ตอนที่ 13
พอกลับมาเล่าให้วราพรรณฟัง เพื่อนโวยวายว่าไล่เป็นไทกลับไปหรือ? บ้ารึไงถึงได้ทำอะไรประหลาดๆ
แบบนี้ นับดาวบอกว่าไม่ประหลาดแต่มันเป็นความจริงของชีวิตที่ตนกับเป็นไทไม่มีทางไป กันได้ เพราะตนไม่มีอะไรคู่ควรกับเขาเลยแม้แต่นิดเดียว
ขณะนั้นเอง รจนาเปิดประตูเข้ามาบอกวราพรรณว่าหาที่ซ้อมเป็นผู้ประกาศข่าวให้ได้แล้ว วราพรรณดีใจมากถามว่าที่ไหน
มารู้เอาตอนที่ย่าพาไปเป็นมัคนายกที่เต็นท์
ผ้าป่าริมถนน วราพรรณเซ็งระเบิด แต่ย่าบอกว่ามันก็คือการฝึกเพราะได้ใช้ไมค์พูดเหมือนกัน เห็นมีรถเข้ามาจอดก็บอกให้ถือขันไปเรี่ยไรเงิน พูดให้กำลังใจว่า
“ไปซี้...ทำบุญเสียบ้างชีวิตจะได้เฮงๆ”
วราพรรณถือขันไปเชิญชวนญาติมิตรทำบุญด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส พลันก็ชะงักชักสีหน้าเมื่อเห็นองอาจเดินเกร่เข้ามาถามว่า “เปลี่ยนอาชีพใหม่แล้วเหรอ?”
“ซวยจริงเลย ไหนว่าทำบุญแล้วจะเฮงไงล่ะ” วราพรรณบ่นงึมงำ
แต่เรื่องไม่จบแค่นั้น องอาจยังพูดจากวนประสาทชวนทะเลาะ หาว่าเธอเป็นพวกสิบแปดมงกุฎ เธอเลยด่าสวนไปว่า “ถึงฉันจะจน ฉันก็ไม่เคยคิดเป็นโจร” พูดจบปาขันใส่แล้ววิ่งหนีไป องอาจวิ่งไล่ตามร้องบอกว่าตนล้อเล่น
วราพรรณวิ่งไปถึงซอยเปลี่ยว ได้ยินเสียงคนเดินกรอบแกรบๆ นึกว่าองอาจตามมา พอหันไปด่ากลายเป็นไคคุง โผล่มาบอกว่า “ฉันมาตามสัญญา” วราพรรณตกใจแกล้งมองไปข้างหลังไคคุงตะโกน “ตำรวจ!!” พอไคคุงหันมอง เธอรีบวิ่งหนีไป
หนีไปเจอบ้านร้าง เธอวิ่งเข้าไปและขึ้นชั้นบนหาที่ซ่อน
“แสบนักเหรอ แกเจอฉันแน่!” ไคคุงไล่ตามไปร้องขู่ว่า “ฉันรู้นะว่าแกอยู่ในนี้” แล้วถีบประตูพังเข้าไปในห้อง
วราพรรณปีนไปโหนหลบที่ระเบียง ได้ยินเสียงปิดประตูปังก็นึกว่าไคคุงไปแล้วเลยจะปีนกลับขึ้นไป เจอไคคุงถือมีดพุ่งออกมาเฉียดหัวเธอไปเส้นยาแดงเดียว วราพรรณตกใจปล่อยมือร่วงลงไป
โชคดีที่องอาจมาถึงพอดี เขารับร่างเธอไว้ได้แต่ก็ถูกทับกระแทกแทบจุกบ่น “อูยยย...หนักเป็นบ้า”
พอวราพรรณรู้ว่าตัวเองทับใครอยู่ก็ด่า “เกย์แก่...นี่นาย...” ก็ได้ยินเสียงไคคุงตะโกนลงมาว่าอย่าหนีนะ วราพรรณไม่ฟังเสียงลุกได้ก็จะวิ่งไป นึกได้หันมาดึงมือองอาจลากวิ่งไปด้วยกัน
“หนีได้หนีไป ฉันจะตามรังควานไม่ให้พวกแกมีความสุข!” ไคคุงอาฆาต
ooooooo
ทั้งสองวิ่งไปจนถึงอีกซอยหนึ่งจึงหยุดหอบแต่ยังจับมือกันอยู่ พอองอาจเห็นวราพรรณจูงมือตนอยู่ก็ทำเป็นโวยวายหาว่าเธอแต๊ะอั๋ง แต่แล้วก็หน้าซีดเมื่อเห็นมือตัวเองเปื้อนเลือด แต่ไม่มีแผล ขอดูมือวราพรรณจึงเห็นแผลถลอกเล็กๆมีเลือดซึมๆ
องอาจไปซื้อปลาสเตอร์ยามาปิดแผลให้ เตือนว่าเวลาอาบน้ำอย่าให้แผลเปียก ถามว่าที่บ้านมียาแก้อักเสบหรือเปล่าเดี๋ยวจะซื้อให้ ความเอาใจใส่ห่วงใยของเขาทำเอาวราพรรณมีความรู้สึกดีๆกับเขา แต่พอองอาจมองหน้าเธอก็เก๊กใส่เขาตามเคย และเมื่อเธอลุกวิ่งไปเขาตะโกนตามหลังอย่างห่วงใยว่า
“เฮ้อ...เดี๋ยวสิ เดี๋ยวฉันไปส่ง” แต่วราพรรณวิ่งไวราวกระต่ายป่าหายลับตาไปแล้ว
ooooooo
พอวราพรรณกลับถึงบ้านมองดูปลาสเตอร์ยาเห็นสีหวานลายตุ๊กตาน่ารักก็เอะใจว่า องอาจเป็นตุ๊ดหรือเปล่า ลุกพรวดจะเอสเอ็มเอสไปถามพี่กุ๊กกิ๊ก ก็พอดีนับดาวเปิดประตูเข้ามาเลยรีบเอาโทรศัพท์ซุกใต้ผ้าห่ม
“เป็นอะไรน่ะ หน้าตาตื่นเชียว” นับดาวถาม วราพรรณปดว่างีบหลับไปหน่อยเพิ่งตื่น “งั้นล้างหน้าล้างตาซะ ย่าเรียกลงไปคุยด้วยแน่ะ”
พอลงไปเจอย่าที่โถงชั้นล่าง รจนาเตือนทั้งสองว่า
“ย่ารู้เรื่องนายสังวรกับไคคุงหมดแล้ว ย่าอยากจะเตือนให้แกสองคนระวังตัวให้ดี อย่าไปไหนมาไหนคนเดียว อย่ากลับบ้านคํ่ามืดนัก ย่าเป็นห่วง”
“จ้ะย่า ไม่มีที่ไหนจะปลอดภัยเท่าบ้านของเราอีกแล้ว” นับดาวรับคำ
แต่ไม่ทันสิ้นเสียงนับดาว ก็เกิดมีหนูวิ่งกรูกันเข้ามาในบ้านทำเอาทุกคนตกใจแตกตื่น ซํ้าร้ายไฟฟ้ายังดับพรึ่บ
“สงครามประสาทเริ่มขึ้นแล้ว!!” สังวรที่ซุ่มอยู่ข้างนอกหัวเราะสะใจ
ที่แท้สังวรที่ปล่อยหนูเข้ามา กับไคคุงที่ตัดสายไฟในบ้าน มันต่างคนต่างมา แต่บังเอิญมาทำในจังหวะเดียวกัน
ooooooo
หลังจากถูกนับดาวไล่ให้กลับและตัดความสัมพันธ์กัน เป็นไทก็คิดหนัก จนองอาจถามว่าสบายดีหรือเปล่า ท่าทางเหมือนคนแบตหมด เป็นไทรำพึงอย่างคิดไม่ตกว่า ทำไมคนคนนั้นไม่เข้าใจตนเหมือนองอาจบ้างเลย
องอาจถามว่ามีปัญหากับแฟนหรือ เป็นไทไม่กล้าเรียกว่าแฟนเพราะอาจเป็นการรักเขาข้างเดียวมากกว่า แล้วตัดบทว่า
“มันคงถึงเวลาที่ฉันต้องยอมรับความจริงแล้วว่า เขาไม่ได้รักฉันเลย” เป็นไทเดินออกจากห้องไปหงอยๆ องอาจก็ได้แต่มองตามด้วยความเป็นห่วง
ส่วนนับดาว หลังตัดใจจากเป็นไทแล้วก็ออกหางานทำ ไปสมัครงานที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ผู้จัดการถามว่าทำอะไรเป็นบ้าง เธอตอบอย่างมั่นใจว่า “เป็นทุกอย่างเลยค่ะ”
ครั้นผู้จัดการถามว่า พูดภาษาอังกฤษเป็นไหม ก็บอกว่าไม่ค่อยได้ค่ะ ครั้นจะให้ไปอยู่แผนกต้อนรับ ก็หูไม่ค่อยดี ให้เป็นแม่ครัวก็ทำกับข้าวไม่เป็น ให้ขับรถก็ขับรถไม่เป็น
“แล้วมาสมัครงานทำไมเนี่ย ไหนบอกว่าเป็นทุกอย่าง” ผู้จัดการหัวเสีย นับดาวรับรองว่าตนสู้งานหนัก ให้ทำอะไรตนทำได้หมด ผู้จัดการมองอย่างพินิจพิจารณาแล้วชมว่าหน้าตาดี นับดาวดีใจรีบขอบคุณ ยิ่งเมื่อเขาบอกว่าจะลองให้ทำงาน เธอถามอย่างตื่นเต้นว่า “ประ– ชาสัมพันธ์หรือ”
“เปล่า...แม่บ้านทำความสะอาดห้อง”
“อ๊าวว...แล้วชมหนูว่าหน้าตาดีทำไมเนี่ย”
“ก็ฉันจะให้เธอทำความสะอาดชั้นวีไอพีไงล่ะ พอใจยัง?”
นับดาวดีใจ เมื่อเริ่มทำงาน พวกแม่บ้านแก่ๆพากันมาเข็นรถทำความสะอาดไปทำงานกัน นับดาวเห็นรถคันหนึ่งเขียนว่าวีไอพี เป็นรถคันใหญ่กว่าใครเพื่อนก็ปรี่เข้าไปเข็นอย่างภูมิใจ
ที่แท้ห้องวีไอพีเป็นห้องที่ใหญ่กว่าปกติ นับดาวทำความสะอาดเสียจนเหงื่อท่วม บ่นออด...
“ไหนใครว่าทำงานโรงแรมสบายเนี่ย ดูสิไอ้ห้อง วีไอพีก็นึกว่าจะดูเป็นคนพิเศษกว่านี้ ที่ไหนได้ ห้องก็ใหญ่ ของก็เยอะ ต้องเนี้ยบอีก...เฮ้อ...”
ที่ทางเดินชั้นวีไอพียามาดะกับยูกิพักอยู่ชั้นนี้ เขาเดินออกมากับยูกิจะไปกินอาหารญี่ปุ่นที่ห้องอาหารของโรงแรมเดินผ่านห้องที่นับดาวทำความสะอาดอยู่ ยามาดะขอแวะบอกแม่บ้านว่าไม่ต้องเปลี่ยนผ้าปูที่นอนห้องตนทุกวันก็ได้
ต่างก็มองหน้ากันไม่ชัด สั่งแล้วยามาดะเดินไปกับยูกิ นับดาวบ่นว่าน่าจะสั่งว่าไม่ต้องทำเลยจะเป็นพระคุณยิ่ง แล้วก้มหน้าก้มตาทำความสะอาดต่อเซ็งๆ
ooooooo
ฝ่ายวราพรรณไปที่ห้องคัดเลือกผู้ประกาศหน้าใหม่ เธอนั่งตัวเกร็ง ทีมงานเอากระดาษมาให้บอกว่าเดี๋ยวถึงคิวให้ไปนั่งที่โต๊ะโน้นแล้วอ่านข้อความในนี้ให้มองกล้องทำเหมือนผู้ประกาศข่าวจริงๆเลย
“ค่ะ ไม่น่าจะยาก” วราพรรณรับกระดาษไปดูข้อความที่ต้องอ่าน...
“เช้าวันนี้ สำหรับใครที่สนใจจะฟาดผัดฟักเย็นฟาดฟักผัด ในชามเขียวคว่ำเช้าชามขาวคว่ำค่ำ ขอแนะนำให้เดินทางโดยรถยนต์ล้อยาง รถรางล้อเหล็กไปสามจังหวัดระนอง ระยอง ยะลา จังหวัดที่มีทหารถือปืน แบกปูนไปโบกตึก ใครชอบกินแบบหุง อุ่น ตุ๋น ต้ม นึ่ง ก็เลือกกินได้ตามใจชอบ”
วราพรรณพูดถูกพูดผิดไปหมด ปาดเหงื่อพลางบ่น “ผู้ประกาศข่าวที่เห็นทางทีวี เขาต้องผ่านการทำแบบนี้หมดเลยเหรอเนี่ย??” บ่นแล้วถอนหายใจเฮือก...เฮือก...
ooooooo
สังวรว่าจ้างรจนาให้ไปร้องเพลงด่วนที่ห้องอาหารส่วนตัว ที่แท้ถูกสังวรหลอกให้ไปต่อรองว่าให้เลือกเอาระหว่างการจับตัววราพรรณมาแลกกับความฝันของตัวเองที่จะเป็นนักร้องชื่อดังในวงสุนทรีย์ภรณ์ต่อไป
เมื่อรจนาบ่ายเบี่ยงปฏิเสธว่าตนไม่เกี่ยว ไม่รู้เรื่องวราพรรณด้วยจริงๆ สังวรก็หยิบข่าวพาดหัวตัวใหญ่เกี่ยวกับการล่มของวงสุนทรีย์ภรณ์ขึ้นมาขู่ว่า
“การเป็นผู้บริหารนี่มันดีจังเลยนะ แค่ตัดสินใจง่ายๆว่าจะส่งไปตีพิมพ์หรือเก็บไว้อ่านคนเดียวดี...ตกลงว่าไง จะเอาวราพรรณมาแลกไหม!?”
รจนานั่งหน้าเครียด คิดหนัก...
ooooooo
ยามาดะตัดสินใจจะมอบแหวนบอกรักยูกิ แต่เขินจนต้องเข้าไปตั้งหลักในห้องน้ำ เป็นห้องที่นับดาวไปทำความสะอาดพอดี นับดาวที่ทำงานไปบ่นไปเผลอกัดลิ้นตัวเองจนพูดไม่ชัด มาทำความสะอาดในห้องน้ำชายพอดี ยามาดะออกมาชนจนแหวนหล่นจากมือ
นับดาวรีบเก็บให้ ยามาดะนึกว่าเป็นยูกิจึงมอบแหวนให้ นับดาวปฏิเสธบอกว่าไม่ใช่ของตน ยามาดะเสียใจคิดว่ายูกิปฏิเสธตน มองหน้านับดาวอย่างผิดหวังแล้วเดินกลับไปที่โต๊ะ
ปรากฏว่ายูกิยังนั่งกินอาหารรอเขาอยู่ บอกว่าตนรอพลางกินพลางจนหมดแล้วเดี๋ยวจะสั่งให้ใหม่
ยามาดะสีหน้าไม่สบายใจคิดว่ายูกิไม่รับแหวนของตน ส่วนยูกิก็ยืนยันว่าตนนั่งอยู่ที่นี่ตลอดเวลายังไม่ได้ลุกไปไหนเลย
แล้วก็ยิ่งสับสน เมื่อผู้จัดการมาตามยูกิที่โต๊ะนึกว่าเป็นนับดาว ตำหนิว่าตนจ้างให้มาทำความสะอาดทำไมถึงมานั่งกินข้าวที่นี่ กว่าจะรู้เรื่องว่าเป็นคนละคน
ก็เล่นเอาปวดหัว เพราะยามาดะคิดว่ายูกิไม่รับแหวนตน ผู้จัดการเห็นว่านับดาวอู้งานมานั่งกินข้าว ส่วนยูกิก็งงว่ามันอะไรกัน เพราะตนไม่ได้ลุกไปไหนเลย???
เมื่อเคลียร์กันแล้ว ผู้จัดการพาไปที่ห้องทำงานเขาเพื่อหาประวัติของนับดาวให้ดูเป็นหลักฐาน แต่เจ้ากรรมในประวัติไม่มีรูป เพราะนับดาวยังไม่ได้เอามาให้ ครั้นจะเรียกมาให้ดูตัว ก็คงไม่ทันเพราะเลิกงานแล้ว
“ไม่เป็นไรค่ะวันอื่นก็ได้ ฉันพักอยู่ที่นี่ตลอด” ยูกิเอ่ยสบายๆ
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจะให้นับดาวไปหาคุณนะครับ...
ว่าแต่คุณสองคนเป็นญาติกันรึเปล่า เหมือนกันมากเลย”
“เหมือนกันมากจริงๆ” ยามาดะเห็นด้วยเพราะเจอกับตัวเองมาแล้ว
ยูกิยิ้มให้ทั้งสองคนตามมารยาท แต่ในใจเธอนั้นคิดถึงเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นที่นี่อย่างสับสน...
ooooooo
เลิกงานแล้ว นับดาวเดินผ่านหน้าออฟฟิศของเป็นไท อดมองเข้าไปข้างในไม่ได้ เห็นเงาตัวเองที่สะท้อนในกระจก ก็เอายามาแต้มลิ้นที่ถูกกัด มองเข้าไปแล้วก็ถามตัวเองอย่างสมเพชว่า ยังเศร้าไม่พอหรือ ทำกับเขาไว้มากมาย เขาไม่ให้อภัยตัวเองหรอก
ขณะพูดกับตัวเองนั้นก็ต้องสะดุ้ง เพราะเป็นไทเดินมาถามว่ามาทำอะไรหรือ นับดาวรีบเอาผ้าปิดปากมาคาดทันทีแล้วดัดเสียงถามว่า ที่นี่รับคนทำความสะอาดไหม พอเป็นไทบอกว่ามีแล้ว เธอก็แก้เกี้ยวไปว่าตนก็แค่มาลองถามดูเท่านั้นเอง แล้วรีบผละไป ทำเอาเป็นไทมองตามงงๆ
เมื่อกลับไปถึงบ้าน วราพรรณเล่าการไปทดสอบการเป็นผู้ประกาศข่าวให้นับดาวกับรจนาฟังอย่างเมามันว่า ใครจะไปคิดว่ากว่าจะเป็นผู้ประกาศข่าวได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เห็นนับดาวซึมๆเลยถามว่าได้งานหรือยัง พอรู้ว่าได้แล้วก็ถามว่ามีอนาคตไหม
“ได้แล้ว เป็นแม่บ้านเก็บเตียงอยู่ในโรงแรม ดูมีอนาคตไหมล่ะ” นับดาวย้อนถามเซ็งๆ เพื่อนยุว่า ดีแล้ว เผื่อเจอคนรวยๆก็รวบหัวรวบหางเสียเลย แล้วถามว่าทำไมถึงดูซึมเศร้านัก คิดถึงเป็นไทหรือ
“ไม่ได้คิดถึง ฉันอยากหายูกิให้เจอมากกว่า”
“นั่นก็ทำเพื่อคุณไทไม่ใช่เหรอ...ก็คิดถึงแหละว้า...”
พอถูกเพื่อนดักคอ นับดาวก็เมินไปทางอื่นกลัวเพื่อนจับความรู้สึกได้
แต่ตลอดเวลาที่นับดาวกับวราพรรณนั่งคุยกันนั้น รจนานั่งฟังอยู่เงียบๆ แต่ในใจต่อสู้อย่างหนัก ในสองหูแว่วแต่เสียงขู่ของสังวรที่ว่า “ตกลงว่าไง จะเอาวราพรรณ มาแลกไหม!?”
ooooooo
รุ่งขึ้น วราพรรณเดินมาส่งนับดาวไปทำงานบอกเพื่อนว่า ตั้งใจทำงานนะ นับดาวพูดขำๆว่าพูดเหมือนส่งลูกไปโรงเรียน วราพรรณบ่นว่าตนไม่เคยว่างงานแบบนี้มาก่อน นับดาวเลยบอกว่าให้ไปช่วยตามหายูกิแทนตน
“งั้นวันนี้ก็ไปทำธุระให้ย่าหน่อยละกัน” รจนาที่รดน้ำต้นไม้อยู่พูดแทรกขึ้น วราพรรณถามว่าจะให้ไปทำอะไร “ไปรับของจากเพื่อนเก่านะ” พอถูกวรา– พรรณทักว่าเพื่อนเก่าแล้วทำไมไม่ไปรับเองจะได้เจอกัน ก็พูดเฉไฉไปว่า “ไม่ค่อยสนิทนะ”
วราพรรณรับปากโดยไม่คิดอะไร แต่รจนาแอบมองอย่างกังวลใจ ส่วนนับดาวออกไปทำงาน ไม่ติดใจสงสัยอะไร
เมื่อนับดาวไปทำงานเช้านี้ ก็ถูกผู้จัดการเรียกไปที่ห้องทำงาน เธอตกใจนึกว่าจะถูกไล่ออก แต่พอเข้าไปในห้องทำงานก็ทั้งงง ทั้งตกใจ เมื่อเห็นอีกคนอยู่ตรงหน้า เหมือนกับตนราวกับมองตัวเองในกระจก
“เธอคือนับดาวใช่ไหม” ยูกิถามขึ้น
“ยูกิ!...ตัวจริงรึเปล่า??” พอยูกิพยักหน้า นับดาวถามว่าตนไม่ได้ฝันไปใช่ไหม
เมื่อต่างหายตื่นเต้นกันแล้ว ยูกิพูดอย่างโล่งใจว่า “ได้เจอกันเสียทีนะ ฉันมีเรื่องอยากจะรู้เต็มไปหมด”
“ฉันก็รอวันนี้เหมือนกัน”
ทั้งคู่มองหน้ากันเหมือนพบกับความฝันที่เป็นจริง...
หลังจากนั้นนับดาวเล่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ยูกิฟัง ทั้งยูกิและยามาดะฟังอย่างตั้งใจ
ฟังนับดาวเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นแล้ว ยูกิจึงเข้าใจว่า ทำไมตนจึงถูกมองด้วยสายตาแปลกๆตลอดเวลา ยามาดะตำหนิว่านับดาวทำลายสิ่งที่ยูกิสร้างมาทั้งหมดเลยหรือ นับดาวขอโทษยอมรับผิด บอกว่าจะให้ตนทำอย่างไรเพื่อชดใช้ตนทำได้ทั้งนั้น แต่ยูกิกลับบอกว่า “ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว”
“เอ่อ...อีกเรื่องที่ฉันไม่ได้บอกคุณคือเงินค่าตัวคุณน่ะ ฉันเอาไปผ่าตัดย่านะ แต่เงินที่ยังเหลือฉันยังเก็บไว้ทุกบาททุกสตางค์ ส่วนเงินที่ฉันยืมไป ฉันจะทำงานหามาใช้คืนให้”
“ช่างมันเถอะ ฉันไม่ติดใจอะไรหรอก” ยูกิยังคงใจเย็น นับดาวเสนออีกว่าอยากให้เธอขึ้นแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้ ยูกิติงว่าเธอบอกเองไม่ใช่หรือว่าต้นสังกัดเขายกเลิกไปแล้ว
นับดาวหว่านล้อมสุดฝีปากกระทั่งบอกว่าจะยอมรับใช้เธอไปตลอดชีวิตถ้าเธอยอม เพราะไม่อยากให้เป็นไทเสียใจ
ยูกิยังไม่ตอบขออยู่คนเดียว ขอไปคิดดูก่อน ทั้ง นับดาวและยามาดะจึงต้องคอยอยู่หน้าห้องด้วยใจจดจ่อว่าเมื่อไหร่เธอจะเปิดประตูออกมา
ooooooo
องอาจเสนอเป็นไทว่าเราต้องแถลงข่าวยกเลิกคอนเสิร์ตได้แล้ว เมื่อเป็นไทเห็นด้วย องอาจเสนอจัดพรุ่งนี้เลย ถามว่าแล้วเรื่องยูกิที่เราต้องส่งตัวกลับล่ะ? เป็นไทพูดอย่างอ่อนล้าว่า เอาไว้ว่ากันทีละเรื่องก็แล้วกัน
เป็นไทอยู่ในสภาพกลัดกลุ้มกดดันจนแม้แต่อาหารกลางวันที่พนักงานจัดมาให้ก็กินไม่ลง
ฝ่ายซีซีกับไคคุง ต่างมืดแปดด้านไม่รู้ว่ายูกิหายไปไหน ไคคุงคิดว่าซีซีฆ่ายูกิไปแล้ว ส่วนซีซีก็คาดว่าเธออาจจะเดินทางกลับญี่ปุ่นไปแล้วก็ได้ ต่างก็มองกันอย่างคุมเชิง วันนี้ไปเจอกันที่ฟู้ดเซ็นเตอร์ นั่งกันคนละโต๊ะ แต่มองกันตาไม่กะพริบอย่างไม่ไว้ใจกัน
ทั้งคู่นั่งดื่มกันคนละโต๊ะ แต่เหมือนท้าดวลกัน ดื่มจนเมาแล้วก็ย้ายมานั่งโต๊ะเดียวกัน ต่างซบกันเหมือนลืมเรื่องบาดหมางกันไปทั้งสองคน
ooooooo
วราพรรณไปตามที่รจนาบอก พอเห็นสังวรเท่านั้น เธอตกใจพึมพำอย่างคิดไม่ถึงว่า “ย่านะย่า ทำกันแบบนี้ได้ไง” แต่เมื่อเผชิญหน้ากันแล้วเธอก็ใจเย็นสู้เสือ แม้จะถูกสังวรใช้ท่าทีดุร้ายใช้อาวุธแอบคุกคาม เธอก็ไม่พรั่นพรึง
สังวรให้เธอขึ้นรถจะให้พาไปหายูกิเพราะเชื่อว่าเธอเป็นคนลักพาตัวยูกิไป แต่พอแน่ใจว่าเธอไม่รู้เรื่อง และเวลานี้การแสดงคอนเสิร์ตของเป็นไทก็ยกเลิกไปแล้ว สังวรก็คิดแก้แค้นเธอด้วยการสร้างสถานการณ์ว่าเธอปล้นเขา ลงทุนทำร้ายตัวเองแล้วไปแจ้งความว่าเธอทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์ตน จนวราพรรณถูกส่งเข้าห้องขัง
“จำไว้นะ ถ้าเธอบอกตำรวจว่าฉันใส่ร้ายเธอ เพื่อนเธอเจ็บหนักแน่ ขอให้สนุกกับการนอนในคุกนะ” สังวรขู่ก่อนลงจากโรงพักไปอย่างสะใจ
แต่พอรุ่งเช้า องอาจก็มาประกันตัวเธอออกไป วราพรรณบอกว่าในภาวะที่กดดันนั้นเธอคิดไม่ออกว่าจะขอความช่วยเหลือจากใครนอกจากเขา องอาจแซวว่าอย่าหนีประกันก็แล้วกันเพราะตนคงช่วยไม่ได้ทุกอย่างหรอก
“วันนี้มีงานแถลงข่าวยกเลิกคอนเสิร์ตยูกินะ ถ้าคุณสนใจก็เชิญ” องอาจชวนเศร้าๆ วราพรรณเองพลอยเศร้ากับข่าวนี้ไปด้วย...
ooooooo
สายวันนี้ยูกิไปที่บ้านนับดาว รจนาคิดว่าเป็นนับดาวก็ใช้ให้ช่วยเก็บข้าวของในบ้านบ่นว่ารกไปหมดแล้ว ครู่เดียวนับดาวก็เดินลงมาจากข้างบน เธอทักยูกิด้วยความดีใจ รจนามองเหวอๆถามว่าดาราหรือ แล้วไล่นับดาวให้รีบไปช่วยยูกิถือของ ส่วนตัวเองก็กุลีกุจอไปเอาน้ำมาให้
ยูกิมาหานับดาวเพื่อจะบอกเธอว่า ทางต้นสังกัดที่ญี่ปุ่นตกลงให้เธอแสดงคอนเสิร์ตเหมือนเดิมแล้ว นับดาวดีใจมากแต่ก็หน้าสลดเมื่อนึกได้ว่า “แต่เหมือนว่าคุณไทจะแถลงข่าวยกเลิกคอนเสิร์ตวันนี้นี่”
“นับดาว คุณไทจะแถลงข่าวแล้ว” วราพรรณเปิดประตูพรวดเข้ามาบอกอย่างตื่นเต้น
“งั้นเรารีบไปเถอะ” นับดาวเร่ง แล้วก็พากันออกไป โดยยูกิซ้อนมอเตอร์ไซค์วราพรรณ และนับดาวขี่มอเตอร์ไซค์อีกคันโดยมีวินมอเตอร์ไซค์ซ้อนท้าย พากันบิดไปราวกับเหาะ...
เวลาเดียวกันนั้น ที่ออฟฟิศเป็นไทกำลังจะมีการแถลงข่าวยกเลิกคอนเสิร์ตของยูกิ องอาจเห็นว่านักข่าวมากันพร้อมแล้ว จึงเข้าไปเชิญเป็นไทออกมาแถลงข่าว
เป็นไทนั่งเครียดอยู่ในห้อง เขาถอนใจยาวเหมือนระบายความกดดันก่อนลุกเดินออกไปพร้อมองอาจ
ooooooo
เป็นไทออกไปแถลงข่าว เอ่ยทักทายและขอบคุณบรรดาสื่อมวลชนที่พากันมามากมายแล้ว เขาเริ่มแถลงว่า
“อย่างที่ได้เห็นข่าวที่ลงไปนะครับ ทำให้มีคนโทร. มามากมายเลยว่า ตกลงเรื่องยูกินั่นมันเป็นยังไง ยังจะมีคอนเสิร์ตอยู่อีกไหม ขอตอบทีละประเด็นแล้วกันนะครับ”
ระหว่างนั้น มอเตอร์ไซค์สองคันของวราพรรณที่มียูกิซ้อนท้ายและนับดาวมีวินมอเตอร์ไซค์ซ้อนก็บิดมา ราวกับเหาะ แข่งกับเวลาแถลงข่าวของเป็นไทที่คืบหน้าไปทุกที...
“เนื่องจากเป็นคอนเสิร์ตใหญ่มาก จึงแบ่งการ ทำงานออกเป็นหลายฝ่ายด้วยกัน จึงทำให้มีการเข้าใจผิดกันได้ง่าย ข่าวหลายๆข่าวที่ออกไป ก็เกิดจากสาเหตุนั่นล่ะครับ เรื่องยูกิตัวจริงตัวปลอมก็เหมือนกัน เกิดจากความเข้าใจผิด จากการไม่ได้ปรึกษากันในหลายฝ่ายครับ เรื่องมันก็มีแค่นั้น”
นักข่าวถามว่า คนที่หน้าตาเหมือนยูกิมีจริงใช่ไหม? เขาปฏิเสธเรื่องจ้างยูกิตัวปลอมมาใช่ไหม? และกับนักข่าวชื่อดังที่เป็นคู่กรณีเป็นอย่างไร? ทั้งหมดนี้เป็นการสร้างข่าวเพื่อปั่นกระแสหรือเปล่า?
เป็นไทยอมรับว่าคนหน้าเหมือนยูกิมีจริง ทำให้บางคนอาจจะไปเจออะไรที่เข้าใจผิดกัน ตนไม่ได้จ้างมาและเรื่องก็จบแล้วด้วย ส่วนนักข่าวที่เป็นคู่กรณีก็เคลียร์กันแล้ว ปฏิเสธว่าตนไม่ได้สร้างข่าวเพื่อปั่นกระแส แล้วบอกบรรดานักข่าวว่าเราเปลี่ยนไปประเด็นต่อไปดีกว่า
เป็นเวลาที่วราพรรณพายูกิกับนับดาวมาถึงพอดี นับดาวทำรถล้ม เธอบอกทั้งสองว่าให้รีบเข้าไปช่วยเป็นไทก่อนไม่ต้องห่วงตน พอทั้งสองผละไป นับดาวก็ภาวนา “ขอให้ทันด้วยเถอะ...”
ขณะที่เป็นไทกำลังรู้สึกถูกกดดันอย่างหนักนั้น เขาแถลงแก่สื่อมวลชนว่า
“เรื่องคอนเสิร์ตยูกิที่จะจัดขึ้นในเดือนหน้านั้น ผมได้พูดคุยกับทางต้นสังกัดแล้วว่าทางเราจำเป็นต้อง...”
“เรื่องคอนเสิร์ต คงต้องให้ฉันเป็นคนพูดดีกว่ามั้งคะ เพราะฉันคือคนที่รู้ดีที่สุด” ยูกิก้าวออกไปพูดเสียงแจ่มใสหนักแน่น ทุกคนในห้องพากันตะลึงงันไม่คิดว่ายูกิจะมาปรากฏตัว องอาจรีบไปหาเก้าอี้มาให้เธอนั่ง ยูกินั่งลงอย่างสง่า เธอทำเนียน เอ่ยขอโทษเป็นไทและทุกคนที่มาช้า
นักข่าวที่กำลังสับสนกับเรื่องยูกิตัวจริงตัวปลอม รุมกันถามว่า นี่เป็นยูกิตัวจริงหรือเปล่า เธอตอบเต็มเสียงว่าตัวจริง บอกว่าหรือจะให้ตนแถลงข่าวเป็นภาษาญี่ปุ่นก็ได้ แล้วเธอก็พูดอย่างฉะฉานหนักแน่นว่า
“ฉันบอกตรงนี้เลยนะคะว่า เรื่องคอนเสิร์ตเรายังจัดเหมือนเดิม ไม่ได้เลื่อนหรือยกเลิกอย่างที่เป็นข่าวค่ะ สำหรับแฟนๆที่ซื้อตั๋วแล้ว กำลังรอพบฉัน ไม่ต้องกังวลนะคะ เราได้เจอกันแน่ค่ะ”
เป็นไทกับองอาจงงเป็นไก่ตาแตกจับต้นชนปลายไม่ถูก บรรดานักข่าวกรูกันมาถ่ายรูปยูกิ เธอยิ้มสู้กล้องอย่างมืออาชีพ มีนักข่าวถามว่า “งั้นข่าวลือที่ว่ายูกิถูกจับตัวไปก็ไม่เป็นความจริงน่ะสิ”
“ฉันนั่งอยู่ตรงนี้แล้ว คิดว่าจริงหรือเปล่าล่ะคะ” เธอมีลูกเล่นที่น่ารักและเปลี่ยนบรรยากาศได้อย่างไม่น่าเชื่อ
ระหว่างนั้น นับดาวยืนฟังอยู่หน้าห้องประชุม เธอพึมพำกับตัวเองอย่างโล่งใจ แต่ยิ้มเศร้าๆกับตัวเองว่า
“ทีนี้ ฉันก็ต้องกลับไปอยู่ในโลกจริงๆของฉันเสียที...”
“กลับกันไหมเรา...” วราพรรณมาแตะไหล่เพื่อน แล้วพากันเดินออกไป...ไปสู่โลกแห่งความเป็นจริงของตัวเอง...
เมื่อเป็นไท ยูกิ และองอาจ กลับถึงออฟฟิศ ยูกิมองหานับดาวกับวราพรรณ จนองอาจถามว่ามองหาใครหรือ ยูกิบอกว่าเปล่า องอาจพูดอย่างอัศจรรย์ใจว่า
“นี่ไม่น่าเชื่อเลยนะครับ ที่จะเกิดปาฏิหาริย์นี้ขึ้นได้...นี่แหละ เขาเรียก คนดีผีคุ้ม”
เป็นไทมองยูกิที่หน้าตาจะเหมือนนับดาวราวกับแกะ แต่บุคลิกสองคนต่างกัน แม้เขาจะดีใจที่ได้ยูกิตัวจริงมา แต่ก็รู้สึกแปลกๆ
ooooooo
ฝ่ายซีซีกับไคคุง หลังจากนั่งดวลเหล้าจ้องจิกกันราวกับจะกินเลือดกินเนื้อมาค่อนคืน พอเมาก็ไป นั่งซบกัน เช้ามาจึงรู้ว่าไปนอนด้วยกันที่ห้องพักในโรงแรม ไคคุงบอกทันทีว่า ตนไม่รับผิดชอบอะไรเพราะเราเมาด้วยกันทั้งคู่
“ไอ้เลว!” ซีซีปารีโมตลงพื้นกระแทกบางปุ่มทำให้ทีวีเปิดเองทันที เป็นภาพที่ยูกิกำลังแถลงข่าวพอดี ไคคุงดีใจมากที่เห็นยูกิกลับมาแล้ว เขารีบออกจากห้อง หันบอกซีซีก่อนพ้นไปว่า
“เรื่องวันนี้ ถือเสียว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็แล้วกันนะ”
“แกอีกแล้วยูกิ แกทำชีวิตฉันเป็นแบบนี้” ซีซีจ้องจอทีวีแล้วหันมองไคคุงที่กำลังออกจากห้อง ฉุกคิดได้ พึมพำ “ดี! ถ้าฉันทำลายเธอไม่ได้ ฉันก็จะแย่งความรักจากเธอ!”
ooooooo
ค่ำนี้ เป็นไทไปทานอาหารกับยูกิ เขาตัดสินใจถามเธอว่าหายไปไหนมา เธอตัดบทว่าอย่าไปพูดถึงมันเลย เปลี่ยนเป็นถามว่านับดาวเป็นแทนตนทำได้ดีไหม เป็นไทถามงงๆ ว่าเธอรู้เรื่องนี้ด้วยหรือ
“ไม่รู้ได้ยังไงคะ ก็นับดาวเป็นคนเล่าให้ฉันฟังเอง ถ้าฉันไม่เจอเขา ฉันก็คงไม่กลับมาแสดงคอนเสิร์ตครั้งนี้หรอก เขาเป็นคนอ้อนวอนฉันว่าให้โทร.ไปขอต้นสังกัด ไม่อยากให้คุณเป็นไทเดือดร้อน” เห็นเป็นไทนิ่งไปเธอถามว่าเป็นอะไรรึเปล่า
“ยังไงก็ต้องขอบคุณยูกิที่ช่วยผม” เป็นไทยิ้มตามมารยาท ในขณะที่ความรู้สึกลึกๆ คิดถึงนับดาวจับใจ...
ทานอาหารเสร็จออกมาถึงล็อบบี้เจอยามาดะนั่งรออยู่ เขามองออกแนวหึง ยูกิจึงแนะนำให้รู้จักกัน เป็นไทยิ้มแย้มในขณะที่ยามาดะทำเข้มใส่
ที่มุมหนึ่ง นับดาวในชุดเมทเดินมาเห็นทั้งสามอยู่ด้วยกัน เห็นเป็นไทกับยูกิจับมือลากัน ก็อดเศร้าไม่ได้...
คืนนี้เอง เป็นไทตัดสินใจไปหานับดาวที่บ้านแบบเป็นไงเป็นกัน ปรากฏว่านับดาวยังไม่กลับ คุยกับรจนาจึงรู้ว่านับดาวไปทำงานที่โรงแรม เขาถามอย่างรับไม่ได้ว่าปล่อยไปทำงานโรงแรมได้ยังไง
“ก็มันบอกว่ามันยืมเงินใครมาสักอย่างตอนไป เมืองนอก มันต้องหาเงินไปใช้เขา”
เป็นไทบอกว่าหาเงินใช้หนี้ตนก็ไม่เห็นต้องทำงานแบบนี้เลย ไม่เห็นต้องทำลายศักดิ์ศรีตัวเองขนาดนั้น
“ฮ้า! เป็นแม่บ้านนี่มันเสียศักดิ์ศรีตรงไหน ฉันก็เคยทำมาก่อนนะจะบอกให้”
“แม่บ้าน...ที่แท้ก็แม่บ้านเองเหรอ...” เป็นไทพึมพำอย่างโล่งใจ แล้วเขาก็รีบไปที่โรงแรม เจอนับดาวกำลังทำงานอยู่อย่างคร่ำเคร่งก็ทั้งสงสารทั้งเอ็นดู
เมื่อเข้าไปคุยกัน เป็นไทแกล้งอำเธอว่า เธอยังติดหนี้ตนอยู่ นับดาวบอกว่าไม่ต้องกลัว ตนทำงานหามรุ่งหามค่ำนี่ก็เพื่อหาเงินใช้หนี้เขา เขาพูดปรามๆว่าดีเก็บได้ยิ่งเร็วก็ยิ่งดี แล้วทำฟอร์มเดินออกไป
แม้จะถูกเตือนเรื่องหนี้ แต่นับดาวก็ดีใจที่ได้เจอเขาอีกครั้ง มองตามหลังเป็นไทแล้วยิ้มออกมา ส่วนเป็นไทเดินไปแล้วก็ยิ้มกับตัวเองเช่นกัน
สายวันรุ่งขึ้น เป็นไทไปหานับดาว พอดีเธอกำลังเข้าใจผิดฝรั่งชายแก่ๆ คนหนึ่งจนวิ่งออกมานอกห้อง เขาบอกเธอว่าให้ลาออกจากงานที่โรงแรมนี่เสีย เพราะบริษัทของตนรับเธอเข้าทำงานแล้ว แต่ก็ยังพูดอย่างไว้เชิงว่า
“ผมเห็นว่าคุณทำงานที่นี่เงินเดือนก็ไม่เท่าไหร่ เมื่อไหร่กว่าจะใช้หนี้หมด สู้ผมเอาคุณไปโขกสับเองไม่ดีกว่ารึ” เห็นนับดาวทำหน้ามุ่ยก็อ่อยทิ้งท้ายว่า “ไม่ทำก็อย่าทำ แต่ก็คิดให้ดีก็แล้วกัน เงินเดือนก็เยอะกว่า มีสวัสดิการให้ด้วย ผมหักหนี้คุณจากเงินเดือนได้เลย มีเงินเหลือเก็บ โอย...ไม่มีอะไรดีกว่านี้อีกแล้ว”
อ่อยแล้วเห็นนับดาวยังนิ่ง เลยอ่อยต่อ “มีข้าวให้กินฟรีสามมื้อด้วยนะ” กระนั้นก็ยังเห็นเธอนิ่ง เลยจะอ่อยต่อ
“พอแล้ว ไม่ต้องพูดแล้ว ตกลง...จริงๆแล้วแค่คุณบอกว่าอยากให้ฉันทำงานด้วย ก็ไม่ต้องมีเหตุผลอื่นแล้วล่ะ”
ooooooo










