สมาชิก

เจ้าสาวสลาตัน

ตอนที่ 9

ปรียากลับถึงบ้านเลิศวิริยะ เจอโย่งยืนบ่นเป็นหมีกินผึ้งอยู่หน้าตึกว่าตะวันโด่งฟ้าแล้วยังไม่ยอมออกจากห้องอีก คุณผู้ชายไม่น่าตกหลุมพรางที่ผู้หญิงคนนั้นขุดล่อไว้ เขาเบือนหน้ามาเห็นปรียา ปรี่เข้าไปต่อว่าว่าหายไปไหนมา คุณผู้ชายกลับมาตั้งแต่เมื่อวานนี้แล้ว แป้นถือถาดไข่ไก่กลับจากตลาดพอดี

“ทำไมแกไม่พูดเสียให้หมดล่ะว่า คุณผู้ชายกับคุณผู้หญิงเล่นซ่อนหาในผ้าห่มกันทั้งคืนแบบไม่หลับไม่นอน จนฉันต้องออกไปซื้อไข่มาลวก ฟองสองฟองไม่พอนะยะ ต้องเป็นแผงแบบนี้เพราะเสียกำลังไปเยอะทั้งคู่” แป้นว่าแล้วเดินเชิดๆผ่านหน้าปรียาที่ยืนใจไม่ดีกับสิ่งที่ได้ยิน...

ทางฝ่ายชานนท์กับเขมิกาแอบดูแววนิลที่ประตูห้องนั่งเล่น เห็นเธอเกาะวอล์กเกอร์ก้าวได้หลายก้าว ทั้งคู่ต่างโผกอดกันดีใจที่การฝึกเดินของเธอรุดหน้าไปมาก

ปรียาเข้ามาเห็นภาพบาดตาถึงกับหยุดกึก เขมิกาหันมาเจอเธอมองอยู่ รีบปล่อยมือจากคอชานนท์ ปรียาทนเห็นทั้งคู่อยู่ด้วยกันต่อไปไม่ไหวรีบเดินหนี ชานนท์มองตามไม่ค่อยสบายใจนัก แต่พอเห็นสายตาของเขมิกาจ้องเขม็ง เขารีบปรับสีหน้าเป็นปกติ...

ปรียาเสียใจมากที่เห็นชานนท์สวีตกับภรรยามองกำไลข้อมือที่เขาให้ยิ่งเจ็บปวดใจ ตัดสินใจถอดกำไลออก ถอดใจยอมแพ้ไม่คิดจะต่อสู้แย่งชิงกับใครอีก ทิ้งมันลงพื้น แล้วร้องไห้อย่างสุดกลั้น...

บ่ายก็แล้วยังไม่เห็นเขมิกาติดต่อมาสักที โยธินร้อนใจมาก แวะไปถามข่าวจากปรียาที่ที่ทำงาน พบว่าเธอขังตัวเองอยู่ในห้องน้ำ เขาใจไม่ดีเกรงเธอจะคิดสั้น ตั้งท่าจะพังประตูเข้าไป แต่เธอออกมาในสภาพตาแดงๆเสียก่อน  รู้ทันทีว่าเธอกลับไปที่บ้านนั้นมาแล้ว ซักว่าเกิดอะไรขึ้น ปรียาบอกทั้งน้ำตาว่าสองคนนั่นคืนดีกันอย่างที่ประชาว่าจริงๆ ชานนท์ถึงกับย้ายไปนอนห้องเขมิกา โยธินช็อกมือที่จับไหล่ปรียาตกลงข้างตัว

“มันจบแล้วเราทำอะไรไม่ได้แล้ว”

“ยังไม่จบ คุณต้องขวางสองคนนี้ แย่งแฟนคุณคืนมาให้ได้ ผมจะคอยช่วยคุณเอง” โยธินยุส่ง

ooooooo

ระหว่างที่ชานนท์เข็นรถเข็นพาแววนิลมาที่สนามหญ้าข้างบ้าน  เขมิกาอยากให้เธอได้ออกกำลังแขนบ้างจึงแกล้งแดกดันให้เธอโกรธ แค่เข็นรถเข็นเองยังทำไม่ได้ แววนิลหลงกลเข็นรถเข็นลิ่วออกไปทันที

ชานนท์ภูมิใจในภรรยาของตัวเองมากที่ใช้อุบายหลอกล่อแววนิลได้แยบยล ดึงตัวมากอดแล้วหอมแก้มหนึ่งฟอดเป็นรางวัล

เขมิกาไล่ต่อยเขาไปรอบๆโดยไม่รู้ว่าโยธินแอบดูอยู่บนกำแพง เห็นภาพบาดใจเต็มๆ หยิบปืนลมยาวที่ใช้กระสุนพลาสติก เล็งไปยังต้นไม้ที่เขมิกายืนอยู่ใกล้ๆแล้วเหนี่ยวไก หญิงสาวได้ยินเสียงกระสุนพลาสติกกระทบไม้ แล้วหล่นลงพื้น หยิบขึ้นมาดู ก่อนจะหันขวับไปมองที่กำแพงรั้ว เห็นโยธินโบกมือเรียกให้มาหา ชานนท์มองกระสุนในมือเธอแล้วถามว่าอะไร เขมิกาสะดุ้ง

“มันคือกระสุนปืนเด็กเล่น”

“ใครเอามาเล่นหรือ” ชานนท์พูดจบเหลียวหาเจ้าของ เขมิกาโกหกว่าเม่นเป็นคนยิง เมื่อครู่นี้เห็นวิ่งไปวิ่งมาอยู่ทางโน้น แล้วชี้ไปอีกทางหนึ่งคนละด้านกับที่โยธินอยู่ ชานนท์สงสารเม่นที่ยังไม่รู้เรื่องมณฑา เพราะเขายังไม่กล้าบอก เขมิกาแกล้งเจ็บแผลร้องโอดโอย  ชานนท์เป็นห่วงรีบประคองจะพาเข้าไปดูแผลให้ในบ้าน

โยธินไม่พอใจที่ทั้งคู่ใกล้ชิดกัน จะปีนลงไปแสดงตัวให้ชานนท์รู้ว่าเป็นใคร เขมิกาหันไปเห็นก็ร้องลั่นว่าอย่ามา ชานนท์งงว่าร้องบอกใครแล้วหันมองไปตามทิศทางที่เธอตะโกน เขมิการีบจับหน้าเขาหันกลับ

“ฉันบอกคุณนั่นแหละ อย่ามากับฉันเลย คุณอยู่เป็นเพื่อนคุณนิลดีกว่า เธอยังช่วยตัวเองไม่ได้ ปล่อยให้อยู่คนเดียวมันไม่ควร ฉันไปทายาเองได้”

“งั้นพรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปเที่ยวเป็นการชดเชย” ชานนท์ว่าแล้วเดินไปดูแววนิล เขมิกาหันไปโบกมือให้โยธินลงจากกำแพง แล้วชี้ที่ตัวเองเป็นทำนองจะออกไปหาเอง ก่อนจะวิ่งหลบๆไปทางประตูรั้ว โย่งกำลังขุดดินเงยหน้าขึ้นมาเห็นเธอลับๆล่อๆผ่านไป มองตามสงสัย...

ทันทีที่เจอหน้าเขมิกา โยธินตัดพ้อต่อว่าว่าซื้อมือถือให้แล้วไม่เห็นมาเอา เขาก็เลยต้องเสี่ยงบุกมาที่นี่เอง จะได้เห็นว่าอะไรเป็นอะไร เขมิกาเอะใจทำไมเฮียของเธอพูดแปร่งๆ โยธินยังไม่ทันจะว่าอะไรอีก เห็นโย่งเดินออกมา รีบบอกให้เธอขึ้นรถก่อน เขมิกาผลุบเข้าประตูหลังรถ แล้วก้มหลบ

โย่งมองหาเขมิกาไม่เจอ เห็นรถจอดอยู่ จัดแจงจะเข้าไปดูหวังจะจับคนคบชู้ให้ได้คาหนังคาเขา โยธินรู้ทัน พุ่งขึ้นรถแล้วเร่งเครื่องออกไปอย่างรวดเร็ว เฉียดโย่งที่กระโดดหลบไปอย่างหวุดหวิด...

ไม่นานนัก โยธินพาเขมิกามาที่คอนโดฯที่พัก ต่อว่าเรื่องที่เธอหายไปกับชานนท์พอกลับมาอีกทีก็นอนห้องเดียวกัน หมายความว่าอย่างไร เธอขอร้องอย่าคิดมาก

“เข็มเข้าไปที่นั่นในฐานะเมียเขา มันก็ต้องเล่นให้เนียน แต่เข็มไม่บ้าไปปั่นแปะกับพี่เขยตัวเองหรอก”

โยธินเห็นนิ้วนางข้างซ้ายของเขมิกาสวมแหวนอยู่ เจ็บจี๊ดไปถึงกระดองใจ ลากเธอออกจากห้องจะพากลับไปหาปู่เพื่อตัดปัญหา เธอไม่ยอมกลับบิดแขนเขาผลักไปชนกับผนังแล้ววิ่งหนี โยธินแกล้งจับหัวตัวเองร้องโอดโอย ทรุดตัวลงแน่นิ่ง เขมิกาเป็นห่วงวิ่งกลับมาดู เขาลืมตาโพลงคว้าข้อมือข้างซ้ายของเธอเอาไว้

“แหวนนี่มันคืออะไร แต่ก่อนเฮียจะซื้อให้ใส่ก็บอกว่าไม่ชอบใส่เพชร แล้วตอนนี้ทำไมยอมใส่ แถมยังใส่นิ้วนางข้างซ้ายอีกด้วย มันหมายความว่าอย่างไร”

เขมิกาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันได้แต่นิ่งอึ้ง โยธินยิ่งโมโหพยายามจะถอดแหวนออก เธอไม่ยอมให้ถอด เขาถามเสียงเครียดว่ารักผู้ชายคนนี้หรือ เขมิกาปากกับใจไม่ตรงกันปฏิเสธว่าเปล่า ไม่เคยรู้สึกอะไรกับชานนท์ สิ่งที่ทำไปทั้งหมดก็แค่เล่นละครให้เขาตายใจ ถ้าเขาไม่เห็นเธอสวมแหวนต้องสงสัยแน่ๆ โยธินเริ่มเย็นลง

“เฮียกลัวมันหลอกเข็ม ไอ้หมอนี่มันซื้อของแพงๆให้ผู้หญิงไปทั่วนั่นแหละ ไม่เชื่อก็ดู” โยธินเปิดคลิปในมือถือที่แอบถ่ายตอนชานนท์สวมกำไลข้อมือให้ปรียาซึ่งโผกอดเขาด้วยความซาบซึ้งใจ “เฮียบังเอิญไปเห็นเข้าพอดีเลยถ่ายแล้วส่งไปให้เข็มดู แต่เข็มคงไม่ได้เปิดดูมั้ง...ท่าทางผู้หญิงคนนี้ดูเรียบร้อยออก ถ้าเธอเป็นคนดีก็น่าสงสารมากที่โดนผู้ชายหลอกจีบฆ่าเวลาตอนโกรธกับเมีย ไอ้หมอนี่ตัวอันตรายเลย”

เขมิการับปากจะระวังตัว และจะอยู่ห่างๆชานนท์ไว้ โยธินไม่รู้ว่าจะเชื่อเธอได้แค่ไหน เธอเคยรับปากจะแต่งงานกับเขาคนเดียว เธอยังจำคำพูดนั้นได้ดี โยธินจำใจให้เธอกลับไปทำภารกิจต่อ...

ทางด้านโย่งนำเรื่องที่เขมิกานั่งรถไปกับผู้ชายมาฟ้องชานนท์ แต่เขาไม่เชื่อโดยยกเหตุผลมาหักล้างว่า โย่งไม่ได้เห็นด้วยตาตัวเองว่าเธออยู่บนรถคันนั้น และที่สำคัญ เขาไว้ใจเมียตัวเอง ต่อให้เธอขึ้นรถไปกับผู้ชายจริงเขาก็เชื่อว่าเธอไม่ได้ไปทำเรื่องที่ผิดต่อเขา และถ้าโย่งยังไม่เลิกตามจับผิดเมียของเขาอีก อย่าขึ้นมาบนตึกให้เขาเห็นหน้าแล้วลุกออกไปอย่างไม่พอใจ เจอเขมิกาที่เพิ่งกลับเข้ามาพอดี ชานนท์ปรับสีหน้าเป็นยิ้มแย้ม

“ฉันนี่มันแย่จริงๆ ถ้าไม่ได้โทร.หาเธอคงลืมไปเลยว่าเธอไม่มีโทรศัพท์ติดตัว”

“ยามันหมดฮะ ฉันก็เลยนั่งแท็กซี่ไปเอายาที่โรงพยาบาลมา” เขมิกาชูถุงยาของโรงพยาบาลให้ดู ชานนท์ยิ่งเชื่อมั่นในตัวเธอ เข้าไปโอบเอวไว้ เขมิกาไม่อยากใกล้ชิดเขาอีก แต่ไม่กล้าดันตัวออก ชานนท์จะไปซื้อมือถือให้เธอใหม่วันพรุ่งนี้ แล้วเราค่อยไปเที่ยวกันต่อ

“ฉันซื้อมาแล้ว พอดีมันมีโปรฯดีก็เลยรีบฉกมา” เขมิกาโกหกหน้าตาย...

ด้วยความที่ไม่ได้เข้าโรงหนังมาหลายปีแล้ว ชานนท์เกรงจะแสดงอะไรเฉิ่มๆออกมา จึงวานให้ประชาช่วยจองตั๋วหนังให้ ยิ่งเพิ่มความเกลียดชังที่เขามีต่อชานนท์มากขึ้น

ooooooo

ใกล้เวลานัดเต็มที ชานนท์ยังติดคุยกับลูกค้าอยู่กับประชา กลัวจะกลับไปรับเขมิกาที่บ้านแล้วไปไม่ทันหนังรอบที่จองเอาไว้ จึงโทร.บอกให้เธอไปเจอกันที่หน้าโรงหนัง เขมิกานึกถึงคลิปที่ดูเมื่อวาน ตัดสินใจไปหาปรียาที่ทำงานขอให้ไปที่นั่นแทน เธองง ไม่รู้จะมาไม้ไหน เขมิกาแค่อยากจะให้โอกาสเธอได้ต่อสู้กันแฟร์ๆ

“พูดตรงๆ ก็คือถ้าอยากจะทวงคุณนนท์คืนฉันไม่ให้ แต่คุณต้องหว่านเสน่ห์เอาเอง ชั้นเชิงมีเท่าไหร่เอาออกมาใช้ให้หมด ถ้าเขาเลือกคุณ ฉันจะถอยให้ ถ้ารับคำท้าของฉันก็รีบไปหาคุณนนท์ สถานที่ฉันเขียนให้แล้วแต่ถ้าปอดก็ไม่ต้องไป อ้อ แล้วขอให้เรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเรา ถ้าคุณเอาไปบอกใคร ข้อตกลงเป็นอันล้มเลิก” เขมิกาวางกระดาษจดสถานที่ใส่มือปรียา...

ที่ลานจอดรถของห้าง ประชามองอู๋ที่กำลังทดลองเล็งปืนไปทางรถคันหนึ่งที่จอดอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วทวนแผนการให้ฟังว่า รถคันนั้นคือรถของชานนท์ พอหนังเลิกขวัญตาจะกลับมาที่รถพร้อมกับชานนท์ ให้ลงมือได้เลย อู๋ขอแค่นัดเดียวที่หัวนังนั่นรับรองจบ ประชาเบือนหน้าหนีไม่อยากให้เขาเห็นความเจ็บปวดที่ต้องตัดใจฆ่าเธอ

“พี่มันมากันแล้ว ทำไมหนังถึงเลิกเร็วจังวะ”

ประชาหันไปมองที่รถของชานนท์ เห็นมีผู้หญิงเดินมาข้างๆ แต่ชานนท์บังอยู่ รีบสตาร์ตรถพร้อมจะหนี อู๋เล็งปืนเตรียมยิง พอชานนท์เดินเลยผู้หญิงคนนั้นไปขึ้นรถด้านคนขับ เผยให้เห็นว่าเป็นปรียา ประชาร้องลั่นว่านั่นไม่ใช่ขวัญตา อู๋ชะงัก แผนลอบยิงเป็นอันต้องยกเลิกไปโดยปริยาย...

เพื่อให้ภารกิจตามหาขวัญตาสำเร็จในเร็ววันเขมิกาจะได้แยกจากชานนท์อย่างถาวร โยธินเสนอตัวจะช่วยเขมิกาหาเบาะแสของพี่สาวอีกทางหนึ่ง ถ้ามณฑาคือพวกไอ้โม่งอย่างที่เราเข้าใจ พวกนั้นอาจเคยจับขวัญตาไปที่รีสอร์ตริมทะเลของแววนิลก็ได้

“เข้าท่าดีเหมือนกัน แต่ระวังตัวด้วยนะเฮีย”

เขมิกาเหลือบเห็นชานนท์เดินหน้าบอกบุญไม่รับตรงมาหา รีบตัดสาย เขาต่อว่าเธอยกใหญ่ที่ไม่ไปตามนัดแถมยังให้ปรียาไปแทน ทำเหมือนไม่กระตือรือร้นกับการกลับมาคืนดีของเราสองคน สงสัยเขาคงให้ความสำคัญกับเดทครั้งนี้อยู่คนเดียว แล้วเดินหนีไปอย่างงอนๆ เขมิการู้สึกผิดแต่ไม่รู้จะทำอย่างไร

ooooooo

โยธินไม่รอช้าไปซุ่มดูอยู่หน้าบ้านพักริมทะเลหลังนั้นในวันถัดมา เห็นอู๋กำลังจ่ายเงินให้แม่บ้านเป็นค่าทำความสะอาดและค่าดูแลประจำเดือน เธอรับเงินแล้วเดินผ่านหน้าโยธินที่ซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้ เขารีบโผล่หัวขึ้นมามอง อู๋เดินลงจากระเบียงบ้าน เห็นหัวใครผลุบๆโผล่ๆตะโกนลั่น

“เฮ้ย...นั่นใครมาแอบดูอะไรแถวนี้วะ” ไม่พูดเปล่า เขาชักปืนเดินเข้าหา โยธินเผ่นแนบไม่คิดชีวิต

สมุนของประชาไล่ตามเพื่อจะดูให้เห็นชัดๆว่าเป็นใคร แต่ตามไม่ทัน เลยยิงปืนใส่ โยธินหนีมาถึงคลองเล็กๆ ตัดสินใจโดดลงไปแอบในน้ำ อู๋ตามมาไม่เจอใคร กลับไปอย่างเจ็บใจ...

โชคยังเข้าข้าง แม่บ้านคนที่ทำความสะอาดบ้านพักริมทะเลมาเจอโยธินแถวริมคลองพอดี เขาจึงหลอกถามถึงเจ้าของบ้านหลังนั้น ถึงได้รู้ว่าเจ้าของบ้านที่แท้จริงคือประชา ไม่ใช่แววนิลอย่างที่ถูกใส่ความ เขมิกา รู้ความจริงเรื่องนี้ถึงกับอึ้งไปเช่นกัน...

ในเมื่อภรรยาหลวงเปิดทางให้ ปรียาเดินหน้าเต็มตัวหวังจะยื้อแย่งชานนท์มาให้ได้ ลงทุนลาออกจากงานแล้วมาทำงานที่ร้านจวงจันทร์สปาอย่างเต็มตัว ประชางง ไม่เห็นเจ้านายบอกเรื่องนี้ ชานนท์ที่เพิ่งมาก็งงเช่นกัน ที่เห็นปรียาอยู่ในเครื่องแบบพนักงานของที่นี่...

ไม่นานนัก เขมิกาก็ตามมาที่ร้าน เยาว์เข้ามารายงานว่านายชิ้นยอมไปปรึกษาศูนย์บำบัดผู้ติดสุราตามคำแนะนำของเธอแล้ว และต้องขอโทษเธอด้วยที่เคย เข้าใจเธอผิดๆ ถ้าจะให้ทำอะไรเพื่อชดเชย ก็ขอให้บอก

“ฮะ...เอ่อ ผู้จัดการมาหรือยังฮะ” เขมิกากระซิบ พอรู้ว่ามาแล้ว และน่าจะอยู่ที่ห้องทำงานเจ้านาย เธอยิ้มกริ่ม รีบตรงดิ่งไปยังห้องทำงานของประชา...

ทางฝ่ายชานนท์พยายามอธิบายให้ปรียาเข้าใจว่าตอนนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว เธอจะมาอยู่ใกล้ชิดเขาอีกไม่ได้ เพราะเขากับภรรยาเข้าใจกันดีแล้ว เธอกลับไม่ฟังอะไรทั้งสิ้น จะรอจนกว่าเขาจะหย่ากับภรรยา นานแค่ไหนก็จะรอ ชานนท์มองปรียาอย่างหนักใจ ประชาแอบฟังอยู่หน้าห้อง ยิ้มสะใจ...

ขณะที่ชานนท์กลุ้มใจหนักที่ปรียาพูดไม่รู้เรื่อง เขมิกาลอบเข้าไปค้นข้าวของในห้องทำงานของประชา เห็นใต้ลิ้นชักล่างสุดมีรูปขวัญตานั่งบนเตียงกอดคอประชาอยู่ ด้านหลังรูปมีข้อความเขียนด้วยลายมือว่า “ขวัญรักพี่ชานะจ๊ะ” เธอสรุปได้ทันทีว่าทั้งคู่ต้องมีความสัมพันธ์กัน พลันมีเสียงที่ประตูห้องเหมือนมีคนมา เขมิการีบเก็บรูปไว้ที่เดิม ทำเป็นนั่งอ่านนิตยสารอยู่ที่โซฟารับแขก ประชาเปิดประตูเข้ามาถึงกับชะงัก

“ฉันเข้ามารอคุณ มีเรื่องอยากขอความช่วยเหลือ” เขมิกาตีหน้าตายเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น...

จากนั้นไม่นาน เขมิกามาหลบมุมโทรศัพท์หาโยธินเล่าเรื่องที่เจอรูปพี่ขวัญตากับประชาให้ฟัง เขาคิดว่าหมอนั่นอาจจะเป็นชู้รักคนนั้นของพี่ขวัญตาก็ได้ เขมิกาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่ที่แน่ๆก็คือ ประชาตั้งใจล่อเธอไปให้ไอ้โม่งที่รีสอร์ตฆ่า ส่วนมณฑาจะรู้เห็นด้วยหรือเปล่า เธอคงต้องสืบจากเขาต่อไป จรรยาโผล่พรวดเข้ามาหา เขมิกาตกใจรีบวางสาย เธอเห็นสีหน้าของเพื่อนรักแล้วรู้ทันทีว่ายังไม่รู้เรื่องปรียา รีบดึงแขนออกไปทันที

ooooooo

ชานนท์หมดความอดทนกับปรียา พาเธอมาส่งขึ้นรถ บอกให้กลับบ้านไป เขาไม่รับเธอเข้าทำงานที่นี่  ยอมรับผิดต่อเธอทุกอย่าง จะให้ชดใช้อย่างไร ยินดีทำตามที่เธอต้องการ ขอร้องให้เลิกยุ่งกับเขา

“ไม่ค่ะ ปรียาเลิกรักพี่นนท์ไม่ได้” ไม่พูดเปล่า เธอโผกอดชานนท์ที่พยายามดันเธอออกห่าง ขอร้องอย่าทำแบบนี้ ใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี จรรยาพาเขมิกามาทันเห็นภาพบาดตา ยุให้ไปเอาเรื่อง เจ้าตัวถึงกับอึ้ง แต่ทำเป็นไม่สนใจ เดินกลับเข้าร้าน จรรยาไม่ยอมรามือตามมากดดันจะให้เขมิกาจัดการปรียาขั้นเด็ดขาด

“ใจเย็นๆ จรรยา ฉันรู้ว่าเธอโกรธแทนฉัน แต่อย่าลืมสิ ฉันเป็นเมียหลวง ทะเบียนสมรสอยู่ในมือ ฉันไม่หย่าเสียอย่าง ใครก็แย่งคุณนนท์ไปไม่ได้ แต่ตอนนี้ฉันมีเรื่องสงสัย คุณประชาเคยแอบชอบฉันจริงหรือ”

“เรื่องเขาชอบเธอมันก็แน่อยู่แล้ว เธอยังเคยมาบ่นกับฉันว่าเขาชอบพูดจาแปลกๆ เหมือนจีบ แต่เธอทำเป็นไม่รู้ ไม่อยากปฏิเสธเพราะเขาเป็นหัวหน้างาน”

นักสืบจำเป็นกำลังจะซักถามเพิ่มเติมแต่เห็นชานนท์เดินตรงมาที่ตนเอง หมั่นไส้เรื่องปรียาไม่หาย รีบ ก้มหัวหลบ บอกจรรยาว่าจะออกไปทางด้านหลังแล้วจะกลับบ้านเลย ถ้าเจ้านายของเธอถามก็ให้บอกไปว่าไม่รู้ไม่เห็นแล้วเดินหลบๆ ออกไป ชานนท์เห็นหลังเธอไวๆ รีบตาม แต่เขมิกาหายไปแล้ว...

เขมิกาพยายามหลบหน้าชานนท์ตลอดตั้งแต่ที่ร้านสปายันถึงบ้าน แถมหนีไปกินมื้อเย็นในครัว ไม่ยอม ร่วมโต๊ะกับชานนท์และปรียา เขาตามมาง้อ ขอกินข้าวด้วย เธอกลับรวบช้อนส้อมอิ่มดื้อๆ แล้วขอตัวกลับห้อง ชานนท์ตามมาที่ห้องนอนถามว่าไม่พอใจเรื่องอะไรทำไมไม่พูดคุยกันตรงๆ เอาแต่หลบหน้าเมื่อไหร่จะรู้เรื่อง เธอปฏิเสธว่าไม่ได้หลบหน้า แค่ง่วงนอน แล้วล้มตัวลงนอนดึงผ้าห่มมาคลุมโปง ชานนท์ไม่พอใจดึงผ้าห่มออก

“เรื่องปรียาใช่ไหม ฉันไม่ได้รับเธอเข้าทำงานนะ อย่าเข้าใจผิด”

“ฉันง่วงนอนมากเลย ขอฉันนอนก่อนได้ไหมคุณสามี ขอร้อง” เขมิกาดึงผ้ามาคลุมอย่างเดิม ชานนท์น้อยใจไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย แล้วเดินหน้างอออกไป เขมิกาหยิบโน้ตบุ๊กที่ซ่อนไว้ใต้เตียงออกมาอัดคลิปตัวเองไว้

“เฮีย พรุ่งนี้เข็มจำเป็นต้องหาทางใกล้ชิดกับประชาเพื่อล้วงเอาความจริงออกมาให้ได้ มันใกล้จะจบแล้วเฮีย ถ้าเข็มพลาดไม่ได้กลับบ้านกับเฮีย ฝากพ่อกับปู่ด้วยนะ”

มีเสียงที่ประตูห้องเหมือนมีคนมา เขมิการีบพับหน้าจอโน้ตบุ๊กแล้วดึงผ้ามาปิด ชานนท์เดินหน้าบึ้งเข้ามาล้มตัวลงนอนบนเตียงหันหลังให้ เขมิกาพยายามพูดดีๆ ด้วย เขากลับคว้าหมอนหนีไปนอนที่โซฟา

“งอนเยอะไปหรือเปล่า ฉันเป็นผู้หญิงแท้ๆ ยังไม่งอนเลย”

ชานนท์โมโหลุกพรวดไปปิดไฟ แล้วกลับมานอนที่เดิม เขมิกาถึงเงียบเสียงได้

ooooooo

สิ่งที่เขมิกาขอให้ประชาช่วยในวันที่แอบเข้ารื้อค้นข้าวของในห้องทำงานของเขาคือให้พาไปหาหมอฝังเข็มเผื่อจะช่วยให้แววนิลเดินได้เร็วขึ้น เขากลับวางแผนลวงเธอมาให้อู๋ฆ่า โดยหลอกว่าจะพาไปบ้านหมอซินแส แล้วพาเขมิกาเข้าซอยตัน จากนั้นเดินหลบๆมาโทร.หาอู๋

“มันติดกับแล้วแกรีบมาเลย”

อยู่ๆ เขมิกาลงไปนอนดิ้นร้องโอดโอย กุมหัวตัวเองสีหน้าเจ็บปวด ประชาตกใจรีบเข้าไปประคอง ถามว่าเป็นอะไร เธอแต่งเรื่องว่าเห็นภาพในหัวตัวเองเป็นใบหน้าของเขา ประชาตกใจ ปล่อยเธอแล้วลุกขึ้นยืน เธอรีบลุกตาม พร้อมกับบอกว่าจำได้แล้วว่าเขาคือ “พี่ชา” ประชาตะลึงที่เธอจำได้ มองข้ามไหล่เธอไปเห็นรถที่อู๋ขับกำลังพุ่งตรงเข้ามา เขมิกายังไม่รู้ว่าความตายกำลังจะมาเยือน คว้ามือเขามากุมไว้

“ฉันนึกออกแล้วว่าเอาเงินสินสอดไปซ่อนที่ไหน” เขมิกาได้ยินเสียงรถทางด้านหลังเหลียวไปมอง เห็นรถพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว ยืนตัวแข็ง คิดว่าต้องตายแน่ๆ ประชาอยากรู้ที่ซ่อนเงิน กระชากเธอหลบได้ทัน เขากลัวเธอจะรู้ว่าเป็นคนวางแผนฆ่า รีบดึงมือเธอวิ่งหนี อู๋เห็นประชาช่วยเขมิกาก็โกรธ ถอยรถตั้งใจจะทับให้ตายทั้งคู่ แต่ขับถอยหลังไม่ถนัด พอถึงทางแยกรีบกลับรถ เร่งเครื่องเข้าหาอีกครั้ง

