สมาชิก

หยกเลือดมังกร

ตอนที่ 5

กิ่งเหมยทำงานอย่างสุดฝีมือ เธอเอาภาพวาดการตกแต่งห้องให้รุ่นพี่ดู ถามว่าพอใช้ได้ไหม

รุ่นพี่บอกว่าตนชอบมาก แต่ลูกค้าไม่ได้อยากได้แบบนี้ กิ่งเหมยชี้แจงว่า ถ้าเพิ่มเฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจเข้าไปด้วย ห้องจะดูอบอุ่นน่าอยู่กว่า

“พี่เห็นด้วย แกมันมีฝีมืออยู่แล้ว แต่งานแรกถ้าไม่ทำตามใจลูกค้าพี่กลัวจะชวดน่ะสิ”

กิ่ง เหมยหน้าเสีย แต่ไม่ทันพูดอะไร ดุจแพรก็ผลักประตูเข้ามา เธอหางตาไปทางกิ่งเหมยถามรุ่นพี่ว่านี่คืออินทีเรียร์คนใหม่ที่จะแนะนำให้ตน ใช่ไหม รุ่นพี่บอกว่ากิ่งเหมยเป็นรุ่นน้องตน กิ่งเหมยรีบยกมือไหว้

ดุจแพรยิ้มอย่างมีเลศนัย ขอดูผลงานจะได้ตัดสินใจว่าควรจะจ้างเธอไหม กิ่งเหมยใจไม่ดี รุ่นพี่พยักหน้า เธอจึงยื่นให้ ดุจแพรรับไปดูอึดใจเดียวก็ขมวดคิ้วนิ่วหน้า...

เวลาเดียวกัน หยกกำลังรอลิฟต์จะขึ้นไป เขาเห็นชายชุดดำสองคนเข้ามาท่าทางมีพิรุธ คนหนึ่งแยกไปทางบันไดหนีไฟ อีกคนไปรอข้างนอก ขณะเขาสังเกตชายทั้งสองนั่นเอง มือถือเขาดังขึ้น

เป็นสายจากกิจชัยถามว่าอยู่ที่ไหน ตอนนี้กำลังเกิดเรื่องใหญ่ พวกแก๊งพิราบดำยกพวกบุกมาเอาเรื่องเสี่ยถึงที่แล้ว หยกถามว่าพวกมันสงสัยว่าเสี่ยเป็นคนสั่งฆ่าลูกชายมันใช่ไหม

“ก็เออสิวะ...งานนี้มันล้างแค้นเสี่ยแน่”

หยก เป็นห่วงดุจแพรขึ้นทันที เขากดตัดสายแล้ว แล้วมองหาชายชุดดำ เห็นคนหนึ่งออกจากประตูบันไดหนีไฟในมือมีปืนพร้อมยิง หยกพุ่งเข้าชาร์จด้วยมือเปล่า บิดข้อมือมันและเสยคางทีเดียวก็สลบเหมือด เขาเอามันซ่อนไว้หลังประตูแล้วรีบขึ้นไปหาดุจแพร

ดุจแพรกำลังดูแบก ที่กิ่งเหมยวาดอยู่ หยกพรวดพราดเข้าไปบอกให้ไปกับตนเดี๋ยวนี้ ดุจแพรบอกว่ายังไม่เสร็จธุระ หยกร้อนใจจับเธอพาดบ่าแล้วหันบอกกิ่งเหมยว่าเธอก็ต้องรีบไปจากที่นี่ให้เร็ว ที่สุด

หยกแบกดุจแพรวิ่งไป เธอดิ้นกระแด่วๆร้องบอกให้เขาปล่อย เมื่อเขาไม่ปล่อยเธอกัดหลังเขา ผลักเขาตกสระแล้ววิ่งหนีไป

แต่ ขณะยืนรอลิฟต์นั้น ชายชุดดำคนหนึ่งโผล่มายิงปืนใส่ ดุจแพรฉากหลบ วิ่งย้อนกลับไปหาหยกที่สระน้ำ หยกหลบอยู่ใต้น้ำ โผล่ขึ้นมาดึงเธอลงไป ใช้ภาษามือบอกให้เธออดทน

ดุจแพรดำน้ำได้ไม่นานก็จะขาดใจ หยกเห็นดังนั้นประกบปากแบ่งลมหายใจให้ เธอตกใจมองเขาอึ้ง

ชายชุดดำตามมามองหาไม่เจอ มันจึงเดินกลับไป หยกกับดุจแพรโผล่ขึ้นจากน้ำ ต่างมองหน้ากันไม่สนิทตา...

ooooooo

ที่ภัตตาคารอาหารจีน เสี่ยตงกับเจ้าสัวเกาจ้องหน้ากันนิ่ง เสี่ยตงถูกเอาปืนจ่อแต่เขาไม่สะทกสะท้าน ชวนเจ้าสัวจิบชาคุยกันดีๆดีกว่า เพราะตอนนี้พวกเราไม่ใช่กุ๊ยเหมือนเมื่อก่อนแล้ว

