สมาชิก

หยกเลือดมังกร

ตอนที่ 17

มานพมาถึงโรงเลื่อย โหงวถามอย่างไม่พอใจว่าทำไมมาช้านัก มานพตอบอย่างหงุดหงิดว่าเพราะมัวแก้ตัวกับเล้งอยู่เลยถูกโหงวบ่น

“ก็อั๊วเตือนลื้อกี่ครั้งแล้ว แต่ลื้อก็ไม่เคยฟัง หาแต่เรื่อง”

“หยุดเลย ถ้าแกให้ฉันจัดการไอ้หยกไปตั้งแต่แรก มันก็คงไม่มาหาเรื่องรกหูรกตาฉันแบบนี้หรอก”

“อั๊วบอกลื้อแล้วไง...อยากเห็นไอ้เล้งเจ็บปวดทรมานสุดๆ ลื้อต้องใจเย็นรอให้ไอ้เล้งเห็นสายเลือดแท้ๆ ของมันตายต่อหน้าต่อตา”

มานพนิ่งไป หันมองลูกน้องในแก๊งพยัคฆ์เมฆาที่ถูกธงรบเล่นงานคางเหลืองกลับมา ถามโหงวว่า

“ไอ้นี่นะเหรอ...ที่แอบขโมยยาของฉันไปขายต่อแล้วโดนเล่นงานกลับมา”

พอโหงวพยักหน้า มานพเดินเข้าไปมองหน้าอย่างร้ายกาจ มันยกมือไหว้ปลกๆยอมรับผิด ขอโทษสัญญาว่าจะหาเงินมาชดใช้ค่าเสียหาย มานพมองเหี้ยมบอกว่าไม่ได้เสียดายของพวกนั้น แต่กว่าตนจะสร้างชื่อพยัคฆ์เมฆาขึ้นมายิ่งใหญ่ได้ ต้องลงทุนไปเยอะ

ชาญฟังแล้วรู้ใจเจ้านาย เอาปืนไปยื่นให้ทันที โหงวห้ามว่า ถ้าทำแบบนี้ต่อไปจะไม่มีใครกล้าทำงานให้

“ฉันเป็นหัวหน้าพวกมัน ถ้าปล่อยให้หางแถวกระดิกโดยที่หัวไม่สั่ง แล้วอีกหน่อยจะมีใครเกรงกลัวฉัน” แล้วถือปืนเข้าไปจ่อถามว่า “ไอ้พวกที่เล่นงานแกมันรู้รึเปล่าว่าแกเป็นคนของใคร”

พอลูกน้องบอกว่ารู้ มานพยิ่งโมโหด่าว่าขนาดรู้ยังกล้าทำ แสดงว่าท้าทายพยัคฆ์เมฆา ตนก็ต้องแสดงเขี้ยวเล็บให้เห็น ลูกน้องคนนั้นรีบอาสา มานพมองด้วยหางตาบอกว่าสภาพแบบนี้ไม่ไหวแล้ว พูดขาดคำก็ยิงนัดเดียวตายคาที่ แล้วหันไปกระชากเสียงถามโหงว

“ทีนี้แกก็บอกฉันมาได้แล้วว่า ไอ้พวกที่มันกล้าลองดีกับฉันมันเป็นใคร พวกไหน” โหงวบอกว่าตนจะลงมือให้เอง “ไม่ต้อง! ฉันจะไปเอง ก่อนที่พ่อจะประกาศให้ฉันเป็นผู้สืบทอดธุรกิจ ฉันอยากจะสนุกทิ้งทวนสักหน่อย”

“มานพ!!” โหงวอุทานเมื่อเห็นความผยอง ห่าม ห้าว ของมานพ

ooooooo

เล้งให้นนท์ไปสืบหาคนที่มีหยกเลือดมังกร นนท์กลับมารายงานว่าเจอแล้ว เล้งลุกพรวดถามอย่างตื่นเต้น

“มันอยู่ที่ไหน...”

เวลาเดียวกันนั้น คมทวนไปบอกเลิกขับแท็กซี่กับเจ้าของอู่ที่เป็นเพื่อนรุ่นพี่ บอกว่าจะไปอยู่อัมพวา ไปปลูกผักเลี้ยงปลากันเงียบๆ สองคนพ่อลูก ขอร้องว่า “ถ้ามีคน มาถามหาฉัน...พี่ช่วยฉันหน่อยได้ไหม” เจ้าของอู่รับปากอย่างรู้กัน

ขณะนั้นเอง ช่างคนหนึ่งมาบอกว่าไม่รู้ใครขับรถคันเบ้อเริ่มมาปิดทางเข้าอู่ท่าทางอย่างกับพวกเจ้าพ่อ คมทวนหน้าเสีย ย้ำอีกครั้งว่า “พี่...เรื่องที่ฉันขอไว้คงต้องรบกวนพี่แล้ว” เจ้าของอู่พยักหน้าบอกให้คมทวนไปข้างหลังทางนี้ตนจัดการเอง

คนที่มาคือเล้งนั่นเอง! นนท์เป็นด่านหน้าเข้ามาบอกว่ามาตามหาคน เจ้าของอู่เล่นลิ้นถ่วงเวลาว่าที่นี่อู่ซ่อมรถไม่ใช่สถานีตำรวจ นนท์สะอึกเข้าไปจะเอาเรื่อง ถูกเล้งร้องห้ามแล้วเข้าไปคุยเอง

“อั๊วมาขอความช่วยเหลือ ไม่ได้อยากมามีปัญหากับใคร แล้วเรื่องที่อั๊วอยากให้ช่วยก็สำคัญกับอั๊วมาก หวังว่าลื้อคงเข้าใจ” พูดจบก็ถอดแว่น เจ้าของอู่ถึงกับชะงักเมื่อเห็นแววตาเจ้าพ่อของเขา จังหวะนั้นเองนนท์ก็พยักหน้าให้ลูกน้องลุยเข้าไปค้นข้างใน เจ้าของอู่ตะโกนไม่ให้เข้า เล้งจับคอเสื้อกระชากไปตะคอก “อั๊วบอกลื้อแล้วไง ว่าอั๊วขอความร่วมมือ!”

คมทวนออกไปไม่ทันจึงหลบอยู่ข้างหลัง ถูกลูกน้องนนท์หาเจอ เขาสู้ด้วยมือเปล่าเล่นงานมันจนหัวแตก วิ่งเลือดอาบออกไปรายงานเล้งว่า “มันหนีไปแล้วครับ”

เล้งตะคอกถามเจ้าของอู่ว่า “มันเป็นใคร ฉันต้องรู้ข้อมูลของมันทั้งหมด” เจ้าของอู่ทำเป็นงงบอกว่าไม่รู้เล้งพูดถึงอะไร เล้งโมโหเหวี่ยงเขากระเด็นสั่งนนท์ “เค้นให้มันพูด ฉันจะไปตามไอ้หมอนั่นเอง”

ooooooo

เมื่ออาม่าจากไปแล้ว ส้มเช้งยิ่งเป็นห่วงกิ่งเหมย ขณะเตรียมไปวัดด้วยกัน เธอเรียกหยกเดินห่างกิ่งเหมยไปคุย ถามว่าทำร้ายจิตใจดุจแพรและไล่ตะเพิดเสี่ยตงไม่กลัวบ้างหรือ

“กลัวอะไร...ถ้าแกคิดว่าฉันปกป้องกิ่งเหมยไม่ได้แกคิดผิดแล้วส้มเช้ง”

“ฉันรู้ว่าทุกลมหายใจของแกคือกิ่งเหมย แต่ฉันอยากให้แกหยุดคิดจริงๆจังๆสักนิด ตอนนี้กิ่งเหมยมันตัวคนเดียว ญาติที่เหลืออยู่ของมันก็มีแค่เสี่ยตงกับคุณแพร ส่วนแกก็เป็นแค่เพื่อน”

“ที่พูดมาแกอยากรู้ใช่ไหมว่าฉันจะดูแลกิ่งเหมยในฐานะอะไร”

“ก็ฉันเป็นห่วงกิ่งเหมยนี่หว่า เพราะแกเองก็ยังวนเวียนอยู่กับพวกมาเฟียไม่เลิก วันดีคืนดีเกิดถูกฆ่าตายขึ้นมา ไอ้เหมยจะไม่เหลือใครเลยจริงๆ”

กิ่งเหมยร้องเรียกหยกถามว่าคุยเสร็จหรือยังตนอยากไปวัดแล้ว หยกรีบมาบอกว่าพอดีเจอส้มเช้งเลยชวนคุย ครั้นเธอถามว่ามีอะไรหรือ ส้มเช้งบอกว่าไม่มีอะไร แล้วเข้าไปจับมือพาเดินไปวัด หยกมองตามอย่างครุ่นคิด

ooooooo

เสี่ยตงเครียดเมื่อเห็นดุจแพรอยู่ในภาวะที่เศร้าหมองเจ็บปวดเอาแต่ร้องไห้บอกว่าตนทำใจไม่ได้เพราะรักหยกรักจนหมดหัวใจแล้ว

เสี่ยเรียกเก่งมาบอกให้สั่งกิจชัยไปลากคอหยกมากราบขอโทษดุจแพร พอรู้ว่ากิจชัยตายแล้วเสี่ยถามว่าฝีมือใคร!

“มันแทงอาม่าของกิ่งเหมยตาย ก็คงไม่พ้นฝีมือไอ้หยก”

“ไอ้หยก! มันจะมากเกินไปแล้ว!!”

เวลาเดียวกัน เล้งนำลูกน้องไล่ล่าคมทวนไปถึงตึกร้าง คมทวนเล่นงานพวกมันแล้วหนีออกมาเจอเล้งยืนดักอยู่พอดี เล้งขู่ว่าอย่าทำเรื่องให้ยุ่งไปกว่านี้เลยดีกว่า เพราะ “แกก็รู้ว่าฉันไม่ได้อยากทำร้ายแก” คมทวนสวนไปอย่างไม่หวั่นไหวว่า

“งั้นแกก็ควรจะรู้ด้วยว่าไม่มีอะไรหลุดจากปากฉันเด็ดขาด”

“แก!! พราวแสงคือสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตฉัน ถ้าจำเป็นต้องฆ่าแกแล้วทำให้ฉันรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเธอ ฉันก็จะทำ!”

สิ้นเสียง เล้งกำหมัดพุ่งเข้าเล่นงานคมทวนอย่างดุดัน แม้เชิงมวยจะไม่ยิ่งหย่อนกว่ากันแต่เพราะคมทวนมีโรคประจำตัวทำให้ความดันพุ่งหน้ามืดทรุดลง เล้งเห็นผิดปกติรีบเข้าประคอง แต่คมทวนก็หมดสติไปแล้ว...

เมื่อพาไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าความดันสูงทำให้หัวใจวายเฉียบพลัน โชคดีที่พามาหาหมอทันเวลาพอดี

“รักษาเขาให้เต็มที่เลยนะหมอ อย่าให้เกิดอะไรขึ้นกับเขาเด็ดขาด ผมมีเรื่องสำคัญต้องคุยกับเขา” เล้งกำชับหมอ

ขณะนั้นเอง นนท์มารายงานว่า เจ้าของอู่ยอมเปิดปาก แต่ไม่ได้อะไรมาก นนท์เล่าขณะเดินออกมาด้วยกันว่า

“ไอ้หมอนั่นมันชื่อว่าคมทวน เป็นอดีตนักมวยเก่า รู้จักกับเจ้าของอู่ตั้งแต่สมัยเป็นนักมวยหากินอยู่แถวอัมพวา”

นนท์บอกว่าตนเค้นเต็มที่แล้วแต่เจ้าของอู่ยืนยันแค่นั้นเพราะคมทวนไม่ยอมบอกอะไร

“แสดงว่านายคมทวนคนนี้ระวังตัวมาตลอด ไม่เคยคิดจะให้ใครรู้ว่าตัวเองเป็นใคร”

“มันคงกำความลับเกี่ยวกับอดีตของเจ้าสัวเล้งเอาไว้ เลยไม่อยากให้ใครตามจนรู้”

“ก็คงต้องรอให้มันฟื้นขึ้นมาอย่างเดียว นนท์...ห้ามให้ดวงแขกับมานพรู้เรื่องนี้เด็ดขาด” เล้งกำชับจริงจัง

หยกไปหาคมทวนที่บ้านเพื่อรับไปงานศพอาม่าด้วยกัน เจอแต่อ่างกับสลึง อ่างบอกว่าเจอกันตอนเช้าเห็นคมทวนบอกว่าจะเอาแท็กซี่ไปคืนอู่ เดี๋ยวคงมา บอกหยกให้รีบกลับวัดเพราะต้องดูแลกิ่งเหมย หยกจึงกลับไป

ไม่มีใครเฉลียวใจสักนิดว่า...จะเกิดเหตุร้ายกับคมทวน...

ooooooo

ขณะหยก กิ่งเหมย อ่าง และสลึงกลับจากวัดมาถึงตรอกศาลเจ้านั่นเอง เจอเก่งกับลูกน้องเดินดาหน้าสวนมา กลางตรอก อ่างกับสลึงชี้ให้หยกดู กิ่งเหมยรู้สึกผิดปกติถามน้าทั้งสองว่ามีอะไรหรือ สองน้าไม่ตอบเธอจึงถามหยก

“ไม่มีอะไรหรอกกิ่งเหมย พวกน้าเขาง่วงนอนอยากกลับไปนอนกันแล้ว ใช่ไหมน้า” หยกถามนำเพื่อให้สองน้าพากิ่งเหมยกลับไป ตนจะเผชิญหน้ากับพวกเก่งเอง แล้วเดินตรงไปหาพวกมัน

“ดูท่าแกคงจะรู้ดีว่าพวกฉันมาทำไม เพราะฉะนั้น... ตามไปดีๆ อย่าให้ต้องใช้กำลัง”

“ฉันรู้ว่าเสี่ยต้องการอะไรและไม่คิดขัดขืน แต่ขอเวลาฉันไปส่งกิ่งเหมยให้ถึงบ้านก่อน แล้วฉันจะยอมไปกับแก” หยกต่อรอง พวกมันยอมเพราะอย่างน้อยก็มีสลึงกับอ่างเป็นตัวประกันอยู่แล้ว

หยกพากิ่งเหมยไปส่งที่บ้าน เจอส้มเช้งมาทำความสะอาดบ้านให้กิ่งเหมยพอดี จึงฝากส้มเช้งคืนนี้ให้ดูแลกิ่งเหมยด้วย ส้มเช้งขอคำตอบที่ถามเมื่อกลางวันว่าคิดอย่างไรแล้ว

“ฉันมีคำตอบอยู่แล้ว แต่ฉันจะเป็นคนบอกกิ่งเหมยเอง” ส้มเช้งยังรบเร้าอยากรู้คำตอบ หยกตัดบทว่า “ให้ฉันกลับมาก่อนแล้วจะบอก ตอนนี้มีธุระต้องไปเคลียร์นิดหน่อย คนเราถ้าทำเรื่องระยำอะไรไว้ก็ต้องยอมรับผิดที่ทำไป”

พูดแล้วหยกผละไปเลย ส้มเช้งมองตามบ่น “อะไรของมันวะ...งึมงำคนเดียว ฟังไม่รู้เรื่อง” แล้วกลับเข้าไปในบ้าน

ooooooo

เพื่อสืบหาแก๊งพยัคฆ์เมฆาว่าเป็นใคร ทั้งธงรบและณรงค์ลงพื้นที่ที่คาดว่าจะได้เบาะแสพวกนี้ คืนนี้ทั้งสองไปเที่ยวสถานบันเทิง แล้วณรงค์ทำทีหิ้วหญิงสาวเข้าม่านรูด ธงรบเปิดห้องติดกันคอยสังเกตการณ์ โดยมีสมิงเป็นศูนย์บัญชาการ

เมื่อเข้าม่านรูด ณรงค์วางหญิงสาวในสภาพไม่ได้สติลง หยิบโทรศัพท์คิดจะโทร.ถึงธงรบกับผู้การสมิงเพื่อรายงานสภาพ แต่เปลี่ยนใจเพราะเห็นว่าดึกแล้วไม่อยากรบกวน

ทันใดนั้น มีเสียงเคาะประตู ณรงค์หัวเราะเบาๆ คิดว่าธงรบมาเช็กงาน แต่พอเปิดประตูก็ถูกปืนจ่อเข้ามาโดยชายฉกรรจ์ที่ใส่หน้ากากงิ้วทุกคน!

พวกมันคือมานพกับลูกน้องนั่นเอง!

ณรงค์ชักปืนออกมา แต่ถูกพวกมันแย่งและส่งไปให้มานพที่สวมหน้ากากงิ้วเช่นกัน

“พวกแกเป็นใคร!” ณรงค์ถาม พอพวกมันบอกว่าเขาแกว่งเท้าหาเสี้ยนเรียกใครมาล่ะ ณรงค์รู้ทันที “แก...พวกพยัคฆ์เมฆา!”

เวลาเดียวกัน ผู้การสมิงเห็นธงรบกับณรงค์เงียบไป จึงตามมาหาธงรบถึงห้องในม่านรูด

“ทุกอย่างปกติดีครับ ผมยังไม่เห็นพวกพยัคฆ์เมฆาปรากฏตัวเลย” ธงรบรายงานสบายๆ

ทันใดนั้น มีเสียงตึงตังโครมครามจากห้องณรงค์ที่อยู่ติดกัน ธงรบมองหน้าผู้การพูดยิ้มๆว่า

“ไม่มีอะไรหรอกครับอา หมวดแกต้องรับบทบาทตามที่สั่งให้แนบเนียน ผมคุยกันมาแล้ว”

ooooooo

ที่แท้ หมวดณรงค์ถูกพวกพยัคฆ์เมฆารุมซ้อมจนสะบักสะบอมไปแล้ว มันเอาผ้ามัดปากไว้จึงไม่มีเสียงร้องให้ใครได้ยิน พวกลูกน้องลากหมวดไปคุกเข่าตรงหน้ามานพ

“โดนเข้าไปแค่นี้ถึงกับง่อยเปลี้ยเลยเหรอไอ้แก่... ไหนลูกน้องฉันบอกว่าแกมีพรรคพวกฝีมือดีอยู่ด้วยไม่ใช่เหรอ”

มานพจิกผมให้หมวดเงยหน้าขึ้น พอเห็นสายตาหมวด มันยิ้มเยาะ “ดู...ดูที่มันจ้องฉันสิวะ คงอยากขอร้องให้ฉันเก็บแกเร็วๆ จะได้ไม่ต้องทรมาน...แต่ฉันให้แกตายเร็วไม่ได้เว้ย ไอ้พวกที่มันคิดมาลองดีกับพยัคฆ์เมฆาของฉัน มันต้องโดนทรมานสุดๆ จนต้องมากราบแทบเท้าขอร้องให้ฉันฆ่ามันเท่านั้น”

สิ้นเสียงมานพ มีเลือดกระเซ็นเต็มผนังห้องตรงนั้น หมวดณรงค์คอพับเลือดทะลักจากคอ มานพพูดเหี้ยมอำมหิตว่า

“เลือดแกจะไหลออกมาเรื่อยๆจนค่อยๆตายช้าๆ เพราะฉะนั้นฉันเลยอยากให้แกดูหน้าฉันไว้ให้ดี เพราะฉันนี่แหละคือหัวหน้าพยัคฆ์เมฆาที่แกอยากมีเรื่องด้วย ฮ่าๆๆ” มานพหัวเราะอย่างผยองแล้วกระชากหน้ากากงิ้วออก

ณรงค์ปรือตามองทั้งที่ตัวเองกำลังจะหมดสติ...

ooooooo

ผู้การสมิงเดินวนอยู่ในห้องอย่างร้อนใจ รู้สึกผิดสังเกตที่ทุกอย่างเงียบผิดปกติ บอกธงรบว่าเงียบนานแบบนี้ตนชักไม่ค่อยไว้ใจ ธงรบยังคงพูดขำๆว่าหมวดคงหมดแรงกระมัง

“แต่ฉันว่าแกประมาทเกินไป ณรงค์เป็นลูกน้องที่มีความรับผิดชอบ ฉันจะเข้าไปดูเอง” ผู้การเปิดประตูออกไป พอดีได้ยินเสียงรถแล่นออกไปจากห้องหมวดณรงค์ รีบชะโงกดูเห็นรถเก๋งของพวกมานพเพิ่งขับออกไป ครู่เดียวหมวดณรงค์ก็เดินเลือดชุ่มคอออกมา

“หมวด!! ไอ้พวกพยัคฆ์เมฆาใช่ไหม!!” ผู้การถาม หมวดพยักหน้าช้าๆ ธงรบแค้น ชักปืนวิ่งไปขึ้นรถขับตะบึงตามรถเก๋งคันนั้นไปทันที

“อดทนไว้นะหมวด...ผมจะตามรถพยาบาลมาเดี๋ยวนี้” สมิงรีบโทร.เรียกรถพยาบาลทั้งที่ยังไม่หายหงุดหงิดธงรบ

ฝ่ายธงรบขับรถไล่บี้รถของมานพจนเห็นรถอยู่ข้างหน้าจึงชักปืนยิง ชาญได้ยินเสียงปืนบอกมานพว่า

“สงสัยพวกมันจะตามมาแก้แค้นครับนาย”

“หึ! ไอ้พวกกระจอก...จัดการมันซะ!!” มานพสั่ง

ชาญแตะบ่าคนขับ พลันรถก็เลี้ยวเข้าทางแยก ธงรบเห็นจึงเร่งความเร็วตาม คำรามแค้น

“คิดหนีเหรอ...ไม่แน่จริงนี่หว่า” แล้วเลี้ยวตามไปอย่างหมายขยี้ให้สะใจ แต่พอเลี้ยวรถไปไม่พบอะไรทั้งสิ้น ทั่วทั้งบริเวณมีแต่ความเงียบ ว่างเปล่า

ขณะธงรบกำลังยืนกวาดตามองไปรอบๆนั่นเอง พวกพยัคฆ์เมฆาที่ซุ่มอยู่ก็ระดมยิงมาพร้อมกัน ธงรบกระโจนหลบเตรียมสู้ แต่เพราะตัวคนเดียวถูกระดมยิงมาจากรอบทิศ เขาจึงต้องสู้ไปถอยไป แต่ก็ถูกยิงบาดเจ็บที่แขนจนได้

มานพ​กับ​ลูกน้อง​ดา​หน้า​เปิดฉาก​ยิง​อย่าง​หนัก​ก่อน​ยกมือ​เป็น​สัญญาณ​ให้​หยุด

“พอ!! แค่​นี้​ก็​สั่งสอน​ให้​พวก​มัน​รู้​แล้ว​ว่า ถ้าใคร​คิด​มา​ลองดี​กับ​พยัคฆ์​เมฆา ทาง​เดียว​ของ​พวก​มัน​ก็​คือ​ตาย! ฮ่าๆๆ”

ส่วน​ที่​โรงแรม​ม่าน​รูด ขณะ​รอ​รถ​พยาบาล สมิง​ปลุก​ขวัญ​ให้​กำลังใจ​หมวด​ณรงค์​ให้​อดทน​ไว้​เดี๋ยว​รถ​พยาบาล​ก็​มา​ถึง​แล้ว “คุณ​ต้อง​ทำ​งาน​กับ​ผม​ต่อ​นะ​หมวด คุณ​จะ​พัก​ได้​ก็​ต่อ​เมื่อ​ผม​สั่ง​เท่านั้น”

“ผม...ผม​ทำ​งาน​ให้​ผู้​การ​จน​วินาที​สุดท้าย​ครับ... พวก...พวก​พยัคฆ์​เมฆา...​ผม...ผม​รู้​แล้ว​ว่า​พวก​มัน​เป็น... เป็น​ใคร”

“หมวด...คุณ​เก็บ​แรง​เอา​ไว้​ต่อสู้​เถอะ”

“ผม...ผม...ไม่​รอด​แน่​แล้ว​ครับ...ผู้​การ...ผม​

ขอ​ฝาก​ให้​ผู้​การ...จัดการ​กับ​มัน​ต่อ​ด้วย...หัวหน้า...พยัคฆ์​เมฆา​ก็​คือ...ก็​คือ...”

“หมวด...ใคร​คือ​หัวหน้า​พยัคฆ์​เมฆา” ผู้​การ​ถาม​ไม่ทัน​จบ มือ​ของ​หมวด​ณรงค์​ก็​ตกลง​ข้าง​ตัว...เขาจากไปแล้ว...

ธง​รบ​หนี​รอด​มา​ได้ กุม​แขน​ที่​ได้​รับ​บาดเจ็บ​โซเซ​เข้า​มา ทัน​ได้​เห็น​ภาพ​การ​จาก​ไป​ของ​หมวด​ณรงค์​อย่าง​เศร้า​สลด

ooooooo

อ่าง​กับ​สลึง​ถูก​ลูกน้อง​เสี่ย​ตง​ล้อม​กรอบ​ไว้ มัน​แกล้ง​สอง​น้าที่​เงอะงะ​ด้วย​การ​ยิง​ปืน​ลง​ที่​พื้น​เฉียด​ไป​เฉียด​มา​ให้​สอง​น้า​เต้น​หลบ​กระสุน​แล้ว​หัวเราะ​กัน​ครื้นเครง

ถึง​จะ​ติดอ่าง​กับ​ไม่เต็มบาท แต่​สอง​น้า​ก็​รัก​ศักดิ์ศรี​มี​หลักการ ไม่​ยอม​ก้มหัว​ให้​พวก​อันธพาล ร้อง​ท้า​ว่า​แน่จริง ​ให้​มา​เล่น​กัน​ตัวต่อตัว ​อย่า​ใช้​หมาหมู่​เล่น​กัน​แบบ​นี้ ลูกน้อง​เสี่ย​คน​หนึ่ง​ถอด​เสื้อ​สะอึก​ออก​ไปกวัก​มือ​เรียก​

ต่อ​ให้​สอง​น้า​มา​เล่น​กับ​มัน​คน​เดียว

ปรากฏ​ว่า​มัน​ถูก​สอง​น้า​ล่อ​เสีย​งอม​พระราม พวก​มัน​เลย​รุม​กัน​กินโต๊ะ​สอง​น้า​จน​สะบักสะบอม​แล้ว​พา​ไป​อีก​มุม​หนึ่ง​ของ​โกดัง​ร้าง​ที่​เก่ง​ลาก​หยก​เข้า​มา

“พวก​น้า​ฉัน​อยู่​ที่ไหน แก​เอา​เขา​ไป​ไว้​ไหน” หยก​เป็น​ห่วง​สอง​น้า​ทั้งที่​ตัว​เอง​กำลัง​แย่

“ไอ้​พวก​นั้น​ยัง​ไม่​ถึง​คราว​ตาย​หรอก เดี๋ยว​แก​ก็ได้​เจอ​มัน” เสี่ย​ตง​ตอบแทน​เก่ง พลาง​เดิน​ก​ร่าง​เข้า​มา​กระชาก​คอเสื้อ​หยก​ขึ้น​ไป​จ้อง​หน้า​ตะคอก​ขู่​หา​ว่า​เขา​ทำลาย​ดุจ​แพร​ลูก​สาว​ที่​ตน​รัก​ปาน​ดวงใจ แล้ว​อัด​เข้าที่​ท้อง​จน​หยก​ตัว​งอ

ระหว่าง​นั้น ลูกน้อง​เสี่ย​ลาก​อ่าง​กับ​สลึง​เข้า​มา หยก​พยายาม​จะ​ลุก​ไป​ช่วย​น้า​ทั้ง​สอง ถูก​เก่ง​กระชาก​ตัว​ไว้

“น้า!! ปล่อย​พวก​เขา เขา​ไม่​เกี่ยว​อะไร​ด้วย ผมขอร้อง​ล่ะ​เสี่ย ผม​ยอม​ให้​เสี่ย​พา​ตัว​มา​แล้ว ช่วย​ปล่อย​พวก​เขา​ไป​เถอะ​ ผม​ขอ...”

“ไอ้​หยก ถึง​แก​ยอม​มา​พบ​ฉัน​เพราะ​รู้​ว่า​ต้อง​มา​รับ​โทษ​ระยำ​ที่​ทำ​กับ​ลูก​สาว​ฉัน​ไว้ แต่​แค่​นั้น​มัน​ยัง​ไม่​พอ​หรอก เพราะ​ฉัน​อยาก​ขยี้​หัวใจ​แก เวลา​ที่​ต้อง​ทน​เห็น​คน​ที่​แก​เป็น​ห่วง​ถูก​ทำร้าย​ต่อหน้า​ต่อตา” พูด​แล้ว​เสี่ย​หัน​ไป​พยัก​หน้า​ให้​ลูกน้อง​ยำ​อ่าง​กับ​สลึง​ให้​หยก​ดู

หยก​มอง​สอง​น้า​ถูก​รุม​ยำ​โดย​ไม่​มี​ทาง​สู้ ทั้ง​แค้น​ทั้ง​เจ็บใจ​ที่​ไม่​มี​ทาง​ช่วย​สอง​น้า​ได้​เลย...

ooooooo

ดึก​แล้ว กิ่ง​เห​มย​นอน​ไม่​หลับ​เลย​ลุก​มา​รื้อ​ม้วน​กระดาษ​ที่​วาด​รูป​หยก​มา​คลี่ คลำ​ลาย​เส้น​ที่​วาด​เอาไว้​ด้วย​ความ​คิดถึง

ส้ม​เช้ง​เข้า​มา​เห็น​ถาม​ว่า​ทำไม​ป่านนี้​ยัง​ไม่​นอน พอ​กิ่ง​เห​มย​บอก​ว่า​นอน​ไม่​หลับ ส้ม​เช้ง​เผลอ​แซว​ว่า อย่า​บอก​นะ​ว่า​ต้อง​ตาม​หยก​มา​ร้องเพลง​กล่อม​ถึง​จะ​หลับ

กิ่ง​เห​มย​ชะงัก​ถาม​ว่า​หยก​เล่า​เรื่อง​นี้​ให้​ฟัง​หรือ

ส้ม​เช้ง​นึก​ได้​รีบ​เอา​มือ​ปิดปาก เห็น​อาการ​เขิน​ของ​กิ่ง​เห​มย​ก็​หยอก​ว่า​งอน​น่า​รัก​ออก

“แก​ไม่​ต้อง​มา​แกล้ง​แหย่​ฉัน​เลย ฉัน​จะ​นอน​แล้ว”

“เออ...รีบ​นอน​ได้​ก็ดี​แล้ว ​พรุ่งนี้​แก​จะ​ได้​รอ​ฟัง​ข่าว​ดี​จาก​ไอ้​หยก” พอ​กิ่ง​เห​ม​ยถา​ม​ว่า​ข่าว​ดี​อะไร ส้ม​เช้ง​ก็​ทำ​เป็น​ตบ​ปาก​ตัว​เอง​ที่​พลั้งปาก​อีก​แล้ว แต่​คราว​นี้​

กิ่ง​เห​มย​ไม่​ยอม ลุก​มา​คาดคั้น​เอาจริงเอาจัง​ให้​บอก​มา​ว่า​ข่าว​ดี​อะไร

ส้ม​เช้ง​เลย​ต้อง​เล่า​ว่า ตน​คุย​กับ​หยก​เรื่อง​จะ​ให้​เขา​มา​ดูแล​กิ่ง​เห​มย​แทน​อา​ม่า เพราะ​ตอน​นี้​กิ่ง​เห​มย​ไม่​เหลือ​ใคร​แล้ว ​หยก​เลย​รับปาก​สัญญา​ว่า...เล่า​ทิ้ง​ไว้​แค่​นั้น​แล้ว​หยุด​อีก จน​กิ่ง​เห​มย​ต้อง​คาดคั้น​จึง​ยอม​บอก​ว่า

“ฉัน​คิด​ว่า​เป็น​เรื่อง​ดี​นะ​แก...ถ้า​ไอ้​หยก​มัน​อยาก​ดูแล​แก​ได้​เต็มที่ มัน​ก็​คง​คิด​จะ​มา เอ่อ...ขอ​แก​แต่งงาน​ให้​เป็น​เรื่อง​เป็น​ราว”

ฟัง​ส้ม​เช้ง​เล่า​แล้ว กิ่ง​เห​มย​ถึง​กับ​อึ้ง​สนิท!

ooooooo

อ่าง​กับ​สลึง​และ​หยก ต่าง​เป็น​ห่วง​กัน ต่าง​ยอมเจ็บ​ยอม​ช้ำ​แต่​ขอ​ให้​ปล่อย​อีก​ฝ่าย​ไป​เสีย เสี่ย​ตง​หมั่นไส้​สั่ง​ลูกน้อง​ให้​จัด​หนัก​ทั้ง​สาม​ไป​เลย

“อย่า​นะ​เสี่ย...ผม​ขอร้อง” หยก​กลัว​สอง​น้า​จะโดน​หนัก คลาน​เข้าไป​ยกมือ​ไหว้​ขอร้อง​เสี่ย​ทั้งที่​มือ​ยัง​ถูก​มัด​อยู่ “เสี่ย...ผม​ทำร้าย​คุณ​แพร​ทำให้​เธอ​เสียใจ...เพราะฉะนั้น​เสี่ย​อยาก​ลงโทษ​ก็​มา​ลง​ที่​ผม​คน​เดียว อย่า​ทำ​กับ​คนอื่น​เลย​ครับ ผม​ขอร้อง...ให้​ผม​กราบ​ก็ได้ เสี่ย​จะ​สั่งสอนผม​ยัง​ไง​ก็​เชิญ แต่​ปล่อย​พวก​เขา​ไป​เถอะ”

หยก​คลาน​เข้าไป​กราบแทบ​เท้า​เสี่ย อ่าง​กับสลึง​ร้องห้าม​กัน​ขรม อ่าง​ตะโกน​บอก​หยก

“ไอ้​หยก...เอ็ง​ไม่​ต้อง​ไป​กราบ​มัน...เอ็ง​ไม่ได้ตั้งใจ​ทำให้​คุณ​แพร​เสียใจ เอ็ง​กับ​กิ่ง​เห​มย​รัก​กัน​มา​ตั้ง​นานก่อน​ที่​คุณ​แพร​จะ​เข้า​มา​เสีย​อีก เอ็ง​ไม่​ผิด​นะ​ไอ้​หยก”

ส่วน​สลึง​ก็​ตะโกน​บอก​เสี่ย​ว่า​ดุจ​แพร​เป็น​มือที่สาม หยก​ไม่​ผิด แต่​หยก​ยอม​รับ​ว่า​ตน​ผิด​เอง พวก​น้า​สอน​ให้​ตน​เป็น​ลูกผู้ชาย​เมื่อ​ตน​ผิด​ที่​ล่วงเกิน​ดุจ​แพร​ก็​ต้อง​รับ​ผิด ว่า​แล้ว​ก็​ก้ม​กราบ​แทบ​เท้า​เสี่ย

สอง​น้า​ทน​ไม่ได้​ฮึด​จะ​ลุย​พวก​มัน เลย​ถูก​มัน​รุมส​กรัม สลบเหมือด​ไป​ทั้ง​สอง​คน ส่วน​เสี่ย​ตง​กระชาก​หยก​ขึ้น​ตะคอก

“คิด​ว่า​กราบ​เท้า​ฉัน​แล้ว ฉัน​จะ​อโหสิ​ให้​เหรอ​ไอ้​หยก!” เสี่ย​บีบ​คอ​หยก​จน​หน้า​ดำ​หน้า​แดงตา​ปรือ​เกือบขาดใจ แต่​เสี่ย​ก็​ไม่​คลาย​มือ “ลูก​สาว​ฉัน​ร้องไห้​คร่ำครวญ​แทบจะ​ขาดใจ ฉัน​พยายาม​ปลอบ​ใจ​เท่า​ไหร่​แต่​ยัย​แพร​ก็ยังไม่​หาย​เสียใจ เอาแต่​คร่ำครวญ​ว่า​รัก​แก​จน​หมด​หัวใจ”

“ผม...ผม...ขอโทษ...ขอโทษ...” หยก​พูดกระท่อนกระแท่น​เพราะ​ใกล้​จะ​หมด​ลม

“คน​ที่​แก​ควร​จะ​ไป​กราบ​ขอโทษ​มัน​ไม่​ใช่​ฉัน แต่​ควร​เป็น​ยัย​แพร แต่​ถ้า​ฉัน​พา​แก​ไป​ให้​ยัย​แพร​เห็น​หน้าอีก ยัย​แพร​จะ​ต้องใจ​อ่อน​และ​ขอร้อง​ให้​ฉัน​ไว้​ชีวิต​แก เพราะ ฉะนั้น แก​ควร​จะ​ตาย​คา​มือ​ฉัน​เสีย​เดี๋ยวนี้​เลย ไอ้​หยก!!”

เสี่ย​ตง​บีบ​คอ​หยก​จน​แน่​นิ่ง​ไป​คา​มือ เก่ง​ร้อง​บอก เสี่ย​จึง​ปล่อย​มือ​ให้​หยก​ร่วง​ลง​ไป​กอง​กับ​พื้น สั่ง​เก่ง​ให้​ดูว่า​หยก​ตาย​หรือ​ยัง เก่ง​วิ่ง​ไป​เอา​มือ​อัง​จมูก เอา​หู​แนบตรง​หัวใจ แล้ว​เงย​หน้า​มอง​เสี่ย เสี่ย​ถาม​อย่าง​เลือดเย็น​ว่า “ตาย​รึ​ยัง?”

ooooooo

วัน​รุ่ง​ขึ้น กิ่ง​เห​มย​ใช้​ไม้เท้า​นำทาง​ไป​ร้อง​เรียก​หยก​ที่​บ้าน​แต่​ทุก​อย่าง​เงียบ​เหมือน​ไม่​มี​คน​อยู่ กิ่ง​เหมย​จึง​กลับ​บ้าน​ด้วย​ความ​เป็น​ห่วง เจอ​ส้ม​เช้ง​พอดี ส้มเช้ง​วิ่ง​มา​หา​กิ่ง​เห​มย​ด้วย​ความ​ดีใจ​ถาม​ว่า​หาย​ไป​ไหน ตน​มา​หา​แต่​เช้า​ไม่​เจอ

กิ่ง​เห​มย​บอก​ว่า​ไป​หา​หยก​ที่​บ้าน​แต่​ไม่​เจอ ไปหา​ที่​บ้าน​คม​ทวน​กับ​ที่​ร้าน​มอเตอร์ไซค์​ก็​ไม่​เจอ ส้ม​เช้งนึก​ได้​เล่า​ว่า ได้ยิน​หยก​บอก​ว่า​มี​ธุระ​ต้อง​ไป​เคลียร์ สงสัยยัง เคลียร์​ไม่​เสร็จ ถาม​ว่า​ธุระ​อะไร​ก็​พูด​งึมงำๆจับความ​ไม่ทัน​ได้​ก็​ไป​แล้ว

ฟัง​ส้ม​เช้ง​แล้ว​กิ่ง​เห​มย​ยิ่ง​เป็น​ห่วง ส้ม​เช้ง​ปลอบใจ​ว่า ถ้า​เสร็จ​ธุระ หยก​ก็​มา​หา​เอง​แหละ

“ส้ม​เช้ง...​แก​ช่วย​ไป​ตาม​หา​หยก​ให้​ฉัน​หน่อย​นะ ฉัน​อยาก​เจอ​หยก​เร็วๆ”

ส้ม​เช้ง​ยัง​แซว​กิ่ง​เห​มย​ว่า​คิดถึง​หยก​ออกนอกหน้า​แต่​ก็​รับปาก​จะ​ไป​ตาม​หา​ให้​เพื่อ​ความ​สุข​ของ​เพื่อน พอ​ส้ม​เช้ง​ไป​แล้ว กิ่ง​เห​มย​ก็​เดิน​ออก​ไป​ไม่​กลับ​เข้า​บ้าน

ส่วน​ดุจ​แพร​กำลัง​จะ​ออก​จาก​บ้าน พอ​ขึ้น​รถ​ก็​ถูก​พวก​ลูกน้อง​เสี่ย​มา​ยืน​ขวาง​ไม่​ยอม​ให้​ออก​รถ เธอ​เบิ้ลเครื่อง​ขู่​อย่างไร​พวก​นั้น​ก็​ไม่​ยอม​ถอย ป้า​จั่น​มา​ถาม​ว่า​จะ​ไปไหน เธอ​ตอบ​เสียง​เครือ​เครียด​ว่า

“แพร​จะ​ไป​ให้​พ้น​จาก​ที่​นี่ ไม่​อยาก​เจอ​หน้าใคร​อีก​แล้ว ทุก​คน​มี​แต่​หลอกลวง​แพร​ทั้งนั้น พ่อ​ก็​หลอก​แพร หยก​ก็​หลอก​แพร คำ​ว่า​บ้าน​มัน​ไม่​มี​ความ​หมาย​กับ​แพร​อีก​แล้ว”

เมื่อเบิ้ลรถขู่ไม่ได้ผล ดุจแพรตัดสินใจขับพุ่งออกไป ลูกน้องเสี่ยพากันกระโจนหนีตายกันกระเจิง ป้าจั่นตะโกนบอกให้รีบไปปิดประตูรั้วอย่าให้คุณหนูออกไป แต่กว่าลูกน้องเสี่ยจะวิ่งไปถึงประตู ดุจแพรก็ขับรถพุ่งออกไปแล้ว

ดุจแพรขับรถไปอย่างเร็ว ยิ่งคิดถึงเหตุการณ์ที่หยกเลือก ที่จะปกป้องและอยู่กับกิ่งเหมย และเสี่ยตงเองก็ด่าว่ากระทั่งจะยิงหยก จนเธอต้องไปแย่งปืนแล้วเดินไปตบหน้าหยกก่อนวิ่งร้องไห้ออกมา ยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บปวดจนไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไป

กิ่งเหมยเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งที่บ้านเสี่ยตงเพื่อตามหาหยก รถเกิดเสียทั้งที่ใกล้บ้านเสี่ยมากแล้ว เธอจ่ายค่ารถแล้วใช้ไม้เท้าคลำทางเดินไป

ดุจแพรตะบึงรถมาเกือบชนกิ่งเหมย เธอเบรกสนั่น กิ่งเหมยเองก็ตกใจกรีดร้องสุดเสียงและหมดสติไป

ooooooo

อ่างกับสลึงถูกเอามาโยนทิ้งไว้ในตรอกศาลเจ้า พอรู้สึกตัวก็คิดเป็นห่วงหยกกลัวหยกจะถูกเสี่ยตงฆ่า ก็พอดีส้มเช้งมาเจอ พอได้ยินจากสองน้าว่าเสี่ยตงจะฆ่าหยก ส้มเช้งจึงเดาได้ว่ากิ่งเหมยต้องรู้เรื่องนี้เลยหลอกตนกลับบ้านแล้วตัวเองก็หนีไปช่วยหยก

ส่วนดุจแพรรีบพากิ่งเหมยที่ตกใจจนหมดสติกลับไปที่บ้าน ไม่นานก็ได้รับโทรศัพท์จากส้มเช้งบอกว่าได้ยินสลึงกับอ่างเล่าว่าเสี่ยจะฆ่าหยก ดุจแพรตกใจ ปฏิเสธลั่น

“ไม่...พ่อฉันจะแตะต้องหยกไม่ได้”

ส้มเช้งขอร้องดุจแพรว่า มีแต่เธอเท่านั้นที่จะช่วยหยกได้ พอดีกิ่งเหมยรู้สึกตัวได้ยินดุจแพรคุยโทรศัพท์กับส้มเช้ง เธอบอกดุจแพรว่า

“ฉันได้ยินคุณคุยโทรศัพท์กับส้มเช้งแล้ว...งั้นคุณก็คงรู้ว่าฉันมาที่นี่ทำไม ได้โปรดเถอะค่ะคุณแพร มีแต่คุณคนเดียวเท่านั้นที่จะหยุดเขาได้ อย่าให้เขาทำร้ายหยกเลย”

กิ่งเหมยยอมรับว่าตนผิดเองที่พยายามผลักไสหยกให้มาหาเธอทำให้เกิดเรื่องร้ายแรงแบบนี้ขึ้น ร้องไห้อ้อนวอนให้ดุจแพรช่วยขอเสี่ยให้ไว้ชีวิตหยก ถ้าเสี่ยต้องการให้มีคนรับผิดชอบเรื่องนี้ตนยินดีให้เอาชีวิตตนแทน

“ไม่...จะต้องไม่มีการสูญเสียใครไปทั้งนั้น...” ดุจแพรเด็ดเดี่ยวมาก หันไปหาป้าจั่น “ป้า...ป้ารู้ใช่ไหมว่าแพรจะตามหาหยกได้ที่ไหน” ทีแรกป้าจั่นก็อึกอักไม่กล้าบอก ถูกดุจแพรคาดคั้นจนในที่สุดต้องยอมบอก

ooooooo

เสี่ยตงพาร่างไม่ได้สติของหยกไปที่ตึกก่อสร้างหมายเอาไปโยนจากยอดตึกลงมา พอมาถึงก็สั่งเก่งกับลูกน้องให้ลากหยกลงจากรถ

ลากหยกขึ้นไปถึงดาดฟ้าแล้ว เสี่ยให้เก่งเอานํ้าสาดใส่หน้า พอรู้สึกตัวคำแรกที่หยกถามคือเอาน้าทั้งสองของตนไปไว้ไหน เสี่ยบอกว่าส่งกลับบ้านไปแล้ว ไม่อยากยิงทิ้งให้เสียลูกปืน

หยกขอบคุณเสี่ยที่ไม่ฆ่าน้าทั้งสอง ส่วนตัวเองยอมรับผิดทุกอย่าง เสี่ยจะทรมานหักแขนหักขาตนอย่างไรก็ได้แต่อย่าฆ่าเลย เพราะตนสัญญากับกิ่งเหมยไว้ว่าจะกลับไปดูแลเธอ พยายามหว่านล้อมว่า

“ลูกสาวเสี่ยไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากผม ขอร้องเถอะครับเสี่ย ให้ผมได้มีชีวิตกลับไปดูแลกิ่งเหมยด้วย”

เสี่ยตบหน้าผัวะ ตวาด “ฉันจะดูแลลูกสาวฉันเอง แกไม่เกี่ยว เฮ้ย!!” เสี่ยหันไปเรียกลูกน้องให้ลากตัวหยกไปที่ริมดาดฟ้า หยกรู้ทันทีว่าจะเกิดอะไรขึ้น!

ขณะเสี่ยตงสั่งลูกน้องให้จับหยกโยนลงไปนั่นเอง ดุจแพรกับกิ่งเหมยก็มาถึง ทำให้ทุกอย่างชะงักลง กิ่งเหมย อ้อนวอนขอชีวิตหยก ขอร้องให้ดุจแพรช่วยพูดด้วย แต่เสี่ยสั่งดุจแพรให้พากิ่งเหมยกลับไปเสีย ตนต้องจัดการหยก จะไม่ปล่อยให้หยกมาพรากลูกสาวไปคนหนึ่ง และทำร้ายจิตใจอีกคนหนึ่งต่อไปไม่ได้

กิ่งเหมยพยายามเดินไปหาเสี่ยตามเสียงที่ได้ยิน อ้อนวอนกระทั่งยอมเรียกเสี่ยว่าพ่อเพื่อแลกกับชีวิตหยก ดุจแพรช่วยอ้อนวอนอีกคน แต่ดูเหมือนจะเปลี่ยนใจเสี่ยไม่ได้ อ้างว่า ขืนปล่อยหยกไว้เธอก็ไม่มีวันจะลืมเขาได้

“แต่ต่อให้เขาตาย แพรก็ลืมเขาไม่ได้อยู่ดี เพราะชาตินี้แพรไม่คิดว่าจะลืมเขาได้ค่ะป๋า...” ดุจแพรร้องไห้อ้อนวอน “ป๋าคะ...ปล่อยเขาไปนะคะ อย่าฆ่าเขาเลย เขาไม่ได้ผิด เขาไม่ได้ทำร้ายจิตใจแพรเลย แพรต่างหากที่ทำลาย ความรักของพวกเขาเพราะความเห็นแก่ตัวของแพรเอง”

เมื่ออ้อนวอนแล้วเห็นเสี่ยยังเฉย ดุจแพรถอยไปยืนริมดาดฟ้า หยกตกใจร้องห้ามอย่าทำอย่างนั้น

กิ่งเหมยถามว่าดุจแพรจะทำอะไร ดุจแพรฝากหยกให้ดูแลกิ่งเหมยให้ดีด้วย แล้วขยับออกไปอีก

ในที่สุดเสี่ยตงยอมปล่อยหยกเพื่อแลกกับการให้ดุจแพรกลับมาอยู่บ้าน เมื่อเก่งแก้มัดเชือกให้หยก กิ่งเหมยโผเข้ากอดหยกร้องไห้ด้วยความดีใจ

เสี่ยไล่หยกไปให้พ้นหน้าตนเดี๋ยวนี้ หยกจะพูดอะไรอีก ดุจแพรก็ตัดบทว่าให้เขาทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับกิ่งเหมย หยกจึงประคองกิ่งเหมยออกไป ดุจแพรร้องไห้ออกมาอย่างหมดความอดกลั้น แต่เมื่อเสี่ยเข้ามากอดปลอบ เธอบอกเสี่ยว่า

“แพรไม่เป็นไรค่ะป๋า...แพรไม่เป็นไร...ฮือๆๆ”

สองพ่อลูกกอดกันร้องไห้อย่างเจ็บปวด...

ooooooo

กิ่งเหมยประคองหยกที่บอบช้ำกลับมาที่ตรอกศาลเจ้า เธอถามอย่างเป็นห่วงว่าเขาไม่เป็นอะไรแน่นะ หยกทำปากดีบอกว่าถ้าแค่นี้ทนไม่ได้แล้วตนจะดูแลเธอได้ยังไง พูดไม่ทันขาดคำก็ซวนเซจะล้ม

“เห็นไหม...ทำไมเธอถึงดื้ออย่างนี้ เธอต้องรักตัวเอง ต้องห่วงตัวเองก่อนมาห่วงฉันสิ”

“ไม่ได้หรอกกิ่งเหมย...ใครจะบอกให้รักตัวเองก่อนรักคนอื่นก็ช่างหัวมัน แต่สำหรับฉันต้องรักเธอก่อนที่จะรักตัวเองเท่านั้น”

กิ่งเหมยซึ้งจนน้ำตาคลอ ก็พอดีมาถึงบ้าน ทั้งส้มเช้ง อ่าง และสลึงดีใจมากพากันวิ่งออกมารับ สลึงกับอ่างกอดหยกไว้แน่น จนหยกร้องว่าเบาๆหน่อยตนเจ็บ แล้วต่างก็ดีใจที่อีกฝ่ายปลอดภัยกลับมา

เมื่อพาหยกกับกิ่งเหมยขึ้นไปที่ห้องพักบนดาดฟ้าแล้ว ส้มเช้งจัดยาวางไว้ พากิ่งเหมยไปบอกว่ายาแก้ปวดอยู่ตรงนี้ถ้าหยกปวดก็เอาให้กิน อ่างโวยขึ้นว่ากิ่งเหมยตาไม่เห็นทำไมไม่เอาให้หยกกินเสียตอนนี้เลย ส้มเช้งถลึงตาใส่แล้วลากอ่างออกไปบอกว่าตนอุตส่าห์ชงให้หยกกับกิ่งเหมยขนาดนี้แล้วยังไม่เข้าใจอีก แล้วรีบพาอ่างกลับไป

เมื่ออยู่กันตามลำพัง กิ่งเหมยนั่งนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก็ถามหยกว่า “มองอะไรฉันน่ะหยก” หยกตกใจถามว่าตาไม่ดีทำไมยังรู้ว่าตนมองเธออยู่ “รู้สิ ทำไมจะไม่รู้ ฉันอยู่กับเธอมาทั้งชีวิต แค่เธอหายใจฉันก็รู้แล้วว่าคิดอะไรอยู่”

ทั้งสองหยอกล้อกันอย่างสนิทใจเมื่อไม่ต้องอยู่ในสายตาใคร จนจังหวะเหมาะ หยกบอกเธอว่า

“ฉันว่าเธอได้ยินแล้วนะตอนที่เธอไปช่วยฉันจากเสี่ยตงน่ะ...” กิ่งเหมยรู้แก่ใจดีแต่เขินเลยทำไก๋ “อยู่กันตามลำพังแบบนี้ก็ดี ฉันจะได้พูดกับเธอให้มันจริงๆจังๆ”

กิ่งเหมยรู้ว่าหยกจะพูดอะไร เธอเขินจนลุกขึ้นทำทีจะไปห้องน้ำ หยกมองตามอย่างรู้ทัน ตามออกมาปรากฏว่าเธอไม่ได้ไปห้องน้ำ หยกจับแขนไว้พูดอย่างรู้ทันว่า “ไม่เอาน่ากิ่งเหมย ฉันรู้ว่าเธอไม่ได้อยากไปห้องน้ำจริงๆ” แต่พอหยกจะพูดเธอแกล้งชี้ให้ดูเครื่องบิน หยกขำหยอกว่า “กิ่งเหมย...นี่เธอเขินฉันจนจะบ๊องแล้วเหรอเนี่ย”

ในที่สุด หยกก็บอกเธอในโอกาสทองนี้ว่า “กิ่ง–เหมย...ฉันรักเธอ...รักเธอคนเดียวเท่านั้น” แล้วตะโกนเหมือนจะให้ฟ้าดินเป็นพยาน “ฉันรักกิ่งเหมยยยยย...” กิ่งเหมยขอให้พอได้แล้ว ใครได้ยินเข้าจะด่าเอา

“อยู่บนนี้ใครจะมาด่าเราได้...มาสิกิ่งเหมย คืนนี้ฉันจะขอให้ดาวบนท้องฟ้าช่วยเป็นพยานฟังคำตอบของเธอ...”

หยกกุมมือกิ่งเหมยพาเดินไปอีกมุมหนึ่งบนดาดฟ้า หยุดตรงมุมที่เคยดูดาวด้วยกัน บอกเธอว่าบนนี้มีแต่เราสองคนเท่านั้น กุมมือกิ่งเหมยไปวางไว้ตรงหัวใจตัวเอง ถามว่ารู้ไหมว่าหัวใจเต้นแรง กิ่งเหมยพยักหน้าเขินๆ

“เพราะฉันเองก็ตื่นเต้นไม่น้อยไปกว่าเธอ สิ่งที่ฉันคิดและจะขอจากเธอคือการเปลี่ยนแปลงอนาคตของเรา มันคือสิ่งที่ฉันฝันและรอให้มาถึงตั้งแต่ที่เราได้มาเจอกัน... กิ่งเหมย ฉันอยากให้เธอมั่นใจว่า จากนี้ไปเธอจะไม่ได้เป็นกิ่งเหมยเดียวดายบนโลกใบนี้ แต่เธอยังมีฉันที่จะคอยเป็นดินโอบอุ้ม เป็นสายฝนให้ความชุ่มชื้นและเป็น...”

“หยก...” กิ่งเหมยเอามือแตะริมฝีปากเขาไว้ “เธอเป็นทุกอย่างในชีวิตฉันหมดแล้ว”

พอหยกขอเธอแต่งงาน น้ำตาแห่งความปลื้มปีติของกิ่งเหมยไหลอาบแก้ม จนหยกบอกว่าอย่าเอาแต่ร้องไห้ ตนอยากได้ยินคำตอบ ดาวของเราก็รอคำตอบจากเธออยู่ หยกจับมือเธอชี้ขึ้นไปที่ดวงดาว สัญญากับเธอว่า

“ตอนนี้เธออาจจะยังมองไม่เห็น แต่เมื่อวันที่ฉันหาทางทำให้ตาเธอกลับมามองเห็นได้อีกครั้ง เธอจะเห็นว่าดาวดวงนั้นก็คือแหวนเพชร เป็นคำสัญญาของเราว่า จะรักกันจนลมหายใจสุดท้ายของกันและกัน...”

“หยก...ฉัน...ฉันจะแต่งงานกับเธอ...” กิ่งเหมยเอ่ยด้วยความตื้นตันใจ ต่างกอดกันแนบแน่นด้วยความรัก...

ooooooo

วัน​ต่อ​มา สมิง​และ​ธง​รบ​ไป​ที่​บ้าน​หมวด​ณรงค์​เพื่อ​แจ้ง​ข่าว​การ​สูญเสีย​ของ​หมวด​ณรงค์​แก่​ภรรยาเขา ภรรยา​หมวด​ณรงค์​ร้องไห้​น้ำตา​แทบ​เป็น​สายเลือด​กับ​ข่าว​สูญเสีย​สามี​อย่าง​กะทันหัน

ธง​รบ​ที่​ผู้​การ​สมิง​ให้​รอ​อยู่​ใน​รถ เห็น​ภรรยา​หมวด​ณรงค์​ร้องไห้​เสียใจ​ก็​กำหมัด​ทุบ​พวงมาลัย​รถ​อย่าง​อัดอั้น​แค้น​ใจ​  เมื่อ​สมิง​กลับ​มา เขา​โทษ​ตัว​เอง​ว่า​เป็น​คนทำให้​หมวด​ณรงค์​ต้อง​ตาย พร่ำ​ขอโทษ​เสียง​เครือ​สะท้านบอกกับ​ผู้​การ​สมิง​ว่า

“ผม​ต้อง​ทำ​อะไร​สัก​อย่าง ผม​จะ​ไม่​ยอม​ให้คนดีๆ อย่าง​หมวด​ณรงค์​ต้อง​ตาย​ไป​อย่าง​ไร้​เกียรติ ผม​จะ​ลากคอ​พวก​มัน​ให้​มาก​ราบ​เท้าขอโทษ​ต่อหน้า​เมีย​ของ​หมวด แล้วส่ง​มัน​เข้าไป​ใน​คุก​ให้​พวก​มัน​โดน​กระทืบ​จน​ร้อง​อยาก​ตาย​วัน​ตาย​พรุ่ง!”

ผล​คือ​ถูก​ผู้​การ​ชก​เปรี้ยง ด่า “ที่​แก​พูด​ออก​มา​เมื่อกี้​นี้​มัน​ไม่​ใช่​คำ​พูด​ของ​คน​ที่​เรียก​ตัว​เองว่า​ผู้พิทักษ์ สันติราษฎร์ ฉัน​ต่างหาก​ที่​ต้อง​โกรธ​แค้น​พวก​มัน​ไม่​น้อย​ไป​กว่า​แก เพราะ​ณรงค์​ร่วม​เป็น​ร่วม​ตาย​กับ​ฉัน​มา​นาน แต่​ฉัน​จะ​ไม่​ลด​เกียรติยศ​ของ​ตัว​เอง​และ​หมวด​ณรงค์ ทำให้​ตัว​เอง​เป็น​โจร​เหมือน​พวก​มัน!”

หมัด​สั่งสอน​และ​คำ​พูด​ของ​ผู้​การ​สมิง​ทำให้​ธง​รบ​สงบ​ลง เขา​ขอโทษ ​ที่​พูด​เป็น​เพราะ​โกรธ​แค้น​มาก​เกินไป

“แก​ต้อง​ควบคุม​ตัว​เอง​ให้​ได้​นะ​ธง​รบ เพราะตอนนี้​เรา​เหลือ​กัน​แค่​นี้​แล้ว อย่า​ให้​อา​ต้อง​เสีย​กำลัง​คน​ไป​อีก”

“ครับ​อา...ว่า​แต่​ว่า ก่อน​ที่​หมวด​ณรงค์​จะ​ตาย ​เขารู้​รึ​เปล่า​ครับ​ว่า​ไอ้​พวก​พยัคฆ์​เมฆา​มัน​เป็น​ใคร”

สมิง​รู้​เพราะ​เขา​เอา​หู​แนบ​กับ​ปาก​ของ​ณรงค์​ก่อน​สิ้นใจ แต่​บอก​ธง​รบ​ว่า​หมวด​ณรงค์​ไม่​เห็น​หน้า​พวกมัน

ooooooo

คม​ทวน​รู้สึก​ตัว​ขึ้น​มา ถาม​หมอ​ว่า​ตน​อยู่​ที่ไหน เกิด​อะไร​ขึ้น หมอบ​อก​ว่าความ​ดัน​สูง​มาก​ทำให้​เขา หัวใจ​วาย​เฉียบพลัน​โชค​ดี​ที่​เล้ง​พา​ส่ง​โรงพยาบาลทัน และ​เล้ง​ยัง​ฝาก​บอก​ด้วย​ว่า ​เขา​ไม่​ใช่​ศัตรู​ของ​คม​ทวน​ขอ​ให้​ไว้ใจ​และ​คม​ทวน​จะ​ปลอดภัย​เมื่อ​อยู่​ที่​นี่ แล้วหมอ​ก็​ให้​พยาบาล​โทร.​แจ้ง​เล้ง​ว่า​คม​ทวน​รู้สึก​ตัว​แล้ว

เล้ง​กับ​มานพ​กำลัง​ลอง​ชุด​ที่​จะ​ใส่​ใน​วัน​เปิด​ตัว ผู้นำ​ของ​ตระกูล​มังกร​วารี​คน​ต่อ​ไป พอ​เล้ง​ได้​รับ​แจ้ง​จาก​พยาบาล เขา​หยุด​ทันที​บอก​มานพ​ว่า​วัน​นี้​พอ​แค่​นี้​ก่อน ตน​มี​ธุระ​ต้อง​รีบ​ไป​จัดการ

ไม่​นาน มานพ​ก็ได้​รับ​โทรศัพท์​จาก​ผู้​การ​สมิง ทักทาย​อย่าง​รู้จัก​เขา​ดี​ว่า “นาย​มานพ มังกร​วารี ทายาท คนเดียว​ของ​เจ้าสัว​เล้ง” มานพ​บอก​ว่า​ตน​รู้จัก​ตัว​เอง​ดีว่า​เป็น​ใคร ย้อน​ถาม​ว่า​นั่น​ใคร​ โทร.​มา​หา​ตน​เบอร์​นี้​ได้​ยังไง

“แน่ใจ​เหรอ​นาย​มานพ​ว่า​รู้จัก​ตัว​เอง​ดี เพราะนาย​ยัง​มี​อีก​สถานะ​หนึ่ง​ที่​ไม่ได้​เป็น​แค่​ลูก​ชาย​ของ​เจ้าสัว​เล้ง”

“แก​พูด​เรื่อง​บ้า​อะไร!” มานพ​เริ่ม​ใจไม่ดี

“หึๆๆ อย่า​คิด​ว่า​ไม่​มี​ใคร​รู้​ว่า​ภาย​ใต้​หน้ากากพยัคฆ์​เมฆา​ที่​แก​ใช้​ไล่ฆ่า​คน​อย่าง​โหดเหี้ยม ซุกซ่อน​ใบหน้า ของใคร​ไว้...นาย​มานพ!”

“นี่​แก!!” มานพ​ผงะ​หน้า​ถอดสี

ooooooo

หยกเลือดมังกร

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด