ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

ฉันรักเธอนะ

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

ฉันรักเธอนะ ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ที่ห้องประชุมของบริษัทออร์แกไนซ์ ที่มี เป็นไทเป็นกรรมการผู้จัดการ กำลังมีประชุมการจัดคอนเสิร์ตนักร้องดังของญี่ปุ่น “ไอ ยูกิ” ที่กำลังเป็นที่คลั่งไคล้ของวัยรุ่นในเอเชีย

จอทีวีในห้องประชุม มีภาพ ไอ ยูกิ เต็มจอ เป็นไทถือรีโมตกดภาพแช่ไว้ ขณะเอ่ยแก่ผู้ร่วมประชุมว่า

“ไอ ยูกิ ซุปเปอร์สตาร์ชื่อดังของญี่ปุ่นในตอนนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนในที่นี้คงเคยได้ยินชื่อเสียงของเธอมาบ้าง และก็น่าจะพอรู้ว่าแฟนคลับในประเทศไทยของเธอมีมากขนาดไหน ตอนนี้เธอตอบตกลงจะมาเล่นคอนเสิร์ตที่บ้านเรา โดยมีบริษัทเราเป็นคนดูแลจัดการงานทั้งหมด”

เป็นไทยิ้มอย่างภูมิใจมากกับข่าวดีนี้ ทุกคนในห้องประชุมฮือฮากันอย่างตื่นเต้นดีใจ โดยเฉพาะองอาจ โปรดิวเซอร์กึ่งเลขาส่วนตัวเป็นผู้ช่วยของเป็นไท ที่เพิ่ง

เดินเข้ามาทำเป็นดีใจกลบเกลื่อนการมาสายของตน พูดให้ดูเนียนยิ่งขึ้นว่า

“นี่เราจะได้จัดงานใหญ่ขนาดนี้เลยเหรอครับเนี่ย ตั้งแต่เกิดมาในชีวิตโปรดิวเซอร์ไม่เค้ย...ไม่เคยได้จัดงานระดับประเทศแบบนี้มาก่อน แฮปปี้มากๆ”

“สายตลอด นี่รู้ไหม หน้าตาศิลปินเป็นยังไง” เป็นไทขัดคออย่างรู้ทัน องอาจคุยโวว่าถึงตนจะมาสายก็ทำการบ้านตลอด “ให้มันจริงเหอะ งานนี้เราจะพลาดไม่ได้เลยล่ะ”

แล้วเป็นไทก็พูดจริงจังกับที่ประชุมว่า “เอาล่ะ ที่ฉันเรียกประชุมพวกเราวันนี้ ก็แค่จะแจ้งข่าวนี้กับทุกคนเท่านั้นแหละเป็นการบอกให้รู้ว่า ตั้งแต่นี้ไปงานเราจะหนักขึ้น แต่ถ้ามันสำเร็จด้วยดีละก็...โบนัสงามๆก็จะเป็นของเราทุกคน”

มีเสียงฮือฮาดังขึ้นอีกครั้ง จากนั้น เป็นไทบอกทุกคนให้แยกย้ายกันไปทำงานเสีย ถามองอาจว่างานศิลปวัฒนธรรมที่จะจัดเย็นนี้เตรียมพร้อมหมดแล้วใช่ไหม องอาจรับรองว่าเรียบร้อยดีไม่น่ามีปัญหา เป็นไทพยักหน้าอย่างพอใจ

ooooooo

ที่อีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ นับดาว สาวน้อยผู้มีหูขวาหนวกสนิท ผมเป็นกระเซิงใส่แว่นกรอบใหญ่เกือบเท่าใบหน้า ยืนอยู่กับคุณย่าคือ รจนา อดีตนักร้องเพลงลูกกรุงวงสุนทรีภรณ์ ที่แต่งชุดราตรีแต่งหน้าทำผมครบเครื่องจนใครๆที่ผ่านไปมาพากันมองด้วยสายตาแปลกๆ นับดาวยังถือถุงผ้าขนาดใหญ่ใส่ชุดของย่ามาด้วย

ทั้งย่าหลานต่างร้อนใจที่โบกแท็กซี่ไม่ได้สักที จนรจนาเริ่มกระวนกระวายเพราะจวนได้เวลาเปิดงานแล้ว รจนาที่ยืนอยู่ข้างขวาของนับดาวถามว่าจะทันไหมเนีี่ย นับดาวก็ฟังเป็นว่าย่าจะกินเบียร์ รจนาบ่นอย่างระอาว่าตนไม่ไหวแล้วนะไอ้หลานคนนี้ นับดาวก็หันขวับถามว่าใครกัน? โทนี่?

รจนาเลยต้องเดินอ้อมมาพูดที่ข้างซ้ายของนับดาวซึ่งได้ยินเป็นปกติเร่งให้รีบไปจากตรงนี้เร็วๆ ก่อนที่ย่าจะฆ่าใครตายสักคน คราวนี้นับดาวตอบถูกเรื่อง บอกว่าตนก็ร้อนใจอยากไปจากตรงนี้แทบแย่แล้ว

นับดาวตัดสินใจเรียกมอเตอร์ไซค์รับจ้างมาสองคันให้ไปส่ง คุณย่ารจนาเกิดงอแงไม่ยอมไปอีก อ้างว่าย่าไม่เคยซ้อนมอเตอร์ไซค์คนไม่รู้จักกัน

นับดาวปวดหัวมาก เลยรบกวนพี่มอเตอร์ไซค์รับจ้างขอใส่เสื้อวินขี่พาย่าไปเอง ย่ารจนาในชุดราตรีครบเครื่องจึงขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์ วิญญาณสก๊อยเข้าสิงทันที บอกนับดาวว่า “ย่าเคยเป็นสก๊อยรุ่นเสียกรุงมาแล้ว บิดไปเล้ยยยย”

ooooooo

เป็นไท ยังติดตามตรวจสอบการเตรียมงานศิลปวัฒนธรรมอย่างใกล้ชิด ตกเย็น เขาถามองอาจว่าทุกอย่างเรียบร้อยใช่ไหม นัดคนที่จะขึ้นโชว์ครบแล้วนะ

“ก็นัดทุกคนห้าโมง เลตสุดหกโมงครึ่ง” องอาจตอบอย่างมั่นใจ เป็นไทถามว่าทำไมต้องมีเลตสุดท้าย นัดไปเลยห้าโมงเลยไม่ได้หรือ องอาจยิ้มแหยๆบอกว่า “ก็...นิสัยคนไทย”

ค่ำแล้ว ที่หลังเวทีผู้คนมากมายจากศิลปะหลายแขนงกำลังง่วนกับการแต่งหน้าแต่งตัว มีทั้งโขน ลิเก เชิดหุ่นละครโรงเล็ก เสียงดนตรีไทยก็ซ้อมกันดังไปทั่วงาน องอาจถือวอและสคริปต์เช็กความเรียบร้อยทีละส่วน

ปรากฏว่าเช็กถึงโหมดเพลงที่ต้องขึ้นเปิดงาน ทุกส่วนเรียบร้อย แต่พอถามว่าคุณรจนาตัวแทนเพลงลูกกรุงมาหรือยัง ปรากฏว่ายังไม่มีใครเห็น

“เฮ้ย...ตอบยังไม่เห็นเลยไม่ได้ เช็กสิ เขาอยู่ไหน ยังไงเนี่ยบนเวทีจะรันอยู่แล้ว มัวทำอะไรกันอยู่” องอาจเครียด

“ตอนนี้คุณรจนาใกล้ถึงแล้วค่ะ กำลังรีบมาอยู่” ประสานงานคนหนึ่งวิ่งมาบอก

“โอ๊ย...อะไรเนี่ย อีก 2 นาทีงานจะเริ่มแล้ว ยังมาไม่ถึง แล้วขึ้นคนที่ 2 ด้วยเนี่ยนะ ยังไงๆ ใครเป็นคนตามศิลปินเนี่ย” องอาจร้อนใจ หงุดหงิด เพราะยังไม่ทันเริ่มงานก็ส่อเค้ามีปัญหาจุกจิกแล้ว

ooooooo

นับดาวพาคุณย่ารจนามาถึงหน้าหอประชุมแล้ว เธอถอดหมวกกันน็อกคืนให้พี่วินมอเตอร์ไซค์แต่ลืมถอดเสื้อกั๊กวินห้วยขวางคืนให้ นับดาวหน้าดำเพราะเขม่าควัน ย่าถามว่าจะล้างหน้าหน่อยไหม นับ-ดาวบ่นว่าขับตามรถสิบล้อก็อย่างนี้แหละพลางวิ่งตามย่าที่ใส่ชุดราตรียาวไป ทั้งที่ตัวเองยังใส่เสื้อวิน

มอเตอร์ไซค์อยู่

นับดาวหิ้วถุงใหญ่วิ่งตามย่าอย่างทุลักทุเลบ่นว่า “แค่เขาบอกจะถ่ายออกทีวีนิดๆหน่อยๆก็แต่งเต็มซะขนาดนี้ แล้วนี่ดูซิร้องเพลงเดียว เอาชุดมาทำไมเยอะขนาดนี้ ก็อต จักรพรรณ ทัวร์คอนเสิร์ตทั้งปีชุดยังไม่เยอะเท่านี้เลย”

พอดีประสานงานวิ่งเข้ามาถามว่า คุณรจนานะคะ แล้วก็อึกอักเมื่อเห็นนับดาวหน้าดำมอมแมม พอรจนาตอบรับว่าใช่ประสานงานเร่งให้ไปในงานเลย พูดอย่างร้อนใจ เพราะ “คิวต่อไปเป็นคุณแล้วค่ะ”

ทั้งหมดรีบเดินตามกันเข้าไปในงาน เป็นไทเดินหน้า ไม่พอใจสวนออกมาชนเข้ากับนับดาวอย่างจัง เขม่าที่หน้านับดาวเลอะเสื้อเขา นับดาวรีบขอโทษ แต่ไม่ทันพูดจบก็ถูกเอ็ดว่า “ระวังหน่อยสิคุณ!” แล้วเร่งให้รจนาไปเตรียมตัวด้านในเลย

รจนาถูกประสานงานลากเข้าข้างในไปแล้ว นับดาวยังยืนหน้ามอมแมมอยู่ เป็นไทมองอย่างไม่พอใจถามว่าวิ่งอยู่วินไหน นับดาวฉุนขาด สวนไปทันทีว่า

“นี่...การที่ฉันวิ่งเฉี่ยวคุณนิดๆหน่อยๆไม่ได้หมายความว่าคุณจะมาดูถูกว่าฉันเป็นพวกมอเตอร์ไซค์รับจ้างได้นะ”

เป็นไทบอกว่าตนไม่ได้ดูถูก แต่อยากรู้ว่า “ยายป้า” นั่นนั่งมอเตอร์ไซค์มาจากไหนเท่านั้น นับดาวยิ่งฉุนที่มาเรียกย่าตนว่า “ยายป้า”...นั่งมอเตอร์ไซค์รับจ้างมา ถามว่าไม่คิดว่าพวกเราจะนั่งรถเก๋งมาบ้างรึไง พลางขยับเสื้อกระพืออย่างหงุดหงิด

พลันนับดาวก็ชะงักเมื่อมองไปในกระจกแถวนั้นสะท้อนภาพตัวเองใส่เสื้อวินมอเตอร์ไซค์อยู่ เลยทำเฉไฉบ่นว่า “คนเขาหน้าเขม่าเกาะเป็นรอยหมวกกันน็อก...แล้วสวมเสื้อกั๊กสีส้ม อาจไม่ใช่มอเตอร์ไซค์รับจ้างเสมอไปก็ได้”

เป็นไทชี้ให้ดูว่า มันปักว่า ห้วยขวาง มีเบอร์ด้านหลังด้วย นับดาวก็ยังตะแบงเถียงว่าเป็นนักบอลทีมห้วยขวางไม่ได้รึไง เป็นไทดูนาฬิกาข้อมือแล้วขอตัวอย่างไม่อยากตอแยด้วย พอเป็นไทไปแล้ว นับดาวดูสารรูปตัวเองบ่นเซ็งๆ

“สภาพนี้ ขับมอเตอร์ไซค์มาจากศรีษะเกษแหงๆ...เฮ้อ...”

เมื่อรจนาจะขึ้นร้องเพลง นับดาวปลุกใจย่าว่า “สู้ตายนะคะย่า” แล้วตัวเองก็เดินไปล้างหน้าในห้องน้ำ พอล้างคราบเขม่าออกก็ชมเองว่า สวยขนาดนี้ เจออีกทีดูซิว่าใครจะหาว่าเป็นเด็กแว้นอีกไหม ถอดเสื้อวินแล้วเดินออกจากห้องน้ำ แต่ยังใส่แว่นกรอบใหญ่หนาเตอะอยู่

ooooooo

รจนาขึ้นเวทีร้องเพลงแบบนักร้องมืออาชีพ จนแม้แต่เป็นไทฟังแล้วก็ยังเคลิ้มไปกับน้ำเสียงและลีลาที่มีเสน่ห์

ส่วนนับดาวเดินหน้าเปียกน้ำมาเจอองอาจ แต่พูดกันไม่รู้เรื่องเพราะองอาจพูดเรื่องหนึ่งนับดาวตอบไปอีกเรื่องหนึ่ง จนองอาจเอือมระอาเดินหนีไป นับดาวมองตามพึมพำอย่างหมายมาดว่า

“เออ...ทำเป็นไม่สนใจไปเถอะ ถ้าวันไหนฉันเป็นนักร้องดังขึ้นมานะ ฉันจะไม่เห็นหัวเลยคอยดู”

นับดาวได้ยินองอาจถามประสานงานถึงแป้งที่จะเอามาให้ตลกทำผมขาว ประสานงานบอกว่ามีแต่แป้งมัน องอาจสั่งให้รีบเอามา นับดาวหมั่นไส้การวางมาดขององอาจมาก นึกได้ว่าหน้ายังเปียกอยู่เลยมองหาทิชชู ชนเข้ากับประสานงานที่ถือแป้งมันมาอย่างจัง แป้งหกใส่นับดาวหน้าขาววอก

เป็นไทเดินสวนมาจำนับดาวไม่ได้ เขาเข้าไปบอกองอาจว่ามีคนบ้ามาเดินเพ่นพ่านเดี๋ยวก็วุ่นกันหมดหรอก นับดาวแอบฟังรู้ว่าเป็นไทหมายถึงตน ก็โมโห แอบฟังต่อไปยังรู้ว่า แม้เป็นไทจะชอบการร้องเพลงของรจนาแต่เห็นว่าเป็นงานที่ได้เงินน้อยไม่เหมือนจัดงานสำหรับพวกวัยรุ่น ที่งานดัง เงินเร็ว เปิดขายบัตรไม่กี่นาทีก็ขายหมดเกลี้ยงแล้ว

นับดาวโกรธที่มาตำหนิย่าตนเลยปรากฏตัวออกไป เป็นไทบอกองอาจว่า นี่แหละคนบ้าให้เคลียร์ออกไปเลย พอดีรจนาร้องเพลงเสร็จมาเห็นองอาจกำลังลากนับดาวจะเอาออกไป แต่รจนาก็จำหลานตัวเองที่หน้าขาววอกไม่ได้ จนพูดแล้วนับดาวไม่ได้ยินจึงมั่นใจ รีบเข้าไปบอกองอาจว่านี่เป็นหลานตน บ่นว่า “ก่อเรื่องประจำ อย่าถือสาเลยนะคะ”

“ถ้าสติไม่ดี ก็ไม่ควรจะเอาออกมานอกบ้านนะครับ” องอาจเตือน รจนารีบขอโทษ หยิบกระเป๋าเสื้อผ้าแล้วลากนับดาวออกไปเลย

สองย่าหลานพากันกลับบ้านอย่างทุลักทุเล นับดาวยังเจ็บใจที่ทั้งตนและย่าถูกดูถูก พูดอย่างหมายมาดว่า

“คอยดูนะ ถ้าดังเมื่อไหร่จะเอามาเป็นทาส หึๆ”

“พูดว่าจะดัง...จะดังมาตั้งแต่สิบขวบ ผ่านไปสิบกว่าปีแล้วก็ไม่เห็นมันจะไปไหนเลย” รจนาขัดคอหน่ายๆ

นับดาวคิดหนัก นึกได้ว่าจะทำอย่างไรถึงจะดังได้ บอกย่าว่าจะเอารูปไปทิ้งไว้ที่โมเดลลิ่ง เชื่อว่าวิธีนี้ต้องเวิร์กที่สุด เสียดายที่เพิ่งคิดได้ ถ้าคิดได้ก่อนหน้านี้ป่านนี้ดังเป็นพลุไปแล้ว ว่าแล้วก็แบมือขอยืมเงินย่าหนึ่งพันบาทจะเอาไปถ่ายรูปสวยๆ

“ไอ้หลานคนนี้...” รจนาส่ายหน้ากับความล้น ของนับดาว

ooooooo

เป็นไท ได้เป็นเจ้าภาพจัดคอนเสิร์ต ไอ ยูกิ เขาฝันหวานว่างานนี้จะต้องทำให้บริษัทตนดังเป็นพลุแตกแน่ๆ

แต่หารู้ไม่ว่า สังวร เจ้าของนิตยสารเอเชี่ยนฮิต กำลังหาทางทำลายงานนี้ สั่งเลขาให้ไปสืบมาให้ได้ว่าเป็นไทเอาเงินจากไหนตั้ง 20 ล้านมาประมูลงานนี้ กำชับเลขาว่า

“หาช่องโหว่ของมันมาให้เยอะที่สุด มันจะได้รู้ว่า มันเล่นกับใครอยู่!”

เมื่อเลขาออกไปแล้ว สังวรเอารูป ไอ ยูกิ มา

กอดจูบอย่างคนโรคจิต คิดหาทางแย่งงานจากเป็นไทให้ได้เพื่อจะได้ใกล้ชิดไอ ยูกิ มากๆ

ooooooo

นับดาวนัดพบกับวราพรรณเพื่อนเก่าที่ทำงานที่นิตยสารเอเชี่ยนฮิตของสังวร หมายให้เพื่อนช่วยทำให้ความฝันของตนเป็นจริง โดยให้ช่วยเอารูปตนไปลงในหนังสือดาราให้หน่อย

พอวราพรรณเห็นรูปที่นับดาวถ่ายมาก็พูดขำๆ ว่าขืนเอาไปลงมีหวังโดน บก.ด่าตาย แล้วชี้ให้นับดาวเห็นว่า ควรปรับปรุงตัวเองอย่างไร ทั้งแว่นหนาเตอะ ไม่แต่งหน้า หัวฟู บอกว่าถึงลงให้ใครจะเรียกไปทำงาน?

แต่ก็ให้ความหวังว่าวันหลังจะพาไปฝากตัวกับ บก.ไม่ต้องใช้รูปแต่ต้องไม่ใช่สภาพแบบนี้

แค่นี้นับดาวก็ดีใจแล้ว เที่ยวเดินดูเสื้อผ้าแฟชั่นในห้าง แล้วจินตนาการว่าตัวเองอยู่ในชุดนั้นชุดนี้สวยจนใครๆหันมอง

แล้วนับดาวก็ดีใจสุดๆ เมื่อไปสมัครงานเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์แล้วทางห้างรับ เธอฝันหวานกับตัวเองว่า

“เป็นหน้าเป็นตาของห้างเลยนะนับดาว แปลว่าเธอจะสวยและเด่นที่สุด”

ต่อมา วราพรรณนัดนับดาวไปที่บ้าน ให้เธอถอดแว่นหนาเตอะอันใหญ่เต็มหน้าออก และหาคอนแทกต์เลนส์บิ๊กอายให้ทดลองใส่ แม้ว่านับดาวจะกลัวๆกล้าๆกับการใส่คอนแทกต์เลนส์ แต่วราพรรณบอกว่าทำบ่อยๆก็ชินเอง เธอจึงมีกำลังใจ

ooooooo

“ผมจะได้คิดธีมของคอนเสิร์ตออกมาได้ถูกใจทั้งคุณแล้วก็ผู้ชมไง” ยูกิบอกว่าแล้วไป เป็นไทหยั่งท่าทีว่า “ทำไม คุณคิดว่าผมจะขอจีบคุณเหรอ”

“ถ้าคุณทำแบบนั้น ฉันคงไปอยู่ด้านล่างแล้วตอนนี้” พูดแล้วมองไปที่แม่น้ำใต้สะพาน เป็นไททำเป็นเอามือกุมหัวใจครวญว่า “คุณใจร้ายกับผมเกินไปแล้ว”

“ฉันพูดจริงนะ ฉันไม่ชอบความรู้สึกสับสน ฉันไม่อยากต้องเลือกระหว่างอะไรกับอะไร”

“ถ้าคุณเคยเป็นคนไม่ถูกเลือก คุณอาจจะชอบความรู้สึกสับสนนี้ขึ้นมาเลยก็ได้”

ยูกิยิ้มให้กับคำพูดของเป็นไท เหมือนเป็นการยอมรับกลายๆ...

ooooooo

ตอนที่ 2

คืนนี้ นับดาวกลับบ้านในสภาพหน้าตาทรงผมยุ่งเหยิงเหมือนเดิม ย่าคอยฟังข่าวความสำเร็จของหลานอยู่ พอเห็นสภาพถามว่างานเป็นอย่างไรบ้าง เข้ากับ เพื่อนได้ไหม

นับดาวส่ายหน้าเซ็งๆ รจนาบ่นว่านึกแล้วเชียว ตัวเองธรรมดาเสียที่ไหน นับดาวโต้ว่าตนน่ะธรรมดาคนอื่นสิที่แปลก

“นี่เรายังกล้าเชื่อแบบนั้นอยู่อีกเหรอเนี่ย แล้วเป็นไง เจ้านายเขาชอบเราทำงานไหม” นับดาวหัวเราะในคอ ย่าดักคอว่า “ไม่รู้ล่ะสิ เข้าหาเจ้านายบ้าง ย่าบอกกี่ครั้งแล้ว คนจะเจริญก้าวหน้าได้มันไม่ได้อยู่ที่ผลงานอย่างเดียว มันต้องรู้จักปฏิสัมพันธ์ด้วย”

“ไม่ต้องปฏิสัมพันธ์แล้วล่ะย่า เขาไล่หนูออกแล้ว”

“ย่าว่าแกไปเรียนต่อดีไหม ไปสอบ mba เอาไหม ย่าส่งแกเรียนไหวนะ” รจนาปลอบใจหลานสาว แต่ไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธจากนับดาว

ooooooo

เข้าห้องนอนตัวเองแล้ว นับดาวนึกถึงตัวเองสมัยเรียนชั้นประถม เพื่อนๆเล่นกระโดดหนังยางกัน นับดาววิ่งเข้าไปขอเล่นด้วย ปรากฏว่าถูกปฏิเสธจากทั้งสองฝ่าย แม้กระทั่งเป็นตัวแถมเขาก็ไม่เอา พอตื๊อ ก็ถูกเพื่อนตวาดว่าไม่เอาไม่เข้าใจรึไง

“มันหูหนวก มันไม่ได้ยินหรอก” เพื่อนอีกคนพูดให้เสียใจ

คิดถึงเรื่องราวของตัวเองแล้ว นับดาวบ่นอะไรคนเดียวไปตามประสา ทำเป็นถามว่า อะไรเอ่ยไม่เข้าพวกแล้วก็ยกมือบอกว่านับดาวไง ถามอีกว่า ข้อใดต่อไปนี้ผิด เธอทำเป็นยกมือตอบว่า นับดาวไง สุดท้ายถามว่าข้อใดต่อไปถูกต้อง เธอยกมือขึ้นแล้ววางลงบอกว่า ถูกทุกข้อยกเว้นนับดาว

เล่นกับตัวเองแล้วก็เซ็ง ครู่หนึ่งลุกพรวดขึ้นเหมือนนึกอะไรออก พูดสีหน้าแค้นใจว่า

“เพราะตานั่นคนเดียว ทำเราโดนไล่ออก เหตุที่เราโดนไล่ออกเพราะตานั่นมันขับรถชนเรา ทำเราสกปรกมอมแมม เราเลยโดนไล่ออก จะมามัวซังกะตายไม่ได้นับดาว เธอจะต้องแก้แค้น แก้แค้นให้สาสม หึๆฮ่าๆๆ”

ooooooo

ซีซีโทร.ถามผลการทำงานของยามาดะอยู่ที่บ้าน เธอคาดว่าป่านนี้ยามาดะคงเอาตัวยูกิไปที่เกาะแล้ว พอรู้ว่ายังก็เอะอะโวยวายว่า พูดง่ายๆ อย่างนี้หรือ สั่งเข้มว่า

“ฉันจ้างแก ไม่ใช่ให้แกมาต่อรองว่าเป็นพรุ่งนี้หรือมะรืนนี้วางแผนไว้วันนี้ ทำไมไม่ได้” ยามาดะถามอย่างหงุดหงิดว่ากะอีแค่วันเดียวจะอะไรนักหนา ถูกสวนมาเร็วปรื๋อว่า “วันเดียวคือ 24 ชั่วโมง คือ 1,440 นาที คือ 86,400 วินาที ที่ฉันจะมีมันขวางทางอยู่ทุกลมหายใจเข้าออก แกเข้าใจไหม ถ้าพรุ่งนี้มันยังรอดไปได้ ฉันก็จะไปจ้างคนอื่น”

ยามาดะพูดเหมือนยั่วว่า “ผมว่าคุณคิดเลขเร็วดี” เลยถูกด่าแล้วไล่ให้ไปจัดการงานให้เสร็จเร็วๆ

ยามาดะถอนใจยาว เขายังติดอยู่ในห้องส้วมตอนที่จะเข้าไปลักพาตัวยูกิ เธอออกไปแล้วแต่มีคนเข้าห้องน้ำไม่ว่างเว้นจนเขาออกมาไม่ได้ เขาคิดถึงสิ่งที่ตัวเองกำลังจะทำ เอารูปรวมนักเรียนมัธยมต้นที่มีไอ ยูกิอยู่ในนั้นด้วยขึ้นมาดู...

จำได้อย่างไม่มีวันลืมว่าวันหนึ่งในห้องเรียนไม่มีใคร ยูกิในชุดนักเรียน ม.ต้นญี่ปุ่นนั่งอยู่ที่โต๊ะ เธอเห็นจดหมายสีชมพูแปะไว้ด้วยรูปหัวใจอยู่ที่ใต้โต๊ะ เธอเหลียวมองไม่เห็นมีใครจึงหยิบเปิดออกอ่าน

ยามาดะแอบดูอยู่ที่ประตูจากนอกห้องเรียน วันนั้น เขาตื่นเต้น ยิ้มดีใจกับการกระทำของตัวเอง

และวันนี้ ยามาดะมาพักที่โรงแรมห้าดาวที่เดียวกับยูกิ เขาลุกขึ้นมาจัดแจงกับสารพัดอาวุธบนโต๊ะ เช็ดปืนอย่าง ทะนุถนอม ขัดมีดพกเช็ดความคม แล้วเก็บเข้าฝักพึมพำ “ถึงเวลาที่เราจะมารื้อฟื้นความหลังกันอีกครั้งแล้ว ยูกิ”

ooooooo

ยามาดะวางแผนไว้อย่างแนบเนียน เขาพักในโรงแรมหรูแห่งเดียวกับยูกิ ซ้ำยังอยู่ชั้นติดกันด้วย จังหวะที่เจอกันในลิฟต์ เขาทำความรู้จักตีสนิทกับเธอในฐานะคนญี่ปุ่นด้วยกัน ทั้งยังแสดงความมีน้ำใจว่า ถ้าเธอไม่มีใครพาเที่ยวให้บอกตน

ยูกิขอบคุณด้วยความรู้สึกดีๆที่ได้เจอเพื่อนร่วมชาติแสดงน้ำใจกันในต่างแดน ยามาดะแอบยิ้มอย่างพอใจที่แผนการของตนกำลังดำเนินไปด้วยดี

ระหว่างอยู่ในลิฟต์นั้น ยามาดะเอาผ้าขนหนูผืนเล็กในกระเป๋าออกมาหมายจะโปะยาเธอ แต่พอดียูกิหันมาคุยด้วยจึงทำให้เสียจังหวะ ยูกิเห็นมีอะไรบางอย่างติดที่ผมเขา เธอเขย่งหยิบให้ ทำให้ใกล้ชิดกันมาก ความรู้สึกเดิมๆที่เคยหลงรักเธอร้อนผ่าวขึ้นจนหัวใจเต้นแรง

เมื่อลิฟต์เปิด ยูกิออกไปแล้ว ยามาดะเอามือกุมตรงหัวใจที่ยังเต้นแรงอย่างลืมตัว

ooooooo

เพราะนับดาวเอาแต่อยู่ในห้อง ไม่แตะต้องอาหารเลยนับแต่กลับมา ทำให้รจนาเป็นห่วงโทร.เรียกวราพรรณให้มาคุยกับเพื่อน วราพรรณขี่มอเตอร์ไซค์มาอย่างเท่ รจนาดีใจบอกว่ามาก็ดีแล้ว ย่ากลัวนับดาวมันจะบ้า

พอรู้ว่านับดาวถูกไล่ออกจากงานทั้งที่เพิ่งไปทำวันแรก วราพรรณคาดว่าต้องเป็นเพราะการแต่งหน้าเพี้ยนๆ ของเพื่อนแน่ เลยบ่นว่า

“ก็บอกแล้วว่าให้ล้างออก เดี๋ยวคนเขาจะหาว่าบ้า ก่อนออกจากบ้านทำไมย่าไม่เตือนมันมั่ง”

“ย่าแต่งให้มันเอง” รจนาบอก ทำเอาวราพรรณกลับลำแทบไม่ทัน ชมว่ามันก็ดูมีสไตล์มาก ไม่ได้หาดูกันง่ายๆ ขนตาเป็นขนนกแบบนี้ แล้วถามย่าว่าเรียกตนมามีอะไรหรือ
“ขี้เกียจพูด ไปดูเองละกัน” รจนาโบ้ยหน้าไปทางห้องนอนของนับดาว แล้วตัวเองก็ออกไปดูร้าน

ooooooo

วราพรรณเข้าไปในห้องนอนนับดาว เห็นเธอนั่งที่เตียงมีนามบัตรของเป็นไทวางอยู่ ในมือเธอกำลังขยุ้มคอตุ๊กตาที่จินตนาการว่ามันคือเป็นไท

เมื่อลงไปกินข้าวกัน นับดาวกินแบบสวาปามจนวราพรรณถามว่าไปหิวโซมาจากไหน จึงรู้ว่าเพื่อนไม่ได้กินข้าวตั้งแต่เมื่อวาน เลยได้ฟังเรื่องที่ทำให้เพื่อนคับแค้นใจ ระบายความแค้นแล้ว นับดาวบอกวราพรรณว่า

“แกมาก็ดีแล้ว ฉันน่ะคิดแผนทั้งคืนว่าจะล้างแค้นมันยังไงดี”

วราพรรณถามว่ารู้หรือเปล่าว่าเขาอยู่ไหน นับดาวจึงเอานามบัตรให้ดู เพื่อนยุว่าดีเลยให้ไปเรียกค่าเสียหายสักสามสี่แสน โทษฐานทำให้เธอโดนไล่ออก

“ป้าดดดด...แกคิดได้ไงนี่ ฉันนั่งคิดวิธีมาทั้งคืนเลยนะเนี่ย งั้นฉันขอยืมรถแกหน่อยนะ” ว่าแล้วก็คว้ากุญแจรถมอเตอร์ไซค์ของวราพรรณไปเลย

วราพรรณร้องบอกว่า อย่าล็อกคางเพราะมันเสียอยู่ แต่นับดาวฟังเป็นว่าให้ล็อกคาง ขอบใจเพื่อนที่เตือน พอนั่งรถใส่หมวกกันน็อกก็ล็อกคางทันที สตาร์ตแล้วบิดไปเลย

นับดาวไปถึงออฟฟิศของเป็นไท เขากำลังจะออกไปรับยูกิพอดี เธอพยายามถอดหมวกกันน็อกแต่ถอดไม่ออก เพราะล็อกคางเสีย เลยเข้าไปหาเขาทั้งที่ใส่หมวก กันน็อกอยู่ บอกว่ามาทวงเงินที่เขาชนตนเมื่อวานแล้วทำให้ตนถูกไล่ออกจากงานด้วย

เป็นไทมองขำๆ เพราะจำเธอไม่ได้ นับดาวถลกขากางเกงให้ดูรอยถลอกที่เข่า แล้วเปิดกระจกหมวกกันน็อกออก แบมือเรียกค่าเสียหาย ห้าแสนบาทแล้วหายกัน

เป็นไทพูดหยันๆ ขำๆ ว่าตนไม่เคยรู้จักเธอและแผลถลอกแค่นี้เรียกห้าแสนใครจะให้ นับดาวลดทันทีเหลือสามแสน เป็นไทส่ายหน้าเดินไปเลย เธอพรวดไปขวางหน้าอีก ลดลงเหลือหนึ่งแสนก็ยังไม่ได้ สุดท้ายขอห้าพัน ถูกเขาเย้ยว่า ขอให้ทวงเงินให้ได้นะ แล้วเดินไปเลย

นับดาวฉุนขาดพุ่งเข้าโจมตีอย่างดุเดือดกระโดดอัดบ้องหูเขาเต็มแรง เอาหัวที่ใส่หมวกกันน็อกกระแทกตรงดั้งอีกที ทำเอาเป็นไทเห็นดาวกลางวัน ยืนเซๆวิ้งๆ แล้วนับดาวก็ขับรถมอเตอร์ไซค์หนีไปเลย เป็นไทจะเอาเรื่องแต่เดินเซไปเซมาตามไม่ทัน

ooooooo

สังวรคลั่งไคล้เกาหลีจนสั่งลูกน้องให้เรียกตนว่า ซังวอน วันนี้เลขามาบอกว่า ไอ ยูกิมาถึงเมืองไทยแล้ว เธอบินมาพักผ่อนเป็นการส่วนตัวก่อนที่จะจัดคอนเสิร์ต สังวรสั่งให้นัดสัมภาษณ์ให้ได้ และตนจะเป็นคนสัมภาษณ์เอง กำชับให้ส่งคนสะกดรอยตามอย่างใกล้ชิดให้รู้ว่าไอ ยูกิ ไปที่ไหนทำอะไรบ้าง

วราพรรณเอาสกู๊ปข่าวฉาวดาราในรอบปีมาให้ สังวรพอใจชมว่าพาดหัวแรงดี บอกให้ทำประวัติชีวิตตนให้ด้วย แต่ไม่ต้องสัมภาษณ์เพราะตนอัดเทปไว้แล้ว พลางหยิบกล่องเทปให้มีราว 20 ม้วน วราพรรณตกใจแต่พูดเอาใจว่า คงลงได้หลายปีเลย

วราพรรณถือโอกาสถามว่าเขาชอบไอ ยูกิใช่ไหม ตนมีเพื่อนคนหนึ่งอยากเป็นดาราหน้าเหมือนไอ ยูกิมาก ถามว่าสนใจอยากดูตัวไหม

“เอาสิ...ถ้าเหมือนไอ ยูกิ จริงๆ ผมจะปั้นให้ดังระเบิดเลย”

วราพรรณฟังแล้วดีใจมากที่ความฝันของเพื่อนอาจได้เป็นจริง

ooooooo

เป็นไทไปรับยูกิ  พาไปทัวร์รอบเกาะรัตนโกสินทร์ ยูกิดูสภาพที่เดินปัดๆ เป๋ๆ ของเขาแล้วถามว่าไหวหรือ เป็นไทรับรองว่าไหว แต่ระหว่างพาทัวร์วัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่คลั่งไคล้ดาราเกาหลีจำ ไอ ยูกิได้ พากันกรูเข้ามาจะทักทาย เป็นไทกันไว้ไม่ให้เข้าใกล้ยูกิจนมีเรื่องกับพวกวัยรุ่น ตำรวจถามว่ามีอะไรไหม วัยรุ่นฟ้องว่าพวกตนไม่ได้ทำอะไร แต่ถูกคนเมาหาเรื่อง

สภาพที่มึนๆ เซๆ ของเป็นไท ทำให้ตำรวจเชื่อว่าเขาเมา จึงนำตัวไปโรงพัก ยูกิต้องตามไปด้วย ตำรวจถามยูกิว่าเป็นแฟนหรือ เธอปฏิเสธว่าไม่ใช่ เป็นไทฟังแล้วแอบผิดหวัง อยู่ที่โรงพักครู่ใหญ่ตำรวจก็ปล่อยตัว

เมื่อเป็นไทไปโรงพยาบาล หมอบอกว่าน้ำในหูไม่เท่ากัน แรงกระแทกส่งผลให้ความดันภายในหูผิดปกติ มีผลต่อการทรงตัว หมอถามว่าแล้ววันนี้เป็นอย่างไร เขาบอกว่าหนัก หมอเลยแนะนำให้พักผ่อนอยู่เฉยๆดีกว่า

เป็นไทเสียดายมาก สัญญากับยูกิว่าตนหาย

เมื่อไหร่เธออยากไปไหนจะพาไปทุกที่เลย ยูกิบอกว่าเรื่องเที่ยวตนไปเองได้ไม่ต้องห่วง

วราพรรณไปรับยาที่โรงพยาบาล ผ่านมาเห็นยูกิกำลังเข็นรถพาเป็นไทผ่านไป เธอชะงักมองพึมพำว่าเหมือนนับดาวเลย พลันก็นึกได้ว่าคือ ไอ ยูกิ เลยคว้ากล้องมาถ่ายรูป ดีใจว่าวันนี้ได้ข่าวใหญ่แน่ เธอถ่ายรูปทั้งสองไว้ทุกอิริยาบถอย่างลิงโลดใจ

ตกเย็นเธอนัดพบกับนับดาวที่ห้างสรรพสินค้า พอรู้ว่าเพื่อนคว้าน้ำเหลวกลับมาก็บ่นว่าปล่อยให้ไปทำอะไรคนเดียวไม่เคยได้เรื่องสักที นับดาวถามว่านัดมาที่นี่ทำไม หางานให้ตนทำได้แล้วหรือ

“เจ๋งกว่านั้นอีก เจ้านายฉันบอกว่าอยากจะเห็นตัวจริงแกเว้ย แล้วถ้าแกถูกใจเขา เขาจะดันแกให้เป็นซุปเปอร์สตาร์เลย”

นับดาวดีใจมาก ถามว่าต้องทำยังไงบ้างถึงจะถูกใจเจ้านายเธอ เอาแบบชัวร์ไม่พลาดเลย

วราพรรณจึงพานับดาวไปเข้าร้านเสื้อผ้า ร้านเครื่องสำอาง ร้านทำผม จับปรับแต่งแปลงโฉมใหม่หมด เมื่อทำจนครบชุดแล้ว นับดาวถามว่าเป็นยังไงบ้าง

“ตรงๆ เลยนะเว้ย ถ้าแกทำตัวแบบนี้ตั้งแต่แรก ป่านนี้นะ อั้มก็อั้มเถอะ” ทำเอานับดาวทั้งเขินทั้งดีใจมาก วราพรรณเลยชวนไปฉลองกันหน่อยดีกว่า แล้วพาไปเข้าร้านอาหารญี่ปุ่น นับดาวบอกว่าตนสั่งไม่เป็น ไม่เคยเข้าร้านแบบนี้

“เออ...รู้ว่าแกโตมาแบบชาตินิยม ถูกปลูกฝังให้รักวัฒนธรรมไทย แต่แกต้องเรียนรู้ไว้บ้าง เดี๋ยวพอเป็นดาราแล้วใครเขาชวนมาจะสั่งไม่เป็น”

ที่ร้านอาหารญี่ปุ่นนี่เอง ยามาดะเดินเข้ามาทักนับดาวอย่างคุ้นเคยคิดว่าเป็นไอ ยูกิ นับดาวบอกว่าไม่รู้จัก ทำให้ยามาดะแค้นใจมากทุบโต๊ะปังบอกว่า “ผมไม่เคยลืมคุณ ผมจะจำผิดได้ยังไง”

วราพรรณเห็นท่าไม่ดีเลยชวนกันออกจากร้านไป ยามาดะมองตามพึมพำอย่างอาฆาตว่า

“ไม่รู้จักงั้นเหรอ อายคนอื่นนักรึไงที่รู้จักผมน่ะ เพราะผมมันเลวใช่ไหม...ได้เห็นดีกันแน่!”

ooooooo

ยามาดะดื่มจนเมาแล้วไปหาซีซีที่คอนโดฯ ซีซีถามว่ารู้จักบ้านตนได้ไง ยามาดะคุยโวว่าตนน่ะยากูซ่าอยากรู้อะไรก็รู้ได้หมด ซีซีดูสภาพของยามาดะแล้วขู่ว่าเมาแบบนี้จะทำงานได้ยังไง ตนจะเปลี่ยนคนใหม่ ยามาดะคุยโวว่าตนนั้นยากูซ่าหมายเลข 2 เชียวนะ พูดคำไหนคำนั้น

ยามาดะเล่าว่าตนทำผิดพลาดมาสองครั้งแล้วถูกตัดไปสองนิ้ว จะไม่ยอมทำผิดพลาดเป็นครั้งที่สาม ไม่อย่างนั้นจะต้องเสียนิ้วไปอีก ซีซีจับโกหกว่าแล้วทำไมยังเหลือครบ 10 นิ้ว
“ผมลืมบอกไปว่า ผมเกิดมามี 12 นิ้ว เหมือนพ่อรู้ว่าผมจะเป็นยากูซ่า เลยให้นิ้วมาเกิน”

ซีซีด่าว่าเมามากแล้วไล่ให้กลับไปนอนเสีย ปรากฏว่ายามาดะหลับผล็อยที่โซฟาไปแล้ว

ooooooo

นับดาวตื่นเต้นกับโฉมใหม่ของตัวเองที่จะทำให้เป็นซุปเปอร์สตาร์ได้ กลับถึงบ้านจึงไม่อาบน้ำล้างหน้ากลัวพรุ่งนี้จะไม่ได้สวยแบบนี้อีก

แต่พอเข้าบ้าน ปรากฏว่าย่าจำไม่ได้ ต้องชี้แจงกันอยู่นานย่าจึงจำได้ถามว่าคิดยังไงถึงได้ทำตัวสวยเสียจำไม่ได้เลย นับดาวบอกย่าอย่างภูมิใจว่า วราพรรณจะพาตนไปเป็นดารา ย่าเรียกให้กินข้าวก็ไม่ยอมกินกลัวพุงป่องเดี๋ยวไม่สวย

สายวันรุ่งขึ้น วราพรรณมารับทักอย่างเหลือเชื่อว่านี่ไม่ได้อาบน้ำล้างหน้าเลยหรือ ถามว่าแล้วทำไมถึงให้มารับแต่เช้า ตนนัดไว้ตั้งบ่าย นับดาวบอกว่าตื่นเต้นอยู่คนเดียวก็ไม่เป็นอันทำอะไร วราพรรณบอกว่าไม่เป็นไรแต่ตนยังมีธุระอีกหลายที่

จะมีธุระกี่ที่นับดาวก็ไปด้วย วราพรรณจึงเอาหมวกกันน็อกอันเดิมให้ใส่ นับดาวมองแหยงๆ แต่ต้องใส่เพราะมีอันเดียว

วราพรรณไปเช็กหนังสือที่วางขายในห้าง นับดาวจึงไปเข้าห้องน้ำ ไปเจอยามาดะเดินแฮงก์ๆ ออกมาจากห้องน้ำชาย ต่างจำกันได้ ยามาดะเข้ามาหาเรื่องทันที นับดาวโวยวายว่าจะมีคนจะข่มขืน จน รปภ.วิ่งมา ยามาดะจึงวิ่งหนีไป

นับดาวรีบไปหาวราพรรณที่กำลังนับหนังสืออยู่ เล่าให้เพื่อนฟังอย่างตระหนกว่าตนเกือบถูกข่มขืน

วราพรรณด่าว่าบ้าใครจะมาข่มขืนกันกลางห้าง แล้วนับหนังสือต่อ แต่ถูกกวนอยู่เรื่อยจนต้องนับใหม่หลายครั้ง

ส่วนยามาดะ วิ่งหนีไปถึงแผนกขายชุดชั้นใน เลยหลบเข้าไปเอาวิกกับเฟอร์จากหุ่นมาใส่ปลอมตัวหนีรอดจาก รปภ.ไปได้หวุดหวิดพูดอย่างอาฆาตว่า “เธอทำฉันแสบมากยูกิ ฉันไม่มีวันใจอ่อนกับเธออีกแล้ว”

ooooooo

วราพรรณยังต้องไปเอาไฟล์เอกสารที่คอนโดฯของเป็นไทอีกบอกให้นับดาวรออยู่ตรงนี้อย่าไปทำอะไรแผลงๆ อีก

ระหว่างนับดาวรอนั้น เป็นไทลงจากคอนโดฯมาเจอเข้า เขาคิดเอาคืนทันที เดินไปบริเวณที่กำลังมีการทาสีผนังอยู่ เอาสีมาป้ายใส่หน้านับดาว จนเธอหน้าเลอะเทอะ สุดท้ายวราพรรณต้องไปขอเลื่อนการเข้าพบสังวร แต่เธอก็มีผลงานเด็ดมาเสนอ คือรูปที่แอบถ่ายยูกิกับเป็นไทที่อยู่ในท่าเหมือนกอดกันอยู่

สังวรสะใจมาก บอกให้เอาลงฉบับพรุ่งนี้เลย พาดหัวให้ใหญ่ที่สุด เมื่อวราพรรณรับไปดำเนินการแล้ว สังวรขยำรูปทิ้งคำรามอย่างแค้นใจ

“ไอ้เป็นไท นอกจากแกจะแย่งตัวไอ ยูกิจากฉันไปแล้ว แกยังคิดจะชิงหัวใจฉันไปด้วยเหรอ ไม่มีทางหรอก ฉันจะทำทุกอย่างที่แกวางแผนไว้ให้พังให้หมด”

เวลาเดียวกันนั้น เป็นไทอยู่ที่คอนโดฯ เขาสะดุ้งหันมองหลังโซฟาที่นั่งอยู่ พึมพำ

“อยู่ๆ ก็ร้อนหลังวูบ คงไม่ได้มีใครแช่งเราอยู่หรอกมั้ง” พลันก็นึกอะไรได้ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทร.ออก

เขาโทร.หายูกิ นัดพรุ่งนี้จะพาไปเที่ยวเพื่อเป็นการไถ่โทษ เธออยากไปที่ไหนก็จะพาไปทุกที่

ยูกิรับสายแล้วเปิดประตูเข้าห้องพัก ยามาดะมาซุ่มดูอยู่ พอยูกิเข้าห้อง ยามาดะก็ออกจากที่ซุ่มมองด้วยสายตาร้ายกาจ

ooooooo

หนังสือพิมพ์บันเทิงลงภาพ ไอ ยูกิ กับ เป็นไทที่กำลังโอบกอดกันในฉบับเช้าทันที

สายๆแพรวไพลินก็มาหาเป็นไทที่ออฟฟิศของเขา พนักงานบอกว่าเขากำลังประชุมเรื่องคอนเสิร์ตไอ ยูกิ อยู่ แพรวไพลินเปิดประตูเข้าไปนั่งรอในห้องทำงานของเขา

ครู่หนึ่งเป็นไทเดินคุยกับองอาจเข้ามา เป็นไทมอบหมายงานให้องอาจ ส่วนตนจะดูแลยูกิเอง พลันก็เห็นแพรวไพลินนั่งอยู่ก่อนแล้ว เธอขอคุยส่วนตัวกับเป็นไท องอาจครางเบาๆ “อูยยย...งานเข้า” แล้วรีบปลีกตัวไป

แพรวไพลินรุกทันทีว่าเขากำลังนอกใจตนอยู่หรือเปล่า ขณะนั้นเอง ยูกิโทร.เข้ามือถือของเป็นไท เขาจะรับสายแต่แพรวไพลินแย่งโทรศัพท์ไป เห็นโชว์ชื่อ “ยูกิจัง” เธอถามอย่างเอาเรื่องว่า ทำไมยูกิเพิ่งมาเมืองไทยไม่กี่วันถึงได้สนิทกันขนาดนั้น จับผิดว่า การดูแลต้องโอบต้องกอดกันด้วยหรือ พลางหยิบหนังสือพิมพ์ที่ลงรูปปาให้ดู

เป็นไทอ้างว่านั่นคือการทำงาน แพรวไพลินยื่นคำขาดว่าถ้าอย่างนั้นเขาไปทำงานที่ไหนตนจะไปด้วย เป็นไทถามอย่างไม่ชอบใจว่าทำไมต้องทำอย่างนั้นด้วย

“ทำไมคะ ก็เงินของแพรวไม่ใช่เหรอ ที่ทำให้พี่ได้ประมูลโปรเจกต์นี้มา ทำไมแพรวจะไปไม่ได้”

เป็นไททำหน้าลำบากใจกับการยื่นคำขาดของแพรวไพลิน

ส่วนยูกิอยู่ในห้องฟิตเนสมองโทรศัพท์เซ็งๆที่โทร.แล้วโทร.อีกก็ไม่มีคนรับสาย

ยามาดะเอายาใส่ในน้ำดื่มให้พนักงานฟิตเนสเอาไปให้ยูกิ บอกพนักงานว่าให้บอกยูกิว่าเป็นบริการจากโรงแรมอย่าบอกว่าตนฝากมาให้ พนักงานรับขวดน้ำดื่มนั้นเอาไปให้ยูกิ

เป็นไทหาทางหลอกล่อเพื่อสลัดให้พ้นจากแพรว–ไพลิน เขาหลอกให้เธอดูกระเป๋าถือแล้วหลบแวบไป แต่แพรวไพลินก็ตามไปจนทัน

แล้วเป็นไทก็ทำสำเร็จเมื่อแพรวไพลินขึ้นนั่งบนรถ เขาแกล้งหยิบสูทยี่ห้อดังที่แขวนในรถโยนออกนอกรถ แพรวไพลินเสียดายวิ่งลงไปเก็บ เป็นไทฉวยโอกาสนั้นขับรถหนีไป แพรวไพลินถูกทิ้งให้ตะโกนโหวกเหวกอยู่ตรงนั้น

แพรวไพลินกลับไปไล่เบี้ยองอาจหาว่าร่วมกันโกหกตน คาดโทษว่าถ้าจับได้จะไล่ออกให้หมด สั่งว่าถ้าเป็นไทกลับให้โทร.บอกด้วยมีเรื่องต้องพูดกันยาว

ooooooo

เป็นไทโทร.บอกยูกิว่ากำลังจะไปรับ แต่ยูกิดื่มนํ้าขวดนั้นแล้วกลับห้องก็หมดสติ ถูกยามาดะเอาใส่กระเป๋าใบใหญ่ลากลงไปเช็กเอาต์ เป็นเวลาที่เป็นไทไปถึงพอดี ยามาดะลากกระเป๋าผ่านเขาไปอย่างแนบเนียน

เป็นไทนั่งรออยู่ที่ล็อบบี้นานผิดสังเกต เมื่อโทร. เรียกและขึ้นไปดูที่ห้องเป็นไทจึงรู้ว่ายูกิหายไป เขากลับมาบอกองอาจกำชับว่าเรื่องนี้ให้รู้กันแค่เราสองคน เพราะหากข่าวรั่วออกไปจะทำให้ทุกอย่างพังหมด ทั้งเรื่องคอนเสิร์ตที่จะต้องล่ม ภาพลักษณ์บริษัทเราที่การดูแลศิลปินของเราไม่เป็นมืออาชีพ ถามองอาจว่า “คุณไม่แคร์สิ่งที่เราสร้างกันมากว่าจะมีวันนี้เลยหรือ”

ส่วนที่องอาจเล่าว่าต้นสังกัดของยูกิโทร.มาตำหนิเรื่องรูปที่ลงหนังสือพิมพ์และให้จัดแถลงข่าวเป็นการด่วนนั้น เป็นไทบอกว่าเรื่องนี้ตนอธิบายได้ง่ายมาก ยํ้ากับองอาจว่า

“เราสองคนจะต้องตามหายูกิให้เจอ”

องอาจหนักใจแต่ก็คิดในทางที่ดีว่าเธออาจจะบินกลับไปแล้วก็ได้ องอาจสงสัยอีกว่ายูกิหนีหายไปเพราะอะไร หรือจะเพราะข่าวที่ลงไป เป็นไทบอกว่าก็อาจเป็นได้

“แล้วเราจะทำยังไงต่อไป”

“เดี๋ยวคุณไปเฝ้าที่โรงแรมอย่าให้มีพิรุธ อย่าให้ใครสงสัยเด็ดขาด ส่วนผมจะไปตามที่ต่างๆที่ผมเคยพายูกิไป”

หารู้ไม่ว่ายามาดะพายูกิในสภาพไม่ได้สติไปที่รีสอร์ตริมทะเลแล้ว มันมองยูกิอย่างหลงใหล พึมพำว่า

“คุณบังคับให้ผมทำแบบนี้เองนะ” หลังจากนั้น ก็โทร.บอกซีซีว่า “ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เธออยู่ที่เกาะ”

ooooooo

ตอนที่ 3

คืนนี้ เป็นไทกลับถึงห้องคอนโดฯอย่างเซ็งๆ แล้วเขาก็ต้องเซ็งยิ่งขึ้นเมื่อพบว่าแพรวไพลินมารอ อยู่ในห้องแล้ว เขาถามงงๆว่าเข้าห้องตนได้ยังไง แพรวไพลินพูดอย่างเป็นต่อว่า แค่กุญแจห้องของเขา ตนจะไม่มีหรือ

เป็นไทเบื่อมากบอกว่าจะลงไปหาอะไรกินข้างล่างก่อนดีกว่า แพรวไพลินไม่อนุญาตให้ลงไป แล้วซักถามราวกับสอบสวนว่าวันนี้พายูกิไปไหนมาบ้าง พอเขาบอกว่าไม่ได้พาไปไหนเพราะวันนี้ยังไม่ได้พบกันเลย เธอหาว่าโกหก

“สาบานจริงๆ ไม่ได้เจอกันเลยทั้งวัน ไม่เชื่อถามองอาจได้เลย” แต่เธอก็ไม่เชื่อ เป็นไทพยายามชี้แจงอย่างใจเย็นว่า “แพรว พี่บอกแล้วว่าพี่ไปทำงาน แล้ววันนี้ก็วุ่นๆทั้งวัน พี่ยังไม่ได้พักเลย แพรวอย่าเพิ่งมาคาดคั้นอะไรตอนนี้ได้ไหม พี่เหนื่อย”

ผู้หญิงที่เอาแต่ใจตัวอย่างแพรวไพลินไม่สนใจเหตุผลและคำขอร้องใดๆทั้งสิ้น เมื่อเธออยากรู้ก็ต้องรู้ อยากได้ก็ต้องได้ เธอถามเขาว่าตกลงชอบยูมิใช่ไหม เขาบอกว่าทำตามหน้าที่เท่านั้น เธอซักอีกว่าแล้วข่าวที่หน้าหนังสือพิมพ์ล่ะ

“ข่าวก็คือข่าว ใครอยากจะเห็น อยากจะเชื่อยังไงก็เชื่อไป พี่ไม่อธิบายหรอกเรื่องพวกนี้น่ะ ไร้สาระ”

“ก็ได้ แพรวจะเชื่อพี่ไทว่าไม่มีอะไร แต่ถ้าแพรวรู้ระแคะระคายอะไร แพรวจะ...”

“เอาเงิน 20 ล้านคืน พี่รู้แล้ว แพรวพูดมาเป็นร้อยครั้งแล้ว”

พอถูกดักคอ แพรวไพลินเปลี่ยนเป็นถามว่า “พี่ไท แพรวถามจริงๆเหอะ ยังรักแพรวอยู่รึเปล่า”

เป็นไทเลี่ยงที่จะโกหกจึงไม่ตอบ แต่แพรวไพลินไม่ยอมตามจี้ว่า แค่ตอบว่ารักหรือไม่รักมันยากนักรึไง เขาหันกลับทันทีบอกว่า “ไม่ยาก แพรวอยากจะฟังตอนนี้ จริงๆไหมล่ะ”

เห็นท่าทีขึงขังของเป็นไท แพรวไพลินก็กลัวคำตอบขึ้นมา รีบบอกว่าไม่ต้องตอบก็ได้ ตนก็ถามไปอย่างนั้นเอง

“แต่ตอนนี้พี่อยากตอบนะ พี่น่ะ มะ...”

แพรวไพลินเดาคำตอบได้ เธอแผดเสียงร้องเพลงกลบเสียงเขาอย่างไม่อยากฟัง แล้วบอกว่ากลับดีกว่า เพราะรู้ว่าเขาเหนื่อย

พอแพรวไพลินออกไปแล้ว เป็นไทพึมพำอย่างเหนื่อยใจว่า

“ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ...ยูกิ คุณก็เหมือนกัน ถึงคุณจะโกรธผม ก็ไม่ควรหนีหายไปแบบนี้...”

ooooooo

ยูกิรู้สึกตัวขึ้นมาที่บ้านพักส่วนตัวริมทะเลแห่งหนึ่ง สายตาที่พร่ามัวเห็นหน้ายามาดะไม่ชัด เธอถามว่าที่นี่ที่ไหนและเขาเป็นใคร แต่แล้วเธอก็จำได้ว่าเคยพบเขาที่ฟิตเนส พลันก็นึกได้ว่านัดเป็นไทไว้ ควานหาโทรศัพท์มือถือ

ซีซีเดินเข้ามาพร้อมโทรศัพท์ของยูกิ ยูกิถามซีซีว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง และเกิดอะไรขึ้นกันแน่

“ถามเป็นชุดเลยนะ จะตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ เล่าย่อๆ แล้วกันนะ เรื่องของเรื่องก็คือว่า ฉันทำงานของ ฉันอยู่ดีๆ ก็มีคนมาแย่งงานฉันไป จากแย่งไปแค่งานเดียว ก็กลายเป็นสองงาน สามงาน จนทั้งหมด แล้วมันก็แย่ง ตำแหน่งซุปเปอร์สตาร์ฉันไปด้วย คนว่างงานอย่างฉันก็เลยไม่มีอะไรทำ อยากหาอะไรทำสนุกๆ ด้วยการลองจับตัวซุปเปอร์สตาร์มาขังไว้เล่นๆ ก็แค่นั้นเอง”

ซีซีโทษว่าตนต้องตกอับทุกวันนี้ก็เพราะยูกิ สั่งยามาดะให้ขังลืมยูกิไว้เลย อยากทำอะไรเธอก็ทำตนไม่ห้าม จากนั้นยื่นเงินปึกใหญ่ให้ยามาดะบอกว่า นี่คือเงินงวดแรก จากนั้นพูดเยาะเย้ยยูกิว่า “ขอให้สนุกกับการตกนรกทั้งเป็นนะ”

ยูกิปฏิเสธว่าตนไม่เคยทำอะไรซีซี และพยายามจะวิ่งหนี ยามาดะคว้าแขนเธอไว้ปรามว่าอย่าคิดหนี ไม่อย่างนั้นจะเจ็บตัวมากกว่านี้ สั่งยูกิให้หุบปากและกินข้าวต้มเสีย ยูกิก็ยังพร่ำบอกว่าตนไม่เคยทำ อ้อนวอนให้ปล่อยตนเสีย ยามาดะออกจากห้องไปอย่างไม่แยแส ปิดประตูล็อกจากข้างนอก ปล่อยให้ยูกิพร่ำอ้อนวอนและร้องไห้อยู่ในห้อง

ooooooo

เป็นไทให้องอาจไปเฝ้าห้องพักในโรงแรมของยูกิเผื่อเธอจะกลับมา แต่ก็ไร้วี่แววแถมยังอกสั่นขวัญแขวนกับเสียงกุกกักในตู้เสื้อผ้า จนพนักงานมาทำความสะอาด องอาจจึงต้องออกไป แม่บ้านเปิด

ตู้เสื้อผ้าดูพบว่าเสียงดังกุกกักเกิดจากไม้แขวนเสื้อแกว่งกระทบฝาตู้นั่นเอง

เป็นไทต้องรับหน้ากับต้นสังกัดของยูกิ ทั้งเรื่องภาพที่ลงในหนังสือพิมพ์และแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ต เมื่อเจอกับองอาจ เป็นไทยิ่งหนักใจเมื่อรู้ว่าองอาจยังไม่ได้ข่าวอะไรของยูกิเลย เขาภาวนาว่า

“ยูกิต้องไม่เป็นอะไร เพราะถ้าเธอตาย พวกเรานี่แหละจะตายทั้งเป็น เพราะผมเพิ่งคุยกับต้นสังกัดเมื่อกี้ เขาจะให้เราเลื่อนแถลงข่าวคอนเสิร์ตมาเป็นพรุ่งนี้ แล้วให้แถลงถึงข่าวที่เกิดขึ้นพร้อมกันเลย”

ทั้งสองหนักใจมากไม่รู้จะควานหาตัวยูกิได้ที่ไหน องอาจเสนอให้แจ้งความ เป็นไทห้ามไว้ บอกองอาจว่า

“เอาเป็นว่า วันนี้คุณเตรียมงานสำหรับพรุ่งนี้ให้พร้อมก็แล้วกัน ส่วนผมจะไปตามหายูกิเอง คุณไม่ต้องห่วงเพราะยังไงผมก็ต้องรับหน้าเรื่องนี้อยู่แล้ว คุณดูแลงานส่วนของคุณให้ดีก็แล้วกัน”

เป็นไทนึกได้ว่าตัวเองโยนเสื้อสูททิ้งไปแล้ว บอกองอาจให้หาเช่าสูทให้ตนด้วย

ooooooo

วันนี้ รจนาไม่สบายไอมากจนเสียงแหบแห้ง จึงให้นับดาวที่ยังหางานทำไม่ได้ไปเฝ้าร้านให้เช่าชุดราตรีและสูทที่ตนทำงานอยู่แทนสักวัน วราพรรณมาหานับดาวที่ร้าน ชมว่าร้านที่ย่ารับจ้างดูแลนี้ ชุดสวยดี เจอชุดน่าสนใจ ที่มีทั้งชุดและหน้ากากด้วย เลยบอกให้นับดาวลองใส่ให้ดู

นับดาวขี้เกียจลอง วราพรรณบอกว่า ลองใส่แล้วตนจะถ่ายรูปสวยๆ เอาไปทิ้งไว้ให้โมเดลลิ่งดู บางทีอาจจะได้รับความสนใจก็ได้ นับดาวเลยรีบไปลองชุดที่ว่านั้น

ระหว่างนั้น องอาจมาหาเช่าชุดให้เป็นไทพอดี ท่าทางกวนๆขององอาจ และท่าทีห้าวๆของวราพรรณ ทำให้ทั้งคู่ไม่กินเส้นกัน พอดีนับดาวออกมาในชุดราตรีและใส่หน้ากากออกมาด้วย ถามว่ามีอะไรหรือ องอาจผงะกับชุดประหลาดของนับดาว บอกนับดาวว่าตนต้องการมาเช่าสูท

ระหว่างเจรจากันนั้น องอาจพยายามนึกว่าเคยเห็นนับดาวที่ไหนมาก่อนนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก

แต่นับดาวจำได้ว่าเคยเจอองอาจตอนพาย่าไปร้องเพลง บอกวราพรรณว่า เขาเป็นคนในวงการบันเทิง วราพรรณพยักหน้าอย่างไม่สนใจ บอกนับดาวว่า ตนจะถ่ายรูปไปให้โมเดลลิ่งดูแล้วจะปิดหน้าไว้อย่างนี้หรือ นับดาวเลยรีบถอดหน้ากากออก

วราพรรณจัดท่าให้นับดาวถ่ายไปหลายเซต ล้วนดูดีทุกท่า นับดาวดูแล้วทึ่งในความสวยของตัวเอง ฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อน สัญญาว่าถ้าได้เป็นดาราจริงๆ จะไม่ลืมเพื่อนเลย วันนี้ตนจะเลี้ยงเอง แต่รู้สึกปวดฟัน จึงขอไปอุดฟันก่อน

ปรากฏว่า เวลาที่อ้าปากให้หมอฉีดยาชานั้น นับดาวอยู่ไม่นิ่ง หมอเลยฉีดไปถูกที่โคนลิ้นส่วนหนึ่ง ทำให้ลิ้นชาพูดไม่ชัดหมอบอกว่าอีกสักสองชั่วโมงก็หาย

เป็นไทไปตามหายูกิที่สะพานพุทธสถานที่ที่เคยพาเธอมาเที่ยว แต่ก็ไม่มีวี่แวว

นับดาวออกจากร้านหมอฟัน เดินมาเห็นเป็นไท ความแค้นก็พุ่งโพลงทันที เจอคนแบกช่อดอกไม้ผ่านมาเธอหอบดอกไม้ลุยไปหาเป็นไททันที พอถึงก็จู่โจมกระโดดขี่หลังเอาดอกไม้ฟาดไม่ยั้ง มือฟาดปากก็ด่าแต่เพราะลิ้นชาเลยด่าไม่ชัดเหมือนคนญี่ปุ่นพูดไทย

เป็นไทตกใจ แต่พอเห็นหน้าคนทำร้ายตนก็กลายเป็นดีใจสุดชีวิต คิดว่าเจอยูกิแล้ว พรุ่งนี้รอดตายแล้ว

เป็นไทมั่นใจว่านับดาวคือยูกิ เขาบอกเธอว่าอย่าโกรธตนเลย อยากทำอะไรตนยอมได้ทุกอย่างขอแต่ให้เธอหายโกรธ ส่วนนับดาวก็ระบายความแค้นเต็มที่ เป็นไทคิดว่ายูกิโกรธตนเรื่องรูปที่ลงหนังสือพิมพ์ ส่วนนับดาวก็คิดว่าเขาสำนึกผิดแล้ว พูดกันคนละเรื่องแต่บังเอิญเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน

เป็นไทบอกนับดาวว่าเธอจะทำอะไรเขายอม

ทุกอย่างขอแต่ให้เธออย่าโกรธ นับดาวเลยตบหน้าเสียหลายฉาด ซึ่งเขาก็ยอมให้ตบอย่างหน้าชื่นตาบาน จนนับดาวแปลกใจ

ไม่เพียงเท่านั้น เขายังพาเธอไปทานอาหารร้านหรู นับดาวตื่นเต้นกับอาหารหรูๆ ที่เกิดมายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ พูดอย่างตื่นเต้นว่า ของแพงๆทั้งนั้นเลย เป็นไท บอกว่าจะสั่งกลับบ้านด้วยก็ได้ แล้วสั่งเด็กเสิร์ฟให้ทำมาอย่างละชุด นับดาวถามว่าตนต้องจ่ายไหม พอรู้ว่าไม่ต้องจ่ายก็ขอเพิ่มเป็นสองชุด ถามว่านอกจากนี้ตนมีสิทธิพิเศษอะไรอีก

“ทุกอย่างที่คุณต้องการ” เป็นไทไม่อั้น นับดาวเลยให้เขาพาตนไปเป็นดารา เป็นไทคิดว่าเธอเล่นมุกเลยหยอกกลับไปว่า

“ได้สิ พรุ่งนี้คุณจะได้เป็นดาราใหญ่ที่จะแถลงข่าวคอนเสิร์ต แล้วก็มีนักข่าวมากันเต็มไปหมด”

นับดาวยังไม่เชื่อ จนเมื่อเขาพามาส่งที่บ้าน คิดว่าที่เธอหายไปเพราะหนีมาอยู่โฮมสเตย์ที่นี่ เขานัดพรุ่งนี้เช้าจะมารับ นับดาวรับปากส่งๆไปอย่างนั้นเอง คิดในใจว่าวันนี้หมอนี่มาแปลก ระแวงว่าเขาต้องมีแผนอะไรสักอย่างแน่ๆ

ooooooo

รุ่งขึ้น นับดาวแปลกใจที่ลิ้นยังไม่หายชา โทร.ไปถามหมอ หมอบอกว่าอาจฉีดไปโดนเส้นเอ็นเข้าต้องประมาณอาทิตย์หนึ่งถึงจะหายเป็นปกติ ดังนั้น เมื่อเป็นไทมารับเช้านี้ นับดาวจึงยังพูดไม่ชัดเหมือนญี่ปุ่นพูดไทยตามเดิม

รับนับดาวไปที่ออฟฟิศแล้ว เป็นไทแนะนำแก่พนักงานว่านี่คือ ไอ ยูกิ นางเอกในงานวันนี้ พวกพนักงานพากันตื่นเต้นมาห้อมล้อมเพราะคิดว่าเป็นยูกิ แม้แต่องอาจก็กระดี๊กระด๊าบอกพวกพนักงานว่า นี่คือคนที่เราตามหามานาน พนักงานพากันมาขอถ่ายรูป นับดาวพูดอย่างตื่นเต้นว่า

“นี่ยังไม่ดังเลยนะคะ ขอถ่ายเลยเหรอ”

เมื่อนับดาวถูกจับแต่งหน้าแต่งผมแล้ว เธอยิ่งเหมือนยูกิ จนองอาจเพ้อว่า ตอนไม่แต่งก็ว่าสวยแล้ว พอฟูลออฟชั่นยิ่งเป๊ะมาก นับดาวสวยจนเป็นไทมาเห็นถึงกับมองตะลึง ส่วนตัวเธอเองเขินมากบอกว่าไม่เคยแต่งอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ถามว่าแล้วตนต้องทำยังไงบ้าง

“ก็พูดทุกอย่างไปตามความจริง แต่ผมจะคอยช่วยพูดด้วย แล้วถ้ามีคำถามนักข่าวอันไหนไม่อยากตอบ สะกิดบอกผม ผมจัดการให้”

พอรู้ว่ามีนักข่าวและสื่อทุกแขนงมาด้วย นับดาวก็ยิ่งตื่นเต้น เธอขอตัวเข้าไปในห้องลองชุด เดินตัวลอยเบาหวิวเหมือนฝัน จนต้องตบหน้าตัวเองให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป พึมพำอย่างไม่อยากเชื่อว่า

“มีนักข่าวมารอทำข่าวฉันนะ มันจะเป็นไปได้ยังไง ฉันกลายเป็นคนดังไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืนด้วยเหรอ???” ยิ่งคิดนับดาวก็ยิ่งงง เหมือนตกอยู่ในความฝันจริงๆ

ooooooo

ยิ่งใกล้เวลาแถลงข่าว นับดาวก็ยิ่งตื่นเต้นกังวลว่าตนพูดไม่ชัด เป็นไทบอกว่าไม่เป็นไร ทุกคนเข้าใจ นับดาวถามว่าเข้าใจอะไรตนยังไม่ทันอธิบายอะไรเลย เข้าใจกันง่ายจัง

ทันใดนั้น องอาจเข้ามาบอกว่านักข่าวมากันหมดแล้ว เชิญขึ้นเวทีได้เลย เป็นไทถามนับดาวว่าพร้อมนะ เธอตอบอย่างตื่นเต้นดีใจว่า “ฉันรอโอกาสนี้มาทั้งชีวิต ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแล้วล่ะ” ว่าแล้วเดินตามเป็นไทออกไป

พอออกไปเจอนักข่าวมากมาย นับดาวก็โบกมือให้เหมือนนางสาวไทย ยังรู้สึกวิ้งๆว่าทำไมการเป็นซุปเปอร์สตาร์มันง่ายอย่างนี้

เป็นไทพูดออกตัวกับนักข่าวว่างานนี้กะทันหันต้องขอโทษและขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน

“นี่ขนาดงานกะทันหันนะเนี่ย ยังมากันเยอะขนาดนี้เลย ขอบคุณที่ให้ความสนใจฉันนะคะ ฉันไม่คิดว่าจะได้มานั่งอยู่ตรงนี้จริงๆ”

พวกนักข่าวพากันตื่นเต้นฮือฮาไม่คิดว่า ไอ ยูกิ จะพูดไทยได้คล่องขนาดนี้ เป็นไทเสริมทันทีว่าตนได้ยินเธอพูดครั้งแรกก็ยังตกใจเหมือนกัน นับดาวเอ่ยกับนักข่าวว่า “ต้องขอโทษด้วยที่พูดไทยไม่ค่อยชัดนะคะ” พวกนักข่าวยิ่งชมกันว่า “ชัดมาก”... “พูดเก่งมาก” ทำเอานับดาวงง แต่ก็หว่านยิ้มไปทั่วแบบดาราทั่วไป

จู่ๆแพรวไพลินก็เปิดประตูเข้ามาจ้องทั้งเป็นไทและนับดาวอย่างจับผิด

วราพรรณมาทำข่าวในงานนี้ด้วย นับดาวเห็นเพื่อนก็ทักทายด้วยความดีใจอย่างสนิทสนม ทำเอาวราพรรณทั้งดีใจทั้งงงไม่คิดว่าดาราดังอย่างยูกิจะทักทายตนเป็นพิเศษ

วราพรรณถามเป็นไทถึงเรื่องข่าวเขากับยูกิว่าจะอธิบายอย่างไร เขาตอบอย่างผ่าเผยว่าไม่มีอะไร เป็นการเข้าใจผิดมากกว่า วราพรรณหันไปถามนับดาวว่า “แล้วคุณยูกิล่ะคะ จะไม่พูดถึงข่าวหน่อยเหรอ”

แม้นับดาวจะเอะใจที่ถูกเพื่อนเรียกว่ายูกิ แต่ด้วยปฏิภาณไหวพริบดี ทำให้เธอเอาตัวรอดได้ โมเมบอกว่าตนยังไม่เห็นรูปพวกนั้นเลย แต่มันไม่มีอะไรหรอก นักข่าวถามซอกแซกว่า แล้วกับไคคุงที่เป็นแฟนเธอนั้น ได้เคลียร์กับเขาแล้วหรือยัง

“หะ...แฟน...เอ่อ...ไม่มีอะไรต้องเคลียร์นี่คะ” นักข่าวถามเป็นไทว่าแล้วกับแพรวไพลินล่ะ เขาตอบแบบเดียวกับนับดาวว่า “ไม่มีอะไรต้องเคลียร์เหมือนกันครับ”

แพรวไพลินผิดหวังกับคำตอบของเป็นไทมาก แต่ยังสังเกตการณ์เงียบๆต่อไป

นับดาวกระซิบบอกเป็นไทว่าตนอยากกลับบ้านแล้ว เป็นไทจึงสรุปและขอบคุณนักข่าวอ้างว่าตนต้องพายูกิไปเข้าประชุมเกี่ยวกับงานคอนเสิร์ต

