สมาชิก

ชิงนาง

ตอนที่ 2

ศรีเรือนไม่ปล่อยให้หลานรักต้องออกจากบ้านอย่างเคว้งคว้างหมดทางไป เข้ามานั่งรอเขาอยู่ในห้อง พร้อมกับซองใส่โฉนดที่ดินแปลงหนึ่ง พอภูผากลับเข้ามา เธอยื่นซองเอกสารให้

“โฉนดที่ดินแปลงนี้อยู่ไกลจนถูกลืม ไกลเกินกว่าแสนสมุทรจะแผ่ไปได้ถึง ย่ายกให้แก...ไปให้ถึง สร้างอาณาจักรของภูผาขึ้นมา ทิ้งแสนสมุทรให้พฤกษ์อย่างที่แกต้องการ...จะไม่มีใครรู้เรื่องนี้ นอกจากแกกับย่า...อย่ากลับมาจนกว่าจะทำสำเร็จ” ศรีเรือนสีหน้าจริงจัง ภูผาซาบซึ้งใจมากที่มีคุณย่าอีกคนหนึ่งที่เข้าใจเขา...

ขณะเดียวกัน วงเดือนนั่งจ้องกระเป๋าเดินทางราวกับเป็นของแปลกไม่เคยเห็นมาก่อน ตัดสินใจไม่ได้ว่าจะทำอย่างไรดี ใจหนึ่งอยากไปกับภูผา แต่อีกใจหนึ่งเป็นห่วงอรุณ เพราะรับปากกับอนุตไว้ตั้งแต่ตอนที่ท่านพาเธอมาอยู่ที่นี่ว่าจะไม่ทิ้งเขาไปไหน จะอยู่คอยเป็นนางฟ้าคุ้มครองเขา แต่พอนึกขึ้นได้ว่า ยังมีเมฆาซึ่งเป็นหมอที่เก่งคอยดูแลเขาอยู่ทั้งคน เธอตัดสินใจเก็บเสื้อผ้าข้าวของจำเป็นใส่กระเป๋าเดินทาง เสร็จเรียบร้อยแล้ว หันไปจัดยาของอรุณแยกไว้เป็นชุดๆใส่ถาด แล้วย่องเอาไปวางไว้หน้าห้องนอนของเมฆา

“ฝากคุณอรุณด้วยนะคะ” จากนั้น รีบย่องกลับห้องพักตัวเอง

ooooooo

อรุณนั่งหน้าเครียดอยู่บนเก้าอี้ภายในห้องนอนตัวเอง มองนาฬิกาบนผนัง บอกเวลา 06.30 น. เขากำมือแน่น ในใจรู้ว่ากำลังจะทำผิด แต่ไม่มีทางเลือก สูดหายใจเข้าปอด ก่อนจะลุกจากเก้าอี้

“ขอโทษครับพี่ผา...แต่ผมยอมเสียเดือนไปไม่ได้จริงๆ” เขาน้ำตาคลอ ผลักเก้าอี้ล้มโครม

ชอุ่มแม่บ้านกำลังทำความสะอาดอยู่หน้าห้อง ได้ยินเสียงเหมือนอะไรหนักๆล้ม รีบเปิดประตูห้องดู เห็นอรุณนอนหอบอยู่ที่พื้น...

ขณะวงเดือนออกจากห้องพร้อมด้วยกระเป๋าเดินทาง ชอุ่มวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าคุณอรุณแย่แล้ว หญิงสาวตกใจ วางของในมือรีบวิ่งตามชอุ่มไปยังห้องของอรุณ เห็นเจ้าของห้องนอนหอบอยู่ที่พื้น เธอเข้าไปดูอาการบอกให้เขาหายใจลึกๆ ชอุ่มสั่นไปหมดไม่รู้จะทำอย่างไรดี คุณอนุตก็ไม่อยู่เพิ่งออกไปข้างนอก คุณเมฆาก็เช่นกัน

วงเดือนสั่งให้ชอุ่มไปตามคนงานขึ้นมาช่วยเธอที เราต้องพาคุณอรุณไปที่คลินิก ชอุ่มรีบไปทำตามสั่ง พยาบาลสาวจับชีพจรแล้วนิ่วหน้า พึมพำเบาๆไม่เห็นมีอะไรผิดปกติ อรุณรีบตวัดมือข้างที่ถูกจับชีพจรมากุมมือเธอไว้ แกล้งหายใจหอบ อย่างน่าสงสาร ร้องเรียกเธอตลอดเวลา

“เดือนอยู่นี่ค่ะ ไม่ต้องกลัวนะคะ เดือนจะพาคุณไปหาคุณเมฆา” เธอพูดพลางหันไปมองนาฬิกา เข็มบอกเวลา 06.45 น. ชักใจคอไม่ดี อรุณรู้ทันแกล้งป่วยหนัก หายใจติดๆขัดๆ

“สัญญานะ...อย่าทิ้งฉัน...สัญญา...นะเดือน” เขากำมือเธอไว้แน่น...

ขณะที่อรุณเล่นบทคนป่วยหนักได้เนียน ภูผาเริ่มนั่งไม่ติด กลัวหญิงคนรักจะไม่มา ยิ่งได้ยินเสียงนายสถานีสั่นกระดิ่งเรียกให้ขึ้นรถเป็นครั้งสุดท้าย เขายิ่งใจเสีย...

กว่าชอุ่มจะพาคนงานเข้ามาในห้อง เกือบจะ 7 โมงแล้ว วงเดือนเดินตามคนงานที่ช่วยกันประคองอรุณไปที่รถด้วยน้ำตาคลอเบ้า สับสนไปหมด อยากจะไปสถานี รถไฟใจจะขาด แต่ก็ทิ้งอรุณไม่ลง จำต้องไปคลินิกด้วย...

ขณะเดียวกันที่สถานีรถไฟ ภูผาตัดใจหยิบเป้สัมภาระแล้วเดินไปที่ขบวนรถไฟ หันกลับไปมองหาวงเดือนอีกครั้งพบแต่ความว่างเปล่า เขาคงต้องทิ้งหัวใจพังๆของตัวเองไว้ที่นี่ แล้วก้าวขึ้นรถไฟอย่างคนไร้หัวใจ...

ไม่นานนัก วงเดือนพาอรุณมาถึงคลินิก เมฆาตรวจอาการของน้องชายอย่างละเอียดแล้วกลับไม่พบสิ่งผิดปกติ อรุณใจตุ๊มๆต่อมๆกลัวพี่ชายจะจับโกหกได้ ยิ่งเห็นเขาใช้หูฟังตรวจการทำงานของปอด น้องชายคนเล็กของบ้านหลับตาแน่นไม่กล้าสบตาด้วย วงเดือนร้อนใจถามเมฆาว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“ถ้าจากอาการหอบก็ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง แต่ถ้าอย่างอื่น...ก็ไม่แน่...อรุณปลอดภัยแล้ว” เมฆาพูดจบ ออกจากห้องตรวจ วงเดือนหมดห่วง บอกอรุณว่าขอตัวสักพัก แล้วจ้ำพรวดออกไปทันที เขารอจนเธอพ้นสายตา จึงยันตัวลุกขึ้นนั่ง สีหน้าเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด เมฆาเห็นวงเดือนผลุนผลันออกจากคลินิก รีบกลับไปยังห้องตรวจเจอน้องชายตัวดีนั่งอยู่บนเตียง ไม่มีอาการหอบหืดให้เห็น เขาเสียงเขียวขึ้นมาทันที

“อย่าทำแบบนี้อีก...อย่าเอาความเจ็บป่วยของแกมาเป็นอาวุธ” ว่าแล้ว เขาออกจากห้องไปอีกครั้ง

“คนอ่อนแออย่างผมจะไปมีอาวุธอื่นอะไร นอกจากความตาย” อรุณพึมพำน้ำตาคลอ

ooooooo

ในเวลาต่อมา วงเดือนมาถึงสถานีรถไฟ  เห็นเพียงรางรถไฟที่ว่างเปล่า รถไฟเที่ยว 7 โมงไม่อยู่ที่นั่นแล้ว เธอตัดสินใจวิ่งไปถามเจ้าหน้าที่ขายตั๋วว่าขบวนรถเที่ยวนั้นไปถึงไหน

“ปลายทางเชียงราย แต่เขาจอดทุกสถานีไล่ไปเรื่อยนั่นแหละ อยู่ที่ว่าจะลงที่ไหน”

เธอเดินคอตกออกมา หันกลับไปมองรางรถไฟที่ว่างเปล่าอีกครั้ง ก่อนจะร้องไห้โฮ...

ขณะที่วงเดือนออกจากสถานีรถไฟด้วยน้ำตานองหน้า บนขบวนรถไฟมุ่งหน้าสู่เชียงราย ภูผานั่งซึม คิดถึงหญิงคนรัก พลันภาพในอดีตผ่านเข้ามาในสมองของเขา...คืนนั้น ภูผาจอดมอเตอร์ไซค์ขวางหน้าวงเดือนซึ่งหอบตำราเรียนเต็มสองมือ เธอตกใจหนังสือเกือบหลุดมือ ยิ่งเห็นสายตาที่เขามองมายิ่งกลัว รีบอธิบายว่าไปอ่านหนังสือบ้านเพื่อนเพิ่งเสร็จ เขาสั่งให้เธอขึ้นมาซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ แต่เธอลังเล เขาตวาดลั่นให้ขึ้นมา

เธอสะดุ้งโหยง รีบทำตามสั่งด้วยท่าทางเก้ๆกังๆ เขาจับขาเธอให้เปลี่ยนเป็นนั่งคร่อม  แล้วบอกให้กอดเอว

เขาไว้ เห็นเธอนั่งนิ่งเขาเลยถือวิสาสะจัดการให้เสร็จสรรพ อ้างว่าที่ต้องทำแบบนี้ก็แค่ไม่อยากให้เธอตกรถตาย

“ชีวิตของเดือน...คุณมายุ่งอะไรด้วย”

“คิดเหรอว่าอยากยุ่ง อยากตามเธอ อยากดูแลเธอ เรื่องบ้าๆพวกนี้ ฉันไม่ได้อยากทำเลยสักนิด แต่มันห้ามใจตัวเองไม่ได้...เข้าใจไหมยัยโง่” พูดจบ เขาเอี้ยวตัวมาจูบเธอ

เสียงหวูดรถไฟทำให้เขาตื่นจากภวังค์มาพบกับความจริงที่ปวดร้าว “จะเสียใจทำไม แกมันไม่มีหัวใจอีกต่อไปแล้ว...จำเอาไว้...ไอ้ภูผา” เขาหลับตาซ่อนความขมขื่นใจไว้...

ขณะที่ภูผาพยายามลืมความเจ็บช้ำน้ำใจให้ได้ วงเดือนแวะมาหาพฤกษ์ที่สะพานปลา เขากำลังทำงานง่วนอยู่ แต่พอเห็นหน้าตาที่เพิ่งผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักของเธอ ถึงกับชะงัก รู้ทันทีว่าภูผาไปแล้ว

“ถ้าจะมาถามว่ามันไปไหน พี่ไม่รู้หรอก แต่พี่เชื่อว่าภูผาต้องไม่เป็นอะไร เพราะมีหัวใจดวงหนึ่งตามไปห่วงใยดูแลอยู่ตลอดเวลา...ผู้หญิงร้องไห้ น่าสงสาร...แต่ไม่สวยหรอกนะ ยิ้มหน่อยสิ...น้องสาวพี่” เขาลูบหัวเธอ

อย่างอ่อนโยน แทนที่จะยิ้มเธอกลับปล่อยโฮโผกอดเขาไว้แน่น อย่างน้อยเธอก็ยังมีเขาเป็นพี่ชายที่แสนดีคอยให้กำลังใจ พฤกษ์ซ่อนความปวดร้าวไว้ ยอมรับสภาพที่เป็นได้แค่พี่ชายที่แสนดีของเธอ

ooooooo

รถไฟมาถึงเชียงรายในเช้าวันถัดมา ภูผาจำได้ว่าคุณย่าศรีเรือนสั่งไว้ก่อนจะจากกันว่า ไปถึงปลายทางจะมีคนมารับชื่อ นายสว่าง แต่คนของคุณย่าไม่ว่างต้องอยู่จัดสถานที่ให้เจ้านายคนใหม่ จึงส่งหนูนาหลานสาวจอมห้าวของเขามารับแทน เจอกันครั้งแรก ทั้งภูผาและหนูนาไม่ถูกชะตากันสักเท่าไหร่ เกือบจะมีเรื่องกันด้วยซ้ำ...

ระหว่างที่หนูนาขับรถไปตามไหล่เขามุ่งหน้าไปยังไร่ ภูผาเอาแต่นั่งนิ่งจ้องมองไปนอกหน้าต่างรถตลอดเวลา เธอมองอย่างหมั่นไส้คิดว่าหยิ่ง พูดจาเหน็บแนมอยู่ตลอด เขายังนั่งนิ่งไม่โต้ตอบ จนคนพูดชักจะทนไม่ไหว

“นี่คุณจะเป็นใบ้อีกนานไหม ตั้งแต่ขึ้นรถมาก็ปล่อยให้ฉันพูดคนเดียวอยู่ได้...เหนื่อยนะ”

“ก็หุบปากสิ จะได้ไม่เหนื่อย” สีหน้าเขายังคงนิ่งเฉยเหมือนไม่มีความรู้สึก

“นี่ถามจริงเหอะ...ทำตัวเป็นผีดิบอย่างงี้ มีหัวใจหรือเปล่าเนี่ย” หนูนาอดแดกดันไม่ได้

“เคยมี” คำตอบของภูผา ทำเอาเธอถึงกับไปไม่เป็น...

ในขณะเดียวกัน ที่บ้านแสนสมุทร อรุณใจคอไม่ดีเมื่อรู้ว่า เมื่อวานวงเดือนแวะไปหาพฤกษ์ที่สะพานปลา ซักถามเป็นการใหญ่ว่าเขาบอกหรือเปล่าว่า ภูผาไปไหน หญิงสาวมองสงสัย อรุณรีบแก้ตัวว่าที่ถามเพราะเป็นห่วงพี่ชาย พอรู้ว่าพฤกษ์ไม่รู้ที่อยู่ของภูผา ถึงกับถอนใจโล่งอก

หลังจากจัดยาให้อรุณกินเรียบร้อย วงเดือนกลับมาเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อไปคลินิก หยิบกระเป๋าถือกำลังจะออกจากห้องพัก เหลือบเห็นช่อดอกผักบุ้งทะเลที่ภูผายัดใส่มือเธอเมื่อคราวแข่งว่ายน้ำกับพฤกษ์ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นดอกไม้แห้งปักอยู่ในแจกกัน เธอน้ำตาคลอขึ้นมาทันที

“คุณภูผา...คุณอยู่ที่ไหน”

พฤกษ์ยืนอยู่หน้าห้องพักของเธอพอดี มองเธอร้องไห้ด้วยความสะเทือนใจ พึมพำกับตัวเองเบาๆ “ฉันสัญญา...จะดูแลหัวใจของแก...จนถึงวันที่แกกลับมาทวงมันคืน...ภูผา”

วงเดือนเอาช่อดอกไม้แห้งขึ้นมาแนบอกน้ำตาคลอ ราวกับจะส่งผ่านความรู้สึกนั้นไปถึงภูผา...

แม้จะอยู่ห่างกันมาก เหมือนภูผาจะรับความรู้สึกนั้นได้ หยิบดอกผักบุ้งแห้งจากเป้สัมภาระขึ้นมาดู หนูนาซึ่งกำลังขับรถเหลือบเห็นเขาหน้าเจื่อนๆ ทักว่าอกหักมาหรือ เขาหันขวับ ส่งสายตาเป็นทำนองว่าอย่ายุ่ง แล้วมองดอกไม้อีกครั้ง ก่อนจะตัดใจยื่นมือออกไปนอกรถ ปล่อยให้มันลอยไปตามลมไกลจากเขาออกไปทุกที...

จากนั้นไม่นาน หนูนาขับรถมาถึงบ้านไร่บนเขา นายสว่างกับดอยหลานสาวคนเล็กมายืนรอต้อนรับด้วยความตื่นเต้น ทันทีที่ภูผาลงจากรถ นายสว่างรีบเข้ามาแนะนำตัวเองและหลานสาว พร้อมทั้งขอโทษที่ไปรับเขาที่สถานีรถไฟด้วยตัวเองไม่ได้ เพราะมัวแต่ทำความสะอาดบ้านไว้รอต้อนรับ เห็นเจ้านายคนใหม่นั่งรถไฟมาทั้งคืน จึงเชิญให้ขึ้นไปพักผ่อนบนบ้านก่อน แล้วจะเข้าไปยกเป้สัมภาระให้

“ไม่เป็นไร...ผมยังไม่อยากพัก...ที่นี่สวยมาก ทั้งธรรมชาติ แล้วก็...” ภูผากวาดสายตามาหยุดตรงหน้าหนูนาพอดี เธอหลงคิดว่าจะได้รับคำชม ที่ไหนได้เขากลับชื่นชมอากาศที่สดชื่นไร้มลภาวะหน้าตาเฉย

ooooooo

ที่คลินิกเมฆา วงเดือนเตรียมอุปกรณ์ทุกอย่างไว้เสร็จสรรพ เหลือบดูนาฬิกาพอมีเวลา หยิบกระดาษขึ้นมาเขียนจดหมายถึงภูผา ทั้งๆที่ไม่รู้ว่าจะส่งไปที่ไหน แค่อยากระบายว่าทำไมเธอถึงไปพบเขาที่สถานีรถไฟไม่ได้

จังหวะนั้น เมฆาขับรถมาจอดหน้าคลินิก เธอรีบเก็บจดหมายปาดน้ำตาทิ้ง เขาเข้ามาเห็นตาบวมช้ำของเธอยื่นผ้าเช็ดหน้าของตัวเองให้

“เดี๋ยวคนไข้เข้ามาจะตกใจ เห็นพยาบาลร้องไห้ขนาดนี้ จะพาลเข้าใจว่าหมอเมฆาดุมาก ไม่มีใครกล้ารักษากันพอดี...ฉันมีเคสผ่าตัดที่ รพ.เลยแวะมาบอกก่อน กลัวคนไข้จะรอ อาจจะมาถึงช้าหน่อย แต่จะรีบมา” เขาสั่งเสร็จรีบขึ้นรถขับออกไป วงเดือนเดินตามจะไปปิดประตู

ทันใดนั้น โฉมไฉไลโผล่พรวดมายืนตรงหน้า มองมาด้วยสายตาเหยียดๆ ก่อนจะผลักประตูเข้ามาด้านใน เธอมาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเมฆา เพราะคิดว่าวงเดือนมีส่วนทำให้เขาปฏิเสธที่จะกลับมาคบหากับเธอเลยมาข่มเอาไว้ก่อน แถมเขียนโน้ตทิ้งไว้ให้เขาไปเจอเธอคืนนี้ที่เดิม...

ขณะที่โฉมไฉไลตั้งตัวเป็นศัตรูกับวงเดือนอย่างเปิดเผย หนูนารับหน้าที่เป็นไกด์พาภูผาขี่ม้าตรวจดูสภาพของไร่ชาที่รกร้าง ขาดการดูแล ชายหนุ่มลงจากหลังม้าหยิบดินที่แตกระแหงขึ้นมาดู เธอตามมายืนข้างๆ

“ที่ผืนนี้ถูกทิ้งมานาน ตั้งแต่เจ้าของเก่าขายให้คุณย่าของคุณก็ยังไม่มีใครมาบุกเบิก มันก็เลยรกร้างแล้วก็ว่างเปล่า...แต่จะว่าไปที่ผืนนี้มันก็เหมือนคุณนั่นล่ะนะ...รกร้าง...ว่างเปล่า” หนูนาแดกดัน

“เธอชอบฉันหรือ” เขายื่นหน้าเข้าไปเกือบจะชิดใบหน้าของอีกฝ่าย เธอลุกพรวด

“บ้า...ผู้ชายไม่มีหัวใจอย่างคุณเนี่ยนะ...ไม่มีทาง” ปากปฏิเสธ แต่ทำไมหัวใจเธอกลับหวั่นไหว

“ทำให้ได้อย่างที่พูดก็แล้วกัน...หนูน้อย” เขายิ้มกวน แล้วเดินสำรวจต่อปล่อยให้เธอโกรธตัวสั่นอยู่คนเดียว...

ค่ำวันเดียวกัน โฉมไฉไลถึงคลับเฟื่องนครก่อนเวลานัด ระหว่างรอเมฆา เธอบริหารเสน่ห์ไปทั่ว ตกเป็นเป้าสนใจของพวกหนุ่มๆ เพื่อนของเธอไม่เข้าใจว่าเธอจะกลับไปยุ่งกับแฟนเก่าทำไม ในนี้มีผู้ชายที่อยากจะเริ่มต้นใหม่กับเธอตั้งหลายคน และที่สำคัญ เมฆาจะกลับมาคบกับเธอหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ โฉมไฉไลวีนแตกทันที

“คนอย่างฉันไม่มีผู้ชายคนไหนโง่พอที่จะปฏิเสธหรอก ไม่เชื่อก็ดูเอาเองแล้วกัน” เธอปรายตาไปรอบๆ เห็น หนุ่มๆพากันจ้องมองมาที่เธอเป็นตาเดียวกัน เธอจำได้ดีว่า คราวก่อนเป็นฝ่ายพลาดเองที่บอกเลิกเมฆา ครั้งนี้ เธอจะไม่ยอมพลาดซ้ำสองเป็นอันขาด จังหวะนั้นมี

ชายหนุ่มคนหนึ่งดูดี มีฐานะเข้ามาตีสนิทด้วย โฉมไฉไล ทำให้เพื่อนๆอึ้ง แม้หนุ่มคนนั้นจะเป็นถึงลูกผู้มีอิทธิพล แต่เธอก็สามารถใช้เสน่ห์สยบเขาได้...

ระหว่างที่โฉมไฉไลกำลังสนุกกับการบริหารเสน่ห์อยู่ในคลับ หนูนาไม่เข้าใจทำไมภูผาต้องของขึ้นทุกครั้งที่เธอพูดพาดพิงถึงคนรักของเขา คราวนี้ก็เช่นกัน เขาทำหน้าโหดใส่จนเธอต้องผงะถอยหลัง แล้วเดินหนีเข้าบ้านไปอย่างหัวเสีย เธอดูจากอาการของเขาแล้ว ฟันธง ได้เลยว่าต้องโดนผู้หญิงคนนี้ทิ้งมาแน่ๆ

ooooooo

ได้เวลาปิดคลินิก วงเดือนปิดไฟแล้วออกมาดึงประตูเหล็กดัดด้านหน้า แต่มันติดดึงไม่ได้ เมฆาเข้ามาช่วยกระชากประตูถึงปิดได้ บอกให้เธอทิ้งจักรยานไว้ที่นี่แล้วกลับไปกับเขา วงเดือนทักท้วงว่าคืนนี้เขามีนัดกับคุณโฉมไม่ใช่หรือ เขายืนยันจะกลับ แล้วเร่งให้เธอขึ้นรถ ปรากฏว่ารถสตาร์ตไม่ติด เมฆาจำต้องทิ้งรถไว้แล้วหันใช้จักรยานของเธอแทน ระหว่างทางกลับบ้านเธอนั่งเหม่อลอย ไม่พูดไม่จา เขาหยุดรถ ถามด้วยความเป็นห่วงว่า

“เป็นอะไรหรือเปล่า เห็นนั่งเงียบมาตั้งแต่คลินิกแล้ว...คิดถึงพี่ผาหรือ”

ทีแรกเธอปฏิเสธว่าจะไปกล้าคิดถึงเขาได้อย่างไร เมฆาขอร้องว่าอย่าปฏิเสธ เขารู้ดีว่าเธอคิดถึง เธอลังเล อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจถามว่ารู้หรือเปล่าว่าคุณภูผาอยู่ที่ไหน เมฆาไม่เห็นจะมีประโยชน์ตรงไหน ถึงเขารู้เธอ ก็ทำอะไรไม่ได้ อรุณคงไม่ยอมปล่อยเธอไปแน่ๆ วงเดือนรู้เต็มอกว่าที่เขาพูดเป็นเรื่องจริง ถึงกับนํ้าตาร่วง...

ครู่ต่อมา เมฆาละวงเดือนมาถึงบ้านแสนสมุทรต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปพักผ่อน เขาขึ้นบันไดมาเห็นไฟในห้องหนังสือยังเปิดอยู่ เข้าไปดูเจออรุณกำลังนั่งอ่าน หนังสือ แปลกใจทำไมป่านนี้ยังไม่นอน เขาอ้างว่าอยากอ่านหนังสือให้จบก่อน เมฆาไม่ติดใจสงสัยอะไร จนกระทั่งเหลือบไปเห็นม่านหน้าต่างบานหนึ่งเปิดอยู่ เขาเดินไปดู รู้ทันทีว่าน้องชายเห็นเขากับวงเดือน แต่เขาทำเป็น

ไม่สนใจ ขยับจะออกจากห้อง อรุณร้อนใจโพล่งขึ้นทันที

“รถพี่ไปไหน ทำไมพี่ต้องกลับมาพร้อมเดือนด้วย”

“อรุณ...นายกำลังทำให้แสนสมุทรไม่เหมือนเดิม” เมฆาเน้นทีละคำ

“ผมยอมรับว่าผมทำผิด แต่ผมไม่มีทางเลือก พี่ลองมารักเดือนแบบผมสิ แล้วพี่จะเข้าใจ” เขาพูดจบผลุนผลันออกไป เมฆาหน้าเครียด ไม่เข้าใจว่าผู้หญิงคนนี้ มีดีอะไร ทำไมทั้งพี่ทั้งน้องของเขาถึงรุมรักเธอกันหมด...

ด้านวงเดือนเขียนจดหมายถึงภูผาต่อจากที่ค้างไว้จนเสร็จ เงยหน้าขึ้นมองจันทร์เสี้ยวด้วยนํ้าตาคลอเบ้า

“ต่อให้เดือนสารภาพผิดอย่างไร มันก็คงไม่มีประโยชน์ เพราะคุณจากไปแล้ว เดือนได้แต่หวังว่าวันหนึ่ง จดหมายฉบับนี้จะเดินทางไปถึงมือคุณ ให้คุณได้รู้ว่าทำไมคุณต้องจากไปโดยลำพัง”

ooooooo

วันรุ่งขึ้น โฉมไฉไลตามมาอาละวาดเมฆาถึงคลินิกที่เมื่อคืนไม่ยอมไปตามนัด เขาอ้างไปเรื่อยเปื่อยว่า คลับไม่ใช่ที่ของหมอและที่สำคัญเราสองคนเลิกกันนานแล้ว เขาไม่จำเป็นต้องไปพบเธอ แล้วรีบตัดบท

“คลินิกใกล้จะเปิดแล้ว คุณกลับไปเถอะ เพราะที่นี่ก็ไม่ใช่ที่ของคุณเหมือนกัน”

โฉมไฉไลเห็นหน้าตาเคร่งเครียดของเขาแล้วจำต้องล่าถอย พอมาถึงประตูคลินิก เจอวงเดือนที่ยืนรีๆรอๆ ไม่กล้าเข้า เพราะได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกัน เธอโกรธเกรี้ยว ขึ้นมาทันที หันมองเมฆา

“อ๋อ...ที่นี่มันเป็นที่ของคุณกับนังนี่ใช่ไหมคะ โฉมถึงอยู่ไม่ได้”

เมฆาส่ายหน้าระอา เดินหนีเข้าไปด้านใน วงเดือนจะเดินตามแต่ยัยตัวร้ายขวางไว้ ประกาศลั่นว่าเมฆาเป็น ของเธอ และเธอจะไม่ยอมเสียเขาให้ใครทั้งนั้น แล้วเดินกระแทกเท้าปังๆออกไป วงเดือนถึงกับถอนใจโล่งอก...

โฉมไฉไลอารมณ์เสียมากขึ้นเมื่อไปพบอนงค์แม่ของเธอแล้วถูกต่อว่าเรื่องที่เธอมัวแต่ไปตามตื๊อเมฆา แทนที่จะช่วยท่านกอบกู้กิจการร้านอาหารของตระกูล

“โฉมก็กำลังกอบกู้อยู่นี่ไงคะ ถ้าโฉมได้แต่งงานกับเมฆา อย่าว่าแต่กอบกู้กิจการเลย โฉมจะทำให้หม่าม้า ไม่ต้องทำงานไปอีกจนตายก็ยังได้...ไม่เชื่อก็คอยดูฝีมือโฉมแล้วกัน” เธอสีหน้ามั่นใจมาก...

ระหว่างที่อนงค์กับโฉมไฉไลกำลังวางแผนจะจับ เมฆา นายสว่าง หนูนา และดอย พาภูผาเดินสำรวจไร่ชา ที่ถูกทิ้งร้างมานาน นายสว่างแนะนำให้เจ้านายไถต้นชา พวกนี้ทิ้งหรือไม่ก็เผาให้สิ้นซากไปเลย แล้วหาต้นไม้อื่น มาปลูกทดแทน ถึงอย่างไรก็ไม่มีใครต้องการต้นชาพวกนี้ อยู่แล้ว ภูผาสะดุดกับคำว่าไม่มีใครต้องการ ตัดสินใจได้ทันที

“ต้นชาเลวๆที่ไม่มีใครต้องการพวกนี้ ผมจะเก็บไว้เอง”

ทุกคนพากันร้องเอะอะไม่เห็นด้วย แต่เขายืนยันคำเดิม นายสว่างถึงกับถอนใจ ถ้าเขาจะเอาจริงๆ งานนี้คงต้องเหนื่อยกันแน่ๆ...

หลังจากตกลงใจจะเก็บไร่ชาไว้ ภูผาขอให้หนูนา พาไปร้านขายใบชาในตัวเมือง จะได้รู้จักสินค้าของคู่แข่ง แล้วสั่งซื้อชาทุกยี่ห้อในร้าน หนูนางงจะซื้อไปทำไมมากมาย เขาอ้างว่าจะปลูกชาได้อย่างไรถ้าไม่รู้จักรสชาติ

“นี่คุณไม่ดื่มชาเหรอ” เธอเห็นเขาส่ายหน้าถึงกับ ถอนใจ “เฮ้อ...งั้นฉันว่าคุณอย่าปลูกชาเลยปลูกกล้วยดีกว่าเชื่อฉันเถอะ” พูดจบเธอเดินออกจากร้านไปซื้อกาชงชาที่ร้านค้าติดกันมาให้ ภูผาสงสัยซื้อมาทำไมตั้งสองใบ

“ใช้กาเดียวกว่าคุณจะชิมครบหมดคงจะเป็นปีนะสิ” เธอว่าแล้วคว้าถุงใส่ใบชาสารพัดยี่ห้อเอาไปเก็บที่รถ ปล่อยให้เขาเดินสำรวจใบชายี่ห้อต่างๆในร้านเพียงลำพัง ขณะที่หนูนากำลังเก็บของอยู่ที่รถ เหนือฟ้าพ่อเลี้ยงผู้มีอิทธิพลของที่นี่ เข้ามาทำก้อร่อก้อติก ถึงเนื้อถึงตัว หญิงสาวสู้สุดฤทธิ์แต่โดนเขาล็อกตัวไว้จากด้านหลัง

ก่อนเธอจะเสียทีให้พ่อเลี้ยงโฉดไปมากกว่านี้ ภูผาเข้ามาช่วยไว้ทัน เล่นงานเหนือฟ้ากับสมุนหมอบราบคาบ จากนั้นทั้งคู่พากันหนีขึ้นรถขับออกไปอย่างรวดเร็ว เหนือฟ้ามองตามแค้นใจ

ooooooo

วงเดือนขึ้นมาจัดยาให้อรุณกินเหมือนที่เคยทำเป็นประจำ ขณะเธอกำลังวัดชีพจรให้ เขาลอบมอง เธออย่างรักใคร่ ศรีเรือนผ่านมาเห็นพอดีถึงกับทำพัดในมือร่วง อรุณสะดุ้งเฮือกหันขวับเห็นสายตาคมกริบของคุณย่าที่จ้องมองมารีบทำตัวปกติ วงเดือนทำหน้าที่ของตัวเองเสร็จ ก้มหน้างุดๆออกไป ศรีเรือนมองตามไม่พอใจ

“มองอะไรหรือครับคุณย่า” อรุณอดถามไม่ได้

“ย่าควรจะถามแกมากกว่าว่าเมื่อกี้แกมองอะไร” เธอจ้องหน้าหลานชายเขม็ง ก่อนจะตามไปต่อว่าวงเดือนถึงห้องพัก ที่ทำให้อรุณหลงรักทั้งๆที่ไม่ได้รักเขาตอบ หญิงสาวถึงกับอึ้งไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาคิดแบบนั้นกับตน

“ภูผาก็คนหนึ่งแล้ว นี่ยังจะอรุณอีก ใจคอหล่อนจะรวบหลานชายฉันให้หมดทั้งตระกูลเลยรึไง...หล่อนจะใช้มารยาหลอกใครก็เชิญ แต่ต้องไม่ใช่อรุณ” ศรีเรือนหน้าตาเอาเรื่อง เมฆาได้ยินพอดีรีบเข้ามาช่วยวงเดือน

“ไปห้ามอรุณเถอะครับคุณย่า...เดือนไม่ได้ทำอะไรผิด อรุณต่างหากที่ทำตัวเป็นโจรในร่างนักบุญ”

ศรีเรือนโกรธ ตบหน้าเขาฉาดใหญ่ หาว่าหลงมารยาผู้หญิงคนนี้ถึงขนาดโยนความผิดให้น้องตัวเอง

“ฉันไม่น่ายอมให้แกเหยียบเข้าบ้านเลย ไม่น่าเลยจริงๆ...ไปให้พ้นหน้าฉัน...นังกาลกิณี...ไป” ศรีเรือนทำราวกับเธอเป็นตัวน่ารังเกียจ เธอเสียใจมากวิ่งออกไป ทั้งนํ้าตา ศรีเรือนหวั่นใจว่าคำทำนายกำลังจะเป็นจริง...

ด้านวงเดือนวิ่งมาชนพฤกษ์จนเสียหลักจะล้ม ดีที่เขารับตัวไว้ทัน เห็นเธอร้องไห้ถามด้วยความเป็นห่วงว่าใครทำอะไรให้ หญิงสาวมองมือเขาที่จับแขนตนเองไว้ รีบสะบัดมือออก เกรงจะทำให้เขาต้องแปดเปื้อน พฤกษ์งงว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมต้องทำท่ากลัวขนาดนั้น

“คุณพฤกษ์ไม่ต้องสนใจเดือนหรอกค่ะ อย่ามายุ่งกับเดือน ต่อไปนี้เดือนจะไม่ยุ่งกับใครอีกแล้ว” เธอร้องไห้ วิ่งหนีไป พฤกษ์มั่นใจต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ ตามไปถามคุณย่าว่าเกิดอะไรขึ้น ศรีเรือนโวยลั่นว่าเขาเป็นอีกคนหนึ่งใช่ไหมที่หลงมารยานังผู้หญิงคนนั้น เธอทนเห็นหลานชายเป็นอย่างนี้ต่อไปไม่ได้ จะต้องไล่วงเดือนไปจากที่นี่

“ไม่ต้องไล่เดือนหรอกครับ ไม่รักก็ขอให้สงสารเธอบ้าง...ถ้ามีคนต้องไป ผมไปเอง” เขาเดินออกไปทันที ศรีเรือนเจ็บใจมาก สายเลือดจะแตกกันเพราะผู้หญิงคนเดียว เธอยอมไม่ได้เด็ดขาด

ooooooo

ที่คุ้มเหนือฟ้า วันชัยฉุนขาดที่สมุนปล่อยให้เหนือฟ้าถูกหักหน้ากลางตลาด ชักปืนจะยิงพวกนั้น เพื่อลงโทษ เหนือฟ้าไม่เหี้ยมพอสั่งไม่ให้ฆ่า วันชัยหมายหัวพวกสมุนไว้ถ้ามีครั้งหน้าไม่เอาไว้แน่ สมุนกลัวจัดพากันเผ่นแน่บ

“แค่ผู้หญิงคนเดียวทำไมพ่อเลี้ยงถึงจัดการไม่ได้” น้ำเสียงวันชัยเหมือนจะเยาะอยู่ในที

“ครั้งนี้ไม่ใช่หนูนา มันชื่อภูผา”

วันชัยยิ้มเหี้ยม ใครที่ทำร้ายเหนือฟ้าเท่ากับทำร้ายเขาด้วย โทษสถานเดียวของมันคือความตาย เหนือฟ้า พอใจงานนี้คู่อริคนใหม่ของเขาต้องไม่รอดแน่...

ค่ำวันเดียวกัน นายสว่างเอาปืนมาให้ภูผาไว้ป้องกันตัว เพราะได้ยินหนูนาเล่าว่าเขาไปมีเรื่องกับเหนือฟ้า เขาไม่เห็นความจำเป็นต้องใช้ปืน บ้านเมืองมีขื่อมีแป นายสว่างเตือนว่าแผ่นดินหลังเขาแบบนี้ บางครั้งก็ใช้กฎหมู่เป็นเครื่องตัดสิน ตัวเหนือฟ้าไม่เท่าไหร่ แต่วันชัย ลูกพี่ลูกน้องของเขา ชั่วได้ใจมาก งานนี้ เจ้านายไม่ปลอดภัยแน่

“ไม่มีหัวใจ...มันก็เหมือนตายทั้งเป็นอยู่แล้ว” เขาว่าแล้วกลับห้องพักหยิบกระดาษปากกาขึ้นมาเขียนจดหมายเล่าความเป็นไปของที่นี่ให้ศรีเรือนฟัง สัญญาว่าจะไม่ยอมแพ้ ระหว่างนั้น เขาคิดถึงวงเดือนขึ้นมา หยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมาเขียนจดหมายถึงเธอ แต่แล้วเปลี่ยนใจ

“เธอไม่เอาแล้วยังจะหน้าด้านตื๊ออยู่ได้...ไอ้บ้าเอ๊ย” ภูผาขยำกระดาษขว้างทิ้งด้วยความโมโห จะนอนก็นอนไม่หลับ ตัดสินใจออกไปขี่ม้าเผื่ออารมณ์จะดีขึ้น แต่ม้าเกิดพยศ สะบัดเขาหล่นหัวกระแทกพื้นหมดสติ...

ตั้งแต่โดนศรีเรือนเล่นงาน วงเดือนระวังตัวมากขึ้น พยายามไม่อยู่ใกล้หลานชายคนไหนของเธอ คืนนี้ ก็เช่นกัน เธออาสาจะปิดคลินิกให้เองเพื่อจะได้ไม่ต้องกลับบ้านพร้อมเมฆา แต่เขายืนยันให้เธอกลับด้วย

ระหว่างเดินไปที่รถ มีรถยนต์คันหนึ่งพุ่งตรงเข้ามา เหมือนตั้งใจจะชนวงเดือน เมฆากระชากตัวเธอหลบ

ได้อย่างหวุดหวิด ทั้งสองคนล้มลงกับพื้น ริมฝีปากของ ทั้งคู่สัมผัสกันโดยไม่ได้ตั้งใจ วินาทีนั้นความรู้สึกของเมฆาที่มีต่อวงเดือนเริ่มเปลี่ยนไป พอได้สติ เธอรีบผละจากเขาเดินไปที่รถ เขามองตามรถยนต์คันนั้นแต่มันแล่นไปไกลแล้ว รู้สึกสังหรณ์ใจว่านี่ไม่ใช่อุบัติเหตุ เป็นอย่างที่เขาคาดไม่มีผิด นี่เป็นฝีมือของโฉมไฉไล...

อรุณโกรธมาที่คนจัดยาก่อนนอนให้คือชอุ่มไม่ใช่ วงเดือน พาลคิดว่าเธอไม่ต้องการดูแลเขาแล้ว จึง

ตามมาต่อว่าเธอถึงห้องพัก ด้วยความน้อยใจหลุดปากว่ารู้เรื่องที่เธอนัดแนะจะไปกับภูผา ถ้าวันนั้นอาการป่วยของเขาไม่กำเริบป่านนี้เธอคงไม่อยู่ที่นี่แล้ว ก่อนที่อรุณจะเผลอพูดอะไรมากไปกว่านี้ เมฆาเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“พอได้แล้วอรุณ...ในเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้ว ก็ควรจะรู้จักพอ”

“นี่คุณเมฆาพูดเรื่องอะไรคะ?” วงเดือนจ้องหน้าอรุณสลับกับเมฆาไปมา สงสัยว่าสองพี่น้องคู่นี้มีอะไรปิดบังเธออยู่

ooooooo

ชิงนาง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด