ตอนที่ 3
คืนนี้ เป็นไทกลับถึงห้องคอนโดฯอย่างเซ็งๆ แล้วเขาก็ต้องเซ็งยิ่งขึ้นเมื่อพบว่าแพรวไพลินมารอ อยู่ในห้องแล้ว เขาถามงงๆว่าเข้าห้องตนได้ยังไง แพรวไพลินพูดอย่างเป็นต่อว่า แค่กุญแจห้องของเขา ตนจะไม่มีหรือ
เป็นไทเบื่อมากบอกว่าจะลงไปหาอะไรกินข้างล่างก่อนดีกว่า แพรวไพลินไม่อนุญาตให้ลงไป แล้วซักถามราวกับสอบสวนว่าวันนี้พายูกิไปไหนมาบ้าง พอเขาบอกว่าไม่ได้พาไปไหนเพราะวันนี้ยังไม่ได้พบกันเลย เธอหาว่าโกหก
“สาบานจริงๆ ไม่ได้เจอกันเลยทั้งวัน ไม่เชื่อถามองอาจได้เลย” แต่เธอก็ไม่เชื่อ เป็นไทพยายามชี้แจงอย่างใจเย็นว่า “แพรว พี่บอกแล้วว่าพี่ไปทำงาน แล้ววันนี้ก็วุ่นๆทั้งวัน พี่ยังไม่ได้พักเลย แพรวอย่าเพิ่งมาคาดคั้นอะไรตอนนี้ได้ไหม พี่เหนื่อย”
ผู้หญิงที่เอาแต่ใจตัวอย่างแพรวไพลินไม่สนใจเหตุผลและคำขอร้องใดๆทั้งสิ้น เมื่อเธออยากรู้ก็ต้องรู้ อยากได้ก็ต้องได้ เธอถามเขาว่าตกลงชอบยูมิใช่ไหม เขาบอกว่าทำตามหน้าที่เท่านั้น เธอซักอีกว่าแล้วข่าวที่หน้าหนังสือพิมพ์ล่ะ
“ข่าวก็คือข่าว ใครอยากจะเห็น อยากจะเชื่อยังไงก็เชื่อไป พี่ไม่อธิบายหรอกเรื่องพวกนี้น่ะ ไร้สาระ”
“ก็ได้ แพรวจะเชื่อพี่ไทว่าไม่มีอะไร แต่ถ้าแพรวรู้ระแคะระคายอะไร แพรวจะ...”
“เอาเงิน 20 ล้านคืน พี่รู้แล้ว แพรวพูดมาเป็นร้อยครั้งแล้ว”
พอถูกดักคอ แพรวไพลินเปลี่ยนเป็นถามว่า “พี่ไท แพรวถามจริงๆเหอะ ยังรักแพรวอยู่รึเปล่า”
เป็นไทเลี่ยงที่จะโกหกจึงไม่ตอบ แต่แพรวไพลินไม่ยอมตามจี้ว่า แค่ตอบว่ารักหรือไม่รักมันยากนักรึไง เขาหันกลับทันทีบอกว่า “ไม่ยาก แพรวอยากจะฟังตอนนี้ จริงๆไหมล่ะ”
เห็นท่าทีขึงขังของเป็นไท แพรวไพลินก็กลัวคำตอบขึ้นมา รีบบอกว่าไม่ต้องตอบก็ได้ ตนก็ถามไปอย่างนั้นเอง
“แต่ตอนนี้พี่อยากตอบนะ พี่น่ะ มะ...”
แพรวไพลินเดาคำตอบได้ เธอแผดเสียงร้องเพลงกลบเสียงเขาอย่างไม่อยากฟัง แล้วบอกว่ากลับดีกว่า เพราะรู้ว่าเขาเหนื่อย
พอแพรวไพลินออกไปแล้ว เป็นไทพึมพำอย่างเหนื่อยใจว่า
“ผู้หญิงนี่เข้าใจยากจริงๆ...ยูกิ คุณก็เหมือนกัน ถึงคุณจะโกรธผม ก็ไม่ควรหนีหายไปแบบนี้...”
ooooooo
ยูกิรู้สึกตัวขึ้นมาที่บ้านพักส่วนตัวริมทะเลแห่งหนึ่ง สายตาที่พร่ามัวเห็นหน้ายามาดะไม่ชัด เธอถามว่าที่นี่ที่ไหนและเขาเป็นใคร แต่แล้วเธอก็จำได้ว่าเคยพบเขาที่ฟิตเนส พลันก็นึกได้ว่านัดเป็นไทไว้ ควานหาโทรศัพท์มือถือ
ซีซีเดินเข้ามาพร้อมโทรศัพท์ของยูกิ ยูกิถามซีซีว่าเธอมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง และเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ถามเป็นชุดเลยนะ จะตอบคำถามไหนก่อนดีล่ะ เล่าย่อๆ แล้วกันนะ เรื่องของเรื่องก็คือว่า ฉันทำงานของ ฉันอยู่ดีๆ ก็มีคนมาแย่งงานฉันไป จากแย่งไปแค่งานเดียว ก็กลายเป็นสองงาน สามงาน จนทั้งหมด แล้วมันก็แย่ง ตำแหน่งซุปเปอร์สตาร์ฉันไปด้วย คนว่างงานอย่างฉันก็เลยไม่มีอะไรทำ อยากหาอะไรทำสนุกๆ ด้วยการลองจับตัวซุปเปอร์สตาร์มาขังไว้เล่นๆ ก็แค่นั้นเอง”
ซีซีโทษว่าตนต้องตกอับทุกวันนี้ก็เพราะยูกิ สั่งยามาดะให้ขังลืมยูกิไว้เลย อยากทำอะไรเธอก็ทำตนไม่ห้าม จากนั้นยื่นเงินปึกใหญ่ให้ยามาดะบอกว่า นี่คือเงินงวดแรก จากนั้นพูดเยาะเย้ยยูกิว่า “ขอให้สนุกกับการตกนรกทั้งเป็นนะ”
ยูกิปฏิเสธว่าตนไม่เคยทำอะไรซีซี และพยายามจะวิ่งหนี ยามาดะคว้าแขนเธอไว้ปรามว่าอย่าคิดหนี ไม่อย่างนั้นจะเจ็บตัวมากกว่านี้ สั่งยูกิให้หุบปากและกินข้าวต้มเสีย ยูกิก็ยังพร่ำบอกว่าตนไม่เคยทำ อ้อนวอนให้ปล่อยตนเสีย ยามาดะออกจากห้องไปอย่างไม่แยแส ปิดประตูล็อกจากข้างนอก ปล่อยให้ยูกิพร่ำอ้อนวอนและร้องไห้อยู่ในห้อง
ooooooo
เป็นไทให้องอาจไปเฝ้าห้องพักในโรงแรมของยูกิเผื่อเธอจะกลับมา แต่ก็ไร้วี่แววแถมยังอกสั่นขวัญแขวนกับเสียงกุกกักในตู้เสื้อผ้า จนพนักงานมาทำความสะอาด องอาจจึงต้องออกไป แม่บ้านเปิด
ตู้เสื้อผ้าดูพบว่าเสียงดังกุกกักเกิดจากไม้แขวนเสื้อแกว่งกระทบฝาตู้นั่นเอง
เป็นไทต้องรับหน้ากับต้นสังกัดของยูกิ ทั้งเรื่องภาพที่ลงในหนังสือพิมพ์และแถลงข่าวการจัดคอนเสิร์ต เมื่อเจอกับองอาจ เป็นไทยิ่งหนักใจเมื่อรู้ว่าองอาจยังไม่ได้ข่าวอะไรของยูกิเลย เขาภาวนาว่า
“ยูกิต้องไม่เป็นอะไร เพราะถ้าเธอตาย พวกเรานี่แหละจะตายทั้งเป็น เพราะผมเพิ่งคุยกับต้นสังกัดเมื่อกี้ เขาจะให้เราเลื่อนแถลงข่าวคอนเสิร์ตมาเป็นพรุ่งนี้ แล้วให้แถลงถึงข่าวที่เกิดขึ้นพร้อมกันเลย”
ทั้งสองหนักใจมากไม่รู้จะควานหาตัวยูกิได้ที่ไหน องอาจเสนอให้แจ้งความ เป็นไทห้ามไว้ บอกองอาจว่า
“เอาเป็นว่า วันนี้คุณเตรียมงานสำหรับพรุ่งนี้ให้พร้อมก็แล้วกัน ส่วนผมจะไปตามหายูกิเอง คุณไม่ต้องห่วงเพราะยังไงผมก็ต้องรับหน้าเรื่องนี้อยู่แล้ว คุณดูแลงานส่วนของคุณให้ดีก็แล้วกัน”
เป็นไทนึกได้ว่าตัวเองโยนเสื้อสูททิ้งไปแล้ว บอกองอาจให้หาเช่าสูทให้ตนด้วย
ooooooo
วันนี้ รจนาไม่สบายไอมากจนเสียงแหบแห้ง จึงให้นับดาวที่ยังหางานทำไม่ได้ไปเฝ้าร้านให้เช่าชุดราตรีและสูทที่ตนทำงานอยู่แทนสักวัน วราพรรณมาหานับดาวที่ร้าน ชมว่าร้านที่ย่ารับจ้างดูแลนี้ ชุดสวยดี เจอชุดน่าสนใจ ที่มีทั้งชุดและหน้ากากด้วย เลยบอกให้นับดาวลองใส่ให้ดู
นับดาวขี้เกียจลอง วราพรรณบอกว่า ลองใส่แล้วตนจะถ่ายรูปสวยๆ เอาไปทิ้งไว้ให้โมเดลลิ่งดู บางทีอาจจะได้รับความสนใจก็ได้ นับดาวเลยรีบไปลองชุดที่ว่านั้น
ระหว่างนั้น องอาจมาหาเช่าชุดให้เป็นไทพอดี ท่าทางกวนๆขององอาจ และท่าทีห้าวๆของวราพรรณ ทำให้ทั้งคู่ไม่กินเส้นกัน พอดีนับดาวออกมาในชุดราตรีและใส่หน้ากากออกมาด้วย ถามว่ามีอะไรหรือ องอาจผงะกับชุดประหลาดของนับดาว บอกนับดาวว่าตนต้องการมาเช่าสูท
ระหว่างเจรจากันนั้น องอาจพยายามนึกว่าเคยเห็นนับดาวที่ไหนมาก่อนนึกอย่างไรก็นึกไม่ออก
แต่นับดาวจำได้ว่าเคยเจอองอาจตอนพาย่าไปร้องเพลง บอกวราพรรณว่า เขาเป็นคนในวงการบันเทิง วราพรรณพยักหน้าอย่างไม่สนใจ บอกนับดาวว่า ตนจะถ่ายรูปไปให้โมเดลลิ่งดูแล้วจะปิดหน้าไว้อย่างนี้หรือ นับดาวเลยรีบถอดหน้ากากออก
วราพรรณจัดท่าให้นับดาวถ่ายไปหลายเซต ล้วนดูดีทุกท่า นับดาวดูแล้วทึ่งในความสวยของตัวเอง ฝากเนื้อฝากตัวกับเพื่อน สัญญาว่าถ้าได้เป็นดาราจริงๆ จะไม่ลืมเพื่อนเลย วันนี้ตนจะเลี้ยงเอง แต่รู้สึกปวดฟัน จึงขอไปอุดฟันก่อน
ปรากฏว่า เวลาที่อ้าปากให้หมอฉีดยาชานั้น นับดาวอยู่ไม่นิ่ง หมอเลยฉีดไปถูกที่โคนลิ้นส่วนหนึ่ง ทำให้ลิ้นชาพูดไม่ชัดหมอบอกว่าอีกสักสองชั่วโมงก็หาย
เป็นไทไปตามหายูกิที่สะพานพุทธสถานที่ที่เคยพาเธอมาเที่ยว แต่ก็ไม่มีวี่แวว
นับดาวออกจากร้านหมอฟัน เดินมาเห็นเป็นไท ความแค้นก็พุ่งโพลงทันที เจอคนแบกช่อดอกไม้ผ่านมาเธอหอบดอกไม้ลุยไปหาเป็นไททันที พอถึงก็จู่โจมกระโดดขี่หลังเอาดอกไม้ฟาดไม่ยั้ง มือฟาดปากก็ด่าแต่เพราะลิ้นชาเลยด่าไม่ชัดเหมือนคนญี่ปุ่นพูดไทย
เป็นไทตกใจ แต่พอเห็นหน้าคนทำร้ายตนก็กลายเป็นดีใจสุดชีวิต คิดว่าเจอยูกิแล้ว พรุ่งนี้รอดตายแล้ว
เป็นไทมั่นใจว่านับดาวคือยูกิ เขาบอกเธอว่าอย่าโกรธตนเลย อยากทำอะไรตนยอมได้ทุกอย่างขอแต่ให้เธอหายโกรธ ส่วนนับดาวก็ระบายความแค้นเต็มที่ เป็นไทคิดว่ายูกิโกรธตนเรื่องรูปที่ลงหนังสือพิมพ์ ส่วนนับดาวก็คิดว่าเขาสำนึกผิดแล้ว พูดกันคนละเรื่องแต่บังเอิญเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน
เป็นไทบอกนับดาวว่าเธอจะทำอะไรเขายอม
ทุกอย่างขอแต่ให้เธออย่าโกรธ นับดาวเลยตบหน้าเสียหลายฉาด ซึ่งเขาก็ยอมให้ตบอย่างหน้าชื่นตาบาน จนนับดาวแปลกใจ
ไม่เพียงเท่านั้น เขายังพาเธอไปทานอาหารร้านหรู นับดาวตื่นเต้นกับอาหารหรูๆ ที่เกิดมายังไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ พูดอย่างตื่นเต้นว่า ของแพงๆทั้งนั้นเลย เป็นไท บอกว่าจะสั่งกลับบ้านด้วยก็ได้ แล้วสั่งเด็กเสิร์ฟให้ทำมาอย่างละชุด นับดาวถามว่าตนต้องจ่ายไหม พอรู้ว่าไม่ต้องจ่ายก็ขอเพิ่มเป็นสองชุด ถามว่านอกจากนี้ตนมีสิทธิพิเศษอะไรอีก
“ทุกอย่างที่คุณต้องการ” เป็นไทไม่อั้น นับดาวเลยให้เขาพาตนไปเป็นดารา เป็นไทคิดว่าเธอเล่นมุกเลยหยอกกลับไปว่า
“ได้สิ พรุ่งนี้คุณจะได้เป็นดาราใหญ่ที่จะแถลงข่าวคอนเสิร์ต แล้วก็มีนักข่าวมากันเต็มไปหมด”
นับดาวยังไม่เชื่อ จนเมื่อเขาพามาส่งที่บ้าน คิดว่าที่เธอหายไปเพราะหนีมาอยู่โฮมสเตย์ที่นี่ เขานัดพรุ่งนี้เช้าจะมารับ นับดาวรับปากส่งๆไปอย่างนั้นเอง คิดในใจว่าวันนี้หมอนี่มาแปลก ระแวงว่าเขาต้องมีแผนอะไรสักอย่างแน่ๆ
ooooooo
รุ่งขึ้น นับดาวแปลกใจที่ลิ้นยังไม่หายชา โทร.ไปถามหมอ หมอบอกว่าอาจฉีดไปโดนเส้นเอ็นเข้าต้องประมาณอาทิตย์หนึ่งถึงจะหายเป็นปกติ ดังนั้น เมื่อเป็นไทมารับเช้านี้ นับดาวจึงยังพูดไม่ชัดเหมือนญี่ปุ่นพูดไทยตามเดิม
รับนับดาวไปที่ออฟฟิศแล้ว เป็นไทแนะนำแก่พนักงานว่านี่คือ ไอ ยูกิ นางเอกในงานวันนี้ พวกพนักงานพากันตื่นเต้นมาห้อมล้อมเพราะคิดว่าเป็นยูกิ แม้แต่องอาจก็กระดี๊กระด๊าบอกพวกพนักงานว่า นี่คือคนที่เราตามหามานาน พนักงานพากันมาขอถ่ายรูป นับดาวพูดอย่างตื่นเต้นว่า
“นี่ยังไม่ดังเลยนะคะ ขอถ่ายเลยเหรอ”
เมื่อนับดาวถูกจับแต่งหน้าแต่งผมแล้ว เธอยิ่งเหมือนยูกิ จนองอาจเพ้อว่า ตอนไม่แต่งก็ว่าสวยแล้ว พอฟูลออฟชั่นยิ่งเป๊ะมาก นับดาวสวยจนเป็นไทมาเห็นถึงกับมองตะลึง ส่วนตัวเธอเองเขินมากบอกว่าไม่เคยแต่งอะไรแบบนี้มาก่อนเลย ถามว่าแล้วตนต้องทำยังไงบ้าง
“ก็พูดทุกอย่างไปตามความจริง แต่ผมจะคอยช่วยพูดด้วย แล้วถ้ามีคำถามนักข่าวอันไหนไม่อยากตอบ สะกิดบอกผม ผมจัดการให้”
พอรู้ว่ามีนักข่าวและสื่อทุกแขนงมาด้วย นับดาวก็ยิ่งตื่นเต้น เธอขอตัวเข้าไปในห้องลองชุด เดินตัวลอยเบาหวิวเหมือนฝัน จนต้องตบหน้าตัวเองให้แน่ใจว่าไม่ได้ฝันไป พึมพำอย่างไม่อยากเชื่อว่า
“มีนักข่าวมารอทำข่าวฉันนะ มันจะเป็นไปได้ยังไง ฉันกลายเป็นคนดังไปตั้งแต่เมื่อไหร่ เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้ในชั่วข้ามคืนด้วยเหรอ???” ยิ่งคิดนับดาวก็ยิ่งงง เหมือนตกอยู่ในความฝันจริงๆ
ooooooo
ยิ่งใกล้เวลาแถลงข่าว นับดาวก็ยิ่งตื่นเต้นกังวลว่าตนพูดไม่ชัด เป็นไทบอกว่าไม่เป็นไร ทุกคนเข้าใจ นับดาวถามว่าเข้าใจอะไรตนยังไม่ทันอธิบายอะไรเลย เข้าใจกันง่ายจัง
ทันใดนั้น องอาจเข้ามาบอกว่านักข่าวมากันหมดแล้ว เชิญขึ้นเวทีได้เลย เป็นไทถามนับดาวว่าพร้อมนะ เธอตอบอย่างตื่นเต้นดีใจว่า “ฉันรอโอกาสนี้มาทั้งชีวิต ไม่พร้อมก็ต้องพร้อมแล้วล่ะ” ว่าแล้วเดินตามเป็นไทออกไป
พอออกไปเจอนักข่าวมากมาย นับดาวก็โบกมือให้เหมือนนางสาวไทย ยังรู้สึกวิ้งๆว่าทำไมการเป็นซุปเปอร์สตาร์มันง่ายอย่างนี้
เป็นไทพูดออกตัวกับนักข่าวว่างานนี้กะทันหันต้องขอโทษและขอบคุณทุกคนที่มาร่วมงาน
“นี่ขนาดงานกะทันหันนะเนี่ย ยังมากันเยอะขนาดนี้เลย ขอบคุณที่ให้ความสนใจฉันนะคะ ฉันไม่คิดว่าจะได้มานั่งอยู่ตรงนี้จริงๆ”
พวกนักข่าวพากันตื่นเต้นฮือฮาไม่คิดว่า ไอ ยูกิ จะพูดไทยได้คล่องขนาดนี้ เป็นไทเสริมทันทีว่าตนได้ยินเธอพูดครั้งแรกก็ยังตกใจเหมือนกัน นับดาวเอ่ยกับนักข่าวว่า “ต้องขอโทษด้วยที่พูดไทยไม่ค่อยชัดนะคะ” พวกนักข่าวยิ่งชมกันว่า “ชัดมาก”... “พูดเก่งมาก” ทำเอานับดาวงง แต่ก็หว่านยิ้มไปทั่วแบบดาราทั่วไป
จู่ๆแพรวไพลินก็เปิดประตูเข้ามาจ้องทั้งเป็นไทและนับดาวอย่างจับผิด
วราพรรณมาทำข่าวในงานนี้ด้วย นับดาวเห็นเพื่อนก็ทักทายด้วยความดีใจอย่างสนิทสนม ทำเอาวราพรรณทั้งดีใจทั้งงงไม่คิดว่าดาราดังอย่างยูกิจะทักทายตนเป็นพิเศษ
วราพรรณถามเป็นไทถึงเรื่องข่าวเขากับยูกิว่าจะอธิบายอย่างไร เขาตอบอย่างผ่าเผยว่าไม่มีอะไร เป็นการเข้าใจผิดมากกว่า วราพรรณหันไปถามนับดาวว่า “แล้วคุณยูกิล่ะคะ จะไม่พูดถึงข่าวหน่อยเหรอ”
แม้นับดาวจะเอะใจที่ถูกเพื่อนเรียกว่ายูกิ แต่ด้วยปฏิภาณไหวพริบดี ทำให้เธอเอาตัวรอดได้ โมเมบอกว่าตนยังไม่เห็นรูปพวกนั้นเลย แต่มันไม่มีอะไรหรอก นักข่าวถามซอกแซกว่า แล้วกับไคคุงที่เป็นแฟนเธอนั้น ได้เคลียร์กับเขาแล้วหรือยัง
“หะ...แฟน...เอ่อ...ไม่มีอะไรต้องเคลียร์นี่คะ” นักข่าวถามเป็นไทว่าแล้วกับแพรวไพลินล่ะ เขาตอบแบบเดียวกับนับดาวว่า “ไม่มีอะไรต้องเคลียร์เหมือนกันครับ”
แพรวไพลินผิดหวังกับคำตอบของเป็นไทมาก แต่ยังสังเกตการณ์เงียบๆต่อไป
นับดาวกระซิบบอกเป็นไทว่าตนอยากกลับบ้านแล้ว เป็นไทจึงสรุปและขอบคุณนักข่าวอ้างว่าตนต้องพายูกิไปเข้าประชุมเกี่ยวกับงานคอนเสิร์ต
ทันใดนั้น วราพรรณวิ่งเข้ามาขอถ่ายรูป นับดาวถามว่าจำตนไม่ได้จริงๆหรือ วราพรรณงงไปนิดหนึ่งก่อนจะตอบว่า
“จำได้สิคะ คุณไอ ยูกิ”
นับดาวเซ็งมาก แต่ก็ยิ้มให้นักข่าวถ่ายรูปทั้งที่ในใจสับสนว่า “นี่มันเรื่องอะไรกันแน่???”
ooooooo
เดินกลับมาที่ห้องแต่งตัวหลังเวที นับดาวเริ่มโวยวายกับองอาจให้อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นและนายเป็นไทหายไปไหน องอาจบอกว่าให้สัมภาษณ์อยู่ข้างนอก ถามว่า ยูกิโมโหเรื่องหนังสือพิมพ์ลงข่าวใช่ไหม ยูกิไม่ทราบมาก่อนหรอกหรือ
“ยูกิอะไร ฉันไม่ใช่ยูกิ” นับดาวแสดงความเป็นตัวตนเต็มที่ โวยวายว่าตนไม่เอาด้วยแล้ว งงไปหมดแล้ว
แพรวไพลินโผล่เข้ามาแนะนำตัวเองว่าเป็นแฟนของเป็นไท องอาจรีบออกมากันให้แพรวไพลินอยู่เฉยๆ ดีกว่า เรื่องต่างๆตนอธิบายได้ ถูกแพรวไพลินตวาดไม่ให้มายุ่ง แล้วถามนับดาวว่าจะให้ตนอธิบายเรื่องอะไรก่อนดี นับดาวบอกว่าทุกเรื่อง
“งั้นฉันเริ่มเรื่องแรกที่คุณควรจะเข้าใจก่อนเลยนะ คือพี่ไทมีแฟนแล้วซึ่งก็คือฉัน ดังนั้น เธอก็ไม่ควรจะมายุ่งกับแฟนคนอื่น...ฉันเข้าใจว่าเธอต้องทำงานกับเขา แต่ฉันก็แค่อยากจะบอกว่าให้ระวังตัวระวังใจไว้ อย่าอยู่ใกล้พี่ไทมากก็แล้วกัน มันจะได้ไม่ต้องเป็นข่าวขึ้นมาอีก”
นับดาวอดทนฟังจนจบ ถามแพรวไพลินว่าเธอกำลังพยายามอธิบายหรือเพิ่มเรื่องให้ตนปวดหัวกันแน่ ตัดบทว่า
“เอาเถอะ จะทำอะไรก็ทำไป ฉันไม่เอาด้วยแล้ว” พูดแล้วเดินออกจากห้องไปเลย องอาจพยายามจะห้ามแต่ไม่ทันแล้ว
พอนับดาวโผล่ออกไปหน้าเวที ก็ได้รับการต้อนรับจากบรรดาแฟนๆของยูกิกันกรี๊ดกร๊าดเกรียวกราว เมื่อองอาจไปพาตัวเธอกลับเข้ามา เธอเริ่มรู้สึกไม่อยากเข้า ยังอยากอยู่ในท่ามกลางความคลั่งไคล้ของบรรดาแฟนๆยูกิ และเมื่อองอาจถามอย่างติดใจสงสัยว่า ที่เธอพูดเมื่อกี้ว่า ไม่เอาด้วยแล้วนั้น หมายความว่าอย่างไร
“ฉันพูดแบบนั้นออกไปเหรอ สงสัยฉันจะเบลอมั้ง” นับดาวทำไขสือ กลับลำเนียนๆ
ooooooo
เย็นนี้ วราพรรณมาหานับดาวที่บ้าน คุยอวดว่าวันนี้ไปทำข่าว ไอ ยูกิ มา ชมว่าไอ ยูกิสวยมาก นับดาวแย่งนิตยสารเอเชี่ยนฮิตที่มีรูปยูกิขึ้นปกมาเทียบกับหน้าตัวเอง ถามวราพรรณว่าหน้าเหมือนตนไหม วราพรรณมองแล้วบอกว่าคล้ายๆ
“แกลองถอดความเป็นดาราของ ไอ ยูกิออก แล้วก็ลืมความทุเรศของฉัน ดูซิ เหมือนกันไหม” นับดาวพยายามแนะ วราพรรณบอกว่าคล้ายมาก เปรยๆว่าหน้าตาก็คล้ายกันมากแต่ทำไมชีวิตถึงได้แตกต่างกันลิบลับก็ไม่รู้ บอกว่าอย่าไปแข่งกับยูกิเลยลองดูตัวเองสิ ขนาดหมอยังฉีดยาผิด งานก็ไม่มีทำ อย่าไปเปรียบเทียบเลย ทุกข์ใจเปล่าๆ
“นี่ไง เพราะแบบนี้นี่ไง ฉันถึงอยากจะทำต่อ ฉันอยากจะออกไปจากชีวิตบ้าๆนี่ไง” นับดาวพูดจากแรงปรารถนาแรงกล้า วราพรรณฟังแล้วงง เพราะยังไม่รู้เรื่องนับดาวถูกเอาตัวไปอุปโลกน์เป็นยูกิ และนับดาวก็ไม่บอกเพื่อนด้วย
คืนนี้ นับดาวนอนไม่หลับเพราะสับสนกับชีวิตตัวเองว่าจะเอาอย่างไรดี ใจหนึ่งอยากเป็นยูกิต่อไป แต่อีกใจก็เป็นห่วงไม่รู้ว่ายูกิตัวจริงอยู่ไหน และจะมาทวงที่ของตัวเองคืนเมื่อไร??
ooooooo
ยูกิถูกกักตัวอยู่ที่เกาะ เธอพยายามหนีหลายครั้งแต่หนีไม่รอดเพราะที่นั่นเป็นเกาะส่วนตัว เธอท้อใจจนคิดอยากตาย ก็ยังตายไม่ได้ จึงได้แต่ร้องไห้จนไม่มีน้ำตาจะไหล...
อาการไอของย่ารจนาที่หนักขึ้นจนไม่มีเสียงพูด นับดาวถามว่าแบบนี้จะไปร้องเพลงได้ยังไง รจนายืนยันว่าเดี๋ยวก็ร้องได้ให้นับดาวห่วงตัวเองดีกว่า เธอจึงคุยอวดว่า วันนี้ตนได้เป็นดาราแล้ว ไม่เชื่อให้ดูข่าวทีวีเย็นนี้ ย่าถามว่าไปทำอะไรมา
“ก็...แสดงละครเป็นคนอื่น” พูดไม่ทันขาดคำทีวีก็ออกข่าวนี้ นับดาวชี้ให้ย่าดูพร่ำบอกย่าอย่างตื่นเต้นว่า “ได้ออกทีวีแล้ว ได้ออกทีวีแล้วเห็นไหมย่า”
ooooooo
เพราะย่าป่วย นับดาวจึงไปเฝ้าร้านแทน เป็นวันที่เจ้าของร้านเอาเงินเดือนมาให้ ปรากฏว่าเหลือเงินเพียงสี่พันสองร้อยบาท เพราะย่าเบิกไปใช้ก่อนเมื่อต้นเดือน นับดาวดูเงินแล้วหดหู่ใจว่า เงินแค่นี้จะพอพาย่าไปหาหมอหรือ
เป็นความโชคดีในโชคร้าย เพราะวันนี้เป็นไทเอาสูทที่เช่าไปมาคืน นับดาวตกใจหลบลงใต้โต๊ะ แต่เป็นไทก็หาเจอจนได้ ถามว่าเธอมาทำอะไรที่นี่ เธอปดว่ามาเช่าชุด พอถูกทักท้วงก็บอกว่า ผ่านมาเลยเข้ามาดูเล่นๆ
เป็นไทบอกว่า เช็คค่าตัวงวดแรกของเธอออกแล้ว ถามว่าจะให้ส่งไปทางต้นสังกัดไหม นับดาวสนใจจี๋ถามว่าเท่าไหร่
“หนึ่งล้านได้มังครับ”
นับดาวตาโตเท่าไข่ห่าน อยากได้ใจแทบขาด แต่จะทำอย่างไรดีในเมื่อรู้แก่ใจตัวเองดีว่ากำลังทำอะไรอยู่
แอบไปคิดในห้องน้ำว่าหนึ่งล้านนี้เป็นแค่สิบเปอร์เซ็นต์ แล้วถ้าร้อยเปอร์เซ็นต์จะเท่าไหร่??... ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากได้ แต่อีกใจก็ค้านตัวเองว่ามันไม่ใช่เงินของเรา...
เป็นช่วงเวลาที่สับสนว้าวุ่นใจมาก เดินวนเวียนใช้สมองอย่างหนักว่าจะทำอย่างไรดี ในที่สุดออกไปบอกเป็นไทว่า อีกหนึ่งอาทิตย์ตนจะไปรับเช็คเอง วางแผนว่าระยะนี้ต้องพยายามห่างๆพวกนี้ไว้ ย้ำกับเขาว่าถ้าจะนัดอะไรให้บอกล่วงหน้าด้วย
ooooooo
นับดาวเริ่มนับหนึ่งกับการรอคอยว่ายูกิตัวจริงจะมารับเช็คหรือไม่ นับหนึ่งวันจนถึงห้าวัน ยูกิก็ยังไม่ปรากฏตัว นับดาวพยายามคิดเข้าข้างตัวเอง หาความชอบธรรมให้กับตัวเองที่จะได้เงินก้อนนั้นมา เพราะนับวันก็ยิ่งร้อนใจกับอาการป่วยของย่า เงินจะพาไปหาหมอก็ไม่พอ
ระหว่างนั้น เป็นไทกับองอาจเตรียมงานคอนเสิร์ตกันเต็มที่ เป็นไทบอกองอาจว่า ตนอยากดูความเรียบร้อยพร้อมกับยูกิ ถามว่าโทร.นัดยูกิหรือยัง องอาจบ่นว่าโทร.ไปก็บอกว่าไม่ว่างตลอด ตั้งข้อสังเกตกับเป็นไทว่า
“ผมว่ามันแปลกๆนะครับ มาเมืองไทยเพื่อจัดคอนเสิร์ต นั่นคืองานหลัก แล้วที่มาก่อนก็เพราะต้องการพักผ่อน แล้วมันจะมีคำว่าไม่ว่างได้ยังไงครับ”
“ก็จริงของคุณ แต่เขาอาจกำลังทำอะไรที่สำคัญอยู่ก็ได้ อย่างเช่นแต่งเพลงพิเศษหรืออะไรพวกนั้น”
“ก็ขอให้เป็นอย่างนั้นก็แล้วกัน” องอาจตอบอย่างไม่สบายใจนัก
ooooooo
ในที่สุด นับดาวไปรับเช็คที่ออฟฟิศของเป็นไท พนักงานให้รอสักครู่แล้วเอาเช็คมาให้ บอกว่าเช็คไม่ได้ขีดคร่อมเก็บรักษาให้ดี พร้อมกับชี้จุดให้เธอเซ็นรับเช็ค และเพราะวันนี้ลิ้นหายชาแล้วนับดาวจึงพูดชัด พนักงานชมว่ายูกิพูดไทยได้ชัดจัง
นับดาวไม่มีอารมณ์จะคุยด้วย เธอรีบเซ็นชื่อแล้วรีบกลับอย่างรวดเร็วและท่าทางมีพิรุธ
พนักงานรับเอกสารที่นับดาวเซ็นคืนไป แล้วก็ตกใจเมื่อเห็นเธอเซ็นชื่อเป็น “นับดาว” พนักงานเรียกไว้สงสัยทั้งชื่อที่เซ็นและท่าทางมีพิรุธของเธอ บอกให้รอเดี๋ยว มีเอกสารต้องเซ็นอีกหน่อย
พนักงานคนนั้นยกโทรศัพท์ภายในสายตรงไปที่ห้องเป็นไท นับดาวเห็นเช่นนั้นก็ยิ่งร้อนรน
เป็นไทรับสายจากพนักงานแล้วร้องอย่างตกใจ “ว่าไงนะ หา!!เด๋ียวออกไปเดี๋ยวนี้แหละ” วางหูแล้วลุกทันที องอาจถามว่ามีเรื่องอะไรหรือ เขาบอกอย่างตึงเครียดว่า “มีคนบอกว่าตัวเองเป็นไอ ยูกิ มารับเช็ค ท่าทางแปลกๆแถมเซ็นชื่อผิดด้วย”
เป็นไทรีบออกไปทันที องอาจจ้ำอ้าวตามไปติดๆ
ooooooo