ทันใดนั้น วราพรรณวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูป นับดาวถามว่าจำตนไม่ได้จริงๆหรือ วราพรรณงงไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบว่า

“จำได้สิคะ คุณไอ ยูกิ”

นับดาวเซ็งมาก แต่ก็ยิ้มให้นักข่าวถ่ายรูปทั้งที่ในใจสับสนว่า “นี่มันเรื่องอะไรกันแน่???”

ooooooo

เดินกลับมาที่ห้องแต่งตัวหลังเวที นับดาวเริ่มโวยวายกับองอาจให้อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นและนายเป็นไทหายไปไหน องอาจบอกว่าให้สัมภาษณ์อยู่ข้างนอก ถามว่า ยูกิโมโหเรื่องหนังสือพิมพ์ลงข่าวใช่ไหม ยูกิไม่ทราบมาก่อนหรอกหรือ

“ยูกิอะไร ฉันไม่ใช่ยูกิ” นับดาวแสดงความเป็นตัวตนเต็มที่ โวยวายว่าตนไม่เอาด้วยแล้ว งงไปหมดแล้ว

แพรวไพลินโผล่เข้ามาแนะนำตัวเองว่าเป็นแฟนของเป็นไท องอาจรีบออกมากันให้แพรวไพลินอยู่เฉยๆ ดีกว่า เรื่องต่างๆตนอธิบายได้ ถูกแพรวไพลินตวาดไม่ให้มายุ่ง แล้วถามนับดาวว่าจะให้ตนอธิบายเรื่องอะไรก่อนดี นับดาวบอกว่าทุกเรื่อง

“งั้นฉันเริ่มเรื่องแรกที่คุณควรจะเข้าใจก่อนเลยนะ คือพี่ไทมีแฟนแล้วซึ่งก็คือฉัน ดังนั้น เธอก็ไม่ควรจะมายุ่งกับแฟนคนอื่น...ฉันเข้าใจว่าเธอต้องทำงานกับเขา แต่ฉันก็แค่อยากจะบอกว่าให้ระวังตัวระวังใจไว้ อย่าอยู่ใกล้พี่ไทมากก็แล้วกัน มันจะได้ไม่ต้องเป็นข่าวขึ้นมาอีก”

นับดาวอดทนฟังจนจบ ถามแพรวไพลินว่าเธอกำลังพยายามอธิบายหรือเพิ่มเรื่องให้ตนปวดหัวกันแน่ ตัดบทว่า

“เอาเถอะ จะทำอะไรก็ทำไป ฉันไม่เอาด้วยแล้ว” พูดแล้วเดินออกจากห้องไปเลย องอาจพยายามจะห้ามแต่ไม่ทันแล้ว

พอนับดาวโผล่ออกไปหน้าเวที ก็ได้รับการต้อนรับจากบรรดาแฟนๆของยูกิกันกรี๊ดกร๊าดเกรียวกราว เมื่อองอาจไปพาตัวเธอกลับเข้ามา เธอเริ่มรู้สึกไม่อยากเข้า ยังอยากอยู่ในท่ามกลางความคลั่งไคล้ของบรรดาแฟนๆยูกิ และเมื่อองอาจถามอย่างติดใจสงสัยว่า ที่เธอพูดเมื่อกี้ว่า ไม่เอาด้วยแล้วนั้น หมายความว่าอย่างไร

“ฉันพูดแบบนั้นออกไปเหรอ สงสัยฉันจะเบลอมั้ง” นับดาวทำไขสือ กลับลำเนียนๆ

ooooooo

เย็นนี้ วราพรรณมาหานับดาวที่บ้าน คุยอวดว่าวันนี้ไปทำข่าว ไอ ยูกิ มา ชมว่าไอ ยูกิสวยมาก นับดาวแย่งนิตยสารเอเชี่ยนฮิตที่มีรูปยูกิขึ้นปกมาเทียบกับหน้าตัวเอง ถามวราพรรณว่าหน้าเหมือนตนไหม วราพรรณมองแล้วบอกว่าคล้ายๆ

“แกลองถอดความเป็นดาราของ ไอ ยูกิออก แล้วก็ลืมความทุเรศของฉัน ดูซิ เหมือนกันไหม” นับดาวพยายามแนะ วราพรรณบอกว่าคล้ายมาก เปรยๆว่าหน้าตาก็คล้ายกันมากแต่ทำไมชีวิตถึงได้แตกต่างกันลิบลับก็ไม่รู้ บอกว่าอย่าไปแข่งกับยูกิเลยลองดูตัวเองสิ ขนาดหมอยังฉีดยาผิด งานก็ไม่มีทำ อย่าไปเปรียบเทียบเลย ทุกข์ใจเปล่าๆ

“นี่ไง เพราะแบบนี้นี่ไง ฉันถึงอยากจะทำต่อ ฉันอยากจะออกไปจากชีวิตบ้าๆนี่ไง” นับดาวพูดจากแรงปรารถนาแรงกล้า วราพรรณฟังแล้วงง เพราะยังไม่รู้เรื่องนับดาวถูกเอาตัวไปอุปโลกน์เป็นยูกิ และนับดาวก็ไม่บอกเพื่อนด้วย

คืนนี้ นับดาวนอนไม่หลับเพราะสับสนกับชีวิตตัวเองว่าจะเอาอย่างไรดี ใจหนึ่งอยากเป็นยูกิต่อไป แต่อีกใจก็เป็นห่วงไม่รู้ว่ายูกิตัวจริงอยู่ไหน และจะมาทวงที่ของตัวเองคืนเมื่อไร??

ooooooo

ยูกิถูกกักตัวอยู่ที่เกาะ เธอพยายามหนีหลายครั้งแต่หนีไม่รอดเพราะที่นั่นเป็นเกาะส่วนตัว เธอท้อใจจนคิดอยากตาย ก็ยังตายไม่ได้ จึงได้แต่ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล...

อาการไอของย่ารจนาที่หนักขึ้นจนไม่มีเสียงพูด นับดาวถามว่าแบบนี้จะไปร้องเพลงได้ยังไง รจนายืนยันว่าเดี๋ยวก็ร้องได้ให้นับดาวห่วงตัวเองดีกว่า เธอจึงคุยอวดว่า วันนี้ตนได้เป็นดาราแล้ว ไม่เชื่อให้ดูข่าวทีวีเย็นนี้ ย่าถามว่าไปทำอะไรมา

“ก็...แสดงละครเป็นคนอื่น” พูดไม่ทันขาดคำทีวีก็ออกข่าวนี้ นับดาวชี้ให้ย่าดูพร่ำบอกย่าอย่างตื่นเต้นว่า “ได้ออกทีวีแล้ว ได้ออกทีวีแล้วเห็นไหมย่า”

ooooooo

เพราะย่าป่วย นับดาวจึงไปเฝ้าร้านแทน เป็นวันที่เจ้าของร้านเอาเงินเดือนมาให้ ปรากฏว่าเหลือเงินเพียงสี่พันสองร้อยบาท เพราะย่าเบิกไปใช้ก่อนเมื่อต้นเดือน นับดาวดูเงินแล้วหดหู่ใจว่า เงินแค่นี้จะพอพาย่าไปหาหมอหรือ

เป็นความโชคดีในโชคร้าย เพราะวันนี้เป็นไทเอาสูทที่เช่าไปมาคืน นับดาวตกใจหลบลงใต้โต๊ะ แต่เป็นไทก็หาเจอจนได้ ถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ เธอปดว่ามาเช่าชุด พอถูกทักท้วงก็บอกว่า ผ่านมาเลยเข้ามาดูเล่นๆ

เป็นไทบอกว่า เช็คค่าตัวงวดแรกของเธอออกแล้ว ถามว่าจะให้ส่งไปทางต้นสังกัดไหม นับดาวสนใจจี๋ถามว่าเท่าไหร่

“หนึ่งล้านได้มังครับ”

นับดาวตาโตเท่าไข่ห่าน อยากได้ใจแทบขาด แต่จะทำอย่างไรดีในเมื่อรู้แก่ใจตัวเองดีว่ากำลังทำอะไรอยู่

แอบไปคิดในห้องน้ำว่าหนึ่งล้านนี้เป็นแค่สิบเปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าร้อยเปอร์เซ็นต์จะเท่าไหร่??... ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากได้ แต่อีกใจก็ค้านตัวเองว่ามันไม่ใช่เงินของเรา...

เป็นช่วงเวลาที่สับสนว้าวุ่นใจมาก เดินวนเวียนใช้สมองอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรดี ในที่สุดออกไปบอกเป็นไทว่า อีกหนึ่งอาทิตย์ตนจะไปรับเช็คเอง วางแผนว่าระยะนี้ต้องพยายามห่างๆพวกนี้ไว้ ย้ำกับเขาว่าถ้าจะนัดอะไรให้บอกล่วงหน้าด้วย

ooooooo

นับดาวเริ่มนับหนึ่งกับการรอคอยว่ายูกิตัวจริงจะมารับเช็คหรือไม่ นับหนึ่งวันจนถึงห้าวัน ยูกิก็ยังไม่ปรากฏตัว นับดาวพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง หาความชอบธรรมให้กับตัวเองที่จะได้เงินก้อนนั้นมา เพราะนับวันก็ยิ่งร้อนใจกับอาการป่วยของย่า เงินจะพาไปหาหมอก็ไม่พอ

ระหว่างนั้น เป็นไทกับองอาจเตรียมงานคอนเสิร์ตกันเต็มที่ เป็นไทบอกองอาจว่า ตนอยากดูความเรียบร้อยพร้อมกับยูกิ ถามว่าโทร.นัดยูกิหรือยัง องอาจบ่นว่าโทร.ไปก็บอกว่าไม่ว่างตลอด ตั้งข้อสังเกตกับเป็นไทว่า

“ผมว่ามันแปลกๆนะครับ มาเมืองไทยเพื่อจัดคอนเสิร์ต นั่นคืองานหลัก แล้วที่มาก่อนก็เพราะต้องการพักผ่อน แล้วมันจะมีคำว่าไม่ว่างได้ยังไงครับ”

“ก็จริงของคุณ แต่เขาอาจกำลังทำอะไรที่สำคัญอยู่ก็ได้ อย่างเช่นแต่งเพลงพิเศษหรืออะไรพวกนั้น”

“ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นก็แล้วกัน” องอาจตอบอย่างไม่สบายใจนัก

ooooooo

ในที่สุด นับดาวไปรับเช็คที่ออฟฟิศของเป็นไท พนักงานให้รอสักครู่แล้วเอาเช็คมาให้ บอกว่าเช็คไม่ได้ขีดคร่อมเก็บรักษาให้ดี พร้อมกับชี้จุดให้เธอเซ็นรับเช็ค และเพราะวันนี้ลิ้นหายชาแล้วนับดาวจึงพูดชัด พนักงานชมว่ายูกิพูดไทยได้ชัดจัง

นับดาวไม่มีอารมณ์จะคุยด้วย เธอรีบเซ็นชื่อแล้วรีบกลับอย่างรวดเร็วและท่าทางมีพิรุธ

พนักงานรับเอกสารที่นับดาวเซ็นคืนไป แล้วก็ตกใจเมื่อเห็นเธอเซ็นชื่อเป็น “นับดาว” พนักงานเรียกไว้สงสัยทั้งชื่อที่เซ็นและท่าทางมีพิรุธของเธอ บอกให้รอเดี๋ยว มีเอกสารต้องเซ็นอีกหน่อย

พนักงานคนนั้นยกโทรศัพท์ภายในสายตรงไปที่ห้องเป็นไท นับดาวเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งร้อนรน

เป็นไทรับสายจากพนักงานแล้วร้องอย่างตกใจ “ว่าไงนะ หา!!เด๋ียวออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” วางหูแล้วลุกทันที องอาจถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ เขาบอกอย่างตึงเครียดว่า “มีคนบอกว่าตัวเองเป็นไอ ยูกิ มารับเช็ค ท่าทางแปลกๆแถมเซ็นชื่อผิดด้วย”

เป็นไทรีบออกไปทันที องอาจจ้ำอ้าวตามไปติดๆ

ooooooo

ตอนที่ 4

ระหว่างที่นับดาวรอพนักงานคนนั้น ก็มียามสองคนมาประกบเธอไว้ นับดาวเริ่มตกใจคิดว่าถูกจับได้แน่แล้ว ทำใจเย็นถามว่า

“นี่ฉัน ไอ ยูกิ จะจับฉันทำไม”

พนักงานคนนั้นขอให้ใจเย็นๆ ตนแค่รักษาผลประโยชน์ของบริษัท ย้ำว่าอย่าเพิ่งไปไหน ทันใดนั้น เป็นไทเดินออกมา องอาจพรวดตามมาด้วย เป็นไทถามอย่างตกใจว่านี่มันเรื่องอะไรกัน พนักงานหยิบเอกสารที่เซ็นชื่อ นับดาว เป็นคนรับเช็คให้ดู เป็นไทอึ้ง มองนับดาวขวับถามว่า

“คุณเป็นคนเซ็นว่านับดาวหรือ”

นับดาวเพิ่งรู้สึกตัว บ่นอุบอิบว่า ทำไมโง่แบบนี้ นะเรา องอาจสะอึกเข้ามา นับดาวรีบขอโทษ พยายามจะชี้แจง ถูกเป็นไทพูดขึ้นก่อนว่า

“หมายความว่า...คุณเขียนภาษาไทยได้ด้วยเหรอ” องอาจกลับลำทันทีอุทานว่าเก่งมาก นี่อ่านเป็นคำด้วยนะ นับดาวผสมโรงทันทีว่า ใช่ ตนเพิ่งหัดเขียนมา

องอาจหันไปดุยามที่มายืนขวางประตูว่ามาทำไมกัน กลับไปทำงานเสีย แล้วหันไปเอ็ดพนักงานคนนั้นว่า เรื่องแค่นี้ทำเป็นตื่นตูมไปได้ จนเป็นไทต้องบอกองอาจว่า

“เอาน่าองอาจ เขาก็ทำหน้าที่ของเขา พยายามรักษาผลประโยชน์ให้บริษัท ยังไงก็ขอบคุณมาก”

“คิดได้ไงว่ามีคนปลอมตัวเป็น ไอ ยูกิ มารับเช็ค นี่มันยูกิชัดๆจะเป็นคนอื่นไปได้ยังไง ตัวปลอมอะไรจะเหมือนขนาดนี้”

นับดาวแอบถอนใจโล่งอกที่รอดตัวไปได้

ooooooo

ระหว่างเดินตัวปลิวออกมานั้น นับดาวพึมพำกับตัวเองว่า

“ยายไอ ยูกิ นี่มันทำบุญด้วยอะไรมานะ ทำอะไรก็ถูกไปเสียทุกอย่าง ลองเป็นนับดาวสิ ผิดตั้งแต่แรกแล้ว” พลันก็มีโทร.เข้ามือถือ นับดาวกดรับ เป็นสายจากโรงพยาบาลนัดผ่าตัดรจนา บอกว่าถ้าพลาดจากครั้งนี้ก็ต้องรอไปอีก 3 เดือน นับดาวรีบบอกว่า เดี๋ยวจะเอาเงินไปเข้าให้ ดูนาฬิกาแล้วบอกตัวเองว่า “ช้าไม่ได้แล้ว กว่าจะไปธนาคารอีก”

แต่ขณะกำลังเร่งฝีเท้าไปนั่นเอง เป็นไทก็ตามออกมาเรียกไว้บอกว่า อยากให้ไปดูพรีเซนเตชั่นคอนเสิร์ตหน่อย อยากได้ความคิดเห็นจากเธอด้วย

นับดาวกำลังร้อนใจ ถามว่าวันหลังไม่ได้หรือ เป็นไทอ้อนๆ ว่าแป๊บเดียวเท่านั้น เธอจึงตัดสินใจไปอย่างไม่เต็มใจ พูดกับตัวเองว่า “แล้วนี่ถ้าฉันไปธนาคารไม่ทันบ่ายสามนะ...ฮึ่ม...”

เป็นไทพานับดาวไปดูที่คอมพิวเตอร์ เปิดพรี- เซนเตชั่น เป็นภาพกราฟิกเวทีคอนเสิร์ตที่อลังการมาก ทั้งแสงสีเสียง แล้วเปิดภาพต่างๆ ที่ไอ ยูกิ เคยร้องเพลงนี้เมาแปะเป็นคิวเพลง

นับดาวมองตาค้างตะลึงอึ้ง จนเป็นไทถามอยู่หลายครั้งว่าเป็นอย่างไรบ้าง เห็นว่ามีจุดไหนที่ต้องแก้ไขรึเปล่า นับดาวจึงรู้สึกตัว พูดงงๆว่า

“มันควรจะแก้ด้วยเหรอคะ สมบูรณ์ขนาดนี้ต้องแก้ตรงไหน จริงๆมันมากเกินไปด้วยซ้ำ” พูดแล้วรีบถามว่าเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ทำท่าจะรีบไป

แล้วนับดาวก็เซ็ง เมื่อเป็นไทถามเรื่องการถ่ายโปสเตอร์อีกว่าจะเอาแบบไหน อินดอร์หรือเอาต์ดอร์ดี เธอตอบทันทีว่า

“ข้างนอกสิ คนจะได้มุงกันเยอะๆฉันจะได้เป็นจุดสนใจ”

แม้เป็นไทจะเห็นว่าคงยุ่งยาก แต่ก็พูดเอาใจว่าดีเหมือนกันจะได้ใกล้ชิดกับคนไทย ภาพจะได้ออกมาดูเฟรนด์ลี่เป็นกันเอง นับดาวย้ำอีกว่า

“ขอเน้นนะคะ เอาที่ที่คนเยอะๆ ยิ่งดี กลางตลาด กลางถนน อะไรก็ว่าไป เพราะจะทำให้ฉันสบายใจมาก”

พูดแล้วก็ยิ้มอย่างมีความสุข วาดฝันไปไกลมาก...

ooooooo

ระหว่างที่นับดาวคุยกับเป็นไทในห้องทำงานนั้น แพรวไพลินจะเข้าไปหาเป็นไท องอาจยืนขวางบอกว่าเข้าไปไม่ได้ เพราะเป็นไทกำลังมีธุระสำคัญ แพรวไพลินถามอย่างระแวงว่ากับใคร ยูกิใช่ไหม แล้วจะลุยเข้าไป

องอาจตกใจดึงเสื้อด้านหลังเธอไว้ ทำให้แพรว–ไพลินไม่กล้าขยับ เพราะเสื้อบางเบาและราคาแพงมาก ยืนยื้อกันอยู่ตรงนั้น จนกระทั่งเป็นไทออกมากับนับดาว แพรวไพลินปราดเข้าไปชวนเป็นไททันทีว่าไปกินข้าวกันนะ

นับดาวนึกในใจว่า เรื่องใหญ่ละทีนี้ แล้วจะรีบออกไป แต่ต้องชะงักอีก เมื่อองอาจเรียกไว้ บอกว่า

“คือเรื่องโรงแรมห้าดาวที่ทางเราจองไว้ตั้งแต่แรก ผมเห็นว่ายูกิจังไม่ไปพักแล้ว ผมเลยจัดการเช็กเอาต์เรียบร้อยแล้ว” นับดาวถามงงๆว่า แล้วยังไง “เชิญคุณนับดาวไปเอาของที่ห้องผมเลยดีไหมครับ เผื่อมีของจำเป็นต้องใช้”

“ก็ได้ค่ะ แต่ฉันแค่เอาของเสร็จ ฉันก็จะได้ไปเลยใช่ไหมคะ” พอองอาจรับคำ เธอจึงเดินตามไปอย่างไม่เต็มใจนัก

ooooooo

เป็นไทเข้าห้องทำงานโทร.สั่งทีมงานให้หาโลเกชั่นใจกลางเมืองเพื่อถ่ายทำโปสเตอร์ เอาแบบไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย หันมาเป็นแพรวไพลินยืนกอดอกมองอยู่และทำท่าจะพูดอะไร เขาขัดขึ้นทันทีว่าถ้าอยากอยู่ในห้องนี้ต้องอยู่เฉยๆ

“พี่ไทจะมาสั่งแพรวแบบนี้ไม่ได้นะคะ แพรวเป็นแฟนพี่ไทต้องให้เกียรติแพรวบ้าง”

“แพรวคงลืมไปว่าเราเป็นแฟนกันด้วยเงื่อนไขอะไร” เป็นไทเตือนความจำหน้าขรึม

ความจริงคือ...คืนวันหนึ่ง เป็นไทนัดแพรวไพลินมาดินเนอร์ในร้านอาหารหรู เพื่อเจรจาขอยืมเงินไปประมูลคอนเสิร์ตนักร้องดังของญี่ปุ่น หว่านล้อมว่า

“ผมคิดว่าโอกาสนี้เป็นโอกาสดีที่จะทำให้บริษัทผมได้เป็นที่รู้จัก แต่ด้วยความที่บริษัทเราเพิ่งตั้งมาไม่นาน เราไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอที่จะไปประมูลน่ะครับ”

เธอหัวเราะชมว่าเขากล้าดี เป็นไทให้ความมั่นใจว่า ถ้าตนชนะการประมูลและได้จัดคอนเสิร์ตก็จะสามารถเอาเงินมาใช้คืนเธอได้พร้อมดอกในเวลาไม่นานนัก

แพรวไพลินพูดอย่างรู้ทันว่าเขาไม่กู้ในระบบเพราะกลัวตัวเลขจะรั่วไหล นั่นแปลว่าเขาไว้ใจตนทั้งที่คุยกันจริงๆ แค่ไม่กี่ครั้ง บอกเขาว่า ตนชอบคนแบบนี้ ตกลงจะให้เขากู้ แต่ต้องมีเงื่อนไข

เป็นไทดีใจมากบอกว่าถ้าเป็นเรื่องดอกเบี้ยให้บอกตัวเลขที่เธอพอใจได้เลย

“เรื่องตัวเลขพวกนั้นฉันไม่สนใจหรอกค่ะ ฉันสนใจตัวคุณมากกว่า” เห็นเป็นไทงงๆ เธอเสนอ “เราลองมาคบกันหน่อยเป็นไงคะ”เป็นไทตกใจบอกว่าตนไม่เคยคิดเรื่องพวกนั้น“ก็ถ้าคุณอยากได้เงินไปประมูล ก็คิดซะตอนนี้เลยสิคะ เราก็แค่ลองคบกัน ไปด้วยดีก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าไม่ได้ พอคุณคืนเงินฉันเมื่อไหร่ เราก็จบกันไปเท่านั้น”

เห็นเป็นไทคิดหนัก เธอมองเขาอย่างเป็นต่อ พูดทิ้งไว้ให้เขาคิดว่า “การจะไปกู้เงินใคร มันก็คงไม่ใช่เรื่องง่ายๆ ที่จะหาคนไว้ใจให้กู้เงินตัวเลขสูงขนาดนั้น คิดให้ดีก่อนตัดสินใจแล้วกันค่ะ”

ทบทวนถึงเงื่อนไขในคืนนั้นแล้ว เธอบอกเป็นไทว่าตนไม่ลืมหรอก แต่เขาก็อย่าลืมแล้วกันว่า “ถ้าพี่ไทคิดจะเลิกกับแพรวเมื่อไหร่ เงินก็ต้องขนมากองตรงหน้าแพรวเหมือนกัน...” พูดแล้วเดินออกจากห้องไปเลย

ออกมาเห็นนับดาวเอาของที่องอาจเอาออกจากโรงแรม ทั้งลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่และหอบพะรุงพะรัง นับดาวรีบเรียกแท็กซี่ไปธนาคารเพราะใกล้เวลาธนาคารปิดแล้ว

แพรวไพลินขับรถตามไป ถึงหน้าธนาคารเธอไปดักหน้านับดาวจะคุยด้วย แต่นับดาวรีบขอเป็นวันหลัง แพรวไพลินปรามนับดาวโดยคิดว่าเธอคือ ไอ ยูกิว่า เธอควรจะรู้ว่าที่ได้มาเมืองไทยเพราะใคร และให้อยู่ห่างๆ เป็นไทของตนไว้ถ้าไม่อยากมีเรื่อง

แพรวไพลินแกล้งชนทำของที่นับดาวเอามาหล่นกระจัดกระจาย นับดาวเห็นเจ้าหน้าที่ธนาคารจะมาปิดประตู เธอรีบเอาของโยนเข้าไปในธนาคารแล้วตัวเองก็วิ่งพรวดไปที่เคาน์เตอร์เบิกเงินได้อย่างเฉียดฉิว

พอได้เงินเธอรีบพาย่าเข้าผ่าตัดเส้นเสียง แต่ด้วยความรู้สึกผิด เธอพนมมือบอกกล่าวไอ ยูกิทั้งที่ไม่รู้ว่ายูกิอยู่ที่ไหน สัญญาว่าจะใช้เงินเท่าที่จำเป็น เหลือเท่าไรจะคืนให้หมด ขอแต่ให้ย่าหายและกลับไปร้องเพลงได้เหมือนเดิม ส่วนตัวเองก็จะทำหน้าที่เป็นตัวเธอให้สมบทบาทที่สุด

เป็นเวลาที่ ไอ ยูกิที่ถูกกักตัวที่เกาะ เป็นไข้สูง เธอนอนซมไม่ยอมกินข้าว ยามาดะดูแลอยู่ด้วยความเป็นห่วง ป้อนน้ำป้อนยา เช็ดตัวให้ เฝ้าภาวนา “ยูกิ...ยูกิ...อย่าเป็นอะไรนะ...”

ooooooo

นับดาวเอาเสื้อผ้าเครื่องแต่งตัวของยูกิมาทาบกับตัว มองตัวเองในกระจก บอกตัวเองว่า

“ต่อไปนี้จะไม่มีเธออีกแล้วนับดาว เธอคือไอ ยูกิ ซุปเปอร์สตาร์ที่ใครๆก็ชื่นชม”

จากนั้นเอาแผ่นซีดีเพลงของยูกิ เอาไอแพดของยูกิมาเปิดฟังเพลง กางเนื้อร้องพยายามร้องตาม แต่รู้ตัวว่าสำเนียงตัวเองไม่เป็นญี่ปุ่นเลย บ่นอุบอิบ “เพลงก็เพราะดีนะ แต่ร้องยากชะมัดเลย เฮ้อ...”

ข่าวดีคือ หมอบอกว่าผลการผ่าตัดย่าดูจะไม่น่ามีปัญหาอะไรแต่ข้อห้ามที่ทำให้นับดาวถึงกับมึนคือ หมอห้ามคนไข้ ไอ จาม พูด กรน และแม้แต่หัวเราะ

นับดาวถามว่าใครจะไปห้ามได้ แต่รจนาพยักหน้าอย่างยอมรับ เพราะหมอบอกว่าถ้าทำไม่ได้ก็ไม่รับประกันว่ารจนาจะกลับมาร้องเพลงได้อีก!

ooooooo

เพื่อทำตัวให้เหมือนยูกิให้ได้ นับดาวชวนวราพรรณไปหาซื้อซีดีของไอ ยูกิที่ห้างสรรพสินค้า วราพรรณเดินไปเจอซีซีมาเดินหาซื้อแผ่นเหมือนกัน พอไปบอกนับดาว เพื่อนก็จะไปต่อยหน้าแก้แค้น วราพรรณตกใจบอกว่าซีซีไปแล้ว เธอจึงสงบลง

นับดาวพยายามที่จะเลียนแบบยูกิให้ได้ จนวราพรรณถามว่าจะทำไปทำไม เธอตอบเฉไฉไปเรื่อยเปื่อยว่าเพราะจะไปดูคอนเสิร์ตของยูกิ วราพรรณบอกว่าบัตรขายหมดไปตั้งแต่ 20 นาทีแรกที่เปิดขายแล้ว คนดูเป็นหมื่นทีเดียว ฟังแล้วนับดาวตื่นเต้น ถึงกับปวดฉี่ ขอไปเข้าห้องน้ำ

ที่ห้องน้ำนี่เอง นับดาวได้ยินซีซีคุยโทรศัพท์ขณะเดินเข้ามาตรวจความสวยบนใบหน้าว่า

“เป็นไง งานฉันน่ะ ไปถึงไหนแล้ว นี่แกจะมัวรออะไรอยู่หา...ฉันอุตส่าห์วางแผนจับยายไอ ยูกิไป ตอนนี้

มันคือโอกาสดีที่สุดเลยนะ”

นับดาวหูผึ่ง อยากรู้มากว่าใครคือคนที่เกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของยูกิ ค่อยๆเปิดกลอนประตูห้องน้ำจะออกมาดู แต่เกิดเปิดไม่ออกเสียอีก เป็นเวลาที่ซีซีเดินคุยโทรศัพท์ ออกไปว่า

“โอกาสนี้แหละดีที่สุด พี่ต้องหางานให้ฉันให้ได้ เข้าใจไหม”

นับดาวเปิดกลอนออกได้ ซีซีก็เดินหายไปแล้ว เธอเสียดายใจแทบขาด ที่ไม่รู้ว่าใครคือคนที่จับตัวยูกิไป

ooooooo

ที่ห้างนี้เองแพรวไพลินเจอกับซีซีต่างทักทายแบบคนรู้จักกันลึกซึ้งถึงกึ๋นกันเลยทีเดียว ซีซีทักแพรว-ไพลินว่ายังเอาเงินฟาดหัวผู้ชายให้มาเป็นแฟนอีกไหม ส่วนแพรวไพลินก็ถามซีซีว่า ยังติดนิสัยขี้ขโมยชอบเอาของคนอื่นไปซ่อนอยู่หรือเปล่า

เมื่อซีซีบอกว่าถ้าเป็นสิ่งของน่ะตนเลิกทำไปนานแล้ว แพรวไพลินถามแทงใจดำอีกว่า แล้วมาช็อปห้างหรูนี่ มีเงินซื้อหรือเพราะได้ข่าวว่าเป็นดาราตกกระป๋องไปแล้ว หรือแต่มาดูของแท้แล้วไปสั่งก็อปเกรดเอเอา

“นี่ อย่าดูถูกฉันให้มันมากนัก ตอนนี้ฉันกำลังจะกลับมาดังอีกครั้งแล้วย่ะ”

แพรวไพลินดูถูกว่า อย่างเธอจะดังได้ก็คงต้องไปเอาดีทางถ่ายโป๊กระมัง ซีซีท้าว่าคอยดูวันที่ตนกลับ มาดังก็แล้วกัน

ทั้งสองคุยข่มกันไปมาอย่างหมายมาดในความมุ่งมั่นของตนเอง โดยไม่รู้ว่าทั้งคู่กำลังต่อสู้แก่งแย่งกับศัตรูคนเดียวกันคือยูกิ!

ooooooo

โดยไม่คาดคิด นับดาวเดินมาชนแพรวไพลินจนของในมือหล่นกระจาย แพรวไพลินหาเรื่องทันที หาว่านับดาวแกล้งตนเอาคืนที่เมื่อวานตนชนจนของเธอหล่นกระจายที่ธนาคาร

นับดาวกลัวความลับแตก รีบชวนวราพรรณเลี่ยงไปไม่อยากเอาเรื่อง จนกระทั่งแพรวไพลินเรียกนับดาวว่า “ยูกิ” ทำให้วราพรรณเอะใจ แต่นับดาวก็กลบเกลื่อนเอาตัวรอดไปได้ว่าแพรวไพลินคงทักคนผิดมากกว่า ตนจะไปรู้จักคนท่าทางไฮโซแบบนั้นได้ไง วราพรรณพูดขำๆ ว่าเธออาจปลอมตัวเป็นยูกิก็ได้ใครจะไปรู้ยิ่งเป็นคนชอบทำอะไรบ้าๆอยู่ด้วย

แล้ววราพรรณก็พูดเรื่องสมัยเด็กที่เรียนหนังสือห้องเดียวกัน นับดาวอยากให้เพื่อนไปเที่ยวบ้านก็คุยอวดถึงความมีความพร้อมทุกอย่างในบ้าน หลอกจน

วราพรรณไปเที่ยวบ้าน ก็พบแต่บ้านเก่าๆโทรมๆ ไม่มีอะไรอย่างที่นับดาวคุยอวดไว้เลย

“ฉันโตแล้วนะเว้ย...ฉันจะเที่ยวหลอกคนอื่นทำไมว่าฉันมีในสิ่งที่ไม่มี” นับดาวแก้เกี้ยว

แต่เพราะรู้แก่ใจดีว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่นับดาวก็อดกังวลไม่ได้ จนคืนนี้นอนฝันว่ายูกิในสภาพเหมือนผีมาทวงตำแหน่งซุปเปอร์สตาร์ของตัวเองคืน พอตื่นขึ้นมา นับดาวใจคอไม่ดี พึมพำภาวนาว่า

“เธอคงไม่เป็นอะไรใช่ไหมยูกิขอให้เธอสบายดี ฉันจะพยายามหาทางช่วยเธอ”

ooooooo

การสวมรอยเป็นยูกิเต็มตัวทำให้นับดาว ได้รับการดูแลเอาอกเอาใจอย่างดีจากทุกฝ่าย ทำให้เธอทั้งไม่ชินและพอใจระคนกัน บางครั้งก็ได้รับการปรนนิบัติดูแลจนตัวเองเขิน

ระหว่างการถ่ายโปสเตอร์ นับดาวแสดงและพูดอะไรเฉิ่มๆไปเยอะ แต่พอถูกทักถูกถามเธอก็กลับลำพลิกลิ้นได้อย่างคล่องแคล่วเอาตัวรอดไปได้ทุกครั้ง ไม่มีใครถือสาเพราะเธอคือ “ไอ ยูกิ” ที่ทำอะไรก็น่ารัก ทำอะไรก็ถูกไปหมด

ขณะพักการถ่ายโปสเตอร์นั่นเอง องอาจมาบอกเป็นไทว่ามีสื่อขอสัมภาษณ์ยูกิ ทีแรกเป็นไทไม่อนุญาต แต่พอองอาจบอกว่าเป็นสื่อเบอร์ใหญ่ถ้าขัดใจอาจมีปัญหากันในภายหลัง

ไม่ทันที่เป็นไทจะรู้ว่าเป็นใคร สังวรก็เดินผ่านองอาจเข้ามาพร้อมวราพรรณแล้ว เป็นไทเซ็งมาก ส่วนนับดาวถึงกับตะลึงหูตาเหลือกกลัววราพรรณจับได้ เลยทำก้มๆหน้าไม่ให้เห็นชัด

ระหว่างที่สังวรกับเป็นไทออกไปเจรจาตกลงกันนอกห้องว่าจะให้สัมภาษณ์ยูกิหรือไม่นั้น วราพรรณก็ สัมภาษณ์แบบคุยกันสบายๆ กับนับดาวในห้อง ไม่ว่าวราพรรณถามอะไร นับดาวก็ตอบอย่างประหยัดคำที่สุด ว่า “ค่ะ” คำเดียว ซ้ำยังก้มหน้าก้มตาอีกด้วย

วราพรรณขอถ่ายรูปกับนับดาวบอกว่าจะเอาไปอวดเพื่อน นับดาวขอเติมหน้าแล้วเธอก็เอาลิปสติกถูปาก เสียเลอะออกมานอกขอบ พอถูกทักก็อวดว่าแบบนี้แหละกำลังมาแรง พอถ่ายเสร็จก็รีบขอตัวออกไปเลย วราพรรณเอารูปมาดูแล้วพูดขำๆ

“ติงต๊องรึเปล่าวะเนี่ย”

ooooooo

ในที่สุดสังวรก็ได้สัมภาษณ์นับดาว เธอทาปาก แดงแช้ดเลอะเทอะ ใส่แว่นดำอันโต แถมใส่หมวกปีกกว้าง จนสังวรเองก็ยังงง ถามวราพรรณว่า นั่นใครหรือ

สังวรทำรายการ บันเทิงทาวน์ทูไนท์ เขาสั่งกล้องให้จับที่ตัวเขาจนแทบไม่เห็นผู้ให้สัมภาษณ์เลย องอาจบ่นกับเป็นไทว่า

“คนอะไรวะสัมภาษณ์คนอื่นแต่ต้องมีกล้องเดี่ยวจับหน้าตัวเองไว้ตลอด”

“แล้วคุณเคยดูรายการเขาไหม พอตัดออกมาหน้า ศิลปินได้ออกกล้องน้อยกว่าคนสัมภาษณ์อีก...เกิด มาคุยจริงๆ”

เป็นไทกับองอาจที่ยืนดูการสัมภาษณ์อยู่หลังกล้องนินทากันอย่างหมั่นไส้

ooooooo

หลังจากถ่ายทำรายการสัมภาษณ์เสร็จ สังวรชวนยูกิไปทานข้าวด้วยกัน ถูกเป็นไทกีดกันว่ายังมีนัดคุยงานกับยูกิอีก ทั้งคู่ต่างพูดกันท่ากันไปมายังคุยกันไม่ทันได้ข้อยุติ คนที่สามก็แทรกเข้ามา นั่นคือไคคุง คนรักของยูกินั่นเอง

เป็นไทกับสังวรไม่รู้จักไคคุง ไคคุงจึงให้ยูกิเป็นคนแนะนำ ปรากฏว่านับดาวไม่รู้จักไคคุง แต่ทำท่านึกน่ารักจนใครๆ พากันคิดว่าเป็นลูกเล่นของเธอ จนไคคุงพูดเองว่า

“ยูกิอาจลำบากใจที่จะตอบ ผมตอบเองก็ได้ผมไคคุง นักธุรกิจชื่อดังของประเทศญี่ปุ่น แฟนของยูกิจัง”

ทั้งเป็นไทและสังวรมองเหวอๆ นับดาวใจหายวาบแต่ยังตีหน้าเรียบสนิท ลุกขึ้นทำเนียนจะเดินออกไปไคคุงเรียกเธอไว้ชวนคืนนี้ไปดินเนอร์กันให้สมกับความคิดถึง นับดาวอึกอักบอกว่าเราไปกันหมดนี่แหละ จะได้ไม่อึดอัด เธอมองลุ้นทั้งเป็นไทและสังวร เพราะไม่อยากไป กับไคคุงตามลำพัง

ระหว่างดินเนอร์ สามหนุ่มแย่งกันตักอาหารป้อนนับดาว ต่างแสดงตัวว่ารู้จักเธอดี รู้ว่าเธอชอบทานอะไร แย่งกันป้อนเสียจนอาหารเต็มปากนับดาว

หลังดินเนอร์ ต่างแย่งกันจะไปส่ง นับดาวเลือกให้เป็นไทเป็นคนไปส่ง อ้างว่ามีงานต้องคุยกันต่อ เธอบอกไคคุงว่าเราค่อยคุยกันวันหลังก็แล้วกัน ทำเอาไคคุงหน้าเสียครางออกมาอย่างผิดหวัง “ยูกิ...”

ooooooo

ที่แท้แพรวไพลินเป็นคนจัดการให้ไคคุงมาขวางความสัมพันธ์ระหว่างเป็นไทกับนับดาว เธอไปนั่งดักเป็นไทที่ล็อบบี้คอนโดฯ โทร.ถามไคคุงว่าเป็นอย่างไรบ้าง พอรู้ว่าเป็นไทไปส่งนับดาว ก็ด่าไคคุง ว่าปล่อยให้เขาไปด้วยกันได้ยังไง ไม่เข้าใจใช่ไหมว่าตนอุตส่าห์ลงทุนธุรกิจด้วยเป็นร้อยล้านเพื่ออะไร แล้วเธอก็ปักหลักคอยเป็นไทอยู่ที่นั่น

หมายรื้อฟื้นความรู้สึกดีๆ เป็นไทพานับดาวไปที่สะพานพุทธที่เคยพาเธอมาเที่ยว นับดาวเผลอทำกระเป๋าหล่นของในกระเป๋าตกเกลื่อน ในนั้นมีบัตรประชาชนชื่อนับดาวด้วย เป็นไทจะช่วยเก็บ เธอตกใจรีบคว้าปาทิ้งน้ำ ไม่ทันสังเกตว่าพวกกุญแจบ้านกระเด็นไปอีกทางหนึ่ง

เมื่อเป็นไทขับรถมาส่งที่บ้าน นับดาวจึงรู้ว่ากุญแจบ้านหาย เป็นไทให้เคาะประตูเรียกเจ้าของโฮมสเตย์มาเปิด เธอบอกว่าไม่มีใครอยู่หรอก เขาจึงชวนไปพักที่คอนโดฯเพราะห้องตนมีห้องสำหรับรับรองแขกด้วย นับดาว ยอมไปเพราะไม่มีที่ไป

ทั้งคู่เดินผ่านล็อบบี้คอนโดฯเข้าไป เป็นจังหวะที่แพรวไพลินก้มเก็บของพอดี เลยไม่มีใครเห็นใคร

ooooooo

นับดาวใจคอไม่ดีที่ต้องอยู่กับผู้ชายสองคนในห้อง เธอระแวงไปหมด ไม่ว่าเขาจะบอกให้อาบน้ำ เปลี่ยนเสื้อผ้า ก็คิดว่าเขาคงวางแผนเคลมตนแน่เลย

พอเข้าห้องน้ำ ก็ทำคอนแทกเลนส์หล่น มองไม่เห็นจึงคลำทางไปเรียกเป็นไทให้มาช่วยหา เป็นไทถามว่าตาเธอสั้นขนาดไหน พลางชะโงกหน้าเข้าใกล้ถามว่าแค่นี้มองเห็นไหม เป็นเวลาที่แพรวไพลินปวดฉี่จึงขึ้นไปที่ห้อง เปิดประตูเข้าไป เจอสองคนกำลังใกล้ชิดกันมากจนเหมือนจูบกันอยู่ เธออาละวาดทันที แต่นับดาวไม่รู้เรื่องเพราะหูไม่ดี

เป็นไทลากแพรวไพลินเข้าไปทะเลาะกันในห้องน้ำ เขาเห็นคอนแทกเลนส์ที่พื้น แต่ไม่ทันก้มหยิบก็ถูกแพรวไพลินเหยียบขยี้เสียอย่างสะใจ

นับดาวคลำทางมาห้องน้ำถามว่าหาเจอไหม  เห็นแพรวไพลินเป็นเงาๆถามว่านั่นใครหรือ แพรวไพลินแหวใส่และพุ่งเข้าตบทันที นับดาวถูกตบหน้าหันไปสองสามที เป็นไทจึงห้ามและไล่ให้แพรวไพลินให้กลับบ้านเสีย เธอไม่ยอมกลับบอกว่าจะเฝ้าอยู่ที่นี่แหละ

ทั้งคู่โต้เถียงกันรุนแรง นับดาวจึงรู้ว่าเป็นแพรวไพลิน เธอกระโจนเข้าตบทันที แต่เพราะมองไม่ชัดเลยตบผิดคน รัวฝ่ามือใส่เป็นไทไม่ยั้ง เขาร้องบอกก็ไม่ได้ยินเพราะหูไม่ดี กว่าจะหยุดเธอได้เป็นไทก็สะบักสะบอมไปแล้ว

เป็นไทโมโหเดินออกจากห้องไป แพรวไพลิน นั่งเผชิญหน้านับดาว ประกาศจะไม่ยอมไปไหน พูดใส่หน้านับดาวว่า

“แกไม่มีวันแย่งพี่ไทไปจากฉันได้หรอก ยายเพี้ยน!”

ooooooo

ไอ ยูกิอาการดีขึ้น เธอหาเศษกระดาษและดินสอเขียนจดหมายขอความช่วยเหลือใส่ขวดลอยไปในทะเล

ไคคุงที่มาทำธุรกิจในไทยตามแผนของแพรว–ไพลิน เขาบอกกับผู้จัดการบริษัทว่า ตนเคยมาเรียนที่เมืองไทย แต่ไม่เคยมาจับตลาดเมืองไทย พอดีมีคนจ้างให้มาทำเลยสนใจ

ระหว่างเดินผ่านอวนที่กองตามพื้น มีเศษแก้วและขวดติดมาเต็มไปหมด เขาก้มเก็บถามผู้จัดการว่าเศษแก้วเยอะแบบนี้เป็นเรื่องปกติไหม ผู้จัดการบอกว่าปกติ

“นี่แสดงว่าทะเลไทยยังไม่มีคนเข้มงวดเรื่องการทิ้งขยะล่ะสิ หรือไม่ก็มีคนส่งจดหมายข้ามน้ำข้ามทะเลหากันเยอะแยะไปหมด”

ผู้จัดการหัวเราะขำๆบอกว่าคงเป็นอย่างแรกมากกว่า ไคคุงโยนขวดแก้วทิ้งถังขยะอย่างไม่สนใจ

ส่วนขวดแก้วของยูกิลอยละล่องมากลางทะเล... จนมาติดอวนชาวประมง...

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.9 บุญวดี เผยด้านมืด เล่าเรื่องเลวๆ ของพีทให้ชาครีย์ฟัง
20 เม.ย. 2564

09:01 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันอังคารที่ 20 เมษายน 2564 เวลา 15:38 น.