ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สามี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    รามดักรอสิริโสภาที่ร้านกาแฟด้วยความคิดถึง พอเห็นเธอมาก็เข้าไปขอบคุณที่เธอให้ผ้าเช็ดหน้าเขาซับเลือด สิริโสภากำลังครุ่นคิดเรื่องรสิกา จึงไม่สนใจขอตัวเลี่ยงอย่างมีมารยาท

    ตกเย็น รุ้งรายมาที่ค่ายมวย ไม่เห็นรถปฐวีก็เสียดาย พลันราพณ์โทร.มาเตือนเรื่องวศินเคลียร์แล้วต้องระวังตัวด้วย รุ้งรายรับคำ วางสายหันมาเจอปฐวีเข้าพอดี เธอยิ้มเจื่อนๆ แอบมองเขาตลอดเวลาที่ยืดเส้นยืดสาย ตัดสินใจซื้อน้ำมาวางให้เขาเป็นการตอบแทนที่เขาช่วยเรื่องที่ดิน

    รุ้งรายรู้สึกตัวเองแปลกๆกับปฐวี จึงรีบกลับ ปฐวีเองก็งงกับท่าทีเธอ...แต่แล้วรุ้งรายโดนวศินดักโปะยาสลบหน้าค่ายมวยเอาตัวขึ้นรถขับไป...รุ้งรายรู้สึกตัวขึ้นมาแต่ยังเบลอๆ ถามเขาต้องการอะไร วศินเสียงกร้าว ต้องการทำหน้าที่ผู้ชายบนเตียงให้สมบูรณ์ รุ้งรายตกใจตั้งสติฮึดสู้คว้าพวงมาลัยรถจนวศินต้องเหยียบเบรก เธอวิ่งลงจากรถแต่ยังถูกลากเข้าข้างทางปลุกปล้ำ เธอต่อสู้สุดชีวิต ปฐวีตามมาช่วย พอเขาเห็นหน้าตารุ้งรายบอบช้ำเลือดกบปาก ก็อารมณ์พุ่งซัดวศินไม่ยั้งจนเขาต้องตะเกียกตะกายขึ้นรถของรุ้งรายขับหนีไป รุ้งรายไม่อยากเชื่อสายตาว่าคนที่มาช่วยตนอีกครั้งคือปฐวี...เขาพาเธอมาส่งที่คอนโด ดูแลซับเลือดให้จนรุ้งรายรู้สึกหวั่นไหว

    ด้านรสิกา ยังเคืองที่เห็นภาพราพณ์แนบชิดกับสุรีย์ส่อง จึงยังไม่อยากกลับบ้าน ชวนหมวยแวะซื้อข้าวของไปให้แม่นมและป้าๆที่วังประกาศเกียรติ บรรดาป้าๆและแม่นมดีใจเข้ามากอดและบอกเธอว่าไม่เห็นต้องซื้ออะไรมาให้อีก เพราะที่ราพณ์เอามาส่งให้ทุกสองวันก็ทานกันไม่หมดแล้ว รสิกาอึ้งไม่เคยรู้มาก่อน ป้านวลป้านางยังคุยอีกว่า พวกตนจะออกไปหางานทำแต่ราพณ์ไม่ให้ไป แถมเสนอออกทุนให้พวกตนทำขนมขาย รสิกายิ่งอึ้งหนัก

    ระหว่างขับรถกลับกับหมวย รสิกาครุ่นคิดถึงสิ่งที่ราพณ์ทำ เธอหยุดรถข้างทางกะทันหันหมวยตกใจถามเป็นอะไร รสิกาโพล่งออกมาว่า “นี่เขาจะเอายังไงกับฉัน”

    “ไอ้คุณหญิง แกใจเย็นๆนะ แกพูดเรื่องอะไร”

    “เขามาทำดีกับฉัน ดูแลครอบครัวฉัน ทำให้ฉันรู้สึกว่าเขา...”

    “ชอบแก...” หมวยต่อท้ายให้

    “แล้วเขาไปยุ่งกับสุรีย์ส่องเนี่ยนะ นี่เขาเป็นคนยังไงกันแน่”

    “แกแคร์ด้วยเหรอว่าเขาจะเป็นคนยังไง” รสิกาอึกอัก “เขามีผลกับแกใช่ไหม ที่แกเดือดร้อนขนาดนี้เพราะเห็นเขาอยู่กับผู้หญิงอื่น”

    “ไม่จริง!”

    “ยัยคุณหญิง...แกหึง!”

    รสิกาสะดุ้งหันมาหยิกเพื่อน หมวยปัดหลบต่อว่าใช้กำลังกลบเกลื่อน และให้รสิกายอมรับว่าชอบราพณ์ รสิกาเถียงไม่มีวัน เพราะเขาคงไม่ต่างจากเจ้าสัว ที่ทำร้ายท่านพ่อจนตาย ความรู้สึกเดียวที่ตนควรมีคือ...เกลียด หมวยมองเพื่อนอย่างอ่อนใจ พอเห็นเพื่อนนิ่งจึงกระเซ้า

    “แกตั้งสติแล้วหายใจเข้าออกยาวๆนะ แกต้องรู้จักแยกแยะ อย่าทำเป็นหนังจีนเอะอะก็ใครฆ่าท่านพ่อ”

    รสิกาค้อนไม่ตลกด้วย หมวยปลอบอย่าเอาเรื่องรุ่นพ่อมาผสม ราพณ์กับเจ้าสัวคนละคนกัน ถ้าไม่นับว่าเขาเป็นลูกใคร เขาก็ดูดีทุกอย่าง รสิกายังเอาเรื่องที่เขาใช้เงินซื้อตนกับแม่มาอ้าง หมวยเปรย สติไปแล้วเพื่อนตน... ก่อนจะแนะนำให้ลองจับผิดว่าเขาบกพร่องตรงไหนบ้างแต่ต้องลดอคติลง ให้ธรรมนำทาง รสิกายังปากแข็งทำไมต้องเชื่อ แต่ในใจอยากลอง

    ค่ำนั้น รสิกากลับมาจดๆ จ้องๆ หน้าห้อง พลันราพณ์เปิดออกมาเสียก่อน พอเห็นเธอก็ต่อว่าทันทีที่กลับดึกไม่โทร.บอกใคร ตนเป็นห่วงมาก รสิกาปรี๊ดสวนกลับว่าเขามีเวลาห่วงด้วยหรือ

    ราพณ์งง รสิกาต่อว่า “ถ้าคุณคิดจะมีคนอื่นก็เรื่องของคุณ แต่คุณควรจะสำนึกว่าฉันเป็นภรรยาคุณอยู่ คุณเป็นเจ้าหนี้...บังคับฉันได้ แต่อย่าทำลายเกียรติของฉัน ฉันไม่ยอม!”

    “ผมไม่เคยทำลายเกียรติของคุณ”

    รสิกาหยิบมือถือออกมาเปิดคลิปให้เขาดู “แล้วที่คุณทำนี่ยังเรียกว่าไม่ทำลายอีกเหรอ”

    ราพณ์ชะงักถามเธอได้รูปนี้มาจากไหน รสิกาลืมเรื่องนี้ไปเลย พินิจดูก็รู้ว่าเบอร์ฯไม่รู้จัก ราพณ์กดโทร.กลับไป เบอร์นี้โดนปิดไปแล้ว แสดงว่าเป็นแผนของสุรีย์ส่อง ที่สร้างฉากให้เขาเข้าไปช่วย รสิกาไม่เข้าใจสุรีย์ส่องทำเพื่ออะไร

    “ผมก็ไม่รู้ แต่...ต้องขอบคุณเขานะ เพราะเขาทำให้ผมได้เห็นว่า ภรรยาผมขี้หึง”

    “อย่ามาเปลี่ยนประเด็น”

    “ถ้าผมคิดจะยุ่งกับสุรีย์ส่องทำไมผมต้องลงทุนทำทุกอย่างเพื่อให้ได้แต่งงานกับคุณ ผมต้องการให้ทุกคนรับรู้ว่า คุณเป็นภรรยาผม เพราะสำหรับผม คุณสำคัญที่สุด  ผม...”

    ราพณ์เห็นสายตารสิกามองเขม็ง ก็รู้สึกเหมือนมีแรงดึงดูดเข้าไปใกล้ รสิกาได้สติถอยออกอย่างขัดเขินแต่เกิดสะดุดขาตัวเองจะล้ม ราพณ์คว้าตัวเธอกอดไว้เขาไม่อาจห้ามใจตัวเองได้อีก หอมแก้มเธอฟอดใหญ่ รสิกาตกใจผลักดันเขาออก แต่ราพณ์ไม่อาจควบคุมใจตัวเองได้ เขารุกไล้ไซ้ซอกคอเธอ หญิงสาวขืนตัวสุดชีวิตผลักเขาออก ตบหน้า...เพียะ

    “หยาบคาย! ไม่ว่าคุณจะพูดยังไงมันก็กลบความเลวของคุณไม่ได้”

    “ทำไมคุณถึงรังเกียจผมนัก ผมมันเลวมากใช่ไหมในสายตาคุณ!”

    “ใช่ คุณให้คุณรุ้งรายเอาเงินซื้อวศินให้เลิกกับฉัน คุณเอาเงินซื้อหม่อมแม่ ซื้อทุกอย่างที่คุณอยากซื้อ คุณกับเงินของคุณน่ารังเกียจที่สุด”

    “ถ้าเงินผมมันไม่มีอำนาจ มันคงซื้อคุณหญิงมาเป็นภรรยาของผมไม่ได้”

    “มันก็แค่สถานภาพในกระดาษหนึ่งใบ”

    “ไม่ว่ายังไงตอนนี้ ทุกคนก็ยอมรับว่าผมเป็นสามีของคุณหญิง”

    “ก็แค่ฐานะทางสังคม แต่สำหรับฉัน ความหมายของคำว่าสามีมันมีคุณค่ามากเกินกว่าผู้ชายมักง่ายอย่างคุณจะได้รับมัน อย่างคุณก็เป็นได้แค่เจ้าหนี้ที่รังแกคนไม่มีทางสู้ ฉันเกลียดคุณ”

    รสิกากระชากแขนออกจากราพณ์ แต่เขากลับรั้งเธอดันไปนอนที่เตียง โถมทับบนร่างเธอซุกไซ้ “ถ้าผมมันน่ารังเกียจนัก เจ้าหนี้อย่างผมก็จะทวงสิทธิ์ให้มันคุ้มค่าเงินที่ต้องเสียไป”

    รสิกาดิ้นรนต่อสู้ตัดสินใจใช้มือทั้งสองข้างจิกไปบนแผลของราพณ์ เขาร้องลั่นเจ็บปวดผละออกจากเธอ รสิกาลุกพรวดขึ้นน้ำตาร่วงพรู ราพณ์ชะงักเมื่อเห็นสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง น้ำตาอาบแก้มของเธอก็รู้สึกผิด ขยับจะขอโทษ แต่เธอวิ่งหนีเข้าห้องน้ำ เขาเสียใจชกผนังอย่างหัวเสีย รสิการ้องไห้ด้วยความคับแค้นใจรำพึงถึงแม่นมว่าราพณ์ไม่ได้เป็นคนดีอย่างแม่นมคิด...พออาบน้ำแต่งตัวกลับออกมา ราพณ์บอกรสิกาว่าเขาจะไปนอนกับพระลบ เธอหน้าตึงไม่สนใจ แต่พอเขาไปแล้วเธอเอามือแตะแก้มรู้สึกวาบหวิวอย่างสับสน พยายามข่มตานอนให้หลับ

    พลันวศินโทร.เข้ามาเสียงเขามึนเมาขอให้เธอยกโทษและเริ่มต้นกันใหม่ รสิกาเห็นว่าพูดไปก็ไม่รู้เรื่องจึงวางสาย วศินพยายามโทร.ใหม่แต่เธอปิดเครื่องเขาโวยวายปัดแก้วเหล้าหล่นแตกโดนแขกในร้านเกิดทะเลาะเบาะแว้งกัน วศินโดนอัดน่วมถูกโยนออกนอกร้านสุรีย์ส่องขับรถมาเจอรีบพาเขากลับไปบ้านเธอ แล้วคืนนั้นวศินเมามากจนพล่ามเรื่องของรสิกาออกมาหมด สุรีย์ส่องยิ้มย่องสวมรอยเป็นรสิกาหาความสุขกับเขา

    ooooooo

    รุ่งเช้าราพณ์กลับเข้ามาในห้อง เห็นรสิกานอนหลับอยู่ก็มายืนมองด้วยความรักระคนน้อยใจ รำพึงออกมาว่าตนไม่มีค่าสำหรับเธอเลยใช่ไหม ตน...ราพณ์จะพูดคำว่ารักออกมา แต่เผอิญเห็นหน้าเธอขยุกขยิกจึงรู้ว่าเธอไม่ได้หลับ เขาชะงักเดินไปหยิบผ้าขนหนูเข้าห้องน้ำไป

    รสิกาลืมตามองอย่างสงสัย เขาจะพูดว่าอะไร...และแล้วทั้งสองก็ปั้นปึ่งต่อกัน ต่างคนจะออกจากบ้าน รัตนาวลีที่เพิ่งใส่บาตรกลับเข้ามากับแหววเห็นท่าทางก็รู้ว่าสองคนทะเลาะกันแน่ รัตนาวลีเอ่ยถามราพณ์ทำไมวันนี้ออกเช้า เขาตอบเป็นนัยๆว่าวันนี้เป็นวันแรกจะไปดูความเรียบร้อย เธอยิ้มอย่างเข้าใจ ก่อนจะเข้ามาคุยกับรสิกาเมื่อคืนทำไมกลับดึก รสิกาย้อนถามว่าแม่รู้ใช่ไหมเรื่องคนที่วังทำขนมขาย เธอยิ้มแทนคำตอบ แล้วชวนลูกสาวไปดูด้วยตาตัวเอง

    จากนั้น รัตนาวลีพารสิกามาที่วังประกาศเกียรติ ให้เห็นว่าแม่นม ป้านวล ป้านาง และคนอื่นๆในวังกำลังช่วยกันทำขนมแพ็กกล่องสวยเก๋อย่างขมีขมัน เข้ามาในครัวเห็นราพณ์คร่ำเคร่งจัดขนมลงกล่อง เพราะป้าๆหลงลืมแพ็กของผิดพลาด จึงช่วยทำให้ใหม่ก่อนที่ลูกค้าจะมารับ ป้านางเอาน้ำกระเจี๊ยบมาให้ดื่ม เขายิ่งติดใจชมว่าชื่นใจมากน่าจะทำขาย ตนจะให้นทีมาดูแลส่วนนี้ รัตนาวลีบอกทุกคนว่า วันนี้ส่งขนมขายวันแรกตนกับรสิกามาเป็นกำลังใจให้

    รสิกาแย้ง “ป้าๆแก่แล้วนะคะ อ้ายไม่อยากให้ต้องลำบาก”

    รัตนาวลีอธิบายว่า วิธีดูแลของรสิกาแบบเดิมให้ความรักความห่วงใย ให้เงินใช้ไปวันๆ แต่มองพวกเขาตอนนี้ ทุกคนมีงานทำ ทุกคนยิ้มแย้มแจ่มใส รสิกามองทุกคนที่ดูมีความสุขกับการทำงาน เริ่มจะเข้าใจ จึงเข้าไปช่วยทำขนม แม่นมเกรงว่าชุดทำงานเธอจะเลอะ จึงให้ไปช่วยราพณ์แพ็กขนมลงกล่อง หญิงสาวจะแย้ง ราพณ์กระซิบอยากให้ทุกคนรู้ว่าเราทะเลาะกันหรือ เธอจึงชะงักยอมทำแต่โดยดี รัตนาวลีแอบยิ้มมองลูกสาวที่ไม่พยศเหมือนก่อน

    ด้านวศินตื่นขึ้นมาตกใจเมื่อพบว่าตัวเองนอนเปลือยอยู่กับสุรีย์ส่อง เธอเยาะเย้ยว่าเขาไม่สามารถกลับไปหารสิกาได้อีก เพราะรสิกาไม่รับของมือสองจากตนแน่ วศินโต้ว่าเขาเป็นคนมีความสามารถพอ เธอสวนทันควัน

    “แต่ไม่มีเครดิต ที่ผ่านมาคุณได้แต่เกาะชื่อเสียงของอ้าย ถ้าจะเริ่มต้นใหม่ คงต้องเริ่มจากศูนย์ แต่สุมีทางลัดให้คุณ...ไปเป็นสถาปนิกให้ประสิทธิ์เรียลเอสเตท”

    วศินชะงักมองสุรีย์ส่องอย่างไม่มั่นใจ...ทางด้านประสิทธิ์โทร.คุยกับลินดาเพื่อดำเนินตามแผนดึงเธอมาเป็นเครื่องมือเล่นงานเจ้าสัวเรียว สุรีย์ส่องพาวศินมาขอ
    ทำงานด้วย อ้างเขามีข้อมูลที่เป็นประโยชน์...ประสิทธิ์ดึงลูกสาวมาคุยในห้องทำงาน พอรู้เรื่องของรสิกาก็สะใจ ปรึกษากันจะทำให้รสิกาขอหย่าจากราพณ์ให้ได้ คงต้องใช้วิธีมือที่สามให้สองคนผิดใจกัน

    ปฐวีเดินมาเห็นวศินก็โกรธเรื่องที่เขาทำร้ายรุ้งราย ปรี่เข้ากระชากคอเสื้อเงื้อหมัดจะต่อย สุรีย์ส่องออกมาห้ามอย่าทำร้ายคนของตน ปฐวีหันมองประสิทธิ์ เขากลับไม่สนใจให้ปฐวีเข้ามาคุยในห้องทำงาน พอปฐวีฟังเรื่องทั้งหมดจากพ่อ ก็นิ่งเฉยไม่ออกความเห็น

    “แกไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอ ที่หญิงอ้ายกับหม่อมวลีโดนพวกไอ้เรียววางแผนหลอก”

    “ผมคิดว่าการที่อ้ายมีคุณราพณ์ดูแลคงดีกว่าจะอยู่กับคนอย่างวศิน”

    “แล้วทำไมแกไม่คิดว่า ถ้าต้องอยู่กับราพณ์ ให้แกเป็นคนดูแลอ้ายซะยังจะดีกว่า...พ่อขอโทษที่เพิ่งรู้ว่าแกคิดยังไงกับหญิงอ้าย”

    ปฐวีถามพ่อต้องการอะไรบอกมาตรงๆ คงไม่ได้เอ็นดูรสิกาหรือหวังดีต่อรัตนาวลี เพราะทั้งสองคนเป็นลูกเมียของคนที่พ่อเกลียดสุดชีวิต ประสิทธิ์เสียงกร้าวว่าชัยประกาศแย่งทุกอย่างของตนไป ปฐวีแย้งว่าท่านอามีสิทธิ์ตามกฎหมาย เพราะเป็นสายเลือดแท้ๆ ประสิทธิ์ยิ่งโกรธ หาว่าตนก็เป็นลูกบุญธรรมถูกต้องตามกฎหมาย แต่เพราะชัยประกาศเกิดมาเพื่อแย่งทุกอย่าง

    “อ้ายกับหม่อมอาไม่มีส่วนกับเรื่องนี้”

    “หญิงอ้ายเหมือนชัยประกาศทุกอย่าง สายตาถือดี ความเย่อหยิ่ง...แกเป็นลูกชายคนเดียวของพ่อ พ่อสร้างทุกอย่างเพื่อแกกับยัยสุ รสิกาขายตัวเองแลกกับเงินแปดสิบล้าน มันไม่ใช่น้อย”

    ปฐวีสลดตนไม่มีปัญญาช่วยเธอ ประสิทธิ์กระตุ้นว่าตัวเขาช่วยได้ ปฐวีชะงักไม่แน่ใจว่าพ่อจะทำอะไร จึงขอคิดดูก่อน สุรีย์ส่องเข้ามาได้ยินเข้าใจทันทีว่าพ่อคิดจะใช้ปฐวีสู้กับราพณ์

    ooooooo

    ขนมที่ป้าๆทำกัน มีคนมารับร่วมร้อยกล่อง นับเป็นวันแรกที่ได้รับเงินไม่น้อย ทุกคนพร้อมใจกันมอบให้รสิกา  เธอไม่ยอมรับ แต่พวกป้าๆอ้างว่าเป็นความตั้งใจของพวกตน เพราะเธอดูแลพวกตนเป็นอย่างดีตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม่นมคะยั้นคะยอให้รับ รสิกาน้ำตาร่วงซาบซึ้งใจ

    เห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี ราพณ์ขอตัวกลับไปทำงาน เขาสบตารสิกาแต่เธอยังเมิน เขาจ๋อยกลับไป รัตนาวลีถามลูกสาว ได้รับคำตอบหรือยัง รสิการู้สึกสับสน
    “อ้ายไม่เข้าใจเลยค่ะหม่อมแม่  เขาทำแบบนี้เพื่ออะไรคะ”

    “ลูกดูไม่ออกหรือว่ากำลังปิดหูปิดตาตัวเองอยู่” รสิกาอึ้งครุ่นคิด...

    ราพณ์มาถึงบริษัท เจอเจ้าสัวกับรุ้งรายรออยู่ที่ห้องทำงาน ใบหน้ารุ้งรายบอบช้ำ พอเขารู้ว่าเป็นฝีมือวศินก็โกรธมาก แต่ก็แปลกใจที่ปฐวีเป็นคนมาช่วย ราพณ์รับปากไม่ปล่อยวศินไว้แน่

    “รุ้งไม่เป็นอะไรมาก ป๊าอย่าโมโหเลยค่ะ มันไม่ดีกับสุขภาพ”

    “วันนี้รามเริ่มงานวันแรก ป๊าอยากมาดูว่าเป็นยังไง”

    ราพณ์บอกว่าตนให้รามเป็นผู้ช่วยฝ่ายบุคคล เจ้าสัวยิ้มอย่างพอใจเพราะงานอะไรก็ไม่ยากเท่างานบริหารคน รามจะได้รู้จักควบคุมอารมณ์ตัวเอง เพราะมากคนยิ่งมากความ เจ้าสัวชมราพณ์วิเคราะห์ได้ดีมากสมเป็นลูกชายตน ไม่ทันไร นทีเข้ามารายงานว่ารามอาละวาดทำร้ายคนในแผนก ราพณ์กับรุ้งรายรีบมาที่แผนกบุคคล
    รามกำลังทำร้ายพนักงานคนหนึ่ง หาว่าตำหนิแผนงานของตน ราพณ์เข้ามาเอ็ด รามชะงักตามราพณ์ไปที่ห้องทำงาน รามยังโวยวายว่าพวกนั้นโง่แล้วอวดฉลาด โชว์เจ๋งหักหน้าเขา

    “ถึงเขาจะทำอย่างนั้นจริง แกก็ไม่ควรใช้กำลังในการเคลียร์ปัญหา ถ้าจะเป็นหัวหน้า แกต้องใจเย็น และยอมรับฟังความคิดเห็นไม่ว่ามันจะถูกหรือผิดก็ตาม แต่เบื้องต้นแกต้องรับฟัง”

    “วุ่นวาย เรื่องมากขนาดนั้น ผมไม่อยากทำที่แผนกนั้นแล้ว ผมขอมาเป็นผู้ช่วยเฮียดีกว่า”

    เจ้าสัวมองเชิงให้ราพณ์ตัดสินใจเอง ราพณ์ปฏิเสธ รามหันไปอ้อนเจ้าสัว เขากลับบอกว่า ตอนนี้

    ราพณ์มีอำนาจในการดูแลบริษัท พนักงานทุกคนต้องทำตามคำสั่ง รามฮึดฮัด เจ้าสัวสอน

    “การทำงานมันต้องรู้จักฟังและยอมรับข้อบกพร่องของตัวเอง เพราะคนที่เป็นยอดคน จะใช้ความผิดพลาดและอุปสรรคเป็นบันไดสู่ความสำเร็จ ถ้าวันนี้ลื้อหนีคำตำหนิ แล้วเมื่อไหร่ลื้อถึงจะรู้ว่าคำชมมันเป็นยังไง”

    รามนิ่งแต่ท่าทางยังไม่เข้าใจ ราพณ์สั่งให้รามไปขอโทษพนักงานที่เขาทำร้าย รามโวยว่าเสียเกียรติลูกประธาน เจ้าสัวกลับบอกว่า ผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดคือผู้ที่ทำตนเล็กที่สุด ผู้ที่เล็กที่สุดก็จะกลายเป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุด...เจ้าสัวหวังว่ารามจะเข้าใจ รามหงุดหงิดออกไป ราพณ์รับรองจะดูแลน้องเอง รุ้งรายหันมาเอาใจเตือนพ่อไปทานข้าวกับรัตนาวลีตามนัด แต่เขากลับไม่มีอารมณ์

    “ป๊าคะ มันผ่านไปแล้ว เดี๋ยวเฮียจะสั่งสอนวศินให้รุ้ง ป๊าบอกว่าชีวิตคู่มันก็ต้องหมั่นเติมความหวานให้กันบ้าง ชีวิตเราไม่ได้มีแค่งานกับปัญหาที่ต้องสนใจไม่ใช่เหรอคะ”

    เจ้าสัวพยักหน้าแล้วหันมาเตือนราพณ์ หัวใจก็สำคัญเข้าใจไหม ราพณ์คิดได้ บอกรุ้งรายช่วยดูแลรามแทนด้วย รุ้งรายแซวจะรีบไปเติมความหวานใช่ไหม ใจร้อนกว่าพ่ออีก เจ้าสัวขำ

    ooooooo

    รสิกายังง่วนกับการทำงาน สิริโสภาทำทีเอากาแฟกับขนมมาให้แล้วชวนคุยเรื่องชีวิตการแต่งงาน ไม่ทันไร ราพณ์โทร.เข้ามาบอกว่ารอรับอยู่หน้าออฟฟิศ รสิกาแอบยิ้มก่อนจะรีบเก็บของ ขอตัวจากสิริโสภาแล้วลงไปหาราพณ์ สิริโสภากำมือแน่นด้วยความแค้นใจ

    ราพณ์ยืนรอที่รถด้วยมาดเท่ รสิกาเข้ามาถามมีเรื่องด่วนอะไร เขายื่นช่อดอกไม้ให้พร้อมกับกล่าวคำขอโทษต่อเรื่องเมื่อคืน หญิงสาวอมยิ้มขอโทษเขากลับที่ตนพูดแรงเกินไป ราพณ์ดีใจรีบบอกว่าเจ๊ากันแล้วชวนเธอไปทานข้าว รสิกานึกถึงคำพูดของรัตนาวลีที่ว่าตนปิดหูปิดตาดูไม่ออกว่าราพณ์คิดอย่างไรกับตน จึงรับคำชวน...สิริโสภาแอบมองด้วยความอิจฉา

    มาถึงร้านอาหารท่ีดูเก๋ไก๋ ราพณ์ขออะไรรสิกาหนึ่งอย่าง เธอทำหน้าฉงน “ผมขอให้มื้อนี้ไม่มีเจ้าหนี้กับลูกหนี้ มีแต่คุณหญิงกับนายราพณ์...สงบศึกสักมื้อนะครับ”
    รสิกาเห็นราพณ์ยิ้มอ้อนๆจึงเลี่ยงไม่ตอบ “ฉันหิวมากไม่มีอารมณ์ทะเลาะกับใครทั้งนั้น”

    ราพณ์ดีใจรีบเสนอว่าร้านนี้สเต๊กอร่อย รสิกาบอกว่าตนไม่ทานเนื้อมื้อเย็นมันหนักเกิน ราพณ์ยิ้มกริ่ม รสิกานึกว่าตนเรื่องมากเกินไป ราพณ์ปฏิเสธ

    “เปล่าครับ ผมดีใจที่จะได้รู้ไว้ว่า ภรรยาผมชอบทานอะไร ไม่ชอบทานอะไร” รสิกาจะแย้งราพณ์ขัด

    “คุณหญิงอย่าลืมข้อตกลงสิครับ”

    รสิกาชะงัก มื้อนี้จึงเป็นการรับประทานอาหาร

    ที่หวานชื่น แต่ไม่พ้นสายตาสิริโสภาที่ตามมาแอบมองด้วยความแค้นใจ ระหว่างนั้น รสิกาลุกไปเข้าห้องน้ำ ราพณ์มองไปเห็นวศินเดินคุยโทรศัพท์ แต่เธอไม่เห็น เขาลุกพรวดจะเข้าไปหา วศินเหลือบเห็นวิ่งหนีทันควัน

    รสิกาออกจากห้องน้ำกำลังล้างมือที่อ่าง เห็นเงาผู้หญิงในกระจกมีผ้าพันคอปิดบังใบหน้าถือไม้ม็อบเงื้อฟาด

    เธอหลบแต่ไม่ทันล้มลง ไม่วายโดนกระชากขึ้นมาเอา

    หัวโขกอ่างสลบเหมือด

    ด้านราพณ์พอไม่เห็นวศินก็กลับมานั่งที่โต๊ะ เขาเช็กบิลเรียบร้อยมองไปทางห้องน้ำอย่างกังวลที่รสิกา

    หายไปนาน ไม่ทันไร ผู้จัดการร้านเข้ามาบอกว่า เธอนอนสลบอยู่ในห้องน้ำ ราพณ์ตกใจรีบวิ่งไปดู พอเห็นว่าเธอ

    หัวแตกนอนเลือดอาบอยู่ก็ปรี่เข้าอุ้มเธอท่าทางร้อนรนห่วงใย สิริโสภาแอบยืนมองอยู่ในกลุ่มผู้คนยิ่งเคียดแค้นเจ็บใจกับท่าทีเป็นห่วงเป็นใยอย่างมากของราพณ์
    เจ้าสัวเรียวกราดเกร้ียวใส่ราพณ์ที่ปล่อยให้เกิดเรื่องแบบนี้ได้ รัตนาวลีต้องปราม ด้วยรู้ว่าราพณ์เสียใจไม่น้อย...

    ราพณ์เข้าใจว่าเป็นฝีมือวศิน จึงสั่งมานพควานหาตัวเขาให้เจอเพื่อคิดบัญชี

    คืนเดียวกัน รามมาดักรอสิริโสภาหน้าที่พัก เห็นเธอร้องไห้กลับมาก็ปรี่เข้าทักถาม เขาพยายามจะแนะนำตัวเองเพราะหวังว่านามสกุลของตนจะทำให้เธอสนใจ แต่สิริโสภาไม่มีแก่ใจจะฟังอะไรจึงเรียกยามมากันและสั่งห้ามผู้ชายคนนี้เข้าไป รามมองตามอย่างไม่ยอมแพ้

    และในคืนเดียวกัน ราพณ์มากับมานพปาดรถ

    เข้าขวางหน้าวศินที่เดินคุยมือถืออยู่ริมทาง เขาตกใจ

    โดดหลบไม่ทันได้โวยวาย ราพณ์ปรี่เข้ามาอัดไม่ยั้ง

    “ไอ้สารเลว! นี่สำหรับน้องฉัน และนี่...สำหรับคุณหญิง ไอ้หน้าตัวเมีย!” ราพณ์เตะต่อยวศินจนหมอบแต่ยังไม่หยุด มานพต้องเข้าห้ามและดึงตัวกลับ

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ รุ้งรายต้องเข้าประชุมแทนราพณ์ เพราะเขาเฝ้าดูแลรสิกาไม่ห่าง รังรองเตือนน้องสาวอย่าทำอะไรเสี่ยงๆ จะโดนทำร้ายอีก รุ้งรายไม่ห่วงเรื่องนั้นแต่ห่วงเรื่องรามมากกว่า รังรองรับปากจะดูแลให้ รุ้งรายย้อนถามจะคุมไหวหรือ รังรองยิ้มเจ้าเล่ห์

    “ก็ถ้าไม่มีลายเซ็นเจ้ รามกับม้ามันจะเอาที่ไหนกิน จริงไหม”

    “เขาถึงว่าอย่าทะเลาะกับพวกบัญชี การเงิน โดยเฉพาะรองกรรมการผู้จัดการใหญ่อย่างเจ้ หวังว่าไอ้รามมันคงไม่โง่หรอกเนอะ...อย่ายิ้มแบบนี้เวลาเซ็นเบิกงบให้รุ้งนะ รุ้งสยอง”

    สองพี่น้องหัวเราะให้กันก่อนจะแยกย้ายกันเข้าห้องทำงานของตัวเอง...เลขาเอาแฟ้มเอกสารมาให้รังรองเซ็น ไม่ทันไร ชาญชัยเปิดประตูเข้ามา รังรองจึงให้เลขาไปชงกาแฟมาให้ แล้วถึงหันมาถามสามี ไม่ไปดูไซต์งานหรือ ชาญชัยตอบว่าไปมาแล้วถึงอยากมาปรึกษา

    รังรองดักคอ “ถ้าคุณจะให้รองช่วยคุยกับราพณ์หรือว่าป๊า รองคงช่วยไม่ได้จริงๆค่ะ”

    “รอง! คุณก็รู้ว่าผมไม่มีเงินมากพอจะเสียไปกับการลงโครงสร้างใหม่”

    “จากรายงานบัญชีของบริษัทเฮีย มีพอค่ะ ถ้าจะลดทอนค่าใช้จ่ายที่มันไม่จำเป็นลงบ้าง”

    “อะไรที่คุณว่าไม่จำเป็น!” ชาญชัยเสียงแข็ง

    “ค่าเครื่องบิน ช็อปปิ้งทีละหลายหมื่นทุกอาทิตย์ การจัดงานเลี้ยงที่มันมากเกินความจำเป็นไงคะ”

    ชาญชัยโต้ว่าทุกอย่างจำเป็นสำหรับพ่อแม่ตน รังรองอธิบายถึงการบริหารเงิน หาได้สิบส่วนแต่เอาไปใช้จ่ายฟุ่มเฟือยเสียเก้าส่วน เหลือใช้จ่ายในบริษัทเพียงส่วนเดียวมันไม่พอ ชาญชัยตะคอกให้หุบปาก ตนไม่ได้มาเพื่อให้สั่งสอน แต่เธอต้องช่วยในฐานะเมีย รังรองข่มใจให้เย็น

    “จะเอาเงินถมลงไปแก้ปัญหาคงไม่ถูกต้อง แต่ถ้าคุณมียอดจองเข้ามาเกินแปดสิบเปอร์เซ็นต์ รองพอจะช่วยทำเรื่องงบส่วนที่เหลือได้”

    “มันจะเป็นไปได้ยังไง ยอดจองมีแค่สิบเปอร์เซ็นต์ ไม่มีโครงสร้างเรียกเครดิตจากลูกค้าเมื่อไหร่จะได้เงินกัน”

    “ถ้าคุณมีความพยายาม มันต้องสำเร็จแน่ค่ะ”

    “ไม่ช่วยใช่ไหม!” ชาญชัยโมโหแต่ไม่อาจลงมือกับรังรองได้ ฮึดฮัดกลับออกไปเกือบชนกับเลขาที่ถือกาแฟเข้ามา...รังรองเสียใจให้เลขาวางกาแฟไว้ ตนอยากอยู่เงียบๆคนเดียว

    ชาญชัยกลับมาหงุดหงิดในห้องทำงาน ยิ่งถูกผู้รับเหมาโทร.มาถามจะให้ก่อสร้างต่อเมื่อไหร่ จึงโวยกลับถ้าคนงานไม่รอก็ไล่ออกไปให้หมด เขาแค้นใจจะต้องเอาเงินจากรังรองให้ได้

    ด้านรสิกาฟื้นขึ้นมาพบราพณ์นอนกุมมือฟุบหลับอยู่ข้างๆ เธอจะดึงมือออกทำให้เขาตื่น ราพณ์มีท่าทีห่วงใยอย่างมาก รสิกาพยายามคิดว่าเกิดอะไรขึ้นกับตน มันเร็วมากจนไม่เห็นหน้าคนร้าย ราพณ์พรํ่าขอโทษที่ดูแลเธอไม่ดี ไม่ทันไร เสียงแม่นมหาห้องรสิกา เดินเข้ามากับแหวว แม่นมโผเข้ากอดรสิกาอย่างห่วงใย รสิกาพยายามพูดปลอบใจให้แม่นมคลายความกังวล แต่ด้วยความเครียดทำให้แม่นมเกิดเป็นลม ทั้งรสิกาและราพณ์ตกใจร้องเรียกพยาบาลมาดูอาการ

    พอแม่นมฟื้นขึ้นมาก็โกรธตัวเองที่มาสร้างภาระให้รสิกากับราพณ์อีก ราพณ์รีบบอกว่ามันเป็นหน้าที่ของลูกหลานต้องดูแลญาติผู้ใหญ่ รสิการ้องไห้กอดแม่นมขอร้องอย่าทำอะไรฝืนร่างกายอีก ราพณ์เห็นความห่วงใยของรสิกา จึงคิดทำอะไรบางอย่าง...เวลาผ่านไป ราพณ์ออกมาพบมานพเพื่อฟังเรื่องของวศิน ว่าเขาได้ให้ชาวบ้านพาส่งโรงพยาบาล คงไม่กล้าแจ้งความ ราพณ์เข่นเขี้ยว ถ้าวศินแจ้งความตนจะแจ้งกลับข้อหาทำร้ายร่างกาย

    รุ้งรายกับรสิกา

    พลัน มานพเห็นรสิกาเดินมาจึงรีบหันหลังกลับเดินดุ่ยออกไป รสิกาเรียกราพณ์เขาสะดุ้งกลบเกลื่อนว่าออกมาคุยโทรศัพท์ แต่เธอแย้งว่าเห็นเขาคุยกับใครอยู่ ราพณ์ตัดบทดึงเธอกลับอ้างว่ารัตนาวลีโทร.ตาม...ที่หน้าเคาน์เตอร์ สิริโสภากำลังถามพยาบาลถึงห้องรสิกา ต้องแปลกใจที่เธอเช็กเอาต์ออกไปแล้ว จึงหงุดหงิดเดินออกมา พอดีเห็นเงามานพในกระจกก็รีบวิ่งหนีโบกแท็กซี่กลับไป มานพตามไม่ทันกังวลใจทำไมเธอต้องหนี

    ooooooo

    ในห้องทำงานแผนกบุคคล รามกำลังกราด เกรี้ยวใส่พนักงานที่มาทวงเอกสาร เพราะต้องปรู๊ฟส่งผู้จัดการ รังรองได้ยินเข้ามาขัด บอกพนักงานว่ารามเข้าใจความเดือดร้อนของเขาแล้ว จะรีบจัดการให้ รามหันมาโวยรังรองหาว่ามาคอยจับผิด

    “ฉันไม่ต้องจับผิด เพราะที่ฉันเห็นแกกับม้าแกก็ไม่เคยถูกสักเรื่องอยู่แล้ว”

    รามโกรธหาว่าพี่สาวมาหาเรื่อง รังรองสวนตนมีน้องชายคนเดียว รามสะเทือนใจแสดงความก้าวร้าวมากขึ้น “ก็ดี...เพราะถ้าผมจะมีพี่สาวดีๆ กับเขาสักคน ต้องเก่งและเจ๋ง ไม่ใช่คอยตามผัว ทำตัวโง่อย่างเจ้”

    รังรองโมโหตวาดให้หุบปาก รามยิ่งยั่วว่าทนรับความจริงไม่ได้ที่ตัวเองน่าสมเพช หงอกับผัวเหมือนผู้หญิงปัญญาอ่อน รังรองขู่อยากอดตายพร้อมกับแม่ใช่ไหม รามเยาะ

    “กล้าเหรอ ถ้าป๊าสั่งเจ้ก็ต้องจ่ายล่ะวะ เชื่องๆ อย่างเจ้ก็ต้องให้เขาจูงจมูกไถนาตลอดชีวิต”

    รังรองคว้าแฟ้มขว้างใส่รามอย่างสุดทน รามยังเชิดหน้าท้าทาย รังรองชะงักเพราะรู้ว่าอยู่ในสายตาลูกน้อง จึงเข่นเขี้ยว “ทำไมต้องมีคนอย่างแกเกิดมาเพื่อทำลายครอบครัวฉัน...ตัวซวย!”

    รามเจ็บปวดใจอย่างมากแต่ยังทำทียิ้มกวนๆ เหมือนไม่ยี่หระ รังรองกลับออกไป รามหันมาโวยพนักงานที่มอง แต่ละคนรีบก้มหน้าก้มตาทำงาน

    ราพณ์พารสิกากลับคฤหาสน์เจ้าสัว รัตนาวลี อาม่า รุ้งราย เง็กและแหววรอต้อนรับ อาม่าเข้ากอดหลานสะใภ้ลูบหน้าลูบหลังอย่างห่วงใย ถามอาการแล้วจะเข้าครัวไปทำอาหารบำรุงให้ รสิกาขอไปช่วย แต่รัตนาวลีรั้งไว้ให้รอรับสมาชิกใหม่ รสิกางง...ใคร ทันใดแหววประคองแม่นมเข้ามาพร้อมกระเป๋าเสื้อผ้า รัตนาวลีเอ่ยว่า แม่นมย้ายมาอยู่ด้วยกันที่นี่

    “จริงเหรอคะ! แล้วเราให้แม่นมอยู่ที่นี่ได้เหรอคะ”

    “ได้สิจ๊ะ ในเมื่อคุณราพณ์เป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง”

    รสิกาหันมองราพณ์ซึ่งยืนยิ้มกริ่ม เธอเอ่ยปากขอบคุณ ราพณ์ยิ้มรับ “การทำให้ภรรยาสบายใจเป็นหน้าที่ของสามีที่ดี จริงไหมครับ”

    รัตนาวลีให้แหววพาแม่นมไปห้องพัก ชำเลืองมองสองหนุ่มสาวที่ดูจะเริ่มรักกันดี รุ้งรายเดินยิ้มแย้มเข้ามาทักถามอาการ ก่อนจะขอคุยเป็นการส่วนตัว รสิกาหันมองราพณ์ เขากล่าว

    “รุ้งจะตอบทุกคำถามที่คุณสงสัยเรื่องวศิน...”

    รสิกาจึงเดินตามรุ้งรายออกไปที่สวน รัตนาวลีข้องใจถามราพณ์มันเรื่องอะไรกัน เขาอึกอักลำบากที่จะตอบ...

    รุ้งรายอธิบายแก่รสิกา “อย่างที่คุณหญิงทราบ ฉันใช้เงินสามล้านแลกกับการให้วศินเลิกกับคุณ รวมทั้งเงินเดือนอีกเดือนละแสนแลกกับการลาออกจากบริษัทคุณกอบกู้”

    “รู้ไหมว่าตอนที่ฉันได้ยินเรื่องนี้จากวศิน ฉันรู้สึกว่ามันบ้ามาก แต่พอรู้จำนวนเงิน ฉันว่ามันประหลาดที่สุด มัน...”

    รุ้งรายแทรกขึ้นมันคุ้มค่ามากสำหรับตน รสิกาย้อนถามทำ...ทำไม รุ้งรายตอบโดยไม่ต้องคิด “ฉันทำเพื่อเฮียราพณ์...ที่ลิ้มวัฒนาถาวรกุลขึ้นมาอยู่แถวหน้าได้เพราะเฮียทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อป๊า เพื่อพี่น้องทุกคน ฉันอยากเห็นเฮียราพณ์มีความสุข และความสุขเดียวของเฮียราพณ์คือการได้อยู่กับผู้หญิงที่ตัวเองรัก ไม่ว่าจะต้องเสียเท่าไหร่ ฉันยอมถ้ามันจะทำให้เฮียสมหวัง”

    รสิกาถึงกับอึ้ง...ในขณะที่แหววพาแม่นมไปห้องพัก กิมท้อแกล้งถือตะกร้าผ้าชนแล้วโวยวายว่า แม่นมเดินไม่มอง แหววไม่พอใจต่อว่ากิมท้อให้ขอโทษแม่นม กิมท้อกลับเหยียดหยันว่าเป็นคนรับใช้ด้วยกัน ต่ำเท่ากันทำไมต้องขอโทษ แม่นมถามกิมท้อด้วยน้ำเสียงผู้ใหญ่ที่ดูน่า เกรงขามว่าเธอทำงานที่นี่มากี่ปี กิมท้อโอ่ว่าสี่ปี แม่นมสั่งสอนทันที ตนเป็นคนมาอยู่ใหม่ในฐานะผู้อาศัย ทำผิดถูกเจ้าสัวคงให้อภัย แต่เด็กที่อยู่มานานไม่มีสัมมาคารวะ ทำความอับอายขายหน้า ด้วยการแสดงกิริยาก้าวร้าวกับผู้ใหญ่ เธอคิดว่าเจ้าสัวจะลงโทษอย่างไรถึงจะสาสม

    แหววยุอยากรู้ว่าเจ้าสัวจะลงโทษอย่างไร ตนจะไปฟ้อง กิมท้อขยาดและชักกลัวบารมีของแม่นมที่แผ่ออกมา ยกมือไหว้ขอโทษแล้วเลี่ยงๆไป แหววหัวเราะยกนิ้วชมแม่นมสุดยอด...แม่นมเก็บของในห้องแล้วให้แหววพาไปห้องครัวเพราะเห็นว่าใกล้เวลาอาหารเย็น

    พอมาถึงก็เห็นอาม่ากำลังทำกระเพาะปลาสูตรเด็ดของเธอ แม่นมเข้าไปทำความรู้จักกับอาม่าอย่างนอบน้อม แม่นมสังเกตเห็นอาม่าคงจะหลงลืม ใส่เกลือแล้วใส่ลงไปอีก แล้วให้กิมท้อยกไปตั้งโต๊ะ อาม่าเดินออกไป แม่นมจึงสะกิดบอกเง็กให้แก้ไข กิมท้อไม่ฟังเสียง

    “นี่คุณนมจะบอกว่ากระเพาะปลาอาม่าไม่อร่อยใช่ไหมคะเนี่ย”

    “ฉันไม่ได้ว่าอย่างนั้น ฉันเห็นว่า...”

    “กระเพาะปลาอาม่า คนอื่นห้ามยุ่งค่ะ” กิมท้อไม่ฟังยกกระเพาะปลาออกไป

    ทุกคนพร้อมหน้าบนโต๊ะอาหาร พอเห็นกระเพาะปลา ของอาม่า ราพณ์รีบบอกรสิกาว่าฝีมืออาม่าอร่อยกว่าเหลาเสียอีก อาม่ารีบบอกว่าที่ทำคราวนี้เพื่อต้อนรับรสิกาหายป่วย ราพณ์กับรุ้งรายตักกระเพาะปลาใส่ชามให้ทุกคน  แม่นมตามเข้ามาห้ามอย่าเพิ่งทาน กิมท้อโพล่งขึ้นว่า แม่นมว่ากระเพาะปลาอาม่าไม่อร่อย เมื่อกี้ก็ไม่ให้ตนยกออกจากครัว อาม่าหน้าเสีย

    “อั๊วรู้ว่าอาหารชาววังน่ะขึ้นชื่อความอร่อย แต่ลื้อไม่ควรดูถูกฝีมือใครถ้าลื้อยังไม่ได้ชิม”

    แม่นมจะอธิบาย แต่กิมท้อเสี้ยมว่าแม่นมดูถูกฝีมืออาม่า ไม่มีความเกรงใจ...ราพณ์เอ็ดกิมท้อไม่มีมารยาท อาม่าไม่พอใจห้ามทุกคนไม่ต้องกิน แต่รุ้งรายกับราพณ์เอาใจรีบตักเข้าปากพลันทั้งสองทำหน้าพะอืดพะอมรุ้งรายร้องทำไมเค็มแบบนี้ แม่นมเอ่ยตนกำลังจะบอก อาม่าหันไปถามเง็ก เง็กบอกว่าแม่นมเห็นอาม่าใส่เกลือซ้ำก็จะเตือน อาม่าหน้าเจื่อนรู้ตัวว่าผิดเองนั่งเงียบ รสิกาตักผัดผักให้อาม่าอย่างเอาใจ แต่เธอก็ยังนั่งเงียบ

    หลังอาหาร รสิกาเดินคุยกับแม่นม เห็นอาม่านั่งมองรูปอากงเศร้าๆ แม่นมจึงเข้ามาชวนคุยอย่างคนวัยเดียวกัน ทำให้อาม่ารู้สึกดีขึ้น แต่ก็อดน้อยใจที่ตัวเองแก่ลงจนดูแลลูกหลานไม่ได้ แม่นมปลอบว่า ก่อนอาม่าจะแก่ขนาดนี้ ก็ได้เลี้ยงลูกหลานมาตั้งหลายคน ทุกคนเป็นคนดีดั่งใจเท่านี้ก็นับว่าโชคดี ที่อาม่าได้มีอายุยืนยาวเห็นความเจริญของลูกหลาน ถึงตายก็ตายตาหลับ อาม่ารีบบอกแม่นมว่าอย่างไรเสียก็อยู่เป็นเพื่อนกันไปนานๆ... ราพณ์เข้ามายืนดูข้างๆรสิกา ทั้งสองเข้าไปกอดอาม่ากับแม่นมด้วยความอบอุ่น

    จากนั้นรสิกาพาแม่นมมาส่งที่ห้อง รัตนาวลีตามมาดูแลความเรียบร้อยและให้แหววนอนหน้าเตียงแม่นม ทั้งรัตนาวลีและแม่นมต่างชมราพณ์ช่างมีน้ำใจและเอาใจใส่รสิกา ทำให้รสิกานึกถึงคำพูดของรุ้งรายที่ว่า  ความสุขของราพณ์คือการได้อยู่กับผู้หญิงที่เขารัก รสิกากลับมาที่ห้อง เห็นราพณ์นั่งรออยู่ก็เขินๆทำทีไปนั่งทำงาน ราพณ์ขอให้เข้านอน เธออ้างว่าไม่ได้ไปทำงานหลายวันต้องสะสาง  เขาจึงเข้ามาอุ้มเธอไปวางที่เตียง  รสิกาอดถามไม่ได้

    “นี่เป็นหน้าที่ของเจ้าหนี้หรือเปล่าคะ”

    “คุณถามเพราะอยากรู้หรือว่าประชดครับ”

    “เรื่องแม่นมวันนี้มันทำให้ฉันถามตัวเอง ฉันอยากรู้ว่าที่คุณลงทุนกับฉันเพราะหน้าที่ของเจ้าหนี้ใช่ไหมคะ”

    ราพณ์อมยิ้ม “แล้วถ้าผมบอกว่าไม่ใช่ล่ะ คุณจะเชื่อไหม ถ้าผมบอกว่าผม...”

    รสิกาตัดบทไม่อยากฟัง อ้างง่วงแล้วและนอนหันหลังให้เขาด้วยความเขิน ราพณ์มองอย่างเสียดาย จะทำอย่างไรให้เธอเชื่อว่าตนรักเธอ...

    ในคืนเดียวกัน ลินดากำลังจะออกไปดินเนอร์กับประสิทธิ์ พอดีรามกลับเข้ามาด้วยสีหน้าท่าทางเสียใจเคียดแค้นกับคำพูดของรังรองที่ว่าตัวเองเป็นตัวซวย ลินดาตัดสินใจไม่ไปไหนอยู่ปลอบขวัญลูกชาย แต่ไม่วายเสี้ยมให้เขาเกลียดพี่น้องและมุ่งมั่นเอาชนะ

    เช้าตรู่ รัตนาวลี แม่นม อาม่าและพระลบออกมาใส่บาตรร่วมกัน แหววกับเง็กคอยดูแลทั้งสอง แปลกใจที่เห็นอาม่ากับแม่นมสนิทสนมกัน พอใส่บาตรเสร็จพระลบดึงอาม่ากลับเข้าบ้าน รัตนาวลีกับคนอื่นเดินตามห่างๆ  ไม่ทันไรรถของรามแล่นเข้ามาแกล้งเฉียดทุกคนกระเจิง รามกับลินดาลงมาทำทีทักทายรัตนาวลี และบอกว่ารามอยากมาทานอาหารเช้ากับพ่อ ลินดาพูดจาก้าวร้าวรัตนาวลีจนแม่นมทนไม่ไหว

    “หยุดนะ! คุณไม่มีสิทธิ์หมิ่นเกียรติของหม่อม”

    “หุบปาก! ม้าฉันเป็นเมียเจ้าสัวเหมือนกัน จะพูดอะไรก็ได้” รามตวาดกลับ

    ลินดาหันมายิ้มเยาะเป็นคนรับใช้อย่าตีเสมอ

    อาม่าเข้ามาขัด “ลื้อก็ไม่มีสิทธิ์มายืนด่าสะใภ้ของอั๊วเหมือนกัน อั๊วไม่ชอบ” อาม่าจูงมือรัตนาวลีเข้าบ้าน รามเห็นท่าไม่ดีตามไปอ้อน

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 05:22 น.