ตอนที่ 11
ความอาฆาตแค้นเหี้ยมโหดของเสี่ยตงนั้นเกินมนุษย์ กิ่งเหมยถูกผลักให้เดินไปหาอาม่าบนเศษแก้ว นอกจากถูกแก้วบาดขาแล้ว ตาไม่เห็นทำให้เดินล้มลุกคลุกคลาน เลือดอาบไปทั้งตัว...
อาม่าเพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าตากิ่งเหมยมองเกือบไม่เห็นแล้ว ถามน้ำตานองว่าเป็นตั้งแต่เมื่อไร ทำไมไม่บอกอาม่า
“เหมยขอโทษค่ะอาม่า เหมยอยากจะแก้แค้นให้แม่ ให้อากง อาม่าจะได้ไม่ต้องหนีอีก”
“แต่ลื้อควรจะห่วงตัวเอง ไม่ใช่มาห่วงอาม่า”
“อีกหน่อยเหมยก็ต้องเป็นคนพิการ อยู่ไปก็มีแต่จะทำให้อาม่าต้องเหนื่อย ต้องเดือดร้อน เหมยไม่อยากเป็นภาระอาม่าอีก”
ทั้งอาม่าและกิ่งเหมยต่างร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจ เสียงเสี่ยพูดแทรกขึ้นอย่างเลือดเย็นว่า
“เศร้าโศกเสียใจกันพอได้แล้ว ถึงเวลาที่พวกแกจะต้องชดใช้ที่ทำไว้กับเมียฉัน”
แล้วเสี่ยก็สั่งลูกน้องให้กระชากอาม่าออกไป บอกว่าอีกไม่กี่อึดใจก็จะได้ตามไปดูแลหลานตัวเองที่ปรโลกแล้ว
ooooooo
หยกตามหากิ่งเหมยไม่เจอ เขากลับไปที่ห้องพักบนดาดฟ้า ดุจแพรบอกเขาอย่างร่าเริงว่าตนทำความสะอาดห้องและซักเสื้อผ้าให้เขาแล้ว
แต่หยกไม่สนใจ บอกให้เธอโทร.หาเสี่ยตงเดี๋ยวนี้ เธอไม่ยอมโทร.เพราะไม่อยากคุยกับป๋า
“คุณต้องทำตามที่ผมสั่งเดี๋ยวนี้ โทร.ไปหาพ่อคุณ...โทร.ซิ!!”
ไม่ว่าหยกจะขู่อย่างไรดุจแพรก็ไม่โทร. หยกโมโหกระชากแขนเธอไปบีบอย่างแรง เธอตกใจถามว่าจะทำอะไร
“หุบปาก!!เลิกทำตัวเอาแต่ใจตัวเองเสียทีได้ไหม ถ้าคุณไม่ทำตามที่ผมสั่งจะต้องมีคนตายเพราะฝีมือพ่อคุณ และคุณจะต้องมีส่วนรับผิดชอบ”
“หมายความว่ายังไง พ่อฉันกำลังจะฆ่าใคร”
“กิ่งเหมย!!”
เวลา เดียวกันนั้น เสี่ยตงกำลังจะฆ่ากิ่งเหมย อาม่าอ้อนวอนสุดฤทธิ์ยอมทุกอย่างกระทั่งยอมตายแทนหลาน เสี่ยผลักอาม่า ตะคอกว่าต่อให้มากราบแทบเท้าตน ก็ช่วยกิ่งเหมยไม่ได้ ร้องสั่ง
“ไอ้เก่ง เอามันไป!!”
เก่งลาอาม่าไป เสี่ยเล็งปืนใส่กิ่งเหมยเตรียมเหนี่ยวไก อาม่าแทบขาดใจตัดสินใจตะโกนสุดเสียง
“ลื้อฆ่าอาเหมยไม่ได้!! เพราะอาเหมยเป็นลูกสาวลื้อ”
เสี่ยตงชะงัก มองอาม่าอย่างไม่เชื่อ อาม่ายืนยันว่า
“กิ่ง เหมยเป็นลูกสาวลือกับอาหงษ์ ไว้ชีวิตลูกสาวลื้อ ถือว่าทำบุญให้อาหงษ์เถอะ อย่าทำบาปอีกเลยอั๊วขอร้อง” อาม่าพยายามพูดหมายจะเปลี่ยนใจเสี่ยว่า “อาหงษ์ตั้งท้องกับลื้อ อั๊วเลยต้องพาหนีเพราะถ้าเมียลื้อรู้เรื่อง อาเหมยก็คงไม่รอด อาเหมยเป็นลูกลื้อจริงๆ”
ขณะเสี่ยตงกำลังครุ่นคิดนั่นเอง โทรศัพท์มือถือดังขึ้น เป็นสายจากดุจแพร พูดอย่างตระหนกว่า
“ป๋า...ป๋า...ห้ามทำอะไรกิ่งเหมยเด็ดขาดนะ...แพรรู้ว่ากิ่งเหมยอยู่กับป๋าตอนนี้ เขาเป็นเพื่อนของแพรนะ”
เสี่ยตงบอกว่าอย่ามายุ่งกับเรื่องนี้ดีกว่า ดุจแพรไม่ขอร้องอีก แต่พูดอย่างเด็ดเดี่ยวว่า
“ป๋า...ถ้า ป๋าทำอะไรกิ่งเหมยแม้แต่นิดเดียวละก็ แพรจะฆ่าตัวตาย ป๋าอย่าคิดว่าแพรไม่กล้านะ แพรยอมตายเสียดีกว่าต้องทนมีชีวิตอยู่กับการถูกตราหน้าว่าเป็นสายเลือดของคน เลว ฆ่าได้แม้กระทั่งผู้หญิงไม่มีทางสู้”
เสี่ยตงกำโทรศัพท์แน่นก่อนตัดสายทิ้ง หยกถามว่าเสี่ยยอมปล่อยกิ่งเหมยไหม ดุจแพรนิ่งเพราะเสี่ยไม่ตอบอะไร
ooooooo
อาม่ายังคงอ้อนวอนเสี่ยให้เวทนาสงสารกิ่งเหมย ฆ่าแม่ไปแล้วอย่าฆ่าลูกที่เป็นลูกแท้ๆของตัวเองอีกเลย
เสี่ย ยังไม่เชื่อ หาว่าอาม่าโกหกเพื่อเอาตัวรอด อาม่าขอร้องแค่ไว้ชีวิตกิ่งเหมย รับปากว่ากิ่งเหมยจะไม่เรียกร้องอะไรจากเสี่ยเลย อ้อนวอนให้เมตตาสายเลือดของตัวเองเพื่ออาหงษ์จะได้หมดห่วง ส่วนความแค้นที่ตนทำให้เมียเสี่ยตาย ให้เสี่ยแก้แค้นที่ตน
“อาม่า...ไม่นะ เหมยจะไม่ยอมมีชีวิตอยู่ต่อไปถ้าไม่มีอาม่าอยู่ด้วย” กิ่งเหมยหยิบเศษแก้วขึ้นจ่อที่คอตัวเอง
“พอได้แล้ว!! ร้องไห้ครํ่าครวญอยู่ได้...น่ารำคาญ” เสี่ยตวาด เก่งถามว่าจะเอายังไงดี เสี่ยไม่ตอบ แต่ขบกรามแน่น
ที่ หน้าโกดังร้าง หยกกับดุจแพรตามมาช่วยกิ่งเหมยกับอาม่า มาถึงเห็นอาม่าประคองกิ่งเหมยในสภาพเลือดโซมกายออกมา น่าเวทนาทั้งสองคน หยกรีบเข้าประคองกิ่งเหมย อาม่าบอกให้รีบพาไปหาหมอ พอหยกอุ้มกิ่งเหมยไป ดุจแพรก็หันมาแตะมืออาม่าถามอย่างห่วงใยว่า
“แล้วอาม่าล่ะคะ เป็นอะไรรึเปล่า”
“เตี่ยลื้อเกือบจะฆ่าพวกอั๊ว ลื้อยังมีหน้ามาถามอีกเหรอ” อาม่าเสียงดังอย่างไม่พอใจ ทำเอาดุจแพรหน้าเสีย
ooooooo
มานพ ฝึกปรือฝีมือการต่อสู้เอาจริงเอาจัง โดยมีโหงวคอยกำกับดูแล แต่ฝีมือเขายังอ่อนหัดนัก สู้พวกคนงานที่แข็งแรงไม่ได้ แต่ก็ยังไม่ยอมแพ้ บอกให้คนงานรุมกันเข้ามา
“คราวนี้ฉันจะเอาจริงแล้ว พวกแกไม่ต้องยั้งมือ เข้ามาเลย” มานพทำท่าขึงขัง แต่พอคนงานรุมกันเข้ามา เขาก็หันไปคว้าดาบที่วางอยู่ฟันคนงานบาดเจ็บเลือดอาบต้องพากันถอย
“ฮ่าๆๆ นี่แหละสายเลือดมังกรที่แท้จริง ถ้าอยากเอาชนะ กติกาคือไม่มีกติกา ฮ่ะๆๆ” โหงวหัวเราะร่ากับวิธีสกปรกของมานพ
เมื่อ มานพกลับบ้าน เล้งเรียกไปมอบงานให้ เป็นข้อมูลโครงการนิคมอุตสาหกรรมเฟสใหม่อยากให้เขาไปดูและวิเคราะห์ข้อผิด พลาดก่อนจะเอาเข้าประชุม ปัญหาแก๊งมาเฟียที่ตนต้องไปจัดการทำให้ไม่มีเวลาดูงานพวกนี้ บอกมานพว่า
“หลังจากเห็นความตั้งใจของแกแล้ว คิดว่าคงถึงเวลาที่จะให้แกเข้ามาช่วยแบ่งเบางานของพ่อบ้าง”
“หมายความว่าคุณพร้อมจะให้ตานพมาสานต่องานของคุณแล้วเหรอคะ” ดวงแขยิ้มแย้มดีใจ
“ใช่...แต่ ยังไม่ใช่ตอนนี้นะ ฉันมีเรื่องต้องฝึกมานพอีกมาก เพราะในแวดวงธุรกิจที่ฉันเคยต่อสู้มา มันเต็มไปด้วยการต่อสู้ทุกรูปแบบ ถ้าตานพไม่แกร่งพอ ทุกอย่างที่ฉันสร้างมา อาจจะต้องสูญสลายในพริบตา”
ขณะ นั้นเอง นนท์เข้ามาเรียก “เจ้าสัวครับ” แค่นั้นเล้งก็รู้แล้วว่าเรื่องอะไร ฝากงานให้มานพช่วยดูแล้วออกไปกับนนท์ มานพกับดวงแขยิ้มร้ายให้กันอย่างสมใจ
มานพ เอางานที่เล้งมอบให้ไปให้โหงวดูแทน โหงวที่ถือว่าตัวเองเป็นกุนซือของสองแม่ลูก นับวันแสดงตัวยิ่งใหญ่ โดยเฉพาะแสดงความเป็นผัวดวงแขและเป็นพ่อของมานพ แต่ดวงแขดูถูกว่า สภาพอย่างเขาไม่เหมาะเป็นพ่อมานพ โหงวก้าวเข้าหาพูดอย่างย่ามใจว่า “แต่ ก็ยังเหมาะกับการเป็นผัวแกอยู่!!”
“ทำอะไรน่ะ!!” มานพมาเห็นพอดี “ฉันให้แกช่วยดูงานที่พ่อโยนมาให้ฉันทำ แล้วนี่แกทำอะไร”
โหงวชี้ไปที่แฟ้มบอกว่าดูให้เรียบร้อยแล้ว คุยโวว่า
“แก ไม่ต้องห่วงหรอก ตระกูลไอ้เล้งยิ่งใหญ่ร่ำรวยขึ้นมาได้ก็เพราะมีฉันเป็นมันสมองให้ แกแค่ไปรายงานมันตามที่ฉันเขียนไว้ไอ้เล้งจะยิ่งไว้ใจแก”
ดวงแขเข้าไปควงแขนมานพพูดเบาๆ ให้มานพรับปากว่าเสร็จเรื่องนี้แล้วจะช่วยจัดการโหงวให้ตน
“ถึง วันนี้พ่อจะยอมไว้ใจผมแล้ว แต่แม่ก็ได้ยินที่เขาพูดว่าเขายังไม่ยอมยกทุกอย่างให้ผมง่ายๆ แม่ก็ยอมตามใจผัวเก่าแม่ไปก่อนแล้วกัน เพราะผมยังต้องพึ่งเขาอยู่” พูดแล้วเดินออกไป
“มานพ...ฉันเป็นแม่แกนะ” ดวงแขพูดตามหลังอย่างเจ็บปวด
“ฮ่ะๆๆ สมกับที่มันได้เลือดฉันไปจริงๆ ฉันจะทำให้แกยิ่งใหญ่เป็นมังกรผงาดฟ้าให้ได้ ฮ่ะๆๆ” โหงวระเบิดหัวเราะออกมาอย่างผยอง
ooooooo
ที่ โกดังท่าเรือ นนท์มาบอกเล้งที่รถว่าพวกที่นัดมากันพร้อมแล้ว พอเล้งลงจากรถ นนท์บอกว่าข้างในมีแต่พวกไว้ใจไม่ได้ทั้งนั้น พร้อมกับส่งปืนให้
ในโกดัง ร้าง พวกมือปืนซุ้มต่างๆ และพวกเจ้าของธุรกิจผิดกฎหมายมาประชุมกันตามที่เล้งนัดหมาย แต่พอเล้งเข้าไปก็พบกับสภาพที่พวกนั้นทะเลาะถกเถียงกันโขมงโฉงเฉง บ้างถึงกับกระชากคอเสื้อชกหน้ากัน ลูกน้องของแต่ละกลุ่มต่างชักปืนจ่อใส่กัน
“เปรี้ยง!!” เสียงปืนคำรามขึ้นหนึ่งนัดทำให้ทุกคน ชะงัก
ฝีมือเล้งนั่นเอง เขายิงปืนขึ้นฟ้า พอพวกนั้นชะงักเงียบลง เล้งประกาศว่า
“ถ้าพวกลื้อคิดว่าฆ่ากันเองแล้วแก้ปัญหาได้ มันก็สมควรแล้วที่ไอ้ตงจะเห็นช่องโหว่หาเรื่องไล่บี้พวกลื้อจนไม่ได้ทำมาหากิน”
มี เสียงโต้มาว่าพูดแบบนี้แสดงว่าโทษว่าพวกตนผิด บ้างตะโกนว่า ก่อนหน้านี้พวกตนไม่เคยทำมาหากินลำบาก จนเล้งสั่งไม่ให้ตอบโต้เสี่ยตงนี่แหละทำให้พวกตนถูกไล่ต้อนจนจะฉิบหายกันหมด
“เพราะฉะนั้น ถึงเวลาที่พวกเราคนของสี่เจ้าเวหา จะกระทืบไอ้หมาบ้าตงให้จมดิน” อีกคนตะโกน
“ถ้า พวกลื้อที่เห็นด้วยอยากไปเปิดศึกกับไอ้ตงอั๊วก็จะไม่ว่า ใครอยากไปก็ไป แต่อั๊วบอกได้คำเดียวว่าถ้าเกิดอะไรขึ้นอั๊วจะไม่รับผิดชอบและไม่หนุนหลัง พวกลื้ออีกต่อไป”
ส่วนใหญ่พากันชะงัก แต่ก็มีอีกส่วนหนึ่งเริ่มทยอยตามกันออกไป จนเหลืออยู่ไม่กี่กลุ่ม
“เจ้าสัวครับ ถ้าปล่อยให้ไปหมดแบบนี้ มังกรวารีของเราจะอ่อนแอตกเป็นเป้าให้ไอ้ตงขย้ำนะครับ” นนท์เอ่ย
“แกพูดถูก อำนาจและความแข็งแกร่งจะเหยียบย่ำผู้ที่อ่อนแอกว่าเสมอ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ยุคสมัยของการเป็นใหญ่ได้ด้วยกำลัง และการเป็นมาเฟียใช่ว่าจะต้องเลวถึงจะเป็นได้ พวกที่ไป สำหรับฉันถือว่าเป็นเนื้อร้ายที่อยากจะตัดทิ้งอยู่แล้ว”
ที่ หน้าโกดังนั่นเอง มือปืนสองสามคนที่ออกมาขึ้นรถกระบะที่จอดอยู่ หนึ่งในนั้นที่เคยติดคุกมากับโหงวหยิบโทรศัพท์โทร.หาโหงว ทักทายประสาขี้คุกกันไม่กี่คำ ก็บอกว่า ตนเพิ่งมีปัญหากับเล้งมา ถ้าตนจะช่วยจัดการเล้ง มังกรวารีให้ ตอนนี้เขาจะมีค่าเสียเวลาพอหอมปากหอมคอให้ไหม
“ถ้าลื้อทำได้ อั๊วจัดเต็มให้ลื้อแน่” โหงวตอบอย่างกระหยิ่ม วางสายแล้วเดินไปเชยคางดวงแข ชะโงกเข้าไปพูด
“ไอ้ เล้งคิดจะใช้คุณธรรมปกครองพวกมาเฟีย หึ...ไอ้โง่เอ๊ย...โจรก็คือโจร จะเปลี่ยนให้เป็นสุภาพบุรุษน่ะเหรอ ไม่มีใครคิดจะเอากับมันด้วยหรอก ฮ่าๆๆ”
เมื่อรู้ว่าเสี่ยตงเป็นคนฆ่าอากงกับแม่ของกิ่งเหมย ดุจแพรกลับไปต่อว่าเสี่ยที่บ้านว่าเป็นมาเฟียเลวๆ เสี่ยโมโหตบหน้าเธอไปฉาดหนึ่ง ดุจแพรน้ำตาคลอเบ้าท้าว่า
“เอาสิคะป๋า...อยากตีแพร อยากฆ่าแพรก็ทำเลย เพราะแพรไม่กล้ามีหน้าจะไปเจอใครได้อีก แม้แต่กับกิ่งเหมยเพื่อนคนเดียวที่แพรมี ป๋าก็ยังพยายามจะฆ่าเขา แพรไม่เหลือใครอีกแล้ว ฮือๆๆ ป๋าใจร้าย...ป๋าเป็นฆาตกร”
“แพรไม่เข้าใจว่าทำไมป๋าต้องทำแบบนั้น ถ้าแพรเรียกป๋าว่าฆาตกร พวกมันก็เป็นฆาตกรที่ฆ่าแม่ของแพรเหมือนกัน แม่ของลูกต้องตายอย่างทรมาน ป๋าถึงต้องตามแก้แค้น”
ดุจแพรโต้ว่าเสี่ยต้องไปทำอะไรเขาไว้ก่อน เขาถึงจำเป็นต้องตอบโต้ ยื่นคำขาดว่า
“ถ้าป๋ายอมรับผิดในสิ่งที่ป๋าทำ แพรถึงจะยอมรับว่าแพรคือสายเลือดป๋า”
เสี่ยตงฉุนขาดที่ถูกลูกขู่จะตัดพ่อตัดลูก สั่งป้าจั่นกับคนใช้ในบ้านว่า ถ้าใครปล่อยดุจแพรออกจากบ้านจะยิงทิ้งเรียงตัว แล้วเดินบ่นหัวเสียออกไป “ไอ้ลูกไม่รักดี ถ้าฉันดัดนิสัยแกไม่ได้ ฉันก็จะไม่เลี้ยงแกอีก”
ออกมาหน้าบ้านเจอเก่งมารายงานว่า “ตำรวจที่โดนเราจัดการไปวันก่อน วันนี้มีงานสวดศพครับ”
เวลาเดียวกันนั้น ผู้การสมิงถามหมวดธงรบว่าวันนี้มีงานศพลูกน้องจะไม่โผล่หน้าไปเลยหรือ ธงรบหันขวับตอบว่า ลูกน้องตนเสียสละชีวิตเพื่อรักษาอุดมการณ์ของตำรวจ แต่ตนกลับเรียกร้องอะไรให้พวกเขาไม่ได้ พูดอย่างเจ็บแค้นว่า
“มันน่าละอายเกินกว่าที่ผมจะไปกราบขอขมาด้วยซ้ำ”
ผู้การบอกว่าตนแค่สั่งพักราชการเพื่อให้เขาได้มีเวลาคิด ถ้ากลับมาอีกจะได้ไม่พาลูกน้องไปตายสนองความต้องการของตัวเอง
ธงรบโต้ว่า หาว่าตนทำให้แผนของอาเสีย แต่อาทำมากี่ปีแล้ว นับวันพวกมันก็ยิ่งใหญ่ สายสืบที่ส่งไปก็ถูกฆ่าด่าว่า
“ถ้าอายังขี้ขลาดตาขาว ไม่กล้าตาต่อตาฟันต่อฟันกับพวกมัน...อานั่นแหละที่สมควรเลิกเป็นตำรวจแล้วยกแผ่นดินนี้ให้พวกมาเฟียไป”
“ไอ้ธงรบ!!” ผู้การกระชากคอเสื้อธงรบเข้าไป พอดี หมวดณรงค์เข้ามาบอกว่าเราควรรีบไปที่งานศพตอนนี้
เมื่อผู้การกับธงรบไปถึงงานศพเจอเสี่ยตงที่นั่น เสี่ยเสแสร้งแสดงความเสียใจเห็นใจ และมอบเงินจำนวนหนึ่งเป็นทุนการศึกษาของทายาทผู้เสียชีวิต ธงรบปราดเข้าไปด่า กระชากพวงหรีดของเสี่ยโยนใส่หน้า จนผู้การต้องดึงออกมาสั่งให้หยุดบ้าได้แล้ว บอกหมวดณรงค์ให้พาธงรบออกไป
หมวดณรงค์พาธงรบไปสงบสติอารมณ์ที่มุมสงบในวัด ผู้การตามไปคุยว่า “ฉันรับปากว่าจะกอบกู้ศักดิ์ศรีของตำรวจและจะให้แกกลับเข้ามาทำงานเหมือนเดิม ช่วงนี้แกไปพักผ่อนก่อน อย่ามาหาเรื่องทำให้งานฉันเสียอีก”
ธงรบรับคำ แต่พอผู้การเดินไปกับหมวด เขาจิกตาตามคำราม “หึ! ขอบคุณครับอา ที่ยึดเอาตราตำรวจของผมไป ทีนี้แหละ อาจะได้เห็นว่า ถ้าปลดปลอกคอเสือแล้วปล่อยให้เข้าป่า ผลมันจะออกมาเป็นยังไง!!”
ooooooo
กิ่งเหมยยืนรออาม่าอยู่หน้าศาลเจ้า หยกมาบอกว่า อาม่าให้เธอกลับไปก่อน ไหว้เจ้าเสร็จอาม่าจะกลับเอง แต่ระหว่างเดินกลับ กิ่งเหมยต้องเดินคลำทางไป หยกจึงให้เธอขี่หลัง ทำเป็นควบม้าไปขำๆ เพื่อไม่ให้เธอคิดมาก
พอมาถึงบ้าน หยกขอให้เธอจุ๊บเป็นรางวัล กิ่งเหมยยอมจุ๊บ แต่บ่นอุบอิบว่าม้าชีกอ คราวหลังไม่ขี่แล้ว
ธงรบมาเห็นพอดี เขาเอะใจ เมื่อหยกเดินมาหาเขาถามว่า “เกิดอะไรขึ้นกับกิ่งเหมย...ทำไมเธอ...”
“กิ่งเหมยเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อมเพราะได้รับพันธุกรรมมาจากแม่ ตอนนี้เธอตาบอดมองไม่เห็นอะไรแล้ว”
ธงรบบอกว่าตนมีเพื่อนหลายคนเป็นหมอ จะพากิ่งเหมยไปหา หยกติงว่าโรคนี้ยังค้นไม่พบวิธีรักษา พูดกันท่าว่า
“ขอบคุณหมวดที่เป็นห่วงคนรักของผม แต่กิ่งเหมยไม่ต้องการความสงสาร เพราะเธอมีผมเป็นดวงดาวคอยคุ้มครองและนำทางให้เธออยู่แล้ว...เอาล่ะ หมวดเลิกสนใจเรื่องแฟนชาวบ้าน แล้วว่าธุระของหมวดมาดีกว่า”
ธงรบมาบอกให้หยกพาไปหาเสี่ยตง หยกเดินหนีถูกเขาตวาดให้หยุดบอกให้ทำตามคำสั่ง หยกหันถามว่า เอาอำนาจอะไรมาสั่งตน ในเมื่อตอนนี้ทั้งเขาและตนก็ไม่มีอะไรต่างกัน ธงรบจึงรู้ว่าหยกรู้เรื่องตนถูกสั่งพักราชการแล้ว ตรงเข้าซัดหยกจนเลือดออกที่มุมปาก เท่านั้นไม่พอ ชักปืนออกมาจ่อ สั่งให้พาไปให้ถึงตัวเสี่ยตงให้ได้
“ผมไม่พาหมวดไปหรอก ผมไม่ชอบพาคนไปตาย มันจะเป็นบาปติดตัว”
ธงรบยิงเฉี่ยวแขนหยกทันที ขู่ว่าถ้ายังปฏิเสธอีก นัดต่อไปจะฝังอยู่ในตัวเขาแน่นอน หยกจึงจำต้องพาไป
ooooooo
เสี่ยตงมาที่อาบอบนวด เมื่อได้หมอนวดถูกใจ ก็บอกให้เก่งกับลูกน้องคนอื่นไปหาความสำราญกันตามสบาย
ไม่ไกลนัก ชายฉกรรจ์ 3 คนนั่งดื่มกันอยู่ เห็นเสี่ยตงเดินเข้าไปข้างในและลูกน้องแยกย้ายกันไปหาความสำราญก็พอกันลุกเดินมาหยุดที่หน้าประตูห้อง คนหนึ่งเฝ้าประตูอีกสองคนชักปืนออกมา
วินาทีนั้น! เสี่ยที่แช่อยู่ในอ่างกุชชี่พลิกตัวทีเดียว ชายฉกรรจ์ทั้งสองก็ถูกยิงที่แสกหน้าและอกล้มตายคาที่ อีกคนที่เฝ้าประตูวิ่งเข้ามาก็ถูกเก่งที่ได้ยินเสียงปืนวิ่งเอาปืนมาจ่อหัวทันที
“คิดจะลอบกัดเสี่ย...มันไม่ง่ายหรอกเว้ยไอ้กระจอก” เก่งเยาะเย้ยแล้วจะลั่นไก เสี่ยร้องห้าม
“เดี๋ยวไอ้เก่ง อย่าเพิ่งฆ่ามัน ฉันมีเรื่องต้องคุยกับ มันก่อน”
เวลาเดียวกันนั้น เล้งกำลังแช่ตัวอยู่ในสระที่บ้าน
พักผ่อนหลังทำงานหนักมาทั้งวัน มีดวงแขคอยดูแลคนเดียว เล้งถามว่าคนอื่นหายไปไหนหมด ดวงแขบอกว่าให้ไปพัก เพราะไม่อยากให้รบกวนเขาเวลาพักผ่อน
เล้งขึ้นจากสระ ดวงแขเอาเสื้อคลุมให้เลียบเคียงว่า ตนคุยกับนนท์ได้ยินว่าวันนี้เขาเจอปัญหาน่าหนักใจ
“ใช่...แต่มันก็เป็นสิ่งที่ฉันรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเจอ เพราะยังไม่เคยมีใครที่คิดจะเปลี่ยนโจรให้เป็นสุภาพบุรุษ”
ดวงแขแสดงความเป็นห่วงเพราะมานพยังต้องเรียนรู้จากเขาอีกมาก เล้งจับมือไปกุมบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง คนอย่างตนชอบเจอปัญหาหนักๆ เพราะ “มันจะทำให้ฉันยิ่งแข็งแกร่งขึ้น”
ขณะนั้นเอง นนท์เข้ามารายงานว่า พวกที่ถอนตัวไม่เข้าร่วมกับเขาลงขันส่งคนไปฆ่าเสี่ยตง แต่ทำไม่สำเร็จตอนนี้เสี่ยตงก็เลย...
สถานการณ์ขณะนี้คือ เสี่ยตงนำลูกน้องลุยไปเล่นงานพวกเครือข่ายที่ทำธุรกิจผิดกฎหมายที่ผลิตซีดีเถื่อน หนังโป๊ละเมิดลิขสิทธิ์ คนงานถูกยิงตายเป็นเบือ
“ไปเว้ย...ยังมีอีกหลายที่ที่ต้องไปถล่ม” เก่งสั่งลูกน้องหลังจากถล่มที่นี่จนเละ
พวกหัวหน้าแก๊งที่ส่งลูกน้องไปฆ่าเสี่ยตงนั่งดื่มกันอยู่ในผับ ลูกน้องที่ทำงานพลาดเดินตัวโชกเลือดเข้ามา พวกหัวหน้ายังไม่ทันทำอะไร ก็ถูกเสี่ยตงกับลูกน้องกรูกันเข้ามาเปิดฉากยิงใส่ทันที ไม่มีโอกาสแม้แต่จะชักปืนออกมา!
“หยุด!” เสี่ยตงยกมือห้ามลูกน้อง “พอก่อน ฉันยังไม่อยากให้พวกมันตายหมด เหลือไว้เป็นนางกวักเรียกให้ไอ้เล้งออกมาหาฉันสักคนสองคน”
เสี่ยตงเดินไปหาคนหนึ่งที่ถูกยิงนอนหายใจพะงาบๆอยู่ จิกหัวขึ้นมาคำรามใส่
“คิดจะส่งมือปืนมาลอบกัดอั๊วเหรอไอ้พวกสวะ คนอย่างไอ้หมาบ้าตงถ้าฆ่าตายง่ายๆมันไม่อยู่ค้ำฟ้ามาถึงตอนนี้หรอกเว้ย ฮ่าๆๆๆ”
เมื่อเล้งรู้สถานการณ์จากนนท์เขาผลุนผลันจะออกไป ดวงแขทำทีรั้งเขาไว้แสดงความเป็นห่วง แต่พอเล้งออกไป เธอจิกตายิ้มร้ายพึมพำ
“หึ...ทำเป็นเก่ง ถ้าแกอยากไปรนหาที่ตาย แกจะได้ตายอย่างสมใจ...ไอ้เล้ง!”
ดวงแขรีบโทร.บอกโหงวทันที โหงวสะใจที่จะได้จัดการเล้งตอนนี้เสียเลย
ooooooo
เมื่อหยกพาธงรบมาถึงหลังผับ เขาถูกชกจนหมดสติแล้วใส่กุญแจมือไว้กับพวงมาลัย ธงรบพูดก่อนลงจากรถไปว่า
“ขอบใจที่พาฉันมาส่ง แต่ฉันไม่อยากให้แกเข้ามายุ่งด้วย”
ธงรบเดินไปถึงบริเวณหน้าห้องน้ำ เห็นลูกน้องเสี่ยตงคนหนึ่งเดินออกมา พอเห็นเขาลูกน้องเสี่ยชักปืนออกมาทันที แต่ถูกธงรบใช้เชิงมวยเล่นงานมันจนสลบแล้วปลดอาวุธ พอดีเห็นลูกน้องเสี่ยอีกคนลากศพออกไปทางหลังผับ เขารีบหลบมองตามอย่างสงสัย แล้วแอบย่องเข้าไปข้างในหลบอยู่ใกล้ๆเคาน์เตอร์ เห็นเสี่ยตงนั่งอยู่กับลูกน้องและเก่งที่พากันเข้ามา
เสี่ยถามว่าเล้งมาหรือยัง เก่งบอกว่ากำลังมา ธงรบยกปืนเล็งทันที ถูกลูกน้องเสี่ยเดินมาเห็นเอาปืนจ่อสั่งให้ทิ้งปืน เก่งเดินมาดู พอเห็นหน้าธงรบก็ยิ้มเยาะ “นึกว่าใคร ที่แท้ก็หมวดจอมบู๊นี่เอง”
เสี่ยเข้ามากระชากคอเสื้อถามว่า เป็นเรื่องบังเอิญหรือตั้งใจมาเจอกันในที่แบบนี้
“แกฆ่าลูกน้องฉัน ถ้าฉันปล่อยให้แกลอยนวล ชาตินี้ฉันไม่มีวันตายตาหลับ” ธงรบท้ารบ ถูกเก่งทุบหลังจนทรุด แต่ตาก็ยังจ้องอย่างอาฆาตแค้น
“ผมเข้าใจความรู้สึกของหมวด ไหนจะเสียผู้ร่วมงาน ไหนจะเสียหน้าที่การงาน เอาเป็นว่า คนล้มผมไม่อยากข้าม หมวดไปเสีย ผมจะถือว่าหมวดไม่ได้มาที่นี่”
ธงรบไม่ยอมไปจนกว่าจะลากคอเสี่ยไปด้วย เก่งเลยกระชากตัวเขาขึ้นมามองหน้าเสี่ยอย่างขอความเห็น
“ผมเสียใจด้วยจริงๆนะครับ ไว้งานศพหมวดผมจะขอเป็นเจ้าภาพจัดสวดให้ทั้ง 7 วันเลย” พูดแล้ว เสี่ยพยักหน้าให้เก่งลากตัวธงรบออกไป
พอหยกรู้สึกตัว ไม่เห็นธงรบก็นึกเป็นห่วง รีบหาเครื่องมือสะเดาะกุญแจมือ เจอคลิปหนีบกระดาษ สะเดาะกุญแจมือออกรีบลงจากรถ พลันก็ได้ยินเสียงปืนนัดหนึ่ง หยกตกใจอุทาน “หมวด!!”
ธงรบถูกเก่งยิงทะลุไหล่เลือดชุ่ม เขาท้าว่านักเลงสวะอย่างนี้ทำอะไรตนไม่ได้หรอก แน่จริงลองวัดฝีมือกันตัวๆสิ เก่งจึงเอาปืนเหน็บเอวเดินเข้าหา ถูกธงรบกำทรายซัดใส่ตาแล้วหนีไป เก่งชักปืนยิงไล่หลังเปรี้ยงๆๆๆ
ธงรบวิ่งมาถึงรถเจอหยกพอดี เขาพูดอย่างระแวงว่า
“ไอ้หยก ถ้าคิดจะจับฉันให้พวกแกละก็ ฉันจะสู้กับแกให้ตายไปข้างแน่”
“ผมบอกหมวดแล้วไงว่าอย่าหาเรื่อง หมวดรีบหนีไปเถอะ” ธงรบถามว่าช่วยตนทำไม “ถึงผมจะเป็นพวกเดียวกับพวกนั้น แต่ผมก็ไม่เหมือนกัน หมวดรีบไปเถอะครับ”
ธงรบขึ้นรถขับออกไปทันที หยกรีบหลบเมื่อเห็นเก่งกับลูกน้องไล่ตามมา มันสบถอย่างหัวเสียที่ธงรบหนีไปได้ พอดีลูกน้องมาบอกว่าพวกเล้งกำลังมา เร่งให้รีบกลับไป
เสี่ยตงถามเยาะเก่งว่าไหนว่าจะจัดการตำรวจนั่นง่ายๆไง เก่งจะชี้แจง เสี่ยตัดบทว่าไม่ต้องขี้เกียจฟัง แล้วสั่งทุกคน
“ทันทีที่ไอ้เล้งมาถึง ใครเล่นงานมันได้ ฉันจะมีรางวัลพิเศษให้”
หยกแอบฟังอยู่ อดเป็นห่วงเล้งไม่ได้ ตัดสินใจโทร.บอก
“ผมโทร.มาเตือนเจ้าสัว คุณไม่ควรจะมาเจอเสี่ย เพราะทางนี้วางแผนเล่นงานคุณไว้แล้ว”
“เธอเตือนฉันไม่ให้ไปตกหลุมพรางเจ้านายเธอหรือนายหยก ฉันควรจะเชื่อคำเตือนนี้ด้วยเหรอ” เสี่ยระแวง
“ถ้าเจ้าสัวไม่เชื่อก็เชิญมาได้ตามสบาย แต่ผมบอกได้คำเดียวว่า นี่จะเป็นตั๋วเที่ยวเดียวที่เจ้าสัวจะมาแล้วไม่ได้กลับไปหาลูกเมียอีก” เล้งถามว่าทำไมถึงเตือนตน เพราะนี่เป็นการหักหลังเจ้านายตัวเอง “ผมเห็นคนตายมาเยอะมากเกินไปแล้วครับ ผมไม่อยากเห็นอีก”
เป็นคำตอบที่เล้งพอใจ แต่ไม่ทันทำอะไรรถก็ต้องเบรกเอี๊ยด เพราะมีมอเตอร์ไซค์ของมือปืนมาปาดหน้า แล้วเปิดฉากระดมยิงใส่ทันที นนท์ปกป้องเสี่ย ยิงสกัดพวกมือปืนให้เสี่ยรีบหนีไป
โทรศัพท์ที่เล้งคุยกับหยกตกที่พื้น เครื่องยังเปิดอยู่ ทำให้หยกได้ยินเสียงปืนยิงกันสนั่น
เล้งวิ่งไปหลบอยู่หลังกองลังไม้ พอมือปืนไล่ตามมาก็ผลักลังไม้ลงมาขวางวิ่งเข้าไปเอาปืนจ่อ
“อั๊วไม่อยากฆ่าพวกลื้อ ถ้าเปลี่ยนใจเห็นด้วยกับอั๊ว อั๊วจะไว้ชีวิต”
แต่มือปืนลุกขึ้นมาจะแย่งปืน ถูกเล้งยิงตายคาที่ ทันใดนั้น...โหงวเดินลากขาออกมาปรบมือแปะๆ พูดกลั้วรอยยิ้ม
“ลื้อมันมังกรที่ฆ่าไม่ตายจริงๆ ไอ้เล้ง” เล้งหันมองอึ้ง ยกปืนจ่อไปทางโหงวทันที โหงวถามอย่างไม่สะทก สะท้านว่า “จะยิงอั๊วเหรอ...เอาเลยไอ้เล้ง ยิงใส่อั๊วเลย ถ้าปืนลื้อยังเหลือกระสุนอยู่อีกนะ”
เล้งเหนี่ยวไก ปรากฏว่ากระสุนหมดจริงๆ โหงวหัวเราะเยาะ
“ไอ้เล้ง...ลื้อมันเก่ง แต่ลื้อก็ยังเก่งไม่เท่าอั๊ว” สิ้นเสียง โหงวลั่นไกกระสุนเจาะไหล่เล้งทรุดไปทันที
“ไอ้สารเลว! ลื้อฆ่าครอบครัวอั๊ว ลื้อพรากทุกอย่างในชีวิตอั๊วไป ถ้าลื้อไม่ตายด้วยมืออั๊ว อั๊วไม่ขอมีชีวิตอยู่ต่อไป”
เล้งกัดฟันลุกไปหาโหงว ถูกโหงวยิงที่ขาอีกนัด เล้งทรุด ทั้งแขนและขาเลือดโชก แต่ก็ยังจ้องโหงวเขม็ง โหงวต่อให้ด้วยการทิ้งปืนแล้วท้าว่า “อั๊วให้โอกาสลื้อได้แก้แค้นให้พวกลูกเมียลื้อ”
แต่เพราะบาดเจ็บทั้งแขนและขา เล้งถูกโหงวจับแขนบิดจนร้องลั่น โหงวพูดอย่างอาฆาตแค้นว่า
“รู้จักเจ็บเป็นแล้วเหรอไอ้เล้ง อั๊วจะบอกให้นะที่ลื้อส่งอั๊วเข้าไปอยู่ในคุกเป็นสิบๆปีมันยังเจ็บปวดไม่เท่ากับที่ลื้อโดนตอนนี้หรอก” โหงวผลักเล้งล้ม ตามไปเหยียบอกไว้
“ลื้อเอาชีวิตลูกเมียอั๊วไป เอาชีวิตพราวแสงไป อั๊วมันคิดผิดเองที่ส่งลื้อไปติดคุก อั๊วน่าจะฆ่าลื้อให้ตายไปเสียตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว...ไอ้สารเลว!” เล้งจ้องโหงว อย่างแค้นใจ
“ฮ่าๆๆ ในที่สุด มังกรวารีอย่างลื้อก็ยอมรับว่าคิดผิดเป็นกับเขา ใช่แล้วไอ้เล้ง ลื้อคิดผิดที่ปล่อยให้อั๊วมีชีวิตรอด แต่กว่าจะรู้ตัวว่าคิดผิด ลื้อก็แก้ตัวอะไรไม่ได้อีกแล้ว เพราะวันนี้จะเป็นวันตายของลื้อ”
โหงวยกปืนจะยิงเล้ง หยกมาถึงพอดีเขายิงไปทันที โหงวโดดหลบ หยกวิ่งเข้าไปพยุงเล้งหนี พอมาถึงถนน หยกโบกแท็กซี่ที่ผ่านมาพอดี เอาปืนจี้คนขับขู่
“ลงจากรถ ฉันต้องใช้รถคันนี้”
พอประตูเปิดออก หยกผงะเมื่อคนขับแท็กซี่คือคมทวน เขารีบบอก “พ่ออย่าเข้าใจผิด ผมต้องช่วยชีวิตเขา”
คมทวนเห็นเล้งกำลังจะหมดสติ จึงช่วยพาขึ้นรถ หยกยิงสกัดโหงวไม่ให้ตาม แล้วรีบขึ้นนั่งในรถ คมทวนขับพรืดออกไปทันที โหงวตามมายิงไม่ยั้งจนกระสุนหมด แต่รถก็ไปไกลแล้ว ได้แต่สบถอย่างหัวเสีย
“โธ่เว้ย...ไอ้หยก...เป็นเรื่องแล้วไง มันเจอกันจนได้”
เมื่อพาเล้งส่งถึงมือหมอแล้ว คมทวนคาดคั้นหยกให้พูดความจริงมาว่า เล้งเป็นใครและเขาถูกใครไล่ฆ่ามา หยกขอว่าเรื่องมันยาว กลับไปคุยกันที่บ้านดีกว่า
“ได้...แต่ครั้งนี้เอ็งต้องพูดความจริงกับข้าให้หมด ไม่งั้นเอ็งจะไม่ได้เห็นหน้าข้าอีกตลอดชีวิต!”
ooooooo
หยกบอกความจริงแก่คมทวนว่า ตนเป็นสายให้ตำรวจ ที่ตัดสินใจรับงานนี้เพราะต้องการสานต่อความฝันของพ่อกับแม่ให้สำเร็จ
คมทวนอึ้งอย่างคิดไม่ถึง ถามว่าแล้วทำไมไม่บอกแต่แรก หยกบอกว่าเป็นงานเสี่ยงอันตราย ตนไม่อยากให้มีปัญหามาถึงพ่อ ยอมรับว่า
“ผมอึดอัดใจทุกครั้งที่ต้องทำให้พ่อเสียใจ ทั้งๆที่ผมตั้งใจทำความฝันของพ่อกับแม่ให้เป็นจริง ผมกราบขอโทษครับพ่อ” หยกก้มกราบแทบเท้าคมทวนอย่างรู้สึกผิด คมทวนน้ำตาคลอประคองหยกขึ้น พูดอย่างสะเทือนใจ
“ไอ้หยก ไอ้ลูกรักของพ่อ พ่อนึกว่าจะเลี้ยงเอ็งมาไม่ดี นึกว่าเอ็งจะเป็นคนเลว ทั้งๆที่แม่เอ็งฝากฝังเอ็งไว้กับพ่อ”
“ฉันยึดมั่นในความดีและตั้งใจดีเพราะคำสั่งสอนของพ่อทั้งนั้นเลยจ้ะ”
สองพ่อลูกกอดกันน้ำตาไหลด้วยความปลื้มปีติ...
คมทวนพาหยกไปไหว้รูปของพราวแสงที่ติดไว้ในบ้าน บอกกล่าวว่าลูกไม่ได้เลือกเดินทางผิดอย่างที่ตนเล่าให้ฟัง หยกบอกว่านั่นไม่ใช่ความผิดของพ่อ ตนต่างหากที่ผิด
“เออ...เอาเป็นว่าผิดทั้งคู่ เอ็งไหว้แม่แล้วบอกเขาไปว่าเอ็งทำตามความฝันของแม่อยู่ วิญญาณเขาจะได้ไม่ต้องห่วง”
ooooooo
โหงวกลับไปที่ตึกร้างโทร.บอกดวงแขว่า ตนเกือบฆ่าเล้งได้อยู่แล้วแต่หยกมาช่วยเสียก่อน พูดก่อนตัดสายว่า
“ตอนนี้มันคงพาไอ้เล้งไปโรงพยาบาล จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของเธอแล้ว”
“ฮัลโหลๆๆ...โธ่เอ๊ย...ทำงานพลาดแล้วมาโยนให้ฉันเก็บกวาด...ไอ้ทุเรศเอ๊ย!!” ดวงแขด่าอย่างหัวเสีย
เมื่อพามานพไปเยี่ยมเล้ง หมอบอกว่ายังต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิดเพราะคนเจ็บเสียเลือดมากก่อนมาถึงโรงพยาบาล แนะว่าคนป่วยเพ้อถึงคนชื่อพราวแสง ถ้าพามาเยี่ยมได้อาจจะทำให้คนเจ็บรู้สึกตัวเร็วขึ้น
ดวงแขเจ็บจี๊ดขึ้นในใจ ส่วนมานพคาดคั้นถามว่าใครคือพราวแสง โหงวจึงเล่าให้ฟังว่า
“พราวแสง...เป็นผู้หญิงที่เคยช่วยชีวิตไอ้เล้งไว้เมื่อยี่สิบกว่าปีก่อน และเป็นผู้หญิงที่เล้งมันรักมากที่สุด รักมากกว่าแม่ของแกด้วย...มานพ”
โหงวเล่าว่า พราวแสงพาเล้งหนีการตามล่าของตนไปหลายเดือน ตนสืบรู้จึงตามไปฆ่า เล้งคิดว่าพราวแสงตายไปแล้ว แต่ความจริงพราวแสงยังไม่ตาย เพราะตนเห็นหยกเลือดมังกรสัญลักษณ์ประจำตระกูลที่ให้ไว้เฉพาะผู้สืบทอดตระกูลมังกรวารีอยู่ที่ตัวของลูกชายพราวแสง
มานพพูดอย่างมุ่งมั่นว่า “ผมต้องพิสูจน์เรื่องนี้... สมบัติของมังกรวารีต้องเป็นของผมคนเดียวเท่านั้น!!”
ooooooo
ดุจแพรถูกขังไว้ในห้อง โทรศัพท์ก็ถูกตัดหมด เมื่ออ้อนป้าจั่นให้ปล่อยตนไม่สำเร็จ เธอจึงหาทางหนีออกจากบ้าน
ป้าจั่นกับลูกน้องเสี่ยขัดขวางก็วิ่งทะลวงไป แต่ถูกจับตัวยื้อยุดกันชุลมุน สุดท้ายก็ถูกเอากลับไปขังไว้ในห้องตามเดิม
ระหว่างยื้อยุดกันนั้น ดุจแพรแอบล้วงมือถือจากกระเป๋าเสื้อสูทของลูกน้องเสี่ยไป เข้าห้องก็รีบโทร.หาหยกทันที พอหยกรับสายก็ละล่ำละลักบอก
“นายต้องช่วยฉันนะหยก ป๋าขังฉันไว้ในบ้าน” หยกพูดอย่างใจเย็นว่าก็ดีแล้วอยู่สุขสบายสะดวกทุกอย่าง ที่นั่นเหมาะสำหรับเธอที่สุดแล้ว ดุจแพรแหวใส่ “นี่ฉันบอกความรู้สึกของฉันมันไม่เข้าหูนายเลยรึไง!”
ooooooo










