ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สามี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ครอบครัวลิ้มวัฒนาถาวรกุลยืนล้อมรอบเตียงเจ้าสัวเรียว ทุกคนร่ำไห้สุดอาลัยกับการจากไป อาม่าลูบหน้าลูกชายให้ปิดตาลง บอกให้เขาพักเสีย ระริน และรุ้งรายกอดขาพ่อน้ำตาไหลริน

    ราพณ์จับมือเจ้าสัว “ป๊าไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะดูแลทุกคนให้ดีที่สุด ผมสัญญา...”

    รัตนาวดีกอดรสิกาสะอื้นกับการสูญเสียอีกครั้ง...กันต์และเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินขึ้นบันไดไปห้องเจ้าสัว รามกลับมาเห็นกลุ่มตำรวจก็สงสัย แหววบอกคำสั่งราพณ์ให้ทุกคนรอห้องรับแขก รามไม่สนใจผลักแหววกระเด็นแล้ววิ่งตามตำรวจขึ้นไป รสิกาได้ยินเสียงเอ็ดตะโรเข้ามาถาม แหววชี้ตามร่างราม รสิกามองอย่างเป็นห่วง

    กันต์กำลังคุยกับราพณ์ ว่าได้ส่งศพเจ้าสัวไปนิติเวช ตามที่ราพณ์ต้องการ คงต้องรอผลชันสูตรก่อนว่า เจ้าสัวไม่ได้ตายเพราะโรคประจำตัวอย่างที่เขาคิด ราพณ์เสียใจที่พ่ออยู่บ้านตัวเองแท้ๆ เขายังปกป้องพ่อไม่ได้ รามพรวดพราดเข้ามาถามทำอะไรกัน แล้วถามหาเจ้าสัว

    “ป๊าอยู่ที่นิติเวช เราต้องตรวจสอบการเสียชีวิตของป๊า” ราพณ์ค่อยๆบอก

    “ไม่จริง! ป๊ายังไม่ตาย เฮียโกหก!”

    “ราม...ป๊า...ตายแล้วจริงๆ” ราพณ์ยืนยันอีกครั้ง

    รามเหมือนช็อกหันหลังเดินดุ่ยออกไป ราพณ์มองตามด้วยความเป็นห่วง รามเดินซึมมาทางบันได ในหัวมีแต่ภาพตนทะเลาะกับพ่อ พูดจารุนแรงใส่พ่อ  พลัน อาการปวดหัวของเขากำเริบขึ้น เขากุมหัวร้องลั่นเหมือนสัตว์บาดเจ็บ ราพณ์กับกันต์วิ่งออกมา ไม่ทันจะถึงตัว เห็นรามพลาดกลิ้งตกบันไดลงไป ทุกคนวิ่งออกจากห้องรับแขกมาดู ราพณ์วิ่งลงไปจะประคองน้อง รามค่อยๆลุกขึ้นปัดมือราพณ์ออก ราพณ์เห็นสายตาเจ็บปวดของราม รู้ว่าเขาคงไม่อยากให้ใครเห็น

    สิริโสภาออกมายืนรอลินดาหน้าตึกอย่างกระวนกระวาย พอมาถึงลินดาก็ถามทันทีว่า เจ้าสัวตายแน่ใช่ไหม สิริโสภาพยักหน้ารับอย่างหวาดกลัว รีบบอกว่า พอรามรู้ก็หายตัวไปเลย

    “คงช็อก เดี๋ยวก็กลับมาเอง” ลินดาไม่มีทีท่าจะห่วงลูก

    ลินดาจู่โจมเข้ามาในบ้าน ร้องไห้รำพัน “เจ้าสัวตายได้ยังไง หม่อมดูแลเจ้าสัวอย่างไรถึงเกิดเรื่องแบบนี้ได้ หม่อมทำให้เจ้าสัวตาย”

    รัตนาวลีอึ้ง รุ้งรายช่วยแก้ “ยังไม่มีใครรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น อย่าพูดจากล่าวหากัน”

    “ทำไมจะไม่ใช่ ในเมื่อหม่อมคอยกันไม่ให้ใครเข้าใกล้เจ้าสัว หวงไว้ดูแลคนเดียว ถ้าไม่ใช่หม่อมแล้วจะเป็นใคร หรือว่าเป็นฝีมือคุณหญิงคิดจะเสวยสุขบนกองมรดกใช่ไหม ทุเรศที่สุด”

    “หุบปาก! ถ้าปากเน่าๆของลื้อมันพ่นได้แต่ความคิดสกปรกล่ะก็ ไม่ต้องพูด” อาม่าตวาด

    ลินดาโต้ยังเข้าข้างคนที่ทำให้เจ้าสัวตายอีก อาม่าโกรธมากขู่ถ้าพูดอีกจะจับโยนออกไป  รังรองกับชาญชัยเข้ามา รังรองถามอย่างร้อนรน  พอรู้ว่าเป็นความจริงก็เข่าอ่อน โผกอดระรินร่ำไห้ ชาญชัยแอบยิ้มเหลือบเห็นสายตาราพณ์จ้องมา รีบเปลี่ยนท่าทีหันไปสบตาลินดาทำนองรู้กัน

    ooooooo

    ด้านสุรีย์ส่อง ลุกลี้ลุกลนรอข่าวการตายเจ้าสัวออกทีวีจนประสิทธิ์รำคาญ เห็นปฐวีแต่งตัวจะออกไป สุรีย์ส่องถามไปไหน เขาซ่อนพิรุธอ้างไปทำงาน พลัน เสียงออดดังหน้าบ้าน ประสิทธิ์ให้คนรับใช้ไปดู ไม่ทันไร เกิดเสียงระเบิดตูมขึ้น ปฐวีจะวิ่งออกไป ประสิทธิ์ห้าม

    “เจ้าวี! อย่าออกไป”

    ปฐวีไม่ฟังเสียงวิ่งไป สุรีย์ส่องกล้าๆกลัวๆแต่ก็วิ่งตามพ่อออกไป เห็นคนรับใช้นอนเลือดอาบร้องโอดโอยก็สติแทบแตก ปฐวีจะแจ้งความ ประสิทธิ์ห้าม ให้โทร.เรียกรถพยาบาลแทน...

    ราพณ์มาบอกอาม่ากับรัตนาวลีว่าตนกับรสิกาจะออกไปช่วยรังรองจัดงานศพเจ้าสัว แล้วจะกลับมารับ อาม่าโพล่งขึ้นว่าตนไม่ไปงานศพลูกเด็ดขาด ทุกคนเข้าใจความรู้สึกอาม่าดี ราพณ์รับรองตนกับน้องๆจะช่วยกันทำให้ดีที่สุด รัตนาวลีบอกไม่ต้องห่วงทางนี้ ตนดูแลเอง

    พลันตำรวจโทร.มาแจ้งว่า รามถูกจับข้อหาทะเลาะวิวาท ราพณ์ตกใจรีบไปที่โรงพักกับรสิกาเห็นสภาพรามบาดเจ็บตามร่างกาย เนื่องจากทะเลาะกับแก๊งวัยรุ่น ตำรวจรายงานฝั่งโน้นก็เจ็บหนัก จึงต้องให้สงบสติอารมณ์ในห้องขัง...ราพณ์พาตัวรามมาทำแผลที่โรงพยาบาล

    “คุณอาหมอครับ รามเป็นยังไงบ้าง” ราพณ์ถามเมื่อเห็นหมอออกมาจากห้องฉุกเฉิน

    หมอบอกว่าที่โดนมีดฟัน เย็บแผลให้เรียบร้อย รอยช้ำไม่หนัก แต่อยากขอเจาะเลือดเช็กอย่างละเอียด ราพณ์แปลกใจรามเป็นอะไร หมอขอให้ผลเลือดออกมาก่อนถึงจะแน่ใจ พยาบาลวิ่งมารายงานว่ารามอาละวาดไม่ยอมให้เจาะเลือด หมอพีระมาถึงพอดี แนะนำตัว

    “ผมจิตแพทย์พีระ เป็นแพทย์ประจำตัวของคุณราม”...ราพณ์กับรสิกางง

    หมอพีระเข้าไปคุยกับราม รามโวยวายว่าตนหายแล้วจะต้องคุยอะไรอีก เขาเรียกราพณ์ให้พากลับบ้าน หมอพีระพยายามรั้งไว้จึงโดนชกเปรี้ยง คนอื่นๆจึงต้องรวบตัวรามจับฉีดยาให้สงบ ราพณ์กับรสิกาต่างอึ้งเมื่อฟังหมอพีระอธิบายอาการป่วยของราม

    “ไบโพล่าร์เหรอครับ!”

    “โรคอารมณ์สองขั้วใช่ไหมคะ”

    “ครับ เจ้าสัวให้ผมดูแลอาการคุณรามมาตั้งแต่คุณรามอายุ 10 ขวบ” ราพณ์ตกใจไม่เคยรู้มาก่อน “ท่านเจ้าสัวกังวลว่าถ้ารู้ถึงคนภายนอกจะมีผลกระทบต่ออาการของคุณราม ท่านจึงให้ผมทำเรื่องส่งคุณรามไปรักษาที่อเมริกา แต่ตัวคุณรามไม่ยอมรับการรักษาที่ต่อเนื่อง ทำให้อาการรุนแรงมากขึ้น”

    ราพณ์กับรสิกาเข้ามาในห้องพักคนไข้ เห็นรามนั่งนิ่งน้ำตาซึม ราพณ์รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนผิดที่ปล่อยให้พี่น้องทำร้ายจิตใจราม หมอพีระบอกว่าสาเหตุการเกิดโรคไม่สามารถระบุได้ แต่ครั้งแรกที่หมอพบรามเขาอยู่ในอาการช็อกจากเหตุการณ์ปะทะในครอบครัว ตกอยู่ในภาวะกดดันจากความต้องการการยอมรับอย่างรุนแรง เจ้าสัวเป็นคนให้ข้อมูลเรื่องปัญหาระหว่างลินดากับครอบครัว ซึ่งเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้การควบคุมอารมณ์ของรามเสียหาย

    ราพณ์ทนไม่ได้เดินมายืนน้ำตาซึมในสวนโรงพยาบาล รสิกาตามมายืนเคียงข้าง เขาระบายความอัดอั้นที่ไม่เคยรู้มาก่อนว่ารามป่วยมากขนาดนี้ รสิกากุมมือปลอบ

    “อ้ายเชื่อว่าป๊าจะต้องมีเหตุผลของท่านที่ไม่ยอมบอกคุณหรือคนในบ้าน แต่วันนี้เรารู้แล้วนะคะ มันยังไม่สายเกินไป ยังมีเรื่องในครอบครัวอีกมากที่คุณต้องจัดการ”

    พยาบาลวิ่งมาบอกว่า รามกำลังจะออกไป...เผอิญรุ้งรายมาถึงพร้อมปฐวี เจอรามเข้ารุ้งรายก็ใส่ทันที “ออกจากโรงพักเข้าโรงพยาบาล คนอย่างแกนี่มันไม่น่าเกิดมาให้เป็นตัวปัญหาของตระกูลเลย ป๊าตาย ทุกคนก็เสียใจมากพออยู่แล้ว แกยังจะสร้างปัญหาไม่เลิกอีก”

    รามมองนิ่งๆยิ่งทำให้รุ้งรายอารมณ์ขึ้น กระชากรามถามได้ยินไหมไอ้เฮงซวย! ปฐวีปรามให้ใจเย็น รามพูดตาแข็งกร้าว “ถ้าป๊ารู้ว่าเจ้ทำอะไรกับผมเจ้โดนแน่”

    รุ้งรายกราดเกรี้ยวว่าป๊ารู้ก็ไม่ทำอะไรเพราะเธอเป็นลูก ไม่ใช่กาฝากอย่างเขา รามเริ่มตัวสั่นเสียงเข้มว่าตนก็เป็นลูกป๊า รุ้งรายตอกย้ำว่าเขาเป็นตัวซวย รามตะเบ็งสวน

    “ผมไม่ใช่ตัวซวย ไม่ใช่ตัวซวย!”

    ราพณ์กับรสิกามาถึงรีบดึงรุ้งรายให้หยุด รุ้งรายฟิวส์ขาดเสียแล้วขุดเรื่องลินดาทำให้แม่ตายออกมาพูด รามร้องลั่น เขาไม่ได้ทำ...ว่าแล้วก็กุมขมับปวดหัวจี๊ดขึ้นมา รามมองรุ้งรายด้วยสายตาเจ็บปวด เดินหนีไปอย่างไม่ยี่หระ รุ้งรายตะโกนลั่น “ไอ้ราม!”

    รามออกจากโรงพยาบาลไปยังตึกแถวเก่าๆที่เจ้าสัวเคยพาเขามาบนดาดฟ้า เพื่อบอกเสมอว่า พ่อต้องอดมื้อกินมื้อในห้องเล็กๆนี้ พ่อต้องทำงานหนักกว่าจะมีทุกอย่างให้ลูกๆอย่างปัจจุบัน จิตวิญญาณของพ่ออยู่ที่นี่ พ่อไม่เคยเหลิงไปกับนามสกุลที่ยิ่งใหญ่...รามตะโกนลั่น

    “ป๊าอยู่ที่นี่ใช่ไหม อยู่ใช่ไหม...ตอบผมมาสิป๊า...ป๊าเคยเห็นผมเป็นลูกบ้างไหม” รามจับขอบกำแพงแน่น“ไหนป๊าบอกว่า จิตวิญญาณป๊าอยู่ที่นี่ไง ทำไมป๊าไม่ออกมาหาผม ป๊าเกลียดผมมากใช่ไหม แล้วป๊าให้ผมเกิดมาทำไม ป๊าให้ลูกชั่วๆอย่างผมเกิดมาทำไม ทำไม!”

    ราพณ์ตามมาเห็นรามเจ็บปวดปล่อยโฮ ก็พลอยน้ำตาไหลมองน้องชายด้วยความสงสาร

    ooooooo

    ปฐวีขับรถมาส่งรุ้งรายกับรสิกาที่บ้าน รุ้งรายยังร้องไห้เสียใจที่ระบายอารมณ์ใส่ราม ปฐวีปลอบเขาดีใจที่เธอรู้ตัวว่าทำไปเพราะอารมณ์ แสดงว่าอย่างน้อยยังมีสติ

    พอปฐวีกลับบ้าน ได้ยินพ่อกับน้องคุยกันเรื่องการตายของเจ้าสัวเรียว ก็ทำทีไม่สนใจ ประสิทธิ์หยั่งเชิงถามรู้ข่าวหรือยัง รู้สาเหตุหรือไม่ ปฐวีตอบว่าเห็นข่าวแต่ไม่ทราบสาเหตุ สุรีย์ส่องไม่เชื่อ เกือบหลุดปากชื่อรุ้งราย

    แต่ชะงักไว้ทัน อ้างว่ารสิกาน่าจะบอก ประสิทธิ์ตัดบทเกรงลูกสาวพูดมากเกินไป เปลี่ยนมาถามเรื่องงาน สุรีย์ส่องเข่นเขี้ยวอีกนิดเดียวจะทำให้ปฐวีเจ็บแสบ

    ราพณ์เรียกพี่น้องเข้าประชุม รวมทั้งลินดาและสิริโสภา ขาดแต่ราม เพื่อบอกผลชันสูตรว่าพ่อเสียชีวิตเพราะได้รับสารพิษ ซึ่งใครสักคนในบ้านนี้เป็นคนทำลินดารีบปรักปรำว่าเป็นการวางยา ใครที่ได้ประโยชน์จากการตายของเจ้าสัวมากที่สุด อาม่าเอ็ดให้เงียบ แล้วถามถึงราม

    ราพณ์ถอนใจ ก่อนจะบอกถึงอาการป่วยของราม ทุกคนตะลึงไม่คาดคิด ลินดาโวยไม่เป็นความจริง หาว่าราพณ์พยายามกันรามออกจากกองมรดก คิดจะแย่งทุกอย่างของราม

    “หยุดโลภซะที! เธอเป็นแม่ประสาอะไร คิดเป็นห่วงลูกตัวเองบ้างไหม คนอย่างเธอมันไม่สมควรเป็นแม่คน” อาม่าเอ็ด

    “คุณลินดา ฟังให้ดีนะครับ ป๊าสร้างทุกอย่างขึ้นมาเพื่อให้คนในครอบครัวสุขสบาย รามจะมีสิทธิ์ในเงินทุกบาทเหมือนกับพี่น้องทุกคน ตอนนี้รามต้องการคุณมาก ถ้าคุณยังเห็นเขาเป็นลูก...” ราพณ์อธิบาย

    ลินดาสวนทันควันให้ทุกคนเป็นพยานคำพูดของราพณ์ ถ้าคิดโกงจะได้เห็นดีกัน ลินดายอมกลับไป ราพณ์หันมองสิริโสภา ถามตอนนี้เธอควรอยู่ที่ไหน สิริโสภาอึ้งเห็นทุกคนมองมาจึงรีบตามลินดาออกไป อาม่าเสียใจที่ลูกหลานต้องเจอเรื่องแบบนี้ ระริน รังรองและรุ้งรายสำนึกผิด เป็นเพราะพวกเธอที่กดดันราม ทำให้รามต้องอยู่คนเดียวมาตลอด อาม่ารำพึงสงสารรามมีแม่ก็เหมือนไม่มี... ราพณ์ถามทุกคนไม่มีใครรังเกียจที่รามไม่สบายใช่ไหม สามสาวยินดีจะแก้ตัวใหม่ ยอมรับรามเป็นพี่น้อง รัตนาวลีดีใจแทนเจ้าสัวพร้อมจะร่วมมือกับทุกคน

    “จับคนที่ทำร้ายป๊าลื้อให้ได้นะอาราพณ์...พวกลื้อทุกคนเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน คำที่ป๊าลื้อสอนให้สามัคคีและกตัญญู สองคำนี้จะทำให้พวกลื้อเจริญรุ่งเรืองตลอดไป จงจำเอาไว้”

    ทุกคนรับคำอาม่าและพร้อมใจทำหน้าที่ลูก ส่งวิญญาณพ่อไปสู่สุคติ อาม่ายิ้มดีใจ...สิริโสภาวิ่งตามลินดาออกมาถาม เจ้าสัวตายแล้ว เมื่อไหร่เธอจะเล่นงานรสิกาเสียที ตนอยากให้เธอทุกข์ทรมานยิ่งกว่าตายทั้งเป็น ลินดาบอกให้รอไม่เกินสองวัน พวกมันต้องแทบบ้าแน่

    ด้านชาญชัย กลับมาบอกข่าวดีพ่อกับแม่เรื่องเจ้าสัวตาย ชนพให้ลูกชายรีบทำลายเอกสารปลอมทิ้งให้หมด แล้วหาลูกค้ามาเคลียร์ยอด แต่ชาญชัยบอกว่าราพณ์เริ่มสงสัย ชนพติงว่ารู้แต่ไม่มีหลักฐานก็ทำอะไรไม่ได้ รังรองเดินมาได้ยิน จึงยืนฟังการสนทนาของครอบครัวสามีด้วยความสงสัย แล้วทำทีเนียนๆ เข้าไปบอกกล่าวว่าตนจะไปค้างบ้านเพื่อจัดการงานศพพ่อ ฤดีสะบัดเสียงใส่จะไปตายที่ไหนก็ไป พอรังรองออกไป ชนพเอ็ดภรรยาให้มันน้อยๆหน่อย ฤดีว่าตนเกลียดหน้ารังรอง เมื่อไหร่จะไล่ไปพ้นๆเสียที ชาญชัยให้แม่อดทนอีกนิดจนกว่าเขาจะแยกโครงการออกมาได้ก่อน รังรองแอบฟังด้วยความเจ็บปวดสะเทือนใจ...

    คืนนั้น ครอบครัวรวมตัวกันในห้องรับแขก รวมทั้งรัตนาวลี รสิกาและแม่นม หลานๆเข้ามาคุกเข่าตรงหน้าอาม่า อาม่าวางมือบนหัวราพณ์ ภูมิใจว่าเขาทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้ว...รสิกาเห็นรัตนาวลีท่าทางเพลียๆเดินออกไป จึงตามไปถามเหนื่อยไหม เธอตอบว่านิดหน่อย รสิกาโผกอด

    “เป็นเพราะอ้ายหรือเปล่าคะหม่อมแม่ ที่เจ้าสัวต้องตายเพราะ...”

    “แม่รู้ว่าอ้ายเสียใจกับเรื่องที่เกิดขึ้น แม่ก็เสียใจ แต่ถ้าเราปล่อยให้ความเสียใจทำร้ายตัวเรา แล้วครอบครัวของเราจะเป็นยังไง อ้ายเป็นภรรยาคุณราพณ์   เป็นสะใภ้ใหญ่ของบ้านนี้ อ้ายต้องเป็นหลักให้กับสามีและครอบครัว เป็นคู่ทุกข์คู่ยาก” รัตนาวลีแทรก

    รสิกาทำหน้าฉงน รัตนาวลียิ้มอบอุ่น “แม่เชื่อว่าอ้ายพบความสุขในชีวิตคู่แล้ว แต่คู่ชีวิตที่แท้จริงจะต้องร่วมทั้งสุขและทุกข์ ทุกข์คือสิ่งที่ผ่านไปได้ด้วยความยากลำบาก วันนี้คุณราพณ์กำลังเจอทุกข์ อ้ายกลัวความลำบากหรือเปล่าลูก”

    รสิกาคิดตามคำพูดของแม่...เสียงเพลงจีนที่เจ้าสัวชอบดังแผ่วๆในบ้าน ราพณ์เป็นคนเปิดในห้องทำงาน เขายืนมองภาพพ่อด้วยความคิดถึง ทุกคนในบ้านต่างเศร้าซึมในอิริยาบถต่างๆรวมถึงรามที่แอบร้องไห้  สิริโสภามองรามด้วยความหดหู่ แต่ไม่รู้สึกเสียใจ...รสิกาตามเข้ามาเจอราพณ์ เธอวางมือบนบ่าให้กำลังใจ ซบหน้ากับหน้าเขาอย่างปลอบโยน ทั้งสองน้ำตาไหลริน

    ในห้องนอน รสิกาส่งผ้าขนหนูให้ราพณ์ไปอาบน้ำ เขาจับมือเธอขอบคุณที่ยืนอยู่เคียงข้าง รสิกายิ้มปลื้ม “คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ฉันจะเตรียมชุดนอนให้”

    ราพณ์เดินเข้าห้องน้ำไป รสิกามาเปิดประตูเสื้อผ้า ต้องตกใจเมื่อเห็นชุดนอนของตัวเองถูกฉีกขาดเป็นริ้วๆ เธอดึงออกมาดูรู้สึกหวั่นๆนับวันจะกล้าขึ้นทุกที

    ooooooo

    เช้าวันใหม่ อาม่าให้ตามทุกคนมาพร้อมกันที่โต๊ะอาหาร เพื่อจัดแจงยกที่นั่งของเจ้าสัวให้กับราพณ์ รัตนาวลีให้รสิกานั่งแทนที่ตน รังรอง รุ้งรายและระรินยิ้มอย่างยินดี รามเดินมาพร้อมสิริโสภา ราพณ์จึงเรียกรามให้มานั่งแทนที่เดิมตน รามไม่อยากเชื่อ

    “เฮียจะให้ผมนั่งตรงนั้นเหรอ”

    “ใช่ แกเป็นลูกชายของป๊า เมื่อราพณ์ขึ้นเป็นหัวหน้าครอบครัว คนที่ต้องนั่งแทนที่ราพณ์คือแก” รังรองตอบแทน

    “นี่เจ้เสียสติหรือเปล่า” รามยังไม่อยากเชื่อ ระรินเข้าจูงมือให้เขามานั่ง

    รามไม่คิดว่าพี่น้องจะให้เกียรติตัว รุ้งรายสำทับอีกทีให้รามรีบนั่งตนหิวแล้ว รัตนาวลีบอกให้สิริโสภานั่งข้างราม เธอสบตารสิกาอย่างท้าทาย รสิกาพยายามไม่สนใจ ดูเหมือนความเข้มแข็งในครอบครัวจะก่อตัวขึ้น

    เสร็จจากอาหารเช้า รสิกาถือกระเป๋าจะออกไปทำงาน สิริโสภาแกล้งเดินประชิดทำเอาเธอตกใจของในมือหล่น ระรินผวาเข้าปกป้อง ต่อว่าคิดจะทำอะไร สิริโสภามองไม่หลบสายตา แต่ไม่ตอบ รสิกาออกตัวว่าตนซุ่มซ่ามเอง แล้วจูงระรินไปขึ้นรถ สิริโสภารีบเปิดประตูหลังขึ้นนั่ง แกล้งจับจ้องมองรสิกาอย่างคนโรคจิตทางกระจกมองหลัง ทำให้รสิกาตกใจเหยียบเบรกรถ

    “คุณหญิงเป็นอะไรคะ!” ระรินหน้าแทบกระแทกคอนโซล

    รสิกาตั้งสติ รีบบอกระรินว่าไม่มีอะไร ขับรถต่อไป สิริโสภาอมยิ้มที่เขย่าขวัญรสิกาได้...

    บ่ายวันนั้น ราพณ์ รังรองและรุ้งรายตกใจเมื่อกันต์มาบอกผลตรวจสอบว่า ขวดยาลดคอเลสเทอรอลของเจ้าสัวทั้งขวดเป็นยาปลอม ที่มีส่วนประกอบของสารหนู มีลักษณะและสีคล้ายกับยาที่เจ้าสัวได้รับประจำ แต่ยาไม่มีตรากำกับ กันต์ถามว่าใครเป็นคนดูแลเรื่องยาให้เจ้าสัว ราพณ์เสียงอ่อยว่ารสิกา รุ้งรายรีบบอกว่ายาชุดนี้ตนไปเอากับรสิกาเอง กันต์ตั้งข้อสงสัยว่าต้องมีการสับเปลี่ยน รุ้งรายยืนยันว่ารับยาแล้วตนกับรสิกาออกจากโรงพยาบาลมาพร้อมกัน และไม่มีเหตุผลอะไรที่รสิกาจะทำร้ายพ่อ แต่รังรองสงสัยหรือว่ารสิกายังแค้นพ่ออยู่ ราพณ์ไม่เชื่อ

    “ยังไงผมก็คงต้องขอให้คุณหญิงไปให้การกับผม” กันต์บอกแก่ทุกคน

    “ฉันขอให้เรื่องนี้รู้กันแค่เราในห้องนี้ ถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป มันไม่เป็นผลดีแน่”

    ราพณ์ขอร้อง กันต์รับคำและบอกว่าคืนนี้เขาจะไปเคารพศพ ไม่ทันไร นักข่าวกรูเข้ามาสัมภาษณ์ ว่าเจ้าสัวเสียชีวิตเพราะโดนวางยาจากคนใกล้ชิดจริงหรือเปล่า ทุกคนตกใจพยายามเดินหนี รังรองสังหรณ์ใจว่ารสิกาต้องโดนตามด้วย ราพณ์เป็นห่วงรีบไปหาที่ออฟฟิศ

    รสิกากำลังคุยกับระรินว่าจะรีบไปงานศพ พลันต้องชะงักเมื่อเห็นสายตาสิริโสภาที่มองมา ไม่ทันไร นักข่าวกรูมาหน้าออฟฟิศต่างรุมถาม...เป็นเพราะถูกบังคับให้แต่งงานล้างหนี้ รสิกาจึงวางยาเจ้าสัวจริงหรือไม่ รสิกาตกใจ สิริโสภามองอย่างสะใจ ราพณ์ขับรถมาจอดพรืด ระรินรีบดึงรสิกาไปขึ้นรถออกไปทันท่วงที สิริโสภามองตามแค้นๆ

    ในวันเดียวกัน รามกลับมาหาลินดาที่บ้านอยากได้กำลังใจ แต่กลับถูกปั่นหัวให้เชื่อข่าวที่ว่ารสิกาวางยาเจ้าสัว ทำให้เขาโกรธแค้นมาก

    คนในบ้านตกใจมากที่ข่าวปรักปรำรสิกาออกมา รัตนาวลีร้อนใจ นักข่าวมุงหน้าบ้าน ลินดาบุกเข้ามากับรามโวย “มันอยู่ไหน นังคุณหญิงฆาตกร แกเอาตัวนังฆาตกรไปซ่อนไว้ไหน”

    “ลูกฉันไม่ใช่ฆาตกร กล่าวหากันแบบนี้ฉันไม่ยอม” รัตนาวลีลุกพรวดมาปกป้องลูก

    ราพณ์พารสิกากลับมาพอดี ลินดาเยาะเย้ยสั่ง

    กิมท้อเรียกตำรวจมาจับฆาตกร ราพณ์ประจันหน้าลินดาอย่างเอาเรื่อง รามหาว่าราพณ์ปกป้องฆาตกรที่ฆ่าพ่อ ราพณ์ยืนยันไม่เป็นความจริง

    “คนที่ดูแลเรื่องยาของเจ้าสัวคือมันคนเดียว มันไม่ทำแล้วใครจะทำ” ลินดายังปรักปรำ

    “ฉันไม่ได้ทำ คนอย่างฉันไม่เคยคิดทำเรื่องเลวๆ แบบนั้น”

    รุ้งรายกับรังรองช่วยกันปกป้องว่ารสิกาเป็นคนในครอบครัวไม่มีวันทำอย่างนั้น ลินดาโต้ว่าตนก็เป็นคนในครอบครัว ถึงต้องจับคนที่ทำลายครอบครัวตนให้ได้ รัตนาวลีเสียงเฉียบ

    “ครอบครัวคือศูนย์รวมของคนที่รัก และดูแลกัน ไม่ใช่จ้องจะทำลายกันอย่างคุณ”

    “แกไม่ต้องทำเป็นคนดี แกแม่ลูกแต่งงานเข้ามาปอกลอกเงินไปใช้หนี้ไถ่วัง อยู่สุขสบายบนเงินของผัวฉัน แต่มันไม่ทันใจแกใช่ไหม ถึงต้องวางยาฆ่าเขา พวกแกสมรู้ร่วมคิดกันใช่ไหม”

    รัตนาวลีว่าลินดากล่าวหาร้ายแรงเกินไป ลินดายิ่งรุกทนไม่ได้ที่ตนพูดความจริงใช่ไหม ราพณ์ให้ลินดาหยุด รามสวนเขานั่นแหละที่ต้องหยุด อาม่าเครียดเป็นลมหมดสติ ทุกคนตกใจเข้าดูแล ราพณ์ให้ลินดากลับไปก่อน รามไม่ยอม หาว่าเข้าข้างเมียฆาตกร

    “ฉันไม่ได้เข้าข้างคุณหญิง ฉันรักป๊าเหมือนที่แกและทุกคนรักป๊า แต่ฉันเชื่อมั่นว่าคุณหญิงจะไม่ทำร้ายป๊าอย่างแน่นอน”

    รามย้อนถามแล้วถ้ารสิกาเป็นคนทำ ราพณ์อึ้งไปสักพักก่อนจะตอบว่า ตนจะจับเธอส่งตำรวจเอง ทุกคนอึ้งกับคำพูดของราพณ์ รสิกาเองก็เครียดที่ตัวเองตกเป็นผู้ต้องสงสัย

    ในคืนนั้น ราพณ์เครียดจัด รสิกาปลอบว่าเขาทำถูกต้องแล้ว จะปกครองคนต้องยุติธรรม ตนรู้ว่าเขาเชื่อใจ แต่เพียงคำพูดคงยืนยันความบริสุทธิ์ตนไม่ได้ ราพณ์รับรองจะหาคนร้ายให้เจอ

    รุ่งขึ้น กันต์มาหาราพณ์กับรุ้งรายที่ออฟฟิศ เพื่อบอกว่าบนขวดยาไม่มีลายนิ้วมือแฝง นอกจากรอยนิ้วมือรสิกาคนเดียว ราพณ์ให้รุ้งรายนึกดูอีกทีว่าวันที่ไปรับยา มีใครถือถุงยาบ้าง...รุ้งรายนึกได้ วันนั้นวศินเข้ามาฉุดรสิกาจนถุงยากระเด็น และปฐวีเป็นคนมาช่วยและเก็บถุงยามาคืนให้ กันต์ถามอีกว่าใครดูแลเรื่องยาให้เจ้าสัว ราพณ์ยอมรับว่าเป็นรสิกากับรัตนาวลี กันต์เชื่อว่าวันนั้นต้องมีการสับเปลี่ยนยา รุ้งรายไม่อยากคิดว่าจะเป็นปฐวี

    ooooooo

    ขณะเดียวกัน รสิกามาพบปฐวีที่ร้านกาแฟก่อนที่รุ้งรายจะมา เพื่อเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในห้องนอนของเธอ ทั้งเรื่องดอกกุหลาบและเรื่องชุดนอนที่โดนตัดให้ฟัง ตนสงสัยสิริโสภา พักหลังสังเกตดูว่าราพณ์จะโกรธถ้าสิริโสภาพูดเรื่องสามีเก่า ปฐวีอึ้งย้อนถามเธอแน่ใจว่าสองคนนี้รู้จักกันหรือ รสิกายังไม่มั่นใจ สุรีย์ส่องซึ่งสะกดรอยตามปฐวีมา เห็นว่าสองคนคุยกันแต่เรื่องไม่มีประโยชน์ ก็คิดจะกลับ พลันเห็นรุ้งรายกำลังจะเข้ามาในร้าน จึงรีบทำทีเข้าไปที่โต๊ะรสิกา

    “สวัสดีอ้าย ช่วงนี้เธอดังมากนี่ ยินดีด้วยนะ”

    รสิกาเห็นสีหน้าสุรีย์ส่องก็มั่นใจ “ไม่ต้องเดา ฉันก็พอจะรู้ว่าคนที่ช่วยกระพือข่าวน่ะเป็นเธอ บางทีฉันก็แปลกใจนะที่เธอดูจะรู้ดีราวกับเป็นเหลือบ ริ้น ไร แฝงอยู่ตามใต้เตียง”

    “อย่างฉันไม่ต้องลดตัวลงไปทำอะไรแบบนั้นหรอก สายข่าวฉันมีเยอะแยะ อย่างพี่วีก็คาบข่าวมาให้ฉันกับพ่ออยู่บ่อยๆ” สุรีย์ส่องแกล้งพูดให้รุ้งรายได้ยินด้วย

    ปฐวีโวยว่าตนไม่เคยทำ สุรีย์ส่องเยาะ “พี่วีจะแก้ตัวไปทำไม ยัยอ้ายมันรู้หรอกน่าว่าพี่วีช่วยงานคุณพ่ออยู่ อย่างครั้งนี้ยังส่งเจ้าสัวไปสู่สุคติเลย พ่อยังชมเลยว่าพี่วีทำงานได้ดี”

    รสิกามองไปเห็นรุ้งรายก็ตกใจ ปฐวีหันมองตามเห็นรุ้งรายยืนนํ้าตาร่วง สะบัดหน้าวิ่งออกจากร้าน เขาตกใจที่เธอต้องเข้าใจผิดแน่จึงตามออกไป รสิกาจะตาม สุรีย์ส่องขวางเยาะหยัน

    “เธอคงคิดว่าราพณ์มันรักมันหลงเธอแล้วจะคุ้มหัวเธอไปได้อีกนาน ฉัน...จะรอวันที่แกพลิกควํ่าไม่เป็นท่าเพราะไอ้ราพณ์” สุรีย์ส่องทิ้งบอมบ์ไว้ให้รสิกาคิดหนัก

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้

    สมบัติมหาเฮง EP.8 เมธีและพวก ตามหาบันทึกจนเจอ แต่ถอดความไม่ได้
    30 ก.ย. 2563

    03:15 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันพุธที่ 30 กันยายน 2563 เวลา 05:31 น.