ตอนที่ 12
ยูกิกับยามาดะเดินมาจนถึงปากทางออกถนนใหญ่ ยามาดะถามว่าเธออยากจะไปไหน ยูกิบอกว่าอยากกลับบ้าน เขาพูดอย่างอบอุ่นว่า จะพาไปทุกที่ที่เธออยากไป
ทันทีที่ยามาดะเรียกแท็กซี่ออกจากตรงนั้นไป รถของไคคุงก็ตามมาถึงพอดี แต่ไม่เห็นอะไรแล้ว
นับดาวเสนอว่า ป่านนี้เขาคงไปไกลตามที่ใจเขาอยากไปแล้ว ปล่อยเขาไปเถอะ ไคคุงไม่ยอม ซีซีถามว่าแล้วจะทำยังไง วราพรรณบ่นว่าเสียเวลาจริงๆที่มากับซีซี ถามว่ารู้กันไหมว่าเป็นไทไม่มียูกิแล้วจะเป็นยังไง
“ก็ช่างมันสิ ตอนนี้ทุกอย่างมันล่มไม่เป็นท่าแล้ว ยังจะเอายูกิไปทำไมอีก ฉันว่าเผลอๆ คอนเสิร์ตก็ไม่ได้จัดมันแล้ว...ก็ดี...ฉันไม่ชอบขี้หน้ามัน” ไคคุงพูดอย่างสะใจ
นับดาวบ่นว่าอยากกลับบ้าน ไหนๆเราก็ไม่เจอยูกิแล้ว เราแยกย้ายกันกลับดีกว่า ไคคุงเอาปืนจ่อไม่ยอมให้นับดาวไปไหน จนวราพรรณต้องหว่านล้อมว่า ตอนนี้ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร จะฆ่ากันไปทำไม สู้เอาเวลาไปตามหายูกิของตัวเองดีกว่า
ไคคุงลดปืนลง ขู่ทุกคนว่า ตนรู้ว่าใครอยู่ที่ไหน ถ้ายูกิไม่กลับมาเร็วๆนี้ จะตามไปฆ่ายกครอบครัวแน่
สามสาวมองหน้ากันจ๋อยๆ เพราะงานนี้ ไม่มีใครได้สิ่งที่ตัวเองต้องการเลยแม้แต่คนเดียว
ooooooo
เป็นไทสะพายเป้ยืนต่อแถวเช็กอินหงอยๆ ยามาดะกับยูกิมาสนามบินเดินผ่านเป็นไทไปโดยต่างก็ไม่เห็นกัน
ยามาดะเช็กเที่ยวบินแล้วบอกยูกิว่า เที่ยวบินเร็วที่สุดที่จะไปญี่ปุ่นคือสายการบินนี้ที่คนกำลังต่อแถวเช็กอิ นกัน แล้วเขาก็ขอพาสปอร์ตเธอ ยูกิหน้าเสียบอกว่า พาสปอร์ตตนอยู่ในกระเป๋าเดินทางที่โรงแรม ตนถูกลักพาตัวมา ตอนนี้ไม่รู้ว่ามันอยู่ที่ไหนแล้ว
“ถ้างั้น ผมจะลองไปถามเจ้าหน้าที่นะ เผื่อจะมีวิธีแก้ไข” ยามาดะผละไป ให้ยูกิยืนอยู่ตรงนั้นคนเดียว
ยูกิเดินฆ่าเวลารอยามาดะ ไปเห็นเป็นไทเข้าจนได้ เธอดีใจมากรีบเข้าไปถามว่า “คุณเป็นไทใช่ไหม”
เป็นไทหันมอง พอเห็นยูกิเท่านั้นของขึ้นทันที ถามว่าจะเอายังไงกับตนอีก ที่ทำมาแล้วยังไม่พอ ยังจะตามมาเพื่ออะไรอีก
ยูกิงง ทำให้เป็นไทยิ่งไม่พอใจ ทั้งต่อว่า ตำหนิอย่างรุนแรง ไล่ให้ไปจากตนเสีย เมื่อยูกิไม่ไปเขาจึงเป็นฝ่ายไปเอง ยูกิงงมากไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น
พอดียามาดะกลับมา เขาถามว่าเกิดอะไรขึ้นหรือ ยูกิบอกว่าไม่มีอะไร ยามาดะจึงบอกว่าตนไปถามเจ้าหน้าที่ ให้แล้ว ยังไงก็ต้องใช้พาสปอร์ต ถ้าหาเล่มเก่าไม่เจอก็ต้องไปติดต่อที่สถานทูต
เป็นไทเดินหนียูกิไปเข้าห้องน้ำ คิดไม่ตกว่าทำไมนับดาวจึงยังตามรังควานกันไม่เลิก เขากำหมัดทุบกำแพงพูดอย่างอัดอั้น
“ออกไปจากชีวิตฉันเสียที...”
ครู่หนึ่ง เขาออกไปเช็กอินใหม่ พนักงานถามว่าไปเที่ยวญี่ปุ่นหรือเขาตอบรับ แต่พอเธอถามอีกว่าไปคนเดียวหรือ เขาก็ได้แต่ยิ้มเศร้าๆ
ooooooo
ที่บ้านรจนา...นับดาวกับวราพรรณกลับมาถึงบ้านตอนค่ำ นับดาวเดินเข้าห้องนอนทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างหมดอาลัยตายอยาก ไม่อยากทำอะไรอีกแล้ว วราพรรณบอกว่าพรุ่งนี้ชีวิตคงเหมือนเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่กัน
นับดาวพูดอย่างรู้สึกผิดว่า ต่อไปตนก็ไม่ต้องทำร้ายใครอีกแล้ว ไม่ว่าเป็นไทหรือยูกิ วราพรรณติงว่าอย่าโทษตัวเองให้มากนักเลย
“แต่การที่แกโยนความผิดทุกอย่างให้เจ้านายแกมันก็ไม่ถูก ฉันเป็นคนเริ่มต้นเป็นยูกิเอง ไม่ใช่เพราะเจ้านายแกสั่ง แล้วเจ้านายแกก็ไม่รู้เรื่องว่ายูกิอยู่ไหนด้วย”
“เอาน่า...หยวนๆไหนๆก็ก่อการร้ายแล้ว มันก็มีผลกระทบอื่นๆพ่วงมาด้วย ไม่เห็นจะเป็นไร”
“แต่ความรู้สึกผิดของฉันมันไม่หายไปหรอกนะ” นับดาวเอาหน้าซุกหมอนอย่างรู้สึกละอายต่อบาป วราพรรณมองดูเพื่อนแล้วก็กลุ้มใจ
ooooooo
เหมือนต้องการจะปิดฉากทุกอย่างที่ผ่านมาลงในคืนนี้ นับดาวเอาข้าวของทั้งหมดของยูกิรวมทั้งพาสปอร์ตด้วย เก็บใส่กระเป๋าเดินทางของเธอที่เอามาจากโรงแรม จัดเก็บเสร็จปิดกระเป๋า มองกระเป๋าเหมือนบอกเจ้าของว่า
“ฉันคืนชีวิตให้เธอแล้วยูกิ”
คืนนี้เอง ขณะนั่งดูทีวี มีการประกาศรายชื่อผู้โชคดีในรายการชิงโชคหมากฝรั่งที่นับดาวส่งไป ปรากฏว่าเธอคือผู้โชคดีคนหนึ่ง นับดาวดีใจมากที่จะได้รับตั๋วเครื่องบินไปเชียงใหม่กับแพนเค้กตามที่ได้ ประกาศไว้ รจนาดีใจด้วย ถามว่าเมื่อไหร่หรือ
รุ่งขึ้น เมื่อไปติดต่อที่สำนักงานหมากฝรั่ง เจ้าหน้าที่บอกว่าพรุ่งนี้ ทั้งย่าหลานต่างงงถามว่าแล้วใครจะเตรียมตัวทัน เจ้าหน้าที่แนะนำอย่างไม่ยินดียินร้ายว่า ถ้าไม่ไปสละสิทธิ์ก็ได้ ซ้ำยังแจ้งว่า แพนเค้กก็ไม่ได้ไปด้วยเพราะติดงานกะทันหัน แต่ทางสำนักงานก็ได้ชดเชยให้ด้วยการอัพเกรดเรื่องที่พัก ตั๋วเครื่องบิน และสถานที่ท่องเที่ยวให้แล้ว
“ไม่มีใครพร้อมแล้วทำไมไม่เลื่อนล่ะ” รจนาเริ่มหงุดหงิด
“ถ้าต้องเลื่อนทางเราก็ไม่พร้อมค่ะ จริงๆทางเราก็ต้องขอโทษด้วย จริงๆทางเราจะมีพ็อกเกตมันนี่ให้เป็นค่าชดเชยด้วย ก็เหมือนว่าไปเที่ยวครั้งนี้ไม่ต้องใช้เงินแถมกินอยู่อย่างราชา ถ้าทางคุณไม่พอใจ...”
“ไปค่ะไป” นับดาวรีบบอกก่อนที่เจ้าหน้าที่จะพูดจบ
เมื่อออกมารอรถเมล์กลับบ้าน รจนาถามว่าไปเอาทำไม ไม่ทำตามเงื่อนไขสักอย่าง บอกว่าย่าจะไปร้องเรียนสมาคมคุ้มครองผู้บริโภค นับดาวหว่านล้อมย่าว่ามันไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะเราก็ไม่ต้องไปลางานกับใครอยู่แล้ว
“มีสิ พรุ่งนี้ย่าได้รับเชิญให้ไปขึ้นคอนเสิร์ตใหญ่ในรอบ 20 ปีของวงพอสสิเบิ้ล ลองคิดดูสิ วงพอสสิเบิ้ลนะ แล้วย่าได้ไปเป็นแขกรับเชิญ ย่าจะปล่อยโอกาสนี้ไปได้ยังไง”
นับดาวบอกย่าว่า เลือกเอาแล้วกันว่าจะไปเชียงใหม่หรือจะไปร้องเพลงกับพอสสิเบิ้ล รจนายังไม่ตอบแต่ท่าทางคิดหนัก
สุดท้ายรจนาตัดสินใจไม่ไป เพราะโอกาสที่จะได้ขึ้นเวทีใหญ่ๆไม่ง่าย นับดาวบอกว่าย่าไม่ไปตนก็ไม่ไป
“ไปเถอะ...ไปพักผ่อน เราน่ะเจอเรื่องร้ายมาเยอะแล้ว ไปล้างมันออกเสียบ้าง”
นับดาวนิ่งไปอย่างเห็นด้วยกับย่า...
ooooooo
เมื่อต้องหาพาสปอร์ตมาแสดงแก่ทางสนามบิน ยูกิคิดจะกลับไปหาที่บริษัทของเป็นไท ขณะทั้งสองนั่งพักอยู่ที่ลานกลางห้างนั้น มีคนจำยูกิได้ ถามกันว่าเป็นยูกิตัวจริงหรือตัวปลอม ยูกิเลยชวนยามาดะรีบออกไปกันดีกว่า
เพื่อจะช่วยพลิกสถานการณ์ให้เป็นไท วราพรรณออกเดินตามหายูกิตามห้างเผื่อฟลุก พลันเธอก็ชะงักมองยูกิ พึมพำว่า
“นั่นมัน...ไอ้นับดาวนี่ จะรีบไปไหนของมันวะ เฮ้ย...นับดาว...” วราพรรณแหวกผู้คนจะไปหายูกิ แต่ตามไม่ทัน นึกฉุนนับดาวว่า “ไม่ทักเพื่อนเลยนะแก เดี๋ยวเจอคราวหน้าล่ะจะด่าให้เละเลย”
ฝ่ายยูกิบ่นกับยามาดะว่า ผู้หญิงเมื่อกี้พยายามเรียกตน ยามาดะคิดว่าคงเป็นพวกบ้าดารากระมัง แต่ยูกิคิดลึกกว่านั้น ถามว่า
“มันเกิดอะไรขึ้นตอนที่เราหายไปกันแน่ ที่ซีซีบอกจะไปแฉยูกิตัวปลอมคืออะไร แล้วคนเมื่อกี้เขาเรียกชื่อฉันว่าอะไรนะ”
“นับดาว” ยามาดะบอก ยูกิพึมพำว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตตนและนับดาวคนนั้น...
ooooooo
รุ่งขึ้น นับดาวออกเดินทางแล้วคลาดกับวรา-พรรณนิดเดียว พอวราพรรณมาถึงก็บ่นกับย่าว่า เมื่อวานเจอนับดาวที่ห้างไม่ยอมทักกันเลย ส่วนรจนาก็ดีใจบอกว่านับดาวไม่อยู่ มาก็ดีแล้วมาเป็นผู้ช่วยย่าหน่อย วราพรรณยินดีเพราะตกงานอยู่พอดี
รจนายืนยันว่า เมื่อวานนับดาวไม่ได้ไปไหน เพราะจัดกระเป๋าทั้งวัน ทำให้วราพรรณฉุกคิดว่า ถ้าไม่ใช่นับดาวก็ต้องเป็นยูกิ! นึกได้ก็ขอตัววิ่งออกไปขี่มอเตอร์ไซค์ไปทันที บอกรจนาว่าเดี๋ยวกลับมา
วราพรรณไปเดินมองหายูกิในห้างอีก ใครที่มีเค้ายูกิก็เดินเข้าไปทัก เข้าไปถาม จนตัวเองก็ยังงงว่า ทำไมมองใครก็เห็นเป็นยูกิไปหมด
ยูกิไปที่ออฟฟิศของเป็นไท เธอดีใจมากที่เจอองอาจ แต่องอาจคิดว่าเธอคือนับดาว พอเห็นหน้าก็ถามทันทีว่ามาทำไมอีก เมื่อยูกิพยายามจะชี้แจง เขาก็ตัดบทว่า ไม่ต้องมาแอ๊บ! ไม่ต้องมาอธิบาย! ไม่ต้องมาพูดเลย!! องอาจด่าจนหนำใจแล้วไล่ไปให้พ้นเลย ไม่ต้องมาพูดอะไรอีกแล้ว
“นี่แกกล้าไล่ยูกิเหรอ” ยามาดะทนไม่ได้สะอึกเข้าไป แม้องอาจจะชะงักเมื่อได้ยินชื่อยูกิ แต่ก็ไม่เชื่อ กลับเชื่อว่ายามาดะถูกหลอกไปอีกคนแล้ว สุดท้ายไล่ “ไป...ไป...แล้วไม่ต้องกลับมาอีก”
ถูกไล่ตะเพิดขนาดนี้ ทั้งสองจึงออกมา ยูกิบอกว่าเราต้องหาทางพบเป็นไทให้ได้
พอยูกิกับยามาดะออกไป วราพรรณก็ขี่มอเตอร์ไซค์พุ่งเข้ามา พรวดไปหาองอาจทันที
“นี่คุณ...อ๋อ พอเพื่อนคุณพาคนมาพูดไม่สำเร็จ ก็เลยมาพูดอีกคนว่างั้น” องอาจเยาะเย้ย วราพรรณถามว่านับดาวมาพูดอะไร องอาจหาว่าเธอทำไก๋ จนเมื่อวราพรรณบอกว่านับดาวไม่อยู่แล้วจะมาพบเขาได้ยังไง
เช็กกันไปมาจึงรู้ว่าที่แท้เมื่อครู่นี้คือยูกิตัวจริง! วราพรรณวิ่งพรวดออกไป องอาจรีบวิ่งตามไป แต่ไม่เห็นยูกิแล้ว
ooooooo
ขณะนับดาวเดินอยู่ที่ถนนคนเดินนั้น ถูกวัยรุ่นที่คลั่งดารารุมกันเข้ามาหาด้วยความดีใจ แต่เธอกลัวเสียแล้วเลยวิ่งหนี ระหว่างนั้นทำกระเป๋าสตางค์ตกไม่รู้ตัว เธอถูกวัยรุ่นกลุ่มนั้นวิ่งตาม เป็นไทมาเจอคิดว่าเธอถูกทำร้ายจึงเข้าช่วย แต่พอเห็นว่าเป็นนับดาว ก็ถามอย่างชิงชังว่าตามตนมาทำไม
เมื่อถูกแสดงความรังเกียจ เกลียดชัง นับดาวรับไม่ได้โต้คืนไปบ้าง แต่พอแยกกันเดินไป ก็เดินมาจ๊ะเอ๋กันอีกจนได้
“นั่นไง คุณตามผมจริงๆ ผมจะบอกคุณให้ชัดเจนนะ คุณทำลายหน้าที่การงานของผม แล้วมันก็ไม่มีวิธีไหนที่คุณจะทำให้ความผิดนั้นหายไปได้ แค่การตามมาง้อนิดๆหน่อยๆ มันก็ไม่ได้ทำให้ผมเลิกเกลียดคุณหรอก”
คำว่า “เกลียด” นี้ บาดลึกเข้าถึงหัวใจนับดาว เธอประกาศตัดขาดกับเขา บอกให้ต่างคนต่างเดินหันหลังให้กัน แล้วเธอก็หันเดินออกไปอย่างไม่ลังเล ต่างหันหลังเดินจากกัน แต่ก็แอบหันมองกันคนละทีอย่างอดใจไม่ได้
เจ้ากรรม! ทั้งคู่พักโรงแรมเดียวกันอีก เมื่อกลับมาเจอกัน ต่างก็เซ็งจนบอกไม่ถูก
ooooooo
หลังจากตามหายูกิไม่เจอแล้ว วราพรรณก็กลับมาเป็นผู้ช่วยของรจนาในงานคอนเสิร์ต รจนาถูกนักข่าวขอสัมภาษณ์ ทั้งสองมองหน้ากันอย่างกังวล แต่เชื่อว่าถึงวันนี้ไม่ให้สัมภาษณ์ วันหน้าก็ต้องเจออยู่ดี รจนาจึงตัดสินใจให้สัมภาษณ์
คำถามแรกที่ถูกถามคือ “อยากทราบเกี่ยวกับประเด็นการปลอมตัวเป็นยูกิ คุณรจนามีส่วนเกี่ยวข้องด้วยใช่ไหม” รจนาตอบทันทีว่าขอไม่ตอบเรื่องอื่นที่ไม่เกี่ยวกับคอนเสิร์ต
ปรากฏว่า ไม่กี่คำถามที่นักข่าวสัมภาษณ์นั้น รจนาตอบไม่ตรงประเด็นเลยสักคำถามเดียว นักข่าวต่างพากันเซ็งสุดๆ แต่ขณะกำลังจะพากันออกไปนั้น มีนักข่าวคนหนึ่งมายื่นนามบัตรให้วราพรรณบอกว่า
“ทางช่องของเราสนใจให้คุณไปเป็นผู้ประกาศข่าวประจำที่ช่อง หากคุณสนใจโทร.หาผมได้เลยนะ”
“ฉันเนี่ยนะ...เป็นผู้ประกาศข่าว?!?” วราพรรณยิ้มเต็มหน้าเป็นครั้งแรกในหลายวันมานี้
ooooooo
นับดาวใจหายวาบเมื่อกลับถึงโรงแรมแล้วรู้ว่ากระเป๋าสตางค์หาย กระนั้นก็ยังบอกกับตัวเองว่าเป็นตายอย่างไรก็จะไม่ไปยืมเงินจากเป็นไทเป็นอันขาด แต่ผ่านไปแค่ครึ่งวันก็หิวจนทนไม่ไหว เริ่มชะเง้อมองว่าเมื่อไรเป็นไทจะกลับมา ทั้งยังต้องอยู่อีกหลายวัน ถ้าไม่ง้อเขามีหวังอดตายแน่
พอเป็นไทกลับมาพร้อมอาหารเต็มสองมือ นับดาวหิวจัดพอได้กลิ่นอาหารก็เป็นลม เป็นไทเลยต้องอุ้มไปนอนที่เตียงตน แต่ก็ยังระแวงว่าเธอมารยา จนเมื่อนับดาวบอกว่ากระเป๋าสตางค์ตนหายไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน เป็นไทจึงให้กินอาหารของตน แต่มีข้อแม้ว่า กินคำหนึ่งต้องถอดเสื้อผ้าออกชิ้นหนึ่ง แต่พอนับดาวถามว่า ถ้าแก้ผ้าก็ให้กินหมดเลยใช่ไหม
“พอเลย หยุดเลย เชื่อแล้วว่าหิว” เป็นไทกลัวเห็นชีเปลือยเลยรีบห้าม โยนถุงอาหารให้
หลังจากกินอิ่มแล้ว นับดาวถามว่าจะไม่ให้ยืมเงินติดตัวหน่อยหรือ สัญญาว่าจะใช้คืนทั้งต้นทั้งดอก ถูกเป็นไทปฏิเสธอ้างว่า ไม่อยากเจอเธออีกเลยไม่ให้ยืม
“ถ้าคุณไม่อยากเจอฉันจริงๆ คุณก็ควรจะให้ฉันยืมนะ ไม่งั้นฉันก็จะต้องอยู่กับคุณตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่แน่ๆ ไม่งั้นฉันก็อดตาย”
เป็นไทถอนใจอย่างเหนื่อยหน่าย สุดท้ายก็เอาเงินให้ปึกหนึ่งบอกว่าให้เลยไม่ต้องเอามาคืนจะได้ไม่ต้องเจอกันอีก และให้เธออยู่โรงแรมเดิมตนจะย้ายออกไปเอง
นับดาวน้ำตาคลอเบ้า มองเป็นไทที่เดินห่างออกไปเรื่อย สุดท้ายก็ตัดสินใจวิ่งตามไปกอดเขาจากข้างหลังน้ำตาไหลพรั่งพรู พูดไปร้องไห้ไปว่า
“ฉันขอบคุณคุณมากๆนะ แล้วก็ขอโทษคุณมากๆด้วย จริงๆแล้วที่ฉันปลอมเป็นยูกิ ไม่ใช่เพราะใครทั้งนั้น ฉันทำของฉันเอง ไม่มีใครจ้าง คุณสังวรก็แค่เป็นหมากอีกตัวเท่านั้น ฉันไม่ต้องบอกคุณก็ได้ แต่ฉันไม่อยากรู้สึกผิดไปตลอดชีวิต แล้วอีกอย่างคุณคงไม่เกลียดฉันไปมากกว่านี้แล้ว คุณไม่ต้องหันมานะ คุณอยู่ในที่ของคุณ ไม่ต้องหนีไปไหน ฉันจะเป็นคนไปเอง”
พูดแล้วนับดาวคลายกอด ค่อยๆหันหลังเดินไปด้วยความเจ็บปวด เป็นไทยืนนิ่งไม่หันมา แต่พอเขาหันมาก็ไม่เห็นนับดาวแล้วจริงๆ เขารู้สึกใจหายไม่น้อย...
จนค่ำเขามารับกุญแจที่เคาน์เตอร์ อดถามถึงห้องที่นับดาวพักไม่ได้ พนักงานบอกว่าเช็กเอาต์ไปแล้ว เขาได้แต่พยักหน้าเศร้าๆ
ooooooo
ที่สนามบินสุวรรณภูมิ องอาจมารับเป็นไทด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส เขาบอกว่าทุกคนเต็มใจรอเขากลับมาอยู่
วันเดียวกัน นับดาวก็กลับมาถึงบ้าน เธอได้ข่าวดีว่า ย่ามีคิวร้องเพลงยาวเหยียด ส่วนวราพรรณก็คุยอวดว่าตนได้งานใหม่แล้วเป็นผู้ประกาศข่าวออกทีวี นับดาวแสดงความยินดีที่ทั้งสองคนได้เป็นอย่างที่อยากเป็นแล้ว
“แกก็ได้เป็นอย่างที่ฝันเหมือนกันนะเว้ย มีคนอยากสัมภาษณ์แกออกรายการเต็มไปหมด แถมยังมีคนอยากเอาแกไปเล่นหนังด้วย ดังใหญ่แล้วนะแกน่ะ”
นับดาวบอกว่าตนไม่อยากเป็น วราพรรณติงว่าเขาสนใจเธอในนามนับดาวไม่ใช่ยูกิ นับดาวก็ยังไม่อยากเอาทั้งนั้น
“แต่แกอยากดังมาตลอดชีวิตแกเลยนะ”
“ถ้าฉันดังแล้วต้องมีคนล้มเหลว ฉันไม่เอาดีกว่า”
วราพรรณบอกว่าถ้าหมายถึงยูกิละก็ ตนกำลังใกล้เจอตัวแล้ว ถ้าเราเจอยูกิเมื่อไหร่ ส่งให้เป็นไทกู้สถานการณ์ได้ทันที นับดาวดีใจถามว่าเจอแล้วหรือ จึงรู้ว่ายังไม่เจอแต่เฉียดๆ แต่แน่นอนว่ายูกิไม่ตายหรือหายสาบสูญ แล้วบอกอย่างเป็นต่อว่า
“อีกอย่าง เขายังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นแหละ เพราะนี่...กระเป๋า พาสปอร์ตเขาอยู่ที่นี่ยังไงเราก็ยังมีหวัง”
“จริงเหรอแก แบบนี้คุณไทก็มีโอกาสอีกน่ะสิ” นับดาวมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที
ooooooo
แพรวไพลินยังตามวอแวเป็นไทไม่หยุด ติดตามการเคลื่อนไหวของเขาทุกฝีก้าว วันนี้เป็นไทออกไปยืนดื่มกาแฟที่ระเบียงคอนโดฯ เธอก็ยังมายืนโทร.ตอแยเขาที่หน้าคอนโดฯ จนเป็นไทต้องรีบลงมาขับรถออกไป
ไคคุงมาดักอยู่แล้ว เมื่อเป็นไทขับรถไปเขาขับตาม ขับปาดหน้ากันอย่างท้าทาย สุดท้ายเป็นไทจอดรถลงไปถามว่า ทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร ไคคุง พูดกวนประสาทว่า แค่หยอกล้อเล็กๆน้อยๆ
ไคคุงถามว่ายูกิอยู่กับเขาใช่ไหม เมื่อเป็นไทปฏิเสธว่าตนไม่รู้เรื่อง ไคคุงไม่เชื่อโมโหจนชักปืนออกมาจ่อ แพรวไพลินเห็นดังนั้นเปิดประตูรถกระแทกไคคุงจนปืนกระเด็น เป็นไทพุ่งไปหยิบปืน พลิกสถานการณ์ทันที เขายิงเฉียดเท้าไคคุง แล้วบอกให้รีบไปเสีย นัดต่อไปตนไม่พลาดแน่ ในที่สุดไคคุงก็หนีไปด้วยความแค้น
แต่เมื่อเป็นไทกลับมาที่รถ เจอแพรวไพลินรออยู่ในรถแล้ว พอเขาเข้าไปเธอก็ทำเป็นลมซบในอกเขา แต่เมื่อเขาพาไปส่งที่บ้าน เธอไม่ยอมให้เขากลับ เป็นไทถามว่าเธอแกล้งเป็นลมหรือ เธอยิ้มระรื่นบอกว่าตนไม่ได้บอกสักคำว่าเป็นลม แล้วชวนสนุกกันเพราะห่างหายกันไปนานแล้ว
เป็นไทลากแพรวไพลินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดน้ำฝักบัวฉีดใส่บอกว่าหัวเธอมีแต่เรื่องสกปรกต้องล้างให้สะอาด ถามว่าหายบ้าแล้วหรือยัง
แพรวไพลินบอกว่า ตนทำทุกอย่างเพราะรักเขา เป็นไทสวนไปว่า
“เธอรักตัวเองมากกว่า” แพรวไพลินบอกว่าไม่จริง วันนี้ตนทำเพื่อช่วยชีวิตเขาแท้ๆ “จริงสิ เธอเห็นฉันเป็นแค่สมบัติข้าวของของเธอ เธอไม่เคยแคร์เลยว่าฉัน จะรู้สึกยังไง”
“พี่ไท!”
“ใช่ ฉันเชื่อ “เป็นไท” แปลว่าเป็นอิสระ! ฉันไม่ต้องการเป็นทาสของใคร เพราะคนที่มีหัวใจเป็นอิสระเท่านั้น ถึงจะรู้จักรักเป็น” พูดแล้วเป็นไทเดินออกจากห้องไปเลย
“พี่ไท! พี่จะทำกับแพรวอย่างนี้ไม่ได้ แพรวไม่มีวันเลิกรักพี่ ได้ยินไหม! ไม่มีวัน!!”
ooooooo
สังวรถูกนำตัวไปคุมขังที่โรงพัก จนเมื่อจ่ามารายงานสารวัตรว่า ส่งคนไปค้นหาทั้งบ้าน ออฟฟิศ คอนโดฯ ทุกที่ที่เป็นสมบัติของสังวรหมดแล้ว แต่ไม่มียูกิอยู่เลย
“มีก็บ้าแล้ว คนบอกว่าไม่รู้เรื่องก็จะยัดข้อหาอยู่ได้” สังวรหัวเราะเยาะผ่านลูกกรงออกมา
ในที่สุดสารวัตรก็ต้องสั่งปล่อยสังวร พอจ่าไขกุญแจห้องขัง สังวรดี๊ด๊าออกมาจนสะดุดขาตัวเองเกือบล้ม แต่พอ ออกมาแล้ว ก็คำรามอย่างแค้นใจ
“ยายวราพรรณ ฉันจะพลิกแผ่นดินหาแก!”
ooooooo
วันนี้ เป็นไทได้รับโทรศัพท์ที่โทร.เข้าห้องทำงาน เขา ฟังปลายสายจบก็หน้าเครียด องอาจถามว่า มีอะไรให้ตนช่วยหรือเปล่า
“คงช่วยอะไรไม่ได้แล้วล่ะ ทางต้นสังกัดโทร.มาขอยกเลิกคอนเสิร์ต พร้อมกับให้ส่งตัวยูกิกลับไปภายในอาทิตย์นี้”
องอาจถามว่า อยากจะหาใครมารับผิดชอบงานนี้ ไหม คือจะฟ้องสังวรหรือจะ...
“ช่างเถอะ คนที่เล่นเกมแพ้ ก็ต้องยอมรับ” เป็นไทตัดบท องอาจติงว่า แต่มันอาจทำให้เราได้เงินจากทางอื่น “ผมไม่สนใจเรื่องเงินหรอก ผมสนแค่สิ่งที่ผมสร้างมาตลอดเวลาหลายปีนี่ต่างหาก ซึ่งไม่ว่าใครก็เรียกมันกลับคืนมาไม่ได้”
เป็นไทพยายามตัดความรู้สึก บอกองอาจว่าขอออกไปเดินเล่นก่อน ถ้ามีอะไรก็โทร.เข้ามือถือก็แล้วกัน
“ครับ” องอาจมองตามเป็นไทที่เดินออกไปหงอยๆ อย่างเห็นใจ...
ooooooo
เพื่อจะเข้าไปตามหายูกิในออฟฟิศของเป็นไทโดยไม่ถูกไล่ออกมา วราพรรณแนะให้นับดาวปลอมเป็นคนส่งพิซซ่าเข้าไป
ยูกิเองก็ต้องการให้เรื่องวุ่นๆนี้จบเสียที บอกยามาดะว่าตนต้องเจอเป็นไทให้ได้ แต่ถ้าบังเอิญเจอข้างนอกได้ก็จะง่ายกว่าเยอะ
แล้วก็บังเอิญได้เจอกันจริงๆเมื่อยูกิเห็นเป็นไทนั่งดื่มกาแฟอยู่ในห้างจึงเข้าไปทัก เป็นไทนึกว่าเป็นนับดาว เขาบอกว่า
“ผมไม่อยากอยู่ใกล้คุณแล้ว ไม่อยากเจอคุณอีกแล้ว” พูดแล้วเดินหนีไปเลย
ยามาดะบอกยูกิว่าเรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตนเพราะตนถนัดอยู่แล้ว ว่าแล้วรีบวิ่งตามเป็นไทไป
ปรากฏว่ายามาดะวิ่งตามไปเกิดสะดุดขาตัวเองล้มเป็นจังหวะที่เป็นไทขึ้นรถขับออกไปพอดี เลยเดินหน้าแหยกลับมาขอโทษยูกิ เธอบอกว่าไม่เป็นไร ตนจะตามไปที่ออฟฟิศ ยังไงก็ต้องคุยกับเขาให้ได้
ส่วนเป็นไทกลับถึงออฟฟิศก็สั่งประชาสัมพันธ์ว่าถ้ามีคนหน้าตาเหมือนยูกิมาหาตนอย่าให้เข้าไปข้างใน
แต่พอเป็นไทคล้อยหลังเข้าไปเท่านั้น ยูกิก็มาถึง เธอถูกประชาสัมพันธ์สกัดไว้บอกว่าเป็นไทไม่อยู่ ยูกิยืนยันว่าตนเห็นรถของเขาจอดอยู่ แนะนำตัวเองว่า ตนคือยูกิที่จะมาแสดงคอนเสิร์ตกับบริษัทของเป็นไท
“มันล่มไปหมดแล้วค่ะ เชิญพวกคุณออกไปดีกว่า” ประชาสัมพันธ์กันไว้เต็มที่
เมื่อรู้ว่าคอนเสิร์ตล่ม ยูกิเดินออกไปอย่างใจหาย ยามาดะรีบตามไป พอดีองอาจออกมาถามประชาสัมพันธ์ว่ามีเรื่องอะไรกันหรือ เธอบอกว่าเป็นไทสั่งไว้ว่าถ้ามีคนหน้าเหมือนยูกิมาอย่าให้เข้าร้าน องอาจถามว่าเขามาจริงหรือ ประชาสัมพันธ์บอกว่าตอนนี้เขาไปแล้ว
องอาจใจหายถามว่า แล้วเธอรู้หรือว่าคนไหนตัวจริงคนไหนตัวปลอม แล้วสั่งว่าต่อไปถ้าใครก็ตามที่บอกว่าตัวเองเป็นยูกิก็ให้โทร.บอกตน แล้วองอาจก็รีบเดินออกไปหน้าร้านมองหายูกิ เจอแต่นับดาวที่ปลอมเป็นคนส่งพิซซ่า เขามองๆแล้วอนุญาตให้เข้าไปได้
ooooooo
เป็นไทเข้าไปในห้องทำงานเจอแพรวไพลินมานั่งรออยู่แล้ว เธอเสนอว่าจะให้เขายืมเงินอีกสักก้อนมาปั้นโปรเจกต์ใหญ่ๆขึ้นมาเอง เป็นไทยังเจ็บไม่หายที่แพรวไพลินร่วมมือกับสังวรทำลายงานคอนเสิร์ตของตน นอกจากไม่ยืมเงินใหม่แล้วยังบอกว่าจะหาเงินมาคืนเธอโดยเร็ว เพราะตนเกลียดสัญญาที่ต้องเอาตัวเข้าแลกฉบับนี้เต็มทนแล้ว
แพรวไพลินตัดพ้อว่าตนไม่ดีตรงไหนเขาถึงรักไม่ได้ พอดีนับดาวเข้ามา เป็นไทบอกแพรวไพลินว่าตนเป็นเกย์แล้วคว้านับดาวที่ปลอมเป็นหนุ่มส่งพิซซ่าเข้าไปจูบอย่างดูดดื่ม ทำเอานับดาวตกใจตาค้าง
แพรวไพลินช็อกกับพฤติกรรมของเป็นไท เธอเดินมึนๆออกไปจากห้อง ส่วนนับดาวพอเป็นไทปล่อยก็ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้น เป็นไทรีบขอโทษ พอนับดาวตั้งสติได้ก็ลุกวิ่งออกไป คราวนี้เป็นไทเลยเป็นฝ่ายงงว่าเกิดอะไรขึ้น
นับดาวกลับถึงบ้านในสภาพที่ยังช็อกๆอยู่ พอวราพรรณรู้ว่าไม่เจอยูกิก็ยุให้ไปใหม่เชื่อว่ายังไงก็ต้องเจอเข้าสักวันแน่ๆ นับดาวไม่อยากไปเจอหน้าเป็นไทอีกแล้วบอกให้วราพรรณไปแทนก็แล้วกัน
“แต่ถ้าแกอยากช่วยเขา แกต้องทำ ยูกิคือทางออกเดียวที่แกจะช่วยเขาได้ตอนนี้นะ” ระหว่างนั้นเห็นนับดาวเอามือจับปากตัวเองบ่อยๆถามว่าปากไปโดนอะไรมา
“เปล่านี่” นับดาวปฏิเสธหน้าแดงไม่กล้าสบตาเพื่อน
ooooooo
เป็นไทเอง พอจูบนับดาวแล้วก็เอาแต่คอยลูบปากตัวเอง จนองอาจถามว่าเป็นอะไร เป็นไทถามว่าถ้าคนไม่ใช่เกย์จูบผู้ชายด้วยกันจะเป็นอย่างไร องอาจบอกว่าขยะแขยง เขาถามอีกว่าแล้วถ้ารู้สึกดีล่ะ องอาจฟันธงว่าเป็นเกย์แน่นอน!
ซักไปถามมาเป็นไทก็ยังไม่ได้รับคำตอบที่ทำให้ตัวเองรู้สึกดี บอกว่าตนอยากได้คำตอบที่มันชัวร์กว่านี้
“คุณไทมีใครสักคนที่คิดถึงแล้วอยากเจอเขาอยู่ตอนนี้รึเปล่าล่ะ” องอาจท่าทางเป็นเรื่องเป็นราวขึ้น
“ถ้ามี?”
“ลองไปหาเขาสิ ไปฟังว่าหัวใจเราเต้นเป็นยังไง คุณไทจะรู้คำตอบเอง”
คำแนะนำนี้ ทำให้เป็นไทเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างเหมือนคิดอะไรอยู่ในใจ...
ooooooo
ค่ำนี้ เป็นไทไปจอดรถซุ่มที่หน้าบ้านนับดาว รู้สึกใจตัวเองเต้นแรงผิดปกติ พอดีวราพรรณขี่มอเตอร์-ไซค์กลับมาถึงบ้าน เขารีบขับรถหนีไปทันที เธอ
บอกนับดาวว่าเห็นรถใครไม่รู้มาซุ่มอยู่หน้าบ้าน นับดาววิ่งออกไปดูทันทีแต่ไม่เห็นรถแล้ว วราพรรณถามว่าเป็นไทหรือเปล่า เห็นเพื่อนเงียบเลยถามว่าเคยบอกหรือยังว่ารู้สึกอย่างไรกับเขา
“ฉันจะไปพูดแบบนั้นได้ยังไง เราทำอะไรกับเขาไว้ รู้ตัวซะบ้าง” วราพรรณบอกว่าถ้าเป็นตน จะบอก เพราะมันไม่มีอะไรจะเสียอีกแล้ว ดีกว่าไม่ทำอะไรเลย นับดาวถามอย่างคิดไม่ตกว่า “แกอยากเห็นฉันทรมานไปมากกว่านี้รึไง คนเราไม่สามารถพูดทุกสิ่งที่คิดได้หรอกนะ”
ทั้งนับดาวและเป็นไท ต่างคิดถึงรสจูบและเฝ้าลูบปากตัวเองอย่างลืมไม่ลง...
ooooooo
ส่วนแพรวไพลินเสียใจที่เป็นไทบอกว่าตนเป็นเกย์ ไปดื่มในผับจนเมา ไคคุงมาเจอถามเยาะเย้ยว่าถูกเป็นไททิ้งมาใช่ไหม แล้วเดินไปอย่างไม่แยแส
แพรวไพลินไล่ตามไปอย่างเจ็บใจ บอกไคคุงว่าตนไม่ได้โดนทิ้ง แต่เป็นไทบอกว่าเขาเป็นเกย์ต่างหาก ไคคุงบอกว่าตนเป็นผู้ชายด้วยกันดูกันออก รับรองว่าเป็นไทไม่ได้เป็นเกย์ แต่เพราะเขารักยูกิไม่ได้รักเธอต่างหาก แพรวไพลินโกรธจัดจะตบหน้าเขา ถูกไคคุงรวบมือแล้วผลักล้มลง หัวเราะเยาะถามว่า
“อยากตายแล้วใช่ไหม” แพรวไพลินท้าว่าให้ฆ่าตนเลยสิ ตนไม่อยากอยู่แล้วเหมือนกันไคคุงสวนไปว่า “นั่นแหละฉันถึงไม่อยากฆ่าเธอไง...อยู่อย่างพ่ายแพ้ มันทรมานกว่าเยอะ!”
แพรวไพลินเอามือปิดหูแผดเสียงกรี๊ดๆไล่ไคคุงไปให้พ้น ไคคุงระเบิดหัวเราะอย่างสะใจขณะเดินออกไป
ooooooo
เป็นไทหาทางสื่อให้นับดาวรู้ถึงปรารถนาของตน เขาเอาดอกแคใส่กรวยไปเสียบไว้ที่ลูกกรงประตูบ้านอย่างที่เคยทำ นับดาวเห็นกรวยดอกแค แน่ใจว่าต้องเป็นเป็นไทแน่ๆ เธอรีบวิ่งออกไปดู แต่ไม่เห็นใครแล้ว...
ส่วนเป็นไท เสียบกรวยดอกแคไว้แล้วก็เดินไปขึ้นรถที่จอดอยู่กลางซอย เจอสังวรที่แค้นใจหาว่าเขาเป็นพวกเดียวกับนับดาวใส่ร้ายจนตนต้องติดตะราง จึงไปดักทำร้าย เป็นไทจำต้องต่อสู้เพื่อป้องกันตัว
จังหวะที่เป็นไทเพลี่ยงพล้ำนั้น นับดาววิ่งมาเจอพอดี เธอคว้าไม้หน้าสามฟาดสังวรจนวิ่งหนีไป เป็นไทลุกขึ้นขอบใจคนที่มาช่วยตน พอเห็นหน้าเต็มตา เขาอุทาน “นับดาว!”
นับดาวบอกให้เขากลับไปเสียและไม่ควรมาที่นี่อีก บอกเขาอย่างเจ็บปวดว่า
“ฉันทำให้คุณเสียชื่อเสียง ฉันหลอกลวงคุณ ที่สำคัญที่สุด คุณเกลียดฉัน จากนี้ไป คุณกับฉันเป็นได้แค่คนแปลกหน้าที่ไม่น่าบังเอิญมาเจอกันอีก...ลาก่อน...”
นับดาวหันหลังเดินจากไป เป็นไทมองตามอย่างเจ็บปวด น้อยใจ จนเธอเดินไปลับตา เขาจึงตัดสินใจหันหลังเดินไป ต่างเดินมุ่งหน้าไปในระยะที่ห่างไกลกันออกไปทุกที...ทุกที...
ooooooo










