ข่าว
  • Thairath Talk
  • 100 year

    นิยายไทยรัฐ

    สามี

    SHARE
    • หน้าที่ 1
    • 1

    ในห้องทำงานราพณ์ ระรินกับรุ้งรายต่อว่า

    ราพณ์ที่ใจดีให้รามเข้าทำงานใหญ่ ราพณ์ให้เหตุผลว่า ครั้งแรกที่ตนเข้าทำงานก็จับโครงการใหญ่ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์เหมือนกัน แต่เพราะมีพ่อเป็นพี่เลี้ยงคอยดูแล ตนจึงอยากให้โอกาสแบบนั้นกับรามบ้าง เพื่อให้พ่อสบายใจ

    เมื่อแผนแรกของลินดาสำเร็จก็สะใจกลับมาบ้าน และคิดเริ่มแผนสองด้วยการบอกรามว่าเธอรู้ว่าสิริโสภาเคยเป็นเมียเก็บมาก่อน แต่เธอยอมให้รามคบอย่างเปิดเผย รามดีใจมาก...

    ระรินขุ่นเคืองใจ เลียบเคียงถามรสิกาทำไมเชื่อใจสิริโสภามาก รสิกาเล่าว่าเธอเคยขับรถชนทำให้สิริโสภาแท้งลูก สามีทิ้งจนต้องออกมาทำงานเลี้ยงตัวเอง ระรินยืนยันว่าเห็นสิริโสภาปารูปทิ้งจริงๆ แต่รสิกาหาว่าระรินคิดมากแล้วขอตัวไปคุยงานกับกอบกู้ ระรินขัดใจอย่างยิ่ง

    เย็นวันนั้น รสิกาเอาใจอาม่าจนทานอาหารได้มาก อาม่าขอไปเยี่ยมเจ้าสัวสักครั้ง รสิกาสบตาราพณ์เชิงขอ เขาพยักหน้ายินดี...คืนนั้น รัตนาวลีนั่งอ่านหนังสือพิมพ์ให้เจ้าสัวฟัง มีพยาบาลเข้ามาตามให้เธอไปพบหมอ เธอแปลกใจรีบตามพยาบาลออกไป หน้าห้อง พยาบาลสบตาชายคนหนึ่งทำนองให้เข้าไปได้

    ชายคนนั้นเป็นนักฆ่า เข้ามาในห้องเจ้าสัวแล้วล็อกประตู คว้าหมอนมากดลงบนหน้าเจ้าสัวอย่างโหดเหี้ยม เจ้าสัวตัวเกร็งมือกระตุก...ราพณ์ รสิกาประคองอาม่า

    มาพร้อมแม่นม เดินสวนกับรัตนาวลี เธอบอกว่าพยาบาลพาไปพบหมอ แต่พอหันมาพยาบาลหายไปเสียแล้ว

    ราพณ์เอะใจรีบวิ่งไปที่ห้องเจ้าสัว พบว่าประตูล็อก จึงกระแทกประตูอย่างแรงหลายทีจนเปิดออก เห็นคนร้ายทำร้ายพ่อตนอยู่ เขาโผนเข้าถีบ คนร้ายล้มลงแต่ลุกขึ้นผลักราพณ์แล้ววิ่งหนีออกไป ชนกลุ่มพยาบาลล้มแล้วหนีไปได้ รัตนาวลีรีบเข้ามาดูอาการเจ้าสัว หมอตามเข้ามาตรวจเช็กให้ญาติออกไปรอข้างนอก ราพณ์เสียงแข็ง จะอยู่ดูจนกว่าพ่อของตนปลอยภัย ทุกคนขยาดไม่กล้าขัดใจ รสิกาพาคนอื่นๆออกไปรอหน้าห้อง

    ดึกดื่น ทุกคนกลับมาบ้านยกเว้นรัตนาวลีกับราพณ์ยังอยู่ที่โรงพยาบาล พอระรินรู้เรื่องก็โวยวายจะไปหาเจ้าสัวให้ได้ ทุกคนต้องปรามให้ไปวันรุ่งขึ้น รามกลับมาพอรู้เรื่องก็ตกใจต่อว่ารสิกา ไหนจะดูแลพ่ออย่างดี สุดท้ายก็ดีแต่เห่า อาม่าเอ็ดราม รังรองบอกรสิกาอย่าไปสนใจหมาเห่า อาม่าเสียงกร้าว ศึกนอกบ้านก็มากพอยังมาเปิดศึกในบ้านต่อหน้าอีก เธอหันไปตำหนิราม

    “อาราพณ์กับคุณหญิงดูแลป๊าลื้อมาตลอด แต่ลื้อไม่เคย ตำหนิผู้อื่นในสิ่งที่ลื้อไม่เคยทำ ก็ไม่ต่างจากคนโง่ที่เอาสติปัญญาของตนเองมากางให้ผู้อื่นสมเพช ส่วนลื้ออารังรองเป็นอาเจ้ ดูถูกน้องชายสายเลือดเดียวกัน แล้วใครที่ไหนจะยกย่องลื้อ ถ้ารามเป็นหมา ลื้อกับอาม่าก็ไม่ต่างกัน คำพูดกับการกระทำพวกลื้อ ทำให้อั๊วรู้สึกผิดที่อบรมไม่ดี คนไทยเขาเรียกยังไงนะคะคุณนม”

    แม่นมกล่าวอย่างเกรงใจว่า สำเนียงส่อภาษากิริยาส่อสกุล...อาม่าเสียใจที่สั่งสอนลูกหลานไม่ดีพอ น่าละอาย รังรองรีบขอโทษอย่างสำนึกผิด รามมองนิ่งๆรู้สึกผิดแต่ไม่เอ่ยปาก อาม่าบอกทุกคนว่า ราพณ์ให้เพื่อนที่เป็นตำรวจส่งลูกน้องมาคุ้มกันแล้ว รสิกาเสริมพรุ่งนี้จะพาเจ้าสัวกลับมาดูแลที่บ้านเพื่อความปลอดภัย ว่าแล้วก็ชวนแหววช่วยกันจัดที่ทางข้างล่างไว้ให้เจ้าสัวพักผ่อนตอนกลางวัน สะดวกแก่การทำกายภาพบำบัดและการดูแล

    ราพณ์คุยกับกันต์ เพื่อนที่เป็นตำรวจ ว่าเจ้าสัวต้องรู้ว่าใครทำร้ายตัวเองและส่งคนมาฆ่าปิดปาก กันต์ถามราพณ์สงสัยประสิทธิ์หรือ ราพณ์ส่ายหน้า เพราะประสิทธิ์เป็นศัตรู พ่อคงไม่ไปพบโดยไม่บอกใคร ต้องเป็นคนที่คาดไม่ถึง แล้วราพณ์ถามถึงกระดุมของนที

    กันต์รายงาน “ไม่พบลายนิ้วมือของใคร ส่วนกล้องวงจรปิด ฉันตามภาพคืนมาไม่ได้จริงๆ คงโดนลบไปแล้ว ถ้าได้เรื่องคืบหน้ายังไงฉันจะรีบแจ้งแกทันที”

    ราพณ์ขอบใจเพื่อน ปฐวีเห็นกันต์เดินไปแล้วจึงเข้ามาถามราพณ์ว่า จริงหรือที่ไม่คิดว่าเป็นฝีมือพ่อตน ราพณ์รับว่าใช่ ปฐวีสัญญาจะเกลี้ยกล่อมพ่อกับน้องให้เลิกวุ่นวายกับพวกเขา

    ลินดานั่งอยู่กับประสิทธิ์ วางสายโทรศัพท์จากรามหันบอกประสิทธิ์ว่า เจ้าสัวปลอดภัยแล้ว ดูท่าประสิทธิ์ไม่กังวลเลย เขายิ้มๆเพราะคนที่ร้อนใจไม่ใช่เขา

    ชาญชัยกระวนกระวายกลับมาบอกชนพว่าเจ้าสัวยังไม่ตาย สองพ่อลูกร้อนใจถ้าเมื่อใดเจ้าสัวพูดได้ พวกเขาต้องติดคุกข้อหาพยายามฆ่าและสร้างเอกสารปลอมเป็นแน่  คงต้องหาทางหนีออกนอกประเทศ ฤดีโวยวายไม่ยอมไป รังรองได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาดู ก็โดนฤดีตวาดไม่มีมารยาทและไล่ให้ออกไป รังรองแปลกใจท่าทีพ่อแม่สามี

    ooooooo

    วันต่อมา ทุกคนในคฤหาสน์เจ้าสัวเรียว ยืนรอต้อนรับการกลับมาของเขา รุ้งราย ระริน รังรองโผกอดพ่อด้วยความดีใจ เจ้าสัวสบตารามอย่างอ่อนโยนรามจึงเข้าไปจับมือพ่อ เขาบีบมือลูกชายอย่างสื่อถึงความรักที่มีให้

    รสิการู้ว่าราพณ์เครียด เห็นเขาคุยโทรศัพท์กับตำรวจว่าพบศพคนมาติดชายฝั่ง สภาพศพไม่แน่ใจว่าใช่นที ให้ส่งเสื้อผ้าและหลักฐานบ่งชี้ไปให้ ไม่ทันไร แหวววิ่งมาตามราพณ์ไปช่วยรัตนาวลี...ทั้งสองรีบมาที่ห้องเจ้าสัว เห็นรัตนาวลีกำลังดึงผ้าปูที่นอนที่เปรอะเปื้อนสิ่งปฏิกูลออก เธอขอให้ราพณ์ช่วยยกตัวเจ้าสัว เพื่อให้เธอทำความสะอาด เธอรู้ว่าเจ้าสัวอายจึงไล่แหววและคนอื่นออกไปก่อน ราพณ์เห็นสายตาพ่อที่ไม่อยากให้เขามาทำอะไรให้ เขาจึงปลอบ

    “ป๊าเลี้ยงผมตั้งแต่เล็ก ทำทุกอย่างให้ผมอย่างไม่เคยรังเกียจ เพราะว่าผมเป็นลูก วันนี้ขอให้ลูกอย่างผมได้ดูแลป๊านะครับ...ผมจะพาป๊าไปเข้าห้องน้ำนะครับ”

    เจ้าสัวน้ำตาไหลได้แต่ส่งเสียงอือ...อา...รสิการู้สึกสับสนไม่อยากให้แม่ของตัวต้องปรนนิบัติเจ้าสัวขนาดนี้ เธอมาบ่นกับแม่นม สงสารแม่

    หลายวันที่ผ่านมา รสิกายืนมองแม่ทำทุกอย่างให้เจ้าสัวอย่างไม่รังเกียจเดียดฉันท์ รู้สึกไม่พอใจ เห็นลูกๆเจ้าสัวช่วยกันบีบนวด แต่เธอยังตะขิดตะขวงใจที่จะปรนนิบัติศัตรูของท่านพ่อ ไม่ทันไร แหววหอบผ้าปูที่นอนเลอะส่งกลิ่นเหม็นอบอวลมาอีก ทำให้รสิกายิ่งสงสารแม่มากขึ้น แหววเอาผ้ามาส่งให้กิมท้อ แล้วจะกลับไปทำความสะอาดข้างบน กิมท้อโวยวายปาผ้าใส่แหวว ไม่ยอมทำของสกปรกพวกนี้อีกแล้ว เง็กกำลังตากผ้าที่ซักแล้วตกใจกับท่าทีของกิมท้อ

    รสิกาเข้ามากับแม่นม เอ็ดกิมท้อ “ตอนนี้สิ่งที่ทุกคนต้องทำคือดูแลเจ้าสัวให้ดีที่สุด ถ้ายังอยากอยู่ที่นี่ก็

    ทำตามหน้าที่ของตัวเอง แต่ถ้าไม่ก็แจ้งคุณนมได้เลย พี่แหววกับอาเง็กช่วยเอาผ้าปูที่นอนผืนใหม่ขึ้นไปเปลี่ยนที่ห้องเจ้าสัว และทำความสะอาดให้เสร็จก่อนบ่ายนี้นะคะ”

    แม่นมสั่งสอนกิมท้อต่อ “เธอไม่ต้องทำก็ได้นะกิมท้อ เจ้าสัวท่านจะได้ทราบว่า ข้าวที่เลี้ยงดูมันไม่มียาง บริวารถึงไม่รู้คุณ เจ้านายที่นี่ถึงไม่มีบุญพอจะได้รับความกตัญญูจากเธอเป็นการตอบแทน ตอนนี้ทุกคนรู้ว่าเจ้าสัวท่านกำลังลำบาก ฉันถือว่าท่านเป็นผู้มีพระคุณ และทำทุกอย่างที่คิดว่าตอบแทนท่านได้ แต่ถ้าเธอไม่คิดเหมือนฉันและคนอื่นๆ ก็ไม่เป็นไร ถ้าเธออยากให้คำว่าเนรคุณติดตัวเธอไปชั่วชีวิต”

    แหววอาสาซักผ้าให้ กิมท้อตวาดไม่ต้อง แล้วนั่งลงซักผ้า แม่นมยิ้มอย่างพอใจที่กิมท้อยังมีความละอายอยู่บ้าง

    รสิกายกอาหารเข้ามาให้แม่ เห็นประคองเจ้าสัวอย่างทุลักทุเลให้ทานยา จึงลืมตัวเข้าช่วย แต่พอจับแขนเจ้าสัวก็รู้สึกตะขิดตะขวงวางหน้าไม่ถูก คำพูดของท่านพ่อดังก้องในหูเผลอบีบแขนเจ้าสัวอย่างแรงจนสีหน้าเขาเหยๆ รัตนาวลีสังเกตเห็นจึงเตือน รสิกาสะดุ้งปล่อยมือเดินหนีดื้อๆ...ตกเย็นราพณ์เห็นรสิกานั่งเหม่อ ก็เข้าโอบกอดดึงเธอเอนซบอกกระซิบว่า เขารักเธอ

    รสิกาน้ำตาซึม เปรย “ถ้าเจ้าสัว...ไม่ใช่คนที่ทำร้ายท่านพ่อ ทุกอย่างคงดีกว่านี้...สักวันนะคะ ฉันจะเป็นภรรยาที่รักคุณได้อย่างไม่มีข้อแม้”

    “ขอแค่คุณยอมให้ผมรอ...นานแค่ไหน ผมก็รอได้”

    รสิกาน้ำตาร่วง เจ็บปวดสับสนเหลือเกิน ซบหน้าสะอื้นกับอกราพณ์

    ooooooo

    ในคืนเดียวกัน มานพตามจนเจอที่พักของสิริ-โสภา เขาบอกเธอว่าเขากับราพณ์รู้แล้วว่าเธอตามประกบรสิกาถึงขนาดเข้าไปทำงานในบริษัทเดียวกัน มานพโชว์ภาพถ่ายยืนยันและเตือนเธอว่า ราพณ์เห็นแก่ความรู้สึกดีๆที่เคยมีต่อกันจึงไม่บีบให้เธอต้องออก แต่ขอให้เลิกคิดร้าย

    สิริโสภาเชิดหน้าไม่ยี่หระ มานพกลับมาเล่าให้ราพณ์ฟังอย่างหวั่นใจ เพราะเธอกำความลับไว้และอยู่ใกล้ชิดรสิกาอย่างมาก ราพณ์เครียดหนัก

    วันต่อมา แม่นมยกอาหารมาให้รัตนาวลี แต่เธอมัวง่วนกับการช่วยทำกายภาพบำบัดให้เจ้าสัว พอเดินออกมาจากห้องจึงเกิดอาการวูบ รสิกาไม่พอใจ ต่อว่าให้แม่ห่วงสุขภาพตัวเองบ้าง

    “แม่แค่มึนๆนิดหน่อย เดี๋ยวก็หาย ตอนที่แม่ดูแลท่านพ่อก็เป็นแบบนี้ล่ะจ้ะ”

    “แต่นั่นเป็นท่านพ่อ หม่อมแม่จะเอามาเปรียบกับคนอย่างเจ้าสัวไม่ได้นะคะ”

    ทั้งรัตนาวลีและแม่นมตกใจ คิดว่ารสิกาเข้าใจเจ้าสัวแล้ว รสิกาเสียงกร้าว ตนไม่มีวันลืม แล้วเดินหนี แม่นมอาสาไปคุยกับเธอให้เอง...รสิกาเดินมานั่งเครียดในสวน แม่นมตามมาปลอบ เธอโผกอดแม่นมเหมือนคนจนตรอก สับสน

    “นมจ๋า อ้ายควรจะเชื่อใครคะ เชื่อท่านพ่อหรือว่าเชื่อคุณราพณ์ เจ้าสัวเป็นศัตรูหรือเป็นมิตรกันแน่  อ้าย...”

    แม่นมตัดสินใจเปิดเผยความจริง “ท่านเจ้าสัวเป็นคนที่ช่วยดูแลค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดของท่านชาย และเป็นคนที่ส่งเสียค่าเล่าเรียนให้กับคุณหญิงตลอดมาค่ะ”

    รสิกาผงะ ไม่ยอมเชื่อ หาว่าแม่นมอยากให้ตนมองเจ้าสัวในแง่ดี แม่นมย้อนถามว่าตนเคยโกหกสักครั้งหรือ หญิงสาวส่ายหน้าน้ำตาคลอ แม่นมพร้อมจะเล่าเรื่องที่เห็นและได้ยินให้รสิกาพิจารณาเอาเอง...รสิกาฟังแล้วตกใจเมื่อรู้ว่าเจ้าสัวช่วยธุรกิจของท่านพ่อ ช่วยดูแลวังประกาศเกียรติมาตลอด รัตนาวลีเดินเข้ามายืนยัน

    “แม่เคยบอกอ้ายแล้วว่าที่แม่แต่งงานกับเจ้าสัว เพื่อตอบแทนบุญคุณ”

    “หม่อมแม่กำลังเข้าข้างคนอื่น ถ้ามันเป็นความจริง ท่านพ่อจะต้องบอกอ้าย”

    “แม่มีบางอย่างอยากให้อ้ายเห็น แล้วอ้ายจะรู้ว่า ทั้งหมดที่แม่พูดคือความจริง” รัตนาวลีเอาบิลค่าใช้จ่ายทั้งหมด ใบโอนค่าเล่าเรียน และค่าใช้จ่ายในวังให้ลูกสาวดู รสิกายังแย้งว่าสมบัติของท่านปู่ท่านย่าก็มี “สมบัติพวกนั้น ท่านพ่อนำออกขายเพื่อไปลงทุนกับนายประสิทธิ์ มันหมดไปก่อนที่ท่านพ่อจะล้มป่วยซะด้วยซ้ำ”

    “แล้วทำไม...”

    “ท่านพ่อของลูกไม่เคยรู้เรื่องนี้ เพราะแม่ไม่เคยบอกท่าน ลูกคิดว่าท่านพ่อของลูกที่รักเกียรติของตนเองยิ่งกว่าสิ่งใด ราชสีห์ที่ยิ่งใหญ่จะยอมรับความช่วยเหลือจากหนูที่ต้อยต่ำกว่าอย่างนั้นเหรอ” รัตนาวลีรู้ว่าลูกอยากรู้ความสัมพันธ์ของตนกับเจ้าสัว จึงยืนยันว่าเป็นแค่เพื่อนแท้ แต่เพราะประสิทธิ์ที่ทำให้ท่านชายเข้าใจตนผิด “อ้าย...แม่ไม่เคยนอกใจท่านพ่อของลูกแม้แต่ครั้งเดียว ที่แต่งงานกับเจ้าสัว เพราะเจ้าสัวป่วยหนัก แม่อยากจะตอบแทนบุญคุณเขาจึงยอมแต่งงานเพื่อจะได้ดูแลได้โดยไม่มีคำครหาให้ต้องเสื่อมเสียถึงตัวอ้าย เจ้าสัวยอมเป็นคนเลวในสายตาของอ้าย แม่อยากจะอธิบายแต่เจ้าสัวขอร้องไว้ เพราะไม่อยากให้อ้ายรู้สึกผิดหวังในตัวท่านพ่อถ้ารู้ความจริง แต่มาถึงวันนี้ แม่ไม่อยากให้อ้ายเป็นคนอกตัญญูเพราะความไม่รู้อีกต่อไป”

    รสิการู้สึกหน้าชา แม่นมปลอบไม่มีใครบังคับให้เธอเชื่อ ลองคิดดูว่าเราผ่านช่วงเวลานั้นมาได้เพราะใคร รสิกามองแม่กับแม่นมด้วยความสับสน...เดินมายืนมองคฤหาสน์เจ้าสัว ลำดับเหตุการณ์ที่ผ่านมา ที่เจ้าสัวกับราพณ์ออกโรงปกป้องเธอในทุกๆครั้ง แม่นมเข้ามากุมมือรสิกา บอกให้เธอรู้ว่าเธอยังเด็กตอนที่เกิดเรื่องระหว่างท่านชายกับเจ้าสัว ได้ยินแต่คำบอกเล่าว่าเจ้าสัวเป็นคนไม่ดีแต่ไม่เคยพิสูจน์ว่าเป็นความจริงหรือไม่ รสิกาสับสนในใจ

    “แล้วอ้ายจะแน่ใจได้ยังไงค่ะว่า เจ้าสัวเป็นคนดีจริงอย่างที่ทุกคนบอก”

    “ตัดสินด้วยการกระทำในปัจจุบันดีไหมคะ เจ้าสัวไม่เคยทำร้ายประกาศเกียรติ ให้เกียรติหม่อมแม่และคุณหญิงมาตลอด ปกป้องคุณหญิงจากพวกที่คิดจะทำลายคุณหญิง...พอไหมคะที่จะทำให้คุณหญิงมั่นใจในความดีของเจ้าสัว”

    รสิกาคิดตามคำพูด หันมากอดแม่นมอย่างซาบซึ้ง รับปากว่าจะทำสิ่งที่ถูกต้องเสียที...เธอตัดสินใจเดินเข้าบ้าน พร้อมจะทำบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่...

    เจ้าสัวเรียวนั่งบนเก้าอี้เหม่อมองออกไปนอกห้อง ราพณ์กับรัตนาวลีเดินมาเห็นด้านหลังรสิกาเข้าไปในห้องเจ้าสัว ทุกก้าวย่างรสิกานึกถึงภาพเธอก้าวร้าวเขา เธอเข้าไปคุกเข่าตรงหน้า

    “ที่ผ่านมา อ้ายโง่เองที่ไม่เคยคิดหาความจริงเรื่องหม่อมแม่กับเจ้าสัว โง่แล้วยังอวดฉลาดทำเรื่องเลวร้ายกับคนท่ีคอยช่วยเหลืออ้ายกับครอบครัว”

    ราพณ์กับรัตนาวลีตามมาหยุดมอง แม่นมเข้ามายืนข้างๆ ตะลึงกับภาพที่เห็น รสิกากล่าวขอโทษเจ้าสัวขอโทษแทนท่านพ่อ และขอบคุณที่เขาช่วยเหลือครอบครัวตนมาตลอด รสิกาก้มลงกราบเท้าเจ้าสัว เจ้าสัวถึงกับน้ำตาร่วง สายตาที่มองเธอเต็มไปด้วยความเอ็นดู ราพณ์เดินเข้ามา

    “ป๊าอภัยให้ลูกสะใภ้คนนี้อยู่แล้วล่ะครับเพราะคุณหญิงเป็นภรรยาของลูกชายคนโปรดของป๊า จริงไหมครับป๊า” ราพณ์ประคองรสิกาลุกขึ้น จับมือเธอไปวางบนมือเจ้าสัว

    เจ้าสัวบีบมือเธอ รสิกากล่าวขอบคุณเจ้าสัวราพณ์

    ติงต้องเรียกว่าป๊า เธอจึงเรียกตามราพณ์...รามเดินตบ มือเข้ามา “เป็นฉากที่น่าประทับใจมากเลยครับยินดีด้วยที่อาซ้อคืนดีกับป๊า”

    ราพณ์ตัดบท ครอบครัวมีความสุข ตนกับพ่อก็อยากเห็นเขามีความสุขเหมือนกัน รามโต้ ตนจะมีความสุขถ้าทุกคนจะยอมให้แม่ของตนเข้ามาอยู่ในบ้านด้วย ราพณ์ สวนเป็นไปไม่ได้

    “เฮียพูดเองว่าอยากให้ผมมีความสุข”

    “เฮียจะไม่นึกถึงแค่ความสุขของคนหนึ่งคน แต่ทำให้ ทั้งบ้านเป็นทุกข์”

    รามอึ้งเถียงไม่ออก ราพณ์รวบรัดจะไม่พูดเรื่องนี้

    อีกแล้วบอกรัตนาวลี เย็นนี้จะเรียกทุกคนมาทานข้าว พร้อมหน้า ว่าแล้วก็หันไปชวนราม รามเสียงกร้าวครอบครัวของตนต้องมีลินดา แล้วเดินไปอย่างไม่แคร์ ราพณ์สบตาพ่อบีบมือเขาอย่างให้กำลังใจ

    ooooooo

    ปฐวีคุยงานกับประสิทธิ์ในห้องทำงาน สุรีย์ส่อง

    เดินมาที่โต๊ะอาหาร เสียงมือถือปฐวีที่วางลืมไว้บนโต๊ะดัง ขึ้น เธอมองดูไม่มีชื่อจึงลองกดรับ เสียงรุ้งรายดังมา

    “คุณวีคะ รุ้งมาถึงที่ร้านแล้วนะคะ คุณวีออกมาหรือยังคะ คุณวี...ฮัลโหลได้ยินไหมคะ”

    สุรีย์ส่องยิ้มเหยียดๆ กดวางสายไป...ปฐวีถือโอกาสเกลี้ยกล่อมให้พ่อคืนเงินมิสเตอร์หยาง เพราะถึงขนาดขู่ฆ่ากันแล้ว ตนเป็นห่วง ประสิทธิ์ถอนใจไม่อยากจะบอกว่าไม่มีเงินเหลือแล้วได้แต่บอกให้เขาดูแลงานประสิทธิ์เรียลเอสเตทให้ดีที่สุดก็พอ นี่เป็นคำสั่ง ปฐวีเดินออกมาคว้ามือถือบนโต๊ะ สุรีย์ส่องแกล้งถามจะไปไหน เขาตอบว่าไปธุระแล้วออกไป เธอมองตามยิ้มมุมปาก

    ความสัมพันธ์ของรุ้งรายกับปฐวีเป็นไปด้วยดี ทั้ง สองหวานต่อกันแบบไม่มีฟอร์ม สุรีย์ส่องแอบตามมาถ่ายภาพเอาไปฟ้องประสิทธิ์...

    ช่วงกลางวัน รสิกาช่วยรัตนาวลีดูแลป้อนยาเจ้าสัว รังรองเดินเข้ามาทักทาย รัตนาวลีจึงขอตัวไปเตรียมอาหาร รสิกาตามไปช่วย เดินออกมาสวนกับชาญชัยที่พาชนพกับ ฤดีมาด้วย ชาญชัยแนะนำให้รู้จักพ่อแม่ รัตนาวลีกับรสิกาสวัสดีนอบน้อม ฤดีมองอย่างเหยียดๆ โพล่งขึ้น

    “คุ้มดีนะคะ แต่งเข้ามาทั้งแม่ทั้งลูก ลูกไม้หล่นใต้ต้นใช่ไหมคะ”

    รัตนาวลีรู้ว่าไม่เป็นมิตรแน่จึงตอบ “เป็นธรรมดาค่ะ แม่ลูกคู่ไหนก็คงเหมือนกัน ฉันเคยสงสัยว่าคุณชาญชัยทำไมถึงเป็นคนมีปัญหาเรื่องมารยาท แต่ตอนนี้ฉันไม่สงสัยแล้วค่ะว่าทำไม”

    ฤดีตาลุกวาวจะโวย ชนพรั้งไว้แล้วกล่าวขอโทษแทน รัตนาวลีกับรสิกาเดินไป ชนพตำหนิภรรยาว่าที่มาเพื่อไม่ให้มีพิรุธ ไม่ใช่มาสร้างปัญหาขึ้นอีก...พอเจ้าสัวเห็นชาญชัยเดินเข้ามายืนค้ำหัวรังรอง มองด้วยสายตามุ่งร้าย ก็บีบมือรังรองจ้องมองชาญชัยอย่างโกรธแค้น รังรองตกใจว่าพ่อเป็นอะไร อยากบอกอะไรตน ชาญชัยเห็นท่าไม่ดี แกล้งใช้รังรองไปหาน้ำมารับรองพ่อกับแม่ตน รังรองลังเล ชาญชัยดึงมือรังรองออกแล้วจับมือเจ้าสัวแทน

    “เดี๋ยวผมดูแลป๊าให้เอง รองไปจัดการให้ผมทีนะ”

    ชนพทำทีเหนื่อยอ่อนให้รังรองพาไปดื่มน้ำ พอทุกคนเดินไป ชาญชัยก็หันมามองเจ้าสัว

    “แกนี่มันตายยากเหลือเกินนะ ทนเป็นง่อยหาทางเอาผิดฉัน มันไม่ง่ายหรอก อยู่นานๆหน่อยก็ดี อยู่ให้ถึงวันที่แกต้องเห็นบริษัทแกล่มสลายด้วยน้ำมือฉัน ลูกๆแกจะต้องหมดตัว ทุกอย่างจะต้องเป็นของฉัน” เห็นเจ้าสัวเกร็งจ้องตาเขม็ง “แกไม่เชื่อเหรอ แกคิดว่าฉันจะทำไม่ได้ใช่ไหม” ชาญชัยกระชากคอเสื้อเจ้าสัว “แกว่าฉันไม่มีปัญญาใช่ไหม พวกแกทุกคนดูถูกฉัน”

    รสิกาเดินเข้ามาเห็นชาญชัยกำคอเสื้อเจ้าสัวแน่น ชาญชัยสะดุ้งปล่อยมือถอยห่างทำเนียน รสิกาบอกว่ารังรองให้มาเชิญไปที่ห้องนั่งเล่น และตอนนี้ก็ถึงเวลาเจ้าสัวพักผ่อน ชาญชัยรับคำเดินออกไป รสิกาเห็นเจ้าสัวมือเกร็ง สายตาจับจ้องตามหลังชาญชัยอย่างโกรธๆ

    “มีอะไรหรือเปล่าคะป๊า” รสิกากุมมือเจ้าสัว เริ่มสงสัยว่าต้องมีอะไรแน่

    รสิกากลับเข้าห้อง เห็นดอกไม้วางบนหัวเตียงอย่างเก๋ไก๋ ไม่ทันไร ราพณ์เข้าโอบกอดทางด้านหลัง เธอสงสัยโอกาสอะไร เขาบอกดีใจ หญิงสาวถามดีใจที่ตนเข้าใจพ่อของเขาหรือ

    “ใช่...แต่ที่ดีใจที่สุดก็คือ คุณจะมีความสุขอยู่ในบ้านของเราได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ ผมรู้ที่ผ่านมาคุณลำบากใจ ไอ้สภาวะจะสุขก็ไม่กล้า มีแต่ทุกข์ที่รู้สึกผิดกับท่านพ่อของคุณ มันทรมาน ผมไม่อยากให้คุณอยู่ในอารมณ์แบบนั้น ทุกครั้งที่มองคุณ ผมอยากเห็นรอยยิ้มของคุณเพราะมันทำให้ผมมีความสุขมาก”

    รสิกามองหน้าราพณ์ “แค่ยิ้มคงไม่พอมั้งคะ” ว่าแล้วก็หอมแก้มเขาฟอดหนึ่ง

    ราพณ์หัวใจพองโต โผกอดรสิกาแนบแน่นด้วยความรัก รสิกากอดตอบอย่างเต็มใจ

    ooooooo

    แผนต่อไปของลินดาคือยอมรับสิริโสภาเป็นสะใภ้ รามกลับมาเจอสิริโสภาที่บ้านก็ดีใจ เขามาเพื่อเล่าให้ลินดาฟังเรื่องรสิกากราบเท้าเจ้าสัว คงจะมีปาร์ตี้กันยกใหญ่ ลินดาเจ็บใจ

    ประสิทธิ์กำลังดูภาพที่สุรีย์ส่องถ่ายความสนิทสนมของปฐวีกับรุ้งราย สุรีย์ส่องเล่าว่าได้ยินรุ้งรายบอกปฐวีพบศพนทีแล้ว ชาญชัยโผล่มาได้ยิน โวยทันทีไหนว่ากำจัดศพ ไปแล้ว ประสิทธิ์บอกว่าอย่าร้อนใจไปเลย มันจับเขาไม่ได้หรอก

    “ก็จริง  คนที่พวกมันจะจับคือคุณต่างหาก  เพราะคนที่มันสงสัยคือคุณไม่ใช่ผม”

    ประสิทธิ์เยาะ “ก็จริง ไม่มีใครคิดว่าคุณจะทำตัวเป็นงูเห่า”

    ชาญชัยหงุดหงิด ยิ่งตอนนี้ราพณ์ระมัดระวังตัว ดูแลเจ้าสัวเป็นอย่างดี ประสิทธิ์แนะต้องเก็บอย่างเงียบที่สุด ลินดาก้าวเข้ามา “และงานนี้มันต้องมีแพะ!”

    ชาญชัยตกใจที่ลินดามาเกี่ยวข้องได้อย่างไร ประสิทธิ์กับสุรีย์ส่องรู้สึกว่าครั้งนี้ ยิงปืนนัดเดียวได้นกทุกตัวที่อยากได้ ชาญชัยยังไม่เข้าใจมองทุกคนที่ยิ้มอย่างพอใจ...

    วันต่อมา ลูกๆทุกคนเข้ามาทำให้เจ้าสัวมีความสุข ระรินหอบกีตาร์มาบรรเลง รุ้งรายประคองอาม่าเข้ามาร่วม ไม่ทันไร ลินดาเข้ามาขอร่วมวง เพื่อประกาศว่ารามจะให้คนรักเข้ามาอยู่ที่นี่ด้วย ราพณ์ รสิกา และระรินเห็นสิริโสภาเดินเข้ามาพร้อมรามก็ตกตะลึง โดยเฉพาะราพณ์ที่เหมือนโดนตีแสกหน้า ลินดายิ้มเยาะทำทีแนะนำ ราพณ์ปฏิเสธ รามโวยทีเขายังพารสิกามาได้

    “แต่กรณีของแก ยังไม่ได้แต่งงาน มันไม่เหมาะ คุณสิจะเสียหาย ถ้าคนนอกรู้เรื่องนี้”

    สิริโสภายิ้มเยือกเย็น “สิเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาไม่ใช่ลูกท่านหลานเธอ สิเคยสูญเสียครั้งสำคัญที่สุดของชีวิตไปแล้ว ครั้งนี้สิไม่มีอะไรจะเสียแล้วล่ะค่ะ”

    รสิกาสะอึกรู้สึกผิด ขอร้องราพณ์ให้อนุญาต เขาจำยอม ระรินค้าน รังรองรั้งน้องสาวไว้คุยกันนอกรอบ ระรินฮึดฮัดไม่ไว้ใจสิริโสภา รัตนาวลีจำสิริโสภาได้ ไม่คิดว่าจะมาลงเอยกับราม ลินดาแอบยินดีกับสิริโสภาที่ได้เข้ามาเป็นสะใภ้ลิ้มวัฒนาถาวรกุลสมใจ แม้จะไม่ใช่สะใภ้ใหญ่

    พี่น้องเข้ามาปรึกษากันในห้องทำงาน ระรินเปิดประเด็นไม่ไว้ใจสิริโสภาเพราะเคยเห็นเธอปารูปรสิกาทิ้ง ราพณ์เครียด รุ้งรายกับรังรองจึงให้ระรินคอยจับตาดูสิริโสภาเวลาอยู่ออฟฟิศ ราพณ์เข้ามาในห้องนอน รสิกาเปรยไม่เคยเห็นรามจริงจังกับใครขนาดนี้ และโทษตัวเองเป็นคนทำลายชีวิตสิริโสภา ราพณ์กอดรสิกาด้วยความกดดันกลัวการสูญเสียเธอไป

    “คุณหญิงครับ ไม่ว่าวันข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ผมอยากให้คุณรู้ว่า ทุกอย่างที่ผมทำลงไปเพราะผมรักคุณมากจนยอมเสียคุณไปไม่ได้ ถ้าผมทำผิดไปอภัยให้ผมนะครับ”....

    ความปั่นป่วนในบ้านเริ่มก่อเกิด บนโต๊ะอาหาร สิริโสภาทนเห็นราพณ์เอาใจรสิกาไม่ได้น้ำตาไหลริน พอรามถามเธอก็บอกว่าสามีเก่าของเธอก็เคยเอาใจแบบนี้ ทุกคนจึงรู้ว่าสิริโสภาเคยมีครอบครัวมาก่อน  ต่างสบถว่าสามีเก่าของเธอเป็นคนเลว  รสิกาสังเกตเห็นราพณ์เครียด

    สิริโสภากล่าวสาปแช่ง “สิได้แต่รอ รอให้เวรกรรมตามสนองพวกเขาอย่างสาสม!”

    ราพณ์ตบโต๊ะปัง! ให้หยุดพูดเรื่องไม่ดีบนโต๊ะอาหาร ทุกคนสะดุ้ง ลินดามาถึงพอดียิ้มอย่างสะใจ...พอมีโอกาส  ราพณ์ดึงสิริโสภาไปคุยในห้องทำงาน  ลินดาเห็นแกล้งมาบอกรสิกาว่าราพณ์ให้ไปพบที่ห้องทำงาน

    ราพณ์ต่อว่าสิริโสภาด้วยความโมโห เธอตอบโต้ว่าเธอเจ็บปวดมามาก  จะไม่ยอมให้คนที่แย่งสามีเธอไปมีความสุข  ราพณ์ไม่คาดคิดว่าสิริโสภาจะเปลี่ยนไปขนาดนี้ จึงบีบแขนเธอย้ำว่าเขาไม่เคยรักเธอ เขารักรสิกาเพียงคนเดียว พลันรสิกาเปิดประตูเข้ามาชะงักกับภาพที่เห็น ลินดากับรามตามมา รามไม่พอใจโผนเข้าผลักอกพี่ชายถามทำอะไร ความสุขุมกลับคืนมา ราพณ์บอกว่ามีเรื่องคุยกับสิริโสภานิดหน่อย ลินดาเขี่ยไฟให้แรงขึ้น หาว่าคุยกันสองต่อสองในห้องมิดชิดจะทำให้สิริโสภาเสียชื่อ แล้วถามรสิกาคงไม่ทราบว่าธาตุแท้สามีตัวเองเป็นอย่างไร

    รสิกาช่วยแก้ตัวว่าตนทราบเรื่องตั้งแต่เมื่อคืนว่าราพณ์มีเรื่องจะคุยกับสิริโสภา  เพราะเธอเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในครอบครัว เขาจึงต้องดูให้แน่ว่าเธอไว้ใจได้หรือเปล่า สิริโสภาเคืองกับความหนักแน่นของรสิกา  จึงเออออไปตามนั้น ลินดาหงุดหงิดใจที่ปั่นหัวสองคนนี้ไม่สำเร็จ

    “ราม...ไม่ว่านายจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม คุณหญิงคือภรรยาที่ฉันรักมาก มากเกินกว่าที่ฉันจะยอมแลกด้วยอารมณ์เพียงชั่ววูบ” ราพณ์เปิดประตูให้ทุกคนออกไป สิริโสภาเคียดแค้นหนักขึ้น

    ราพณ์จูงมือรสิกาออกมาส่งขึ้นรถ เขาเอ่ยไม่ถามอะไรหรือ รสิกาดักคอถ้าเขาอยากเล่าก็เล่ามา ตนไม่ถาม เขาจึงรับรองว่าจะไม่ทำอะไรผิดต่อเธอเด็ดขาด ระรินวิ่งออกมาขอนั่งรถไปทำงานด้วย สิริโสภาตามมาขอติดรถด้วยคน ระรินไม่พอใจแต่รสิกาตัดบทอนุญาต สิริโสภายิ้มอย่างเชือดเฉือนให้กับราพณ์ก่อนจะขึ้นนั่งเบาะหลัง เขามองตามรู้สึกไม่สบายใจเอาเสียเลย

    เมื่อมาถึงออฟฟิศ สกรรจ์เข้ามาทัก ระรินชักสีหน้าไม่พอใจที่เขามาวุ่นวายกับพี่สะใภ้อีก แต่พอเห็นเขาทักทายสิริโสภาก็แปลกใจ คิดจะสืบเรื่องสิริโสภาจากเขา  สกรรจ์บอกรสิกาว่าที่มาวันนี้  มาในฐานะลูกค้า อยากให้เธอออกแบบบ้านพักที่เขาใหญ่ให้ ระรินได้ทีขอดูแลงานนี้เอง

    พออยู่กันลำพัง สกรรจ์รู้ทันถามระรินอยากคุยอะไรกับตนก็ว่ามา ระรินทึ่งรู้ได้อย่างไร

    “คุณคงไม่รู้ตัวว่าเป็นคนชัดเจน เกลียด ชอบ ไม่ชอบ อยากรู้อยากเห็นก็แสดงออกเต็มที่ คุณน่ะทำท่าลุกลี้ลุกลนตั้งแต่ผมก้าวเข้ามาแล้ว”

    ระรินไม่อ้อมค้อมถามเรื่องสิริโสภาทันที  สกรรจ์ต่อรองต้องเล่าทุกอย่างที่สงสัยมาก่อนแล้วเขาจะตอบ ระรินมองอย่างชั่งใจ แต่เพื่ออุดรูรั่วก่อนที่มันจะสร้างปัญหาจึงยินยอม สิริโสภาเดินมาเห็นสองคนคุยกันชักหวั่นใจ  ไม่ทันไร  ราพณ์ถือช่อดอกไม้เข้ามา  ระรินแกล้งจะรับแทนเพราะรสิกาคุยงานกับกอบกู้อยู่  สิริโสภามองราพณ์รู้ว่าเขาจงใจประกาศว่าแคร์รสิกาแค่ไหน

    ราพณ์เข้าไปในห้องกอบกู้ มอบดอกไม้ให้รสิกาก่อนจะทักทายกอบกู้ เขามาเพื่อฟังการพรีเซนต์งาน

    สิริโสภาจงใจถือน้ำมาเสิร์ฟแล้วทิ้งลงแตก กอบกู้ตำหนิไม่ใช่หน้าที่ของพนักงานบัญชีอย่างเธอ สิริโสภาอ้างว่าอยากเทกแคร์ลูกค้าคนสำคัญเป็นพิเศษ

    “ฉันกับคุณหญิงดูแลได้ดีอยู่แล้ว คนอื่นไม่จำเป็นต้องยุ่ง” ระรินโวย

    “ฉันเป็นน้องสะใภ้คุณราพณ์ คุณรินลืมไปแล้วเหรอคะ”

    ระรินโต้ไม่อยากจำต่างหาก กอบกู้ตัดบทให้สิริโสภาเก็บเศษแก้วแล้วออกไป เธอมองราพณ์อย่างแค้นเคือง

    รสิกาเริ่มจับความรู้สึกบางอย่างของสองคน

    ooooooo

    ประสิทธิ์ทำทีถามไถ่ปฐวีไม่คิดจะรักชอบใครบ้างหรือ ถ้าจะรักใครชอบใครพามาให้พ่อกับน้องเห็นชอบด้วย ปฐวีเอะใจทำเฉยๆ สุรีย์ส่องหมายมาดจะทำให้รุ้งรายเกลียดปฐวีไปจนตาย

    เพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลม ราพณ์เรียกรามมาบอกว่า โรงแรมใหม่ที่กำลังสร้างตนจะให้เขาดูแลแต่ต้องอยู่ภายใต้การตัดสินใจของตน และจะจัดงานแต่งงานให้เขากับสิริโสภา พร้อมปลูกบ้านให้อยู่ใหม่ รามอึ้งไม่คิดว่าพี่จะดีด้วยขนาดนี้...หลังจากนั้น ราพณ์ก็มาปรึกษามานพที่ร้านกาแฟ มานพสังหรณ์ใจว่าสิริโสภาใช้รามเป็นเครื่องมือทำลายความรักของราพณ์กับรสิกา

    เย็นวันนั้น รสิกาเอาช่อดอกไม้ที่ราพณ์ให้มาจัดลงแจกัน แหววนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ รามกับสิริโสภากลับมาเห็นราพณ์กำลังหวานใส่รสิกา สิริโสภาเกิดความริษยาอย่างยิ่ง คิดว่ารามคงก่อกวนตามนิสัย แต่ผิดคาด รามกลับจูงเธอขึ้นห้อง ทั้งรสิกาและแหววแปลกใจเช่นกัน หันมองราพณ์ทำไมวันนี้รามไม่หาเรื่องสักนิด ราพณ์ได้แต่ยิ้มๆ

    สิริโสภาเปิดฉากถามราม ทำไมดูอารมณ์ดี รามจึงบอกเรื่องที่คุยกับราพณ์วันนี้ สิริโสภาเจ็บใจคิดจะเขี่ยตนออกไป ตนจะทำให้บ้านแตกในเร็ววัน

    เย็นวันนั้น รสิกาและรัตนาวลีช่วยกันนวดมือให้เจ้าสัว เคล้าเสียงเพลงจีนที่ราพณ์เปิดให้พ่อฟังเพลินๆ

    รามพาลินดาเข้ามาทำลายบรรยากาศ รามถามคงไม่มีใครคิดขวางไม่ให้แม่เยี่ยมพ่อ รัตนาวลีดักคอไม่มีถ้าแค่มาเยี่ยมไม่มีเรื่องกวนใจ ราพณ์เสริมถ้ามีตนจะไม่เกรงใจ ลินดายิ้มอย่างมีเลศนัยรับปากจะนั่งเฉยๆ ไม่ทันไร มีข้อความส่งเข้ามือถือราพณ์ เขาเปิดอ่าน ข้อความว่า

    “ถึงเวลาที่คุณหญิงกับรามจะรู้ความจริงเรื่อง ของเรา” ราพณ์หน้าเสียขอตัวไปคุยงาน

    ลินดามองตามยิ้มกระหยิ่มใจ ราพณ์ขึ้นมาหาสิริโสภาบนห้อง ตั้งใจจะพูดกันให้รู้เรื่อง อย่าก่อกวนและ ยอมรับความจริงเสียที สิริโสภาขู่จะทำทุกอย่างให้ได้เขาคืนมา เธอโถมเข้าปลุกปล้ำราพณ์ ดึงทึ้งเสื้อของเขาจนกระดุมขาด ราพณ์พยายามดันเธอออกด้วยความตกใจ

    ลินดามองนาฬิกาเห็นได้เวลาก็ชวนรามไปหาสิริโสภา รสิกางงวันนี้ลินดามาแปลกคงจะเบื่อ อยากสงบสุขบ้าง...ราพณ์ผลักสิริโสภาออกเต็มแรงผลุนผลันออกจากห้อง ลินดาชี้ให้รามดูว่าราพณ์เข้าไปทำอะไรในห้องลูก เสื้อผ้าขาดแบบนั้น สิริโสภาคลั่งแค้นกรีดร้องดึงทึ้งเสื้อผ้าผมเผ้าตัวเอง รามตกใจวิ่งเข้าไปดู เห็นเธอนั่งร้องไห้สภาพยับเยิน ลินดายิ้มกริ่มกับลีลาของสิริโสภา พยายามสร้างเรื่องว่าราพณ์ปลุกปล้ำน้องสะใภ้ สิริโสภาคร่ำครวญอย่ารังเกียจเธอ อย่าทิ้งเธอไป

    ราพณ์เปลี่ยนเสื้อกลับลงมาที่ห้องเจ้าสัว บอกรสิกาว่าตนร้อนขึ้นไปอาบน้ำ แล้วบอกเจ้าสัวว่าพรุ่งนี้จะไปรับพระลบกลับจากโรงเรียนประจำ รสิกาดีใจ ทันใดรามเข้ามากระชากคอเสื้อราพณ์ชกเปรี้ยง ราพณ์สวนกลับทุกคนตกใจ รามโวยวายว่าราพณ์รังแกเมียเขา

    “เฮียไม่ได้ทำ!”

    “มึงไม่ใช่เฮียกู! มึงเข้าห้องกู รังแกเมียกู!”

    “เฮียไม่ได้ทำเลวๆอย่างที่แกคิดนะ”

    รสิกากับรุ้งรายช่วยกันดึงรามออกไปนอกห้องลินดาเข้ามายืนยันว่า เห็นกับตาว่าราพณ์ออกมาจากห้องราม ราพณ์จับรามยันกับผนังบอกให้ตั้งสติแล้วหันไปถาม สิริโสภาว่าบอกรามแบบนั้นหรือ สิริโสภาร้องไห้เอาตัวรอด ลินดาให้เธอยอมรับ รสิกาโพล่งขึ้น

    “คุณราพณ์ไม่ทำเรื่องเลวร้ายแบบที่คุณลินดาคิดแน่ โดยเฉพาะกับภรรยาของน้องชายตัวเอง อ้ายเชื่อในตัวคุณราพณ์”

    ราพณ์ใจชื้นขึ้น ถามรามอยากรู้อะไร ตนพร้อมจะตอบ รามถามเข้าไปทำอะไรในห้องตน

    “ฉันเข้าไปคุยกับสิริโสภาเรื่องของแก เฮียรู้ว่าเขายังรักอดีตสามีของเขา เฮียไม่อยากให้เขาเห็นแกเป็นแค่ตัวแทนของใคร เพราะแกเป็นน้องของเฮีย”

    “เฮียรู้ได้ยังไงว่าเขายังรักอดีตสามีของเขาอยู่”

    “ถ้าเขาลืมได้คงไม่ร้องไห้และพูดถึงเรื่องเก่ากลางโต๊ะอาหารแบบนั้นหรอก เฮียทนไม่ได้ถ้าเขาจะทำให้แกเสียใจ”

    สิริโสภาขยาดเมื่อเห็นราพณ์โกรธมาก เกรงจะถูกไล่ออกจากบ้านจึงดึงรามกลับขึ้นห้อง รุ้งรายบอกให้รามขอโทษราพณ์ก่อน รามยืนนิ่ง ราพณ์ปัดไม่เป็นไร แค่เข้าใจก็พอ ลินดาเห็นแผนไม่สำเร็จก็หลบกลับเข้าไปหาเจ้าสัว รุ้งรายไม่เห็นลินดานึกเป็นห่วงพ่อ...ลินดามาพูดยั่วอารมณ์เจ้าสัวว่าพี่น้องต่อยกันเพราะผู้หญิง น่าบัดสีที่พี่น้องมีเมียคนเดียวกัน ถ้ารัตนาวลีกับรสิการู้คงสนุกแน่ เจ้าสัวตัวเกร็ง รุ้งรายยืนตะลึงหน้าห้องกับสิ่งที่ได้ยิน

    คืนนั้นรุ้งรายหาจังหวะเข้าไปคุยกับราพณ์ในห้องทำงาน ถามเขาตรงๆเรื่องสิริโสภา ราพณ์ชะงักยอมรับว่าเลิกกันนานแล้ว แต่พอได้รู้ว่าลินดาเป็นคนพูดเรื่องนี้ให้พ่อฟัง ก็วิเคราะห์

    “แสดงว่าการที่สิเข้ามาในบ้านนี้ไม่ใช่แผนของสิคนเดียว...แต่รามคงไม่รู้เรื่องนี้”

    รุ้งรายกังวลว่ารามต้องโดนปั่นจนเกิดเรื่องวุ่นวายในบ้านแน่ ให้ราพณ์จัดการจับสองคนแต่งงานกันและให้ออกไปอยู่ที่อื่น ราพณ์ก็ตั้งใจไว้แล้ว แต่ตอนนี้ราพณ์ให้รุ้งรายไปเช็กงานที่โครงการของชาญชัยก่อน ท่าทางไม่ชอบมาพากล

    ooooooo

    หลังจากเจ้าสัวหลับรัตนาวลีเห็นรสิกายืนเครียดอยู่ในสวนจึงเข้ามาถามคิดเรื่องราพณ์อยู่ใช่ไหม รสิกา ยอมรับว่าสงสัยว่าราพณ์กับสิริโสภารู้จักกันมาก่อน

    “เป็นอดีต...ถ้าเขาจะรู้จักกันจริงๆ หรือว่าเคย...อะไรก็ตามมันก็เป็นเรื่องของอดีต แต่มันจะกลายเป็นเรื่องของปัจจุบันทันทีถ้าอ้ายเก็บมาคิดและค้นหาความจริง อ้ายอยากให้มันกลายเป็นปัจจุบันไหมล่ะลูก มันอาจจะทำลายทุกอย่างที่ลูกมีในตอนนี้ ความสุข...ความรัก ลูกจะยอมแลกมันเหรอจ๊ะ”

    “ไม่ค่ะ อ้ายไม่อยากเสียเขาไป”

    “ถ้าอ้ายตัดสินใจแล้ว แม่ขอให้อ้ายหนักแน่น แม่อยากให้อ้ายจำไว้ว่าไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า อะไรก็ตามที่จะทำร้ายใจตัวเองและคนที่เรารัก เข้าใจไหมลูก”

    รสิกายิ้มรับคำเตือนของแม่...ในขณะที่ราพณ์เข้ามาสารภาพกับเจ้าสัวว่า สิ่งที่เคยเตือนให้ระวังมันกลับเป็นบ่วงรัดคอเขาแล้วจริงๆ เขาจะต้องผ่านเรื่องนี้ไปให้ได้และรักษาครอบครัวไว้ เจ้าสัวมองอย่างให้กำลังใจ...พอราพณ์ขึ้นมาบนห้อง รสิกาไม่มีทีท่าจะซักไซ้อะไรกลับถาม

    “พาป๊าขึ้นห้องนอนแล้วใช่ไหมคะ”

    “ครับ...คุณหญิง ผม...”

    “คุณเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว อาบน้ำแล้วมาพักผ่อนนะคะ”

    “คุณหญิงจะไม่ถามอะไรผมเหรอครับ”

    “อ้ายง่วงแล้วล่ะค่ะ แต่อ้ายอยากกอดคุณก่อนนอน ถ้าคุณไม่...”

    ราพณ์คว้าตัวรสิกามากอด “ผมเหนื่อย...นอนเลยได้ไหมครับ” ราพณ์อ้อนดันเธอลงนอน กอดก่ายอยากได้กำลังใจ “ขอบคุณนะครับคุณหญิง...”

    รสิการู้ว่าเขาจะพูดเรื่องสิริโสภาจึงบอกให้เขานอนพรุ่งนี้ต้องไปทำงานอีก ราพณ์กระชับอ้อมกอดกระซิบ “อยู่ข้างๆผมอย่างนี้ตลอดไปนะครับคุณหญิง”

    รสิกากอดแทนคำตอบ ทั้งสองหลับตาลงด้วยความเข้าใจกันและกัน...ต่างจากสิริโสภาซึ่งนอนไม่หลับครุ่นคิดเคียดแค้นที่ทำลายความรักของราพณ์กับรสิกาไม่ได้

    เธอเผลอบีบแก้วน้ำในมือแตกบาดมือด้วยความริษยา...

    วันต่อมาเมื่อชาญชัยรู้ว่ารุ้งรายไปตรวจสอบเอกสารที่โครงการก็สังหรณ์ใจว่าราพณ์ต้องรู้อะไรมาแน่ จึงรีบมาหารังรองที่ห้องทำงาน พบราพณ์กับรุ้งรายคุยอยู่กับรังรอง ราพณ์ออกตัวว่ามาคุยเรื่องงานแต่งของราม รายละเอียดกลับไปคุยกับรัตนาวลีอีกที ชาญชัยมองอย่างสงสัยทำทีมาชวนรังรองไปทานข้าว เธอดีใจคว้ากระเป๋าตามสามีออกไป

    ตอนเย็นรสิกากับรุ้งรายช่วยกันป้อนอาหารและยาเจ้าสัว สิริโสภาเข้ามาขอช่วย เธอแอบมองขวดยาที่รสิกากำลังจัดให้เจ้าสัว แล้วแกล้งปัดขวดยาหก ตกใจเอามือกอบโกยให้มันคลุกฝุ่นมากขึ้น รุ้งรายไม่พอใจบอกให้หยุดไม่ต้องช่วยอะไรอีก รัตนาวลีบอกรสิกาว่าพรุ่งนี้คงต้องไปเอายาที่โรงพยาบาลใหม่ สิริโสภาอาสาไปให้

    รุ้งรายว่าไม่ต้องตนจะไปเป็นเพื่อนรสิกาเอง

    พระลบวิ่งมากอดรสิกา เรียกเธอว่าหม่าม้า รสิกาทำหน้าแปลกใจ ราพณ์ตามเข้ามาบอกว่าเขาสอนพระลบเอง เพราะพระลบอยากมีแม่มานานแล้ว พระลบเข้าไปกอดเจ้าสัวกับรัตนาวลี  ทุกคนดูเอ็นดูพระลบอย่างมาก สิริโสภาฉวยโอกาสเก็บขวดยาใส่กระเป๋า

    ด้วยความหมั่นไส้ที่ใครๆก็รักรสิกา สิริโสภาแอบเข้ามาในห้อง เห็นดอกไม้ที่รสิกาปักแจกันก็เคียดแค้นเข้าไปขยี้ร่วงหล่นลงพื้นอย่างสะใจ จากนั้นก็ลงมาเห็นพระลบนั่งทานขนมอยู่กับอาม่า รสิกาช่วยป้อน สิริโสภาเข้ามาทักทาย รสิกาบอกพระลบให้สวัสดีและเรียกเธอว่าพี่ เธอพยายามเอาใจพระลบจนรสิการู้สึกผิดสังเกต

    ตกดึก รสิกาขึ้นห้องเห็นกลีบดอกไม้ร่วงกระจายที่พื้นก็แปลกใจ เริ่มระแวงมองไปรอบห้องว่ามีอะไรผิดปกติอีกบ้าง ราพณ์อุ้มพระลบตามขึ้นมาเห็นก็ถามเกิดอะไรขึ้น รสิกานึกถึงคำเตือนของแม่ที่ว่า ไฟในอย่านำออก ไฟนอกอย่านำเข้า ก็กลบเกลื่อนว่าดอกไม้มันแห้งจึงร่วง

    “คุณหญิงครับ วันเสาร์นี้ผมอยากพาป๊าไปทะเล จะได้เปลี่ยนบรรยากาศบ้าง” ราพณ์เสนอ

    รสิกาเห็นดีด้วย พระลบดีใจจะได้ไปเที่ยวทะเลอีก สองพ่อลูกพากันเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ รสิกายังครุ่นคิดว่าใครเข้ามาในห้อง

    ooooooo

    รุ่งเช้า รุ้งรายนัดปฐวีมาเจอกัน แต่สุรีย์ส่องแกล้ง ป่วยหนักจนประสิทธิ์ต้องให้ปฐวีพาไปหาหมอ... รุ้งรายกับรสิกามาเอายาใหม่ที่โรงพยาบาล พลันวศิน เข้ามาดึงรสิกามีเรื่องต้องคุย

    รุ้งรายขวางกลับถูกวศินผลักกระชากถุงยาปาทิ้ง ปฐวีพาสุรีย์ส่องเข้ามาเห็น โกรธที่รุ้งรายถูกทำร้ายปรี่เข้าชกวศิน สองคนชกกันนัว รุ้งรายลืมตัวเป็นห่วงปฐวีเข้าไปช่วย ลินดาแอบมาเปลี่ยนขวดยาช่วงชุลมุน รปภ.เข้าล็อกตัววศินออกไป สุรีย์ส่องผลักรุ้งรายออกห่างพี่ชายตน รสิกามองหาถุงยา ปฐวีเก็บถุงมาคืนให้ รุ้งรายมองไปเห็นลินดาแวบหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกรสิกา

    ทุกอย่างเป็นไปตามแผน สุรีย์ส่อง ลินดา และวศิน กลับมารวมกันที่ห้องทำงานประสิทธิ์ วศินอดต่อว่าไม่ได้ที่โดนปฐวีชกไม่ยั้ง ประสิทธิ์จ่ายค่าตอบแทนให้ ลินดา ข้องใจทำไมต้องดึงปฐวีมาเกี่ยวด้วย สุรีย์ส่องยิ้มร้าย

    “คนทรยศต่อครอบครัวก็ต้องได้รับบทเรียน ส่วนนังรุ้งมันทำไว้เยอะ ครั้งนี้ฉันถือว่าแก้แค้นให้ตัวเอง รวมทั้งคุณด้วยนะวศิน นังรุ้งรายมันต้องเจ็บยิ่งกว่าตาย”...

    และแล้วเมื่อรสิกากลับมาอ่านหนังสือพิมพ์ให้เจ้าสัวฟัง เจ้าสัวมองเธอด้วยสายตาห่วงใย รสิกาเห็นยิ้มให้และรับปากว่าจะดูแลราพณ์ให้ดี ขอให้เจ้าสัวหายไวๆกลับมาเป็นหลักใจให้กับทุกคน เสียงนาฬิกาเตือนเวลาป้อนยา รสิกาจัดแจงยามาป้อนให้ รัตนาวลีเข้ามาเปลี่ยนให้ลูกสาวได้พักผ่อน ราพณ์เข้าประคองเธอออกไป ราพณ์ชวนคุยเรื่องจะไปทะเล

    ไม่ทันไร เสียงรัตนาวลีร้องกรี๊ดดังลั่นออกมา ทุกคนตกใจ สิริโสภาวิ่งมาหน้าห้อง เง็กประคองอาม่าขึ้นบันไดมา ราพณ์กับรสิกากลับเข้าไปดู เห็นรัตนาวลีเขย่าตัวเจ้าสัวซึ่งมีเลือดออกปาก ตาค้าง ราพณ์พุ่งเข้าจับชีพจรจึงรู้ว่าพ่อตายแล้ว รัตนาวลีเป็นลมล้มพับ รสิการับร่างแม่ไว้ อาม่าร้องไห้โฮ แม่นมประคองน้ำตาไหล

    “ไม่จริง! ป๊าต้องไม่ตาย ป๊าฟื้นสิ ป๊า...” ระรินโผกอดพ่อร้องไห้น่าเวทนา

    สิริโสภาแม้จะรู้เรื่องอยู่ก่อนก็อดช็อกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้

    ooooooo

    นิยายแนะนำ

    บันเทิงไทยรัฐ

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"

    "เบน" บุกเดี่ยว บู๊สุดพลังปกป้องผืนป่า เปิดตัวละคร "สมบัติมหาเฮง"
    19 ก.ย. 2563

    14:05 น.

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    วันเสาร์ที่ 19 กันยายน 2563 เวลา 19:43 น.