สมาชิก

เจ้าสาวสลาตัน

ตอนที่ 10

อาการของแววนิลดีขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่มณฑากลับมาดูแล ไม่ต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุงอีกต่อไป แต่ยังเดินเองไม่ค่อยถนัดนัก มณฑาจึงต้องคอยประคองพาไปไหนต่อไหน เขมิกาเห็นเป็นโอกาสเหมาะ จึงจัดงานเล็กๆ ฉลองที่แววนิลกลับมาเดินได้อีกครั้ง และเอาใจด้วยการทำของโปรดให้กิน

แววนิลยังวางฟอร์มแต่ก็ยอมกินของที่พี่สะใภ้ตัวปลอมทำมาให้ ชานนท์ยิ้มมีความสุขที่เห็นความสัมพันธ์ระหว่างสองสาวดีขึ้น จรรยาเชิญชวนเจ้านายหนุ่มถ่ายรูปครอบครัวเก็บไว้เป็นที่ระลึก เขมิการีบยกมือห้าม

“เดี๋ยวๆ จรรยาอย่าเพิ่งถ่าย...คุณนมมาถ่ายรูปด้วยกันสิฮะ มาเร็วๆสิฮะ มายืนข้างๆคุณน้อง”

ชานนท์เห็นมณฑารีๆ รอๆ ช่วยชวนอีกแรงหนึ่ง เธอถึงเดินไปยืนข้างแววนิล จังหวะที่จรรยากดชัตเตอร์ เขมิกาหันไปทำหน้าทะเล้นใส่ชานนท์ที่หัวร่อร่าอย่างมีความสุข...

ขณะที่บรรยากาศภายในบ้านเลิศวิริยะเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ ปรียานั่งบ่นหน้าเศร้าอยู่กับโยธินที่มุมกาแฟกลางห้างฯหรู ว่าไม่อยากอยู่ร่วมงานฉลองที่บ้านนั้น เพราะไม่อยากเป็นส่วนเกินของใคร

“อย่าเพิ่งท้อนะครับ คุณต้องอดทนรอ ผมเองยังรอคนรักของผมได้เป็นสิบปี”

ปรียาเข้าใจผิดว่าโยธินหมายถึงหมอหนุ่มฝึกหัดคนนั้น รู้ซึ้งถึงหัวอกคนที่ต้องรอเหมือนกัน เพราะตัวเองก็หลงรักชานนท์มาตั้งแต่สมัยเป็นเพื่อนเรียนหนังสือของแววนิลใหม่ๆ น้ำตาพานจะไหล ไม่อยากให้ใครเห็นน้ำตารีบขอตัวไปเข้าห้องน้ำ แต่ต้องชะงักเมื่อเห็นหมอหนุ่มแฟนอุปโลกน์ของโยธินเดินควงผู้หญิงตรงมา ปรียาฉุนขาดลากโยธินเข้าไปต่อว่าว่าทำไมถึงทรยศความรักของโยธินที่อุตส่าห์รอเขาเป็นสิบปีได้ลงคอ หมอจำโยธินได้

“คุณอีกแล้วหรือ ผมไม่เคยรู้จักคุณเลยนะ ทำไมคุณ...”

โยธินกลัวปรียาจับโกหกได้ รีบสวมวิญญาณกะเทย ชิงตัดพ้อหนุ่ม ไหนว่ารักเขาคนเดียว แฟนของหมอเข้าใจผิดคิดว่าหมอชอบไม้ป่าเดียวกัน ตบหน้าเขาแล้ววิ่งหนีไปทั้งน้ำตา หมอโกรธจัดหันไปชกโยธินเปรี้ยงก่อนจะวิ่งตามแฟนสาว กะเทยปลอมแกล้งร้องไห้ฟูมฟาย ปรียาสงสารจับใจโผกอดเขาร้องไห้ไปด้วย...

ระหว่างที่เขมิกากำลังช่วยแป้น โย่งและมณฑาเก็บข้าวของหลังงานเลี้ยงเลิก ประชาส่งข้อความเข้ามือถือว่าคิดถึงมาก อยากโทร.หา ให้รอรับโทรศัพท์ของเขาด้วย เธอรีบเดินเลี่ยงออกมา มณฑามองตามอย่างสงสัย เขมิกาถึงมุมปลอดคนตอนที่ประชาโทร.เข้ามือถือพอดี เขาออดอ้อนว่าคิดถึงกันบ้างไหม

“ไม่คิดถึงแฟนแล้วจะไปคิดถึงใครล่ะฮะ แต่ฉันคุยนานไม่ได้เดี๋ยวอีตาชานนท์จะสงสัย เอาอย่างนี้ พี่กลับจากเชียงใหม่ค่อยเจอกัน” เขมิกาจำต้องโกหกเพื่อให้ประชาตายใจ โดยไม่รู้ว่ามณฑาแอบฟังอยู่ตลอด...

ภาพครอบครัวสุขสันต์ของเขมิกากับชานนท์ในงานเลี้ยงฉลองที่จรรยาโพสต์ลงในเฟซบุ๊กของร้านสปา ทำให้ประชาตัดสินใจจองเที่ยวบินเที่ยวแรกกลับกรุงเทพฯ หลังจากสัมมนาเสร็จ ไม่อยู่เที่ยวต่ออย่างที่วางแผนไว้

ooooooo

มณฑาทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว โทร.เช็กกับอึ่งซึ่งเป็นสายของตัวเองว่าประชาไปไหน ได้ความว่าไปสัมมนาที่เชียงใหม่ อีกสามวันถึงกลับ ทำให้เธอมั่นใจว่าประชาต้องเป็นชายชู้คนที่พูดโทรศัพท์กับเขมิกาเมื่อวานนี้ แววนิลเห็นสีหน้าของมณฑาแล้ว อดถามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น

“รอให้นมจับมันได้แบบคาหนังคาเขาก่อนนะคะ แล้วนมจะเล่าให้ฟัง” มณฑายิ้มร้าย...

บ่ายวันเดียวกัน ขณะเขมิกาขี่มอเตอร์ไซค์ออกจากบ้าน มณฑาซึ่งสะกดรอยตามทุกฝีก้าว วิ่งตามออกมาหน้าบ้าน เห็นรถแท็กซี่คันหนึ่งจอดอยู่แถวนั้น รีบโบกมือเรียก แท็กซี่คันนั้นกลับแล่นผ่านหน้าไปอย่างรวดเร็ว เธอพยายามหารถแท็กซี่คันอื่นก็ไม่มีผ่านมาสักคัน เจ็บใจที่แผนสะกดรอยตามเขมิกาพังไม่เป็นท่า

บนรถแท็กซี่คันนั้น อู๋สะกดรอยตามมอเตอร์ไซค์ของเขมิกาไปห่างๆ ทิ้งระยะพอไม่ให้มีพิรุธ...

ในเวลาต่อมา เขมิกามาถึงบ้านพักริมทะเลตามที่ประชานัด แทนที่เขาจะบอกที่อยู่ครั้งสุดท้ายซึ่งขวัญตาเคยมาก่อนจะหายตัวไปตามที่รับปาก กลับเข้ามากอดจูบ ชักชวนเธอค้างคืนด้วย ขณะเขมิกาพยายามดิ้นหนี

อู๋พรวดพราดเข้ามา เห็นทั้งคู่กำลังนัวเนียกันก็โกรธ ต่อว่าลูกพี่ที่ไม่รู้จักจำ ปล่อยให้นังนี่หลอกแล้วหลอกอีกอยู่ได้ เขาคาดไว้แล้วว่าลูกพี่ต้องรีบกลับกรุงเทพฯ เมื่อได้เห็นภาพหวานของชานนท์กับนังนี่ในเฟซบุ๊ก ก็เลยไปดักรออยู่หน้าบ้านเธอ และลูกพี่ก็นัดเธอออกมาจริงๆแล้วชักปืนจะยิงตัวปัญหาให้รู้แล้วรู้รอด ประชาขวางไว้ขอร้องไม่ให้ทำร้ายเธอ อู๋ยิ่งเจ็บใจที่เขาไม่เข็ดหลาบว่านังนี่คิดจะฆ่าเขา เขมิกาหูผึ่ง ซักว่าเกิดอะไรขึ้น

“วันที่เธอแต่งงาน พี่ให้อู๋ไปรับเธอมาที่นี่ แต่เงินสินสอดที่เราจะเอาไปตั้งต้นชีวิตใหม่ด้วยกัน มันกลับหายไป พี่คาดคั้นถามเรื่องเงิน เธอก็เลยแทงพี่ เธอบอกว่าไม่ได้รักพี่เลย แต่หลอกพี่เพื่อความอยู่รอด”

เขมิกาโกหกเอาตัวรอดว่ารักประชาจริงๆไม่เคยคิดหักหลัง จำได้แม่นว่าจะเอาสินสอดมาให้เขา แต่ยังจำไม่ได้ว่าเงินเหล่านั้นหายไปไหน  อู๋ไม่เชื่อผู้หญิงกลับกลอกอย่างเธอ และจะไม่ปล่อยให้เธอรอดไปได้อีก เขมิกาจำคำพูดนี้ได้ว่าไอ้โม่งเคยพูดเอาไว้ มั่นใจว่าอู๋คือไอ้โม่งใส่ร้ายว่าเขาเป็นคนเอาเงินไป และวันนั้นที่เขาไม่ฆ่าเธอก็เพราะเธอบอกที่ซ่อนเงิน เขาก็เลยปล่อยเธอไป ประชาหลงเชื่อ ชี้หน้าจะเอาเรื่อง อู๋ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง

“ที่ผมไม่ฆ่ามันเพราะจะเอาเงินมาให้พี่ แต่มันหลอกผมไปใต้สะพานแล้วตีหัวผม ผมไม่ได้เอาเงินไป เงินอยู่กับมันนั่นแหละ...นังขวัญตา มึงใส่ร้ายกู มึงตาย” อู๋จะเหนี่ยวไกปืน ประชาไวกว่าเหวี่ยงของใกล้มือโดนข้อมืออู๋ทำให้ปืนหล่น ทั้งสองคนต่อสู้กันอุตลุด อู๋สู้ไม่ได้ถูกอัดสะบักสะบอม ทรุดตัวลงไหว้ปลกๆ

“ผมผิดไปแล้วพี่ ผมอยากได้เงินนั่นเพราะอารมณ์ชั่ววูบ แต่ผมไม่เคยคิดทำร้ายพี่ ผมสาบานได้”

ประชาชะงัก อู๋สบช่องถีบเขากระเด็นแล้วพุ่งไปที่ปืน เขมิการอท่าอยู่ก่อนแล้วเตะเสยปลายคางถึงกับหน้าหงาย อู๋เห็นท่าไม่ดีวิ่งหนี หญิงสาวจะไล่ตามแต่เขาวิ่งขึ้นรถแท็กซี่คันที่นั่งมา แล่นหนีฝุ่นตลบไปแล้ว

เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้ประชาไว้ใจเขมิกาในคราบขวัญตามากขึ้น ส่วนเรื่องที่เธอแทงเขา เธอโกหกว่าอู๋บังคับให้ทำ ไม่อย่างนั้นจะยิงเขาให้ตายเหมือนหมา เธอถึงได้แทงเขาแบบยั้งๆหวังจะล่ออู๋ไปที่อื่นแล้วกลับมาช่วยเขาทีหลัง แต่เกิดอะไรขึ้นเธอเองก็จำไม่ได้ จากนั้น ทั้งคู่ต่างแยกย้ายกันกลับ เพราะเกรงอู๋จะกลับมาแก้แค้น

ooooooo

เขมิกาโทร.นัดโยธินให้มาพบที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งทันทีที่ถึงกรุงเทพฯ เล่าให้ฟังว่าสืบรู้แล้วว่าไอ้โม่งคืออู๋ซึ่งเป็นลูกน้องของประชา และยังเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับพี่ขวัญ อยากให้เขาช่วยแจ้งความจับอู๋ให้ด้วย ตำรวจน่าจะมีวิธีสอบสวนได้เก่งกว่าเรา โยธินสรุปถ้าเช่นนั้นประชาก็คือตัวการใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง

“เข็มว่าประชารักพี่ขวัญมากนะ ถึงขั้นตายแทนได้ แต่ไอ้อู๋กับพี่ขวัญน่ะสิที่ทำร้ายเขา ถ้าจับอู๋ได้ เรื่องทั้งหมดก็คงกระจ่าง และถ้าตำรวจจับอู๋ได้เมื่อไหร่เข็มก็จะหลบออกมาจากบ้านนั้นเลย เข็มจะได้ไม่เผลอไปทำร้ายจิตใจใครอีก” เขมิกาว่าแล้ว รู้สึกใจหายอย่างบอกไม่ถูก...

ไม่นานนัก เขมิกากลับถึงบ้านเลิศวิริยะ ต้องแปลกใจที่เห็นประชานั่งคุยอยู่กับชานนท์ในห้องรับแขก เขาอ้างว่ามีของฝากจากเชียงใหม่มาให้ เป็นผ้าฝ้ายทอมือที่เธอชอบ เขมิการีบรับไว้เกรงชานนท์จะสงสัย

“ประชานี่เป็นคนละเอียดดีนะ ขวัญชอบอะไรก็รู้ บางอย่างผมยังไม่รู้เลย” ชานนท์กระเซ้า

“ตอนที่คุณขวัญตาเป็นพนักงานอยู่ที่สปาเคยบอกผมครับไม่รู้ว่าคุณขวัญจำได้หรือเปล่า”

เขมิกาไม่อยากรื้อฟื้นความทรงจำ เพราะนึกถึงทีไรเป็นต้องปวดหัวทุกครั้ง มณฑายกถาดใส่น้ำเย็นมาให้คุณผู้หญิง แล้วหันไปทักทายประชาว่าทำไมกลับจากเชียงใหม่เร็วนัก หรือว่าห่วงคนที่อยู่กรุงเทพฯ

“ผมไม่ยักรู้ว่าประชามีแฟน...จริงหรือ” ชานนท์มองประชาอย่างรอคำตอบ เขายอมรับว่ามีแฟนจริงเพิ่งจะคบหากัน ชานนท์พลอยดีใจไปกับเขาด้วย บอกให้พาสาวผู้โชคดีคนนั้นมาแนะนำให้รู้จักกันบ้าง

“ไว้นัดมากินข้าวด้วยกันสิ ที่บ้านเราก็ได้ดีไหมขวัญ”

เขมิการับคำอย่างอึดอัดใจ ขณะที่มณฑาลอบมองประชากับเขมิกาอย่างจับผิด...

ฝ่ายประชากลับถึงบ้านยังไม่ทันจะหย่อนก้นลงนั่ง อู๋โทรศัพท์เข้ามาขู่ ถ้าไม่อยากให้รู้ถึงหูตำรวจว่าใครเป็นคนบงการให้ลักพาตัวขวัญตา ต้องนำเงินมาให้เขา 5 แสนบาทเป็นค่าปิดปาก

“ฉันมีให้แกแค่ 3 แสน ถ้าเอาก็บอกที่นัดหมายมา” ประชาต่อรอง อู๋บอกสถานที่นัดเสร็จ ขยับจะกลับบ้านเช่าชนเข้ากับนายชิ้นที่เดินเมาแอ่นไม่ดูตาม้าตาเรืออย่างจัง แทนที่จะขอโทษ นายชิ้นกลับกวนประสาทใส่ เลยถูกหมัดตรงของอู๋เข้าเต็มหน้าถึงกับก้นจ้ำเบ้า บรรดาไทยมุงต่างเข้ามาดู อู๋รีบชิ่งหนี

“อย่าให้เจอหน้าอีกนะโว้ย กูจะเอาให้ตายเลยไม่รู้จักเจ้าถิ่นอย่างไอ้ชิ้นเสียแล้ว” นายชิ้นตะโกนไล่หลัง

ooooooo

พอมณฑารู้ว่าเขมิการีบร้อนไปดูนายชิ้นที่กำลังอดเหล้าไม่อยู่กินข้าวด้วยกัน คิดว่าเธออาจจะแอบนัดกับประชา รีบยุให้ชานนท์ตามไปดู อ้างว่าย่านที่นายชิ้นอยู่มีแต่พวกขี้ยา คุณผู้หญิงไปคนเดียวจะไม่ปลอดภัย

ชานนท์อดเป็นห่วงไม่ได้ รีบขึ้นไปหยิบกุญแจรถกับกระเป๋าสตางค์ในห้องนอน เจอมือถือของเขมิกาลืมไว้บนเตียง อยากรู้ว่าเธอติดต่อใครบ้าง คว้าขึ้นมาเปิดดูพอหน้าจอสว่าง ปรากฏภาพวอลเปเปอร์เป็นรูปเขมิกากำลังป้อนข้าวเกรียบให้ตัวเขาเอง ชานนท์อมยิ้ม เลิกระแวง เอามือถือของเธอยัดกระเป๋าแล้วออกจากห้อง...

ในขณะที่เขมิกาขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดหน้าบ้านนายชิ้น เห็นเจ้าตัววิ่งกอดขวดเหล้าถลาออกมาจากข้างในโดยมีเยาว์วิ่งตามมากระชากขวดเหล้าโยนทิ้ง เขาโกรธจัดจะตบหน้า เขมิกาเข้าไปผลักจนเซ นายชิ้นเมาขาดสติไม่รู้ว่าใครผลัก เดินแอ่นตามไปเอาเรื่องชาวบ้านที่ ไม่รู้อีโหน่อีเหน่

“นี่แกเมาจนจำใครไม่ได้เลยหรือน้าเยาว์”

“น้าหลงดีใจนึกว่าพี่ชิ้นจะอดเหล้าได้แต่แกคงทนไม่ไหวแอบไปกินหนักกว่าเดิม น้าทำให้คุณเดือดร้อนแท้ๆ” เยาว์คร่ำครวญทั้งน้ำตา เขมิกาบอกให้เธอเข้มแข็งเข้าไว้อย่าเพิ่งท้อ อาสาจะไปตามนายชิ้นให้เอง ขณะเดินผ่านมาแถวหน้าร้านขายของชำในชุมชน เขมิกาเห็นอู๋หิ้วถุงของใช้ออกมา เขาหันมาเห็นเธอก็ตกใจ วิ่งหนี เธอไล่กวดอย่างไม่ลดละ จนกระทั่งมาถึงท้ายซอย แต่เขาหายไปแล้ว แกล้งเลี้ยวไปทางอื่นแล้วหลบมุมแอบดู

อู๋โล่งอกคิดว่าเขมิกาไปแล้ว รีบจ้ำพรวดๆกลับบ้านเช่าโดยไม่รู้ว่าเธอแอบตามไปห่างๆ พอเห็นเขาไขกุญแจประตูบ้านเช่าเข้าไป เขมิกาควานหามือถือในกระเป๋ากางเกงตัวเอง ถึงได้รู้ว่าลืมเอามา รีบหาตู้โทรศัพท์สาธารณะโทร.บอกให้โยธินตามตำรวจมา เธอเจออู๋แล้ว...

ในขณะเดียวกัน ที่บ้านนายชิ้น พอชานนท์รู้จากเยาว์ว่าเขมิกาไปตามหานายชิ้น รีบตามไปอีกทอดหนึ่ง...

ถึงเวลาตามนัด ประชาลอบเอากล่องกระดาษใส่ระเบิดมาวางไว้หน้าบ้านเช่าของอู๋ เคาะประตูแล้ววิ่งไปหลบ ก่อนจะโทร.หลอกอู๋ว่ากล่องนั้นเป็นกล่องใส่เงิน ขณะอู๋เปิดกล่องออกดู ประชากดรีโมตฯให้ระเบิดทำงานเสียงดังตูมสนั่น แล้วเร่งฝีเท้าหนี แต่ต้องชะงักเมื่อเจอนายชิ้นเดินตาปรือใกล้หมดสติเพราะฤทธิ์เหล้าเข้ามา

“เสียงอะไรวะ หนวกหูฉิบเป๋ง” นายชิ้นปรือตามองประชาที่เป็นเพียงภาพเบลอๆก่อนจะล้มลงหมดสติ

ผู้จัดการสปาตัวแสบถอนใจโล่งอก ขยับจะหนี แต่แล้วนึกแผนชั่วขึ้นมาได้ เอาผ้าเช็ดหน้าเช็ดรีโมตฯกดระเบิดแล้วยัดใส่มือนายชิ้น จากนั้นก็เผ่นแน่บ...
เสียงระเบิดทำให้เขมิกาซึ่งกำลังยืนรอโยธินอยู่ไม่ห่างจากจุดเกิดเหตุ เอะใจจะไปดูที่บ้านเช่าของอู๋ แต่ชานนท์ดึงแขนไว้เสียก่อน เธอแปลกใจว่าเขามาได้อย่างไร

“เธอลืมมือถือไว้ที่บ้าน แล้วฉันก็อยากมาดูลุงชิ้นด้วย” ชานนท์ยื่นมือถือของเธอให้

“ฉันได้ยินเสียงระเบิด ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น” เขมิกาพูดจบวิ่งไปยังห้องเช่าของอู๋โดยมีชานนท์ตามไปติดๆ พอเลี้ยวหัวมุม เจอนายชิ้นนอนหมดสติอยู่ เธอรีบเข้าไป

เขย่าตัว ชานนท์อังที่จมูก ถึงได้รู้ว่ายังหายใจอยู่ เขมิกาเห็นสภาพห้องเช่าของอู๋แหลกไม่มีชิ้นดี รีบแหวกฝูงชาวบ้านเข้าไป เห็นอู๋นอนจมกองเลือดสภาพไม่ต่างจากตัวบ้าน

จังหวะนั้น ตำรวจสามนายเดินนำโยธินเข้ามาพอดี เขมิการีบพยักพเยิดกับโยธินให้หันไปดูชานนท์ที่กำลังปลุกนายชิ้น แล้วทำมือเป็นทำนองให้หลบไปก่อน เขาพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะแทรกตัวหายเข้าไปในฝูงไทยมุง

ooooooo

นายชิ้นกลายเป็นแพะรับบาป เนื่องจากตำรวจพบรีโมตฯกดระเบิดในมือของเขา และยังมีชาวบ้านแถวนั้นให้การอีกว่าเห็นเขามีเรื่องชกต่อยกับผู้ตาย และยังขู่อาฆาตผู้ตายอีกด้วย ทำให้หลักฐานยิ่งมัดตัว

ชานนท์และเขมิกามาเยี่ยมนายชิ้นที่ห้องขัง โดยมีประชาขอตามมาด้วย นายชิ้นฟื้นขึ้นมาจำเรื่องราวอะไรไม่ได้สักอย่าง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปแถวที่เกิดเหตุได้อย่างไร

“นึกดีๆลุง ทนายของผมจะได้หาหลักฐานช่วยลุงได้” ชานนท์ปลอบ ส่วนประชายืนลุ้นอย่างใจหายใจคว่ำ

“ผมจำไม่ได้ ผมหลับไปตอนไหนก็ยังนึกไม่ออกเลย ผมสาบานได้นะครับ ผมไม่ได้ทำ ผมบริสุทธิ์”

เยาว์กับอึ่งปล่อยโฮอย่างน่าเวทนา โผกอดนายชิ้นผ่านลูกกรงห้องขัง ขณะที่ประชาถึงกับถอนใจโล่งอก...

ปราการทนายความของชานนท์ไม่สามารถขอประกันตัวนายชิ้นออกจากห้องขังได้ เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ เยาว์ปล่อยโฮอีกครั้ง เขมิกาสงสารเธอมากเข้าไปโอบไหล่ปลอบใจ ชานนท์รับปากเยาว์ จะให้ทนายความต่อสู้คดีให้ถึงที่สุด ประชาแอบยิ้มพอใจที่นายชิ้นไม่ได้ประกันตัว...

ตั้งแต่ออกจากโรงพักจนถึงร้านสปา เขมิกาเอาแต่เหม่อ จนชานนท์กระเซ้า จะใจลอยไปถึงไหน เธอคิดไม่ตกเรื่องนายชิ้น ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นฝีมือเขา เพราะการวางระเบิดฆ่าคนไม่ใช่จะทำกันได้ง่ายๆ

“นั่นสิ คนตายเป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้ ตำรวจพยายามติดต่อญาติแต่ไม่มีเลยสักคน”

เขมิกานึกถึงประชาขึ้นมาได้ หาจังหวะเหมาะตามไปซักถามว่าอู๋เป็นใครมาจากไหน ได้ความแค่ว่าเป็นเด็กแถวบ่อนใกล้บ้านของเขา กินนอนอยู่ที่นั่นจนโต เคยติดหนี้การพนันแล้วไม่จ่าย โดนนักเลงคุมบ่อนซ้อมปางตาย ประชาสงสารก็เลยช่วยเอาไว้ เขมิกาถอนใจหนักใจไม่รู้จะช่วยเหลือนายชิ้นได้อย่างไร...

ในเวลาต่อมา เขมิกานัดเจอโยธินที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง บ่นอุบที่ความหวังเดียวในการตามหาพี่ขวัญมาด่วนตายไปเสียก่อน โยธินปลอบว่าเรายังไม่สูญเปล่าเสียทีเดียว

“อย่างน้อยก็ยังรู้ว่าไอ้โม่งคือไอ้อู๋และพี่ขวัญคิดจะหนีไปกับประชา ถ้าประชาไม่โดนไอ้อู๋หักหลัง ส่วนเรื่องเงินสินสอดที่เข็มโยนให้อู๋เป็นแพะไปนี่สิ มันอยู่ที่ไหน หรือพี่ขวัญจะหอบหนีไปแล้ว”

“เข็มว่าพี่ขวัญยังมีชีวิตอยู่ แต่สืบจากประชาต่อไปคงไม่ได้อะไร เพราะหมอนั่นก็ดูไม่รู้เหมือนกัน เข็มคงต้องถอยกลับมาเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่” เขมิกาถอนใจเซ็ง

ooooooo

วันนี้ประชาอุตสาห์ซื้อกระเป๋าแบรนด์เนมใส่ถุงอย่างดีจะมาให้เขมิกา แต่เธอไม่มาทำงาน โทร.ไปตามก็อ้างว่าต้องซ่อมเครื่องทำน้ำอุ่นให้ชานนท์ แถมวันพรุ่งนี้ยิ่งไม่ว่างหนักเพราะต้องอยู่จ่ายเงินเดือนให้คนงานที่บ้าน

“ขวัญไม่ได้มาสปาหลายวันแล้วนะ พี่แทบไม่ได้เห็นหน้าขวัญเลย พี่คิดถึงขวัญจะบ้าอยู่แล้ว”

“ก็ไอ้บ้าชานนท์น่ะสิ คอยตามติดฉันเป็นปาท่องโก๋ ฉันจะแยกตัวไปไหนไม่ได้เลย น่ารำคาญเป็นบ้าเอา อย่างนี้นะให้ฉันหาโอกาสเหมาะได้ก่อนจะนัดพี่ออกมาเจอกัน” คำพูดของเขมิกาทำให้ประชาแค้นชานนท์เพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าทวีคูณ ปัดถุงใส่กระเป๋าแบรนด์เนมที่วางบนโต๊ะทิ้งอย่างโกรธจัด เขมิกาไม่ได้ติดธุระอย่างที่อ้างกับประชา ดังนั้นพอจรรยาโทร.มาชวนให้ออกไปเจอกันที่ห้างฯ เธอรีบรับปากทันที...

หลังจากปรึกษากับมณฑาแล้ว แววนิลได้ข้อสรุปว่าจะให้ของขวัญวันเกิดพี่ชายสุดเลิฟด้วยการจัดงานเลี้ยงฉลองให้ ชานนท์ไม่ต้องการให้เอิกเกริก อยากให้กินข้าวกันเองแค่คนในครอบครัวก็พอแล้ว มณฑาได้ทีแนะให้เขาชวนเพื่อนสนิทมาร่วมงานด้วยสักคนสองคนเพื่อไม่ให้น่าเกลียด

“ใครหรือคะ เพื่อนซี้พี่นนท์ก็อยู่เมืองนอกกันทั้งนั้น”

เข้าทางมณฑาพอดี จึงเสนอให้ชวนประชามาร่วมงานด้วย ชานนท์เห็นดีด้วยแล้วสองพี่น้องก็ช่วยกันเลือกอาหารสำหรับกินในงานเลี้ยง ขณะที่มณฑายิ้มพอใจที่แผนการให้ประชาได้เจอกับเขมิกาเป็นผล...

ด้านจรรยาชวนเขมิกาไปช่วยกันเลือกของขวัญวันเกิดให้ชานนท์ที่ห้างฯหรูแห่งหนึ่ง เขมิกาถึงกับบ่นอุบไม่รู้จะซื้ออะไรให้ จรรยาอาสาจะเลือกให้เอง แถมรับรองเสร็จสรรพว่าชานนท์ต้องปลื้มแน่นอน สองสาวไม่ล่วงรู้เลยว่าอีกมุมหนึ่งไม่ห่างกันนักปรียากำลังวานให้โยธินช่วยเลือกเนกไทเป็นของขวัญวันเกิดให้ชานนท์เช่นกัน...

นับเป็นโชคร้ายของปรียา จรรยาเห็นเธอกำลังเลือกซื้อเนกไทอยู่กับชายหนุ่ม ปราดเข้าไปหาเรื่อง เขมิกาจะห้ามก็ห้ามไม่ทันรีบเดินตามโดยไม่ทันเห็นว่าโยธินคือผู้ชายคนนั้น โยธินสวมวิญญาณชายไม่จริงหญิงไม่แท้เถียงแทนปรียาฉอดๆๆ จรรยาไม่พอใจที่เขาลอยหน้าเถียงเงื้อมือจะตบ โยธินเงื้อมือจะสู้

“มาสิมา แม่ก็มือตบอันดับหนึ่งของประเทศเหมือนกัน”

ปรียารีบดึงมือโยธินไว้ ขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย อายคนอื่น เขมิการีบเข้ามาดึงมือจรรยาไว้ ขอร้องให้พอได้แล้ว ทั้งโยธินและเขมิกาต่างเห็นหน้ากัน เขมิกาอ้าปากจะทักแต่ยั้งไว้ทัน โยธินกลัวโดนเธอเล่นงานที่รู้จักปรียาแล้วปิดบัง รีบชวนปรียากลับ เขมิกาได้แต่มองตาม พูดอะไรไม่ออก...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ห้องทำงานของประชา ขณะประชาหยิบกระเป๋าที่ซื้อมาให้เขมิกาขึ้นมาดู คิดหาทางจะเอาไปให้อย่างไรดี ชานนท์เปิดประตูห้องทำงานเข้ามา เขาตกใจรีบเก็บกระเป๋าใส่ถุง เจ้านายหนุ่มอมยิ้มกระเซ้าว่าซื้อให้แฟนหรือ ประชาอ้ำๆ อึ้งๆ ว่าแค่อยากจะเอาใจเธอเท่านั้น

“ผู้หญิงชอบของสวยๆ งามๆ กันทั้งนั้น...อ้อ ผมเกือบลืม จะเข้ามาบอกคุณว่าพรุ่งนี้เชิญกินข้าวเย็นที่บ้านนะ นิลอยากเลี้ยงวันเกิดผม ก็ไม่ได้จัดงานอะไรหรอก แค่กินข้าวกันเองภายใน ไม่ต้องซื้อของขวัญนะ แค่พาแฟนมาก็พอ บอกตามตรงว่าอยากรู้จักน้องสะใภ้ พามาให้ได้ล่ะ”

“ครับ ผมไปแน่” ประชามองถุงใส่กระเป๋า ยิ้มดีใจที่มีโอกาสจะเอาไปให้เขมิกา

ooooooo

เย็นวันงาน ระหว่างเขมิกายืนรอเม่นอยู่หน้าบ้านท้ายสวน พยายามโทร.หาโยธินแต่เขาไม่รับสายแถมยังปิดเครื่องหนี เธอชักหงุดหงิด หันไปตะโกนถามเม่นว่าเสร็จหรือยัง ทำไมนานนัก เงียบไม่มีเสียงตอบ เธอเลยเดินเข้าไปดู ในห้องว่างเปล่า เจ้าของห้องหายไปแล้ว...

คนที่เขมิกาตามหาไปแอบอยู่ใต้โต๊ะวางอาหารซึ่งจัดไว้อย่างสวยงามที่สนามหญ้าข้างบ้าน หยิบของบนโต๊ะมากินอย่างเอร็ดอร่อย แววนิลจับได้สั่งให้แป้นไล่ไปให้พ้นหน้า แป้นยังไม่ทันจะลากตัวเขาออกจากใต้โต๊ะเขมิกาเข้ามาขวางไว้ ต่อว่าเม่นจะมาก็ไม่บอก ปล่อยให้เธอรอเก้อ

“ผมพูดกับพี่นางฟ้าไม่ได้ เพราะพี่นางฟ้ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่”

มณฑาไม่พอใจ จะเล่นงานเขมิกาที่ชวนเม่นมางานเลี้ยง ชานนท์เพิ่งมาถึง ออกตัวว่าเป็นคนให้เธอไปพาเม่นมาเอง มณฑาถึงปิดปากเงียบได้ จังหวะนั้นโย่งเข้ามารายงานว่าประชามาถึงแล้ว ชานนท์ฝากโย่งดูแลเม่นแทนตนเองด้วย แล้วหันไปทางเขมิกา

“วันนี้ประชาจะพาแฟนมาเปิดตัว ไปรู้จักกันไว้ ฉันก็เพิ่งเจอวันนี้เป็นครั้งแรกเหมือนกัน” ชานนท์ว่าแล้วจูงมือเขมิกาไปต้อนรับ แต่ต้องผิดหวังที่ประชาไม่ได้พาแฟนมาด้วย อ้างว่าเธอติดธุระกะทันหัน...

ทางด้านแววนิลหิวน้ำ เห็นว่ามุมเครื่องดื่มอยู่ห่างจากโต๊ะอาหารไม่กี่ก้าวจัดแจงจะลุกไปหยิบเอง แต่ขาเกิดหมดเรี่ยวแรง ทำท่าจะล้ม เม่นปรี่เข้ามาพยุงไว้ เธอกลับรังเกียจ คว้าแก้วน้ำบนโต๊ะสาดใส่หน้า แล้วไล่ไป ให้พ้นๆ เขมิการีบดึงแขนเม่นออกห่าง ถามแววนิลว่าเขาไปทำอะไรให้ ถึงต้องไล่ราวกับเป็นหมูเป็นหมา

“ก็มันเข้ามาใกล้ฉัน จับแขนฉัน ฉันกลัวว่ามันจะทำร้าย คนมันบ้าๆ บอๆ ไว้ใจได้ที่ไหน”

เขมิกาตำหนิเม่นที่ไปจับแขนแววนิล สอนว่าทีหน้าทีหลังอย่าทำแบบนี้อีก เม่นเถียงว่าแววนิลจะหกล้ม ถ้าเขาไม่ช่วยจับแขนไว้ ล้มไปก็จะเจ็บตัวเปล่าๆ แล้วหันไปยกเก้าอี้ข้างตัวมาวางตรงหน้าแววนิล เชิญเธอให้นั่งลงจะได้ไม่ล้ม แววนิลเห็นน้ำใจของเขาแล้วถึงกับอึ้ง มณฑาเดินหน้าตื่นเข้ามาโวยวาย

“ไอ้ตัวดีแกมาก่อเรื่องทำให้คุณหนูไม่พอใจอีกแล้วใช่ไหม มานี่ ฉันจะหวดให้หลังลายเชียว” มณฑาจะเข้าไปเอาเรื่องเม่น แต่แววนิลดึงแขนไว้ บอกว่าเขาไม่ได้ก่อกวนอะไร แล้วขอร้องให้มณฑาช่วยพากลับโต๊ะ เขมิกาหันมายกนิ้วหัวแม่โป้งทั้งสองนิ้วให้เม่น ชมว่าโคตรเจ๋ง เขาทำเลียนแบบเธอบ้าง...

เมื่อถึงเวลาเปิดของขวัญ เป็นอย่างที่จรรยารับรองกับเขมิกาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน ชานนท์ไม่ได้หลงปลื้มกับนาฬิกาข้อมือฝังเพชรราคาแพงระยับที่แววนิลซื้อให้กลับถูกใจตุ๊กตาลิงตีฉาบทำจากสังกะสี ไขลานได้ที่เขมิกามอบให้ ถึงกับดึงคนให้มาหอมแก้มฟอดใหญ่ ประชากำมือ ขบกรามแน่น มณฑาเหลือบมองก็รู้ทันทีว่าเขากำลังหึง ปรียาที่กำลังถือกล่องของขวัญจะเอามาให้ ชะงักกับภาพบาดตา

“ขวัญตา เธอรู้ได้อย่างไรว่าฉันอยากได้มันมาก”

เขมิกาเองก็ตอบไม่ได้ เพราะจรรยาคนที่เลือกของขวัญชิ้นนี้ ไม่ยอมบอกอะไร ดังนั้น เธอจำต้องแก้ไขสถานการณ์เพื่อเอาตัวรอดว่าเป็นความลับส่วนตัวที่บอกใครไม่ได้ ประชาอยากรู้ว่าของเล่นนี่สำคัญอย่างไร

“มันเป็นของเล่นชิ้นแรกที่คุณพ่อซื้อให้ แต่ผมทำหาย ว่าจะไปเดินหาซื้อหลายครั้งแล้ว แต่ไม่ได้ไปสักที”

แววนิลอิจฉาที่ของขวัญของเขมิกาถูกใจชานนท์มากกว่าของตนเอง เบือนหน้ามองทางอื่น เห็นปรียายืนอยู่ก็ร้องทักว่าทำไมเพิ่งมา พี่นนท์เริ่มเปิดของขวัญแล้ว ปรียาไม่อยากถูกเปรียบเทียบของขวัญกับเขมิกา รีบเอาซ่อนไว้ข้างหลัง เข้าไปอวยพรให้ชานนท์มีความสุขแล้วขโมยหอมแก้มเขาฟอดใหญ่ ทุกคนพากันตกตะลึง โดยเฉพาะชานนท์ไม่พอใจมาก รีบมองเขมิกากลัวจะเข้าใจผิด แต่เธอเบือนหน้าหนี...

ปรียาตามวุ่นวายกับชานนท์ไม่เลิก ให้เนกไทเป็นของขวัญแล้วยังตื๊อให้เขาลอง จัดแจงคว้าเนกไทจะผูกให้ เขาขอร้องให้เธอหยุดทำแบบนี้ได้แล้ว คนอื่นเห็นจะหัวเราะเยาะและดูถูกเอาได้

“ถ้าปรียาไม่ทำแบบนี้ ปรียาคงต้องตายค่ะ ขอแค่นี้ก็ไม่ได้หรือคะ แค่ให้ปรียาคิดไปเองคนเดียวแบบนี้ไม่ได้หรือคะ” ปรียาตัดพ้อจบ เดินออกจากงานทั้งน้ำตานองหน้า ชานนท์เพิ่งเข้าใจสิ่งที่เธอทำก็รู้สึกสงสาร....

ทางด้านมณฑาจัดฉากให้ประชาและเขมิกาไปเจอกันที่ห้องรับแขก โดยใช้เม่นเป็นเครื่องมือ ทำทีเอากาแฟที่ซ่อนโน้ตนัดแนะไว้ใต้จานรองถ้วยไปเสิร์ฟให้ทั้งคู่ ประชาถือโอกาสนี้ให้กระเป๋าแบรนด์เนมเขมิกาไปในตัว เนื่องจากทนเห็นเธอกับชานนท์สวีตกันต่อไปไม่ไหว เขาตั้งใจจะประกาศให้ชานนท์รู้ว่าเธอเป็นแฟนของเขา

“อย่านะ พูดไม่ได้เด็ดขาด ฉันไม่อยากเห็นเขาฆ่าพี่ ที่พี่ส่งโน้ตมานัดฉันก็เสี่ยงพอแล้ว ทีหลังอย่าไปใช้อะไรเม่นเลย เกิดพลาดขึ้นมา เม่นจะลำบาก”

ประชาเอ๊ะใจเรื่องโน้ตนัดแนะ แต่ไม่บอกเขมิกา ต้องการจะหาตัวคนจัดฉากครั้งนี้เอง รีบชวนเธอออกจากห้อง ทั้งคู่ไม่ทันเห็นกล้องวีดิโอที่มณฑาซ่อนไว้รวมกับหนังสือบนชั้น บันทึกทุกอิริยาบถไว้หมด...

หลังจากเอาถุงใส่กระเป๋าไปเก็บแอบไว้ในตู้เสื้อผ้าของตัวเองแล้ว เขมิกาลงมาที่มุมเครื่องดื่มเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น มณฑายืนเล็งอยู่ เห็นประชาตามออกมา รีบไปที่ห้องรับแขกทันที...

แผนการที่มณฑาอุตส่าห์วางไว้ต้องพังไม่เป็นท่า เพราะเม่นขโมยกล้องวีดิโอไปเล่น แถมทำเมมโมรี่การ์ดหายไป ทำให้ไม่มีหลักฐานยืนยันชานนท์ว่าเขมิกากับประชาลอบมาพบกัน มณฑาแค้นใจมาก ออกค้นหาทั่วบริเวณสนามหญ้าด้วยตัวเองก็ไม่พบ ประชาให้เธอดูเมมโมรี่การ์ดในมือแล้วถามว่ากำลังหาไอ้นี่อยู่ใช่ไหม

“คุณเอาไปได้อย่างไร”

ประชาเล่าเหตุการณ์ตอนที่แอบได้ยินเม่นคุยให้โย่งฟังว่าไปเอากล้องวีดิโอมาจากห้องรับรองแขก เห็นมีไฟสีแดงกะพริบด้วย เขารู้ทันทีว่าถูกแอบถ่ายภาพขณะพูดคุยกับเขมิกา พอเห็นเม่นวิ่งหนีโย่งที่พยายามจะแย่งกล้องคืน รีบสะกดรอยตาม และหลอกล่อเอาเมมโมรี่การ์ดออกจากกล้องมาได้ มณฑาไม่พอใจจะแย่งการ์ดคืน  ประชาผลักจนเธอเซถลา มณฑาขู่เสียงเข้ม

“ฉันจะบอกคุณชานนท์ว่าคุณแอบตีท้ายครัวสวมเขาให้เขา คนที่เป็นชู้คนนั้นก็คือผู้จัดการคนสนิทนี่เอง”

“นึกหรือว่าคุณชานนท์ยังจะเชื่อคำพูดคุณมณฑาอยู่ สู้ทำให้เขามาเห็นด้วยตาตัวเองไม่ดีกว่าหรือ” ประชายิ้มร้าย กล่อมจนมณฑายอมร่วมมือกับเขาเพื่อทำให้ชานนท์เข้าใจผิดเขมิกา โดยอ้างว่าทันทีที่ชานนท์หย่าขาดจากเขมิกา เขาจะพาเธอไปจากที่นี่ แววนิลจะได้หมดตัวหารมรดก...

ยิ่งชานนท์ทำดีกับเขมิกามากเท่าไหร่ เธอยิ่งตระหนักว่าเขารักพี่ขวัญมากเท่านั้น

“พี่ขวัญ พี่อยู่ไหนเนี่ย สามีพี่เขารักพี่มากนะ ฉันไม่อยากโกหกเขา ไม่อยากเป็นตัวแทนเป็นเงาของพี่อีกแล้ว ฉันเหนื่อย” เขมิกาพึมพำสีหน้าเครียด

ooooooo

วันรุ่งขึ้น ประชาเดินตามแผนการที่วางไว้หลอกให้เขมิกาออกจากบ้านบอกว่ามีข้าวของของขวัญตาเก็บไว้หลายอย่างเผื่อจะทำให้เธอรื้อฟื้นความจำได้ ทันทีที่เขมิกาขึ้นรถไปกับประชา มณฑาเข้ามาเสี้ยมชานนท์ว่าเห็นคุณผู้หญิงขึ้นรถไปกับผู้ชาย แต่เขาไม่เชื่อ เปิดประตูห้องให้มณฑาออกไป

“คุณนมกลับไปดูแลนิลจะดีกว่า ผมจะรีบแต่งตัวไปทำงาน” แล้วปิดประตูใส่

จากนั้นชานนท์เดินไปเปิดตู้จะหยิบเสื้อมาสวม เสื้อหลุดจากราวแขวนหล่นลงไปที่พื้นตู้ รีบก้มเก็บสายตาสะดุดเข้ากับถุงใส่กระเป๋าแบรนด์เนมที่เคยเห็นในห้องทำงานของประชา และยิ่งได้รู้ว่าผู้จัดการคนสนิทยังไม่มาทำงาน ชานนท์รีบตามตัวมณฑามาพบ...

ด้านประชาพาเขมิกามาที่บ้านพักริมทะเล ทำทีเอาข้าวของของขวัญตามาให้ดู แล้วขอตัวไปสำรวจรอบๆบ้านว่าแม่บ้านมาตัดหญ้าให้บ้างหรือเปล่า แต่ความจริงแล้วเขาแอบส่งข้อความไปถามมณฑาว่าใกล้ถึงหรือยัง ขณะเขมิกากำลังรื้อดูข้าวของของขวัญตา โยธินโทร.มาสารภาพผิดเรื่องปรียา เธอไม่สะดวกจะฟัง ขอไว้เคลียร์กันวันหลัง ตอนนี้เธอต้องดูของใช้เก่าๆของพี่ขวัญก่อนเผื่อจะมีเบาะแสพาเราไปเจอพี่ขวัญ แล้วรีบวางสาย...

ชานนท์อดแปลกใจไม่ได้ ทำไมมณฑาถึงบอกเส้นทางไปบ้านพักริมทะเลที่เธอกล่าวหาว่าเขมิกาพาชู้มากกให้คนขับรถได้คล่องแคล่วราวกับเคยมาแถวนี้มาก่อนมณฑากลับย้อนถามเขาว่าสงสัยอะไรเธอหรือ

“ผมไม่สงสัย แต่มั่นใจเลยว่าที่คุณนมเห็นขวัญไปกับผู้ชายคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญ ถ้าครั้งนี้ผมจับได้ว่าเป็นการใส่ร้ายกันอีก ผมจะไม่ให้อภัยคุณนมอีก” ชานนท์ขู่เสียงเครียด...

พอประชารู้ว่าชานนท์ใกล้ถึงที่หมายแล้ว แกล้งดึงเขมิกามาที่เตียง ผลักให้ลงนอน ก่อนจะนอนลงข้างๆ พยายามจะจูบเธอให้ได้ แถมยังชวนค้างคืนด้วย เขมิกาดันหน้าเขาไว้ เตือนว่าชานนท์จะรู้เรื่องของเราตอนนี้ไม่ได้ ประชาไม่พอใจ  ตวาดลั่นจะอยู่กับมันอีกทำไมในเมื่อเงินสินสอดก็ถูกอู๋งาบไปหมดแล้ว

“ก็เพราะเราชวดเงินก้อนนี้ไปไง ฉันถึงต้องอยู่ต่อ อีกหน่อยเพื่อหาทางดูดเงินมาจากกระเป๋าชานนท์” เขมิกา ปั้นเรื่องเพื่อให้ประชาตายใจ หารู้ไม่ว่าชานนท์ยืนฟังอยู่ หน้าห้องนานแล้ว ตัดสินใจเปิดประตูผลัวะเข้าไป เห็น ทั้งคู่อยู่บนเตียงด้วยกัน เขาถึงกับตบะแตกปราดเข้าไปกระชากคอเสื้อประชา เงื้อหมัดจะชก แต่ผู้จัดการชั่วรอท่าอยู่ก่อนแล้ว ชักปืนจ่อหน้าเขาไว้ ท้าให้ชกได้เลย...

อีกมุมหนึ่งหน้าบ้านพัก ขณะมณฑายืนมองเข้าไปในบ้านอย่างสะใจ คิดว่าคราวนี้ศัตรูคู่อริต้องดิ้นไม่หลุดแน่ๆ คนขับรถเข้ามาขออนุญาตไปซื้อน้ำดื่มที่ร้านค้าแถวนี้ เธอ อยากได้อะไรหรือเปล่า

“ฉันไม่หิว รีบไปรีบมาล่ะ คุณผู้ชายออกมาเมื่อไหร่ คงอยากกลับกรุงเทพฯทันที”...

