ข่าว
100 year

นิยายไทยรัฐ

เล่ห์ร้อยรัก

SHARE
  • หน้าที่ 1
  • 1

ธาวินพาสองแม่ลูกวิ่งมากลางบ่อน เฮียเสกตามไล่ล่าพยายามยิงปืนขู่ ชายหนุ่มเห็นจวนตัว จึงดึงตาลไปทางบันไดหนีไฟ ขณะที่เจ๊อ้อยตามไม่ทัน หลงหลบไปอีกทาง

ครู่ต่อมา สองหนุ่มสาววิ่งมาถึงกลางซอย ตาลหันไปมองข้างหลังไม่เห็นแม่ตนตามมา จึงจะกลับเข้าไปช่วยแต่ธาวินห้ามไว้ เพราะเข้าไปก็ตายสถานเดียว นาทีนั้นเฮียเสกกับลูกน้องตามมาทัน จะเข้าเล่นงานตาล ธาวินสวมบทพระเอกเข้าปกป้อง จึงโดนฟาดด้วยไม้หน้าสามเข้าแสกหน้าตามด้วยที่ท้ายทอยอีกหนึ่งเป๊าะ ทำให้หมดสติไป

ตาลตกใจร้องขอความช่วยเหลือ โชคดีมีรถตำรวจผ่านมา เฮียเสกกับลูกน้องถอยหายไปในความมืด ตำรวจเข้ามาดูเหตุการณ์ ตาลฟ้องว่า สามีเธอถูกทำร้าย ตำรวจจึงวิทยุเรียกรถพยาบาลเข้ามารับ

ooooooo

ชายหนุ่มถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล ตาลตามมาด้วยความเป็นห่วง

เธอโทร.บอกกับแม่เรื่องธาวินช่วยชีวิตไว้ และโดนรุมซ้อม เจ๊อ้อยว่าไม่ใช่ธุระ เร่งให้ลูกรีบกลับบ้าน เพราะถ้าตำรวจจะมาสอบปากคำจะพากันเข้าปิ้งไปตามๆ กัน ตาลรับคำขยับจะเดินหนี แต่พยาบาลเรียกไว้ เพราะเข้าใจว่าเธอเป็นญาติคนไข้ จึงจะให้ช่วยกรอกประวัติ

แม่สาวแสบหน้าเสีย แกล้งโวยวายกลบเกลื่อน “นี่คุณ สามีฉันกำลังจะตายนะ คุณจะมาเอาชื่ออะไรตอนนี้หา ให้เขาปลอดภัยก่อนได้ไหม ไม่ต้องกลัวหรอก ฉันมีเงินจ่ายค่ารักษาเขาแน่ ขอให้รักษาให้หายเถอะ”

“เอ่อ ค่ะ งั้นเดี๋ยวถ้าคุณพอมีเวลารบกวนกรอกประวัติให้หน่อยนะคะ” พยาบาลส่งเอกสารกรอกประวัติให้

ตาลทำเป็นไม่พอใจ กระชากกระดาษมาถือไว้ พลางบ่นกับตัวเอง “จะกรอกได้ไงวะ เราไม่รู้จักชื่อเขาซะหน่อย เอาไงดีวะเรา เผ่นก่อนดีกว่า” ว่าแล้วเธอจะเดินหนี แต่โอกาสไม่เปิดให้เธอง่ายๆ เพราะหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินพอดี

“ขอโทษครับ คุณเป็นญาติคนไข้รึเปล่าครับ” คุณหมอเรียก

“เอ่อ ค่ะ เขาเป็นไงบ้างคะหมอ ตายรึเปล่าคะ”

“ปลอดภัยแล้วครับ หมอเอกซเรย์ดูแล้ว มีกะโหลกชั้นนอกร้าวเล็กน้อย โชคดีที่ไม่มีเลือดคั่งในสมอง แต่ยังตอบไม่ได้ว่าจะฟื้นเมื่อไหร่ เพราะถึงแม้ว่าตอนนี้จะปลอดภัยแล้ว แต่คงต้องติดตามดูอาการอีกซักระยะ”

ตาลโล่งใจ เตรียมจะเดินออก แต่พยาบาลอีกคนนำซองใส่ของใช้ส่วนตัวของธาวินมาส่งให้ ตาลรับมาเปิดดูเห็นมีกระเป๋าสตางค์ การ์ดโรงแรม นามบัตร เครดิตการ์ดชื่อ P.VARITTIVORANUNTA และนามบัตรฝรั่งอีกปึกใหญ่ เธอถึงกับส่ายหน้า เพราะไม่รู้จะติดต่อ ญาติชายหนุ่มได้อย่างไร

พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นนามบัตรภาษาไทยชื่อปรารภ ซุกอยู่ล่างสุด สาวเจ้าเริ่มมีความหวังรีบโทร.หาปรารภ

ooooooo

เมื่อปรารภรู้ข่าว เขารีบมาที่โรงพยาบาลทันที

เวลาเดียวกันนั้น ตาลก็เข้ามาลาธาวินที่ยังไม่ได้สติ เพราะคิดว่าหมดหน้าที่ของเธอแล้ว เธอขอแหวนของชายหนุ่มไปทำทุน แล้วเดินออกมา แต่ต้องชะงักเพราะพยาบาลพาตำรวจมาสอบปากคำ

ตาลจำใจเดินตามตำรวจเข้าไปนั่งในห้องรับรองของโรงพยาบาล แล้วแต่งเรื่องว่า เธอกำลังเดินเล่นกันอยู่กับสามี จู่ๆก็มีคนร้ายเข้ามาปล้น สามีเธอไม่ยอมจึงถูกทำร้าย ตำรวจลงบันทึกตามนั้น ก่อนเงยหน้าขึ้นมาถามว่าสามีชื่ออะไร

ตาลอึกอักตอบไม่ได้ สถานการณ์คับขันนั้น ปรารภ เดินเข้ามาพลางร้องถามว่า คุณภูเป็นอย่างไรบ้าง ทุกคนชะงักหันไปมอง ปรารภจึงแนะนำตัวว่าเขาเป็นทนายประจำตระกูลของคุณภูบดี

ตาลมองทนายแล้วบอกกับตำรวจว่า สามีเธอชื่อภูบดี วริทธิวรนันท์ ก่อนหันไปแนะนำตัวกับปรารภว่า เธอเป็นภรรยาของชายหนุ่ม เล่นเอาปรารภยืนงง ตำรวจสงสัยในท่าทีของคนทั้งคู่ จึงเอ่ยถาม

“ท่าทางคุณทนายกับภรรยาคุณภูบดีจะยังไม่เคยเจอกันมาก่อนนะครับ”

ปรารภมองจ้องตาลอีกครั้ง เห็นเธอยกมือที่ใส่แหวนของภูบดีเสยผมอย่างไม่ตั้งใจ ก็ชะงักแล้วตอบตำรวจไปว่า คุณภูกับภรรยาเพิ่งมาจากต่างประเทศ จึงยังไม่เคยเจอกัน

“งั้นหรือครับ มิน่าคุณสองคนดูแปลกๆ เอาล่ะครับ ผมคงหมดธุระแค่นี้ ไว้คุณภูบดีฟื้นเมื่อไหร่ผมจะมาสอบปากคำใหม่ ลาล่ะครับ” ตำรวจออกไป

ตาลมองตามอย่างโล่งอก แล้วหันมาส่งยิ้มให้ปรารภ กลบเกลื่อนพิรุธ

ooooooo

แม่สาวแสบพาปรารภเข้ามาดูอาการธาวินในห้องพัก ทนายมองร่างที่นอนหลับสนิทอยู่บนเตียงด้วยความสงสัย ก่อนหันมาถามตาลว่า เธอแต่งงานกับภูบดีตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมเจอกันวันก่อนไม่เห็นเขาพูดถึง

ตาลอึ้งไปนิดแล้วทำเนียนเล่าว่า เธอกับภูบดีเจอกันบนเครื่องบินตอนที่กลับมาเมืองไทย หลังจากนั้น

ทั้งคู่ก็ติดต่อกันเรื่อยและเธอก็เชื่อว่ามันคือรักแรกพบ

ปรารภเชื่อตามนั้น เขาบอกกับตาลว่า ถ้าเธอไม่ใช่คนสำคัญ คุณภูคงไม่มอบแหวนประจำตระกูลให้เป็นแน่

ตาลมองแหวนก็พอจะเข้าใจจึงรีบเสริม “ใช่ค่ะ คุณภูบอกว่าแหวนวงนี้สำคัญมาก ถึงได้มอบให้ตาลไว้บอกว่าแทนหัวใจทั้งดวงของคุณภูค่ะ”

ปรารภพยักหน้ารับบอกว่า พรุ่งนี้ตนจะไปเรียนพิพัฒน์คุณปู่ของภูบดีเรื่องชายหนุ่มเข้าโรงพยาบาล เพราะเขาคือทายาทโดยสายเลือดเพียงคนเดียวของตระกูล วริทธิวรนันท์ เจ้าของบริษัทในเครือวรารมย์เศรษฐีพันล้าน

ตาลยืนตะลึง กลัวว่าถ้าชายหนุ่มฟื้นขึ้นมาแล้วบอกความจริงกับตำรวจ เธอคงติดคุกหัวโตแน่

ส่วนปรารภเห็นตาลเงียบไปก็เข้าใจว่าเธอคงอยากจะพักจึงขอตัวกลับ ตาลสบโอกาสจะหนีกลับบ้าน แต่ได้ยินปรารภกำชับพยาบาลที่เฝ้าอยู่หน้าห้องว่า ให้ดูแลเธอกับภูบดีให้ดี ห้ามให้ออกไปไหนเพราะกลัวจะมีอันตราย

“อะไรกันวะ มาเฝ้าเราทำไม” ตาลบ่นเบาๆ แล้วพลันสะดุ้งเพราะเจ๊อ้อยโทร.มาตาม เธอกดรับสายบอกกับแม่ว่ามีเรื่องนิดหน่อย แต่ไม่ต้องห่วง เพราะเอาตัวรอดได้ แล้วถอยกลับมาตั้งหลักในห้อง

ooooooo

เช้าวันใหม่ นภาชวนปารมีไปทานอาหารที่ตึกใหญ่ หวังคุณปู่จะเปลี่ยนใจให้ปารมีแต่งงานกับภูบดีแทนเมย์ แต่ปารมีว่า คงเป็นไปไม่ได้

“อย่าเพิ่งท้อสิลูก ลูกลืมไปแล้วหรือว่า นายภูบดียังไม่เคยเจอยายเมย์เลยนะ แม่เชื่อว่า ถ้านายภูเจอแม่นั่นกับลูกของแม่ รับรองนายภูต้องเลือกลูกมากกว่านังเด็กนั่นร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะลูกแม่ทั้งสวยอ่อนหวาน น่ารักเป็นกุลสตรี ผิดกับนังเด็กนั่นที่ก้าวร้าวยังกะเด็กเหลือขอ จำไว้นะลูก ถ้านายภูบดีมา ลูกต้องใช้จริตใช้เสน่ห์ทุกอย่างเข้าไปผูกมัดใจให้ได้”

ปารมีนิ่งคิด แล้วรับปาก นภายิ้มพอใจพาลูกสาวออกไปที่ตึกใหญ่ด้วยกัน

ครู่ต่อมา สองแม่ลูกก็มาถึงตึกใหญ่ พบอเนกกับเอนั่งทานอาหารเช้าอยู่กับพิพัฒน์ ทั้งสามคุยกันเรื่องคนร้ายที่ลอบยิงพิพัฒน์เมื่อวันก่อน สองแม่ลูกเข้ามาแสดงความเป็นห่วงเป็นใยพิพัฒน์เพื่อทำคะแนน

สักพักเมย์ก็ตามลงมา เธอเอ่ยถาม “คุณปู่ขา เมย์เพิ่งรู้ข่าว ว่ามีคนจะฆ่าคุณปู่ คุณปู่เป็นอะไรรึเปล่าคะ”

“แกมัวไปอยู่ไหนมา ทำไมไม่มาถามตอนงานศพปู่ซะเลย” พิพัฒน์ประชดใส่

เมย์ออกตัวว่า ช่วงนี้กำลังยุ่งเพราะคิดจะหางานทำ อเนกได้โอกาสชวนลูกสาวทำงานที่บริษัทด้วยกัน นภากับปารมีรีบค้านว่าควรให้เมย์เรียนให้จบมหาวิทยาลัยก่อน เพราะเสียเวลาไปห้าหกปีแล้ว

เมย์ไม่พอใจ ตวาดใส่นภากับปารมีที่เข้ามาจุ้นเรื่องของเธอ พิพัฒน์ปรามหลานสาว เพราะคิดว่านภากับปารมีหวังดี แต่เมย์ไม่สน เธอบอกกับคุณปู่ว่า จะไม่แต่งงานกับภูบดีเด็ดขาด เพราะเธอไม่ได้รักเขา และเธอก็จะแต่งงานกับคนที่เธอรักเท่านั้น

“แล้วแกมีคนรักแล้วหรือ”

“ยังค่ะ แต่ไม่นานเมย์ก็ต้องเจอคนที่เขารักเมย์ เมย์จะมาบอกคุณปู่แค่นี้แหละค่ะ ขอตัวนะคะ”

อเนกหน้าเจื่อนจะตามไปจัดการ แต่พิพัฒน์ว่าไม่เป็นไร เพราะถ้าเมย์ไม่เต็มใจก็จะให้ภูบดีแต่งงานกับปารมีแทน แล้วหันมาถามความเห็นปารมีที่นั่งปั้นหน้าเป็นนางเอกอยู่

“เราล่ะยายปา ถ้าปู่จะให้แต่งงานกับเจ้าภูบดี เราจะยอมไหม”

“ปายังไงก็ได้ค่ะ แล้วแต่คุณปู่ เพราะคุณปู่มีพระคุณกับปาและแม่ไม่ว่าคุณปู่จะให้ปาทำอะไรปาก็ยินดีค่ะ”

“งั้นก็ดี ถ้านายภูมา แล้วยายเมย์มันยังยืนกรานไม่แต่ง ปู่จะให้แกแต่งกับนายภูแทน”

“ขอบพระคุณค่ะคุณปู่” ปารมียกมือไหว้พิพัฒน์ แล้วแอบสบตากับนภา

ooooooo

บุญทันเอารถมารอรับพิพัฒน์ที่หน้าตึก เขาเห็นเมย์เดินหน้าหงิกออกมา ก็เอ่ยทักอย่างอารมณ์ดี เมย์หันมาตวาดใส่ แล้วจะเดินหนี แต่ดันก้าวพลาดเหยียบหินล้มลง

แม่สาวร้องลั่นด้วยความเจ็บเท้า บุญทันเข้ามาประคอง เมย์ไม่สามารถลุกเดินได้เพราะเส้นพลิก บุญทันจึงอุ้มเธอไปส่ง จังหวะนั้นเอง เอลงมาเห็นเข้า เขาต่อว่าน้องสาวเพราะคิดว่าให้ท่าคนขับรถ

บุญทันเห็นใจเมย์จึงช่วยอธิบายแทนให้ แต่เอไม่รับฟัง สั่งให้บุญทันวางน้องสาวลง

“ไม่ต้อง อุ้มฉันไปส่งถึงห้องนอนเลย พี่อยากให้ฉันมั่วกับคนขับรถไม่ใช่หรือ ฉันจะมั่วให้ดูไง ไป” เมย์ตวาดใส่

บุญทันจำใจอุ้มแม่จอมวีนเดินขึ้นไปชั้นบน แล้ววางเธอลงบนเก้าอี้ในห้อง และจะออกไปตามต้นหอมมาช่วยดูแล แต่พอเห็นสาวเจ้านั่งน้ำตาท่วมก็ตกใจ

เมย์รีบเช็ดน้ำตา แล้วไล่บุญทันออกไป เพราะไม่อยากให้ใครเห็นว่าอ่อนแอ เมื่อบุญทันเดินจ๋อยออกไป เมย์ก็ก้มหน้าร้องไห้นึกน้อยใจที่พ่อและพี่ชายไม่ยอมเข้าใจเธอ แถมชอบเอาเธอไปเปรียบกับปารมีอีก

“แกมันไม่ได้เรื่องซักอย่าง ทำไมไม่เอาอย่างปารมีเขาบ้าง เรียนหนังสือก็เก่ง แถมยังขยันทำงานดีกว่าแกไม่รู้กี่พันเท่า ถ้าตั้งใจเรียนให้เก่งเหมือนปารมี พ่อจะได้ไม่อายคนอื่นเขา” เสียงพ่อและพี่ชายดังก้องอยู่ในหู

“ใช่สิ เรามันไม่มีอะไรดีนี่ ไม่เหมือนนังปารมี” เมย์หยิบของเขวี้ยงออกไปเพื่อระบายความโกรธ

ooooooo

สายวันเดียวกัน ธาวินเริ่มรู้สึกตัว เขาจำอะไรไม่ได้เลย แม้แต่ชื่อตัวเอง ตาลแอบโล่งใจรีบแนะนำตัวว่า เธอคือตาลเมียของเขา แต่ภูบดีกลับส่ายหน้าบอกไม่รู้จัก

“อะไรคะคุณภู นี่ตาลเมียคุณไงคะ ทำไมอยู่ๆบอกว่าจำเมียไม่ได้”

“ผมจำคุณไม่ได้จริงๆ”

“แล้วคนนี้ล่ะครับ จำได้ไหม” หมอชี้ไปที่ปรารภ

“ไม่รู้ ผมจำอะไรไม่ได้เลย โอ๊ย ผมปวดหัว” ธาวินเอามือกุมหัว

ปรารภกับตาลมองหน้ากัน แล้วหันไปสบตากับหมออย่างงงๆ

คุณหมอจัดการฉีดยานอนหลับให้ชายหนุ่ม เพื่อให้เขาพักผ่อน แล้วเรียกปรารภกับตาลออกมาชี้แจงอาการที่ปรากฏ

“เท่าที่ตรวจดูอาการคุณภูบดี ผมคิดว่าคงเป็นเพราะสมองได้รับความกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง แกจึงจำเหตุการณ์ทุกอย่างก่อนที่จะสลบไปไม่ได้เลย รวมทั้งความเป็นมาในอดีตของตัวเองด้วย”

“จริงเหรอคะ แล้วคุณภูจะหายไหมคะ จะจำความได้เมื่อไหร่คะ”

“หมอเองก็ให้คำตอบไม่ได้ บางเคสก็หายเร็ว แต่บางเคสก็อาจจะนาน หรือไม่ก็จำอดีตไม่ได้อีกเลย”

“ถ้าอย่างนั้นต้องทำยังไงล่ะครับ มีวิธีไหนที่จะรักษาได้บ้าง”

“ต้องให้คนไข้อยู่ในที่ที่คุ้นเคยครับ และญาติก็ต้องช่วยกันกระตุ้นความทรงจำที่มีร่วมกัน เล่าเรื่องที่ประทับใจหรือเรื่องในอดีต ผมคิดว่าไม่นาน ความทรงจำเขาก็จะคืนกลับมาเองครับ”

“แล้วคุณภูจะออกจากโรงพยาบาลได้เมื่อไหร่ครับ”

“อาการทุกอย่างปกติดียกเว้นแค่เรื่องความจำเสื่อม ผมให้ยานอนหลับไป คุณภูจะได้พักผ่อนอีกซักหน่อย ตื่นขึ้นมาก็กลับบ้านได้เลยครับ”

ตาลแอบโล่งใจที่รอดพ้นความผิดไปได้ แต่ปรารภกลับมีสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด

ooooooo

ตาลกลัวว่าธาวินจะจำทุกอย่างได้และตัวเองจะติดคุกจึงคิดหนี แม่สิบแปดมงกุฎหลอกปรารภว่าจะขอกลับไปเอาของที่โรงแรม แต่ปรารภขอตามไปด้วยเพราะเป็นห่วง ทำให้ตาลหมดโอกาสหนี

ในระหว่างที่ตาลกับปรารภเข้าไปในห้องธาวิน บุญทันก็มาถามหาเพื่อนรักกับพนักงานที่โรงแรม จึงคลาดกับทั้งสองไปอย่างเฉียดฉิว

ส่วนตาล เมื่อหมดทางหนีก็ต้องตามปรารภกลับมาตั้งหลักที่โรงพยาบาลอีกครั้ง ปรารภขอร้องให้เธอช่วยปิดเรื่องความจำเสื่อมเอาไว้ก่อน เพราะพรุ่งนี้เขาจะมารับเธอกับภูบดีไปพบคุณท่านที่บ้าน ตาลหน้าเสียจะไม่ยอมไปด้วย แต่ปรารภยืนกรานว่า เธอต้องเข้าไปกราบคุณท่านในฐานะภรรยาของภูบดี และบอกข้อมูลคร่าวๆกับเธอว่าภูบดียังไม่เคยเจอกับคุณปู่เลย เพราะภูวดลพ่อของเขาทะเลาะกับคุณท่าน แล้วก็หนีไปอยู่อเมริกา จนกระทั่งแต่งงานมีลูก แล้วไม่เคยกลับมาเมืองไทยอีกเลย

“เอ่อ แล้วพ่อแม่คุณภูล่ะคะ”

“ท่านเสียนานแล้วครับ คุณภูไม่ได้เล่าให้คุณตาลฟังหรือ”

“ก็เล่านิดๆหน่อยๆน่ะค่ะ อย่างที่บอก ตาลไม่เคยคุยเรื่องฐานะหรือว่าเรื่องครอบครัวของภู แค่รู้ว่าเรารักกันก็พอแล้ว”

“ผมดีใจกับคุณภูด้วยที่เจอผู้หญิงน่ารักอย่างคุณตาล”

“ขอบคุณค่ะ” ตาลฝืนยิ้มให้

ปรารภไม่นึกสงสัยอะไร เขาขอตัวกลับไปรายงานให้คุณท่านทราบเรื่องที่ภูบดีได้รับอุบัติเหตุ และย้ำว่าวันรุ่งขึ้นจะมารับตาลกับภูบดีแต่เช้า

“ค่ะ ตาลกับพี่ภูจะรอ” ตาลส่งยิ้มใสซื่อ แต่เมื่อปรารภลับตาไปแล้ว เธอก็ส่งยิ้มร้ายบอกกับตัวเองว่าขืนอยู่รอก็โง่

ooooooo

ตาลกลับมาที่บ้านแต่ไม่พบแม่ เธอเดินไปเปิดตู้เย็นหาของกิน แต่ไม่ทันได้ลงมือ เจ๊อ้อยก็โทร.มาขอความช่วยเหลือ เพราะถูกเฮียเสกจับตัวไป

เฮียเสกดึงมือถือจากเจ๊อ้อยไป ยื่นเงื่อนไขให้ตาลหาเงินสิบล้านมาชดใช้ค่าเสียหายที่เข้ามาขโมยของ แถมยังเผาบ่อนจนวอดวาย “ถ้าแกไม่มีเงินมาให้ แม่แกตายแน่ หรือไม่แกก็มาทำงานรับแขกวีไอพีให้ฉัน แล้วก็หักหนี้กันไป ไม่เกินห้าปีก็คงหมด ฉันให้เวลาสองเดือน ถ้าเกินจากนั้นฉันจะส่งแม่เธอไปขายชายแดน”

ตาลอึ้ง ไม่รู้จะไปหาเงินสิบล้านได้ที่ไหน

เวลาเดียวกัน ปรารภกลับมารายงานพิพัฒน์เรื่องภูบดีถูกจี้และโดนทำร้าย แต่ไม่เป็นอะไรมาก ในวันพรุ่งนี้ตนจะพาภูบดีกับภรรยามาพบ พิพัฒน์ตกใจซักว่า หลานชายมีเมียตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมไม่รู้เรื่อง ปรารภอึกอักไปนิดก่อนตอบว่า เขาเองก็เพิ่งทราบ เพราะเพิ่งเจอกับเธอเมื่อคืน

พิพัฒน์พยักหน้ารับรู้ โบกมือให้ปรารภออกไปได้ เพราะจะพักผ่อนแล้ว

ooooooo

ตาลคิดหนักเรื่องเงินสิบล้าน ในที่สุดเธอก็ตัดสินใจกลับมาหาที่โรงพยาบาล เพื่อสวมรอยเป็นภรรยาจำเป็นของธาวินต่อไปเธอหวังลึกๆว่าอาจมีช่องทางหาเงินมาช่วยแม่ได้

แม่สาวสิบแปดมงกุฎมองร่างที่ยังหลับสนิทบนเตียง พลางรำพึง “ไม่อยากเชื่อเลยว่านายจะดวงซวยอยู่ๆก็กลายเป็นคนความจำเสื่อมไปได้” ว่าแล้วเธอก็ก้มลงไปมองหน้าเขาชัดๆอีกครั้ง

ธาวินลืมตาขึ้นมาพอดี ตาลสะดุ้งรีบถอยหนี พ่อหนุ่มผิวเข้มมองหน้าสาวนิ่ง พลางนึกทบทวนแล้วร้องว่าจำได้แล้ว

ตาลหน้าเสีย รีบซักว่าจำอะไรได้ ธาวินว่าเธอเป็นภรรยาของเขา ตาลเบาใจซักต่อว่า จำอะไรได้อีก ชายหนุ่มนิ่งคิดแล้วร้องว่าปวดหัวมาก ตาลยิ้มพอใจบอกว่า เขาความจำเสื่อม

“หา! ความจำเสื่อม ผมความจำเสื่อมงั้นเหรอ” ธาวินไม่อยากเชื่อ

ตาลพยักหน้าอย่างมั่นใจ แล้วป้อนข้อมูลใหม่ให้ว่า เขาชื่อ ภูบดี วริทธิวรนันท์ เพิ่งกลับจากอเมริกาเพื่อมาหาคุณปู่ที่เมืองไทย แต่เผอิญถูกทำร้ายซะก่อน ส่วนเธอเป็นภรรยาของเขา ทั้งสองเจอกันบนเครื่องบิน

“แสดงว่าผมต้องหลงรักคุณตั้งแต่แรกเห็น” ธาวินทำตาชวนฝัน

“เรื่องนั้นตาลก็ไม่รู้หรอกค่ะ แต่หลังจากลงเครื่อง คุณก็ขอนัดเดตตาลแล้วผ่านคืนเดตไป คุณก็ขอตาลแต่งงานแล้วก็มอบแหวนวงนี้ให้”

“ผมดีใจจังเลยที่มีเมียสวยอย่างคุณ แต่ผมก็ยังจำคุณไม่ได้อยู่ดี ผมขอโทษนะ”

“ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกค่ะ ตาลจะอยู่ใกล้ๆคุณ คอยช่วยฟื้นความทรงจำให้คุณค่ะ”

“ขอบคุณมากนะครับ คุณดีกับผมจังเลย” ธาวินชะโงกหน้าเข้ามาหอมแก้มสาวเจ้าหนึ่งฟอดใหญ่

ตาลสะดุ้งตกใจรีบผละออกมา อ้างว่าจะออกไปหาอะไรมาให้ทาน ธาวินยิ้มปลื้มมองตาม ขณะที่ตาลแอบเช็ดแก้มที่ถูกหอมด้วยความโมโห และนึกด่าชายหนุ่มที่ยังชีกอไม่เลิก แม้จะความจำเสื่อม

ooooooo

ในตอนเย็น เมย์ลงมาเดินเล่นในสวน เธอได้พบกับปารมีที่สวมบทนางเอกแสนดีเข้ามาทักทาย เมย์ไม่ชอบใจจึงตวาดใส่ปารมีว่า ชอบสตรอเบอร์รี่ที่สุด

ปารมีกำมือแน่นด้วยความโกรธ เมย์เห็นเข้าก็ร้องท้า “อยากตบปากฉันหรือ ลองดูสิ ถ้าเธอทำอะไรฉัน เธอกับแม่ได้กระเด็นออกไปจากบ้านคุณปู่แน่”

ปารมีชะงัก รีบเปลี่ยนเป็นยิ้มแล้วเล่นบทนางเอกต่อไป “ปาไม่กล้าทำอะไรน้องเมย์หรอกค่ะ ปารู้ค่ะว่าน้องเมย์เป็นหลานรักคุณปู่”

“รู้ไว้ก็ดี” เมย์สะบัดหน้า เดินเชิดออกไป

ปารมีมองตามอย่างเกลียดชัง บอกกับตัวเองว่า สักวันเมย์ต้องเจอดีแน่

อีกมุมหนึ่งในสวน บุญทันยืนรดน้ำต้นไม้อยู่ เขาครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ตอนที่ลุงภาคินถูกทำร้าย และรู้สึกเหมือนมีใครมาอยู่ข้างหลัง จึงหันขวับมาพร้อมกับสายยาง น้ำจึงฉีดเข้าเต็มหน้าเมย์ที่เดินหงุดหงิดออกมาเต็มอัตราศึก

แม่จอมวีนโวยลั่น บุญทันได้สติรีบปิดน้ำแล้วเข้าไปขอโทษหญิงสาว พร้อมกับช่วยเช็ดตัวให้ เมย์ดิ้นหลบทั้งสองเสียหลักล้มกลิ้งไปด้วยกัน

เมย์ลุกขึ้นได้ก็ด่าบุญทันชุดใหญ่ เพราะเข้าใจว่าเขามีเจตนาจะลวนลาม เธอสะบัดหน้าเดินออกไป ด้วยความโมโห ทิ้งให้บุญทันมองตามพลางอมยิ้ม

ส่วนธาวินส่งยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่กับตาล เธอนำกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาให้ลองเปิดดู แต่เขาจำรหัสไม่ได้ แล้วแม่สาวแสบก็นึกขึ้นได้ว่า ถ้าชายหนุ่มจำรหัสได้ก็อาจจะจำเรื่องราวในอดีตได้ด้วย เธอจึงรีบดึงกระเป๋าไปเก็บ

ธาวินอมยิ้มตามไปกอดตาล เธอสะดุ้งนึกอยากจะชกชายหนุ่ม แต่จำต้องข่มใจไว้ รีบอ้างว่ากลัวพยาบาลมาเห็น แต่ธาวินไม่แคร์เพราะผัวกอดเมียเป็นเรื่องธรรมดา

ตาลทำเอียงอายตัดพ้อว่า ภูบดีติดนิสัยฝรั่ง แล้วเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “ไหนบอกตาลซิว่าจำได้ไหมถ้าคุณปู่ถามว่าเราเจอกันที่ไหน”

“จำได้ เราเจอกันบนเครื่องตอนผมบินกลับมาเมืองไทย”

“แล้วถ้าคุณปู่ถามว่าทำไมรักตาล”

“ก็เพราะว่าตาลน่ารัก” ธาวินเคลื่อนหน้ามาจะหอมแก้ม แต่ตาลรีบหลบร้องว่าเธอเขิน

“เขินทำไม ก็ตาลบอกว่าเราแต่งงานกันแล้ว เราก็ต้องมีอะไรๆ กันแล้วไม่ใช่หรือ หรือตาลโกหกผม เรายังไม่ได้แต่งงานกัน”

“แต่งแล้วค่ะ แหม แต่ตาลเป็นผู้หญิงนะ ยังไงตาลก็อาย เอาล่ะค่ะ คุณภูนอนได้แล้ว เดี๋ยวพรุ่งนี้คุณลุงปรารภจะมารับแต่เช้านะคะ” ตาลตัดบทพาชายหนุ่มมาส่งที่เตียง

“ก็ได้” ธาวินยอมตามใจ แล้วฉวยโอกาสตอนที่ตาลเผลอขโมยหอมเธออีกฟอด

ooooooo

ต้นหอมนำเรื่องภูบดีและภรรยาชื่อตาลจะมาถึงบ้านวริทธิวรนันท์ในวันรุ่งขึ้นไปบอกคนงานในครัวเพราะได้ยินปรารภคุยกับพิพัฒน์

บุญทันได้ฟังก็แปลกใจเดินเลี่ยงออกไปโทร.

หาเพื่อนรัก แต่ติดต่อไม่ได้ เขาโทร.ไปเช็กกับทางโรงแรม จึงทราบว่าแฟนของธาวินเพิ่งเช็กเอาต์ออกไปเมื่อสักครู่นี้เอง

“นี่มันเรื่องอะไรวะ ไอ้วินไปมีแฟนตั้งแต่เมื่อไหร่” บุญทันงงหนัก

ooooooo

เช้าวันใหม่ ปรารภไปรับธาวินกับตาลมาที่บ้านวริทธิวรนันท์เขาพาทั้งสองเข้าไปกราบพิพัฒน์ที่นั่งรออยู่ในห้องรับรอง และแอบกำชับว่า อย่าบอกใครเรื่องภูบดีความจำเสื่อม บุญทันลอบมองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ พร้อมตั้งคำถามว่า ผู้หญิงที่มากับธาวินคือใคร

พิพัฒน์ยิ้มด้วยความปลาบปลื้มใจ ที่ได้เจอหน้าหลานชายเสียที เขาเรียกให้หลานเข้าไปนั่งใกล้แล้วพินิจใบหน้าพลางเอ่ยว่า คงจะหน้าเหมือนแม่มากกว่าพ่อ ธาวินได้แต่ยิ้มรับ ไม่กล้าตอบอะไรมาก เพราะจำอะไรไม่ได้

“เห็นปรารภบอกว่า มีอุบัติเหตุหรือ” พิพัฒน์ชวนคุย

ธาวินเหลือบมองปรารภกับตาล แล้วตอบไปตามที่เตี๊ยมกันไว้ ว่าตนกับภรรยาถูกคนร้ายจี้ มันได้ทรัพย์สินไปนิดหน่อย แต่ทั้งสองคนปลอดภัยดี พิพัฒน์พยักหน้าบอกว่า ฟาดเคราะห์ไป แล้วหันไปทางตาล

แม่สาวแสบรีบแนะนำตัว “หนูชื่อตาล เป็นภรรยาคุณภูค่ะ ตาลได้ยินจากคุณปรารภว่า คุณปู่อายุเจ็ดสิบกว่าแล้วไม่คิดว่าตัวจริงจะแข็งแรง ดูเหมือนคนอายุหกสิบอยู่เลยนะคะ”

“แหม นอกจากจะสวยแล้วยังรู้จักพูดจานะ เข้าใจเลือกนี่ตาภู” พิพัฒน์หัวเราะชอบใจ

ตาลหันมายิ้มกับธาวิน ขณะที่ปรารภโล่งใจ เพราะทุกอย่างผ่านไปด้วยดี

นภากับปารมีเดินเข้ามาในห้อง พิพัฒน์แนะนำให้สองแม่ลูกรู้จักกับภูบดีหลานชายและตาลเมียของเขา

“เมียหรือคะ” นภากับปารมียืนอึ้ง

“ใช่ เจ้าภูเขามีเมียแล้ว” พิพัฒน์สรุปสั้นๆ แล้วเรียกให้ต้นหอมมาพาหลานชายกับสะใภ้ไปพักที่ห้องใหญ่

“ไปพักผ่อนกันก่อน เดี๋ยวเย็นนี้ค่อยมากินข้าวพร้อมๆกัน จะได้เจออาอเนกแล้วก็เจ้าเอกับยายเมย์ น้องของแกอีกสองคน”

“ครับ” ธาวินกับตาลลุกเดินตามต้นหอมออกไป

“ทำไมอยู่ๆ ตาภูถึงมีเมียมาด้วยล่ะค่ะ ไหนคุณลุงบอกจะให้แต่งงานกับเมย์หรือปา” นภาเปิดฉาก

“ขอโทษทีนะปา ปู่ไม่รู้ ว่าเจ้าภูมันมีเมียมาด้วย แหม เกือบทำให้ผัวเมียเขาตีกันแล้วเรา”

“ปาไม่ได้คิดอะไรหรอกค่ะคุณปู่ ถ้าไม่มีอะไรแล้วปาขอตัวก่อนนะคะ” ปารมีแสร้งยิ้ม แล้วพานภาเดินออกไปด้วยกัน

ครั้นสองแม่ลูกเดินลับตาไปแล้ว พิพัฒน์ก็หันมาเปรยกับปรารภ “วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขที่สุดในรอบสามสิบปี ตั้งแต่พ่อเจ้าภูมันจากไป”

ooooooo

ต้นหอมเดินนำธาวินกับตาลมาที่ห้องพัก ตาลมองสำรวจรอบบ้านอย่างตื่นเต้น พลางซักว่าบ้านนี้อยู่กันทั้งหมดกี่คน

“บนตึกใหญ่นี้ นอกจากคุณสองคนแล้ว ก็มีคุณท่านเท่านั้นค่ะ เพราะคุณปารมีกับคุณนภาอยู่เรือนด้านหลัง ส่วนคุณอเนกกับลูกๆก็อยู่บ้านด้านใน”

“แล้วปล่อยให้คุณปู่อยู่คนเดียวไม่อันตรายเหรอ ของมีค่าทั้งนั้นเลยนะ”

“ของที่โชว์พวกนี้ยังไม่เท่าไหร่หรอกค่ะ ของมีค่าจริงๆคุณท่านเก็บไว้ในเซฟส่วนตัวที่ห้องทำงานท่านหมดแล้วค่ะ”

“แล้วห้องทำงานคุณปู่อยู่ไหนหรือ” ตาลลืมตัวถามออกไป แต่เมื่อเห็นสายตาต้นหอมกับธาวินที่มองมา เธอก็รีบออกตัวว่า เผื่อคุณปู่เรียกหาจะได้ไปถูก

ธาวินกับต้นหอมเชื่อตามนั้น แม่สาวใช้ชี้ให้ตาลดูห้องทำงานของคุณท่านที่อยู่อีกด้าน แล้วเปิดประตูพาทั้งสองเข้าไปในห้องพัก พบบุญทันยืนรออยู่ เนื่องจากต้นหอมขอแรงให้ช่วยยกกระเป๋าเดินทางขึ้นมาบนห้อง

บุญทันยักคิ้วให้ธาวินอย่างคุ้นเคย แต่เขากลับทำหน้ามึนใส่ เพราะจำเพื่อนไม่ได้ ต้นหอมแนะนำให้บุญทันรู้จักเจ้านายทั้งสอง “พี่บุญทัน นี่คุณภูบดีกับภรรยาชื่อคุณตาล”

“ภรรยาคุณภูบดีหรือครับ” บุญทันถามย้ำ

“ก็ใช่สิ ทำไมหรือ” ธาวินมองหน้าบุญทันอย่างแปลกใจ ขณะที่ตาลจ้องบุญทันอย่างไม่ค่อยไว้ใจนัก เธอรีบตัดบทไล่บุญทันกับต้นหอมออกไป อ้างว่าต้องการพักผ่อน

“ถ้าคุณภูต้องการใช้รถ ตามผมได้นะครับ ผมอยู่ที่เรือนคนงานด้านหลัง” บุญทันทิ้งท้ายก่อนจาก

ตาลนึกระแวงหันมาบ่นกับธาวิน ว่านายบุญทันท่าทางแปลกๆ ธาวินหึงสั่งตาล ว่าอย่าอยู่ใกล้บุญทันแล้วส่งสายตากรุ้มกริ่มดึงเธอไปที่เตียง

“นี่มันกลางวันแสกๆนะคะ อย่ามาทำเจ้าชู้ตอนนี้ น่าเกลียด” ตาลเดินเข้าห้องน้ำไป

ธาวินมองตามบ่นเบาว่า สงสัยเมียเราจะเป็นสาวหัวโบราณ ถึงได้หวงตัวน่าดู

ooooooo

บุญทันยังข้องใจเรื่องตาลไม่หาย จึงหันมาซักต้นหอมว่าพอจะรู้ไหมว่าคุณตาลเป็นใครมาจากไหน เธอบอกว่าถ้าบุญทันยอมให้เธอหอมแก้มจะไปสืบมาให้

“งั้นไม่ต้องหรอก ขอบใจ” บุญทันรีบเดินหนี และบอกกับตัวเองว่าจะต้องหาจังหวะคุยกับธาวินให้ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่

เวลาเดียวกัน ปารมีเดินออกมาบอกกับนภาที่นั่งหน้าเครียดว่า เธอจะออกไปข้างนอก แต่เมื่อเห็นแม่ตาขวาง มือทั้งสองข้างกำเกร็งจิกเนื้อตัวเองจนเลือดไหลก็ตกใจ

“แม่ นี่แม่เครียดอีกแล้วหรือ” ปารมีเข้าแกะมือนภาออก

“เป็นเพราะแม่ แม่ไม่ดี แม่ทำให้ลูกลำบากแม่ขอโทษ” นภาฟูมฟายออกอาการทางจิต

“แม่คะ หนูว่าแม่เครียดเกินไปแล้วนะคะ หนูว่าแม่กินยาแล้วนอนก่อนดีกว่า” ปารมีหยิบยากับน้ำป้อนให้

“ปา แม่ขอโทษนะลูก ลูกควรจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้ ควรจะสุขสบายกว่านี้ ถ้าแม่ไม่ไปคว้าไอ้ผู้ชายเลวๆมาเป็นพ่อของลูก”

“แม่ พอเถอะค่ะ อย่าพูดเรื่องนี้อีกเลย กินยานะคะ” ปารมีทำแผลให้แม่ แล้วพาเข้าไปนอนพักในห้อง

ooooooo

ตอนบ่ายวันนั้นเอง ปารมีมาพบสมยศที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่ง เพราะต้องการให้เขาช่วยสืบเรื่องตาล ว่าเป็นใครมาจากไหน

เธอหวังว่า ถ้าตาลเข้ามาเพื่อปอกลอกภูบดี ก็จะได้นำข้อมูลที่ได้ไปเปิดโปง เพื่อสร้างความดีความชอบให้กับตัวเอง อีกทั้งมีโอกาสได้แต่งงานกับภูบดี

“อ้าว แล้วผมล่ะ” สมยศโวย

“คุณไม่ต้องห่วงหรอกน่ะ พอได้สมบัติแล้ว เราค่อยหาทางจัดการเก็บพี่ภู”

“ถ้าทุกอย่างง่ายอย่างที่คุณว่าก็ดีสิ”

“ฉันไม่เห็นว่ามันจะมีอะไรยากเลย ตอนลุงภาคินคุณยังจัดการได้ ไม่รู้ล่ะ ถ้าคุณรักฉันคุณก็ต้องช่วยฉัน อย่าลืมนะ สมบัติทั้งหมดมันเป็นอนาคตของเรา” ปารมีหลอกล่อ

สมยศรับปากพลางแบมือขอเงิน อ้างว่าเป็นค่าใช้จ่าย ปารมีส่งซองให้อย่างรู้กัน พร้อมป้อนคำหวานหวังยืมมือสมยศจัดการกับศัตรู

ooooooo

ตาลเห็นธาวินนั่งใช้ความคิด เพราะอยากนึกรหัสเปิดกระเป๋าให้ออก ก็ชักกลัวเขาจะจำเรื่องราวทุกอย่างได้จึงเข้ามาชวนคุย เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ

ธาวินส่งยิ้มหวานจะขอกุ๊กกิ๊กกับตาล แม่สาวแสบนึกกลัวรีบชิ่งออกจากห้อง

บุญทันที่ซุ่มดูอยู่เห็นตาลออกจากห้อง ก็รีบเข้าไปคุยกับธาวิน แต่ต้องแปลกใจ เพราะเพื่อนรักทำเหมือนไม่เคยรู้จักเขามาก่อน แถมยังเรียกให้ช่วยเปิดกระเป๋าเดินทางเพราะจำรหัสไม่ได้

บุญทันเป็นงงกับความเปลี่ยนแปลงของธาวิน เขานึกในใจว่าตาลคงมอมยาธาวินเพื่อจุดประสงค์บางอย่างเป็นแน่

ส่วนตาลเอง เมื่อกลับเข้ามาในห้องก็เห็นบุญทันเปิดกระเป๋าให้ธาวินได้ แถมยังพูดเป็นนัยเหมือนเคยรู้จักกับธาวินมาก่อน ก็นึกระแวง

ooooooo

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”

“น้ำผึ้ง” ปลุกหลอนคืนชีพ “ปอบผีเจ้า”
29 ก.พ. 2563
06:45 น.