ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สามี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สกรรจ์แนะนำตัวกับอาม่าว่า ตนคือ นาวาโทสกรรจ์ รัตนชัย อาม่าเห็นเศษผักติดหัวหูเขาก็ติงว่า โตแล้วเล่นเลอะเทอะเป็นเด็ก เง็กหน้าเจื่อนบอกอาม่าว่าตนทำเขาเลอะเอง รสิกาขอโทษสกรรจ์อีกครั้ง ที่อาม่ากับเง็กเข้าใจว่าเขาเป็นคนร้าย ราพณ์หงุดหงิดใจถามเขามาที่นี่ทำไม

    “ผมประจำการฐานทัพเรือที่นี่ครับ บังเอิญจริงๆ” สกรรจ์เฉลยทำให้อาม่าดีใจ

    “อยู่แถวนี้เหรอ งั้นเย็นๆมากินข้าวที่บ้านนะ จะได้เลี้ยงขอโทษที่อาเง็กทำให้ลื้อเจ็บ”

    ราพณ์จะแย้งแต่สกรรจ์รีบรับคำเชิญเสียก่อน เขาจึงกันท่าว่าวันนี้ไม่สะดวก อาม่ายังโพล่งขึ้นอีก พรุ่งนี้ให้สกรรจ์มาก็แล้วกัน สกรรจ์แกล้งยักคิ้วเย้ย ราพณ์สุดเซ็ง...

    กลับจากตลาด ราพณ์เล่นทรายกับพระลบ รสิกาเผลอมองยิ้มเพลินๆ พอราพณ์หันมาเห็นก็หุบยิ้มปั้นปึ่ง ราพณ์เข้ามากวนถามว่าหลงเสน่ห์ตนแล้วใช่ไหม รสิกาไม่สนใจกลับย้อนถาม

    “เมื่อเช้าคุณบอกคุณสกรรจ์ว่าเราต้องไปทำธุระ แต่กลับมาจนป่านนี้ ฉันเห็นคุณไม่กระตือรือร้น ฉันก็เลยคิดว่าคุณจงใจไม่ต้อนรับคุณสกรรจ์”

    “แน่นอนสิครับ ก็ผมมองออกว่าเขาคิดไม่ซื่อกับภรรยาผม”

    “ฉันกับคุณสกรรจ์มีมิตรภาพที่ดีต่อกัน ฉันเชื่อว่าเขารู้ผิดชอบชั่วดี และตัวฉันก็เช่นกัน”

    “ผมเชื่อครับว่าคุณหญิงจะไม่ทำผิดทำนองครองธรรม แต่ในฐานะสามีผมมีสิทธิ์ที่จะหวงและป้องกันไม่ใช่เหรอครับ”

    “ใช่ค่ะ คุณมีสิทธิ์ที่จะหวง แต่ในฐานะเจ้าหนี้นะคะ ไม่ใช่สามี”

    “คุณหญิงจะรั้นไปทำไมครับ ในเมื่อเราก็จดทะเบียนสมรสกันถูกต้องแล้ว”

    รสิกาหน้าตึง “สำหรับฉันคำว่าสามี จะต้องเป็นผู้ชายที่ฉันยอมรับด้วยความเต็มใจ ไม่ใช่ใช้เงินซื้อมาแบบคุณ”

    ราพณ์อึ้ง รสิกาลุกหนี เขาจะตาม พอดีรุ้งรายโทร.เข้ามาบ่นให้ฟังว่าเธอมากรมที่ดิน เรื่องตกลงซื้อขายที่ของป้าศร แต่ดูท่ากำลังจะตุกติก พาหลานชายกับพวกท่าทางนักเลงมาด้วย จะขอเพิ่มราคา ราพณ์ว่าเป็นเรื่องธรรมดาเจอบ่อย ต้องใจเย็นมีสติ รุ้งรายถอนใจ

    “รุ้งรู้ แค่เซ็งกับพวกไม่ซื่อ เฮียไม่ต้องห่วงนะ รุ้งจะจัดการให้เอง เที่ยวให้สนุกนะ”

    ราพณ์ย้ำเรียบร้อยแล้วให้โทร.บอกด้วย รุ้งรายรับคำ เดินมาหาป้าศรกับหลาน นทีกำลังเจรจาแต่ไม่ได้ผล

    รุ้งรายบอกป้าศรว่าตกลงซื้อขายกันที่ห้าล้าน ทำไมจะมาเปลี่ยนเอาวันนี้ ป้าศรหาว่าราคาที่ดินตนสูงกว่านั้น นทีโต้ ตนให้เวลาตัดสินใจสองอาทิตย์ จนจะทำสัญญากันวันนี้เพิ่งมาเปลี่ยน รุ้งรายตัดความรำคาญจะเพิ่มให้อีกห้าแสน ป้าศรหันไปถามหลานชาย แบงค์กับพวกท่าทางนักเลง บอกรุ้งรายว่า จะขายในราคาแปดล้าน รุ้งรายไม่พอใจจะเอาเรื่องถึงกฎหมาย ป้าศรชักขยาด แบงค์กับพวกปรี่เข้าเล่นงานรุ้งรายกับนที รุ้งรายเป็นมวยอยู่บ้างจึงต่อสู้ แต่พอโดนรุมก็พลาดท่า พลันปฐวีเข้ามาช่วยซัดแบงค์กับพวกหมอบ

    รุ้งรายสั่งนทีแจ้งความให้ตำรวจมาจัดการ ป้าศรชะงัก “ถ้างั้นฉันไม่ขาย บริษัทประสิทธิ์ก็ติดต่อซื้อที่ของฉันเหมือนกัน”

    รุ้งรายหันมองปฐวี เขางง “ถ้าป้าหมายถึงประสิทธิ์เรียลเอสเตทล่ะก็ เขาไม่ซื้อที่ของป้าแล้ว ผมเป็นคนส่งเจ้าหน้าที่ไปซื้อที่กับป้าเอง ป้าไม่ขายผมก็เลยซื้อที่คุณอุษณีย์ที่อยู่ข้างๆแทน”

    “ดี ถ้าฉันไม่ขาย ที่ของเธอมันก็ต้องเว้าแหว่ง อยากเสียหายก็เลือกเอา”

    รุ้งรายแค้นใจ ปฐวีช่วยเจรจา “ผมจะเปิดตาให้ป้าเห็นความจริงนะครับ ฝั่งซ้ายคุณรุ้งรายขึ้นโครงการ ฝั่งขวาทางผมขึ้นโครงการ ถ้าทั้งสองฝั่งก่อสร้างเมื่อไหร่ที่ของป้าจะเป็นที่ตาบอด ถึงตอนนั้นป้าจะขายให้ใครก็ต้องโดนต่อราคาครึ่งต่อครึ่งแน่นอน ป้าคิดดูว่างานนี้ใครกันแน่ที่จะเสียหาย...คุณรุ้งรายครับ เรื่องที่หลานป้าจงใจทำร้ายร่างกายคุณ ผมว่าเราไม่ควรปล่อยผ่าน”

    “คุณนที พาฉันไปโรงพัก” รุ้งรายรับมุก

    ป้าศรกลัวรีบบอกว่าตนขายก็ได้แต่ขอเพิ่มห้าแสน รุ้งรายตอบตกลง ก่อนจะหันมายิ้มกับปฐวี แล้วให้นทีจัดการเรื่องโฉนด นทีบ่นเจ้านี้เขี้ยวจริงๆ...รุ้งรายตามมาจะขอบคุณปฐวี

    “ยินดีนะครับที่จะเป็นเพื่อนบ้านโครงการติดกัน”

    “ทำไมคุณถึงช่วยฉัน...ฉันคิดว่าคุณจะ...”

    “ปาดหน้าแย่งซื้อที่จากคุณ หรือว่าสะใจที่เห็นคุณพลาดอย่างนั้นเหรอครับ ผมไม่ได้มีอาการทางจิตนิยม เห็นคนล้มแล้วเหยียบซ้ำอย่างนั้น”

    “ฉันเห็นพ่อคุณชอบทำบ่อย จ้างคนมาล้วงข้อมูล ขโมยความคิด ดิสเครดิตคนอื่น ก็คิดว่าคุณจะเหมือน...” รุ้งรายปากไวไปหน่อยพอเห็นสีหน้าปฐวีก็ชะงักเปลี่ยนเรื่องเฉย “ฉันขอบคุณนะคะที่ช่วยฉันวันนี้ ฉันไปก่อนนะคะ ขอบคุณอีกครั้ง” รุ้งรายจะเดินไป

    ปฐวีเรียกไว้แล้วถามถึงรสิกา รุ้งรายหันกลับมาถอนใจก่อนจะบอกเขาว่า เธอสบายดี ตอนนี้ไปฮันนีมูนกับราพณ์ แต่คงบอกไม่ได้ว่าที่ไหน เพราะไม่เหมาะที่จะมีมือที่สาม

    “ผมจะทำอะไรมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของผมไม่เกี่ยวกับคุณ” ปฐวีเดินไปอย่างไม่พอใจ

    ooooooo

    ราพณ์พารสิกามาดูที่ดินใกล้ชายหาด ทรายขาวละเอียดวิวสวยงาม ที่เขาตั้งใจจะสร้างโรงแรม เป็นที่ดินที่อาม่ายกให้เขา และเขาจะให้รสิกาเป็นคนออกแบบตกแต่งทั้งหมด ราพณ์ถามรสิกา เธอมาทะเลเพื่ออะไร

    “พักผ่อนไงคะ เราอยู่ในเมืองอยู่กับที่ทำงาน อยู่กับผู้คนมันเหมือนโดนจับตาตลอดเวลา”

    “แม้แต่ตอนอยู่ที่วังใช่ไหมครับ...ก็ผมสังเกต ไม่ว่าคุณอยู่กับใคร คุณระมัดระวังตัว รักษากิริยาตลอดเวลา มันไม่สบายใช่ไหมครับ” ราพณ์ถามยิ้มๆ

    “คุณก็เหมือนกัน เวลาอยู่กับญาติพี่น้องตัวเองก็ไม่เห็นจะสบายนี่คะ”

    “แล้วเวลาไหนที่คุณคิดว่าผมสบายที่สุด”

    “เวลาอยู่กับพระลบไงคะ คุณดูผ่อนคลาย...น่า...น่าจะเป็นตอนนั้นล่ะค่ะที่คุณดูสบายที่สุด” รสิกาชะงักเกือบหลุดคำว่าน่ารักออกไป

    ราพณ์รู้ทันยิ้มกรุ้มกริ่ม “ครับ มันเป็นเวลาของครอบครัว ผมอยากมีโรงแรมสำหรับครอบครัว ความเรียบง่าย สบาย สะอาดตาและไม่ทำลายความสวยงามของธรรมชาติที่มีอยู่เดิม กลมกลืนกับธรรมชาติ”

    รสิกาแย้งว่า มันขึ้นอยู่กับกลุ่มลูกค้า ถ้าระดับสูงก็ต้องการความหรูหรา ราพณ์บอกว่าตนต้องการให้ความหรูหราอยู่ที่การบริการ ให้ลูกค้าทุกคนรู้ว่าเขาคือคนสำคัญ อยากให้โรงแรมของตนรองรับลูกค้าหลายระดับ เพราะไม่ว่าระดับไหนสำหรับตนถือเป็นลูกค้าเหมือนกันทุกคน

    รสิกามองไม่อยากเชื่อ “มันจะผิดคอนเซ็ปต์นายทุนของคุณหรือเปล่า”

    “ป๊าสอนผมเสมอ หนึ่งบาทหรือหมื่นบาทล้วนมีค่าเท่ากัน เพราะทุกบาทที่เขามอบให้มันหมายถึงความไว้วางใจ ดังนั้นเรามีหน้าที่บริการและทำงานตอบแทนให้ดีที่สุด ให้สมกับความไว้ใจที่ลูกค้ามอบให้” ราพณ์เห็นสีหน้ารสิกาเปลี่ยนไปจึงถามเป็นอะไรหรือเปล่า

    “ฉันกำลังคิด ว่าคุณจ่ายเงินให้กับฉันไม่น้อย คุณกำลังบอกฉันใช่ไหมว่าควรจะบริการคุณให้ดีที่สุด ให้สมกับเงินที่คุณจ่าย”

    “ผมไม่ได้คิดแบบนั้นเลยนะครับ ผมแค่อธิบายวิธีคิดของผมให้คุณเข้าใจงานออกแบบที่คุณต้องทำ คุณหญิง..ผมทำทุกทางที่จะเป็นการให้เกียรติคุณ ไม่เคยคิดว่าซื้อคุณมา”

    “คำพูดจะให้สวยหรูแค่ไหนก็ได้ แต่การกระทำต่างหากที่จะพิสูจน์คน แล้วฉันก็ได้เห็นแล้วว่าคุณก็ไม่ต่างจากเจ้าสัว ใช้เงินเป็นเครื่องมือเพื่อสนองความต้องการของตัวเอง โดยไม่สนใจว่าจะทำร้ายใคร”

    “คุณกำลังพูดเรื่องอะไรผมไม่เข้าใจ ป๊าไปทำอะไรให้คุณต้องเจ็บแค้นขนาดนี้” ราพณ์งง

    “เจ้าสัวทำลายครอบครัวฉัน!”

    “ไม่จริง! ป๊าผมมีคุณธรรมและไม่เคยทำร้ายใคร แต่ถ้าคุณยืนยันก็ต้องบอกผมมาว่ามันมีเรื่องอะไร” ราพณ์คาดคั้น รสิกาไม่อยากเชื่อว่าเขาจะไม่รู้อะไรเลย

    “จะให้ฉันพูดเพื่อตอกย้ำความพ่ายแพ้ของท่านพ่องั้นเหรอ ไม่มีทาง...” รสิกาเดินหนี ปล่อยราพณ์ยืนมองตามหลังอย่างไม่เข้าใจว่าพ่อของตนมีปัญหาอะไรกับท่านชัยประกาศ

    ooooooo

    วันรุ่งขึ้น เจ้าสัวเรียวเรียกรุ้งรายมาต่อว่า ที่เกือบบาดเจ็บถ้าไม่ได้ปฐวีมาช่วย เพราะเธอไม่รู้จักประเมินกำลังคู่ต่อสู้ก่อนจะตอบโต้ รุ้งรายอ้างว่าเหตุการณ์มันกะทันหัน

    “บุคคลที่เปิดช่องให้โทสะครอบงำ ยังความวิบัติให้กับตนเอง..อย่าให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีก...แล้วเรื่องวศินจะจบได้หรือยัง” เจ้าสัวสอนและถาม

    รุ้งรายตอบว่า ราพณ์ได้แต่งงานเรียบร้อยแล้ว คงถึงเวลาเสียที เจ้าสัวเตือนให้มองการณ์ไกล ภัยจะได้ไม่มาถึงตัว ควรตัดไฟแต่ต้นลม รุ้งรายรับคำ พลัน ลินดาเปิดประตูผลัวะเข้ามา เจ้าสัวตำหนิไม่รู้จักเคาะประตูก่อน รามตามเข้ามาออกรับแทน

    “ผมผิดเองครับ ผมเป็นคนเร่งให้ม้ารีบเข้ามาน่ะครับ ขอโทษนะครับป๊า”

    เจ้าสัวอ่อนใจถามลินดามาทำไม ลินดาทวงสัญญาที่เขาให้ไว้ เจ้าสัวนึกได้หันไปบอกรุ้งรายว่า จะให้รามมาเรียนรู้งานกับเธอ รุ้งรายตกใจไม่ชอบใจเท่าไหร่แต่ไม่กล้าขัดใจพ่อ....

    พอมาที่ทำงาน รุ้งรายพารามซึ่งมีลินดาตามติด มาแนะนำให้รู้จักประสานและชิต ทั้งสองเป็นมือขวาของเจ้าสัว ให้เขาฝากเนื้อฝากตัว ลินดาวางก้ามทันที

    “รามเป็นลูกชายคนรองของเจ้าสัว มีสิทธิ์ในการบริหารบริษัทนี้ไม่ต่างจากราพณ์”

    “พวกคุณลุงควรให้ความร่วมมือกับผม ความคิดเก่าๆกับวิธีการที่มันล้าสมัย ผมคงต้องขอให้ทุกท่านทิ้งไป เพื่อเตรียมรับสิ่งใหม่ๆที่มันดีกว่า” รามเสริมอย่างโอ้อวด

    รุ้งรายเอ็ด“ราม! รามยังใหม่กับการทำงาน ขอให้ทุกท่านช่วยดูแลสอนงานให้ด้วยนะคะ”

    ผู้จัดการทั้งสองแค่นยิ้มรับแล้วกลับออกไป

    รุ้งรายหันมาตำหนิราม “สิ่งแรกที่รามควรจะเรียนรู้คือสัมมาคารวะ คุณประสานกับคุณชิตทำงานกับป๊ามานาน ประสบการณ์ความสามารถเขามีมากกว่ามือใหม่อย่างเราเยอะ”

    “ก็แค่ลูกจ้างรับเงินเดือนทำตามคำสั่ง ทำไมจะต้องไปหงอไปฟังมัน อีกหน่อยรามก็ต้องเป็นผู้บริหาร มันต้องข่มให้อยู่ตั้งแต่ตอนนี้ ให้มันรู้ว่ารามเป็นใคร” ลินดาพูดอย่างไร้ความคิด

    “รุ้งว่าคุณลินดาอย่าเพิ่งคิดไปไกลเลยนะคะ ที่นี่เขานับถือคนที่การทำงานไม่ใช่ตำแหน่ง ถ้าไม่มีสมองก็อยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกค่ะ”

    “มากไปแล้วนะเจ้รุ้ง”

    “น้อยไปด้วยซ้ำ แกมีหน้าที่เรียนรู้งานจากฉัน จำใส่สมองแกไว้ว่าฉันเป็นหัวหน้างานของแก” ลินดาแย้งว่าเจ้าสัวให้รามทำงานกับราพณ์ รุ้งรายโต้

    “คิดจะไปเป็นผู้ช่วยท่านรองประธาน ผ่านมือผู้บริหารอย่างฉันให้ได้ซะก่อนเถอะค่ะ”

    ลินดาโวยหาว่ารุ้งรายกีดกัน รุ้งรายเยาะ ถ้าตนคิดจะขวาง รามไม่ได้เกิดแน่ เพราะตอนนี้ตนเป็นรองแค่ราพณ์กับพ่อเท่านั้น ถ้าอยากสูงกว่าตนก็ต้องพิสูจน์ด้วยการสร้างผลงาน ไม่ใช่สร้างเรื่อง ถ้าเรื่องมากก็ไม่ต้องมาทำงาน ตนจะไปคุยกับพ่อให้ ดูสิว่าท่านจะฟังใคร ลินดาแค้นใจดึงรามออกไปอย่างโมโห รุ้งรายสุดเซ็งต้องรับมืออย่างหนัก

    ลินดาไม่วายเสี้ยมสอนลูกให้เขี่ยรุ้งรายออกไปให้ได้ อย่าให้ใครมาดูถูกพวกเราได้อีก

    ooooooo

    มื้อเย็นที่บ้านพักริมทะเล พระลบเห็นราพณ์กับรสิกาปั้นปึ่งไม่พูดจากัน จึงแกล้งทำตัวมีปัญหาไม่ยอมกินข้าว นั่งหน้างอจนราพณ์เป็นห่วงต้องถามว่าเป็นอะไร อาม่ารู้แกวแกล้งแขวะ

    “นั่งแผ่รังสีอำมหิตแบบนี้ใครจะกินลง อาม่ายังหมดอารมณ์เลย”

    รสิการ้อนตัวเข้าไปปลอบพระลบ พระลบให้พ่อเกี่ยวก้อยกับรสิกาเพื่อยืนยันว่าทั้งสองไม่ได้โกรธกัน จากนั้นเขาก็กลับมานั่งกินข้าวตุ้ยๆ อาม่ายิ้มยินดี พระลบยังอ้อนให้รสิกากับราพณ์มาเล่นเกม ใครแพ้ต้องโดนเขียนหน้า ทั้งราพณ์และรสิกาผลัดกันแพ้โดนเขียนหน้าตาตลกๆ พระลบหัวเราะอย่างมีความสุข อาม่าเปรย

    “ยิ้มให้กันมันดีกว่าหน้าบึ้งใส่กันมากใช่ไหม อาม่ากับพระลบ อาเง็กก็ได้ยิ้มไปด้วย แต่ถ้าพวกลื้อหน้าหงิก อาม่ากับทุกคนก็จ๋อยหน้าหงิกตามพวกลื้อไปด้วย เราทุกคนใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน พวกลื้อรู้สึกอะไร ผู้ใหญ่หัวหงอกกับเด็กหัวดำก็รู้สึกเหมือนกัน ลื้อเข้าใจไหม”

    ทั้งรสิกาและราพณ์รู้สึกผิด ต่างหันมาขอโทษอาม่าและพระลบ...คืนนั้น ราพณ์แกล้งอาบน้ำล้างหน้าไม่หมด ออกมาเห็นรสิกาห่มผ้าให้พระลบนอนกลางเตียง เขาทำทีมานอนอีกฟากให้เธอเห็นหน้าที่ล้างไม่หมด รสิกาเห็นยิ้มขำๆแล้วบอกเขาว่า ต้องใช้ออยล์

    ครีมล้างหน้าเช็ดออกถึงจะหมด ราพณ์จึงอ้อนให้เธอช่วยเช็ดให้...ระหว่างที่รสิกาเช็ด ราพณ์มองเธออย่างหลงใหลจนเธอเขินแกล้งกดแรงๆ ราพณ์ร้องโอ๊ย...รสิกาตกใจคิดว่าเขาเจ็บจริงรีบขอโทษ พอรู้ว่าเขาแกล้งก็งอน ล้มตัวลงนอนหันหลังให้ ราพณ์หอมแก้มพระลบฟอดใหญ่แล้วเปรยว่า หลับฝันดี ทำนองให้เธอได้ยิน รสิการู้ว่าเขาจงใจบอกตนก็อมยิ้มหลับตาอย่างมีความสุข

    ต่างจากสิริโสภา ที่พยายามข่มตาให้หลับอยู่ในคอนโดเล็กๆที่เธอย้ายมาเช่าเอง เธอนึกถึงคำพูดของศิริพรพนักงานที่ออฟฟิศบอกว่า รสิกาลาพักร้อนไปฮันนีมูนกับสามีนักธุรกิจหล่อมาก ที่ใครเห็นต้องอิจฉา...สิริโสภาเคียด แค้นปักใจว่าราพณ์เป็นของตนคนเดียว ในขณะเดียวกัน รามกลับฝังใจกับเจ้าของผ้าเช็ดหน้าที่ให้เขาเช็ดเลือดในวันมีเรื่องกับนักเลง

    เช้าวันรุ่งขึ้น รสิกาเห็นอากาศสดชื่นจึงแต่งตัวจะออกไปวิ่ง พระลบกับราพณ์ตื่นพอดีรู้ว่าเธอจะไปวิ่งก็กระตือ– รือร้นลุกขึ้นแต่งตัวขอไปด้วย...สามคนจูงมือวิ่งออกกำลังเหมือนพ่อแม่ลูก ไม่นานพระลบก็เหนื่อย ราพณ์ดึงเขาไปริมทะเล รสิกาแปลกใจจึงปล่อยมือไม่ตามไป สองพ่อลูกวิ่งลงทะเล พระลบร้องเรียกให้รสิกาลงมาเล่นด้วยกัน เธอขอตัวไปวิ่งอีกสักพัก

    ราพณ์กลับขึ้นมาติง “แบบนี้เดี๋ยวพระลบน้อยใจแย่นะครับ ถ้าคุณไม่อยากเดินลุยน้ำ ผมช่วยนะครับ” ราพณ์ฉวยโอกาสอุ้มรสิกาไปโยนลงทะเลทันที

    พระลบหัวเราะชอบใจ รสิกาเห็นความสนุกของเด็กก็พลอยสนุกไปด้วย สามคนเล่นน้ำอยู่พักใหญ่กลับขึ้นมา เห็นอาม่าจะออกไปจ่ายตลาดมาเตรียมทำอาหารเลี้ยงสกรรจ์ รสิกาอาสาไปให้แทน ราพณ์หน้าตึงหาว่าเธอให้ความสำคัญสกรรจ์มากเกินไป

    ตลอดเวลาที่เดินตลาด รสิกาไม่พูดคุยยิ่งทำให้ราพณ์หงุดหงิดจนต้องแขวะไม่คิดจะคุยอะไรกับตนบ้างหรือ รสิกาตอกกลับ ถ้าเจ้าหนี้อยากให้พูดก็จะพูด แต่พูดเรื่องอะไรดี

    “คุณเลิกกวนประสาทผมสักทีได้ไหม”

    “ฉันแค่ตอบแทนคุณตามหน้าที่ลูกหนี้ที่เป็นหนี้น้ำเงินคุณต่างหาก”

    “แต่สิ่งที่ผมต้องการให้คุณหญิงมันไม่ใช่เงิน แต่มัน....” ราพณ์ชะงักพูดไม่ออกเกรงโดนรสิกาประชดประชันให้อีก จึงได้แต่หงุดหงิดงุ่นง่าน

    รสิกานั่งเงียบมาในรถ มีกระบะคันหนึ่งขับมาปาดหน้าจนราพณ์ต้องเบรกกะทันหันรีบดูรสิกาด้วยความเป็นห่วง เขาให้เธอรอในรถแล้วลงไปที่รถกระบะ ทันทีที่เขาเดินไปถึง คนในรถสี่คนซึ่งเป็นลูกน้องสุรีย์ส่องลงมา ราพณ์เห็นท่าไม่ดีร้องบอกให้รสิกาล็อกรถ แต่ไม่ทันการณ์พวกมันไปลากตัวเธอลงมาแล้วประกาศว่า จะได้เมียเป็นคุณหญิง รสิกาตกใจกลัวดิ้นรนต่อสู้จนโดนชกท้องจุกตัวงอ ได้แต่มองราพณ์ซึ่งตะเกียกตะกายจะมาช่วยแต่โดนซ้อมสะบักสะบอมน้ำตาร่วง ราพณ์ต่อสู้สุดฤทธิ์จนโผมากอดปกป้องเธอได้ ไม่วายโดนคนร้ายใช้มีดฟันกลางหลังพอจะแทงซ้ำ ทันใด มีรถแล่นมาบีบแตรลั่น สกรรจ์กับเพื่อนลงมาตะลุมบอนช่วยราพณ์และรสิกาไว้ได้ คนร้ายวิ่งหนีจับไว้ได้หนึ่งคน

    ราพณ์โล่งใจที่รสิกาปลอดภัย ทรุดลงหมดสติ รสิกาตกใจ กอดเขาร้องไห้โฮ...สกรรจ์พาราพณ์มาทำแผลที่ห้องพยาบาลในฐานทัพ หมอเย็บแผลให้เรียบร้อย แล้วบอกว่าแผลไม่ลึกเท่าไหร่กลับบ้านได้ ราพณ์ขอบคุณสกรรจ์อย่างจริงใจที่ช่วยตนกับภรรยา

    “ยินดีครับ คุณหญิงเป็นเพื่อนผม สามีคุณหญิงก็ถือว่าเป็นเพื่อนของผมด้วยเหมือนกัน”

    ราพณ์รู้สึกว่าสกรรจ์พูดถูกหูค่อยคุยกันได้ จึงทำทีขอให้รสิกาหาน้ำให้ดื่ม เพื่อคุยกับเขา

    “พวกมันตั้งใจมาดักทำร้ายผม มันรู้ว่าคุณหญิงเป็นใคร ครั้งนี้มันเจาะจงเฉพาะคน”

    “งั้นมันก็น่าจะเป็นพวกเดียวกับที่ส่งมือปืนมาฆ่าคุณหญิงใช่ไหมครับ”

    ราพณ์พยักหน้าอาจเป็นได้ สกรรจ์ถามจะทำอย่างไรต่อไป....ราพณ์ตัดสินใจโทร.รายงานเจ้าสัวเรียวเขาให้ราพณ์แจ้งความไว้ให้เป็นคดี แล้วพาทุกคนกลับบ้าน รัตนาวลีรู้เรื่องเป็นห่วงลูกสาวอย่างมาก เจ้าสัวสั่งการให้นทีติดต่อตำรวจทางนั้น ส่งตัวคนร้ายมากรุงเทพฯ  เพื่อ ตนจะรีดเอาความจริงว่าใครเป็นคนว่าจ้างให้ได้รับโทษอย่างสาสม

    ooooooo

    พอสุรีย์ส่องรู้ว่าคนของตัวโดนจับก็ไปโวยวายประสิทธิ์ หาว่ามีลูกน้องห่วย กลับโดนประสิทธิ์ตบหน้า ฐานทำอะไรไม่ปรึกษา ถ้าคนที่โดนจับถูกบีบให้ซัดทอด เธอจะต้องติดคุก สุรีย์ส่องชักหวาดกลัว

    ทุกคนตกใจเมื่อเห็นราพณ์บาดเจ็บกลับมา ราพณ์ไม่อยากให้พระลบกับอาม่าใจเสีย สอนพระลบไปในตัวเป็นลูกผู้ชายต้องอดทน และให้ทุกคนเก็บของกลับกรุงเทพฯในวันพรุ่งนี้...คืนนี้รสิกาให้พระลบไปนอนกับอาม่าเพราะเกรงจะสะเทือนแผลของราพณ์ ราพณ์แอบอมยิ้ม

    รสิกาจำต้องเช็ดตัวให้ราพณ์ด้วยความเขินอาย ราพณ์เข้าใจขอทำเองแต่เธอไม่ยอมเพราะเขาบาดเจ็บเพราะช่วยเธอ รสิกาค่อยๆเช็ดตัวเขาอย่างเบามือ พลันมือสัมผัสกันโดยบังเอิญ เธอชักมือกลับอย่างตกใจ ตั้งสติทำให้เสร็จและทำแผลให้เขาใหม่ รสิกาจะเลี่ยงไปนอนที่อื่นอ้างไปดูพระลบ ราพณ์รู้ทันจับมือเธอไว้อ้อนๆ

    “ผมเจ็บแผล ให้ผมจับมือคุณไว้แบบนี้ได้ไหม”

    “มือฉันไม่ใช่ยาพารานะคะ จับแล้วจะได้หายปวด”

    “อยู่ข้างๆผม อย่าไปไหน...ได้ไหม ป่านนี้พระลบคงหลับแล้ว”

    รสิกาใจอ่อนยอมนั่งลงให้เขาจับมือไว้ แต่อดค่อน ขอดไม่ได้ว่า ถือว่าตอบแทนที่ช่วยตน ราพณ์ถอนใจ จะด้วยเหตุผลใดก็ได้ ตนขอให้เธออยู่ข้างๆก็พอ...ไม่นานเสียงหายใจขอราพณ์สม่ำเสมอ รสิกาก้มมองแน่ใจว่าเขาหลับ จึงค่อยๆลดตัวลงนอนบ้าง สักพักเธอก็หลับสนิท ราพณ์ลืมตาขึ้นมองเธออย่างสุขใจ

    วันรุ่งขึ้น ราพณ์ขับรถพาทุกคนกลับกรุงเทพฯด้วยตัวเอง พอมาถึงบ้านก็เพลีย เจ้าสัวกับรัตนาวลีซักถามจนรสิกาสงสัย เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ใช่โจรปล้นธรรมดา ราพณ์ไม่อยากให้เธอหวาดกลัวจึงทำทีเจ็บแผลขอให้เธอพาไปพักผ่อน อาม่าข้องใจถามลูกชายมันเรื่องใหญ่ใช่ไหม เจ้าสัวรับรองว่าตนจัดการได้ อาม่าเอ่ยปาก ตนเชื่อว่าเขาจะดูแลทุกคนในครอบครัวให้ปลอดภัยได้ สมเป็นผู้นำของตระกูล รัตนาวลีสังเกตเห็นเจ้าสัวเครียดจนมีอาการปวดหัวจึงเข้าประคอง

    “เดี๋ยวผมก็ดีขึ้น ผมอยากจัดการเรื่องคนร้ายให้เรียบร้อยก่อน”

    “เราควรบอกอ้ายเรื่องคุณประสิทธิ์นะคะ อ้ายจะได้ระวังตัว”

    “ต่อให้ระวังตัวแค่ไหนก็สู้คนที่มันส่งมาไม่ได้หรอกครับ ผมไม่อยากให้คุณหญิงมีชีวิตอยู่อย่างหวาดระแวง ให้ผมกับราพณ์จัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยแล้วเราค่อยบอกคุณหญิงนะครับ”

    รัตนาวลีพยักหน้าเห็นจริง เจ้าสัวบีบมือเธออย่างปลอบใจ..ในขณะที่รสิกาพาราพณ์ขึ้นมานอนพักรู้สึกว่าเขามีไข้ตัวร้อน จะไปเอายา เขากลับดึงมือเธอไว้ให้อยู่ใกล้

    “ฉันจะไปเอายาให้คุณน่ะค่ะ” รสิกาจะดึงมือออก

    ราพณ์ยื้อทำทีงอแง พอดีแหววยกข้าวต้มมาให้ ราพณ์ได้ทีรีบบอกรสิกาไม่ต้องไปหาอะไรให้ตนแล้ว แหววมองราพณ์อ้อนรสิกาก็ยิ้มอย่างเอ็นดู แหววยุให้รสิกาป้อนข้าวราพณ์ รสิกาถลึงตาดุใส่แหวว ก่อนจะติงว่าราพณ์ขับรถกลับมาได้เป็นร้อยกิโล แค่ทานข้าวคงไม่ยาก

    แหววเห็นใจราพณ์แอบกระซิบ “คุณหญิงไม่โหดกับคนป่วยเกินไปเหรอคะ คุณราพณ์หน้าจ๊อยจ๋อย”

    “พี่แหววมีฝรั่งหรือส้มไหมคะ ป่วยแบบนี้ต้องกินผลไม้เสริมสักหน่อย จะได้สดชื่น”

    แหววบอกว่ามีแต่สาลี่ รสิกาจึงให้เอามา ตนจะปอกเองเพราะควรทานสดๆ แหววยิ้มกริ่มรีบไปจัดการมาให้ และแล้วรสิกาก็ยอมป้อนสาลี่ให้ราพณ์เพราะทนเขาอ้อนไม่ไหว...หลังจากนั้น รสิกาก็ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ออกมาเห็นราพณ์หลับ จึงเข้ามาอังหน้าผากไล่มาถึงคอว่ายังมีไข้หรือไม่ เขารวบมือเธอกอดไว้แต่ตายังหลับ

    “นี่คุณ! หลับจริงเหรอเนี่ย คุณราพณ์ หลับใช่ไหม ...หลับทำอะไรก็คงไม่รู้สึกตัว” รสิกาแกล้งบีบจมูกราพณ์บิดไปมา

    ราพณ์ร้องโวยว่าตนบาดเจ็บอยู่ แต่ก็ไม่ปล่อยมือเธอ รสิกาอ่อนใจอ้างจะทำงานให้ปล่อยมือ ราพณ์นิ่งเฉยเอามือเธอแนบแก้ม หญิงสาวเอือม “เพราะคุณช่วยฉันไว้หรอกนะ หายเมื่อไหร่...ฉันไม่ยอมแน่”

    ราพณ์อมยิ้มนอนกอดมือเธอไม่ยอมปล่อย

    ooooooo

    ด้านวศิน จู่ๆก็มีชายสามคนบุกเข้ามาขนของเขาออกจากห้อง อ้างว่ารุ้งรายยกเลิกการเช่าห้องนี้ วศินโกรธมาก มากดกริ่งห้องรุ้งรายต่อว่าทำแบบนี้หมายความว่าอย่างไร รุ้งรายตอบว่ายกเลิกสัญญา รวมทั้งยกเลิกเปิดบริษัทให้เขาด้วย

    “คุณรุ้ง! มันเกิดอะไรขึ้น ผมทำอะไรให้คุณไม่ถูกใจ”

    “เธอทำหน้าที่ได้ดี ครอบครัวฉันมีความสุขมาก ฉันต้องขอบใจเธอ อะ...เช็คงวดสุดท้าย ฉันเพิ่มให้เป็นสองแสนบาท”

    “คุณหมายความว่ายังไง ที่ว่าผมทำให้ครอบครัวคุณมีความสุข” วศินเข้าเขย่าตัวรุ้งราย

    ลูกน้องรุ้งรายขยับเข้าหา วศินรีบปล่อยตัวรุ้งรายอย่างหวาดๆ เธอยิ้มเยาะเดินไป...รุ้งรายขับรถมาที่ค่ายมวย วศินตามมาเอาเรื่อง ปฐวีกำลังยืนกดโทรศัพท์หารสิกาอย่างหงุดหงิดเพราะไม่มีสัญญาณตอบรับ ได้ยินเสียงคนทะเลาะกันจึงแอบมอง เห็นรุ้งรายชกหน้าวศิน

    “ฉันทำตามข้อตกลงทุกอย่าง เธอได้เงินก็ควรจะจบ”

    “คุณลงทุนซื้อผมตั้งเป็นล้าน แต่ไม่ยุ่งกับผม ไม่สนใจผม แล้วนี่จู่ๆก็ยกเลิก คุณทำเพื่ออะไร”

    “ผู้ชายที่มีแต่ตัวอย่างเธอ ผลงานไม่โดดเด่น อะไรล่ะที่ทำให้เธอดูมีค่า”

    วศินคิดสักนิด “อ้าย! นี่คุณซื้อผมเพราะอ้ายใช่ไหม เพราะพี่ชายคุณจะแต่งงานกับอ้าย”

    รุ้งรายยิ้มมองว่าเขาฉลาดขึ้น วศินโกรธที่รุ้งรายหลอกให้ทิ้งรสิกา รุ้งรายโต้ “ฉันไม่ได้บังคับให้เธอทิ้งคุณหญิง แต่เธอมาหาฉันเพราะเธอเลือกเงิน จริงไหม”

    วศินหาว่ารุ้งรายทำลายความรักของตนกับรสิกา รุ้งรายเยาะว่าคนรักตัวเองอย่างเขา ไม่มีความรักให้ใครจริง วศินโกรธจะให้รุ้งรายชดใช้ รุ้งรายย้อนว่าเขาได้สิ่งที่คุ้มกว่าเงินเสียอีก คือได้บทเรียน ว่าควรสร้างตัวด้วยสองขาบนพื้น ไม่ใช่สองเข่าบนเตียง วศินสะอึก รุ้งรายยังขู่

    “ฉันไม่เคยคิดจะใช้อำนาจเงินเพื่อจะตัดอนาคตใคร แต่ถ้าเธออยากลองเป็นคนแรก ฉันก็ยินดีนะ” รุ้งรายมองอย่างสมเพช

    วศินขยาด ไม่กล้าตามเธอเข้าไปในค่ายมวย รุ้งรายเดินเข้ามาต้องชะงักเมื่อเห็นปฐวียืนอยู่ เขามองเธอท่าทางกวนๆ เธอชักระแวงว่าเขาจะได้ยินเรื่องที่สนทนากับวศิน จึงทำทีเข้ามาเตะกระสอบทรายข้างๆเขา จนปฐวีทนไม่ไหว

    “คุณมีอะไรกับผมก็พูดมาดีกว่า อย่ามาเล่นเกมเรียกร้องความสนใจ”

    “ดี...ฉันอยากรู้ว่าคุณได้ยินอะไรบ้าง”

    “ก็ได้ยินเรื่องประหลาดที่น้องสาวใช้เงินซื้อแฟนเก่าพี่สะใภ้เปิดทางให้พี่ชาย คุณหมายถึงเรื่องนี้หรือเปล่า”

    รุ้งรายสะอึกที่เขาเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด จึงหยั่งเชิงถามว่าเขาไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านใช่ไหม ปฐวีกวน “ก็ไม่แน่...ผมภูมิต้านทานต่ำติดเชื้อคนง่าย โดยเฉพาะพวกชอบยุ่งเรื่องชาวบ้าน ผมมีคุณเป็นตัวอย่างให้ศึกษาเลยนะ อ้ายต้องโกรธมากถ้ารู้ว่าพวกคุณรวมหัวกันทำลายความรักของเขา ผมชักอยากคุยกับอ้ายแล้วสิ”

    “คิดในแง่บวก ฉันช่วยคุณหญิงนะ ถ้าฉันไม่ทำแบบนี้ วศินจะแสดงธาตุแท้ออกมาหรือไง คุณน่าจะดีใจนะที่ผู้หญิงที่คุณรัก ไม่ต้องอยู่กับผู้ชายเห็นแก่ตัวอย่างวศิน...แต่ก็ตามใจคุณนะ จะไปบอกก็ได้ คุณหญิงจะได้เห็นใจกลับไปหานายวศิน ยังไงคุณก็ฟาล์วอยู่ดี” รุ้งรายทิ้งบอมบ์ไว้แล้วเชิดกลับไป ปล่อยให้ปฐวียืนอึ้งจริงอย่างที่เธอพูด....

    นทีเพิ่งรายงานเจ้าสัวกับราพณ์ว่า คนร้ายถูกส่งมาฝากขังที่กรุงเทพฯแล้ว รอการสอบสวน ราพณ์ดีใจจะบีบให้ซัดทอดไปยังคนบงการ...แต่ไม่ทันไร ประสิทธิ์ก็ส่งคนไปปิดปากมันตายในคุกอย่างง่ายดาย

    ประสิทธิ์มาที่บริษัทโบรกเกอร์ของไพศาล ได้เจอลินดาที่เพิ่งจะเข้ามาเล่นหุ้น จึงตีสนิทหวังใช้เธอเป็นเครื่องมือเล่นงานเจ้าสัวเรียว

    เช้าวันใหม่ รสิกาถือถุงของฝากมาที่ออฟฟิศมีการจัดปาร์ตี้เซอร์ไพรส์ในห้องประชุม ฉลองให้กับการแต่งงานของเธอ กอบกู้ถามไถ่เรื่องฮันนีมูนเพราะสัมผัสได้ถึงความสุขของเธอ รสิกายิ้มไม่ปฏิเสธ สิริโสภามองด้วยความแค้น พอเห็นกอบกู้เดินไปก็ปรี่เข้าทักทาย

    รสิกาแปลกใจที่เห็นสิริโสภาที่นี่ เธอทำทียิ้มอย่างเป็นมิตรดีใจที่ได้ทำงานที่เดียวกัน รสิกาไม่ติดใจสงสัย...

    หลังเลิกงานปาร์ตี้ ทุกคนช่วยกันเก็บกวาด สิริโสภากุลีกุจอช่วยงาน แล้วแกล้งเป็นลม รสิกาตกใจเข้ามาดูแลปฐม พยาบาลอย่างเป็นห่วง สักพักเธอก็ทำทีรู้สึกตัวบ่นว่า

    “หลังจากอุบัติเหตุตอนนั้น สิก็มีอาการวูบบ่อยๆ” สิริโสภาแกล้งพูดให้รสิการู้สึกผิด แถมยังพูดเป็นนัยๆ ว่า ตั้งแต่มีสามีเขาก็ให้ออกจากงานมาสองสามปีแล้ว หลังจากอุบัติเหตุ พอเขารู้ว่าท้องโดยไม่บอกเขา ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป สิริโสภาเฉลยว่าตนเป็นเมียเก็บ “เขาเป็นคนมีชื่อเสียง สิกลัวสักวันเขาจะทิ้ง สิอยากมีลูกเพื่อเป็นตัวแทนเขา แต่เขาคิดว่าสิจะจับเขา พอเกิดเรื่อง เขาไม่ถามสิสักคำว่าเป็นยังไงเจ็บตรงไหน แต่เขากลับมีคนอื่น...” สิริโสภาร้องไห้

    “อย่างนี้มันไม่ถูกต้องนะคะ เขาควรจะรับผิดชอบคนที่รักเขา”

    “เขาเจอผู้หญิงใหม่ที่ฐานะดีกว่า เท่าเทียมเขา สิเลยไม่มีค่า เขาเอาเงินฟาดหัวสิ ไล่สิให้ออกไปจากชีวิตเขา”

    รสิกาโกรธปลอบสิริโสภาไม่ต้องไปสนใจคนที่มองคนแต่เปลือกนอก ไม่นานจะต้องมีคนดีๆ เข้ามา เธอบีบน้ำตา โทษทั้งหมดเป็นเพราะผู้หญิงคนนั้น ที่แย่งสามี ทำลายครอบครัวเธอ

    “กรรมจะตามสนองคนที่คิดร้ายกับเราค่ะ สักวันเขาทั้งสองคนจะต้องเสียใจที่ทำร้ายคนดีๆ อย่างคุณสิ” รสิกาหลงปลอบใจโดยไม่รู้เลยว่าคือตัวเอง สิริโสภาแอบมองอย่างเคียดแค้น...

    ขณะเดียวกัน สุรีย์ส่องมาดักรอราพณ์หน้าโรงแรมของธีรพัฒน์ ทำทีโดนคนร้ายกระชากกระเป๋า พอราพณ์เข้ามาช่วยจะตาม เธอก็รั้งโผกอดไม่ให้ไป อ้างไม่เสียดายของแต่กลัวมากกว่า ราพณ์ประคองเธอเข้ามานั่งดื่มน้ำในโรงแรม มีคนแอบถ่ายภาพความใกล้ชิดของเธอกับเขาไว้

    ooooooo

    ผู้จัดการได้รับมอบหมายจากรุ้งรายให้สอนงานราม จึงพามาแนะนำตัวกับเพื่อนร่วมแผนก รามกลับโอ้อวดว่าตนเป็นลูกชายเจ้าสัว หวังว่าทุกคนคงรู้ว่าควรปฏิบัติต่อตนอย่างไร ทุกคนยืนอึ้ง ไม่ทันไร ราพณ์เข้ามาเสียงเข้ม

    “คุณรามจะอยู่ในแผนกนี้ฐานะพนักงานคนหนึ่ง ให้ทุกคนวางตัวเป็นเพื่อนร่วมงาน มีอะไรก็แนะนำกันได้ใช่ไหมราม”

    รามสะบัดหน้าไม่ตอบ โกรธที่โดนพี่ชายหัก หน้า...เขาทนนั่งอ่านเรียนรู้งานได้สักพักก็เบื่อ เดินมาหาราพณ์ที่ห้องทำงาน ได้ยินรุ้งรายกำลังคุยกับราพณ์เรื่องของตน รุ้งรายไม่ไว้ใจเชื่อว่าลินดาต้องเสี้ยมให้รามมาป่วน รามหวนคิดถึงอดีต ตอนแม่พาตนไปเยี่ยมอุษาแม่ใหญ่ซึ่งป่วยเป็นโรคหัวใจ ลินดาพูดจาเยาะเย้ยถากถางอุษาจนเธอเครียดล้มลง ลินดาประกาศว่าไม่มีอุษาเมื่อไหร่เธอจะเข้ามาแทนที่ อุษาเจ็บทุรนทุรายคว้าขารามร้องลั่นเธอไม่ยอม ก่อนจะช็อกตาค้างไปต่อหน้าต่อตา ภาพนั้นยังติดตารามไม่ลืมเลือน

    หลังจากนั้น รามเข้ามาอยู่ในคฤหาสน์ แต่ไม่ได้รับความรักจากพี่น้องเพราะโกรธที่แม่ของตนฆ่าแม่ใหญ่ ยกเว้นราพณ์เพียงคนเดียว ที่คอยดูแลเอาใจใส่...รามรู้สึกเจ็บปวดเสียใจ

    เย็นวันนั้น รสิกายังนั่งทำงานอยู่ที่ออฟฟิศ หมวยโผล่มาหาชวนไปเลี้ยงข้าว รสิกาดีใจพากันออกไป ผ่านโต๊ะสิริโสภา จึงเอ่ยลา หมวยชมว่าพนักงานใหม่คนนี้สวยดี รสิกาจึงบอกว่าเธอคือคนที่ตนขับรถชนจนแท้งลูก สามีเลยทิ้ง หมวยปรี๊ด ทำไมโลกนี้มีแต่ผู้ชายเลวๆ เหมือนวศิน ขาดคำวศินก็โผล่มา วศินไม่สนใจหมวย รีบบอกรสิกา

    “ที่เราต้องเลิกกันมันเป็นแผนของราพณ์กับรุ้งราย” วศินเล่าให้เธอเห็นใจ “เราถูกพวกเขาหลอกนะอ้าย นายราพณ์ตั้งใจจะทำลายเรา ผมผิดไปแล้ว เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหมครับ”

    หมวยแย้งหมดทางไปก็จะกลับมาซบเพื่อนตน วศินโวยไม่ใช่เรื่องเธอ พยายามยื้อแขนรสิกาไว้บอกว่าเขายังรักเธอ รสิกากระทืบเท้าเขาแล้วตบหน้าอีกฉาด วศินผงะ รสิกาเสียงเฉียบ

    “ฉันคิดเหมือนที่หมวยพูดทุกอย่าง ต่อไปนี้เลิกยุ่งกับฉันสักที แล้วคุณจำไว้ว่าฉันจะไม่มีวันกลับไปหาคุณอีก ตอนนี้แค่ให้เป็นคนรู้จักก็ถือว่าฉันให้เกียรติคุณมากแล้ว พอสักที”

    “เพื่อนฉันสมองมีรอยหยักหนาแน่น ไม่ได้กลวงไว้ให้ใครมาใส่ขี้เลื่อยได้ง่ายๆ จำไว้”

    รสิกาดึงหมวยออกไป...สิริโสภาแอบมองอยู่มุม หนึ่ง...หมวยเปรยกับรสิกาไม่คิดว่าราพณ์จะรักเพื่อนมากขนาดลงทุนทำทุกอย่าง แต่รสิกากลับคิดว่าเขาทำเพื่อ เอาชนะ หมวยแจงให้คิดใหม่ว่าราพณ์ให้ทั้งเงินและชีวิต เพราะเขาช่วยเธอแบบไม่กลัวตาย ระหว่างนั้น มีข้อความภาพส่งเข้ามาที่มือถือ รสิกาเปิดดูเป็นภาพราพณ์กับสุรีย์ส่องใกล้ชิดกัน รสิกาโกรธผลุนผลันกลับไป

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 06:59 น.