ตอนที่ 5
วงเดือนกลับห้องพักตัวเองด้วยความสับสน ศรีเรือนตามมาต่อว่า ว่าสะใจเธอแล้วใช่ไหม แสนสมุทรกำลังจะพินาศเพราะเธอเที่ยวหว่านเสน่ห์ใส่หลานชายของตน เธอสาบานทั้งน้ำตาว่าไม่เคยต้องการให้ พฤกษ์ เมฆา และอรุณมาหลงรัก
“ฉันก็ไม่ต้องการ ชีวิตของภูผาต้องพังพินาศ ซมซานออกไปจากแสนสมุทรก็เพราะเขารักหล่อน ฉันเสียภูผาไปแล้ว ฉันไม่ต้องการเสียใครไปอีก” ศรีเรือนเสียงเข้ม
“เดือนจะไปจากที่นี่ เรื่องทุกอย่างจะได้จบ แต่เดือนขอความเมตตาให้คุณท่านกรุณาบอกเดือนได้ไหมคะว่าปลายทางของเดือนควรจะไปไหน”
ศรีเรือนถึงกับอึ้ง เธอคลานเข่าเข้าไปกราบเท้า ขอร้องให้ท่านบอกที่อยู่ของภูผาให้เธอด้วย ศรีเรือนชักเท้าออกแล้วเดินหนี วงเดือนมองตาม ก่อนจะร้องไห้โฮ ไม่รู้จะทำอย่างไรกับตัวเองดี
ooooooo
ประมุขบ้านแสนสมุทรเองก็จนปัญญาไม่รู้จะหาทางออกให้กับปัญหานี้อย่างไร ตัดสินใจไปขอคำปรึกษาจากหลวงพ่อที่เธอให้ความเคารพนับถือ ท่านแนะว่าน้ำเชี่ยวอย่าเอาเรือไปขวาง ตอนนี้เธอมีแม่น้ำถึงสี่สายที่กำลังถาโถมเข้าหา หากเธอไปขวาง ความแรงของสายน้ำจะทำลายทุกอย่างจนไม่เหลืออะไร เธอยิ่งฟังยิ่งเครียด
“แต่ถ้าโยมเปิดทางให้แม่น้ำได้มีโอกาสไหลออกไปบ้างสักสาย ความรุนแรงก็จะบรรเทาลง เมื่อไม่มีสิ่งใดปะทะกัน ทุกอย่างก็จะสงบ จากนั้นเวลาจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น”
ศรีเรืองเพิ่งตระหนักว่า ตนเองแก้ปัญหาแบบผิดๆ มาโดยตลอด...
ขณะที่ศรีเรือนเริ่มเห็นทางสว่างที่ปลายอุโมงค์ หนูนายังคงเก็บดอกไม้ไปโปรยให้ไอ้หมอกม้าคู่ใจใกล้ๆจุดที่มันโดนยิงตาย เหนือฟ้าขี่ม้าตามมารู้สึกผิดมาก ที่ทำร้ายจิตใจหญิงที่ตนหลงรัก ลงจากหลังม้าเดินเข้ามาหา
“หนูนา เรื่องไอ้หมอก...ฉันเสียใจด้วยนะ”
“แกฆ่ามัน...ฉันรู้ว่าแกเป็นคนฆ่ามัน”
ภูผาได้ยินเสียงหนูนาเกรี้ยวกราดใส่เหนือฟ้า ไม่อยากให้มีเรื่องจะเข้าไปห้าม แต่ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงอ่อนโยนของเหนือฟ้าที่แก้ตัวว่าไม่ได้คิดจะทำร้ายไอ้หมอก หญิงสาวไม่อยากฟัง ไล่เขาไปพ้นๆหน้า เขาพยายามง้อสุดฤทธิ์ ตั้งใจจะเอาม้าตัวที่เขาขี่มาให้เธอ หนูนาไม่ต้องการ ม้าตัวไหนก็แทนไอ้หมอกไม่ได้ แล้วหันหลังจะกลับเขาคว้าแขนเธอไว้ พยายามจะอธิบาย เธอหันมาตบหน้าเขาฉาดใหญ่
“ฉันเกลียดแกไอ้เหนือฟ้า...ฉันเกลียดแก”
“แต่ฉันรักเธอ ได้ยินไหมว่าฉันรักเธอ” เขาว่าแล้วดึงเธอมากอด เธอดิ้นรนขัดขืนร้องตะโกนให้ปล่อย ภูผาเกรงเหตุการณ์จะเลยเถิด เข้าไปกระชากเขาออก เขาไม่พอใจฮึดฮัดจะชกหน้า ภูผาต่อยสวนเปรี้ยงเดียวหงายหลังตึง เขาไม่ยอมแพ้ลุกขึ้นจะเอาเรื่อง มีเสียงปืนดังขึ้นเสียก่อน ทุกคนชะงักหันมาเห็นนายสว่างกำลังเล็งปืนไปยังพ่อเลี้ยงหนุ่ม เตือนว่าบุกรุกไร่คนอื่นระวังจะเป็นไข้โป้งตายไม่รู้ตัว เหนือฟ้าจำใจกลับ
“ฉันตั้งใจเอามันมาให้คนที่ฉันรัก ถึงเธอคนนั้นจะไม่ต้องการ...ฉันก็ไม่รับคืน”
ภูผามองตามพ่อเลี้ยงหนุ่มจากไปจนลับสายตา จึงหันไปพูดกับหนูนาว่า เหนือฟ้ารักเธอมากกว่าที่เขาคิดเธอถึงกับอึ้ง สะบัดหน้าเดินจากไปอย่างไม่สบอารมณ์ เขามองตามสีหน้าครุ่นคิด...
ครู่ต่อมา เหนือฟ้าพกพาอารมณ์บูดกลับไร่ของตัวเอง เห็นวันชัยกำลังเดินตรวจใบชาที่เพิ่งตากใหม่ๆ อยู่กับขามสมุนคนสนิท เขาอาละวาดปัดกระจาดตากใบชากระจุยกระจาย ตำหนิแผนบ้าๆของวันชัยที่ทำให้ไอ้หมอกต้องตาย และทำให้หนูนาเกลียดเขา สั่งให้ไปขอโทษเธอทันที วันชัยไม่พอใจที่เหนือฟ้าตะคอกใส่ต่อหน้าคนงาน
“ถ้าทำแบบนั้น เท่ากับยอมรับว่าเราลอบยิงไอ้ภูผา...พี่ทำไม่ได้” วันชัยยืนกราน เหนือฟ้าชกเขาโครม
“จำไม่ได้แล้วหรือว่าพ่อฉันเก็บพี่มาเลี้ยง อย่าขัดคำสั่งลูกของคนที่มีบุญคุณท่วมหัวพี่...อะไรที่ฉันสั่ง พี่ต้องทำ” เขาจากไปอย่างหัวเสีย วันชัยกำมือแน่นด้วยความแค้นใจ ก่อนจะเดินหน้าหงิกไปทางท้ายไร่ชา โดยมีขามตามไม่ห่าง พอถึงท้ายไร่ที่ปลอดผู้คน เขาชักปืนยิงขึ้นฟ้าเพื่อระบายแค้น
“ใครๆ ก็รู้ว่าไร่เหนือฟ้าใหญ่โตขึ้นมาได้ก็เพราะนาย แล้วทำไมนายถึงต้องยอมพ่อเลี้ยงขนาดนี้ด้วย”
“ถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องเรียกข้าว่า พ่อเลี้ยงวันชัยแทนไอ้เหนือฟ้า” วันชัยยิ้มเหี้ยม
ooooooo
เกิดศึกชิงนางขึ้นในบ้าน อนุตจึงเรียกลูกชายทั้งสามคนมาพบรวมทั้งศรีเรือนและศรีดารา เขาจะให้วงเดือนเป็นคนตัดสินใจเรื่องนี้ด้วยตัวเอง อ้างไม่มีใครบังคับเธอได้แม้แต่เขาหรือคุณย่า ถ้าเธอเลือกใคร ทุกคนต้องยอมรับ
“แต่พ่อพาเดือนเข้ามาในบ้านนี้ก็เพื่อผม เพราะฉะนั้น เดือนต้องเป็นของผม” อรุณทักท้วง
“วงเดือนมีหัวใจนะอรุณ เธอเป็นคนไม่ใช่สิ่งของ อย่ายื้อในสิ่งที่ไม่ใช่ของตัวเองอย่างไม่ละอาย”
“พ่อทำแบบนี้ไม่ได้ ผมไม่ยอม...ผม...” อรุณแกล้งหายใจติดๆขัดๆ ทุกคนพากันตกใจ เมฆารีบเข้าไปตรวจชีพจร อรุณไม่กลัวถูกจับได้ยังคงแสร้งทุรนทุรายหายใจไม่ออก ศรีดาราใจไม่ดีสั่งให้เมฆาช่วยน้องเร็วๆ
“ผมรักษาได้แต่คนป่วยครับแม่ ส่วนพวกที่แกล้งป่วย ผมรักษาไม่ได้...อรุณ แกอาจจะใช้วิธีนี้ยื้อเดือนไว้ไม่ให้หนีตามพี่ผาไปได้ แต่จะใช้วิธีนี้บังคับให้เดือนแต่งงานกับแกไม่ได้...พี่ไม่ยอม” เมฆายืนกราน
ศรีดาราตกใจ เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าภูผากับวงเดือนรักกัน ทุกคนพากันมองอรุณอย่างตำหนิ เขาไม่สนใจ
เพื่อคนที่เขารัก เขาทำได้ทุกอย่าง แล้ววิ่งออกไปอย่างแค้นใจ ศรีเรือนรีบตาม ขณะศรีดาราจะตามไปด้วย อนุตห้ามไว้ ขืนยอมลูกในทางที่ผิดอยู่ตลอด บ้านหลังนี้ไม่มีวันสงบสุขแน่ เมฆาตัดสินใจทำตามข้อเสนอของพ่อ ไม่ว่าวงเดือนจะเลือกใคร เขายอมรับตามนั้น พฤกษ์มองน้องชายแปลกใจ ไม่คิดว่าจะพูดแบบนั้น...
ทันทีที่เมฆาอยู่ตามลำพัง พฤกษ์เข้าไปต่อว่าว่าทำไมถึงยอมทำตามเงื่อนไขของพ่อ ทั้งๆ ที่รู้ว่าวงเดือนรักภูผา เขาให้เหตุผลว่าตอนนี้ภูผาไม่ได้อยู่ที่นี่ เขาก็ยังมีหวัง พฤกษ์คล้อยตาม ตราบใดที่เธอยังอยู่ที่นี่ ทุกคน
ก็ยังมีโอกาส สุดท้ายคงต้องขึ้นอยู่กับเธอคนเดียวว่าจะเลือกใคร ศรีเรือนแอบฟังอยู่มุมหนึ่ง ด้วยสีหน้าเคร่งเครียด...
อนุตมีแผนเตรียมไว้แล้ว สั่งวงเดือนไม่ให้เลือกใครทั้งนั้น ถ้าเธอยืนยันว่าไม่ได้รักพวกเขาก็จะไม่มีใครได้ใครเสีย แม้วันนี้พวกเขาจะเจ็บ แต่พรุ่งนี้จะกลายเป็นแค่ฝันร้ายที่ผ่านไป วงเดือนนั่งนิ่ง ไม่เข้าใจว่าทำไมชะตากรรมของเธอต้องมีคนมาขีดเส้นให้เดินตลอดเวลา อนุตคาดคั้นให้เธอรับปาก วงเดือนจำต้องทำตาม
“ถือว่าเป็นการตอบแทนบุญคุณของแสนสมุทรที่เลี้ยงดูเธอมาก็แล้วกัน” อนุตพูดจบ ผละจากไปทิ้งเธอให้ยืนนิ่งเป็นหุ่นอยู่อย่างนั้น...
อรุณอาละวาดหนักข้อขึ้น ประท้วงข้อเสนอของพ่อด้วยการไม่กินข้าวกินปลา รู้แก่ใจดีว่าถ้าให้วงเดือนเป็นคนตัดสินใจ เธอต้องเลือกภูผา เขายอมตายถ้าไม่มีเธอ ศรีดารากลุ้มใจมาก ทนเห็นลูกทำร้ายตัวเองต่อไปไม่ได้ เขาไม่แข็งแรงพอจะทนรับความผิดหวัง อนุตแย้งว่าความผิดหวังไม่ใช่โรคร้ายแต่เป็นสิ่งที่ทำให้คนเรียนรู้ที่จะสู้และเดินหน้าต่อไปต่างหาก ศรีดารากลัวลูกจะสู้ไม่ไหว ทุกครั้งที่มีปัญหา อาการของเขาจะกำเริบ
“คุณแน่ใจหรือว่าอรุณไม่ได้หลอกเรา”
ศรีดาราไม่อยากเสี่ยง ถ้าเกิดลูกป่วยจริง ใครจะรับผิดชอบ เธอยอมทำทุกอย่างถ้าจะทำให้ลูกมีชีวิตอยู่ต่อไป เพราะถ้าลูกเป็นอะไรไปเธอคงทนไม่ได้ แล้วพรวดพราดออกจากตึกใหญ่ตรงไปหาวงเดือนที่เรือนพัก ขอร้องให้ยอมแต่งงานกับอรุณ เธอสำนึกในบุญคุณของศรีดาราเสมอ แต่เธอแต่งกับเขาไม่ได้
“ทำไม?...เธอคงไม่ลืมนะว่าเธอเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ก็เพื่อดูแลอรุณ ชีวิตของเธอเป็นของอรุณ...ถ้าเธอบอกกับพฤกษ์และเมฆาว่าเธอเลือกอรุณ ทุกอย่างก็จะจบ...ฉันขอร้องนะ เดือนต้องเลือกอรุณ” ปากพูดว่าขอร้องแต่สายตาของศรีดาราบ่งบอกชัดเจนว่าเป็นการบังคับ วงเดือนอัดอั้นตันใจมากที่ตัวเองเป็นแค่หุ่น ใครจะเชิดไปทางไหนก็ย่อมได้ ศรีเรือนแอบฟังอยู่นอกห้องถึงกับถอนใจ หนักใจ
ooooooo
เช้าวันรุ่งขึ้น ขณะวงเดือนกำลังจะเอายาก่อนอาหารไปให้อรุณที่ห้องนอน มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอไม่เห็นใครอยู่แถวนั้น รีบวิ่งไปรับสาย ภูผาโทร.มาต่างฝ่ายต่างนิ่งอึ้งที่ได้ยินเสียงของกันและกัน วงเดือนตั้งสติได้ก่อน
“คุณภูผา...คุณอยู่ที่ไหนคะ...เดือนเป็นห่วงคุณ”
พูดได้แค่นั้น ศรีเรือนกระชากโทรศัพท์ไปจากมือ แล้วไล่เธอออกไป วงเดือนอยากจะเล่าเรื่องวุ่นๆ ของที่นี่ให้ภูผาฟัง แต่คงหมดหวัง ยิ่งเห็นสีหน้าเอาจริงของศรีเรือนแล้ว จำต้องเดินคอตกจากไป พอศรีเรือนรับสาย ภูผาพยายามจะถามถึงวงเดือน ท่านรู้ทันไม่เปิดโอกาสให้พูด ชิงถามเขาขึ้นก่อนว่าหายป่วยแล้วหรือ
“นายสว่างบอกคุณย่าใช่ไหมครับ งั้นคุณย่าคงทราบแล้วว่าผมตั้งชื่อไร่ว่าวงเดือน ตอนนี้ต้นชาของผมแตกยอดอ่อนแล้วนะครับ อีกไม่นานไร่วงเดือนจะมีผลผลิตออกขายแล้ว ผมอยากบอกให้คุณย่าทราบเป็นคนแรก”
“ภูผา...เรื่องวงเดือน...” ศรีเรือนพูดยังไม่ทันจบ ภูผาเป็นฝ่ายชิงพูดขึ้นก่อนบ้าง
“คุณย่าครับ...ผมรักเดือน...ผมต้องไปแล้ว รักษาสุขภาพด้วยนะครับ สวัสดีครับ” ภูผาวางสายด้วยรอยยิ้มโล่งใจที่ได้บอกความจริงให้คุณย่ารับรู้ แต่ฝ่ายที่รับรู้กลับคิดหนัก เครียดจนปวดหัว...
หลังกลับจากคุยโทรศัพท์กับคุณย่า ภูผาเอาป้ายชื่อ “ไร่วงเดือน” มาติดไว้หน้าทางเข้าไร่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นายสว่างขับรถออกมาหยุดมอง เห็นเจ้านายอารมณ์ดี
อดกระเซ้าไม่ได้ว่าไปเจออะไรดีๆมาหรือ เขาอมยิ้มไม่ตอบ นายสว่างเดาได้ไม่ยาก เขาคงไปเจอหัวใจตัวเองมาแน่ๆ ภูผายิ้มให้อีกครั้ง ยืนมองป้ายชื่อไร่อย่างภาคภูมิใจ...
ทางด้านศรีเรือนเครียดหนักกับปัญหาที่รุมเร้า พยายามจะเอาทางพระเข้าข่ม นั่งสวดมนต์ตั้งแต่บ่ายยันค่ำแต่ไม่สามารถทำใจให้สงบได้ ทันใดนั้น ฟ้าผ่าเปรี้ยงฝนเทลงมาอย่างหนัก เธอสะดุ้งสุดตัว หายใจหอบหน้ามืดจะเป็นลม ชอุ่มยกถาดใส่ยาของอรุณเดินผ่านมาเห็นพอดี ตกใจรีบเข้าไปประคอง
“ฉันไม่เป็นอะไร...จะเอายาไปให้อรุณไม่ใช่หรือ...รีบไปสิ”
ชอุ่มจำใจออกไป พักเดียว ก็วิ่งหน้าตื่นกลับมา “คุณท่านคะ...คุณอรุณหายไปไหนไม่รู้”
ooooooo
คนที่ชอุ่มถามหาหนีไปดื่มเหล้าที่คลับ เพื่อดับความกลุ้ม โฉมไฉไลมากับเพื่อนๆ จำอรุณได้ เข้ามาทักทาย เขาคุ้นหน้าแต่จำไม่ได้ว่าเธอเป็นใคร เธอแนะนำตัวเอง แล้วบอกว่าเป็นแฟนเก่าของเมฆา เขาหน้าตึงขึ้นมาทันทีขออยู่คนเดียว เธอเก๋าเกมรู้ว่าเขามีปัญหาเรื่องความรัก ขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆ กล่อมจนเขายอมเปิดปาก
“ทำไมเดือนไม่รักผม...แล้วทำไมทั้งพี่พฤกษ์ พี่เมฆา ต้องคิดแย่งวงเดือนไปจากผม...แล้วคนอย่างผมจะไปสู้พวกเขาได้ยังไง พี่พฤกษ์ได้สืบทอดกิจการ แสนสมุทร พี่เมฆาเป็นหมอ แต่ผมไม่มีอะไรเลย”
เธอตาวาวเมื่อรู้เรื่องของพฤกษ์รีบยุส่ง “ถ้าเราเจอคนที่ใช่แล้ว เราก็ไม่ควรจะปล่อยเธอให้หลุดมือไป อรุณต้องลุยต่อสิ...ไม่ต้องสนใจใครหน้าไหนทั้งนั้น แล้วอรุณก็จะชนะใจวงเดือนได้ในที่สุด”...
ทางฝ่ายวงเดือนตัดสินใจเก็บกระเป๋าจะหนีไปจากบ้านแสนสมุทรคืนนี้ จะไปตามหาภูผาให้เจอไม่ว่าเขาจะอยู่ที่ไหน และจะเอาหัวใจพังๆ ของเขาที่เธอดูแลเป็นอย่างดีไปคืนเขาด้วย แต่ความฝันต้องพังทลายเมื่ออรุณซึ่งได้แรงยุจากโฉมไฉไล มายืนประท้วงเธออยู่หน้าบ้านพักท่ามกลางสายฝนที่เทกระหน่ำ และจะยืนตากฝนอยู่อย่างนี้จนกว่าเธอจะสัญญาว่าจะแต่งงานกับเขา จังหวะนั้น ศรีเรือนมาตามเขากลับ แต่เขาไม่ยอมกลับ
“กลับไปกับย่าเดี๋ยวนี้ ทำแบบนี้แกจะตายได้นะ”
“ผมยอมตายถ้าเดือนไม่ยอมแต่งงานกับผม” ขาดคำ เขาหายใจหอบอย่างรุนแรงแล้วล้มคว่ำลงกับพื้น
วงเดือนตกใจมาก รีบไปตามคนมาช่วย ไม่นานนัก อรุณถูกนำตัวมาที่ห้องของเขา ซึ่งมีอุปกรณ์ทางการแพทย์พร้อม เมฆากับอนุตรีบเข้าไปดูแล วงเดือนมองอรุณด้วยสีหน้าหนักใจ ตำหนิตัวเองที่เป็นต้นเหตุให้เขาต้องเป็นแบบนี้ เมฆาได้กลิ่นเหล้าจากตัวน้องชาย รีบสั่งให้วงเดือนเตรียมเครื่องมือสำหรับล้างท้องด่วนที่สุด
ผ่านไปพักใหญ่อรุณถึงพ้นขีดอันตราย เขาฟื้นแล้วแม้อาการจะยังไม่คงที่ แต่ฤทธิ์เดชยังเต็มเปี่ยม ปัดยาที่เมฆาเอามาให้กินทิ้ง ศรีดาราขอร้องให้ลูกกินยาก่อน แต่เขาไม่สนใจ หันไปอ้อนวอนวงเดือนให้แต่งงานกับเขา เธอกวาดตามองทุกคนที่อยู่ในห้อง เห็นพวกนั้นพากันจ้องมองเธอเป็นตาเดียวกัน รู้สึกกดดันมาก แล้วมองอรุณที่พร้อมจะอาการทรุดลงได้ทุกเวลา เธอน้ำตาร่วงขณะตัดสินใจครั้งสำคัญที่สุดในชีวิต
“ค่ะ...เดือนจะแต่งงานกับคุณอรุณ”
ศรีดาราจับมือเธอเป็นทำนองขอบใจ อนุตถึงกับหน้าเครียด สั่งให้ลูกชายกินยาได้แล้ว อรุณรับยาจากพ่อแต่ยังไม่ยอมกิน หันไปบอกแม่ว่าอยากแต่งงานกับวงเดือนให้เร็วที่สุด ศรีดารามองอนุตด้วยสายตาอ้อนวอน เขาจนแต้มจำต้องประกาศว่าอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า แสนสมุทรจะจัดงานแต่งงานระหว่างอรุณกับวงเดือน
เมื่อได้ตามที่ต้องการอรุณถึงยอมกินยา คนอื่นๆ พากันยืนนิ่งไม่พูดไม่จา บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความอึดอัด มีเพียงอรุณคนเดียวเท่านั้นที่ยิ้มอย่างผู้ชนะ ครู่ต่อมา วงเดือนกลับห้องพักด้วยหัวใจที่แตกสลาย
“คุณภูผา...เดือนทำอะไรเพื่อคุณไม่ได้เลย...ไม่ได้เลย...” เธอร่ำไห้ปิ่มว่าจะขาดใจตาย
ooooooo
ภูผานอนหลับไม่เต็มตื่น เมื่อคืนฝันร้ายเห็นวงเดือนนั่งร้องไห้ทั้งคืน รู้สึกสังหรณ์ใจอย่างบอกไม่ถูก พอรู้ว่านายสว่างจะเข้าเมือง เขาขอติดรถไปด้วย อยาก จะโทรศัพท์กลับไปถามข่าวคราวที่บ้านแสนสมุทร...
ในเวลาเดียวกัน ที่ไร่เหนือฟ้า วันชัยเริ่มแผนกำจัดเหนือฟ้าให้พ้นทาง โดยหลอกล่อให้เขาออกจากบ้าน อ้างว่าเจ้าของที่ดินที่เราจะซื้อผืนนั้นขอนัดเจรจาวันนี้ แต่เขาติดธุระเรื่องใบชาที่จะต้องปล่อยเข้าตลาด จึงต้องรบกวนให้เหนือฟ้าช่วยไปพบเจ้าของที่ดินแทนเขา ถ้าไม่รีบ เขาเกรงว่าเรื่องขยายอาณาเขตไร่ของเราคงต้องเลื่อนออกไปไม่มีกำหนด เหนือฟ้าไม่ค่อยพอใจนัก ทำไมเรื่องแค่นี้ต้องให้ถึงมือเขา
วันชัยหน้าตึงขึ้นมาทันที แต่พยายามฝืนยิ้ม “ก็คงแค่ครั้งนี้ล่ะครับ พ่อเลี้ยงรีบไปเถอะ เดี๋ยวเจ้าของที่จะรอ”
เหนือฟ้าขับรถออกไปอย่างหงุดหงิด วันชัยยิ้มร้าย จากนี้ไปเขาคงไม่ต้องรบกวนเหนือฟ้าอีกตลอดกาล...
กว่าจะรู้ว่ารถที่ตัวเองขับถูกตัดสายเบรก ก็เป็นตอนที่เหนือฟ้าขับมาถึงทางลงเขา พ่อเลี้ยงหนุ่มแตะเบรกเพื่อชะลอความเร็ว แต่รถกลับพุ่งเร็วขึ้นเพราะเป็นทางลาด พยายามหักพวงมาลัยให้รถลงข้างทาง แต่มันล็อกไม่ทำงานดื้อๆ เขาใจหายวาบ...
บนถนนอีกเส้นหนึ่งไม่ห่างกันนัก รถของภูผาวิ่งมาใกล้ถึงสี่แยกบนเนินเขา นายสว่างเชิญชวนว่าเลี้ยวซ้ายจากแยกนี้ไปจะมีหน้าผาสวย ถ้าเจ้านายสนใจวันหลังจะให้หนูนาพามาเที่ยว เขาไม่ใส่ใจสักเท่าไหร่ เพราะมัวแต่กังวลเรื่องฝันร้ายเมื่อคืน ทันใดนั้น รถของเหนือฟ้ากำลังจะแล่นผ่านสี่แยกเดียวกัน เห็นรถภูผาแล่นมาตามถนนด้านซ้ายมือ เขาบีบแตรลั่น ภูผาสั่งให้นายสว่างเหยียบเบรก เสียงเบรกดังเอี๊ยดลั่นถนน
รถของเหนือฟ้าแล่นตัดหน้าไปอย่างเฉียดฉิว นายสว่างโวยลั่น บนเขาแท้ๆทำไมถึงขับเร็วขนาดนี้ ภูผาเอะใจ สั่งให้ตามรถคันนั้นไป เขางงแต่ก็ทำตามคำสั่งเลี้ยวซ้ายแล้วเหยียบคันเร่งมิด ภูผาอยากรู้ว่าอีกไกลไหมกว่าจะถึงหน้าผา ได้ความว่าอีกไม่ถึงสองกิโลเมตร เขาสั่งให้นายสว่างขับรถตีคู่รถคันนั้น พอได้ระยะรีบตะโกนบอกเหนือฟ้า
“เบรกสิ...ข้างหน้าเป็นหน้าผา”
“เบรกไม่อยู่” เหนือฟ้าตะโกนตอบ ภูผาเห็น ต้นไม้ใหญ่อยู่เบื้องหน้าทางซ้ายมือ บอกให้เขาหักรถเข้าหามัน เขาทำไม่ได้เพราะพวงมาลัยล็อก สถานการณ์คับขันอีกไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรจะถึงหน้าผา ภูผารีบสั่งการทันที
“นายสว่าง เบียดรถเหนือฟ้าเข้าหาต้นไม้ใหญ่ข้างหน้า”
เขาหักรถเบียดรถเหนือฟ้าจนเสียหลักกระแทกต้นไม้โครม พ่อเลี้ยงหนุ่มฟุบกับพวงมาลัยรถแน่นิ่งไป ภูผารีบลงไปดู เห็นเลือดไหลจากขมับของเขาเป็นทาง พักเดียวเขาร้องครางขึ้นเบาๆ ภูผาถึงกับถอนใจโล่งอก
ooooooo
วันชัยถึงกับหัวเสียเมื่อขามกลับมารายงานว่าไม่เจอศพเหนือฟ้า พบเพียงรถของเขาชนต้นไม้ข้างทาง ตัวถังรถด้านข้างมีร่องรอยโดนชนเหมือนมีคนพยายามขับรถเบียดจนชนต้นไม้
“มีคนช่วยมัน...ส่งคนออกไปตามหาสิว่ามันอยู่ที่ไหน พามันกลับมาแล้วค่อยหาโอกาสเหมาะๆอีกที” วันชัยกำหมัดแน่นด้วยความแค้น ใครกันที่แส่ไม่เข้าเรื่อง...
หลังจากหมอเข้าเฝือกแขนและเย็บแผลแตกที่หัวให้เหนือฟ้าเรียบร้อย ภูผาพาเขามาพักฟื้นที่ไร่วงเดือนหนูนามองเหนือฟ้าที่นอนหลับอยู่บนเตียง ไม่ค่อยชอบใจนัก บ่นอุบจะไปช่วยคนแบบนี้ทำไม ภูผาสั่งให้เธอเงียบ เธอยิ่งไม่พอใจกระฟัดกระเฟียดใส่ เสียงปึงปังทำให้เหนือฟ้ารู้สึกตัว เธอแดกดันอย่างไม่ไว้หน้าว่าเขาน่าจะไปฟื้นในนรก ไม่น่ามาฟื้นที่ไร่วงเดือน เหนือฟ้าสีหน้าน้อยใจอย่างเห็นได้ชัด จังหวะนั้น นายสว่างเข้ามารายงาน
“เจ้านายครับ รถพ่อเลี้ยงถูกตัดสายเบรก”
ภูผาถามเหนือฟ้าเสียงเครียดว่ามีศัตรูที่ไหนหรือเปล่า เท่าที่เขารู้มีแค่ภูผาคนเดียวเท่านั้น หนูนาไม่พอใจที่เขาซี้ซั้วพูด ทำท่าจะเข้าไปเอาเรื่อง นายสว่างคว้าไว้ทัน ภูผาอดเป็นห่วงไม่ได้แนะให้เหนือฟ้าอยู่ที่นี่ไปก่อน แล้วหันไปสั่งให้หนูนาคอยดูแลเขาด้วย เธอชักสีหน้าไม่พอใจ เดินหงุดหงิดออกไป
“จัดเวรยามเฝ้าด้วยนะนายสว่าง คนที่มันลงมือถ้ารู้ว่าเหนือฟ้าไม่ตาย มันต้องตามล่าแน่” ภูผาสั่งการเสร็จขยับจะไป เหนือฟ้าเรียกไว้ ขอให้ช่วยส่งข่าวไปที่ไร่ของเขาด้วย...
วันชัยรีบมาที่ไร่วงเดือนทันทีที่รู้ข่าวว่าเหนือฟ้าอยู่ที่นั่น ทำทีเป็นห่วงเป็นใย รับปากจะลากคอไอ้คนที่ ทำแบบนี้กับเขามาลงโทษให้ได้
“โดยเร็วที่สุดด้วย...มันต้องเป็นคนใกล้ตัวแน่ มันถึงเข้าใกล้รถฉันได้ขนาดนี้”
คำพูดของเหนือฟ้าทำให้วันชัยถึงกับสะอึก คนพูดไม่ทันสังเกต แต่ภูผากับนายสว่างจับพิรุธได้ มองสบตากัน แล้วขอตัวไปทำงานต่อ ทิ้งให้เหนือฟ้าอยู่ตามลำพังกับวันชัย
“ต้องขอบใจภูผาเขานะ ถ้าไม่ได้เขา ฉันคงไม่รอด”
“นี่พ่อเลี้ยงเป็นพวกเดียวกับมันตั้งแต่เมื่อไหร่” วันชัยขึ้นเสียง พอรู้สึกตัวรีบลดเสียงลง “แล้วนี่พ่อเลี้ยงจะกลับไร่เราเลยไหมครับ” เขามองเหนือฟ้าลุ้นๆ อยากให้กลับเพื่อจะได้หาทางกำจัดได้ง่าย แต่ต้องผิดหวังเมื่อได้รับคำตอบว่าเหนือฟ้าจะอยู่ที่นี่จนกว่าจะจับตัวคนร้ายได้
ooooooo
ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่บ้านแสนสมุทร วงเดือนคิดว่าการตัดสินใจเลือกอรุณจะยุติปัญหาได้ แต่เธอคิดผิด พฤกษ์ยังไม่เลิกยุ่งกับเธอ มาดักรอแถวทางเดินไปยังห้องอรุณ
“เดือน...ถ้าเธอไม่ได้เต็มใจแต่งงานกับอรุณ พี่จะไม่ยอมให้งานแต่งครั้งนี้เกิดขึ้น”
“เดือนเลือกแล้วค่ะ”
“แต่เดือนไม่ได้รักอรุณ” เขาพยายามยื้อ เธอจำต้องตัดไฟแต่ต้นลม บอกว่าเธอก็ไม่ได้รักเขาเหมือนกัน และขอให้เขาเคารพในการตัดสินใจครั้งนี้ของเธอด้วย พฤกษ์สะเทือนใจมาก พยักหน้ารับอย่างขมขื่น แล้วหันหลัง จากไป เธอมองตามรู้สึกผิดที่ทำให้เขาเสียใจ...
ไม่ได้มีเพียงพฤกษ์เท่านั้นที่ไม่ยอมรับการตัดสินใจของวงเดือน เมฆาก็เช่นกัน ระหว่างนั่งรถไปคลินิกด้วยกัน เขาถามเธอว่าแน่ใจแล้วใช่ไหมที่เลือกอรุณ เธอถอนใจ เหนื่อยใจเหลือเกินที่ต้องตอบคำถามนี้ซํ้าๆ ชักจะทนไม่ไหว ขอร้องให้เขาจอดรถให้เธอลง เมฆาไม่ปล่อยให้เธอเดินหนีไปง่ายๆ ตามติดพร้อมกับตะโกนไล่หลัง
“เดือน...ถึงเธอจะไม่รักฉัน แต่อย่าเกลียดกันเลยนะ”
วงเดือนกลั้นนํ้าตาไว้ไม่ไหว ไม่เข้าใจทำไมทั้ง พฤกษ์และเมฆาถึงไม่ยอมจบเรื่องนี้เสียที เมฆาจะเข้ามาปลอบ แต่เธอเดินหนี เห็นเขายังตามไม่ลดละยิ่งเร่งฝีเท้า อารามรีบร้อนไม่ทันมองทาง เสียงเบรกดังลั่นถนนเกือบถูกรถชน บังเอิญเหลือเกินที่โฉมไฉไลเป็นคนขับรถคันนั้น
คราวนี้เธอไม่ลงมาเล่นงานวงเดือนเหมือนที่เคยทำ แค่ปรายตามองเมฆา ก่อนจะยิ้มเยาะราวกับเขาไม่อยู่ในสายตาเธออีกต่อไป แล้วเร่งเครื่องรถออกไป เขามองตามแปลกใจ หันกลับมาอีกทีวงเดือนหายไปแล้ว
ooooooo
ค่ำวันเดียวกัน ที่บ้านพักของภูผา เหนือฟ้ากำลังนอนหลับอยู่ดีๆต้องตกใจตื่น เนื่องจากหนูนาจงใจกระแทกถาดใส่ยาลงบนโต๊ะเสียงดังโครมครามแทนที่ จะโกรธเขา กลับยิ้มพอใจที่มีเธอมาคอยดูแลใกล้ชิด แม้เธอจะทำให้แบบไม่ค่อยเต็มใจก็ตาม
“ยาก่อนนอน...กินซะ จะได้ไม่มาตายในบ้านเจ้านายฉัน”
“ยังโกรธฉันอยู่หรือ” เหนือฟ้าง้อ เธอไม่สน สั่งให้กินยา เขาพยายามจะลุกนั่งแต่ลุกไม่ไหว เธอเห็นแล้วขัดใจเข้าไปช่วยขยับตัวแต่ไม่ถนัด จึงต้องใช้วิธีเข้าไปกอดแล้วยกตัวให้เขานั่งพิงหัวเตียง ตลอดเวลานั้น เขายิ้มแก้มแทบปริ เธอหมั่นไส้ หยิบยายัดใส่ปากแล้วยกแก้วจะกรอกน้ำตาม เขารีบแย่งแก้วน้ำมาดื่มเอง
“หนูนา...ขอบใจนะ”
เธอพยักหน้ารับ แล้วสั่งให้เขานอนได้แล้ว เขาล้มตัวลงนอนอย่างว่าง่าย ทันทีที่เธอกลับห้องตัวเอง ภูผาซึ่งเฝ้าดูอยู่นานแล้ว ออกมาจากมุมมืดมองไปในห้องที่เหนือฟ้านอนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม นายสว่างตามมายืนข้างๆ
“เจ้านายคิดจะเล่นเกมจับคู่หรือครับ”
“แล้วนายสว่างว่ายังไง”
“ในฐานะลุงของไอ้หนูนา คงต้องขอดูยาวๆไปก่อนครับ ยาวไปๆๆ” นายสว่างพูดไปยิ้มไป อารมณ์ดี...
ขณะที่ภูผาวางแผนจับคู่ให้หนูนากับเหนือฟ้า โฉมไฉไลหลอกล่อพฤกษ์ให้มาติดกับ โดยจ้างนักเลงหัวไม้สองคนทำทีจะฉุดเธอไปทำมิดีมิร้ายใกล้กับเรือซึ่งพฤกษ์ใช้เป็นที่พัก เธอแกล้งส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือ เขาหลงกลตามมาช่วยเธอจากพวกคนร้ายไว้ได้ แล้วพาหญิงสาวในสภาพเสื้อขาดวิ่นไปที่เรือของเขา หาเสื้อให้ใส่คลุม พอพฤกษ์เห็นเธอชัดๆรู้สึกคุ้นหน้ามาก เธอรีบแนะนำตัว
“โฉมไฉไลไงคะ...เราเคยเจอกันที่ รพ.เมื่อปีที่แล้ว”
“อ๋อ...คุณโฉม...แฟนเมฆา”
“เป็นแค่อดีตค่ะ โฉมไม่มีความสำคัญสำหรับเมฆาอีกต่อไปแล้ว เขาไม่ได้รักโฉมอีกแล้ว” พูดจบเธอบีบน้ำตา คร่ำครวญอีกว่า “เมฆาเปลี่ยนใจไปรักผู้หญิงคนอื่น โฉมเจ็บเหลือเกิน ทำไมเขาไม่รักโฉมเหมือนที่โฉมรักเขา ทำไมคะคุณพฤกษ์ ทำไมความรักของโฉมถึงไร้ค่าอย่างนี้” คราวนี้เธอปล่อยโฮ เรียกร้องความสงสาร
ได้ผล เขาตกหลุมพรางทันที จับมือเธอไว้ปลอบว่าอย่าคิดมาก เข้าใจความรู้สึกของเธอดีเพราะตกอยู่ในอารมณ์ผิดหวังจากความรักเหมือนกัน จากนั้น เขาพาโฉมไฉไลไปส่งบ้าน เธอขอบคุณเขาสำหรับทุกอย่าง พฤกษ์ยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะกลับไป อนงค์เปิดประตูบ้านออกมาเห็นหลังชายหนุ่มไวๆต่อว่าลูกสาวทันที
“เมื่อไหร่แกจะเลิกใช้ชีวิตโง่ๆแบบนี้สักที...แล้วนี่ไปคว้าควายที่ไหนมาอีกล่ะ”
“ควายเหรอ...ก็คงใช่ แต่เป็นควายเขาทองคำเลยนะหม่าม้า” โฉมไฉไลยิ้มเจ้าเล่ห์
จังหวะนั้น นักเลงสองคนออกจากซอกตึกมาทวงค่าจ้าง โฉมไฉไลหยิบเงินในกระเป๋าส่งให้ ต่อไปถ้ามีงานอะไรเธอจะเรียกใช้พวกเขาอีก นักเลงพยักหน้ารับ แล้วพากันออกไป อนงค์ไม่เข้าใจว่าลูกกำลังจะทำอะไร
“ก็หาเงินใช้หนี้ให้หม่าม้าไงล่ะ” พูดจบ เธอเดินหัวเราะร่วนเข้าบ้าน อนงค์มองตามสงสัย
ooooooo
วงเดือนเอายาก่อนอาหารมาให้อรุณอย่างเช่นทุกวัน พฤกษ์กับเมฆาแวะมาเยี่ยมน้องชาย เห็นเธออยู่ในห้อง อดมองด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ไม่ได้ อรุณไม่พอใจ ต้องการแกล้งพี่ชายทั้งสองคนของตัวเอง ขอร้องให้เธอป้อนยาให้ รอจังหวะที่เธอป้อนยาเสร็จ เขาหอมแก้มเธอต่อหน้าทั้งคู่ พฤกษ์โกรธตำหนิน้องชายที่ไม่ให้เกียรติเธอ แสดงกิริยาน่าเกลียดต่อหน้าคนอื่น เขาไม่สนใจ โอบเอวเธอไว้แสดงความเป็นเจ้าของ
“เดือนเป็นของผม คนที่จะแต่งงานกันก็ต้องแสดงความรักต่อกันสิครับ”
เธอโกรธจัด แต่ทำอะไรไม่ได้ คว้าถาดใส่ยา
ออกไปทันที เมฆามองตามด้วยความเป็นห่วง อรุณยิ่งไม่พอใจขอร้องพี่ชายทั้งสองคนอย่ามองวงเดือนด้วยสายตาแบบเมื่อครู่นี้อีก เธอเป็นคนรักของเขาขอให้เข้าใจตามนี้ด้วย พฤกษ์ทนไม่ไหว มองน้องชายอย่างเอือมระอาก่อนจะผลุนผลันออกไป
“แกทำแบบนี้ถึงจะรั้งตัวเดือนไว้ได้ แต่ไม่มีทางได้หัวใจของเธอ” เมฆาปราม
อรุณไม่สนใจ ขอแค่ให้เธอยังอยู่ข้างกายเขาเท่านั้นก็พอใจแล้ว เมฆาส่ายหน้าอย่างระอาใจเช่นกัน...
ฝ่ายอนงค์เร่งรัดให้โฉมไฉไลรีบรวบหัวรวบหางลูกชายบ้านแสนสมุทรคนไหนก็ได้ เธอเหลือเงินติดบ้านไม่กี่ร้อยบาทแล้ว ขืนชักช้ากว่านี้ เธอจะเอารถของลูกไปขายเอาเงินมาให้ก่อน โดนเร่งรัดแบบนี้ โฉมไฉไลรีบเดินตามแผนสองทันที...
ค่ำวันเดียวกัน พอโฉมไฉไลรู้ว่าพฤกษ์มานั่งดื่มอยู่ที่คลับในตัวเมือง รีบตามมานั่งดื่มด้วย รอจังหวะเขาเผลอแอบเอายาปลุกเซ็กซ์ใส่ลงในแก้วเครื่องดื่ม ไม่นานนัก เขาก็เริ่มเมา เธอรู้งานรีบพาเขากลับไปที่เรือ แล้วปล่อยให้ยาปลุกเซ็กซ์ออกฤทธิ์ พฤกษ์ไม่อาจควบคุมตัวเองได้ โฉมไฉไลยิ้มพอใจที่ทุกอย่างเป็นไปตามแผน...
ขณะที่โฉมไฉไลกำลังปรนเปรอสวาทให้พฤกษ์ หนูนาแวะมาดูอาการเหนือฟ้า ลองเอามือแตะหน้าผากต้องชักมือกลับ ตัวเขาร้อนเป็นไฟ เธอรีบหยิบผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดๆมาเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้ เหนือฟ้าแอบลืมตาดูเห็นเธอคอยดูแลใกล้ชิด ยิ้มปลื้ม แต่พอเธอหันมาเขารีบหลับตา เธออดแปลกใจไม่ได้ที่เขายิ้มทั้งๆที่หลับ
“ละเมอหรือเปล่าเนี่ย...หลับก็ยังยิ้มได้” เธอยังคงเช็ดตัวให้เขาต่อไปเพื่อลดไข้
ooooooo
พฤกษ์ตกใจแทบสิ้นสติเมื่อตื่นขึ้นในตอนเช้าพบว่าโฉมไฉไลนอนเปลือยเปล่าอยู่บนเตียงกับเขา เธอบีบน้ำตาร้องไห้กระซิกๆ หาว่าเขาข่มเหง พฤกษ์ถึงกับหน้าเครียดไม่รู้จะทำอย่างไรดี จากนั้น เขาพา โฉมไฉไลไปส่งบ้าน อนงค์รอท่าอยู่ก่อนแล้ว ออกมาโวยลั่นว่าหายไปไหนกันมาทั้งคืน โฉมไฉไลปล่อยโฮเข้าไปกอดขาแม่
“หม่าม้าคะ โฉมขอโทษ โฉมผิดไปแล้ว”
อนงค์แสดงบทโกรธได้สมจริงมาก ไล่ตีลูกสาวไม่ยั้ง พฤกษ์ทนไม่ได้ที่เห็นโฉมไฉไลถูกตบตี เข้าไปขวางไว้ จะขอรับผิดชอบทุกอย่าง เรื่องนี้เขาเป็นคนผิดเอง เขาจะแต่งงานกับเธอ โฉมไฉไลทำหน้าซาบซึ้งใจมากโผกอดเขาไว้แน่น สองแม่ลูกแอบยิ้มให้กันที่ทุกอย่างเป็นไปด้วยดี...
โฉมไฉไลอยากจะแก้แค้นเมฆา ข่าวดีแบบนี้คงต้องให้เขารับรู้เป็นคนแรก จึงรีบตรงไปที่คลินิกของเขา แต่เขายังไม่เข้ามา เจอวงเดือนกำลังถักเสื้อกันหนาวอยู่ อดหมั่นไส้ไม่ได้ แย่งเสื้อไปจากมือ เธอยื้อไว้ไม่ยอมปล่อยโฉมไฉไลตบเธอคว่ำ แล้วกระชากแขนเสื้อกันหนาวหลุดลุ่ย วงเดือนโกรธจัดตบล้างแค้น แล้วตามไปดึงเสื้อคืน ยัยตัวแสบไม่ยอมแพ้จะลุยต่อ แต่ศรีเรือนเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน
“หล่อน...โฉมไฉไล คนรักเมฆาใช่ไหม...ไม่ใช่สินะอดีตคนรัก...ฉันเพิ่งเคยเห็นผู้หญิงหยำฉ่าชัดๆก็วันนี้... เอ...ฉันพูดไม่ผิดใช่ไหม ผู้หญิงไม่มีความรู้ ไม่มีอนาคตเที่ยวไปนอนกับผู้ชายไม่ซ้ำหน้า คำว่าหยำฉ่าอาจจะให้เกียรติเกินไปด้วยซ้ำ...เมฆาอาจจะไม่รู้เช่นเห็นชาติว่าเธอมันเหลวแหลกแค่ไหน แต่ฉันรู้ จำไว้นะ ผู้หญิงที่จะมาเป็นสะใภ้ของแสนสมุทร ถึงไม่มีเกียรติยศ แต่ต้องมีศักดิ์ศรี”
โฉมไฉไลแค้นใจมาก ประกาศลั่นว่าสักวันหนึ่ง เธอจะต้องต้อนรับตนในฐานะหลานสะใภ้ ศรีเรือนยืนยันตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ บ้านแสนสมุทรจะต้องไม่มีกาฝากอย่างเธอ โฉมไฉไลไม่กล้าตอบโต้กำมือแน่นด้วยความแค้นใจ ก่อนจะสะบัดหน้าออกไป ศรีเรือนหยิบเสื้อกันหนาวขึ้นมาดูเห็นอักษรตัว “P” ปักอยู่ ชักสีหน้าขึ้นมาทันที
“เธอจะแต่งงานกับอรุณทั้งที่ลืมผู้ชายอีกคนไม่ได้น่ะเหรอ”
“ชีวิตเดือนเป็นของแสนสมุทร แต่หัวใจเป็นของเดือน เดือนขอแค่ให้หัวใจยังเป็นของเดือนได้ไหมคะ”
ศรีเรือนถึงกับอึ้ง ระหว่างนั้นชอุ่มหอบข้าวของพะรุงพะรังตามเข้ามาเห็นวงเดือนร้องไห้ สาระแนอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ศรีเรือนไม่ตอบ เดินลิ่วออกจากคลินิก ชอุ่มมองวงเดือนงงๆ ก่อนจะรีบตามเจ้านายออกไป วงเดือนน้ำตาคลอเบ้า รีบสำรวจเสื้อกันหนาวดูร่องรอย ความเสียหาย...
ครู่ต่อมา ขณะกำลังเดินอยู่ในตลาดไม่ห่างจากคลินิกนัก ศรีเรือนสั่งให้ชอุ่มเอาของทั้งหมดส่งไปรษณีย์ไปที่เชียงรายตามที่อยู่ที่เธอจดให้ ชอุ่มเลียบๆเคียงๆถามว่าจะส่งของทะเลเหล่านี้ไปให้ใคร ศรีเรือนจ้องหน้าเขม็ง เธอรู้สึกตัว รีบไปทำตามคำสั่ง ส่วนศรีเรือนเดินคิดอะไรเรื่อยเปื่อย พลันสายตาสะดุดเข้ากับร้านเฟอร์นิเจอร์ไม้ฝั่งตรงข้าม เห็นมีเก้าอี้ไม้ตัวเล็กๆสำหรับวางเท้าตั้งอยู่
ทันใดนั้น ภาพในอดีตผุดขึ้นมาในสมองของเธอ
วันนั้น ภูผาซื้อเก้าอี้วางเท้ามาให้ โดยมีเบาะผ้าเล็กๆวางด้านบน เธอขอบใจหลานชายที่ทำอะไรน่ารักๆ ให้เธอเสมอ แนะให้เขาทำกับพ่อตัวเองบ้าง จะได้ไม่ต้องเป็นไม่เบื่อไม้เมากันแบบนี้
“คุณย่าครับ ต่อให้ผมเกเรแค่ไหน ผมก็รู้ว่าชีวิตผมเป็นของแสนสมุทร แต่หัวใจเป็นของผม...ผมขอใช้หัวใจตัดสินใจเองได้ไหมครับว่าผมอยากจะมีชีวิตแบบไหน”
ศรีเรือนตื่นจากภวังค์ นึกถึงคำพูดของวงเดือนที่เพิ่งพูดกับตนเมื่อครู่ “ชีวิตเดือนเป็นของแสนสมุทร แต่หัวใจเป็นของเดือน...เดือนขอแค่ให้หัวใจยังเป็นของเดือนได้ไหมคะ” คำพูดของทั้งคู่เหมือนกันมาก
เธอรู้แล้วว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป รีบจ้ำพรวดๆ กลับบ้าน อารามรีบร้อนไม่ทันมองทาง รถของโฉมไฉไลหักเลี้ยวเข้าซอยมาอย่างรวดเร็ว เจอศรีเรือนในระยะกระชั้นชิด พยายามหักหลบแต่ไม่พ้น รถเฉี่ยวเธอล้มหัวกระแทกขอบทางนอนแน่นิ่ง โฉมไฉไลกลัวความผิด เหลียวซ้ายมองขวาไม่เห็นใคร รีบขับรถหนี
ooooooo










