ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สามี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    สิริโสภาถือเช็คเดินมาหารสิกาซึ่งยืนนิ่งเสียความมั่นใจที่มีต่อราพณ์ไปแล้ว สิริโสภายิ้มเยาะว่า สามีของเราตีค่าผู้หญิงที่เคยอุ้มท้องทายาทด้วยเงินสิบล้าน แม้จะคนละราคาแต่ศักดิ์ศรีก็ถูกตีค่าเป็นเงินไม่ได้ต่างกัน ราพณ์คือผู้ชายคนเดียวที่ตนรักและยอมแลกทุกอย่างเพื่อเขาได้

    สิริโสภาฉีกเช็คต่อหน้ารสิกา และฝากไปคืนราพณ์ รสิกายืนอึ้งน้ำตาร่วง เจ็บปวดผิดหวัง กลับมาออฟฟิศเจอระรินรอด้วยความเป็นห่วง เธอบอกว่าสกรรจ์โทร.ถามความคืบหน้าของงาน รสิกาเกิดความคิดบางอย่าง จึงบอกว่าตนจะติดต่อหาเขาเอง...รสิกาครุ่นคิดถึงคำพูดของสิริโสภา

    “วันที่เขาบอกรักฉัน เขาบอกว่าเขามีเงินมากพอที่จะดูแลฉันไปชั่วชีวิต แต่วันที่เขาเปลี่ยนใจไปรักคุณ เขาก็เลือกที่จะใช้เงินไล่ฉันออกไปจากชีวิตของเขา...เห็นแล้วใช่ไหมคะ ถึงราคาต่างกัน แต่ศักดิ์ศรีของเราถูกตีค่าเป็นเงินไม่ได้ต่างกัน”

    รสิกาน้ำตาร่วง ใบหน้าสุรีย์ส่องเยาะเย้ยแว่บเข้ามา “เธอคิดว่าราพณ์มันรักมันหลงเธอแล้วจะคุ้มหัวเธอไปได้อีกนานเหรอ ฉันจะรอวันที่แกพลิกคว่ำไม่เป็นท่าเพราะไอ้ราพณ์”

    รสิกามองเช็คที่ถูกสิริโสภาฉีกขาดในมือ เจ็บปวดเสียใจอย่างยิ่ง กำเช็คจะปาทิ้ง แต่แล้วนึกถึงคำตักเตือนของรัตนาวลี...อย่าปล่อยให้ความเสียใจทำร้ายตัวเอง อ้ายต้องเป็นหลักให้กับสามีและครอบครัว เป็นคู่ทุกข์คู่ยาก คู่ชีวิตที่แท้จริงจะต้องร่วมทั้งสุขและทุกข์ ทุกข์คือสิ่งที่ผ่านไปด้วยความยากลำบาก วันนี้ราพณ์กำลังเจอทุกข์ อ้ายกลัวความยากลำบากหรือเปล่าลูก...รสิกาได้คิด จะต้องผ่านช่วงนี้ไปให้ได้

    แทนที่ราพณ์จะดีใจที่เคลียร์เรื่องสิริโสภาได้ แต่กลับรู้สึกผิดที่ทำลายอนาคตเธอ ถ้าตอนนั้นไม่เห็นแก่ความสุขดึงเธอมาอยู่ด้วยเธอคงเป็นนักบัญชีในบริษัทใหญ่ๆไปแล้ว ส่วนรสิกาตนรู้สึกผิดที่ดึงเธอลงมาให้เสียชื่อเสียง ถ้าเธอรู้ความจริงคงเสียใจ มานพกับแก้วขอให้เขารักษาสิ่งที่มีค่าไว้ให้ดีที่สุด กลับไปเคลียร์กับรสิกา เธออาจจะรออยู่ หวังว่าจะไม่สายเกินไป...

    ราพณ์โทร.หารสิกาจะไปรับเธอที่ทำงาน แต่รสิกากลับปฏิเสธบอกเขาว่ากำลังกลับ เขารู้สึกน้ำเสียงเธอแข็งๆรีบถามว่าเธอเป็นอะไร เธอกลับขอวางสาย...กลับถึงบ้าน ราพณ์ปรี่เข้าหารสิกาเพราะรู้สึกว่าต้องมีปัญหาอะไรแน่ เธอพยายามเก็บอารมณ์ขอตัวไปหาพระลบ แต่พอเข้ามาในห้องเห็นพระลบนอนหนุนตักสิริโสภาอยู่ รสิการู้สึกไม่พอใจชวนพระลบไปอาบน้ำ

    “เดี๋ยวสิอาบให้นะคะ ถ้าลูกของสิยังอยู่ ก็คงจะเป็นน้องพระลบได้ หน้าตาคงน่ารักไม่แพ้กัน” สิริโสภายิ้มเนียนๆมือลูบหัวพระลบ

    “ฉันจะดูแลเอง!” รสิกาดึงตัวพระลบมาพาเดินออกไปอย่างโกรธๆ

    ราพณ์เห็นสายตาเยาะเย้ยของสิริโสภา จะต่อว่าพอดีรุ้งรายเข้ามาท่าทางมีเรื่องด่วน เขาจึงพากันไปคุยที่อื่น รุ้งรายบอกเรื่องจับตัววศินได้ กันต์กับปฐวีกำลังสอบสวน ไม่ทันที่ราพณ์จะตามไป คุณหมอโทร.เข้ามาเรียกไปพบ และให้พารามมาด้วยด่วน ราพณ์สังหรณ์ใจไม่ดีเลย...

    ระหว่างนั้น รสิกากำลังอาเจียนอย่างหนักเพราะได้กลิ่น น้ำหอม แหววนั่งมองแปลกใจ รัตนาวลีได้ยินเสียงเข้ามาดู เห็นพระลบนอนหลับอยู่บนเตียง จึงถามแหววว่ารสิกาเป็นอะไร

    “เหม็นกลิ่นน้ำหอมค่ะ แหววดมก็ไม่เหม็นนะคะ ขวดที่คุณหญิงใช้ประจำน่ะค่ะ”

    รัตนาวลีรู้ทันทีว่าลูกสาวท้อง รสิกาเดินโผเผออกมาจากห้องน้ำ ขอร้องแม่และแหววอย่าบอกเรื่องนี้กับใครแม้แต่ราพณ์ และต่อไปนี้ให้แหววดูแลพระลบอย่าให้อยู่กับสิริโสภาลำพังอีก รัตนาวลีสงสัย จึงให้แหววพาพระลบไปอาบน้ำ ก่อนจะหันมาซักไซ้ลูกสาว

    รสิกาเล่าความจริงให้รัตนาวลีฟังและว่าตนไม่กลัวที่จะผ่านความยากลำบากไปกับราพณ์ ตนพร้อมจะสู้กับทุกปัญหาเพื่อประคับประคองครอบครัว แต่เขากลับไม่ไว้ใจ ไม่อยากให้ตนเป็นภรรยาที่ยืนเคียงข้างเขาด้วยความภูมิใจ เห็นตนเป็นเพียงเครื่องประดับ ไม่มีความหมาย

    “อย่าฟุ้งซ่าน ตอนอ้ายไม่รักเขา อ้ายก็ว่าเขาดูถูก พออ้ายรักเขาอ้ายก็ว่าเขาไม่ไว้ใจ เพราะเราไม่ไว้ใจเราถึงได้คิดว่าเขามองเราในแง่ลบ ทั้งที่อ้ายยังไม่ได้คุยกับคุณราพณ์สักคำ ยังไม่ได้ถาม จริงๆแล้วมันคืออะไร สิ่งที่ทำร้ายใจอ้าย ทำลายครอบครัวคือสิ่งที่อ้ายคิดไปเองคนเดียว”

    “อ้ายไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงดี”

    “สิ่งที่ทำให้ความรักล้มเหลว คือการปล่อยให้ความระแวงและทิฐิกัดกินความเชื่อใจและความรักให้ตายลงอย่างช้าๆ โดยที่ไม่ยอมพูดความรู้สึกจริงๆต่อกัน”

    รสิกาจะแย้ง รัตนาวลีขัด ตนเคยทำให้เกิดความทุกข์เรื่องเจ้าสัว เพียงเพราะไม่กล้าพูดความจริงจนเกือบ สายไป...ถ้าลูกรักครอบครัวก็ทิ้งกำแพงที่สร้างขึ้น เกียรติยศ ศักดิ์ศรีถ้ามีไว้กับตัวต้องสร้างความสุขความภูมิใจ แต่ถ้ามีแล้วทุกข์ มันคือทิฐิ กว่าจะรักกันมันยาก การจะรักให้ยาวนานยิ่งยากกว่า จะรักษาหรือทำลาย ลูกต้องเลือกเอง รสิกายืนอึ้งตัดสินใจจะทำทุกอย่างให้ดี

    ooooooo

    ราพณ์กับรุ้งรายมาที่เซฟเฮาส์ก่อน ช่วยกันต์กับปฐวีเค้นคอวศินให้สารภาพ ราพณ์ขู่หลักฐานที่ตนมีจะทำให้เขา ประสิทธิ์และชาญชัยรับโทษถึงประหารชีวิต วศินเริ่มกลัวลาน

    ราพณ์โทรศัพท์รายงานรสิกาให้หายห่วง รสิกาเดินลงบันไดขณะคุยกับราพณ์ พลันรู้สึกมีคนอยู่ข้างหลัง พอหันไปเจอสิริโสภายืนประชิด ก็ตกใจเกือบพลัดตกบันได คว้าราวไว้ทัน

    “ระวังหน่อยสิคะ บันไดสูงแบบนี้ ตกลงไปคนท้อง... ก็แท้งได้เลยนะคะ” สิริโสภาเยาะแล้วเดินผ่านไป รสิการู้สึกเจ็บท้องนิดๆจนเกิดความกังวล

    รสิการีบมาให้หมอตรวจเช็ก หมอบอกว่าเด็กไม่เป็นอะไร เป็นอาการมดลูกบีบรัดตัวเกิดจากการเครียด คุณแม่ต้องดูแลสุขภาพกายและใจ เพราะมีผลกับเด็ก... รสิกามารอรับยา เผอิญเจอมานพ เขาพาแก้วมาคลอดลูก เธอยินดีด้วยขอไปเยี่ยมเยียน พอได้พบแก้วซึ่งกำลังอุ้มลูกน้อย รสิการู้สึกตื่นเต้นกล้าๆกลัวๆที่จะอุ้มเด็ก แก้วมองท่าทีออกจึงบอกมานพให้ช่วยไปซื้อน้ำผลไม้มาให้ พอมานพไปแล้ว แก้วหันมาถามรสิกา

    “คุณหญิงจะบอกเรื่องลูกกับคุณราพณ์เมื่อไหร่คะ”

    รสิกาตกใจที่แก้วรู้ “ฉันไม่อยากให้เขาเป็นกังวล... เขามีเรื่องต้องคิดมากแล้ว”

    “ไม่ใช่เพราะคุณหญิงไม่มั่นใจเหรอคะ”

    “ฉันกำลังพยายามจะเข้มแข็งเพื่อลูก...”

    แก้วสวน เพื่อตัวเธอกับราพณ์ด้วย ลูกไม่ได้ทำให้เราผูกพันกับสามี ความรักต่างหากที่ทำให้เราพยายามเข้มแข็ง แก้วขอให้รสิกายอมรับหัวใจตัวเองว่าที่สู้อยู่ไม่ใช่เพราะคนอื่น แต่เป็นเพราะใจที่เธอรักราพณ์...รสิกามีกำลังใจขึ้น ถามแก้วว่า วันที่คลอดลูกคงเป็นวันที่เธอมีความสุขที่สุด แก้วกลับตอบว่า ไม่ใช่ วันที่ตนบอกมานพว่าท้อง ตนเห็นเขาดีใจมาก คือวันที่มีความสุขที่สุด แล้วขอให้รสิกาลองบอกราพณ์ จะรู้ว่าความสุขที่สุดของผู้หญิงคืออะไร...รสิกาคิดตาม

    ooooooo

    เมื่อวศินยอมสารภาพ ปฐวีบอกราพณ์กับกันต์ว่า ตนเป็นห่วงพ่อ มิสเตอร์หยางตามเล่นงานตลอด ตนอยากให้พ่ออยู่ในการควบคุมของตำรวจเร็วที่สุด กันต์จะกลับไปขอหมายจับ และจะส่งลูกน้องมาดูแลทางนี้ ราพณ์ขอตัวไปตามหาราม

    รุ้งรายแปลกใจที่ราพณ์รู้ว่าจะตามหารามที่ไหน ทั้งสองพบรามนอนป่วยอยู่บนตึกแถวเก่าที่เจ้าสัวเคยอยู่ ราพณ์และรุ้งรายช่วยกันพารามส่งโรงพยาบาล รามเพ้อขอโทษแทนแม่ขอร้องอย่าเอาเรื่องแม่ของตน ราพณ์กับรุ้งรายมองหน้ากันอย่างมั่นใจแล้วว่า ลินดาเป็นคนทำร้ายเจ้าสัว

    คืนนั้น รสิกากลับถึงบ้าน รู้จากแหววว่าราพณ์ออกไปข้างนอกกับรุ้งราย จึงเอานมอุ่นๆ ไปให้พระลบ กลับพบว่าสิริโสภากำลังป้อนนมพระลบ รสิกาตกใจ สิริโสภาแกล้งเยาะ

    “ลูกของราพณ์ก็เหมือนลูกของฉัน...หม่าม้าสิไปก่อนนะครับพระลบคนเก่ง”

    รสิการู้ทันทีว่าสิริโสภาไม่ยอมหยุดแน่ จึงเดินตามเธอออกมานอกห้อง สั่งเสียงเฉียบไม่ให้ยุ่งกับพระลบ แต่สิริโสภากลับย้อนว่า ถ้าเธอไม่แย่งราพณ์ไป คนที่เป็นแม่พระลบคือตน

    “ฉันไม่เคยแย่งคุณราพณ์จากคุณ อย่าให้ร้ายฉันทั้งที่คุณก็รู้ว่าคุณราพณ์ต่างหากที่...”

    “อยากได้คุณน่ะเหรอ...ไม่ว่าราพณ์จะคิดยังไง คุณก็คือคนที่แย่งสามีฉันไปอยู่ดี ถ้าละอายก็รีบไปซะ ไปจากชีวิตราพณ์” สิริโสภาเข่นเขี้ยว

    “คุณก็รู้ว่ามันไม่ง่ายอย่างนั้น คุณสิ...ฉันไม่ได้ตัวคนเดียวอีกแล้ว” รสิกายอมรับว่าท้อง

    “คิดเหรอว่าเลือดก้อนเดียวของคุณจะทำให้ฉันเปลี่ยนใจ ฉันแท้งได้ คุณก็แท้งได้!”

    รสิกาตะลึงกับความคิดนั้นถามว่าตนต้องทำอย่างไรเธอถึงจะยอมหยุด สิริโสภาโพล่งขึ้นให้ไปจากราพณ์แล้วตนจะหยุด ยิ่งเห็นเธอมีความสุขตนยิ่งทุกข์ ยิ่งเกลียดจนอยากให้เธอตาย ตนเสียสามีและลูก จะไม่หยุดจนกว่าจะเจ็บเท่ากัน...รสิกาอึ้งกับความเคียดแค้นของสิริโสภา

    หลังจากราพณ์กับรุ้งรายพารามส่งโรงพยาบาล หมอถึงได้บอกผลตรวจเลือดของราม ปรากฏว่ามีเชื้อเอชไอวี ทั้งสองช็อกพูดไม่ออก...แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นแล้ว ราพณ์จะต้องดูแลรามให้ดีที่สุด กลับถึงบ้านเรียกทุกคนมารวมกัน รสิกากำลังครุ่นคิดเรื่องสิริโสภา แหววมาตามไปที่ห้องรับแขก ราพณ์กับรุ้งรายประคองรามเข้ามา อาม่าแปลกใจว่ารามเป็นอะไร

    “ผมขอเฮียเรียกทุกคนมาเองครับ ผมมีเรื่องที่ทุกคนต้องรับรู้” รามกล่าวอย่างยากลำบาก

    “ราม...เดี๋ยวเฮียจัดการให้แกเอง แกขึ้นไปพักเถอะ” ราพณ์สงสารน้อง เห็นสีหน้าสิริโสภางงๆ รามกระซิบราพณ์ขอเป็นคนบอกเธอเอง ราพณ์จึงให้สิริโสภาพารามไปพักผ่อนที่ห้อง

    รามเห็นสายตารสิกาที่มองอย่างห่วงใย จึงเอ่ยก่อนเดินไป “ไม่ต้องห่วงนะคุณหญิง ผมเลือกแล้ว...สิช่วยพาผมขึ้นไปพักที ผมปวดหัว”

    ระรินกับรังรองคาดคั้นราพณ์ทันทีว่ารามเป็นอะไร พอรู้ว่ารามเป็นเอดส์ ทุกคนถึงกับช็อก รังรองตั้งสติได้บอกน้องๆ “ที่น่าห่วงที่สุดคือจิตใจของราม ที่ผ่านมารามต้องเจอเรื่องทำร้ายจิตใจมามากแล้ว อย่าทำให้รามรู้สึกแปลกแยกจากพวกเรา”

    รัตนาวลีบอกแม่นมว่า รามจะยังร่วมโต๊ะอาหารเหมือนเดิมทุกอย่าง ราพณ์จะให้อาหมอมาช่วยให้ความรู้กับทุกคน ระรินนึกได้ ถ้ารามเป็นเอดส์แล้วสิริโสภาล่ะ รุ้งรายว่ามีความเสี่ยงสูงต้องพาไปตรวจเพื่อให้มั่นใจ อาม่าถามราพณ์ว่าลินดารู้เรื่องนี้แล้วหรือยัง ราพณ์สีหน้าหนักใจ

    ระหว่างนั้นลินดาโทร.หารามถามหายไปไหนหลายวันตนเป็นห่วง รามสีหน้าหม่นหมองกรอกเสียงไปตามสายว่า ตนไปเที่ยวมาไม่ต้องเป็นห่วง ตอนนี้ตนรู้สึกไม่ค่อยสบาย ขอพักผ่อน ลินดาไม่ลืมย้ำ...อย่าทรยศตน สิริโสภาเอาผ้ามาเช็ดตัว เลียบเคียงถามรามทะเลาะอะไรกับลินดา

    “ผมหงุดหงิดหลายๆเรื่อง สิ...คุณอยู่กับผม มีความสุขไหม” รามเกริ่น

    สิริโสภาชะงักก่อนจะยิ้มเนียนๆตอบว่ามี อยู่กับคนที่รักเราทำไมจะไม่มีความสุข  รามกุมมือเธอถามอีกว่า “แล้วคุณรักผมบ้างไหม...”

    คราวนี้สิริโสภาเลี่ยงไม่ตอบ ย้อนถามเขาเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมดูเศร้าๆ  รามน้ำตาคลอพูดไม่ออก เธอจึงกอดปลอบเพื่อเป็นการเปลี่ยนเรื่อง

    ooooooo

    คืนนั้น ราพณ์รอถามรสิกาวันนี้เธอเป็นอะไร รสิกาอ้างเครียดเรื่องงาน ราพณ์จึงขอให้เธอทำงานน้อยลง เขาจะดูแลเธอเอง อยากให้เธอดูแลบ้านและพระลบ ไม่อยากให้เหนื่อยมาก

    “ฉันไม่เหนื่อยเลยค่ะ ขอแค่ทุกคนในบ้านมีรอยยิ้ม ฉันยินดี”

    “รวมถึงคุณหญิงด้วยนะครับ อีกไม่นานคุณจะพ้นข้อกล่าวหา คนร้ายตัวจริงจะต้องได้รับโทษ อดทนอีกนิดนะครับ”

    รสิกาล้มตัวลงนอน ราพณ์โอบกอดจากด้านหลัง รสิกาแอบน้ำตาไหลรินอย่างเงียบๆ...

    เช้าวันใหม่ สิริโสภาตื่นขึ้นมาพบรามยืนอยู่ที่หน้าต่าง เธอลุกตามมาแตะหน้าผากเขาเห็นว่ายังมีไข้อยู่จึงให้เขานอนพักต่อ แต่รามอยากจะบอกเรื่องโรคร้ายกับเธอ เขาไม่สามารถเริ่มต้นคำพูดได้ พอดีกิมท้อมาตามลงไปทานข้าว รามจึงเปลี่ยนท่าทีชวนเธอลงไปพระลบปรี่เข้ากอดรามจูงไปนั่งด้วยกัน รามรู้สึกอบอุ่นกับครอบครัวที่ไม่เคยใกล้ชิดมาก่อน แต่ก็เกรงหลานจะติดโรค ราพณ์ส่ายหน้าอย่าคิดแบบนั้น สิริโสภายิ่งสงสัยมีเรื่องอะไรกัน

    หลังอาหารเช้า ทุกคนมารวมกันในห้องทำงาน ยกเว้นสิริโสภา ราพณ์เปิดประเด็นอยากคุยเรื่องลินดา เพราะมันเป็นเรื่องที่ต้องตัดสินใจร่วมกัน รามสลดเหมือนเป็นคนทำผิดเสียเองคุกเข่าลงตรงหน้าอาม่า ขอโทษแทนแม่ของตน

    “นะเฮีย เจ้ ริน ขอโทษที่ทำให้ทุกคนต้องเสียใจทั้งเรื่องแม่ใหญ่และเรื่องป๊า...ผมขอโทษ”

    ราพณ์ดึงรามลุกขึ้น “เฮียเข้าใจความรู้สึกของแกนะราม แต่ตอนนี้เรื่องถึงตำรวจแล้ว...”

    “เฮีย! ผมไม่อยากให้ม้าติดคุก ถ้าผมตาย ใครจะดูแลม้า เฮีย...ช่วยม้าผมได้ไหม”

    ราพณ์จับมือรามรับปากจะพยายามทำทุกอย่างให้ดีที่สุด รังรองจับมือรามอีกคน สัญญาว่าตนกับน้องทุกคนจะช่วยดูแลลินดา ให้เหมือนเป็นแม่คนหนึ่ง รามมองพี่สาวอย่างซาบซึ้ง

    “เจ้ขอโทษนะราม ตลอดเวลาที่ผ่านมา เจ้ทำไม่ดีกับแกมาตลอด”

    รุ้งรายขอโทษเช่นกัน ระรินยกมือไหว้ขอโทษรามที่ตนพูดจาไม่ดีกับเขาไว้มาก ขอให้เขายกโทษให้ รามพยักหน้ามองความอาทรของพี่น้องทุกคน น้ำตาไหลอาบแก้ม ระรินโผกอด

    “เฮีย...ต่อไปนี้รินจะเป็นน้องที่ดีของเฮีย รินสัญญา”

    รามยอมเปิดใจกอดพี่น้องทุกคนด้วยความอบอุ่น ไม่มีกำแพงใดๆมาขวางกั้นอีก อาม่ารู้สึกสุขใจอย่างมาก รุ้งรายย้ำให้รามมาเป็นผู้ช่วย ตนจะสอนงานให้ทั้งหมด...

    รสิกามองราพณ์ที่ยิ้มปลื้ม เธอนึกถึงคำพูดของแก้วที่ให้บอกราพณ์เรื่องลูก แล้วจะรู้ว่าความสุขที่สุดคืออะไร

    รสิกาขยับเข้าจับมือราพณ์ “ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณค่ะ...”

    สองคนเดินเลี่ยงออกมา กำลังจะก้าวขึ้นบันได รสิกาเกิดอาการหน้ามืดเซจะล้ม ราพณ์รีบอุ้มพาขึ้นห้องอย่างห่วงใย สิริโสภาออกจากห้องนอนเห็นภาพบาดตา ยิ่งเกิดความริษยา

    ราพณ์วางรสิกาลงบนเตียง เธอให้เขาหยิบยาดมให้ ราพณ์รู้สึกผิดที่ไม่รู้ว่าเธอป่วย รสิกาอยากจะบอกเรื่องท้องแต่ยังลังเล เพราะเห็นเขาเหนื่อยเรื่องคดีและเรื่องราม...รามพณ์ออกไปเอาน้ำข้างล่าง รสิกาเอนตัวลงหลับตา สักพักมีมือมาบีบมือตนแน่น จึงลืมตาขึ้นมอง เห็นสิริโสภายิ้มเยือกเย็นก็สะบัดมือออกลุกนั่ง ในมือสิริโสภามีมีดปอกผลไม้ จึงถามคิดจะทำอะไร

    “ทำทุกอย่างที่พวกแกจะไม่มีความสุข อย่าหวังว่ามันจะลืมตาดูโลก ฉันไม่ยอมแน่” สิริโสภาเสียงกร้าวมองที่ท้องรสิกาด้วยสายตาน่ากลัว

    “ฉันจะแจ้งความ!” รสิกาขู่ แต่สิริโสภากลับท้า ถ้าอยากให้รามตีกับราพณ์อีกก็ลองดู รสิกานึกถึงคำขอของรามจึงย้อนถาม ชัยชนะแบบนี้หรือที่เธออยากได้ ยอมทิ้งชีวิตตัวเองเพื่อความโกรธแค้น สิริโสภาเข่นเขี้ยว มากกว่านี้ก็ยอม รสิกาส่ายหน้าย้ำเธอไม่มีวันชนะ

    สิริโสภาไม่ยอมแพ้ เชิดหน้ากลับออกไป รสิกาเครียดจนเกิดอาการปวดท้อง นึกถึงคำเตือนของหมอ ความเครียดมีผลต่อเด็ก จึงตัดสินใจต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อปกป้องลูก...สิริโสภากลับเข้าห้อง พบรามรออยู่ก็ตกใจรีบซ่อนมีดในมือ รามบอกเธอว่าจะพาออกไปข้างนอก เขาจะไปรอข้างล่าง สิริโสภาแปลกใจแต่ก็โล่งอกที่รามไม่เห็นมีด

    ราพณ์ถือเหยือกน้ำมาให้รสิกา เห็นเธอหน้าเครียดก็ยิ่งห่วง นึกได้ว่าเธอมีเรื่องจะบอก รสิกาตัดสินใจเอาเช็คที่ฉีกขาดมายื่นให้ ราพณ์ถึงกับอึ้ง หน้าซีด เธอบอกว่าสิริโสภาฝากคืน

    “คุณหญิง ฟังผมอธิบายก่อนนะครับ เรื่องของผมกับสิ...”

    “เขาบอกฉันแล้วล่ะค่ะ ทุกเรื่องที่เขาอยากให้ฉันรู้ ฉันเสียใจนะคะที่คุณไม่ยอมบอกฉัน”

    “ผมกลัวคุณจะเสียใจ โกรธผม ไปจากผม”

    “คุณคิดว่าเรื่องของสิริโสภาจะทำให้ฉันต้องหมดรักผู้ชายที่ยอมทำทุกอย่างแม้แต่ปกป้องฉันด้วยชีวิต ถ้าฉันเป็นผู้หญิงที่แยกแยะอดีตกับปัจจุบันไม่ได้แบบนั้น คุณยังจะรักฉันหรือคะ”

    ราพณ์รู้สึกผิด ขอโทษรับรองจะจัดการเรื่องนี้ให้ได้...รสิกาย้ำ ที่ตนบอกเรื่องนี้เพราะไม่ต้องการให้เขากังวลว่ามีความลับกับตนอีก ยังมีอีกหลายเรื่องที่หัวหน้าครอบครัวอย่างเขาต้องจัดการ ทั้งจับฆาตกร ดูแลรามและคนในครอบครัว ขอให้เขารู้ไว้ว่าที่ตนทำทุกอย่างด้วยความเข้าใจ

    ooooooo

    รามพาสิริโสภามาที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง เธอมองอย่างสงสัย รามรำพันชีวิตที่โดดเดี่ยวตั้งแต่เล็กของตัวเอง กระทั่งได้พบเธอ ทำให้รู้สึกอยากอยู่ด้วยตลอดไป จนถึงวันที่ตนรู้ว่าการที่ตนได้เจอเธอไม่ใช่เรื่องบังเอิญ รามเปิดเผยว่ารู้เรื่องเธอกับราพณ์เมื่อวันก่อน

    สิริโสภาตะลึง กล่าวขอโทษและพยายามบอกเขาว่า ตนเป็นแค่ผู้หญิงที่ถูกแย่งคนรัก เขาจะโกรธเกลียด ไม่ให้อภัย ตนก็เข้าใจ และขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีๆที่มีให้...รามโพล่งขึ้น

    “ผมไม่โกรธคุณ...เพราะสิ่งที่ผมทำกับคุณมันแย่กว่านั้นมาก...”

    “คุณหมายความว่ายังไง...”

    รามชวนสิริโสภาไปโรงพยาบาล เธอยิ่งแปลกใจ เขาจึงสารภาพว่าเขาเป็นเอดส์ สิริโสภาช็อกเหมือนถูกฟ้าฟาด ถอยห่าง ชี้หน้ากราดเกรี้ยว “คุณมันก็เลวเหมือนพี่ชายคุณ ทำลายชีวิตฉัน ฆ่าฉันทั้งเป็น ฉันเกลียดคุณ! ฉันจะไม่มีวันให้อภัยพวกคุณทุกคน ไปให้พ้น!”

    รามรู้ว่าสิริโสภากำลังเสียใจ ไม่มีทางฟังอะไร จึงเดินเศร้าๆออกมาให้เธออยู่ตามลำพัง สิริโสภานึกถึงคำพูดของรสิกาที่ว่า...คุณไม่มีวันชนะ...สิริโสภาแค้นใจจะไม่มีวันยอมแพ้...

    ในวันเดียวกัน ราพณ์เชิญลินดามาพบ เธอก้าวเข้ามาในห้องทำงานท่าทางฉงนเพราะมีรังรองและรุ้งรายอยู่ด้วยเท่านั้น ลินดาตั้งป้อมอย่ามาเกลี้ยกล่อมให้เลิกเอาเรื่องรสิกาเป็นฆาตกร

    “เรารู้ค่ะว่าคุณจะไม่ยอมหยุดถ้าไม่ได้สิ่งที่ต้องการ” รังรองเริ่มเกริ่น

    รุ้งรายเอาเอกสารมายื่นให้ “นี่เป็นเอกสารทรัพย์สินกับหุ้นในบริษัทส่วนของรามทั้งหมดที่เฮียจัดการให้กับรามและคุณลินดา”

    “ทำไมจะต้องจัดการให้ ในเมื่อเจ้าสัวจะต้องทำพินัยกรรมแบ่งทรัพย์สินอยู่แล้ว แล้วที่แกแบ่งมันยุติธรรมกับฉันได้ยังไง ฉันไม่ยอมรับ ต้องเปิดพินัยกรรมสิ ฉันถึงจะยอม”

    ราพณ์บอกว่าไม่มีพินัยกรรม ลินดาไม่เชื่อ รังรองยืนยันพ่อเชื่อว่าราพณ์จะแบ่งให้ทุกคนอย่างยุติธรรมพร้อมยื่นเอกสารอีกชุดให้ เป็นเอกสารแจกแจงทรัพย์สินและหุ้นทั้งหมด

    “ถ้าฉันรู้ว่าพวกแกโกงลูกฉันแม้แต่บาทเดียว ฉันจะฟ้องพวกแกทุกคน”

    “เมื่อไหร่คุณจะเลิกเห็นแก่ตัวแล้วรักลูกเหมือนกับแม่คนอื่นบ้าง” ราพณ์อ่อนใจ

    ลินดาโต้ว่าตนทำทุกอย่างเพราะรักลูก ราพณ์สวนเธอทำเพราะรักตัวเองต่างหาก อยากได้อยากเอาชนะโดยใช้รามเป็นเครื่องมือทำลายความสุขของทุกคน ไม่เคยคิดว่ารามมีจิตใจต้องการความรัก “ผมขอร้อง...คุณช่วยกลับไปดูแลราม รักรามอย่างที่แม่ดีๆสักคนจะรักลูกของเขาได้”

    “ฉันจะเลี้ยงลูกยังไงมันก็เรื่องของฉัน พวกแกอย่าสะเออะมาสั่งสอนฉัน! คนที่ได้รับทุกอย่างจากเจ้าสัวอย่างพวกแกไม่มีวันเข้าใจฉันกับราม ไม่มีวัน!” ลินดาสะบัดหน้ากลับไป

    สามพี่น้องเครียด...ราพณ์ขึ้นห้องนอน รสิกา

    เห็นสีหน้าเขาก็พอจะรู้ว่าไม่สำเร็จ จึงวางมือบนไหล่เขาปลอบใจ ราพณ์แนบหน้ากับมือเธอ “ผมเหนื่อย...อยู่ข้างๆผมนะครับคุณหญิง”

    รสิกาเจ็บแปลบในใจ เพราะตัดสินใจบางอย่างไว้ ได้แต่น้ำตาคลอเบ้า...ด้านลินดากลับเข้าบ้านเห็นเงาตะคุ่มๆก็ตกใจ เป็นรามโผเข้ากอดอย่างต้องการที่พึ่ง รำพันอย่าทิ้งตนไป ลินดาปลอบว่าแม่รักลูกที่สุดในโลกและกอดเขาแน่น

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ ราพณ์ตื่นมาแปลกใจที่รสิกาหายไป ลงมาถามรัตนาวลีก็ไม่เห็น ถามแหววจึงได้รู้ว่า เธอถือกระเป๋าเสื้อผ้าออกไปแต่เช้ามืด ไม่บอกว่าจะไปไหน รัตนาวลีตกใจ ราพณ์โทร.หาแต่เธอไม่รับสาย ไม่ทันไร รสิกาโทร.เข้าหารัตนาวลีและนัดออกไปพบ

    รัตนาวลีมาตามนัดที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง รสิกาโผกอดร้องไห้บอกสาเหตุที่ทำให้ตัดสินใจออกจากบ้าน รัตนาวลีไม่ยอมจะให้สิริโสภาออกไปจากบ้าน จะไม่ให้มาทำร้ายลูกอีก

    “อ้ายไม่อยากเป็นปัญหาของคุณราพณ์ค่ะ ตอนนี้ในบ้านมีเรื่องมากพอแล้ว อ้ายเครียดกับทุกเรื่องในบ้านจนกลัวว่าจะมีผลกับลูก อ้ายไม่พร้อมจะสู้รบปรบมือกับใครจริงๆค่ะหม่อมแม่”

    รสิกาขอไปตั้งหลัก คลอดเมื่อไหร่จะกลับมาจัดการปัญหาให้จบ รัตนาวลีจะไปอยู่ด้วย แต่รสิกาขอร้องให้อยู่ดูแลอาม่า แม่นม และอีกคนที่ห่วงมากคือพระลบ รัตนาวลีจึงรับปากจะดูแลทุกคนอย่างดี รสิกาไม่คิดจะกลับไปอยู่ที่วัง เพราะที่นั่นสิริโสภาคงตามได้ง่าย

    รัตนาวลีกลับมาบอกราพณ์ไม่ต้องเป็นห่วงรสิกา แต่ไม่บอกว่าเธออยู่ไหน “ตัวอ้ายไม่อยากเป็นอีกปัญหาให้ต้องแบกรับ เมื่อคุณจัดการเคลียร์ทุกอย่างได้แล้ว ค่อยไปรับอ้ายกลับมา”

    “ถึงตอนนั้นมันจะไม่สายเกินไปใช่ไหมครับ” ราพณ์หวังเป็นอย่างยิ่ง

    “สิ่งสำคัญในการใช้ชีวตคู่คือ การรู้จักตัวตนของอีกฝ่าย ยอมรับและปรับตัวเข้าหากัน  คุณรู้จักตัวตนของภรรยาคุณดีหรือยัง”

    “ผมเข้าใจแล้วครับ ผมจะรีบเคลียร์ทุกอย่างเพื่อจะได้รับคุณหญิงกลับมา”

    รัตนาวลีดีใจที่ราพณ์ยอมเข้าใจและรู้ว่าต้องทำยังไงต่อไป...ส่วนรสิกาได้เดินทางมาอยู่บ้านพักสกรรจ์ที่เขาใหญ่ บ้านที่เขาต้องการให้เธอตกแต่ง

    “ขอโทษนะครับคุณหญิง...คือ...ผมดีใจนะครับที่คุณหญิงเลื่อนงานผมขึ้นมาเป็นคิวแรก แต่มันกะทันหันจนผม...แปลกใจ”

    “ขอโทษนะคะ ฉันแค่อยากทำงานในที่เงียบๆ”

    สกรรจ์เข้าใจว่ารสิกาถูกนักข่าวกวน แต่ไม่เข้าใจทำไมไม่ให้ราพณ์รู้ เขาไม่อยากซักไซ้จึงยอมให้เธอพักที่นี่ตามสบาย ตัวเขากลับไปทำงาน วันหยุดถึงจะมาหา...

    ราพณ์ปรึกษากับรุ้งราย ปฐวีและกันต์ จะเจรจาให้ลินดายอมเป็นพยาน กันต์บอกว่ารังรองเอาหลักฐานการทุจริตของชาญชัยกับพ่อมามอบให้ ราพณ์ดีใจ รุ้งรายเกรงใจปฐวีเพราะต้องเกี่ยวข้องกับประสิทธิ์พ่อเขา ปฐวีเห็นว่าเป็นการดีที่พ่อเขาจะได้ปลอดภัยจากมิสเตอร์หยาง

    ด้วยความคิดถึงรสิกา พระลบดูซึมๆบ่นคิดถึง

    ราพณ์พยายามโทร.หารสิกาแต่เธอไม่รับ สุดท้ายรสิกาส่งข้อความกลับมาว่าเธอสบายดี ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยจะติดต่อกลับมาเอง ราพณ์จึงถ่ายคลิปพระลบบ่นคิดถึงเธอส่งไปให้ รสิกาเห็นแล้วน้ำตาซึม

    เช้าวันใหม่ ชาญชัยกับพ่อแม่มาเล่นงานรังรองถึงบริษัท ที่พวกเขาเบิกเงินใช้จ่ายไม่ได้  รังรองยอมรับว่าทุกบัญชีโดนยึดและโปรเจกต์งานก็โอนให้รุ้งรายทำต่อ เพราะพวกเขาปลอมหลักฐานการจองของลูกค้า โกงบริษัท ฤดีโวยวายทุบตีรังรอง จะทำอย่างนี้กับพ่อแม่ผัวไม่ได้

    “แล้วทุกคนเคยเห็นรองเป็นสะใภ้บ้างหรือเปล่าล่ะคะ หรือเห็นเป็นแค่ตัวทำประโยชน์”

    ชาญชัยรีบบอกว่ารักเธอจริง แต่รังรองตาสว่างแล้ว ที่ผ่านมายอมโดนเอาเปรียบเพราะคิดว่าความดีจะชนะใจพวกเขา แต่พวกเขาทำร้ายพ่อ ตนยอมไม่ได้ ชาญชัยโกรธช่วยฤดีตบตีรังรอง ราพณ์กับรุ้งรายบุกเข้ามาช่วย กันต์นำลูกน้องเข้าจับกุมชาญชัยกับชนพ ฤดีร้องกรี๊ดๆอย่างตกใจ

    สิริโสภาเดินเข้าบ้านลินดาอย่างสลดใจ ลินดาถามมีเรื่องอะไรกับราม เธอบอกว่าเขารู้ความจริงเรื่องเธอกับราพณ์แล้ว ลินดาไม่พอใจ พลันข่าวการจับกุมชาญชัยกับชนพปรากฏบนจอทีวี ทั้งสองชะงักตกใจสุดๆ

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:11 น.