ตอนที่ 6
โยธินตกใจแทบจะล้มทั้งยืนเมื่อเห็นจุมพลแต่งตัวหล่อเต็มที่ พร้อมด้วยกระเป๋าเสื้อผ้าจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯไปเยี่ยมหลานรักโดยไม่บอก กล่าวล่วงหน้า และจะให้เขาเป็นคนขับรถไปส่ง โยธินไม่รู้จะทำอย่างไรดีแกล้งกุมหัว ทำเป็นเซ ก่อนจะล้มลงบนโซฟา จุมพลถามด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรไปอยู่ๆก็ล้มทั้งยืนแบบนี้
“ผมหน้ามืดครับ เมื่อคืนโดนป๋าใช้งานหนัก แทบไม่ได้นอน” โยธินติดโรคโกหกเก่งมาจากเขมิกา
“อ่อนแอ อย่างนี้เอ็งจะดูแลไอ้เข็มได้ยังไงวะ เป็นผู้ชายอกสามศอก มันต้องแกร่งเหมือนหิน ทนเหมือนเหล็ก...ไอ้ปิ้ง พยุงคุณโยลุกขึ้นมา” จุมพลสั่งเสียงเฉียบ โยธินถึงกับเซ็งที่ถ่วงเวลาไม่สำเร็จ...
ฝ่ายมณฑา กับแววนิลไม่รอช้าเดินตามแผนกำจัดเขมิกา โดยเขียนโน้ตล่อให้เธอออกไปพบใครบางคน เอาไปสอดไว้ใต้ประตูห้องเธอ แล้วเคาะเรียก เขมิกาเดินมา เปิดรับ แต่ไม่เห็นใคร มีเพียงกระดาษโน้ตแผ่นหนึ่งวางอยู่ เธอหยิบขึ้นมาอ่านแล้วผลุนผลันออกจากห้อง สักพัก เธอมาถึงโรงจอดรถ เห็นโย่งทำลับๆล่อๆอยู่แถวรถช็อปเปอร์ของตัวเอง ร้องเอะอะว่าคิดจะทำอะไรกับมัน เขาสะดุ้งโหยง รีบใช้ผ้าในมือเช็ดรถให้
“ผมเห็นรถมันเลอะก็เลยทำความสะอาดให้ครับ”
เขมิกาแดกดันว่าสงสัยวันนี้ฝนจะตกฟ้าจะถล่มเพราะโย่งเกิดใจดีกับเธอ แล้วไล่เขาไปห่างๆก่อนจะสตาร์ตรถ เร่งเครื่องออกไป โย่งรีบโทร.รายงานชานนท์ทันที...
นอกจากจะเขียนโน้ตหลอกให้เขมิกาออกไปพบ ชายปริศนาที่ชื่อทัศน์แล้ว มณฑายังจ้างให้เขาโทร.ไปแจ้งเก่งกาจว่าถ้าอยากได้ภาพลับภรรยาเจ้าของน้ำอบ จวงจันทร์เล่นชู้กับชายอื่น ให้รีบตามไปยังโรงแรมเป้าหมาย เก่งกาจคว้ากล้องถ่ายรูปผลุนผลันออกจากสำนักพิมพ์...
ไม่นานนัก เขมิกามาถึงทางเดินหน้าห้องพักที่ระบุไว้ในกระดาษโน้ต ภายในโรงแรมที่ปรียาทำงานอยู่
เธอเคาะประตูห้องรอสักพัก ทัศน์เปิดประตูรับ เขมิกาแนะนำตัวว่าชื่อขวัญตาพร้อมกับยื่นจดหมายนัดให้ดู
“ผมชื่อทัศน์ กว่าจะให้คนใช้ในบ้านเลิศวิริยะช่วยติดต่อกับคุณได้ เล่นเอาเหนื่อย”
เขมิกาถามหยั่งเชิงว่าเขารู้จักเธอด้วยหรือ ทัศน์พูดตามบทที่มณฑาเขียนเอาไว้ให้ว่าเราสองคนเคยคบกันเธอจำเขาไม่ได้หรือ เขมิกาอ้างว่าโดนตีหัว ความจำเลยเสื่อม แล้วถามเป็นชุดว่าเราสองคนคบกันเมื่อไหร่ ก่อนเธอแต่งงานหรือเปล่า ที่ชาวบ้านลือกันว่า เธอมีชู้ ทัศน์คือผู้ชายคนนั้นใช่ไหม
“ท่าทางน้อง ขวัญจะจำอะไรไม่ได้เลยจริงๆอย่างนั้นเรามารื้อฟื้นความจำกันหน่อยดีไหม” ทัศน์ยิ้มกะลิ้ม กะเหลี่ย แล้วลูบแขนเขมิกาที่มองเขาอย่างไม่ไว้ใจ...
อีกมุมหนึ่งของโรงแรม โยธินพาจุมพลกับปิ้งมานั่งที่ล็อบบี้ ขอตัวไปเช็กอินให้ทั้งคู่ก่อน แล้วจะพาไปคอนโดฯที่พักของเขมิกา จุมพลเกรงใจไม่อยากให้เปลืองเงิน จะขอไปพักกับหลานสาวที่คอนโดฯ โยธินอ้างว่าที่นั่นคับแคบ อยู่สามคนไม่ไหว พักที่นี่ดีกว่า ห่างจากคอนโดฯที่ว่าแค่สิบนาทีเท่านั้น
ooooooo
เขมิกาแกล้งเล่นตาม น้ำเพราะอยากรู้ความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างทัศน์กับพี่สาวตัวเอง ขอร้องเขาใจเย็นๆก่อน ให้เธอได้นึกถึงเรื่องของเราสักนิดก็ยังดี เวลามีความสุขกันจะได้ถึงพริกถึงขิง ทัศน์ยิ้มเจ้าเล่ห์
“เราแอบมีอะไรกันมาก่อนที่น้องขวัญจะปันใจไปให้ไอ้ชานนท์ด้วยซ้ำ พี่มันจนก็เลยสู้ไม่ได้”
“ที่พี่เขียนในจดหมายว่ามีคนคิดฆ่าฉัน มันเป็นใคร”
ทัศน์ เคาะกล่องสีดำทึบๆขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ หลอกว่าหลักฐานทั้งหมดอยู่ในนี้ เปิดฝากล่องช้าๆ ปรากฏว่าข้างในกลับเป็นเครื่องช็อตไฟฟ้า จัดแจงจะจี้ใส่ เธอปัดมือได้ทัน ตรงเข้ายื้อแย่ง เครื่องช็อตไฟฟ้ากระเด็นหลุดมือ ทั้งคู่ต่อสู้กัน เขมิกาฝีมือเหนือกว่าเตะผ่าหมากทัศน์ลงไปกองกับพื้น แล้วเดินไปหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้ามาจ่อตะคอกถามว่าคิดจะทำร้ายตนทำไม ทัศน์ละล่ำละลักว่ามีคนจ้างให้ปลอมตัวเป็นชู้รักของเธอ
“เขาให้ผมนอนกับ คุณ แล้วจะมีคนมาเก็บภาพไปทำข่าว ปล่อยผมไปเถอะ ผมทำไปเพราะต้องการเงินไปรักษาแม่” ทัศน์ไหว้ปลกๆเขมิกาโกรธจัดที่เขาเอาแม่มาอ้าง ขู่จะช็อตจุดยุทธศาสตร์ถ้าไม่บอกว่าใครจ้าง ทัศน์ยังไม่ทันจะอ้าปากพูดอะไร โยธินโทร.เข้ามือถือของเธอเสียก่อน
“ปู่มาถึงกรุงเทพฯแล้ว วันนี้จะไปที่คอนโดฯ เข็มต้องรีบกลับมาเดี๋ยวนี้เลย เฮียจะเปิดห้องที่โรงแรมใกล้ๆ เพื่อถ่วงเวลาไว้ให้” โยธินร้อนใจมาก เขมิกายังไปตอนนี้ไม่ได้ ติดธุระสำคัญ เขาไม่สนใจ เร่งให้เธอรีบมา ไม่อย่างนั้นปู่อาจสงสัยได้ แล้ววางสาย เขมิกาโวยลั่นเพราะยังพูดไม่ทันรู้เรื่อง
ทัศน์เห็นเธอเผลอ ปัดเครื่องช็อตไฟฟ้าออก แล้วผลักเธอหงายหลัง วิ่งหนีไปที่ประตูห้อง แต่ต้องชะงักเมื่อเปิดประตูออกมาเจอเก่งกาจยืนอยู่ ด้วยสัญชาตญาณนักข่าว เก่งกาจกดชัตเตอร์ไม่ยั้ง ทัศน์ร้องเอะอะจะถ่ายตนทำไม ไปถ่ายคนในห้องโน่น แล้วยื้อแย่งกล้องถ่ายรูป
“ใจเย็นๆผมเป็นนักข่าวอยากขอสัมภาษณ์ คุณขวัญตาอยู่ในห้องใช่ไหมครับ” เก่งกาจพยายามมองเข้าไป ข้างในแต่ไม่เห็นอะไร ทัศน์ไม่อยากยุ่งอะไรด้วยอีกแล้วต่อยหน้าเขาเปรี้ยงแล้ววิ่งหนี เขมิกาไม่รอช้าพุ่งไปที่ระเบียงห้อง ปีนออกไปได้ทันท่วงทีก่อนที่เก่งกาจจะเข้ามาเห็น...
ทางฝ่ายโยธินกลับมาที่ล็อบบี้ ต้องตกใจที่จุมพลกับปิ้งหายตัวไป กวาดตาหาจนทั่วก็ไม่เห็น ปรียาซึ่งเป็นประชาสัมพันธ์ของโรงแรมเห็นอาการของเขาแล้ว รีบเข้ามาถามว่ามีอะไรจะให้ช่วยไหม พอทั้งคู่เห็นหน้ากันชัดๆ ต่างก็จำกันได้ ทักทายด้วยความดีใจ โยธินขอร้องให้เธอช่วยตามหาปู่ของเขาที่หายตัวไป...
ทั้งมณฑาและแววนิลต่างเจ็บใจที่แผนชั่วพังไม่เป็นท่า นอกจากจะไม่มีภาพข่าวเล่นชู้ของขวัญตาในเว็บข่าวของเก่งกาจแล้ว ทัศน์ยังหายหัวไปโทร.ติดต่อก็ไม่ได้...
ด้านเขมิกาถอดเครื่องจีพีเอสที่โย่งแอบติดไว้ที่มอเตอร์ไซค์ของเธอ เอาไปวางไว้แถวเจดีย์ในวัดชานกรุงแห่งหนึ่ง โดยวางมือถือไว้ข้างๆ หลอกให้ชานนท์ตามสัญญาณจีพีเอสไปผิดทาง แล้วโทร.เข้ามือถือเครื่องนั้น
“ที่คุณสะกดรอยตามฉัน เพราะต้องการตามดูว่าแผนชั่วของคุณสำเร็จหรือเปล่าใช่ไหม แต่ขอโทษที่คุณคงต้องผิดหวังอย่างแรง ขวัญตาคนใหม่ไม่ตกหลุมพรางคุณง่ายๆเหมือนที่ผ่านมา”
“พูดมั่วซั่วกลบเกลื่อนความผิดของตัวคืองานถนัดของเธอสินะขวัญตา เธอแอบไปเจอคู่ขาก็บอกมาเถอะ”
“คุณล่อฉันออกไปหาไอ้ชู้จอมปลอมเพื่อถ่ายรูปประจานฉันเหมือนที่เคยใส่ร้ายเมียตัวเองหนีตามชู้มันแผนของคุณทั้งนั้น” เขมิกาโกรธจัด วางสายใส่ ปล่อยให้ชานนท์ยืนงง ไม่รู้ว่าเธอพูดเรื่องอะไร
ooooooo
เขมิกาเดินหัวเสียออกจากห้องน้ำภายในโรงแรมแห่งนั้น จะกลับไปเล่นงานชานนท์ที่บ้าน แต่เห็นจุมพลกับปิ้งเดินลิ่วมาแต่ไกลท่าทางปวดปัสสาวะมาก เธอกลับเข้าไปหลบในห้องน้ำหญิง รอจนแน่ใจว่าปู่เข้าห้องน้ำชายไปแล้ว รีบวิ่งหลบๆออกมาพร้อมกับโทร.หาโยธินไปด้วย
“เฮียโย...เฮียอยู่ไหน...ไหนบอกว่าอยู่กับปู่ไง เข็มเห็นปู่เข้าห้องน้ำ”
โยธินบอกให้เธอรออยู่ตรงนั้นก่อน อีกสักครู่จะตามไป เขมิการอไม่ได้ มีธุระด่วนต้องไปทำ ให้เขาพาปู่ไปที่คอนโดฯ ก่อน แล้วเธอจะตามไปทีหลัง เขมิกาวางสายรีบจ้ำพรวดๆออกจากโรงแรม เป็นจังหวะเดียวกับปรียาเข้ามาแจ้งโยธินว่าให้คนไปตรวจสอบกล้องวงจรปิดของทางโรงแรมให้แล้ว อีกไม่นานคงจะหาปู่ของเขาเจอ
“ปู่อยู่ในห้องน้ำครับ เออ...ลูกน้องปู่เพิ่งโทร.มาบอกผม”
“หรือคะ ค่อยโล่งใจหน่อย ฉันก็เป็นห่วงอยู่ว่าปู่คุณจะเดินหลงไปข้างนอกจะยิ่งตามหายากขึ้น”
โยธินมองปรียาอย่างซาบซึ้งใจในความมีน้ำใจของเธอ อดชมไม่ได้ว่าเธอไม่ได้สวยที่หน้าตาอย่างเดียว แต่สวยที่จิตใจด้วย ปรียาถึงกับอึ้งที่ถูกชมซึ่งหน้า...
ฝ่ายเขมิกาตามมาเอาเรื่องชานนท์พร้อมกับยื่นโน้ตฉบับนั้นให้ดู เขาถึงกับหน้าเสียจำลายมือได้ เธอโวยวายว่ามีคนเอาโน้ตวางไว้หน้าประตูห้องนอนของเธอ แสดงว่าต้องเป็นคนในบ้าน ส่วนผู้ชายที่เธอไปเจอก็ยอมรับว่ามีคนจ้างให้มาใส่ความเธอ ดังนั้นคงเดาได้ไม่ยากว่าคนจ้างวานต้องเป็นคนเขียนโน้ตฉบับนี้
“ฉันขอยืนยันนี่ไม่ใช่ลายมือคนในบ้านนี้”
เขมิกาต้องการดูลายมือของชานนท์เพื่อจะเปรียบเทียบกัน ทีแรกเขาทำท่าจะไม่ยอม แต่สุดท้ายก็หยิบสมุดบันทึกงานที่มีลายมือตัวเองให้ดู ปรากฏว่าลายมือไม่เหมือนกัน เธอไม่ยอมแพ้ ตั้งข้อสันนิษฐานว่า แม้จะไม่ใช่ลายมือชานนท์ แต่เขาอาจให้คนอื่นเขียนแทนก็ได้ เขารู้ว่าเป็นฝีมือมณฑา แกล้งโมโหเพื่อกันไม่ให้เธอรู้ความจริง แถมยังปรักปรำว่าเธอเป็นคนเขียนโน้ตเอง เพราะกลัวเขาจับได้ว่าแอบไปเจอกัปตันคนนั้นมา
“ใครต่างหากที่กำลังพยายามกลบเกลื่อน เรื่องนี้ฉันไม่ยอมจบง่ายๆแน่” เขมิกาออกไปอย่างหัวเสีย
ooooooo
ครู่ต่อมา ชานนท์ให้คนไปตามมณฑากับแววนิลมาพบที่ห้องทำงาน เอาโน้ตฉบับนั้นให้ดู มณฑาจำนนต่อหลักฐาน ยอมรับว่าเป็นคนเขียนเอง อ้างว่าทำไปเพราะทนเห็นผู้หญิงกาลกิณีมากชู้คนนั้นเดินเชิดหน้าอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไปไม่ไหว แววนิลช่วยแก้ตัวว่าเราสองคนไม่ได้ทำอะไรผิด คนที่ผิดคือนังนั่นต่างหาก
“ทำขนาดนี้ยังคิดว่าไม่ผิดอีกหรือ มีแต่คนจิตไม่ปกติเท่านั้นที่มีความคิดแบบนี้”
“น้องไม่ใช่พวกโรคจิต น้องทำไปเพราะห่วงพี่นนท์ ถ้านักข่าวได้ภาพที่มันกอดปล้ำกับผู้ชายบนเตียง พี่นนท์ก็จะหย่ากับมันได้โดยไม่ต้องเสียเงินของเราสักบาท”
ทันใดนั้น เขมิกาเปิดประตูผลัวะเข้ามาจ้องหน้าแววนิลอย่างเอาเรื่อง “แค่ต้องการให้ฉันหย่า ถึงกับลงทุนจ้างผู้ชายมาเป็นชู้ฉันเลยหรือ งั้นก็แสดงว่าเรื่องที่ขวัญตาหนีไปกับชู้ คุณก็เป็นคนใส่ร้ายเหมือนกันล่ะสิ”
สองสาวมีปากเสียงกัน แววนิลคุมอารมณ์ไม่อยู่ตบเขมิกาฉาดใหญ่จนเซถลา ตามเข้าไปจะจิกผมซ้ำ เธอคว้ามือไว้ได้แล้วผลักสุดแรง แววนิลกระเด็นไปชนลูกบิดประตูถึงกับร้องโอ๊ยลั่นแล้วทรุดฮวบ มณฑาปราดเข้าไปประคอง เขมิกาตกใจแก้ต่างว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย แค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น มณฑายุให้ชานนท์เอาเรื่องเขมิกา เท้าความว่าพวกเลิศวิริยะแต่ไหนแต่ไรมาไม่เคยเห็นคนนอกดีกว่าสายเลือดตัวเอง
“ผมไม่เคยลืมครับว่าครอบครัวสำคัญที่สุด ตราบใดที่ผมยังไม่หย่า ขวัญตาก็ยังคงเป็นภรรยาผม เป็นคนหนึ่งในครอบครัวเหมือนกัน”
แววนิลแค้นใจที่พี่ชายยังคอยปกป้องนังแพศยา บอกให้เขาเลือกระหว่างเธอกับมัน ชานนท์ไม่อยากเลือกข้าง ขอให้แววนิลกลับไปพักที่ห้องก่อนอารมณ์เย็นเมื่อไหร่ค่อยคุยกัน แล้วเข้าไปประคอง เธอปัดมือเขาออกเรียกมณฑามาช่วยพากลับห้อง เขมิกาจะตามไปอธิบายแต่ชานนท์ดึงแขนไว้ลากตัวไปที่ห้องนอนของเธอแล้วเตือนว่าทีหน้าทีหลังอย่าแตะต้องน้องสาวของเขาอีก ไม่เช่นนั้นจะไม่ไว้หน้า เขมิกาเตือนเขากลับว่าการช่วยปกปิดความผิดที่น้องสาวตัวเองทำไว้เท่ากับทำร้ายเธอทางอ้อม
“เธอมันตัวคนเดียวไม่มีพ่อมีแม่ไม่มีแม้แต่พี่น้อง แล้วเธอจะรู้อะไร ความผูกพันระหว่างพี่น้องที่คลานตามกันมา คนอย่างเธอไม่เคยรู้จักด้วยซ้ำ”
เขมิกาถูกจี้ใจดำเต็มๆถึงกับน้ำตาคลอ “คงใช่ ฉันมันคนไม่มีพี่น้องอย่างที่คุณว่าจริงๆนั่นแหละ แต่ฉันเป็นคนกำหนดได้เองหรือ” พูดจบจะเดินหนี ชานนท์รู้ตัวว่าพูดแรงเกินไปรีบขอโทษ เธอสะบัดมือเขาออกไม่ชอบให้ใครตบหัวแล้วลูบหลัง เขาเข้าข้างน้องตัวเองทั้งๆที่รู้ว่าน้องอาจใส่ร้ายว่าเธอมีชู้
“ถ้าสมมติว่าเธอโดนใส่ร้ายจริง แล้วเงินสินสอดล่ะมันหายไปไหน”
“ก็คนที่ใส่ร้ายนั่นแหละเป็นคนเอาไป ถ้าอยากรู้ ความจริงก็ทำอะไรสักอย่างสิ” เขมิกาเข้าห้องปิดประตูปัง
ooooooo
จุมพลเดินสำรวจห้องพักของหลานรักสีหน้าไม่ค่อยชอบใจนัก ที่ทุกอย่างมีฝุ่นเขรอะเหมือนไม่มีคนอยู่ โยธินแก้ตัวแทนเขมิกาว่าต้องอบรมหนักทุกวัน ทำให้ไม่มีเวลาทำความสะอาด ปิ้งอาสาจะมาอยู่เป็นเพื่อนเขมิกาจะได้คอยเช็ดถูห้อง หาข้าวหาปลาให้ จุมพลว่าเข้าท่าดีเหมือนกัน โยธินร้องห้ามเสียงหลงว่าไม่ได้
“ปู่ลองคิดดูนะ เข็มเป็นสุภาพสตรีที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง ให้ผู้ชายมาอยู่ร่วมห้องมันยังไงๆอยู่นะครับ”
“เออ...มันก็จริง” จุมพลเหลือบดูนาฬิกาเห็นเย็นย่ำค่ำมืดหลานสาวยังไม่กลับ จะให้โยธินพาไปดูสถานที่อบรมให้ได้ เขาหัวใจจะวายร้องลั่นว่าไปไม่ได้ จังหวะนั้นเขมิกาเปิดประตูห้องพักเข้ามา โผกอดปู่ด้วยความคิดถึง เขาไม่วายต่อว่าว่าอบรมอะไรกันหนักหนาถึงกลับมาป่านนี้ ปล่อยให้เขารออยู่นานสองนาน
“โธ่ปู่ วิทยากรมันพล่ามไม่หยุด เดี๋ยวกินข้าวกับปู่เสร็จก็ต้องกลับไปทำเวิร์กช็อปต่อ”
ผู้เฒ่าน้ำเค็มโวยวายจะต้องกลับไปอีกหรือ เขมิกาทำเป็นโมโห ถ้าอย่างนั้นเธอจะไปถอนตัวเลยดีไหมอบรมบ้าเลือดอย่างนี้ เธอเองก็ทนไม่ไหวแล้วยอมยกธงขาวกลับบ้านกับปู่ดีกว่า ใครจะว่าว่าไม่รับผิดชอบ หนักไม่เอาเบาไม่สู้ก็ช่างเขา พวกที่อบรมด้วยกันก็ดูถูกเธออยู่แล้วว่าเป็นพวกบ้านนอกไร้สมอง จุมพลตบโต๊ะปัง
“ไม่ได้ ทำครึ่งๆกลางๆอย่างนี้ได้อย่างไร คนเรามันต้องมีความรับผิดชอบ ปล่อยให้เขาด่าตามหลังเสียชื่อหลานปู่หมด กลับไปอบรมให้จบ ไม่อย่างนั้นปู่จะตีซ้ำ เจ้าเข็ม”
เขมิกาแอบยิ้มให้โยธินที่เล่นละครตบตาปู่เอาตัวรอดมาได้
ooooooo
หลังจากกินข้าวกับปู่เรียบร้อย เขมิกาชวนโยธินออกมาส่งหน้าลิฟต์ กระซิบบอกให้รีบเอาปู่กลับบ้านพรุ่งนี้เลย เพราะโรงแรมที่ท่านพัก ปรียาแฟนใหม่ของชานนท์เป็นประชาสัมพันธ์อยู่ที่นั่น โยธินไม่อยากจะเชื่อว่าผู้หญิงท่าทางเรียบร้อยนิสัยดีอย่างปรียา จะไปยุ่งกับสามีชาวบ้าน เขมิกาแปลกใจ ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่
“ก็ได้คุยกันไม่กี่คำ แสดงว่าสามีพี่ขวัญตาเจ้าชู้ใช่ย่อย เข็มก็อย่าหลงลมเข้าล่ะ”
“ไม่มีทาง คนปากจัดใจดำ เห็นแต่ประโยชน์ของตัวเอง เข็มขอลาไกลเลย” เขมิกาพูดจบก้าวเข้าลิฟต์ฝากโยธินดูแลปู่แทนด้วย เสร็จงานเมื่อไหร่จะเลี้ยงเขามื้อใหญ่ เขาขอเปลี่ยนเป็นจูบแทนแล้วทำปากจู๋ใส่เขมิกาแกล้งดึงโยธินมาอยู่ระหว่างประตูลิฟต์ที่กำลังจะปิด บอกให้จูบประตูลิฟต์ไปก่อน เขาดึงตัวหลบแทบไม่ทัน...
ด้วยความริษยาอาฆาตทำให้อาการป่วยของแววนิลกำเริบ ชานนท์ต้องโทร.ตามหมอมารักษา หมอย้ำว่ายากดภูมิต้องกินให้ตรงเวลา มณฑาทำตามที่เขาสั่งทุกอย่างเพียงแต่พักนี้คุณหนูเครียดก็เลยนอนไม่ค่อยหลับ หมอหันไปเตือนชานนท์ว่าคนป่วยเพิ่งปลูกถ่ายไตยังไม่ถึงหกเดือนระวังภาวะแทรกซ้อนให้ดี
“เข้าใจแล้วครับ ผมจะระวังให้มากขึ้น ขอบคุณหมอมากครับ”
ปรียาอาสาจะไปส่งหมอให้เอง แล้วเดินนำเขาลงไปข้างล่าง เห็นโย่งกับแป้นยืนรอท่าอยู่ จึงฝากโย่งช่วยไปส่งหมอที่รถด้วย เขมิกากลับมาถึงพอดี ถามแป้นว่าโย่งไปส่งใคร ได้ความแววนิลไม่สบาย ก็เลยตามหมอมาตรวจ ปรียาบอกแป้นว่ามีอะไรก็ให้ไปทำ แล้วพาเขมิกาไปคุยที่ห้องนั่งเล่น แก้ตัวแทนเพื่อนรักว่า ที่แววนิลทำอะไรรุนแรงไปบ้างก็เกิดจากปัญหาสุขภาพที่ไม่ค่อยดี เธอขาดแม่ตั้งแต่เล็กๆ แถมยังเป็นโรคไต ต้องเข้าออก โรงพยาบาลเป็นว่าเล่น หลังจากพ่อของเธอตายไป ชีวิตของเธอก็เหลือแค่พี่ชายคนเดียว
“คุณจะบอกว่าฉันเป็นสาเหตุให้คุณแววนิลอาการป่วยกำเริบหรือ”
“ฉันแค่อยากขอให้คุณเห็นใจนิลและเข้าใจ
ความผูกพันระหว่างเธอกับพี่ชาย” ปรียาเลื่อนอัลบั้มรูปไปตรงหน้าเขมิกา บอกให้ลองดูรูปพวกนี้ ก่อนจะลุกออกไป เขมิกาหยิบอัลบั้มมาเปิดดู เห็นภาพชานนท์กับแววนิลตอนเล็กๆ ทั้งคู่ดูมีความสุข เธอถึงกับน้ำตาซึมเมื่อย้อนคิดถึงตัวเอง ถึงจะมีพี่สาวแต่เหมือนไม่มี ทนดูต่อไปไม่ไหว รีบปิดอัลบั้มแล้วกลับห้องพัก...
ฝ่ายโยธินปั้นน้ำเป็นตัวว่าพ่อของเขาโทร.มาบอกว่าเฮียเม้งคู่อริของจุมพลส่งพวกมาก่อกวนที่สะพานปลาอีกแล้ว ยุส่งให้จุมพลรีบกลับ เพราะถ้าขืนชักช้าพวกนั้นอาจคิดว่าเขาไม่มีน้ำยา จุมพลไม่ยอมให้ใครมาดูถูกกันง่ายๆ สั่งให้ปิ้งเก็บกระเป๋าเสื้อผ้าเดินทางกลับระยองทันที...
เขมิกากำลังนั่งเศร้าครุ่นคิดถึงครอบครัวที่แตกกระสานซ่านเซ็นของตัวเองตอนที่โยธินโทร.มารายงานว่าหลอกปู่ของเธอกลับบ้านไปเรียบร้อยแล้ว ทีแรกเขาว่าจะขับรถไปส่งถึงที่ แต่ปู่ไม่ให้ไป สั่งให้อยู่เป็นเพื่อนเธอโยธินเห็นเธอเงียบไป ถามว่าคิดถึงปู่หรือ เธอเองก็บอกอารมณ์ตอนนี้ของตัวเองไม่ถูก
“คือเข็มเห็นพี่น้องคนอื่นเขารักกันดี แต่ทำไมเข็มกลับเจ็บแปลบ อยู่ๆก็นึกถึงแม่ นึกถึงพี่สาวตัวเองขึ้นมา”
“มันไม่เสียหายนี่ที่จะนึกถึงพวกเธอบ้าง ยังไงเธอก็เป็นแม่เรานะเข็ม”
“แม่ที่ไม่เคยมาดูดำดูดีลูกไม่เคยคิดติดต่อถามข่าวคราวสักนิดเลยนะหรือ พี่ขวัญคนเดียวที่เป็นลูกแม่ส่วนเข็มเป็นแค่ติ่งเล็กๆที่เกาะมดลูกเธอมาเกิด” เขมิกา วางสายด้วยความสะเทือนใจ
ooooooo
เขมิกานึกถึงคำพูดของปรียาเมื่อคืน จึงแวะมาที่ห้องของแววนิลเพื่อจะขอเจรจาสงบศึกค่อยๆเปิดประตูเข้าไป เห็นชานนท์นั่งหลับอยู่ข้างๆน้องสาวที่หลับสนิทเช่นกัน เธอมองมือเขาที่จับมือน้องสาวไว้อย่างซาบซึ้งใจ
ชานนท์ขยับตัวตื่นพอดี เขมิกาตกใจรีบออกจากห้อง เขาได้ยินเสียงประตูงับเบาๆหันไปมองแต่ไม่พบใคร ขยับผ้าห่มมาคลุมให้แววนิล ก้มลงหอมหน้าผากเบาๆแล้วเดินออกไป...
อีกมุมหนึ่งในห้องรับแขก ประชาไม่ค่อยจะพอใจนักที่ชานนท์นัดให้เอาเอกสารมาให้แต่เช้า แต่เจ้าตัวกลับเพิ่งลุกไปอาบน้ำ เห็นมณฑาถือถาดใส่ซุปกับยาจะขึ้นไปข้างบน นึกแผนชั่วขึ้นมาได้ ปราดเข้าไปทักถามไถ่ว่า ทำไมอาการป่วยของแววนิลถึงกำเริบขึ้นมาอีกได้ความว่าเธอมีปัญหากับพี่สะใภ้ ร่างกายของเธอไม่เป็นอะไรมาก แต่จิตใจบอบช้ำหนัก ประชาแสร้งบ่นเสียงดัง
“คุณนิลเป็นถึงขนาดนี้ทำไมคุณนนท์ยังจะส่งเธอไปเรียนต่ออีกนะ” แล้วมองเอกสารในมือทำท่าลำบากใจ...
ฝ่ายแววนิลรู้สึกตัวลืมตาขึ้น เห็นเขมิกายืนมองอยู่ข้างเตียง เอ็ดเสียงเขียวเข้ามาทำไม เธอจะมาขอสงบ ศึกชั่วคราว ที่แล้วมาเธอขออโหสิกรรมเลิกแล้วต่อกัน มณฑาถือเอกสารเข้ามาเห็นศัตรูคู่อาฆาตอยู่ในห้องคิดว่าจะมาทำอะไรคุณหนูสุดเลิฟ ผลักเธอกระเด็น เขมิกาแค่จะมาขอปรองดองด้วยเพื่อความสงบสุขของบ้านเลิศวิริยะ
“ปรองดอง?...แล้วที่คุณยุให้คุณผู้ชายส่งคุณหนูไปเมืองนอก ไม่ใช่คิดจะกำจัดคุณหนูให้พ้นทางหรอกหรือ” มณฑายื่นเอกสารให้แววนิลดู เธอถึงกับกรี๊ดสนั่น ชานนท์ตกใจรีบวิ่งเข้ามาดู
เสียงร้องดังไปถึงห้องนั่งเล่น ประชาแอบยิ้มสะใจ หันไปมองโย่งกับแป้นที่วิ่งหน้าตื่นเข้ามาว่าเรื่องในครอบครัว คนนอกอย่างเขาอยู่ฟังคงไม่เหมาะ ฝากเรียนคุณนนท์ด้วยว่า เขาต้องไปเคลียร์งานที่ออฟฟิศ แล้วเดินฮัมเพลงออกไป โย่งไม่พอใจที่เขาอารมณ์ดีไม่รู้จักเวล่ำเวลา...
แววนิลอาละวาดบ้านแทบแตก ไม่ยอมฟังคำอธิบายใดๆของชานนท์ ขว้างเอกสารการเรียนต่อทิ้ง แล้วคว้ากรรไกรมาจ่อคอหอยตัวเอง ถ้าเขาอยากไล่เธอไปพ้นๆ เธอก็จะไปตามทางที่ตัวเองเลือก ทั้งปรียาและมณฑาร้องห้ามเสียงหลง ชานนท์เห็นเขมิกาค่อยๆย่องไปทางด้านหลังแววนิล พยายามพูดดึงความสนใจ
“ใจเย็นนะนิล ถ้านิลไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป พี่ยอมนิลทุกอย่าง”
พอได้ระยะ เขมิกาพุ่งคว้าข้อมือแววนิลข้างที่ถือกรรไกร แล้วแย่งมาได้ไม่ยากเย็นนัก แววนิลแค้นใจจะเข้าไปเอาเรื่อง ชานนท์ดึงตัวไว้บอกให้พอได้แล้ว เขมิกาขอสงบศึกกับแววนิลอีกครั้ง ถ้าสิ่งใดที่ทำให้ไม่พอใจ เธอขอโทษ ยกมือไหว้แล้วออกจากห้อง ปรียาตามมา ขอบคุณสำหรับสิ่งที่เธอทำ เขมิกาเองก็ต้องขอบคุณปรียาเช่นกัน ที่ช่วยพูดเตือนสติเมื่อคืนนี้ แล้วเหลือบเห็นชานนท์มองมาทางตัวเองขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วย รีบเดินหนี...
แววนิลเจ็บใจที่แพ้เขมิกาอีกจนได้ นังนั่นเสแสร้งเป็นคนดีเพื่อเรียกคะแนนจากพี่นนท์เหมือนที่เคยทำ มณฑาอดถามไม่ได้ว่า เมื่อครู่นี้เธอตั้งใจจะฆ่าตัวตายจริงหรือ แววนิลต้องการแค่จะขู่พี่ชายเท่านั้น มณฑาชม เปาะว่าเล่นละครตบตาได้เก่งมาก จนเธอเองเชื่อสนิทใจ แต่เธอไม่เข้าใจ คุณผู้หญิงจะมาไม้ไหน ทำไมอยู่ๆมาขอเจรจาสงบศึก แววนิลฮึดฮัดไม่ต้องการจะสงบศึกด้วย
“เล่นตามน้ำไปก่อนค่ะ ลองคิดดู ถ้าคุณหนูไปอยู่เมืองนอกเมื่อไหร่ ทุกอย่างจะตกเป็นของมัน คุณหนูยอมได้หรือคะ” มณฑากล่อมจนแววนิลคล้อยตาม...
ooooooo
ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน ขณะที่เขมิกาเฝ้าครุ่นคิดว่าพี่ขวัญตาไปทำให้แววนิลเจ็บช้ำน้ำใจอะไรหนักหนา ถึงได้จงเกลียดจงชังกันนัก โยธินปีนกำแพงรั้วด้านติดกับต้นไม้ใหญ่เข้ามาหา
“เฮียมาทำไมถึงนี่ เดี๋ยวก็โดนจับได้ทั้งคู่หรอก”
“เฮียเห็นเข็มไม่ค่อยสบายใจ เฮียก็เลยเอานี่มาให้ เผื่อเข็มจะรู้สึกดีขึ้นบ้าง” โยธินว่าแล้วยื่นธัมบ์ไดรฟ์ให้ เขมิกาไล่เขากลับไปได้แล้ว ไว้นัดเจอกันข้างนอกอีกที โยธินขยี้ผมเธอเล่น แล้วปีนต้นไม้เพื่อจะข้ามกำแพง
ชานนท์ออกมาเดินทอดอารมณ์อยู่ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เห็นเงาตะคุ่มๆของเขมิกา แต่ไม่เห็นโยธินเพราะมีต้นไม้บัง ตะโกนถามว่าทำอะไรอยู่ตรงนั้น หญิงสาวตกใจ รีบดันก้นโยธิน
“โดดเลยเฮีย...โดดไปเลย เร็วๆ”
โยธินโดดลงจากกำแพงเป็นจังหวะเดียวกับชานนท์เดินมาถึงพอดี จากนั้น แขกยามวิกาลของเขมิกาค่อยๆ ย่องไปที่รถตัวเอง แต่หากุญแจรถไม่เจอ รีบกลับไปที่ริมกำแพงอีกครั้ง...
ฝ่ายเขมิกาเดินหนีเข้าบ้านโดยมีชานนท์ตามมาคาดคั้นว่าไปทำอะไรแถวริมกำแพงค่ำๆมืดๆหรือแอบนัดใครไว้ เธอแค่ออกมาเดินเล่นเพื่อให้ผ่อนคลายความเครียดจากเรื่องของแววนิล ชานนท์ไม่เข้าใจทำไมเธอถึงช่วยน้องสาวของเขา ความจริงถ้าแววนิลไปอยู่เมืองนอกน่าจะเป็นผลดีต่อเธอมากกว่า
“ฉันไม่อยากเป็นต้นเหตุให้พี่น้องต้องมาแตกหักกัน คุณเองเหลือกันแค่สองคนพี่น้องไม่ใช่หรือ แล้วจะแยกไปอยู่คนละทิศละทางทำไม” เขมิกาว่าแล้วขยับจะไป ชานนท์จงใจตวัดมีดผ่านหน้าเธอ ซึ่งจับข้อมือเขาไว้อย่างรวดเร็ว เขากระชากมือออก เธอไวกว่าจับบิดข้อมือจนเขาร้องจ๊าก ปล่อยมีดตกพื้น
ชานนท์ตอบโต้ จับแขนเขมิกาบิดไปข้างหลังจนเธอเซเข้ามาในอ้อมอกเขา แล้วใช้อีกมือหนึ่งโอบเอวเธอไว้ พลางกระซิบข้างหูว่าแค่อยากจะทดสอบว่าเธอแย่งมีดไปจากมือแววนิลไม่ใช่เรื่องฟลุก แต่เป็นฝีมือล้วนๆ
“ตอนที่เราเป็นแฟนกัน เธอไม่มีพื้นฐานการต่อสู้เลย”
เขมิกาอ้างว่าเพิ่งไปฝึกวิชาป้องกันตัวเมื่อไม่นานมานี้เอง เผื่อต้องเจอกับผู้ชายที่ชอบเอาเปรียบผู้หญิงอย่างเขา แล้วพยายามดิ้นหนี เขายิ่งกอดเธอไว้แน่น เขมิกาไม่ยอมแพ้กระทืบเท้าชานนท์เต็มแรงจนต้องปล่อยเธอเป็นอิสระ เธอยังไม่สาแก่ใจจะจับเขาทุ่มซ้ำ แต่เขาขืนตัวไว้ แกล้งล้มทับให้เธอคว่ำหน้าไปกับพื้น ปรียาผ่านมาเห็นชานนท์นอนอยู่บนตัวเขมิกา ทนเห็นภาพบาดตาไม่ไหว วิ่งหนีไปทั้งน้ำตา เขมิกาขอร้องให้เขาลุกขึ้น
ชานนท์แกล้งลุกไม่ไหว โทษว่าเป็นเพราะเมื่อครู่ถูกเธอเหยียบขาจนระบมไปหมด แล้วซบหน้ากับแผ่นหลังของเธอ เขมิกาใจเต้นไม่เป็นส่ำ เหลียวหน้ามาจ๊ะเอ๋กับหน้าชานนท์พอดี เริ่มหายใจติดๆขัดๆใจหวิวเหมือนจะเป็นลม เขาลืมตัวจะยื่นหน้าเข้าไปจูบ เขมิกาดันเขาออกจนสุดแรงแล้วลุกพรวดขึ้นยืน ทำท่าจะเดินหนี
“เธอทำให้ฉันขาเป๋ แล้วทิ้งให้ฉันนอนอยู่อย่างนี้ หรือใจดำ”
ooooooo
ในขณะเดียวกัน ที่ริมกำแพงนอกบ้าน โยธินก้มเก็บกุญแจรถที่ตกอยู่ เป็นจังหวะเดียวกับปรียาวิ่งร้องไห้ออกมา เห็นมีใครทำลับๆล่อๆ อยู่ริมกำแพง คิดว่าเป็นขโมยตะโกนเรียกคนให้มาช่วย พอหันมาเห็นหน้ากันชัดๆ เท่านั้น ต่างฝ่ายต่างงงที่เจอกันโดยบังเอิญอีกแล้ว ปรียาออกตัวว่าพักอยู่ที่บ้านหลังนี้
“ผมมาหาเพื่อนครับ ตอนแรกคิดว่าอยู่ซอยนี้ แต่จำผิด ความจริงอยู่ซอยอื่น ดันขับรถมาผิดซอย” โยธินพูดจบแกล้งกุมท้องร้องโอดโอย แล้วขอตัวกลับก่อน ต้องไปเข้าห้องน้ำ ปรียาชวนให้ไปเข้าในบ้าน เขาปฏิเสธว่า เข้าที่ปั๊มน้ำมันสะดวกกว่า แล้วเดินลิ่วไปขึ้นรถ ขับออกไปอย่างรวดเร็ว...
ครู่ต่อมา เขมิกาประคองชานนท์ให้นอนลงบนเตียง เขาแกล้งขอร้องให้เธอเปลี่ยนกางเกงนอนให้ เขมิกาบอกให้เขานอนไปทั้งชุดนี้ สกปรกบ้างจะได้สมกับเป็นชายชาตรี
“เธอเหมือนไม่ใช่ขวัญตาเลยนะ เมื่อก่อนเธอชอบไล่ฉันไปอาบน้ำตลอด ความจำเสื่อมไม่น่าจะทำให้คนเปลี่ยนรสนิยมไปได้”
เขมิกาไม่อยากให้เขาสงสัยกลั้นใจเปลี่ยนกางเกงนอนให้ เนื่องจากไม่เคยทำมาก่อน จับผิดจับถูกไปโดนจุดสำคัญ ถึงกับร้องเสียงหลง วิ่งกลับห้องตัวเองแทบไม่ทัน ชานนท์หัวเราะชอบใจกับอาการเขินอายของเธอ แต่อยู่ๆก็หน้าเครียดขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อคิดถึงเรื่องส่งน้องสาวไปเรียนต่อเมืองนอก...
ทางด้านเขมิกาวิ่งหนีเข้ามาในห้องตัวเอง พลางเช็ดมือข้างที่พลาดไปจับบางอย่างที่ไม่ควรจับกับชายเสื้อ สะดุดเข้ากับธัมบ์ไดรฟ์ที่โยธินเอามาให้ เธอเอามันเสียบกับโน้ตบุ๊ก ปรากฏว่าเป็นไฟล์ภาพถ่ายของจุมพล บัณฑิตและเขมิกาตั้งแต่ตอนเธอยังเป็นเด็กน้อย จังหวะนั้น โยธินส่งข้อความมาทางมือถือ
“รูปนี้คงช่วยให้เข็มดีขึ้นนะจ๊ะ ป๋าของเฮียเป็นคนถ่ายไว้ เฮียเลยขอป๋ามาเก็บไว้นานแล้ว จำไว้นะเข็มรอบตัวเข็มมีคนรักเข็มอยู่มากมาย เข็มไม่เคยขาดความรักเลยแม้แต่น้อย”
เขมิกาเอื้อมมือไปลูบจอโน้ตบุ๊ก ยิ้มมีความสุข รู้สึกสบายใจขึ้น โยธินซึ่งนอนอยู่บนเตียงตัวเองในห้องพักที่คอนโดฯ รู้ดีว่าถ้าเธอเห็นภาพเหล่านี้ จะทำให้เธอยิ้มออก เขาก็พลอยสุขใจไปด้วย
ooooooo
ประชาแปลกใจมากเมื่อรู้จากชานนท์ว่าเรื่องบาดหมางใจระหว่างแววนิลกับขวัญตาคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้น เพราะขวัญตาเป็นฝ่ายขอสงบศึก และยอมขอโทษแววนิลซึ่งมีท่าทีอ่อนลงมาก เขาจึงตัดสินใจล้มเลิกแผนการส่งน้องไปเรียนต่อเมืองนอก
“เออ...มีอีกเรื่องที่ผมอยากให้คุณทำ”
ประชาถึงกับหน้าเครียด ไม่รู้ว่าเจ้านายต้องการให้ทำอะไร แต่พอรู้ว่าเขาจะเลื่อนตำแหน่งให้จรรยาขึ้นเป็นผู้ช่วยแผนกผสมน้ำมันหอมระเหย ประชาถึงกับถอนใจโล่งอก...
อึ่งหรือที่เธอชอบให้ใครต่อใครเรียกว่า อั้ม พัชราภา รู้ข่าวการเลื่อนตำแหน่งของจรรยา เส้นริษยาแตกซ่านแขวะเธอว่าได้ตำแหน่งมาเพราะคอยเลียขวัญตา จรรยาไม่อยากมีเรื่องจะเดินหนี แต่อึ่งกับกุ้งไม่ปล่อยให้ลอยนวล รุมตบตีอุตลุด เขมิกาเข้ามาช่วยไว้ทัน เล่นงานอึ่งกับกุ้งแตกกระเจิงไปคนละทิศละทาง...
เขมิกาดีใจกับจรรยาด้วยที่ได้เลื่อนตำแหน่ง เธอขอบใจเพื่อนรักมากที่ช่วยเหลือ เขมิกาออกตัวว่าไม่ได้ช่วยอะไร จรรยาได้ตำแหน่งมาด้วยฝีมือตัวเองต่างหาก เรื่องที่เธอบอกสามีก็เป็นเรื่องที่ต้องทำอยู่แล้ว
“แต่ที่จริงเขาน่าจะประกาศให้ทุกคนรู้ว่าเจ้าของสูตรตัวจริงคือเธอ”
“ถ้าเจ้านายบอกทุกคนว่าฉันคือเจ้าของสูตร ทุกคนที่นี่จะมองเธอเป็นตัวอะไร เขาปกป้องเธออยู่นะขวัญ”...
เขมิกาครุ่นคิดถึงเรื่องที่คุยกับจรรยาเมื่อช่วงเช้าอยู่บริเวณสระว่ายน้ำในสปา ประชาแอบมาทางด้านหลังเอื้อมมือจะจับไหล่ เธอเห็นเงาสะท้อนบนผิวน้ำหันขวับไปมอง เขารีบชักมือกลับ ถามว่ามีเรื่องหนักใจอะไรหรือ เขามายืนอยู่พักหนึ่งแล้ว เธอยังใจลอยไม่รู้เรื่อง เขมิกากำลังสงสัยว่าทำไมแววนิลถึงได้เกลียดชังเธอนัก ประชาทักว่าเธอเปลี่ยนไป เมื่อก่อนไม่เห็นรู้สึกรู้สมอะไรเธออยากรู้ว่าตัวเองโต้ตอบอย่างไรเมื่อถูกรังแก
“ไม่ คุณไม่ต้องทำอะไรเลย เพราะคุณมีคนทำให้คุณ เวลาที่คุณเจ็บ มีคนเดือดร้อนกว่าคุณ เวลาคุณอยากแก้เผ็ดเอาคืนใคร คุณก็ไม่ต้องลงแรง คนโง่คนนั้นทำแทนคุณทุกอย่าง คุณจำไม่ได้จริงๆหรือ”
“ถ้าคุณลำบากใจที่จะพูดตรงๆ ทำไมไม่ช่วยฉันเรียกความทรงจำกลับมาล่ะ”...
ประชาเรียกอู๋มาปรึกษาที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งว่าจะช่วยเรียกความทรงจำให้ขวัญตาดีหรือไม่ เขาไม่เห็นด้วย ขืนเธอจำเรื่องวันนั้นขึ้นมาได้ เรามิพังเป็นแถบๆหรือประชาสั่งให้เขาเบาเสียงลงหน่อย กลัวคนอื่นจะไม่รู้หรืออย่างไรว่าเราคิดจะทำอะไร อู๋กลัวมากเพราะการเก็บขวัญตาเอาไว้เท่ากับเก็บระเบิดเวลาไว้กับตัว ถ้าตูมตามขึ้นมาเมื่อไหร่ เราสองคนได้กินข้าวแดงแน่ ประชาสั่งให้เขาหุบปาก เนื่องจากต้องการใช้ความคิด
“ไม่ต้องคิดแล้วพี่ โอกาสดีมาถึงเราแล้ว ปิดปากมันเลยดีกว่านะพี่นะ”...
ชานนท์ให้คนไปตามตัวเขมิกามาพบที่ห้องทำงาน แล้วแจ้งว่าราตรีจะมากรุงเทพฯ ขอนัดกินข้าวเย็นที่โรงแรมที่พัก เขาเสร็จจากลูกค้าอีกรายแล้วจะไปรอที่นั่นเลย ให้เธอตามไปสบทบ แล้วออกตัวว่าถ้าราตรีไม่เจาะจงว่าเป็นเขมิกา เขาก็ไม่คิดจะชวนเธอไปด้วย แล้วย้ำให้ไปให้ตรงเวลา สั่งเสร็จขยับจะไป เธอเรียกเอาไว้ขอบคุณที่ช่วยเลื่อนตำแหน่งให้จรรยา ชานนท์ทำไปเพราะตัดรำคาญไม่อยากให้ใครมาว่าว่าไม่มีน้ำใจ
เขมิกามองชานนท์ที่เดินปร๋อ อดทักไม่ได้ว่าขาหายเจ็บแล้วหรือ ขาของเขาไม่ได้เป็นอะไร ในเมื่อเธอชอบโกหก เขาก็ตอบแทนเธอด้วยวิธีเดียวกัน เขมิกาจะตามไปด่า แต่มีเสียงเรียกเข้ามือถือของเธอเสียก่อน ประชาโทร.มานัดจะพาเธอไปรื้อฟื้นอดีต เขมิกาอยากรู้เรื่องพี่สาวตัวเองมาก ตกลงใจจะไปกับเขา
ooooooo
ผ่านไปพักใหญ่ ประชาพาเขมิกามายังบ้านพักริมทะเลหลังกะทัดรัด ตั้งอยู่โดดเดี่ยวไม่มีบ้านผู้คน เขมิกาพยายามซักถามว่าบ้านหลังนี้เป็นของใคร เขาอ้างว่าถ้าเป็นคนบอกทุกอย่าง เธอก็จะทบทวนความจำด้วยตัวเองไม่ได้ เขมิกาซักอีกว่าตัวเองมาที่นี่กับใคร
“คุณลองเดินดูรอบๆก่อน ผมจะออกไปซื้อน้ำดื่มมาให้ ถ้าผมกลับมาแล้ว คุณจำไม่ได้ ผมจะเล่าให้ฟัง” ประชาพูดจบ กลับไปขึ้นรถ เขมิกาเดินสำรวจเข้าไปในห้องนอน เห็นเฟอร์นิเจอร์เต็มไปด้วยฝุ่นหนาเหมือนไม่มีคนมาพักนานแล้ว จังหวะนั้นอู๋ในคราบไอ้โม่งโผล่มาทางด้านหลัง เหวี่ยงเขมิกาล้มลงบนเตียงแล้วจ่อปืนไว้
“แกเอาเงินสินสอดไปซ่อนไว้ที่ไหน บอกมา...ไม่อย่างนั้นยิง”
“อย่า...ฉันความจำเสื่อมจำอะไรไม่ได้เลย ช่วยบอกฉันก่อนได้ไหมว่าฉันเป็นคนเอาเงินสินสอดหนีมาหรือ”
อู๋หมดความอดทนลั่นกระสุนใส่หมอนกระจุย แล้วหันปืนจ่อหัวเธอไว้ โยธินโผล่มาจากไหนไม่รู้ ถีบเขากระเด็นตกเตียง ปืนหล่น ทั้งคู่ต่อสู้กันอุตลุด โยธินสู้ไม่ได้ถูกต่อยล้มคว่ำ เขมิกาเข้ามาต่อสู้แทน ถูกอัดกระเด็นไปทางที่ปืนตกอยู่ อู๋เห็นท่าไม่ดี ปีนหนีออกทางหน้าต่าง วิ่งหายเข้าไปในพงหญ้ารก
เขมิกาโยนปืนให้โยธินยิงไล่หลังคนร้าย แต่กระสุนพลาดเป้าหมด ทั้งคู่ไม่กล้าตาม เกรงจะเกิดอันตรายหญิงสาวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าโยธินตามมาถูกได้อย่างไร เขาไปที่บ้านเลิศวิริยะไม่เจอเธอ ก็เลยลองมาดูที่สปา เห็นเธอขึ้นรถไปกับผู้ชาย รู้สึกไม่ชอบมาพากลจึงขับรถตาม แล้วแนะไม่ให้เธอแจ้งความ เพราะอาจรู้ถึงหูปู่ ส่วนปืนกระบอกนี้เขาจะลองสืบดูว่าใครเป็นเจ้าของ
เขมิกาเร่งให้รีบไป ถ้าประชากลับมาเห็นเขาเข้าจะยุ่ง...
ด้านประชายังอาลัยอาวรณ์ขวัญตาอยู่ ตัดสินใจวกรถกลับมาตามเส้นทางลัดสู่บ้านพักริมทะเล เจออู๋แหวกพงหญ้าเข้ามาขวางรถไว้ รู้ทันทีว่าแผนไม่สำเร็จ...
ระหว่างเดินทางกลับกรุงเทพฯ เขมิกาพยายามโทร.ติดต่อประชา แต่สายไม่ว่าง ชักจะสงสัยว่าเขามีส่วนรู้เห็นเรื่องไอ้โม่ง เพราะเป็นคนพาเธอมาที่นี่ แล้วอยู่ๆไอ้โม่งซึ่งน่าจะเป็นคนเดียวกับที่เคยเข้าไปทำร้ายเธอในบ้านเลิศวิริยะโผล่ออกมา แถมยังพูดเหมือนรู้จักพี่ขวัญ เธอคงต้องกาหัวประชาเอาไว้อีกคนหนึ่งแล้ว โยธินเห็นเรื่องชักจะเลยเถิด ขอร้องเขมิกาเลิกตามหาพี่สาวได้แล้ว ไม่เช่นนั้นเขาจะฟ้องปู่ เธอเลิกไม่ได้ เพราะรับปากพ่อเอาไว้
“ถ้าอาฑิตรู้ว่าเข็มต้องเอาตัวมาเสี่ยง อาฑิตคงไม่ยอมเหมือนกัน เฮียจะไม่ให้เข็มกลับไปที่บ้านนั้นอีก” โยธินพูดจบ เลี้ยวรถไปตามเส้นทางมุ่งหน้าสู่ตัวเมืองระยอง...
ไม่นานนัก โยธินพาเขมิกามาเยี่ยมบัณฑิตที่โรงพยาบาล เธอจับมือพ่อไว้ บอกให้ท่านรับรู้ว่าเธอกำลังตามหาพี่ขวัญให้ท่านอยู่ โยธินหยิบมือถือขึ้นมาจะโทร.บอกปู่ว่าเขมิกากลับมาแล้ว เธอรีบตะครุบมือเขาไว้ งัดไม้ตายขึ้นมาต่อรองว่าถ้าเธอตามหาพี่สาวเจอ จะกลับมาแต่งงานกับเขา โยธินชะงัก มองหน้าหญิงที่ตัวเองรักสุดหัวใจ สลับกับบัณฑิตที่ยังนอนโคม่าไม่รู้เรื่องรู้ราว...
ประชาครุ่นคิดหนัก หลังจากอู๋เล่าเหตุการณ์ที่บ้านพักริมทะเลให้ฟัง เขาสรุปว่าผู้ชายที่มาช่วยเธอไว้เมื่อครู่ อาจเป็นคนเดียวกันกับที่เคยช่วยเธอไว้เมื่อครั้งก่อนก็ได้ อู๋ใจไม่ดี เกรงหมอนั่นจะรู้เรื่องของพวกเรา
“ไม่น่า ขวัญตาไม่มีท่าทีว่าจำที่นี่ได้เลย ขนาดปืนจ่อหัว ยังไม่ปริปากบอกที่ซ่อนเงินสินสอด แสดงว่าขวัญตาจำอะไรไม่ได้จริงๆ ไอ้หมอนั่นก็คงไม่รู้อะไรเหมือนกัน”
“พี่คิดอย่างนั้นจริงๆ หรือพี่ยังรักขวัญตาอยู่” อู๋เห็นเขาฮึดฮัด พูดดักคอ ไม่อย่างนั้นเขาจะวกรถกลับมาทำไม ประชาโวยวายกลบเกลื่อน ที่ตนวกรถกลับก็เพราะกลัวเขาจะทำพลาดเหมือนคราวที่แล้วอีกต่างหาก
“ถ้าขวัญตาความจำเสื่อมจริง ทำไมเราไม่ใส่ความทรงจำใหม่ให้ล่ะ” ประชายิ้มเจ้าเล่ห์...
กว่าจะเคลียร์กับโยธินรู้เรื่อง เขมิกามาถึงสถานที่นัดหมายเลยเวลานัดไปเกือบสองชั่วโมง ชานนท์โกรธจัดต่อว่ายกใหญ่ เธอรู้ตัวว่าผิดจะเข้าไปขอโทษราตรีด้วยตัวเอง เขาดึงเเขนไว้บอกว่าราตรีกลับไปแล้วใครจะมานั่งรอนานขนาดนั้น ดีที่เขาโกหกว่าเธอท้องเสียกะทันหันเลยมาไม่ได้ เขมิการับปากจะไม่ให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น ณ บ้านเลิศวิริยะ ประชาทำเป็นตกอกตกใจที่รู้จากเขมิกาว่าเมื่อวานเธอเกือบจะถูกไอ้โม่งฆ่าตายที่บ้านพักริมทะเล โชคดีที่คนแถวนั้นมาช่วยเอาไว้ทัน ไม่รู้คนร้ายรู้ได้อย่างไรว่าเธออยู่ที่นั้น
“ผม...ผมขอโทษ ผมไม่นึกว่าคุณนิลจะเล่นแรงขนาดนี้ วันที่เราคุยกันที่สปา คงมีใครได้ยินแล้วเอาไปบอกคุณนิล เธอก็เลยบังคับให้ผมนัดคุณไปที่บ้านพักของเธอ เธอบอกว่าเธออยากจะปรับความเข้าใจกับคุณ ผมคิดว่าคุณนิลยังโกรธเรื่องที่คุณนนท์จะส่งเธอไปเมืองนอก คุณขวัญอย่าบอกคุณนนท์นะครับ ไม่งั้นผมถูกไล่ออกแน่”
“ถึงบอก คุณนนท์ก็คงไม่เชื่อหรอก ขอบใจนะที่เล่าความจริงให้ฉันฟัง”
มณฑาเดินผ่านมาเห็นพอดี รีบหลบมุมแอบดู รอจนประชากลับไปที่รถตัวเอง จึงตามไปแขวะว่าช่างเป็นผู้จัดการที่ดูแลลูกน้องดีเหมือนเดิม ชนิดตามประกบไม่ห่าง เขาจงใจทำท่าให้มีพิรุธ อ้างว่าขวัญตาเรียกเขามาถามเรื่องสินค้าตัวใหม่ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอคิด พอมณฑาจะให้เขาไปอธิบายให้ชานนท์ฟังเอง เขาทำเป็นกลัว
“เดี๋ยวครับ ผมบอกก็ได้ คือคุณขวัญเธออยากรู้ว่าคุณนิลมีหุ้นอยู่ในบริษัทหรือเปล่า มีทรัพย์สินอื่นๆ อะไรอีกบ้าง แล้วก็...คุณท่านทำพินัยกรรมไว้อย่างไร” ประชาเสี้ยมให้แววนิลกับเขมิกาในคราบขวัญตามีปัญหากัน...
ขณะเขมิกาเดินกลับห้อง โยธินโทรศัพท์มาบอกว่าปืนที่ยึดได้จากคนร้ายเป็นปืนเถื่อนก็เลยสืบหาเจ้าของไม่ได้ แล้วถามว่าเจอประชาหรือยัง เขาว่าอย่างไรบ้าง เขมิกาเล่าเรื่องที่คุยกับประชาให้ฟัง โยธินไม่ปักใจเชื่อว่าแววนิลจะเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง พลันชานนท์ย่องมาด้านหลังกระชากมือถือของเขมิกาไปพูดเสียเอง
“ผมเป็นสามีของขวัญ คุณเป็นใคร ถ้ายังเป็นลูกผู้ชายอยู่ก็ควรออกมาคุยกันตัวต่อตัว อย่าเอาแต่หลบอยู่ใต้กระโปรงผู้หญิง นัดมาเลย ที่ไหนเมื่อไหร่ ผมพร้อม”
โยธินตะลึงอยู่อึดใจ พอตั้งสติได้ดัดเสียงเป็นกะเทยคุยกับชานนท์ได้เนียนมากแถมยังจีบเขาอีกด้วย โชคไม่ดี ปรียาบังเอิญผ่านมาแถวนั้นพอดี โยธินกำลังจีบปากจีบคอออกท่าออกทางแต๋วแตกจีบชานนท์อย่างออกรส หันมาเห็นเธอยืนมองตนเองอ้าปากค้าง อายมาก รีบกดวางสาย หันมองอีกทีเธอหายไปแล้ว...
ด้านชานนท์รีบคืนมือถือให้เขมิกาแทบไม่ทัน ซักว่าไปมีเพื่อนเป็นผู้หญิงข้ามเพศตั้งแต่เมื่อไหร่ หญิงสาวเหวอไปเล็กน้อย ก่อนจะเล่นตามน้ำว่ามีเพื่อนทุกประเภท ทั้งทอม ดี้ เก้ง กวาง ถ้าเขาอยากจะเจอเพื่อนข้ามเพศของเธอ จะได้นัดให้ เธอยอมให้เขามีกิ๊กเพิ่มอีกคนหนึ่งได้ ชานนท์ไม่เอาด้วยเดินหนีไปเลย เขมิกาแอบยิ้มชอบใจที่เฮียของเธอหัวไว แก้ไขสถานการณ์ได้ดีเยี่ยม...
หลังจากเขมิกาได้รูปถ่ายของขวัญตาในชุดกระโปรงอ่อนหวานสวยงามที่หลงเหลืออยู่เพียงรูปเดียวจากจรรยาเพราะนอกนั้นชานนท์สั่งให้คนเอาไปทำลายจนหมด เธออยากจะเปลี่ยนตัวเองให้เหมือนพี่สาวมากที่สุดหวังจะเอาใจชานนท์ เพื่อสืบหาความจริงว่าใครชักใยอยู่เบื้องหลังไอ้โม่ง ด้วยความช่วยเหลือจากโยธินอีกเช่นเคย เขมิกาจึงได้เสื้อผ้าสวยๆ ในแบบของขวัญตาตามแผนการที่วางไว้
ooooooo
ทุกคนในบ้านเลิศวิริยะถึงกับตะลึงที่เห็นเขมิกาในมาดใหม่สวยสดใสเหมือนที่ขวัญตาเคยเป็น และดูจะสวยกว่าด้วยซ้ำ ทั้งคำพูดคำจาก็เปลี่ยนจาก “ฮะ”เป็น “คะขา” แล้วเดินเข้ามาคล้องแขนชานนท์ที่เตรียมจะไปทำงาน ประมุขบ้านเลิศวิริยะตั้งสติได้แดกดันว่าคิดอย่างไรถึงลุกขึ้นมาแต่งตัวแบบนี้ เขมิกาลอยหน้า ตอบว่า
“เพราะฉันเริ่มจะจำได้บ้างแล้วว่าแต่ก่อนแต่งตัวอย่างไร เลยอยากจะเอาใจสามี เวลาไปไหนมาไหนด้วยกัน คุณจะได้ไม่อายใคร...เป็นอย่างไรคะคุณน้องสามี พี่สะใภ้แต่งอย่างนี้ พอสมหน้าสมตาเลิศวิริยะหรือยัง”
แววนิลหมั่นไส้ สะบัดหน้าใส่ แต่มณฑามอง
สบตาเป็นทำนองให้พูดกับเขมิกาดีๆ เธอไม่วายแขวะ “สวยมากค่ะ ถึงเสื้อผ้าจะดูบ้านๆ โนเนมไปนิด เกรดต่ำไปหน่อย แต่หน้าสวยๆของคุณพี่สะใภ้ก็ช่วยได้เยอะ”
“ต๊าย...อย่างนี้วันไหนว่างๆคงต้องให้สุดที่เลิฟพาไปสอยเสื้อผ้าแบรนด์เนมตัวละแสนสองแสนมาใส่บ้างแล้วนะเคอะ” เขมิกาว่าแล้วคว้ากระเป๋าเอกสารของชานนท์มาถือให้ ก่อนจะเดินกอดแขนเขาออกไป...
การเปลี่ยนแปลงรูปโฉมใหม่ของเขมิกาทำให้อึ่งจำไม่ได้ เยาว์เองก็ชื่นชมในความงามของเธอไม่หยุดปาก ชานนท์ไม่วายเหน็บแนม ความสวยไม่คงทน ฉาบปิดไว้กี่ชั้นก็ไม่สามารถปิดธาตุแท้เอาไว้ได้
“จริงด้วยค่ะสามี เพราะอย่างนี้ภรรยาก็เลยอยากจะสวยทั้งข้างนอกข้างใน สามีจะได้เลิฟๆไงคะ” เขมิกา กอดแขนชานนท์แน่น ทุกคนในร้านสปาพากันซุบซิบวิพากษ์วิจารณ์ ขณะที่อึ่งอิจฉาตาแทบลุกเป็นไฟ ประชาตะลึงในความงามของเธอเช่นกัน ชานนท์แกะมือเขมิกาออก สั่งพวกพนักงานไปทำงานกันต่อได้แล้ว
เขมิการีบดึงมือจรรยาหลบออกมา ประชาจำต้องละสายตาจากเขมิกาเดินตามชานนท์ แต่ใจกลับลอยไปถึงวันหวานในอดีตระหว่างที่คบหากับขวัญตา ตั้งแต่เขายังไม่ได้พาเธอมาทำงานที่นี่
วันนั้นประชาพาขวัญตาไปเดินห้างสรรพสินค้า เลือกซื้อชุดสวยให้เธอเป็นของกำนัล เธอเกรงใจเพราะเขาช่วยออกทั้งค่าเช่าอพาร์ตเม้นต์ทั้งผ่อนโน่นผ่อนนี่สารพัด ไม่อยากให้ต้องมาเสียเงินอีก
“พี่บอกแล้วไง สำหรับขวัญ พี่ให้ได้ทุกอย่างไม่ต้องเกรงใจพี่นะจ๊ะ อยากได้ก็บอก”
ประชาใจตกอยู่ในภวังค์ไม่ได้ยินสิ่งที่ชานนท์ถาม จนเขาต้องถามซ้ำอีกครั้งหนึ่งว่าตอนที่ขวัญตามาทำงานที่นี่ใหม่ๆเคยคบหาใครมาก่อนหรือเปล่า ประชาใจหายวาบ ปฏิเสธว่าไม่มี เขาเห็นเธอไปไหนมาไหนกับจรรยาตลอด ไม่เคยเห็นมีผู้ชายที่ไหนมารับมาส่งเลยสักครั้ง...
ขณะที่เขมิกาเดินตามแผนการสืบหาคนชักใยอยู่เบื้องหลังไอ้โม่ง โยธินถูกมัดมือห้อยไว้กับเสากระโดงเรือและถูกจุมพลใช้ไม้ตะพดฟาดก้นโทษฐานโกหกว่าพวกเฮียเม้งบุกมาก่อกวนแพปลาทั้งๆที่ไม่มีใครโผล่มาให้เห็นสักคน ปิ้งจัดแจงยุจุมพลชักรอกโยธินสูงขึ้นอีก เขาถึงกับร้องลั่นว่าอย่า
“ปู่จ๋า ผมไม่กลัวตายหรอก แต่ถ้าผมมีอันเป็นไป ใครจะคอยดูแลเข็ม อยู่กรุงเทพฯหัวเดียวกระเทียมลีบอย่างนั้นมันอันตรายนะปู่” เจอไม้นี้ของโยธินเข้าไป จุมพลถึงกับอึ้ง สั่งให้ปิ้งปล่อยเขา ปิ้งพาซื่อปล่อยเชือกที่ห้อยเขาอยู่ ทำให้หล่นตุบลงมาก้นจ้ำเบ้า จุมพลรีบเข้า ไปช่วยพยุงเขาลุกขึ้น โยธินดีใจคิดว่าเขาหายโกรธแล้ว
“คราวนี้ข้าจะจดบัญชีไว้ก่อน ถ้าเอ็งดูแลหลานข้าไม่ดี เกิดเหตุร้ายอะไรก็ตามกับเจ้าเข็ม เอ็งเตรียมตัวซื้อโลงไว้รอได้เลย”
ooooooo
จรรยาอดชมเขมิกาไม่ได้ว่าสวยมาก แล้วถามว่าคุณนนท์พอใจที่เธอเป็นแบบนี้หรือเปล่า เขมิกาเองก็ไม่รู้เหมือนกัน เพราะเขาฟอร์มจัด เก๊กตลอด จรรยาเชื่อว่าเขาต้องพอใจ เพียงแต่ปากแข็งเท่านั้น
“คุณนนท์เขาสวีตกับฉันมากหรือ”
“เขารักและก็ให้เกียรติเธอมาก...มากจนมันกลายเป็นผลร้ายกับเธอ”
เขมิกายิ้มดีใจที่ตัวเองมาถูกทางแล้ว “บอกหน่อยสิว่าเมื่อก่อนฉันเอาใจคุณนนท์อย่างไรบ้าง”...
จากนั้นไม่นาน เขมิกาลากชานนท์จากห้องทำงานไปยังห้องนวดอโรม่าจนได้ โดยอ้างว่าจรรยาอยากจะให้เขาทดลองน้ำมันหอมระเหยชุดนี้ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้า ชานนท์มานอนคว่ำหน้าบนเตียงนวด จรรยาซึ่งแอบอยู่ใกล้ๆทำท่านวดให้เขมิกาทำตาม ชานนท์รู้สึกสบายตัว เผลอยิ้มออกมา เขมิกาก้มลงไปกระซิบข้างหู
“เป็นไงคะ ฝีมือภรรยา เด็ดดวงใช่ไหม”
ชานนท์ลืมตามองหน้าเขมิกา ทั้งสองคนสบตากัน นิ่งงัน จรรยายกมือถือขึ้นเก็บภาพหวานไว้ได้ทันท่วงที ก่อนที่เขาจะเมินหน้าหนี เขมิกาหันมองจรรยาซึ่งทำมือเป็นทำนองว่าโอเคแล้วหลบออกไป...
ครู่ต่อมา จรรยาเดินตามแผนการขั้นต่อไปที่เขมิกาวางไว้ ทำทีเดินดูรูปในมือถือ เจตนาพูดให้อึ่งได้ยินว่า ในที่สุดเจ้านายกับคุณขวัญตาก็กลับมารักกันเหมือนเดิม อึ่งไม่เชื่อว่าจะเป็นไปได้ เธอจึงเอารูปในมือถือให้ดู
“เห็นหรือยังว่าสวีตหวานกันน่าดู คนหนึ่งก็นอน อีกคนก็นวดไล้แผ่นหลังไปมา”
อึ่งหมั่นไส้สะบัดหน้าเดินจากไป จรรยาแอบตามไปดู เห็นเธอหยิบมือถือขึ้นมาพิมพ์ข้อความหามณฑา ก็ยิ้มพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน...
ที่บ้านเลิศวิริยะ มณฑาถึงกับหน้าหงิกเมื่อเห็นข้อความที่อึ่งส่งมาให้ วางแผนจะจับชานนท์ให้ปรียาโดยขอให้เธอร่วมมือด้วย ทั้งคู่ไม่ล่วงรู้ว่าแป้นแอบฟังอยู่...
ชานนท์ดักคอว่าเขมิกาต้องมีแผนการอะไร บางอย่าง เพราะการทดสอบน้ำมันหอมระเหยไม่ใช่หน้าที่ของเธอ เขมิกาไหลไปเรื่อยว่าตนเองเป็นเมีย จะช่วยงานสามีบ้างไม่เห็นจะแปลก ขอร้องเขาอย่ามองโลกในแง่ร้าย
“แต่หน้าที่เมียจริงๆ เธอยังไม่ได้ทำเลยนะ”ชานนท์พูดจบพลิกตัวนอนหงายดึงเขมิกามากอดไว้แนบอก หญิงสาวตกใจร้องลั่นให้ปล่อย เขาไม่ยอมปล่อย เพราะเพิ่งนึกได้ว่าถ้าเขาต้องเสียเงินให้เธออีก เขาน่าจะได้อะไรตอบแทนบ้าง เขมิกาท้วงเสียงอ่อย เขาคงไม่คิดจะทำอะไรเธอในที่ทำงานใช่ไหม
“แต่เธอเคยบอกฉันว่าห้องนี้โรแมนติกดีไง”
“ฉันพูดที่ไหนเล่า นั่นมันขวัญตาไม่ใช่ฉัน” เขมิกาเผลอหลุดปาก ชานนท์ถึงกับชะงักคลายอ้อมกอด เธอสบช่องหยิกเขาจนร้องลั่น แล้วรีบถอยห่าง ชานนท์อดสงสัยไม่ได้ ทำไมเธอถึงพูดแบบนั้น เธอแก้ตัวน้ำขุ่นๆว่าขวัญตาคนก่อนกับตอนนี้ไม่เหมือนกัน เธอเคยพูดอะไรหรือทำอะไรไว้จำไม่ได้ทั้งสิ้น แล้ววิ่งหนี...
ขณะที่กุ้ง นายชิ้นและพนักงานอีกหลายคนกำลังแอบฟังอยู่หน้าห้องนวด เขมิกาเปิดประตูผลัวะออกมา ทุกคนต่างเด้งไปคนละทิศละทาง ทำทีปัดฝุ่นบ้าง จัดเก้าอี้บ้างไปตามเรื่อง เธอมองออกว่าพวกนี้มาแอบฟัง แกล้งขอให้ช่วยเบาเสียงกันหน่อย ชานนท์กำลังนอนพักเพราะเมื่อครู่ใช้แรงไปมาก แล้วจัดเสื้อผ้าหน้าผมตัวเองให้เข้าที่ ทุกคนพากันตาโต อ้าปากค้าง ประชาได้ยินเต็มสองหู ไม่พอใจมาก
พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของเขา วันนั้นหลังจากที่เขาจับได้ว่าชานนท์กอดจูบพลอดรักกับขวัญตาในที่ทำงาน เขาเล่นงานเธอยกใหญ่ที่หลอกใช้เขาให้พามาทำงานที่จวงจันทร์สปา หวังจะอาศัยเขาไต่เต้าไปเป็นเมียชานนท์ ขวัญตาปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง ชานนท์มาชอบเธอเอง
“พี่ไม่เชื่อ มันบอกพี่ว่ามันขอแต่งงานกับเธอแล้ว และเธอก็ตกลง”
“เพราะขวัญอยากช่วยพี่ชา ขวัญจะเอาเงินสินสอดทั้งหมดช่วยใช้หนี้ที่พี่เล่นหุ้นขาดทุน”...
ตกเย็น แววนิล และมณฑาวางแผนจัดดินเนอร์ใต้แสงเทียนริมสระว่ายน้ำบ้านเลิศวิริยะให้ชานนท์กับปรียาได้อยู่กันลำพังสองต่อสอง โดยปรียาเองไม่ล่วงรู้ว่ามณฑาเอายาปลุกเซ็กซ์ใส่ในเหล้าไวน์เตรียมไว้ให้ทั้งคู่
ooooooo
เขมิกาแอบหนีกลับมาก่อน เจอแป้นมายืนลับๆล่อๆจะพูดอะไรก็ไม่พูด เธอต้องคาดคั้นอยู่นานว่ามีเรื่องอะไร แป้นจึงตัดสินใจเล่าว่า บังเอิญได้ยินแม่นมมีแผนจะจับคุณผู้ชายให้คุณปรียา แต่เธอไม่รู้ว่าจะจับด้วยวิธีไหน จังหวะนั้น ชานนท์เดินเข้ามาในบ้าน โวยวายใส่เขมิกาเสียงลั่น
“ทีหลังถ้าจะกลับก่อนก็บอก ไม่ใช่ให้ฉันรอเสียเวลา อ้อ วันนี้ฉันมีดินเนอร์กับปรียาสองคน แป้นจัดอาหารเย็นให้คุณผู้หญิงต่างหากด้วย” ชานนท์สั่งเสร็จ เดินไปทางสระว่ายน้ำ แป้นขยับจะเข้าครัว แต่เขมิกาดึงมือไว้...
ชานนท์เห็นไวน์เปิดเรียบร้อยตั้งอยู่บนโต๊ะท่ามกลางแสงเทียน หยิบมารินใส่แก้วของปรียาซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม แล้วรินให้ตัวเอง ก่อนจะนั่งรออย่างสบายอารมณ์...
แผนการจับชานนท์ให้ปรียาพังไม่เป็นท่า เขมิกาดัดหลังโดยสั่งให้แป้นขังปรียาไว้ในห้องน้ำ แล้วตัวเองแต่งชุดราตรีเซ็กซี่ที่เพิ่งไปซื้อกับโยธินลงมานั่งร่วมโต๊ะกับชานนท์แทนที่เธอ พลางส่งสายตายั่วยวน ชานนท์แอบหวั่นไหว แต่ฝืนเก๊กหน้ายักษ์ใส่แล้วจะเดินหนี
เขมิกาปราดเข้าไปขวางไว้
“อย่าเพิ่งโกรธสิคะ เมื่อกลางวันฉันอายพนักงานก็เลยวิ่งหนีคุณ แต่ที่นี่มันบ้านเรา มาแก้ตัวกันใหม่นะ” เขมิกาว่าแล้วลูบไล้แผ่นอกชานนท์เล่น หยิบแก้วไวน์ ส่งให้เขาชวนดื่มฉลองด้วยกัน เธอยกไวน์อีกแก้วขึ้นมาดื่มจนหมด แต่เขาไม่ยอมแม้แต่จะจิบ อึดใจเดียว ยาปลุกเซ็กซ์เริ่มออกฤทธิ์ เขมิการู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัว เริ่มคุมสติไม่อยู่จะถอดชุดที่สวมออก ชานนท์รีบคว้าตัวเอาไว้ เอ็ดลั่นเพราะคิดว่าเธอเล่นละครตบตา...
ทางด้านปรียาร้องเรียกให้คนมาช่วยเปิดประตูห้องน้ำอยู่นานสองนานกว่ามณฑาจะได้ยิน...
ยาปลุกเซ็กซ์ในไวน์ทำให้เขมิกาทนไม่ไหว ดิ้นรนจนชานนท์เสียหลักพลัดตกสระน้ำไปด้วยกัน ความเย็นของน้ำทำให้ยาคลายฤทธิ์ เขมิกาเล่นงานชานนท์ เอาอะไรใส่ในไวน์ เธอถึงร้อนรุ่มไปหมด หรือเขาคิดจะมอมยาปรียา เขากลับหาว่าเธอต่างหากที่คิดจะมอมยาเขาแต่เผลอกินเข้าไปเอง ถ้าอยากนอนกับเขา ขอกันตรงๆก็ได้
“คนสวยอย่างฉันไม่จำเป็นต้องใช้ยาจับผู้ชายเหมือนแฟนใหม่คุณหรอกน่า แค่คิดว่าต้องนอนกับผู้ชายหย็องกรอดอย่างคุณ ฉันก็อารมณ์ตายด้านขึ้นมาทันที รู้ไว้เสียด้วย”
ชานนท์ของขึ้นกระชากเขมิกามาจูบ ปรียาเดินนำมณฑาเข้ามาเห็นพอดี ถึงกับร้องไห้โฮ หันหลังวิ่งหนี มณฑารีบตามไปดู โย่งกับแป้นวิ่งมาที่สระว่ายน้ำถึงกับชะงัก โย่งจะเข้าไปขัดขวางแต่แป้นโดดล็อกคอไว้
“ถ้าแกขืนแหกปากให้เจ้านายเสียอารมณ์ ฉันจะทิ่มตาแกให้บอดเลย”
โย่งสลัดแป้นหลุด แล้วเดินอย่างชอกช้ำออกไป แป้นหันไปมองเจ้านายอย่างพอใจ ก่อนจะหลบฉาก...
เขมิกาโดนชานนท์จูบอย่างอ่อนหวาน เผลอตัวจูบตอบ พอรู้สึกตัวรีบถอยห่าง วักน้ำใส่หน้าเขาแก้เก้อแล้วขึ้นจากสระวิ่งหนีเข้าบ้าน...
ฝ่ายแววนิลเจ็บใจมากที่แผนล้มไม่เป็นท่า จะตามไปเอาเรื่องเขมิกา แต่เกิดหน้ามืดจะล้ม มณฑารีบประคองมาที่เตียง ขอร้องเธออย่าเครียด เดี๋ยวอาการป่วยจะกำเริบอีก รับปากจะจัดการกับศัตรูคู่อริให้ได้...
เขมิกาเขกหัวตัวเองไม่ยั้งฐานเผลอใจไปจูบชานนท์ตอบ ยิ่งแป้นเข้ามาพูดตอกย้ำเรื่องนี้ เธอยิ่งอับอายไล่สาวใช้คนสนิทของพี่สาวกลับไปนอน ขณะที่ตัวเองครุ่นคิดว่าใครกันแน่ที่วางยาในไวน์ หรือว่าเป็นปรียา
ooooooo










