ตอนที่ 8
หนูนาทนดูภาพบาดใจไม่ไหว เดินหนีลงไปข้างล่างเจอเหนือฟ้ายืนขวางไว้ เขาเห็นหน้าตาบูดบึ้งของเธอแล้วเดาออกทันทีว่าโดนภูผาป่วนมา อาสาจะ ไปจัดการให้ แล้วลากเธอขึ้นบ้าน เห็นภูผากำลังหอมแก้มสาวสวยคนหนึ่งอยู่ เขากระแอมเสียงดังเพื่อให้ รู้ตัว ทั้งคู่รีบผละออกจากกัน
“สวัสดีครับ...คุณ...” เหนือฟ้ามองหญิงสาวหน้าตา สะสวยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม ภูผาแนะนำทันที
“วงเดือน...คนรักของฉัน...เดือน...นี่เหนือฟ้าเพื่อนบ้าน”
เธอทักทายเหนือฟ้าพร้อมกับส่งยิ้มให้ เขามอง หนูนาด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหันไปกระเซ้าภูผา ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขามีแฟนสวยขนาดนี้ เขาประกาศเสียงดังฟังชัดว่าหวงแฟนคนนี้มากด้วย
“กันท่ากันขนาดนี้เลยหรือ ไม่ต้องห่วงน่า ฉันน่ะ รักเดียวใจเดียว” เหนือฟ้าว่าแล้วปรายตามองหนูนา แต่
เธอไม่เล่นด้วย สะบัดหน้าเดินหนี ภูผาได้ทีกระเซ้าคืน จะตามเธอไปหรือจะกินข้าวก่อน เขาขออยู่นี่เพราะมีเรื่องจะปรึกษา วงเดือนรู้งานรีบขอตัวเอาจานไปเก็บ เหนือฟ้ารอจนเธอลับสายตาจึงหันไปถามภูผา
“นี่ใช่ไหมเหตุผลที่นายไม่เปิดโอกาสให้หนูนา”
“ฉันมีหัวใจดวงเดียวนี่...แล้วเรื่องที่นายจะปรึกษาเรื่องอะไร”
เหนือฟ้าจะลงใต้คืนนี้ ไปแถวๆบ้านเกิดของภูผา เลยจะมาปรึกษาเรื่องการร่วมลงทุนเปิดตลาดใบชากับโสภณ เขาพอจะรู้จักชื่อเสียงชายคนนี้มาบ้าง เป็นคนกว้างขวางพอสมควรเป็นเหมือนพ่อค้าคนกลาง ซื้อมาขายไป ดูไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร แล้วแกล้งถามเหนือฟ้า ว่ามาปรึกษาแบบนี้ไม่กลัวตนส่งใบชาไปขายตัดหน้าหรือ
“ฉันไม่เห็นว่านายมีเขี้ยวนะ ฉันก็เลยมั่นใจว่านายไม่ใช่พวกลอบกัด” เหนือฟ้ายิ้มกวน
“ฮึ...ก็จริง ยิงทิ้งเลยง่ายกว่า...ที่โน่นไม่ได้มีพวกอิทธิพลให้นายต้องระแวง แต่ถ้านายต้องการความช่วย เหลือก็ไปที่บ้านแสนสมุทรบอกว่าฉันแนะนำให้ไป เขาจะช่วยนาย”
จังหวะนั้น วงเดือนเดินถือจานใส่ผลไม้เข้ามาให้ ชวนเหนือฟ้ากินผลไม้ด้วยกันก่อน ภูผารีบบอกว่าเหนือฟ้าจะกลับแล้ว คนถูกเอาชื่อไปใช้ถึงกับงง ยังไม่ได้บอกสักคำว่าจะกลับ
“ช่วงทำคะแนนของนายไม่เอาหรือไง” ภูผายิ้มให้อย่างมีเลศนัย พ่อเลี้ยงหนุ่มถึงบางอ้อทันที รีบขอตัวกลับ ทิ้งให้ภูผากับวงเดือนคุยกันตามประสาคู่รัก ผลัดกันป้อนผลไม้ให้กันและกันอย่างมีความสุข
ooooooo
ในเวลาเดียวกัน ขามปรากฏตัวขึ้นหน้ากระท่อมท้ายไร่เหนือฟ้าตามที่ได้นัดแนะกับวันชัย เขาไม่ได้ตายอย่างที่วันชัยอ้าง แค่ซ่อนตัวเพื่อรอทำงานใหญ่ คืนนี้วันชัยจะพาเหนือฟ้าลงใต้ และมีแผนจะลอบฆ่าเขาที่นั่น จึงสั่งให้ขามลงไปคอยท่าอยู่ทางโน้นก่อน
“ครับ...ผมมีของฝากมาให้เจ้านายด้วย” ขามหันไปพยักพเยิดให้สมุนนำตัวหญิงชาวบ้านคนหนึ่งซึ่งดิ้นรนขัดขืนเข้ามา วันชัยมีเรื่องให้คิดหลายเรื่องจึงบอกปัดว่าวันนี้ไม่มีอารมณ์ ขามอยากให้เขาดูเธอก่อนเผื่อเปลี่ยนใจ
เขาเชยคางเธอขึ้นมาดูอย่างไม่ค่อยสนใจนัก เธอฤทธิ์มากกัดมือเขาจมเขี้ยว พอเห็นเลือดเท่านั้นอาการซาดิสต์กำเริบ ลากเธอเข้าไปในกระท่อม แล้วทุบตีอย่างบ้าคลั่ง เสียงกรีดร้องอย่างเจ็บปวดดังระงม สมุนถึงกับหน้าเสีย ละล่ำละลักถามขามว่า เจ้านายคงไม่เล่นงานนังนี่ถึงตายเหมือนคราวก่อนใช่ไหม
“ครั้งที่แล้วนังสาวชาวเขาแค่ทุบเจ้านายมันยังไม่รอด คราวนี้นังนี่ทำซะได้เลือด พวกเอ็งเตรียมขุดหลุมฝังมันได้เลย” ขามสั่งเสียงเครียด...
ทางด้านวงเดือนพยายามหาจังหวะบอกภูผาเรื่องคุณย่าของเขาอยู่นาน มาสบโอกาสตอนที่เขาพาเธอ
มาดูไร่ชาที่เขาฟื้นฟู จนกระทั่งต้นชาโตวันโตคืน อีกไม่กี่วันก็จะเก็บผลผลิตลอตแรกได้แล้ว เธอยื่นจดหมายที่เขาเขียนถึงศรีเรือนฉบับล่าสุดให้ จดหมายซึ่งนำทางให้เธอมาพบเขาที่นี่
“นี่มัน...จดหมายที่ฉันเขียนถึงคุณย่านี่...คุณย่าอนุญาตให้เธอมาที่นี่เหรอ...จริงหรือเดือน” ภูผายิ้มดีใจ
เธอไม่ตอบ เอาแต่ร้องไห้ เขารู้ทันทีว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น เป็นจริงอย่างคาด เขาตกใจแทบช็อกเมื่อรู้จากเธอว่าคุณย่าของเขาตายแล้ว จากนั้น สาเหตุการตายก็พรั่งพรูออกจากปากวงเดือน และยังบอกอีกว่า พ่อของเขาเก็บร่างคุณย่าไว้รอให้เขากลับไป ภูผาไม่พูดอะไร จ้ำพรวดๆ กลับไปทางบ้านพัก เธอมองตามด้วยความเป็นห่วง...
ในเวลาไล่เลี่ยกัน พิธีแต่งงานระหว่างพฤกษ์กับโฉมไฉไลยังคงดำเนินต่อไป ถึงเวลาเจ้าบ่าวต้องสวมแหวนให้เจ้าสาว แต่เขากลับใจลอยคิดถึงวงเดือน ถือแหวนค้างอยู่อย่างนั้นจนแขกในงานเริ่มสงสัย เมฆาต้องเข้าไปสะกิด พฤกษ์ถึงได้สติ มองไปรอบๆห้อง เห็นทุกสายตาจับจ้องมาที่ตนเอง
โฉมไฉไลกระซิบเตือนให้เขาสวมแหวนให้เธอ เขาจำใจทำอย่างเสียไม่ได้ ศรีดาราถึงกับโล่งใจ เชิญแขกผู้มีเกียรติร่วมรับประทานอาหาร อนงค์สวนขึ้นทันที
“เดี๋ยวค่ะ สวมแหวน มอบสินสอดเรียบร้อยก็ได้เวลาจดทะเบียนสมรสนะคะ เชิญเจ้าหน้าที่ค่ะ”
“เราคุยกันว่าจดทะเบียนวันพรุ่งนี้ไม่ใช่หรือคะ” ศรีดาราท้วง
อนงค์อยากให้จดวันนี้เลย ทุกคนจะได้ร่วมเป็นพยานรับรู้ พฤกษ์หนีไม่ออกยอมทำตามที่เธอต้องการ สองแม่ลูกตัวแสบมองสบตากันยิ้มพอใจ เมฆาเห็นแล้วเคืองมาก รอจนโฉมไฉไลขึ้นไปที่ห้องแต่งตัวเพื่อเติมเครื่องสำอาง ตามไปต่อว่าเธอที่ไม่มียางอายไล่ต้อนจนพี่ชายของเขาต้องจดทะเบียนสมรสต่อหน้าแขกเหรื่อ
“มันเป็นความถูกต้องที่ฉันควรจะได้รับต่างหาก อย่านึกว่าฉันไม่รู้ พวกคุณคิดจะดึงเวลาไม่ยอมจดทะเบียนสมรสกับฉันใช่ไหม” เธอโต้ไม่ยอมแพ้ เมฆาอ้างว่าคนที่ดึงเวลาไม่ใช่ตนเองแต่เป็นพฤกษ์ และที่เขาไม่ยอมจดทะเบียนด้วยไม่ใช่เพราะเรื่องทรัพย์สมบัติ แต่เพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาอยากจะยกย่องเป็นเมียต่างหาก
“อยากหรือไม่อยาก ฉันก็เป็นเมียถูกต้องตามกฎหมาย เป็นสะใภ้คนโตของบ้านแสนสมุทร อยากได้นังเดือนนักไม่ใช่หรือ ตอนนี้มันก็หนีไปแล้ว คุณนี่มันเป็นผู้ชายประเภทไหนที่แฟนเก่าแต่งงานกับพี่ชาย แฟนใหม่ก็หนีไป น่าสงสารหรือน่าสมเพชดีล่ะ” พูดจบเธอออกไปจากห้องอย่างสะใจ
ooooooo
เหนือฟ้าตามหาหนูนาจนทั่วแต่ไม่พบ พอรู้จากดอยว่าเธอไปที่หน้าผา เขาตกใจรีบตามไปทันที เห็นเธอยืนร้องไห้อยู่แถวหน้าผา คิดว่าเธอจะฆ่าตัวตาย พุ่งไปรวบตัวไว้ ทำให้ทั้งคู่กลิ้งไปหยุดใกล้ขอบหน้าผาอย่างน่าหวาดเสียว เธอได้สติลุกขึ้นทุบตีเขาอุตลุด
“ไอ้เหนือฟ้า ไอ้บ้า ทำอะไรของแก เกือบตายทั้งคู่แล้วเห็นไหม”
เหนือฟ้างง ก็เห็นๆอยู่ว่าเธอจะโดดหน้าผาฆ่าตัวตายเพราะอกหักจากภูผา หนูนาโวยลั่น เรื่องอะไรจะหนีปัญหาด้วยการทำแบบนั้น คนอย่างเธอต้องสู้จนกว่าจะชนะ เรื่องแค่นี้ไม่ทำให้เธอยอมแพ้ง่ายๆ
“ฉันห่วงเธอนะหนูนา” คำพูดอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความห่วงใยของเขา ทำให้กำแพงความแข็งแกร่งที่เธอสร้างขึ้นบังหน้าพังทลายลง เธอร้องไห้โฮโผกอดเขาไว้แน่น เขากอดตอบเพื่อปลอบใจ...
หลังจากปล่อยให้หนูนาร้องไห้จนสาแก่ใจ เหนือฟ้าจูงมือเธอมุ่งหน้ากลับไร่วงเดือน เธอนึกขึ้นได้ว่าปล่อยเขาจับมือนานเกินไป รีบสะบัดมือออก อ้างว่าตนไม่ใช่เด็กๆแล้วไม่ต้องมาคอยจูงมือ เขาไม่ได้จูงมือเพราะเธอเป็นเด็ก แต่เพราะความรักต่างหาก เธอง้างหมัดจะต่อย สั่งห้ามพูดอะไรที่มันเลี่ยนๆแบบนี้อีก เขายกมือยอมแพ้
“ก็ได้ๆ...หนูนา คืนนี้ฉันจะลงใต้นะ คงไม่อยู่สักอาทิตย์หนึ่ง...เธอดูแลตัวเองด้วยนะ ฉันเป็นห่วง”
“ตัวของฉัน ไม่ต้องมายุ่ง นายนี่มันเซ้าซี้จริงๆ”
“คนอย่างฉันมันต้องสู้...สู้จนกว่าจะชนะ...เหมือนเธอไง”
หนูนาหาว่าเขาล้อเลียนทำท่าจะเอาเรื่อง เขาปฏิเสธว่าไม่ได้ล้อ เพียงแค่พูดอย่างที่ใจคิดต่างหาก แล้วถามเธอว่าอยากได้อะไรจากทางใต้ไหมจะซื้อมาฝาก
“ฉันไม่อยากได้ของฝาก แต่แกต้องเอาหน้าแกกลับมาให้ฉันต่อยคลายเครียด เข้าใจหรือเปล่า”
เขาสัญญากลับมาเมื่อไหร่จะมาเสนอหน้าให้เธอเห็นทันทีแล้วเดินยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จากไป หนูนาหันมาเห็นดอยยืนยิ้มอยู่ถึงกับชะงัก เด็กน้อยกระเซ้าว่าใจอ่อนให้เหนือฟ้าแล้วใช่ไหมสีหน้าของลูกพี่มันฟ้อง หนูนาเขกหัวเธอดังโป๊กฐานแสนรู้มากไป ดอยโวยลั่น
“เอะอะก็ใช้กำลัง ดูพี่คนสวยสิ อ่อนโยนจ๊ะจ๋าทุกคำ ขนาดดอยยังเคลิ้มแล้วเจ้านายจะไม่รักได้ยังไง” เธอเห็นหน้าตาถมึงทึงของลูกพี่รีบสลายตัวทันที หนูนามองตามสีหน้าครุ่นคิด
ooooooo
เมฆายังไม่ละความพยายามแม้จะไม่ได้ความคืบหน้าเรื่องการหายตัวไปของวงเดือนจากชอุ่ม เขาเข้ามาค้นทุกซอกทุกมุมในห้องพักของวงเดือนเผื่อจะเจอเบาะแสว่าเธอหนีไปไหน กลับพบแต่ความว่างเปล่า ถึงกับหัวเสียยิ่งเห็นชอุ่มมาด้อมๆมองๆแถวนั้น ตะคอกถามด้วยความโกรธว่ามาทำไม
“ชอุ่มเห็นประตูเปิดอยู่คิดว่าเดือนกลับมาน่ะคะ ก็เลยเข้ามาดู...เอ่อ...คุณเมฆาคะ...คือเรื่องเดือนน่ะค่ะ เดือนเคยพูดว่ามีคนสำคัญอยู่ไกลที่เธอถักเสื้อให้น่ะค่ะ แต่เดือนไม่ได้บอกนะคะว่าคนสำคัญคนนั้นอยู่ที่ไหน”
เมฆาพึมพำกับตัวเองเบาๆหรือว่าคนสำคัญที่ชอุ่มว่าจะเป็นพี่ภูผา...
คืนวันแต่งงานแท้ๆแทนที่พฤกษ์จะอยู่กับเจ้าสาว กลับจะออกไปตามหาวงเดือน โฉมไฉไลไม่ยอมให้เขาทิ้งเธอไว้คนเดียวเข้าไปกอดเขาไว้หวังจะใช้เสน่ห์ยั่วยวน แต่ไม่ได้ผล เขาแกะมือเธอออกแล้วไปจากห้องหอทันที เธอไม่ยอมปล่อยเขาไปง่ายๆรีบวิ่งตาม พฤกษ์ก้าวฉับๆจะออกจากบ้านเจอเมฆาที่เพิ่งกลับมาพอดี
จังหวะนั้น มีเสียงโฉมไฉไลตะโกนเรียกหาพฤกษ์ลั่นบ้าน เมฆายืนขวางทางพี่ชายไว้ ถามว่าจะไปไหน เขาจะไปตามหาวงเดือน แม้ไม่รู้ว่าเธอไปไหน แต่จะให้อยู่เฉยๆ เขาคงทำไม่ได้ ยัยตัวแสบตามมาทัน แหวลั่น
“พฤกษ์ กลับมาเดี๋ยวนี้นะ”
เมฆารีบเปิดทางให้พี่ชายออกไป แต่พอเธอจะตามเขาแกล้งขวางไว้ “ให้เขาไปเถอะ...ฉันสงสารเขาที่ต้องทนกับผู้หญิงอย่างเธอ...ฉันนี่โชคดีจริงๆ” เขายิ้มเยาะก่อนจะเดินขึ้นบ้าน
โฉมไฉไลมองตามแค้นใจมาก หมายหัวไว้จะต้องทำให้ครอบครัวแสนสมุทรไม่ได้อยู่อย่างสงบสุข...
อีกมุมหนึ่งภายในห้องของอรุณ เจ้าของห้องกำลังนอนหลับไม่ได้สติเพราะฤทธิ์ยา โดยมีอนุตคอยดูแลอยู่ไม่ห่างด้วยสีหน้าเป็นกังวล ศรีดาราเข้ามารายงานว่าพฤกษ์ไปแล้ว คงจะไปตามหาวงเดือน เธอสงสารพฤกษ์และอรุณมาก ไม่เข้าใจทำไมวงเดือนถึงทำแบบนี้ ทั้งๆที่สัญญากับเธอไว้แล้ว
“ที่มันเป็นแบบนี้ไม่ใช่เพราะเดือนหรอก แต่เป็นเพราะพวกเราที่ไม่ยอมรับความจริงว่า เดือนไม่ได้รักอรุณเลย แต่ที่เดือนยอมทำตามเพราะเราเอาบุญคุณไปต่อรอง เมื่อเราไม่นึกถึงใจเธอก็ไม่แปลกที่เธอจะไม่นึกถึงใจเราเหมือนกัน...ตอนนี้ที่เราทำได้คือ ทำให้อรุณยอมรับความจริงซะ เพื่อตัวของลูกเอง”
“ถ้าคุณแม่ยังอยู่...”
“คุณแม่ก็จะทำเหมือนเรา...ผมมั่นใจ” เขาว่าแล้วมองไปที่รูปของศรีเรือนที่ตั้งอยู่บนหัวเตียง...
ทางฝ่ายพฤกษ์ตามหาวงเดือนไปทุกที่ที่คิดว่าเธอจะไป ถามทุกคนที่อยู่แถวนั้น แต่ไม่มีใครเห็นเธอสักคน เขากลับไปที่ท่าเรืออย่างหมดหวัง ตะโกนเรียกหาวงเดือนฝากไปกับสายลม
ooooooo
ขณะที่พฤกษ์ออกตามหาวงเดือนให้ควั่ก คนที่เขากำลังตามหานั่งหน้าเครียดเป็นห่วงชายคนรักอยู่บริเวณห้องโถงใกล้ๆห้องนอนของเขา หนูนาไม่เห็นภูผาออกมากินมื้อคํ่าจะเข้าไปตาม เธอรีบมาขวางไว้
“อย่าเพิ่งเข้าไปตอนนี้เลยนะ คุณภูผาคงอยากอยู่คนเดียวมากกว่า”
“ตั้งแต่คุณภูผามาอยู่ที่นี่ ฉันเป็นคนดูแลเขามาตลอด เขาไม่เคยต้องอยู่คนเดียว” หนูนามองอย่างเอาเรื่อง
ก่อนที่เหตุการณ์จะบานปลาย นายสว่างเข้ามาขอแรงหลานสาวให้ไปช่วยเขาที่ไร่ เธอขัดขืนไม่ยอมทำตาม เขาต้องเข้ามาลากตัวออกไป วงเดือนมองไปที่ประตูห้องนอนของภูผาเห็นเปิดแง้มไว้ แอบมองเข้าไปข้างในเห็นเขานั่งซบหน้ากับฝ่ามือตัวเอง เธอเข้ามานั่งคุกเข่าข้างๆ แตะไหล่เบาๆเพื่อปลอบ เขาดึงเธอมากอด
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้...ทำไม...ฉันพยายามจะสร้างไร่นี้เพื่อให้คุณย่าได้ภูมิใจ แต่วันนี้สิ่งที่ฉันทำมันไม่มีความหมายอีกแล้ว” เขาท้อแท้สิ้นหวัง เธอพยายามพูดให้เขามีกำลังใจฮึดสู้ขึ้นมาอีกครั้ง สร้างอาณาจักรภูผาให้สำเร็จเพื่อคุณย่าของเขา ภูผาจับมือเธอไว้ ขอให้อยู่เป็นกำลังใจให้เขาที่นี่ อย่าไปไหน
“อืม...เดือนขอคิดดูก่อนนะคะ”
“เธอไม่มีสิทธิ์เลือกแล้ว ฉันบอกเธอแล้วไงว่าเธอเป็นผู้หญิงของฉัน...ของฉันคนเดียว” เขาดึงเธอเข้ามาใกล้ มองสบตาอย่างลึกซึ้ง เธอหลับตาเพื่อรับจุมพิต จากเขาอย่างเต็มใจ แต่แล้วมีเสียงฝีเท้าใครบางคนดังขึ้น เธอตกใจรีบขยับออกห่าง ภูผาหันไปมองเห็นหนูนายืนจ้องอยู่
“มีอะไรหรือหนูน้อย”
“ฉันเห็นว่าคุณยังไม่กินข้าว เลยจะมาถามว่าจะกินอะไรไหม ไม่ได้คิดจะมาขัดจังหวะ”
วงเดือนทำหน้าไม่ถูก ขอตัวไปพักผ่อนก่อน แล้วลุกออกไปเลย หนูนาขอโทษเขาที่มาขัดจังหวะ ภูผาไม่ถือสา แต่คราวหน้าควรจะระวังให้มากกว่านี้
“ฉันก็มีความรู้สึกนะ” หนูนาตัดพ้อ
“แล้วฉันก็เตือนเธอแล้วนะหนูน้อย” เขาว่าแล้วลุกหนีทิ้งให้เธอยืนนํ้าตาคลอเพียงลำพัง...
ในเวลาเดียวกัน เหนือฟ้ากับวันชัยยืนรอจะขึ้นรถไฟอยู่ที่ชานชาลา ความจริงเหนือฟ้าไม่อยากไป แค่วันชัยไปคนเดียวก็น่าจะพอ แต่เขาไม่ยอม อ้างว่าเจรจาธุรกิจต้องให้ระดับเจ้าของกิจการด้วยกันคุยกัน จะให้
ผู้ช่วยอย่างเขาไปคุยคนเดียวคงไม่เหมาะ แล้วเร่งให้เหนือฟ้าขึ้นรถไฟได้แล้ว
ooooooo
หนูนาคิดจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นสาวหวานเพื่อแข่งกับวงเดือน รีบตื่นแต่เช้าตามนายสว่างไปตลาด แวะร้านขายเสื้อผ้า สั่งให้เจ้าของร้านเอาเสื้อแบบชาวกรุงฯที่ทันสมัยมาให้ แพงเท่าไหร่เธอยินดีจะจ่าย...
ที่บ้านแสนสมุทร ทันทีที่อรุณฟื้นจากฤทธิ์ยา
รีบร้อนลุกขึ้นจากเตียงจะไปตามหาวงเดือน แต่เกิดหน้ามืดทรุดฮวบ ศรีดาราได้ยินเสียงโครมคราม เข้ามาเห็นลูกชายคนเล็กนอนกองอยู่กับพื้น ตกใจรีบเข้าไปประคอง
“แม่ครับ เดือนอยู่ไหน เดือนกลับมาหาผมแล้วใช่ไหม...แม่ เดือนอยู่ไหน”
“อรุณ...ตัดใจเถอะลูก เดือนไปแล้ว” ศรีดาราปลอบ เขาไม่ฟัง กัดฟันวิ่งออกจากห้อง เธอตกใจรีบวิ่งตาม...
อีกมุมหนึ่งในห้องอาหาร ขณะอนุต เมฆา และโฉมไฉไลกำลังจะกินมื้อเช้า พฤกษ์เพิ่งกลับเข้ามา
โฉมไฉไลมองเขาไม่พอใจ แต่เห็นอนุตจ้องอยู่ รีบเปลี่ยนสีหน้าเป็นยิ้มแย้มเดินเข้าไปต้อนรับ
“กินอะไรมาหรือยังคะ กินข้าวต้มไหมเดี๋ยวโฉมจัดการให้”
“ไม่เป็นไร ผมไม่หิว ขอตัวไปอาบนํ้าก่อนนะครับพ่อ” พฤกษ์เดินยังไม่ทันจะถึงบันได อรุณวิ่งสวนลงมา พร้อมกับเสียงศรีดาราตะโกนเรียกให้หยุด พฤกษ์รีบเข้าไปล็อกตัวไว้ อรุณดิ้นรนจะออกไปให้ได้ เมฆาต้องเข้ามาช่วยจับอีกแรง ยิ่งจับเขายิ่งออกแรงดิ้น อาการหอบกำเริบขึ้นมาอีกจนลงไปนอนกองกับพื้น อนุตจะเข้ามาดู แต่เมฆารั้งไว้ ศรีดาราทนดูลูกชายคนเล็กทรมานไม่ไหว ขอร้องให้เมฆาช่วยน้องด้วย
“ยังครับแม่...ถ้าแม่ไม่อยากให้อรุณคลั่งอีก...
แม่ต้องเชื่อผม”
อรุณหมดสติไปในที่สุด เมฆาขอแรงพฤกษ์ช่วยกัน พาน้องขึ้นไปที่ห้อง อนุต ศรีดารา และโฉมไฉไลรีบตามไปดู ไม่นานนัก อรุณค่อยๆรู้สึกตัวลืมตาขึ้นมาก็ร้องหาวงเดือนเป็นสิ่งแรก แล้วผลุนผลันลงจากเตียง แต่ยืนไม่ไหวเซจะล้ม พฤกษ์กับศรีดาราจะเข้าไปประคอง เมฆายกมือเป็นเชิงห้าม เขายิ่งอาละวาดหนักข้อขึ้นเรียกหาวงเดือนลั่น
“เราตามหาจนทั่วแต่ไม่เจอ เดือนคงหนีไปที่อื่นแล้ว”
คำพูดของเมฆาทำให้อรุณคลั่ง กวาดข้าวของใกล้มือกระจุยกระจาย แล้วกัดฟันลุกขึ้นจะไปตามหาวงเดือน เมฆาขู่ถ้าไม่อยากเจอเธออีก เชิญออกไปได้เลย ทุกคนงง ไม่รู้ว่าเขาจะมาไม้ไหนอีก
“พี่รู้หรือว่าเดือนอยู่ไหน พี่รู้ใช่ไหม”
“ฉันไม่รู้ว่าเดือนอยู่ที่ไหน แต่แกรู้แล้วใช่ไหมว่าถ้าตัวเองอาการกำเริบหนักกว่านี้ แกจะต้องตายแน่ๆ ถ้าเป็นอย่างนั้นถึงเดือนจะกลับมา แกก็จะไม่ได้เจอเดือนอีก...ไปสิ...ถ้าอยากตายก็ออกไป...แต่ถ้าแกไม่เก็บชีวิตตัวเองไว้ ฉันนี่แหละจะเป็นคนดูแลเดือนเอง”
“ไม่นะพี่เมฆา...เดือนเป็นของผม ผมไม่ยอมเสียเดือนให้ใครทั้งนั้น” อรุณมีทีท่าอ่อนลง
“รอนะอรุณ ฉันจะตามหาเดือน พาเดือนกลับมาให้แก...พ่อครับ...ปล่อยให้อรุณอยู่คนเดียวเถอะครับ...เดี๋ยวให้ชอุ่มมาเก็บกวาด” เมฆาว่าแล้วเดินนำทุกคนออกไป...
ด้านพฤกษ์ข้องใจมากตามมาถามเมฆาว่ารู้แล้วหรือว่าวงเดือนไปไหน เขาคิดว่าเธอน่าจะไปหาภูผา และในบ้านนี้มีเพียงคุณย่าเท่านั้นที่รู้ว่าภูผาอยู่ไหน ทั้งคู่ต้องติดต่อกันแน่นอน คิดได้ดังนั้น เมฆากับพฤกษ์รีบตรงไปที่ห้องศรีเรือน เจอชอุ่มกำลังเปลี่ยนน้ำในแจกันดอกไม้ที่วางอยู่หน้ารูปคุณย่า
“ชอุ่ม ตั้งแต่พี่ภูผาไปจากบ้าน คุณย่าได้ติดต่อกับใครบ้างไหม ทางไหนก็ได้ โทรศัพท์หรือว่าจดหมาย”
“มีค่ะคุณเมฆา ก็จะมีจดหมายแล้วก็โทรศัพท์จากเชียงรายน่ะค่ะ ก่อนท่านโดนรถชนยังให้ชอุ่มส่งของแห้งไปที่เชียงรายเลยนะคะ แต่ชอุ่มไม่รู้ว่าเป็นใคร ท่านให้แต่ที่อยู่”
“แล้วที่อยู่ล่ะ จำได้ไหม” เมฆาซักอีก
ชอุ่มไม่ทราบเพราะอ่านหนังสือไม่ออก ให้เจ้าหน้าที่ไปรษณีย์เขียนให้ พอเสร็จงานแล้วเธอก็เอาที่อยู่คืนคุณท่าน เมฆาถามหาจดหมายที่มาจากเชียงรายคุณย่าเอาไปเก็บไว้ไหน เธอจำได้ว่าคุณท่านจะเก็บจดหมายไว้ในตู้ด้านหลัง แต่ท่านเพิ่งให้เธอเผาจดหมายทั้งหมดทิ้ง
ก่อนหน้าที่ท่านจะโดนรถชน เมฆาถึงกับหัวเสียที่ไม่ได้เรื่องอะไรสักอย่าง โฉมไฉไลแอบดูอยู่ ยิ้มพอใจที่เมฆากับพฤกษ์หมดทางตามหาวงเดือน
ooooooo
หนูนาต้องการแสดงให้ภูผาเห็นว่าตนเองก็เป็นสาวหวานได้ จึงมาทำงานในชุดกระโปรงสีหวานแหวว นายสว่างถึงกับร้องเอะอะ ถามว่าผีเข้าหรือเปล่าถึงได้แต่งตัวแบบนี้ เธอแค่นึกอยากจะใส่ก็ใส่ไม่มีเหตุผล
“แต่งแบบนี้ก็น่ารักดีนะ แต่จะทำงานได้หรือ” ภูผามองอย่างรู้ทัน
เธอต้องการพิสูจน์ว่าอยู่ในชุดอะไรก็ทำงานได้ ก้าวฉับๆ เข้าไปในไร่ชา จัดแจงรวบกระโปรงยาวครึ่งแข้งที่แสนจะเกะกะขึ้น แล้วนั่งยองๆ ตัดแต่งกิ่งชาหน้าตาเฉย ภูผากับนายสว่างมองแล้วอดขำไม่ได้ นายสว่างไม่เคยเห็นหลานสาวของเขาพยายามเพื่อใครแบบนี้มาก่อน ภูผาไม่ได้ปลื้มในสิ่งที่เธอทำ กลับหนักใจมากกว่า
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับเจ้านาย ทำอะไรที่ไม่ใช่ตัวเองเดี๋ยวมันเหนื่อยก็เลิกไปเอง”
ภูผาก็หวังว่าจะเป็นอย่างที่เขาพูด นี่ถ้าเหนือฟ้ามาเห็นเธอในสภาพนี้ คงจะเพ้อหนักแน่นอน...
คนที่ภูผาพูดถึงเพิ่งตกลงธุรกิจกับโสภณเสร็จ หลังจากการเจรจาเป็นไปอย่างราบรื่น โสภณอยากจะพาเหนือฟ้าไปเที่ยวมาเลเซียต่อ แต่พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่มีเวลาจะอยู่เที่ยวสนุกด้วยเพราะจะกลับเชียงรายคืนนี้เลย วันชัยพยายามทักท้วง แต่เขาไม่ฟัง โสภณส่งกุญแจรถกระบะของตนให้วันชัย
“ถ้างั้นคุณวันชัยจอดรถไว้ที่สถานีรถไฟนะครับผมจะให้ลูกน้องไปรับกุญแจเอง...แล้วพบกันนะครับพ่อเลี้ยง”
เหนือฟ้าค้อมหัวเล็กน้อยแล้วเดินออกจากร้านอาหารซึ่งใช้เป็นที่เจรจาธุรกิจ วันชัยรีบตามออกมา เห็นขามยืนหลบมุมสวมหมวกอำพรางใบหน้า เขาเดินเฉียดตรงจุดที่ขามยืนอยู่ กระซิบได้ยินกันแค่สองคน
“จัดการมัน” แล้วเดินเลยไปที่รถเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เหนือฟ้าเร่งให้เขารีบไปสถานีรถไฟจะได้ทันรถเที่ยวต่อไป วันชัยปรายตามองไปทางขามเห็นเขาผงกหัวเป็นเชิงรับทราบ พอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน...
บนถนนอีกสายหนึ่งไม่ห่างกันนัก พฤกษ์หน้าตาบอกบุญไม่รับกำลังขับรถพาโฉมไฉไลไปงานแต่งงานเพื่อนของเธอ หญิงสาวเห็นแล้วทนไม่ได้ ขอร้องให้เขาทำหน้าดีๆหน่อย ไม่อยากให้เพื่อนฝูงคิดว่าเธอแต่งงานยังไม่ทันถึงหนึ่งอาทิตย์ก็มีปัญหาแล้ว เขาถอนใจเซ็ง เธอลืมตัวแหวใส่ทันทีว่าอย่ามาถอนใจใส่เธอแบบนี้
“โฉม...ถ้าคุณไม่หยุดพูด ผมจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้” พฤกษ์มองอย่างเอาเรื่อง เธอจำต้องปิดปาก...
ด้านวันชัยขับรถพาเหนือฟ้ามาตามถนนเลียบหาดที่เงียบสงบ มองกระจกส่องหลังเห็นขามสวมหมวกไอ้โม่งปิดบังใบหน้าที่แท้จริงขี่มอเตอร์ไซค์ตามหลัง เขารีบชวนเหนือฟ้าคุยเพื่อเบนความสนใจ
“ทำไมพ่อเลี้ยงต้องรีบกลับด้วยครับ”
“ฉันสัญญากับหนูนาไว้ว่าจะรีบกลับ ฉันไม่อยากผิดสัญญา”
“พ่อเลี้ยงไม่ต้องห่วงนะครับ ไม่ว่ายังไงผมจะพาพ่อเลี้ยงกลับไปเชียงรายให้ได้”
เหนือฟ้าสะดุดหูกับคำพูดนั้น มองหน้าเขาแล้วเบือนหน้าออกไปมองนอกหน้าต่างรถ เห็นทางกระจกส่องมองข้างมีมอเตอร์ไซค์เร่งเครื่องแซงซ้ายขึ้นมา ทันทีที่รถตีคู่กัน คนขี่มอเตอร์ไซค์ชักปืนขึ้นมาจะยิง เหนือฟ้าไวทายาดปรับเบาะรถเอนไปด้านหลัง เป็นจังหวะเดียวกับเสียงปืนดังปัง ลูกกระสุนพลาดเป้าถูกคันเกียร์เข้าเต็มๆ วันชัยฉุนขาดเพราะเกือบโดนตัวเอง เหนือฟ้าสั่งให้เร่งเครื่องหนี เขากลับกระแทกเบรกอย่างแรงจนรถปัดขวางถนน
“เกียร์มันพังไปต่อไม่ได้ครับ อยู่บนรถไม่รอดแน่ หนีเถอะครับ”
ทั้งคู่ต่างพุ่งออกจากรถคนละด้านกัน ขามซึ่งสวมหมวกไอ้โม่งขี่มอเตอร์ไซค์มาจอดตรงด้านวันชัยซึ่งพยักพเยิดเป็นทำนองให้ยิงตนเองที่ไหล่ ขามรู้หน้าที่ลั่นไกเปรี้ยง แล้วเดินอ้อมรถมาหาเหนือฟ้าหมายจะสังหารให้สิ้นซาก พ่อเลี้ยงหนุ่มถอยกรูดแต่หนีไปไหนไม่ได้ติดต้นไม้ ขณะขามยกปืนขึ้นเล็ง เขาหลับตาปี๋ยอมรับชะตากรรม
มีเสียงปืนดังปัง เหนือฟ้าสะดุ้ง ก่อนจะค่อยๆลืมตาจับเนื้อตัวตนเอง ต้องแปลกใจที่ไม่มีรอยกระสุน คนร้ายค่อยๆทรุดลงจมกองเลือด เผยให้พฤกษ์ที่ยืนอยู่ด้านหลังและเป็นคนลั่นไกสังหาร วันชัยลุกขึ้นมาตกใจที่เห็น
ชายแปลกหน้าเข้ามาแส่ รีบปรับสีหน้าเป็นปกติวิ่งมาถามเหนือฟ้าว่าเป็นอะไรหรือเปล่า
“ฉันไม่เป็นไร...พี่โดนยิงนี่”
พฤกษ์ตะโกนบอกให้โฉมไฉไลไปแจ้งความ
ทีแรกเธอยึกยัก แต่พอเห็นท่าทางเอาจริงของสามี เดินหน้าหงิกขึ้นรถขับออกไป เหนือฟ้าอยากรู้ว่าคนร้ายเป็นใครเดินไปถอดหมวกไอ้โม่งออกต้องตกใจที่เห็นขาม หันขวับมองหน้าผู้ช่วยคนสนิทของตัวเอง
“พี่บอกว่าฆ่ามันไปแล้วนี่” เหนือฟ้าโวยวาย
วันชัยถึงกับหน้าเครียด
ooooooo
ขณะที่เหนือฟ้ารอดชีวิตมาได้หวุดหวิด หนูนาเห็นวงเดือนทำอาหารกลางวันให้ภูผากิน ไม่ยอมน้อยหน้าลงมือทำบ้าง พอทำเสร็จต่างฝ่ายต่างยกอาหารของตัวเองมาวางตรงหน้าภูผา
“เดือนทำของโปรดของคุณภูผามาให้ค่ะ”
“ฉันก็ทำของชอบของคุณเหมือนกัน” หนูนาดันถาดใส่กับข้าวที่ตัวเองทำเข้าไปใกล้ๆ ภูผามองอาหารที่วางตรงหน้า โดยมีนายสว่างกับดอยยืนลุ้นอยู่ไม่ห่าง เขาผลักถาดใส่กับข้าวที่หนูนาทำออกไปด้านข้าง เลื่อนของ
วงเดือนเข้ามาแทน แล้วตักชิม ชมว่าฝีมือทำอาหารของเธอยังอร่อยไม่เปลี่ยน หนูนาทั้งน้อยใจทั้งโกรธ วงเดือนไม่สบายใจ เชิญชวนให้ลองชิมฝีมือหนูนาดูบ้าง ฝ่ายนั้นกลับตวาดใส่ไม่ต้องมายุ่ง
“หนูนา...อย่าขึ้นเสียงกับเดือน” ภูผาเอ็ดเสียงเขียว แล้วสั่งให้ดอยเอากับข้าวที่หนูนาทำไปกิน
ดอยรีๆรอๆไม่กล้าหยิบ กลัวลูกพี่จะเคือง เขาต้องสั่งซ้ำให้เอาออกไป ดอยตกใจคว้าถาดเผ่นแนบ วงเดือนเป็นห่วงความรู้สึกของหนูนา แต่ยังไม่ทันจะทักท้วง ภูผาดึงมือเธอลงนั่งข้างๆ ชวนกินข้าวด้วยกัน
หนูนาตัดพ้อน้ำตาคลอว่าเขาทำเกินไปแล้ว เขาเคยเตือนเธอแล้วว่าระหว่างเราสองคนเป็นไปไม่ได้ ยังจะดื้อดึงอยู่ทำไม แล้วโอบเอววงเดือนไว้อย่างรักใคร่ หนูนาทนดูไม่ไหวสะบัดหน้าวิ่งออกไป นายสว่างอาสาจะตามไปจัดการให้เอง วงเดือนมองตามด้วยความสงสาร
“คุณภูผาคะ ดูท่าหนูนาจะรักคุณมากนะ”
“แต่ฉันไม่ได้รักหนูนา เดือนไม่ต้องห่วงนะ หนูนาจะเจ็บไม่นานหรอกเพราะมีเหนือฟ้าที่รักและพร้อมจะดูแลหนูนาอยู่แล้ว” คำพูดของภูผาทำให้วงเดือนคลายกังวล
ooooooo
ในเวลาเดียวกัน หลังให้การกับตำรวจเสร็จ พฤกษ์ เหนือฟ้า และโฉมไฉไลลงมารอเมฆาที่หน้าโรงพัก ส่วนวันชัยเจ็บแผลที่ไหล่ขอเข้าไปนั่งรอในรถ เหนือฟ้าไม่ค่อยสบายใจนักกับเรื่องคดีความที่เกิดขึ้น
“คุณให้การเรื่องทั้งหมดไปแล้ว ผมก็พลเมืองดี คงไม่มีปัญหาหรอกครับ” พฤกษ์ปลอบ
จังหวะนั้น เมฆาวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาถามพฤกษ์ว่าเกิดอะไรขึ้น เห็นสารวัตรเพื่อนเขาโทร.ไปที่แสนสมุทรบอกว่าพฤกษ์มีเรื่องยิงกัน แล้วจัดการเรียบร้อยหรือยัง เหนือฟ้าสะดุดหูกับคำว่าแสนสมุทร แต่ยังไม่ทันจะถามอะไร สารวัตรเพื่อนของเมฆาเข้ามาเชิญเมฆากับพฤกษ์ขึ้นไปที่ห้องทำงานของเขา เหนือฟ้ามองตามสองพี่น้องจนลับสายตา ก่อนจะหันมาถามโฉมไฉไลว่าพฤกษ์เป็นคนบ้านแสนสมุทรหรือ เธอเชิดหน้าคอตั้งขึ้นมาทันที
“เขาเป็นผู้สืบทอดกิจการเดินเรือที่ใหญ่ที่สุด
ของที่นี่ ฉันเป็นภรรยาของเขา”
“ถ้างั้นคุณพฤกษ์ก็เป็นพี่ชายของภูผาใช่ไหมครับ”
เธอแปลกใจ เขารู้จักภูผาด้วยหรือ เขารู้จักดีเพราะไร่วงเดือนของภูผาอยู่ติดไร่เหนือฟ้าของเขา ภูผาตั้งชื่อไร่ตามชื่อคนรักของตนเอง ก่อนลงมาที่นี่เขายังได้พบกับวงเดือน โฉมไฉไลคาดไม่ถึงว่าเธอจะหนีไปอยู่กับภูผา
ที่เชียงราย เหนือฟ้าเสียดาย ถ้ารู้ตั้งแต่เมื่อครู่ จะได้คุยกับพฤกษ์เรื่องน้องชายของเขา ยัยตัวแสบไม่ต้องการให้ภูผาติดต่อกับคนที่แสนสมุทรและไม่ต้องการให้วงเดือนกลับมาที่นี่อีก พอเห็นเมฆากับพฤกษ์ลงมาจากโรงพัก เธอรีบไล่เหนือฟ้ากลับ โกหกว่าถ้าชักช้าจะไม่ทันรถไฟเที่ยวสุดท้าย เขาอิดออดเพราะยังไม่ได้คุย
กับพฤกษ์เรื่องภูผา
“เขาสองคนติดต่อกันตลอด ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันว่าคุณรีบไปดีกว่า ไม่งั้นต้องค้างที่นี่อีกคืน”
“ถ้างั้นผมฝากลาคุณพฤกษ์กับคุณเมฆาด้วยนะครับ” เขาว่าแล้วรีบขึ้นรถขับออกไป สักพัก พฤกษ์และเมฆาเดินมาหาโฉมไฉไล ไม่เห็นเหนือฟ้าอยู่แถวนั้นก็ถามหา ได้ความว่ากลับไปแล้ว เมฆาอดตำหนิเขาไม่ได้ที่ทำให้พฤกษ์เดือดร้อนแล้วยังหายหัวไปหน้าตาเฉย
“เขาอาจจะมีธุระสำคัญก็ได้นะ เขาบอกอะไรคุณไว้หรือเปล่าโฉม” พฤกษ์เห็นเธอกำลังใจลอยสะกิดเรียกโฉมไฉไลสะดุ้งโหยง “เอ่อ...ค่ะ...เขาบอกว่าต้องรีบไปขึ้นรถไฟน่ะค่ะ คิดว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วก็เลยไป”
“ช่างมันเถอะ ยังไงเราก็ไม่เดือดร้อนอะไรนัก...ฉันเต็มใจช่วยเขาเอง”
“พี่ก็ใจดีแบบนี้ถึงมีแต่เรื่องเข้ามาให้ปวดหัวประจำ” เมฆาว่าพลางมองโฉมไฉไลซึ่งมองตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ไม่นานนัก ทั้งสามคนก็กลับถึงบ้านแสนสมุทร เมฆาขอตัวขึ้นไปพักผ่อนก่อน ขณะที่พฤกษ์หันมาขอโทษโฉมไฉไลที่วันนี้ทำให้เธอพลาดงานแต่งงานเพื่อนของเธอ
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ คุณต้องช่วยคน โฉมเข้าใจ อย่าคิดมากเลยค่ะ คุณขึ้นไปอาบน้ำก่อนสิคะ”
เขาเดินขึ้นบ้านอย่างงงๆ ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะยอมง่ายๆแบบนี้ เธอยืนมองรูปหมู่ของสี่พี่น้อง จ้องไปที่ใบหน้าของภูผาอย่างสนใจ
“คุณมีดีอะไร นังวงเดือนถึงยอมทิ้งทุกอย่างหนีไปหา” จังหวะนั้น มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอรีบเดินไปรับสาย ต้องตกใจเมื่อได้ยินสิ่งที่แม่ของเธอบอก
ooooooo
ไม่นานนัก โฉมไฉไลมาถึงร้านอาหารของอนงค์ เห็นโต๊ะเก้าอี้ในร้านล้มระเนระนาดข้าวของกระจายเกลื่อนพื้น อนงค์เห็นหน้าลูกสาว รีบโผเข้ามากอดร้องไห้โฮ เธอซักไปซักมาได้ความว่า เฮียเส็งคนที่มาพังร้านเป็นเจ้าหนี้บ่อนพนัน แม่ของเธอติดหนี้อยู่สองแสนบาทแต่ไม่มีจ่าย แถมสินสอดที่เพิ่งได้มาจากพฤกษ์ อนงค์เอาไปถลุงในบ่อนจนหมดตัว เธอโวยลั่น ทำไมแม่ถึงทำแบบนี้ เงินมากขนาดนั้นเราหาไม่ได้อีกแล้ว
“ทำไมจะหาไม่ได้ แกเป็นสะใภ้บ้านแสนสมุทร แกก็เอาเงินผัวแกมาสิ”
“ขนาดให้ซื้อรถใหม่ พฤกษ์ยังไม่ยอมซื้อให้ นี่ขอเงินไปใช้หนี้พนัน ใครจะให้...ถ้าพวกแสนสมุทร
รู้ว่าบ้านโฉมมีผีพนัน พวกนั้นจะรังเกียจโฉมแค่ไหน โฉมไม่ไปขอเงินพฤกษ์เด็ดขาด”
อนงค์บีบน้ำตา ตัดพ้อลูกสาวว่าจะปล่อยให้แม่ตายหรือ ถ้าอีกสามวันไม่มีเงินไปใช้หนี้ เฮียเส็งคงยิงเธอทิ้ง โฉมไฉไลเครียดหนัก จะทำอย่างไรต่อไปดี...
ค่ำวันเดียวกัน บนระเบียงบ้านพักของภูผา แสงเทียนถูกจุดขึ้นเพื่อสร้างบรรยากาศโรแมนติก
ภูผานั่งโอบวงเดือนไว้ แล้วถามถึงสารทุกข์สุกดิบของคนที่บ้านแสนสมุทร เธอเล่าว่าพ่อกับแม่ของเขาสบายดี ส่วนพฤกษ์เพิ่งแต่งงานกับโฉมไฉไลแฟนเก่าของเมฆา เห็นเขาบอกเธอว่าที่แต่งงานเพราะต้องการรับผิดชอบ
“แต่เดือนรู้สึกว่าคุณโฉมแต่งงานกับคุณพฤกษ์เพราะต้องการ...”
“เงินหรือ”
“ค่ะ...เดือนได้ยินคุณโฉมทะเลาะกับคุณเมฆา
เธอบอกว่าต้องการอย่างนั้น เดือนเป็นห่วงคุณพฤกษ์ ถ้าคุณโฉมต้องการแค่นั้นจริงๆ คุณพฤกษ์คงเสียใจ” สีหน้าของเธอไม่ค่อยสบายใจนัก...
วงเดือนคาดไว้ไม่มีผิด โฉมไฉไลพยายามหลอกเอาเงินจากพฤกษ์สองแสนบาท อ้างว่าแม่ของเธอจะเอาไปปรับปรุงร้านอาหาร เขาเคยบอกเธอแล้วว่าเงินทั้งหมดพ่อของเขาเป็นคนดูแลจะทำอะไรก็ต้องปรึกษาท่าน แต่เงินมากขนาดนี้ท่านคงไม่ยอม เพราะบริษัทของเราต้องมีเงินสำรองเผื่อใช้ยามฉุกเฉิน แล้วแนะว่าถ้าแม่ของเธออยากปรับปรุงร้านจริงๆ ให้เธอขายรถของตัวเอง ได้เงินนิดหน่อยก็ค่อยๆปรับปรุงไปจะได้ไม่ต้องทุ่มเงินทีเดียว
“แล้วโฉมจะเอารถที่ไหนใช้”
“รถที่แสนสมุทรมีตั้งหลายคัน คุณก็เลือกไปใช้สักคันสิ” เขาว่าแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียง เธอโกรธแต่ข่มไว้เข้าไปคลอเคลียหวังจะใช้เสน่ห์ยั่วยวน แต่ไม่สำเร็จ เขาอ้างว่าเหนื่อย และที่สำคัญพรุ่งนี้เขาต้องออกเรือแต่เช้าแล้วพลิกตัวนอนหันหลังให้ เธอแทบจะโดดขย้ำคอเขาให้รู้แล้วรู้รอด แต่ทำได้เพียงกำมือแน่นด้วยความแค้น
ooooooo
ดึกคืนเดียวกัน วงเดือนหยิบเสื้อกันหนาวที่ถักเองกับมือ แอบย่องไปหาภูผาซึ่งนั่งหลับอยู่บนระเบียงห้อง เธอกางเสื้อออกแล้ววางทาบบนตัวเขาอย่างเบามือ ขณะกำลังจะไป เขาคว้ามือเธอไว้ดึงเข้ามายืนใกล้ๆแล้วก้มมองเสื้อที่ทาบอยู่บนตัวเธอ เธอรีบออกตัวว่าถักเสื้อกันหนาวตัวนี้ให้เขาโดยกะขนาดเอาเองไม่รู้ว่าจะใส่พอดีหรือเปล่า
“แล้วเธอกะถูกได้ยังไงว่าตัวฉันควรจะขนาดไหน” เขามองเธอด้วยสายตาลึกซึ้ง
“ก็กะจากตอนที่กอด...ถ้าลองแล้วไม่พอดี บอกเดือนนะคะ เดือนจะแก้ให้” เธอชักจะหวั่นไหวไปกับสายตาคู่นั้นของเขา รีบขอตัวไปนอน เขาไม่ยอมให้ไป จะให้เธอช่วยดูก่อนว่าใส่พอดีหรือเปล่า แล้วถอดเสื้อที่ใส่อยู่ออกขอให้เธอช่วยสวมเสื้อกันหนาวตัวนี้ให้ เธอทำตามอย่างว่าง่ายแล้วช่วยจัดคอเสื้อให้เข้าที ทั้งสองสบตากันนิ่งงันเหมือนต้องมนต์สะกด เขาประคองใบหน้าเธอไว้ ใช้นิ้วโป้งไล้ริมฝีปากเธอเบาๆ ก่อนจะจูบหน้าผากเธอ
“เดือน...บอกฉันได้ไหมว่าทำไมเธอถึงไม่มาตามนัดวันนั้น”
“เดือนกำลังจะออกมาหาคุณ แต่คุณอรุณอาการกำเริบ เดือนทิ้งคุณอรุณไม่ได้จริงๆ เดือนขอโทษที่ทำให้คุณเสียใจ” เธอรู้สึกผิดต่อเขามากถึงกับน้ำตาร่วง เขาเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน สักวันหนึ่งเขาจะพาเธอกลับไปแสนสมุทร เธอไม่อยากกลับไปที่นั่นอีก ไม่อยากถูกบังคับให้แต่งงานกับคนที่เธอไม่ได้รัก เธอรักเขาคนเดียวเท่านั้น ภูผาจับเธอนั่งบนตัก แล้วเอาสร้อยหนัง
ถักเป็นเกลียวผูกที่ข้อมือของเธอ
“สร้อยร้อยรักเส้นนี้จะผูกความรักของเธอกับฉันไว้ไม่ให้ห่างจากกัน ฉันถักมันเองนะ ถักมันให้เธอ สร้อยเส้นนี้แทนของหมั้นจากฉัน ถ้ากลับไปแสนสมุทรเมื่อไหร่ ฉันจะเปลี่ยนมันเป็นแหวนให้เธอ”
“แต่ถ้ากลับไปแสนสมุทร เดือนก็ต้องแต่งงานกับคุณอรุณ”
“ไม่ กลับไปครั้งนี้ ฉันจะพาเธอกลับไปบอกกับทุกคนว่าเราจะแต่งงานกัน”
วงเดือนดีใจน้ำตาคลอเบ้า ไม่เคยคิดมาก่อนว่าเขาต้องการจะแต่งงานกับเธอจริงๆ เขายืนยันว่าเธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาอยากให้อยู่ข้างกาย
“เดือนรู้สึกผิดจังเลยค่ะที่หนีการแต่งงานกับคุณอรุณมาแบบนี้ ทุกคนที่แสนสมุทรคงไม่อภัยให้เดือน”
“ฉันดีใจที่เธอยอมทำเพื่อฉัน...เดือน...ฉันรักเธอนะ แล้วเธอล่ะ”
“เดือนรักคุณค่ะ รักคุณคนเดียว” เธอกอดเขาไว้ท่ามกลางแสงเทียน ทั้งคู่ไม่เห็นหนูนาแอบมองอยู่ที่
ประตูห้องอย่างเจ็บปวดรวดร้าว ทนสภาพบาดตาไม่ไหววิ่งกลับห้องตัวเอง คว้าเสื้อชุดหวานที่ซื้อจากตลาดขึ้นมาปาลงเตียง ยิ่งคิดถึงภาพหวานของทั้งสองคนเมื่อครู่ ทั้งเจ็บทั้งแค้นอกแทบระเบิด
“ทำไมผู้หญิงคนนั้นต้องมาที่นี่...ทำไม...ถ้าไม่มีเธอสักคน...” เธอต่อยหมอนระบายแค้น
ooooooo










