ตอนที่ 11
คอสตูมยังรออยู่หน้าห้อง นับดาวร้อนใจไม่รู้จะทำอย่างไร เป็นไทบอกว่าก็ให้ออกไปกันแบบนี้แหละไม่เห็นจะเป็นไรเลย นับดาวไม่ยอมกลัวชื่อเสียงตนจะเสียหมด เป็นไทติงว่าชื่อเสียงยูกิต่างหาก ไม่ใช่ตัวเธอสักหน่อย
“แค่นี้ฉันยังไม่บาปพออีกรึไง จะต้องมีใครมาเสียหายเพราะฉันอีกใช่ไหม” นับดาวทำเสียงเข้มใส่ เป็นไทยิ้มกับความเป็นคนดีของเธอ
หาทางแก้ปัญหากัน จนนับดาวเหลือบเห็นกระสอบใส่เสื้อผ้าวางอยู่ เธอตัดสินใจให้เขามุดเข้าไปในกระสอบเสื้อผ้าแล้วรูดซิปปิดไว้
เปิดประตูให้คอสตูมเข้ามาดูแลการแต่งตัว คอสตูม
ชมว่าเธอใส่ชุดนี้แล้วเพอร์เฟกต์มาก เติมแอกเซสซารี่เข้าไปอีกยิ่งเลิศ
ระหว่างนั้นคอสตูมเห็นกระสอบเสื้อผ้า ถามว่าอะไร ใครเอามาวางเกะกะในห้อง จะให้คนไปเอาออกเกรงตัวเองจะถูกเป็นไทตำหนิว่าละเลยหน้าที่
นับดาวพยายามบอกว่าไม่เป็นไร ขู่คอสตูมว่าข้างหน้าเขาพร้อมแล้วเดี๋ยวเขามาเร่งจะโดนกันหมด คอสตูมเลยต้องหันมาเร่งแต่งตัวให้ แต่ยังอุตส่าห์เรียกป้าจิ๋มคอสตูมอีกคนให้ช่วยลากออกไป นับดาวเลยตัดสินใจวิ่งไปนั่งทับกระสอบบอกว่านั่งสบายได้พักขาหน่อย เพราะเดี๋ยวขึ้นเวทีต้องยืนอีกนาน
เป็นไทถูกนั่งทับหน้าเหยเกอยู่ในกระสอบ คอสตูมทำงานเสร็จ นับดาวขอนั่งพักอีกสักครู่ พอคอสตูมออกไปเธอรีบเปิดกระสอบ เห็นเป็นไทนั่งตัวงอคอพับอยู่ เธอถามว่าไม่เป็นไรใช่ไหม
“ท่ามันเหมือนคนไม่เป็นไรตรงไหนเนี่ย” เป็นไทย้อนถาม นับดาวบอกว่า ดูเก๋ออก “เก๋อะไรล่ะ คุณนั่งทับหัวผม”
“ปัญหาแค่นี้เรื่องเล็ก ไม่เห็นยากตรงไหนเลย” พูดแล้วก็ตรงเข้าล็อกคอเขาง้างมาในแนวตรงจนเป็นไทร้องลั่น ผลคือเป็นไทคอแข็งหันไม่ได้ จะมองซ้ายมองขวาก็ต้องหันทั้งตัว
นับดาวเดินออกไปเลย เป็นไทถามว่าทำแล้วจะไม่รับผิดชอบกันเลยหรือ นับดาวอ้างว่าถึงเวลาแล้ว ถ้าตนหลอกคนไม่ได้เนียนเดี๋ยวตกงาน เป็นไทเลยต้องเดินคอแข็งออกไปเซ็งๆ
ooooooo
เป็นไทออกไปนั่งคอแข็งดูการจัดเวที ครู่เดียวแพรวไพลินก็หิ้วถุงเข้ามาหลายใบ ตรงเข้ามาหอมแก้มเขาบอกว่าไปช็อปปิ้งฝรั่งเศสกับพ่อแม่เพิ่งกลับมาและซื้อของมาฝากมากมาย
แพรวไพลินจัดแจงเอาของฝากออกมาทีละชิ้น... ฝากตัวเขา ฝากพ่อเขาฝากแม่เขา องอาจนั่งมองอย่างอยากได้ พอชิ้นสุดท้ายคิดว่าต้องเป็นของตน แล้วก็ต้องเซ็งสุดขีดเมื่อเธอบอกว่า “ชิ้นนี้เป็นของแพรวเองค่ะ”
“ของฝากตัวเองจะถือมาทำไมวะน่ะ” องอาจแอบบ่นเซ็งๆ
ไม่นานนักสังวรก็มาถึง เป็นไทถามว่ามาทำไม วันจริงจะมีพรุ่งนี้ วันนี้ไม่ได้เชิญนักข่าวมา สังวรแขวะอยากมาดูหน้าคนพยายามจะทำงานใหญ่
“เสร็จแล้วก็ไปสิ ผมจะทำงานของผม”
สังวรด่าว่าจองหองเพราะเป็นไทนั่งหันหลังพูดโดยไม่หันมามองหน้า เป็นไทพยายามจะบอกว่าคอตนมีปัญหา แต่ถูกสังวรขัดขึ้นว่า
“ดี...งั้นฉันบอกใบ้ให้นะ ว่าแกจะทำจองหองได้วันนี้วันสุดท้าย ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ฉันจะคอยดูน้ำหน้าคนอย่างแก!”
สังวรเดินไปอย่างหัวเสีย แพรวไพลินวิ่งตามไปบอกว่าเดี๋ยวตนเคลียร์ให้เอง ส่วนเป็นไทยังนั่งคอแข็งอยู่พึมพำว่า
“หมายความว่า...สังวรอาจจะเป็นคนจ้างตัวปลอมงั้นเหรอ...แล้วพรุ่งนี้คืออะไร” เป็นไทสับสนไปหมด องอาจที่ยืนอยู่แถวนั้นก็งง เพราะไม่รู้ว่าเขาพูดเรื่องอะไรกัน
สังวรยังแค้นไม่หายหาว่าเป็นไทดูถูกตน พูดด้วยโดยไม่หันมองหน้า สั่งแพรวไพลินไปเอาตัวนับดาวมาตนอยากคุยด้วย แพรวไพลินบอกว่าเขาจะรันทรูกันอยู่แล้ว สังวรบอกว่าตนต้องการมั่นใจว่าพรุ่งนี้จะไม่มีอะไรพลาดเท่านั้น
แพรวไพลินไปเรียกนับดาว เธอไม่ยอมมาเพราะจะรันทรูอยู่แล้ว แต่พอคนอื่นเผลอแพรวไพลินก็ฉุดเธอไปจนได้
การแสดงเริ่มแล้ว แต่พอถึงคิวนับดาวกลับไม่มีเธอออกมา องอาจวิ่งหน้าตื่นมาบอกเป็นไทว่านับดาวหายไป! เป็นไทวิ่งออกไปด้านนอกทันที พยายามมองหานับดาวทั้งที่คอแข็งอยู่ ขณะผ่านหลืบหนึ่งเห็นนับดาว แพรวไพลิน และสังวรกำลังคุยกันอยู่ เป็นไทตกใจหลบแอบฟัง
ได้ยินสังวรถามนับดาวว่า เป็นไทจับเธอไม่ได้ใช่ไหมว่าเธอเป็นตัวปลอม นับดาวบอกว่าไม่ได้ สังวรพอใจ ในขณะที่แพรวไพลินใจคอไม่ดี กำชับทั้งสองคนว่า
“ถ้าเรื่องมันจบแล้ว อย่าบอกว่าฉันมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย เข้าใจไหม”
นับดาวร้อนใจถามว่าตนไปได้หรือยัง เพราะเขากำลังซ้อมใหญ่กันป่านนี้คงหาตนแย่แล้ว สังวรถามว่ายูกิตัวจริงที่เธอเอาไปเป็นอย่างไรบ้าง นับดาวตอบมั่วๆไปว่า “ก็ดี...สบายดี”
“จบเรื่องนี้แล้วส่งเธอคืนมาให้ฉัน ฉันจะจัดการเอง”
นับดาวรับคำส่งเดชแล้วขอตัว แพรวไพลินมองตามถามว่า “เราไว้ใจมันได้แน่นะ”
“เดี๋ยวเรื่องก็จบแล้ว มันไม่ทันได้ทำอะไรหรอก เพราะสิ่งที่ผมให้มันไปก็ไม่ใช่น้อย”
เป็นไทได้ยินทั้งหมด เขากำมือแน่นด้วยความเจ็บใจที่ถูกหักหลังจากคนใกล้ตัว!!
ooooooo
ค่ำแล้ว ขณะนับดาวออกมาเรียกแท็กซี่จะกลับบ้าน ถูกเป็นไทจับตัวขึ้นรถเขาไป ขณะนั่งในรถนับดาวถามว่าแค่ตนทำเขาคอเคล็ดก็ทำกันถึงขนาดนี้เลยหรือ มองเขาอย่างพินิจพิจารณาบอกว่า “ฉันก็เห็นว่าคุณดีขึ้นแล้วนี่”
“คุณเอายูกิตัวจริงไปไว้ไหน” เป็นไทตะคอก นับดาวบอกว่าตนไม่รู้ไม่เคยเจอยูกิตัวจริงด้วยซ้ำ “ผมรู้หมดแล้วว่าคุณทำงานให้ไอ้สังวร คุณก็รู้ว่าผมเกลียดมันขนาดไหน” ว่าแล้วเป็นไทขับรถฉวัดเฉวียนระบายอารมณ์จนนับดาวกลัว บอกให้จอดรถคุยกันดีๆดีไหม
เป็นไทไม่ยอมจอดรถ เมื่อถามถึงยูกิอีก นับดาวก็ตอบคำเดิม เขาเหยียบคันเร่งจนมิดรถพุ่งไปราวกับเหาะ
นับดาวกลัวมากบอกว่าตนรู้ว่ายูกิถูกจับตัวไปแต่ไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน เป็นไทไม่เชื่อหาว่าเธอนั่นแหละเป็นคนเอายูกิไปซ่อน
“ถึงฉันขี้โกหก ขี้อิจฉา แต่ฉันก็ไม่เลวขนาดต้องทำร้ายใครหรอกนะ ถ้าคุณคิดว่าฉันเลวนักก็ฆ่าฉันให้ตายไปเสีย เอาเลย!” เป็นไทนิ่ง แต่นับดาวเริ่มบ้าแล้ว ถามว่า “ทำไมไม่เร่งเครื่องอีกล่ะ จะได้ตายๆไปเสีย ถ้าคุณไม่ทำเดี๋ยวฉันทำเอง”
นับดาวอาละวาด เป็นไทตกใจจอดรถ บอกว่าตนไม่อยากตายด้วย เธอบอกว่างั้นตายคนเดียวก็ได้แล้วเปิดประตูรถลงไป
“ไปเลย อยากตายแบบไหนก็เลือกเอาเองเลย!!” เป็นไทตะโกนตามหลัง
พอนับดาวเดินหายไปจริงๆ เป็นไทก็เป็นห่วง ลงไปมองหาก็ไม่เจอ ขับรถตระเวนหาไปเรื่อยก็ไม่เห็น...
นับดาวเดินขึ้นสะพานลอยปรากฏว่าส้นสูงหักเลยถอดรองเท้าหิ้วเดินเท้าเปล่าขึ้นไป แต่พอมองลงไปข้างล่างใจก็ฝ่อทำไม่ลง เวลาเดียวกันนั้น รถของเป็นไทขับผ่านใต้สะพานลอยไป แต่เธอไม่เห็น เดินลงสะพานมาหงอยๆ
เป็นไทขับรถไปที่บ้านนับดาว บ้านปิดเงียบมืดสนิทเหมือนไม่มีใครอยู่ เขาจึงนั่งรอที่หน้าบ้าน ถูกยุงกัดก็ตบเอา
นับดาวไปนั่งที่ศาลาที่พักผู้โดยสารป้ายรถเมล์ ถือรองเท้าแกว่งไปมาหน้าตาโทรม วราพรรณขี่มอเตอร์ไซค์มาเจอ จอดรถรับไปถามว่าเป็นอะไรมากรึเปล่า นับดาวตอบได้คำเดียวว่า “มาก...” แล้วซบหน้ากับหลังเพื่อน ร้องไห้โฮๆ วราพรรณปลอบว่า
“บอกแล้วว่าอย่าไปใส่มาก ส้นสูงน่ะ อยู่สูงๆ เวลาตกมันเจ็บเหมือนกันหมดแหละ เกาะดีๆเดี๋ยวจะตกลงไปอีก”
ooooooo
เป็นไทรออยู่หน้าบ้านนับดาว จนได้ยินเสียงรถเข้ามา เขาบ่นว่ารอตั้งนานกว่าจะกลับมา เห็นร่าง หนึ่งเดินเซเมาๆมาก็เข้าไปประคอง ได้กลิ่นเหล้า เขาถามว่าเรื่องแค่นี้ทำไมต้องไปกินเหล้าด้วย
แล้วเป็นไทก็ผงะเมื่อถูกอ้วกใส่อีก เขาช่วยค้นหากุญแจในกระเป๋าจนเจอ เปิดประตูเข้าไป แต่พอเปิดไฟเขาแทบช็อก เพราะกลายเป็นรจนาไปฉิบ! เขาอุ้มรจนาไปนอนที่โซฟาหน้าทีวี รจนาเริ่มรู้สึกตัว พูดเสียงลิ้นไก่สั้น เมาๆ
“โทษที ปาร์ตี้หนักไปหน่อย นานๆจะมีงานใหญ่จ้างสักที” รจนาพยายามเพ่งมองเป็นไทพึมพำ “นี่คุณไม่ใช่หลานฉันนี่ งั้นตามสบายเลยนะ” พูดแล้วก็หลับไปเลย
“เดี๋ยวสิย่า...ตื่นมาคุยกันก่อน” แต่รจนาหลับไม่รู้เรื่องไปแล้ว เป็นไทบ่น “หลานก็หายย่าก็เมาเจริญล่ะครอบครัวนี้”
มีเสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น เขาเดินไปรับสาย ไม่ทันส่งเสียง ปลายสายก็พูดว่า
“ย่าเหรอ หนูเองนะ จะบอกว่าวันนี้หนูกลับดึกหน่อยนะ อยู่กับนุ้ยไม่ต้องห่วง”
เป็นไทถอนใจโล่งอกเมื่อรู้ว่านับดาวปลอดภัย...
ooooooo
ระหว่างพานับดาวมาส่งบ้านนั้น วราพรรณคาดคั้นถามว่าเธอรักเป็นไทใช่ไหม
“ตอนนี้ฉันว่าฉันจะรักเขารึเปล่ามันไม่สำคัญหรอก ยังไงเขาก็เกลียดฉันอยู่ดี อะไรที่มันเป็นไปไม่ได้ เราอย่าไปพูดถึงมันดีกว่า แกเป็นคนบอกฉันเองนี่ว่า อย่าฝันสูง ตกมาจะเจ็บ ตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ฉันกับเขาก็เดินกันคนละโลกแล้ว”
ฟังเพื่อนแล้ว วราพรรณเริ่มเห็นใจ เลยเลิกซักไซ้ พานับดาวมาถึงบ้าน เธอให้ส่งที่หลังบ้าน อ้างว่าเสียงดัง เดี๋ยวย่าตื่นเลยไม่เห็นรถของเป็นไท
นับดาวเข้าบ้านเห็นย่านอนที่โซฟาก็บ่นว่าทำไมมานอนตรงนี้ นํ้าท่าก็ไม่อาบ เห็นเสื้อผ้าแปลกๆกองอยู่ก็นึกว่าย่าพาเพื่อนมานอนด้วย แต่มองหาไม่เห็นใคร ห่มผ้าให้ย่าแล้วเดินขึ้นห้องตัวเอง
ที่แท้เป็นไทถือว่ารจนาอนุญาตตนให้ตามสบายแล้ว เลยเดินขึ้นไปที่ห้องนอนนับดาวหาได้เสื้อตัวใหญ่ก็เอามาเปลี่ยนตัวที่เปื้อนอ้วก เสร็จแล้วนอนที่เตียงนับดาว เผลอหลับไปเพราะความเพลีย
นับดาวเข้าห้องนอน โยนกระเป๋าไว้ที่โต๊ะแล้วโผทิ้งตัวนอนบนเตียงเพราะเพลียมาก กอดเป็นไทที่นอนอยู่คิดว่าเป็นหมอนข้าง เป็นไทรู้สึกตัวมองหน้านับดาวที่อยู่ใกล้หน้าตนแค่ฝ่ามือกั้นอย่างมีความสุข ค่อยๆเอาแขนเธอออกเพราะไม่อยากปลุก แต่นับดาวรู้สึกตัว ตกใจถามว่า “คุณ...มาไง ทำไมมานอนอยู่ในห้องฉัน!!”
เป็นไทบอกว่าตนแค่แวะผ่านมาแถวนี้ ถามว่าเธอไปไหนมากลับเสียดึก นับดาวกระแทกเสียงว่า
“ไปตายมาไง!”
เป็นไทรู้สึกผิดเอ่ยขอโทษเธอ นับดาวประชดว่าเขาไม่ได้รู้สึกผิดจริงๆหรอก เอะใจถามว่า หรือเขากลัวจะไม่มียูกิในงานพรุ่งนี้กันแน่ เป็นไทบอกว่าตนขอโทษในส่วนที่ตนผิด แต่เธอไม่เคยขอโทษในสิ่งที่ตัวเองทำผิด พูดแล้วเดินออกไปเลย นับดาวอยากจะตามไปใจแทบขาดแต่ไม่กล้า ได้แต่ร้องไห้เอ่ย “ขอโทษ” โดยไม่สนใจว่าเป็นไทจะได้ยินหรือไม่
เป็นไททำใจไม่ได้ย้อนกลับมาอีก พูดเหมือนจะปลอบใจว่า
“ถ้าคุณไม่รู้สึกว่าตัวเองผิด ก็ไม่จำเป็นต้องเสียใจกับคำพูดของผม เพราะผมก็แค่อยากจะมั่นใจว่าพรุ่งนี้ จะไม่มีอะไรผิดพลาด ถ้าคุณต้องร้องแทนยูกิ”
นับดาวยิ่งน้อยใจว่าที่แท้เขากลับมาเพราะห่วงงาน บอกเขาว่าไม่ต้องห่วง เพราะตนฝึกร้องเพลงยูกิจนขึ้นใจแล้ว เป็นไทเลยให้ร้องให้ฟัง
พอลงไปร้องที่ห้องนั่งเล่น นับดาวร้องไม่ออกประหม่ากับสายตาจับจ้องของเป็นไท เธอร้องทั้งหลงทั้งเพี้ยน เธอแก้ตัวว่าหูตนดับไปข้างหนึ่ง ฟังเสียงดนตรีไม่ถนัด แต่ตนอ่านปากได้บอกให้เขาช่วย เป็นไทจึงต้องท่องเนื้อเพลงเพื่อทำปากบอกขณะเธอร้อง
มีปัญหาอีกจนได้ เพราะนับดาวอ่านปากภาษาไทยได้ แต่พอเป็นภาษาญี่ปุ่นก็อ่านออกบ้างไม่ออกบ้าง เลยปิดตาแล้วคลำรูปปากเขาแทน เป็นไทใจเต้นไม่เป็นจังหวะกับความใกล้ชิดที่เห็นถึงความงามบนใบหน้าของนับ–ดาว เขาโน้มเข้าไปเหมือนจะจูบแต่กลับกระซิบบอกว่า “ฉันรักเธอนะ” แต่เจ้ากรรม! ดันไปกระซิบหูขวาที่หนวกสนิทของเธอ นับดาวเลยถามว่าพูดอะไร
“ผมพูดว่า...ช่างเถอะ มันเป็นคำที่เธอคงไม่มีโอกาสได้ยิน ถ้าพรุ่งนี้คุณไม่ไหว บอกผม ผมจะให้ลิปซิงก์” พูดแล้วเดินออกไปเลย ทำให้นับดาวยิ่งสงสัยว่า คำที่ตนไม่มีโอกาสจะได้ยินคือคำว่าอะไร?
ooooooo
วันนี้นับดาวตื่นลงมาเจอย่ากำลังนั่งดื่มน้ำขิงอยู่ ทักว่าวันนี้ตื่นสายเชียว ย่าบอกว่าเมื่อคืนดื่มหนักไปหน่อย เพราะงานที่จ้างย่าไปร้องเพลงเขาเลี้ยง ครั้นนับดาวถามว่าแล้วเมื่อคืนใครมาส่ง ถามว่าเสื้อผ้าที่กองอยู่นี่เป็นของใคร รจนาจำอะไรไม่ได้ รู้แต่ว่าคนที่มาส่งเป็นหนุ่มหล่อ นับดาวรู้ทันทีว่าคือเป็นไท
รจนาบอกนับดาวด้วยสีหน้าสดชื่นว่า ทุกครั้งที่ย่าได้ร้องเพลงย่ามีความสุขมาก
“หนูจะทำให้ความสุขนั้นอยู่กับย่านานที่สุด ถึงมันจะต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม” นับดาวบอกย่าเศร้าๆ
ooooooo
ยามาดะยังคงมุ่งมั่นกับหน้าที่ที่ซีซีจ้างมา หวังจะได้เงินก้อนโตงวดสุดท้ายของการทำงาน เมื่อยูกิถามว่าเขาต้องการเงินไปทำอะไรมากมาย ยามาดะบอกว่าเพราะเขาจนจึงต้องหาเงินให้ได้ทัดเทียมกับไคคุงเผื่อเธอจะหันมองบ้าง
“ถ้าฉันจะรักใคร ฉันก็จะรัก มันไม่ได้เกี่ยวกับเงินของเขาสักหน่อย คุณน่ะมันซื่อบื้อที่สุดเลย”
ยามาดะเอะใจถามว่า ที่เธอพูดหมายความว่าอย่างไร ยูกิเท้าความถึงจดหมายรักที่เขาเขียนให้ตั้งแต่เรียนอยู่ชั้นมัธยม ตัดพ้อว่า เขียนจดหมายแล้วก็หายไปเลย เธอยอมรับกับคนซื่อบื้อที่น่ารักคนนี้ว่า ตนรักเขาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว ทำให้ยามาดะดีใจจนช็อก ยูกิรีบเข้าประคองไว้อย่างห่วงใย
วันนี้ เป็นวันแห่งความหวังของไคคุงที่จะได้ตัวยูกิกลับคืน เป็นความหวังของสังวรที่จะได้เห็นความพินาศของเป็นไทในงานคอนเสิร์ตยูกิ และเป็นความหวังของแพรวไพลินที่จะได้เป็นไทกลับมา
แต่แพรวไพลินต้องผิดหวัง เมื่อเธอถูกเป็นไทไล่ให้อยู่ห่างๆตน เพราะเขารู้แล้วว่าเธอร่วมมือกับสังวรทำลายงานของเขา
ไคคุงพาพรรคพวกมาหลายคน สั่งให้ทุกคนเตรียม พร้อมรอคำสั่งตนที่ลานจอดรถ
ส่วนสังวรคอยจังหวะที่จะขึ้นเวทีไปฉีกหน้ากากเป็นไท โดยการสัมภาษณ์นับดาวท่ามกลางแฟนคลับ!
เมื่อขึ้นเวที นับดาวร้องเพลงได้อย่างเพราะพริ้ง สะกดทั้งเป็นไท สังวร และไคคุงจนเคลิ้มอยู่ในภวังค์ เมื่อร้องเพลงจบท่ามกลางเสียงปรบมือชื่นชมจากแฟนเพลงแล้ว สังวรขึ้นสัมภาษณ์ด้วยตัวเองอย่างหมายมาดสะใจว่า จุดจบของเป็นไทมาถึงแล้ว!
นับดาวร้อนรนกระวนกระวายใจที่ไม่เห็นวราพรรณ โผล่มาเลย!
ooooooo
ยูกิร้อนใจที่ยามาดะดีใจจนช็อก เธอพยายามปลุกเขากลัวซีซีมาถึงแผนการทุกอย่างจะล้มเหลวหมด แต่ก็ยังใจชื้น ที่เมื่อวานนี้เธอได้ยินซีซีคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องน้ำว่า พรุ่งนี้ 10 โมงเช้าตนจะทำให้ตัวปลอมยูกิเผยโฉมหน้าออกมา ยูกิจึงแอบไปหมุนเข็มนาฬิกาข้อมือของซีซีถอยหลังไป 2 ชั่วโมง
“ป่านนี้ไม่รู้ซีซีรู้รึยังเนี่ยว่านาฬิกาไม่ตรง ขอให้ไป งานไม่ทันเถอะ...นี่ตื่นซะทีสิ...โอ๊ย...” ยูกิร้อนใจมาก
ฝ่ายซีซีขับรถพึมพำอย่างสบายใจว่า “ฉันจะบอกให้ทุกคนรู้ให้หมดว่า ยูกิที่ทุกคนเห็นเป็นตัวปลอม คราวนี้ แกก็จะหายสาบสูญไปจริงๆเสียที” พอก้มดูนาฬิกาข้อมือก็สบายใจ “อุ๊ย เพิ่งจะเก้าโมงงานยังไม่เริ่มเลย ฉันไปถึงก็พอดี”
แต่ที่ห้องจัดงานในโรงแรม สังวรรอวราพรรณไม่เห็นมาก็จะลงมือลุยเอง เมื่อพิธีกรเชิญสังวรในฐานะแฟนคลับให้ขึ้นไปสัมภาษณ์นับดาว ทั้งสังวรและนับดาวต่างมองหาวราพรรณแต่ไม่เห็น แต่เวลาไม่คอยใคร เมื่อถึงเวลางานก็ต้องดำเนินไป
สังวรเดินขึ้นเวที หันไปถามแฟนคลับอย่างลำพองใจว่า “มีใครดูออกบ้างรึเปล่าว่ายูกิคนนี้แปลกไปจากเดิม พูดไทยสำเนียงญี่ปุ่นเก่งเกินคาด ท่าทางการเดิน เนื้อเสียง ทำไมรู้ไหมครับ...”
องอาจและเป็นไทรู้ถึงสถานการณ์ที่ไม่ปกติ องอาจสั่งปิดไมค์ตัวที่สังวรถืออยู่ทันที ในขณะที่คนในห้องจัดงานวิพากษ์วิจารณ์กันแซด ไคคุงเองก็งงๆ สังวรพูดต่ออย่างผยองว่า “ก็เพราะยูกิคนนี้...” เสียงไมค์เงียบไปทันที เสียงที่พูดว่า “ไม่ใช่ยูกิตัวจริง” จึงไม่ดังออกไมค์
แต่คนรอบจัดอย่างสังวรเตรียมแผนไว้แล้ว เขามีไมค์สำรองติดตัวมา จึงหยิบออกมาพูดต่อได้ทันที องอาจมองอย่างเจ็บใจที่ถูกแก้เกมทัน
“เอาล่ะ เรามาต่อกันดีกว่า ผมจะบอกว่าผู้หญิงคนที่นั่งอยู่บนเวทีนี้ไม่ใช่ยูกิตัวจริงครับ!”
ผู้คนเริ่มฮือฮา ไคคุงงงเป็นไก่ตาแตก ส่วนองอาจตกใจ เป็นไทก้มหน้านิ่งพึมพำอย่างแค้นใจว่า
“พวกมันเล่นไม้นี้ แน่จริงทำไมไม่แกล้งฉันแบบตัวต่อตัว?!”
สังวรยังคงพูดต่ออย่างย่ามใจว่า “หลายคนอาจสงสัยว่าผมมีหลักฐานอะไร ผมอยากจะบอกว่าผมเฝ้าติดตามผู้หญิงคนนี้ตั้งแต่เธอมาเมืองไทย สังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ สัมภาษณ์อะไรเกี่ยวกับยูกิ เธอก็ตอบมั่วไปหมด แถมยังไปอาศัยอยู่บ้านเก่าๆ หลังเล็กๆ แทนที่จะอยู่โรงแรมห้าดาว ผมไม่เคยได้ยินเธอพูดภาษาญี่ปุ่นเลยสักคำ!”
สร้างกระแสจนบรรยากาศปั่นป่วน สับสนแล้ว สังวรพูดต่ออีกว่า
“โอเค สำหรับคนที่ไม่เชื่อผมก็เข้าใจได้ คุณรัก ของคุณมา แต่ผมอยากให้ตาสว่างกันหน่อย ไม่เชื่อลองถามคำถามเกี่ยวกับยูกิกับเธอเลยครับ ผมรับประกันว่าเธอตอบไม่ได้”
แฟนคลับคนหนึ่งบอกว่าตนเพิ่งหัดเรียนภาษาญี่ปุ่นเพื่อมาเจอยูกิวันนี้ ถามเป็นภาษาญี่ปุ่นว่า “ทำไมถึงรักเมืองไทย”
นับดาวใจเต้นรัวคิดว่าถึงตาจนแน่แล้ว ใจร่ำร้องถามแต่ว่าทำไมวราพรรณไม่มาสักที ภายในห้องทุกคน เงียบกริบตึงเครียด คอยฟังคำตอบจากนับดาวใจจดจ่อ สังวรเองเห็นนับดาวอึกอักก็รุกฆาต ถามจี้ว่าทำไมเงียบ หรือว่าไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่น
นับดาวยิ่งอึกอัก เป็นไททนดูไม่ได้ลุกเดินออกไป เจอแพรวไพลินมาดักถามเยาะว่าถึงกับทนฟังไม่ได้เลยหรือ แต่ก็ปล่อยให้เป็นไทเดินผ่านไป
“ฉันตอบคำถามทั้งหมดนี่แทนยูกิแล้วกันนะคะ” เสียงวราพรรณดังขึ้น
นับดาวหันมองโล่งใจเหมือนรอดตาย ส่วนสังวรก็ทักเชิงตำหนิว่า กว่าจะมาได้ หันไปแนะนำแก่แฟนคลับยูกิว่านี่คือผู้ช่วยของตน แล้วให้วราพรรณตอบแฟนคลับเลย
“ฉันถูกบังคับให้ร่วมมือจ้างนับดาวตัวปลอมเพื่อทำลายชื่อเสียงของบริษัทอิสสยามของคุณเป็นไทค่ะ” วราพรรณตอบเสียงดังฟังชัด สังวรชะงักกึก หน้าเครียดทันที แต่วราพรรณยังคงพูดต่อไปอย่างหนักแน่นว่า “ถ้าฉันไม่ร่วมมือกับเขา เขาจะไล่ฉันออก แต่ถ้าร่วมมือจะเลื่อนตำแหน่งให้ ส่วนคนที่รับจ้างเป็นยูกิตัวปลอมก็มีผลประโยชน์เกี่ยวกับย่าของเธอ”
สังวรพูดโดยไม่ใช้ไมค์ว่า “นี่เธอเล่นไม้นี้กับฉันใช่ไหม คอยดูว่าคนจะเชื่อใครมากกว่ากัน” แล้วจึงเปิดไมค์ทำหน้างงๆพูดต่อ “คุณพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ นี่พวกเป็นไทจ้างคุณมาขัดขวางผมเพื่อไม่ให้เสียงานใช่ไหม”
“ไม่มีใครจ้างมาทั้งนั้น ที่ฉันมาเพราะฉันไม่อยากให้มีคนเดือดร้อนเพราะการกระทำนี้อีก”
“เธอได้เงินจากไอ้เป็นไทมาเท่าไหร่ล่ะถึงได้ยอมหักหลังฉัน” สังวรถามแล้วหันไปพูดกับคนดู “ถ้าคนดีจริงเขาไม่หักหลังคนอื่นหรอกจริงไหม ความจริงของเรื่องนี้ก็คือ นายเป็นไทจ้างยูกิตัวปลอมมาหลอกลวงทุกคน”
“ไม่จริง! คนที่จ้างยูกิตัวปลอมคือนายสังวรนี่ต่างหาก แถมยังลักพาตัวยูกิตัวจริงไปซ่อนด้วย”
“ไม่จริง อย่าไปเชื่ออะไรที่มันไม่มีหลักฐาน”
“ฉันอัดเสียงไว้ทุกครั้งที่เราคุยกันเรื่องนี้ คุณ อยากฟังเสียงตัวเองไหมล่ะ” วราพรรณหยิบเครื่องเอ็มพี 3 มาโชว์
“นี่เธอวางแผนไว้ตั้งแต่ต้น” สังวรตกใจ ถูกวราพรรณเย้ยว่า ไม่อย่างนั้นจะทำงานกับคนอย่างเขาได้หรือ สังวรบีบมือตัวเองแน่นด้วยความเจ็บใจ
นับดาวเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเหมือนอายความเป็นยูกิตัวปลอมของตัวเอง ส่วนไคคุงร้อนรนทนฟังไม่ได้
ooooooo
ซีซียังเอ้อระเหยลอยชายอยู่เพราะเห็นว่ายังมี เวลาเหลือเยอะ เลยแวะหาอะไรกินก่อนอย่างสบายใจ
หารู้ไม่ว่า เหตุการณ์บนเวทีกำลังตึงเครียด สังวรถูกวราพรรณกระชากหน้ากากฉีกหน้าไม่มีชิ้นดี เธอพูดความจริงว่า
“คุณเป็นไทไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้ เขาไม่ได้ตั้งใจหลอกลวงใคร มีแต่คนอื่นต่างหากที่จ้องจะทำลายเขา”
ทันใดนั้น ไคคุงเดินขึ้นเวทีแย่งไมค์จากพิธีกรที่ยืนเหวออยู่ไปพูดว่า “ผมไม่สนใจว่าใครจะดีใครจะเลว” ทุกคนหันมองไคคุงเป็นตาเดียว ไคคุงเชยคางนับดาวขึ้นดูหน้าถาม “ตกลงว่านี่คือยูกิตัวจริงหรือตัวปลอมกันแน่”
“ฉันไม่ใช่ยูกิ” นับดาวโพล่งออกไปอย่างกดดัน “แล้วชีวิตฉันก็ไม่มีอะไรเหมือนยูกิเลยด้วย ฉันเป็นคนธรรมดาคนหนึ่งที่ไม่มีใครสนใจ คนที่ไปต่อแถวที่ไหนก็ต้องโดนแซงคิว ไม่สิ...จริงๆแล้วฉันไม่ใช่คนธรรมดาด้วยซํ้า หูฉันพิการไปข้างนึง ก่อนหน้านี้มันเคยมีผลทางการได้ยินค่อนข้างมาก แต่ตั้งแต่ฉันเป็นยูกิ...ความพิเศษของเธอทำให้ฉันรู้สึกว่ามันดีขึ้น”
ไคคุงเปรยขึ้นว่า ตั้งแต่มาอยู่เมืองไทย ตนไม่เคยเจอยูกิเลย ถามว่าแล้วยูกิตัวจริงอยู่ไหน คำถามนี้ทำให้คนทั้งห้องเงียบกริบคอยฟังคำตอบ สังวรฉวยโอกาสชี้ไปที่วราพรรณ บอกว่าเธอเป็นคนเอาไป วราพรรณโยนกลองว่าตนแค่ทำตามคำสั่งของเขาเท่านั้น
“แต่จริงๆคนที่เอายูกิไปคือซี...” นับดาวพูดได้แค่นั้นก็ถูกวราพรรณปิดปากทันที ถามเบาๆว่าอยากให้ซีซีพายูกิหนีไปที่อื่นอีกรึไง อย่าลืมว่าเราไม่มีหลักฐานอะไรไปมัดตัวเขาได้เลยนะ ไคคุงมองพิรุธของสองสาวอย่างสังเกต สังวรท้าว่าแน่จริงให้พูดออกไมค์สิ
“ฉันจะบอกว่าถ้าอยากรู้เรื่องยูกิจริงๆให้ถามจากคุณสังวร เขาเป็นคนรับผิดชอบทั้งหมด ฉันหมดหน้าที่ ตรงนี้แล้ว” พูดแล้วพานับดาวเดินไปหลังเวที เหลือแต่ สังวรยืนโด่เด่อยู่ เลยถูกแฟนคลับของยูกิโห่ฮา เรียกร้องให้เอายูกิคืนมา
“ผมไม่รู้...ผมไม่เกี่ยว” สังวรปฏิเสธเสียงหลงท่ามกลางเสียงโห่ไม่พอใจกึกก้องไปทั้งห้อง...
ooooooo
วราพรรณพานับดาวหนีไปทางหลังเวที เจอองอาจเข้าอย่างจัง องอาจถามอย่างเจ็บปวดเจ็บใจว่า
“คุณรู้ไหมว่าผมกับคุณเป็นไททุ่มเทกับงานนี้เท่าไหร่ คิดจะพังก็พังกันง่ายๆแบบนี้เลยรึไง”
นับดาวขอโทษ ฝากขอโทษเป็นไทด้วย วราพรรณบอกว่าจะแก้ตัวด้วยการพายูกิตัวจริงมาคืนเป็นไทให้เร็วที่สุด องอาจเห็นว่าไม่มีความหมายอะไรเพราะงานพังไปหมดแล้ว แม้จะโกรธที่ทั้งสองทำงานตนพัง แต่พอเห็นสองสาวจะออกไปทางด้านหน้าก็ถามประชดว่า อยากตายรึไง แล้วชี้ให้ออกทางประตูหลัง
วราพรรณขอบคุณ สองสาวมองหน้าองอาจอย่างซาบซึ้งที่ช่วยบอก แล้วพากันวิ่งออกไป
“ทำไมมันถึงมีคนที่หน้าตาเหมือนกันได้ขนาดนี้วะ ขนาดรู้ว่าไม่ใช่ก็อดใจไม่ได้ที่จะคิดว่าเป็นยูกิ...เฮ้อ...”
ไม่มีใครเห็นว่า ตลอดเวลาที่ทั้งสามยืนอยู่ตรงนั้นไคคุงมาแอบดูแอบฟังอยู่ พอเห็นวราพรรณกับนับดาววิ่งไป เขารีบตามไป
ooooooo
ซีซีเพิ่งมาถึง นึกว่ามาทันเวลาพอดี แต่ที่แท้มาช้าไปสองชั่วโมง พอรู้ว่าเที่ยงแล้วและงานก็เลิกแล้วซีซีดูนาฬิกาข้อมือตัวเองเทียบกับนาฬิกาแขวนก็แปลกใจว่ามันเป็นอย่างนี้ไปได้ยังไง
ทันใดนั้น วราพรรณกับนับดาววิ่งมาชนซีซีเข้าอย่างจัง พอเห็นนับดาว ซีซีก็ถามว่ายูกิตัวปลอมใช่ไหม ตนจะแฉให้หมดเลย วราพรรณสวนไปทันควันว่า จะแฉอะไร คนเขารู้กันหมดแล้ว ซีซีถามว่าวราพรรณเป็นใครบังอาจมาว่าตนฉอดๆ วราพรรณเลยพูดใส่หน้าว่า
“คนที่รู้ว่าแกน่ะเอายูกิตัวจริงไปซ่อนน่ะสิ มาก็ดีเลย พาฉันไปหายูกิเดี๋ยวนี้”
ซีซีไม่ยอมรับ ถูกวราพรรณขู่ว่า ตนแฉทุกคนที่ทำเรื่องนี้มาแล้ว จะให้แฉอีกคนไหม จะได้เรียกตำรวจมาลากคอไปทีเดียวเลย ข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยว
ไคคุงวิ่งมาได้ยินพอดี เลยเอาปืนจี้กราดทั้งสามคน สั่งเหี้ยม
“พาฉันไปเจอยูกิเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันเป่าสมองเรียงตัวแน่!”
ส่วนสังวรยืนบนเวทีอยู่ท่ามกลางเสียงตะโกนของแฟนคลับให้เอายูกิคืนมา เหลียวซ้ายแลขวาไม่เห็นใครแล้วก็วิ่งลงเวที เจอองอาจนำกำลังตำรวจมาพอดี สังวรทำเนียนบอกว่าตนมีงานต้องไปทำต่อ องอาจบอกว่าไปต่อกันที่โรงพักก่อน สังวรเสียงอ่อนว่าตนไม่ได้ทำอะไร
“มาถึงขนาดนี้ยังบอกไม่ได้ทำอะไรอีกเหรอ หา!” องอาจเข้มจนสังวรจ๋อย ถูกตำรวจคุมตัวไป
ooooooo
ไคคุงบอกให้พวกตนลงจากรถให้หมด ตนจะจัดการเอง แล้วสั่งสามสาวให้ขึ้นรถเร็วๆ ใครตุกติกตนยิงตับแตกแน่ ทั้งสามเลยต้องขึ้นรถ โดยซีซีขับรถ ไคคุงนั่งคู่คุมเข้ม และวราพรรณกับนับดาวนั่งเบาะหลัง
วราพรรณบ่นว่าเกือบรอดแล้วเชียว แต่นับดาวบอกว่าตนยอมโดนจับกับยูกิตัวจริงดีกว่ารอดไปคนเดียว
ไคคุงขู่ซีซีว่า ยูกิอยู่กับเธอใช่ไหม ถ้าไม่ใช่ก็ตายกันหมดนี่แหละ ซีซียอมรับว่าใช่ ตนเป็นคนจับตัวยูกิไปเอง
ส่วนที่โกดังร้าง ยามาดะกับยูกิพากันวิ่งหนีออกมาท่ามกลางแสงแดดเปรี้ยง ทั้งคู่จูงมือกันวิ่งแบบไปตายเอาดาบหน้า วิ่งไปถึงถนนลูกรังเห็นรถอีแต๋นวิ่งสวนมา ยูกิจะขอความช่วยเหลือแต่ยามาดะห้ามไว้ เกรงจะเป็นพวกซีซีส่งมาดูพวกตน
รถอีแต๋นผ่านไป ยูกิบอกว่าท่าทางเขาดูใจดีนะ ยามาดะเห็นด้วย แต่รถผ่านไปแล้ว เอาไว้รอคันหน้าค่อยขอติดรถเขาออกไป เพราะขืนเดินไปแบบนี้มีหวังมืดกลางทางแน่ๆ
แต่เพราะแดดเปรี้ยงมาก ทั้งสองร้อนและอ่อนแรง ยามาดะจึงชวนนั่งพักใต้ต้นไม้กันก่อน เดี๋ยวคงมีคนขับรถผ่านมาอีก
ครู่เดียวรถของไคคุงก็ตะบึงฝุ่นตลบมา ยูกิ กับยามาดะดีใจ ยามาดะรีบออกไปยืนโบกรถแต่ไกล ไคคุงเห็นคนโบกรถ ซีซีถามว่าจะจอดรับไหม
“อยากให้มีคนตายเพิ่มรึไง ขังคนไว้ทั้งคน จะมามีนํ้าใจอะไรตอนนี้ ขับไป ไม่ต้องสนใจมัน” ซีซีตะบึงฝุ่นตลบ ไคคุงหันมองวราพรรณกับนับดาวเห็นหลับก็บ่น “สองคนนี้ก็อะไร โดนจับเป็นตัวประกันแท้ๆยังหลับลงอีก”
ขณะรถผ่านยูกิกับยามาดะนั่นเอง นับดาวลืมตามองออกไปพอดีเห็นยูกินั่งอยู่ใต้ต้นไม้ ครั้นลุกขึ้นเพ่งมองอีกทีก็ถูกฝุ่นบังหมดแล้ว
ยามาดะมองรถที่ขับผ่านไปบ่นว่าคนพวกนี้ไม่มีนํ้าใจ ส่วนยูกิบอกเขาว่า เหมือนตนเห็นตัวเองอยู่แว้บๆ แต่คิดว่าคงตาฝาด ยามาดะปลอบใจว่า รออีกสักครู่ คงมีรถผ่านมาอีก ยูกิชวนเดินต่อ ตนไม่ยอมนั่งรอความหวังเฉยๆหรอก แล้วทั้งสองก็พากันเดินต่อไปอย่างยากลำบากทั้งเหนื่อยทั้งร้อน
ooooooo
ซีซีขับรถไปถึงโกดังร้าง เธอลงไปร้องเรียกยามาดะ ไคคุงถามว่ายามาดะเป็นใคร ซีซีบอกว่าเป็นยากูซ่าที่ตนให้มาดูแลยูกิ ไคคุงเป็นห่วงยูกิ บอกซีซีว่า ถ้ายูกิเป็นอะไรแม้เท่าปลายเล็บตนฆ่าเธอแน่
ลงไปตะโกนเรียกอยู่นานก็ไม่มีคน วราพรรณถามว่าแหกตากันหรือเปล่า ไคคุงเองก็สงสัยถามขู่ๆว่าหรือจะต้องให้มีใครตายอีกสักคนถึงจะเลิกยึกยักกัน
“ไม่ต้อง!” ซีซีรีบบอกแล้วตะโกนเรียกยามาดะกับยูกิอีก นับดาวกวาดตาดูเห็นมีกระดาษแปะไว้บนเก้าอี้ ร้องบอกทุกคนแล้วพากันวิ่งไปดู พบข้อความสั้นๆ บนกระดาษว่า
“ลาก่อน”
ไคคุงโกรธจัดบอกซีซีว่าจะตายแบบไหนเลือกมา!
“ใจเย็นๆก่อนนะ ฉันว่ามันยังหนีไปได้ไม่ไกลหรอก รีบออกไปตามหาเถอะ” ซีซีผลุนผลันออกไปทุกคนรีบตามไป
ooooooo










