ตอนที่ 10
พอสังวรไป นับดาวก็ต้องไปซ้อมเพราะได้เวลาแล้ว วราพรรณรีบไปนั่งที่คนขับ ขับรถออกไปอย่างเร็ว
เป็นไทไปถึงห้องจัดงานมีตแอนด์กรี๊ดแล้ว เขาชะเง้อคอยนับดาวอย่างกระวนกระวายจนถูกองอาจแซวว่าชะเง้อคอยาวเลยนะ ไหนว่าจะห่างกันสักพักไง เป็นไทแก้เกี้ยวว่า ตนห่วงงานเพราะมันควรจะรันลงตัวได้แล้ว
ระหว่างที่ช่างเทสต์เสียงบนเวทีนั้น นับดาวเดินมาสะดุดนอตบนเวทีที่ขันไม่แน่นเสียหลักตนจากเวที เป็นไทวิ่งสุดชีวิตเอาตัวรองรับนับดาวไว้ ถูกเธอกระแทกจนจุก แต่ก็ยังมีอารมณ์เคลิ้มเมื่อสบตากันในระยะใกล้มาก
เหตุการณ์นี้ถูกองอาจแซวว่า เป็นผู้เสียสละที่โคตรยิ่งใหญ่ เป็นไทถามหน้าตาเฉยว่าเสียสละอะไร
“รู้ตัวว่ารักยูกิตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ” องอาจถามแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย เป็นไททำหน้าตายถามว่าพูดอะไร องอาจเลยสาธยายว่า “ก็สิ่งที่คุณไททำวันนี้น่ะ ยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเขา ถ้าไม่รักจะเรียกว่าอะไร มนุษย์น่ะมีสัญชาตญาณความเห็นแก่ตัว มีคนไม่กี่คนหรอกที่จะยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อให้คนอื่นปลอดภัย และส่วนใหญ่เรามักจะทำแบบนั้น กับคนที่เรารัก...เหตุผลแค่นี้ก็เพียงพอแล้วล่ะครับ”
“คุณแยกสัญชาตญาณออกจากสิ่งที่ผมทำสิคุณองอาจ พอมันไม่มีเวลาคิดผมก็ทำอะไรโดยไม่ได้คิด แต่พอมีเวลาคิดดีๆ ผมก็กลัวกับการขู่ของไคคุงจับใจ”
“จากสิ่งที่คุณทำไปวันนี้ ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วครับ” องอาจรวบรัดตัดบท ยิ้มในหน้า
ส่วนนับดาวก็เฝ้าแต่คิดว่าทำไมเป็นไทจึงต้องยอมเจ็บตัวเพื่อตน นึกตัดพ้อว่าทำแบบนี้ทำให้ตนยิ่งมีความหวัง แต่สุดท้ายเขาก็ไม่ชอบตนอยู่ดี คิดเพ้อเจ้อแล้วก็เตือนตัวเองว่า “อย่าฝันนับดาว เขาไม่ได้สนใจเราหรอก” แล้วก็พยายามข่มตาให้หลับเพื่อดับฝัน...
ooooooo
เป็นไทกับไคคุงต่างชิงกันทำคะแนนกับนับดาว จนวันนี้ไปมีปากเสียงและชกต่อยกันที่หน้าบ้านนับดาว เมื่อไคคุงหนีกลับไปแล้ว นับดาวพาเป็นไทเข้าไปทำแผลในบ้าน รจนาออกมาเห็นเป็นไทฟกช้ำดำเขียวปากเจ่อ ก็รีบไปค้นหายาในห้อง
ระหว่างนั้นนับดาวพยายามที่จะให้เขาพูดความรู้สึกที่มีต่อตน เป็นไทจึงบอกเล่าความรู้สึกที่มีต่อเธอว่า
“หลายๆอย่างที่ผมทำ บางครั้งผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไง รู้ไหม ผมลืมตัวเองไปได้ก็เพราะคุณ คุณทำให้ผมคิดถึงคุณได้มากกว่าตัวของผมเอง” นับดาวฟังแล้วซึ้งจนน้ำตาคลอ เป็นไทพูดให้ซึ้งยิ่งขึ้นว่า
“คุณเป็นคนดีที่สุดในชีวิตผมเลยนะยูกิ ผมอยากจะบอกว่า ผม...”
“หยุด! อย่าพูดเลยค่ะ หยุดมันไว้แค่นี้แหละ” นับดาวเอามือแตะปากเขาไว้ บอกว่าตนไม่ดีพอที่เขาจะพูดประโยคต่อไปออกมา บอกให้เก็บคำนี้ไว้ให้คนที่มีค่ากว่าตนเถอะ พูดแล้วผลักเขาพ้นทางวิ่งออกไปเลย
เป็นไทลุกวิ่งตามไป แต่ไม่เจอนับดาวแล้ว เพราะวราพรรณขี่มอเตอร์ไซค์มาพอดี นับดาวให้รีบพาหนีไป
ooooooo
เป็นไทกลับไปคิดไม่ตกที่คอนโดฯ เมื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้องอาจฟังแล้วถามว่า คิดว่าตนยังมีหวัง อยู่ไหม
“ถึงไม่มีหวัง แต่ถ้ารักก็คือรัก ก็คงไม่มีอะไรมาห้ามหัวใจของเราให้หยุดรักได้อีกเหมือนกัน” เป็นไทถามว่าหมายความว่ายังไง องอาจตอบราวกับสัพพัญญูว่า “จะผิดหวังหรือสมหวังมันก็ไม่ใช่ประเด็น แค่ได้รักใครสัก คนจริงๆ มันก็มีความสุขไม่ใช่หรือครับ”
จะทำใจให้ได้อย่างนั้นหรือไม่ เป็นไทไม่ทันคิด รู้แต่ว่า ฟังองอาจแล้วก็รู้สึกผ่อนคลายสบายใจขึ้น
ฝ่ายนับดาว ให้วราพรรณพาหนีแล้วไปนั่งร้องไห้อยู่ริมคลอง กลัวเหลือเกินว่า ถ้าวันใดเป็นไทรู้ความจริงว่าตนเป็นใคร เขาคงเกลียดตน บอกวราพรรณว่า “ฉันไม่อยากให้เขาเสียใจ ไม่อยากเลยจริงๆ”
วราพรรณจึงยกที่หลวงตาเคยเทศน์ให้ฟังมา เตือนใจว่า “หลวงตาท่านบอกว่า จะบาปหรือไม่บาป เจตนาเป็นสิ่งสำคัญ เพราะฉะนั้น ฉันอยากให้แกสู้ต่อไป แล้วทุกปัญหามันต้องมีทางออก”
ฟังแล้วนับดาวหยุดร้องไห้ พยักหน้าขอบใจเพื่อน วราพรรณพูดอย่างมีน้ำใจว่า “ไม่เป็นไร เพื่อนกัน”
ooooooo
ไคคุงแค้นใจมากไปนั่งดื่มในผับคนเดียว เมื่อเจอแพรวไพลินในผับ เขาถามเธอว่ารู้ไหมว่าวันนี้แฟน เธออยู่ไหน แพรวไพลินบอกว่าทำงานอยู่ที่ออฟฟิศทั้งวัน ไคคุงหัวเราะเยาะถามว่าเห็นแผลที่หน้าเขาไหม นี่แหละแฟนเธอต่อยตนที่หน้าบ้านยูกิก่อนแยกจากกัน ไคคุง บอกเธอว่า
“กำราบผู้ชายของคุณบ้างนะ คุณแพรว อย่าให้เขาไปเกาะแกะยูกิอีก”
แพรวไพลินบอกว่า ตนไม่พูดกับเป็นไทให้เสียคะแนนหรอก ผู้หญิงของเขานั่นแหละที่อ่อยเป็นไท แล้วเธอก็ไปหานับดาวที่บ้าน พอดีรจนาออกมากวาดบ้านเห็นเข้า ถามว่ามาหาใครหรือ?
แต่พอพาเข้าบ้านเห็นสภาพบ้านทรุดโทรมก็ดูถูกว่าจนจริงๆ รจนาเลือดขึ้นหน้า เลยทะเลาะโต้เถียงกัน รจนาไล่แพรวไพลินออกจากบ้านตน ถูกเธอเอาน้ำสาดใส่ พอดีนับดาวกับวราพรรณมาเห็นเข้า แพรวไพลินเห็นนับดาวก็ปรี่เข้าไปจะตบ นับดาวหลบแล้วตบเปรี้ยงๆซ้ายขวาจนหน้าหัน แพรวไพลินกระเด็นออกจากบ้านไปแผดเสียงกรี๊ดๆ
แพรวไพลินขู่ว่าจะฟ้องหนังสือพิมพ์ให้นับดาวหมดทางทำมาหากินไปเลย วราพรรณท้าว่าเอาเลย แล้วเธอก็ถ่ายรูปแพรวไพลินขณะกำลังอาละวาดไว้มากมาย บอกว่าจะเอาไปลงข่าวหน้าหนึ่งให้ดู แพรวไพลินกลัวเสียชื่อเลยกลับไปอย่างหัวเสีย
รจนาภูมิใจนับดาวมาก ชมว่าเหมือนพ่อเธอที่รักสงบแต่ก็สู้คน บอกหลานรักว่า
“แกเป็นหลานคนเดียวของย่านะนับดาว ไม่ว่าสุขหรือทุกข์ ย่าก็พร้อมจะอยู่ข้างเดียวกับแกเสมอ”
สองย่าหลานกอดกันด้วยความรัก วราพรรณพลอยน้ำตาคลอซึ้งใจไปด้วย
ฝ่ายแพรวไพลิน เมื่อทำอะไรนับดาวเองไม่ได้ก็ไปฟ้องสังวรว่าถูกยูกิตบ สังวรไม่เชื่อถามว่า ในเมื่อวราพรรณบอกว่ายูกิถูกขังอยู่ที่เกาะจะมาตบเธอได้ยังไง แพรวไพลินเลยเอะใจว่า แล้วคนที่ตบเป็นใคร นึกออกพร้อมกันว่า ต้องเป็นนับดาวแน่ๆ!
แล้วทั้งสองก็ไปจับวราพรรณมัดคาดคั้นว่า เมื่อวานนับดาวตบแพรวไพลินใช่ไหม วราพรรณบอกว่านับดาวไม่กล้าตบเธอหรอก คนที่ตบน่ะคือยูกิ! พูดแล้ว
ถูกจับผิดว่า เธอบอกเองว่ายูกิอยู่เกาะไม่ใช่หรือ วราพรรณกลับลำแทบไม่ทัน โกหกว่ายูกิขออยู่เที่ยวกรุงเทพฯ
วันสองวัน ตนเลยเอาไปไว้ที่โฮมสเตย์กับย่าไปก่อน
ระหว่างนั้น พนักงานมาบอกสังวรว่า องอาจมาขอพบ สังวรกับแพรวไพลินสงสัยว่าองอาจมาทำอะไร แพรวไพลินกลัวองอาจเห็น สังวรเลยดันเธอให้ออกทางประตูหลัง เธอไม่ยอมไปจะตบปากวราพรรณก่อนเลยถูกสังวรยกขึ้นบ่าแบกออกไป
“สองคนนี้ ทำไมมันไม่กินกันเองนะ เหมาะสมกันซะยิ่งกว่าผีเน่ากับโลงผุ” วราพรรณพึมพำเหยียดยิ้ม
ooooooo
องอาจมาเชิญสังวรไปงานมีตแอนด์กรี๊ดพรุ่งนี้ สังวรเจ็บใจที่เป็นไทให้องอาจมาเชิญ คำรามว่า
“ไอ้เป็นไท แกไม่มีทางชนะฉัน อีกไม่กี่วันงานมีตแอนด์กรี๊ดที่แกตั้งใจทำขึ้นมาจะกลายเป็นงานฝังศพของแกเอง ฮ่าๆๆ”
ระหว่างที่สังวรออกไปพบองอาจนั้น วราพรรณ หนีออกจากห้องในสภาพถูกใส่กุญแจมือ วิ่งไปเจอองอาจกำลังกลับพอดี เธอเคาะกระจกรถให้เปิดประตูรถ ขู่ว่า ถ้าไม่เปิดจะร้องบอกลุงให้มาช่วย องอาจตกใจรีบลงมาจับเธอยัดใส่รถไป
ทั้งสองทะเลาะด่าว่าเป็นเกย์ เป็นทอมกันไปตลอดทางตามเคย จนเมื่อองอาจพาไปให้ช่างไขกุญแจออก ถามเธอว่าทำไมถึงถูกเจ้านายนิสัยไม่ดีจับใส่กุญแจมือ วราพรรณโกหกเรื่องไม่เป็นเรื่อง แต่พอถูกองอาจคาดคั้น เธอก็ก้มหลบๆจะหนี องอาจเลยดีดหัวโป๊ก เป็นจังหวะที่ช่างกุญแจไปเอาเงินทอนกลับมาพอดีเลยรับเคราะห์แทน
ช่างถูกดีดหัวก็โมโหฮึ่มใส่กัน วราพรรณอาศัยจังหวะนั้นหนีไปอย่างลอยนวล พอหนีได้แล้ว เธอพึมพำอย่างสะใจว่า
“เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับวราพรรณ หึๆๆไว้ถึงเวลาเมื่อไหร่ นายก็จะรู้ความจริงทุกอย่างเอง”
ooooooo
เป็นไทให้องอาจหาประวัติโดยละเอียดของยูกิ เมื่อได้แล้วเขาอ่านอย่างตั้งใจ ชมองอาจว่าหาได้ละเอียดดีจริงๆ เป็นไทอ่านทวนอย่างสนใจว่า...
“พ่อและแม่ของยูกิพบรักกันจากเหตุแผ่นดินไหว ทั้งคู่ต่างเห็นใจซึ่งกันและกันที่ต่างสูญเสียพ่อและแม่ไป ทำให้ตัดสินใจแต่งงานกันและมียูกิในสามปีต่อมา”
เขาเริ่มมีข้อสงสัยในตัวนับดาว การคุยกันในห้องจัดงานที่โรงแรม เขาจึงลองหยั่งถามเรื่องย่าก่อน แล้วก็จับได้ว่าเธอโกหก เพราะเธอบอกว่าสนิทกับย่ามากคุยกันได้ทุกเรื่อง พอถูกทักท้วงว่าย่ายูกิตายไปแล้ว นับดาวก็เฉไฉว่าตนไม่เข้าใจคำว่าย่าในภาษาไทย ตนหมายถึงยาย ถูกจับได้อีกเพราะยายของยูกิตายไปแล้วเหมือนกัน
เมื่อถูกซักจนแต้ม เธอบอกว่าตนไม่เก่งภาษาไทย บางคำก็ไม่ค่อยเข้าใจความหมายด้วยซ้ำ เป็นไทเลยบอกว่างั้นเราก็ต้องปรับความเข้าใจกันใหม่แล้ว ทำเอานับดาวหน้าเสีย
เป็นไทยังจับผิดเธอได้อีกหลายอย่าง จนแน่ใจว่าเธอไม่ใช่ยูกิตัวจริง เมื่อเธอตอบชื่อพ่อชื่อแม่กระทั่งวันเดือนปีเกิดของตัวเองผิดหมด ถึงจุดนี้เป็นไทหมดความอดทน พูดสั้นๆว่า “ผมได้คำตอบแล้ว!” แล้วเดินออกจากห้องไปเลย
นับดาวรู้สึกหนาวเยือก เคว้งคว้างจนทำตัวไม่ถูก
ooooooo
องอาจนัดวราพรรณให้ออกมาพบกันที่ร้านอาหาร เธอถามว่านัดมามีอะไร องอาจทำเป็นโทรศัพท์ถึงซีซี วราพรรณมองเคืองๆ ก็พอดีเครื่องเธอมีโทร. เข้า พอรู้ว่าเพื่อนโทร.มาคุยเรื่องซีซี เธอลุกเดินคุย ห่างออกไป
เพื่อนโทร.มาบอกว่า ตอนนี้ซีซีเดินอยู่ที่ห้างนี้ ส่วนข้อมูลที่ให้หานั้นได้ความว่า ตอนที่ซีซีอยู่ที่ญี่ปุ่นมีการติดต่อกับยากูซ่าที่นั่นด้วย เป็นอดีตบอดี้การ์ดเก่าต้นสังกัดยูกิที่หนีมาหลบซ่อนตัวอยู่ในประเทศไทย แล้วส่งรูปมาให้ดู
องอาจเดินมาถามจากข้างหลังว่าใครโทร.มา เธอบอกว่าเพื่อนนักข่าวสายอาชญากรรม องอาจถามจี้ไปว่าตกลงเธอกับซีซีมีเรื่องอะไรกัน ถ้าไม่บอกตนจะโทร.หาซีซีเดี๋ยวนี้
วราพรรณไม่แยแส เธอรีบไปหาซีซีตามที่เพื่อนโทร.บอก เห็นซีซีเดินคุยโทรศัพท์อยู่เธอเข้าไปแอบฟัง
“นี่...เตรียมตัวเอาไว้ ฉันจะไปรับแกกับยายยูกิมากรุงเทพฯ” ซีซีพูด นิ่งฟังปลายสายแล้วก็บอกว่า ต้องการเอายูกิมาทดลองที่กรุงเทพฯ เพราะตอนนี้ที่กรุงเทพฯมียูกิอีกคน ตนอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่เป็นตัวจริง
เมื่อรู้การเคลื่อนไหวของซีซีแล้ว วราพรรณพึมพำอย่างสะใจว่า “คราวนี้แกเสร็จฉันแน่” แล้วขับรถตามซีซีไปห่างๆจนถึงคอนโดฯที่เธอพัก ซีซีใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้าไป วราพรรณจะตามเข้าไปแต่ไม่ทัน รปภ.มาซักถามเธอแสดงตัวว่าเป็นนักข่าว เป็นผู้มีฐานะน่าเชื่อถือ แล้วกล่อมให้ รปภ.ถ่ายรูปการเคลื่อนไหวของซีซีให้ อ่อยว่าจะจ่ายให้อย่างงามทีเดียว
ขณะที่แผนการทำท่าจะไปได้สวย ก็มีเรื่องปวดหัวให้ต้องแก้กันอย่างตึงเครียด เมื่อนับดาวบอกวราพรรณว่า สงสัยเป็นไทจะรู้แล้วว่าตนเป็นยูกิตัวปลอม สองสาวหนักใจว่าจะทำอย่างไรดี?!?
ooooooo
หลังจากสอบประวัตินับดาวด้วยตัวเองแล้ว เป็นไทมั่นใจว่า ยูกิที่อยู่กับตนนี้เป็นตัวปลอม เขาแทบจะคลั่งที่งานสำคัญกำลังจะพังทลายไม่เป็นท่า เข้าห้องทำงานไปเห็นอะไรที่เกี่ยวกับนับดาวก็ปัดทิ้ง ฉีกทิ้งหมด
องอาจมาเห็นสภาพที่เละเทะไปหมดทั้งห้อง ก็นึกว่าถูกใครเข้ามาปล้น ทีแรกก็ทำตลกครึกครื้น แต่พอเห็นเป็นไทอารมณ์ไม่ดีก็ตลกไม่ออก หาทางเลี่ยงไปก่อนจะเจอลูกหลง
ผ่านไปครู่ใหญ่ หลังจากระบายอารมณ์กับข้าวของจนสะใจแล้ว เป็นไทถอนหายใจ สงบสติอารมณ์ตัวเอง...
นับดาววิตกหนักกลัวว่าเรื่องตนเป็นตัวปลอม ยูกิรู้ถึงหูแพรวไพลินเราต้องแย่แน่ แต่วราพรรณกลับเชื่อว่าถ้าเป็นไททำแบบนั้นงานเขาล่มแน่ แล้วเขาจะทำทำไม นับดาวถามว่าแล้วจะให้ตนทำยังไง
“แกต้องสวยสงบสยบการเคลื่อนไหว ผู้ชายน่ะ แพ้ผู้หญิงสวย โกรธ 100 เจอสวยๆ ก็ลดเหลือ 50 เจอวาจาออดอ้อนสำนึกผิดอีก ลดไปอีกครึ่ง แค่นั้นเขาก็พร้อมจะเข้าใจเหตุผลของแกแล้ว”
นับดาวหน้าแหยถามว่า ตนต้องสวยรอเลยใช่ไหม วราพรรณพยักหน้า นับดาวเชื่อเพื่อนเพราะอยากให้ทุกอย่างดีขึ้น
แต่เพื่อให้ดูดี เลยแต่งสวยรอเป็นไททั้งสามคน ปรากฏว่ารอทั้งคืนเป็นไทก็ไม่มา เช้าขึ้นมาทุกคนอยู่ในสภาพทรุดโทรมยับเยิน นับดาวบอกว่าเมื่อเป็นไท ไม่มาตนก็จะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องไปเลยว่าจะเอาอย่างไร
วราพรรณไม่เห็นด้วย ชวนไปสะกดรอยตามซีซีกันดีกว่า จะได้เลิกฟุ้งซ่านและได้ช่วยยูกิด้วย
รปภ.ที่วราพรรณวางสายไว้โทร.มาแจ้งว่า วันนี้ซีซีให้ตนติดต่อรถตู้เพื่อจะไปชายทะเล วราพรรณขอให้ รปภ.ช่วยถ่วงเวลาไว้ แล้วเธอก็เร่งนับดาวให้รีบแต่งตัว
สองสาวขี่และซ้อนมอเตอร์ไซค์ตามซีซีไปใจระทึก เชื่อว่าซีซีต้องไปยังสถานที่ที่กักยูกิไว้แน่ๆ
ooooooo
ยูกิอยู่ที่เกาะกับยามาดะ เธอประทับใจทั้งเรื่องราวในอดีตและปัจจุบันที่เขาดูแลอย่างดี ไม่มีอันตรายทั้งจากตัวยามาดะและอื่นๆ แต่ยามาดะก็ยังคงรักษาระยะห่างอย่างเคร่งครัด แต่เมื่อได้รับคำสั่งจากซีซีให้พายูกิเข้ากรุงเทพฯ เขาสังหรณ์ใจว่าจะต้องจากกัน จึงตั้งใจทำนาฬิกาทรายและเผามันเลี้ยงส่ง
เมื่อยูกิรู้ว่าตนจะต้องไปจากเกาะไปพบซีซี ซึ่งจะถูกซีซีทำอะไรบ้างก็สุดที่จะคาดเดา เธอพยายามทำให้ยามาดะรู้ว่าตัวเองมีใจให้เขา แต่ยามาดะก็ยังคงเป็นยามาดะคนเดิมอยู่อย่างนั้น
ยูกิจึงชวนกินมันเผา ยกมันขึ้นเหมือนจะชนแก้ว “ฉันขอให้นายกินมันเผาใต้แสงจันทร์อย่างมีความสุขนะ ยามาดะ”
“ผมก็ขอให้คุณมีความสุขมากๆ ใต้เงาแสงจันทร์ และมันเผา”
ยูกิแกล้งส่งมันให้ยามาดะ พอเขาจะรับเธอก็ดึงมือกลับแล้วเอามันป้อนให้ ยามาดะอ้าปากรัก กินมันอย่างมีความสุข
จนสายวันรุ่งขึ้น ขณะยามาดะจะพายูกิไปส่ง เธอคิดหาทางที่จะไม่ไป จึงแกล้งทำเป็นเวียนหัวทรุดไปกับพื้นทรายบอกว่าตนเดินไม่ไหวแล้ว ยามาดะจึงให้เธอขี่หลังไป ยูกิยิ้มที่หลอกยามาดะได้สำเร็จ แต่ยามาดะไม่รู้ตัว ก้มหน้าก้มตาให้ยูกิขี่หลังเดินไป
ooooooo
เป็นไทหลบไปชายทะเลหมายจะปลดปล่อยความกดดันวุ่นวายที่เกิดขึ้น เขาเดินสวนกับซีซีที่เดินคุยโทรศัพท์เร่งยามาดะให้ส่งตัวยูกิมา แต่ต่างก็ไม่เห็นกัน
ซีซีหัวเสียมาก เมื่อยามาดะบอกว่ายูกิป่วยไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น ซีซีฉุนขาดบอกว่าตนเตรียมเรื่องไว้หมดแล้ว ตอนนี้รออยู่ที่ชายหาด
“งั้นก็ยืนรอไป บอกว่าไม่ได้ก็คือไม่ได้” ยามาดะเสียงแข็ง ซีซีตวาดว่ากล้าขัดคำสั่งตนหรือ “ผมไม่ยอม
ให้ยูกิเป็นอะไรไปเพราะความเจ้ากี้เจ้าการของคุณหรอกนะ” พูดแล้วยามาดะวางสายอย่างไม่พอใจ
ยูกิที่แกล้งหลับอยู่ข้างๆ อมยิ้มอย่างสมหวัง
ส่วนซีซีแค้นมากที่ยามาดะแข็งข้อไม่ฟังคำสั่ง เธอยืนหยัดจะรออยู่ที่ริมทะเล ถ้ายามาดะไม่มาก็จะไปลากยูกิมาเอง
วราพรรณกับนับดาวตามมาแอบดูซีซีอยู่ เชื่อว่าซีซีต้องรอเรือจากเกาะอยู่แน่ๆ นับดาวบ่นว่า สภาพของตนตอนนี้ไม่เหลืออะไรแล้วถึงหน้าตาจะเหมือนยูกิก็เถอะ
วราพรรณเห็นเป็นไทเดินมา พยายามส่งสัญญาณให้นับดาวหยุดพูด แต่นับดาวไม่รู้ตัวยังคงบ่นอย่างน้อยใจว่า
“ใครจะยอมรับได้กับผู้หญิงจนๆ ซกมกๆ ได้ ต่อให้แต่งสวยแทบตายฉันก็ยังเป็นฉัน ไม่ใช่ยูกิอยู่วันยันคํ่านั่นแหละ”
เป็นไทได้ยินเสียงนับดาว หันขวับมอง เป็นจังหวะที่นับดาวถอยหลังไปชนเขาเข้าอย่างจัง!
นับดาวหันไปจะขอโทษ พอเห็นเขาเต็มตาเธอช็อก! เป็นไทเองก็ช็อกเหมือนกัน นับดาวพยายามเสยผมให้ดูดีขึ้น บ่นอุบอิบ “ตอนแต่งเต็มละไม่เจอ ต้องมาเจอตอนนี้ด้วย”
“มา ลุกขึ้น จะปลอมตัวเป็นใครอีกล่ะ” เป็นไทถามเซ็งๆ ที่มาเจอนับดาวอีกจนได้ เขาเดินเลี่ยงไปแต่ถูกวราพรรณดึงไว้เพื่อเคลียร์กันให้รู้เรื่อง นับดาวก็แทรกขึ้นว่า ทุกอย่างล้วนมีเหตุผลของมัน
“อย่าให้ผมต้องเกลียดพวกคุณมากไปกว่านี้เลย” พูดจบเป็นไทเดินไปทันที นับดาวมองช็อก
หลังจากนั้น นับดาวก็เฝ้าแต่ครํ่าครวญว่าเป็นไทเกลียดตนแล้ว จะทำอย่างไรดี วราพรรณซักไซ้จนนับดาวยอมรับว่าตนแคร์เขา และใจเต้นแรงทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขา
“นั่นไง! เรื่องใหญ่แล้ว!!” วราพรรณเครียดขึ้นทันที แล้วเธอก็มองอย่างเวทนา เมื่อเห็นนับดาวหลับแล้วยังละเมอว่า
“คุณไท...อย่าเกลียดฉันเลยนะ...”
ooooooo
ยูกิยังทำเป็นไม่สบายอยู่ที่เกาะ แต่โชคไม่เข้าข้างเธอ เมื่อยามาดะออกไปดูท้องฟ้าและทะเล เขารู้ทันทีว่าพายุกำลังจะมา เขารีบวิ่งกลับเข้ามาในบ้าน เร่งให้ยูกิเก็บของเตรียมเดินทางก่อนที่พายุจะมา ยูกิตกใจ แต่ในที่สุดเธอก็ฝืนเขาไม่ได้ เขาลากเธอไป บอกว่า “ผมไม่ยอมให้คุณตายที่นี่หรอก”
ระหว่างอยู่ในเรือ ยูกิเห็นคลื่นซัดแรงบอกยามาดะว่าเรากลับกันเถอะ ไปแบบนี้ไม่รอดแน่ ยามาดะพูดอย่างมั่นใจว่า
“ผมน่ะเคยเป็นลูกเรือประมงมาก่อน พายุพวกนี้ ผมเจอมานักต่อนักแล้ว เรื่องเดินทะเลนี่คุณเชื่อใจผมได้”
ยามาดะพูดไม่ทันขาดคำ คลื่นลูกใหญ่ก็ซัดเข้ามาจนเขาเสียหลักเซไปถลาหัวฟาดพวงมาลัยเรือหมดสติไปทันที ยูกิตกใจมากเขย่าเรียกเขาก็ไม่รู้สึกตัว ในภาวะเช่นนี้ เธอตัดสินใจเข้าประคองเรือไว้ทั้งที่ไม่เคยขับเรือมาก่อน บอกกับตัวเองอย่างเด็ดเดี่ยวว่า
“ฉันไม่ยอมตายตรงนี้หรอก!”
ooooooo
ความเสียใจที่ได้ยินเป็นไทบอกว่าเกลียดตน ทำให้นับดาวไม่มีแก่จิตแก่ใจจะทำอะไร วราพรรณบอกว่าอกหักแบบนี้ก็กลับไปเลียแผลที่กรุงเทพฯเสีย
“นี่ ถ้าฉันจะกลับกรุงเทพฯ ก็เพราะฉันจะกลับไปซ้อมงานมีตแอนด์กรี๊ดหรอก” นับดาวให้เหตุผลกับเพื่อนว่า ถ้าตนไม่ทำ งานก็ล่ม สิ่งที่เป็นไทสร้างมาก็สลายหมด และถ้าตนหายไป เป็นไทจะแก้ตัวกับสังวรและแพรวไพลินอย่างไร เพราะพวกเขาต้องไปดูตนซ้อมแน่ๆ
ฟังเหตุผลของนับดาวแล้ว วราพรรณบอกให้กลับไปเสีย แต่จะกลับอย่างไรให้หาทางเอง จะออกไปถนนใหญ่โบกรถ บขส.ก็แล้วแต่ บ่นว่า หัดแก้ปัญหาเองบ้าง แล้วไม่สนใจเพื่อนอีกเลย
นับดาวออกไปยืนรอรถที่ถนนใหญ่ ครู่เดียวฝนก็ตกหนัก เธอยืนตากฝนอยู่อย่างนั้น พอดีเป็นไทขับรถผ่านมา ต่างเห็นกัน นับดาวไม่เรียกและเขาก็ไม่หยุดรับ แต่พอขับรถผ่านไป เป็นไทเห็นนับดาวยังยืนเปียกฝนอยู่ ก็ถอยรถมารับ ทีแรกนับดาวก็เล่นตัว แต่พอเขาไม่ง้อก็รีบแจ้นไปขึ้นรถเอง
ooooooo
ซีซียังรออยู่ที่ริมทะเลจนเห็นเรือสปีดโบ๊ตเข้ามาเทียบ เธอสั่งชาวประมงที่จ้างไว้ให้ไปดู
ยูกิประคองเรือมาถึงริมทะเลจนได้ เธอรีบลงจากเรือมาเจอชาวประมงคนนั้นพอดี รีบบอกให้ไปช่วยคนเจ็บบนเรือ แล้วทั้งสองก็รีบไปช่วยกันหิ้วปีกร่างหมดสติของยามาดะมาที่ชายหาด
ชาวประมงช่วยพายามาดะมาขึ้นรถตู้ ยูกิสั่งให้รีบพาไปโรงพยาบาลเลย ซีซีไม่พอใจคิดว่ายูกิจะพายามาดะหนี ยูกิไม่สนใจเพราะเป็นห่วงยามาดะ ซีซีเลยต้องกระโดดขึ้นรถไปด้วย
เมื่อไปถึงโรงพยาบาล ยามาดะถูกนำตัวเข้าห้องฉุกเฉินทันที ยูกิเดินวนเวียนอยู่หน้าห้องด้วยความเป็นห่วง จนซีซีมองอย่างสงสัยว่า ทำไมยูกิถึงเป็นห่วงยามาดะมากขนาดนี้?
ooooooo
ระหว่างนับดาวนั่งรถมากับเป็นไท นับดาวนอนหนาวตัวสั่น เป็นไทเหลือบเห็น เขาหรี่แอร์ลงและหันไปหยิบเสื้อคลุมข้างหลังเขามาคลุมให้
“ฉันไม่ได้ตั้งใจจะหลอกคุณหรอกนะ” นับดาวเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นเขาไม่มีทีท่าจะพูดอะไร แล้วเธอก็ขอบคุณเขาที่ปิดแอร์และห่มผ้าให้ เป็นไทเขินที่เธอรู้ว่าตนทำอะไรให้บ้าง แต่ก็พูดอย่างไว้ท่าว่า ตนก็แค่ไม่อยากให้มีใครมาตายในรถเท่านั้น
“ขอบคุณอีกเรื่องนะคะ ที่ให้ฉันติดรถมากรุงเทพฯด้วย” พูดแล้วเป็นไทก็ยังเงียบ นับดาวทนไม่ได้ถามว่า
“นี่คุณจะไม่ถามฉันสักคำเหรอว่าฉันหลอกคุณทำไม ใครทำ ยูกิตัวจริงอยู่ไหน หรือคำถามอะไรก็ได้ที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่หรือลำบากใจที่จะตอบ”
ขนาดนี้แล้วเป็นไทก็ยังเงียบ นับดาวเล่าถึงเหตุการณ์คืนวันก่อนว่า
“รู้ไหม เมื่อคืนก่อน ฉันรอคุณที่บ้านทั้งคืน เพื่อจะให้คุณมาด่าฉัน มาว่าฉัน หรือทำอะไรก็ได้ให้ฉันรู้สึกผิด ให้สมกับที่ฉันทำลงไป...ที่คุณบอกว่าเกลียดฉัน มันยังน้อยเกินไปด้วยซํ้า”
“ยูกิตัวจริงสบายดีใช่ไหม”
เป็นคำถามที่นับดาวตอบไม่ได้ บอกว่าตนไม่รู้ ไม่เคยเจอยูกิตัวจริงด้วยซํ้าไป เป็นไทบ่นเซ็งๆว่า พอถามเรื่องที่ตนอยากรู้ก็ตอบไม่ได้
นับดาวขอร้องว่าจะตบจะด่าจะอะไรกับตนก็ได้ แต่อย่าเงียบอยู่อย่างนี้เลย...
“ผมสนใจแค่เรื่องของยูกิ ส่วนเรื่องของคุณ ไม่ว่าจะเป็นใคร มาจากไหน ใครใช้ให้คุณมา หรือคุณทำแบบนี้ทำไม ผมไม่ใส่ใจหรอก ทำสิ่งที่คุณได้รับมอบหมายต่อไป อย่าให้ใครจับได้ก็แล้วกัน ถ้าอยากให้ผมเล่นเกม ผมก็จะเล่น”
เป็นไทพูดอย่างเย็นชาเสียจนนับดาวอึ้งพูดไม่ออก ครู่หนึ่งก็พูดยิ้มๆ แต่เจ็บลึกๆ ว่า
“เจ็บกว่าทุกทางที่ฉันเตรียมใจไว้เสียอีก” พูดแล้วกลั้นนํ้าตาไว้ไม่ไหว หันมองไปนอกรถปล่อยให้นํ้าตาไหลพรากๆ
เป็นไทขับรถไปโดยไม่สนใจนับดาวอีกเลยแม้แต่นิดเดียว!
ooooooo
ยามาดะรู้สึกตัวขึ้นมา เห็นซีซีนั่งอ่านนิตยสาร แฟชั่นอยู่ เขาถามว่ายูกิอยู่ไหน ซีซีประชดว่าตื่นขึ้นมาก็ถามหายูกิ บอกว่าไม่ต้องห่วง คนโง่อย่างนั้นหนีไปไหนไม่รอดหรอก ทำให้ยามาดะโล่งใจไปเปลาะหนึ่งว่ายูกิไม่เป็นไร
ยามาดะไปเข้าห้องน้ำจึงพบว่ายูกิถูกใส่กุญแจมือไว้กับท่อน้ำ ยูกิดีใจที่เขารู้สึกตัวแล้ว ส่วนยามาดะไม่พอใจมากที่ซีซีทำกับยูกิแบบนี้ เมื่อกลับไปที่ห้องพักฟื้นโรงพยาบาล เขาบอกให้ซีซีปล่อยตัวยูกิเสียเพราะนี่มันนอกเหนือจากข้อตกลงกัน
“ฉันรู้ เดี๋ยวฉันจ่ายเพิ่มน่า” ซีซีพูดอย่างเลือดเย็น แต่ยามาดะไม่ยอม บอกให้ส่งกุญแจมา ตนจะไปปล่อยยูกิ แม้ซีซีจะไม่พอใจแต่ก็ยอมส่งกุญแจให้
วราพรรณสวมวิญญาณนักสืบ แอบอัดเสียงซีซีกับยามาดะไว้ พึมพำอย่างประเมินสถานการณ์ว่า
“มีผู้ชายญี่ปุ่นอีกคนร่วมมือด้วย กำลังจะย้ายยูกิไปไว้สักที่หนึ่ง ต้องสะกดรอยตามต่อไป...ว่าแต่พวกมันทำไมต้องถ่อมาเข้าโรงพยาบาลถึงกรุงเทพฯด้วยเนี่ย?”
ooooooo
ไคคุงระแวงความสัมพันธ์ระหว่างเป็นไทกับนับดาว คืนนี้ถึงกับขับรถไปซุ่มที่หน้าบ้านนับดาวเห็นบ้านเงียบไม่มีใครอยู่ บ่นว่าเธอหายไปตั้งแต่เมื่อวานป่านนี้ยังไม่กลับ ถ้าไปกับเป็นไทคราวนี้จะไม่ใช่แค่เตือน
ไม่นาน เป็นไทขับรถมาส่งนับดาวที่บ้านจริงๆ ไคคุงลงไปหาเรื่องทันที เขาบอกให้นับดาวเข้าบ้านไปก่อน ตนมีเรื่องต้องเคลียร์กับเป็นไทประสาผู้ชาย นับดาวเป็นห่วงเป็นไท อาศัยจังหวะเผลอผลักไคคุงเซไปแล้วจูงมือเป็นไทพาวิ่งหนีไป
“ยูกิ คุณปกป้องมันเหรอ” ไคคุงลุกขึ้นมองตามนับดาวกับเป็นไทไปด้วยความแค้น
เป็นไทถามนับดาวว่าจะหนีไปไหน เพราะไคคุง ไม่ได้ทำร้ายเธอ เขาแค่ไม่อยากให้เธอมายุ่งกับตนเท่านั้น นับดาวพาเป็นไทไปหลบในซอกหนึ่ง
เป็นไทบอกให้นับดาวหนีไป ทางนี้ตนจัดการเอง นับดาววิ่งออกไปแล้ว แต่เป็นห่วงเป็นไทจึงวิ่งย้อนกลับมาอีก เห็นไคคุงย่องมาข้างหลังเป็นไท ยกไม้หน้าสามเงื้อสุดแขนเตรียมฟาดเต็มที่
นับดาวตัดสินใจพุ่งเข้าไปเอาตัวบังไว้ เลยถูกไคคุงฟาดจนสลบ ทั้งไคคุงและเป็นไทต่างตกใจมาก พอดีชาวบ้านกรูกันออกมาถามว่าทำอะไรกัน ไคคุงตกใจวิ่งหนีไป จึงเหลือแต่เป็นไทกอดนับดาวไว้อย่างเป็นห่วง
ooooooo
ซีซีให้ยามาดะกับยูกิใส่กุญแจมือไว้ด้วยกันเพื่อกันหนี เธอเดินนำทั้งสองออกจากโรงพยาบาล สั่งยูกิให้บังๆหน้าไว้
เป็นไทพานับดาวไปโรงพยาบาล สวนกับยูกิและยามาดะ ยูกิเห็นหน้านับดาวที่นอนอยู่บนเตียงเข็นเธอชะงักมองอึ้ง นับดาวรู้สึกตัวลืมตาขึ้นพอดีต่างมองกันนิ่ง ยามาดะถูกใส่กุญแจมือกับยูกิเลยต้องหยุดด้วยแต่เขาไม่เห็นนับดาวเพราะบุรุษพยาบาลเข็นเข้าห้องฉุกเฉินไปก่อน
วราพรรณปลอมเป็นพยาบาลพยายามตีสนิท
กับซีซีเพื่อหาข่าว แต่ซีซีรอบจัดจึงไม่มีอะไรหลุดออกมาเลย วราพรรณยังเดินตามซีซีไป แต่เจอเป็นไทเสียก่อนต่างตกใจที่มาเจอกันที่โรงพยาบาล เป็นไทมองวราพรรณแปลกๆที่ใส่ชุดพยาบาล เธอหัวเราะแหะๆบอกว่า จะไปแฟนซีปาร์ตี้กับเพื่อน
พอเห็นนับดาวบาดเจ็บ วราพรรณเข้าใจว่าถูกเป็นไททำร้าย ต่อว่าต่อขานเขายกใหญ่ เป็นไทอึกอักวราพรรณยิ่งโมโหต่อยหน้าจนเขาล้มคว่ำไป พอดีองอาจมาถึง เขาบอกเป็นไทว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวตนเคลียร์ให้
แต่วราพรรณกัดไม่ปล่อยว่าเป็นไทฉอดๆ เป็นไทชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็ไม่เชื่อ จนสุดท้ายองอาจหาทางหลบไป ปล่อยให้ทั้งสองโต้เถียงกันเอง
อาการของนับดาวดีขึ้น หมอบอกว่าไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง พรุ่งนี้ก็ออกจากโรงพยาบาลได้แล้ว เป็นไทโล่งใจที่ไม่กระทบกระเทือนสมอง เดินมาส่งหมอแล้วกลับเข้ามาในห้อง นับดาวหลับอยู่ เขาไปยืนมองหน้าเธอที่ข้างเตียงพึมพำ
“เหมือนกันเหลือเกิน เหมือนกันมาก...ทำไมต้องเอาตัวมาเสี่ยงช่วยผมด้วย นี่ผมควรจะเอายังไงกับคุณดีเนี่ย คุณต้องการอะไรจากผมกันแน่!”
ส่วนสังวรโทร.ตามวราพรรณเพื่อถามความคืบหน้าที่ให้ไปสืบเรื่องยูกิตัวจริงตัวปลอม สั่งเธอให้เข้าไปรายงานตนเดี๋ยวนี้ ถ้าไม่อยากถูกปลดกลับไปทำงานในตำแหน่งเดิม แต่พอเธอจะกลับ เจอเป็นไทกับองอาจเข้า เป็นไทถามว่าแล้วใครเฝ้านับดาว วราพรรณบอกว่าดึกๆ ตนจะกลับมา เป็นไทจึงฝากองอาจกลับไปกับเธอ ส่วนตัวเองอยู่เฝ้านับดาวที่นี่
รุ่งขึ้น ขณะพานับดาวออกจากโรงพยาบาลนั้น เป็นไทบอกว่าพรุ่งนี้จะมีงานมีตแอนด์กรี๊ดให้เธอซ้อมหน่อย นับดาวสับสนไม่รู้จะทำอย่างไรดี บอกว่าเขาน่าจะไล่ตนออกตั้งแต่รู้ว่าเป็นตัวปลอมแล้วและรีบไปตามหายูกิตัวจริงเสีย เป็นไทส่ายหน้า บอกเธอด้วยสีหน้าจริงจังว่า
“ไม่ว่าใครจะใช้ให้คุณมาทำแบบนี้ ฝากไปบอกเขาด้วยว่า ถ้าผมชนะ ผมขอยูกิตัวจริงคืนในคอนเสิร์ตใหญ่” นับดาวถามอย่างน้อยใจว่าแล้วจะเอาตนไปไว้ที่ไหน “ผมก็จะทำให้คุณมาอยู่ข้างผมแทนที่จะไปช่วยฝั่งโน้น”
นับดาวรับสภาพอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ แต่เตือนเป็นไทว่า เขาไม่มีเวลามากอย่างที่เขาคิดหรอก แล้วลงจากรถเข้าบ้านไป
ซีซีพายูกิกับยามาดะไปไว้ที่โกดังร้างแถวพุทธมณฑลห่างไกลชุมชน และให้ยามาดะเฝ้าไว้ ยามาดะขอรถคันหนึ่งเพื่อไปซื้ออาหาร ทีแรกซีซีไม่ยอมให้ แต่พอยามาดะบอกว่าตนเป็นยากูซ่าเก่า อย่าทำให้ตนต้องโมโห ซีซีจึงยอมให้รถคันหนึ่ง
ซีซีวางแผนจะทำลายงานคอนเสิร์ตของเป็นไทด้วยการแฉกลางงานว่า เขาเอายูกิตัวปลอมมาแหกตาแฟนคลับ ส่วนตนก็จะกลับมาดังอีกครั้งเพราะช่วยซุปเปอร์สตาร์จากการลักพาตัว
ooooooo
ไคคุงพาพวกเข้ามาในงานมีตแอนด์กรี๊ด 3–4 คน ปรี่เข้าไปถามเป็นไทว่ายูกิอยู่ไหน เป็นไทย้อนถามว่าเขาตีหัวเธอสลบไปแล้วไม่ใช่หรือ ไคคุงบอกว่าตนเช็กทุกโรงพยาบาลแล้วไม่มียูกิ บอกเป็นไทว่ายูกิเป็นของตนใครจะพาไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น เป็นไทพูดใส่หน้าว่า
“ผมว่าคุณไม่ได้รักยูกิจริงๆ หรอก เพราะถ้าคุณรักเธอจริง คุณน่าจะรู้ว่ายูกิคนนี้ไม่ใช่ของคุณ” ไคคุงถามว่าพูดอะไรฟังไม่รู้เรื่อง “ไม่ว่าคุณจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจ ผมจะบอกคุณว่ายูกิคนนี้เป็นของผมไม่ใช่ของคุณ!”
ไคคุงสั่งสมุนให้เล่นงานเป็นไท ถูกบอดี้การ์ดของเป็นไทสะอึกออกมากันไว้ เกิดการกระทบกระทั่งกันขึ้น นับดาวออกจากหลังเวทีตะโกนเป็นภาษาญี่ปุ่นให้หยุด ถามว่า “นี่ฉันเจ็บคนเดียวยังไม่พออีกใช่ไหม”
ไคคุงดีใจถลาเข้าไปหานับดาว ถูกเธอไล่ให้กลับไปก่อน เพราะคุยกับเขาตอนนี้ไม่รู้เรื่องหรอก ไคคุงอายที่ถูกนับดาวปฏิเสธเลยพาพวกกลับไป
นับดาวเดินกลับไปหลังเวทีเข้าห้องแต่งตัว เป็นไทตามไปในห้อง ปิดประตูล็อก กระซิบว่า “ผมดีใจที่คุณมา” บอกให้ตั้งใจซ้อมนะ นับดาวบอกว่าถึงเขาไม่บอกตนก็รู้หน้าที่ดีอยู่แล้ว
ทันใดนั้น คอสตูมมาตามนับดาว จะเข้าไปช่วยดูแลเสื้อผ้าให้ นับดาวบอกว่าตนดูแลตัวเองได้ เพราะใส่เสื้อผ้าเองมาตั้งแต่เด็กแล้ว
“เดี๋ยวชุดมันต้องติดแอกเซสซารี่ด้วยน่ะค่ะคุณน้อง มันถึงจะฟูลออปชั่น”
นับดาวมองหน้าเป็นไทขวับ พูดอย่างหงุดหงิดว่า
“ได้เรื่องเลยเห็นไหม!!”
เป็นไทได้แต่ยิ้มแหยๆ อย่างรู้สึกผิด...
ooooooo