“ใช่...พวกอั๊วน่ะไม่เหมือนเมื่อก่อน มีแต่ลื้อนั่นแหละไอ้ตง ที่ยังทำตัวเป็นกุ๊ยจับกัง ใช้วิธีสกปรกเป็นหมาลอบกัด”

“เจ้าสัว อั๊วยอมรับว่าคนของอั๊วจัดการไอ้กวงมันจริงๆ เพราะมันพยายามข้ามเขตมาแย่งที่ทำกินของอั๊ว แต่สำหรับลูกชายลื้อ อั๊วไม่รู้ไม่เห็น ไม่ใช่ฝีมืออั๊ว” เมื่อเจ้าสัวเกาไม่เชื่อ เสี่ยตงท้าว่าไม่เชื่อก็ยิงเลย “แต่อั๊วจะบอกลื้อไว้อย่างนะ ถ้าอั๊วคิดจะเปิดสงครามกับ 4 จ้าวเวหาของพวกลื้อจริงๆ อั๊วจะปล่อยให้พวกลื้อมีชีวิตรอดมาถึงทุกวันนี้ทำไมตั้ง 20 กว่าปี ในเมื่ออั๊วกับไอ้เล้งสามารถฆ่าพวกลื้อได้”

เจ้าสัวเกาฟังแล้วลดปืนลง แต่ยังขู่ทิ้งท้ายก่อนไปว่า

“เรื่องนี้อั๊วไม่จบง่ายๆแน่ สงครามเริ่มขึ้นแล้ว ในเมื่อลูกชายอั๊วตายก็ต้องมีคนตายชดใช้”

รอดจากลูกปืนของเจ้าสัวเกาแล้ว เสี่ยตงเป็นห่วงดุจแพรขึ้นมา พยายามโทร.หาก็ไม่มีสัญญาณตอบรับ กิจชัยบอกว่าหยกรู้เรื่องแล้ว คงพยายามหาทางช่วยคุณหนูอยู่

หยกพาดุจแพรกลับขึ้นไปบนคอนโดฯก่อน แล้วพาเธอออกไป ไม่ยอมบอกว่าจะพาไปไหน ไม่นานเขาก็ พาเธอมาถึงดาดฟ้าที่พักของตัวเอง บอกว่าที่นี่ปลอดภัยที่สุดสำหรับเธอ เพราะถ้ากลับบ้านตอนนี้ ระหว่างทางอาจเจอพวกมันดักเล่นงาน

“แล้วฉันจะได้กลับบ้านเมื่อไหร่”

“โทรศัพท์มือถือของเราเปียกน้ำ ใช้การไม่ได้ แต่ข้างในมีโทรศัพท์บ้าน คุณหนูโทร.ตามให้เสี่ยมารับได้”

เพราะแช่ในน้ำนานและขึ้นมาแล้วก็ยังตัวเปียก ทำให้ดุจแพรจาม หยกจึงหาเสื้อยืดของตนให้ใส่ พอเธอถามว่าจะให้ใส่เสื้อยืดตัวเดียวเนี่ยนะ หยกพูดอย่างไม่แยแสว่า

“ทั้งบ้านผมที่พอหาให้คุณใส่ได้ก็มีแค่นั้นแหละ ถ้าไม่อยากใส่ก็ไม่ต้องใส่อะไรเลย”

ดุจแพรด่าแล้วสั่งให้ไปหาเสื้อผ้ามาให้ตนเปลี่ยนเดี๋ยวนี้

“ก็บอกแล้วไงว่าทั้งบ้านมีเท่านั้น อย่าเรื่องมาก ผมกำลังจะโทร.ตามให้เสี่ยมารับคุณกลับ จะโทร.เองหรือจะให้ผมโทร.” เธอเกี่ยงว่าใส่เสื้อยืดตัวเดียวจะให้ออกไปยังไง “งั้นอยู่แต่ในนั้นแหละ ไม่ต้องออก แต่ระวังหน่อยนะ แถวนั้นแมลงสาบมันเยอะ”

หยกโทร.บอกกิจชัยว่าดุจแพรอยู่กับตน ให้บอกเสี่ยมารับกลับไปด้วย พูดไม่ทันจบดีก็ได้ยินเสียงดุจแพรร้องวี้ดว้ายเพราะถูกแมลงสาบไต่เข้าตัว หยกเลยต้องรีบเข้าไปดู

ไปถึงปรากฏว่าแมลงสาบหนีไปแล้ว พอหายเครียดจากแมลงสาบ ดุจแพรเห็นหยกมองตนที่ใส่เสื้อยืดตัวเดียวก็เขิน บอกให้เขาปิดตาเสีย ไม่อย่างนั้นจะฟ้องป๋า แล้วเดินตุปัดตุป่องจะเข้าข้างใน สะดุดบัวรดน้ำจนเซถลาหยกรับไว้ทันเลยเหมือนตระกองกอดกันอยู่

กิ่งเหมยไปที่ร้านมอเตอร์ไซค์สองพี่น้อง ได้ยินอ่างกับสลึงคุยกันว่า เมื่อเช้าเห็นหยกพาผู้หญิงซ้อนมอเตอร์ไซค์มาที่ห้อง เธอจึงเดินขึ้นมาดูที่ดาดฟ้า เห็นหยกกำลังประคองดุจแพรอยู่พอดี ดุจแพรผลักหยกออกตบหน้าเขาฉาดหนึ่งแล้ววิ่งกลับเข้าไปในห้อง หยกคลำแก้มที่ถูกตบ มองหน้ากิ่งเหมยที่ยังยืนอึ้งอยู่ พอรู้สึกตัวเธอหันหลังผละไปทันที

“กิ่งเหมย!!” หยกเรียกด้วยความรู้สึกกังวล

ooooooo

เสี่ยตงมารับดุจแพร พอใจที่หยกทำหน้าที่ได้ดี แต่ก็ปรามว่าอย่าคิดอะไรมากกว่านั้น

เมื่อดุจแพรกลับไปแล้ว หยกจึงออกไปที่ร้านมอเตอร์ไซค์สองพี่น้อง ถามว่าเห็นกิ่งเหมยไหม อ่างกับสลึงบอกว่าเห็น แต่พอถามว่าอยู่ไหน ทั้งสองก็ชี้ไปกันคนละทาง หยกส่ายหน้าบ่นว่าช่วยอะไรไม่ได้เลยแล้วเดินออกไป อ่างนินทาลับหลังว่า

“ไอ้สองคนนี้มันเล่นอะไรกันวะ ตามกันไปตามกันมาอยู่นั่นแหละ”

จนถึงกลางคืน หยกไปที่ตลาดนัดกลางคืน เห็นกิ่งเหมยนั่งรับจ้างดรอว์อิ้งให้ลูกค้าอยู่ เขาไล่ลูกค้าให้ไปร้านอื่น เจ้านี้เขาไม่รับวาดรูปให้ใครแล้ว เท่านั้นไม่พอ ยังบอกกิ่งเหมยว่าเรามีเรื่องต้องคุยกัน ว่าแล้วจับมือเธอให้กลับไปคุยกันที่บ้าน

“ไม่!” กิ่งเหมยสะบัด “เรื่องเธอจะทำอะไรมันไม่เกี่ยวข้องกับฉัน” เธอเอากระดาษวาดรูปฟาดหยกอย่างหงุดหงิด

ทั้งคู่ยื้อยุดกันอยู่กลางตลาดจนผู้คนพากันดูอย่างสงสัย หยกบอกทุกคนว่าตนกำลังง้อแฟนอยู่ ชาวบ้านจึงสลายไป

กิ่งเหมยยังใช้กระดาษวาดรูปฟาดหยกถามว่า พูดแบบนั้นต่อไปตนจะมองหน้าใครได้ ด่าหยกว่าเห็นแก่ตัว แต่ทุบตีหยกอยู่ดีๆ กิ่งเหมยก็นิ่งไปและถอยไปนั่งที่ม้าน้ำตาไหลพราก

หยกตามไปง้ออย่างรู้สึกผิด ถูกกิ่งเหมยไล่ไปให้พ้นจากชีวิตตน หยกเลยดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น เอ่ยขอโทษยอมรับว่าตนทำเกินไปเพราะแคร์ความรู้สึกของเธอ ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด

“โกหก...ถ้าเธอแคร์ความรู้สึกของฉันจริงๆ เธอคงไม่เปลี่ยนไปถึงขนาดนี้หรอก บอกฉันมาสิหยก ทำไม...ทำไมเธอถึงเปลี่ยนไป”

หยกไม่อาจพูดความจริงได้ บอกเธอว่าตนไม่ได้เปลี่ยนแต่นั่นคือตัวตนที่แท้จริงของตน กิ่งเหมยมองอึ้งถามอย่างเจ็บปวดว่า ตลอดเวลาที่อยู่กันมาตั้งแต่เด็ก นั่นไม่ได้ทำให้ตนรู้จักเขาเลยใช่ไหม หยกนิ่ง ตอบไม่ออก เธอพูดอย่างรับไม่ได้ว่า

“งั้นก็เชิญเธอสนุกกับการทำร้ายจิตใจฉันไปเถอะ สักวันถ้าฉันมีทางไปจากชีวิตเธอได้เมื่อไหร่ฉันจะไป!” กิ่งเหมยผลักหยกวิ่งร้องไห้ออกไป

แต่แล้วกิ่งเหมยก็ต้องหยุดปาดน้ำตาเมื่อรู้สึกมองอะไรไม่ชัด ทุกอย่างรอบตัวเลือนรางไปหมด มีแต่หูที่ได้ยินเสียงหยกร้องเรียกตนอยู่ข้างหลัง กิ่งเหมยตัดสินใจวิ่งไปข้างหน้า เท้าสะดุดพื้นทำให้ถลาล้มไปกลางถนน รถคันหนึ่งกำลังพุ่งมาอย่างเร็ว กิ่งเหมยพยายามลุกแต่สายตาพร่ามัว เสียงรถบีบแตรลั่นก็ยิ่งตกใจ หยกพุ่งเข้าไปช่วยเธอพ้นจากล้อรถได้หวุดหวิด พอรถผ่านไป กิ่งเหมยก็หมดสติอยู่ข้างถนนนั่นเอง

หยกพากิ่งเหมยกลับไปส่งที่บ้าน อาม่าตกใจมากถามว่ากิ่งเหมยเป็นอะไร หยกเล่าให้ฟังว่าเธอเกือบถูกรถชน อาม่าซักอีกว่าทำไมเกือบถูกรถชน หยกพูดไม่ออก อาม่าพูดอย่างโกรธจัดว่าเพราะหยกหาเรื่องทำให้กิ่งเหมยโกรธอีกแล้วใช่ไหม ทำไมถึงชอบทำให้กิ่งเหมย เสียใจ ไล่หยกไปให้พ้นอย่ามาใกล้กิ่งเหมยอีก

ooooooo

รุ่งขึ้น หยกซื้อโจ๊กกับรังนกมาให้กิ่งเหมย ถูกส้มเช้งสกัดไม่ให้เข้าบ้าน ถามอย่างไม่พอใจว่า ตอนหยกติดคุกกิ่งเหมยเป็นห่วงเขาทุกอย่าง แต่พอออกมาเขาทำอะไรตอบแทนกิ่งเหมยบ้าง

เมื่ออาม่าออกมาเจอ หยกบอกว่าตนซื้อโจ๊กกับรังนกมาฝากกิ่งเหมย อาม่าถามว่าเขาเป็นห่วงกิ่งเหมยจริงหรือ ถ้าเป็นห่วงจริงๆ ก็ควรอยู่ห่างๆ เอาไว้เพราะตนจะไม่ยอมให้หลานสาวเข้าใกล้พวกกุ๊ยเด็ดขาด

“อาม่า...” หยกครางออกมาอย่างเจ็บปวด

ส้มเช้งกลับเข้าไปเอายาจีนที่ซื้อมาเทใส่หม้อจะต้ม กิ่งเหมยถามว่าอาม่าให้ไปซื้อยาจีนให้ตนกินอีกแล้วใช่ไหม แล้วอาม่าไปไหน

“แกก็รู้ว่าอาม่าเกลียดยาฝรั่งยิ่งกว่าอะไร ตอนนี้อาม่าอยู่หน้าบ้านกำลังไล่ตะเพิดไอ้หยกไม่ให้มายุ่งกับแกอีก แกไม่ต้องโผล่หน้าออกไปหรอก โดนอาม่าไล่ เดี๋ยวมันก็ไปเอง”

กิ่งเหมยพยายามลุกจะออกไป บอกส้มเช้งว่าหยกไม่ได้ทำอะไรตน หยกช่วยตนต่างหาก แล้วพยุงตัวรีบออกไป เห็นอาม่ากำลังด่าและไล่หยกอยู่ เธอรีบบอกอาม่าอย่าไล่หยก เพราะหยกเป็นคนช่วยตนไว้

“ทำตามที่อาม่าบอกเถอะกิ่งเหมย อาม่าพูดถูกแล้วครับ อยู่ใกล้พวกนักเลงชีวิตมันไม่มีทางดีขึ้นหรอก” พูดแล้วหยกหันเดินจากไป กิ่งเหมยเรียกเขา จะเดินตามไป ถูกอาม่าจับแขนไว้ไม่ยอมให้ตามไป

ooooooo

คมทวนติดหนี้นอกระบบเพราะเอาบ้านไปจำนองเอาเงินมาเลี้ยงดูและส่งหยกเรียนหนังสือ แต่ไม่มีเงินใช้หนี้ ดอกเบี้ยเพิ่มเป็นดินพอกหางหมู เมื่อไม่ได้เงินก็ถูกกิจชัยที่มาทวงหนี้ใช้กำลัง อ่างทนไม่ได้เข้าช่วยคมทวน ถูกลูกน้องกิจชัยเอาไม้ฟาดจากข้างหลังจนเลือดอาบ

หยกถูกอาม่าไล่ เขาเดินมาที่ร้านมอเตอร์ไซค์สองพี่น้อง เห็นเงียบผิดปกติ กำลังมองหาก็เห็นสลึงประคองอ่างที่ยังเลือดท่วมอยู่เข้ามา หยกถามว่าใครทำ อ่างบอกว่าพวกกิจชัย แต่พอหยกถามว่ามันเล่นงานน้าทำไม อ่างกับสลึงไม่ยอมบอก เมื่อหยกคาดคั้นหนัก สลึงบอกอ่างว่าเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วบอกหยกไปเถอะ

หยกจึงรู้ว่าคมทวนติดหนี้นอกระบบเพราะเลี้ยงดูและส่งเสียตนเรียน หยกเจ็บใจตัวเองที่ทำให้พ่อเดือดร้อนหุนหันวิ่งออกจากร้านไป เจอพวกเด็กแว้นลูกน้องกิจชัย คาดคั้นข่มขู่ถามว่ากิจชัยเอาพ่อตนไปไหน พอรู้เขาตะบึงไปทันที

คมทวนถูกกิจชัยเอาไปที่สนามมวยเถื่อนให้ชกมวยหาเงินใช้หนี้ ขู่ว่าถ้างัดฝีมืออกมาเอาชนะพวกนี้ ไม่ได้ นอกจากจะไม่ได้ใช้หนี้แล้ว ยังจะไม่ได้ออกจากที่นี่อีกด้วย

คมทวนในสภาพอ่อนล้าทั้งด้วยวัยและการต่อสู้ต่อเนื่อง ถูกกิจชัยผลักเข้าไปกลางวงท่ามกลางเสียงเฮของพวกนักพนันมวยเถื่อน

โหงวพามานพเข้าสู่วงจรอุบาทว์ วันนี้พามาที่สนามมวยเถื่อนให้คลุกคลีกับพวกนักเลง มานพไม่อยากคบพวกนี้ ถูกโหงวขู่ว่า

“เราเป็นคนเปิดศึกระหว่างแก๊งขึ้นมาเพื่อให้พวกมันตีกัน สุดท้ายพวกที่เหลืออยู่จะต้องเจอกับเรา ถ้าแกไม่เตรียมพร้อมตั้งแต่ตอนนี้ ก็กลับไปกราบตีนไอ้เล้งได้เลยไป”

โหงวผลักมานพอย่างหัวเสีย มานพนิ่งไปอย่างตัดสินใจ ในที่สุดก็ก้าวเข้าไปหมายได้เป็นใหญ่ในวงการ มาเฟีย!

“ใจเย็นๆ คุณมานพ สงครามเพิ่งจะเริ่ม นี่มันแค่การเตรียมพลให้พร้อมเท่านั้น...” โหงวยิ้มร้าย

ooooooo

หยกตะบึงไปถึงสนามมวยเถื่อน เห็นคมทวนกำลังย่ำแย่ เขาถลาเข้าไปตะโกนเรียกพ่อ ตะคอกกิจชัยอย่างไม่พอใจว่า

“ฉันเตือนแกแล้วไง ถ้าแกทำให้คนที่ฉันรู้จักเดือดร้อน แกมีเรื่องกับฉันแน่” กิจชัยบอกว่าตนต้องทำงานตามที่เขาจ้างมา เมื่อคมทวนเป็นหนี้ตนก็แค่มาทวงหนี้ “หนี้พ่อฉันมีอยู่เท่าไหร่ ฉันจะรับผิดชอบเอง”

“แกไม่ต้องมารับผิดชอบชีวิตฉัน ไอ้ลูกทรพี!! ปัญหาของฉัน ฉันจัดการเองได้ ฉันจะกลับเข้าไปสู้ต่อ”

กิจชัยถามเยาะๆว่าแน่ใจหรือว่าจะยังไหวอยู่ คมทวนบอกให้มันจัดมือดีที่สุดมา ตนจะใช้หนี้ให้หมด หยกไม่ยอม ยืนยันจะใช้หนี้แทนพ่อ กิจชัยถามว่า เมื่อคมทวนไม่ยอมแล้วจะให้ตนทำอย่างไร

หยกตัดสินใจเข้าไปเป็นคู่ชกให้คมทวน เขายอมให้พ่อทำฝ่ายเดียว ถูกคมทวนชกจนเลือดกบปากท่าม กลางเสียงเชียร์ของนักพนัน

โหงวจำหยกได้ บอกมานพว่าเขาคือคนที่เคยเล่นงานเล้งและช่วยตนให้รอดมาได้

หยกยอมเป็นเป้านิ่งให้คมทวนชกเพื่อให้พ่อชนะและใช้หนี้ได้หมด คมทวนพูดอย่างทะนงว่า

“ฉันไม่ดีใจหรอกที่แกอยากกตัญญูฉันด้วยวิธีแบบนี้ แค่แกกลับตัวเป็นคนดี แค่นั้นก็พอ”

“ผมเลือกทางนี้แล้วพ่อ...”

“งั้นวันนี้ฉันก็ขอล้างหนี้ที่ฉันเลี้ยงแกมา แกกับฉันจะได้ไม่ต้องมีอะไรติดค้างกันอีก” คมทวนซัดหมัดใส่หยกจนทรุดฮวบ หยกโดนซ้ำจนลุกไม่ขึ้น ระหว่างนั้น โหงวเห็นหยกแดงรูปมังกรที่ห้อยคอหยก โหงวตกใจอุทาน

“หยก...หยกนั่น!!” มานพถามว่าหยกอะไร ไม่ทันที่โหงวจะตอบ สนามมวยเถื่อนก็ถูกตำรวจบุกเข้ามา นักพนันหนีกันกระเจิง โหงวยังติดใจหยกรูปมังกรสีแดง แต่คมทวนพยุงหยกหนีออกไปอีกด้าน โหงวเลยคลาดกัน

ในยามคับขันเช่นนี้ คมทวนลืมความเจ็บปวดทั้งหมด พ่อลูกต่างปกป้องกันด้วยความรัก ความห่วงใย แต่เพราะหยกถูกคมทวนชกบอบช้ำมาก เขาหมดสติไป คมทวนจึงพากลับไปปฐมพยาบาลที่บ้าน

ooooooo

โหงวเล่าเรื่องหยกเลือดมังกรให้ดวงแขฟัง ดวงแขรู้ว่านั่นคือหยกประจำตระกูลของเล้ง แต่ทำไมจึงไปอยู่ที่คอของเด็กหนุ่มคนนี้ ดวงแขคาดว่าอาจจะไม่ใช่หยกอันนั้นก็ได้ โหงวมั่นใจว่าตนจำไม่ผิดเพราะหยกชิ้นนั้นมันทำให้ตนจำฝังใจ!

แล้วโหงวก็เล่าให้ฟังว่า ในวันไปส่งศพเตี่ยของเล้งที่ฮวงซุ้ย ตนเตือนเล้งให้คุยกับทนายความเรื่องพินัยกรรมเสีย เล้งบอกเขาอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า

“เรื่องพินัยกรรมไม่จำเป็นต้องเสียเวลาไปฟังหรอกเฮียโหงว ยังไงเตี่ยก็ยกทุกอย่างให้ฉันดูแลหมดแล้ว” ตอนนั้นตนถามว่ารู้ได้ยังไง เล้งชูหยกให้ดู โหงวอุทานว่า หยกเลือดมังกร เล้งบอกว่า “ใช่...สมบัติประจำตระกูลของเตี่ย เตี่ยให้ฉันก่อนที่จะสิ้นใจ นั่นแสดงว่า เตี่ยไว้วางใจให้ฉันทำหน้าที่ดูแลมังกรวารีให้ยิ่งใหญ่ผงาดฟ้าต่อจากเตี่ย”

ตอนนั้นโหงวเจ็บใจอยู่ลึกๆที่ตนไม่มีส่วนร่วม เล้งเดินเข้ามาบอกว่า

“ฉันขอขอบใจที่เฮียช่วยสั่งสอนฉันมาตลอด

แต่จากนี้ไปฉันจะเปลี่ยนโฉมหน้าธุรกิจของมังกรวารี งานสกปรกที่เตี่ยเคยใช้ให้เฮียทำ เฮียต้องเลิกให้หมด”

“ถ้าจะให้อั๊วเลิกฆ่าคน แล้วลื้อจะให้อั๊วทำอะไร”

“ทำงานสุจริตเหมือนอย่างคนอื่นไงเฮีย” พูดเสร็จเล้งตบบ่าโหงวแล้วเดินผ่านไป โหงวกำหมัดแน่นมองตามไป คำรามในคออย่างโกรธแค้น

“มึงสั่งให้กูเป็นลูกน้องมึง...ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!!”

ฟังเรื่องในอดีตที่ฝังใจแค้นของโหงวแล้ว ดวงแขตั้งข้อสังเกตว่าเมื่อหยกเลือดมังกรมีความสำคัญกับเล้งถึงขนาดนั้น ทำไมถึงไปอยู่ในมือนักเลงกระจอกนั่นได้ มันต้องเป็นของที่ส่งต่อให้กับทายาทโดยเฉพาะไม่ใช่หรือ แต่ตนก็ยังไม่เชื่อว่าหยกนั้นจะเป็นอันเดียวกัน

โหงวตะคอกว่า “แต่ฉันมั่นใจ!!”

ดวงแขจึงจะไปสืบให้รู้ชัดๆว่ามันเป็นอันเดียวกันหรือเปล่า หยกอันนั้นยังอยู่ที่เล้งหรือไม่ ถ้าหายไปแสดงว่าหยกอันนั้นเป็นของจริง

“ไปสืบมาให้แน่ เพราะถ้าหยกนั่นเป็นหยกเลือดมังกรจริงๆ สิ่งที่ฉันกังวล มันอาจเป็นเรื่องจริงขึ้นมาก็ได้”

ดวงแขถามว่าเขากังวลเรื่องอะไร โหงวไม่ยอมพูด เดินผละไปเงียบๆ ดวงแขยิ่งสงสัย

ooooooo

คมทวนให้สลึงกับอ่างไปเอากระเป๋ายามา ส่วนตัวเองพยุงหยกไปนอนที่เตียง มองหยกที่หน้าตาฟกช้ำหมดสติพึมพำอย่างเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

“พ่ออยากเห็นเอ็งเป็นคนดีเหมือนแม่เอ็ง แต่ทำไม...ทำไมเอ็งถึงทำไม่ได้” คมทวนมองที่คอหยกเห็นหยกเลือดมังกรห้อยแพลมออกมาก็ยิ่งเจ็บปวด “ที่แม่เอ็งถูกยิงมาจนเกือบตายเพราะไปคบกับพวกเลวๆเอ็งก็เลยได้เลือดชั่วๆจากมันมา”

คมทวนคิดอะไรบางอย่าง เขาถอดสร้อยหยกเลือดมังกรจากคอหยกกำไว้แน่น พอดีสลึงกับอ่างเอากระเป๋ายามา บอกให้ทั้งสองดูแลหยก มือกำหยกเลือดมังกรเดินออกไปเลย อ่างกับสลึงมองหน้ากันงงแบบ...อะไรของเขาวะ?

คมทวนไปบอกกิ่งเหมยให้มาดูแลหยก อ้างว่าตนมีงาน เธอดูแลจนหยกรู้สึกตัวจึงเอาข้าวต้มมาให้กิน ส่วนหยกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า จึงรู้ว่าสร้อยหยกเลือดมังกรที่คอหายไป เอะใจขึ้นมาคาดคั้นถามกิ่งเหมยว่า “พ่อฉันอยู่ไหน!”

หยกวิ่งไปเจอคมทวนยืนริมน้ำ เข้าไปทวงอย่างไม่พอใจว่า

“พ่อเอาหยกของแม่ผมไปทำไม เอาคืนมาเดี๋ยวนี้นะ มันเป็นสมบัติชิ้นเดียวที่แม่ทิ้งไว้ให้ผมนะ”

“ใช่...แล้วมันก็เป็นสมบัติชิ้นเดียวที่จะช่วยให้แกตามหาพ่อที่แท้จริงของแกได้ ฉันถึงให้แกมีไว้ติดตัวอีกไม่ได้ไง”

หยกรับไม่ได้ถามว่าทำไมถึงไม่อยากให้ตนพบพ่อที่แท้จริง คมทวนบอกว่าตนไม่รู้ว่ามันเป็นใคร รู้จากพราวแสงแต่เพียงว่า “ทุกคนที่รู้จักมันสุดท้ายก็มีแต่ต้องตาย...แม่แกขอให้ฉันช่วยปกป้องแก อย่าให้แกได้มีโอกาสเจอหน้าพ่อแกอีก”

“ฉันเข้าใจว่าพ่อห่วง แต่การที่พ่อปิดบังความจริงกับฉัน พ่อทำไมถูก!! ต่อให้เลือดในตัวฉันครึ่งหนึ่งมันจะมาจากเลือดชั่ว แต่เขาก็เป็นพ่อฉัน เพราะฉะนั้น ฉันควรจะมีสิทธิ์รู้ว่าเขาเป็นใคร”

ทั้งคู่โต้เถียงกันอย่างรุนแรง หยกขอสร้อยหยกเลือดมังกรคืน คมทวนบอกว่าตนโยนทิ้งน้ำไปแล้ว อยากได้ก็ไปงมเอา

หยกเดินไปยืนมองแม่น้ำอย่างเจ็บปวด ส่วนกิ่งเหมยแอบถามคมทวนว่าทิ้งไปแล้วจริงๆหรือ เขาไม่ตอบ และชวนกลับ

เมื่อกลับถึงบ้าน คมทวนเข้าห้องใส่กลอนแน่นหนาก่อนหยิบกล่องไม้ที่ซุกไว้ใต้เตียงออกมาดูหยกเลือดมังกรที่ซ่อนไว้ พึมพำอย่างแน่วแน่ “ฉันจะไม่ยอมให้แกได้เจอหน้าพ่อแกเด็ดขาด...ไอ้หยก”

ฝ่ายดวงแขหลอกล่อถามเล้งเรื่องหยกเลือดมังกร เล้งบอกว่าตนเก็บไว้ในเซฟที่ธนาคาร

เมื่อมาเล่าให้โหงวฟัง โหงวไม่เชื่อ และไม่เชื่อเด็ดขาดว่าหยกนั้นจะถูกขโมยไป เพราะคนอย่างเล้งไม่มีใครเอาของของเขาไปได้นอกเสียจากเขาจะเป็นคนให้กับมือเอง คิดทบทวนแล้วนึกได้ว่า

“ตอนที่วางแผนฆ่าไอ้เล้งเมื่อ 20 ปีก่อน ไอ้เล้งหายตัวไปกับผู้หญิงคนหนึ่ง เทียบดูอายุไอ้เด็กหนุ่มนั่นแล้วก็ใกล้เคียง” ดวงแขตกใจปฏิเสธวุ่นวายว่าไม่จริง จนโหงวต้องบอกว่า “ใจเย็นๆ ฉันยังไม่ได้บอกว่าไอ้หนุ่มนั่นมันเป็นลูกไอ้เล้งสักหน่อย มันแค่ปริศนาที่รอให้ฉันไขต่อไป...ก็แค่นั้น”

ooooooo

ดุจแพรมาถามหาบ้านกิ่งเหมย เจอส้มเช้ง

กลางทางจึงพามา ส้มเช้งรู้สึกคุ้นหน้าดุจแพร นึกไปนึกมาจำได้ว่าเธอคือหญิงสาวที่มาไหว้เจ้า ตัวเธออัธยาศัยดีแต่พ่อของเธอนั้นมีลูกน้องคอยเดินตามหลายคนท่าทางเหมือนมาเฟีย

เมื่อเจอกับกิ่งเหมย ดุจแพรพาไปคุยกันที่ออฟฟิศ ขอโทษกิ่งเหมยที่เห็นตนกับหยกวันนั้นที่ดาดฟ้า ชี้แจงว่าหยกเป็นคนที่ป๋าส่งมาดูแลตนเท่านั้น ไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด

กิ่งเหมยบอกว่าตนไม่มีอะไรกับหยก เป็นเพื่อนในละแวกเดียวกันเท่านั้น ขอให้สบายใจได้เลย แล้วขอตัวกลับ เดินออกมาเกือบชนกับเสี่ยตง ดุจแพรบอกป๋าเธอว่ากิ่งเหมยเป็นเพื่อนและตนชวนมาทำงานด้วยกัน

กิ่งเหมยท้วงติงว่าจะดีหรือที่บอกป๋าเธอว่าตนเป็นเพื่อน เพราะเราต่างกันมาก

“เรื่องยากดีมีจนฉันไม่สนหรอก มันก็แค่เปลือก ความเป็นมนุษย์ต่างหากที่เรามีเท่ากัน...เดี๋ยวฉันให้คนขับรถไปส่งเธอที่บ้าน เรื่องงานที่ฉันพูดไป ฉันจริงจังนะ เธอลองเก็บไปคิดดูแล้วกัน”

เมื่อกลับมาที่ออฟฟิศ เสี่ยตงติงว่าเพิ่งรู้ว่าเธอคบเพื่อนแบบนี้ด้วย สถานการณ์ของเราตอนนี้ไม่น่าไว้ใจไม่อยากให้เกิดเรื่องอันตรายกับเธออีก ดุจแพรเสนอให้แจ้งตำรวจ เสี่ยตงบอกว่าเราพึ่งกฎหมายไม่ได้ มันเป็นพวกมีอิทธิพล

“ถ้ากฎหมายพึ่งไม่ได้ แล้วใครจะช่วยเราได้คะ หรือว่าป๋าคิดจะตอบโต้เอง ถ้าอย่างนั้น ที่เขาพูดๆมาก็คงไม่ใช่เรื่องนินทา ที่หาว่าป๋าก็เป็นมาเฟียเหมือนกัน”

เหตุนี้ทำให้ดุจแพรยิ่งคิดหนักเรื่องที่เคยได้ยินมา หยิบโทรศัพท์ขึ้นมองอย่างชั่งใจ ในที่สุดเธอโทร.บอกหยกให้ไปหาที่หน้าผับคืนนี้ หยกช่วยอ่างกับสลึงซ่อมมอเตอร์ไซค์ลูกค้าจนเสร็จ บอกว่าต้องไปแล้วเพราะนัดลูกเจ้านายไว้

กิ่งเหมยนั่งรถที่ดุจแพรให้มาส่ง เธอขอลงกลางตรอกศาลเจ้าแล้วเดินเข้าไป จู่ๆตาก็เกิดพร่ามัวเธอคิดว่าคงเป็นอาการปกติที่มักจะเป็นแบบนี้ในเวลากลางคืน แต่คืนนี้เป็นหนักจนต้องคลำทางไป

หยกออกมาเจอจึงพาไปที่ห้องพักตนบนดาดฟ้า เอายาหยอดตา บอกว่าให้หลับตาไว้สักพักก่อน

ขณะกิ่งเหมยหลับตานั้น หยกมองอย่างเป็นห่วง ความรู้สึกค่อยๆเปลี่ยนไป เมื่อเห็นความสวยงามน่าทะนุถนอมบนใบหน้าที่บริสุทธิ์นั้น...

พลันกิ่งเหมยลืมตาขึ้น เห็นหน้ากับหน้าห่างกันแค่ฝ่ามือ ต่างสบตากันใจเต้นแรง...

ooooooo

หยกเลือดมังกร

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด