สมาชิก

เจ้าสาวสลาตัน

ตอนที่ 7

ปรียาเดินใจลอยอยู่หน้าโรงแรมที่ตัวเองทำงาน มัวแต่คิดถึงภาพบาดตาตอนที่ชานนท์จูบกับเขมิกาในสระน้ำเมื่อคืน ไม่เห็นรถที่แล่นเข้าหา โยธินออกจากโรงแรมพอดี รวบตัวเธอพ้นจากถูกรถชนได้ทันท่วงที หญิงสาวตกใจถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงในอ้อมแขนของเขา

ครู่ต่อมา โยธินพาปรียาไปยังห้องพักพนักงานของโรงแรม แล้วไปหายาดมมาให้ ปรียารู้สึกกดดันหนักแอบร้องไห้ พอเห็นเขากลับมาพร้อมกับยาดม รีบปาดน้ำตาทิ้ง โยธินอดสงสัยไม่ได้ ที่เธอร้องไห้เกี่ยวอะไรกับเขมิกาหรือเปล่า จึงพยายามหว่านล้อมให้เธอเล่าเรื่องทุกข์ใจให้ฟัง เธอกลับเลี่ยงไปพูดเรื่องอื่น

“ถ้าคุณกังวลเรื่องที่ฉันเห็นวันนั้น สบายใจได้นะคะ ฉันใจกว้างพอ”

“คือที่ผมมาหาคุณวันนี้ก็เพราะอยากจะมาอธิบาย”

“ไม่ จำเป็นหรอกค่ะ ฉันเข้าใจ” ขาดคำชานนท์โทร.เข้ามือถือของปรียาบอกว่ามารออยู่หน้าล็อบบี้ เธอขอตัวกับโยธินแล้วรีบร้อนออกไป ชายหนุ่มอยากรู้อยากเห็น แอบสะกดรอยตาม...

ทางด้านชานนท์อยากรู้ว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ทำไมปรียาไม่ลงมากินข้าวด้วยกัน ตอนเช้าเขาจะรอถามแต่เธอกลับหนีมาทำงานก่อน ปรียาอ้างว่าป่วย กินยาแล้วเผลอหลับไป ต้องขอโทษเขาด้วยที่ปล่อยให้รอ

“อย่าโกหก ขวัญตาทำอะไรปรียาหรือเปล่า บอกพี่มาได้เลย”

“คุณขวัญตาจะทำอะไรปรียามันสำคัญด้วยหรือคะ ในเมื่อภาพที่ปรียาเห็นเมื่อวานนี้ที่สระน้ำ มันก็เป็นคำตอบของทุกอย่างแล้ว ถ้าพี่นนท์คิดจะคืนดีกับคุณขวัญก็ทำตามหัวใจเรียกร้องเถอะค่ะ” ปรียาตัดพ้อ

ชานนท์ปฏิเสธว่าไม่ได้อยากจะคืนดีกับขวัญตา แต่จะให้ตัดเธอขาดทันที เขายอมรับไม่ง่ายอย่างที่ใจอยากทำ สัญญาจะทำให้ได้ ปรียาขอร้องว่าอยากหลอกตัวเองอีกเลย ชานนท์อยากให้เธอมั่นใจในตัวเขา ล้วงสร้อยข้อมือเส้นสวยออกจากกระเป๋ามาสวมให้ ขอให้สิ่งนี้แทนคำสัญญาของเขา ปรียามองอย่างซาบซึ้งใจ แล้วโผซบอกชานนท์ โยธินซึ่งแอบดูอยู่รีบคว้ามือถือขึ้นมาถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นหลักฐาน

ooooooo

ใน เวลาเดียวกันเขมิกากำลังกินมื้อเช้าอยู่ที่ศาลาริมน้ำ นึกขึ้นได้ว่าไม่ได้หยิบมือถือลงมาจากห้องขยับจะไปเอา รู้สึกเหมือนมีคนมาลับๆล่อๆอยู่แถวนั้นตะโกนถามว่าใคร เม่นตกใจจะวิ่งหนี แต่สะดุดล้มเสียก่อนปฏิเสธเสียงลั่นว่าตัวเองไม่ใช่ขโมย เขมิการ้องเรียกให้เข้ามาหา เขาเหลียวซ้ายมองขวาเลิ่กลั่ก

“แม่มณฑาไม่ อยู่หรอก ไม่ต้องกลัว มากินข้าวต้มด้วยกันมา” เขมิกาว่าแล้วจูงมือเม่นมานั่ง ตักข้าวต้มให้ “อะ...กินซะ เดี๋ยวพี่มา” เขมิกาว่าแล้วกลับไปเอามือถือที่ห้องนอน เม่นซัดข้าวต้มหมดถ้วย หันไปคว้าผลไม้กินอย่างเอร็ดอร่อย โย่งผ่านมาเห็นเข้า สั่งให้หยุดเดี๋ยวนี้ เขารีบยัดผลไม้ใส่ปาก ก่อนจะคว้าอีกส่วนหนึ่งไว้ในมือแล้ว วิ่งหนี โย่งโดดรวบขาไว้จนล้ม ต่อว่าเม่นว่าชักจะเหิมเกริมมากไปแล้ว กล้าขโมยของของเจ้านายกิน

“ไม่ได้ขโมย พี่นางฟ้าให้เรา”

“ยังจะปาก แข็ง มาเลย ไปหาคุณนม” โย่งกระชากตัวเม่นลุกขึ้น ด้วยความกลัวจะถูกแม่ตี ขึ้นเข่าใส่ท้องโย่งลง ไปนอนจุก แล้วเผ่นแน่บ พลางตะโกนเรียกให้พี่นางฟ้ามาช่วย...

แววนิลเพิ่งออกจากห้องตอนที่เม่นหนีโย่งขึ้นบันไดบ้านมาเจอ เขาวิ่งมาเขย่าแขนสีหน้าตื่นกลัว

“พี่นางฟ้า ช่วยด้วยๆ ช่วยผมด้วยนะ ไอ้โย่งมันจะตี มันใจร้าย”

“ว้าย...ไอ้ บ้า แกอย่ามาแตะต้องตัวฉัน” แววนิลฟาดแขนเม่นอย่างแรง เขมิกากำลังหยิบมือถือขึ้นมาจะดูรูปที่โยธินส่งมาให้ ได้ยินเสียงเอะอะ รีบวิ่งออกไปดู เห็นแววนิลคว้าไม้ใกล้มือฟาดใส่เม่นไม่ยั้งจนทรุดลงไปกองกับพื้น เธอปรี่เข้าไปประคอง พร้อมกับต่อว่าแววนิล ว่าตีเขาทำไม

“เม่นเป็นคนของบ้านเลิศวิริยะ ฉันมีสิทธิ์ทำอะไรมันก็ได้ แกเป็นคนนอก ถอยไป อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”

“พูดผิดพูดใหม่นะคุณปลานิล ฉันเป็นภรรยาพี่ชายคุณเท่ากับเป็นเจ้าของที่นี่ครึ่งหนึ่ง”

สองสาวโต้เถียงกัน แววนิลเกลียดคู่อริมาก ประกาศจะทำทุกอย่างเพื่อกำจัดเธอไปให้พ้นจากพี่ชายตัวเอง

“คุณ ก็เลยส่งไอ้โม่งไปฆ่าฉันถึงสองครั้งงั้นเขมิกา ไม่พูดเปล่า เดินเข้าหาอย่างเอาเรื่อง แววนิลไม่เข้าใจว่าเธอพูดเรื่องอะไร สั่งให้ถอยออกไป แล้วเงื้อไม้ขู่ เม่นคิดว่าแววนิลจะตีพี่นางฟ้า รีบคว้ามือไว้ เธอเลยหันไปฟาดเขาแทน แต่เขาหลบทัน แววนิลเสียหลักพลัดตกบันได โย่งเข้ามาเห็นพอดี ตกใจร้องลั่น...

ขณะที่ ไม่รู้ว่าแววนิลจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร มณฑาเดินลุยหญ้ารกลึกเข้าไปสวนหลังบ้านเลิศวิริยะ โดยใช้มีดพร้าฟันหญ้าแหวกเป็นทางไปจนถึงบ่อน้ำบาดาลที่ถูกปกคลุมด้วยรากไม้ รกครึ้ม เธอใช้พร้าฟันรากไม้ที่ปิดปากบ่อน้ำออก เผยให้เห็นบ่อน้ำเก่าแก่มีฝาไม้ปิดไว้ ยังไม่ทันจะยกฝาปิดบ่อออก มีเสียงโย่งแว่วเข้ามา

“คุณนมครับ...คุณนม”

มณฑารีบดึงรากไม้มาคลุม บ่อไว้อย่างเดิม แล้วสาวเท้าไปหาโย่งที่ยังส่งเสียงเรียกไม่หยุดหย่อน ตะคอกถามว่ามีอะไร เขาละล่ำละลั่กว่าเกิดเรื่องร้ายแรงกับแววนิล มณฑาตกใจ ทำพร้าร่วงจากมือ

ooooooo

ในเวลาต่อมา ชานนท์ถึงกับหน้าเครียดเมื่อรู้จากหมอเจ้าของไข้ว่าแม้แววนิลจะกลับมาเดิน ได้ แต่ไม่รับปากว่าจะเหมือนปกติหรือเปล่าเพราะกระดูกบิด แถมเส้นเลือดดำก็ขาด การรักษาอาจใช้เวลานานเป็นปี เขาเกรงน้องจะรับไม่ได้จึงขอร้องมณฑาและปรียาที่ยืนฟังอยู่ด้วย อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับเธอ

เป็นอย่างที่ชานนท์คาดไว้ไม่มีผิด แววนิลยังไม่รู้ว่าอาการหนักหนาขนาดไหน แค่เห็นเฝือกที่ขาตัวเองก็ร้องห่มร้องไห้ราวกับคนบ้า กลัวตัวเองจะพิการ ทั้งมณฑา ปรียาและชานนท์ต้องช่วยกันปลอบว่าแค่กระดูกหักรักษาไม่กี่เดือนก็เป็นปกติ จังหวะนั้นเขมิกาพรวดพราดเข้ามาในห้องพักฟื้น

“คุณนิลเป็นอย่างไรบ้าง เอ่อ...คือ ฉันทนรอข่าวที่บ้านไม่ไหว”

“แก จะมาเยาะเย้ยฉันเหรอ เพราะแก ฉันถึงต้องเป็นอย่างนี้ ฉันจะฆ่าแก” แววนิลปรี๊ดแตก พุ่งจะลงจากเตียงเพื่อเล่นงานเขมิกา ชานนท์ต้องเข้ามาจับตัวไว้ ขอร้องให้ใจเย็นๆ

“มันกับไอ้เม่นรุมทำร้ายนิล มันตั้งใจจะฆ่านิลก่อน พี่นนท์ต้องจับมันเข้าคุก”

เขมิกาโต้ว่าแววนิลต่างหากเป็นฝ่ายที่คิดจะทำร้ายเธอ ถึงได้ลงเอยเป็นแบบนี้ แววนิลกรี๊ดสนั่นจะเอาเรื่องให้ได้ ชานนท์เห็นท่าไม่ดีรีบดึงเขมิกาออกจากห้อง คาดคั้นให้บอกมาว่าน้องของเขาตกบันไดได้อย่างไร

“ฉันบอกคุณไปเป็นร้อยหนแล้วว่า คุณแววนิลจะตีเม่น แล้วก็ลื่นเสียหลักตกบันไดเอง”

ชานนท์โทษว่าเป็นเพราะเขมิกาพาเม่นขึ้นไปบนบ้านถึงได้เกิดเรื่อง เธอปฏิเสธว่าไม่ได้พาขึ้นไป ขอร้องเขาอย่าไปโทษเม่น มันเป็นอุบัติเหตุไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่ถ้าเขาจะเอาผิดให้ได้ เธอขอรับผิดชอบเอง

“หมายความว่าถึงฉันจะตีขาเธอให้หักเหมือนนิล เธอก็ยอมหรือ”

“คุณไม่ทำหรอก”

“ใช่ ฉันใจอ่อนกับเธอเสมอ ทั้งๆ ที่เธอทำร้ายครอบครัวฉันตลอดมา คนที่สมควรถูกลงโทษน่าจะเป็นฉันมากกว่า” ชานนท์ตัดพ้อจบขยับจะไป เขมิกา จับแขนไว้ พยายามจะอธิบายว่าไม่ใช่อย่างที่เขาคิด ปรียาออกมาจากห้องพักฟื้นพอดีชะงัก ทำท่าจะถอยกลับ ชานนท์เหลือบไปเห็น รีบแกะมือเขมิกาออก

“ปรียากลับไปบ้านกับพี่นะ พี่มีเรื่องต้องรีบไปทำ...อ้อ ขวัญตา แล้วฉันขอห้ามเธอเข้าไปเยี่ยมนิลเด็ดขาด เพราะถ้านิลเป็นอะไรไปอีก คราวนี้ฉัน คงต้องเอาเรื่องเธอถึงที่สุด” ชานนท์พูดจบจูงมือปรียาออกไป...

ด้าน แววนิลหงุดหงิดที่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ พาลตำหนิมณฑาว่าดีแต่พูดไม่เห็นทำอะไรกับนังแพศยานั่นสักอย่าง คงเป็นเพราะตนเองไม่ใช่ลูกแท้ๆของเธอ ถึงไม่เดือดเนื้อร้อนใจอะไรด้วย มณฑาตัดพ้ออย่างน้อยใจว่าแววนิลไม่ควรพูดกับตนแบบนี้ เธอยิ่งโกรธ ตวาดแว้ด ทำไมจะพูดไม่ได้ มณฑาไม่ได้ใหญ่มาจากไหนก็แค่คนให้นมที่คุณปู่ของเธอจ้างไว้เท่านั้น มณฑาเสียใจมาก พยายามข่มอารมณ์เอาไว้

“รอให้คุณหนูหายหงุดหงิดก่อน แล้วนมจะกลับเข้ามาอีกที คุณหนูต้องการอะไรก็กดเรียกนมนะคะ”...

ข่าวแววนิลตกบันไดแพร่สะพัดไปทั่วทั้งร้านจวงจันทร์สปา อึ่งนินทาอย่างสนุกปากเป็นของหวานหลังกินมื้อเที่ยงว่าเป็นฝีมือเขมิกาในคราบขวัญตา จรรยาทนฟังไม่ได้ สาดน้ำใส่หน้า

“หัดล้างปากเสียๆ ของแกซะบ้าง ไม่เห็นเองอย่าหลับหูหลับตาสาดโคลน”

“อี จรรยา นังขวัญมันเป็นแม่แกหรือไง ถึงต้องเดือดร้อนแทน” อึ่งชี้หน้าจรรยาอย่างเอาเรื่อง โต้กันไปเถียงกันมา สุดท้ายตบตีกันอุตลุด กุ้งกับพวกพนักงานพากันถ่ายคลิปเก็บไว้ไม่มีใครห้ามสักคน ประชากับเยาว์ต้องเขามาแยกทั้งคู่ออก เยาว์ด่าว่าลูกสาวที่ชอบหาเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน

“ก็เพื่อนมันผลักคุณนิล ตกบันไดจนเดินไม่ได้ มันยังหน้าด้านเข้าข้างคนผิด คนรักความถูกต้องอย่างฉันทนไม่ได้หรอกแม่” อึ่งไม่วายปากเสีย จรรยาจ้องหน้าคู่อริอย่างเกลียดชัง ก่อนจะผละจากไป ประชาถึงกับอึ้งเมื่อรู้เรื่องของแววนิล รีบโทร.นัดอู๋ให้ออกมาพบ เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นกับน้องสาวเจ้านายตัวเองให้ฟัง อู๋ยุให้เขาเก็บขวัญตาให้สิ้นซากถ้าเขายืนยันว่าตัดใจจากเธอได้แล้ว ประชาไม่พอใจที่อู๋พูดแทงใจดำโวยวายกลบเกลื่อน

“ฉันเกลียดผู้หญิงแพศยาคนนี้เข้ากระดูกดำ มันตายเร็วเท่าไหร่ฉันยิ่งสะใจ”

“งั้นพี่ก็ให้ผมจัดการมันอีกหน พี่แค่คอยชี้เป้าก็พอ”

ooooooo

ที่ห้องโถงของบ้านเลิศวิริยะ ชานนท์กับปรียาช่วยกันคาดคั้นให้เม่นเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยมีโย่งคอยยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆ เขาได้แต่กอดเข่าก้มหน้าไม่กล้าพูด ชานนท์ซักว่าเห็นขวัญตาตีคุณแววนิลไหม

“ตี...คุณนิลตีเม่น ตีๆๆๆๆอย่างนี้ คุณนิลโคตรใจร้าย ตีพี่นางฟ้าด้วย”

ชานนท์โล่งใจ ปรียาอยากให้เม่นปรักปรำพี่นางฟ้าพยายามซักโน่นซักนี่จนเขาสับสนนิ่งเงียบไป โย่งรำคาญ ขู่ถ้าไม่ยอมบอกจะฟ้องมณฑา เม่นกลัวถูกแม่ตีวิ่งหนีเตลิด โยงจะคว้าตัวไว้แต่ไม่ทัน...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่คอนโดฯที่พักของโยธิน เขมิกาเล่าให้โยธินฟังว่าแววนิลคิดฆ่าตนเองจริงอย่างที่ประชากล่าวหา และที่สำคัญพี่ขวัญของเธออาจตายแล้วก็ได้ เขาแนะให้ไปแจ้งความ เขมิกาส่ายหน้า ตอนนี้กรรมตามไปจัดการแววนิลแล้ว เธอตกบันไดขาหักนอนเดี้ยงอยู่ที่โรงพยาบาล

“แล้วไง ขาหักแล้วก็จบกันหรือ ถ้าเธอเป็นฆาตกร เธอก็ต้องรับโทษ”

“ถึง เข็มจะเชื่อว่าแววนิลคิดฆ่าพี่ขวัญ แต่เราไม่มีหลักฐาน ถ้าพี่ขวัญตาย แล้วศพล่ะ ศพอยู่ไหน ถ้าเราเจอศพ ทุกอย่างก็จบ” เขมิกาเดินไปเดินมาสีหน้าครุ่นคิด โยธินเคยดูหนังเกี่ยวกับการฆาตกรรม เวลาที่พวกโรคจิตฆ่าคนตาย มักจะเอาศพไปซ่อนไว้ในที่ที่ใครก็หาไม่พบ บ้านเลิศวิริยะกว้างใหญ่ไพศาลแบบนั้น จะซุกซ่อนศพไว้ตรงไหนก็ได้ ทั้งฝังดิน ถ่วงน้ำ เผานั่งยาง

เขมิกาคิดคล้อยตามคำพูดของเขา ก่อนจะโดดตัวลอย

“ใช่แล้ว ทำไมเข็มคิดไม่ออกแต่แรกนะ เฮียฉลาดที่สุดในโลก”...

ค่ำวันเดียวกัน ชานนท์แวะมาเยี่ยมน้องสาวที่โรงพยาบาล แต่เธอหลับ เขายืนมองอย่างหนักใจที่น้องทำแต่เรื่องร้ายกาจ ไม่รู้จะจัดการกับเธออย่างไรดี อยู่ๆเธอละเมอร้องเรียกแม่ มือไขว่คว้ามาจับมือชานนท์เอาไว้

“แม่...อย่าไป แม่อย่าทิ้งนิลไป นิลเดินไม่ได้ แม่ช่วยนิลด้วย นิลกลัว นิลไม่อยากเป็นคนพิการ”

ชานนท์ใจอ่อนเข้าไปกอดน้องไว้แนบอก ลูบหัวเบาๆจนเธอสงบ แล้วจึงออกไปถามพยาบาลเวรว่า มณฑาไปไหน ได้ความว่า เธอจะกลับไปเอาของที่บ้าน ขอพยาบาลพิเศษให้ช่วยเฝ้าคนป่วยถึงพรุ่งนี้เที่ยง

“ไม่เป็นไรครับ คืนนี้ผมอยู่เฝ้าน้องเอง ขอแค่กะเช้าก็พอ”

ooooooo

เขมิกาตื่นแต่เช้าสวมชุดกีฬาทำทีวิ่งเหยาะๆมาที่หน้าตัวตึก สอดส่ายสายตาไปรอบๆว่ามีใครอยู่แถวนั้นหรือเปล่า ที่หูของเธอเสียบสมอลทอล์กไว้ คอยรายงานให้โยธินที่อยู่ปลายสายรับรู้ทุกฝีก้าว พอเธอเหลือบไปเห็นประชาขับรถเข้ามาจอด รีบตัดสายได้ทันก่อนที่เขาจะเข้ามาทักทายว่าจะไปออกกำลังกายหรือ

“ใช่ฮะ มาหาสามีฉันหรือ รายนั้นเขาไม่อยู่ ไปนอนเฝ้าน้องสาว”

“ผมทราบครับ แค่เอาเอกสารมาฝากไว้เท่านั้น”

“งั้น ก็ตามสบาย...อ้อ เรื่องที่คุณเคยเตือนฉัน ขอบใจนะ ไว้วันหลังจะขอใช้บริการอีก” เขมิกาพูดจบวิ่งเหยาะๆจากไป ประชามองตามอย่างมีเลศนัย...

ขณะเขมิกาบ่ายหน้าไปทางสวนรกหลังบ้าน เม่นซึ่งถูกมณฑาบังคับให้มาหลอกล่อพี่นางฟ้าโผล่ออกจากหลังพุ่มไม้ โกหกว่าลูกฟุตบอลที่แม่ซื้อให้หายไป เขมิกา อยากจะเข้าไปในสวนอยู่พอดี จึงอาสาจะช่วยหาลูกฟุตบอลให้ แล้วโอบไหล่เม่นพาไปทางสวนหลังบ้าน ประชาซึ่งแอบมองอยู่ รีบหยิบมือถือขึ้นมาโทร.หาอู๋ เม่นเดินมากับเขมิกาได้สักพัก พูดตามที่แม่สอนไว้เมื่อคืนว่า เตะบอลลอยมาตรงนี้ แล้วก็หาไม่เจอ

“สวนนี้มันกว้างจริงๆ พี่ยังไม่เคยเดินมาถึงแถวนี้เลย”

เม่นก้มหน้าก้มตาชี้ไปไกลๆไม่กล้าสบตาด้วย

“ไม่รู้อยู่ตรงโน้นหรือเปล่า”

เขมิกาเดินลิ่วไปตามที่เขาชี้ โดยเจ้าตัวกลับยืนลังเล ไม่ยอมตาม ทันใดนั้นมีด้ามมีดกระแทกที่ท้ายทอยเม่นเต็มแรงจนทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น ก่อนร่างจะถูก
ลากไปทิ้งไว้ในพุ่มไม้...

ไม่นานนัก เขมิกาเดินพ้นแนวต้นไม้ใหญ่มาพบป่าหญ้าขึ้นรกชัน แต่กลับมีทางแหวกให้เดิน ร้องถามเม่นว่าใช่ทางนี้หรือเปล่า มีแต่ความเงียบ จึงหันไปมองไม่เห็นเขาอยู่แถวนั้น ตะโกนเรียกก็ไม่มีเสียงตอบ เขมิกาไม่ได้สนใจอะไรอีก ก้าวไปตามทางเดินที่แหวกเอาไว้ จนกระทั่งเห็นรากไม้คลุมอะไรบางอย่างอยู่ จึงดึงสิ่งกีดขวางออก เผยให้เห็นบ่อน้ำบาดาลเก่าๆ มีฝาปิด เธอรีบเลื่อนฝาออก ก้มลงไปมอง ไม่ทันสังเกตเห็นมณฑาในชุดไอ้โม่งโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ พร้อมไม้ท่อนเข่ืองในมือ ย่างสามขุมเข้าหา...

ขณะที่เขมิกาตกอยู่ใน สถานการณ์คับขัน ชานนท์กลับมาถึงบ้านเลิศวิริยะพบประชานั่งรออยู่พร้อมกับสัญญาของลูกค้าแฟรน ไชส์มีปัญหาในมือ จังหวะนั้นโย่งวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงานว่าเม่นหายไป ที่บ้านท้ายสวนก็ไม่มี แป้นรีบบอกว่าเมื่อตอนตัวเองทำความสะอาดหน้า ต่าง เห็นเขาเดินไปกับคุณผู้หญิง เลี้ยวไปทางหลังตึกน่าจะเข้าไปในสวนหลังบ้าน ประชารีบเบนความสนใจชานนท์

“ถ้าไปกับคุณขวัญก็ไม่น่ามีปัญหาหรอกครับ นี่ทางลูกค้าก็รอฟังข้อสรุปจากผมอยู่ด้วย ทำไงดี”

“แต่ ถ้าคุณนมรู้ว่าไอ้เม่นไปกับคุณผู้หญิงอีก จะยุ่งนะครับ” โย่งรีบขัด ชานนท์ไม่อยากให้เขมิกามีปัญหากับมณฑา จึงบอกให้ประชารอเขาอีก 15 นาที แล้วจะกลับมาคุยเรื่องสัญญาของลูกค้า ผู้จัดการตัวแสบเกรงชานนท์จะไปขัดขวางแผนสังหารเขมิกา ขอตามไปด้วยช่วยกันหาหลายๆคนจะได้เจอเม่นเร็วขึ้น...

ฝ่ายเขมิกาลองสูด กลิ่นจากปากบ่อน้ำไม่พบว่ามีกลิ่นเน่าจากซากศพ แต่เพื่อความแน่ใจ ต้องลงไปสำรวจดู ขณะเหลียวหาเชือกเพื่อจะไต่ลงไป เห็นไอ้โม่งเงื้อไม้ฟาด เธอจับไว้ทัน มณฑาจะดึงไม้คืน แต่อีกฝ่ายยื้อไว้สุดฤทธิ์ แต่สุดท้ายมณฑากระชากไม้คืนมาได้ เงื้อจะตีอีกครั้ง เขมิกาเอี้ยวตัวหลบ แล้วชกสวนเข้าหน้า

จากนั้น หมัดที่สองพุ่งเข้าท้องมณฑาถึงกับเซถลาล้มลงไม้หลุดมือ เธอตามเข้าไปจะซ้ำ แม่นมตัวแสบเห็นท่าไม่ดี หันหลังวิ่งหนี เขมิกากระโจนรวบตัวจากด้านหลัง เธอหันกลับมาตบหน้า ก่อนจะพุ่งบีบคอซ้ำ เขมิกางัดมือเธอหลุดจากคอตัวเองแล้วผลักอกสุดแรง ไอ้โม่งมณฑาหงายหลังหัวกระแทกต้นไม้นั่งมึน หญิงสาวตกใจมองมือตัวเองที่ผลักอกคนร้ายเมื่อครู่ รู้ทันทีว่าเป็นผู้หญิง

ooooooo

ชานนท์ โย่ง และประชาออกตามหาเม่นกับเขมิกามาถึงจุดที่เม่นถูกทำร้าย เห็นเขามุดหัวออกมาจากพุ่มไม้อย่างอ่อนแรง ชานนท์รีบเข้าไปประคอง ถามว่ามานอนทำอะไรอยู่ตรงนี้ เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เดินอยู่ดีๆมีอะไรมากระแทกหัวแล้วหลับไปเลย ชานนท์ร้อนใจ ถามว่าคุณผู้หญิงหายไปไหน

“พี่นางฟ้าเดินไปทางนี้” เม่นชี้ไปถูกทางประชาเกรงแผนจะแตก ตวาดเม่น ถ้าจำไม่ได้อย่าชี้มั่วๆ เขาตกใจยิ่งลนลานหนัก คราวนี้ชี้ผิดไปอีกทางหนึ่ง แล้วกุมหัวตรงที่ถูกด้ามมีดตี ร้องลั่นสีหน้าเจ็บปวด ชานนท์เป็นห่วงสั่งให้โย่งพาเม่นกลับไปก่อน ส่วนเขากับประชาจะแยกกันตามหาเขมิกาเอง ชานนท์ไปผิดทาง ขณะที่ประชาตามไปถูกทาง...

ทางด้านเขมิกานั่งยองๆ มองไอ้โม่งที่นั่งคออ่อนคอพับพิงต้นไม้ บ่นกับตัวเองว่าไอ้โม่งคนก่อนเป็นผู้ชายแต่ไอ้โม่งคนนี้เป็นผู้หญิง จะขอดูหน้าชัดๆ ว่าเป็นคนที่คิดว่าใช่หรือเปล่า แล้วเอื้อมมือจะไปดึงผ้าคลุมหัวออก อู๋ในคราบไอ้โม่งเช่นกันจ่อมีดที่คอเขมิกาจากด้านหลัง มือที่จะเปิดหน้าไอ้โม่งมณฑาชะงักค้างอยู่อย่างนั้น

“ก่อนมีดเล่มนี้จะเชือดคอหอยมึง กูจะให้โอกาสมึงอีกครั้ง...ลุกขึ้นมา” อู๋ตะคอก เขมิกาจำเสียงเขาได้ ทักว่าเป็นไอ้โม่งคนเดียวกับที่เจอกันที่บ้านพักริมทะเล อู๋สั่งห้ามพูดนอกเรื่อง แล้วถามว่าวันนั้นเธอเอาเงินสินสอดไปซ่อนไว้ที่ไหน เขมิกาอ้างว่าความจำเสื่อม จำอะไรไม่ได้ เขากดมีดที่คอเธอหนักมือขึ้นอีก

“ก็วันที่มึงร้องขอชีวิตกูไง” แล้วเรื่องราวในอดีตคืนวันแต่งงานของขวัญตาก็พรั่งพรูออกจากปากอู๋

วันนั้นขวัญตาหนีการไล่ล่าของอู๋ในคราบไอ้โม่งมาถึงเรือที่จอดเกยหาดอยู่ เธอคิดว่าหนีเขาพ้น หยิบมือถือขึ้นมาโทร.เรียกพ่อให้มาช่วย แต่ยังไม่ทันจะบอกรายละเอียด อู๋ย่องมาทางด้านหลังกระชากแขนเธออย่างแรง มือถือกระเด็นตกพื้น หญิงสาวพยายามต่อสู้ แต่ถูกเขาตบคว่ำแล้วจะยิงซ้ำ

ขวัญตาเอาทรายซัดเข้าตาอู๋พอดี ปืนลั่นกระสุนเฉียดแขนเธอเลือดกระเซ็นใส่ทราย แล้วฉวยโอกาสวิ่งหนีแต่ไม่รอด อู๋กระโจนรวบตัวไว้ล้มกลิ้งไปด้วยกัน โดยเขาทับอยู่บนร่างเธอ

“นังตัวดี หลอกล่อผู้ชายเก่งนักใช่ไหม กูจะสั่งสอนบทเรียนให้มึงเอง” อู๋พูดจบกระชากเสื้อขวัญตาขาด

“อย่า ถ้าแกทำฉัน แกจะไม่ได้อะไรเลยสักบาทเดียว สู้เรามาร่วมมือกันใช้เงินนั่นอย่างมีความสุขไม่ดีกว่าหรือ...ฉันรู้ว่าพี่แอบมองฉันอยู่ เราหนีไปด้วยกันเอาไหม ฉันจะแบ่งเงินให้พี่ ส่วนพี่ก็ปรนเปรอความสุขให้ฉัน รู้ไหมเวลาที่ฉันมีอะไรกับชานนท์ ฉันจินตนาการว่าฉันกำลังมีอะไรกับพี่ทุกครั้งเลยนะ” มารยาของขวัญตาใช้ได้ผล อู๋หลงเชื่อ ช่วยประคองเธอไปยังที่ซ่อนเงินซึ่งอ้างว่าเอาไว้ใต้สะพานที่ยื่นไปในทะเล

“ตรงที่มีกองหินทับๆไว้ ต้องขุดลงไป”

อู๋พยายามมองหา ขวัญตาสบช่องผลักเขาตกลงไปข้างล่างแล้ววิ่งหนี เขาจะตามแต่จุกลุกไม่ไหว...

ไอ้โม่งอู๋ตะคอกถามเขมิกาว่านึกถึงความชั่วของตัวเองออกหรือยัง แล้วขู่ถ้าไม่บอกที่ซ่อนเงินสินสอดจะฆ่าให้ตาย เธอถามย้ำเพื่อให้แน่ใจว่าที่ตัวเองรับปากจะพาเขาไปเอาเงิน แต่เธอกลับหนีไปได้อย่างนั้นหรือ อู๋ยังเจ็บใจตัวเองไม่หายที่หลงเชื่อผู้หญิงปลิ้นปล้อนอย่างเธอ แต่ครั้งนี้อย่าหวังจะรอดไปได้

“เดี๋ยวๆๆๆ ฉันพอจำได้รางๆแล้ว ความจริงฉันไม่ได้เอาเงินไปที่ไหนหรอกแต่มันซ่อนอยู่ที่นั่น”

เขมิกาพยักพเยิดไปที่บ่อน้ำ “เหมือนว่าฉันจะทิ้งลงไปในนั้น แต่จำไม่ได้ว่าทำไม”

อู๋ลากเขมิกาไปยังบ่อน้ำ ขณะที่มณฑาค่อยๆรู้สึกตัว เห็นเขมิกาเดินไปกับไอ้โม่งอีกคนหนึ่งรางๆเกรงจะถูกเปิดโปงรีบประคองตัวหนีไปจากตรงนั้น อู๋สั่งให้เธอปีนลงไปเอาเงินขึ้นมา เขมิกาเจ้าเล่ห์ทำทีจะลงไปเอาให้ แต่ขอตั้งท่าดีๆก่อน บ่อน้ำแห่งนี้ลึกพอสมควร ขืนโดดสุ่มสี่สุ่มห้าลงไปมีหวังขาหัก แล้วบอกให้เขาถอยไปหน่อย อู๋หลงกล ถอยออกมาครึ่งก้าว แต่ยังคงจ่อมีดที่หลังเธออยู่ เขมิกาขึ้นไปนั่งบนขอบบ่อ สองมือจับขอบไว้แน่น

“โดดล่ะนะ...หนึ่ง...สอง...สาม...” เขมิกาไม่โดด แต่หมุนตัวเตะก้านคออู๋เต็มแข้งถลาเป็นนกปีกหัก มีดร่วงลงพื้น เธอไม่รอช้าเข้าไปต่อยซ้ำอีกสองหมัดซ้อน แล้วจะกระชากหน้ากากออก อู๋คว้ามีดที่ตกอยู่แทงใส่ เธอเบี่ยงตัวหลบมีดเฉียดสะบักเลือดสาด ถึงกับฟุบเขาแค้นจัด ลากเขมิกาที่สิ้นเรี่ยวแรงขัดขืนมาผลักลงบ่อน้ำ เสียงร้องด้วยความตกใจของเธอดังก้องบ่อ

ooooooo

ประชายืนอยู่ไม่ห่างจากตรงนั้นนัก ใจหายที่เห็นอู๋ผลักผู้หญิงที่เขาคิดว่าเป็นขวัญตาตกบ่อน้ำเพราะยังอาลัยอาวรณ์เธออยู่ อู๋เสร็จภารกิจจัดแจงจะเข้ามารายงานลูกพี่ แต่ต้องหยุดกึกเมื่อได้ยินเสียงชานนท์ร้องหาขวัญตาดังขึ้น ประชารีบแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้า พุ่งเข้าใส่อู๋ พลางกระซิบ

“อัดฉันเลย แล้วรีบหนีไป”

ทั้งคู่ทำทีต่อสู้กันได้สองกระบวนท่า ประชาโดนชกแกล้งเซล้ม เป็นจังหวะเดียวกันกับชานนนท์มาถึงที่เกิดเหตุ อู๋ในชุดไอ้โม่งรีบวิ่งหนี ประชาทำท่าขึงขังไล่ตาม ชานนท์จะวิ่งตามแต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงเขมิกา ร้องขอความช่วยเหลือดังมาจากบ่อน้ำ เขาพุ่งพรวดไปดู ไม่เห็นใครเนื่องจากมีรากไม้บังอยู่ อึดใจเธอยื่นมือขึ้นมาเกาะขอบบ่อไว้ รากไม้ที่ตัวเองยึดไว้ไม่ให้ตกหักพอดี ชานนท์คว้าข้อมือเธอไว้ทัน ช่วยดึงขึ้นมา

เขมิกาทั้งเจ็บทั้งหมดแรงทรงตัวแทบไม่ไหว แต่ยังแข็งใจบอกให้ชานนท์รีบตามไปจับไอ้โม่งให้ได้ เขาว่าประชาตามไปแล้ว เธอน่าจะห่วงตัวเองก่อนดีกว่าแล้วจะช่วยประคอง มือไพล่ไปโดนแผลถูกแทง เขมิกาถึงกับร้องโอ๊ย ทรุดลงกับพื้น ชานนท์ตกใจที่เห็นเธอเลือดไหล จะพาไปหาหมอ เธอกลับจะให้เขาพาไปกระชากหน้ากากไอ้โม่งอีกคนหนึ่งที่คิดจะฆ่าเธอเช่นกัน เขาประหลาดใจมาก มีไอ้โม่งถึงสองคนเลยหรือ

“ใช่ ไอ้โม่งที่แทงฉันเป็นผู้ชาย แต่ไอ้โม่งอีกคนมันเป็นผู้หญิง” พูดได้แค่นั้น เขมิกาก็หมดสติ...

ทางด้านอู๋กับประชาวิ่งตามกันมาได้สักระยะ พอเห็นปลอดภัยก็หยุดหนี อู๋ก้าวพลาดเหยียบเศษแก้วเลือด สาด ประชาช่วยดึงเศษแก้วออกจากแผลให้ พลันมีเสียงโย่งตะโกนเรียกหาคุณผู้ชายดังขึ้น ทั้งคู่ตกใจมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ประชาตั้งสติได้สั่งให้อู๋หลบอยู่ตรงนี้ก่อน ตนจะล่อโย่งไปอีกทางหนึ่งเอง แล้ววิ่งหลบๆออกไป

โย่งเห็นหลังใครไวๆ รีบวิ่งตาม จนกระทั่งร่างนั้นหายเข้าไปหลบหลังพุ่มไม้ คิดว่าเป็นคนที่ทำร้ายเม่น คว้าท่อนไม้ใกล้มือย่างสามขุมเข้าหา เงื้อไม้จะฟาด ประชาร้องห้ามลั่น เขายกไม้ค้างถามว่ามาทำอะไรแถวนี้

“ฉันไล่ตามไอ้โม่งมา แต่มันหนีรอดไปได้ มันผลักคุณขวัญตาตกบ่อ เป็นหรือตายก็ยังไม่รู้”

“บ่อร้างหรือครับ โห...บ่อนั่นมันลึกหลายเมตร ใครตกลงไปเห็นทีจะรอดยาก” โย่งทำหน้าสยอง...

ขณะเกิดเรื่องวุ่นๆขึ้นที่บ้านเลิศวิริยะ โยธินพยายาม โทร.หาเขมิกา แต่ติดต่อไม่ได้เนื่องจากเธอทำมือถือตกบ่อน้ำ เขาร้อนใจมากตัดสินใจโทร.หาปรียาซึ่งกำลังหอบหิ้วกระเช้าผลไม้จะไปเยี่ยมอาการป่วยของเพื่อนรักเผื่อจะรู้อะไรบ้าง เขาอ้างว่าเพิ่งกลับจากต่างจังหวัด มีของติดมือมาฝาก อยากจะเอาไปให้ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน

“ขอบคุณมากค่ะ แต่ฉันกำลังมาเยี่ยมคนเจ็บที่โรงพยาบาล”

โยธินตกใจ ถามว่าใช่คนที่บ้านนั้นหรือเปล่า ผู้หญิงหรือผู้ชาย ปรียายังไม่ทันจะว่าอะไร เห็นบุรุษพยาบาลเข็นเขมิกาในสภาพเลือดเปรอะเต็มตัวนอนอยู่บนเตียงคนไข้เข้ามา โดยมีชานนท์ตามประกบด้วยความเป็นห่วง ปรียาพึมพำเสียงลอดเข้าไปในมือถือว่า “คุณขวัญ” โยธินใจไม่ดี พยายามซักว่าคุณขวัญคนนั้นเป็นอะไรไป เธอ

ไม่ตอบคำถาม ขอตัวก่อนแล้วกดตัดสาย รีบตามไปสอดแนม

“ฮัลโหล...คุณปรียา...จะเป็นเข็มของเฮียหรือเปล่านะ ขออย่าให้ใช่เลย” โยธินกังวลหนัก

ooooooo

ระหว่างรอเขมิกาอยู่หน้าห้องฉุกเฉิน ชานนท์ครุ่นคิดถึงคำพูดของเธอที่ว่า ไอ้โม่งอีกคนที่เป็นผู้หญิง เขารู้จักดี ก็นึกถึงมณฑาขึ้นมาทันที อยากรู้ว่าเป็นอย่างที่เธอว่าหรือเปล่า ตัดสินใจไปที่ห้องพักฟื้นของน้องสาว โดยไม่ล่วงรู้ว่าปรียาสะกดรอยตาม เขาพบมณฑานั่งเฝ้าแววนิลที่หลับสนิทอยู่ ไม่ปักใจเชื่อว่าไม่ใช่เธอ แกล้งถามว่า

“คุณนมมาตั้งแต่เมื่อไหร่ ผมออกไปตอนตีห้าก็เลยไม่รู้”

มณฑาโกหกหน้าตายว่ามาถึงหลังจากเขากลับไปครู่เดียว ก็เลยบอกพยาบาลพิเศษว่าจะเฝ้าคุณหนูเองเขาสงสัยอะไรหรือ ชานนท์เล่าว่ามีไอ้โม่งลอบทำร้ายขวัญตาเมื่อเช้า เจ้าตัวยืนยันว่าเป็นผู้หญิง

“ถ้าเดาไม่ผิด คุณผู้หญิงคงสาดโคลนมาที่นมใช่ไหมคะ”

ชานนท์ซักอีกว่ากลับมาโรงพยาบาลตอนไหนมีใครเห็นหรือเปล่า จะได้ไปบอกภรรยาของเขาได้ว่าเธอเข้าใจผิดไปเอง มณฑาจนแต้มถึงกับไปไม่ถูก ปรียาเข้ามาพร้อมกับถ้วยกาแฟในมือโดยแอบเอากระเช้าของเยี่ยมไปซ่อน อ้างตัวเป็นพยานให้มณฑาว่าตนเองมาถึงที่นี่ตอนตีห้าครึ่งเจอเธอตรงทางเข้าพอดี ปรียาโกหกไม่เนียน ชานนท์จับพิรุธได้ แต่ทำเป็นไม่ติดใจสงสัยอะไรอีก ขอตัวไปดูแลภรรยาก่อน...

หลังวางสายจากชานนท์ ประชาหันไปบอกอู๋ ซึ่งนอนอยู่บนโซฟาว่านังนั่นยังไม่ตาย เขาบ้าเลือดจะตามไปจัดการเธอให้ได้ ประชาห้ามไว้ขืนไปตอนนี้โดนจับแน่ ชานนท์สั่งให้ตนแจ้งตำรวจตามล่าเขามาให้ได้ อู๋กลัวจะถูกถีบหัวส่ง ขู่ถ้าเขาถูกจับ ลูกพี่เองก็รอดยากเหมือนกัน ประชาโกรธกระชากคอเสื้อเขาขึ้นมา

“ฉันไม่โง่ทำตามคำสั่งหรอก แล้วจำเอาไว้อย่ามาล้ำเส้นกับฉันอีก ถ้าไม่มีฉันแกโดนเจ้ามือพนันบอลตัดมือทิ้งไปแล้ว...แกนอนรักษาตัวอยู่ที่นี่ อย่าออกไปไหน เรื่องขวัญตาเราไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหนอีก” ประชาหน้าเครียด คงถึงเวลาที่ต้องจัดการนังแพศยาคนนั้นด้วยตัวเอง...

อาการของเขมิกาไม่หนักหนาสาหัสอย่างที่เห็น โชคดีที่มีดแค่ถากสะบักซ้ายเท่านั้น หมอเย็บแผลและฉีดวัคซีนกันบาดทะยักให้แล้ว แต่ขอให้คนป่วยอยู่โรงพยาบาลอีกสองคืนเพื่อดูอาการ ชานนท์ยืนมองเขมิกาที่หลับสนิทเพราะความอ่อนเพลีย เนื่องจากเสียเลือดมาก รู้สึกผิดที่เข้าใจเธอผิดๆมาตลอด

“เธอเกือบตายเพราะความโง่ของฉัน...ฉันน่าจะเชื่อเธอตั้งแต่แรก แต่กลับปล่อยให้ความหึงหวงมันอยู่เหนือความเชื่อใจกัน” ชานนท์นั่งลงข้างเตียงกุมมือเธอไว้ ก่อนจะจูบหลังมืออย่างทะนุถนอม

เขานั่งเฝ้าเขมิกาจนหนังตาเริ่มหนัก ต้องสะบัดหัวไล่ความง่วง เธอยังคงหลับสนิท แต่ขยับจะพลิกตัว เขาเกรงเธอจะทับแผลตัวเอง รีบเอาหมอนมาดันหลังไว้แล้วนั่งเฝ้าต่อไป

ooooooo

เช้าวันต่อมา แววนิลดีใจที่เห็นมณฑามาเฝ้าไข้เหมือนเดิม คิดว่าเธอหายหน้าไปเมื่อวานนี้เพราะโกรธที่ตนเองพูดจาไม่ดีด้วย มณฑาหายไปจัดการกับนังผู้หญิงคนนั้นให้ แต่ไม่สำเร็จเพราะมีไอ้โม่งซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นหนึ่งในชู้ของนังนั่นที่ต้องการแก้แค้นโผล่เข้ามาเสียก่อน เธอก็เลยต้องหลบฉาก

“คุณหนูอยู่กับคุณปรียาสักสองชั่วโมงได้ไหมคะ นมมีบางอย่างที่ต้องกลับไปเก็บกวาดให้เรียบร้อย”

“ระวังโดนจับได้นะนม”

“อย่าห่วงเลยค่ะ นังขวัญตามันนอนเจ็บอยู่ที่นี่ ส่วนคุณผู้ชายก็หมดข้อสงสัยในตัวนม แล้วจะมีใครตามจับผิดนมได้ล่ะคะ” มณฑายิ้มอย่างย่ามใจ แล้วเดินออกจากห้อง เจอปรียารออยู่ด้านนอก เข้าไปขอบคุณที่ช่วยเป็นพยานให้ เจ้าตัวบ่นอุบ ไม่แน่ใจว่าทำถูกหรือเปล่าที่โกหกชานนท์แบบนั้น มณฑากลัวปรียาจะพูดอะไรที่ไม่ควรพูด จับมือเธอที่กำลังจะเปิดประตูห้องพักฟื้นของแววนิลบีบไว้

“ไหนๆเราก็ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ไม่ช่วยพายไม่ช่วยแจวก็ไม่เป็นอะไร แต่อย่าจมเรือเสียเองนะคะไม่อย่างนั้น...” มณฑาออกแรงบีบมือปรียาหนักขึ้นจนร้องโอ๊ย “คุณหนูคงเสียใจ”

หญิงสาวมองตามมณฑาที่เดินจากไปด้วยสีหน้าหวาดหวั่น...

ด้านประชาแอบซุ่มอยู่หน้าห้องพักฟื้นของเขมิกา รอจนกระทั่งชานนท์ออกจากห้อง ลอบเข้าไปหมายจะฆ่าอดีตหวานใจ คว้าหมอนที่หนุนหลังเธอขึ้นมา พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองของเขา

วันนั้น ขวัญตาเบี้ยวนัด ประชาจึงสั่งการให้อู๋ไปเอาตัวเธอมา แล้วไปเจอกันที่รีสอร์ตริมทะเลตามแผน ในเวลาต่อมา อู๋ในคราบไอ้โม่งไปเจอเธอในชุดแต่งงานพร้อมกระเป๋าเดินทางในมือเตรียมจะหนี ปราดเข้าไปใช้ยาสลบโปะหน้า แล้วพาตัวไปให้ประชา แต่ไม่พบเงินสินสอดอยู่ในกระเป๋าเสื้อผ้าของเธอแม้แต่บาทเดียว

ประชาเห็นขวัญตาเริ่มรู้สึกตัว สั่งให้อู๋ไปรอข้างนอกก่อน เธอค่อยๆพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง ประชาต่อว่าเธอว่าหลอกใช้เขา คิดจะหอบเงินสินสอดหนีไปคนเดียว ขวัญตาแก้ตัวว่าไม่ได้คิดจะหนี กำลังจะไปตามนัด แต่ต้องเอาเงินไปซ่อนไว้ก่อน เขาด่าสวนว่าโกหก อู๋รายงานแล้วว่าเธอกำลังจะหนี ขวัญตาบีบน้ำตา

“ถ้าไม่เชื่อใจกัน หมดรักกันแล้ว พี่ชาก็ฆ่าขวัญได้เลย ขวัญไม่รู้จะทำให้พี่เชื่อได้อย่างไรนอกจากใช้ความตาย” ขวัญตาพูดจบ คว้าแจกันมาฟาดกับขอบโต๊ะเป็นปากฉลามแล้วยื่นให้ ประชาใจอ่อนหลงเชื่อคำลวง เธอกลับใช้แจกันใบนั้นแทงท้องเขาทรุดจมกองเลือด

“มีความจริงอย่างหนึ่งที่แกควรรู้ไว้ ฉันไม่เคยรักแกเลยสักนิด ที่ทำดีกับแกก็เพื่อความอยู่รอดของตัวเอง ซึ้งหรือยังไอ้โง่” ขวัญตาพูดจบปาแจกันทิ้งปีนหนีออกทางหน้าต่าง อู๋เข้ามาเห็นก็ตกใจ ประชากัดฟันสั่งให้เขาตามเธอไป อู๋เห็นนังตัวแสบวิ่งหนีไปริมทะเล รีบไล่ตาม...

ประชาตื่นจากภวังค์ จับท้องตัวเองที่เคยโดนแทง สีหน้าเจ็บปวดใจสุดๆ “ถึงวันนี้ไอ้โง่คนนี้ก็ยังรักเธออยู่ แต่เรามาหยุดทุกอย่างไว้เพียงแค่นี้เถอะ” พูดจบยกหมอนจะอุดปากเขมิกา แต่ต้องชะงักเมื่อเธอละเมอขึ้นว่า

“อย่าไปนะ ไม่อย่าไป” เขมิกาดึงมือประชาไว้เพราะคิดว่าเป็นพ่อ แล้วเอามือมาแนบแก้มตัวเองด้วยความรัก ใจที่แข็งกร้าวเมื่อครู่ อ่อนยวบ มือที่จับหมอนปล่อยร่วงลงพื้น แล้วค่อยๆดึงมือตัวเองอีกข้างหนึ่งออกจากมือเขมิกา หันหลังจะไป เธอรู้สึกตัวลืมตาขึ้น ร้องเรียกผู้จัดการลั่น ประชาชะงักตัวแข็ง ค่อยๆหันกลับมา

“เออ...ตื่นแล้วหรือครับคุณขวัญ ผมมาเยี่ยม เห็นยังหลับอยู่ก็เลยจะกลับก่อน”

เขมิกาอยากรู้ว่าเขาจับตัวไอ้โม่งได้ไหม ประชาส่ายหน้า เธอร้อนใจมากซักอีกว่าไอ้โม่งอีกคนที่เป็นผู้หญิง ชานนท์แจ้งตำรวจมาจับตัวไปหรือยัง เขารู้เรื่องนี้จากอู๋มาแล้ว ใส่ไฟว่ายังไม่เห็นมีการจับกุมใครทั้งนั้น เขาเชื่อว่าน่าจะเป็นพวกเดียวกับไอ้โม่งที่แทงเธอ ไม่เช่นนั้นจะรู้ทางเข้าออกสวนได้อย่างไร ถ้าไม่มีคนในพาเข้ามา

“ที่คุณเคยบอกฉันว่าคุณนิลส่งคนไปทำร้ายฉัน ที่รีสอร์ตริมทะเลก็ไม่ผิดเลย เพราะมันเป็นไอ้โม่งคนเดียวกับที่ผลักฉันตกบ่อ ส่วนไอ้โม่งผู้หญิงก็เดาได้ไม่ยากว่าเป็นใคร”

“แต่ผมว่าคุณนนท์คงไม่เชื่อ ถึงไม่ได้จัดการอะไรเลย” ประชายุส่ง เขมิกาไม่พอใจชานนท์ขึ้นมาทันที

ooooooo

มณฑาย่ามใจที่ไม่มีใครสงสัย ตรงลิ่วไปยังบ้านท้ายสวน ขู่เม่นว่าถ้าเปิดปากบอกเรื่องที่ตัวเองใช้ให้เขาล่อขวัญตาไปที่บ่อน้ำให้ใครฟัง จะเอาไปปล่อยวัด เขากลัวลนลานสาบานจะไม่บอกใคร แล้วจับมือแม่ไว้

แม่ใจยักษ์ตกใจตวาดลั่นว่าคิดจะทำอะไร เม่นแค่อยากให้แม่กอด เพราะกลัวที่จะต้องจากท่านไปไหนมณฑาใจอ่อนดึงเขามากอด แค่อึดใจเดียวก็ผลักออกอย่างแรงจนเขาล้มกลิ้ง

“อย่ามาโดนตัวฉัน ฉันขยะแขยงแก พ่อแกทำลายชีวิตฉัน” มณฑาผละจากไป โดยไม่ล่วงรู้ว่าชานนท์แอบฟังอยู่อีกมุมหนึ่งของบ้านได้ยินทุกคำพูด...

เย็นวันเดียวกัน ชานนท์กลับมาที่ห้องพักฟื้นของเขมิกา พยาบาลพิเศษรีบรายงานว่าคนป่วยไปแล้วเมื่อสักครู่นี้เอง ตนพยายามจะห้ามแต่เธอไม่ฟัง กำลังจะโทร.ไปแจ้งเขาพอดี ชานนท์รีบตามหา เห็นเขมิกาในสภาพมีผ้าคล้องแขน กันไม่ให้แผลที่สะบักขยับ เดินช้าๆอย่างไม่ค่อยมีแรง เขาปรี่ไปจับข้อศอกอีกข้างหนึ่งเบาๆ

“เที่ยวเดินร่อนๆไปทั่ว ไม่ดูตัวเองบ้างเลยว่ายังเจ็บอยู่”

“ใครว่าฉันเดินร่อนไปทั่ว ฉันกำลังจะไปเยี่ยมคุณน้องสามีแล้วก็มีเรื่องจะต้องเคลียร์กับคุณนมสักหน่อย”

ชานนท์โกหกว่ามณฑาไม่ใช่ไอ้โม่ง ปรียาเป็นพยานยืนยันระหว่างเกิดเหตุเธออยู่ที่นี่ตลอด

เขมิกาโต้ว่าเป็นพวกเดียวกันย่อมต้องช่วยกันเป็นเรื่องธรรมดา เขาขี้เกียจเถียงด้วย อุ้มเธอตัวลอยจะพากลับไปรักษาตัวให้หายดีก่อน เรื่องไอ้โม่งที่แทงเธอ เขาแจ้งตำรวจแล้ว ส่วนไอ้โม่งอีกคนหนึ่ง เขาจะจัดการให้อย่างยุติธรรม

เขมิกาขอเดินเองแต่เขาไม่ยอม ครู่ต่อมา ชานนท์วางเธอลงบนเตียงคนไข้ เห็นสายคล้องแขนเลื่อนมาต่ำเกินไปจัดแจงขยับให้ ใบหน้าของเขาอยู่ใกล้จนเธอใจหวิว ภาพตอนที่จูบกันในสระว่ายน้ำผุดขึ้นมาอีกครั้ง เธอหลับตาพริ้ม เผลอยิ้มออกมา โดยไม่รู้ว่าเขาปรับสายคล้องแขนเสร็จแล้ว ชานนท์เห็นเธอยิ้มมีความสุข แกล้งบีบจมูกเล่น เขมิการู้สึกตัวปัดมือเขาออก ต่อว่าว่ามายุ่งอะไรกับจมูกของเธอ ไหนว่าจะปรับสายคล้องแขนให้

“ฉันทำเสร็จแล้ว เธอต่างหากที่มัวแต่นั่งฝันหวาน หรือกำลังคิดถึงวันที่เราจูบกัน”

โดนจี้ใจดำ เขมิกาอายจัดไล่ชานนท์ไปไกลๆแก้เขิน เขาหงุดหงิดที่เธอไม่ยอมพูดดีๆด้วย ขยับจะออกจากห้อง อยู่ๆเขมิกาปวดขาขึ้นมา ร้องโอ๊ยลั่น เขาทั้งตกใจทั้งเป็นห่วง ปราดเข้ามาถามว่าเจ็บแผลหรือ

“ขามันปวดตึงๆคงเกิดจากตอนสู้กับไอ้โม่ง คุณอยากไปก็ไปเถอะ จะมาสนทำไม”...

ด้วยความเป็นห่วงเขมิกาสุดๆ ชานนท์โทร.สั่งให้จรรยาเอาน้ำมันสำหรับนวดขาจากร้านสปามาให้ เขมิกาตำหนิเขาว่าแค่ปวดขาทำไมต้องทำให้คนอื่นวุ่นวายไปด้วย แล้วบอกให้จรรยากลับไปได้แล้ว เธอนวดเองได้

“ใครว่าฉันจะนวดให้เธอ เจ้านายแค่ให้ฉันเอาน้ำมันมาให้เท่านั้น แล้วนี่เธอป่วยเป็นอะไรหรือ”

เจ้านายหนุ่มชิงตอบคำถามแทนว่า เขมิกาไข้สูง แต่เริ่มดีขึ้นแล้ว ขอบใจจรรยาที่เอาน้ำมันนวดมาให้ เธออวยพรให้เพื่อนหายไวๆ แล้วขอตัวกลับก่อน ชานนท์ลงมือนวดน้ำมันที่ขาและเท้าให้เขมิกาอย่างชำนาญ เธอเกรงใจจะขอทำเอง แต่เขาไม่สนใจยังคงนวดฝ่าเท้าให้เธอต่อไป เขมิกามองชานนท์ด้วยความประทับใจ ความขุ่นข้องหมองใจที่เขาไม่จัดการกับมณฑา พลอยเลือนหายไปด้วย...

ตกค่ำ ชานนท์ยืนมองเขมิกาที่หลับสนิท ก้มจะจูบปาก แต่กลับเปลี่ยนใจจูบหน้าผากแทน แล้วเดินไปนอนที่โซฟา เขมิกาลืมตายิ้มมีความสุข ขณะที่ชานนท์ครุ่นคิดหนักถึงสิ่งที่มณฑากระทำ

ooooooo

เจ้าสาวสลาตัน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด