สมาชิก

หยกเลือดมังกร

ตอนที่ 16

ที่โรงงานร้าง...หยกดูแลมานพที่ยังไม่ได้สติอยู่ที่พื้น ธงรบเข้ามาบอกว่าตนให้ยานอนหลับไปแล้ว กลับไปถึงจะฟื้น ยังไงก็ไม่รู้เรื่องแผนการของเรา

ธงรบเอามือล้วงกระเป๋ากางเกง มองหน้ากันกับหยกอย่างรู้กันว่าต้องทำอะไรต่อ หยกเร่งให้รีบลงมือเลย พูดกับธงรบว่า “หมวดต้องรับมือกับเจ้าสัวเล้ง ถ้าจะให้เขาเชื่อมั่น ก็ต้องลงทุนกันหน่อย”

แล้วทั้งคู่ก็กระโจนเข้าหากัน ราวกับโกรธแค้นกันมาแต่ชาติก่อน ธงรบเอามือออกจากกระเป๋ากางเกง หยกร้องเฮ้ย! เมื่อเห็นใส่สนับมือไว้แล้ว

“ขอโทษด้วยว่ะ ขอมาเลยต้องจัดให้” พูดไม่ทันขาดคำ ธงรบก็ซัดหมัดใส่หยกถล่มไม่ยั้ง

ฝ่ายเล้ง ออกจากโกดังร้างมาพร้อมนนท์และลูกน้องที่มาอารักขา เล้งสั่งนนท์ว่า

“ถ้าเป็นฝีมือของไอ้คนเมื่อคืน พวกแกห้ามฆ่ามันเด็ดขาด”

พอมาถึงโรงงานร้าง อึดใจเดียวธงรบก็ก้าวออกมา เขาใส่แว่นดำและหมวกแก๊ป นนท์กับลูกน้องยกปืนจ่อทันที ธงรบพูดอย่างไม่สะทกสะท้านว่า ไม่ทันไรก็จะยิงกันแล้วหรือ ถามขู่ๆว่า “หรือว่าเจ้าสัวไม่อยากได้ตัวลูกชายคืน”

“แกเป็นใคร” เล้งถาม ธงรบตอบกวนๆตามแบบของตัวเองว่า เดี๋ยวก็รู้แต่ไม่ใช่ตรงนี้

“เฮ้ย...อย่ามาตุกติกนะเว้ยแค่เจ้าสัวสั่งคำเดียว ลูกปืนก็ฝังเข้าหัวแกทันทีแล้ว” นนท์ปราม

“ฉันรู้น่าว่ากำลังเจรจาอยู่กับเจ้าสัวเล้งแห่งแก๊งมังกรวารีผู้ยิ่งใหญ่ มังกรที่ได้ชื่อว่าใช้คุณธรรมในการปกครองลูกน้อง”

เล้งนิ่งไปเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายรู้จักตนดี สั่งทุกคนเอาปืนลง แล้วหันไปถามธงรบว่า บอกได้หรือยังว่าลูกชายตนอยู่ไหน

“ตามผมมา...แต่เฉพาะเจ้าสัวกับมือขวาเท่านั้น” ธงรบเดินนำเข้าด้านในโรงงานร้าง นนท์เป็นห่วง แต่เมื่อเล้งพยักหน้าเขาจึงเดินตามเข้าไป

ooooooo

เข้าไปในโรงงานร้าง ธงรบตรงไปลากคอหยกที่สภาพสะบักสะบอมเลือดเต็มหน้าออกมา เล้งอุทาน

“นายหยก!!”

“ใช่ครับ...ไอ้หยก ลูกน้องฝีมือดีของเสี่ยตง

เมื่อคืนผมไปเจอมันกำลังเล่นงานลูกชายเจ้าสัว ก็เลยเข้าไปช่วยชีวิตเขาไว้ แล้วก็ได้ตัวมันมาให้เจ้าสัวพิพากษา” ธงรบถีบหยกที่หมดสภาพกระเด็นไปซบแทบเท้าเล้ง

“แล้วลูกชายฉันล่ะ”

“อยู่ข้างในครับ”

เล้งพยักหน้าให้นนท์เข้าไปดู ครู่เดียวนนท์ออกมารายงานว่ามานพปลอดภัยดี ธงรบเล่าต่อว่าหยกเล่นงานมานพอย่างหนัก ถ้าตนไม่ไปเจอก่อนมีหวังตายคามือหยกแน่ เล้งสั่งนนท์ให้พามานพออกไป บอกนนท์ที่มองอย่างเป็นห่วงว่า

“ฉันว่าไอ้หมอนี่คงไม่คิดจะช่วยมานพโดยไม่หวังผลตอบแทนหรอก รีบพามานพกลับไปไม่ต้องห่วงฉัน”

พอนนท์พามานพออกไป ธงรบก็กระชากหยกขึ้นมาอัดต่อหน้าเล้ง ทั้งยังบอกว่าอยากให้จัดการ

หยกอย่างไรบอกได้เลย ตอนนี้ชีวิตหยกอยู่ในมือเจ้าสัวคนเดียวแล้ว

“ฉันยังไม่รู้เลยว่าแกเป็นใคร แล้วเหตุผลอะไรแกถึงต้องมาช่วยชีวิตลูกชายฉัน” เล้งถามอย่างผู้มีประสบการณ์

ธงรบเผยตัว ถอดแว่นดำและหมวกแก๊ปออก เล้งจำได้ทันที แต่ได้ยินว่าเขาถูกเสี่ยตงฆ่าตายไปแล้ว? ธงรบคุยโวว่า “ผมเป็นคนดวงแข็งรอดตายมาได้พร้อมกับความแค้นที่ต้องล้างผลาญมันให้พินาศ...พวกมันทุกคนจะต้องถูกผมเอาคืน!”

เล้งมองธงรบซ้อมหยกอย่างเลือดเย็น จนเห็นว่าหยกสลบไปแล้ว ถามธงรบว่าแค้นหยกนักทำไมไม่ใช้กฎหมาย

“ถ้ากฎหมายของผมเล่นงานมันได้ ผมคงไม่ต้องหนี หัวซุกหัวซุน ไม่ต้องกลายเป็นคนตายเดินดินอยู่แบบนี้หรอกเจ้าสัว” เล้งถามว่าที่ทำแบบนี้เพราะจะมาพึ่งตนใช่ไหม “ในเมื่อกฎหมายใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว นี่คือทางเดียวที่จะทำให้ผมอยู่รอดต่อไป ผมพร้อมทำงานให้เจ้าสัวทุกอย่างตามที่สั่ง”

เล้งก็ยังไม่ไว้ใจ บอกว่ายังไม่เห็นเหตุผลที่จะต้องเลี้ยงคนเพิ่ม ธงรบจะยิงหัวหยกต่อหน้า เล้งรีบจับมือไว้

“ฉันจะเลี้ยงแกไว้ เพราะฉันไม่อยากไล่สุนัขจนตรอก ต้อนคนให้จนมุม มันอาจจะย้อนกลับมาแว้งกัดเมื่อไหร่ก็ได้”

ธงรบแสดงความซื่อสัตย์จงรักภักดีต่อเล้ง พูดอย่างอาฆาตแค้นว่า เรามีศัตรูตัวเดียวกัน

“สำหรับไอ้หยก...แกไม่ต้องจัดการมัน” แล้วเล้งก็ให้นำตัวหยกไปที่ท่าเรือริมน้ำ จนหยกรู้สึกตัว เขาถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง เห็นหยกมองอย่างระแวง เล้งย้ำว่า ไม่ต้องห่วง ที่นี่มีแค่ฉันกับเธอเท่านั้น ถ้าคิดจะแก้แค้นให้มานพ ฉันคงปล่อยให้ธงรบฆ่าเธอตายไปแล้ว”

เล้งพูดเหมือนรู้ดีว่า หนุ่มๆไม่ว่ายุคไหนสมัยไหน ก็มักขัดใจกันด้วยเรื่องผู้หญิง หยกผสมโรงว่า ต่อไปเจ้าสัวก็สั่งสอนลูกตัวเองอย่ามายุ่งกับผู้หญิงของตน

“เรื่องมานพ ฉันจะจัดการแน่นอน” แต่พอหยกจะไป เขากลับเรียกไว้ “เดี๋ยว ฉันช่วยไม่ให้ธงรบฆ่าเธอ เพราะฉะนั้นเธอติดหนี้ชีวิตฉันอีกแล้วนะนายหยก!”
หยกชะงักมองอย่างไม่แน่ใจว่าเล้งจะมาไม้ไหนกับตนอีก

ooooooo

กิ่งเหมยเฝ้าดูแลดุจแพรอยู่ที่ห้องพักบน ดาดฟ้าอย่างเป็นห่วง จนดุจแพรรู้สึกตัวขึ้นมา ถามกิ่งเหมยว่าตนอยู่ที่ไหน

“หยกให้น้าอ่างกับน้าสลึงพาคุณกลับมาค่ะ”

ดุจแพรพยายามทบทวนความจำทั้งที่ยังมีอาการมึนๆอยู่ กิ่งเหมยถามว่าเธอทะเลาะอะไรกับหยกหรือ ดุจแพรปฏิเสธ จนเมื่อกิ่งเหมยตัดพ้อว่า ไหนบอกว่าเราสาบานจะดูแลกันไง มีอะไรให้บอกมาเถอะ ตนจะได้ช่วยให้เธอกับหยกเข้าใจกัน

“ฉันไม่อยากเลิกรักหยก...แต่ฉันก็ไม่อยากทำร้ายเธอสองคน” ดุจแพรร้องไห้วิ่งออกไปอย่างอัดอั้น กิ่งเหมยคลำทางตามออกมาบริเวณดาดฟ้า ได้ยินเสียงดุจแพรร้องไห้สะอึกสะอื้น แต่พอจะเดินเข้าหา เธอขอร้องว่า “อย่าเข้ามาใกล้ฉันอีกเลยกิ่งเหมย อย่ามาทำดีกับฉัน เพราะเธอยิ่งทำก็ยิ่งทำให้ฉันกลายเป็นผู้หญิงแพศยาที่แย่งแฟนเพื่อน”

กิ่งเหมยยืนยันอีกครั้งว่าตนกับหยกไม่มีอะไรกัน ดุจแพรไม่เชื่อ ขอร้องว่า

“ได้โปรดเถอะกิ่งเหมย หยุดปิดบังความจริงกับฉันเสียทีได้ไหม ฉันถูกพ่อหลอกลวงมาแล้วคนหนึ่ง อย่าให้เพื่อนที่ฉันรักที่สุดต้องมาหลอกลวงฉันอีกคนเลย” พูดแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้น

กิ่งเหมยย้ำอีกครั้งว่าตนกับหยกเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้น ดุจแพรยืนยันว่าหยกรักเธอและอยากใช้ชีวิตร่วมกับเธอมากกว่าตน กิ่งเหมยตกใจบอกว่าเป็นไปไม่ได้...ไม่จริง...

“เธอไม่เชื่อใช่ไหม งั้นมาสิกิ่งเหมย ฉันรู้ว่าเขาเก็บซ่อนความในใจไว้ที่ไหน ฉันจะให้เธอฟัง” พูดแล้วดึงกิ่งเหมยเข้าข้างใน กิ่งเหมยกลัวความจริงที่ไม่อยากรับรู้ พยายามรั้งดุจแพรไว้ขอร้องว่าอย่าเลย...อย่าทำเลย...

ooooooo

หยกเยาะเย้ยเล้งว่า เพิ่งรู้ว่าเจ้าสัวใหญ่อย่างเขาเป็นคนชอบทวงบุญคุณ เล้งบอกว่าไม่ได้ทวงบุญคุณ แต่เสียดายชีวิตเขาต่างหาก

หยกตัดบทว่า อยู่วงการเดียวกันเรารู้กันดีว่ามีหนี้ต้องชดใช้ มีบุญคุณต้องทดแทน ตนทำให้ได้อย่างที่เจ้าสัวต้องการ “แต่ถ้าจะให้หักหลังเสี่ยตง สั่งให้ไปฆ่าเขาละก็ เจ้าสัวก็ไม่เหมาะที่จะเป็นเจ้าพ่อที่ดี เพราะผู้ที่มีเกียรติคือผู้ที่ให้เกียรติคนอื่น”

เล้งจ้องตาหยกนิ่งเหมือนถูกสะกด พึมพำ “นายหยก...แววตาของเธอ...” จนหยกต้องเรียกหลายครั้งเล้งจึงรู้สึกตัว หยกถามว่าจะให้ตนใช้หนี้ชีวิตยังไงก็บอกมา

“เธอเป็นคนที่มีหัวใจเด็ดเดี่ยวมากนะหยก เพราะ ฉะนั้น ฉันจะไม่ดูถูกเกียรติของเธอ ถ้ามีหนทางถอนตัวออกจากวงการนี้ได้ก็ควรจะรีบทำ เพราะสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น มันจะหนักหนาสาหัสและทำให้คนอย่างเธอถอยหลังกลับไม่ได้อีก ฉันเชื่อว่า ถ้าเราเจอกันอีกครั้ง... มันจะไม่เป็นแบบนี้”

“ไม่คุณตาย ผมก็ต้องตาย” หยกสรุป เล้งพยักหน้า ตบบ่าเหมือนย้ำอีกครั้งแล้วเดินกลับไปที่รถ หยกร้องถามอย่างติดใจสงสัยว่า “เจ้าสัว...คุณหวังดีเตือนผมทำไม ทั้งๆที่ผมเป็นศัตรูกับคุณ”

เล้งหยุด หันจ้องที่ดวงตาหยกเหมือนเห็นใครคนหนึ่งอยู่ในดวงตานั้น พูดเนิบๆราวกับตกอยู่ในภวังค์...

“เพราะแววตาของเธอ ทำให้ฉันนึกถึงคนที่เขาเคยเตือนฉันแบบนี้ แต่ฉันกลับไม่ฟัง ชีวิตฉันถึงไม่เคยมีความสุขอีกเลย...เธอเหมือนเขามากนะหยก” พูดแล้วหันขึ้นรถไป ทิ้งหยกให้อยู่กับความงุนงงตรงนั้น...

ooooooo

ดุจแพรพากิ่งเหมยมาฟังเสียงหยกในวีดิโอที่รำพันความรักและคำอธิษฐานในวันเกิดทุกปีที่ขอให้ได้อยู่กับกิ่งเหมย ตื่นขึ้นมาได้เห็นเธออยู่ข้างๆทุกวัน

ทั้งดุจแพรและกิ่งเหมยต่างน้ำตาซึม กิ่งเหมยทนฟังไม่ได้ขอร้องให้ดุจแพรปิดเสีย ไม่เพียงไม่ปิดดุจแพรยังพร่ำด่าตัวเองว่าเป็นหญิงแพศยา แย่งคนรักของเพื่อนได้ลงคอ

“คุณไม่ได้ผิดอะไรเลยค่ะ ต่อให้หยกรักฉันมากแค่ไหน ฉันก็คงเป็นภาระให้เขาไม่ได้ แต่คุณต่างหากที่จะดูแลเขาได้”

“ทำไมต้องเป็นฉันด้วยล่ะกิ่งเหมย ทำไมเธอต้องพยายามเสียสละเขาให้ฉัน”

“ที่ฉันไว้ใจคุณ...เพราะคุณกับฉัน เรา...เราเป็น...”

กิ่งเหมยพูดไม่ทันจบก็ถูกส้มเช้งตะโกนเรียกให้รีบไปช่วยห้ามอาม่าไว้ ไม่อย่างนั้นมีเรื่องแน่

ทั้งสามพากันไปที่ตรอกศาลเจ้า ที่นั่นชาวบ้านกำลังทะเลาะกับกิจชัยที่เอาเงินมาฟาดหัวให้รื้อถอนย้ายออกไปอยู่ที่อื่น แต่ชาวบ้านไม่ยอมจึงทะเลาะกันลั่นตรอก ชาวบ้านยกโขยงมีอาวุธที่พอหาได้ติดมือไป อ่างกับสลึงเดินนำขบวน ส่วนอาม่าเดินตามไม่ทันจึงรั้งท้าย

กิ่งเหมยตะโกนเรียกอาม่า ขอร้องให้กลับไปเสียทำอย่างนี้อันตราย เกิดอาม่าเป็นอะไรขึ้นมาแล้วตนจะอยู่กับใคร แต่ปรากฏว่ากลุ่มชาวบ้านกับพวกกิจชัย

ตะลุมบอนกันแล้ว พวกกิจชัยเห็นชาวบ้านฮือกันมามากขึ้นทุกทีจึงพากันหนีไปหมด

อ่างกับสลึงสะใจร้องท้าว่าหายหัวไปไหนหมด แต่ร้องท้าไม่ทันขาดคำ อ่างก็ถูกกิจชัยที่ซุ่มอยู่ใช้ไม้ หน้าสามฟาดท้ายทอยทีเดียวล้มตึงหมดสติไป สลึงเห็นเข้า ถ่มน้ำลายด่าว่าเล่นทีเผลอ เลยถูกกิจชัยเข้ามาเอาไม้หน้าสามหวดเข้าที่ท้องจังๆ จนตัวงอแล้วเตะเสยอีกทีเดียว สลึงก็หงายเก๋งหมดสติไปอีกคน

หยกมาเห็นพอดี เขาพุ่งเข้าไปช่วยอ่างกับสลึง พอกิจชัยเห็นหยกก็พากันเปิดแน่บ หยกวิ่งตามไปอย่างเจ็บใจ

ooooooo

ที่ตรอกศาลเจ้า ดุจแพรเห็นกิจชัยพาลูกน้องมาตะลุมบอนกับชาวบ้านก็วิ่งอ้าวไป ส้มเช้งบอกให้อาม่ากับกิ่งเหมยรีบกลับไปเสีย ส่วนตัวเองวิ่งตามดุจแพรไปด้วยความเป็นห่วง พยายามร้องห้าม แต่ดุจแพรเชื่อว่าถ้าพวกลูกน้องป๋าเห็นตนก็จะรามือ

แต่ที่ไหนได้ พวกมันกำลังบ้าดีเดือดเลือดเข้าตา พอดุจแพรเข้าไปขู่ว่าถ้าไม่หยุดจะฟ้องป๋า มันไม่เพียงไม่หยุดยังหันมาตบเธอผัวะจนล้มเลือดออกที่มุมปาก พอได้เลือดดุจแพรหันไปคว้าไม้หน้าสามฟาดมัน คราวนี้เลยโดนมันตบอีกผัวะเซไปกระแทกผนังปูนหมดสติ ส้มเช้งรีบเข้าไปดู เห็นที่หัวเธอมีเลือดออกซิบๆ จึงรีบพาดุจแพรไปที่ร้านมอเตอร์ไซค์

ส่วนหยกเข้าตะลุมบอนกับกิจชัย กิจชัยรู้พิษสงหยกดีอยู่แล้ว พยายามขอหย่าศึก อ้างว่าตนหวังดีกับชาวบ้าน มีคนจ้างตนเอาเงินมาให้ย้ายไปอยู่ที่อื่น ถ้าชาวบ้านยอมย้ายออกไปก็จะได้รวยอื้อกันทุกคน แต่หยกไม่เล่นด้วย มันเลยประกาศวันนี้ให้แตกหักกันไปเลย

กิจชัยชักมีดออกมาจะแทงหยก ถูกหยกจับมือบิดหันมีดไปแทงที่ไหล่ตัวเอง มันร้องจ๊ากปล่อยมีดปักคาที่ไหล่ หันไปคว้าถังน้ำแถวนั้นสาดใส่หน้าหยก พอหยกเช็ดน้ำหันมองอีกทีปรากฏว่ากิจชัยหายไปแล้ว คมทวนเข้ามาพอดีถามว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมตรอกศาลเจ้าถึงได้วุ่นวายขนาดนี้

กิจชัยหนีไปเจออาม่ากับกิ่งเหมยที่กำลังยื้อยุดกัน กิ่งเหมยไม่ให้อาม่าไปลุยกับชาวบ้าน อาม่าจะไปให้ได้บอกว่าต้องไปปกป้องศาลเจ้า กิจชัยกระชากมีดที่ปักคาหัวไหล่ออก ถือมีด แสยะยิ้มเข้าหายายหลาน อาม่าตกใจผงะ กิ่งเหมยถามว่ามีอะไรหรือ อาม่าได้แต่บอกกิ่งเหมยให้หนีไป...หนีไปเร็วๆ!

ooooooo

หยกกับคมทวนไปถึงร้านมอเตอร์ไซค์เห็นดุจแพรหัวแตก แต่เธอบอกว่าตนยังพอไหว  หยกถามว่าแล้วกิ่งเหมยอยู่ที่ไหนตนหาไม่เจอ ส้มเช้งบอกว่าตนให้กลับบ้านไปกับอาม่าแล้ว เขาจึงให้ส้มเช้งพาดุจแพรไปที่ห้องพักของตนก่อน

หยกกับคมทวนมองหน้ากันอย่างกังวล คมทวนบอกว่า

“ข้าว่าชักไม่ค่อยดีแล้ว ไอ้กิจชัยมันยังลอยนวลอยู่ มันต้องหาทางแก้แค้นเอ็งแน่”

เป็นเวลาที่กิจชัยถือมีดเข้าหาอาม่ากับกิ่งเหมย อาม่าเอาตัวบังกิ่งเหมยไว้ ร้องบอกให้รีบหนีไปอย่าห่วงตน กิ่งเหมยไม่ยอมหนีแต่พุ่งเข้าสู้กับกิจชัยทั้งที่ตาไม่เห็น ถูกกิจชัยหลอกล่อให้เธอไล่ฟาดอย่างสนุกสนาน อาม่าทนไม่ได้คว้าขวดเบียร์ทุบแตกเป็นปากฉลามจะเข้าแทง ถูกมันจับมือบิดจนขวดเบียร์ตกแล้วแทงอาม่าที่ท้องจนมิดด้ามมีด!

อาม่าทรุดลงไปแต่ยังห่วงกิ่งเหมย ร้องบอกให้รีบหนีไป กิจชัยตบอาม่าจนหมดสติ แล้วหันไปจับกิ่งเหมยไว้ พอดีหยกกับคมทวนวิ่งมาถึง มันจึงลากกิ่งเหมยเป็นตัวประกันหนีไป

“เอ็งรีบตามไปช่วยกิ่งเหมยเร็ว ข้าจะช่วยอาม่าเอง” คมทวนร้องบอก หยกรีบวิ่งออกไป

กิจชัยลากกิ่งเหมยไปที่โกดังร้าง มันพูดอย่างลำพองใจว่า

“อีกเดี๋ยวไอ้หยกก็ต้องตามแกมา ทีนี้ล่ะ ฉันจะใช้แกบีบให้มันยอมแพ้ฉัน วันนี้คือวันที่ไอ้หยกจะต้องตายต่อหน้าฉัน”

กิ่งเหมย เธอกัดมันสุดแรง พอมันปล่อยเธอวิ่งหนีไปทั้งที่มองไม่เห็นทิศทาง แต่โชคดีไปเจอหยก เธอโผเข้ากอดหยกไว้ ร้องไห้ด้วยความดีใจ

“ไม่ต้องห่วงนะกิ่งเหมย อยู่กับฉัน เธอจะไม่มีวันเป็นอะไรเด็ดขาด” หยกกอดเธอไว้เต็มแขน คำรามแววตาแค้น “ส่วนมัน...มันจะต้องชดใช้ในสิ่งที่มันทำไว้กับอาม่า!!”

กิจชัยไล่ตามกิ่งเหมยมา เจอหยกเข้าอย่างจัง หยกก้าวออกไปบอกมันว่า “วันนี้เป็นวันตายของแก ไอ้กิจชัย”

หยกพุ่งเข้าเล่นงานกิจชัยชนิดที่มันไม่มีทางสู้ มีแต่เสียงร้องขอและโอดโอยด้วยความเจ็บปวด กิ่งเหมยรีบมาตามเสียง ร้องห้าม “หยก...ไม่นะ...อย่าฆ่าคนนะหยก”

แต่ความแค้นของหยกเกินกว่าจะหยุดได้แล้ว เขากล่าวโทษกิจชัยที่ทำร้ายอาม่า ทำร้ายน้าอ่างกับน้าสลึง ทำร้ายกิ่งเหมยและทำให้คนในตรอกศาลเจ้าต้องเดือดร้อน บอกมันว่า “โทษแค่ติดคุกสำหรับแกมันไม่พอแล้ว!”

กิจชัยร้องขอชีวิต พอดีกิ่งเหมยมาถึง เธอตะโกน “อย่านะหยก อย่าฆ่าคน เธอไม่ใช่ฆาตกรนะหยก”

เสียงเตือนของกิ่งเหมยทำให้หยกได้สติ ปล่อยกิจชัยแล้ววิ่งไปหาเธอ กิจชัยได้โอกาสหยิบมีดพกที่พื้นลากขาจะไปเล่นงานหยก ทันใดนั้น เสียงปืนคำรามขึ้นนัดหนึ่ง ร่างกิจชัยร่วงผล็อยตายคาที่!

ธงรบนั่นเอง...เขาส่งสัญญาณไม่ให้หยกบอกกิ่งเหมยว่าตนมา แต่พอกิ่งเหมยถามว่ามีใครอยู่ที่นี่อีกหรือ หยกก็บอก

“หมวดธงรบเขามาช่วยเราไว้”

กิ่งเหมยจึงรู้ว่าธงรบยังไม่ตาย ส่วนธงรบโมโหหยกที่ทำความลับตนเสีย ไม่ช่วยปิดเรื่องที่ตนยังไม่ตายกับกิ่งเหมย เมื่อต่อว่า ก็ได้รับคำชี้แจงจากหยกที่ทำให้อึ้งไปว่า

“ผมขอโทษ แต่ความลับเรื่องหมวด ถึงกิ่งเหมยรู้ไปก็ไม่มีผลอะไรกับงานของเรา ตรงกันข้ามยิ่งดีเสียอีก เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นกับผม กิ่งเหมยก็ยังมีคนดีๆอีกคนคอยตามช่วยเธอ”

ธงรบด่าประชดหยกว่า “ไอ้พ่อพระ” แล้วชี้ให้เห็นว่าทั้งเขาและกิ่งเหมยต่างสร้างกำแพงกั้นกลางกันเอง

ด้วยความหวังดีกับเพื่อน ชี้ให้เห็นว่า “ถ้าแกสองคนไม่ทำลายกำแพงนั่นเสีย ชาตินี้แกกับเธอก็คงไม่มีความสุข”

พอดีกิ่งเหมยเรียกหยก ธงรบบอกให้เขารีบพากิ่งเหมยไปดูอาการของอาม่าเสีย ส่วนเรื่องเก็บกวาดอันธพาลชั่วๆแบบนี้ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตน พูดแล้วเดินไปขึ้นรถขับออกไปเลย

ที่โรงพยาบาล อาม่าอยู่ในห้องฉุกเฉิน หมอกำลังช่วยชีวิตเต็มที่ ส่วนข้างนอก ทั้งส้มเช้ง ดุจแพร คมทวน รวมทั้งสลึงกับอ่าง ทุกคนกระวนกระวายใจ ทั้งเป็นห่วงอาม่าและร้อนใจที่กิ่งเหมยไม่มาสักที

คนที่มา กลับกลายเป็นเสี่ยตง! ดุจแพรถามว่ามาทำไม เขาบอกว่าได้ยินเรื่องวุ่นวายที่ตรอกศาลเจ้าเป็นห่วงลูกเลยจะมารับกลับบ้าน ดุจแพรไม่ยอมกลับ เสี่ยเตือนเธอว่าไม่ควรเอาชีวิตมาเสี่ยงกับคนพวกนี้

“เฮ้ย...ไอ้เจ้าพ่อ ทนฟังไม่ไหวแล้วเว้ย พวกเราไปทำอะไรให้นักหนาวะถึงต้องส่งลูกน้องมาเล่นงานพวกเรา” อ่างโพล่งขึ้นเร็วปรื๋อ โมโหจนลืมติดอ่างไปเลย

เสี่ยตงถูกทั้งอ่าง สลึง และส้มเช้งรุมกันด่าว่า จนเก่งออกมาโต้ว่าเสี่ยไม่ได้สั่งให้กิจชัยไปเล่นงานพวกตรอกศาลเจ้า เสี่ยตงเองก็ชี้แจงว่า ตนไม่รู้เหมือนกันว่ากิจชัยไปรับงานใครมา แต่ตนไม่อยากเสียเวลามาตอบคำถามเรื่องนี้ เพราะสลัมเน่าๆในตรอกศาลเจ้าไม่ได้อยู่ในสายตาตนอยู่แล้ว

ดุจแพรไม่ยอมกลับไปกับเสี่ย บอกว่าเป็นห่วงอาม่าที่ถูกกิจชัยแทงจนอาการสาหัส พอดีหมอออกมาบอกว่า หมออาจช่วยยื้อชีวิตอาม่าได้ไม่นานเพราะอาม่าอายุมากแล้วและบาดเจ็บสาหัส อยากให้ญาติเข้าไปดูใจเป็นครั้งสุดท้าย

“หมอ...ผมเป็นญาติกับเขา ผมจะเข้าไปดูใจเขาเอง...หมอต้องพาผมเข้าไปหาเขาเดี๋ยวนี้ เพราะถ้าเขากำลังไม่รอด คนที่เขาอยากเจอที่สุดก็คือผม”

เมื่อเสี่ยขอร้องแกมบังคับ หมอจึงต้องให้เข้าไปพบอาม่า เสี่ยเข้าไปเรียกอยู่ข้างเตียงครู่หนึ่งอาม่าจึงรู้สึกตัว

“นี่อั๊วเองนะ...หมอบอกว่าลื้อจะอยู่ได้อีกไม่นาน อั๊วเลยต้องรีบมาคุยกับลื้อ” อาม่าถามหากิ่งเหมย เสี่ยบอกว่า “ไอ้หยกกำลังพามาหาลื้อ ลื้อต้องแข็งใจไว้นะ อย่าเพิ่งเป็นอะไรไปตอนนี้”

อาม่าพยักหน้า บอกเสี่ยว่ามีเรื่องอยากจะคุย แล้วอาม่าก็ขอโทษเรื่องเมียเสี่ยที่ถูกไฟคลอกตาย ขอให้อโหสิกรรมให้ด้วย เสี่ยพูดอย่างทำใจได้แล้วว่า ถ้าตนติดใจเรื่องนี้ก็คงส่งอาม่าไปขอโทษเมียตนที่ปรโลกแล้ว และเสี่ยก็ขอโทษอาม่าเรื่องหงส์กับอาเหลาด้วย ตัดบทอย่างตัดใจแล้วว่า

“ช่างเถอะ...ยังไงมันก็ผ่านไปแล้ว ตอนนี้ลื้อไม่สามารถที่จะเลี้ยงลูกสาวอั๊วได้อีก เพราะฉะนั้น ชีวิตอาเหมยลื้อก็ควรจะยกให้อั๊วดูแล อาเหมยเป็นลูกสาวอั๊ว เป็นเลือดเนื้อของอาหงส์ มาเฟียอย่างอั๊ว ถึงจะเป็นหมาบ้า แต่สันดานหมายังไงก็ไม่ทอดทิ้งลูกมัน”

ooooooo

ส่วนที่หน้าห้องฉุกเฉิน ดุจแพรเป็นห่วงที่ปล่อยป๋าตนอยู่กับอาม่าตามลำพัง ส้มเช้งเชื่อว่าเสี่ยตงไม่ทำอะไร เกือบพลั้งปากบอกดุจแพรไปแล้วว่ากิ่งเหมยก็เป็นลูกเสี่ยตง แต่ยั้งปากไว้ทัน ทำให้ดุจแพรยิ่งสงสัย คาดคั้นให้ส้มเช้งบอกมาว่ามีอะไรปกปิดตนอยู่หรือ

พอดีเสี่ยตงออกมาบอกดุจแพรให้หยุดได้แล้ว บ่นว่าป่านนี้ทำไมกิ่งเหมยยังไม่มา ช้ากว่านี้กลัวจะไม่ทันดูใจอาม่า สั่งเก่งให้ออกไปดู ถ้าเจอตัวให้รีบพามาเลย ก็พอดีหยกพากิ่งเหมยมาถึง ส้มเช้งรีบบอกอาการของอาม่าเร่งให้กิ่งเหมยกับหยกเข้าไปหา ดุจแพรจะตามเข้าไปด้วย เสี่ยกันไว้บอกว่า

“ป๋าว่าแพรไม่ควรเข้าไป...เชื่อป๋าเถอะ ปล่อยให้กิ่งเหมยอยู่กับอาม่าเขาตามลำพัง...ส่วนแพร ป๋ามีเรื่องสำคัญจะต้องคุยให้รู้เรื่อง” เสี่ยมองหน้าลูกสาวจริงจังจนดุจแพรเงียบไป

กิ่งเหมยกับหยกเข้าไปในขณะที่อาม่าอาการหนักมากแล้ว แต่ก็ยังพยายามพูดปลอบใจกิ่งเหมยที่ร้องไห้อย่างหนักและฝากหยกให้ช่วยดูแลกิ่งเหมยให้ด้วย

อาม่าขอให้กิ่งเหมยสัญญาว่า “จากนี้ไป ลื้อต้องเข้มแข็งนะ ลื้อต้องเป็นกิ่งเหมยที่อยู่ท่ามกลางพายุให้ได้ สัญญากับอาม่าสิ อา...อาเหมย...”

กิ่งเหมยไม่ยอมสัญญา รับไม่ได้กับการที่อาม่าจะจากไป จนหยกบอกให้สัญญาเสียเพื่อให้อาม่าจากไปอย่างสงบ เธอจึงเอ่ยปนสะอื้นว่า...

“อาม่า...เหมยกิ่งนี้ จะอยู่ท่ามกลางพายุ จะไม่หักไม่โค่น ต่อให้พายุพัดกระหน่ำสักแค่ไหน เหมยสัญญาค่ะอาม่า”

“อาเหมย...อาเหมยของอั๊ว...” อาม่าพูดได้แค่นั้นก็หลับตาจากไปอย่างสงบ

“อาม่า!!” กิ่งเหมยร้องออกมาสุดเสียง โผเข้ากอดอาม่าร้องไห้ปิ่มว่าจะขาดใจ จนหยกต้องกอดปลอบ...

ฝ่ายดุจแพรไปคุยกับเสี่ยตงที่อีกมุมหนึ่ง เสี่ย

บอกความจริงกับเธอว่า กิ่งเหมยเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของตน ดุจแพรตะลึงงัน เสี่ยเล่าอย่างสะเทือนใจว่า

“ป๋าทำร้ายแม่ของกิ่งเหมย ทำให้กิ่งเหมยเกิดขึ้นมา เท่ากับว่าแพรเป็นพี่สาวของกิ่งเหมย ทั้งแพรและกิ่งเหมยมีสายเลือดของป๋าเหมือนกัน”

ดุจแพรตะลึงอึ้งไปครู่หนึ่ง เธอค่อยๆถอยออกมา มองหน้าป๋าตัวเองเหมือนคนแปลกหน้า...

ooooooo

ทุกคนเศร้าเสียใจอย่างที่สุดกับการจากไปของอาม่า โดยเฉพาะกิ่งเหมยร้องไห้จนหยกต้องคอยกอดปลอบใจเกือบตลอดเวลา เมื่อดุจแพรกลับเข้ามาเห็นภาพนั้น น้ำตาเธออาบแก้มสะเทือนใจกับภาพที่เห็นหยกกอดกิ่งเหมยแนบแน่นทั้งเรื่องเสียอาม่าไป เธอเดินเลี่ยงไปท่ามกลางสายตาของเสี่ยที่มองตามอย่างสงสารลูกจับใจ...

หยกไม่ยอมให้กิ่งเหมยกลับไปจมอยู่กับความเศร้าที่บ้าน เขาให้เธอไปอยู่ที่ห้องบนดาดฟ้า แต่กิ่งเหมยบอกว่าตนอยู่กับเขาที่นี่ไม่ได้เพราะเขาควรจะอยู่กับดุจแพร

“ที่นี่จะมีแต่เราสองคน เหมือนที่เราเคยอยู่ด้วยกัน ลืมเรื่องคุณแพรไปก่อนเถอะ คุณแพรเข้าใจดีว่าเวลานี้ฉันต้องดูแลเธอ...ไม่ใช่เขา ฉันต้องทำหน้าที่ที่รับปากอาม่าเอาไว้ อยู่กับฉันเถอะนะ ฉันขอร้อง อยู่ที่นี่ให้ฉันได้ดูแลเธอ” หยกกอดกิ่งเหมยไว้แนบอก

ในยามที่กิ่งเหมยไม่เหลือใครแล้ว เธอกอดหยกไว้ถาม “เธอจะดูแลฉันได้จริงๆเหรอหยก”

“ต้องได้สิ...ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เธอจะต้องได้ยินเสียงฉันอยู่ข้างๆ เธอ เวลาที่เธอต้องการคนจูงมือ ฉันจะยื่น มือให้เธอเป็นคนแรก เวลาที่เธอร้องไห้ ฉันจะปาดน้ำตาให้เธอ เวลาที่เธอดีใจ ฉันจะหัวเราะไปกับเธอ”

“หยก...” กิ่งเหมยเรียกเขาด้วยความตื้นตัน อบอุ่นใจ หยกกอดและหอมเธอแทนความรู้สึกทั้งหมดจากใจ...

ส่วนดุจแพร กลับไปอยู่บ้าน เธอขังตัวเองไว้ในห้อง ร้องไห้ให้กับหัวใจที่ปวดร้าวอย่างเดียวดาย...

ooooooo

ผู้การสมิงกับธงรบและหมวดณรงค์ ประสานกันทำงานเพื่อสืบให้ได้ว่าใครปล้นยาเสพติดของเสี่ยตงไป

วันนี้จึงมีการล่อซื้อยาจากลูกน้องแก๊งพยัคฆ์เมฆา นัดกันที่ตึกร้างแห่งหนึ่ง โดยณรงค์เป็นคนติดต่อซื้อยา และผู้การสมิงกับธงรบมาซุ่มจับ

เมื่อมองเงินและส่งยาให้กันแล้ว หมวดณรงค์ส่งสัญญาณให้ผู้การสมิงและธงรบลงมือ

ในที่สุดก็ยึดเงินและยาเสพติดของกลางได้ ส่วนสองคนที่มาส่งยาถูกเล่นงานจนสะบักสะบอมแล้วปล่อยไปเป็นสายยาวเพื่อสืบให้ถึงแก๊งพยัคฆ์เมฆาต่อไป

ที่คฤหาสน์เจ้าสัวเล้ง...

เล้งกำหยกเลือดมังกรซีกที่เหลือแน่น เขายังสับสนกับการตายของพราวแสง คิดวกวนกับคำตอบโต้ที่คมทวนยืนยันว่าพราวแสงตายในอ้อมกอดเขา...

ขณะนั้นเอง ดวงแขเข้ามาถามว่า ทางออร์กาไนซ์จัดงานเปิดตัวมานพส่งเอกสารรายละเอียดมาให้ จะตรวจดูตอนนี้เลยไหม เพราะงานใกล้เข้ามาแล้ว เล้งบอกให้วางไว้ก่อน ว่างเมื่อไหร่ตนจะดูเอง

ดวงแขเห็นเล้งอารมณ์ไม่ดี ถามว่ามีอะไรไม่สบายใจบอกตนได้ไหม เล้งจึงให้ไปตามมานพมา ตนอยากคุยด้วย

“เรื่องอะไรเหรอคะ” ดวงแขเลียบเคียงหยั่งท่าที ถูกเล้งตวาดให้ไปตามมานพมา เธอรีบรับคำแล้วออกไป

ooooooo

มานพกำลังเอ็ดตะโรใส่ชาญที่ไปไล่ชาวบ้านตรอกศาลเจ้าออกไม่สำเร็จ ซ้ำยังเกิดเรื่องจนมีคนตายด้วย เพราะมีคนพบศพกิจชัยถูกฆ่าหมกป่า ยังจับมือใครดมไม่ได้

“โครงการนี้ฉันคงต้องระงับไว้ ถ้าพ่อฉันถามถึงค่อยบอกไปตรงๆ ว่ามีปัญหาเรื่องที่ดิน ยังไงพ่อฉันก็ไว้ใจฉันขึ้นมาแทนที่เขาในอีกไม่นานนี้อยู่แล้ว” มานพพูดอย่างมั่นใจว่าตนนอนมาอยู่แล้ว

“แกอย่าเพิ่งมั่นใจไปนักนะมานพ สำหรับเล้งแล้ว อะไรก็เกิดขึ้นได้” ดวงแขแทรกขึ้น เดินเข้ามาพยักหน้าให้ชาญออกไป เมื่อชาญออกไปแล้ว เธอเข้าไปจับแขนมานพบีบ “เล้งตามให้แกไปพบ ท่าทางดูไม่น่าไว้ใจ แม่ว่าแกควรจะเตรียมหาทางรับมือ”

“เดี๋ยวนี้ผมไม่เหมือนเมื่อก่อนแล้วนะครับแม่ ผมคือหัวหน้าพยัคฆ์เมฆาที่พร้อมจะต่อกรกับมังกรอย่างเขาได้ทุกที่...ทุกเวลา” มานพยิ้มร้ายแล้วเดินออกไป ดวงแขมองตามไปอย่างเป็นห่วง

เมื่อมานพไปเดินคุยกับเล้งที่บริเวณบ้าน เล้งพูดขรึมๆว่า

“ฉันตัดสินใจให้แกขึ้นมาแทนที่ฉันแล้ว แต่แกกลับยังมีข้อเสียให้ฉันเห็นอยู่อีก”

“ถ้าพ่อจะว่าผมเรื่องคุณดุจแพร พ่อควรจะทราบก่อนนะครับว่ามันเป็นมายังไง ไม่ใช่เอาแต่ฟังความจากไอ้กุ๊ยพวกนั้น” มานพท่าทางก้าวร้าว จนเล้งนิ่งไปอย่างรอฟัง

มานพชี้แจงว่า ดุจแพรมีเรื่องเสียใจและต้องการเพื่อนคุย ตนพบเธอจึงให้คำปรึกษาแต่เธอเมาไม่ได้สติ ตนมารู้ภายหลังว่าเธอมีปัญหากับพวกกุ๊ย เลยเข้าใจว่าตนทำร้ายเธอ พูดแล้วเห็นเล้งมองนิ่งเลยท้า

“ถ้าพ่อไม่เชื่อ คิดว่าผมโกหกพ่อเหมือนเรื่องที่คนใช้ขโมยนาฬิกาผมไปผมก็ไม่ว่าพ่อหรอกครับ จะยกเลิกงานเปิดตัวผมก็ได้” พูดแล้วเดินแยกไปอย่างยโสโอหัง

“ฉันเชื่อแก ยังไงแกก็เป็นลูกชายฉัน ควรจะต้องฟังเหตุผลมากกว่าคนอื่น” มานพหันมายิ้มขอบคุณบอกว่า ตนไม่คิดที่จะทำให้พ่อผิดหวัง เล้งเข้าไปตบบ่าเขาเบาๆ “พ่ออยากให้แกทำให้ธุรกิจของมังกรวารีเป็นธุรกิจที่สะอาด สุจริต เพื่อให้ลูกหลานในตระกูลของเราได้เชิด หน้าชูตาต่อไปได้”

มานพถามว่าแล้วพวกนักเลงที่อยู่ในความดูแลของพ่อจะจัดการอย่างไร เล้งบอกว่าเป็นปัญหาที่ตนต้องสะสางให้จบ ตนถึงต้องวางมือจากเบื้องหน้าถอยมาอยู่เบื้องหลัง ย้ำกับมานพว่า

“จำไว้นะมานพ...ถ้าเอาตัวเข้าไปเกี่ยวข้องกับพวกมาเฟียแล้วจะไม่มีวันได้ออกไป”

ระหว่างนั้นมีโทร.เข้ามือถือของมานพ เขาเดินเลี่ยงไปรับสาย...

“ได้...ฉันจะไปเดี๋ยวนี้...” แล้วบอกเล้ง “ผมมีงานที่ต้องไปจัดการครับ”

มานพไหว้เล้งแล้วออกไป เล้งมองตามก่อนก้มมองหยกเลือดมังกรครึ่งชิ้นในมือด้วยสีหน้าครุ่นคิด แววตามุ่งมั่นว่าต้องค้นหาความจริงเรื่องพราวแสงให้ได้

ooooooo

หลังจากขังตัวเองในห้องนอนคืนหนึ่งแล้ว วันรุ่งขึ้นดุจแพรลงมาในเวลาอาหาร เสี่ยตงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์รออยู่ ลุกขึ้นเดินนำไปที่โต๊ะอาหาร

“ป๋าคะ...แพรมีเรื่องต้องคุยกับป๋า”

เสี่ยตงบอกให้กินข้าวก่อนค่อยคุยกัน เธอปฏิเสธว่าไม่หิว เสี่ยสั่งให้กิน เดินนำไปพลางบอกว่า

“ไม่ต้องห่วง เรื่องที่แพรอยากจะคุยกับป๋า ป๋าคุยเอาไว้แล้วกับอาม่าของกิ่งเหมย ก่อนที่เขาจะตาย” ดุจแพรถามว่าเรื่องจะรับกิ่งเหมยมาดูแลหรือ “ใช่...ป๋าไม่คิดจะทิ้งสายเลือดตัวเองให้ต้องอยู่ตามลำพัง”

อาม่าบอกเสี่ยว่า กิ่งเหมยรักดุจแพรเหมือนพี่สาวคนหนึ่งแต่ไม่มีวันเรียกเขาว่าพ่อ อาม่าขอให้ปล่อยกิ่งเหมยไปเสีย เพราะเธอบริสุทธิ์เกินกว่าจะอยู่ร่วมกับคนที่ไม่ รู้จักหยุดสร้างเวรสร้างกรรมอย่างเขา

ดังนั้น วันนี้ดุจแพรจึงไปหากิ่งเหมยที่บ้าน เป็นเวลาที่กิ่งเหมยกอดรูปอาม่าร้องไห้ด้วยความคิดถึง พอลุกขึ้นไม่ทันระวังชนโต๊ะล้ม กรอบรูปหล่นกระจกแตก เศษแก้วบาดมือ ดุจแพรมาเจอช่วยจับมือเธอบอกว่าจะทำแผลให้

“ไม่ต้องหรอกค่ะคุณแพร...ฉันจัดการเองได้”

“อย่าดื้อสิกิ่งเหมย ฉันเป็นพี่สาวเธอนะ พี่สาวจริงๆ ที่มีสายเลือดเดียวกัน ไม่ใช่อย่างที่เราสาบานกันต่อหน้า เทพเจ้า”

“คุณแพร...นี่คุณรู้เรื่องนี้ได้ยังไง” กิ่งเหมยตกใจ คาดไม่ถึง

“แพรพากิ่งเหมยไปทำแผลเถอะ ถึงเวลาที่พี่น้องจะต้องคุยกันแล้ว” เสียงเสี่ยตงดังเข้ามา

กิ่งเหมยตกใจ แต่ยอมให้ดุจแพรพาไปทำแผลที่ห้องนอนโดยดี

ooooooo

ระหว่างทำแผลให้กิ่งเหมยนั้น ดุจแพรบอกว่าเรื่องจัดงานศพอาม่า ตนกับป๋าจะเป็นธุระจัดการให้ทั้งหมด

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันจัดการเองได้”

ดุจแพรหว่านล้อมว่าเราเป็นพี่น้องกัน เรื่องแค่นี้อย่าต้องมานั่งถกเถียงกันเลย กิ่งเหมยติดใจสงสัย ถามว่าเธอรู้เรื่องนี้มาตั้งแต่เมื่อไร

“ป๋าบอกฉันหลังจากอาม่าเสีย กิ่งเหมย...ทั้งๆ

ที่เธอรู้เรื่องนี้มาตลอด แต่เธอกลับไม่ยอมบอกฉันเลย”

กิ่งเหมยอ้างว่าเพราะเราสาบานเป็นพี่น้องกันแล้วเลยไม่เห็นความจำเป็นต้องบอก ดุจแพรไม่เชื่อ แต่มั่นใจว่า...

“เธอไม่บอกฉัน เพราะเธอต้องการเสียสละหยกให้กับฉันต่างหาก” กิ่งเหมยติงว่าหยกตั้งใจเลือกเธอ

ดุจแพรบอกว่า “เขาจำเป็นต้องเลือกฉันต่างหากล่ะกิ่งเหมย ทั้งที่เธอรักหยก แต่เพราะฉันเป็นพี่สาวเธอ เธอถึงยอมเสียสละเขาให้ฉัน มันไม่จริงหรอกนะกิ่งเหมยที่

คนพิการจะให้ความสุขกับคนที่เรารักไม่ได้”

ooooooo

ที่หน้าบ้าน หยกเดินมาพลางร้องเรียกกิ่งเหมย แต่พอเดินเข้ามากลับเห็นเสี่ยตงนั่งอยู่คนเดียว เขาถามอย่างแปลกใจว่าเสี่ยมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง

เสี่ยพูดอย่างมั่นใจว่ามารับลูกสาวไปอยู่ด้วยกัน หยกผงะชักสีหน้าสวนไปว่า จะเอากิ่งเหมยไปไหนไม่ได้ เพราะตนรับปากอาม่าไว้แล้วว่าจะดูแลกิ่งเหมย บอกเสี่ยให้กลับไปเสีย อย่ามายุ่งกับกิ่งเหมยของตนเลย

“กิ่งเหมยของแก? แล้วยัยแพรล่ะ ฉันต้องยกลูกสาวทั้งสองคนของฉันให้แกเลยใช่ไหม ไอ้หยก!!”

เสี่ยตงโมโหชักปืนออกมาจ่อหน้าหยกทันที

ดุจแพรทำแผลให้กิ่งเหมยเสร็จแล้ว เธอยังพยายามเกลี้ยกล่อมกิ่งเหมยให้รับรู้ว่า ไม่ควรพยายามทำให้ตนมีความสุข แต่ตัวเองกลับต้องจมอยู่กับความทุกข์ แล้วเธอก็พรรณนาความรู้สึกขณะอยู่กับหยกที่ดาดฟ้าว่า ทุกคืนหยกจะต้องออกไปข้างนอกและกลับมาเมื่อตนหลับแล้ว เพราะหยกไม่ต้องการให้ตนดูแลเขา

แต่แล้วดุจแพรก็ตัดบทว่าที่แล้วมาก็ช่างเถอะ “แต่ตอนนี้ ป๋าบอกฉันว่าก่อนที่อาม่าเธอจะเสีย อาม่าอนุญาตให้ป๋าดูแลเธอ ฉันถึงต้องมารับเธอไง”

“อาม่าบอกเสี่ยอย่างนั้นหรือ...ฉันทิ้งบ้านที่ฉันเติบโตมาไม่ได้หรอกค่ะคุณแพร”

ดุจแพรเป็นห่วงว่าเธออยู่ที่นี่ไม่มีใครดูแล และถ้าไปอยู่ด้วยกัน ป๋าจะได้รักษาตาเธอให้มองเห็นอีกครั้ง ขอร้องว่า

“กิ่งเหมย...เธอทำดีเพื่อฉันมามากแล้ว ให้ฉันได้ตอบแทนเธอบ้างเถอะนะ”

กิ่งเหมยไม่ตอบแต่คลำทางเดินลงมา ได้ยินเสียงหยกเรียก “กิ่งเหมย...” ดุจแพรหันมอง เห็นเสี่ยกำลังเอาปืนจ่อหน้าหยกอยู่ เธอบอกให้เอาปืนลงเดี๋ยวนี้ เสี่ยบอกให้เธอรีบพากิ่งเหมยออกไปเพราะหยกไม่ยอมให้พาน้องสาวเธอไปอยู่ที่บ้านด้วยกัน

หยกไม่ยอมให้เอากิ่งเหมยไป ปัดปืนเสี่ยตกแล้วพุ่งไปดึงตัวเธอมากอดไว้ บอกว่า “เธอต้องอยู่กับฉันเท่านั้น” กิ่งเหมยเตือนสติว่าเขาต้องรับผิดชอบดุจแพร

“ฉันพยายามแล้วนะกิ่งเหมย แต่ยิ่งฉันพยายามรับผิดชอบมากเท่าไหร่ก็เหมือนยิ่งทำร้ายคุณแพรมากขึ้นเท่านั้น...คุณแพรครับ ผมขอโทษ ผมไม่อยากทำร้ายคุณ มากไปกว่านี้อีกแล้ว”

ดุจแพรน้ำตาไหลพราก ในขณะที่เสี่ยตงยิ่งแค้น หยก ก้มหยิบปืนจะยิงเขา เธอร้องตะโกน ห้ามทำอะไร หยกเด็ดขาด เธอก็ร้องไห้ไปดึงปืนจากมือเสี่ยเดินไปหาหยก บอกเขาทั้งน้ำตาว่า

“เธอทำฉันเจ็บ...เจ็บจนไม่อยากจะมีชีวิตอยู่อีกแล้วนะหยก...” พูดแล้วถือปืนร้องไห้วิ่งออกไป  เสี่ยตงหันมา พูดอาฆาตหยกว่า แล้วเราจะได้เห็นดีกัน ก่อนวิ่งตามดุจแพรออกไป

กิ่งเหมยไม่เห็นแต่ได้ยินเสียงโต้เถียงกันอย่างตึงเครียด เธอบอกหยกว่า

“เธอไม่ควรทำแบบนี้นะหยก...เธอทำร้ายคุณแพรไม่ได้นะ”

“ยังไงฉันมันก็เลวสุดขั้วอยู่แล้ว ถ้าจะเลวมากไปกว่านี้อีกเพื่อคนที่ฉันรักมันก็คงไม่มีอะไรต้องเสียอีกแล้วล่ะกิ่งเหมย” เขาดึงเธอเข้าไปกอด พร่ำบอก “ฉันรักเธอนะ กิ่งเหมย...ถึงเธอจะผลักไสให้ฉันไปอยู่กับคนอื่น ฉันก็รักใครไม่ได้อีก นอกจากเธอคนเดียว...”

กิ่งเหมยตื้นตันใจกับความรักที่หยกมีให้เธอมากมาย จนน้ำตาแห่งความซาบซึ้งปลื้มปีติไหลอาบแก้ม...

ooooooo

หยกเลือดมังกร

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด