สมาชิก

ชิงนาง

ตอนที่ 12

ศรีดารากับอนุตหัวใจสลายเมื่อมาถึงห้องฉุกเฉินแล้วพบเพียงร่างไร้วิญญาณของ อรุณ ศรีดาราร้องไห้น้ำตาแทบเป็นสายเลือดก่อนจะเป็นลมล้มฟุบ เมฆารีบเข้าไปประคอง อนุตลูบหัวลูกรักน้ำตาคลอเบ้า ผลุนผลันออกจากห้องอย่างโกรธเกรี้ยว ปรี่เข้าไปตบหน้าภูผาซึ่งยืนน้ำตาซึมอยู่กับพฤกษ์หน้าห้องฉุกเฉิน

“แกยังเป็นคนอยู่หรือเปล่า แกรู้ว่าอรุณรักเดือนมาก แกก็ยังลักพาตัวเดือนขึ้นเหนือ ทุกคนต้องพยายามมากแค่ไหนที่จะประคองอาการของอรุณ แล้วแกยังมีหน้ากลับมาฆ่าน้องอย่างเลือดเย็นอีก แกทำได้ยังไง”

ภูผาพยายามจะอธิบาย แต่พ่อไม่ฟัง โกรธจัดถึงขั้นตัดพ่อตัดลูกแล้วไล่ไปให้พ้นหน้า เขาจำต้องเดินน้ำตาซึมจากไป พฤกษ์กับวงเดือนจะตาม อนุตสั่งเสียงเฉียบ ถ้าใครตามไป แสดงว่าไม่เห็นหัวเขา...

ครู่ต่อมา ภูผากลับไปยังริมหาดตรงจุดที่พบศพน้อง พลันภาพความทรงจำดีๆระหว่างเขากับอรุณผุดขึ้นมาในความคิดของเขา วันนั้นเป็นวันที่เขาหัดให้น้องว่ายน้ำ อรุณสนุกมากเล่นน้ำจนจับไข้ ด้วยความกลัวว่าจะโดนเมฆาเอ็ดถ้ารู้ว่าเขาออกกำลังเกินตัว อรุณกับภูผาจึงรวมหัวกันโกหกเมฆาว่าไปตากฝนมา

ภูผายังจำภาพนั้นได้ติดตาเหมือนเพิ่งเกิดขึ้น น้ำตาลูกผู้ชายไหลอาบแก้มเสียใจที่น้องต้องมาจากไป...

งานสวดอภิธรรมศพอรุณมีขึ้นในเย็นวันเดียวกัน อนงค์รีบเสนอหน้ามากับโฉมไฉไล ต้องแปลกใจที่ไม่เห็นแขกเหรื่อในงานสักคน เพิ่งรู้จากเจ้าภาพว่าไม่อยากเชิญใครให้วุ่นวาย เธอหันไปโวยใส่ลูกสาวว่าทำไมไม่บอกว่าไม่ได้เชิญแขก เธอจะได้ไม่ต้องมาให้เสียเวลา โฉมไฉไลอ้างว่าไม่รู้มาก่อน

“ไม่รู้ๆๆๆ ไม่เคยรู้อะไรเลย โง่จริงๆ...แล้วนี่ใจคอแกจะปล่อยให้นังวงเดือนนั่งทำคะแนนกับพ่อผัวแม่ผัวแก อยู่อย่างนั้นหรือ...นังโง่” อนงค์ตวาดแว้ด โฉมไฉไลรีบลุกไปเสนอหน้าตามคำสั่งของแม่

พฤกษ์ซึ่งนั่งอยู่ด้านหลังทนพฤติกรรมของสองแม่ลูกไม่ไหว หนีไปนั่งอีกด้านหนึ่ง เห็นภูผายืนหลบมุมอยู่ข้างศาลาสวดศพ รีบเดินไปหา แล้วชวนเขาไปหาที่เงียบๆคุยกัน พฤกษ์มีเรื่องค้างคาใจอยากจะรู้ว่าในเมื่อวงเดือนตัดสินใจไปหาเขาถึง เชียงรายแล้ว ทำไมถึงปล่อยให้เธอกลับมา หรือว่าเขามีคนอื่นอย่างที่วงเดือนบอก ภูผาอึกๆอักๆไม่กล้าพูด พฤกษ์ต้องขู่ถ้ายังเห็นตนเป็นพี่ให้เล่ามา เขาถึงได้ยอมเปิดปาก...

ขณะเมฆายืนซึมอยู่ในห้องอรุณ พฤกษ์ตามมาชำระแค้น ต่อยเขาจนล้มคว่ำ ตำหนิเขาอย่างแรงที่ไปดึงวงเดือนกลับมาโดยไม่สนใจว่าภูผาจะต้องเจ็บปวดแค่ ไหน และถ้าเขาไม่โกหกว่าภูผาลักพาวงเดือน อรุณคงไม่ต้องทะเลาะกับภูผา น้องต้องตายเพราะความเห็นแก่ตัวของเขา เมฆาเถียงว่าไม่เป็นความจริง

“จริง...เพราะแกทำให้พ่อตัดภูผาจากบ้านแสนสมุทร เพราะแกทำให้ฉันต้องแต่งงานกับโฉมไฉไล แกทำลายชีวิตทุกคนในบ้านแสนสมุทร” พฤกษ์อารมณ์ขึ้นถึงขีดสุดจนยั้งไม่อยู่ ศรีดาราได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาดู เห็นลูกๆหน้าตาเคร่งเครียด ถามว่ามีอะไรกัน ทั้งสองคนไม่อยากทำให้แม่ไม่สบายใจ ต่างปิดปากเงียบไม่พูดอะไร...

หนูนาเริ่มมีอาการวิงเวียนหน้ามืดให้เห็นบ่อยครั้ง ได้กลิ่นอาหารเมื่อไหร่เป็นต้องคลื่นไส้อาเจียน ดอยอดสงสัยไม่ได้ว่าลูกพี่เป็นอะไรไม่สบายหรือเปล่า แนะให้ไปหาหมอ แล้วอาสาจะไปบอกลุงสว่างให้ เธอรีบปฏิเสธ ว่าไม่ต้อง ไม่สบายแค่นิดหน่อย กินยาเองก็ได้ไม่ต้องถึงมือหมอ

ooooooo

พิธีเผาศพศรีเรือนและศพอรุณจัดขึ้นพร้อมกัน อนุตยอมให้ภูผามาร่วมงานเผาศพด้วยแม้จะไม่เต็มใจนัก ทันทีที่เขาวางดอกไม้จันทน์ลงในเตาเผาศพ อนุตบอกด้วยน้ำเสียงเย็นชาให้เขาไปจากที่นี่แล้วไม่ต้องกลับมาอีก ภูผามองพ่อด้วยสายตาเจ็บปวด ก่อนจะเดินลงเมรุ วงเดือนสงสารขยับจะตาม

แต่เมฆาคว้ามือไว้ ขอร้องให้ช่วยดูแลศรีดาราให้ เธอจำต้องรับคำ อนุตทนรับความเครียดไม่ไหว ปวดหัวจนยืนไม่อยู่จะล้ม ศรีดารากับวงเดือนเข้าไปช่วยประคอง พฤกษ์หันไปกระซิบกับเมฆาเบาๆว่าเห็นแล้วใช่ไหมว่าเขาทำอะไรกับทุกคนในบ้าน แสนสมุทร เขาถึงกับอึ้ง...

เสร็จงานศพก็ได้เวลาที่ภูผาต้องกลับเชียงราย เขาไม่ลืมแวะไปบอกลาวงเดือน ให้สร้อยหนังถักไว้แทนความรักที่มีต่อเธอ หญิงสาวไม่รับอ้างว่าคนที่ควรจะได้สร้อยเส้นนี้คือหนูนาไม่ใช่เธอ เขาเอามันวางลงบนมือเธอ

“สร้อยเส้นนี้ฉันตั้งใจทำขึ้นเพื่อเธอ มันจะเป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น” เขามองสบตาเธอด้วยความรัก ก่อนจะหันหลังจากไป เธอหยิบสร้อยถักขึ้นมาแนบอกน้ำตาคลอเบ้า เจ็บปวดที่ความรักต้องจบลงเพียงเท่านี้...

วงเดือนถูกโฉมไฉไลพูดแทงใจดำว่าเป็นตัวซวยของบ้านแสนสมุทร ทำให้คนในบ้านตายไปแล้วถึงสองคน ตอนนี้อรุณไม่อยู่แล้ว เธอก็ควรจะไปจากที่นี่ วงเดือนตัดสินใจขออนุญาตอนุตไปอยู่ที่อื่น อ้างว่าเป็นตัวซวยทำให้อรุณกับศรีเรือนตาย ไม่อยากให้ใครต้องเป็นอะไรไปอีก เขาไม่ยอมให้เธอไปเพราะเรื่องไร้สาระพวกนี้...

ในเมื่อวงเดือนไม่มีภาระผูกพันทางใจกับใครอีกแล้ว เมฆาอยากให้เธอหันมามองตนเองบ้าง เธอปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยว่าเธอไม่ได้รักเขา ทำให้เขาช้ำใจมาก ต้องใช้เหล้าดับความทุกข์จนเมามายไม่ได้สติ โฉมไฉไลสบโอกาสย่องเข้าหาเขาถึงในห้อง เมฆาเมาหนักเห็นเธอเป็นวงเดือนกอดรัดฟัดเหวี่ยงด้วยความรัก โฉมไฉไลไม่ปัดป้อง ปล่อยให้เขาทำตามใจ

ooooooo

เช้าวันรุ่งขึ้นอาการปวดหัวของอนุตกำเริบหนัก ศรีดาราสั่งให้ชอุ่มไปตามเมฆา แม่บ้านผู้ซื่อสัตย์มาเคาะประตูห้องเรียกเขาอยู่นาน ไม่เห็นมาเปิดรับ รีบวิ่งกลับไปรายงานให้คุณผู้หญิงทราบ ศรีดาราร้อนใจ มาก สั่งชอุ่มไปบอกให้คนรถเตรียมเอารถออกไป รพ. แล้วไปตามวงเดือนมาด้วย...

แม้พ่อกับแม่และวงเดือนจะไป รพ.กันหมด แต่คนเลวหนีกรรมไม่พ้น พฤกษ์จับได้คาหนังคาเขาว่าน้องชายกับเมียของตนเป็นชู้กัน เขาโกรธจัดตรงเข้าชกต่อยเมฆาไม่ยั้งจนปากแตกหน้าตาบวมปูด แล้วหันมาจะเล่นงานโฉมไฉไล เธอกลัวจัด อ้างมั่วๆ ว่าถูกเมฆาขืนใจ พยายามขัดขืนแล้วแต่สู้แรงเขาไม่ไหว พฤกษ์มองอย่างรู้ทัน

“ขืนใจ?...เธอเข้ามาให้เมฆาขืนใจถึงในห้องเลยหรือ...ผู้ชายสารเลวกับผู้หญิงมักมากอย่างเธอมันก็เหมาะสมกันแล้ว...ฉันทนให้นังกากีอย่างเธอเหยียบย้ำศักดิ์ศรีต่อไปไม่ได้อีกแล้ว...ไสหัวไป...ฉันจะขอหย่ากับเธอ”

เมฆาร้องห้ามลั่น ถ้าพ่อรู้เรื่องนี้อาการของท่านต้องทรุดหนักแน่ๆ พฤกษ์รู้ดีว่าเขาไม่ได้ห่วงพ่อ แต่ห่วงตัวเองมากกว่า และนับจากนี้ไปเราสองคนตัดขาดความเป็นพี่เป็นน้องกัน แล้วพรวดพราดออกจากห้อง ชอุ่มแอบดูเหตุการณ์ด้วยสีหน้าหวาดหวั่น...

อาการของอนุตไม่ได้หนักหนาอะไรนัก หมอฉีดยาให้แล้วปล่อยตัวกลับมาพักผ่อนต่อที่บ้าน ชอุ่มเห็นวงเดือนหมดธุระกับคุณท่านแล้วแอบกวักมือเรียกให้ออกมาคุยกันข้างนอก แล้วเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นให้ฟัง...

พอรู้เรื่องจากชอุ่ม วงเดือนมองเมฆาด้วยสายตาเย็นชา จนเจ้าตัวอดสงสัยไม่ได้ว่าเธอต้องมีอะไรในใจ รีบมาดักรอถาม จังหวะนั้นโฉมไฉไลตามเข้ามาเกาะแขนเมฆาแสดงความเป็นเจ้าของอย่างออกนอกหน้า วงเดือนมองเขาด้วยความผิดหวัง ต่อว่าเขาไม่น่าทำแบบนี้กับพฤกษ์แล้วเดินจากไป เมฆาเซ็งจัดที่ตัวเองพลาดอย่างไม่น่าให้อภัย หันไปเตือนโฉมไฉไลห้ามพูดเรื่องนี้ให้ใครได้ยิน ไม่อย่างนั้นเขาเอาเรื่องเธอแน่...

กลับจากแสนสมุทรคราวนี้ ภูผาตั้งหน้าตั้งตา

ทำงานในไร่ชาไม่เห็นแก่เหน็ดแก่เหนื่อย โดยไม่สนใจหนูนาแม้แต่น้อย เธอลอบมองเขาด้วยความน้อยใจ ก่อนจะหันมาทำงานของตัวเอง แต่แล้วโลกเริ่มหมุน เวียนหัวจนยืนไม่อยู่ เป็นลมล้มพับไปตรงนั้น ภูผาตกใจรีบเข้าอุ้มเธอกลับที่พัก คอยดูแลจนเธอรู้สึกตัว ยังไม่ทันจะถามไถ่ให้รู้เรื่องว่าไม่สบายเป็นอะไร เธอลุกขึ้นอาเจียนหลายรอบจนเขาเริ่มสงสัย ขอร้องให้ไปหาหมอ...

เป็นอย่างที่ภูผาคาดไว้ไม่มีผิด หมอตรวจอาการอย่างละเอียดแล้วพบว่าหนูนาท้อง เธอถึงกับร้องไห้โฮ ภูผาสงสารเธอมาก โทษว่าเป็นความผิดของเขาเองที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพนี้

ooooooo

วงเดือนเป็นห่วงเห็นพฤกษ์หายหน้าไปหลายวันไม่ยอมกลับบ้าน จึงแวะไปดูที่ห้องพักในเรือ พฤกษ์อยู่ในสภาพทรุดโทรม กลิ่นเหล้าคลุ้งไปทั้งห้อง ด้วยความมึนเมาทำให้เขาไม่อาจต้านแรงปรารถนาในตัววงเดือนไว้ได้อีก ดึงเธอเข้ามาจูบ ซุกไซ้ไปทั่วร่าง หญิงสาวตกใจพยายามดิ้นรนสุดฤทธิ์ ขอร้องว่าอย่าทำแบบนี้

ก่อนที่เธอจะเสียทีให้พฤกษ์ เมฆาตามมาช่วยไว้ได้ทัน กระชากเขาออกจากเธอแล้วประเคนกำปั้นใส่ไม่ยั้งก่อนจะพาเธอออกจากห้อง เมฆาพยายามเรียกคะแนนคืนมาหลังจากที่เสียไปเมื่อตอนที่ไปยุ่งเกี่ยวกับโฉมไฉไล ครั้งนี้เขามาแผนสูง สัญญาจะไม่ทำให้เธอลำบากใจอีก ต่อไปจะขอเป็นแค่พี่น้องกับเธอเท่านั้น และรับปากจะไม่ทำให้พฤกษ์ต้องเสียใจอีก วงเดือนดูจะคลายกังวลในตัวเขา ขณะที่เมฆาแอบยิ้มพอใจ...

ขณะที่วงเดือนต้องผจญกับวิบากกรรมไม่จบไม่สิ้น ภูผายังคงเก็บเรื่องที่หนูนาท้องกับวันชัยไว้เป็นความลับ ตั้งแต่เขารู้ว่าเธอท้อง มักจะคอยเป็นห่วงเป็นใยไม่อยากให้ทำงานหนักเกรงเด็กในท้องจะเป็นอันตราย หนูนาทั้งน้อยใจทั้งโกรธที่เขาห่วงเด็กในท้องมากกว่าเธอ ต่อว่าเขายกใหญ่

“ไม่ห่วงฉันแล้วจะมายุ่งทำไม...ไม่ต้องมายุ่ง ต่อให้ฉันตายก็ไม่ต้องมายุ่ง”

เขาหมดความอดทนตะคอกกลับ “เออ...จะไปตายที่ไหนก็ไปเลย...ไป”

หนูนาน้อยใจสุดๆจะไปตายให้เขาดู แล้ววิ่งหนีไปทางหน้าผา ดอยเป็นห่วงลูกพี่รีบวิ่งตาม เห็นหนูนากำลังจะฆ่าตัวตาย เธอกระโดดรวบตัวไว้จนล้มไปกลิ้งไปด้วยกันเข้าไปใกล้หน้าผาอย่างหวาดเสียว ดีที่ภูผาตามมาช่วยดึงตัวทั้งคู่ไว้ได้ทัน จากแรงกระแทกตอนที่ถูกดอยโดดรวบตัว ทำให้มีเลือดไหลลงมาตามขาของหนูนา เธอเห็นเลือดตัวเองถึงกับเป็นลมล้มพับ ภูผาใจไม่ดีรีบพาเธอไปส่งอนามัย...

พอหมอให้เขาไปเยี่ยมคนป่วยได้ ทั้งนายสว่างและภูผาต่างพุ่งเข้าไปยืนเกาะขอบเตียง มองหนูนาที่นอนหน้าซีดด้วยความเป็นห่วง หมอตามมารายงานว่าปลอดภัยทั้งแม่ทั้งลูก นายสว่างตกใจมองหน้าภูผาสลับกับหลานสาวเป็นทำนองว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น เธอรู้ทันรีบบอกลุงของเธอว่าภูผาไม่ใช่พ่อเด็กในท้องแต่เป็นวันชัย

“ทุกอย่างเป็นความผิดของฉันเอง...ถ้าวันนั้นฉันไม่โกรธหนูนา หนูนาก็คงไม่ต้องถูกวันชัยทำร้าย”

ภูผาโทษตัวเองที่มีส่วนทำให้หนูนาต้องเป็นแบบนี้ จึงยอมรับเป็นพ่อเด็กในท้องของเธอด้วยความเต็มใจเธอซาบซึ้งใจมากถึงกับปล่อยโฮ โผกอดเขาไว้แน่น...

ในขณะที่เรื่องของหนูนาเริ่มคลี่คลายไปด้วยดี เมฆาโวยวายลั่นเมื่อรู้ว่าวงเดือนไปสมัครเป็นพยาบาลที่ รพ.ซึ่งเขาทำงานอยู่ เธออ้างกับอนุตและศรีดาราว่าที่อยากทำงานเพราะจะได้ใช้วิชาความรู้ที่ร่ำเรียนมา เมฆาทักท้วงเธอดูแลคุณพ่อคุณแม่ก็เท่ากับได้ใช้ชีวิตที่เรียนมาอยู่แล้ว และที่สำคัญใครจะช่วยงานเขาที่คลินิก ศรีดารา เห็นด้วยกับเมฆา เธอน่าจะช่วยกิจการของแสนสมุทรดีกว่าไปทำงานที่อื่น อนุตขัดขึ้นทันที

“ปล่อยให้เดือนตัดสินใจเองเถอะ...พวกเราตัดสินใจให้เดือนกันมาเยอะแล้ว ให้เธอตัดสินใจเองบ้าง”

วงเดือนกราบขอบคุณอนุตที่เข้าใจ แล้วขอตัวออกไป เมฆาไม่พอใจมาก รีบเดินตามเธอจนทัน ต่อว่าต่อขานที่เธอคิดจะหนีหน้าเขา เธอไม่อยากต่อความด้วยจะเดินหนี เขาคว้าเธอมากอด จะไม่ยอมให้เธอไปไหนทั้งนั้น

หญิงสาวตกใจรีบผลักเขาออก มองด้วยสายตาตำหนิ “คุณเมฆาคะ...เดือนไม่ได้ไปไหน เดือนก็ยังอยู่ที่นี่”

“แต่เธอก็จะค่อยๆจากที่นี่ไป เธอจะหนีฉันไป”

“ก็แล้วแต่คุณจะคิด” เธอตัดบทแล้วเดินหนี เมฆาพึมพำกับตัวเองจะไม่ยอมให้เธอไปจากเขาเด็ดขาด...

ด้านวงเดือนหนีเสือปะจระเข้ มาเจอโฉมไฉไลดักหน้าอีก ไม่อยากยุ่งด้วยจะเดินเลี่ยงไปทางอื่น ยัยตัวแสบขวางไว้ไม่ให้ไป แดกดันว่าเธอหมดหนทางจะจับผู้ชายในแสนสมุทร จึงหาเรื่องจะออกไปไล่จับผู้ชายนอกบ้าน เธอย้อนอย่างเจ็บแสบว่าทำไมโฉมไฉไลถึงชอบคิดว่าคนอื่นจะเหมือนตัวเอง

“ผู้หญิงเราควรจะทำตัวให้มีคุณค่ามากกว่าจะไล่จับผู้ชายไปวันๆนะคะคุณโฉม” เธอแดกดันจบผละจากไปโฉมไฉไลโกรธควันแทบออกหูอย่างจะร้องกรี๊ดแต่ไม่กล้า...

แม้ภูผาจะรับเป็นพ่อของเด็กในท้อง แต่ไม่ได้ทำให้หนูนาคลายความกังวล เอาแต่นั่งซึมไม่ยอมแตะต้องอาหารที่ดอยยกมาให้ ดอยพยายามอ้อนวอนให้กินข้าวจะได้กินยา แต่เธอยังคงนั่งนิ่ง เด็กน้อยหมดปัญญา ยกสำรับอาหารจะออกไป เจอภูผาเดินสวนเข้ามาพอดี คว้าสำรับมาถือไว้ สั่งให้ดอยออกไปก่อน แล้วเดินมานั่งข้างๆหนูนา ตักข้าวต้มจะป้อนให้ยิ่งเห็นเขาดีกับเธอมากเท่าไหร่ เธอถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่

“คุณไม่ต้องทำอย่างนี้ก็ได้...คุณไม่ได้รักฉันสักนิด คุณจะมาเสียสละเพื่อฉันทำไม คุณจะทิ้งความสุขของคุณกับวงเดือนเพื่ออะไร”

“ความสุขมันมักจะอยู่กับเราไม่นานหรอก และการที่เราได้เสียสละมันก็ทำให้เรามีความสุขได้เหมือนกันไม่ใช่หรือ...หนูนา...ฉันจะแต่งงานกับเธอ” เขาว่าแล้วลูบหัวเธอด้วยความสงสาร ส่วนเธอดีใจน้ำตาไหล

ooooooo

โฉมไฉไลยังหน้าด้านหน้าทนไม่เลิก ทำตัวเป็นนางพญาเทครัวสวมชุดนอนเซ็กซี่แอบย่องเข้าหาเมฆาถึงห้องนอนแต่ต้องผิดหวัง เจอแต่ความว่างเปล่า เหลือบเห็นชอุ่มเดินผ่านมา ร้องถามว่าเมฆาไปไหน

“ถามหาผิดคนหรือเปล่าคะ” ชอุ่มมองอย่างตำหนิ

“แกอย่ามายอกย้อน ฉันถามว่าเมฆาอยู่ที่ไหน แล้วจะกลับมาเมื่อไหร่”

“คุณเมฆาค้างที่ รพ.ค่ะ ส่วนจะกลับเมื่อไหร่ ชอุ่มไม่ทราบค่ะ พอดีไม่ชอบสาระแนเรื่องเจ้านายน่ะค่ะ”

โฉมไฉไลโมโหทำท่าจะเอาเรื่อง โชคดีที่ศรีดาราได้ยินเสียงเอะอะเข้ามาถามเสียก่อนว่ามีเรื่องอะไรกัน ชอุ่มยังไม่ทันจะอ้าปากฟ้อง ยัยตัวแสบชิงพูดขึ้นก่อนว่า

“โฉมมาถามหาพฤกษ์น่ะค่ะ ไม่กลับบ้านอีกแล้ว โฉมเป็นห่วงมากเลย”

ศรีดาราถึงกับถอนใจ หนักใจทำไมลูกทั้งสองคนถึงไม่ยอมกลับบ้านกลับช่อง หันไปถามโฉมไฉไลว่าพอจะรู้ไหมว่าสองคนนั้นมีเรื่องอะไรกัน เธอตีหน้าซื่อไม่รู้เรื่อง ทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกว่าเป็นเพราะเธอเอง ชอุ่มแอบมองสะใภ้ใหญ่ของบ้านแสนสมุทรไม่ค่อยชอบใจนัก...

ในเวลาเดียวกัน เมฆารู้ว่าคืนนี้วงเดือนต้องเข้าเวรรีบแลกเวรกับหมอคนอื่นเพื่อจะได้อยู่กะเดียวกับเธอ หญิงสาวแปลกใจที่เจอเขา แต่ยังไม่ทันพูดอะไร เจ้าหน้าที่ของ รพ.เข็นเตียงคนไข้ฉุกเฉินเข้ามาเสียก่อน คนไข้ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ อาการสาหัส ต้องทำการผ่าตัดโดยด่วน ทั้งสองคนรีบตรงไปยังห้องผ่าตัดทันที

เมฆาทำการผ่าตัดคนไข้ โดยมีวงเดือนกับพยาบาลอีกคนหนึ่งเป็นผู้ช่วย การผ่าตัดสำเร็จด้วยดี คนไข้พ้นขีดอันตราย เมฆากับวงเดือนออกมาแจ้งให้ญาติคนไข้ทราบว่าทุกอย่างเรียบร้อย คนไข้ปลอดภัย

“ขอบคุณมากค่ะคุณหมอ...ขอบคุณจริงๆ” ญาติคนไข้จับมือเมฆาเขย่าๆๆด้วยความดีใจ

วงเดือนมองเขาอย่างชื่นชม เขาหันมาเห็นเธอยิ้มให้ หัวใจพองคับอกปลื้มจนพูดไม่ออก...

ขณะที่เมฆาได้ใจวงเดือนไปเต็มๆจากการที่ช่วยชีวิตคนไข้ หนูนายืนมองออกไปนอกหน้าต่าง ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อนึกถึงคำพูดของภูผาที่บอกว่าจะแต่งงานกับเธอ พอหันกลับมาต้องตกใจที่เห็นดอยยืนมองอยู่

“ไอ้ดอย...ตกใจหมด เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่”

“ตั้งแต่ลูกพี่มองฟ้าแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียวแล้วล่ะ ดีใจใช่ไหมจ๊ะที่จะได้แต่งงานกับนายภูผา”

“เฮ้ย...นี่แกแอบฟังหรือ”

“ตอนได้ยินนายพูดว่าจะแต่งงานกับลูกพี่ ดอยล่ะดีใจ๊ดีใจ...เอ๊ะ...แล้วนายเอาคุณเดือนไปไว้ที่ไหน” ดอยหันไปเห็นลูกพี่หน้าเครียด รู้ทันทีว่าตัวเองพลาด รีบเปลี่ยนเรื่องพูด “ดอยว่านายแต่งงานกับลูกพี่เพราะแพ้ใจลูกพี่แล้วแน่ๆ” คำพูดของดอยยิ่งทำให้หนูนาเครียดหนัก รู้อยู่เต็มอกที่เขาจะแต่งงานด้วยเพราะเด็กในท้อง ไม่ใช่เพราะแพ้ใจเธอ

ooooooo

ขณะเมฆากับวงเดือนเดินออกจาก รพ.มาด้วยกันหลังจากออกเวรแล้ว เธออดชื่นชมเขาไม่ได้ที่เมื่อคืนช่วยชีวิตคนไข้ไว้ได้ ญาติๆคนไข้ดีใจกันมากที่ได้คนที่พวกตนรักกลับมา

“ฉันเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาดี เหมือนครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ ตอนที่เธอฟื้นขึ้นมา ฉันดีใจมากแค่ไหนเธอรู้ไหม” เขาเจตนาพูดเพื่อให้เธอรู้สึกว่าเป็นหนี้ชีวิตเขา เธอถึงกับอึ้งเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน เขาเห็นเธอมีท่าทีอึดอัดรีบเปลี่ยนเรื่องพูด ชวนเธอไปหาข้าวเช้ากินกัน เธออึกๆอักๆลำบากใจ

“ผ่าตัดมาทั้งคืนฉันเหนื่อย ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อยเถอะนะ...ใช้พลังไปกับงานเยอะแล้ว จะต้องเหนื่อยง้อเธออีกฉันไม่ไหวนะ” สีหน้าเขาเหนื่อยจริงไม่ได้เสแสร้ง วงเดือนจึงไม่อยากขัดใจ...

พฤกษ์เพิ่งกลับมาจากกินเหล้ากับยอดและพวกคนงานกำลังจะไปท่าเรือ ยอดอยากรู้ว่าวันนี้เจ้านายจะออกเรือหรือเปล่า พฤกษ์ไม่มีอารมณ์จะทำงาน ฝากเขาช่วยจัดการแทนด้วย ยอดหันไปยิ้มเจ้าเล่ห์กับคนงานที่รวมหัวกันโกงแสนสมุทรโดยที่พฤกษ์ไม่ทันสังเกต ขณะเดินผ่านร้านขายโจ๊ก พฤกษ์เห็นเมฆากับวงเดือนนั่งกินโจ๊กกันอยู่ชักสีหน้าไม่พอใจ สั่งให้พวกคนงานกลับไปก่อน แล้วเข้าไปนั่งร่วมวงกินโจ๊กด้วย

วงเดือนยังเสียความรู้สึกเรื่องที่เกือบถูกพฤกษ์ขืนใจ เบือนหน้าหนีไม่สบตาด้วย ต่างคนต่างนั่งเงียบไม่มีใครพูดอะไร หญิงสาวอึดอัดใจ กินอะไรไม่ลงวางช้อน เมฆารอจังหวะอยู่แล้ว

“อิ่มแล้วใช่ไหม...งั้นเรากลับกันนะ”

หญิงสาวลุกขึ้นโดยไม่มองหน้าพฤกษ์ เขาทนไม่ไหวคว้ามือเธอพาออกจากร้าน อ้างว่ามีเรื่องจะคุยด้วย เธอเห็นเขาดูมีสติจึงยอมเดินตาม เมฆาไม่สบายใจมาก จ่ายเงินค่าโจ๊กแล้วรีบวิ่งตามมาคว้ามืออีกข้างของเธอไว้ เตือนพี่ชายว่าไม่ควรทำแบบนี้
“คนอย่างแกไม่มีสิทธิ์มาสั่งฉันว่าควรหรือไม่ควรทำอะไร มันเป็นเรื่องระหว่างฉันกับเดือน”

เมฆาถึงกับอึ้ง แต่ยังไม่ยอมปล่อยวงเดือน พฤกษ์โกรธเงื้อหมัดจะต่อย เธอคว้าแขนเขาไว้ ขอร้องอย่ามีเรื่องกันเลย เขาอยากจะคุยอะไรกับเธอว่ามา เมฆาฮึดฮัดจะไม่ยอม เธอต้องขอร้องให้เขาปล่อยมือ ก่อนจะเดินไปกับพฤกษ์ พอมาถึงชายหาดที่เงียบสงบ เขาขอโทษที่ทำไม่ดีกับเธอ และขอให้เธอยกโทษให้

“เดือนไม่ได้โกรธคุณแล้ว คุณพฤกษ์ลืมมันไปเถอะนะคะ เดือนขอตัวค่ะ” เธอขยับจะไป เขาคว้ามือเธอ

“เดือน...ฉันรักเธอ รักเธอมาก เห็นใจฉันได้ไหม”

เธอเตือนว่าเขาแต่งงานแล้ว พฤกษ์อ้างว่าแต่งเพราะความจำเป็น ระหว่างโฉมไฉไลกับเขาไม่ใช่ความรัก เธอต้องการแค่สมบัติของแสนสมุทร แต่เขาต้องการความรัก และต้องเป็นความรักจากวงเดือนคนเดียวเท่านั้น เธอไม่อาจจะรักเขาได้ ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากพี่ชายของเธอ

“เธอไม่รักฉันไม่ว่า ขอแค่ให้ฉันดูแลเธอได้ไหม

ไม่ต้องรักฉันก็ได้” พฤกษ์ตื๊อสุดชีวิต

แค่ดูแลเธอก็เห็นว่าไม่เหมาะสม เพราะคนอื่นๆ จะมองเธอกับเขาไปในทางไม่ดี และที่สำคัญเธอไม่อยากทำให้คุณพ่อคุณแม่ต้องเสียใจ พฤกษ์คิดว่าเป็นเพราะเขาแต่งงานแล้วเธอจึงไม่ยอมรับรักเขา ถ้าเป็นเช่นนั้นเขาจะหย่า เมฆายืนฟังอยู่นานเห็นท่าไม่ดี รีบเข้ามาขวาง

“พอได้แล้วพี่ เดือนทำงานมาทั้งคืน ให้เดือนกลับไปพักได้แล้ว”

วงเดือนแกะมือเขาออก แล้วกลับไปกับเมฆาทิ้งให้พฤกษ์ยืนเจ็บปวดใจอยู่เพียงลำพัง...

พฤกษ์เลือกที่จะใช้เหล้าดับความทุกข์ในใจ เมามายจนไม่รู้ว่ากำลังถูกยอด ลูกน้องที่เขาไว้ใจหักหลังอีกครั้ง เอาปลาที่จับได้ไปส่งให้โรงงานของเฮียเกียงแทนที่ จะไปส่งให้โรงงานของคุณณรงค์

ooooooo

ในเวลาไล่เลี่ยกัน ที่ไร่วงเดือน พวกคนงานเห็นหนูนาเก็บใบชาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มมีความสุข ต่างชี้ชวนกันให้ดู คนงานหญิงกลุ่มหนึ่งอยากรู้อยากเห็นมาก เข้ามาสะกิดถามว่าจริงหรือเปล่าที่เธอจะแต่งงานกับเจ้านาย หนูนาตกใจพวกคนงานไปได้ยินเรื่องนี้มาจากไหน ดอยยืนอยู่ใกล้ๆ รีบเสนอหน้าทันที

“จริงจ้ะ...ดอยได้ยินมากับหูเลยนะ”

“ไม่จริงหรอกมั้ง ข้าไม่เห็นนายภูผาจะพูดอะไรเลย” หนึ่งในคนงานท้วง หนูนาถึงกับหน้าเสีย ดอยยืนยันว่าได้ยินมากับหูจริงๆ พวกคนงานไม่เชื่อ หาว่าดอยขี้โม้ เด็กน้อยไม่พอใจเข้าไปตีคนงานปากเสียคนนั้น เลยเกิดศึกย่อยๆขึ้น คนงานอื่นๆเริ่มหันมามอง ภูผากับนายสว่างต้องรีบเข้าไปหย่าศึก ถามว่ามีเรื่องอะไรกัน

“ก็ไอ้ดอยมันโกหก มันบอกพวกเราว่านายจะแต่งงานกับหนูนาจ้ะ”

“ดอยพูดเรื่องจริง ฉันจะแต่งงานกับหนูนา...หายสงสัยแล้วรีบไปทำงานกันต่อได้แล้ว” ภูผาว่าแล้วกลับไปตรวจใบชาต่อ ดอยส่งเสียงเฮลั่น เยาะเย้ยพวกคนงานที่หาว่าตนโกหก หนูนายิ้มปลื้ม ขณะที่นายสว่างหนักใจ...

หนูนาอยากเอาใจภูผา รีบกลับมาเตรียมอาหารโปรดไว้รอท่า ทันทีที่เขาขึ้นมาบนบ้าน เธอรีบตักข้าวมาวางตรงหน้าชวนกินข้าวด้วยกัน เขายังไม่หิวนั่งกุมขมับรู้สึกปวดหัวตึบๆ เธอเอามือแตะหน้าผากเขาตรวจดูว่า

เป็นไข้ไม่สบายหรือเปล่า เขาจับมือเธอไว้ ขอบใจที่เป็นห่วง เธอยิ้มดีใจคิดว่าเขามีใจเอนเอียงให้

“หนูนา...ฉันขอโทษที่ทำให้เธอต้องเดือดร้อนมาตลอด แต่ไม่ต้องห่วง ฉันจะรับผิดชอบไม่ทอดทิ้งเธอกับลูก...เธอสบายใจได้” เขายิ้มให้ก่อนจะลุกออกไป เธอมองตามหน้าจ๋อย พึมพำปลอบใจตัวเอง

“แค่นี้...มันก็ดีเกินไปสำหรับคนไร้ค่าอย่างแกแล้วไม่ใช่หรือ...ไอ้หนูนา”

ooooooo

อาการป่วยของอนุตดีขึ้นเป็นลำดับ ยิ่งช่วงนี้

ไม่มีเรื่องอะไรให้ต้องกังวล ทำให้อาการปวดหัวไม่กำเริบ แต่แล้วกลับมีเรื่องให้อนุตต้องเครียดขึ้นมาอีก เมื่อชอุ่มขึ้นมารายงานว่าคุณณรงค์เจ้าของโรงงานปลาที่เป็นคู่ค้าของแสนสมุทรมาขอพบ และเจาะจงด้วยว่าจะไม่พบใครทั้งนั้นนอกจากอนุต ทั้งเมฆา ศรีดารา และตัวอนุตเองรู้สึกสังหรณ์ใจว่าต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ...

เป็นอย่างที่ทุกคนสังหรณ์ใจไม่มีผิด คุณณรงค์มาทวงถามว่าทำไมแสนสมุทรถึงไม่ส่งปลาให้เขาตามที่ตกลงกันไว้ ทำให้เขาเสียหายไม่มีสินค้าส่งไปกรุงเทพฯ ตัวแทนจำหน่ายทางโน้น ยื่นเรื่องฟ้องเขาให้จ่ายค่าปรับเป็นเงินหลายแสนบาท อนุตตกใจ

“มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน...ก็...”

“มันเป็นไปตั้ง 2 ครั้งแล้ว ผมพยายามติดต่อพฤกษ์ ลูกชายของคุณแต่ติดต่อไม่ได้เลย”

“คงมีการเข้าใจผิดกัน ผมจะจัดการเรื่องนี้ให้”

“จะไม่ได้หรอกครับ มันต้องจัดการเดี๋ยวนี้เลย ตอนนี้ผมเสียหายยับเยินแล้ว คุณต้องชดใช้ค่าเสียหายให้ผมทั้งหมดสามแสนบาท ไม่อย่างนั้นผมจะฟ้องร้องและเลิกทำธุรกิจกับแสนสมุทร” คุณณรงค์หน้าเครียด ทำให้ทุกคนที่แสนสมุทรพลอยเครียดไปด้วย...

อนุตกับเมฆาไม่รอช้าตรงไปที่ท่าเรือทันที เห็นพฤกษ์กำลังตั้งวงก๊งเหล้าอยู่กับพวกคนงาน เสียงอ้อแอ้ตั้งแต่ฟ้ายังไม่ทันมืด อนุตโกรธมากปรี่เข้าไปตบหน้าลูกชายคนโตฉาดใหญ่แล้วไล่พวกคนงานไปให้พ้นหน้า พฤกษ์งง ไม่รู้ว่าพ่อตบหน้าเรื่องอะไร ยิ่งทำให้อนุตโกรธกระชากคอเสื้อลูกแล้วเหวี่ยงลงทะเล ก่อนจะหันไปทางเมฆา

“พี่ชายแกสร่างเมาเมื่อไหร่ ลากคอมันกลับไปที่บ้าน” อนุตพูดจบ เดินจากไปอย่างหัวเสีย

ooooooo

ทันทีที่พฤกษ์มาถึงบ้าน อนุตตำหนิเขาอย่างแรงที่วันๆเอาแต่ดื่มเหล้า ไม่ออกเรือไม่ส่งปลาให้ลูกค้า ตอนนี้ คุณณรงค์จะฟ้องแสนสมุทร  เพราะเราไม่ส่งสินค้าให้ พฤกษ์งง จะเป็นไปได้อย่างไร ในเมื่อเขาส่งสินค้าตรงเวลาทุกครั้ง อนุตไม่เชื่อ เขาเอาแต่ดื่มเหล้าทั้งวี่ทั้งวัน จะไปรู้ได้อย่างไรว่าสินค้าส่งตรงเวลาหรือเปล่า พฤกษ์เถียงไม่ออก

“แกเป็นพี่คนโต แต่ทำตัวเละเทะแบบนี้ แล้วฉันจะฝากแสนสมุทรไว้ในมือแกได้ยังไง เรื่องครอบครัวแกก็อีก ผัวไปทางเมียไปทาง แกเป็นผัวเมียประเภทไหนกัน”

โฉมไฉไลปล่อยโฮ โทษพฤกษ์เป็นคนทำให้เธอไม่อยากกลับมาที่นี่ เพราะทนไม่ได้ที่เขาไม่เคยสนใจ วันๆสนใจแต่ผู้หญิงอื่น แล้วจงใจปรายตามองวงเดือน พฤกษ์สุดจะทนสั่งให้เธอหุบปาก อนุตสวนขึ้นทันที

“แกต่างหากที่ต้องหุบปาก แกดูตัวเองสิว่าที่แกทำ มันฉุดให้แสนสมุทรตกต่ำ กิจการต้องเสียหายเพราะความโง่เง่าของแก”

พฤกษ์ทนไม่ไหวโพล่งขึ้นทันที “ใช่...ผมมันโง่ โง่ที่สุด ผมรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นควายที่ใครอยากจะจูง

ไปไหนก็ไป ชีวิตที่ไม่เคยเป็นของผมเอง เพราะคำว่าลูกชายคนโตของแสนสมุทรนี่แหละ”

“นี่แกกำลังคิดจะโยนความผิดให้ใคร” อนุตเสียงเขียว

“ทุกคน...ชีวิตผมพังเพราะทุกคนที่นี่ พ่อไม่เคยสนใจว่าผมจะรู้สึกยังไง ตั้งแต่เด็กทุกคนสนใจแต่ความรู้สึกของอรุณ ผมต้องอดทนต้องเสียสละเพื่อเป็นพี่ที่ดี...ยอมเสียคนที่ผมรัก แล้วนี่หรือ ผลตอบแทนที่ผมได้รับ” พฤกษ์ชี้หน้าโฉมไฉไล “ผมไม่รู้ว่าผมเป็นตัวอะไรในบ้านแสนสมุทร ทั้งพ่อทั้งน้องเห็นผมเป็นคนโง่ ต่อไปนี้คนโง่อย่างผมจะไม่ทนอีกแล้ว...ผมจะหย่ากับผู้หญิงคนนี้...

ใครก็ห้ามผมไม่ได้” พูดจบเขาผละจากไป

วงเดือนสีหน้าเป็นกังวลรีบเดินตาม อนุตเครียดจัดอาการปวดหัวกำเริบ ศรีดารารีบประคองเขาขึ้นบ้าน เมฆาจะตาม โฉมไฉไลคว้าแขนเขาไว้ ยิ้มยั่วอย่างมีความหวัง

“ถ้าพฤกษ์จะหย่ากับโฉม...เราสองคนก็...”

เมฆาไม่รอให้พูดจบ แกะมือเธอออกอย่างรังเกียจ แล้วเดินตามวงเดือน ทิ้งให้เธอแค้นใจอยู่คนเดียว...

ทางด้านวงเดือนวิ่งตามพฤกษ์จนทัน ขอร้องว่าอย่าทำแบบนี้ คุณพ่อไม่ค่อยสบายขอให้เห็นแก่สุขภาพของท่านบ้าง เขาตัดพ้อว่าอย่ามาบอกให้เขาเห็นแก่ใคร ในเมื่อเธอเองไม่เคยเห็นแก่เขาสักครั้ง แล้วรวบตัวเธอมากอด

“ทำไมเธอถึงใจร้ายกับฉันนัก” เขาตัดพ้อจบ หันหลังจากไป

วงเดือนมองตามหน้าเครียด หันกลับมาอีกที เจอเมฆายืนอยู่ เธอไม่พูดอะไร เดินผ่านหน้าเขาตรงไปยังห้องของอนุต เห็นประมุขบ้านแสนสมุทรร้องโอดโอยเพราะปวดหัวอย่างหนัก เมฆาตามมาสมทบ สั่งให้วงเดือนหยิบยามาให้ท่านกิน ศรีดาราถึงกับน้ำตาร่วงไม่รู้ว่าจะทนสภาพแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน...

พฤกษ์จับได้ว่าคนที่ทรยศ ยักยอกเอาปลาที่จับได้ไปส่งโรงงานอื่นคือยอด ลูกน้องคนสนิทของตนเอง จะจับพวกนั้นส่งตำรวจ แต่ยอดกับพวกฮึดสู้ ใช้มีดแทงเขาถึงกับทรุดนอนจมกองเลือด ก่อนจะพากันเผ่นหนี

ooooooo

พอรู้ข่าวว่าพฤกษ์ถูกแทง อนุต ศรีดารา เมฆา และวงเดือนรีบมาเยี่ยม โชคดีที่ไม่ถูกอวัยวะสำคัญ ไม่เช่นนั้นคงได้เป็นผีเฝ้าท่าเรือไปแล้ว พฤกษ์รายงานพ่อว่า ยอดเป็นคนยักยอกปลาของเราไปส่งที่อื่น แล้วลุกขึ้นจะตามไปลากคอพวกนั้นเข้าคุก แต่เจ็บแผลมากต้องลงนอนอย่างเดิม เมฆาอาสาจะจัดการเรื่องนี้ให้เอง

“ไม่ใช่เรื่องของแก เรื่องนี้ฉันต้องเป็นคนแก้ปัญหาเอง” พฤกษ์ตวาดลั่น

“ไม่ต้อง...เอาตัวแกให้รอดก่อนเถอะ เรื่องอื่นให้เป็นหน้าที่ของเมฆาจัดการ” อนุตสั่งเสียงเฉียบ พฤกษ์เซ็งมาก ยิ่งพยายามจะแก้ข้อผิดพลาดยิ่งดูแย่ในสายตาของพ่อ...

เนื่องจากเมฆามีเพื่อนเป็นสารวัตรใหญ่ที่นั่น การจับกุมตัวยอดกับพวกจึงไม่ใช่เป็นเรื่องยาก ตำรวจรวบตัวพวกนั้นได้ที่โกดังร้างแห่งหนึ่ง อนุตชมเปาะว่าเมฆาเก่งมาก ไม่เคยคิดมาก่อนว่าในที่สุดแล้ว เขาจะเป็นลูกชายเพียงคนเดียวที่ตนพึ่งได้ และขอให้จำไว้ว่าเขาเป็นความหวังเดียวของแสนสมุทร

“ครับพ่อ...ผมจะจำและจะไม่ทำให้พ่อผิดหวัง... เหมือนคนอื่นๆอีก” เมฆายิ้มปลื้ม...

ขณะที่เมฆากลายเป็นคนโปรดของพ่อ ภูผารู้สึกเป็นห่วงคนที่บ้านแสนสมุทรขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก วานนายสว่างช่วยโทร.ไปถามข่าวคราวทางโน้นให้ หนูนากำลังถูบ้านอยู่ หันขวับทันที คิดว่าภูผาเป็นห่วงวงเดือน เผลอเตะถังน้ำหกกระจาย ภูผาปรี่เข้ามาหา เตือนให้ระวังหน่อย เธอน้อยใจขึ้นมาทันที ว่าประชดตัวเอง

“ขอโทษ...ฉันมันซุ่มซ่าม”

“ไม่ใช่...ฉันหมายถึงระวังตัว เธอไม่ควรออกแรงทำงานหนักรู้ไหม งานบ้านพวกนี้ให้ดอยทำก็ได้”

น้ำเสียงอ่อนโยนของเขา ทำให้เธอกล้าถามตรงๆ ว่าที่ให้ลุงสว่างโทร.ไปแสนสมุทรเพราะคิดถึงวงเดือนใช่ไหม เขาไม่อยากพูดถึง จึงย้อนถามเธอว่ากินยาตามที่หมอสั่งหรือเปล่า

“อย่าเปลี่ยนเรื่องดีกว่า ฉันพูดจริงๆนะคุณภูผา ถ้าคุณอยากจะ...” หนูนาพูดยังไม่ทันจบ ดอยเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน ภูผาสบช่องหันไปต่อว่าดอยกลบเกลื่อนว่าใช้ไม่ได้ปล่อยให้ลูกพี่ทำงานแบบนี้ได้อย่างไร

“เดี๋ยวนี้เลยจ้ะนาย...ก็บอกแล้วว่าอย่าทำๆ ไอ้ดอยเลยโดนด่าเลย...ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาถูบ้านนะ ลูกพี่...ลูกพี่ควรจะไปเข้ากระโจมอบผิวเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของนายต่างหาก จริงไหมจ๊ะนาย...เออ...นายจ๋า ชาวบ้านเขาถามดอยกันให้แซ่ด ตกลงว่านายกับลูกพี่จะแต่งงานกันเมื่อไหร่ล่ะจ๊ะ ตกลงจะแต่งกันหรือเปล่าเนี่ย”

“ต้องตีแกให้ตายก่อนน่ะสิ ฉันถึงจะแต่งได้ นี่แน่ะ... ผีเจาะปากแกมาพูดหรือไงหา...ไอ้ดอย” หนูนาว่า พลางเอาด้ามไม้ถูพื้นเคาะหัวดอยที่วิ่งหนีลงเรือนไป ภูผาถึงกับหน้าเครียด

ooooooo

ที่ห้องพักฟื้นภายในโรงพยาบาล พฤกษ์ร้อนใจ อยากรู้เรื่องที่ท่าเรือไปถึงไหนแล้ว  ศรีดาราอยากให้ลูกพักผ่อนให้มากๆ เรื่องอื่นค่อยว่ากันทีหลัง ในเมื่อแม่ไม่ยอมตอบ เขาจึงหันไปถามความคืบหน้าเรื่องคดีจากวงเดือนแทน

“ทางตำรวจจับตัวนายยอดกับลูกน้องได้แล้วค่ะ วันนี้คุณพ่อนัดคุณณรงค์มาเจรจาค่ะ”

พฤกษ์จัดแจงลุกจากเตียงจะกลับบ้าน วงเดือนพยายามทักท้วง แต่เขาไม่ฟัง อ้างว่าเรื่องนี้อยู่ในความรับผิดชอบของเขา ถ้ามีการเจรจา เขาต้องอยู่ที่นั่นด้วย...

อนุตนัดคุณณรงค์มาเจรจาความกันที่แสนสมุทร คุณณรงค์ไม่พอใจมากที่อนุตทำงานผิดพลาดไม่ทำตามสัญญา ส่งผลกระทบมาถึงการค้าของเขาด้วย ทำให้เขาต้องสูญเงินไปมากมาย ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้น

“เป็นความผิดพลาดของผมเพียงคนเดียว ไม่เกี่ยวกับคุณพ่อ...ผมขอจัดการเรื่องนี้เอง”

ทุกคนหันไปมองตามเสียง เห็นวงเดือนประคองพฤกษ์ที่ยังบาดเจ็บเข้ามา คุณณรงค์ไม่สนใจว่าจะให้ใครเป็นคนจัดการ แต่ทางแสนสมุทรต้องจ่ายค่าเสียหายให้เขาเป็นเงินสามแสนบาท เมฆารับปากทันทีว่าจะชดใช้ค่าเสียหายให้ เพียงแต่ต้องขอแบ่งชำระ และรับรองว่าจะชดใช้ให้ครบถ้วนตามจำนวนแน่ คุณณรงค์พอใจมากบอกให้เมฆาลองยื่นข้อเสนอการแบ่งชำระเงินมาให้เขาจะพิจารณาอีกที

“ส่วนเรื่องธุรกิจระหว่างเรา เรายังคงร่วมงานกันต่อไปใช่ไหมครับ”

“แต่ต่อไปนี้ ผมจะเจรจากับคุณเท่านั้น คุณเมฆา...ไม่ใช่พี่ชายคุณ” คุณณรงค์พูดจบ ลุกออกไป อนุตฝากงานที่ท่าเรือให้เมฆาดูแลแทนเขาด้วย แล้วหันมองพฤกษ์ด้วยสายตาเย็นชาก่อนจะเดินขึ้นบ้าน ศรีดาราและวงเดือนสงสารพฤกษ์มากแต่ไม่รู้จะช่วยอย่างไร ชอุ่มมาชะเง้อคอมองเมฆามาจากอีกมุมหนึ่งของห้องรับแขก เขารู้ทันทีว่าต้องมีอะไรแน่ๆพยักพเยิดให้เธอออกไปคุยกันข้างนอก ชอุ่มรายงานว่า

“เมื่อตอนเช้ามีโทรศัพท์มาค่ะ บอกว่าเป็นคนของคุณภูผาค่ะ”

“แล้วชอุ่มได้บอกใครเรื่องโทรศัพท์หรือเปล่า”

เธอไม่ได้บอกใคร เพราะเขาสั่งให้บอกเขาเพียงคนเดียว เขาอยากรู้ว่าเธอบอกอะไรทางโน้นไปบ้าง เธอบอกแค่ว่าคุณพฤกษ์โดนทำร้ายบาดเจ็บ ตอนนี้อาการปลอดภัยดีแล้ว แต่ไม่ได้บอกว่าบาดเจ็บจากสาเหตุอะไรนอกจากนี้ คนของคุณภูผายังถามถึงคนอื่นๆในบ้าน เธอก็ตอบไปว่าสบายดีไม่มีอะไร...

หลังกลับจากตลาด นายสว่างถ่ายทอดคำพูดของชอุ่มทุกคำให้เจ้านายฟัง ทั้งเรื่องที่พฤกษ์ถูกทำร้าย และเรื่องที่ทุกคนในบ้านแสนสมุทรต่างสบายดี แล้วสรุปอย่างรู้ใจว่าวงเดือนก็คงจะสบายดีเช่นกัน หนูนาแอบฟังอยู่ค่อยๆถอยออกมา ชนเข้ากับดอยที่ยืนอยู่ด้านหลัง ถึงกับสะดุ้งโหยง หันมาด่าลั่นว่ามาซุ่มดูอะไรแถวนี้ ดอยไม่ได้มาซุ่มดูอะไร แต่จะมาบอกเจ้านายว่ามีคนมาขอพบ หนูนาแอบสงสัยว่าใครกัน...

ครู่ต่อมา ภูผา หนูนา นายสว่าง และดอยมานั่งอยู่ตรงหน้าทนายความของเหนือฟ้า ภูผาไม่อ้อมค้อมถามว่าเขาต้องการพบตนทำไม

“ก่อนที่พ่อเลี้ยงจะเดินทางไปใต้ครั้งสุดท้าย พ่อเลี้ยงได้ให้ผมร่างพินัยกรรมไว้ฉบับหนึ่ง...ไม่นานพ่อเลี้ยงก็เสียชีวิต วันนี้ผมจึงจะต้องขอเปิดพินัยกรรมที่พ่อเลี้ยงทำไว้” ภูผาอดสงสัยไม่ได้ ทำไมจะต้องมาเปิดพินัยกรรมที่นี่

“พ่อเลี้ยงระบุว่าจะต้องเปิดต่อหน้าคุณภูผาและคุณหนูนาเท่านั้นครับ” ทนายความพูดจบ อ่านพินัยกรรมให้ฟัง ใจความสำคัญของพินัยกรรมคือเหนือฟ้ายกทรัพย์สินทั้งหมดที่มีอยู่ให้หนูนาแต่เพียงผู้เดียว หนูนาไม่เข้าใจทำไมเขาต้องทำแบบนี้ด้วยลุกขึ้นจะโวย ภูผาต้องดึงเธอนั่งลง แล้วให้ทนายความอ่านพินัยกรรมต่อ

“แต่มีข้อแม้ว่า น.ส.หนูนาจะได้รับมรดกทั้งหมดนี้ได้ก็ต่อเมื่อคุณภูผา แสนสมุทรจะต้องยอมรับที่จะเป็นผู้ดูแลจัดการไร่เหนือฟ้าร่วมกับนางสาวหนูนาตลอดไป”

ภูผาตระหนักแล้วว่าเหนือฟ้ารักหนูนามาก

ขนาดไหน หนูนาเองก็รู้ซึ้งถึงความรักนั้น ถึงกับร้องไห้โฮซบหน้ากับฝ่ามือตัวเอง เขาโอบไหล่เธอไว้เพื่อปลอบ ก่อนจะหันไปตอบตกลงยอมรับตามข้อแม้ของเหนือฟ้า และจะอยู่ดูแลหนูนาตลอดไป แล้วดึงเธอมากอดไว้อย่างให้ความมั่นใจ

ooooooo

ชิงนาง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด