ตอนที่ 4
ระหว่างที่นับดาวรอพนักงานคนนั้น ก็มียามสองคนมาประกบเธอไว้ นับดาวเริ่มตกใจคิดว่าถูกจับได้แน่แล้ว ทำใจเย็นถามว่า
“นี่ฉัน ไอ ยูกิ จะจับฉันทำไม”
พนักงานคนนั้นขอให้ใจเย็นๆ ตนแค่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท ย้ำว่าอย่าเพิ่งไปไหน ทันใดนั้น เป็นไทเดินออกมา องอาจพรวดตามมาด้วย เป็นไทถามอย่างตกใจว่านี่มันเรื่องอะไรกัน พนักงานหยิบเอกสารที่เซ็นชื่อ นับดาว เป็นคนรับเช็คให้ดู เป็นไทอึ้ง มองนับดาวขวับถามว่า
“คุณเป็นคนเซ็นว่านับดาวหรือ”
นับดาวเพิ่งรู้สึกตัว บ่นอุบอิบว่า ทำไมโง่แบบนี้ นะเรา องอาจสะอึกเข้ามา นับดาวรีบขอโทษ พยายามจะชี้แจง ถูกเป็นไทพูดขึ้นก่อนว่า
“หมายความว่า...คุณเขียนภาษาไทยได้ด้วยเหรอ” องอาจกลับลำทันทีอุทานว่าเก่งมาก นี่อ่านเป็นคำด้วยนะ นับดาวผสมโรงทันทีว่า ใช่ ตนเพิ่งหัดเขียนมา
องอาจหันไปดุยามที่มายืนขวางประตูว่ามาทำไมกัน กลับไปทำงานเสีย แล้วหันไปเอ็ดพนักงานคนนั้นว่า เรื่องแค่นี้ทำเป็นตื่นตูมไปได้ จนเป็นไทต้องบอกองอาจว่า
“เอาน่าองอาจ เขาก็ทำหน้าที่ของเขา พยายามรักษาผลประโยชน์ให้บริษัท ยังไงก็ขอบคุณมาก”
“คิดได้ไงว่ามีคนปลอมตัวเป็น ไอ ยูกิ มารับเช็ค นี่มันยูกิชัดๆจะเป็นคนอื่นไปได้ยังไง ตัวปลอมอะไรจะเหมือนขนาดนี้”
นับดาวแอบถอนใจโล่งอกที่รอดตัวไปได้
ooooooo
ระหว่างเดินตัวปลิวออกมานั้น นับดาวพึมพำกับตัวเองว่า
“ยายไอ ยูกิ นี่มันทำบุญด้วยอะไรมานะ ทำอะไรก็ถูกไปเสียทุกอย่าง ลองเป็นนับดาวสิ ผิดตั้งแต่แรกแล้ว” พลันก็มีโทร.เข้ามือถือ นับดาวกดรับ เป็นสายจากโรงพยาบาลนัดผ่าตัดรจนา บอกว่าถ้าพลาดจากครั้งนี้ก็ต้องรอไปอีก 3 เดือน นับดาวรีบบอกว่า เดี๋ยวจะเอาเงินไปเข้าให้ ดูนาฬิกาแล้วบอกตัวเองว่า “ช้าไม่ได้แล้ว กว่าจะไปธนาคารอีก”
แต่ขณะกำลังเร่งฝีเท้าไปนั่นเอง เป็นไทก็ตามออกมาเรียกไว้บอกว่า อยากให้ไปดูพรีเซนเตชั่นคอนเสิร์ตหน่อย อยากได้ความคิดเห็นจากเธอด้วย
นับดาวกำลังร้อนใจ ถามว่าวันหลังไม่ได้หรือ เป็นไทอ้อนๆ ว่าแป๊บเดียวเท่านั้น เธอจึงตัดสินใจไปอย่างไม่เต็มใจ พูดกับตัวเองว่า “แล้วนี่ถ้าฉันไปธนาคารไม่ทันบ่ายสามนะ...ฮึ่ม...”
เป็นไทพานับดาวไปดูที่คอมพิวเตอร์ เปิดพรี- เซนเตชั่น เป็นภาพกราฟิกเวทีคอนเสิร์ตที่อลังการมาก ทั้งแสงสีเสียง แล้วเปิดภาพต่างๆ ที่ไอ ยูกิ เคยร้องเพลงนี้เมาแปะเป็นคิวเพลง
นับดาวมองตาค้างตะลึงอึ้ง จนเป็นไทถามอยู่หลายครั้งว่าเป็นอย่างไรบ้าง เห็นว่ามีจุดไหนที่ต้องแก้ไขรึเปล่า นับดาวจึงรู้สึกตัว พูดงงๆว่า
“มันควรจะแก้ด้วยเหรอคะ สมบูรณ์ขนาดนี้ต้องแก้ตรงไหน จริงๆมันมากเกินไปด้วยซ้ำ” พูดแล้วรีบถามว่าเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ทำท่าจะรีบไป
แล้วนับดาวก็เซ็ง เมื่อเป็นไทถามเรื่องการถ่ายโปสเตอร์อีกว่าจะเอาแบบไหน อินดอร์หรือเอาต์ดอร์ดี เธอตอบทันทีว่า
“ข้างนอกสิ คนจะได้มุงกันเยอะๆฉันจะได้เป็นจุดสนใจ”
แม้เป็นไทจะเห็นว่าคงยุ่งยาก แต่ก็พูดเอาใจว่าดีเหมือนกันจะได้ใกล้ชิดกับคนไทย ภาพจะได้ออกมาดูเฟรนด์ลี่เป็นกันเอง นับดาวย้ำอีกว่า
“ขอเน้นนะคะ เอาที่ที่คนเยอะๆ ยิ่งดี กลางตลาด กลางถนน อะไรก็ว่าไป เพราะจะทำให้ฉันสบายใจมาก”
พูดแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข วาดฝันไปไกลมาก...
ooooooo
ระหว่างที่นับดาวคุยกับเป็นไทในห้องทำงานนั้น แพรวไพลินจะเข้าไปหาเป็นไท องอาจยืนขวางบอกว่าเข้าไปไม่ได้ เพราะเป็นไทกำลังมีธุระสำคัญ แพรวไพลินถามอย่างระแวงว่ากับใคร ยูกิใช่ไหม แล้วจะลุยเข้าไป
องอาจตกใจดึงเสื้อด้านหลังเธอไว้ ทำให้แพรว–ไพลินไม่กล้าขยับ เพราะเสื้อบางเบาและราคาแพงมาก ยืนยื้อกันอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งเป็นไทออกมากับนับดาว แพรวไพลินปราดเข้าไปชวนเป็นไททันทีว่าไปกินข้าวกันนะ
นับดาวนึกในใจว่า เรื่องใหญ่ละทีนี้ แล้วจะรีบออกไป แต่ต้องชะงักอีก เมื่อองอาจเรียกไว้ บอกว่า
“คือเรื่องโรงแรมห้าดาวที่ทางเราจองไว้ตั้งแต่แรก ผมเห็นว่ายูกิจังไม่ไปพักแล้ว ผมเลยจัดการเช็กเอาต์เรียบร้อยแล้ว” นับดาวถามงงๆว่า แล้วยังไง “เชิญคุณนับดาวไปเอาของที่ห้องผมเลยดีไหมครับ เผื่อมีของจำเป็นต้องใช้”
“ก็ได้ค่ะ แต่ฉันแค่เอาของเสร็จ ฉันก็จะได้ไปเลยใช่ไหมคะ” พอองอาจรับคำ เธอจึงเดินตามไปอย่างไม่เต็มใจนัก
ooooooo
เป็นไทเข้าห้องทำงานโทร.สั่งทีมงานให้หาโลเกชั่นใจกลางเมืองเพื่อถ่ายทำโปสเตอร์ เอาแบบไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย หันมาเป็นแพรวไพลินยืนกอดอกมองอยู่และทำท่าจะพูดอะไร เขาขัดขึ้นทันทีว่าถ้าอยากอยู่ในห้องนี้ต้องอยู่เฉยๆ
“พี่ไทจะมาสั่งแพรวแบบนี้ไม่ได้นะคะ แพรวเป็นแฟนพี่ไทต้องให้เกียรติแพรวบ้าง”
“แพรวคงลืมไปว่าเราเป็นแฟนกันด้วยเงื่อนไขอะไร” เป็นไทเตือนความจำหน้าขรึม
ความจริงคือ...คืนวันหนึ่ง เป็นไทนัดแพรวไพลินมาดินเนอร์ในร้านอาหารหรู เพื่อเจรจาขอยืมเงินไปประมูลคอนเสิร์ตนักร้องดังของญี่ปุ่น หว่านล้อมว่า
“ผมคิดว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสดีที่จะทำให้บริษัทผมได้เป็นที่รู้จัก แต่ด้วยความที่บริษัทเราเพิ่งตั้งมาไม่นาน เราไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอที่จะไปประมูลน่ะครับ”
เธอหัวเราะชมว่าเขากล้าดี เป็นไทให้ความมั่นใจว่า ถ้าตนชนะการประมูลและได้จัดคอนเสิร์ตก็จะสามารถเอาเงินมาใช้คืนเธอได้พร้อมดอกในเวลาไม่นานนัก
แพรวไพลินพูดอย่างรู้ทันว่าเขาไม่กู้ในระบบเพราะกลัวตัวเลขจะรั่วไหล นั่นแปลว่าเขาไว้ใจตนทั้งที่คุยกันจริงๆ แค่ไม่กี่ครั้ง บอกเขาว่า ตนชอบคนแบบนี้ ตกลงจะให้เขากู้ แต่ต้องมีเงื่อนไข
เป็นไทดีใจมากบอกว่าถ้าเป็นเรื่องดอกเบี้ยให้บอกตัวเลขที่เธอพอใจได้เลย
“เรื่องตัวเลขพวกนั้นฉันไม่สนใจหรอกค่ะ ฉันสนใจตัวคุณมากกว่า” เห็นเป็นไทงงๆ เธอเสนอ “เราลองมาคบกันหน่อยเป็นไงคะ”เป็นไทตกใจบอกว่าตนไม่เคยคิดเรื่องพวกนั้น“ก็ถ้าคุณอยากได้เงินไปประมูล ก็คิดซะตอนนี้เลยสิคะ เราก็แค่ลองคบกัน ไปด้วยดีก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าไม่ได้ พอคุณคืนเงินฉันเมื่อไหร่ เราก็จบกันไปเท่านั้น”
เห็นเป็นไทคิดหนัก เธอมองเขาอย่างเป็นต่อ พูดทิ้งไว้ให้เขาคิดว่า “การจะไปกู้เงินใคร มันก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะหาคนไว้ใจให้กู้เงินตัวเลขสูงขนาดนั้น คิดให้ดีก่อนตัดสินใจแล้วกันค่ะ”
ทบทวนถึงเงื่อนไขในคืนนั้นแล้ว เธอบอกเป็นไทว่าตนไม่ลืมหรอก แต่เขาก็อย่าลืมแล้วกันว่า “ถ้าพี่ไทคิดจะเลิกกับแพรวเมื่อไหร่ เงินก็ต้องขนมากองตรงหน้าแพรวเหมือนกัน...” พูดแล้วเดินออกจากห้องไปเลย
ออกมาเห็นนับดาวเอาของที่องอาจเอาออกจากโรงแรม ทั้งลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และหอบพะรุงพะรัง นับดาวรีบเรียกแท็กซี่ไปธนาคารเพราะใกล้เวลาธนาคารปิดแล้ว
แพรวไพลินขับรถตามไป ถึงหน้าธนาคารเธอไปดักหน้านับดาวจะคุยด้วย แต่นับดาวรีบขอเป็นวันหลัง แพรวไพลินปรามนับดาวโดยคิดว่าเธอคือ ไอ ยูกิว่า เธอควรจะรู้ว่าที่ได้มาเมืองไทยเพราะใคร และให้อยู่ห่างๆ เป็นไทของตนไว้ถ้าไม่อยากมีเรื่อง
แพรวไพลินแกล้งชนทำของที่นับดาวเอามาหล่นกระจัดกระจาย นับดาวเห็นเจ้าหน้าที่ธนาคารจะมาปิดประตู เธอรีบเอาของโยนเข้าไปในธนาคารแล้วตัวเองก็วิ่งพรวดไปที่เคาน์เตอร์เบิกเงินได้อย่างเฉียดฉิว
พอได้เงินเธอรีบพาย่าเข้าผ่าตัดเส้นเสียง แต่ด้วยความรู้สึกผิด เธอพนมมือบอกกล่าวไอ ยูกิทั้งที่ไม่รู้ว่ายูกิอยู่ที่ไหน สัญญาว่าจะใช้เงินเท่าที่จำเป็น เหลือเท่าไรจะคืนให้หมด ขอแต่ให้ย่าหายและกลับไปร้องเพลงได้เหมือนเดิม ส่วนตัวเองก็จะทำหน้าที่เป็นตัวเธอให้สมบทบาทที่สุด
เป็นเวลาที่ ไอ ยูกิที่ถูกกักตัวที่เกาะ เป็นไข้สูง เธอนอนซมไม่ยอมกินข้าว ยามาดะดูแลอยู่ด้วยความเป็นห่วง ป้อนน้ำป้อนยา เช็ดตัวให้ เฝ้าภาวนา “ยูกิ...ยูกิ...อย่าเป็นอะไรนะ...”
ooooooo
นับดาวเอาเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวของยูกิมาทาบกับตัว มองตัวเองในกระจก บอกตัวเองว่า
“ต่อไปนี้จะไม่มีเธออีกแล้วนับดาว เธอคือไอ ยูกิ ซุปเปอร์สตาร์ที่ใครๆก็ชื่นชม”
จากนั้นเอาแผ่นซีดีเพลงของยูกิ เอาไอแพดของยูกิมาเปิดฟังเพลง กางเนื้อร้องพยายามร้องตาม แต่รู้ตัวว่าสำเนียงตัวเองไม่เป็นญี่ปุ่นเลย บ่นอุบอิบ “เพลงก็เพราะดีนะ แต่ร้องยากชะมัดเลย เฮ้อ...”
ข่าวดีคือ หมอบอกว่าผลการผ่าตัดย่าดูจะไม่น่ามีปัญหาอะไรแต่ข้อห้ามที่ทำให้นับดาวถึงกับมึนคือ หมอห้ามคนไข้ ไอ จาม พูด กรน และแม้แต่หัวเราะ
นับดาวถามว่าใครจะไปห้ามได้ แต่รจนาพยักหน้าอย่างยอมรับ เพราะหมอบอกว่าถ้าทำไม่ได้ก็ไม่รับประกันว่ารจนาจะกลับมาร้องเพลงได้อีก!
ooooooo
เพื่อทำตัวให้เหมือนยูกิให้ได้ นับดาวชวนวราพรรณไปหาซื้อซีดีของไอ ยูกิที่ห้างสรรพสินค้า วราพรรณเดินไปเจอซีซีมาเดินหาซื้อแผ่นเหมือนกัน พอไปบอกนับดาว เพื่อนก็จะไปต่อยหน้าแก้แค้น วราพรรณตกใจบอกว่าซีซีไปแล้ว เธอจึงสงบลง
นับดาวพยายามที่จะเลียนแบบยูกิให้ได้ จนวราพรรณถามว่าจะทำไปทำไม เธอตอบเฉไฉไปเรื่อยเปื่อยว่าเพราะจะไปดูคอนเสิร์ตของยูกิ วราพรรณบอกว่าบัตรขายหมดไปตั้งแต่ 20 นาทีแรกที่เปิดขายแล้ว คนดูเป็นหมื่นทีเดียว ฟังแล้วนับดาวตื่นเต้น ถึงกับปวดฉี่ ขอไปเข้าห้องน้ำ
ที่ห้องน้ำนี่เอง นับดาวได้ยินซีซีคุยโทรศัพท์ขณะเดินเข้ามาตรวจความสวยบนใบหน้าว่า
“เป็นไง งานฉันน่ะ ไปถึงไหนแล้ว นี่แกจะมัวรออะไรอยู่หา...ฉันอุตส่าห์วางแผนจับยายไอ ยูกิไป ตอนนี้
มันคือโอกาสดีที่สุดเลยนะ”
นับดาวหูผึ่ง อยากรู้มากว่าใครคือคนที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของยูกิ ค่อยๆเปิดกลอนประตูห้องน้ำจะออกมาดู แต่เกิดเปิดไม่ออกเสียอีก เป็นเวลาที่ซีซีเดินคุยโทรศัพท์ ออกไปว่า
“โอกาสนี้แหละดีที่สุด พี่ต้องหางานให้ฉันให้ได้ เข้าใจไหม”
นับดาวเปิดกลอนออกได้ ซีซีก็เดินหายไปแล้ว เธอเสียดายใจแทบขาด ที่ไม่รู้ว่าใครคือคนที่จับตัวยูกิไป
ooooooo
ที่ห้างนี้เองแพรวไพลินเจอกับซีซีต่างทักทายแบบคนรู้จักกันลึกซึ้งถึงกึ๋นกันเลยทีเดียว ซีซีทักแพรว-ไพลินว่ายังเอาเงินฟาดหัวผู้ชายให้มาเป็นแฟนอีกไหม ส่วนแพรวไพลินก็ถามซีซีว่า ยังติดนิสัยขี้ขโมยชอบเอาของคนอื่นไปซ่อนอยู่หรือเปล่า
เมื่อซีซีบอกว่าถ้าเป็นสิ่งของน่ะตนเลิกทำไปนานแล้ว แพรวไพลินถามแทงใจดำอีกว่า แล้วมาช็อปห้างหรูนี่ มีเงินซื้อหรือเพราะได้ข่าวว่าเป็นดาราตกกระป๋องไปแล้ว หรือแต่มาดูของแท้แล้วไปสั่งก็อปเกรดเอเอา
“นี่ อย่าดูถูกฉันให้มันมากนัก ตอนนี้ฉันกำลังจะกลับมาดังอีกครั้งแล้วย่ะ”
แพรวไพลินดูถูกว่า อย่างเธอจะดังได้ก็คงต้องไปเอาดีทางถ่ายโป๊กระมัง ซีซีท้าว่าคอยดูวันที่ตนกลับ มาดังก็แล้วกัน
ทั้งสองคุยข่มกันไปมาอย่างหมายมาดในความมุ่งมั่นของตนเอง โดยไม่รู้ว่าทั้งคู่กำลังต่อสู้แก่งแย่งกับศัตรูคนเดียวกันคือยูกิ!
ooooooo
โดยไม่คาดคิด นับดาวเดินมาชนแพรวไพลินจนของในมือหล่นกระจาย แพรวไพลินหาเรื่องทันที หาว่านับดาวแกล้งตนเอาคืนที่เมื่อวานตนชนจนของเธอหล่นกระจายที่ธนาคาร
นับดาวกลัวความลับแตก รีบชวนวราพรรณเลี่ยงไปไม่อยากเอาเรื่อง จนกระทั่งแพรวไพลินเรียกนับดาวว่า “ยูกิ” ทำให้วราพรรณเอะใจ แต่นับดาวก็กลบเกลื่อนเอาตัวรอดไปได้ว่าแพรวไพลินคงทักคนผิดมากกว่า ตนจะไปรู้จักคนท่าทางไฮโซแบบนั้นได้ไง วราพรรณพูดขำๆ ว่าเธออาจปลอมตัวเป็นยูกิก็ได้ใครจะไปรู้ยิ่งเป็นคนชอบทำอะไรบ้าๆอยู่ด้วย
แล้ววราพรรณก็พูดเรื่องสมัยเด็กที่เรียนหนังสือห้องเดียวกัน นับดาวอยากให้เพื่อนไปเที่ยวบ้านก็คุยอวดถึงความมีความพร้อมทุกอย่างในบ้าน หลอกจน
วราพรรณไปเที่ยวบ้าน ก็พบแต่บ้านเก่าๆโทรมๆ ไม่มีอะไรอย่างที่นับดาวคุยอวดไว้เลย
“ฉันโตแล้วนะเว้ย...ฉันจะเที่ยวหลอกคนอื่นทำไมว่าฉันมีในสิ่งที่ไม่มี” นับดาวแก้เกี้ยว
แต่เพราะรู้แก่ใจดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่นับดาวก็อดกังวลไม่ได้ จนคืนนี้นอนฝันว่ายูกิในสภาพเหมือนผีมาทวงตำแหน่งซุปเปอร์สตาร์ของตัวเองคืน พอตื่นขึ้นมา นับดาวใจคอไม่ดี พึมพำภาวนาว่า
“เธอคงไม่เป็นอะไรใช่ไหมยูกิขอให้เธอสบายดี ฉันจะพยายามหาทางช่วยเธอ”
ooooooo
การสวมรอยเป็นยูกิเต็มตัวทำให้นับดาว ได้รับการดูแลเอาอกเอาใจอย่างดีจากทุกฝ่าย ทำให้เธอทั้งไม่ชินและพอใจระคนกัน บางครั้งก็ได้รับการปรนนิบัติดูแลจนตัวเองเขิน
ระหว่างการถ่ายโปสเตอร์ นับดาวแสดงและพูดอะไรเฉิ่มๆไปเยอะ แต่พอถูกทักถูกถามเธอก็กลับลำพลิกลิ้นได้อย่างคล่องแคล่วเอาตัวรอดไปได้ทุกครั้ง ไม่มีใครถือสาเพราะเธอคือ “ไอ ยูกิ” ที่ทำอะไรก็น่ารัก ทำอะไรก็ถูกไปหมด
ขณะพักการถ่ายโปสเตอร์นั่นเอง องอาจมาบอกเป็นไทว่ามีสื่อขอสัมภาษณ์ยูกิ ทีแรกเป็นไทไม่อนุญาต แต่พอองอาจบอกว่าเป็นสื่อเบอร์ใหญ่ถ้าขัดใจอาจมีปัญหากันในภายหลัง
ไม่ทันที่เป็นไทจะรู้ว่าเป็นใคร สังวรก็เดินผ่านองอาจเข้ามาพร้อมวราพรรณแล้ว เป็นไทเซ็งมาก ส่วนนับดาวถึงกับตะลึงหูตาเหลือกกลัววราพรรณจับได้ เลยทำก้มๆหน้าไม่ให้เห็นชัด
ระหว่างที่สังวรกับเป็นไทออกไปเจรจาตกลงกันนอกห้องว่าจะให้สัมภาษณ์ยูกิหรือไม่นั้น วราพรรณก็ สัมภาษณ์แบบคุยกันสบายๆ กับนับดาวในห้อง ไม่ว่าวราพรรณถามอะไร นับดาวก็ตอบอย่างประหยัดคำที่สุด ว่า “ค่ะ” คำเดียว ซ้ำยังก้มหน้าก้มตาอีกด้วย
วราพรรณขอถ่ายรูปกับนับดาวบอกว่าจะเอาไปอวดเพื่อน นับดาวขอเติมหน้าแล้วเธอก็เอาลิปสติกถูปาก เสียเลอะออกมานอกขอบ พอถูกทักก็อวดว่าแบบนี้แหละกำลังมาแรง พอถ่ายเสร็จก็รีบขอตัวออกไปเลย วราพรรณเอารูปมาดูแล้วพูดขำๆ
“ติงต๊องรึเปล่าวะเนี่ย”
ooooooo
ในที่สุดสังวรก็ได้สัมภาษณ์นับดาว เธอทาปาก แดงแช้ดเลอะเทอะ ใส่แว่นดำอันโต แถมใส่หมวกปีกกว้าง จนสังวรเองก็ยังงง ถามวราพรรณว่า นั่นใครหรือ
สังวรทำรายการ บันเทิงทาวน์ทูไนท์ เขาสั่งกล้องให้จับที่ตัวเขาจนแทบไม่เห็นผู้ให้สัมภาษณ์เลย องอาจบ่นกับเป็นไทว่า
“คนอะไรวะสัมภาษณ์คนอื่นแต่ต้องมีกล้องเดี่ยวจับหน้าตัวเองไว้ตลอด”
“แล้วคุณเคยดูรายการเขาไหม พอตัดออกมาหน้า ศิลปินได้ออกกล้องน้อยกว่าคนสัมภาษณ์อีก...เกิด มาคุยจริงๆ”
เป็นไทกับองอาจที่ยืนดูการสัมภาษณ์อยู่หลังกล้องนินทากันอย่างหมั่นไส้
ooooooo
หลังจากถ่ายทำรายการสัมภาษณ์เสร็จ สังวรชวนยูกิไปทานข้าวด้วยกัน ถูกเป็นไทกีดกันว่ายังมีนัดคุยงานกับยูกิอีก ทั้งคู่ต่างพูดกันท่ากันไปมายังคุยกันไม่ทันได้ข้อยุติ คนที่สามก็แทรกเข้ามา นั่นคือไคคุง คนรักของยูกินั่นเอง
เป็นไทกับสังวรไม่รู้จักไคคุง ไคคุงจึงให้ยูกิเป็นคนแนะนำ ปรากฏว่านับดาวไม่รู้จักไคคุง แต่ทำท่านึกน่ารักจนใครๆ พากันคิดว่าเป็นลูกเล่นของเธอ จนไคคุงพูดเองว่า
“ยูกิอาจลำบากใจที่จะตอบ ผมตอบเองก็ได้ผมไคคุง นักธุรกิจชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น แฟนของยูกิจัง”
ทั้งเป็นไทและสังวรมองเหวอๆ นับดาวใจหายวาบแต่ยังตีหน้าเรียบสนิท ลุกขึ้นทำเนียนจะเดินออกไปไคคุงเรียกเธอไว้ชวนคืนนี้ไปดินเนอร์กันให้สมกับความคิดถึง นับดาวอึกอักบอกว่าเราไปกันหมดนี่แหละ จะได้ไม่อึดอัด เธอมองลุ้นทั้งเป็นไทและสังวร เพราะไม่อยากไป กับไคคุงตามลำพัง
ระหว่างดินเนอร์ สามหนุ่มแย่งกันตักอาหารป้อนนับดาว ต่างแสดงตัวว่ารู้จักเธอดี รู้ว่าเธอชอบทานอะไร แย่งกันป้อนเสียจนอาหารเต็มปากนับดาว
หลังดินเนอร์ ต่างแย่งกันจะไปส่ง นับดาวเลือกให้เป็นไทเป็นคนไปส่ง อ้างว่ามีงานต้องคุยกันต่อ เธอบอกไคคุงว่าเราค่อยคุยกันวันหลังก็แล้วกัน ทำเอาไคคุงหน้าเสียครางออกมาอย่างผิดหวัง “ยูกิ...”
ooooooo
ที่แท้แพรวไพลินเป็นคนจัดการให้ไคคุงมาขวางความสัมพันธ์ระหว่างเป็นไทกับนับดาว เธอไปนั่งดักเป็นไทที่ล็อบบี้คอนโดฯ โทร.ถามไคคุงว่าเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าเป็นไทไปส่งนับดาว ก็ด่าไคคุง ว่าปล่อยให้เขาไปด้วยกันได้ยังไง ไม่เข้าใจใช่ไหมว่าตนอุตส่าห์ลงทุนธุรกิจด้วยเป็นร้อยล้านเพื่ออะไร แล้วเธอก็ปักหลักคอยเป็นไทอยู่ที่นั่น
หมายรื้อฟื้นความรู้สึกดีๆ เป็นไทพานับดาวไปที่สะพานพุทธที่เคยพาเธอมาเที่ยว นับดาวเผลอทำกระเป๋าหล่นของในกระเป๋าตกเกลื่อน ในนั้นมีบัตรประชาชนชื่อนับดาวด้วย เป็นไทจะช่วยเก็บ เธอตกใจรีบคว้าปาทิ้งน้ำ ไม่ทันสังเกตว่าพวกกุญแจบ้านกระเด็นไปอีกทางหนึ่ง
เมื่อเป็นไทขับรถมาส่งที่บ้าน นับดาวจึงรู้ว่ากุญแจบ้านหาย เป็นไทให้เคาะประตูเรียกเจ้าของโฮมสเตย์มาเปิด เธอบอกว่าไม่มีใครอยู่หรอก เขาจึงชวนไปพักที่คอนโดฯเพราะห้องตนมีห้องสำหรับรับรองแขกด้วย นับดาว ยอมไปเพราะไม่มีที่ไป
ทั้งคู่เดินผ่านล็อบบี้คอนโดฯเข้าไป เป็นจังหวะที่แพรวไพลินก้มเก็บของพอดี เลยไม่มีใครเห็นใคร
ooooooo
นับดาวใจคอไม่ดีที่ต้องอยู่กับผู้ชายสองคนในห้อง เธอระแวงไปหมด ไม่ว่าเขาจะบอกให้อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ก็คิดว่าเขาคงวางแผนเคลมตนแน่เลย
พอเข้าห้องน้ำ ก็ทำคอนแทกเลนส์หล่น มองไม่เห็นจึงคลำทางไปเรียกเป็นไทให้มาช่วยหา เป็นไทถามว่าตาเธอสั้นขนาดไหน พลางชะโงกหน้าเข้าใกล้ถามว่าแค่นี้มองเห็นไหม เป็นเวลาที่แพรวไพลินปวดฉี่จึงขึ้นไปที่ห้อง เปิดประตูเข้าไป เจอสองคนกำลังใกล้ชิดกันมากจนเหมือนจูบกันอยู่ เธออาละวาดทันที แต่นับดาวไม่รู้เรื่องเพราะหูไม่ดี
เป็นไทลากแพรวไพลินเข้าไปทะเลาะกันในห้องน้ำ เขาเห็นคอนแทกเลนส์ที่พื้น แต่ไม่ทันก้มหยิบก็ถูกแพรวไพลินเหยียบขยี้เสียอย่างสะใจ
นับดาวคลำทางมาห้องน้ำถามว่าหาเจอไหม เห็นแพรวไพลินเป็นเงาๆถามว่านั่นใครหรือ แพรวไพลินแหวใส่และพุ่งเข้าตบทันที นับดาวถูกตบหน้าหันไปสองสามที เป็นไทจึงห้ามและไล่ให้แพรวไพลินให้กลับบ้านเสีย เธอไม่ยอมกลับบอกว่าจะเฝ้าอยู่ที่นี่แหละ
ทั้งคู่โต้เถียงกันรุนแรง นับดาวจึงรู้ว่าเป็นแพรวไพลิน เธอกระโจนเข้าตบทันที แต่เพราะมองไม่ชัดเลยตบผิดคน รัวฝ่ามือใส่เป็นไทไม่ยั้ง เขาร้องบอกก็ไม่ได้ยินเพราะหูไม่ดี กว่าจะหยุดเธอได้เป็นไทก็สะบักสะบอมไปแล้ว
เป็นไทโมโหเดินออกจากห้องไป แพรวไพลิน นั่งเผชิญหน้านับดาว ประกาศจะไม่ยอมไปไหน พูดใส่หน้านับดาวว่า
“แกไม่มีวันแย่งพี่ไทไปจากฉันได้หรอก ยายเพี้ยน!”
ooooooo
ไอ ยูกิอาการดีขึ้น เธอหาเศษกระดาษและดินสอเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือใส่ขวดลอยไปในทะเล
ไคคุงที่มาทำธุรกิจในไทยตามแผนของแพรว–ไพลิน เขาบอกกับผู้จัดการบริษัทว่า ตนเคยมาเรียนที่เมืองไทย แต่ไม่เคยมาจับตลาดเมืองไทย พอดีมีคนจ้างให้มาทำเลยสนใจ
ระหว่างเดินผ่านอวนที่กองตามพื้น มีเศษแก้วและขวดติดมาเต็มไปหมด เขาก้มเก็บถามผู้จัดการว่าเศษแก้วเยอะแบบนี้เป็นเรื่องปกติไหม ผู้จัดการบอกว่าปกติ
“นี่แสดงว่าทะเลไทยยังไม่มีคนเข้มงวดเรื่องการทิ้งขยะล่ะสิ หรือไม่ก็มีคนส่งจดหมายข้ามน้ำข้ามทะเลหากันเยอะแยะไปหมด”
ผู้จัดการหัวเราะขำๆบอกว่าคงเป็นอย่างแรกมากกว่า ไคคุงโยนขวดแก้วทิ้งถังขยะอย่างไม่สนใจ
ส่วนขวดแก้วของยูกิลอยละล่องมากลางทะเล... จนมาติดอวนชาวประมง...
ooooooo










