ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สามี

    SHARE
    • แนว
    • :
    • บทประพันธ์โดย
    • :
    • บทโทรทัศน์โดย
    • :
    • กำกับการแสดงโดย
    • :
    • ผลิตโดย
    • :
    • ช่องออกอากาศ
    • :
    • อื่นๆ
    • นักแสดงนำ
    • :

    สามี ตอนล่าสุด

    ตอนที่ 1

    บนถนนกลางกรุงเทพมหานคร ราพณ์ ลิ้มวัฒนาถาวรกุล ผู้บริหารหนุ่มทายาทเจ้าสัวเรียว รับช่วงกิจการในเครือถาวรกรุ๊ป ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลาย ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นอันดับหนึ่งในเวลาอันรวดเร็ว ระหว่างขับรถได้รับโทรศัพท์เร่งจากธีรพัฒน์ เจ้าของโรงแรมหรู

    “แกอยู่ไหน นี่มันจะได้เวลาแถลงข่าวแล้วนะ แกจี้ฉันทุกวันว่าอยากมารู้จักคุณหญิง แล้วป่านนี้ยังมาไม่ถึงอีก คุณหญิงให้เวลาแถลงข่าวแค่ชั่วโมงเดียวนะเว้ย”

    ขณะที่จอดติดไฟแดงอยู่ ราพณ์มองไปเห็นรถรสิกามาจอดเทียบข้างๆก็ตื่นเต้นดีใจ เสียงธีรพัฒน์ถามซ้ำได้ยินที่พูดหรือเปล่า ราพณ์ตัดบท “ไอ้ธี อีกสองไฟแดงก็ถึงแล้ว โอเคนะ”

    ธีรพัฒน์บอกเพื่อนมาถึงให้ขึ้นมาชั้น 25 เลยขณะที่ธีรพัฒน์เดินคุย วศิน มัณฑนากรหนุ่มหล่อทำงานที่เดียวกับรสิกา เดินมาท่าทางกระวนกระวาย พึมพำคุณหญิงทำไมยังมาไม่ถึงอีก

    ม.ร.ว.รสิกา ประกาศเกียรติ มัณฑนากรสาวสวยผู้รับหน้าที่ออกแบบห้องสวีตสุดหรูให้กับโรงแรมของธีรพัฒน์ ตอบรับสายวศินอย่างกังวลไม่น้อย

    “ศินถึงแล้วใช่ไหมคะ อ้ายใกล้จะถึงแล้วค่ะอีกสองไฟแดงค่ะ”

    “อ้ายรีบมานะครับ นักข่าวมากันเยอะแล้วครับ”

    รสิการับคำ เหยียบคันเร่งออกไปในจังหวะไฟเขียวทันที ราพณ์ซึ่งยิ้มกริ่มมองรสิกาอยู่รีบบึ่งรถตาม พอถึงจุดหมาย รสิกาเห็นที่ว่างก็เดินหน้าเพื่อจะถอยเข้าจอด พลันรถของราพณ์เลี้ยวปราดเข้าจอดเอี๊ยด...รสิกาเหยียบเบรกตัวโก่งโกรธมาก ลงรถมาต่อว่าต่อขานอย่างผู้ดี

    ราพณ์แกล้งกวน “คุณขับช้าเกินไป แต่...ผู้หญิงขับรถก็เป็นธรรมดาล่ะครับ”

    “ประโยคที่คุณใช้ ฉันแปลได้ว่าคุณกำลังพูดว่าผู้หญิงไร้ประสิทธิภาพในการขับรถ ฉันอาจจะผิดที่ช้าแต่คุณผิดที่ไม่มีมารยาท”

    ราพณ์ยิ้มกวนๆยอมรับแต่ไม่มีทีท่าจะเคลื่อนรถออกไป แถมให้เธอขอโทษที่ทำให้ตนเสียเวลาทั้งที่รีบรสิกายิ่งฉุนโต้กลับ “ต่อมผิดชอบชั่วดีของคุณคงฝ่อ แต่ฉันไม่!”

    “ผมก็คิดว่าคุณหญิงจะเป็นคนบ้าจี้...”

    “คุณรู้จักฉันเหรอ!” รสิกาชะงักมองหน้าเขา

    “คุณหญิงรสิกา แห่งวังประกาศเกียรติ ผมต้องถวายบังคมไหม” ราพณ์ทำท่าล้อ

    รสิกาโกรธจนตัวสั่นไม่รู้จะทำอย่างไร ราพณ์ยิ่งสนุกที่ได้แกล้ง พลันธีรพัฒน์โทร.มาเร่งประจวบกับเจ้าหน้าที่มาบอกรสิกาอย่างนอบน้อมว่ารถของเธอจอดขวาง รสิกายืดตัวส่งกุญแจให้เจ้าหน้าที่ช่วยเอารถไปจอดแล้วฝากกุญแจไว้ที่ฟร้อนต์ ก่อนที่จะเดินเชิดไป ราพณ์แกล้งตะโกนไล่หลัง...แล้วพบกันนะครับ เธอหันมากล่าว...คิดว่าชาตินี้จะไม่เจออีก แต่เขาสวนทันควัน เขาคิดว่าต้องเจอ...รสิกายิ่งโกรธและจำเขาขึ้นใจ

    ราพณ์เข้ามาในล็อบบี้ เผอิญพบเจ้าสัวเรียวกับอากู๋ไพศาล จึงเข้าไปทำความเคารพ อากู๋ไพศาลชมเชย“เห็นว่าตอนนี้เปิดคอนโดหลายโครงการ ยอดจองถล่มทลายเลยใช่ไหม”

    “ก็กำไรนิดหน่อยน่ะครับ เครื่องดื่มของอากู๋ตอนนี้ ก็ตีตลาดทางยุโรปได้แล้วนี่ครับ ถ้าความนิยมยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆขนาดนี้ อีกหน่อยอากู๋คงล้มเจ้าถิ่นได้แน่”

    “ไม่ธรรมดาจริงๆ คิดว่าจะสนใจแต่ข้อมูลธุรกิจตัวเอง นี่คงศึกษารอบด้านเลยล่ะสิ”

    “ป๊าสอนผมเสมอว่าเราไม่ควรเป็นน้ำเต็มแก้วศึกษาหาความรู้เสมอ เรื่องของธุรกิจก็ต้องตามข่าวจากธุรกิจหลายๆแบบ วิเคราะห์ได้ประเมินเป็น”

    เจ้าสัวเรียวยิ้มอย่างภูมิใจ เพราะถ้าจะเป็นผู้บริหาร มันต้องรู้รอบด้าน จะได้อ่านคนออกบอกคนได้ ใช้คนเป็นอากู๋ไพศาลยิ้มย่องกับการสอนลูกหลานของเพื่อน เจ้าสัวนึกได้ถามลูกชายมาทำอะไรที่นี่ ราพณ์ตอบว่า คุณหญิงรสิกามาเป็นมัณฑนากรให้โรงแรมนี้ กำลังจะแถลงข่าวตนต้องรีบไปฟัง ท่าทีเจ้าสัวตื่นเต้น หันไปสั่งนทีเลขาคนสนิท เช็กดูว่ารสิกามาเมื่อไหร่

    ooooooo

    ในห้องจัดงาน  สุรีย์ส่องเจ้าของนิตยสารเซเลบริตี้ วางตัวเป็นสาวไฮโซเพราะถือว่าตัวเองเป็นประกาศเกียรติคนหนึ่ง เกลียดชังรสิกาอย่างมาก และพยายามทำตัวให้เทียบเท่าเธอ เพราะมีปมที่ตนเป็นเพียงลูกของประสิทธิ์ บุตรบุญธรรมของท่านปู่รสิกา

    ในงานบริกรเสิร์ฟแต่น้ำมะตูมตามคำสั่ง แต่สุรีย์ส่องโวยวายจะดื่มไวน์ นักข่าวอื่นๆเอือมระอา เพราะรู้ว่าเธอชอบทำตัวเองให้เป็นข่าว พอดีเสียงธีรพัฒน์ประกาศเชิญทุกคนเข้าชมห้องสวีตที่ตกแต่งด้วยความเป็นไทย ทั้งผ้าม่าน ผ้าคลุมเตียงและโซฟาถูกออกแบบมาพิเศษผสมผสานผ้าไหมอย่างลงตัว ส่งเสริมให้ผ้าไทยเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    ทุกคนและนักข่าวต่างฮือฮา ยกเว้นสุรีย์ส่อง...

    ธีรพัฒน์ให้รสิกาเป็นผู้อธิบายคอนเซปต์นี้เอง วศินยืนเคียงข้างดุจประกาศให้ใครๆรู้ว่าตนคือคนพิเศษของเธอ

    “ดิฉันอยากให้มีกลิ่นอายความเป็นไทยที่ผสมผสานกับรูปแบบโมเดิร์นจึงเลือกผ้าไทย...”

    สุรีย์ส่องทะลุกลางปล้อง “เชยนะหญิงอ้ายงานครั้งนี้เราต้อนรับระดับเจ้าหญิงนะจ๊ะ ตกแต่งแบบนี้มันจะดูล้าหลังหรือเปล่า เขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว เดี๋ยวต่างชาติจะคิดว่าเรายังขี่ควายแทนรถไม่แย่เหรอ เดี๋ยวนี้มันควรจะเป็นแบบลายผ้าจากปารีส มิลาน แบบนั้นน่าจะดูให้เกียรติเจ้าหญิงมากกว่านะจ๊ะ”

    นักข่าวคนอื่นๆเอือมมองสุรีย์ส่องทำนองหาเรื่องฉีกหน้าคุณหญิงอีกแล้ว แต่รสิกายิ้มย้อนถามสุรีย์ส่องว่า ถือสัญชาติอะไรอยู่ เธอตอบทันควันถามอะไรโง่ๆ ก็ไทยแน่ๆ

    “ถ้าคนไทยที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรมยังคิดว่าความเป็นไทยของเรามันเป็นเรื่องเชย และล้าหลังล่ะก็แสดงว่าคนคนนั้นกำลังลืมรากเหง้าของตัวเอง แต่...การแต่งกายก็บ่งบอกแล้วจ้ะ ว่าคุณสุคิดยังไงกับความเป็นไทย” รสิกามองเธอหัวจดเท้า โต้อย่างเชือดเฉือน

    ทุกคนปรบมือเห็นด้วยบางคนหลุดหัวเราะเยาะ ทำเอาสุรีย์ส่องหน้าชา นักข่าวขอถ่ายรูปรสิกา วศินจัดแจงยืนขนาบข้าง และเอ็ดคนที่เข้ามาจะจัดท่าให้รสิกาหาว่าจาบจ้วงไม่ให้เกียรติ รสิกาต้องขอโทษแทน และทำทีขอร้องวศินช่วยไปหาเครื่องดื่มให้ เพราะรู้ว่าทุกคนรำคาญเขา

    เดินมาที่โต๊ะเครื่องดื่ม สุรีย์ส่องเข้าประกบวศิน พยายามพูดให้เขาเลิกทำตัวรับใช้รสิกา เพราะอย่างไรก็ไม่มีใครมองว่าเขาเป็นคนรัก วศินมีปมด้อยเรื่องกำพืดต่ำ ต้อยอยู่แล้ว แม้จะถีบตัวขึ้นมาจนได้เป็นคนสนิทของรสิกาก็ตาม แต่เผอิญเห็นรสิกาเดินตามมา พอสุรีย์ส่องเสนอตัวว่าตนมีทุกอย่างเท่ารสิกา เขาจึงทำทีพูดให้รสิกาได้ยิน

    “ไม่เท่าหรอกครับ อย่างน้อยคุณหญิงก็ไม่เคยต้องไล่ตามตื๊อใครอย่างที่คุณกำลังทำ และที่คุณต้องรู้คือ...ผมเลือกคุณหญิงแล้ว คำตอบนี้พอไหมครับ”

    สุรีย์ส่องโกรธจัด สะบัดหน้าจะเดินหนี ชนเข้ากับบริกรที่ถือถาดกาแฟมาหกราด เธอร้องเอะอะจนผู้จัดการเข้ามาขอโทษ และรับผิดชอบซักแห้งเสื้อผ้าให้ แต่เธอไม่ยอม ให้ไล่บริกรคนนั้นออก ผู้จัดการกล่าวอย่างนอบน้อมว่าไม่อาจทำได้ เพราะเกินกว่าเหตุ เธอกลับโอ้อวด

    “ถ้าฉันสุรีย์ส่อง ประกาศเกียรติสั่งต้องทำได้ นามสกุลฉันคงทำให้คิดได้ใช่ไหมว่า คุณควรจะเลือกรักษาลูกค้าระดับวีไอพีอย่างฉัน หรือพวกพนักงานระดับต่ำ”

    ผู้จัดการอึกอัก พลันรสิกาก้าวเข้ามาประกาศว่า “ไม่ต้องไล่ใครออกทั้งนั้น  ถ้ามีคนต้องไป  คงต้องเป็นเธอ”

    ตอนที่ 2

    หลังจากมีเรื่องกับราพณ์ รสิกาจึงกลับบริษัททันที วศินต่อว่าที่เธอหนีกลับมาก่อน เธออ้างว่าไม่สบายแล้วถามถึงเรื่องงาน วศินว่าเขาเอาอยู่...วศินลองชวนรสิกาไปเที่ยวต่างจังหวัดสุดสัปดาห์นี้ เธอปฏิเสธอีกตามเคยว่าไม่เหมาะสม เขาจึงเปลี่ยนมาชวนดินเนอร์คืนนี้แทน

    ส่วน ราพณ์กลับครุ่นคิดถึงรสิกา นึกถึงอดีตที่เขาเคยเห็นเธอสอนงานศิลปะเด็กยากไร้ที่ชุมชนที่เขาเคยเอาเงิน ไปบริจาค โดยไม่คิดค่าแรง ดูเธออ่อนหวานไม่ถือเนื้อถือตัวใดๆ รุ้งรายถือสูทที่สั่งมาให้พี่ชายสวมใส่ไปงานรับรางวัลนักธุรกิจดีเด่นเย็น นี้ เย้าว่าขอน้องสาวควงสักวัน...

    ภายในงาน ประสิทธิ์กับสุรีย์ส่องกำลังคุยโอ้อวดว่าธุรกิจของตนทำเงินปีละสองร้อยล้าน ตนให้ความสำคัญกับกำไรมากกว่ารางวัลเหมือนเจ้าสัวเรียว แขกเหรื่อที่จำต้องฟังทำหน้าแหยๆ เจ้าสัวเรียวเดินควงรัตนาวลีเข้ามา ตามด้วยราพณ์และรุ้งราย เจ้าสัวเอ่ยขอบใจประสิทธิ์ที่เสียเวลามาเป็นกำลังใจ ประสิทธิ์แขวะว่ารางวัลที่ได้ไม่ยั่งยืนเท่าฝีมือที่สั่งสมมา ราพณ์โต้ทันที

    “แต่ถ้าเป็นฝีมือที่ถนัดแต่ทางไม่สุจริต ก็ไม่น่าภูมิใจหรอกครับ”

    รุ้ง รายแกล้งเสริมว่า ฝีมือจริงต้องเป็นทองบริสุทธิ์ เจ้าสัวถามเคยเห็นทองแท้ลอกล่อนบ้างไหม ประสิทธิ์ย้อนว่าทองจะลอกล่อนได้อย่างไร ราพณ์ขยายความ

    “เว้นแต่ว่ามันจะเป็นทองเคที่พยายามชุบทองแท้ เพราะไม่ใช่ทองจริงมาตั้งแต่แรก ใช่ไหมครับป๊า” ...เจ้าสัวเรียวพยักหน้ายิ้มๆ

    ประสิทธิ์ รู้ว่าโดนหลอกด่าจึงเปลี่ยนเป้าหมาย “แต่สมัยนี้คนชอบทองเคก็เยอะนะ ใช่ไหมรัตนาวลี...นี่หญิงอ้ายยอมให้เธอแต่งงานใหม่จริงๆเหรอเนี่ย หลานคนนี้นี่ใจกว้างจริงๆ”

    สุรีย์ส่องช่วยเสริม ใครจะอยากลำบาก ทางไหนที่ดูสบายก็ต้องคว้า รัตนาวลีส่งยิ้มให้อย่างมีสติ เปรยว่าเวลาที่เราเดือดร้อน ญาติพี่น้องเห็นใจและเข้าใจนับว่าเป็นโชคดี แต่ญาติบางประเภท นอกจากไม่ช่วย ไม่เห็นใจแล้วยังทับถม ก็ตะขิดตะขวงใจที่จะนับญาติด้วย ท่านชัยประกาศมีญาติทุกแบบ คงไม่ต้องบอกว่าใครเป็นแบบไหน เจ้าสัวเรียวสะใจที่รัตนาวลีรู้จักตอบโต้ สุรีย์ส่องหันมาหาราพณ์เป็นพวก แต่รุ้งรายดึงพี่ชายหนี อ้างว่าจะไปรวมญาติทางโน้น สองพ่อลูกประสิทธิ์กับสุรีย์ส่องเจ็บใจที่โดนหักหน้า

    ด้านรสิกา ออกมาดินเนอร์กับวศิน เขาถือโอกาสขอเธอแต่งงาน เธออึกอักอ้างว่ายังมีภาระ วศินโพล่งขึ้นเรื่องหนี้สิน 80 ล้าน รสิกาตกใจที่เขารู้ วศินอึ้งมันเป็นความจริง รสิกายอมเล่าว่าท่านพ่อเป็นหนี้ทางธุรกิจ วศินเสนอให้ขายวังประกาศเกียรติ รสิกายอมไม่ได้ เพราะต้องรักษาวังและคนเก่าคนแก่ที่อยู่กันมานาน วศินไม่พอใจ

    “คำพูดของผมมันไม่มีความหมายกับคุณหญิงเลยใช่ไหม คุณหญิงคงจะมองไม่เห็นคุณค่าของผม ถ้ายังไม่เสียผมไป”

    รสิก าสะดุดหู กำลังจะถามทำไมต้องเสียเขาไป พอดีปฐวีลูกชายคนโตของประสิทธิ์เข้ามาทัก เขานึกว่ารสิกามาร่วมงานมอบรางวัลเจ้าสัวเรียว พอรสิการู้ว่าแม่อยู่ที่นี่ก็จ้ำอ้าวไปหาทันที วศินยืนงง ปฐวีรีบตามเธอไป

    ใน สวนโรงแรม รัตนาวลียืนเศร้าๆ เจ้าสัวเข้ามาปลอบชมเชยที่เธอรู้จักตอกกลับประสิทธิ์ไม่ได้เป็นการเสีย มารยาทตรงไหน ราพณ์กับรุ้งรายเห็นจริงด้วย รัตนาวลียิ้มปลื้มกับน้ำใจครอบครัวใหม่ พลันรสิกาเข้ามาดึงมือรัตนาวลีให้กลับวัง ราพณ์ดึงมือรสิกาออกมาจับไว้

    “จะ กลับบ้านมาผมพากลับเอง” รสิกาดึงมือออกโวยทำอะไร “ก็คุณทำตัวเป็นเป็ดมาถึงก็ร้องกลับ กลับ ทั้งที่แม่คุณติดธุระสำคัญ ผมก็เลยจะพาคุณกลับแทนไง”

    รัตนาวลีเป็นห่วงลูกจะเข้าไปหา เจ้าสัวรั้งไว้รุ้งรายบอกปล่อยให้ราพณ์จัดการ รสิกาจะโวยวายก็ไม่กล้าเพราะคนเริ่มมองมา จึงขอร้องแม่อีกครั้งให้กลับไปกับตน แต่รัตนาวลีลำบากใจ

    “อ้ายจ๊ะ...แม่มากับเจ้าสัว แม่ควรจะกลับกับเขา”

    วศิน ตามมาเห็น เข้าไปดึงมือรสิกา เธอกำลังโกรธจึงสะบัดมือออก วศินหน้าเสีย ปฐวีเข้าไปปรามรสิกาให้ใจเย็น มีอะไรค่อยไปคุยกันที่บ้าน รสิกามองแม่อย่างตัดพ้อ

    “ถ้างั้นอ้ายกลับไปรอที่วัง หวังว่าหม่อมแม่จะไม่ลืมว่าที่นั่นคือบ้าน”

    ทันใด ราพณ์มองไปเห็นเงาคนถือปืนเล็งมา จึงเข้ารวบตัวรสิกาและเจ้าสัวลงราบกับพื้นเสียงปืนดังเปรี้ยง ทุกคนตกใจ รปภ.วิ่งมา ราพณ์ให้ตามมือปืนไป แต่ รปภ.ถูกยิงเข้าที่แขนล้มลงมือปืนหนีไปได้ ราพณ์ยังกอดรสิกาด้วยความเป็นห่วง รัตนาวลีเห็นท่าทีราพณ์ก็แปลกใจ ปฐวีเข้ามาหารสิกา ดึงเธอออกจากราพณ์ รสิกาได้สติโวย

    “นี่ไงค่ะคนดีของหม่อมแม่ ดีจนมีมือปืนมาเอาชีวิต”

    ปฐวี ปรามให้รีบไปจากที่นี่เพราะไม่ปลอดภัย เขาพาเธอออกไป เจ้าสัวเรียวเห็นประสิทธิ์เดินหันหลังกลับออกไป จึงเปรยกับราพณ์ว่า เป้าหมายไม่ใช่ตน สีหน้าราพณ์เครียดทันที

    ooooooo

    แม้ปฐวีจะ เป็นลูกชายประสิทธิ์แต่ไม่เคยคิดเห็นตรงกับพ่อและน้อง เขาเป็นคนเดียวที่รักและจริงใจต่อรสิกา จนกลายเป็นรักที่ต้องเก็บไว้ในใจเนิ่นนาน...รุ้งรายมาเจอวศินนั่งเซ็งอยู่ก็ เข้ามาเยาะหยัน รสิกาคงลืมว่ามากับเขา อย่าลืมว่าตนยังรอคำตอบเขาอยู่ ยิ่งทำให้วศินคิดหนัก

    ค่ำนั้น รัตนาวลีกลับมาเจอรสิการออยู่ จึงบอก

    ลูกสาวว่าคืนพรุ่งนี้ตนจะแต่งงานและอยากให้รู้ว่า ตนไม่มีทางเลือกอื่น รสิกาน้อยใจที่แม่ไม่สนใจความรู้สึกลูก

    จึงยอกย้อนใส่แม่อย่างไม่เกรงใจ รัตนาวลีเจ็บปวดเสียใจ พยายามอธิบาย

    “แม่ ขอยืนยันว่าแม่ทำทุกอย่างเพื่อลูก เพราะแม่รู้ดีว่าระหว่างแม่กับวังประกาศเกียรติของท่านพ่อ ถ้าต้องเลือก อ้ายพร้อมที่จะเสียแม่ไปมากกว่าวังนี้...แม่อาจจะต้องกลายเป็นหม่อมผู้ไร้ เกียรติในสายตาของอ้าย แต่แม่จะทำทุกอย่างเพื่อรักษาวังที่อ้ายอาจจะรักมากกว่าแม่คนนี้เสียอีก”

    รสิกามองตามหลังแม่ด้วยความรู้สึกปวดร้าวที่ทำร้ายจิตใจแม่ขนาดนี้

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น หนังสือของสุรีย์ส่องลงข่าวการแต่งงานของเจ้าสัวเรียวกับรัตนาวลี พาดหัวว่า...หม่อมตกอับรับแต่งงานเจ้าสัวฟื้นฐานะ...ปฐวีตำหนิน้องสาวไม่ควรทำ ถึงอย่างไรก็เป็นญาติกันเท่ากับทำลายเครดิตตัวเอง สุรีย์ส่องปรี๊ดใส่ว่าเจ้าสัวเรียวเป็นคู่แข่งทางการค้าเรา ปฐวีอ่อนใจ

    ประสิทธิ์ซึ่งนั่งร่วมโต๊ะอาหารอยู่ด้วย สั่งปฐวี หลังจากเจ้าสัวเปิดตัวโครงการใหม่ ให้จัดการดิสเครดิตซะ ปฐวีเสนอให้ขายคุณภาพน่าจะดีกว่า ประสิทธิ์เอ็ด

    “ฉันสั่ง แกมีหน้าที่ทำตาม เจ้าสัวเรียวมันจะต้องแพ้ หัวเราะทีหลังย่อมดังกว่า” สีหน้าปฐวีไม่เห็นด้วย ประสิทธิ์ โวย “ถ้าจะมาแสดงอารมณ์ไม่เห็นด้วยก็ไปทำที่อื่น พ่อไม่อยากเห็น”

    ปฐวีรับคำเดินออกไป ประสิทธิ์งงว่ารับคำเรื่องไหนกันแน่...

    วันเดียวกัน บอสกอบกู้บอกรสิกาว่า วศินยื่นใบ ลาออก เธอตกใจมาก พยายามติดต่อเขามันเกิดอะไรขึ้น แต่เขาปิดเครื่อง...วศินมาหารุ้งราย สีหน้าเขาลังเลนิดๆ รุ้งรายยิ้มอย่างพอใจมอบเช็คสามล้านให้แก่เขา วศินถามว่าตนต้องทำงานอะไรบ้าง รุ้งรายกล่าวอย่างหนักแน่นว่า ทำตามคำสั่งตนโดยไม่มีข้อแม้ก็พอ วศินกำเช็คในมือพยายามตัดใจว่าตนได้เลือกแล้ว

    ตกเย็น รสิกากลับมาเห็นแม่นมคุมแหววกับคนรับใช้ทำความสะอาดหน้าวัง ถามไถ่ได้ความว่า คืนนี้ตอนตีสอง จะมีการรับตัวเจ้าสาว ก็ไม่ค่อยพอใจ พอเจอรัตนาวลีรอคุยด้วยกลับทำเย็นชาเดินเข้าห้อง...แม้รสิกาจะทำไม่สนใจแต่กลับกระวนกระวาย เมื่อใกล้ เวลาตีสอง อดรนทนไม่ได้ ต้องออกมาดู จังหวะนั้น เจ้าสัวเรียวลงจากรถพอดี ตามด้วยราพณ์ที่อุ้มหีบสีแดงขนาดย่อม ราพณ์เอ่ยกับรสิกาว่า มารับเจ้าสาว เธอกลับไล่ให้พวกเขากลับไป ทันใดเสียงแม่นมดังขึ้น

    “เจ้าสาวมาแล้วค่ะ”

    ทุกคนหันมองรัตนาวลีอยู่ในชุดกี่เพ้าสีโอลด์โรสเกล้าผมปักดอกไม้สีสวยเดินมา ราพณ์เปิดหีบยื่นให้ ภายในนั้นเป็นเครื่องเพชรเครื่องทอง

    “สินสอดทองหมั้น เพื่อแสดงความจริงใจที่ผมมีต่อคุณวลี” เจ้าสัวกล่าวกับรสิกา

    แต่เธอเมินหน้าหนี รัตนาวลีเกรงใจกล่าวขอบคุณเสียเอง และให้แหววเอาไปใส่รถคันที่ตนจะนั่งกับเจ้าสัวเรียว รสิกาใจเสียหันกลับมาพยายามรั้งแม่อีกครั้ง

    “หม่อมแม่คะ หม่อมแม่คือหม่อมรัตนาวลี  ประกาศเกียรติ นะคะ”

    รัตนาวลีโดนกดดันอย่างยิ่ง เธอหันมองตัววังแล้วหันมามองเจ้าสัว ตัดสินใจจับมือเจ้าสัวเดินไปขึ้นรถ รสิกามองอย่างเจ็บปวด ราพณ์เข้ามาประจันหน้าบอกเธอว่า

    “ต่อไปนี้จะมีแต่นางรัตนาวลี ลิ้มวัฒนาถาวรกุล เท่านั้น”

    รสิกานํ้าตาร่วงมองราพณ์อย่างเกลียดชัง...เมื่อมาถึงคฤหาสน์เจ้าสัวเรียว รัตนาวลีได้รับการต้อนรับจากทุกคนเป็นอย่างดีรวมถึงอากู๋พงษ์ มีเพียงกิมคนรับใช้ที่แอบโทร.รายงานโบตั๋น

    อากู๋พงษ์ให้บ่าวสาวทำพิธีไหว้บรรพบุรุษ “อาเหล่ากง เหล่าม่า อากง อาม่า วันนี้อั๊วขอรับคุณวลีมาเป็นสะใภ้ตระกูลเรา มาเป็นคนในครอบครัว ช่วยปกป้องดูแลคุณวลีด้วยนะครับ”

    เป็นครั้งแรกที่รัตนาวลีได้พบหม่าม้าของเจ้าสัวเรียว ซึ่งแก่ชราเป็นโรคอัลไซเมอร์ แต่กลับรับรู้และเรียกหาใบทับทิมมาปัดเบาๆเหนือศีรษะรัตนาวลี และเรียกเธอว่าอาซิมปู๋

    “อั๊วขอให้ลื้อสองคนรักกันนานๆ ม้ายินดีต้อนรับลื้อเป็นลูกสะใภ้ ลูกอั๊วรักลื้อมากนะ ดูแลอาเรียวด้วย”

    “ค่ะม้า วลีจะดูแลเจ้าสัวให้ดีที่สุดค่ะ” สองบ่าวสาวยกนํ้าชาให้หม่าม้า

    บรรดาลูกๆของเจ้าสัวเข้ามาแสดงความยินดี

    รัตนาวลีขอให้คนยกหีบสินสอดมาให้ตนแล้วมอบคืนแก่เจ้าสัว เพื่อแสดงว่าตนไม่ได้เข้ามาปอกลอก

    คืนนั้นรัตนาวลีนั่งมองรูปท่านชายถ่ายคู่รสิกาที่นำติดตัวมาด้วย เจ้าสัวเรียวเข้ามาเห็นเธอรีบเก็บ เขากลับนำมาวางบนโต๊ะหัวเตียง แล้วถามเธอว่าห่วงคุณหญิงใช่ไหม หญิงสาวยอมรับเกรงลูกเสียใจจนเตลิด เขากลับให้กำลังใจว่า

    “ผมเชื่อว่าคุณหญิงเข้มแข็งและมั่นคงในความดีงามเหมือนคุณ ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากที่คุณยอมให้โอกาสผม”

    “สิ่งเดียวที่ฉันจะตอบแทนคุณได้คือ...ดูแลคุณ”

    “นานเหลือเกินกว่าจะมาถึงวันนี้ วันที่ผมทำให้สัญญาของเราเป็นความจริง”

    เจ้าสัวเรียวบอกให้รัตนาวลีรู้ว่า ความสุขที่แท้จริงของตนคือการได้เห็นคนที่รักมีความสุข แม้แต่รสิกาตนก็อยากให้มาอยู่ด้วยกัน เป็นครอบครัวเดียวกัน แต่รัตนาวลีรู้ว่าเป็นไปไม่ได้

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ มานพเพื่อนสนิทของราพณ์ นำค่าใช้จ่ายประจำเดือนมาให้สิริโสภาที่บ้านแทนราพณ์ เธอกำลังจะไปหาหมอ มานพอาสาไปส่ง แต่เธอรีบปฏิเสธ เกรงเขารู้ว่าตนตั้งท้อง

    เช้าวันนั้น ประสิทธิ์กับสุรีย์ส่องมาส่งเสียงโวยวายหน้าวัง เรียกรสิกาออกมาเพื่อบอกให้ย้ายออกไปเสีย รสิกาย้อนถามเอาสมองส่วนไหนมาคิด สุรีย์ส่องอ้างว่า รัตนาวลีทำตัวไม่เหมาะสมไปแต่งงานใหม่ เป็นการทำลายชื่อเสียงวงศ์ตระกูล ประสิทธิ์ดูถูกว่าเลือดแม่ค้าแรง รสิกาโต้

    ตอนที่ 3

    หลังจากที่ราพณ์อาสาแต่งงานกับรสิกาแทนราม เจ้าสัวเรียวกังวลว่า รสิกาไม่ชอบหน้าราพณ์ต้องไม่ยอมแน่ มีวิธีจัดการหรือ ราพณ์ยิ้มๆอย่างมีแผนการในหัวไว้แล้ว

    กลางดึก โบตั๋นตื่นขึ้นมาพบว่า รามหิ้วผู้หญิงเข้ามานอนในบ้านก็โวยวายไล่อีตัวออกไปแทบไม่ทัน กราดเกรี้ยวใส่ลูกชายไม่รู้จักทำตัวให้เหมือนราพณ์บ้าง เข้าไปดูแลกิจการของพ่อ ทำตัวให้พ่อรักบ้าง รามโต้ว่าพ่อรักตนและพี่น้องทุกคนก็รักตน โบตั๋นตบหน้าราม

    “ถ้ามันรักแกจริง ทำไมมันถึงไล่ม้ากับแกออกมา ทำไมป๊าถึงต้องส่งแกไปเมืองนอก”

    “ก็ผมไม่สบาย...” รามท่าทางหวาดกลัวแม่ เพราะโดนเสี้ยมสอนฝังหัวมาแต่เล็ก

    “แกมันโง่ ไอ้ราพณ์กับน้องๆมันเป่าหูป๊าแก มันบอกว่าแกเป็นบ้า”

    รามออกอาการลนลาน ส่ายหน้าตนไม่บ้า โบตั๋นพยายามเป่าหูว่าทุกอย่างราพณ์กับน้องๆทำให้รามหัวเน่า หวังเขี่ยออกจากกองมรดก รามฮึดจะเอาชนะราพณ์ให้ได้

    วันรุ่งขึ้น ท่าทางเจ้าสัวเรียวอารมณ์ดีจนรุ้งรายอดทักไม่ได้ เจ้าสัวบอกว่าดีใจที่ราพณ์จะเป็นฝั่งเป็นฝา

    รุ้งรายยินดีด้วย แต่แล้วรามเข้ามาประกาศว่า จะแต่งงานกับรสิกา เจ้าสัวชะงักเล็กน้อยโอบไหล่ลูกชาย ก่อนจะบอกว่าตนเปลี่ยนใจแล้วให้ราพณ์เป็นคนแต่งงาน จบเรื่องเสียที

    ด้านวังประกาศเกียรติ ประสิทธิ์กับสุรีย์ส่องเอาคนงานมายกของในวัง คนในวังห้ามเสียงเอะอะ รสิกาเข้ามาสั่งให้หยุดเหมือนเป็นประกาศิต คนงานชะงักวางของลง รัตนาวลีสั่งแหววโทร.เรียกตำรวจ ประสิทธิ์เยาะ

    “ดี ให้ตำรวจมาเป็นพยาน เพราะได้เวลาที่ลูกหนี้จะต้องออกไปจากวังนี้”

    “ยังไม่ครบกำหนด อ้ายจะไม่มีวันออกจากบ้านตัวเองเด็ดขาด”

    “อีกสองชั่วโมงจะถึงกำหนดที่ตกลงไว้ เอามาสิ เงินแปดสิบล้าน มากองตรงหน้าพวกฉันเดี๋ยวนี้” สุรีย์ส่องเสียงกร้าว

    รัตนาวลีจะโทร.หาเจ้าสัวเรียว รสิกาปราม สุรีย์ส่องหัวเราะร่าเพราะรู้ว่ารสิกาไม่มีปัญญาหาเงินมาได้ รสิกาเจ็บปวดแต่ก็โต้อย่างเจ็บแสบ

    “ต่อให้ได้วังไปก็เปลี่ยนกำพืดเธอไม่ได้ อยากเป็นผู้ดีต้องดีจากข้างใน ถ้าดีเอ็นเอเป็นแค่การจะเชิดหน้าเป็นหงส์ด้วยการประโคมแอคเซสซอรีอย่างที่เธอชอบทำ ฉันว่า...มันน่าสมเพช”

    สุรีย์ส่องเต้นผางจะเข้าตบ พลันเสียงแตรดังขึ้น รถแล่นเข้ามาจอดเจ้าสัวเรียวและราพณ์ลงจากรถ เจ้าสัวถามรัตนาวลีว่า คนพวกนี้ไม่ได้มาดีใช่ไหม ประสิทธิ์ประกาศกร้าววังนี้เป็นของตนแล้ว พร้อมโชว์ใบกู้หนี้ของท่านชัยประกาศ เจ้าสัวโต้ ครบกำหนดตอนหกโมงเย็น นี่เพิ่งจะสี่โมง ประสิทธิ์โวยไม่ใช่เรื่องของเขา เจ้าสัวเข้าโอบรัตนาวลีให้รู้ว่าเรื่องของภรรยาก็เป็นเรื่องของตน ประสิทธิ์หาว่ารัตนาวลีเป็นคนนอกไปแล้ว ราพณ์จึงก้าวมายืนคู่รสิกา

    “งั้นผมก็มีสิทธิ์ยุ่งเรื่องนี้ เพราะผมกับคุณหญิงกำลังจะแต่งงานกัน”

    สองพ่อลูกตะลึง รวมทั้งรสิกาและคนในวัง ประสิทธิ์ไม่ยอมหาว่ายังไม่ได้เงิน ราพย์วางกระเป๋าเงินสองใบลงตรงหน้า สุรีย์ส่องอึ้งแต่ยังไม่ยอมแพ้ ห้ามพ่อไม่ให้รับ ตนอยากได้วังนี้

    “คุณประสิทธิ์คงไม่คิดทำตัวเหมือนเด็กเล่นขายของ พลิกลิ้นไปมาอย่างที่ลูกสาวคุณกำลังทำหรอกนะ” เจ้าสัวเยาะ

    ราพย์ขู่ถ้าทำก็คงต้องฟ้องศาลกัน รสิกาจะค้านการช่วยเหลือนี้ พอดีประสิทธิ์โพล่งขึ้นอย่างเยาะหยัน คิดจะซื้อวังนี้ให้สองแม่ลูกหรือ ราพณ์สวนทันควันว่าซื้อสถานะความเป็นเจ้าหนี้ต่างหาก ถึงวังนี้จะเก่าแต่ก็มีคุณค่าสำหรับทุกคนที่อยู่ที่นี่ ราพณ์สบตาแม่นมและแหวว...รัตนาวลีดึงสัญญาเงินกู้มาฉีกทิ้งต่อหน้า พร้อมประกาศ

    “ทุกอย่างอยู่ในเวลาที่กำหนดและเป็นไปตามข้อตกลง นอกจากเงินแปดสิบล้านจะซื้อสถานะเจ้าหนี้ของพวกคุณแล้ว ก็ขอให้เงินจำนวนนี้ซื้อความเป็นญาติจากพวกคุณด้วย...เมื่อขายขาดกันไปแล้ว ก็ขอให้สิ้นสุดการเป็นญาติกันเพียงเท่านี้ ต่อไปพวกคุณไม่มีสิทธิ์ในวังของท่านชายอีก วังประกาศเกียรติจะต้อนรับแต่ญาติและมิตรแท้เท่านั้น ขอให้ทุกคนจำไว้”

    เจ้าสัวเรียวยิ้มพอใจกับการเอาจริงของภรรยา ประสิทธิ์โกรธจนตัวสั่น รัตนาวลีย้ำ เมื่อไม่ใช่ญาติก็เชิญออกไปจากวัง ถ้าพูดกันไม่รู้เรื่องให้แหววเรียกตำรวจแจ้งข้อหาบุกรุก ประสิทธิ์ขู่ทำแบบนี้กับตนจะต้องเสียใจ รัตนาวลีโต้ มีเพียงท่านชายที่เสียใจเพราะไปนับญาติกับสัมภเวสีโดยไม่รู้ตัว สุรีย์ส่องดูถูกตั้งแต่ขายตัวดูเก่งขึ้นเยอะ รัตนาวลีหันบอกแหววแจ้งข้อหาหมิ่นประมาทเพิ่มด้วย แล้วบอกรสิกาให้เตรียมขึ้นศาล ถ้าต้องฟ้องศาลเพื่อสั่งสอนคนที่ดูถูกเรา

    “ค่ะหม่อมแม่” รสิกาเออออไปอย่างอึ้งๆ

    “ปกติผมไม่ค่อยว่าง แต่ถ้าต้องไปเป็นพยาน ผมก็น่าจะจัดคิวให้ได้นะครับหม่อม”

    รัตนาวลีขอบคุณราพณ์ เจ้าสัวเรียวออกปากไล่ซ้ำ สองพ่อลูกหมดทางต่อกรปึงปังกลับไป ราพณ์เอ่ย จบเรื่องเสียที จะได้จัดการแต่งงานให้จบๆ รสิกาของขึ้นทันที

    “ที่คุณพูดว่าฉันต้องแต่งงานกับคุณ มันหมายความว่ายังไง”

    ราพณ์ยิ้มกวนชวนไปคุยในบ้านไม่ควรคุยต่อหน้าคนรับใช้ รัตนาวลีข้องใจเช่นกันให้เจ้าสัวอธิบายด่วน...พอเข้ามาคุยตามลำพัง รสิกาถามทันทีว่า ตามข้อตกลงตนต้องแต่งงานกับน้องชาย ราพณ์กวนกลับ จะแต่งกับคนไหนก็เหมือนกัน เพราะเธอไม่ได้พิศวาสทั้งตนและน้อง

    “ฉันไม่เคยนึกพิศวาสอะไรในตัวคุณเลยนะ”

    “พูดแบบนี้หรือว่าคุณพิศวาสน้องชายผม ทั้งที่ยังไม่เห็นหน้า คุณนี่ไวไฟใช่เล่นนะ”

    “ปากสกปรก!” รสิกาเงื้อมือจะตบ

    ราพณ์จับมือเธอดึงมาประชิดอก รสิกาโวยว่าเขาเป็นผู้ชายที่น่าขยะแขยง ยิ่งเป็นการปลุกอารมณ์ราพณ์ เขารวบมือเธอทั้งสองข้าง “งั้นคุณคงต้องฝึกให้ชินกับความสกปรกของผมแล้วล่ะ เพราะผู้ชายที่คุณขยะแขยงคนนี้กำลังจะได้เป็นสามีของคุณหญิงรสิกา ประกาศเกียรติ... แล้วคุณจะได้รู้ว่า ผมสกปรกจริงรึเปล่า” ราพณ์จ้องลึกไปในดวงตาเธอ เผลอโน้มหน้าไปใกล้

    รสิกาผลักเขาออกอย่างโกรธๆโวยตนไม่ใช่สิ่งของที่คิดจะโยนให้ใครก็ได้ ราพณ์ยั่วอารมณ์ให้เธอคิดเสียว่าเป็นข้อตกลงทางธุรกิจ ทั้งเรื่องเงิน คู่กรณีและเงินค่าวังนี้

    “คุณกำลังจะพูดว่า ที่ฉันได้มา มันเกินคุ้มใช่ไหม... นายทุน! ฉันไม่ยอมเป็นลูกหนี้คนอย่างคุณแน่”

    “คุณยังมีทางเลือกอีกเหรอครับ คุณหญิง”

    “ถ้าฉันต้องแต่งงานกับคุณ ฉันยอมเป็นหม่อมไร้วังซะยังดีกว่า” รสิกาโกรธจัด เดินออกมาบอกแม่นมและแหววให้ไปบอกทุกคนเก็บข้าวของย้ายออกจากวัง

    แม่นมใจหายวาบ รัตนาวลีตกใจกับการตัดสินใจของลูกสาว เจ้าสัวเรียวสะกิดถามราพณ์ไปพูดอะไรให้คุณหญิงโกรธแบบนี้ รัตนาวลีตามไปคุยกับลูกสาวหน้าห้อง เธอโวยทันที

    “อ้ายไม่ใช่สิ่งของที่จะโยนให้ใครเมื่อไหร่ก็ได้ อ้ายเป็นคนมีศักดิ์ศรี มีหัวใจ แต่หม่อมแม่กลับร่วมมือกับพวกเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของอ้ายไม่เหลือดี”

    “ทุกคนทำเพื่ออ้ายนะลูก”

    “ถ้าหม่อมแม่จะทำเพื่ออ้ายจริงๆ ทำไมไม่ทำหน้าที่ของแม่ แม่ที่ยืนเคียงข้างลูก แต่นี่หม่อมแม่แสดงให้เห็นแล้วว่า เลือกที่จะอยู่ข้างสามีของหม่อมแม่”

    สองแม่ลูกเสียใจไม่แพ้กัน รสิกาเข้าห้องปิดประตูใส่ แม่นมเข้ามาปลอบรัตนาวลี และว่าการยิ่งพูดเหมือนยิ่งโถมไฟเข้าหากัน รอไฟมอดลงก่อน ระหว่างนี้ตนจะดูแลคุณหญิงเอง

    ooooooo

    เมื่อสุรีย์ส่องเอาเรื่องรสิกาขายตัวแลกวังประกาศเกียรติมาบอกปฐวี เขาไม่อยากเชื่อแถมว่าน้องสาว อย่าพยายามเอาชนะความเป็นผู้ดีของรสิกาเลย เพราะทำอย่างไรก็ได้แค่พยายาม สุรีย์ส่องร้องกรี๊ดๆด้วยความโกรธ

    รสิกาเสียใจที่ไม่อาจรักษาวังไว้ได้ แม่นมแม้จะใจหายแต่ก็ปลอบคุณหญิงว่าตนพร้อมจะออกไปอยู่กับเธอทุกที่ แหวว ป้านวล ป้านางคนรับใช้ก็ขอตามไปอยู่กับเธอ รสิกาซาบซึ้งใจ...คืนนั้น แหววเห็นแม่นมเก็บข้าวของน้ำตาคลอด้วยความผูกพัน

    ขณะเดียวกัน รัตนาวลีซักไซ้เจ้าสัวเรียวเรื่องรามไม่ยอมแต่งงานกับรสิกา จึงให้ราพณ์แต่งแทนใช่ไหม ทำแบบนี้เหมือนเห็นลูกสาวตนเป็นสิ่งของ เจ้าสัวอธิบาย ที่ตนทำแบบนี้เพราะรู้ว่าราพณ์รักคุณหญิง รัตนาวลีไม่อยากเชื่อเพราะสองคนเพิ่งจะพบกัน

    “ราพณ์รู้จักคุณหญิงมานานแล้วครับ นายธีเพื่อนเจ้าราพณ์บอกผมเอง และผมเชื่อสายตาของผม เวลาเห็นราพณ์มองคุณหญิงมันมีความหมาย หม่อมจำได้ไหมครับวันที่คุณหญิงเป็นลมอาการของราพณ์เป็นยังไง”

    รัตนาวลีนึก “ฉันก็แปลกใจอยู่เหมือนกัน ฉันคิดว่าคุณราพณ์ไม่ถูกกับหญิงอ้าย”

    เจ้าสัวถามว่ารังเกียจราพณ์ไหม รัตนาวลีส่ายหน้า เท่าที่เห็นราพณ์เป็นคนดีแต่ก็คงต้องแล้วแต่รสิกา...เจ้าสัวเรียก ราพณ์มาคุย เมื่อรสิกาไม่ยอมแบบนี้เขาจะทำอย่างไรต่อไป

    “ผมยังมืดแปดด้านครับป๊า ผมไม่คิดว่าคุณหญิงจะเกลียดผมมากขนาดนี้ คิดไม่ถึงจริงๆ”

    “ตอนนี้ประสิทธิ์มันคงแค้นที่ไม่ได้วังอย่างที่หวัง ลื้อต้องให้คุณหญิงแต่งงานกับลื้อให้เร็วที่สุด ก่อนที่มันจะลงมือ ยิ่งช้าคุณหญิงจะยิ่งตกอยู่ในอันตราย”...ราพณ์รับคำเจ้าสัว

    วันรุ่งขึ้น ราพณ์มาที่วังประกาศเกียรติเพื่อจะแหย่ให้รสิกาจนตรอก โดยการบอกให้ย้ายออกจากวังภายในวันพรุ่งนี้ ไม่ทันไรแหวววิ่งมาบอกรสิกาว่าแม่นมเป็นลม ทั้งสองตกใจรีบพาส่งโรงพยาบาล ท่าทางรสิกากังวลใจอย่างมาก ราพณ์แสดงความเป็นห่วงอยู่ไม่ห่างจนหมอ ออกมาบอกว่า แม่นมเป็นโรคลิ้นหัวใจรั่วทำให้โลหิตไหลเวียนไปเลี้ยงหัวใจได้ไม่ปกติ ประกอบกับอายุมากทำให้อาการทรุด ทางที่ดีควรผ่าตัดด่วน รสิกาผงะตกใจ

    “ผ่าได้เลยครับหมอ เรื่องค่าใช้จ่ายผมรับผิดชอบ เอง” ราพณ์ตัดสินใจแทนทันที รสิกาอึกอักไม่อยากรับ ราพณ์ติง “ศักดิ์ศรีของคุณไม่สำคัญเท่าชีวิตคนในปกครองหรอกนะ วางมันตรงนั้นเถอะคุณหญิง”

    รสิกาอึ้งสักพักก่อนจะยินยอมให้หมอผ่าตัดแม่นมได้เลย ราพณ์แอบยิ้มอย่างพอใจ...ระหว่างรออยู่หน้าห้องผ่าตัดปฐวีโผล่มาบอกรสิกาว่าไปที่วังมา พอรู้ว่าแม่นมต้องผ่าตัดจึงอาสาออกค่าใช้จ่ายให้ รสิกาไม่อาจรับเพราะเกรงถูกสุรีย์ส่องหยามเกียรติ แม้เขาจะบอกว่าเป็นเงินส่วนตัวของเขา เธอก็ปฏิเสธและขอตัวไปดูแลแม่นม ให้เผอิญสกรรจ์ผ่านมาทัก

    ราพณ์โทรศัพท์รายงานเจ้าสัวเรียวเสร็จ มองไปเห็นสกรรจ์และปฐวีเดินมากับรสิกาก็รู้สึกหึงอดแขวะไม่ได้ “ที่จริงคุณนมกำลังผ่าตัดอยู่ จะคุยอะไรกันก็น่าจะให้มันกระชับๆหน่อยนี่อะไรหายไปตั้งนาน”

    รสิกาเถียงว่าตนไปคุยแค่สิบนาที นาฬิกาเขาคงเสีย แล้วหันไปบอกปฐวีให้กลับไปทำงานไม่ต้องห่วง ราพณ์หันมาถามสกรรจ์ไม่มีงานทำหรือ สกรรจ์ยิ้มตอบกวนๆว่าตนออกเวรแล้ว

    “นี่มันเรื่องในครอบครัว คุณไม่ต้องยุ่งก็ได้นะครับ” ราพณ์หมั่นไส้

    “ไม่เป็นไรครับผมเป็นคนนอกที่...ว่าง”

    รสิกาเกรงจะไปกันใหญ่จึงถามสกรรจ์มาเยี่ยมใคร เขาตอบว่ามาเยี่ยมสิริโสภา  เขาหมั่นมาเยี่ยมแทนไม่ต้องกังวล รสิกาขอบคุณ ราพณ์ยิ่งไม่พอใจติงว่าดึงคนนอกมายุ่งจะวุ่นวาย

    “แต่คนนอกที่หวังดีอย่างจริงใจ ย่อมดีกว่าคนในที่ทำทุกอย่างเพื่อประโยชน์ของตัวเองไม่ใช่เหรอคะ งูพิษร้อยตัวยังไม่ร้ายเท่าคนรอบตัวที่ไม่จริงใจ” รสิกาแขวะ พลันกอบกู้ โทร.มาให้เธอเข้าออฟฟิศมีลูกค้ารอคุยงาน เธอจึงรับปากจะรีบไป

    ราพณ์ได้ยินบอกให้เธอไปทำงานไม่ต้องห่วงแม่นม ตนดูแลแทน สกรรจ์ได้ทีอาสาไปส่งเธอ ราพณ์หน้าตึงทันที

    ooooooo

    เมื่อรสิกามาถึงออฟฟิศ กอบกู้รอพาเธอเข้าห้องประชุมสีหน้าไม่ค่อยดี พอเธอเข้ามาก็พบรุ้งรายและวศินนั่งอยู่ด้วยกัน รุ้งรายลุกขึ้นเกาะแขนวศินแสดงความเป็นเจ้าของให้เห็น

    “สวัสดีค่ะคุณหญิง ฉันมาวันนี้เพื่อจะแจ้งให้ทราบว่า งานออกแบบที่จะจ้างคุณหญิงทำน่ะ ฉันจะให้คุณวศินเป็นคนประสานงานเรื่องนี้ ในฐานะตัวแทนของฉัน” รุ้งรายเน้น

    “คุณรุ้งต้องการให้ผมเป็นคนตัดสินใจในเรื่องแบบทั้งหมด คุณหญิงทำงานมาพรีเซนต์ให้ผมภายในสองอาทิตย์ ผมต้องการงานที่ตรงเวลา ขอให้คุณหญิงเข้าใจตามนี้นะครับ”

    รสิกาตะลึงกับการเปลี่ยนแปลงของวศิน พยายามเก็บอาการรับคำ รุ้งรายให้วศินตามไปเอาเอกสารกับกอบกู้ พอสองคนออกไป รุ้งรายก็หันมาพูดกับรสิกา รู้แล้วใช่ไหมว่าตอนนี้เธอเป็นแค่แฟนเก่า รสิกาสะอึกยืนนิ่งเก็บความรู้สึก รุ้งรายพูดย้ำหลายครั้ง รสิกาจึงเอามือถือออกมากดอัดเสียง รุ้งรายงงถามทำอะไร รสิกาตอบยิ้มๆ

    “ก็อัดเสียงคุณไว้ไงคะ ฉันเห็นคุณพูดซ้ำๆก็เกรงว่าฉันจะเป็นสาเหตุให้คุณเป็นโรคย้ำคิดย้ำทำ อัดเสียงคุณไว้ว่างแล้วฉันจะเปิดฟัง คุณจะได้ไม่เหนื่อยและ...ไม่ป่วย พูดต่อสิคะ”

    รุ้งรายอึ้งก่อนจะหัวเราะออกมา ถามรสิการักวศินหรือเปล่า รสิกาเห็นว่าไม่จำเป็นต้องตอบ รุ้งรายว่าจำเป็นเพราะตอนนี้วศินเป็นของตน เธอคงไม่คิดเปลี่ยนสถานะมาเป็นชู้

    รสิกาหัวเราะในคอ “ฉันมีเรื่องในชีวิตที่ต้องทำอีกมาก เรื่องไร้สาระกับชีวิต ฉันไม่สนใจแล้วฉันก็ไม่ชอบยุ่งกับของของคนอื่น...คำตอบของฉันคงบำบัดอาการคุณได้แล้วใช่ไหมคะ”

    รุ้งรายยักไหล่เชิงโอเค รสิกาขอตัวไปเอาแบบตัวอย่างงานมาให้ดูเป็นไอเดีย รุ้งรายมองไล่หลังพึมพำ... คนแบบนี้สิถึงจะเหมาะกับเฮียราพณ์

    ตอนที่ 4

    จากคำพูดของรุ้งราย ที่ว่ารสิกาจะแสลงใจถ้าต้องทานข้าวร่วมโต๊ะกับเพื่อนสนิท รสิกาโต้ “คุณรุ้งพูดตกไปหนึ่งคำนะคะ ที่จริงต้องใช้คำว่า อดีตเพื่อนสนิท”

    ราพณ์ช่วยขยายความว่าอดีต หมายความว่า สิ่งที่จบไปแล้ว รสิกาเสริม ถ้ามันผ่านไปแล้วจะไม่มีวันหวนกลับ รุ้งรายยิ้มอย่างพอใจ แต่อดตอแยไม่ได้

    “ฟังดูเหมือนถ่านไฟเก่าจะอับชื้น ถ้าคุณหญิงไม่คิดจะเป็นไฟก็ดีค่ะ เพราะคนของรุ้งมันเหมือนน้ำมัน น้ำมันน่ะมันหาทางไหลไปได้เรื่อย”

    ราพณ์ ตัดบทกล่าวขอโทษรสิกาที่น้องๆเสียมารยาท รสิกายิ้มรับ “ฉันกำลังเข้ามาเป็นสะใภ้ของ ลิ้มวัฒนาถาวรกุล หน้าที่ของฉันคือรักษาเกียรติและศักดิ์ศรีของสามี เพราะนั่นหมายถึงเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวฉันเองด้วยเหมือนกัน”

    ราพณ์ ภูมิใจวางมือบนมือเธอ รสิกาสบตาเขายิ้มให้อย่างพักรบชั่วคราว รังรอง ระรินและรุ้งรายมองอย่างพอใจ...ชาญชัยคอยหาจังหวะจะพูดเรื่องของตัวเองบ้าง ทำทีถามราพณ์จะจัดงานที่ไหน วันอะไรตนจะช่วย ราพณ์ตอบว่าอยากจัดเป็นการภายในเฉพาะคนในครอบครัว

    “ไม่เงียบไปเหรอ แบบนี้ที่คนเขาลือจะยิ่งกลายเป็นฮือฮาว่าจริงนะครับ”

    ระรินรีบถามพี่เขยใครลืออะไร ชาญชัยจงใจเสียบ ลือว่าประกาศเกียรติแต่งงานล้างหนี้ รังรองตกใจที่สามีโพล่งออกไป รัตนาวลีกับรสิกาหน้าเสีย เจ้าสัวเอ็ดเอาอะไรมาพูด ไร้สาระ

    “ผมว่าเฮียเอาเวลาไปสนใจโครงการทาวน์เฮาส์ที่เฮียดูแลจะดีกว่านะครับ” ราพณ์ติง

    ชาญชัยหน้าตึงที่โดนติงเรื่องงาน รีบโอ้อวดว่าคนแห่จองกันเต็ม ราพณ์จึงบอกตนได้รับรายงานว่า โครงสร้างต่ำกว่ามาตรฐาน อาจจะมีปัญหาที่ผู้รับเหมา ถ้าไม่จัดการตนจะให้รุ้งรายเข้าไปดูแล ชาญชัยปัดไม่ต้อง ตนจะเข้าไปดูเอง เจ้าสัวเตือน

    “ป๊าทำธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์มาตลอด มันคืออุดมการณ์ในการทำงาน ที่ทุกคนในครอบครัวจะต้องยึดมั่น”

    “ผมพยายามจะทำให้บริษัทมีผลกำไรสูงสุด” ชาญชัยยังคิดว่าตนทำดี

    “มาตรฐาน ต่ำกำไรสูงมันไม่ใช่นโยบายของบริษัทเรา คำว่าเรารวมถึงบริษัทในเครือด้วย เห็นทีผมกับสถาปนิกจะต้องเข้าไปตรวจที่โครงการ” ราพณ์ย้ำ

    ชาญชัยรีบบอก กับเจ้าสัวว่า เมื่อให้ตนบริหารก็ควรปล่อยให้ตนจัดการ แต่ราพณ์แย้งถ้าเกิดความผิดพลาด ไม่ใช่แค่เสียเงิน ฉะนั้นการเลือกผู้รับเหมาต้องใช้วิจารณญาณมากกว่านี้ ชาญชัยยังเถียงว่างานประเภทนี้เลือกคนยาก ไม่เหมือนบางประเภทที่เหนื่อยน้อยแต่ได้รับการยกย่องมาก ชาญชัยปรายตาแขวะรสิกา ที่ราพณ์ต้องเสียเงินไม่น้อยกับเธอ รุ้งรายไม่พอใจ

    “ไม่ว่าเฮียราพณ์จะเสียเงินหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับเฮียชาญนี่เพราะมันเป็นเงินกงสี รุ้งกับน้องๆที่เป็นสายในยังไม่เดือดร้อน เฮียชาญเป็นแค่ลูกเขยไม่มีสิทธิ์ในกองนี้จะเดือดร้อนทำไม”

    ชาญชัยโกรธที่ โดนหักหน้า วางตะเกียบปึ้งขอตัวลุกออกไป รังรองหน้าเสีย เห็นสายตาทุกคนที่มองมาจึงขอตัวตามสามีไป รุ้งรายถามทุกคนว่าตนพูดผิดหรือ เจ้าสัวถอนใจ รามหัวเราะ

    “เป็นมื้อที่สนุกจริงๆ ถ้าหม่าม๊าผมมาด้วยคงสนุก กว่านี้ คุณหญิงเจอหม่าม๊าผมหรือยังครับ” เห็นรสิกางง “หม่าม๊าโบตั๋น เมียรองที่ถูกทุกคนมองข้าม”

    เจ้าสัววาง ตะเกียบเสียงดังตัดบท กล่าวขอโทษรสิกากับรัตนาวลี ราพณ์บอกรสิกาว่าเดี๋ยวตนจะไปส่งรัตนาวลีพาลูกสาวเดินออกมาก่อน ปล่อยให้ครอบครัวคุยกันเอง ราพณ์ให้ระรินขึ้นไปดูแลพระลบ แต่เธออยากร่วมจึงแอบฟังหน้าห้อง รามแกล้งเปรยเสียดายอาหารเต็มโต๊ะ เจ้าสัวตบโต๊ะปัง ถามรามทำแบบนี้ทำไม รามย้อนถามเยาะๆ

    “เรื่องที่ผมพูดความจริงหรือเรื่องไหนล่ะครับ เรื่องที่ป๊าหาคุณหญิงมาแต่งกับผม แต่เฮียราพณ์แย่งไป หรือว่าเรื่องที่ป๊าไม่เคยยกย่อง แล้วทุกคนที่นี่ก็ไม่เคยให้เกียรติม๊าผม”

    ราพณ์ปรามน้องชายอย่าก้าวร้าว รามย้อน ก่อนจะสอนตนให้สอนตัวเองก่อน สอนให้รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ ให้ความเคารพม้าของตนบ้าง เจ้าสัวตวาดให้หุบปาก เป็นน้องไม่ควรเถียงพี่

    “ทำไมป๊าไม่ตวาดเฮียบ้าง เวลาเถียงม้าผม ทำไมต้องให้ผมกับม้าที่ผิดเสมอ เพราะผมไม่ใช่ลูกชายคนโตใช่ไหมครับ ป๊าถึงไม่รักผม ป๊าลำเอียง”

    “ราม!” เจ้าสัวตวาดแล้วความดันขึ้น ปวดหัวจี๊ดทรุดลง ราพณ์ตกใจเข้าประคอง รามจะเข้าช่วย ราพณ์เอ็ด เป็นเพราะเขาที่ทำให้พ่อป่วย ราพณ์ร้องเรียกเง็กไปเอายา

    รัตนาวลีกับรสิกากำลังคุยกันเรื่องทำไมต้องทนอยู่กับครอบครัวที่มีแต่ปัญหา พอได้ยินเสียงเอะอะ ทั้งสองก็วิ่งเข้ามาดู รัตนาวลีเข้าดูแลเจ้าสัวอย่างห่วงใย

    รสิกายืนอึ้งตกใจ...พออาการดีขึ้น เจ้าสัวให้ราพณ์ไปส่งรสิกา เธอถามเขาว่าเจ้าสัวป่วยเป็นอะไร ราพณ์ยิ้มๆ

    ที่เธอสนใจเรื่องของครอบครัวตน รสิการู้ว่าหลุดฟอร์ม อ้างว่าตนไม่ได้สนใจแต่กำไรขาดทุนอย่างเขา

    “คุณนี่ไม่น่าชื่ออ้ายนะ น่าจะชื่อไก่ เดี๋ยวจิก เดี๋ยวจิก”

    ไม่ทันที่รสิกาจะเถียง เสียงทะเลาะกันของระรินกับรามดังมา สองคนเถียงกันเรื่องโบตั๋น ราพณ์รีบเข้ามาห้ามทัพ เห็นรามเงื้อมือจะตบระริน เขาจับมือรามไว้ ติงอย่าใช้กำลังกับคนในบ้าน

    รามโวย “ปกป้องพวกเดียวกันใช่ไหม ถือว่าเป็นลูกแม่เดียวกันก็รวมหัวกันรังแกคนอื่น”

    “หุบปากของแกซะ ป๊ากำลังไม่สบายเพราะแก แกจะต้องให้ป๊าเป็นอะไรไปหรือไง แกถึงจะหยุด” ระรินหาว่ารามเห็นแก่ตัว ราพณ์เอ็ด “เฮียสั่งให้หยุด!”

    ราพณ์ให้รามกลับไปก่อน ไว้ค่อยคุยกันใหม่ รามหันมาก้อร่อก้อติกรสิกาก่อนไป ราพณ์ตำหนิระรินที่ใจร้อน ถ้าพ่อรู้ว่าพี่น้องทะเลาะกันจะเสียใจ ระรินสลดลง รสิกามองราพณ์จัดการน้องๆได้ดี

    ooooooo

    คืนเดียวกัน สิริโสภายังทำใจยอมรับไม่ได้ว่าราพณ์ทิ้งตน จึงกรีดข้อมือเรียกร้องความสนใจ โชคดีที่มานพมาเจอพาส่งโรงพยาบาลทัน

    ด้านรังรองกลับมาบ้านก็ถูกชาญชัยด่าว่า ปล่อยให้เขาถูกครอบครัวเธอดูถูกเหยียดหยามชนพและฤดี พ่อแม่ของชาญชัยออกมาเสริม ทุกคนหวังเพียงทรัพย์สมบัติของรังรองจะช่วยให้ครอบครัวอยู่ดีกินดี แต่พอไม่ได้สมใจก็พากันตำหนิ รังรองได้แต่เสียใจ

    ส่วนรุ้งราย กลับมาถึงคอนโด วศินต่อว่าที่ไม่พาตนไปเปิดตัวกับที่บ้านบ้าง เธอย้อนถาม

    “แนะนำในฐานะผู้ชายขายบริการอย่างงั้นเหรอ... อย่ามาขึ้นเสียงกับฉัน สำนึกด้วยว่าที่กินที่ใช้อยู่มันเงินฉัน หัดอยู่เงียบๆตามคำสั่ง ทำตัวให้มันเชื่องสมกับที่ฉันซื้อเธอ”

    วศินโกรธมากที่โดนดูถูก คิดจะปลุกปล้ำเอาชนะเธอแต่กลับโดนรุ้งรายทั้งศอกและเข่าจนลงไปกอง เขาเพิ่งรู้ว่ารุ้งรายมีพิษสงมากกว่าที่คิด...

    ราพณ์พารสิกาแวะทานอาหารก่อนจะไปส่งที่วัง เธอไม่ค่อยเต็มใจนักแต่โดนเขาบีบจนต้องลงจากรถ เผอิญรถปฐวีผ่านมา ทำให้เธอหนีไปขึ้นรถปฐวีกลับไปได้ ราพณ์โกรธจะตามแต่พอดีมานพโทร.มาบอกเรื่องสิริโสภากรีดข้อมือ เขาจึงต้องเปลี่ยนไปโรงพยาบาลแทน

    มาถึงโรงพยาบาล มานพไม่อยากให้ราพณ์เข้าไปเยี่ยมสิริโสภา เพราะรู้ว่าการทำร้ายตัวเองครั้งนี้ของเธอเป็นการเรียกร้องความสนใจ

    “สิไม่ใช่คนแบบนั้น” ราพณ์ไม่อยากเชื่อ

    “ราพณ์ ฉันไม่ได้บอกว่าคุณสิเป็นคนร้ายกาจหรอกนะ แต่เขาไม่อยากเสียแก เขาไม่อยากให้แกแต่งงาน คนเราเวลาเข้าตาจน ถ้าทำอะไรให้คนที่ตัวเองรักสนใจได้ แม้ความตายเขาก็ทำ...รักมันทำให้คนตาบอดแกเข้าใจไหม ถ้าแกตามเกมเขาทีนี้ปัญหาก็จะไม่จบ แกเสียคุณหญิงแน่”

    ราพณ์ครุ่นคิดอย่างหวั่นใจ รู้สึกสงสาร มานพดักคอ เอ็นดูเขาเอ็นเราขาดให้เลือกเอาราพณ์ย้อนถามถ้าตนไม่เข้าไปเรื่องจะจบใช่ไหม มานพสวนทันทีว่าไม่จบ แต่เธอจะรู้ว่าเขาเด็ดขาด  นานวันก็จะหมดใจรามือไปเอง  ราพณ์เกรงจะเป็นการใจร้ายไปหน่อย

    “ถ้าแกอยู่กับเขาเพราะความสงสารแบบนั้นใจร้ายกว่า อยู่กับคนที่ไม่รัก มันไม่มีความสุขหรอก ฉันไม่ห้ามแกนะ แกตัดสินใจเลย แต่เพื่อนเตือนเพื่อนแล้วนะ”

    ราพณ์คิดหนัก ตัดสินใจกลับไป มานพเข้ามาดูสิริโสภาในห้อง เธอรู้สึกตัวขึ้นมาถามหาราพณ์ เขาบอกว่าราพณ์ไม่ว่างเตรียมงานแต่งงาน  ทุกอย่างไม่ต้องห่วง ตนจัดการให้เอง

    ในขณะที่ปฐวีมาส่งรสิกาที่วัง  เธอดักคอเขาก่อนว่าเธอเต็มใจแต่งงานกับราพณ์  ก่อนที่เขาจะห้ามและขอดูแลเธอ  ปฐวีถึงกับอึ้งพูดอะไรไม่ออก...พอเข้ามาในตึก  แหววรอถามอาการแม่นม  และบอกรสิกาว่า  ที่แม่นมป่วยเพราะเสียใจที่ต้องออกจากวัง รสิกายิ่งเศร้าใจ

    ooooooo

    รุ่งเช้า  รามกลับเข้าบ้าน เจอโบตั๋นรอซักถามเรื่องไปทานข้าวบ้านเจ้าสัว  ถามถึงรสิกาเป็นอย่างไรบ้าง รามชมว่าเปรียบเหมือนหยกเนื้อดี โบตั๋นยิ่งด่าว่าลูกชายที่ปล่อยเธอหลุดมือไป  แล้วร้องห่มร้องไห้ว่าเจ้าสัวกับลูกๆจะกันเขาออกจากกองมรดก รามปลอบแม่ด้วยความหวั่นใจ

    รสิกามาเยี่ยมแม่นมแต่เช้า  แต่ยังช้ากว่าราพณ์ที่เข้ามาเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้  เพราะแม่นมจะได้กลับบ้านในวันนี้  แม่นมมองท่าทีอ่อนโยนของราพณ์อย่างพอใจ  แต่ก็ยังกังวลเป็นห่วงรสิกา  ราพณ์ตามรสิกากับแม่นมมาที่วัง ทุกคนในวังดีใจช่วยกันพาแม่นมไปพักผ่อน  รสิกาหันมาขอบคุณราพณ์สำหรับความช่วยเหลือทุกอย่าง

    “เป็นสิ่งที่ควรทำเพื่อว่าที่ภรรยาอยู่แล้วครับ”

    รสิกาหน้าตึง  ราพณ์รุกทันที “คุณหญิงเตรียมตัวให้พร้อมนะครับ เพราะถึงเวลาที่ผมต้องมารับตัวเจ้าสาวแล้ว  ผมหวังว่าคุณหญิงจะไม่ทำลายเกียรติของคุณหญิงด้วยการผิดคำพูด...”

    “ฉันจะรอค่ะ” รสิกาตัดบท

    ราพณ์พอใจเชื่อว่าเธอไม่ผิดคำพูดแน่นอน  ราพณ์กลับไป รสิกาเข้ามาหาแม่นม แม่นมกำลังฟังแหววเล่าเรื่องจะจัดงานมงคล  ทั้งที่แปลกใจว่าคุณหญิงไปรักกับราพณ์ตอนไหน รสิกาขัดจังหวะให้แหววไปเตรียมอาหาร  แล้วพยายามปลอบใจแม่นมอย่ากังวลเรื่องนี้ ทุกอย่างตนเต็มใจและสัญญาว่าจะเอาอิสรภาพคืนมาให้ได้ แหววซึ่งอยากรู้แอบฟังอยู่หน้าห้อง  ทนไม่ได้เข้ามาบอกรสิกาให้ขอร้องหม่อมแม่ยกเลิกการแต่งงาน

    รสิกาอธิบาย

    “อ้ายจะพึ่งหม่อมแม่ไปตลอดคงไม่ได้ แค่รู้ว่าหม่อมแม่ไม่รู้เห็นกับเรื่องนี้ เท่านี้อ้ายก็พอใจ หม่อมแม่เป็นคนกลางถ้าผิดใจกับทางโน้นคงจะลำบากใจ อ้ายไม่อยากให้หม่อมแม่ต้องทุกข์ใจเพราะอ้าย”...แม่นมกับแหววกอดรสิกาอย่างเข้าใจและสงสาร

    ราพณ์กลับมาบอกเจ้าสัวว่าตนพร้อมจะไปรับตัวเจ้าสาวแล้ว เจ้าสัวกระเซ้า

    “รีบขนาดนี้ ตัวแปรเยอะใช่ไหม คุณหญิงพร้อมทุกอย่างทั้งรูปสมบัติ คุณสมบัติ ป๊าก็ไม่แปลกใจนะ รีบหน่อยก็ดี ป๊าจะแจ้งคุณวลี แกก็เตรียมทุกอย่างให้สมเกียรติ”...ราพณ์รับคำ

    บ่ายวันนั้น รุ้งรายมาเล่นกีฬามวยเจอกับปฐวี เธอทำทีไม่สนใจ แต่พอเขาเข้ามาทัก เธอจึงแขวะไม่คิดว่าอย่างเขาจะเล่นกีฬาซื่อๆแบบนี้ มันโกงยากผิดกับนิสัยครอบครัวเขา ปฐวีสะอึกแต่ไม่ยอมแพ้ โต้ว่าครอบครัวเธอถูกฝึกมาเรื่องคารมกับการใช้เงินซื้อทุกอย่างได้แม้ความเป็นคน

    “ทำไมคุณไม่คิดอีกมุมล่ะคะ ว่าคนบ้านฉันมีฝีมือที่ทำให้คุณหญิงรสิกาซึ่งหยิ่งทะนงยอมแต่งงานด้วยได้ ฉันเดาว่าคนบางคนอาจจะพยายามมาชั่วชีวิต แต่คุณหญิงก็ไม่แม้แต่จะมอง”

    ปฐวีผงะเลี่ยงไปชกกระสอบทรายอย่างหนักระบายอารมณ์...รุ้งรายมองอย่างจับผิด กลับมาเลียบเคียงถามราพณ์ว่า ประสิทธิ์พ่อของปฐวีไม่ใช่พี่น้องแท้ๆกับครอบครัวรสิกาใช่ไหม ตนไม่อยากให้ราพณ์ประมาทปฐวี ราพณ์ครุ่นคิด รสิกาดูจะเกรงใจและเชื่อฟังปฐวีพอควร แต่คนที่ตนกังวลมากกว่าคือวศิน กลัวมีเยื่อใยหลงเหลือ รุ้งรายอาสาทดสอบให้

    ค่ำวันนั้น ทั้งราพณ์และรุ้งรายต่างพาคู่ของตนมาทานอาหารร้านเดียวกัน ทำทีบังเอิญเจอกันและนั่งร่วมโต๊ะกัน วศินออกอาการหึง ตำหนิรสิกาว่าจับมือถือแขนกับผู้ชายในที่สาธารณะมันไม่เหมาะสม สมัยตนยังไม่เคยทำ ราพณ์แกล้งกุมมือเธอ รสิกาก็เอาอีกมือมากุมทับเย้ยวศิน

    “สำหรับคนที่จะแต่งงานกัน มันเป็นเรื่องธรรมดา จริงไหมคะราพณ์”

    ราพณ์ยิ้มรับและยกมือเธอมาจุมพิตเบาๆ รสิกาตะลึงนิดๆแต่ไม่ดึงมือออก ราพณ์ถามเธอว่าวันนี้ทานปลากันดีไหม วศินรีบขัดว่าเธอไม่ชอบทานปลาเพราะเหม็นคาว เธอชอบทานทอดมันกุ้ง รสิการู้ว่าวศินจะอวดว่ารู้ใจ จึงแกล้งบอกราพณ์อย่างอ่อนหวานว่า วันนี้ตนอยากทานปลา ราพณ์ยิ้มรับอย่างพอใจ วศินหน้าม้านขุ่นเคืองใจ

    หลังจากทานอาหารเสร็จ รสิกาบอกราพณ์ว่าจะไปรอในรถ เพราะรู้ว่าเขาคงมีเรื่องคุยกับน้องสาว ราพณ์ยิ้มๆหันมาขอบใจรุ้งราย เธอกระเซ้าหมดข้อข้องใจเสียใจ ราพณ์เป็นห่วงเธอจะโดนวศินออกฤทธิ์ รุ้งรายบอกว่าตนเอาอยู่...รุ้งรายยื่นหน้ามาชมรสิกาในรถ ว่าคืนนี้เธอน่ารักมาก รสิกางงๆเรื่องอะไร สองพี่น้องเอาแต่ยิ้มกรุ้มกริ่ม จนเธอทำหน้าไม่ถูก

    ตลอดทางที่นั่งรถมาราพณ์เปิดเพลงหวานๆอย่างอารมณ์ดี พอถึงวัง เขาหันมาบอกรสิกา

    “ผมอยากราตรีสวัสดิ์ว่าที่ภรรยาก่อนคืนวันแต่งงานของเรา”

    “คุณไม่ควรใช้คำว่าภรรยามั้งคะ ใช้คำว่าลูกหนี้คงจะเหมาะกว่า”

    “คำพูดบางคำถ้ารู้ว่าพูดแล้วมันเจ็บจะพูดไปทำไมครับ หรือคุณหญิงชอบความเจ็บปวด”

    “ฉันพูดเพราะมันคือความจริงที่ฉันต้องตอกย้ำ ให้ตัวเองรู้ว่า ฉันกำลังต้องแต่งงานกับลูกชายของศัตรู”

    ราพณ์ไม่เข้าใจว่ารสิกามีปัญหาอะไรกับพ่อของตน แต่พรุ่งนี้เธอต้องเข้าไปเป็นสะใภ้ ขอให้เธอให้เกียรติพ่อของตนทั้งต่อหน้าและลับหลัง รสิกาโต้ว่า เงินเขาบังคับร่างกายตนได้ แต่บังคับหัวใจตนไม่ได้...ไม่มีวัน ราพณ์สะเทือนใจอย่างมาก รสิกาเองก็เสียใจไม่น้อย

    ooooooo

    วันต่อมา รัตนาวลีมาดูแลเตรียมความพร้อมให้รสิกา เธอกลับไม่ยอมทานอะไรเลย เอาแต่เก็บตัวเงียบ ด้านราพณ์จัดแจงเครื่องของหมั้น เครื่องเพชรที่จะมอบให้รสิกา ไม่ทันไร มานพโทร.มาแจ้งว่า สิริโสภาหายตัวไปจากโรงพยาบาล ให้เขาระวังตัวไว้บ้าง

    ตกดึก แม่นมและรัตนาวลีช่วยกันแต่งตัวให้รสิกา แม่นมน้ำตาคลอไม่อยากให้รสิกาต้องฝืนใจแต่งงาน แต่รสิกากลับปลอบแม่นมว่า ตนพร้อมสู้...ขบวนขันหมากมาถึง รสิกาอดใจหายไม่ได้โผกอดรัตนาวลีร้องไห้ เมื่อรัตนาวลีพารสิกาลงมา ทุกคนต่างตะลึงกับความงามสง่าของเธอ รัตนาวลีรับเครื่องสินสอดแล้วมอบให้บ่าวสาวเป็นทุนรอนในการเริ่มต้นชีวิตครอบครัว

    มาถึงคฤหาสน์เจ้าสัวเรียว อากู๋พงษ์และพี่น้องราพณ์รอต้อนรับรสิกาอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส คนรับใช้ในบ้าน ก็ตื่นเต้นกับความงามของเธอจนวิ่งมายืนดู ไม่ทันสนใจประตูบ้าน สิริโสภาโผเผมาในสภาพโทรมเพราะยังไม่หายดี เธอเห็นหน้าบ้านราพณ์ตกแต่งด้วยผ้าสีแดงแสดงว่ามีงานมงคลก็ไม่พอใจ สายตากร้าวอย่างน่ากลัว รถบ่าวสาวแล่นเข้ามา พอได้เห็นเต็มตาว่า เจ้าสาวราพณ์คือคนที่ขับรถชนตนจนแท้งลูก ก็แทบช็อก กำมือแน่นด้วยความแค้น

    ราพณ์ลงจากรถ ส่งมือให้รสิกาเกาะ เธอปัดไม่สนใจ ราพณ์ต้องกระซิบว่าทุกคนมองอยู่ไม่ใช่เวลาออกฤทธิ์ เธอจำต้องวางมือบนมือเขา ราพณ์กระชับมือเจ้าสาวแน่นยิ้มกริ่มพาลงจากรถมาทักทายทุกคนในบ้าน อากู๋พงษ์ให้บ่าวสาวไปเปลี่ยนชุดเพื่อมาทำพิธีรับสะใภ้เข้าบ้านบังเอิญราพณ์เหลือบไปเห็นสิริโสภาก็ชะงักเล็กน้อย เพราะเขาได้เตรียมพร้อมไว้แล้ว รปภ.เข้ารวบตัวสิริโสภาโดยที่เธอไม่ทันส่งเสียง ลากตัวออกมาหน้าบ้าน มานพขับรถมาถึงพอดี เอาตัวเธอขึ้นรถขับออกไปทันที...เจ้าสัวเรียวได้ยินเสียงเอะอะแว่วๆ จะให้คนไปดู ราพณ์รีบขัดว่าเป็นพวกเด็กแว้นแล้วสั่ง รปภ.ไปจัดการ รัตนาวลีพารสิกาขึ้นไปแต่งตัว

    ด้านสิริโสภาร้องไห้อาละวาดจะลงจากรถ ต่อว่ามานพที่ไม่ช่วยแล้วยังมาขวาง มานพพยายามเตือนสติ ถ้าเธอกลับไปโวยวายทวงสิทธิ์ที่เธอไม่มีเลย นอกจากไม่
    ได้แล้ว เธอยังจะโดนราพณ์ไล่ออกจากชีวิตเขาอย่างเด็ดขาด สิริโสภาสะอื้นอ้างว่าราพณ์แต่งงานเพราะโดนบังคับ มานพถอนใจก่อนจะเอ่ยว่า ถ้าตนพูดความจริงแล้วจะยอมรับได้ไหม ราพณ์รักรสิกามานานแล้ว ถ้าเธออยากจะพิสูจน์ก็ลองดู สิริโสภาชะงักก่อนจะร้องไห้ฟูมฟาย จนมานพต้องเมินหน้าหนี...

    พอถึงเวลา ราพณ์อยู่ในชุดเจ้าบ่าวแบบจีนยืนรอเจ้าสาว...ต้องตาค้างเมื่อรัตนาวลีพารสิกาในชุดกี่เพ้าสีแดงงามสง่าเดินลงบันไดมา รุ้งรายดันปากพี่ชายให้หุบอย่างขำๆ

    “เฮีย เก็บอาการหน่อย...หมดกันเลยเฮีย”

    เจ้าสัวแซว “เจ้าสาวสวยขนาดนี้ ไม่ต้องฟอร์มแล้วใช่ไหมราพณ์”

    “ครับ...คุณหญิงสวยมาก” ราพณ์พูดออกไปอย่างไม่รู้ตัว น้องๆส่งเสียงฮิ้ว...จึงสะดุ้งเขินๆ

    อากู๋พงษ์ให้บ่าวสาวทำพิธีไหว้ป้ายบรรพบุรุษ ฝากเนื้อฝากตัว แต่รสิกาทำความเคารพอย่างเดียวไม่ยอมพูดตาม พอราพณ์ติง เธอก็บอกว่าไม่อยากโกหกคนตาย ราพณ์ถอนใจกล่าว

    “เจ้าที่โปรดเป็นพยานในการแต่งงานครั้งนี้ และขอให้ปกป้องภรรยาของผมด้วยนะครับ” ราพณ์รับธูปจากรสิกาไปปัก

    รสิกาลุกขึ้นเซจะล้ม ราพณ์เข้าประคอง เธอจะผละออก เขากระซิบ ต่อหน้าผู้ใหญ่อย่าดื้อ หญิงสาวมองไปรอบๆ มีแต่สายตามองอยู่ จึงโอนอ่อน...จากนั้น บ่าวสาวมายกน้ำชา ไหว้อาม่า อาม่าเรียกหาซองอั่งเปา รัตนาวลีเห็นอยู่บนโต๊ะหยิบส่งให้ อาม่าเอ่ยขอบใจหม่อมวลี

    ชาญชัยสงสัย “ทำไมอาม่าจำหม่อมวลีได้ ผมเป็นลูกเขยมาตั้งหลายปียังจำผมไม่ได้เลย”

    “อาม่าคงจำแต่คนที่ดีกับอาม่า พวกปากอย่างใจอย่าง อาม่าคงดูออก” รุ้งรายแขวะ

    ชาญชัยโกรธชักสีหน้าใส่ รังรองปรามน้องสาว ระรินรีบบอกว่า งานมงคลอย่าเปิดศึกเดี๋ยวอดมรดก ชาญชัยยิ่งฮึดฮัด รังรองเครียด ระรินบีบมือรังรองอย่างให้กำลังใจ...

    อาม่าเรียกรสิกาว่าซุงซิมปู๋ ซึ่งแปลว่าหลานสะใภ้และอวยพรให้มีเหลนไวๆ ราพณ์ยิ้มชอบใจ รสิกาค้อนขวับ

    เจ้าสัวเรียวมอบกำไลหยกเป็นของรับไหว้ บอกว่าเป็นของแม่ราพณ์ที่เสียไปแล้วสั่งไว้ให้มอบแก่ลูกสะใภ้ ทุกคนยิ้มปลื้ม ยกเว้นชาญชัย...ถึงเวลาส่งตัวเข้าหอ ภายในห้อง เตียงถูกปูไว้สวยงามมีผลส้มวางอยู่สี่มุม อากู๋พงษ์ บอกว่า ได้ให้คู่ชีวิตที่อยู่กันมายืนยาวยี่สิบกว่าปี ปูเตียงนี้เพื่อให้บ่าวสาวมีลูกหลานเต็มตระกูล ราพณ์มองรสิกายิ้มๆ เธอทำหน้าไม่ถูก รัตนาวลีอวยพรลูกสาวดูแลและให้เกียรติกันและกัน  ฝากราพณ์ดูแลเธอด้วย ราพณ์รับคำหนักแน่น

    “ฝากลูกชายผมด้วยนะคุณหญิง  ถ้าดื้อนักก็บอกผม  ผมจะช่วยกำราบให้...มีความสุขมากๆนะราพณ์” เจ้าสัวอวยพร ราพณ์ยิ้มปลื้มออกนอกหน้า

    พอถึงเวลาที่ทุกคนจะออกจากห้อง  รสิกาใจเสียเกาะแขนแม่ไม่ปล่อย  ราพณ์เห็นแกล้งกระซิบข้างหูรสิกาว่ากลัวตนใช่ไหม  เธอชะงักจำต้องปล่อยทำทีบอกแม่ว่า อยากขอบคุณ  รัตนาวลียิ้มเดินเคียงข้างเจ้าสัวออกไป...ทันทีที่ประตูห้องปิด  รสิกาหน้าเครียดอย่างหวาดระแวง  ราพณ์แกล้งลุกขึ้นเดินเข้าหา  รสิกาถอยกรูดไปจนชนตู้เสื้อผ้า ราพณ์เอื้อมมือออกไป  เธอเบนหน้าหนีหลับตาปี๋...เสียงราพณ์เอ่ยว่าอาบน้ำก่อน  ทำให้เธอลืมตาขึ้นเห็นเขาเอื้อมมือผ่านไปหยิบผ้าเช็ดตัวบนชั้น  เธอถอนใจโล่งอก  ราพณ์หัวเราะถามเป็นนัยๆ ใจร้อนหรือ รสิกาเคือง

    “อย่ามาพูดบ้าๆกับฉันนะ”

    “ถ้าคุณใจร้อน ผมจะให้คุณอาบก่อน คุณโมโหอะไรครับคุณหญิง” ราพณ์พลิกลิ้น

    “สนุกมากใช่ไหมที่แกล้งฉันได้” รสิกาต่อว่าโกรธๆ

    “ที่สุดเลยล่ะครับ  หน้าคุณหญิงตอนกลัวจนทำอะไรไม่ถูก...ผมชอบมาก” ราพณ์แกล้งยื่นหน้ามาใกล้  ยักคิ้วกวนประสาท ก่อนจะเดินฮัมเพลงเข้าห้องน้ำไป

    รสิกาหัวเสียที่โดนปั่นหัว  เดินมานั่งบนเตียงทุบหมอนแค้นใจ สักพักพยายามตั้งสติอย่าบ้าไปตามเขา ไม่ทันไรราพณ์โผล่ออกมาจากห้องน้ำในสภาพพันผ้าขนหนูท่อนล่าง  เธอตกใจโวยให้แต่งตัวให้เรียบร้อย  ราพณ์แกล้งถามว่าจะอาบน้ำพร้อมกันไหม  จะได้ไม่เสียเวลา  รสิกาโกรธปาหมอนใส่ ราพณ์หัวเราะหลบกลับเข้าห้องน้ำอย่างชอบใจ

    ไม่นาน  ราพณ์แต่งชุดนอนเรียบร้อยเดินออกมา บอกรสิกาให้ไปอาบน้ำ มีชุดนอนไว้ให้ในห้องน้ำแล้ว เธอยังนิ่งเฉย เขาแกล้งยั่ว ถ้าไม่ถนัดตนอาบให้ก็ได้
    รสิกาลุกพรวดรีบเดินเข้าไป

    พอรสิกากลับออกมา  เห็นราพณ์นอนหลับที่เก้าอี้ยาว  เธอย่องเข้ามาเอามือโบกข้างหน้าว่าเขาหลับแน่หรือ ก่อนจะยิ้มดีใจเดินไปนอนบนเตียงอย่างโล่งใจ  สักพักเธอก็หลับไป ราพณ์ลุกมาห่มผ้ามองเธออย่างแสนรัก

    ooooooo

    รุ่งเช้า  ราพณ์อาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อย  นั่งมองรสิกาซึ่งยังหลับใหล  เหมือนมีแรงดึงดูดให้เขายื่นหน้าไปใกล้ใบหน้าละมุนของเธอ ไม่ทันไร เธอขยับตัว เขารีบกลับไปนอนที่เดิม  รสิกาลืมตาลุกพรวดขึ้น เห็นราพณ์แต่งเต็มยศ  ทำท่าบิดขี้เกียจหันมาถามเธอตื่นแล้วหรือ เธอแปลกใจ

    “นี่คุณเพิ่งตื่นเหรอ” เห็นราพณ์รับคำ จึงถาม “ตื่นมาก็เป็นอย่างนี้เลย...”

    ราพณ์ยังรับคำอีก รสิกาจิกตาถามเมื่อคืนนอนชุดนี้หรือ ราพณ์นึกได้ยิ้มเก้อๆ “เอ่อ...งั้นผมไปอาบน้ำ...คุณหญิงรีบแต่งตัวนะครับ นายทะเบียนกำลังรออยู่”

    “นายทะเบียน?”

    “ลงไปข้างล่างแล้วจะรู้ครับ แต่คุณหญิงคงไม่คิดจะแต่งตัวแบบนี้ลงไปรับแขกใช่ไหม”

    รสิกาเห็นสายตาราพณ์ที่มองมารีบคว้าผ้าห่มมาบังตัวอัตโนมัติ เขายิ้มขำๆเดินออกไป...เธอครุ่นคิด รีบอาบน้ำแต่งตัวตามลงมา นายทะเบียนเตรียมเอกสารรอ ราพณ์เข้ามาจูงรสิกาไปนั่งพร้อมบอก ทำตามข้อตกลงเพื่อให้พ่อของเขาสบายใจ แท้จริงเป็นอย่างไรเราสองคนรู้กันดี

    ราพณ์ระบุแก่นายทะเบียนว่าไม่ต้องบันทึกเกี่ยวกับทรัพย์สิน และให้หญิงสาวเปลี่ยนชื่อสกุลเป็นของฝ่ายชาย รสิกาจะแย้งก็ไม่กล้าเพราะเห็นสายตาทุกคนที่มองมา นทีคนสนิทของเจ้าสัวจัดแจงถ่ายภาพหมู่ และภาพคู่บ่าวสาวโชว์ทะเบียนสมรส รสิกาจะขัดขืน ราพณ์ติง

    “มันเป็นข้อปฏิบัติ ยกขึ้นมาสิครับคุณหญิง นายทะเบียนท่านต้องกลับไปทำงานต่อนะครับ เกรงใจท่านบ้าง”

    รสิกาขึงตาใส่ ที่หาว่าตนไม่รู้กาลเทศะ จำต้องยกทะเบียนสมรสขึ้นถ่ายภาพ ทุกคนในครอบครัวราพณ์แสดงความยินดี

    แหววได้ตามรสิกามาอยู่ที่บ้านเจ้าสัวด้วย คนใช้ทุกคนดีต่อเธอยกเว้นกิมท้อที่เป็นคนของแม่ราม ซึ่งตอนนี้โบตั๋นได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นลินดาเพื่อยกระดับตัวเอง เง็กมอบหมายให้แหววเป็นคนดูแลเรื่องอาหารแทนกิมท้อ ยิ่งทำให้กิมท้อไม่พอใจ แอบโทร.รายงานลินดา

    “รับตัวเจ้าสาวเมื่อวาน ทำไมพวกมันไม่บอกฉัน!” ลินดาตกใจและโกรธ

    “กิมก็ว่าทำไมคุณลินดาไม่มา อย่างนี้คุณลินดาก็ไม่ทราบใช่ไหมคะว่า วันนี้คุณราพณ์จดทะเบียนสมรสกับคุณหญิงด้วย ตอนนี้นังคนใช้คุณหญิงมันเบ่งใส่กิมด้วยนะคะ มันว่าให้กิมเจียมกะลาหัวเพราะขนาดนายของกิมยังต้องกระเด็นออกไปจากที่นี่เลย มันว่าคุณลินดาน่ะค่ะ”

    “แกอยู่เฉยๆ ฉันจัดการพวกมันเอง” ลินดาหูเบา กิมท้อยิ้มสะใจที่ปั่นได้สำเร็จ...

    เสร็จเรื่องการจดทะเบียนสมรส รสิกาขอตัวไปทำงาน อาม่าแย้งเพิ่งแต่งงานทำไมต้องไปทำงานต้องไปฮันนีมูนถึงจะถูก ระรินล้ออาม่าว่ารู้จักฮันนีมูนด้วย อาม่ายืดอก

    “ไม่งั้นอั๊ว อาลิ้มท้อฉั่ง จะเป็นอาม่าพวกลื้อได้ยังไง อาคุณหญิงลื้ออย่าเพิ่งไปทำงานเลย อาม่าอยากมีอาหมวยน้อยมาเป็นเพื่อนอาพระลบนะ”

    รุ้งรายล้อแบบนี้พี่ชายเหนื่อยแย่ รสิกาวางหน้าไม่ถูก ราพณ์เห็นใจออกตัวแทนว่ารสิกาต้องเคลียร์งานให้เสร็จก่อน อาม่ากำชับว่าอย่าช้า ราพณ์รับรอง

    รสิกาเอ่ยลารัตนาวลี เห็นเจ้าสัวยืนข้างจำต้องลาเขาด้วย ราพณ์อาสาไปส่ง เธอออกอาการหงุดหงิดเล็กน้อยเดินไปรอที่รถ

    “เข้าหอก็แล้ว พี่สะใภ้ยังไม่ยอมดีด้วยอีกเหรอเฮีย” รุ้งรายแซวพี่ชาย

    “ให้ป๊าทายนะ เฮียของลื้อไม่มีน้ำยา” เจ้าสัวหัวเราะ

    ราพณ์แย้งว่าตนให้เกียรติรสิกา รุ้งรายแขวะเขาไม่กล้าหักหาญหรอก แค่นี้เธอก็เหม็นหน้าเขาจะแย่ ราพณ์เปลี่ยนเรื่องถามเจ้าสัวจะทำอย่างไรเรื่องทะเบียนสมรส เจ้าสัวสั่งนทีเอารูปถ่ายและทะเบียนสมรสไปจัดการประกาศให้พวกที่คิดจะเก็บรสิการู้ ราพณ์ยิ้มอย่างพอใจ

    รุ้งรายปลื้ม “ตั้งแต่ม้าเสีย รุ้งไม่เคยเห็นเฮียยิ้มมีความสุขเต็มที่แบบนี้มานานแล้วนะป๊า”

    “แล้วลื้อล่ะเมื่อไหร่จะยิ้มเต็มที่บ้าง ตอนนี้เฮียลื้อก็แต่งงานแล้วจะยกเลิกเรื่องวศินหรือยัง”

    “อีกสักพักค่ะป๊า คนอย่างวศินถ้าโดนทิ้งจะต้องพยายามมาแย่งคุณหญิงคืนแน่ เฮียกับคุณหญิงยังไม่มั่นคง รุ้งไม่ไว้ใจ”

    “ทำอะไรก็ระวัง รู้ใช่ไหมว่าความประมาทเป็นหนทางสู้ความพินาศ”...รุ้งรายรับคำเจ้าสัว

    แทนที่รสิกาจะรีบไปออฟฟิศกลับให้ราพณ์แวะซุปเปอร์มาร์เก็ตจับจ่ายซื้อข้าวสารอาหารแห้งไปให้ที่วังประกาศเกียรติ แม่นม ป้านวล ป้านางออกมาต้อนรับด้วยความดีใจ

    “คุณหญิงไม่ต้องลำบากเอามาให้เองก็ได้ค่ะ เงินค่ากับข้าวที่ให้ไว้ก็ยังมี พวกป้าออกไปซื้อเองก็ได้” ป้านางเป็นห่วง

    “ไม่ได้หรอกค่ะ ป้าๆชอบประหยัดกันจนเกินเหตุ คราวที่แล้วก็ซื้อพวกน้ำปลาปลอมมากินกัน เห็นแก่ของถูกมันอันตรายนะคะ”

    พวกป้าๆบอกว่าพวกตนแก่แล้ว มีอะไรก็กินๆกันไป รสิกาไม่ยอม ถ้ารักตนต้องไม่ดื้อ ราพณ์มองความเอาใจใส่ของภรรยาอย่างชื่นชม...

    ไม่นาน ข่าวการจดทะเบียนสมรสของราพณ์กับรสิกาเผยแพร่ออกไป สร้างความเจ็บแค้นให้ประสิทธิ์และสุรีย์ส่องอย่างมาก ปฐวีเห็นข่าวก็ตกใจไม่น้อย...ประสิทธิ์เจ็บใจสั่งลูกน้องยกเลิกการเก็บรสิกา สุรีย์ส่องไม่ยอมประสิทธิ์เอ็ดอย่าโง่ เพราะถ้ารสิกาเป็นอะไรไป ทรัพย์สมบัติทั้งหมดก็จะตกเป็นของราพณ์โดยปริยาย

    ด้านเจ้าสัวเรียวอธิบายให้รัตนาวลีเข้าใจว่า การที่ตนให้ลูกสองคนจดทะเบียนกัน เพื่อความปลอดภัยของรสิกาและเธอ เพราะประสิทธิ์ไม่กล้าชนกับตนแน่ รัตนาวลีเกรงเป็นการดึงราพณ์มาวุ่นวาย เจ้าสัวกลับบอกว่า ไม่วุ่นวายเพราะราพณ์รักรสิกามาก

    “ทำไมเขาถึงกล้าคิดทำขนาดนั้น ทั้งที่ท่านพ่อท่านแม่ของท่านชายก็เลี้ยงดูเขามาอย่างดี”

    “ความโลภครอบงำจน ไม่รู้ผิดชอบชั่วดีแล้วครับ พวกไม่ยับยั้งชั่งใจจนกล้าทำเรื่องเลวร้าย คนแบบนี้เราควรจะตัดออกไปจากชีวิต เพราะอยู่ไปก็มีแต่จะดึงให้ชีวิตเราต้องตกต่ำอับจน”

    “ฉันสงสารท่านชายค่ะ ท่านไว้ใจคุณประสิทธิ์มาก สุดท้ายก็ชาวนากับงูเห่า”

    “ความรัก ความไว้ใจ ความหลง สามสิ่งนี้ถ้ามีให้กับคนผิด ชีวิตคงมีแต่ทุกข์ไม่สิ้นสุด”

    ooooooo

    คนที่ไม่พอใจเรื่องการจดทะเบียนสมรสของราพณ์กับรสิกาอีกคนก็คือชาญชัย เขาโวยวายตบตีรังรองที่ไม่รู้จักห้ามน้องชายตัวเอง ทำให้สมบัติมีตัวหารเพิ่ม รังรองได้แต่ปัดป้องเสียใจ

    ราพณ์ส่งรสิกาที่ออฟฟิศ เขาเดินตามเธอเข้าไปข้างในอย่างภาคภูมิใจ วศินออกมาเห็นไม่พอใจ แขวะ “เดี๋ยวนี้อ้ายให้แฟนตามมาเฝ้าที่ทำงานด้วยเหรอ ไหนเคยบอกศินว่า ไม่ชอบให้แฟนก้าวก่ายเรื่องงาน ศินก็เชื่อไม่เคยทำ หรือว่าเงินมันทำให้เปลี่ยนความคิด”

    “นี่นิสัยจริงของคุณสินะวศิน เงินไม่เคยเปลี่ยนฉันหรอกค่ะ แต่มันกลับทำให้ฉันเห็นธาตุแท้ของคน

    มันทำให้ฉันรู้ว่าตลอดเวลาห้าปีที่ผ่านมา ฉันเห็นกงจักรเป็นดอกบัวมาตลอด”

    “มันก็คือกันแล้วล่ะครับ เพราะเราก็ขายตัวเหมือนกัน” วศินโต้

    “ไม่เหมือนหรอกครับ เพราะวันนี้ผมไม่ใช่คนรักของคุณหญิง แต่เป็นสามีที่ถูกต้องตามกฎหมาย คุณหมดสิทธิ์แล้ว อย่ายุ่งหรือว่าตอแยคุณหญิงอีก” ราพณ์ตอบโต้แทน

    วศินหาว่าข่มขู่ ราพณ์ว่าการขู่เป็นการกระทำของพวกดีแต่ปาก ไม่ใช่ตน ราพณ์จ้องวศินจนชักหวั่นถอยกลับไป รสิกาหันมาขอบคุณ ราพณ์ยิ้มๆว่าเป็นหน้าที่ของสามี ไม่ทันไร กอบกู้ออกมาแสดงความยินดีเรื่องการแต่งงานของเธอ รสิกายิ้มแหยๆ รู้สึกว่าต้องมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น

    ภาพข่าวการจดทะเบียนทำให้สิริโสภาแค้นใจอย่างมาก...ลินดาเองก็แทบคลั่ง คว้าของปาหน้าจอทีวี รามตกใจวิ่งมาดู ลินดากราดเกรี้ยวไม่พอใจที่ทั้งรัตนาวลีและรสิกาได้จดทะเบียนทั้งคู่ สมบัติจะต้องถูกแบ่งแยกออกไปอีก รามเห็นว่าสมบัติพ่อมีมากมายไม่น่าเป็นห่วง ลินดาแว้ด

    “แล้วมันเคยเห็นแกเป็นน้องหรือเปล่า แกเลิกโง่สักทีได้ไหม รู้หรือไม่ว่าที่แกมีได้อย่างทุกวันนี้ ม้าต้องสู้เพื่อแก ต้องให้พวกมันโขกสับ มันด่าม้า ดูถูกม้าสารพัด ม้าก็ต้องทน”

    รามหลงเชื่อ เจ็บแค้นเชื่อว่าราพณ์กับรุ้งรายเป็นคนทำร้ายจิตใจแม่ของตน ลินดาตอกย้ำตนจะทำให้ทุกคนรู้ว่า รามเป็นลูกชายเจ้าสัวเรียว และมีสิทธิ์ในกิจการเหมือนทุกคน...

    หลังจากรสิกาเข้าประชุมเสร็จ กอบกู้บอกเธอว่าจะแจ้งเวลาพรีเซนต์งานอีกที ตอนนี้ตนอนุมัติให้เธอลาพักร้อนได้หนึ่งอาทิตย์ตามที่ขอ รสิกางง ราพณ์ ยิ้มๆเพราะเป็นคนจัดการเอง กอบกู้รีบบอกว่าเป็นสิทธิ์ตามกฎหมายแรงงาน ราพณ์ขอบคุณแล้วดึงรสิกากลับ ...สิริโสภาก้าวออกมาจากมุมหนึ่ง สีหน้าเต็มไปด้วยความริษยา เธอมาเพื่อสมัครงานเป็นพนักงานบัญชีของที่นี่

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 17:50 น.