เขมิกาขอร้องประชาให้ลดปืนลงก่อน ค่อยพูดค่อยจากันก็ได้ แล้วกดแขนเขาลง ประชาไม่ยอมคุยด้วย ยิงใส่ชานนท์ทันที เธอผลักเขาหลบกระสุนได้ทัน ประชาไม่รอช้าจะยิงซ้ำ เขมิกาปัดปืน กระสุนลั่นเฉียดแขนชานนท์ เลือดไหลอาบ เธอต่อสู้กับประชาจนปืนหลุดมือ ชกท้องซ้ำจนจุกตัวงอ แล้วประคองชานนท์หนีออกมาที่รถ

แต่ทั้งคนขับรถและกุญแจรถไม่อยู่ ประชาตามออกมา สาดกระสุนใส่ มณฑาตกใจร้องเสียงหลง เขมิการีบพาชานนท์ วิ่งหนีไปทางริมหาด ผู้จัดการชั่วจะตาม มณฑาดึงตัวไว้

“นี่มันอะไรกัน แกยิงคุณผู้ชายหรือ”

ประชาผลักมณฑาล้มคว่ำ แล้วไล่ตามทั้งคู่ไป เขมิกา รีบพาชานนท์ไปลงเรือหางยาวที่จอดอยู่ปลายสะพาน แล้วสตาร์ตเครื่อง ประชาไล่ตามทัน ตะโกนเรียกให้เธอกลับมา แต่เธอไม่ฟัง เร่งเครื่องหนี

“ไหนบอกว่ารักพี่แล้วไปช่วยมันทำไม...ผู้หญิงสารเลว มึงหลอกกู” ประชาตะโกนอย่างบ้าคลั่ง...

เรือหางยาวแล่นห่างฝั่งออกไปทุกทีจนเห็นประชาเป็นเพียงจุดเล็กๆ เขมิกาคิดว่ารอดแล้ว แต่เรือมีรูรั่ว น้ำไหลเข้ามาไม่หยุด เธอดับเครื่องพยายามจะอุดรูรั่วแต่ไร้ผล เรือค่อยๆเอียงจะจมลงในที่สุด ประชายืนมองสะใจ...

ด้านจุมพลหวังจะมาเซอร์ไพรส์หลานรักถึงคอนโดฯ ที่พัก กลับต้องประหลาดใจเสียเองเมื่อรู้จากสาวข้างห้องว่า ไม่เคยเห็นผู้หญิงมาพักที่ห้องนี้เลย เห็นมีแต่ผู้ชายเท่านั้น

“ข้าว่าแล้วว่าไอ้สองคนมันมีอะไรแปลกๆ ไอ้ปิ้ง โทร.หาเจ้าโยเดี๋ยวนี้”

ปิ้งไม่มีเบอร์โยธิน ส่วนจุมพลมีเบอร์แต่มือถือลืมไว้ที่บ้าน ทำให้ติดต่อเขาไม่ได้ จุมพลแค้นใจมาก ขู่อาฆาตเสียงลั่น ถ้าเจอโยธินเมื่อไหร่จะแล่เนื้อเอาเกลือทา แล้วเคี้ยวให้แหลกคาปาก...

แม้จุมพลจะเอามือถือตัวเองมาก็ไม่สามารถติดต่อโยธินได้ ซิมมือถือของเขาถูกสมคิดหักทิ้ง เพราะไม่ต้องการให้เขมิกาติดต่อเขา และสั่งห้ามโยธินไปกรุงเทพฯหนึ่งอาทิตย์ สมคิดจะพาสาวไปช็อปปิ้งที่เมียงดง

“อ๋อ เรียกผมกลับมาด่วนจะให้ผมเฝ้าบริษัทให้นี่เอง” โยธินถึงกับเซ็ง...

ประชาโยนความผิดให้เขมิกาว่าลวงชานนท์มาฆ่าที่บ้านพักริมทะเล หวังจะฮุบทรัพย์สมบัติทั้งหมดเป็นของตัวเอง มณฑาเองก็ให้การกับตำรวจไปในทำนองเดียวกัน และยังให้การเพิ่มเติมอีกว่าตัวเธอกับประชาตามมาช่วยชานนท์ แต่พอมาถึงเขากับเขมิกาจมน้ำหายไปแล้ว

ตำรวจส่งกำลังออกค้นหาทั้งคู่ แต่คว้าน้ำเหลว แววนิลถึงกับเป็นลมล้มพับเมื่อทราบข่าว

ooooooo

ข่าวของชานนท์และเขมิกาลือสะพัดไปทั่วทั้งจวงจันทร์สปา จรรยาไม่เชื่อว่าเพื่อนรักจะหลอกสามีไปฆ่าเพื่อหวังมรดกอย่างที่ใครๆกล่าวหา เตือนพวกปากเสียอย่างอึ่งกับกุ้ง ถ้ายังไม่หยุดใส่ร้ายเพื่อนของตนจะเอาส้อมจิ้มลูกกระเดือกออกมาโยนทิ้ง เยาว์ต้องเข้ามาปราม การทะเลาะเบาะแว้งถึงยุติได้...

ฝ่ายเขมิกาฟื้นขึ้นมาพบว่าตัวเองอยู่บนเกาะร้างแห่งหนึ่ง หลังจากเดินหาชานนท์ตามชายหาดไม่นานก็พบเขานอนหมดสติอยู่บนกล่องโฟมลอยเข้ามา เธอพาเขาขึ้นมาฝั่ง นำทางมะพร้าวมาผูกเป็นหลังคากันแดด หาสมุนไพรมารักษาแผลถูกยิงให้ แล้วเอาน้ำมะพร้าวป้อนให้ชานนท์ที่ยังไม่ได้สติทีละนิดๆ...

ด้วยการหนุนหลังของมณฑา ประชาจึงได้บริหารกิจการจวงจันทร์สปาแทนชานนท์ที่หายตัวไป ทันทีที่เข้านั่งแทนประธานบริหาร เขาปลดจรรยาที่ชอบทำตัวกระด้าง กระเดื่องออกจากตำแหน่งรองหัวหน้าพนักงานไปเป็น พนักงานนวดธรรมดา แล้วดันอึ่งให้นั่งตำแหน่งรองหัวหน้า แทนที่ จรรยาไม่ยอม เพราะไม่ได้ทำอะไรผิด ประชาขู่ ถ้ารับไม่ได้ก็ให้เขียนใบลาออกมาได้เลย เยาว์กลัวจรรยาจะตกงานรีบพูดแทนเธอ

“จรรยารับได้ค่ะ ไม่มีปัญหาอะไร”

จรรยาจำต้องอดทนเพราะเชื่อว่าชานนท์กับเขมิกายังไม่ตาย และจะต้องกลับมาในอีกไม่ช้านี้

นอกจากจะตามเช็กบิลพวกกระด้างกระเดื่องแล้ว ประชายังส่งคนของตัวเองเข้าไปอยู่ในแผนกบัญชี ยักย้ายเงินของบริษัทไปเข้าบัญชีธนาคารของตัวเอง โดยที่แววนิลรู้ไม่เท่าทันเล่ห์เหลี่ยม...

ขณะที่ประชาคิดการใหญ่จะฮุบทุกอย่างที่เป็นของชานนท์ไปเป็นของตัวเอง มณฑาสั่งให้โย่งกับแป้นเก็บข้าว ของของเขมิกาไปโยนทิ้งให้หมด แป้นทักท้วงว่าควรเก็บเอาไว้ก่อนเผื่อคุณผู้หญิงกลับมา

“คนมันตายไปแล้วจะกลับมาได้อย่างไร หรือแกอยากจะกระเด็นไปจากที่นี่อีกคน” มณฑาเอ็ดตะโรเสร็จเดินออกจากห้อง แป้นไม่กล้าหือ เดินไปเก็บข้าวของที่อยู่บนโต๊ะหัวเตียงใส่กล่อง บังเอิญทำของหล่นพื้น ก้มเก็บเห็นโน้ตบุ๊กของเขมิกาซ่อนอยู่ใต้เตียง รีบเอาซุกไว้ในกล่องหมายมั่นจะยึดไว้เป็นของตัวเองทั้งๆที่ใช้ไม่เป็น...

ในที่สุดชานนท์ก็รู้สึกตัว เขมิกาเป็นห่วงรีบเข้าไปดูใบตองพอกสมุนไพรที่พันไว้ที่แผลถูกยิงซึ่งตอนนี้อักเสบมากเนื่องจากแช่อยู่ในน้ำทะเลนานเกินไป เขายังแค้นใจไม่หายกับสิ่งที่เห็นและได้ยินบนบ้านพักริมทะเล ผลักเธอกระเด็น แล้วฉีกใบตองพอกสมุนไพรขยำทิ้ง เขมิกาคอยห่วงใย ดูแลเอาอกเอาใจ หาอาหารมาให้ ชานนท์ไม่ยอมแตะต้อง จ้องหน้าเธออย่างเกลียดชัง เธอพยายามข่มอารมณ์ไว้

“ฉันจะวางปลาย่างไว้ที่นี่ ถ้าคุณหิวก็กินได้เลยฉันจะไม่มากวนคุณอีก” พูดจบ เธอวิ่งหนีไปจนสุดชายหาด ตะโกนใส่ทะเลแข่งกับเสียงคลื่น ระบายความอัดอั้น “...ฉันก็ไม่อยากทำแบบนี้ ฉันอยากหาพี่สาวให้เจอ อยากทำให้พ่อดีใจ อยากเห็นพ่อฟื้นขึ้นมา แต่ฉันพูดความจริงไม่ได้ บอกคุณไม่ได้ โอ๊ย...มันอึดอัดจนอกจะแตกตายอยู่แล้วรู้บ้างไหม”...

ขณะที่บรรยากาศบนเกาะร้างเต็มไปด้วยความตึงเครียด มณฑาพยายามบีบให้โย่งกับแป้นลาออกจากงาน แกล้งให้เงินเดือนไม่ครบ โย่งยืนยันจะไม่ยอมไปไหนทั้งนั้น จะอยู่รอจนกว่าคุณผู้ชายจะกลับ

“ฉันบอกว่าคุณผู้ชายตายไปแล้ว แกฟังภาษาไม่รู้หรือไง” มณฑาตวาดลั่น โย่งไม่สน ต่อให้คุณผู้ชายเป็นผี เขาก็จะรอ แป้นไม่อยากให้ต่อความยาวสาวความยืดรีบลากแขนโย่งออกมา

ooooooo

ตอนที่ 11

ระหว่างที่เขมิกากำลังหาปลาบริเวณแนวโขดหินไม่ห่างจากฝั่งนัก เห็นชานนท์เดินลากขาไปตามชายหาดรีบขึ้นฝั่งวิ่งมาดักหน้า ขอร้องให้นอนพัก ที่นี่เป็นเกาะร้างไร้ผู้คน ไม่มีเรือที่จะพาเขากลับแผ่นดินใหญ่ ชานนท์ไม่สนใจ เดินลากขาต่อไป แต่แล้วเกิดเจ็บแผลขึ้นมา เซจะล้ม เขมิกาถลาเข้าไปประคอง

“เก็บความแค้นของคุณไว้ก่อนได้ไหม ให้ฉันรักษาคุณก่อน หายดีแล้วค่อยด่าฉัน หรือท้าต่อยกันก็ยังได้”

“ฉันไม่ต้องการความช่วยเหลือจากเธอ ถึงตายก็ไม่มีวันขอให้ช่วย อย่าตามมาอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะกระโดดหน้าผาให้เธอดู” ชานนท์ประกาศกร้าว ดันเธอพ้นทาง แล้วค่อยๆเดินจากไป...

ในเวลาไล่เลี่ยกัน โยธินแวะไปนวดมือนวดเท้าให้บัณฑิตที่ยังนอนโคม่าอยู่บนเตียงคนไข้ พร้อมกับบอกให้เขาฟื้นขึ้นมาเร็วๆ เขมิกาจะได้กลับมาหา เขาก็รู้ว่าไอ้สลาตันอย่างเธอ เวลาที่คิดจะทำอะไร ต้องลุยให้ถึงที่สุด

“แต่ผมกลัวจะเกิดเรื่องเสียก่อน นี่ก็เงียบหายไปหลายวันแล้ว ติดต่อไม่ได้เลย ผมจะไปตามที่กรุงเทพฯก็ทิ้งบริษัทไปไม่ได้” โยธินพูดจบลุกไปเข้าห้องน้ำ ไม่ทันเห็นนิ้วของบัณฑิตกระดิกเพราะเป็นห่วงเขมิกา...

ความห่วงใยของบัณฑิตราวกับส่งกระแสจิตไปถึงเขมิกาที่นั่งหลับพิงต้นไม้อยู่ ถึงกับสะดุ้งตื่นด้วยความตกใจ ความคิดถึงพ่อแล่นมาจับขั้วหัวใจ ไม่รู้ว่าจะรอดจากที่นี่ได้กลับไปเจอหน้าท่านอีกไหม ทันใดนั้นมีเสียงฟ้าร้องครืนๆดังขึ้น เมฆฝนดำทะมึนเคลื่อนตัวเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขมิกานึกเป็นห่วงชานนท์ขึ้นมา...

คนที่เขมิกากำลังเป็นห่วง คว้าไม้ไผ่ท่อนยาวที่หักอยู่ข้างทาง ช่วยพยุงตัวเองจะขึ้นไปให้ถึงยอดเนินเขาซึ่งเป็นจุดสูงสุดบนเกาะ แต่ล้มลงหมดเรี่ยวแรงเสียก่อน ฝนเริ่มโปรยปรายลงมา ด้วยความเหน็ดเหนื่อย กอปรกับแผลถูกยิงอักเสบมากขึ้น ทำให้ชานนท์เห็นภาพหลอนของประชายืนค้ำหัว ยิ้มเยาะตนเองอยู่

“ฉันสวมเขาให้แกมาตั้งนานแล้ว แกยังไม่ระแคะระคายสักนิด ไอ้หน้าโง่ ไอ้ขี้แพ้ ตลกดีว่ะ ฮ่าๆๆๆ”

ภาพประชาเลือนหายไป ชานนท์แค้นมากฮึดสู้ ตั้งใจจะกลับไปล้างแค้นให้ได้ พยายามยันตัวเองลุกขึ้น แต่กลับล้มลงไปกองกับพื้น เขากัดฟันคลานไปหยิบไม้ไผ่ ใช้ดันตัวเองให้ลุกขึ้นจนได้ ค่อยๆเดินไปยังก้อนหินใหญ่บนเนิน เห็นกองฟืนที่เขมิกาจุดไว้มีควันสีขาวลอยเอื่อยๆขึ้นมา ฝนเทกระหน่ำทำให้กองฟืนดับ

ชานนท์ถอดเสื้อตัวเองออกอย่างยากลำบากเพราะเจ็บแผลที่แขนมาก เอาเสื้อผูกกับปลายไม้ไผ่แทนผืนธงเป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ แล้วปักไว้บนร่องหิน ก่อนจะล้มลงนอนตากฝนอยู่ตรงนั้น...

เขมิกาเดินฝ่าสายฝนขึ้นมาบนเนินเขา เพื่อจะดูกองฟืนที่ตัวเองจุดไว้เป็นสัญญาณขอความช่วยเหลือ เห็นเสื้อของชานนท์ผูกติดอยู่บนยอดไม้ไผ่ ส่วนเจ้าของเสื้อนอนหมดสติไม่ห่างกันนัก รีบเข้าไปดูอาการ ครู่ต่อมาเขมิกาประคองปีกชานนท์ที่ตัวร้อนจี๋มาไว้ที่เพิงที่พัก คว้าลูกมะพร้าวที่เทน้ำออกหมดแล้ว บุกเข้าไปในป่าเพื่อหาแหล่งน้ำสะอาดมาให้ จากนั้นเธอฉีกชายเสื้อตัวเอง ชุบน้ำเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ชานนท์บรรเทาพิษไข้

ooooooo

เจ้าสาวสลาตัน

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด