ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

รักคุณเท่าฟ้า

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ครั้งนี้นับว่าพิมกับธีระทะเลาะกันรุนแรง พิมโกรธจนไม่ยอมรับโทรศัพท์เขา ทั้งที่ตัวเองเสียใจมาก เพื่อนๆต้องคอยปลอบใจ ด้านธีระกลัดกลุ้มที่พิมไม่ยอมพูดด้วย มาปรับทุกข์กับวิทย์

“ผู้หญิงก็อย่างนี้แหละครับ ยังไงก็ขอเป็นที่หนึ่ง”

“แต่จะมาเอาชนะอะไรกับแม่ผม แกเป็นคนแก่ ถ้าผมให้ความสำคัญกับผู้หญิงคนอื่นก็ว่าไปอย่าง”

“กับแม่นี่แหละครับสำคัญ กัปตันไม่เคยได้ยินเรื่องแม่ผัวกับลูกสะใภ้หรือครับ”

ธีระหาว่าล้าสมัย วิทย์แย้งว่าเรื่องเก่าแต่คลาสสิก สองหนุ่มหัวเราะให้กัน...

พจแปลกใจเห็นลูกสาวไม่ไปเที่ยวไหนในวันหยุด จึงลองถามว่า ธีระงานยุ่งหรือถึงไม่ค่อยเห็นหน้า พิมตอบว่าเลิกกันแล้ว พจตกใจ พิมย้ำว่า พ่อสบายใจได้ เขาจะไม่มาบ้านนี้อีก พจยืนอึ้งจนสุนีย์เข้ามาถามเป็นอะไร

“นี่คุณรู้เรื่องลูกกับนายธีรึยัง ลูกบอกว่าเลิกกันแล้ว”

“ฉันรู้แล้ว คงสมใจคุณล่ะสิ”

“นี่คุณมาว่าผมเรื่องอะไร”

“ก็หรือไม่จริง คุณไม่ชอบนายธีนี่ หาว่าเขาไม่ให้เกียรติคุณ ตอนนี้คุณต้องหาลูกเขยที่คุณชอบเองแล้วล่ะ” สุนีย์เดินจากไป ปล่อยให้พจยืนงงว่าเป็นเพราะตนหรือ...

วันต่อมา ธีระบินไปบรัสเซลส์ ขณะที่บินอยู่ นุ้ยมาเคาะห้องกัปตันเพื่อเอาจดหมายของผู้โดยสาร

คนหนึ่งให้ ธีระงงๆถามว่าผู้ชายหรือผู้หญิง

“ผู้หญิงค่ะ สวยด้วยนั่งบิสซิเนสคลาส บอกว่าเป็นเพื่อนเก่ากัปตัน” นุ้ยกลับออกไป

ธีระเปิดจดหมายอ่าน ข้อความว่า “หวัดดีค่ะ พี่ธี จำคิตตี้ได้มั้ยคะ น้องรหัส 120 ไงคะ ได้ยินพี่ธีประกาศว่าเป็นกัปตันเที่ยวบินนี้ ดีใจจัง ถ้าว่างก็แวะมาคุยกันหน่อยนะคะ”

วิทย์กระเซ้าว่าแฟนเก่าหรือ ธีระยิ้มๆว่าจะใช่หรือไม่ใช่ก็ได้ เพราะตอนนั้นเธอเป็นน้องรหัส เคยจีบแต่เธอมีแฟนแล้ว “ต่อมาเขาก็เลิกกับแฟนมาชอบเรา แต่เราดันไปเจอคนอื่นอีก ตอนนั้นเขาโกรธและเกลียดผมมาก หาว่าผมหลอกเขา เพิ่งจะมาคุยกันตอนที่ผมเป็นผู้ช่วยกัปตันใหม่ๆ เดี๋ยวผมจะไปทักเขาซะหน่อย ฝากคุณช่วยดูเครื่องที”

คิตตี้เป็นสาวนักโฆษณาวัย 28 ปี ธีระออกมาทักทายถามทุกข์สุขกัน เธอเพิ่งเฮิร์ตจะไปเที่ยวพักใจ เธอดีใจมากที่เจอเขา ชวนทานข้าวกันซักมื้อ เขาครุ่นคิดแล้วพยักหน้าก่อนขอตัวกลับไปทำงาน เธอมองตามหลังเขาอย่างเสียดาย

หน้าห้องพักโรงแรมในบรัสเซลส์ วิทย์กับกิต วิศวกรประจำเครื่อง และเป๊บกับนุ้ยนัดกันออกไปทานข้าวมื้อค่ำ สาวๆถามทำไมธีระไม่ไปด้วยกัน วิทย์ตอบยิ้มๆว่า เจอแฟนเก่า สองสาวไม่ค่อยพอใจแทนพิม

ในขณะที่ธีระกับคิตตี้นั่งดริ๊งก์อยู่ในผับแห่งหนึ่ง สองคนคุยรื้อฟื้นความหลังอย่างรื่นเริง คิตตี้บอกว่าตนไม่ได้ทำงานประจำแล้วออกมาทำเป็นฟรีแลนซ์ ธีระกระเซ้าว่าหนุ่มโฆษณาคนไหนที่ทำให้อกหัก เธอเล่าว่าเป็นลูกเจ้าของสินค้า

“อย่างนี้ก็รวยน่ะสิ หล่อมั้ย”

“สู้พี่ธีไม่ได้”

“ทุกครั้งที่ตี้ชม พี่เขินจริงๆ”

“อ้าว ก็พี่ธีหล่อจริงๆนี่ หรือมีใครบอกว่าไม่หล่อ”

“ถึงหล่อ แต่บางทีก็ช่วยอะไรไม่ได้”

คิตตี้สะดุดหู ถามว่ามีปัญหากับแฟนอยู่ใช่ไหม เขาตอบว่างอนกันนิดหน่อย เธอดีใจ

“งั้นก็ดีเลย แฟนพี่กำลังงอน ส่วนตี้กำลังเฮิร์ต เราสองคนมาเจอกันในช่วงเวลาที่เหมาะสมจริงๆ ดื่มค่ะ... ขอให้ลมหนาวที่นี่แรงๆ”

ธีระงงหมายความว่าอย่างไร คิตตี้ยิ้ม ถ่านไฟเก่าจะได้คุ ธีระขำไม่ออก คิตตี้หัวร่อต่อกระซิกจับมือถือแขนเขาอย่างสนิทสนม

ooooooo

พิมอยู่บ้านทานข้าวกับครอบครัวบ่อยขึ้น พจ

มองออกว่าลูกสาวทุกข์ใจ จึงเอ่ยปากยกโทษให้ธีระ พิมกลับบอกว่าไม่เกี่ยวกับพ่อ เป็นเรื่องระหว่างตนกับเขา สุนีย์เตือนอย่าตั้งแง่ อย่าถือทิฐิให้มากนัก แค่โทร. หาเขาทุกอย่างก็จบ...พิมเข้าห้องเปิดวีดิโอที่ใช้ในงานแต่งงานดู เผลอยิ้มแล้วตัดสินใจ “ก็ได้ พิมจะยกโทษให้”

เธอคว้าโทรศัพท์กดหาธีระ แต่ไม่มีคนรับสาย ระหว่างนั้น ธีระเดินเล่นอยู่กับคิตตี้ถ่ายรูปกันอย่าง สนุกสนาน จนแบตมือถือหมด พิมหงุดหงิด โทร.หาวิทย์ขอพูดกับธีระ วิทย์อึกอักไม่กล้าบอก กิตจึงตอบแทนว่า ธีระออกไปทานข้าวกับเพื่อนเก่า พิมซักถามจนรู้ว่าเป็นแฟนเก่า วิทย์กับกิตเป็นกังวลแต่พยายามคิดว่าพวกตนพูดความจริง

ดึกมากแล้ว ธีระเดินมาส่งคิตตี้หน้าโรงแรม เธอชวนเขาขึ้นไปดื่มกาแฟบนห้อง แต่เขาขอตัว เธอจึงนัดพรุ่งนี้ไปช็อปปิ้ง เขาบอกไว้โทร.กันอีกที คิตตี้คว้ามือเขามากุม

“ขอบคุณพี่ธีมากนะคะ ที่ช่วยให้ตี้หายเฮิร์ตได้เร็วขึ้น”

“แค่ไปกินข้าวเนี่ยหรือ”

“ค่ะ อย่างน้อยก็ทำให้ตี้รู้ว่าตี้ยังมีคุณค่ากับผู้ชายอยู่”

“อะไร กะอีแค่เลิกกับผู้ชาย ทำให้เสียเซลฟ์ ขนาดนั้นเชียว”

“ตี้ไม่แน่ใจว่าทำไมเขาถึงเลิกกับตี้”

“พี่บอกให้มั้ย พี่ว่าแฟนเก่าตี้ตาไม่ถึง”

คิตตี้มีกำลังใจขึ้น คิดอยากได้ธีระกลับมาเป็นแฟนอีกครั้ง...

เช้าวันใหม่ พิมโทร.หาธีระอีกครั้ง เขารับสายด้วยความดีใจ แต่เธอนิ่ง เขารีบถามว่าหายโกรธแล้วใช่ไหม เธอจึงเอ่ยออกมาว่า หายแล้ว แต่กำลังจะโกรธใหม่

“โธ่ โกรธผมเรื่องอะไรอีก ผมไม่ได้ทำอะไรผิด ซะหน่อย”

“เมื่อคืนพิมโทร.หาทำไมไม่รับสาย”

“ผมขอโทษ พอดีแบตหมด”

“แบตหมดหรือว่าไม่รับเพราะไปกินข้าวกับผู้หญิง”

ธีระรีบบอกว่าทานข้าวกับคิตตี้ รุ่นน้องที่เคยเล่าให้ฟัง พิมเสริมว่าเคยชอบกันมาก่อน เขาโอดโอยว่านั่นสมัยเรียน อย่าหาเรื่องทะเลาะกันอีกเลย ตนสัญญาจะไม่ทำให้เธอโกรธอีก

“พิมก็ขอโทษคุณด้วยที่พูดจาไม่ดีเรื่องคุณแม่คุณ”

“เอาเป็นว่าเราจะไม่ทะเลาะกันอีกแล้วนะ” ธีระขอร้องและบอกว่าอีกสองวันเจอกัน

ต่างคนต่างบอกรัก พิมวางสายยิ้มอย่างสุขใจ สุนีย์แซวแค่ลดทิฐิความสุขก็กลับมา พิมอมยิ้มกอดแม่ ตนอยากให้ธีระรู้บ้างว่าตนสำคัญ สุนีย์กระเซ้า อย่า ให้มันมากนักก็แล้วกัน...

หลังจากนั้น คิตตี้ก็โทร.เข้ามาหาธีระชวนไปช็อปปิ้ง เขาเห็นว่าพรุ่งนี้จะกลับแล้ว แค่ไปเป็นเพื่อนคงไม่เป็นไร แต่ระหว่างเดินซื้อของ นุ้ยกับเป๊บผ่านมาเห็น แอบถ่ายรูปส่งไปให้พิม เธอขุ่นใจรีบโทร.หาธีระ เขาไม่โกหกพูดตามตรง

“เอ่อ พอดีคิตตี้เขาโทร.มาชวนกินข้าวกลางวันน่ะ ก็เลยมานั่งเป็นเพื่อนเขา”

“นี่ธีต้องเทกแคร์กันทุกวันเลยหรือ”

ธีระปฏิเสธ พิมขอทักทายคิตตี้ เขาจึงส่งมือถือให้ คิตตี้รายงานตัวว่าเป็นน้องรหัสตอนอยู่มหาวิทยาลัย บังเอิญเจอกันจึงชวนทานข้าว คงไม่ว่าอะไรนะ พิมตอบว่า ตามสบาย ธีระเล่าให้ฟังอยู่แล้ว พิมขอคุยกับธีระต่อ เธอบอกเขาว่าแค่อยากรู้ว่าทำอะไรอยู่เท่านั้นแล้ววางสายไป ธีระรู้สึกได้ว่าพิมไม่ค่อยพอใจ คิตตี้ถามว่าพิมขี้หึงหรือ เขาส่ายหน้าเชื่อว่าพิมหนักแน่นพอ ทำเอาคิตตี้อิจฉา...พอมาส่งที่โรงแรม ธีระตัดสินใจบอกเธอว่า

“พี่จะลาตี้ตรงนี้นะ เย็นนี้พี่ต้องกินข้าวกับลูกน้อง แล้วต้องคุยเรื่องงานกันด้วย”

“หมายความว่าตี้จะไม่ได้เจอพี่ธีแล้วใช่มั้ยคะ”

“ใช่จ้ะ เพราะพรุ่งนี้พี่ต้องตื่นตีห้าไปแอร์พอร์ต”

คิตตี้อึ้งเสียดายที่ต้องจากกับเขา จึงโผเข้าหอมแก้มแล้วบอกว่า ตนอยากให้รู้ ตนไม่เคยลืมเขาเลย ธีระอึ้งๆเดินไป เธอมองเบื้องหลังเขาอย่างอาลัยอาวรณ์

ในขณะเดียวกัน พิมนั่งหน้างออยู่กับเพื่อนแหม่มและกุ๊ก ทั้งสองไม่พอใจการกระทำของธีระ พิมตัดสินใจ กลับมาคราวนี้ต้องเคลียร์กันให้รู้เรื่อง

ooooooo

ธีระลงจากเครื่องมุ่งหน้าไปเยี่ยมจินดาก่อน เธอดีใจชวนทานข้าวเย็นด้วยกัน แต่เขากลับบอกว่า ต้องไปหาพิม พรุ่งนี้จะแวะมารับไปทานกลางวัน จินดาน้อยใจพาลอารมณ์เสียใส่อร

พิมเดินลงบันไดบ้านมา เจอธีระยืนยิ้มกริ่ม โผเข้ากุมมือ “ผมคิดถึงคุณจังเลย”

“คิดถึงแล้วทำไมไปกินข้าวกับผู้หญิงอื่น”

ธีระปลอบว่าคิตตี้เป็นแค่น้องสาว เธอกำลังอกหักจึงคุยเป็นเพื่อนเท่านั้น พิมไม่เชื่อ

“โธ่ สาบานได้ ผมรักคุณคนเดียว คุณไม่เชื่อใจผมหรือ งั้นเอาอย่างนี้ พรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนสมรสกันเลย คุณจะได้สบายใจ”

“ทำอย่างนั้นได้ไง คนเขาจะได้นินทาทั้งบ้านทั้งเมือง” พจส่งเสียงเอ็ดเข้ามา

ธีระรีบยกมือไหว้พจกับสุนีย์ แก้ตัวว่าแค่อยากทำให้พิมสบายใจ สุนีย์ยิ้มๆขอให้มีการจัดงานตามประเพณี ไม่อย่างนั้นญาติพี่น้องจะตำหนิได้ ธีระชำเลืองมองพจ ตนไม่มีปัญหาอยู่ที่...สุนีย์ถามพจจะเอาอย่างไร อยู่ที่เขาตัดสินใจคนเดียว พิมมองพ่ออย่างอ้อนวอน พจทำหน้าขรึม

“ก็ได้ นี่ผมเห็นแก่ลูกสาวผมหรอกนะ ที่เขารักคุณมาก”

ธีระดีใจยกมือไหว้ขอบคุณ และสัญญาจะไม่ทำให้ผิดหวังอีก พิมยิ้มอย่างมีความสุข...

แต่พอเรื่องถึงหูจินดา แดงดักคอแม่ว่าห้ามป่วยห้ามตาย จินดาค้อนขวับที่ลูกรู้ทัน เปรยว่าจะไม่ไปร่วมงานเพราะกลัวป่วยกลางงาน จะมาว่ากันอีก แดงหาว่าแม่เล่นแง่ จินดาโกรธ ไม่มีตนก็แต่งงานกันได้ กบรีบห้ามทัพชวนทุกคนออกไปทานสุกี้ จินดางอนไม่ไป แดงกับกบหนักใจ...แต่พอลูกๆกลับไป เธอก็ให้อรเอาขนมหม้อแกงมาให้ทาน ตั้งใจจะกินให้น้ำตาลขึ้นกันไปเลย

วันต่อมา ธีระกับพิมตระเวนแจกการ์ดใหม่ จินดาน้อยใจโทร.เรียกเพื่อนมาหาที่บ้าน ทั้งช้อย ใหญ่ และภา ขอให้ช่วยล้มงานแต่งงานลูกชาย

“หา จะดีหรือพี่จิน ฉันว่าอย่าไปขวางเขาเลยน่าเด็กมันรักกันก็ปล่อยมันไปเถอะ” ช้อยแย้ง

“นั่นน่ะสิพี่จิน  ถึงพี่จินจะขัดขวางครั้งนี้ได้  ครั้งหน้าก็ต้องมีอีก” ใหญ่ก็ไม่เห็นด้วย

“ใช่ แล้วมันจะเป็นบาปกรรมของพวกเรานะ

เราก็แก่มากแล้ว” ภาเห็นเช่นกัน

จินดาโวยที่เพื่อนๆไม่มีใครร่วมมือ ทุกคนโบกศาลากลับกันไป จินดาเจ็บใจหาว่าเพื่อนพวกนี้เป็นเพื่อนกิน ถึงอย่างไรตนต้องล้มงานให้ได้

ooooooo

งานแต่งใกล้เข้ามาทุกที พิม พจ และสุนีย์ช่วยกันนับของชำร่วย ธีระมาถึงบอกว่า ที่โรงแรมเรียบร้อย ตนเพิ่มดอกกุหลาบสีชมพูตรงซุ้มทางเข้า จากเดิมที่ใช้สีขาวล้วนเพื่อให้ดูมีสีสัน พวงมาลัยบ่าวสาวทางร้านจะส่งไปให้เก้าโมงเช้า พจถอนใจ ทุกอย่างพร้อมสรรพพลันอรโทร.มาบอกธีระว่าจินดาอยู่โรงพยาบาล เขาตกใจหันมองทุกคน พร้อมกับถามว่าเป็นอะไร

“คุณยายไม่ได้เป็นอะไรหรอกค่ะ เมื่อเช้าไปตรวจสุขภาพ คุณยายให้คุณธีไปรับกลับ”

“ได้ เดี๋ยวฉันไป แล้วทำไมแกไม่ไปกับคุณยาย” ธีระโล่งอก

“คุณยายบอกให้หนูเฝ้าบ้าน แกไปเองได้  เพียงแต่ขากลับให้คุณธีไปรับแกหน่อย”

ธีระรับคำแล้ววางสาย พิมถามอย่างร้อนใจแม่เป็นอะไรอีก พจรีบถามต้องยกเลิกงานอีกไหม ธีระส่ายหน้าไม่ต้อง แค่ตรวจสุขภาพให้ตนไปรับกลับ ทุกคนโล่งอก

“นึกว่าเอาอีกแล้ว” สุนีย์เอ่ยหลังจากธีระออกไป

“ถ้าครั้งนี้ไม่ได้แต่ง พ่อว่าไม่ต้องแต่งอีกเลยนะพิม”

“พ่อ...ทำไมพูดอย่างนี้” พิมใจไม่ดี

ธีระประคองจินดาเข้าบ้าน  เขาถามแม่ทำไมไม่ให้แดงพาไป เธอปัดว่าไม่อยากกวน ธีระเตือนแม่ต้องไปงานแต่งวันพรุ่งนี้ของเขา จินดายิ้มเจื่อนๆ เขาถามทำไมยิ้มแบบนั้น

“แม่กำลังดีใจกับลูกที่จะได้เป็นฝั่งเป็นฝากับเขาซะที”

“จริงหรือครับ แม่อยากให้ผมแต่งงาน” ธีระโผกอดแม่

“จริงสิ พ่อแม่ที่ไหนจะไม่ดีใจที่ลูกได้แต่งงาน” จินดายิ้มอย่างมีเลศนัย

ooooooo

และแล้วก็ถึงวันงาน ธีระกับพิมอยู่ในชุด

บ่าวสาวงามสง่า ยืนถ่ายรูปกับแขก เพื่อนๆทั้งสองฝ่ายยืนต้อนรับแขกหน้างาน สุนีย์เอ่ยถามว่า จินดาจะมาถึงเมื่อไหร่จะได้ถ่ายรูปหมู่กัน พูดถึงก็มาพอดี จินดา แดง กบ และไตรตั้นยืนอยู่หน้าบันได ธีระกับพิมเข้าไปต้อนรับ จะประคอง

“ไปถ่ายรูปเป็นที่ระลึกกันหน่อยดีกว่าครับแม่”

“ไม่ต้องประคองแม่ พาเจ้าสาวไปลูก แม่ไปเองได้”

ธีระจูงมือพิมเดินไป แดงกับกบจูงไตรตั้นตาม จินดายืนนิ่งมองลูกๆซักพัก แล้วร้อง

“ธี...ช่วยแม่ด้วย”

ทุกคนหันกลับมามอง เห็นจินดาหงายหลังกลิ้งตกบันได ธีระกับแดงร้องลั่น กบมีสติรีบบอกให้ใครก็ได้เรียกรถพยาบาลด่วน พิม พจ และสุนีย์ยืนอึ้ง สักพักสุนีย์ก็เป็นลมล้มฟุบ พิมกับพจช่วยกันปฐมพยาบาล

จินดานอนไม่ได้สติถูกเข็นเข้าห้องไอซียู ธีระกับแดงยืนร้อนใจอยู่หน้าห้อง กบกอดไตรตั้นนั่งอยู่ไม่ห่าง แดงแปลกใจตอนไปรับแม่ที่บ้านก็ไม่มีอาการอะไร ทำไมจู่ๆตกบันไดไปได้ หรือว่าแกล้ง กบเอ็ดว่าแม่คงไม่เอาชีวิตตัวเองมาเสี่ยงแบบนี้

“ใช่ ผมว่าแม่ไม่ทำเรื่องบ้าๆแบบนี้หรอก” ธีระ เห็นพยาบาลเดินออกมา รีบเข้าไปถาม “ตอนนี้แม่ผมเป็นไงบ้างครับ”

“รอสักครู่นะคะ ตอนนี้คุณหมอกำลังดูอยู่”

พิมโทร.เข้ามาถามอาการ ธีระตอบอย่างร้อนใจว่ายังไม่รู้ ตนคงต้องรอฟังหมอก่อนถึงจะกลับไปได้ พิมบอกพจกับสุนีย์ตามที่ธีระบอก แต่ในใจเป็นกังวลไม่น้อย... แดงเตือนธีระให้กลับไปแต่งงานให้เรียบร้อย ทางนี้ตนจะดูแลและส่งข่าวเอง ธีระลังเล พอจะเดินไป หมอก็ออกมาถามว่าใครเป็นญาติจินดา ธีระรีบแทรกตัวผ่านแดงกับกบไปบอกหมอว่าตนเอง

“ตอนนี้คุณแม่คุณหัวใจเต้นไม่ปกติ”

“อันตรายมั้ยคะ”

“ก็...อยู่ในขั้นวิกฤติ ตอนนี้คลื่นไฟฟ้าในหัวใจเต้นไม่สม่ำเสมอ มีโอกาสที่จะเสียชีวิตได้”

ธีระหน้าซีด กบถามว่าควรทำอย่างไรต่อไป หมอให้เฝ้าดูอาการ 24 ชั่วโมง หมอให้ยาปรับการเต้นของหัวใจอยู่ ธีระถาม

“หมายความว่า ปุบปับแม่อาจจะเป็นอะไรก็ได้งั้นหรือครับ”

“ใช่ครับ ตอนนี้ผมแจ้งให้ทราบในขั้นต้นก่อน” หมอพูดจบเดินกลับเข้าไป

ธีระโทร.บอกพิม ขณะนั้นบรรดาแขกผู้ใหญ่

มากันหลายราย ต่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ธีระบอกพิมให้เรียนทุกท่าน ถึงอาการของแม่ตามที่หมอบอก

“ช่วยเรียนคุณพ่อคุณแม่ทีนะ ว่าผมจำเป็นจริงๆ

ผมต้องอยู่ดูแลแม่ เพราะเขาต้องการการตัดสินใจ”

“ให้พี่แดงกับพี่กบอยู่ก่อนไม่ได้หรือคะ”

“ไม่ได้หรอกพิม ผมอยากอยู่ เพราะผมต้องรู้ว่า

เราจะตัดสินใจรักษาท่านด้วยวิธีไหนต่อไป”

“แล้วงานแต่งล่ะคะ...”

“อย่าโกรธผมเลยนะ ผมเข้าใจความรู้สึกคุณดี แต่ผมทิ้งแม่ไปไม่ได้จริงๆ”

พิมวางสายน้ำตาไหลนองหน้า สุนีย์กับพจเข้ามาถามว่าธีระจะมาหรือยัง เธอได้แต่ส่ายหน้าวิ่งร้องไห้ออกไป บรรดาเพื่อนๆ ส่ายหัว ตบหน้าผาก ด้วยความรู้สึกว่าอีกแล้วหรือ

ooooooo

หมออนุญาตให้เข้าเยี่ยมจินดาได้ แต่เธอยังไม่พ้นขีดอันตราย ทุกคนเข้ามาเห็นจินดานอนนิ่งใส่บล็อกคอ มีเครื่องช่วยหายใจสายระโยงระยาง  ไตรตั้นร้องไห้ถามแดงว่ายายจะตายไหม ธีระน้ำตาไหลริน

“แม่ แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ ผม พี่แดง พี่กบแล้วก็หลานอยู่ข้างๆแม่นะ แม่ต้องไม่เป็นอะไรนะ”

ด้านพิม กลับบ้านร้องไห้แทบขาดใจ ครั้งนี้พจ

กลับช่วยสุนีย์ปลอบลูกและแก้ตัวแทนธีระ ว่าเรื่องเจ็บป่วยมันเลือกเวลาไม่ได้ พิมเชื่อว่าจินดาแกล้งเพราะไม่อยากให้แต่งงานกัน

“อย่าพูดอย่างนั้นสิลูก มันไม่ดี ใครจะกล้าเสี่ยงชีวิตแกล้งหงายหลังตกบันได พวกเราก็เห็นอยู่กับตา” สุนีย์ปราม

“นั่นสิ พ่อก็เห็นด้วยกับแม่นะ แม่เขาไม่ได้แกล้งหรอก มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ พ่อว่าลูกอย่าไปคิดอะไรให้มันมากเลย แล้วพรุ่งนี้ก็ควรจะไปเยี่ยมแม่เขาซะหน่อย”

“หนูไม่อยากจะเชื่อเลยว่า จะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นกับหนู”

“เอาน่า แม่รับรองครั้งที่สามต้องไม่มีอะไรผิดพลาดแน่”

“ใช่ ถ้ามีอะไรผิดพลาดอีก พ่อว่าลูกไม่ต้องแต่งมันแล้ว”

พิมมองหน้าพ่อกับแม่ น้ำตาไหลพราก

แล้วในคืนนั้น จินดาฟื้นขึ้นมา หมอกับพยาบาลเช็กร่างกาย ถึงออกมาบอกทุกคนว่า คลื่นหัวใจคนไข้อยู่ในเกณฑ์ปกติแล้ว แต่ยังต้องดูอาการอีกสองสามวัน เพราะมันอาจจะเป็นขึ้นมาอีกได้ ทุกคนดีใจ ธีระเข้ามาหาจินดา กุมมือเธอปลอบว่าไม่เป็นอะไรแล้ว

“ธี แม่คิดว่าแม่จะไม่ได้กลับมาเห็นหน้าลูกซะแล้ว”

“ไม่หรอก แม่ต้องอยู่กับผมไปนานๆ หมอบอกว่าอีกสองวันแม่ก็กลับบ้านได้แล้ว”

“ทำไมอยู่ๆ แม่ถึงเป็นโรคหัวใจ”

“หมอบอกมันเป็นเพราะวัยน่ะแม่ คนแก่ส่วนใหญ่ก็มีโอกาสเป็นได้ ผมว่าแม่อย่าเพิ่งพูดอะไรเลยนะ แม่เพิ่งฟื้น นอนพักซะ เดี๋ยวตื่นมาค่อยคุยกัน”

จินดาพยักหน้า ธีระเดินออกไป เธอเรียกเขาแล้วเอ่ยเศร้าๆ “ลูกอย่าทิ้งแม่ไปนะ”

“ผมไม่ไปไหนหรอกครับแม่ แค่ออกไปนั่งข้างนอก ในนี้เขาไม่ให้ญาติอยู่”

จินดาพยักหน้ายิ้มจางๆ ธีระออกมาได้ก็โทร.

หาพิม เพื่อบอกเธอว่าแม่ปลอดภัยแล้ว ตนขออยู่เฝ้าแม่ พิมสะกดกลั้นความน้อยใจเสียใจ ฟังเขาและบอกว่าพรุ่งนี้ตนจะไปเยี่ยม...

ooooooo

วันรุ่งขึ้น พิมมาถึงหน้าห้องไอซียู เห็นธีระนั่งหลับจึงเข้ามานั่งข้างๆ ค่อยๆ ปลุกเขา ธีระตื่นมายิ้มให้ แล้วพาเธอเข้าไปเยี่ยมจินดา พิมมองจินดาที่ยังหลับ นึกถึงคำพูดของไตรตั้นที่บอกว่า คุณยายไม่อยากให้แต่ง และคำเตือนของพ่อที่ว่ามันเป็นอุบัติเหตุ เธอพยายามข่มใจไม่คิดในทางร้าย ถามธีระว่าหมอให้กลับบ้านได้เมื่อไหร่ เขาตอบว่าอีกสองสามวัน
เธอชวน

“ออกไปข้างนอกดีกว่า พิมไม่อยากรบกวนท่าน” พิมหันมองจินดาอีกครั้งอย่างสงสัย

พิมบอกว่าพ่อกับแม่จะมาเยี่ยมตอนเย็น ธีระถามว่าท่านโกรธตนมากหรือเปล่า เธอส่ายหน้า เขาขอโทษที่เกิดเรื่องขึ้นอีก

“ธีคะ...คุณแน่ใจมั้ยคะว่า คุณแม่เป็นโรคหัวใจจริง”

“จริงสิ ก็หมอบอกอย่างนั้น ทำไมพิมถามแบบนี้...

นี่พิมคิดว่าแม่ผมแกล้งงั้นหรือ”

“พิมก็ไม่อยากคิดอย่างนั้นหรอกนะคะ แต่ทำไมแม่คุณต้องบังเอิญเป็นตอนวันแต่งงานของเราอีกแล้ว”

“เฮ้ย พิม คุณก็เห็นกับตานี่ว่า แม่ผมหงายหลังตกบันไดไป แล้วตอนนี้แม่ผมก็นอนอยู่ในไอซียู ผมว่าคุณอคติกับแม่ผมเกินไปแล้ว”

“ไม่ใช่นะธี”

“ผมเสียใจจริงๆ ผมไม่คิดเลยว่าคุณจะมีความคิด แบบนี้” ธีระโกรธเดินหนี

“เดี๋ยวสิธี...” พิมคว้าแขนเขา

“ผมว่าเราอย่าคุยกันเลย ผมขอตัว” ธีระดึงแขนออกเดินไป พิมมองตามอย่างเสียใจ

ธีระเข้ามามองแม่ที่ยังหลับ พยายามสลัดความโกรธออกจากหัวสมอง จินดาตื่นขึ้นมาขอน้ำกิน เขาประคองแม่ขึ้นดื่มน้ำ ส่ายหัวให้ลืมคำพูดของพิม...

พิมมาปรับทุกข์กับเพื่อนแอร์ด้วยกัน ต่างคนต่างออกความเห็น บางคนเห็นด้วยว่าจินดาแกล้ง บางคนแย้งไม่น่ายอมเสี่ยงชีวิตด้วยการกลิ้งตกบันไดแบบนั้น เป๊บออกความคิดเห็นว่า

“งั้นเอาอย่างนี้ เราก็มาพิสูจน์กันอีกครั้ง”

“พิสูจน์ยังไง” พิมย้อนถาม

“ก็แต่งเป็นครั้งที่สาม ถ้าแม่กัปตันไม่สบายอีกก็แสดงว่า เขาไม่อยากให้กัปตันแต่งกับพี่พิมจริงๆ”

แหม่มกับอุ๋มเห็นด้วย กุ๊กให้พิมเริ่มต้นด้วยการไปง้อธีระ พิมอ่อนใจขออย่าให้สิ่งที่ตนกลัวเป็นจริง

ooooooo

ให้เผอิญ คิตตี้มาเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาลเดียวกัน จึงเจอกับธีระเข้าพอดี เธอตามเข้าไปเยี่ยมจินดา ซึ่งออกจากห้องไอซียูมานอนห้องพักคนไข้

“แม่ ดูสิว่าใครมาเยี่ยม”

จินดาเพ่งมอง คิตตี้รีบถามว่าจำตนได้ไหม ตนเคยเป็นแฟนกับธีระ

“อ๋อ จำได้แล้วลูก แล้วไปไงมาไงถึงมาเจอกัน”

“หนูมาเยี่ยมเพื่อนน่ะค่ะ เลยเจอพี่ธี แล้วคุณแม่เป็นไงคะ”

“ดีขึ้นแล้วลูก แล้วนี่หนูแต่งงานรึยัง”

“ยังเลยค่ะ รอพี่ธีอยู่เนี่ย” คิตตี้ชำเลืองมองธีระ

“ถ้ารอพี่คงไม่ได้แต่งแล้วล่ะ”

พลัน พิมเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา เธอชะงักเมื่อเห็นคิตตี้ “ขอโทษค่ะ ไม่ทราบว่ามีแขก”

แขกที่ไหนกันล่ะคะ พี่พิม คิตตี้เองค่ะ จำคิตตี้ได้มั้ยคะ”

พิมมองหน้าธีระ เขาจึงบอกว่าที่เธอคุยโทรศัพท์ด้วยวันก่อน พิมพยักหน้าจำได้แล้ว และหันมาสวัสดีจินดา ถามไถ่อาการ

“ดีขึ้นมากแล้วลูก เห็นหมอบอกว่าพรุ่งนี้จะให้กลับบ้าน”

ธีระถามจริงหรือ จินดาให้ถามหมอดูอีกที คิดตี้ จับมือธีระลากลับ พิมมองอย่างไม่สบอารมณ์ คิตตี้ลาจินดาแล้วบอกลาพิมก่อนจะเดินไป จินดาหันมาคุยกับพิม

“แม่ขอโทษนะหนูพิม ทำให้งานแต่งหนูล่มอีกแล้ว”

“ไม่ใช่ความผิดของคุณแม่หรอกค่ะ”

จินดายิ้มขอบอกขอบใจ พิมสบตาธีระ ทั้งสองออกมาคุยกันนอกห้อง พิมขอโทษเขาที่พูดไม่ดีวันก่อน ธีระตอบว่าตนรู้ว่าเธอเครียด เป็นใครก็ประสาทเสียทุกคน ธีระจูบหน้าผากพิมแล้วเลื่อนจะจูบปาก พิมยกมือกันไว้

“เดี๋ยวค่ะ แล้วแฟนเก่าธีมาเยี่ยมคุณแม่ได้ไง”

ธีระบอกตามความเป็นจริง เขารู้ว่าเธอหึง จึงดึงเธอมากอดและย้ำว่าตนรักเธอคนเดียว...

วันต่อมา ธีระพาจินดากลับบ้าน แดงถือของลงจากรถมาวางให้ จินดาบอกลูกๆให้กลับไปทำงาน ตนไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ทันไร กลุ่มเพื่อนๆ ถือของมาเยี่ยม พอเห็นธีระก็กรี๊ดกร๊าดเป็นสาวๆ ขอถ่ายรูปไปอวดหลานๆ กันใหญ่... แดงกับธีระเดินออกมาจากบ้าน แดงถามเรื่องแต่งงานจะเอาอย่างไร ธีระถอนใจไม่รู้เหมือนกัน เกรงแขกจะเบื่อ

ใหญ่ ช้อย และภา นั่งล้อมวงซักถามจินดา ทำไมกล้าลงทุนทำขนาดนี้ ไม่กลัวตายจริงหรือ จินดาเอ็ดให้เบาๆ และปฏิเสธเสียงแข็งว่าตนไม่ได้แกล้ง เพื่อนๆ ไม่อยากเชื่อ เพราะเห็นวางแผนจะล้มงานแต่งลูก

“ใช่ แต่ยังไม่ทันเข้าแผน กะว่าเข้างานจะล่อทองหยอดฝอยทองให้มันช็อกคางาน ดันมาวูบซะก่อน”

“โอ๊ย เดชะบุญนะเนี่ยที่ไม่คอหักตาย” ช้อยถอนใจ

“เห็นมั้ย ฉันบอกไม่เชื่อว่าบาปกรรมมีจริง แค่พี่จินคิดจะล้มงานแต่งลูก พระท่านเลยผลักตกบันได” ภาตำหนิ

อรซึ่งแอบฟังอยู่ตกตะลึง “นี่คุณยายไม่ชอบคุณพิมขนาดนี้เลยหรือ ฮึ่ย น่ากลัวจริงๆ”

ช้อยหันมาเห็นอร จึงเอ็ดมาแอบฟังอะไร อรปฏิเสธว่าไม่ได้ฟัง แค่จะมาถามว่า ต้องการอะไรบ้าง ช้อยจึงส่งถุงอาหารให้ไปใส่จาน

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม

"มิ้นต์" ตะลึง "เต้ย" เรตอาร์ เขินจนเดินสะดุดล้ม
22 ม.ค. 2563
07:01 น.