ตอนที่ 2
ชานนท์กลับถึงบ้านเลิศวิริยะในตอนค่ำ ต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเห็นเขมิกานอนหมดสติอยู่หน้าประตูรั้ว คิดว่าเป็นขวัญตาภรรยาของตัวเองรีบพาเข้าไปปฐมพยาบาลในบ้าน แววนิลรู้ข่าว เข้ามาโวยวายเสียงลั่น โดยมีมณฑาแม่นมของตัวเองวิ่งตามมาติดๆ
“พี่นนท์พามันเข้าบ้านเราทำไมคะ มันอาจออเซาะคิดหลอกพี่นนท์อีก”
“นิลรู้หรือว่าเธออยู่ข้างนอก”
แวว นิลชะงักที่ตัวเองเผลอพูด รีบแก้ตัวเป็นพัลวันว่านังนั่นแสดงตัวชัดแจ้ง ต้องการกลับมาเอาเงินสินสมรส ตนก็เลยไล่เธอไป ส่วนเรื่องที่เธอหัวแตกไม่เกี่ยวอะไรกับตน จังหวะนั้น เขมิการู้สึกตัว ผุดลุกขึ้นนั่ง ส่งเสียงลั่น ว่าตนเองอยู่ที่ไหน แป้นกับโย่งสะดุ้งโหยง ผงะหนีด้วยความตกใจ แววนิลต้องการให้พี่ชายไล่นังแพศยา คบชู้สู่ชายทำให้ตระกูลของเราต้องอับอายขายหน้าออกไป
เขมิกายังไม่ทันจะ อ้าปากอธิบายว่าตนเองไม่ใช่ขวัญตา ก็ถูกแป้นกับโย่งลากไปโยนทิ้งนอกประตูรั้วเสียก่อน เธอได้แต่ยืนงง ทำไมผู้คนที่นี่ถึงต้อนรับแขกได้เสียมารยาทขนาดนี้...
ทางด้านโยธินรอ แล้วรอเล่าอยู่ที่ลานจอดรถในคอนโดฯที่พักของตัวเอง ไม่เห็นเขมิกากลับมาสักที ขับรถวนดูย่านนั้นอยู่หลายรอบก็ไม่เจอ ร้อนใจจะไปแจ้งตำรวจ แต่จุมพลโทร.เข้ามือถือของเขาเสียก่อน
“ปาเข้าไปสองทุ่มแล้วทำไมยังไม่กลับกันอีก ขอสายเข็มหน่อยสิ พอปู่ใจดีเข้าหน่อยก็หลงระเริงกันหมด”
“เข็มไปหาเพื่อนครับปู่...เอ่อ...ยังไม่กลับมาเลย” โยธินพยายามบังคับไม่ให้เสียงสั่น
“ว่าไงนะ” จุมพลตวาดลั่น ชายหนุ่มสะดุ้งโหยง ต้องรีบดึงมือถือออกห่างจากหูเพราะเสียงดังมาก
ooooooo
เมื่อ โยธินกลับถึงสะพานปลาในเช้าวันถัดมา จุมพลสั่งให้ปิ้งกับคนงานช่วยกันจับตัวจะเอาไปโยนลงทะเล โทษฐานที่ทำให้หลานสาวสุดเลิฟของตนหายไปไหนไม่รู้ ปิ้งกับคนงานลากโยธินที่พยายามดิ้นหนีไปที่กราบเรือ
“ผมว่ายน้ำไม่เป็นนะปู่ ปู่ก็รู้นี่ เท่ากับฆ่าผมเลยนะนี่”
“เรื่องของเอ็ง...มันดื้อดึงนักก็ถีบมันลงไปเลยไอ้ปิ้ง”
“ปู่ใจร้าย มิน่าอาฑิตถึงได้ไปร้องไห้กับป๋าผมบ่อยๆ”
จุมพล โกรธเข้าไปกระชากคอเสื้อโยธินจะเอาเรื่อง ชายหนุ่มยังปากเสียไม่เลิก พล่ามอีกว่าบัณฑิตหรืออาฑิต หาว่าจุมพลเป็นจอมบงการ เขาฉุนขาดด่าลูกชายตัวเองว่าเป็นคนอ่อนแอ เป็นไอ้ขี้แพ้ เกิดเป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง เป็นหลักให้ครอบครัวได้ โยธินก็เช่นกัน ท่าดีทีเหลวดูแลเขมิกายังไม่ได้ ก็สมควรจะโดนโยนลงทะเล
“อย่าปู่” เขมิการ้องห้ามลั่น ก่อนจะวิ่งเข้าไปดึงโยธินจากมือจุมพล ขอร้องอย่าทำอะไรเขา ทั้งหมดเป็นความผิดของเธอเอง ทั้งๆที่ดีใจที่เห็นหลานรักกลับมาอย่างปลอดภัย แต่จุมพลยังเก๊กหน้าเข้ม ถามว่าหายไปไหนมาทั้งคืน เขมิกาแต่งเรื่องเป็นฉากๆว่ารถแท็กซี่ที่นั่งไปเกิดเสียกลางทาง ฝนก็ตกหนัก จะเรียกแท็กซี่คันอื่นก็ไม่มี เธอพยายามติดต่อทั้งปู่และโยธิน แต่โทร.ไม่ติด จุมพลยกโทษให้หลานรักแค่ครั้งนี้เท่านั้น อย่าหายไปโดยที่เขาไม่รู้อีก เขาไม่อยากเสียเธอไปอีกคนหนึ่ง เขมิกาสงสัย ทำไมปู่ต้องพูดเป็นลางอย่างนี้ด้วย
“มันเกิดขึ้นตอนที่เอ็งอายุแค่ขวบเดียว” จากนั้นเรื่องราวในอดีตก็พรั่งพรูออกจากปากจุมพล
วัน นั้น ท้องฟ้าทะมึนน่ากลัว ลมพัดกระหน่ำคลื่นลมในทะเลปั่นป่วน อิงอรอุ้มเขมิกาและขวัญตาวิ่งออกมาที่ชายหาด บัณฑิตตามมาขอร้องไม่ให้ทิ้งเขาไป เธอไม่สนใจหันหลังจะวิ่งต่อไป แต่จุมพลขวางไว้ สั่งเสียงเข้มถ้าอิงอรจะไปก็ให้ไปคนเดียวห้ามเอาหลานของตนไปเด็ดขาด แล้วแย่งเขมิกามาได้หนึ่งคน
พลันมีรถเก๋งคันหนึ่งแล่นมาจอดใกล้ๆพร้อมกับ บีบแตรเร่งเร้า อิงอรขยับจะไป บัณฑิตพยายามรั้งไว้ เธอวิ่งไปขึ้นรถจนได้ เขาพยายามวิ่งตามแต่ไม่ทัน ได้แต่ยืนมองจนรถแล่นลับสายตา แล้วทรุดตัวลงร้องไห้ฟูมฟาย จุมพลเล่ามาถึงตอนนี้ก็หยุดไปชั่วขณะ พยายามข่มความเศร้าไว้ ก่อนจะเล่าเพิ่มเติมว่า
“นับจากอิงอรพาพี่สาวเอ็ง ไป ปู่ก็ไม่รู้ความคืบหน้าอะไรเกี่ยวกับขวัญตาอีกเลย พ่อเอ็งก็ฝังอดีตลงในขวดเหล้า เมาหยำเปไม่เว้นแต่ละวัน ไอ้แก่คนนี้ไม่เหลือใครแล้ว แม้แต่พ่อเอ็ง มันก็เกลียดปู่ มีแต่ไอ้เด็กกำพร้าหัวดื้อเพียงคนเดียวที่ปู่ฝากความหวังได้”
“ปู่ไม่ได้ มีเข็มแค่คนเดียว เข็มเองก็เหลือปู่แค่คนเดียวเหมือนกัน เข็มจะอยู่กับปู่” เขมิกาเข้าไปกอดจุมพลร้องไห้โฮ เขาสั่งเสียงเฉียบให้หยุดร้องไห้ ไม่เช่นนั้น จะโดนหวดด้วยไม้ตะพด เขมิการีบปาดน้ำตาทิ้ง...
ทางฝ่ายชา นนท์ยังตัดใจจากขวัญตาไม่ขาด ทันทีที่กลับจากที่ทำงาน ถามโย่งที่มารอรับหน้าตัวตึกด้วยเสียงแผ่วเบาว่าเธอกลับมาอีกหรือเปล่า แววนิลออกมาพร้อมกับมณฑาได้ยินพอดีตำหนิพี่ชาย ไปถามถึงนังแพศยานั่นอีกทำไมหรือว่าใจอ่อน ชานนท์ทำเป็นปากแข็งว่าคนอย่างตนถ้ารักใครก็รักสุดๆและพร้อมจะเชื่อในตัวคน คนนั้นทุกอย่าง แต่ถ้าลองเกลียดใครแล้ว ต่อให้ ร้องไห้ทุรนทุรายอยู่ตรงหน้าก็ไม่มีวันใจอ่อน
“น้องเชื่อพี่นนท์ค่ะ ต่อไปน้องจะไม่พูดถึงมันอีก”
ชานนท์ยิ้มให้น้องสาว ก่อนจะขอตัวไปอาบน้ำ แม้ปากจะบอกว่าเชื่อคำพูดของพี่ชาย แต่แววนิลเองก็ไม่มั่นใจว่าเขาจะทำได้อย่างที่พูดหรือเปล่า หันไปบอกมณฑาว่าถ้านังนั่นกลับมาอีก เธอจะฆ่ามันเอง...
ตกค่ำ เขมิกาไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาลเหมือนเคย เอามือของท่านมาแนบแก้มตัวเองไว้ รำพันว่าอยากให้ท่านฟื้นเร็วๆจะได้มาปรับความเข้าใจกับปู่ นิ้วของบัณฑิตขยับได้ เขมิกาดีใจมากที่เห็นท่านค่อยๆลืมตาขึ้น พยายามส่งเสียงพูดอย่างยากลำบาก เธอรีบเอียงหูเข้าไปฟังใกล้ๆ
“ขวัญ...ตา...พ่ออยากเจอ...ขวัญตา”
“แต่ปู่ไม่อยากให้เข็มติดต่อกับพวกเขานะพ่อ”
บัณฑิต ส่ายหน้า ชักกระตุกอย่างแรงจนเขมิกาใจเสีย รีบรับปากว่าจะไปตามหาพี่สาวให้ แต่ท่านต้องสัญญาว่าจะอยู่รอ เขาหลับตาลงอีกครั้ง มีน้ำตาไหลออกมาทางหางตาทั้งสองข้าง หญิงสาวสงสารพ่อจับใจ...
อุปสรรคแรก ที่เขมิกาต้องฝ่าฟันไปให้ได้ คือจะทำอย่างไรให้ปู่อนุญาตให้เธอไปอยู่กรุงเทพฯ เพื่อจะได้สืบเรื่องของพี่สาวได้สะดวก ตัวช่วยเพียงคนเดียวที่เธอนึกออกก็คือโยธิน ดังนั้น เขมิกาจึงลงทุนจัดดินเนอร์สุดโรแมนติก ริมทะเลท่ามกลางแสงจันทร์ แล้วเชิญเขามาร่วมโต๊ะอาหาร ชายหนุ่มฝันไกลว่าคราวนี้เธอคงจะรับรักตัวเองเสียทีหลังจากเฝ้ารอมาหลายปี แต่ต้องฝันสลายเหมือนเช่นเคย เธอแค่อยากให้เขาช่วยพูดกับปู่ให้เธอไปอยู่กรุงเทพฯ เพราะท่านไว้ใจเขามากที่สุด
ooooooo
แม้จะผิดหวังกับเรื่องเมื่อ คืน แต่โยธินก็ยินดีจะช่วยเหลือเขมิกาด้วยความเต็มใจ เออออไปด้วยเมื่อเธอบอกจุมพลว่าจะไปอบรมที่กรุงเทพฯ 3 เดือนทุกอย่างฟรีหมด จะได้เอาเทคโนโลยีใหม่ๆที่ได้จากการอบรมมาช่วยพัฒนากิจการของเราให้เจริญ ก้าวหน้า โยธินยังเสนอจะให้เขมิกาพักที่คอนโดฯที่พักของเขาซึ่งปลอดภัย
“ใครจะรับประกันว่าพูดจริง คราวก่อนก็เหลวไหลมาทีหนึ่งแล้ว” จุมพลเสียงเข้ม
“เฮีย โยเลย เฮียโยเอาหัวเป็นประกัน” เขมิกาชี้ไปที่โยธินพลางถลึงตาใส่ เขารีบรับปากกับจุมพลครั้งนี้จะไม่ทำให้ผิดหวัง ผู้เฒ่าน้ำเค็มอนุญาตให้ตามที่หลานสาวขอ แต่มีข้อแม้เธอจะต้องกลับมาหาเขาทุกอาทิตย์ ถ้าหายหัวไป เขาจะสับโยธินโยนให้ฉลามกิน คนถูกเอ่ยชื่อถึงกับสะดุ้งเสียวสันหลังวาบ
“พรุ่งนี้เฮียขับรถไปส่งเข็มถึงหน้าคอนโดฯเลยนะ แล้วก็ถ่ายคลิปมาให้ปู่ดูเป็นหลักฐานด้วย แฮปปี้ไหมปู่”
จุมพลรับคำในลำคอ น้ำเสียงชวนให้โยธินสยองขวัญ
ooooooo
แวว นิลไม่ต้องการให้ขวัญตากลับมาทำให้บ้านเลิศวิริยะวุ่นวายอีก จึงวางแผนจับคู่พี่ชายกับปรียาเพื่อนสนิทของตัวเอง อุตส่าห์จัดมื้อค่ำสุดพิเศษที่ศาลากลางสวนดอกไม้ให้ทั้งคู่ ชานนท์ไม่ยอมร่วมมือด้วยจะเดินหนี แววนิลต้องขอร้องให้เขาลองเปิดใจคบหากับปรียาดูก่อน ถ้าเข้ากันไม่ได้ ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันไป
“หรือเพราะผู้หญิงคนนั้นทำให้พี่นนท์อยากครอง โสดไปตลอดชีวิต” คำพูดของแววนิลจี้ใจดำชานนท์เต็มๆ ถึงกับจ้องหน้าเธอเขม็ง “น้องขอโทษที่เอ่ยถึงมันอีก แต่น้องอยากเห็นพี่นนท์มีความสุข”
“ความสุข สำหรับพี่มันหมดไปนานแล้วนิล ทุกวันนี้พี่คิดแต่ว่าจะทำหน้าที่พี่ชายให้ดีที่สุดได้อย่างไร ทำให้ลูกน้องมีกินมีใช้ได้อย่างไร เท่านั้นแหละ สำหรับพี่” ชานนท์ดึงน้องสาวมากอด แล้วเดินไปที่ศาลากลางสวนร่วมกินดินเนอร์กับปรียา และตัดสินใจจะลองคบหากับเธอดู
หญิงสาวดีใจน้ำตาไหล แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองพลันมีเสียงฟ้าผ่าเปรี้ยง หญิงสาวตกใจร้องลั่น ชานนท์รีบชวนเธอเข้าไปหลบในบ้าน สงสัยพายุจะมา
ทั้งคู่ยังไม่ทันจะขยับ แป้นกับโย่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามาขวางไว้ไม่ยอมให้เข้าบ้าน เนื่องจากขวัญตามานั่งรออยู่ ชานนท์สั่งให้สองบ่าวหลบให้พ้นทาง แล้วจ้ำพรวดไปที่ห้องโถง เห็นแววนิลกำลังอาละวาด ดึงข้าวของของเขมิกาในคราบขวัญตาออกจากเป้สัมภาระ พอเขมิกาหันมาเห็นเขาเข้าโบกมือทักทายอย่างอารมณ์ดี
“หวัดดีฮะ ฉันมาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า คงไม่ถือสากันนะฮะ อ้อ...แป้นมาพอดี ช่วยเอาเสื้อผ้าพวกนี้ไปซักให้ที โอ๊ย...เพลียโคตร ขอฉันขึ้นไปงีบก่อนนะ”เขมิกาขยับจะขึ้นบันได ชานนท์ดึงตัวไว้ ถามว่าใครอนุญาต เธอติงว่าตัวเองคือขวัญตาเป็นเมียถูกต้องตามกฎหมายของเขา ทำไมจะอยู่บ้านนี้กับเขาไม่ได้
แววนิลฉุนขาดประกาศลั่นจะไม่ยอมให้เธอ อยู่ที่นี่ ชานนท์เห็นท่าไม่ดีรีบลากเขมิกาไปที่ห้องทำงานของตัวเอง ถามเสียงเครียดว่าต้องการอะไรกันแน่ถึงได้กลับมาที่นี่อีก อย่าหวังจะได้เงินทองจากเขา เพราะเขาให้ได้แต่ใบหย่าเท่านั้น เขมิกาไม่ต้องการหย่า เราสองคนเพิ่งจดทะเบียนกันได้ไม่กี่เดือนนี้เอง
“เธอหนีตามผู้ชายไป ยังมีหน้าพูดแบบนี้อีก”
เข มิกาปฏิเสธว่าไม่ได้หนีตามใคร ที่หายตัวไปเพราะมีคนจับตัวไว้ เธอไม่รู้ว่าเป็นใครเพราะเขาใส่หมวกไอ้โม่งอำพรางใบหน้า พวกนั้นเอาไม้ตีหัวเธอสลบไป พอฟื้นขึ้นมาพวกนั้นก็พาเธอมาส่งหน้าบ้าน
“แล้ว...ฉันก็...ความจำบางส่วนหายไป ก็แค่นี้แหละ” เขมิกาเล่าเป็นตุเป็นตะ
ชานนท์โกรธหาว่าเขมิกาโกหกหน้าด้านๆ ใครเชื่อเรื่องที่เธอเล่าก็บ้าแล้ว เขาต้องการให้เธอเซ็นใบหย่าให้ เขมิกายืนกรานจะไม่ยอมหย่าเด็ดขาด แม้เขาขู่จะฟ้อง เธอก็ไม่กลัว ขู่กลับถ้าอยากเป็นข่าวดังอีกรอบหนึ่งเชิญฟ้องได้เลย รับรองคราวนี้ดังกระฉ่อนแน่...
อีกมุมหนึ่งหน้าบ้านเลิศวิริยะ แววนิลเดินมาส่งปรียาที่รถ ปลอบว่าไม่ต้องเป็นห่วง พี่ชายของตนเจ็บแล้วจำ ไม่มีทางให้ขวัญตาอยู่ที่นี่แน่นอน พูดยังไม่ทันขาดคำ มณฑาเข้ามากระซิบกระซาบว่าชานนท์อนุญาตให้ผู้หญิงคนนั้นอยู่ที่นี่ได้ แววนิลโกรธมากรีบวิ่งเข้าตัวตึก โวยวายใส่พี่ชาย ทำไมถึงยอมให้นังแพศยาอยู่ที่นี่ เขาเล่าถึงข้ออ้างของขวัญตาตัวปลอมให้ฟัง เธอฟันธงว่าเป็นเรื่องโกหก ต่อว่าพี่ชายที่ไปหลงเชื่อคำลวง
“ไหนบอกว่า เกลียดแล้วเกลียดเลย ไม่รู้สึกอะไรกับมันแล้ว” แววนิลเสียงเขียว ชานนท์ว่าการไล่ขวัญตาไปจากที่นี่ไม่ง่ายอย่างที่คิด เธอกลับเห็นตรงข้าม แค่เฉดหัวไปให้พ้นไม่เห็นจะยากตรงไหน
“แล้วถ้าเธอขัดขืนก็ต้องใช้กำลังตบ ตี แล้วลากไปโยนทิ้งหน้าบ้านอย่างที่นิลชอบทำใช่ไหม...พี่ไม่อยากให้ชื่อเสียง ของจวงจันทร์สปาต้องเสียหาย นิลก็รู้ ธุรกิจสมัยนี้มันต้องอิงภาพลักษณ์ของผู้บริหารด้วย เรื่องของขวัญตา พี่จะจัดการเอง นิลไปพักผ่อนเถอะ” ชานนท์มองตามน้องสาวที่เดินจากไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...
ขณะ เดียวกัน ที่ห้องพักของเขมิกา แป้นยกเป้สัมภาระขึ้นมาวางให้ข้างเตียง เขมิกาพยายามหลอกถามว่า เมื่อก่อนขวัญตาเป็นคนอย่างไร ชอบแต่งตัวเป็นแบบไหน เธอกลับบอกว่าไม่รู้ เขมิกาโวยเสียงลั่น เป็นสาวใช้ของขวัญตาไม่ใช่หรือ ทำไมถึงไม่รู้ แป้นตกใจที่เธอเสียงดังรีบเดินหนีออกจากห้อง...
ครู่ต่อมา แป้นนินทาให้โย่งฟังว่า คุณผู้หญิงดูเปลี่ยนไปไม่เหมือนเดิม เขาเห็นด้วย จะให้เหมือนเดิมได้อย่างไร ในเมื่อหนีตามผู้ชายไปแล้วยังกล้ากลับมาอีก ถ้าหน้าไม่หนาเป็นถนนคอนกรีตรับรองทำไม่ได้ เธอเตือนให้เขาลดเสียงลงหน่อย หากคุณผู้ชายมาได้ยินเข้าจะยุ่ง
“คิดหรือว่าคุณผู้ชายจะสน แต่ก่อนน่ะอาจจะใช่ แต่ตอนนี้คุณผู้หญิงของแกน่ะชิดซ้ายไปเลย” โย่งพูดจบผละจากไป แป้นตะโกนไล่หลังว่า ขวัญตาไม่ใช่คุณผู้หญิงของเธออีกแล้ว อุตส่าห์เชียร์มาตลอด ไม่น่าทำตัวเป็นนางวันทองสองใจ
ooooooo
แววนิลบ่นให้มณฑาฟังอย่าง หงุดหงิดใจว่า ทำไมพี่นนท์ถึงไม่ไล่ขวัญตาไปพ้นๆ เธอเกรงว่าถ้านังนั่นยังอยู่ที่นี่ อาจทำให้พี่ชายล่วงรู้ความจริงเรื่องนั้น มณฑาเตือนให้เบาเสียงลงหน่อย หน้าต่างมีหูประตูมีช่อง แววนิลสงสารเพื่อนรักที่เกือบจะได้คบหากับพี่นนท์อยู่แล้ว แต่ต้องผิดหวังซ้ำสอง เพราะขวัญตาดันกลับมา
“นมคิดว่ามันต้องมีแผนจะกลับมาฮุบสมบัติคุณนนท์ เห็นไหมคะว่ามาคราวนี้มันร้ายขนาดไหน”
“ไม่มีวัน นิลไม่ยอม”
มณฑาเองก็ไม่ยอมเช่นกัน ทุกอย่างในเลิศวิริยะเป็นของแววนิลครึ่งหนึ่ง ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์เอาไป...
ขณะ ที่แววนิลกับแม่นมของตัวเองคิดหาทางกำจัดขวัญตาให้พ้นจากชีวิต โยธินแหงนหน้าขึ้นมอง ห้องพักของตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปในตัวตึกคอนโดฯ แต่แล้วหมุนตัวกลับมายืนที่เดิมเมื่อนึกถึงคำสั่งของเข็มที่ให้เขาไว้ 3 ข้อ ข้อที่หนึ่งคือ ห้ามเขาถามเรื่องการอบรมของเธอในทุกกรณี
“ข้อสอง ห้ามมาหาที่คอนโดฯโดยไม่ได้นัดล่วงหน้า และข้อสาม ถ้าโทร.หาเข็มแล้วเข็มไม่รับ อย่าโทร.จิก”
โยธินมองขึ้นไปยังห้องพักของตัวเองอีกครั้ง ด้วยความคิดถึงเขมิกา...
คน ที่โยธินโหยหากำลังจะเข้านอน ตอนที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนเดินผ่านหน้าห้องพักของตัวเอง เขมิกาค่อยๆแง้มประตูห้องออกไปดู เห็นหลังคนไวๆ เดินลงบันได เธอนึกสงสัยรีบสะกดรอยตาม จนกระทั่งร่างนั้นออกไปนอกตัวตึก เลี้ยวไปทางสวนด้านหลัง เขมิกาค่อยๆก้าวตามอย่างระมัดระวัง ทันทีที่เลี้ยวพ้นมุมตึกต้องตกใจแทบช็อกเมื่อเจอชานนท์ดักรออยู่ พร้อมกับถามเสียงเขียวว่า ออกมาทำอะไรดึกๆ ดื่นๆ หรือแอบนัดใครไว้ เขมิกาไม่ตอบอะไร กลับย้อนถามว่าทางเดินนี้พาไปไหน ชานนท์แปลกใจที่เธอจำไม่ได้
“ก็เคยบอกไปแล้วไงฮะว่าถูกตีหัวความจำเสื่อม”
ชา นนท์สั่งให้เขมิกากลับห้องพัก แต่เธอจะไปดูให้ได้ว่าทางนั้นมีอะไร ทำไมเขาต้องทำลับๆ ล่อๆ แล้วขยับจะไป ชานนท์โกรธ เผลอกระชากเธอเต็มแรงจนเสียหลักล้มลง อยากจะเข้าไปช่วยประคองแต่ต้องทำใจแข็ง เขมิกาต่อว่าว่าเป็นผู้ชายอะไรรังแกผู้หญิง ไม่เป็นสุภาพบุรุษ นี่หรือคือคนที่เคยรักกันถึงขั้นจะแต่งงานกัน
“นั่นแหละคือความผิดพลาดที่สุดในชีวิตฉัน กลับเข้าไป” ชานนท์ว่าแล้วจะเข้ามาคว้าแขน
เข มิกาเงื้อหมัด พร้อมกับท้าให้เข้ามาถ้าไม่กลัวหมัดสลาตันของตน เขางุนงงกับท่าทางแปลกๆ นั้น เธอรู้สึกตัวรีบหดกำปั้นกลับ แก้ตัวว่าแค่จะแสดงให้เขาเห็นว่าเดินเองได้ ไม่ต้องมาจูง ชานนท์ขู่ไม่ให้เธอออกไปไหนคํ่าๆ มืดๆ อีก ไม่อย่างนั้นจะไม่รับรองความปลอดภัย
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น เขมิกาอัดคลิปตัวเองไว้ในโน้ตบุ๊กที่เอาติดตัวมาด้วย เล่าถึงเหตุการณ์ที่ประสบพบเจอเมื่อวานนี้อย่างละเอียด ทั้งเรื่องที่ถูกแววนิลซึ่งดูจะเกลียดชังขวัญตาพี่สาวของเธอเป็นพิเศษถึง ขั้นลงมือลงไม้ จนเธอเองก็ตั้งตัวไม่ทัน ส่วนชานนท์สามีของขวัญตา ก็ดูลับๆล่อๆ เหมือนมีอะไรปิดบังอยู่
“คนแถวตลาดลือกันว่า พี่ขวัญโดนฆ่าตายเพราะสามีแค้นที่คบชู้ น่าจะเป็นสมมติฐานแรกที่ฉันต้องเริ่มค้นหาต่อไป พี่ขวัญตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ แล้วอยู่ที่ไหน” เขมิกาทิ้งปริศนาคาใจนั้นไว้ ก่อนจะปิดโน้ตบุ๊กแล้วค่อยๆย่องออกจากห้องพัก ทันใดนั้นมีเสียงข้อความเรียกเข้าจากมือถือ เธอรีบหลบมุมกดดู
“ถึงฟ้าจะกั้นให้ฉันและเธอไกลกันสุดตา แม้แต่ภูผาก็อาจทลายมิอาจขวางกั้น คิดถึงนะยัยสลาตันของเฮีย จุ๊บๆ” เขมิกาอ่านแล้วแทบจะอาเจียนด้วยความเลี่ยนรีบโทร.กลับ เพราะรู้ดีว่าถ้าขืนชักช้าจะ
มีข้อความชวนคลื่นเหียนส่งมาอีก โยธินดีใจที่เธอโทร.กลับ ด้วยแรงเชียร์ของสมคิด ป๋าของเขาที่นั่งลุ้นอยู่ใกล้ๆ ทำให้เขากล้าสารภาพรักกับเขมิกา แต่น่าเสียดายที่เธอไม่ได้สนใจฟังเพราะมัวแต่ใจจดจ่อกับโย่งที่เดินอยู่ที่สวนข้างบ้าน
“เฮียเมาก็ไปนอนเถอะ เข็มต้องรีบเข้าห้องอบรมแล้ว ไปนะเฮีย” เขมิกาวางสายแล้วรีบเดินไปหาโย่ง ขณะที่โยธินถึงกับหน้าจ๋อยเมื่อหันไปบอกป๋าว่าเขมิกาหาว่าเขาเมา ไล่ให้ไปนอน
“คนแข็งๆ ห้าวๆ อย่างหนูเข็มก็ต้องพูดแบบนี้แหละ เพราะเธออาย มาถูกทางแล้วเจ้าโย มา...เติมพลังกันหน่อย ไอ้เสือลูกป๋า สู้ไม่สู้” สมคิดเชียร์ลูกชายสุดลิ่มทิ่มประตู
“สู้โว้ย” โยธินใจชื้นขึ้นมาเป็นกองที่ได้กำลังใจจากป๋าของตัวเอง...
เขมิกาอยากจะไปสืบเรื่องของพี่สาวที่จวงจันทร์สปา แต่ไปไม่ถูก จึงแกล้งขู่โย่งที่กำลังยืนรดน้ำต้นไม้ว่า จะแจ้งตำรวจจับเขาที่รวมหัวกันทำร้ายเธอ เขาอ้างว่าจำเป็นต้องทำตามคำสั่ง เขมิกาจะยอมอ่อนข้อไม่เอาความถ้าเขาขับรถไปส่งเธอที่จวงจันทร์สปา...
ไม่นานนัก โย่งขับรถมาส่งเขมิกายังสถานที่เป้าหมาย เธอเพิ่งตระหนักว่าการหายตัวไปอย่างลึกลับของขวัญตา สร้างความเกลียดชังให้ทุกคนที่ทำงานในจวงจันทร์สปา ไม่ว่าเธอในคราบขวัญตาจะสอบถามอะไรจากเยาว์และชิ้น แม่กับพ่อของอึ่ง หรือแม้แต่คนอื่นๆ ทุกคนจะเดินหนีไม่ยอมตอบคำถามใดๆทั้งสิ้น
ข่าวการมาถึงของขวัญตาตัวปลอมแพร่สะพัดไปทั่วทั้งสปา โดยมีอึ่งเป็นผู้ขยายข่าว
“ขวัญตาบอกพ่อฉันว่า โดนไอ้โม่งจับไป มันตีหัวยัยขวัญตาจนความจำเสื่อม กลับบ้านไม่ถูก”
“เฮ้ย งั้นก็ไม่ได้มีชู้น่ะสิ” กุ้งตั้งข้อสังเกต อึ่งไม่เชื่อว่าเป็นเรื่องจริง น่าจะเป็นเพราะเงินหมดมากกว่าถึงได้กลับมา ทุกคนพากันพยักหน้าเห็นด้วย ประชาผู้จัดการของที่นี่เข้ามาทันได้ยินประโยคสุดท้าย ถามกุ้งว่าเมื่อครู่นี้พูดถึงใคร พอได้รู้ว่าหมายถึงขวัญตา เขาถึงกับตะลึง...
ฝ่ายเขมิกาเดินสำรวจมาตามทางเดินภายในจวง–จันทร์สปาจนกระทั่งถึงห้องทำงานของผู้จัดการ ค่อยๆแง้มประตูเข้าไปดู เห็นปลอดคน รีบตรงไปยังตู้เก็บเอกสาร ค้นใบสมัครงานของขวัญตาขึ้นมาดู
“เป็นลูกคนเดียว พ่อแม่เสียชีวิต มิน่า เลยไม่มี ใครคิดว่าฉันเป็นพี่น้องฝาแฝด...ทำไมต้องโกหกด้วย”
ขณะที่เขมิกากำลังง่วนอยู่กับแฟ้มประวัติ มีเสียงลูกบิดประตูห้องดังขึ้น เธอรีบปิดตู้เอกสาร ถอยออกมายืนห่างๆประชาเปิดประตูเข้ามาเห็นเขมิกาที่หน้าเหมือนขวัญตาราวกับแกะ ตกใจแทบช็อกถึงกับทำกระเป๋าหลุดมือ เป็นไปได้อย่างไรที่เธอยังไม่ตาย แต่ฝืนยิ้มสู้ เขมิกาแต่งเรื่องว่าเดินหลงทางเข้ามา เพราะคิดว่าเป็นห้องทำงานของชานนท์ แล้วถามเขาว่าเป็นใคร เราสองคนรู้จักกันหรือเปล่า เธอพยายามนึกชื่อเขาแต่นึกไม่ออก
“ผมชื่อประชา เป็นผู้จัดการที่นี่ คุณจำอะไรไม่ได้เลยจริงหรือ ทุกเรื่องเลยหรือ” ประชามองเธออย่างจับผิด
เขมิกาทำเนียน บอกให้ประชาพูดมาก่อนว่ามีเรื่องอะไรบ้างเผื่อเธอจะนึกออก ยังไม่ทันที่เขาจะเอ่ยปากอะไร ชานนท์เข้ามาทักเสียก่อนว่ากลับมาจากเซี่ยงไฮ้แล้วหรือ แต่ต้องหยุดกึกเมื่อเห็นเขมิกาอยู่ในห้องด้วย ถามว่าเข้ามาทำอะไรในนี้ เธอได้แต่ยิ้มแทนคำตอบ กลัวจะถูกจับได้ที่เข้ามาค้นหาเอกสาร...
ครู่ต่อมา ชานนท์เดินนำประชาไปที่ห้องทำงานของเขา เล่าเรื่องของขวัญตาให้ฟัง ประชาหน้าตาตื่น ซักเป็นการใหญ่ว่าเธอจำอะไรได้บ้างหรือเปล่า พอรู้ว่าเธอจำอะไรไม่ได้สักอย่าง เขาลอบถอนใจโล่งอก ชานนท์ไม่อยากพูดถึงผู้หญิงคนนี้อีก จึงเปลี่ยนหัวข้อสนทนาว่าทางเซี่ยงไฮ้ว่าอย่างไรบ้าง
“ทางโรงแรมกำลังตัดสินใจอยู่ว่าจะซื้อแบรนด์ของเรา หรือให้เราร่วมลงทุน คุณนายผิงจะนัดคุยรายละเอียดกันอีกรอบครับ”
“เรื่องนี้คุณเดินหน้าต่อได้เลย ผมเชื่อมือคุณ” ชานนท์ตบบ่าประชาแล้วออกจากห้อง เขารอจนอีกฝ่ายลับสายตา รีบกดมือถือหาใครบางคนด้วยสีหน้าเคร่งเครียด แต่ไม่มีใครรับสาย
ooooooo
ในเวลาต่อมา ระหว่างที่ชานนท์ขับรถพาเขมิกากลับบ้าน สั่งห้ามมาสปาแห่งนี้อีก เธอไม่วายถามยียวนว่ามีอะไรปิดบัง หรือกลัวเธอจะสืบเจออะไรหรือ ชานนท์ถามกวนกลับไปบ้างว่า แล้วเธอคิดจะสืบเรื่องอะไร
“ก็ฉันความจำเสื่อมก็เลยอยากรู้ว่าที่ผ่านมาฉันเป็นอย่างไร พูดอย่างไร กินอย่างไร ฉันจะได้เอาใจสวามีได้ถูกไง...โถ มีสวามีหล่อลากดินขนาดนี้ ต้องทูนขึ้นหิ้ง กราบเช้ากราบเย็น ไม่ยอมให้กระเด็นไปอยู่ในมือคนอื่นง่ายๆหรอก” เขมิกาเกาะแขนชานนท์ ทำตาพริ้มยั่ว เขาสั่งให้เอามือออก เธอแหย่ว่ากลัวถ่านไฟเก่าจะคุหรือ
ชานนท์ไม่ตอบ แต่เร่งความเร็วรถ ขับฉวัดเฉวียนจนเขมิกาหัวกระแทกกระจกข้างคนนั่งดังโป๊ก แล้วกลับมาขับอย่างสุภาพชนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เธอโวยใส่ว่าทำแบบนี้เท่ากับจงใจทำร้ายกัน
“ฉันทำได้มากกว่านี้อีก ถ้าเธอไม่รีบไปจากครอบครัวฉัน”
เขมิกาแอบคิดในใจ หรือว่าอีตาชาเย็นคนนี้จะเคยทำร้ายพี่ขวัญของเธอ จึงปะเหลาะให้เขาเล่ารายละเอียดเรื่องที่เธอมีชู้ให้ฟัง ชานนท์เจ็บจี๊ด เร่งความเร็วขึ้นอีกครั้งจนเขมิกาต้องจับที่นั่งไว้แน่น แต่ยังปากดีท้าทายให้เขาขับเร็วกว่านี้อีก ในเมื่อเธอขอมาเขาก็ยินดีจัดให้ กระทืบคันเร่งจมเท้า ปาดซ้ายปาดขวาอย่างน่าหวาดเสียว...
ขณะที่ชานนท์ขับรถราวกับจะแข่งกับพายุ มณฑาเรียกโย่งมาเล่นงานที่ขับรถพาขวัญตาไปส่งที่ร้านสปา และกำชับทั้งแป้นและเขาห้ามรับคำสั่งใดๆจากแม่นั่นเด็ดขาด เพราะเธอไม่ใช่คุณผู้หญิงของบ้านนี้อีกแล้ว...
ชานนท์ต้องแปลกใจเมื่อมาถึงบ้านเลิศวิริยะ เห็นเขมิกาในคราบขวัญตาลงจากรถแบบชิลด์ๆ แถมปรามาสว่าฝีมือขับรถของเขาเป็นแค่มือสมัครเล่น เขาเข้ามาจ้องหน้าเธอจับพิรุธ
“ฉันไม่อยากเชื่อ เมื่อก่อนเธอกลัวความเร็วมาก”
เขมิการู้ตัวว่าพลาด รีบมั่วนิ่มว่ายังกลัวเหมือนเดิม ถ้าไม่เชื่อให้ลองจับหัวใจเธอดูจะรู้สึกได้ว่าเต้นตึกๆราวกับรัวกลอง แล้วดึงมือชานนท์มาแตะที่อกด้านซ้ายของตัวเอง ชายหนุ่มตกใจรีบชักมือกลับ อดหวั่นไหวไม่ได้
พลันภาพในอดีตผุดขึ้นมาในความทรงจำของชานนท์ ตอนนั้นเขากำลังนอนแช่ธาราบำบัด ขวัญตาเดินเข้ามาพร้อมกับถาดใส่ดอกไม้และน้ำหอม แต่ก้าวพลาดลื่นตกน้ำ เขาปราดเข้ามาช่วยพยุง แต่มือข้างหนึ่งแปะที่หน้าอกของเธอโดยไม่ตั้งใจ ขวัญตาอายมากผลักชานนท์ออก เขาเองก็ตกใจ ขอโทษขอโพยเป็นการใหญ่
เขมิกาเห็นแววตาลึกซึ้งที่ชานนท์มองมา กระเซ้าทันที “กำลังคิดถึงขวัญตาอยู่ล่ะสิ ตาถึงเยิ้มขนาดนั้น”
ชานนท์ตื่นจากภวังค์ รีบกลบเกลื่อน “อย่างเธอมีอะไรให้นึกถึงด้วยหรือ คนอย่างฉันโง่แค่ครั้งเดียว”
จังหวะนั้น ปรียาเดินออกมาจากตัวตึกกับแววนิล เห็นภาพบาดตาถึงกับหน้าเสีย ชานนท์รีบเดินไปคว้ามือปรียาจูงไปที่ศาลากลางสวนหวังจะเย้ยเมียตัวเอง แววนิลยิ้มสะใจ ขณะที่เขมิกาไม่ได้รู้สึกรู้สมอะไรด้วย...
ฝ่ายปรียาไม่ต้องการเป็นมือที่สามของใคร ในเมื่อขวัญตากลับมาหาชานนท์อีกครั้ง เรื่องที่เธอกับเขาตกลงกันวันก่อนเป็นอันยกเลิก จากนี้ไปเธอจะไม่มาที่นี่อีก ถ้าไม่เห็นหน้ากัน ใจของเธอก็จะเข้มแข็งขึ้น
ooooooo
ในขณะที่ปรียายอมเป็นฝ่ายเดินจากไป เขมิกากำลังรุกไล่แป้นจนถอยร่นไปติดกำแพง สั่งให้บอกมาว่าผู้หญิงที่ชื่อปรียาเป็นใคร แป้นงง ตกลงเธอจำไม่ได้จริงๆหรือแกล้งถามกันแน่ เขมิกาชูงูเขียวในมือ ขู่เสียงเข้มจะบอกหรือไม่บอก แป้นร้องกรี๊ดด้วยความหวาดกลัว
“เขาห้ามหนูพูด ทางโน้นก็บังคับ ทางนี้ก็บังคับ นังแป้นจะอกแตกตายอยู่แล้ว ฆ่าแป้นเลยดีกว่า”
เขมิกายังไม่ทันจะได้คำตอบจากแป้น มณฑาโผล่เข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ว่ากระทบว่าพวกชอบทำเสียงดังเหมือนเจ๊กตื่นไฟ หาความเป็นผู้ดีไม่ได้ เขมิกาสวนขึ้นทันทีอย่างไม่ยอมแพ้
“แล้วไอ้ผู้ดีนี่ มันต้องเป็นอย่างไรฮะ แม่นม...ถ้า ต้องการให้ใครเคารพเรา เราก็ต้องให้เกียรติเขาด้วย ไม่ว่าเขาจะสูงต่ำ ดำเตี้ยหรือร่ำรวยมีจนอย่างไร มันก็หายใจทางจมูกเหมือนกันนะคุณนม หรือคุณนมหายใจทางเหงือกขอตัวนะฮะ แล้วค่อยเสวนากันใหม่” เขมิกาแดกดันเสร็จผละจากไป มณฑาเก็บเอาความแค้นครั้งนี้ไปฟ้องแววนิลซึ่งเดือดเนื้อร้อนใจแทน คิดหาทางกำราบนังแพศยาให้อยู่หมัด...
เขมิกาไม่ละความพยายามที่จะรู้เรื่องของพี่สาวตัวเองให้ได้ แอบเข้าไปในห้องนอนของชานนท์ สำรวจดูในตู้เสื้อผ้า เห็นแต่ตู้เปล่าๆ แล้วเดินไปดูที่ชั้นวางของ มีอัลบั้มรูปถ่ายวางอยู่ รีบเปิดดู มีแต่รูปชานนท์กับแววนิลแต่มีอยู่หนึ่งรูปที่สะดุดตาเธอ นั่นคือรูปคู่ของชานนท์ และปรียา ทันใดนั้น เจ้าของห้องเข้ามากระชากอัลบั้มไปจากมือ เขมิกาสะดุ้งเฮือก ติติงกลบเกลื่อนทำไมไม่มีรูปของเธอแม้แต่รูปเดียว เขาว่าเอาไปเผาหมดแล้ว
“นี่คุณเกลียด...เอ่อ เมียคุณขนาดนี้เลยหรือ...เอ หรือทั้งรักทั้งแค้นแบบพระเอกหนังไทยตบๆจูบๆ”
เขมิกาจงใจยั่วประสาท ได้ผลเกินคาด ชานนท์ฟิวส์ขาดจับต้นแขนทั้งสองข้างของเธอเขย่า
“เธอเป็นอย่างไรกันแน่ ทำไมจู่ๆกลับมาก็เปลี่ยนไปทุกอย่าง”
“คนเราอ่อนแอก็ลุกมาสู้คนได้หรือว่าแต่ก่อนฉันโดนคุณทรมาน โดนทุบโดนตีทำร้ายร่างกายอยู่ฝ่ายเดียว”
ชานนท์ถึงกับอึ้ง เพราะรู้ดีว่าน้องสาวตัวเองชอบรังแกขวัญตาลับหลังเขาเสมอ เลยไม่อยากพูดถึงให้น้องต้องเดือดร้อน เขมิการุกไล่ ที่เขานิ่งไปเพราะเป็นความจริงใช่ไหม ชานนท์ไม่พอใจเดินหนีออก
จากห้อง เธอไม่ยอมรามือรีบเดินตาม แต่ไม่ทัน พอหันกลับมาอีกที ต้องชะงักเมื่อเจอแววนิลยืนอยู่ เขมิกาไม่อยากมีเรื่อง เดินเลี่ยงไปอีกทางหนึ่ง แต่เธอขวางไว้ โดยไม่ทันจะตั้งตัว มณฑาย่องมาด้านหลังล็อกตัวเขมิกาไว้ แววนิลได้ทีปรี่เข้ามาตบ เธอหลบทัน จึงพลาดโดนหน้ามณฑาเต็มๆ สองตัวแสบประจำบ้านเลิศวิริยะพุ่งเข้าใส่เขมิกาพร้อมกัน
แต่คราวนี้เธอรอท่าอยู่แล้ว เล่นงานทั้งคู่กระเด็นไปคนละทิศละทาง พอตั้งหลักได้ต่างประคองกันหนีเขมิกานึกสงสารพี่สาวตัวเองที่ต้องตกเป็นเบี้ยล่างให้น้องสามี...
ครู่ต่อมา แววนิลกับมณฑานำหน้าตาเขียวช้ำไปฟ้องชานนท์ว่าถูกขวัญตาทั้งถีบทั้งตบตี เพราะแอบไปเห็นเธอทำลับๆล่อๆเหมือนนัดเจอใคร พอเข้าไปถามดีๆกลับถูกทำร้าย ชายหนุ่มถึงกับหน้าเครียด รู้จักนิสัยน้องสาวดีว่าที่ผ่านมาชอบหาเรื่องขวัญตาตลอด โดยที่ฝ่ายถูกหาเรื่องกลับเป็นฝ่ายที่ยอมขอโทษก่อนทุกครั้ง
คราวนี้ก็เข้าอีหรอบเดิม เขมิกาไม่อยากมีปัญหา ยอมเป็นฝ่ายขอโทษแววนิลเพื่อให้เรื่องจบ ทั้งๆที่ถูกหาเรื่องก่อน เธอไม่อยากให้ปัญหาเล็กน้อย มากระทบกับแผนการสืบเรื่องขวัญตา
ooooooo
เขมิกาในคราบขวัญตาสบช่อง เห็นโย่งกับแป้นกำลังช่วยกันเช็ดหน้าต่างห้องรับแขกเพียงลำพังเข้าไปขอร้องให้ใครก็ได้ช่วยเล่าเหตุการณ์ในวันแต่งงานของชานนท์ให้ฟัง ทั้งคู่ทำหูทวนลมไม่สนใจ เธอไม่พอใจ กระชากมือโย่งมาพาดขอบหน้าต่าง แล้วทำทีจะดึงบานหน้าต่างงับมือ เขาร้องห้ามเสียงหลงอย่าทำอะไรเขาเลย
“อยากตั้งป้อมเป็นศัตรูกันหรือไง ข้องใจอะไรฉันก็พูดมา”
โย่งอดรนทนไม่ไหว ระบายหมดเปลือกว่าเป็น เพราะคุณผู้หญิงหักอกคุณผู้ชายเกือบตายมาครั้งหนึ่งแล้ว ไม่น่ากลับมาทำให้ท่านต้องเจ็บช้ำน้ำใจอีก ขอร้องให้เธอไปจากที่นี่ จะให้ตนกราบก็ยอม แล้วยกมือจะไหว้ แต่แป้นคว้ามือไว้ ตวาดเสียงลั่นจะไปกราบทำไมให้เมื่อยมือ จากนั้นก็ลากโย่งเดินหนี เขมิกาได้แต่ยืนงง...
ระหว่างกินมื้อค่ำ แววนิลกับมณฑารวมหัวกันว่ากระทบกระเทียบเปรียบเปรยเขมิกาที่ใช้มือแกะหอยแมลงภู่กินว่าเป็นพวกไพร่ไม่มีสกุล กินอาหารด้วยมือ เธอ ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ หันไปแหย่ชานนท์ว่า เมื่อก่อนขวัญตากินอาหารอย่างไร หรือว่าคอยให้คุณสามีป้อนถึง ปาก เป็นกุลสตรีทุกกระเบียดนิ้ว
“เลิกดัดจริตได้แล้ว ใครๆก็รู้กันหมดแล้วว่าแกวิ่งแร่ตามชู้ไปในวันแต่งงาน ทิ้งให้พี่ชายฉันต้องแบกหน้าเดินขอโทษแขกทั่วทั้งงาน เพราะผู้หญิงเดือนสิบสองอย่างเธอ” แววนิลด่าไม่ไว้หน้า
“คำก็ชู้ สองคำก็ชู้ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ถ้าผู้หญิงรักคนอื่นอยู่จะยอมแต่งงานกับผู้ชายอีกคนไปเพื่ออะไร หัดคิดอะไรให้มีตรรกะกันหน่อย นี่มันยุคส่งจรวดไปดาวอังคารแล้ว ฉันไม่ยอมรับกับสิ่งที่พวกคุณรุมกล่าวหา คุณจะประณามใครก็ต้องมีหลักฐาน ไม่ใช่บ้าจี้หลับหูหลับตาเชื่อไปหมด” เขมิกาเถียงฉอดๆ
“ยังมีหน้าเรียกหาหลักฐานอีกหรือ” ชานนท์เสียงเครียด
“ไม่มีงั้นสิ ฉันว่าแล้ว” เขมิกายิ้มยียวน ชานนท์ เข้ามาคว้าแขนเธอลากไปที่ห้องทำงาน เอาธัมบ์ไดร์ฟยัดใส่มือ พร้อมกับจ้องหน้าเธอด้วยสายตาทั้งรักทั้งแค้น อดคิดถึงความหลังในคืนวันแต่งงานเมื่อ 3 เดือนก่อนไม่ได้ ตอนนั้นแขกเหรื่อมากันเต็มงาน แต่เจ้าสาวหายตัวไป ชานนท์กับคนของเขาช่วยกันตามหา แต่ไร้วี่แวว จังหวะนั้น แววนิลรีบร้อนเข้ามาหาพร้อมกับยื่นไอแพดให้ดู
“พี่นนท์คะ ดูคลิปลับภรรยาสุดที่รักของพี่นนท์สิคะ ถูกแชร์ต่อๆกันว่อนเน็ต”
ชานนท์ยิ่งคิดถึงวันนั้นก็ยิ่งแค้นใจ “สิ่งที่เธอต้องการไง ดูเอาเองก็จะรู้” พูดจบก็เดินจากไป เขมิกาเอา ธัมบ์ไดร์ฟเสียบคอมพิวเตอร์ที่อยู่ในห้องนั้น แล้วเปิดดูคลิปที่ว่าเห็นขวัญตากอดกับผู้ชายคนหนึ่งอยู่ เธอพยายามเพ่งดูชายปริศนาแต่เห็นหน้าไม่ชัด พลันคำพูดของอึ่งที่ เธอแอบได้ยินตอนอยู่ที่จวงจันทร์สปาผุดขึ้นมาในความคิด
“ทำไม ได้ยินชื่อนี้แล้วมันบาดใจมากหรือไง ก็น่า หรอกนะ ผู้หญิงหน้าด้านอย่างมัน ใฝ่ต่ำคบชู้ ดันโง่ไปคบมันเข้าไปได้ หรือว่าแกรู้เห็นเป็นใจให้มันสวมเขาให้เจ้านาย”
เขมิกาคิดออกแล้วว่าจะไปสืบหาชายปริศนาคนนี้ จากที่ไหน...
ในเวลาเดียวกัน ประชากลุ้มใจเรื่องขวัญตากลับมา ต้องใช้เหล้าช่วยดับความกลุ้ม อู๋วิ่งหน้าตื่นเข้ามาถามว่า ข้อความที่เขาส่งไปให้เป็นเรื่องจริงหรือ ถ้าขวัญตายังไม่ตาย แล้วทำไมเขาไม่หนี ไม่กลัวถูกแฉหรือ
“ขวัญตาความจำเสื่อม จำเรื่องที่เกิดขึ้นวันนั้นไม่ได้”
อู๋อาสาจะไปจัดการปิดปากแม่นั่นก่อนที่จะจำอะไรขึ้นมาได้อีกครั้ง ประชาห้ามไว้ เนื่องจากไม่อยาก ให้คนที่บ้านเลิศวิริยะสงสัย และที่สำคัญเขาอยากรู้ว่าเธอ จะมาไม้ไหน อู๋อ้าปากจะค้าน แต่ประชาชิงพูดขึ้นก่อน
“ตอนนี้แกไปสืบแถวที่นั่นว่าใครเป็นคนช่วยขวัญตา หรือรู้เห็นเรื่องวันนั้นบ้าง แล้วรีบรายงานฉัน”
ooooooo










