้ว่าคงเป็นบ้านที่เขาอยู่กับเมียน้อย

    มาลาตีกำลังนั่งตะไบเล็บอยู่ที่ระเบียงบ้าน พอเห็นไรวินท์กลับมาก็ดีใจวิ่งลงไปกอดแบบไม่อายสายตาชาวบ้าน ต่างพร่ำรำพันว่าคิดถึงกันและกัน

    “ชื่นใจจริงๆแม่เทพธิดาสุดที่รักของพี่ ต่อไปนี้เราจะอยู่ด้วยกันจริงๆเสียที”

    มาลาตีดีใจหอมแก้มเขาฟอดใหญ่แล้วต้องชะงัก เสียงกร้าวทันทีว่าเขาพาเมียมาด้วยหรือ ไรวินท์หันไปเห็นสีนวลยืนกำกระเป๋าแน่น มองเขม็งมาที่พวกตน จึงเอ็ดที่ตามมา

    “ฉันก็อยากมาดูให้เห็นกับตา ว่าผู้หญิงที่แย่งผัวคนอื่นทั้งๆที่รู้ว่าเขามีลูกมีเมียแล้ว หน้าตาเป็นยังไง รู้จักอายบ้างไหม”

    มาลาตีปิดหูร้องไห้โฮ “คุณพี่! คุณพี่ทำไมปล่อยให้เมียมารังแกน้อง น้องก็เมียเหมือนกัน เราเป็นผัวเมียกันเพราะเรารักกัน หล่อนต่างหากผูกใจผัวไม่ได้แล้วจะมาโทษใคร”

    ไรวินท์อิหลักอิเหลื่อทั้งโกรธทั้งหนักใจบอกให้ทั้งสองหยุด สีนวลหน้าชาสะอื้นว่าตนเป็นเมียแต่ง เขากลับเห็นหญิงอื่นดีกว่า ไม่เกรงใจกันบ้าง “เอาเถิด กรรมใดใครก่อขึ้นมา กรรมนั้นจะสนองพี่เอง ผู้หญิงอย่างนี้มันไม่รักพี่จริงหรอก วันนึงพี่จะต้องกลับมาตายรัง”

    ไรวินท์โกรธไล่สีนวลให้กลับ เธออ้างไปไม่ถูก เขาจะจ้างเรือไปส่งให้ มาลาตีขับไสไล่ส่งกระแทกเท้าโวยไม่อยากอยู่ตรงนี้มีแต่เสนียดจัญไร ผัวเมียรักกันอยู่ดีๆ

    ก็มายุแยงให้แตกกัน ไรวินท์คว้าแขนสีนวลเดินกลับไปทางท่าเรือ

    ooooooo

    หลังจากนั้นไม่กี่วัน ไรวินท์ก็นำเอกสารโอนกรรมสิทธิ์บ้านและทรัพย์สินมาให้สีนวลเซ็น เธอมองเอกสารเหล่านั้นด้วยแววตาทุกข์ระทมบอกให้เขาเอาเรือนเล็กไว้ เขายืนกราน

    “ฉันลั่นวาจาแล้วว่าจะยกให้เธอก็ยกให้หมด ผู้ชายอย่างฉันมีปัญญาทำงานคงไม่อดตาย”

    “ก็ตามใจพี่ พี่คงไม่อยากพาเมียน้อยมาอยู่ใกล้ฉัน แต่ฉันจะเก็บบ้านเล็กไว้ให้พี่ เผื่อวันนึงพี่ต้องกลับมาอยู่ พี่เกิดและโตที่นี่ ถ้าวันนึงพี่จะตายก็ควรมาตายที่บ้านตัวเอง”

    ไรวินท์ข่มความไม่พอใจเสียงขุ่น ถ้าไม่ต้องการก็ขายไป แล้วอวยพรให้ทำมาค้าขึ้นมีชีวิตที่ดีกว่าที่อยู่กับ ตน สีนวลบอกข้อนั้นตนไม่รู้ แต่รู้อยู่อย่างว่า ผู้หญิงอย่างเมียน้อย เขาไม่ได้รักเขาจริง ถ้าเขาเหลือแต่ตัวเธอก็จะทิ้งเขา ไรวินท์โกรธหาว่าชวนทะเลาะ ว่าแล้วก็คว้ากระเป๋าเดินไปขึ้นรถ สีนวลน้ำตาร่วงพรูย้ำหนักแน่นว่าจะรอจนเขากลับมา

    มาลาตีกำลังสั่งเด็กรับใช้ทำความสะอาดบ้านในพระนคร รื้อเครื่องเรือนที่เอาผ้าคลุมไว้เพื่อทำความสะอาด รวมทั้งโต๊ะทำงานของพ่อที่คิดจะเอาออกมาให้ไรวินท์ได้ใช้ มะลิแต่งตัวจะออกไปหาพรรคพวก ไม่อยู่เสียนานป่านนี้ขาไพ่คงรอกันเต็ม มาลาตีส่ายหน้าหันมาจัดบ้านต่อ

    ไรวินท์จอดรถหิ้วกระเป๋าเดินเข้ามา มาลาตีดีใจเข้าไปถามมีของให้เด็กไปช่วยขนไหม เขาบอกว่ามีเพียงกระเป๋าใบเดียวแค่นี้ เธอเสียงขุ่นถามพวกเครื่องทอง นาก เงิน เครื่องลายครามทำไมไม่เอามาด้วย เขาย้ำของพวกนั้นค่อยหาเอาดาบหน้า เธอโวย

    “อะไร! นี่คุณพี่ไม่เอาอะไรมาเลย ของดีๆทิ้งเอาไว้ในบ้านให้มันหมดเลยเหรอคะ รู้ไหมว่าหลังสงครามพวกทอง เงิน นากพวกนั้นราคาจะขึ้นอีกกี่สิบเท่า เชี่ยนหมากอันเดียวเมื่อก่อนแทบไม่มีราคา เดี๋ยวนี้แพงอย่างกับทอง”

    “ช่างมันเถอะ ความจริงของทั้งหมดบนตึกใหญ่นั่นมันติดมากับตึก เป็นสมบัติเดิมของสีนวล คืนเขาไปก็สมควรแล้ว”

    “อ้าว! แล้วของของคุณแม่คุณพี่ล่ะคะ เศรษฐีนีอย่างคุณแม่ยังไงก็ต้องมีเพชรนิล ทองหยองเก็บเอาไว้ มันเป็นมรดกของคุณพี่ทั้งนั้น พี่ต้องเอากลับมา จะไปทิ้ง ให้เขาชุบมือเปิบได้ยังไง”

    ไรวินท์อึ้ง มาลาตีรบเร้า เขาจึงบอกว่าของทุกอย่างสีนวลเป็นคนเก็บ ตนไม่คิดจะกลับไปเอา แยกกันได้ก็ถือว่าจบ มาลาตีสบถทำนองเขาโง่ และว่าไปถึงสีนวลว่างกฮุบทุกอย่างไว้หมด

    ด้านสุดสวาท ดูแลประสมซึ่งเจ็บป่วยซูบผอมตั้งแต่เกิดสงคราม ภรรยาลูกน้องเก่าของพ่อแวะเวียนมาเยี่ยม ทำให้เธอได้รู้ข่าวว่าไรวินท์อยู่กินฉันสามีภรรยากับมาลาตี เธอตกใจและเคียดแค้นมาก...จนกระทั่งประสมเสียชีวิตลง ไรวินท์ได้ข่าวจึงไปร่วงงานศพ แต่มาลาตีไม่คิดจะไป อ้างว่าไม่ชอบไปงานอัปมงคลแบบนี้ ขอเงินไรวินท์ไปซื้อของใช้ส่วนตัว เขาติงเพิ่งให้ไป

    มาลาตีโวย “คุณพี่! บ้านปิดทิ้งไว้เป็นเดือนๆ มดปลวกมันก็กินอะไรต่างๆไปเกือบหมด แล้วยังพรุ่งนี้ช่างจะมาทาสีบ้านใหม่อีก...หึ”

    ไรวินท์จึงขอให้งดซื้อของฟุ่มเฟือยไปก่อน เอาแต่ที่จำเป็น เธอร้องไห้โฮที่มาว่าฟุ่มเฟือย แล้วพานบ่นเรื่องตัวเองถูกโกงมรดก ตัวเขาก็ไม่เอาเงินทองติดตัวออกมาจาก เมียเก่า จะได้สบายขึ้นบ้าง ไรวินท์อ่อนใจส่งเงินให้อีกสองร้อย เธอหยุดฟูมฟายโน้มคอเขามาหอมแก้มซ้ายทีขวาที

    พอมาถึงวัด เมื่อสุดสวาทเห็นหน้าไรวินท์ ความโกรธแค้นปะทุขึ้น เธอกราดเกรี้ยวด่าว่าเขาเป็นพวกคนโกงปลอมพินัยกรรมพ่อ ไรวินท์อายแทบแทรกแผ่นดินที่ถูกมองราวเป็นตัวประหลาด หันหลังกลับออกไปโดยเร็ว

    มาลาตีกำลังเพลิดเพลินกับการนับเงินที่รีดไถมาจากไรวินท์ได้ ตั้งใจจะไปซื้อสร้อยคอสักเส้น พลันได้ยินเสียงรถเขาแล่นกลับมาก็ตกใจรีบซุกซ่อนเงินไว้ที่เดิม...ไรวินท์อ้างว่ามีงานด่วนต้องรีบทำจึงกลับมาเร็ว มาลาตีให้เขาไปใช้โต๊ะทำงานของพ่อ ไรวินท์ต้องการกำลังใจจึงดึงเธอมากอด หญิงสาวงงแต่ก็ออดอ้อนไปตามมารยาหญิง

    รุ่งเช้า ไรวินท์ออกมายืนชานเรือน เห็นหญิงสาวแปลกหน้าคนหนึ่งกำลังพูดคุยกับมาลาตี และเห็นมาลาตีส่งซองน้ำตาลให้ เธอเปิดดูแล้วยิ้มอย่างพอใจก่อนจะกลับออกไป...

    พอมาลาตีเดินเข้ามาในบ้าน ไรวินท์เอ่ยถามว่าผู้หญิงคนนั้นเอาซองอะไรจากเธอ มาลาตีหน้าเจื่อนหาข้อแก้ตัวว่า “อ๋อ...น้าผ่องเพื่อนแม่ ก็แม่ใจดีเป็นนายประกันให้เพื่อนอีกคนกับน้าผ่อง แต่เพื่อนหนีหนี้ แม่เลยต้องมาเป็นหนี้แทน”

    ไรวินท์พยักหน้าแต่ก็แปลกใจช่วงนี้ไม่ค่อยพบเจอแม่ของเธอเลย มาลาตีบอกว่าแม่มักจะไปหาเพื่อนกลับ ดึกดื่นอยู่เป็นประจำ แล้วเธอก็ออดอ้อนเปลี่ยนเรื่องบอกให้เขาทำงานไป เธอจะออกไปซื้อของให้แม่ที่ตลาด เขามองเธอด้วยแววตาลุ่มหลงจนขาดสติวิเคราะห์ใดๆ

    ooooooo

    เมฆครึ้มฝนโปรยปรายเบาๆ ไรวินท์นั่งทำงานที่โต๊ะของคุณหลวง เขาลองดึงลิ้นชักแต่ละอันออกดู เห็นของใช้ส่วนตัวของท่าน มีทั้งจดหมายเก่าๆกระปุก หมึก ปากกาคอแร้งและกระดาษซับหมึก จึงเปิดจดหมายออกดูเผื่อฉบับไหนเป็นเรื่องสำคัญจะได้เก็บรักษาไว้

    จดหมายแต่ละฉบับเป็นข้อความสั้นๆ ทำนองสั่งให้มะลิทำอะไรให้ เช่น ให้ซ่อมประตู ซักแห้งเสื้อผ้า มีส่งเงินค่าเรียนของมาลาตี จนมาสะดุดที่จดหมายฉบับหนึ่ง ด้านล่างมีการเขียนประโยคซ้ำๆ และมีการร่างข้อความขึ้นใหม่ มีคำที่ถูกขีดฆ่า ทำให้เขาฉุกคิดใจหายวาบดูเหมือนข้อความในจดหมายที่มาลาตีนำมาให้อ่านว่าเป็นพินัยกรรมของคุณหลวง

    “แปลก..มาลาตีเล่าว่าคุณหลวงท่านเขียนที่โรง– พยาบาล ทำไมต้องมีร่างจดหมายอยู่ที่บ้าน หรือว่า... มีใครบางคนพยายามลอกเลียนลายเซ็นและลายมือ

    คุณหลวง!” ไรวินท์เริ่มประจักษ์และคิดทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาที่มาลาตีขอให้ช่วย ประกอบกับคำด่าทอของสุดสวาท ที่ว่าตนอยู่กับพวกขี้โกง สิบแปดมงกุฎปลอมลายมือชาวบ้านก็ต้องเป็นพวกขี้โกงเหมือนกัน

    ไรวินท์นั่งเครียด มาลาตีกลับมาสีหน้าเบิกบาน ในมือมีถุงข้าวของมากมาย พอเห็นหน้าเขาก็รีบเอาใจว่าซื้อของชอบมาฝากหลายอย่าง แต่เขายังนิ่งเฉย เธอแปลกใจปรี่เข้ามาใกล้ เห็นเขากำจดหมายในมืออย่างสั่นเทา จึงทักว่านั่นจดหมายของพ่อ ไรวินท์ลุกพรวดเสียงเขียว

    “เนี่ยนะ เนี่ย! แบบนี้มันเรียกว่าจดหมายคุณหลวง หรือจดหมายของเธอ!”มาลาตีหน้าซีดอึ้ง “ฉันไม่นึกเลยว่าผู้หญิงดีๆแบบเธอจะกล้าใช้อุบายสกปรกขนาดนี้”

    มาลาตีเสียงสั่นอ้างไม่รู้จะทำอย่างไร พ่อพูดกับแม่จริงๆว่าจะยกมรดกให้ตนกับแม่ แต่ท่านมาป่วยเข้าโรงพยาบาลเสียก่อน ถ้าไม่มีพินัยกรรมมาอ้าง ใครจะเชื่อตน ไรวินท์เครียดย้อนถามเธอเลยปลอมจดหมาย วางแผนหลอกตนและทุกคน ไม่รู้หรือว่ามันผิดกฎหมาย หญิงสาวบิดมือหาข้อแก้ตัวว่ามันจำเป็น ตนไม่ได้พูดเท็จ ท่านตั้งใจอย่างนั้นจริงๆ เขาสุดทนตวาด

    “ไม่จริง! เธอเขียนลงในกระดาษร่างนี่ว่าคุณหลวงยกมรดกให้เธอคนเดียวแต่เธอก็เปลี่ยนใจ แก้เป็นยกให้เธอกับพี่สาวคนละครึ่งเพราะกลัวคนจะจับพิรุธได้ว่าทำไมถึงยกให้เธอคนเดียว เธอถึงมาเขียนใหม่ และหวังว่าแบ่งกันคนละครึ่งสุดสวาทจะอะลุ้มอล่วยบ้าง พอเอาเข้าจริงสุดสวาทไม่ยอมใช่ไหมล่ะ”

    มาลาตีไม่รู้จะแก้ตัวอย่างไร ปิดหน้าร้องไห้โฮรำพันว่าเขาจะฟื้นฝอยหาตะเข็บทำไม มันผ่านมาเป็นปีแล้ว ตนก็ไม่ได้เงินสักบาททั้งๆที่เป็นลูกเหมือนกัน แค่นี้ตนก็อยากจะตายเต็มทน...ไรวินท์อึ้ง โกรธก็โกรธแต่ไม่อยากซ้ำเติมมากกว่านี้ จึงเดินหนี มาลาตีปล่อยโฮลั่นบ้าน

    เรื่องไม่จบแค่นั้น หญิงแปลกหน้าที่มารับซองจากมาลาตีที่บ้าน เป็นหญิงที่มาลาตีจ้างให้ถือจดหมายมาให้สีนวล เมื่อสีนวลเปิดดูเห็นเป็นลายมือไรวินท์ ข้อความว่า “แม่สีนวลโปรดเห็นใจ ฉันมีเรื่องเดือดร้อนอยากขอให้ช่วยเหลือ มาลาตีกับแม่ไปก่อหนี้สินให้ฉันมากมาย ฉันได้ยื่นคำขาดไปแล้วว่าจะเลิกกับหล่อน แต่ต้องจำเป็นใช้หนี้ที่หล่อนกับแม่ก่อไว้ ไม่อย่างนั้นเจ้าหนี้จะเอาเรื่องไปฟ้องเจ้านาย ฉันคงต้องออกจากราชการ...ฉันไม่เห็นว่าจะพึ่งใครในยามยากนอกจากเธอ ฉันอยากขอยืมเงินสักแปดพันไปใช้แก้ขัดก่อน แล้วฉันจะใช้คืนโดยเร็วที่สุด...ไรวินท์”

    สีนวลอ่านจบก็ร้อนใจ รีบไปนำเงินมามอบให้หญิงแปลกหน้าคนนั้นโดยไม่ไตร่ตรอง...สองแม่ลูกปรีเปรมสวมทองหยองเต็มคอและนิ้ว มาลาตีร้อนใจที่ไรวินท์ไม่พูดจาด้วยหลายวันมะลิให้พยายามง้องอนอย่าปล่อยเรื้อรัง ถ้าเขาไปเจอคนใหม่แล้วจะลำบาก มาลาตีจึงจะรีบไปร้านเสริมสวยเพื่อกลับมาพิชิตใจเขาให้ได้ มะลิยิ้มเรี่ยๆขอเงินเพิ่มเพื่อไปเข้าบ่อนบ้าง

    หลังจากสีนวลจ่ายเงินก้อนไปแล้ว เธอก็เริ่มขายทรัพย์สินในบ้าน สุดท้ายก็ต้องขายเรือนเล็กออกไป เผอิญป้าใหญ่พี่สาวคนโตของวารีแวะมาเยี่ยมเยียนเห็นสภาพอดไม่ได้เอ่ยถาม

    “อย่าหาว่าฉันอะไรเลยนะ เธออยู่ตัวคนเดียวกับบ่าวหนึ่งคน ดูๆแล้วเหมือนไม่ค่อยได้ใช้จ่ายอะไรเท่าไหร่ด้วย ฉันถามหน่อย เธอเอาเงินทองตั้งมากมายไปทำอะไรหรือ”

    สีนวลนิ่งเหมือนน้ำท่วมปากไม่รู้จะพูดอย่างไร...

    ooooooo

    เย็นวันนั้นมาลาตีในชุดเซ็กซี่เปิดไหล่ สวมต่างหูเพชรคู่ใหม่ระยิบระยับ พอได้ยินเสียงรถไรวินท์กลับมาก็รีบมายืนหน้าละห้อยแบบสำนึกผิด พอเขาเห็นตะลึงเล็กน้อยก่อนถามแต่งตัวจะไปไหน มาลาตีแอบดีใจที่เขาพูดด้วย รีบวิ่งมาเกาะแขนอ้อนให้ขับรถพาไปนั่งเล่น

    แม้จะงงเล็กน้อยแต่ไรวินท์ก็ตามใจ ขับรถมาจอดริมแม่น้ำ มาลาตีเอ่ยถามยังไม่หายโกรธตนหรือ เขานิ่ง เธอทำเสียงสะอื้นน้ำตาคลอเบ้า “หรือพี่ไม่ยอมอภัยให้น้องแล้วจริงๆ พี่ไม่เมตตาไม่รักน้องแล้วหรือคะ น้องรู้ว่าน้องทำไม่ดี ทำอะไรลงไปไม่คิด แต่น้องก็ไม่ได้คิดจะหลอกลวงพี่ น้องแค่อยากทวงสิทธิ์ของน้องที่เป็นลูกสาวคนหนึ่งของคุณพ่อเท่านั้น”

    ไรวินท์เหลือบมองใจแป้ว มาลาตีฟูมฟายเขาจะทิ้งตนแล้วใช่ไหม พร่ำว่ารักเขามากแล้วโผเข้าซบบ่าร่ำไห้...

    ไรวินท์เอ็ดเบาๆให้หยุดร้องไห้ “ฟังนะ...นับจากวันนี้พี่กับเธอจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก เพราะถึงอย่างไรพี่ก็รักเธอ แม่มาลาตีพี่ไม่ได้จงเกลียด พี่ไม่ได้คิดทิ้งเธอ ได้ยินไหม”

    มาลาตีดีใจพร่ำบอกว่ารักเขามากและสัญญาจะไม่ทำอะไรแบบนี้อีก ไรวินท์ใจอ่อนเรียกเธอด้วยความรัก “แม่มาลาตีคนงามของพี่...” เขาช้อนหน้าเธอขึ้นมาจุมพิตท่ามกลางแสงจันทร์...

    แพรขาวหันขวับมองหน้าไรวินท์ ทั้งสองกลับมาอยู่หน้าศาลเจ้าบ้านเจ้าเรือน เธอโวย “โอยๆๆ ฉันจะหัวเราะหรือขยะแขยงก่อนดีเนี่ย” แต่พอเห็นสีหน้าเขาหม่นหมองก็ชะงัก “เฮ้อ...แต่ไหนๆก็ไหนๆแล้ว ก็ขอฉันพูดแบบหมดเปลือกไปเลยแล้วกันนะ ไม่อยากค้างคาใจ” เธอมองหน้าเชิงขออนุญาต เขาให้ว่ามา เธอโพล่งทันที “สมน้ำหน้า! คำนี้ละเหมาะกับคุณ เอาล่ะฉันไม่ขัดอะไรคุณแล้ว ต่อให้จบเถอะค่ะ”

    ไรวินท์สะอึก “นี่ก็ดึกมากแล้ว เธอไปนอนดีกว่า เมื่อเธอหลับแล้วฉันจะได้พาเธอไปอยู่ร่วมในเหตุการณ์ชีวิตช่วงสุดท้ายของฉันได้อย่างไม่ขาดตอน”

    แพรขาวตื่นเต้นที่มาถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตเขา เธอรีบกลับไปนอนต่อ “ฉันพร้อมแล้ว คราวนี้ปริศนาเรื่องสาเหตุที่คุณต้องมาติดหนึบอยู่ที่นี่คงจะแจ่มแจ้งเสียทีล่ะ”

    เมื่อหญิงสาวหลับ...ก็เห็นภาพไรวินท์ในอดีตกำลังเขียนจดหมายถึงสุดสวาท ขอโทษที่เข้าใจเธอผิดเรื่องพินัยกรรม แต่แล้วเขาก็ขยำทิ้ง เปิดลิ้นชักหยิบจดหมายต่างๆของคุณหลวงออกไปหลังบ้าน แพรขาวตามไปดูคิดว่าเขาจะตาสว่างเสียที ไม่โง่จนวินาทีสุดท้าย แต่แล้วก็ต้องอึ้งตะลึงงัน เมื่อเห็นเขาเผาจดหมายทั้งหมดนั่น

    “อ๊าย! เผาทิ้งทำไม นั่นมันของสำคัญมากๆเลยนะคุณวินท์” แพรขาวร้องลั่นอย่างลืมตัว

    ooooooo





    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ

    "แซมมี่" ควงคู่ "ป้อง" เคมีดีเกินต้าน ฟิตติ้งละคร "สายรุ้ง" พร้อมทัพนักแสดงคุณภาพ
    15 ต.ค. 2564

    09:45 น.

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันศุกร์ที่ 15 ตุลาคม 2564 เวลา 21:07 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์