ประชาพาเขมิกาวิ่งหนีเข้าตรอกแคบๆ ที่รถเข้าไม่ถึง หนีรอดเงื้อมมืออู๋ไปได้อย่างหวุดหวิด หลังจากเห็นว่าปลอดภัยแล้ว ทั้งคู่พากันหยุดวิ่ง ประชารีบโยนความผิดไปให้มณฑาว่าเป็นคนส่งมือสังหารมา ทั้งๆที่เพิ่งผ่านเหตุการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานมา เขมิกายังมีแก่ใจถามว่าเราสองคนเคยรักกันใช่ไหม ประชาปฏิเสธว่าไม่ใช่

“แล้วทำไมฉันเห็นภาพลางๆ ฉันกับคุณนั่งอยู่บนเตียง เราถ่ายรูปด้วยกัน ฉันขอร้องช่วยเล่าให้ฉันฟังหน่อย ฉันเป็นชู้กับคุณ เราสวมเขาให้คุณนนท์หรือ” เขมิกาเล่นละครตบตาได้เนียนมาก ประชาฉุนขาดตวาดลั่น

“มันต่างหากที่แย่งคุณไปจากผม มันบีบผมบีบคุณจนต้องยอมแต่งงานกับมัน คุณเกลียดมันเลยหนีจากงานแต่งงานพร้อมเงินสินสอด”

เขมิกาพูดมั่วไปเรื่อยว่าจำได้คลับคล้ายคลับคลาว่าหิ้วกระเป๋าเงินออกมา แล้วแกล้งปวดหัวจำอะไรไม่ได้อีก ประชาปลอบว่าไม่ต้องรีบ ค่อยๆนึก ถ้าจำอะไรได้อีกให้รีบบอกเขา อย่าไปพูดให้ใครฟังเด็ดขาดโดยเฉพาะชานนท์ เพราะอาจทำให้เราถูกฆ่าตายได้...

ทันทีที่เจอหน้าอู๋ ประชาปรี่เข้าไปตบฉาดใหญ่ โทษฐานคิดจะฆ่าเขา อู๋ปฏิเสธว่าเปล่า แค่ต้องการทำให้สมจริง ไม่อย่างนั้นนังนั่นอาจจะสงสัยเขาได้ แล้วถามว่าเกิดอะไรขึ้นทำไมไม่ทำตามแผน

“มันพูดว่าจำเรื่องเงินสินสอดได้ฉันถึงต้องเปลี่ยนใจช่วยมัน แต่มันยังจำได้ไม่หมด ฉันจะหลอกให้มันบอกที่ซ่อนเงินก่อน แล้วค่อยปิดปากมันทีหลัง เราเหนื่อยกับมันมามากอย่างน้อยก็น่าจะได้เงินล้านเป็นการชดเชย”...

ฝ่ายเขมิกากลับถึงบ้านเลิศวิริยะ เจอชานนท์ยืนหน้าหงิกรออยู่ที่ห้องโถง ตัดพ้อว่าหายไปไหนมาครึ่งค่อนวัน เขาติดต่อไม่ได้เลย เขมิกาปั้นเรื่องว่าวันนี้เป็นวันเกิดของจรรยา เธอก็เลยซื้อของขวัญไปให้ แล้วไปกินข้าวฉลองกันนิดหน่อย ชานนท์ต่อว่าทำไมไม่ชวนกันบ้าง เธอเห็นเขายังงอนอยู่ก็เลยไม่กล้าชวน

“ถ้าเธอชวน ฉันก็หายงอน เธอผิดก็ควรจะง้อฉันหน่อย”

“ง้ออย่างไรล่ะ ฉันพูดไม่เป็น”

ชานนท์ไม่ได้ต้องการให้พูด แค่กอดเขาไว้ก็พอ แล้วเป็นฝ่ายกอดเขมิกาเสียเอง “ฉันเสียใจนะที่เอาแต่กดดันเธอ เราเพิ่งกลับมาคืนดีกัน เธออาจต้องการเวลาปรับตัว ต่อไปนี้ฉันจะไม่โมโหใส่เธออีก จะใจเย็นให้มากกว่านี้ เราคืนดีกันนะ” ชานนท์ไม่พูดเปล่า ยื่นนิ้วก้อยให้เกี่ยว เขมิกาอดยิ้มไม่ได้

ooooooo

ปรียายังคงดื้อด้านมาทำงานที่ร้านสปาทั้งๆ ที่ชานนท์ไม่รับเข้าทำงาน ถึงกับยอมทำฟรีไม่เอาเงินเดือนอีกด้วย แค่ขอเรียนรู้งานจนกว่าจะได้งานที่ใหม่เท่านั้น ชานนท์จะให้เขมิกาเป็นคนตัดสินใจจะเอาอย่างไร

“ถ้าฉันเป็นนางมารคงไล่ตะเพิดเธอไปแล้ว แต่เพราะฉันอยากเป็นนางเอกก็เลยต้องใจดีรับเธอเข้าทำงาน”

“ขอบคุณค่ะ ฉันจะไม่ลืมความกรุณาของคุณขวัญ” ปรียายิ้ม แต่สายตากลับมองเขมิกาอย่างชิงชัง...

ระหว่างที่เขมิกามาตามทางเดินในสปากับชานนท์ ประชาส่งข้อความมาทางมือถือของเธอว่า ถ้าอยากจำได้มากกว่านี้ไปเจอกันที่ห้องเซานา แต่ต้องระวังอย่าให้ใครเห็น ชานนท์อดถามไม่ได้ว่าใครส่งข้อความมา เธอโกหกว่าเป็นพวกโฆษณาไร้สาระ แล้วขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ส่วนเขาแยกไปตรวจงานอีกด้านหนึ่ง...

สักพักเขมิกามาถึงหน้าห้องเซานา เห็นประชารอท่าอยู่ก่อนแล้ว เขามองซ้ายมองขวาเห็นปลอดคนรีบดึงเธอเข้าไปในห้อง ปรียาเดินเลี้ยวหัวมุมมาเห็นพอดี โดยที่ทั้งคู่ไม่ทันเห็นเธอ

ประชาเข้าไปนั่งในห้องกระจกสำหรับอบตัว ตบเบาะข้างๆ ให้เขมิกามานั่งด้วยแล้วดึงเธอมากอด พยายามรื้อฟื้นความสัมพันธ์เพื่อจะล้วงความลับเรื่องเงินสินสอด เขมิกาอึดอัดที่โดนกอด ค่อยๆดันตัวออกห่าง

“ขวัญลองนึกดูดีๆสิ อยู่ในห้องนี้กับพี่แล้วขวัญนึกอะไรออกบ้าง” ประชายิ้มกริ่ม...

อีกมุมหนึ่งในสปา ชานนท์ยื่นซองแดงใส่เช็คของขวัญให้จรรยาเป็นของขวัญวันเกิดย้อนหลัง เธอมองงงๆยังไม่ถึงวันเกิดตัวเองสักหน่อย อีกตั้งหลายเดือน ชานนท์ชะงัก ยิ้มกลบเกลื่อนว่าคงจำผิดไปเอง จังหวะนั้นปรียาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาบอกว่ามีเรื่องสำคัญเกี่ยวกับภรรยาของเขาให้ตามไปดูทางนี้หน่อย...

ขณะประชาพยายามจะจูบเขมิกา ประตูห้องเซานาถูกเขย่า เขาบอกให้เธอไปซ่อนตัว แล้วรีบไปเปิดประตูพบชานนท์ ปรียาและจรรยายืนอยู่ ปรียาอ้างว่าเห็นเขมิกาเข้ามาในนี้กับเขา ประชากำลังจะโกหกว่าอยู่คนเดียวแต่คู่กรณีโผล่มาเสียก่อน แจ้งกับชานนท์ว่าระบบความร้อนของห้องนี้มีปัญหา เธอก็เลยชวนประชามาดู

“ใช่ครับ นายชิ้นพักงานไป งานซ่อมบำรุงก็เลยขาดคน” ผู้จัดการหนุ่มเล่นตามน้ำ ชานนท์อนุญาตให้เขารับสมัครช่างชั่วคราวเพิ่มหนึ่งตำแหน่ง เขมิกาแย้งจะจ้างทำไมให้สิ้นเปลือง เธอจะทำงานนี้แทนนายชิ้นเอง

“งานช่างนะขวัญ” ชานนท์ขัด

“ก็งานช่างนี่แหละ จะซ่อมแอร์ ซ่อมไฟ ซ่อมท่อประปา ทีวี วิทยุ ตู้เย็นฉันทำได้หมด ยกเว้นหน้าแตกไม่รับซ่อม” เขมิกาปรายตามองปรียา จรรยายิ้มสะใจขณะที่ชานนท์มองปรียาอย่างไม่ค่อยชอบใจนัก...

เขมิกาทำหน้าที่ช่างได้อย่างที่คุยเอาไว้ โดยปีนบันไดขึ้นไปซ่อมไฟในห้องนวดที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ น่ารำคาญให้เงียบกริบได้ ชานนท์เห็นเธอตะกายบันไดอยู่เตือนให้ระวังหล่นลงมา ยังไม่ทันขาดคำ เขมิกาก้าวพลาดร้องลั่น เขาพุ่งไปรับตัวไว้ทัน เธอกอดคอเขาไว้แน่นด้วยความตกใจ เงยหน้ามองเขาอีกที ใบหน้าห่างกันแค่คืบ ใจเต้นไม่เป็นส่ำ บอกให้เขาปล่อยได้แล้ว จรรยามองอยู่

“ไม่เห็นต้องอายเลย ฉันจะอุ้มเธอโชว์ชาวบ้านให้ดู” พูดจบ ชานนท์ก็อุ้มเขมิกาออกจากห้องนวด ตรงไปยังห้องทำงานตัวเอง พนักงานสาวๆ อิจฉาตาร้อนตามๆกัน ครู่ต่อมา เขาอุ้มเธอมาวางบนโซฟาในห้องทำงาน จับข้อเท้าของเธอขยับเบาๆ ถามว่าเจ็บตรงไหนหรือเปล่า เขมิกาไม่ได้เจ็บตรงไหน แล้วขยับหนีให้ห่างๆเขาไว้ ชานนท์ตัดสินใจถามว่าวันก่อนไปฉลองวันเกิดกับจรรยาจริงหรือ เขมิกานึกถึงคำพูดของเพื่อนรักเมื่อครู่

“พักนี้เจ้านายใจดีเป็นบ้า อยู่ๆก็เอาเช็คของขวัญวันเกิดมาให้ฉัน ทั้งๆที่ยังไม่ถึงวันเกิดฉันสักหน่อย”

หญิงสาวตื่นจากภวังค์ รีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าว่าเธอซื้อของขวัญไปให้จรรยาจริงๆ แต่จำ วันเกิดเพื่อนผิด และที่ตัวเองไม่พูดกับเขาให้หมดเพราะกลัวหน้าแตก ชานนท์เชื่อสนิทใจไม่ติดใจสงสัยอะไรเธออีก

ooooooo

เรื่องที่เขมิกามาระยองวันก่อนความแตกจนได้ เฮียเม้งยกพวกมาท้วงถามความยุติธรรมให้สอนซึ่งถูกเขมิกากับแฟนหนุ่มเล่นงานสะบักสะบอม สั่งให้จุมพลส่งตัวหลานสาวมาให้ ไม่อย่างนั้นจะเผาแพปลาให้ราบ

โยธินมาช่วยไว้ทัน เล่นงานเฮียเม้งกับพวกล่าถอยกลับไป และยอมรับกับจุมพลว่าเขมิกามาที่ระยองจริงเพื่อมาอบรมเกี่ยวกับการประมง แต่ที่แวะมาเยี่ยมเขาไม่ได้ เพราะกำหนดการอบรมเปลี่ยนแปลงกะทันหัน ต้องย้ายไปอบรมต่อที่พัทยา โยธินเองยังได้คุยกับเธอไม่กี่คำ

“งั้นที่ผมเห็นก็คือพี่เข็มจริงๆหรือ แต่ผู้ชายที่อยู่กับพี่เข็มไม่ใช่คุณโยนี่นา” ปิ้งมองโยธินเขม็ง

“นายคงตาฝาด ลูกน้องเฮียเม้งก็บอกเองไม่ใช่หรือว่าคนที่อัดมันคือแฟนเข็ม ถ้าไม่ใช่ฉันแล้วจะเป็นใคร”

จุมพลพยักหน้าคล้อยตาม ปิ้งมองสำรวจโยธินอีกครั้งว่าใช่คนที่ตัวเองเห็นหรือเปล่า...

โยธินไม่ค่อยสบายใจนักที่ต้องเที่ยวหลอกใครต่อใครไปทั่วโดยเฉพาะกับปู่ของเขมิกา จึงอยากจะให้เจ้าตัวกลับไปหาท่านก่อนแล้วค่อยหาจังหวะกลับมาที่กรุงเทพฯอีกที เพราะเขาเองหมดมุกจะโกหกท่านแล้ว เขมิกายังกลับไม่ได้เพราะกำลังจะทำให้ประชาคายความจริงเรื่องพี่ขวัญออกมา ขืนกลับไปหาปู่ตอนนี้ กลัวจะไม่ได้กลับมาอีก แล้วคว้ามือโยธินมากุมไว้ อ้อนให้ช่วยรับหน้าปู่แทนเธอไปก่อน เจอลูกอ้อนเข้าไปโยธินใจแทบละลาย

“จ้ะ ว่าไงว่าตามกัน”...

ขณะที่เขมิกาโล่งใจที่โยธินยอมให้สืบเรื่องพี่สาวต่อไป ปรียายังไม่ละความพยายามจะแย่งชานนท์มาเป็นของตัวให้ได้ แย่งหน้าที่อึ่งเอากาแฟไปเสิร์ฟให้เขาที่ห้องทำงานเอง แทนที่ชานนท์จะปลื้มกลับบอกเธอว่าควรเอาเวลาที่มาวุ่นวายกับเขาไปฝึกงานยังจะมีประโยชน์กว่า ปรียาถึงกับเดินคอตกออกจากห้อง เจอจรรยาดักรออยู่เตือนว่า ถ้าคิดจะแย่งสามีไปจากเพื่อนของเธอ ไม่ง่ายอย่างที่ปรียาคิด เพราะเธอจะคอยขัดขวางทุกทาง

ooooooo

คอลัมน์ที่เก่งกาจเขียนลงในหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าสร้างความฮือฮาให้กับพนักงานของจวงจันทร์สปา ยิ่งเห็นเขมิกาเดินเข้ามาในร้าน กุ้งกับอึ่งจงใจอ่านหัวข้อข่าวเสียงดัง

“นักธุรกิจหนุ่มเจ้าของสปาชื่อดัง เจอปัญหารักหนักอก ศรีภรรยาที่เคยหาเขาให้ใส่ ปฏิเสธการหย่า เพราะหึงหวงสาวสวยคนใหม่ของสามี แว่วว่านักธุรกิจหนุ่มเตรียมฟ้องภรรยาข้อหาฉกรรจ์ คือคบชู้”

“เมื่อไหร่ตัวอัปมงคลมันจะพ้นๆไปจากที่นี่สักที ตั้งแต่มันเฉียดเข้ามา เจ้านายเรามีแต่ตกต่ำลง” อึ่งกระแนะกระแหน เข็มโกรธจัดดึงหนังสือพิมพ์จากมือกุ้งไปอ่านก่อนจะผลุนผลันออกไป จรรยาเห็นท่าไม่ดีรีบวิ่งไปรายงานชานนท์ซึ่งกำลังถกถึงคอลัมน์นี้อยู่กับประชาเช่นกัน...

ในเวลาต่อมา เขมิกาไปถึงที่ทำงานของเก่งกาจ เอาหนังสือพิมพ์ฉบับนั้นขว้างใส่หน้าเจ้าของคอลัมน์ แล้วด่าว่าไม่ยั้ง แทนที่จะสำนึก เขากลับยอกย้อนว่าไม่ได้เอ่ยชื่อใคร ทำไมเธอต้องเดือดร้อนด้วย  หรือว่าเธอเป็นคนที่คบชู้ตามข่าว เขมิกาเหลืออด ง้างกำปั้นจะชกแต่ชานนท์คว้าข้อมือไว้ แล้วชกหน้าเก่งกาจเสียเอง

“ไม่พอใจอะไรผมเจอกันตัวต่อตัวแบบลูกผู้ชายเขาทำกัน แต่อย่ามาใช้ปากกาละเลงข่าวดูถูกเมียผม เรารักกันดีไม่เคยคิดหย่า คุณเขียนข่าวทำลายครอบครัวคนอื่น แบบนี้ เตรียมตัวรับหมายศาลได้เลย ผมฟ้องคุณแน่”

หัวหน้ากอง บก.จะขอเจรจาด้วย แต่ชานนท์ไม่เจรจา รอไปคุยกันในศาลเลยดีกว่า แล้วจูงมือเขมิกากลับ หัวหน้ากอง บก.หันมาเล่นงานเก่งกาจ ทำไมถึงเขียนข่าวแบบนั้น ก็เห็นทั้งคู่ยังรักกันดี ไปเอาข้อมูลผิดๆมาจากไหน ได้ความว่าคนในสปาเป็นคนบอกเขาเอง และแหล่งข่าวที่เชื่อถือไม่ได้ของเก่งกาจก็คือประชานั่นเอง...

ด้านเขมิกาอดเป็นห่วงชานนท์ไม่ได้ ไปชกหน้านักข่าวแบบนั้น เกรงว่าเขาจะเขียนข่าวไปในทางเสียหายหนักขึ้นอีก ชานนท์ไม่สน เมื่อก่อนเขาห่วงแต่หน้าห่วงแต่ชื่อเสียงของตัวเอง เลยเลือกจะหนีปัญหาไปอยู่เมืองนอก ครั้งนี้เขาจะไม่ขี้ขลาดแบบนั้นอีก เขมิกาหวั่นใจว่าป่านนี้ข่าวคงกระจายไปทั่วแล้ว เธอจะหาทางแก้ข่าวเอง

“เธอไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ฉันจะสยบข่าวบ้าๆนี้เอง”

ooooooo

ประชาต้องการกลั่นแกล้งชานนท์ จึงส่งดอกไม้ช่อสวยมาให้เขมิกาที่จวงจันทร์สปา และเขียนในการ์ด ว่า “เป็นกำลังใจให้นะจ๊ะ...พี่ชา” เขมิกากำลังครุ่นคิดหนักว่าเขาจะมาไม้ไหน มีเสียงชานนท์ตะโกนแซวว่าหนุ่มคนไหนแอบให้ดอกไม้หรือ เธอหันขวับไปมองเห็นชานนท์เดินเข้ามากับประชาที่ส่งยิ้มแบบรู้กันมาให้

“คือ ลูกค้าของเรา คุณน้ำชาไงคะ วันก่อนรถเธอหม้อน้ำแห้ง ฉันก็เลยช่วยเติมให้ สงสัยคงส่งมาขอบคุณ”

ชานนท์ไม่ติดใจจะถามอะไรอีก บอกเขมิกาว่าบ่ายนี้จะมีหนังสือพิมพ์ธุรกิจมาถ่ายรูปและขอสัมภาษณ์เราสองคน ให้เธอเตรียมตัวไว้ ประชาหมั่นไส้ชานนท์ คิดหาทางกลั่นแกล้ง พอเขมิกาแอบมาปะเหลาะถามว่าครั้งสุดท้ายเธออยู่กับใคร ที่ไหน เผื่อจะนึกออกเรื่องเงินสินสอด เขาโกหกว่าถ้าเธออยากรู้เขาจะพาไป...

กว่าเขมิกาจะรู้ตัวว่าตกเป็นเครื่องมือให้ประชาใช้กลั่นแกล้งชานนท์ก็เลยเวลานัดสัมภาษณ์ไปนานแล้ว ชานนท์ต้องแก้ตัวแทนภรรยาสุดที่รักว่าเกิดป่วยกะทันหัน ขอโทษทีมงานทุกคนที่ทำให้เสียเวลา

“เราเองก็ไม่อยากกลับไปมือเปล่า ถ้าอย่างนั้นเราถ่ายรูปคุณนนท์ในธีมของการทำงานก็ได้ค่ะ”

เจ้าของสปาหนุ่มไม่ขัดข้อง ช่างกล้องจึงตะโกนเรียกช่างแต่งหน้ามาซับหน้าให้เขา ปรียายืนอยู่ใกล้ๆ อาสาจะทำหน้าที่แทน แล้วหยิบผ้าเช็ดหน้าตัวเองขึ้นมา จรรยาจ้องอยู่ พอเธอวิ่งไปหาชานนท์ แกล้งขัดขาหัวทิ่มไปชนรีเฟลกซ์ล้ม ชานนท์จะเข้าไปช่วยพยุง จรรยาวิ่งตัดหน้าไปพยุงแทน ปรียาได้แต่มองอย่างเจ็บใจ...

ชานนท์เคืองมากที่เขมิกาผิดนัดไม่ยอมมาให้สัมภาษณ์ งอนไม่ยอมพูดด้วย แถมหายหน้าไม่ขึ้นมานอนสักที เขมิกาเป็นห่วงจึงตามไปดู เห็นไฟในห้องนั่งเล่นเปิดอยู่ ค่อยๆแง้มประตูเข้าไป เห็นชานนท์นอนอยู่บนเก้าอี้ยาวในมือมีรูปใบหนึ่งวางไว้แนบอก เธอหยิบรูปมาดูอย่างเบามือ เป็นรูปของพี่ขวัญกับชานนท์ในชุดแต่งงาน เธอรับรู้ได้ว่าเขารักผู้หญิงคนนี้เหลือเกิน

“จริงสิ คนที่คุณรักคือพี่ขวัญต่างหากไม่ใช่...ฉัน” เขมิกาพึมพำเศร้าๆ อยู่ในใจ แล้วขยับจะไป ชานนท์คว้ามือเธอไว้ถามว่ามาตามเขาไปนอนหรือ เธอปากแข็งว่าเปล่า เขายิ่งงอนหนัก ถ้าไม่ได้มาตามเขาจะได้นอนที่นี่

“คุณต้องโกรธฉันขนาดนี้ด้วยหรือ ฉันไม่ได้ตั้งใจเบี้ยวนัด แต่ฉัน...ฉันลืม”

ชายหนุ่มต่อว่าเธอว่าเป็นแบบนี้สองครั้งแล้วรู้หรือเปล่าว่าหนังสือฉบับนี้เขาจ้างให้มาสัมภาษณ์เองเพราะต้องการแก้ข่าวไม่ให้เธอต้องตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเขมิกาไม่สนใจ ใครจะว่าอย่างไรก็ช่าง แต่ชานนท์สนใจเพราะตัวเองมีส่วนทำให้คนอื่นเชื่อว่าเธอหนีตามชู้ เขาถึงต้องรับผิดชอบ ถ้าเขาปกป้องศักดิ์ศรีเมียตัวเองยังไม่ได้ก็ไม่ควรเป็นสามีของเธอ เขมิกาพึมพำว่าเธอยังไม่รู้จักตัวเองดีพอเลย แล้วเขาจะมาเชื่อมั่นอะไรในตัวเธอ

“แค่ความรักก็พอ” ชานนท์ว่าแล้วดึงเขมิกาให้นั่งข้างๆ เธอหวั่นไหว ลืมเรื่องที่รับปากโยธินว่าจะอยู่ห่างๆผู้ชายคนนี้ ปล่อยให้เขาดึงเข้าไปกอดแนบอก แถมตัวเองยังเผลอใจกอดเขาตอบ

ooooooo

คดีความระหว่างชานนท์กับเก่งกาจเป็นอันยกเลิกเพราะทางนั้นยอมแก้ข่าวให้แลกกับการไม่ถูกฟ้อง ประชาตีสองหน้า ทำเป็นโล่งอกที่เรื่องเรียบร้อย  เพราะข่าวนี้ทำให้เขาเครียดอยู่หลายวัน ชานนท์ส่งบัตรเชิญงานสัมมนาที่เชียงใหม่ให้ งานมีแค่สองวัน แต่เขาจะให้ประชาอยู่เที่ยวต่ออีกหนึ่งอาทิตย์จะได้พักผ่อนไปในตัว

“งานใหญ่ระดับนี้ คุณนนท์เหมาะที่จะไปเองนะครับ” ประชาเกี่ยงเพราะไม่อยากไป

“ถ้าผมห่างกับขวัญช่วงที่ยังมีข่าวซุบซิบอยู่ คนจะโยงว่าเราอยากหย่ากันจริงๆ คุณไปนั่นแหละดีแล้ว”

ประชารับคำสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ข้างในทั้งโกรธทั้งเกลียดชานนท์เป็นเท่าทวีคูณ...

วันนี้เขมิกาไม่ได้ไปที่สปา เพราะมีคิวต้องอยู่ช่วยแววนิลฝึกเดิน จรรยาแวะมาหาที่บ้านพยายามดึงเธอไปที่ประตูรั้วจะให้ไปที่สปาให้ได้ เพราะกลัวปรียาย่องเข้าหาชานนท์ ขณะกำลังคุยกันเพลินๆ จรรยาเหลือบเห็นมณฑาแวบๆแถวริมรั้ว เธอรีบวิ่งไปเกาะรั้วกวาดตามองหาแต่ไม่เห็น ตะโกนเรียกเขมิกามาช่วยกันดูก็ไม่พบใคร

“คงไม่ใช่หรอกมั้ง เธอกลับไปก่อนนะ ฉันมีอะไรต้องทำ” เขมิกาไม่ปักใจเชื่อ แต่ถ้ามณฑามาจริงๆ เธอต้องล่อให้ปรากฏตัวให้ได้ คิดได้ดังนั้น จึงวางแผนกับแป้น ทำทีว่าตัวเธอไม่อยู่ แล้วให้แป้นพาแววนิลซึ่งตอนนี้ใช้เพียงไม้เท้าช่วยพยุงตอนเดิน มาแถวทางเดินใกล้ประตูรั้ว เขมิกาที่แอบซุ่มดูอยู่ส่งสัญญาณให้ แป้นรับมุกทันทีทำเป็นนึกขึ้นได้ว่าลืมเปิดเตาแก๊สไว้ แล้ววิ่งปรู๊ดหายไป เขมิกามองไปที่ริมรั้ว ยังไม่เห็นวี่แววของมณฑา...

ในที่สุดมณฑาทนคิดถึงแววนิลไม่ไหว มายืนเกาะรั้วดู แววนิลขอร้องให้เธออยู่ที่นี่อย่าไปไหน มณฑาแค่มาดูว่าคุณหนูสบายดีเธอก็หมดห่วง ตัดใจหันหลังจะไป เขมิกาจะโทร.หาตำรวจ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นแววนิลสะดุดไม้เท้าหกล้ม จะเข้าไปช่วย มณฑาเปิดประตูบานเล็กเข้ามาช่วยพยุงเสียก่อน ทั้งคู่กอดกันร้องห่มร้องไห้

เขมิกาสงสารจับใจเปลี่ยนใจไม่โทร.แจ้งตำรวจ ชานนท์เดินหน้าบอกบุญไม่รับเข้ามา เพราะโย่งโทร.ไปฟ้องจะเอาเรื่องมณฑาที่ผิดคำสัญญาให้ได้ สั่งให้โย่งโทร.แจ้งตำรวจ เขมิกาตกใจ สั่งแป้นไปขวางไว้ แล้วขอร้องให้ชานนท์รับมณฑากลับมาอยู่ด้วย เขาเตือนเธอไม่กลัวถูกคุณนมทำร้ายอีกหรือ

“กลัว แต่ใจไม่หินพอที่จะทนดูน้องคุณร้องไห้จะเป็นจะตายแบบนี้ คุณลองคิดดูนะ ถ้าฉันไม่ให้อภัยคุณนม ฉันกับน้องสาวคุณจะไม่มีทางอยู่ร่วมบ้านเดียวกันได้อย่างสงบสุข”...

ครู่ต่อมา ชานนท์เรียกมณฑาไปคุยที่ห้องทำงาน ถ้าเธออยากจะกลับมาอยู่ที่นี่อีกครั้งต้องทำตามที่เขาขอ

“เพื่อนิลผมอยากให้คุณนมเลิกคิดร้ายกับขวัญ ส่วนผมก็จะลืมเรื่องที่คุณนมเคยทำไว้ทั้งหมด เราทุกคนต้องหันมาทำความเข้าใจกัน เริ่มต้นกันใหม่ ถ้าคุณนมยอมรับขวัญ ผมก็อยากสร้างครอบครัวที่มีคุณนมอยู่ด้วย”

จากนั้น ชานนท์แจ้งให้ทุกคนรู้ว่ามณฑาจะกลับมาอยู่ที่นี่เหมือนเดิม ส่วนแป้นให้กลับไปรับใช้คุณผู้หญิง...

มณฑายังไม่ปักใจเชื่อว่าเขมิกาในคราบขวัญตาจะดีจริงหรือเปล่า แม้แววนิลจะยืนยันว่าเธอไม่ได้ดูร้ายกาจเหมือนสมัยที่เป็นแฟนกับพี่นนท์แล้ว มณฑาติงว่าลืมที่ตนเคยสอนแล้วหรือว่าอย่าเชื่อคนง่าย

“แต่ขวัญตาช่วยพูดกับพี่นนท์ให้นมได้กลับมานะ”

“ถ้าเธอกลับเนื้อกลับตัวได้จริง นมก็จะยอมสงบศึกด้วย” มณฑาไม่ได้คิดจะทำอย่างที่พูด

ooooooo

เจ้าสาวสลาตัน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด