สมาชิก

ชิงนาง

ตอนที่ 13

ขณะวงเดือนกำลังจะเอาถาดใส่ยาไปเก็บในครัว มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น เธอจะวิ่งไปรับ เมฆาเกรงจะเป็นสายจากภูผาชิงคว้าโทรศัพท์ตัดหน้า ถึงกับโล่งใจที่กลายเป็นสายจากเพื่อนของศรีดารา

“ต้องขอประทานโทษด้วยครับ ตอนนี้คุณแม่ออกไปข้างนอก ถ้ากลับมาจะรีบเรียนให้โทร.กลับถึงท่านทันทีครับ...สวัสดีครับ” เขาวางสาย เผลอถอนใจเฮือกใหญ่ พอหันมาเห็นวงเดือนจ้องอยู่แสร้งถามกลบเกลื่อนว่าวันนี้ไม่ไปทำงานหรือ เธอเพิ่งจะเสร็จงาน อีกสักครู่ถึงจะไป

“เอ้า...พอดีเลย งั้นเดี๋ยวไปพร้อมกันเลยนะ...เดือนไปแต่งตัวสิ...ฉันจะรอ...ไปเร็ว”

วงเดือนจำต้องรับคำ โดยไม่เห็นว่าโฉมไฉไลแอบมองตามเธอด้วยสายตาริษยาคิดหาทางกลั่นแกล้ง...

ระหว่างที่โฉมไฉไลคิดแผนชั่วอยู่นั้น ดอยลุกขึ้นแต่เช้าติดเตาย่างไก่เพื่อเลี้ยงฉลองตำแหน่งว่าที่เจ้าสาวของภูผา ให้กับลูกพี่ หนูนาเขกหัวดอยแก้เขิน หาว่าพูดเพ้อเจ้อ ภูผากับนายสว่างยืนฟังอยู่อีกด้านหนึ่งโดยที่ทั้งคู่ไม่เห็น

“เพ้อเจ้อที่ไหนลูกพี่...ดอยได้ยินเต็มสองรูหู” เธอว่าแล้วทำเสียงและท่าทางล้อเลียนภูผา “...ตกลงครับ ผมยอมรับข้อแม้ของพ่อเลี้ยงเหนือฟ้า...ฉันจะอยู่ดูแลเธอและไร่เหนือฟ้าตลอด ไป...ไงล่ะๆขนลุกเลย เห็นแข็งๆทื่อๆสมชื่อภูผาอย่างนั้นก็เหอะ บทจะหวานขึ้นมา ขนลุกพรึบเลย จริงไหมลูกพี่”

“จริง” ภูผาตอบน้ำเสียงเรียบๆ หนูนาหันมาเห็นเจ้านายยืนอยู่สะดุ้งโหยง พยายามสะกิดให้ดอยหยุดพูด แต่เด็กน้อยไม่สนใจ นินทาต่อไปอย่างสนุกปาก

“นั่นไง...แหม...เมื่อก่อนทำเป็นนินทาว่า นายภูผาไม่มีหัวใจ...นายภูผาขี้เก๊ก”

ภูผายืนฟังไปเรื่อยไม่แสดงสีหน้าอะไร ขณะที่นายสว่างแทบจะลงไปชักดิ้นตายเสียให้ได้ พอดอยหันมาเห็นเจ้านายยืนอยู่ ถึงกับหน้าเสีย ก่อนจะกุมท้องตัวเอง แกล้งร้องโอดโอย นายสว่างรู้ทัน ถามว่าเป็นอะไร

“ปวดอึจ้ะ...ดอยปวดอึ”

“ดีเลย งั้นข้าจะช่วยเตะให้ไส้เอ็งแตกซะตรงนี้เลยดีไหมไอ้ดอย” นายสว่างว่าแล้วยกเท้าเตะหลานสาวคนเล็ก แต่เธอรู้ทันวิ่งหนี เขาไม่ยอมรามือวิ่งไล่ ทิ้งภูผาให้ยืนจ้องหน้าหนูนาที่อยากจะแทรกแผ่นดินหนีให้รู้แล้วรู้รอด

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน เมฆากับวงเดือนมาถึง รพ.โดยไม่รู้ว่าโฉมไฉไลสะกดรอยตาม ทันทีที่หมอหนุ่มเดินแยกไปยังห้องทำงานตัวเอง ยัยตัวแสบปรี่เข้ามาหาเรื่องวงเดือน เธอพยายามจะเดินหนี โฉมไฉไลกลับลากมาตรงที่คนไข้จำนวนมากกำลังรอคิวหาหมอ แล้วประจานเธอลั่น

“จะหนีไปไหน...นังกากี อายเป็นด้วยหรือ...อ่อยผู้ชายกลาง รพ.ยังไม่อายใครเลย แล้วแค่นี้จะหนีไปไหน”

“คุณโฉม ปล่อยเดือน...พอได้แล้ว” วงเดือนอายไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน โฉมไฉไลยิ่งพอใจ ด่าไม่ไว้หน้าว่าเธอชอบแย่งผัวชาวบ้าน ทุกคนหันมองเธอเป็นตาเดียวกัน วงเดือนชักจะโกรธ สะบัดมือยัยตัวแสบออกแล้วผลักอย่างแรงจนล้มหัวกระแทกเก้าอี้เลือดไหล เธอเดือดจัดเข้าไปตบตีวงเดือนอุตลุด เจ้าหน้าที่ของ รพ.ต้องเข้ามาช่วยแยกตัวทั้งคู่ออก ยัยตัวแสบปากแดงขู่จะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด...

โฉมไฉไลทำตามที่ขู่ ร้องขอความเป็นธรรมเรื่องที่ถูกวงเดือนทำร้ายร่างกายต่อ ผอ.รพ.โดยมีบาดแผล

เป็นพยานหลักฐาน วงเดือนแก้ต่างว่าไม่ได้ตั้งใจจะทำร้าย โฉมไฉไลมาต่อว่าเธอก่อน แต่พอท่าน ผอ.ถามว่าต่อว่าเรื่องอะไร เธอกลับอึกๆอักๆไม่กล้าเล่าความจริงน่าอายให้ฟัง ยัยตัวแสบได้ที ใส่ไม่ยั้ง

“ใครมันจะไปกล้าเล่าล่ะคะ...เรื่องที่ดิฉันมาต่อว่าวงเดือนก็คือเรื่องที่วง เดือนพยายามจะเข้ามาเป็นมือที่สาม ระหว่างดิฉัน...กับสามีน่ะสิคะ” โฉมไฉไลว่าพลางปรายตามองเมฆา วงเดือนอับอายมาก ขณะที่เมฆาโกรธสุดขีด อยากจะ บีบคอยัยตัวแสบให้ตายคามือ แต่ทำไม่ได้ จำต้องเก็บความแค้นไว้ ทันทีที่กลับถึงบ้านแสนสมุทร เมฆาดันโฉมไฉไลกระแทกผนังบ้าน ส่งเสียงลอดไรฟันให้ได้ยินเพียงแค่สองคน

“คุณพูดอะไรฮึ...โฉม...นี่ใจคอคุณกะจะเอาผมกับเดือนให้ตายทั้งคู่เลยใช่ไหม”

“คุณกับนังวงเดือน?...โฉมเอ่ยชื่อคุณตอนไหนไม่ทราบ” เธอลอยหน้าลอยตาน่าตบ

“ไม่ได้เอ่ยชื่อ แต่คุณใช้คำว่าสามี แล้วมองมาที่ผม”

“ต๊าย...คุณพระช่วย ตกลงนี่คุณยอมรับว่าเป็นสามีอีกคนหนึ่งของโฉมแล้วหรือคะ” เธอยิ้มสะใจ เมฆาเพิ่งรู้ตัวว่าหลงกลยัยตัวแสบ จะเข้าไปเอาเรื่อง พฤกษ์ซึ่งแอบฟังอยู่นาน รีบเข้าไปขวางไว้สั่งให้พอได้แล้ว

“พี่มาก็ดีแล้ว หัดดูแลเมียพี่ซะบ้าง อย่าปล่อยให้ไปเที่ยวระรานคนอื่นอีก...ถ้ามี ฉันจะไม่เกรงใจใครทั้งนั้น” เมฆาพูดจบเดินหัวเสียจากไป โฉมไฉไลเข้าไปออดอ้อนฟ้องพฤกษ์ว่าถูกวงเดือนทำร้ายแต่เขาไม่สนใจเดินหนี...

ด้านเมฆาแวะไปหาวงเดือนที่ห้อง พยายามเคาะประตูเรียกให้ออกมาคุยด้วย แต่เงียบไม่มีเสียงขานรับ เขาถอดใจหันหลังจะกลับ เจอชอุ่มยืนมองอยู่ แสร้งถาม แก้เก้อว่าวงเดือนไม่อยู่หรือ

“สงสัยจะไม่อยู่ในห้องหรอกค่ะ เมื่อกี้ชอุ่มก็เคาะ เรียกตั้งนานแต่ก็เงียบฉี่เลยค่ะ ว่าแต่...ทำไมวันนี้กลับจาก รพ.กันแต่วันเลยล่ะคะคุณเมฆา” ชอุ่มสอดรู้สอดเห็น เขาไม่ตอบ เดินหนีไปเลย ฝ่ายวงเดือนนั่งพิงประตูร้องไห้อยู่ในห้องตัวเองเงียบๆ คิดถึงภูผาเหลือเกิน ถ้าเขาอยู่ที่นี่ด้วยเธอคงไม่ท้อแท้หมดกำลังใจแบบนี้...

ในขณะที่วงเดือนร้องไห้เป็นทุกข์ใจอยู่เพียงลำพัง คนที่เธอคิดถึงเหลือเกินกำลังนั่งมองหนูนากินมะม่วง มะยม และมะดันแล้วอดเข็ดฟันแทนไม่ได้ ดอยถือถ้วยพริกกับเกลือเข้ามาให้ เห็นลูกพี่เคี้ยวมะม่วงอย่างเอร็ดอร่อยถึงกับทำหน้าสยอง ไม่รู้ว่ากินเข้าไปได้อย่างไรโดยไม่ต้องจิ้มพริกกับเกลือ หนูนากลับบอกว่าไม่เปรี้ยว ท้าให้ดอยพิสูจน์ เธอส่ายหน้า โยนให้ภูผาลองชิมแทน หนูนายื่นมะม่วงให้เขา รับรองหนักแน่นว่าถ้าเปรี้ยวให้เตะ

ภูผาเอาใส่ปากยังไม่ทันจะเคี้ยวต้องรีบคายมะม่วงทิ้งเพราะเปรี้ยวมาก ทั้งหนูนา ดอย และนายสว่างพากันขำกลิ้ง ภูผาแก้เผ็ดจับมะดันยัดปากหนูนาที่กำลังหัวเราะเยาะตนเอง ทั้งดอยและนายสว่างต่างโดนผลไม้เปรี้ยวยัดปากกันถ้วนหน้า ต่างหัวเราะกันสนุกสนาน

“เออ...ว่าแต่เห็นลูกพี่กินของเปรี้ยวอย่างนี้ ถ้าไม่รู้จักกันเนี่ย ดอยนึกว่าลูกพี่ท้องแล้วนะเนี่ย”

คำพูดแบบผีเจาะปากของดอยทำให้หนูนา ภูผาและนายสว่างหยุดหัวเราะมองหน้ากันอึ้ง

ooooooo

ที่บ้านแสนสมุทร ขณะที่อนุต ศรีดารา พฤกษ์ เมฆา และโฉมไฉไลนั่งล้อมวงเตรียมจะกินมื้อเย็นด้วยกัน อนุตอดแขวะลูกชายคนโตไม่ได้ว่าทำไมวันนี้ถึงโผล่หัวมากินข้าวกับพ่อกับแม่ได้ ศรีดาราต้องขอร้องให้เขาหยุดพูดโฉมไฉไลรีบเบนความสนใจสั่งให้ชอุ่มตักข้าวให้ท่านทั้งสองได้แล้ว ศรีดาราทักท้วงให้รอก่อน วงเดือนยังไม่มา

“อุ๊ย...คงไม่มาหรอกค่ะคุณแม่” โฉมไฉไลว่าแล้วปรายตามองเมฆา ก่อนจะยิ้มเยาะ

“ทำไมล่ะจ๊ะ ทำไมเดือนถึงไม่มา”

โฉมไฉไลจะเล่าเหตุการณ์ที่ รพ.เมื่อเช้าแต่เจอหน้าถมึงทึงของเมฆากับพฤกษ์ จำต้องปิดปากเงียบ เมฆาอธิบายให้แม่ฟังที่วงเดือนไม่มาเพราะปวดหัว อยากจะนอนพัก อนุตพยักหน้ารับรู้ แล้วถามเมฆาว่าเรื่องคุณณรงค์ไปถึงไหนแล้ว พฤกษ์ชะงักรอฟังด้วยความสนใจ

“คุณณรงค์ยอมรับการแบ่งชำระเงินชดใช้ค่าเสียหายของเราครับ แต่เขาขอให้เราชำระเงินงวดแรกหนึ่งแสนบาท ภายในสองวันนี้” เมฆามองหน้าพี่ชายแวบหนึ่งแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าว อนุตหันขวับมองพฤกษ์

“ไงล่ะ...ทีนี่จะทำยังไง...ฉันน่าจะเชื่อคุณย่าแกตั้งแต่แรก คุณย่าแกพูดไว้ไม่มีผิดเลย คนอย่างแกไม่เหมาะที่จะดูแลแสนสมุทรจริงๆ”

พฤกษ์ไม่พอใจตบโต๊ะเปรี้ยง “ผมบอกแล้วไงว่าผมจะรับผิดชอบ ผมจะหาเงินมาใช้หนี้ให้แสนสมุทรเอง” พูดจบลุกพรวดออกไป ไม่สนใจเสียงทักท้วงของแม่ซึ่งมองตามด้วยความเป็นห่วง ในเวลาต่อมา ขณะพฤกษ์เดินหน้าเครียดมาตามถนนสายเปลี่ยว เจออนงค์กำลังถูกเฮียเส็งกับสมุนล้อมกรอบทวงหนี้พนันอยู่ เธอส่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือลั่น พฤกษ์รีบเข้าไปขวาง ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน อนงค์คิดแผนชั่วขึ้นมาได้ทันที

“เอ่อ...ไม่มีอะไรจ้ะ เพื่อนกัน ล้อเล่นกันน่ะจ้ะ... แม่ขอแนะนำให้รู้จักกันซะเลยนะจ๊ะ นี่เฮียเส็งเพื่อนของ

แม่ เฮียคะ นี่พฤกษ์ลูกเขยของฉันเอง พฤกษ์เป็นลูกคนโตของแสนสมุทร” อนงค์ว่าพลางแอบสบตากับเฮียเส็งซึ่งมองตอบอย่างเข้าใจแผน พฤกษ์จะพาเธอกลับบ้าน เธออ้างว่ามีธุระที่บ่อนของเฮียเส็งชวนเขาไปเป็นเพื่อน ทีแรกเขาไม่เข้าไปข้องแวะกับสถานที่แบบนั้น แต่ทนเธอรบเร้าไม่ไหว พอเขาคล้อยหลัง เธอหันไปกระซิบกระซาบกับเฮียเส็ง

“หาลูกค้ารายใหญ่ให้แล้ว พอจะชดเชยความผิดได้ไหมคะเฮีย” เธอว่าแล้วเดินตามลูกเขย เฮียเส็งยิ้มพอใจที่จะได้ปลาตัวใหญ่มาติดเบ็ด ครู่ต่อมา อนงค์กับพฤกษ์มาถึงบ่อนพนันของเฮียเส็ง

เธอใช้คารมเกลี้ยกล่อมจนเขายอมเล่นพนันด้วย เฮียเส็งพยักหน้าให้เจ้ามือที่โต๊ะพนันอย่างรู้กัน แกล้งแจกไพ่อ่อยเหยื่อให้พฤกษ์ชนะพนันจากเงินกองเล็กๆ กลายเป็นเงินนับแสนบาท พฤกษ์ยิ้มพอใจที่จะมีเงินไปชำระค่าเสียหายงวดแรกให้คุณณรงค์ ที่สำคัญที่สุดจะได้ทำให้พ่อเห็นว่าเขาทำได้จริงตามที่พูด

ooooooo

ชอุ่มเห็นวงเดือนมาช่วยซักผ้าไม่ยอมไปทำงาน อดถามไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เธอถอนใจเฮือก ก่อนจะเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานให้ฟัง ชอุ่มยุว่าอย่ายอมให้นังปากแดงนั่นมารังแกข้างเดียว เธอไม่อยากทำให้คุณพ่อต้องหนักใจอีก แค่นี้ท่านก็มีเรื่องให้กลุ้มใจมากพอแล้ว และอีกอย่างหนึ่งทาง รพ.ก็แค่ตักเตือนไม่ได้ไล่เธอออก

“อ้าว...แล้วทำไมเช้านี้เดือนถึงไม่ไปทำงานล่ะ”

วงเดือนอึกอักไม่รู้จะบอกอย่างไร พลันมีเสียงดังขึ้นจากด้านหลัง “เดือนไม่อยากเจอหน้าฉัน”

ทั้งสองคนหันขวับไปมอง เห็นเมฆายืนอยู่ เขาขอคุยกับวงเดือนเป็นการส่วนตัว แล้วเดินนำเธอมาที่สนามหญ้าหน้าบ้าน เขารู้ว่าเธอไม่สบายใจเรื่องโฉมไฉไล ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะพาเธอไปให้ไกลจากที่นี่

“แต่มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะ” เธอทักท้วง

“ทำไมจะเป็นไปไม่ได้...ฉันจะรอ...รอจนกว่าเดือนจะรักฉัน” เมฆายืนยันหนักแน่น ก่อนจะเดินจากไป...

ในเวลาเดียวกัน ภูผา หนูนา และนายสว่างพากันมาที่ไร่เหนือฟ้า เพื่อสำรวจสถานที่ พบว่าต้นชายืนต้นตายเป็นจำนวนมาก เพราะขาดคนดูแล นายสว่างเห็นสภาพโดยรวมของไร่แล้วถึงกับส่ายหัว ถามเจ้านายว่าจะปรับปรุงไหวหรือ เขาเชื่อว่าทำได้ ขนาดไร่วงเดือนซึ่งมีสภาพย่ำแย่กว่านี้ พวกเรายังฟื้นฟูจนกระทั่งเก็บใบชาส่งขายได้ หนูนามองไร่ชาที่เพิ่งได้รับมรดกแล้วอดนึกถึงเจ้าของไร่คนเก่าไม่ได้...

คนที่หนูนากำลังนึกถึงไม่ได้ตายอย่างที่ใครๆคิด เหนือฟ้ารอดตายจากการถูกวันชัยทำร้ายจนตกหน้าผา เพราะได้รับความช่วยเหลือจากมะขิ่น ซึ่งเป็นชาวเขากับมะยอลูกสาวของเขา และทั้งคู่ยังช่วยนำร่างแหลกเหลวของใครบางคนกลับไปที่ไร่วงเดือน ทำให้ทุกคนคิดว่าเหนือฟ้าตายไปแล้ว เพื่อความปลอดภัยของเขาเอง

“ว่าแต่เมื่อไหร่พ่อเลี้ยงเหนือฟ้าถึงจะกลับไปไร่เหนือฟ้าครับ” มะขิ่นมองเหนือฟ้าอย่างรอคำตอบ

“ถ้าฉันฆ่าไอ้วันชัยได้เมื่อไหร่...ก็เมื่อนั้น” เขานึกถึงคนชั่วคนนั้นขึ้นมาครั้งใดแค้นใจขึ้นมาเมื่อนั้น...

หลังจากสำรวจความเสียหายในไร่เหนือฟ้าเรียบร้อย ภูผาไม่รอช้าลงมือปรับปรุงต้นชาทันที หนูนาเห็นแล้วอดท้อใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าอีกนานแค่ไหนกว่าไร่แห่งนี้จะกลับมาเก็บผลผลิตได้อีกครั้ง ภูผามุ่งมั่นจะทำให้ที่นี่กลับมามีสภาพดีเหมือนเดิมให้ได้ เพราะสัญญากับเหนือฟ้าไว้ เมื่อวันที่เปิดพินัยกรรมว่าจะช่วยดูแลหนูนาและไร่ชาแห่งนี้ และในส่วนที่เขาสัญญาไว้ว่าจะแต่งงานกับเธอ เขาก็ต้องทำอย่างที่รับปากไว้เหมือนกันเธอไม่ต้องห่วง

“เธอจะได้ตอบกับใครๆได้ว่าใครเป็นพ่อไอ้ตัวเล็ก” เขาพูดพลางมองไปที่ท้องของเธอ

หนูนารู้สึกไม่ยุติธรรมกับเขาถ้าเขาจะแต่งงานกับเธอเพื่อเหตุผลนั้น เพราะคนเราจะแต่งงานกันก็ควรจะแต่งด้วยความรัก ภูผาทักท้วงว่าไม่เป็นอย่างนั้นเสมอไป มีคนบางคนที่จำเป็นต้องแต่งงานทั้งๆที่ไม่ได้รัก หนูนาเข้าใจทันทีว่าเขาหมายถึงวงเดือน รู้สึกอิจฉาเธอมากที่ได้ใจเขาไปเต็มๆ ดีกว่าตนเองที่ได้แต่ตัวเขามากมายนัก แล้วขอตัวเข้าไปดูในบ้านเหนือฟ้า แต่ลุกไม่ขึ้นเพราะติดท้องที่เริ่มโต ต้องทรุดลงนั่งอย่างเก่า ภูผารีบเข้ามาช่วยประคอง

“จะลุกจะนั่งต้องระวังหน่อยสิ ไม่ใช่ตัวคนเดียวเหมือนเมื่อก่อนแล้วนะ ถึงจะได้แก่นกระโดกกระเดกได้ตามชอบใจ” พูดจบช่วยประคองเธอลุกขึ้นยืน เธอต้องขยับกางเกงที่ดูเหมือนจะแน่นไปให้คลายออก

เขาไม่อยากให้เธอใส่กางเกงแบบนี้อีก เดี๋ยวจะไปรัดท้องรัดไปถึงเด็กในท้อง ตัดสินใจคว้าข้อมือเธอพาขึ้นรถ ขับตรงไปที่ตลาดเพื่อหาซื้อชุดที่ใส่สบายๆให้ เขาเลือกทั้งสีเลือกทั้งแบบให้เสร็จสรรพ หนูนายิ่งหลงรักเขาหมดหัวใจ ทั้งคู่ไม่ทันเห็นเหนือฟ้าในชุดชาว เขามีผ้าโพกหัวอำพรางใบหน้า แอบมองมาจากอีกมุมหนึ่งตาละห้อย

ooooooo

อนงค์คิดว่าพฤกษ์จะให้เงินที่ได้จากบ่อนพนันแก่โฉมไฉไล จึงตามมาถึงแสนสมุทรเพื่อจะขอส่วนแบ่งจากลูกสาวมาใช้บ้าง ถือเป็นค่าชี้ทางสว่างให้พฤกษ์ โฉมไฉไลโวยวายแม่ลั่นว่า ตัวเองเสียเงินหมดตัวไม่พอ ดันมาช่วยผัวของเธอไปเป็นผีพนันด้วย อนงค์ตบปากลูก

“นี่แน่ะ นังปากพาซวย พูดจาไม่เป็นมงคล หมดตัวที่ไหน นี่ถ้าฉันไม่พาผัวแกไปเข้าบ่อน ผัวแกจะมีเงินแสนมาถวายแกเรอะ...นังนี่ แทนที่จะสำนึกบุญคุณ”

โฉมไฉไลไม่รู้เรื่องนี้ด้วย แล้วนึกขึ้นมาได้ว่าพฤกษ์น่าจะเอาเงินจำนวนนั้นไปให้ใคร จัดแจงชวนแม่ไปทวงถามเงินจากวงเดือนถึงห้องพักของเธอ พอเธอปฏิเสธว่าไม่รู้ไม่เห็น สองแม่ลูกไม่เชื่อช่วยกันรื้อค้นข้าวของหาเงินที่อาจจะซ่อนเอาไว้ เธอพยายามอธิบายว่าพฤกษ์ไม่ได้เอาเงินที่ไหนมาให้ พวกนั้นไม่ฟัง ตรงไปกระชากลิ้นชักใส่ของซึ่งมีรูปถ่ายคู่ของเธอกับภูผา โฉมไฉไลหยิบรูปขึ้นมาขู่ให้เธอบอกที่ซ่อนเงินไม่อย่างนั้นจะฉีกรูปใบนี้ทิ้ง

“คุณโฉม...ขอร้องเถอะค่ะ คืนรูปให้เดือนเถอะ”

ยัยตัวแสบจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าเธอไม่บอกมาว่าเอาเงินที่พฤกษ์ให้ไปไว้ไหนจะได้เห็นรูปใบนี้กลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ในเมื่อวงเดือนไม่มีคำตอบให้ โฉมไฉไลจัดการฉีกรูปขาดกระจุย เธอถึงกับเข่าอ่อน ทรุดลงนั่งร้องไห้โฮ

“แม่ว่าดูท่าทางมันจะไม่รู้เรื่องจริงๆนะยัยโฉม”

“ไม่รู้ล่ะ คราวนี้แล้วไป แต่คราวหน้า ฉันจะฉีกเนื้อแกออกเป็นชิ้นๆแทน ไม่เชื่อก็คอยดู นังวงเดือน” โฉมไฉไลว่าแล้วชวนแม่กลับ วงเดือนค่อยๆเอามือกอบเศษรูปขึ้นมาแนบอก น้ำตาไหลพราก...

ทางฝ่ายอนงค์ยังเคืองลูกสาวไม่หาย ต่อว่า

ว่าเป็นเมียแบบไหน ผัวหายไปยังไม่รู้เรื่องรู้ราว เธอทำหน้าเซ็งสุดๆประชดว่าเขาคงจะจมน้ำตายไปแล้ว แล้วย้อนถามแม่ว่าเกิดเฮี้ยนอะไรขึ้นมาถึงได้เป็นห่วงลูกเขยขนาดนี้

“ห่วงสิไม่ห่วงได้ไง ฉันเพิ่งจะพามันไปเป็นลูกค้าใหม่ของเฮียเส็ง ถ้าเกิดมันจมน้ำทะเลตายไปจริงๆอย่างแกว่า ฉันก็ซวยสิ ไอ้เฮียนั่นมันต้องไม่เกรงใจฉัน มันต้องเอาฉันตายแน่...รีบไปตามหาผัวแก แล้วลากมันไปเข้าบ่อนกับฉันเร็วๆเลย อ้อ...แกเองก็เหมือนกัน นังโฉม วันๆเอาแต่เดินลอยไปลอยมา หัดไปทำมาหากินในบ่อนมั่งสิยะ”

โฉมไฉไลถึงกับร้องเสียงหลง แทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองที่แม่ชักนำตนเองให้ไปข้องแวะกับอบายมุข อนงค์ไม่สนใจจะได้เงินด้วยวิธีไหน ขอให้ได้มาเป็นพอ แล้วแนะว่าช่วงนี้ลูกควรจะรีบโกยทรัพย์สมบัติของแสนสมุทรมาเข้ากระเป๋าตัวเองบ้าง หยิบอะไรพอไปทำทุนได้ก็รีบโกยๆ

เอาไว้ จะรอแบมือขอเงินอย่างนี้ไม่มีประโยชน์

ooooooo

พฤกษ์เห็นครั้งที่แล้วได้เงินจากบ่อนมาง่ายๆ หวังจะกลับไปโกยเงินมาอีก แต่คราวนี้ไม่หมูอย่างที่คิด เพราะเฮียเส็งต้องการเอาเงินที่เสียให้เขาคืนพร้อมดอกเบี้ยทบต้น เมื่อเขาเสียเงินหมดหน้าตัก เฮียเส็งทำตัวเอื้ออารี ให้เงินกู้เอาไปเล่นพนัน พฤกษ์ไม่รับ ลุกขึ้นจะกลับ เฮียเส็งกดให้เขานั่งลงอย่างเดิม

“ไม่ต้องเกรงใจน่า เรามันคนกันเอง เอาไปเล่นให้หายเครียดก่อนน่า รวยเมื่อไหร่ค่อยเอามาใช้อั๊ว” พูดจบเดินนำสมุนออกไปยืนคุมเชิงห่างๆ พฤกษ์มองเงินตรงหน้าอย่างลังเล...

ขณะที่ผีพนันเข้าสิงพฤกษ์เต็มๆ อนุตเร่งให้เมฆารีบแต่งงานจะได้มีหลานไว้สืบสกุลและสืบทอดกิจการตอนนี้ท่านมีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นหลักของบ้าน ศรีดาราไม่เห็นด้วย ลูกมีงานล้นมือ ไหนจะงานที่ รพ.ไหนจะที่คลินิก แถมยังต้องดูแลพ่ออีก จะเอาเวลาที่ไหนไปจีบสาว น่าจะยกหน้าที่นี้ให้โฉมไฉไลกับพฤกษ์มากกว่า

“พ่อมันก็ขนาดนั้น แม่มันก็ขนาดนั้น ผมไม่อยากได้หลานจากสายเลือดแบบนั้นหรอก” อนุตเสียงแข็ง แล้วรีบตัดบท ฝากเมฆาไปคิดเรื่องนี้ให้ด้วย...

ชอุ่มแอบได้ยินสิ่งที่อนุตพูดกับเมฆาเก็บมาเล่าให้วงเดือนฟังขณะกำลังช่วยกันพับผ้าที่เก็บมา เพราะรู้นิสัยของลูกๆบ้านนี้เป็นอย่างดี งานนี้ไม่ง่ายอย่างที่

อนุตคิดเพราะเมฆาเป็นคนเรื่องมาก นินทาเจ้านายมากไปรู้สึกวิงเวียนจะเป็นลม วงเดือนรีบไปชงยาลมมาให้ แล้วอาสาจะเอาผ้าเหล่านี้ไปเก็บบนตึกใหญ่ให้...

ครู่ต่อมา วงเดือนถือตะกร้าผ้าจะเดินขึ้นบ้านเกือบชนเมฆาที่เดินสวนมา เขาขอโทษที่ไม่ได้มองทาง แล้วถามด้วยความเป็นห่วงว่าดึกป่านนี้แล้วยังจะเอาผ้ามาเก็บทำไม รีบแย่งตะกร้าใส่ผ้าจากมือเธอจะยกขึ้นไปให้เอง

เธอดึงคืนไม่ยอมให้ เขากระชากกลับมาอีก คราวนี้ออกแรงมากไปทำให้เธอเซเข้ามาในอ้อมแขน ทั้งสองมองสบตากันตะลึง เมฆาถึงกับเคลิ้มออกปากขอเธอแต่งงาน เธอยังไม่ทันจะว่าอะไร พฤกษ์ซึ่งอยู่ในอาการเมามายเข้ามาแยกทั้งคู่ออกจากกัน แล้วเหวี่ยงหมัดสะเปะสะปะใส่น้องชาย แต่ตัวเองกลับเสียหลักหัวทิ่มลงไปกองกับพื้น วงเดือนรีบเข้าไปถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง พฤกษ์ค่อยๆ พลิกตัวขึ้นมาอย่างหมดสภาพ

“เมา...หมดตัวแล้ว...มันต้องเมาสิเว้ย”

เมฆาชะงัก ก่อนจะเข้ามาช่วยเธอประคองเขาไปนอนพักที่ห้องเขาเอง แล้วบอกให้เธอปล่อยเขาไว้อย่างนั้น เธอเห็นสภาพพฤกษ์แล้วอดสงสารไม่ได้ เมฆาแอบไม่พอใจ ติงว่าน่าจะสงสารคุณพ่อมากกว่า นอกจากสุขภาพไม่ค่อยดี ยังต้องมาเจอลูกชายในสภาพแบบนี้อีก นานแล้วที่แสนสมุทรไม่มีอะไรให้ท่านได้ชื่นใจบ้างเลย

“ฉันตั้งใจไว้เลยนะว่า ต่อจากนี้ไป ถ้าฉันจะทำอะไรเพื่อให้ท่านชื่นใจได้ ฉันจะทำทันที จะไม่ปล่อยให้อะไรสายเกินไปเหมือนเมื่อครั้งคุณย่า แล้วก็...อรุณ” เขาแสร้งตีหน้าเศร้า ขณะที่วงเดือนคิดคล้อยตาม

ooooooo

หนูนายิ้มปลื้มเมื่อใส่ชุดแซกที่ภูผาซื้อให้แล้วได้รับคำชมจากคนให้ว่าใส่ชุดแบบนี้เธอก็สวยได้เหมือนผู้หญิงคนอื่น เธอปากไวถามว่าสวยเหมือนวงเดือนใช่ไหม เขาถึงกับอึ้ง รีบเปลี่ยนเรื่องพูด ว่ามีข่าวดีจะบอก

เธอแอบดีใจคิดว่าเขาจะพูดเรื่องงานแต่งงาน แต่ต้องซดน้ำแห้วเพราะข่าวดีที่ว่าคือคุณโสภณลูกค้าเก่าของเหนือฟ้า ติดต่อขอซื้อใบชามาอีก ถ้าเป็นอย่างนั้น เราคงต้องลุยงานกันหนักขึ้น ถ้าโชคดีอีกไม่เกิน 3 เดือน เราน่าจะลงใต้เอาใบชาไปส่งให้คุณโสภณได้ หนูนานึกขึ้นได้ ร้องทักว่าที่นั่นเป็นบ้านของเขาไม่ใช่หรือ

“เคย...เป็นบ้านของฉัน แต่วันนี้ บ้านของฉันอยู่ที่นี่”

“ฉันอยากเห็นใบชาจากไร่เหนือฟ้าเร็วๆจังเลยคุณภูผา ถ้าเหนือฟ้ายังอยู่เขาคงจะดีใจมาก” เธอยิ้มอย่างมีความสุข ทำให้เขาพลอยสุขใจไปด้วย...

ขณะที่การสานต่อกิจการใบชาของไร่เหนือฟ้าเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เหนือฟ้าซึ่งซ่อนตัวอยู่ในป่ากับสองพ่อลูกชาวเขา เห็นฝีมือเป่าลูกดอกของมะยอแล้ว รีบฝากเนื้อ ฝากตัวเป็นลูกศิษย์ เธอไว้เชิงไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ

“พ่อเลี้ยงเรียนไว้น่ะดีแล้ว และก็ควรจะเรียนอีกหลายๆอย่าง เผื่อวันข้างหน้ามันจะมีประโยชน์ต่อพ่อเลี้ยง”

เหนือฟ้ามองมะขิ่นอย่างเข้าใจความหมายว่าประโยชน์ที่ว่าคือการไล่ล่าวันชัย มะยอเล่นตัว อ้างวันนี้ไม่ว่างแล้วเดินหนีไปหน้าตาเฉย มะขิ่นขอร้องว่าอย่าไปถือลูกสาวของตน เหนือฟ้ามองตามยิ้มๆ...

หลังจากกินมื้อกลางวันเสร็จ เหนือฟ้าเดินทอดน่องมาตามริมลำธารชื่นชมธรรมชาติที่ยังไม่ถูกรบกวน เห็นสายน้ำใสสะอาดเบื้องหน้านึกอยากจะว่ายน้ำเล่น ยังไม่ทันจะถอดเสื้อ สายตาเหลือบไปเห็นมะยอกำลังว่ายน้ำอย่างมีความสุข เขาตะลึงในความงามของเธอเผลอยืนจ้อง หญิงสาวรู้สึกเหมือนมีใครมองอยู่ หันขวับเหนือฟ้ารีบหลบหลังโขดหินได้ทัน เธอไม่เห็นอะไร จึงหันไปเล่นน้ำต่อ

ooooooo

ในขณะเดียวกัน ที่บ้านแสนสมุทร อนุตโกรธจัดเมื่อรู้จากเมฆาว่าพฤกษ์ยังไม่ได้ส่งเงินชดใช้ค่าเสียหายงวดที่ 2 ให้คุณณรงค์ รีบตรงไปยังห้องของลูกชายคนโตซึ่งเมาหลับไม่ได้สติ จัดแจงเอาน้ำสาดใส่หน้า

พฤกษ์ลุกพรวดโวยลั่น “เฮ่ย...อะไรกันวะเนี่ย”

“จะมีหน้ามาถามอีกหรือไอ้ลูกเลว...ไอ้ลูกไม่รักดี” อนุตทุบตีเขาอุตลุด ศรีดารากับเมฆาเข้าไปช่วยกันห้าม

“พอเถอะครับคุณพ่อ ต่อให้ตีให้ตายก็ไม่มีประโยชน์ หรอกครับ พี่พฤกษ์ยังไม่สร่างเมา ยังไม่มีสติน่ะครับ”

“ตอนนี้หรือตอนไหน จะเมาหรือไม่เมา ไอ้พฤกษ์มันก็ไม่มีสติทั้งนั้นแหละ มันทำให้แสนสมุทรต้องอับอายขายหน้า...ฉันจะฆ่ามัน” อนุตพูดจบ ไล่ทุบตีพฤกษ์อีกจนตัวเองเกิดแน่นหน้าอกทรุดฮวบ เมฆารับร่างพ่อไว้ทันแล้วรีบพากลับห้อง ฉีดยาเข้าเส้นให้ทันที

ผ่านไปพักใหญ่กว่าอนุตจะฟื้นคืนสติขึ้นมาอีกครั้ง ทั้งเมฆา ศรีดารา วงเดือนและชอุ่มต่างถอนใจโล่งอก ศรีดาราจับมืออนุตมาแนบแก้มน้ำตาไหลพรากด้วยความดีใจ แล้วหันไปดึงเมฆากับวงเดือนเข้ามากอด

“เมฆาลูกแม่เก่งจริงๆเดือนก็ด้วย เก่งมากๆจ้ะ ถ้าไม่ใช่เพราะลูกทั้งสองคนคุณพ่อคงแย่ ขอบใจนะลูก” เธอกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นอีก ทำให้ทั้งสองคนหน้าแทบจะชนกัน วงเดือนไม่กล้าสบตาเขา ขณะที่เมฆามองเธอด้วยสายตาเต็มเปี่ยมด้วยความรัก พฤกษ์แอบมองอยู่หน้าห้องถึงกับทรุดลงอย่างหมดเรี่ยวแรง...

หลังจากอาการของอนุตกลับมาเป็นปกติ วงเดือนขอตัวกลับห้อง เมฆาตามมา ขอบคุณเธอที่คอยเป็นผู้ช่วยที่ดีให้เขา และอยากให้เธอคอยอยู่ข้างๆเขาแบบนี้ ตลอดไป เธอไม่ซึ้งด้วยขอตัวไปพักผ่อน เขาคว้ามือเธอไว้

“ไม่ต้องรีบ...ฉันจะรอ”

เธอค่อยๆดึงมือเขาออก แล้วเดินจากไป เขามองตามด้วยสายตามุ่งมั่นจะเอาเธอมาเป็นของตัวให้ได้ ทันใดนั้นมีเสียงตบมือดังขึ้นด้านหลัง เขาหันไปมองเห็นโฉมไฉไลยืนยิ้มแสยะอยู่

“ฉากนี้หวานที่สุด...แต่ขอบอกว่ามันก็หวานได้แค่ในฝันเพราะในความเป็นจริง โฉมจะไม่มีวันยอมให้อีนังนั่นมาแย่งเมฆาไปเด็ดขาด” เธอเสียงกร้าว เขาจ้องหน้าเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ

“เดือนไม่ได้แย่ง แล้วก็ไม่เคยแย่ง ฉันต่างหากที่หลงรักเธอข้างเดียว และรักเธอคนเดียวมาตลอด”

โฉมไฉไลไม่พอใจ ต่อว่าว่าพูดแบบนี้ได้อย่างไรในเมื่อเขาได้เธอเป็นเมียแล้ว เมฆาไม่เคยอยากได้เธอแม้แต่น้อย เธอต่างหากที่ยัดเยียดตัวเองให้เขา เธอถึงกับอ้าปากค้าง มองตามเขาเดินจากไปอย่างแค้นใจ...

ขณะที่ปัญหารักๆใคร่ๆภายในบ้านแสนสมุทรยังวุ่นวายไม่จบไม่สิ้น นายสว่างอดเป็นห่วงหลานสาวไม่ได้ พยายามเกลี้ยกล่อมให้ทบทวนเรื่องจะแต่งงานกับภูผาอีกครั้ง ในเมื่อรู้อยู่เต็มอกว่าเขาไม่ได้รัก

“แต่ถึงเขาจะรักคุณวงเดือน เขาก็ไม่มีทางได้แต่งงานกับเธอเหมือนกัน ไม่ใช่หรือลุง...แล้วทำไม ฉันถึงจะแต่งงานกับคุณภูผาไม่ได้ กะอีแค่เขาไม่ได้รักฉัน... แต่ฉันรักเขานี่...แค่นี้ก็เหลือเฟือแล้ว จริงไหมลุง”

นายสว่างเถียงไม่ออก ได้แต่มองเธอด้วยความเห็นใจ ภูผาแอบฟังอยู่แถวนั้น อดคิดถึงวงเดือนไม่ได้

ooooooo

ภูผาเห็นว่าหนูนาไม่เคยไปทางใต้ จึงอยากให้เธอได้เปิดหูเปิดตาบ้างและที่สำคัญตอนนี้ อาการแพ้ท้องของเธอแทบไม่เหลือให้เห็น จึงวางแผนไว้ว่าตอนที่เขาเอาใบชาของไร่เหนือฟ้าไปส่งให้ลูกค้าทางใต้จะชวนเธอไปด้วยกัน เธอถามดักคอว่า กลับไปที่นั่นไม่กลัวเจอวงเดือนหรือ เขาหน้าสลดทันที

“ไม่มีทาง ฉันกับวงเดือนจากกันมาไกลแล้ว ไกลซะจนเราคงไม่มีทางจะได้เจอกันอีก”

“เฮ้ย...ไม่เอาๆ อย่าเศร้า ป่านนี้คุณวงเดือนของคุณคงอยู่สุขกายสบายใจดีอยู่ แล้วคุณจะมานั่งเศร้าทำบ้าอะไร จริงไหม” เธอพยายามแหย่ให้เขายิ้ม เขากลับยิ่งเป็นห่วงไม่รู้ว่าหญิงคนรักจะสุขสบายจริงหรือเปล่า...

วงเดือนไม่ได้สุขสบายอย่างที่หนูนาว่า ถูกคนร้ายดักจะเอาน้ำกรดสาดแถวมุมเปลี่ยวของโรงพยาบาลแต่เธอไหวตัวทันหันหลังวิ่งหนี เขาไล่ตามจนทัน ขณะจะสาดน้ำกรดใส่ มีเด็กวิ่งมาชนทำให้น้ำกรดพลาดเป้า

ไม่ถูกใบหน้าโดนแค่แผ่นหลัง เธอถึงกลับล้มคว่ำร้องโอดโอยด้วยความเจ็บปวด คนร้ายโกรธเด็กที่ทำแผนเสียปรี่เข้าไปจะเอาเรื่อง

เด็กร้องไห้จ้าด้วยความกลัว แม่ของเด็กมาเห็นพอดีร้องเอะอะขอให้คนช่วย คนร้ายเห็นท่าไม่ดีเผ่นแน่บ พอเธอหันไปเห็นแผ่นหลังของวงเดือนมีรอยน้ำกรดกัดเป็นแผลเหวอะกรีดร้องด้วยความตกใจ...

โฉมไฉไลอารมณ์บูดเมื่อนักเลงหัวไม้ที่เธอจ้างไปสาดน้ำกรดใส่วงเดือนทำงานพลาด ทำท่าจะไม่ยอมจ่ายค่าจ้างให้ นักเลงขู่ถ้าไม่จ่ายเงินตามที่ตกลงกันไว้ เธออาจจะโดนน้ำกรดเสียเอง รับรองครั้งนี้เขาจะไม่ให้พลาด ยัยตัวแสบเจอไม้นี้เข้าไปจำต้องควักเงินให้ แล้วกำชับให้ปิดปากให้สนิท...

ด้านวงเดือนอาการไม่สาหัสนักเพราะน้ำกรดส่วนใหญ่พลาดเป้า หลังจากเมฆาทำแผลให้เรียบร้อยแนะให้เธอไปแจ้งความ หรือจะให้เขาตามตำรวจมาที่ รพ.ก็ได้ เธอไม่อยากมีปัญหา ขอร้องว่าอย่าให้เรื่องถึงตำรวจ

“คุณเป็นคนดีเกินไปแล้วเดือน ทำร้ายกันถึงขนาดนี้ มันก็ต้องร้ายตอบกันบ้างแล้ว”

“ให้มันจบเถอะค่ะ”

“คนอย่างโฉมไฉไล ไม่มีทางจบง่ายๆ” เมฆาสีหน้าเคียดแค้น...

ทันทีที่กลับถึงบ้านแสนสมุทร เมฆาตรงเข้าไปเล่นงานโฉมไฉไล แทนที่จะสำนึกหรือเกรงกลัวความผิดเธอกลับลอยหน้าท้าให้ไปหาหลักฐานเอาผิดมาให้ เขาถึงกับเซ็ง หมดแรงจะต่อกรด้วย...

ที่ห้องของวงเดือน ชอุ่มมองวงเดือนที่นอนตะแคงอยู่บนเตียงด้วยความสงสาร เตือนว่าอย่าเป็นคนดีเกินไปหัดสู้กลับไปบ้าง อย่าปล่อยให้ถูกทำร้ายอยู่ข้างเดียว แต่ ถ้าคิดว่าสู้นังปากแดงนั่นไม่ได้ให้มาตาม เธอยินดีจะช่วยเสมอ จังหวะนั้น เมฆาแวะมาที่ห้อง ชอุ่มหลบไปยืนคุมเชิงอยู่ใกล้ๆไม่ยอมออกจากห้อง เขาชักสีหน้าไม่พอใจ

“ชอุ่ม...ออกไปก่อน...ฉันจะคุยธุระกับเดือน”

ชอุ่มเห็นสายตากร้าวของเขาแล้วไม่กล้าหือ จำต้องออกไป วงเดือนรีบลุกขึ้นนั่งทันทีที่อยู่กับเขาเพียงลำพังสองต่อสอง เมฆาขอร้องให้เธอกลับไปช่วยงานที่คลินิก เธอยังไม่ทันจะอ้าปากทักท้วง เขาชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“มันเป็นวิธีเดียวที่ฉันจะปกป้องดูแลเธอได้ดีที่สุด เธอจะต้องไปทำงานพร้อมฉัน กลับพร้อมฉัน...ฉันจะไม่ยอมให้เธอคลาดสายตาฉันอีกแล้ว...ฉันจะไม่ยอมให้ใครทำอะไรเธอได้อีก...ฉันยอมไม่ได้จริงๆ”

พฤกษ์เพิ่งรู้ข่าววงเดือนบาดเจ็บ วิ่งหน้าตื่นเข้ามาในห้องถามเธอด้วยความเป็นห่วงว่าเป็นอะไรมากไหม

“ยังจะมีหน้ามาถามอีก ไปถามเมียพี่ดีกว่าไหมพี่พฤกษ์ว่าเป็นอะไรมากถึงได้ต้องทำกันถึงขนาดนี้...

ออกไปได้แล้ว เอาเวลาไปอบรมสั่งสอนเมียจะดีกว่า หรือไม่ก็เอาเวลาไปหาเงินมาใช้หนี้คุณณรงค์ซะ เขาเร่งรัดมาอีกแล้วไหนว่ามีปัญญาหาเงินมาใช้หนี้ให้แสน–สมุทรไง...ไหนล่ะเงินของพี่” เมฆาใส่ไม่ยั้ง

พฤกษ์อึ้งพูดไม่ออก กลับห้องตัวเองอย่างหัวเสีย พยายามค้นหาเงินทั่วห้อง แม้แต่กระเป๋าถือของโฉมไฉไลก็ไม่เว้น แต่ไม่พบเงินสักบาท เขาคิดหนักจะไปหาเงินที่ไหนมาให้คุณณรงค์ แล้วนึกถึงเฮียเส็งขึ้นมาได้รีบตรงไปขอความช่วยเหลือ เขาควักเงินปึกใหญ่ให้โดยไม่ถามสักคำ แทนที่พฤกษ์จะเอาเงินไปใช้หนี้กลับเอาไปเล่นพนัน

ooooooo

เหนือฟ้าฝึกเป่าลูกดอกจนสามารถออกล่าสัตว์หาอาหารได้ มะขิ่นตบมือชมเชยว่าเก่งมาก เขาไม่อยากได้แค่วิชาเป่าลูกดอก แต่อยากให้มะยอสอนวิชาการต่อสู้อย่างอื่นให้อีก

“จะอยากเรียนไปทำไมนักหนา...ยังกะจะเอาไปฆ่าใคร” มะยอหลิ่วตามองพ่อเลี้ยงหนุ่ม

“ใช่สิ...ฆ่าแน่” เหนือฟ้าเข่นเขี้ยว มะขิ่นตกใจ รีบไล่ลูกสาวกลบเกลื่อน

“...นังมะยอ...หิวแล้วว่ะ ไปจับนกจับปลามากินมื้อ กลางวันกันดีกว่านะ...ไปสิ” เขารอจนเธอพ้นสายตาจึงหัน ไปเตือนชายหนุ่มว่าอย่าเผลอพูดแบบนี้อีก เขาไม่อยาก ให้ลูกรู้ เหนือฟ้าเห็นว่ามะยอเป็นลูกสาวของเขาไม่น่า จะมีปัญหาอะไร

“ครับ...แต่ไอ้เรื่องแบบนี้ให้รู้น้อยๆคนไว้ล่ะก็อุ่นใจกว่า จนป่านนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าพ่อเลี้ยงเหนือฟ้ายังมีชีวิตอยู่ และทุกคนก็ควรจะยังไม่รู้ต่อไป...ไม่ใช่หรือครับ”

“ใช่...และคนที่ควรจะรู้ว่าฉันยังไม่ตายเป็นคนแรกก็คือ...ไอ้วันชัย...และเมื่อไหร่ที่มันรู้ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ เมื่อนั้น...ก็จะต้องเป็นวันตายของมัน” เหนือฟ้าขบกรามแน่นด้วยความแค้น...

อีกมุมหนึ่งในป่า ขณะมะยอออกล่าสัตว์สำหรับมื้อกลางวัน รู้สึกเหมือนมีใครบางคนจับตามองอยู่ แต่พอหันไปดูกลับไม่เจอใคร เธอยังไม่วางใจ จึงนำเรื่องนี้ไปเล่าให้พ่อฟัง มะขิ่นหาว่าเธอหูฝาดไปเอง ป่าลึกขนาดนี้ นอกจากพวกเราสามคนแล้วก็มีแต่ลิงค่างบ่างชะนีกับพวกสัตว์ป่าเท่านั้น มะยอยังไม่หายข้องใจ มองเหล่เหนือฟ้า

“มีใครตามฆ่าพ่อเลี้ยงอยู่หรือเปล่า”

“อีนังมะยอ เอาอะไรมาพูด” มะขิ่นเอ็ดตะโรลั่น

“...ก็นอนสลบอยู่ที่หน้าผา แถมยังมีแผลโดนยิงแล้วยังมากบดานอยู่ในป่า มีคนตามฆ่าแน่ๆ” มะยอสรุป

“อีนังมะยอ...” มะขิ่นปราม เหนือฟ้ายิ้มอย่างไม่ถือสา

“ช่างเถอะ มะขิ่น...ว่าแต่ถ้าฉันโดนฆ่าจริงๆ เธอจะปล่อยให้ฉันโดนฆ่าไหม...มะยอ” เหนือฟ้าแกล้งถาม

“มันก็น่า...” มะยอพูดจบ หันไปเตรียมมื้อกลางวัน ไม่สนใจจะพูดอะไรกับเขาอีก

ooooooo

พฤกษ์หายหัวไปทั้งคืน เพิ่งจะกลับถึงบ้านตอนสายของวันถัดมาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด เพราะหมดตัวไปกับการพนัน พลันภาพเหตุการณ์ที่บ่อนเมื่อครู่ผุดขึ้นมาในสมองของเขา

ตอนนั้น พฤกษ์ถึงกับของขึ้นเมื่อเจ้ามือรวบเงินกองสุดท้ายของเขาไปจนเกลี้ยง ลุกขึ้นตบโต๊ะเปรี้ยงหาว่าเจ้ามือเล่นโกง เฮียเส็งเห็นท่าไม่ดีรีบเข้ามาเคลียร์

“มีปัญหาอะไรหรือครับคุณพฤกษ์”

“มีสิ...มีแน่ๆ...ลูกน้องเฮียมันขี้โกงหรือเปล่า” พฤกษ์ชี้หน้าเจ้ามือ สมุนคุมบ่อนไม่พอใจ ปรี่เข้าไปจะเอาเรื่อง เฮียเส็งรีบยกมือห้าม ก่อนจะหันไปบอกพฤกษ์ว่าเล่นพนันมีได้ก็ต้องมีเสีย แต่ไม่ควรจะเสียอารมณ์

“ถ้าลูกน้องไม่โกง...เฮียนั่นแหละโกง” พฤกษ์พาลไม่เลิก เฮียเส็งชักฉุน จ้องหน้าเขม็ง

“คุณพฤกษ์ แพ้แล้วอย่าพาลสิ ถ้าอยากได้เงินก็บอกอั๊วดีๆ แต่อย่ามาชี้หน้าด่าว่าอั๊วขี้โกง...ชิชะ เป็นลูกหนี้ประสาอะไรมาชี้หน้าด่าเจ้าหนี้” เขาว่าแล้วหันไปหัวเราะกับพวกสมุนซึ่งหัวเราะรับกันเป็นทอดๆ

“อะไรกัน...ใครลูกหนี้...ใครเจ้าหนี้...พูดอะไรไม่รู้เรื่อง”

“อ้าว...คุณพฤกษ์ ลื้อแกล้งโง่หรือโง่จริงวะเนี่ย...ลื้อยืมเงินอั๊วไปตั้งสองแสน บวกดอกเบี้ยอีกหนึ่งแสน ก็เป็นเงินสามแสนบาท” เฮียเส็งพูดไปยิ้มเจ้าเล่ห์ไปด้วย พฤกษ์แทบจะลมจับ

“ดอกเบี้ย?...เงินสามแสน?”

“ก็ใช่สิ...ให้คนยืมเงินมันก็ต้องคิดดอกเบี้ยสิ ที่นี่บ่อนนะไม่ใช่สถานสงเคราะห์...เพราะฉะนั้นอั๊วเป็นเจ้าหนี้ลื้อ แล้วลื้อก็เป็นลูกหนี้อั๊ว...ลื้อติดหนี้อั๊วอยู่สามแสน...ฟังชัดไหม...เคลียร์ไหม...สามแสน”

พฤกษ์ตื่นจากภวังค์ ถึงกับกุมขมับคิดไม่ตกจะหาเงินที่ไหนมาใช้หนี้ให้คุณณรงค์และเฮียเส็ง...

ขณะพฤกษ์กำลังทุกข์ใจอย่างหนัก หนูนาเกิดคิดถึงเหนือฟ้าขึ้นมา ชวนภูผาไปเยี่ยมที่ฝังอัฐิเหนือฟ้าภายในไร่ของเขา ภูผาท้วงว่าตอนนี้ไม่ใช่ไร่ของเหนือฟ้าแล้วเพราะเขายกให้เธอแล้ว

“ไม่ได้อยากจะได้เลย...ถ้าแลกได้ ขอแลกให้ไอ้เหนือฟ้าไม่ตายดีกว่า”

“นี่ตกลง...เธอแอบชอบเหนือฟ้าแล้วใช่ไหมเนี่ย” เขามองเธอยิ้มๆ

“บ้า...ชีวิตนี้ฉันไม่เคยชอบใครไม่เคยรักใครนอกจากคุณคนเดียว” โดนบอกรักซึ่งๆหน้า เขาถึงกับอึ้ง

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน อนุตคิดจะรวบรัดจับเมฆาคลุมถุงชนให้รู้แล้วรู้รอด จึงนัดให้คุณหญิงอมราพาองค์อรลูกสาวคนเดียวของท่านมาให้ดูตัว ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายต่างพอใจกับการดูตัวครั้งนี้ เมฆาไม่พอใจ แต่จำต้องข่มอารมณ์ไว้ รอจนฝ่ายหญิงกลับไปแล้ว จึงหันไปตัดพ้อพ่อว่าไม่น่าทำแบบนี้

“ก็ถ้าฉันไม่ทำแล้วเมื่อไหร่แกจะทำ...ฉันต้องการให้แสนสมุทรมีทายาทสืบต่อไปอีกหลายๆรุ่น”

“แต่คุณพ่อครับ...”

“ถ้าไม่ใช่แกแล้วจะให้ฉันฝากความหวังไว้กับใครหา...เมฆา...พฤกษ์ หรือภูผา หรือว่าอรุณ...จนถึงวันนี้แสนสมุทรเหลือแกคนเดียวเท่านั้นที่เป็นความหวัง...ฉันขอสั่งแกให้รักหนูองค์อร”

“คุณพ่อ...ความรักมันไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาสั่งให้รักใครได้นะครับ”

“วันนี้ไม่รัก วันหน้าก็อาจจะรัก เชื่อพ่อเถอะ หนูองค์อรเป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับแกที่สุดแล้ว เมฆา”

“ตั้งแต่เล็กจนโต ไม่มีครั้งไหนที่ผมไม่เชื่อพ่อ แต่ครั้งนี้ ผมคงต้องขอ เพราะชีวิตนี้ผมคงรักใครไม่ได้อีกแล้วจริงๆ นอกจาก...วงเดือน” เมฆายืนยันหนักแน่น ศรีดาราแอบฟังอยู่ น้ำตาไหลพราก

“แต่เดือนไม่ได้รักแก” อนุตทักท้วง

“วันนี้ไม่รัก วันหน้าก็อาจจะรัก...สักวัน เดือนจะต้องรักผมครับพ่อ...สักวัน” สีหน้าของเมฆามั่นใจมาก

ooooooo

ชิงนาง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด