ตอนที่ 4
ระหว่างที่ภัทราพาหนูดีไปทานอาหารกลางวัน พูดปลอบใจให้รออีกสักพักตะวันฉายกลับมาเธอก็จะไม่เหงาอีกแล้วนั้น บอยฮ่ะที่ภัทราใช้ให้ไปสืบเรื่องตะวันฉายก็โทร.เข้ามารายงานว่า
“ผมสะกดรอยตามนายพิชญ์หัวฟูตามที่คุณหญิงสั่ง เลยโป๊ะเชะเจอฮ่ะ”
คุณหญิงภัทราตาลุก บอกหนูดีว่ามีธุระด่วนต้องไปจัดการ หนูดีอยากได้อะไรเรียกใช้บอยฮ่ะได้ตามสบาย พูดแล้วขอตัวลุกไป แต่พอออกไปถึงหน้าร้านก็เจอหาญกล้าเข้าอย่างจัง หาญกล้าเจ็บใจที่ถูกเอาปืนฉีดน้ำมาหยามน้ำหน้าเลยตามมาจะเอาเรื่อง ภัทราสวนไปทันทีว่าลูกสาวเขามาล่อลวงลูกชายตน ทำแค่นั้นยังน้อยไปด้วยซ้ำ
ทั้งคู่โต้เถียงกันอีกตามเคย ภัทราโกรธจัดยกมือจะตบ หาญกล้าจับไว้ยื่นหน้าเข้ามาถาม
“อย่านะคุณหญิง จำไม่ได้เหรอ ตอนสาวๆเอ๊าะๆคุณหญิงตบผมทีไรเป็นต้องโดนผมจูบทุกที”
ภัทราชะงักไปกับหน้าเหี้ยมๆของหาญกล้า ถามเสียงอ่อยว่าแล้วจะเอายังไงกับตน
ooooooo
ที่กองถ่าย พริ้งที่เล่นเป็นนางร้ายในละครที่รัตติกาลเล่นเป็นนางเอก เห่อเหิมทะเยอทะยานเล่นแง่กับทีมงานไม่ยอมใส่ชุดที่จัดมาให้เพราะสวยสู้รัตติกาลไม่ได้ แมรี่หมั่นไส้พูดเบาๆแต่จงใจให้พริ้งได้ยินว่า “เพิ่งจะดังไม่เท่าไหร่ ทำเป็นลั่นล้าดี๊ด๊าอยากเทียบรัศมีรติ”
พริ้งได้ยินหันเอาเรื่องทันทีเถียงกันไม่กี่คำพริ้งก็เล่นบทนางร้ายนอกจอตบจนแมรี่หน้าสะบัดถลาไปชนเจินคู่หูของพริ้ง ถูกเจินผลักไปหาพริ้งอีก เลยถูกพริ้งตบอีกฉาดจนหน้าชาสมองมึนยืนงง พริ้งเลยตบทั้งสองข้างพร้อมกัน คราวนี้แมรี่หมุนคว้างไปทั้งตัว จากนั้นพริ้งประกาศ
“ถ้าวันนี้พริ้งไม่สวยกว่ารติ พริ้งไม่ถ่าย” พูดแล้วเดินเชิดออกไปกับเจิน
พอแมรี่ได้สติก็แจ้นไปฟ้องรัตติกาล รัตติกาลกำลังปวดหัวเรื่องของตัวเองไม่ไปเอาเรื่องกับพริ้งตามคำยุยงของแมรี่ บอกว่าช่วงนี้ไม่อยากสร้างศัตรู ว่าแล้วขอไปเข้าฉาก แมรี่วิ่งทะเล่อทะล่าตามไปชนตัวประกอบสองคนที่ยืนรออยู่ กลับด่าเขาว่ามายืนเกะกะ เลยถูกมองตาขวาง
“ด่าแล้วยังมาจ้องหน้าอีก เดี๋ยวแม่ก็บอกผู้ช่วยให้ไล่ออกจากกองซะนี่ พวกตัวประกอบ” แมรี่ด่าแล้วเดินเชิดตามรัตติกาลไป
ที่แท้ตัวประกอบทั้งสองคืออีสีดวงกับกระทงนั่นเอง อีสีดวงบอกว่าเดี๋ยวจัดการรัตติกาลเสร็จค่อยจัดการนังดำนี่ พอดีทีมงานมาเรียกไปแต่งหน้า ทั้งสองจึงรีบไป
พริ้งนั่งให้ช่างแต่งหน้าอยู่ก่อนแล้วบอกช่างว่าวันนี้ตนต้องสวยกว่ารัตติกาล ช่างรับคำอย่างเอาใจ
ระหว่างเข้าไปให้ช่างแต่งหน้านั้น ทีมงานคนหนึ่งเอาเครื่องประดับเข้ามา พริ้งเห็นปิ่นปักผมหยิบขึ้นมาดูชมว่าสวยจัง ถามว่าของเก่าหรือของทำใหม่ ทีมงานบอกว่าเป็นของเก่าแท้ๆ เพิ่งยืมมาจากร้านขายของโบราณ
กระทงหูผึ่งเหล่มองปิ่นปักผมแล้วตะลึงอึ้ง จำได้ว่าเป็นปิ่นปักผมของหม่อมเจ้ามาลา เมื่อทีมงานเอาปิ่นปักผมเดินผ่านกระทงกับอีสีดวงไป ทั้งสองต่างขนลุกซู่ด้วยความหวาดกลัวปิ่นโบราณนั้น...
ooooooo
เพราะกลัวถูกแม่จับได้ว่ากลับเมืองไทยแล้ว ตะวันฉายตัดสินใจเทกระเป๋าซื้อบ้านต่อจากรุ่นพี่ที่ไปตั้งหลักปักฐานที่เมืองนอก พาพิชญ์ไปดู พิชญ์แซวว่าเตรียมไว้เป็นเรือนหอแหงๆ เพราะหมอดูยืนยันว่าเขากับรัตติกาลเป็นเนื้อคู่กัน
สิ้นเสียงพิชญ์ ประตูก็ปิดกระแทกเข้ามาอย่างแรง พิชญ์กระโดดขี่หลังตะวันฉายถามเสียงสั่นว่าทำไมจู่ๆประตูถึงปิดเองได้ ก่อนซื้อถามเจ้าของบ้านรึเปล่าว่าบ้านหลังนี้มีประวัติอะไรไหม
“ไม่มีเว้ย ไอ้ตาขาว ไปได้แล้ว ฉันต้องรีบไปทำงาน” ตะวันฉายบอกให้พิชญ์ลงจากหลังแล้วเดินไป พิชญ์เดินเหลียวซ้ายแลขวาหวาดๆแล้วเดินตามตะวันฉายไป
ที่กระจกเงาในบ้าน กระทิงกับไอ้ริดยืนแสยะยิ้มมองตามสองหนุ่มไปอย่างสะใจ
เมื่อตะวันฉายขับรถกลับก็ถูกกระทิงกับไอ้ริดนั่งรถไปด้วย ทำให้รถหนักจนเร่งอย่างไรก็ไม่ขึ้น ซ้ำยังโผล่หน้าไปหลอกตะวันฉายจนตกใจหักพวงมาลัยออกข้างทาง หัวกระแทกพวงมาลัยแต่ดีที่แค่มึนๆ
ลงจากรถมาดูก็ตกใจที่รถเกือบชนเสาไฟฟ้า แต่พอจะกลับขึ้นรถก็ตกใจยิ่งกว่าเมื่อเห็นกระทิงกับไอ้ริดในชุดทหารโบราณยืนจ้องหน้าเหี้ยมอยู่ แต่ทั้งสองเข้าใกล้ตะวันฉายไม่ได้เพราะพอตะวันฉายยกมือขึ้นปัดป้อง ตัวเขาก็เปล่งประกายเรืองรองจนมันทั้งสองปวดแสบปวดร้อนผงะถอยแล้วหายวับไป
พอลดมือลง ตะวันฉายก็ไม่เห็นอะไรอยู่ตรงนั้นแล้ว งงไปพักหนึ่งเลยคิดว่าตัวเองตาฝาด
ooooooo
ส่วนที่กองถ่าย รัตติกาลมองปิ่นปักผมตัวเองในกระจกแล้วก็รู้สึกแปลกๆกับปิ่นอันนี้ กระทงกับอีสีดวงจับตามองอยู่ปรารภกันว่าตอนที่คุณหลวงทิ้งปิ่นลงน้ำคงมีใครพบแล้วนำออกจากป่าจันทรา แต่มันไม่ควรถูกพบอีกครั้ง กระทงเร่งอีสีดวงให้รีบจัดการกับรัตติกาลตามคำสั่งคุณหลวงดีกว่า
“เดี๋ยวเจ้าค่ะคุณกระทง ดูคุณรัตติกาลสิเจ้าคะ เอาแต่มองปิ่นอันนั้นตลอดเวลา ดิฉันว่าบางทีปิ่นนั่นอาจจะทำให้คุณรัตติกาลระลึกชาติได้”
แต่ไม่ทันไรแมรี่ก็เข้ามาถามรัตติกาลว่าเรียบร้อยหรือยัง
“พี่แมร์ ช่วยรตินึกหน่อยสิ ใส่ชุดนี้แล้วรติคุ้นๆยังไงไม่รู้ ทรงผมแบบนี้ แต่งหน้าแบบนี้ ชุดแบบนี้ รติต้องเคยแต่งตัวแบบนี้มาแล้วแน่ๆ”
“โธ่เอ๊ย...น้องรติขา ก็ปีที่แล้วงานโชว์ตัวสงกรานต์ถนนข้าวสารไงคะ” แมรี่พูดอย่างมั่นใจ รัตติกาลจำได้ แมรี่เลยเร่งให้รีบไปกัน
กระทงหันขวับมองอีสีดวงอย่างไม่พอใจที่ทำให้เสีย เวลาพลาดโอกาส อีสีดวงหน้าจ๋อยแก้ตัวว่า
“ก็...ดิฉันนึกว่าคุณรัตติกาลจะระลึกชาติได้เจ้าค่ะ”
ooooooo
กระทงกับอีสีดวงเปลี่ยนแผนใหม่ โดยอีสีดวงเข้าสิงเจิน และกระทงเข้าสิงพริ้ง เมื่อเริ่มถ่ายพริ้งที่ถูกกระทงเข้าสิงถามเจินที่ถูกอีสีดวงเข้าสิงว่าตอนนี้เล่นเรื่องอะไรอยู่ อีสีดวงเอาบทมาดูบอกว่าเล่นเรื่องสาปภูษา เป็นฉากเด็ดด้วยตนดูมาหลายรอบจำได้ขึ้นใจเลย
“ดี...ข้ารู้แล้วว่าจะจัดการด้วยวิธีไหน ฉากนี้แหละ ที่รัตติกาลจะต้องพบกับความตาย” พริ้งหันมองหน้าเจินยิ้มเหี้ยมให้กัน
ตะวันฉายเพิ่งมาถึง สวัสดิการบอกว่าเขาจะถ่ายกันแล้วและเมื่อครู่นี้รัตติกาลก็ถามหาเขาด้วย ตะวันฉายถามว่าถามหาทำไม สวัสดิการส่ายหน้าบอกว่าไม่รู้แล้วเดินออกไป ตะวันฉายนิ่งคิดสงสัย
การถ่ายทำเริ่มแล้ว พี่ปิ๊ดบอกรัตติกาลว่าขอฉากนี้เทกเดียวเลย มีพลังเท่าไรปล่อยมาให้หมด แล้วหันไปเรียกพริ้งแต่ไม่ทันพูดอะไร พริ้งก็ตอบมาพร้อมสายตาน่ากลัวว่า“ข้ารู้ ไม่ต้องสั่งข้า...” ทำเอาพี่ปิ๊ดสะดุ้งรีบบอกโอเค แล้วสั่งแอ็กชั่น
ปรากฏว่ากระทงที่สิงพริ้งอยู่ และอีสีดวงที่สิงเจินอยู่ ต่างเล่นนอกบทกันอย่างรุนแรง พริ้งพยายามจะฆ่ารัตติกาล
ให้ได้ จนทุกคนในกองถ่ายตกใจมองกันเหวอ แต่พี่ปิ๊ดกลับชอบใจสั่งให้เล่นต่อบอกว่ามันดี
กระทงในร่างพริ้งบีบคอรัตติกาลจนหน้าเขียว พี่ปิ๊ดก็ยังหัวเราะพอใจ จนกระทั่งตะวันฉายวิ่งเข้ามา รัตติกาลพยายามร้องขอความช่วยเหลือ ตะวันฉายวิ่งเข้าไปในฉากทันที
พริบตานั้นทั้งกระทงและอีสีดวงในร่างพริ้งกับเจินต่างร้องกันโหยหวนเพราะแสงที่เปล่งจากตะวันฉาย ทั้งกระทงและอีสีดวงออกจากร่างพริ้งกับเจินทันที สองสาวล้มพับสลบเหมือดกับที่
ตะวันฉายเข้าไปประคองรัตติกาลที่ตกใจกลัวจนตัวสั่นกอดเขาไว้แน่น ตะวันฉายเองก็กอดเธอไว้อย่างเป็นห่วง
ooooooo
คุณหญิงภัทรากับหาญกล้าพากันลุยไปที่บ้านของตะวันฉาย ร้องเรียกค้นหาทั่วบ้านก็ไม่เจอตัว แต่ไปทะเลาะล้มทับกันที่ห้องนอนของตะวันฉายปากต่อปากจุ๊บกันทำเอาถ่านไฟเก่าเกือบคุ พอรู้ตัวต่างก็ผละจากกัน หาญกล้าลูบรอยลิปสติกที่ปากตัวเองไปดมๆแล้วบ่นอุบอิบว่า
“ยัยขี้เหนียวเอ้ย ยี่สิบกว่าปีไม่เปลี่ยนลิปสติกเลย กลิ่นเดิมรสเดิมเป๊ะ”
ทั้งภัทราและหาญกล้าต่างโทษว่าลูกของอีกฝ่ายมาจับลูกของตน เป็นตายอย่างไรก็ไม่ยอมให้สองคนนี้คบกันเด็ดขาด ตามลุยไปถึงกองถ่ายหมายจะดึงลูกของตนออกจากลูกของอีกฝ่าย
ที่กองถ่ายกำลังวุ่นกันกับเหตุการณ์ที่ไม่มีใครรู้ว่าเกิดจากอะไร รัตติกาลถูกพริ้งบีบคอเกือบตายทั้งที่ในบทไม่มี แล้วจู่ๆพริ้งกับเจินก็ล้มหงายผลึ่งเมื่อตะวันฉายเข้ามาช่วยรัตติกาล
แต่พอรู้สึกตัวขึ้นมา พริ้งกับเจินก็เล่าขนหัวลุกว่าเมื่อกี้ตนเห็นผี แล้วทั้งสองก็ร้องไห้ฟูมฟายพร่ำร้องแต่ว่า“กลัวแล้ว...
กลัวแล้วอย่าเข้ามา”ปากร้องตะโกนตัวสั่นเทิ้ม ทั้งยังไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ด้วย
ครั้นพริ้งหันมาเห็นรัตติกาลก็ปรี่เข้ามาขอโทษ ยืนยันว่าตนไม่ได้ทำร้ายเธอแต่ผีมันสิงมันสั่งให้ทำ มันสั่งให้ฆ่าเธอ พูดแล้วพริ้งก็ตาเหลือกเมื่อเห็นกระทงกับอีสีดวงยืนจ้องอยู่ข้างหลังรัตติกาล ทั้งพริ้งและเจินร้องเหมือนคนบ้า ท่ามกลางความแปลกใจของทุกคนเพราะไม่มีใครเห็นอย่างสองคนนี้เห็น
กระทงกับอีสีดวงตวัดสายตามองรัตติกาลกับตะวันฉายอย่างดุร้ายอีกทีก่อนหายวับไป
ooooooo
กระทงกับอีสีดวงกลับถึงคฤหาสน์จันทรา เจอหลวงบวรสงครามกำลังเกรี้ยวกราดใส่บริวารอยู่โดยเฉพาะกระทิงกับไอ้ริดที่ไปทำงานไม่สำเร็จกลับมา
“กระผมกับไอ้ริดพยายามจะจัดการกับมันแล้วขอรับแต่ดวงมหาอุดของมันมีอานุภาพจริงๆ”กระทิงชี้แจงปากคอสั่น
หลวงบวรสงครามกระชากทั้งกระทิงและไอ้ริดไปบีบคออย่างโกรธจัดจนทั้งสองดิ้นพราดๆ
“คุณหลวง ปล่อยมันสองตัวเถอะเจ้าค่ะ ดิฉันมีของสำคัญนำกลับมาด้วย” กระทงรายงานแล้วเอาปิ่นปักผมของท่านหญิงมาลาชูให้ดู แทนที่จะดีใจ คุณหลวงกลับตกใจถามว่าไปเอามาจากไหน กระทงบอกว่าที่กองถ่ายของท่านหญิงมาลา คงมีคนเจอแล้วนำออกจากป่าจันทราตกทอดหลายมือจนมาอยู่ที่ร้านขายของโบราณ
“ท่านหญิงทำลายความรักที่ข้ามีต่อท่านหญิงด้วยปิ่น
อันนี้ เพราะฉะนั้นมันคือตัวแทนความจงเกลียดจงชังที่ท่านหญิงมีต่อข้า เอามันไปให้ไกลๆข้า”คุณหลวงหวาดกลัวลนลาน
สุดท้ายกระทงเสนอให้เอาไปเก็บในที่ปลอดภัยเพื่อไม่ให้นำภัยมาสู่คุณหลวงอีก
ooooooo
ที่กองถ่ายยังโกลาหลกันไม่หยุด รัตติกาลใจคอไม่ดียิ่งเมื่อคิดถึงพริ้งตอนที่ถูกกระทงสิงเงื้อปิ่นคำราม“ถึงเวลาตายของเธอแล้วรัตติกาล”ก็ทำเอาเธอขวัญผวา
พัดชาที่ไปทำข่าวและเจอศพของอิงค์ในโรงแรมที่ถูกฆาตกรรม โทร.มาบอกรัตติกาลว่าอิงค์ตายแล้ว ตายอย่างสยองมากตาถลนมือเกร็งหน้าซีด ไม่มีเลือดเลยสงสัยก่อนตายคงเจอเรื่องสยองสุดๆ
“พอได้แล้ว ไม่ต้องสาธยาย” รัตติกาลร้องห้ามอย่างทนฟังไม่ได้
“รติ...ที่หมอดูตาทิพย์ว่าแกกำลังโดนเจ้ากรรมนายเวรตามเอาชีวิตอยู่ ฉันว่าของอย่างนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่แล้วล่ะแก” พัดชาเตือนเพื่อนเสียงสั่นมาตามสาย
ฟังพัดชาแล้วรัตติกาลหน้าซีดเครียดจัดขนลุกซู่แต่ยังปฏิเสธเสียงสั่นว่าไม่จริง เป็นไปไม่ได้จนตะวันฉายต้องเข้าไปปลอบเธอจึงดีขึ้น บอกเขาว่าอิงค์ตายแล้ว ตายเพราะตน ใครอยู่ใกล้ตนต้องตายพูดแล้วร้องไห้ฮือๆ
ตะวันฉายสงสารดึงเธอเข้าไปกอดไว้แน่น ปลอบใจอย่างอ่อนโยน อบอุ่นว่า
“คุณไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น อยู่กับผมไว้ รับรองไม่มีใครทำอะไรคุณได้หรอก”
รัตติกาลสบตาเขานิ่ง รู้สึกอบอุ่นและปลอดภัยอย่างประหลาดเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขา
ooooooo
ภัทรากับหาญกล้ามาถึงกองถ่ายเจอแมรี่ถามว่ารัตติกาลอยู่ไหน แมรี่พาเดินไปหารัตติกาล ระหว่างทางทั้งคู่ก็ยังจิกกัดกันไม่ยอมหยุด จนเมื่อมาถึงลานจอดรถเห็นตะวันฉายเปิดประตูรถให้รัตติกาลขึ้นนั่งแล้วขับออกไปอย่างเร็ว หาญกล้าบอกภัทราให้โทร.เรียกตะวันฉายกลับมาไม่อย่างนั้นตนจะแจ้งตำรวจ
“เสียใจ...ฉันไม่มีเบอร์ลูกฉัน แล้วก็อย่าคิดว่าฉันจะยอมให้แกเอาตำรวจเข้ามายุ่งด้วย เพราะเห็นๆอยู่ว่าลูกสาวแกลันล้าดี๊ด๊าตามลูกชายฉันไปเอง เชอะ!”ภัทราสะบัดหน้าใส่หาญกล้าแล้วเดินเชิดไป หาญกล้าเถียงไม่ออกยืนมองตามไปอย่างเจ็บใจ
เมื่อภัทรากลับถึงบ้านเจอบอยฮ่ะ ภัทราบอกว่าเจ็บใจที่ตะวันฉายถูกรัตติกาลปั่นหัวเสียจนบ้านช่องไม่ยอมกลับ บอยฮ่ะอาสาจะสาดน้ำกรดรัตติกาลให้เอาไหมเพราะขืนปล่อยไว้หนูดีระแคะระคายเข้าคุณหญิงจะแย่
“ฉันไม่มีวันรับลูกสาวของไอ้เฒ่าปากเสียมาเป็นลูกสะใภ้ฉันแน่ แต่ฉันจะปล่อยให้ลูกชายฉันเริงร่าไปกับนังนั่นก่อน ยังไงฝ่ายฉันก็ผู้ชาย ไม่มีเสียหายอะไรอยู่แล้ว แต่ลูกสาวมันสิจะต้องเสียหายมากกว่า หึๆๆๆ” ภัทรายิ้มร้ายกาจ จนบอยฮ่ะยอมรับว่าคุณหญิงนี่ร้ายตัวแม่จริงๆ
ooooooo
ตะวันฉายพารัตติกาลมาหาพิชญ์ขอให้เณรเปี๊ยกให้ช่วยรัตติกาลหน่อยเพราะเธอไม่ค่อยสบายใจ พิชญ์จึงพาตะวันฉายเข้าไปในโบสถ์หาเณรเปี๊ยกที่กำลังสวดมนต์อยู่ ส่วนรัตติกาลรออยู่ข้างนอกกับพัดชาที่มาอยู่เป็นเพื่อน
ระหว่างนั้น รัตติกาลเล่าถึงความน่ากลัวในสิ่งที่ตนเห็นให้พัดชาฟัง พัดชาถามว่าแล้วตะวันฉายจะช่วยเธอได้จริงหรือ รัตติกาลบอกความรู้สึกว่า ทุกครั้งที่อยู่ใกล้เขาตนรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย
พอดีตะวันฉายกับพิชญ์ออกมาพาสองสาวเข้าไปในโบสถ์ เห็นเณรเปี๊ยกกำลังจุดธูปบูชาพระพนมมือสวดมนต์ดูขรึม ขลัง พัดชาถามพิชญ์ว่าเณรตัวกะเปี๊ยกนี่จะช่วยได้จริงหรือ พิชญ์รับรองว่าเณรเป็นศิษย์ก้นกุฏิเบอร์หนึ่งของหลวงตา เรียนวิชาจากหลวงตามาหลายปี
ตะวันฉายตัดบทว่าให้เณรบอกเรื่องที่ไปปรึกษาหลวงตามาดีกว่า เณรเลยเล่าเป็นฉากๆว่า
“ก็อย่างที่โยมพี่คนสวยกลัวและกังวลนั่นแหละจ้ะ เณรเอาดวงชะตาของโยมพี่ให้หลวงตาดู หลวงตาบอกว่าโยมพี่คนสวยจะต้องแต่งงานกับโยมพี่ตะวันฉาย เคราะห์หามยามร้ายก็จะพอบรรเทาจากเจ้ากรรมนายเวรได้จ้ะ”
รัตติกาลขัดขึ้นทันทีว่าเณรอย่าล้อเล่น เณรยืนยันว่าที่พูดนี่พูดตามหลวงตาทุกคำเลยนะ รัตติกาลไม่เชื่อจะไปถามหลวงตาเอง ตะวันฉายถามว่าเป็นผู้หญิงจะไปหาหลวงตาถึงเตียงได้ยังไง ยืนยันว่า
“หลวงตาพูดมาแบบนั้นจริงๆ หมอดูตาทิพย์ก็ยืนยัน แล้วที่คุณตามผมมาก็เพราะคุณเองก็เจอมากับตัวไม่ใช่หรือ”
รัตติกาลเถียงไม่ออกถามว่าไม่มีทางอื่นเลยหรือ จะให้สร้างโบสถ์ สร้างห้องนํ้า สร้างศาลาถวาย ตนยอมทำให้หมด แต่ถ้าให้แต่งงานกับตะวันฉายนี่...ขอผ่าน
“สร้างบุญสร้างกุศลเป็นเรื่องดีจ้ะ ถวายจักรยานให้เณรด้วยกุศลยิ่งแรง แต่กรรมที่โยมพี่กำลังเจอเป็นกรรมเก่าที่ต้องชดใช้ ยังไงโยมก็หนีไม่พ้นจ้ะ”
เมื่อออกจากโบสถ์ตะวันฉายบอกพิชญ์ว่าตนไม่อยากลงเอยกับผู้หญิงที่อยู่ใกล้แล้วมีแต่เรื่องสยองแบบนี้ แต่พิชญ์ ยํ้าว่าชั่วโมงนี้มีแต่รัตติกาลเท่านั้นที่เป็นทางออกทางเดียวของเรา
รัตติกาลบอกพัดชาว่าตนไม่เอาด้วยหรอก พัดชาก็บ่นว่าแบบนี้มัดมือชกกันชัดๆ ดังนั้น เมื่อตะวันฉายเดินเข้ามาถามว่าตกลงจะเอายังไง พัดชาตอบไปทันทีว่า
“ฉันกับเพื่อนตกลงกันแล้วว่าจะหาทางจัดการปัญหานี้เอง”
ooooooo
เณรเปี๊ยกเจอดีจนได้ เมื่อออกไปเห็นกระทงยืนอยู่ข้างรถของรัตติกาล ขณะสองสาวเดินไปที่รถ กระทงขู่เณรว่าเป็นเด็กเป็นเล็กอย่ายุ่งเรื่องชาวบ้าน เณรกลืนนํ้าลายเอื๊อกรีบบอกว่าไม่ยุ่งแล้วพลางก็
หันหลังวิ่งจีวรปลิวกลับมาหาพิชญ์กับตะวันฉายที่ยังคุยกันอยู่ บอกว่าตนถูกผีหลอก ตอนนี้ผีตามรัตติกาลไปแล้ว
ตะวันฉายเป็นห่วงรัตติกาลขึ้นมา รีบไปโรงแรมที่รัตติกาลเป็นพิธีกรงานปาร์ตี้ทันที
หาญกล้ากำลังหว่านล้อมลูกสาวไม่ให้ยุ่งกับตะวัน–
ฉาย เธอจึงเล่าให้ฟังว่า อิงค์ตายไปแล้วและหมอดูก็ทำนายว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับตนไม่มีใครรอดสักราย แต่หาญกล้าไม่เชื่อ
“รติก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันค่ะพ่อ แต่รติเห็นจริงๆ
ผู้หญิงคนนั้นต้องการให้รติตาย”
แมรี่ติงว่าไปกันใหญ่แล้วโทษว่าพริ้งร่วมมือกับตะวันฉายแต่งเรื่องหลอกให้เธอหลงเชื่อมากกว่า หาญกล้าผสมโรงด่าตะวันฉายว่าเจ้าเล่ห์นิสัยถอดแบบแม่มาไม่มีผิด ยืนยันว่าโลกนี้ไม่มีผี แมรี่ดูนาฬิกาแล้วเร่งให้รัตติกาลรีบแต่งตัวเพราะจวนได้เวลาเปิดงานแล้ว รัตติกาลจึงขอให้พ่อกับแมรี่ลงไปก่อนตนขอตัวทำงาน
หาญกล้าออกจากห้องพักเดินไปที่หน้าลิฟต์เจอตะวันฉายออกจากลิฟต์พอดี ปรี่จะเข้าเล่นงานเดินดุ่ยๆเข้าหาไม่ฟังตะวันฉายที่พยายามจะชี้แจง ทางเดียวที่จะรอดตัวคือหนี ตะวันฉายวิ่งอ้าวไป หาญกล้าวิ่งตุ้บๆตั้บๆตามไป แต่ไม่ทัน ตะวันฉายหายไปแล้ว
อึดใจเดียวก็มีพนักงานของโรงแรมเข็นรถผ่านมา หาญกล้าเรียกไว้ถามว่าเห็นผู้ชายสูงๆวิ่งผ่านทางนี้บ้างรึเปล่า ชายคนนั้นตอบว่าไม่เห็น หาญกล้าไม่ติดใจ ขอบใจแล้วไล่ให้ไปได้แล้ว
ที่แท้เขาคือตะวันฉาย พอพ้นจากหาญกล้ามาก็แอบถอนใจโล่งอกที่มุมตึก อึดใจก็รีบวิ่งไปที่ห้องรัตติกาล
ooooooo
แมรี่เดินร้องเพลงหงิงๆ ออกจากห้องรัตติกาล จนเกือบถึงลิฟต์ก็เจอกระทงในชุดโบราณยืนหน้าซีดจนเขียวอยู่ แมรี่ถูกกระทงแยกเขี้ยวใส่ตกใจจนหมดสติอยู่หน้าลิฟต์ ครู่หนึ่งก้องที่เป็นออร์กะไนซ์จะมาตามรัตติกาล เจอแมรี่นอนหมดสติอยู่หน้าลิฟต์ก็ตกใจ พริบตาเดียวก้องก็ถูกกระทงแยกเขี้ยวใส่จนสลบไปอีกคน กระทงมองเหยื่อทั้งสองที่นอนก่ายกันที่พื้นอย่างสะใจ
ส่วนรัตติกาลอยู่ในห้องกำลังแต่งหน้าอยู่ พอลุกจะเดินออกจากห้องก็ตกใจผงะเมื่อเห็นหลวงบวรฯในชุดทหารโบราณยืนจ้องอยู่ พอถามว่าเป็นใคร เข้ามาในห้องนี้ได้ยังไง ก็ได้รับคำตอบที่ชวนขนหัวลุกว่า
“ท่านหญิง กระผมจะมารับตัวท่านหญิง”
รัตติกาลตกใจสุดขีดไล่ให้ออกจากห้องกลับถูกเดินเข้าหา เธอถอยไปจนหยุดที่กระจกบานใหญ่ พอเหลือบมองจึงเห็นว่าไม่มีเงาของหลวงบวรฯในกระจกเงา เธอยิ่งตกใจร้องขอความช่วยเหลือ หูแว่วเสียงหลวงบวรฯบอกก่อนเธอจะหมดสติไปว่า
“ได้เวลาที่ท่านหญิงจะต้องกลับไปเรือนหอของเราแล้วขอรับ”
หลวงบวรฯประคองเธอไปวางไว้บนเตียง เอ่ยขออภัยที่ทำให้ตกใจ พร่ำบอกว่า
“แต่กระผมจำเป็นต้องทำ เพราะท่านหญิงคือรักเดียวที่กระผมเฝ้ารอมานานแสนนาน และนี่ถึงเวลาแล้วที่กระผมจะได้ยุติความทรมานเสียที” พูดพลางยื่นข้อมือที่มีเลือดของตัวเองไปจ่อที่ปากรัตติกาลให้เธอดื่ม เฝ้ามองรัตติกาลอย่างแสนเสียดาย
เวลาเดียวกันตะวันฉายวิ่งมาถึงหน้าลิฟต์เจอแมรี่หมดสตินอนก่ายอยู่กับก้องก็ตกใจแต่เป็นห่วงรัตติกาลจึงรีบวิ่งขึ้นไปที่ห้อง เจอเธอนอนหมดสติอยู่บนเตียง พอได้สติเห็นตะวันฉายเธอโผเข้ากอดอ้อนวอน
“ตะวันฉาย...ช่วยฉันด้วย...ฮือๆ” ตะวันฉายกอดเธอไว้บอกว่าไม่ต้องกลัวตนมาช่วยแล้ว “อยู่กับฉันนะ อย่าให้ฉันอยู่คนเดียว” รัตติกาลกอดเขาไว้แน่น
ตะวันฉายกอดเธอไว้แน่นบอกว่า “ผมสัญญา” ต่างมองหน้ากันในอ้อมกอดของกันและกันแล้วตะวันฉายก็ประคองเธอออกจากห้อง พาไปอยู่ที่บ้านของเขา
แม้รัตติกาลจะตะขิดตะขวงใจแต่ความสุภาพของตะวันฉายทำให้เธอคลายกังวล เขาบอกให้เธอไปอาบน้ำก่อน ระหว่างนั้นภัทรากับบอยฮ่ะมาซุ่มดู เห็นรัตติกาลในชุดเตรียมไปอาบน้ำก็เชื่อว่า สองคนต้องมีอะไรกันแน่ๆ ภัทราคำรามอย่างเจ็บใจว่า
“นังรัตติกาล ฝันไปเถอะว่าแกจะอ่อยลูกชายฉันได้ แม้แต่ขาอ่อนลูกชายฉันแกก็ไม่ได้เห็น” แล้วสั่งบอยฮ่ะให้ไปบอกสมชายกับนังคิตตี้ให้เตรียมแผนปฏิบัติการจัดฉากให้พร้อม พอบอยฮ่ะผละไป ภัทราพึมพำอย่างสะใจว่า “ไอ้แก่...คราวนี้
ลูกสาวแกเสร็จฉันแน่!”
ooooooo
ตะวันฉายรอจะอาบน้ำต่อจากรัตติกาล แต่เธอก็ไม่ออกมาสักทีครั้นไปตะโกนถามที่หน้าห้องน้ำก็ไม่มีเสียงตอบ เพราะรัตติกาลเปิดฝักบัวเสียงดังนอนแช่ ในอ่างหลับตาอย่างผ่อนคลาย
บอยฮ่ะไปตามสมชายกับคิตตี้มา บอยฮ่ะสั่งการวางแผนให้ทั้งสองทำงานตามคำสั่งของภัทราให้คิตตี้คอยดูต้นทาง สมชายเอายานอนหลับให้บอยฮ่ะ พอรับยาบอยฮ่ะก็เทใส่เหยือกน้ำคนๆๆให้ละลาย คิตตี้วิ่งมาบอกว่าตะวันฉายลงมาแล้ว ทั้งสามรีบวิ่งหาที่ซ่อนตัว
“ป่านนี้ยังไม่เสร็จอีก หลับคาห้องน้ำเหรอไงเนี่ย” ตะวันฉายบ่นพลางเทน้ำจากเหยือกใส่แก้วดื่มรวดเดียวหมด จากนั้นเดินกลับขึ้นไป บอยฮ่ะโผล่มายิ้มอย่างสมใจที่แผนสำเร็จง้าย...ง่าย
ตะวันฉายขึ้นไปเร่งรัตติกาลอีก เห็นเงียบผิดปกติเลยผลักประตูเข้าไป พอดีรัตติกาลกำลังจะถอดชุดคลุมออก เธอร้องกรี๊ดๆๆแล้วพุ่งเข้าเอาสารพัดอย่างที่ใกล้มือขว้างปาใส่ ตะวันฉายวิ่งหนี เธอก็ไล่ตีจนถึงห้องนอน
รัตติกาลจับตะวันฉายขึงพืดบนเตียงดึงจมูกฉีกปากเขาวุ่นไปหมดจนตะวันฉายร้องลั่น เสียงคำรามและเสียงร้องอย่างเจ็บปวดของทั้งสองดังไปถึงหูภัทรา สมชาย คิตตี้ และบอยฮ่ะ ทุกคนทำหน้าสยอง ภัทราตาลุกหาว่ารัตติกาลกำลังปล้ำลูกชายตน
ครู่หนึ่งเสียงก็เงียบไป สมชายทำหน้าเคลิ้มบอกว่ารัตติกาลคงจะหมดแรงไปแล้ว
แต่หารู้ไม่ว่าทั้งคู่ยังโรมรันพันตูกันอยู่ ครู่หนึ่งตะวัน–ฉายก็หลับผล็อยไปไม่ไหวติง รัตติกาลขู่ว่า ถ้าตนนับหนึ่งถึงสามไม่ลุกขึ้นมาจะตีซ้ำให้ตายเลย
หารู้ไม่ว่า ข้างหลังรัตติกาลนั้นบอยฮ่ะแอบย่องเข้ามาในมือถือผ้าชุบยานอนหลับ พอเธอนับได้แค่สอง ก็โดนโปะยาสลบร่วงผล็อยไปอีกคน
จากนั้น การจัดฉากดำเนินไปอย่างรวดเร็ว จับตะวัน–ฉายนอนอยู่กับรัตติกาลบนเตียงมีผ้าคลุมเผยให้เห็นไหล่เปลือยทั้งคู่ ภัทราจัดท่าให้สองคนนอนกอดกันแล้วถ่ายรูปเก็บไว้อย่างสะใจ
ooooooo
รุ่งขึ้น ภัทราพาพวกของตนไปที่บ้านตะวันฉาย พอเจอหาญกล้ากับแมรี่ ก็ปรี่เข้าไปเอารูปยื่นพรวดไปตรงหน้าให้ดู หาญกล้าเถียงทันทีว่าไม่จริงต้องเป็นรูปตัดต่อแน่ๆ ทั้งยังตะคอกภัทรา อย่ามาว่าลูกสาวตนเสียๆหายๆ ลูกสาวตนไม่มีวันทำเรื่องเสียหายแบบนี้แน่นอน
“โฮะๆๆสงสัยแกจะไม่รู้จักลูกสาวของตัวเองเสียแล้วไอ้เฒ่า เขาเรียกว่ากรรมตามทัน ตอนหนุ่มๆแกอยากทำร้ายจิตใจผู้หญิงดีนัก ตอนนี้แกเลยต้องมาอกแตกเพราะลูกสาวบ้าง” ภัทราเยาะเย้ยแต่หาญกล้าก็ยังไม่เชื่ออยู่ดี ภัทราเลยท้า “ถ้าเห็นจากรูปแล้วยังไม่เชื่อ ก็คงต้องให้ไปดูของจริง”
รัตติกาลกับตะวันฉายยังนอนก่ายกอดกันอยู่บนเตียง ทั้งสองต่างฝัน รัตติกาลฝันเรื่องเครื่องบินตก ร้องขอความช่วยเหลือ จนตัวเองสะดุ้งตื่น ส่วนตะวันฉายละเมอจะจับ รัตติกาลไปแก้เผ็ดที่แกล้งตน รัตติกาลตกใจ คว้าหมอนฟาดใส่ไม่ยั้ง จนตะวันฉายตื่น ยกมือปัดป้องร้องว่า นี่มันเรื่องอะไรกัน
แต่พอก้มดูตัวเองที่ใต้ผ้าห่มเห็นล่อนจ้อนก็ยิ่งตกใจ แต่กลับหาว่ารัตติกาลปล้ำตน
“ไอ้...ไอ้เลว” รัตติกาลด่าลุกพรวดขึ้นจะทำร้ายตะวันฉาย แต่ตัวเองกลับสะดุดผ้าห่มล้มทับเขาเต็มตัว ต่างมองกันตะลึงอึ้ง
วินาทีนั้นเอง หาญกล้า ภัทรา และพวกก็โผล่พรวดเข้ามาเห็นเต็มตา พอรัตติกาลเห็นพ่อก็โผเข้ากอดพ่อขอความช่วยเหลือ แต่พอหาญกล้าจะเล่นงานตะวันฉาย ภัทราก็สะอึกออกมาขวาง
“ถ้าแกแตะต้องลูกชายฉันแม้แต่ปลายเล็บละก้อ...แกกับฉันได้เห็นดีกันแน่ไอ้เฒ่า”
หาญกล้ายังฮึ่มๆจะเอาเรื่อง ตะวันฉายชี้แจงว่าทุกคนเข้าใจผิด ภัทรากลัวเสียแผนรีบตวาดลูกชายให้หุบปากเสียแล้วหันไปรุกฆาตหาญกล้า
“ถ้าแกกล้าทำให้ลูกฉันเจ็บ แกจะต้องเจ็บปวดกว่าเป็นร้อยเท่า รูปที่ฉันมีจะถูกส่งไปให้นักข่าว แล้วคนที่เสียหายที่สุดคือลูกสาวแก ไม่ใช่ลูกชายฉัน”
หาญกล้าเห็นทางหายนะอยู่ตรงหน้าก็นิ่งงัน จ้องภัทราราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ จนรัตติกาลบอกพ่อว่าอยากกลับบ้าน หาญกล้ายังชี้หน้าภัทราพูดอาฆาตว่า จะไม่ยอมให้เรื่องนี้จบลงง่ายๆแน่ แล้วโอบรัตติกาลพาออกไป กระนั้นรัตติกาลก็ยังหันมองตะวันฉายด้วยแววตาเศร้าจนเขาสงสาร
“ไปใส่เสื้อผ้า” ภัทราดึงหูตะวันฉายลากขึ้นมา “แกกับแม่มีเรื่องต้องเคลียร์!”
ooooooo
พอกลับถึงบ้าน ตะวันฉายตัดพ้อแม่ว่า นึกไม่ถึงว่าแม่จะทำเรื่องขนาดนี้ได้ เพราะรัตติกาลเป็นผู้หญิงไม่สงสารเธอบ้างหรือ ภัทราสวนไปทันทีอย่างเสียใจ เจ็บใจว่า
“ไม่!! ฉันสงสารตัวเองมากกว่า ลูกชายคนเดียวที่ฉันทะนุถนอมเลี้ยงมา ต้องมากลายเป็นลูกอกตัญญูเพราะผู้หญิงคนเดียว”
ตะวันฉายเถียงว่าตนไม่เคยคิดอกตัญญูกับแม่ โดนเอ็ดกลับมาว่าแล้วโกหกแม่หนีกลับมาทำไม
ตะวันฉายชี้แจงว่า ตนไม่อยากถูกแม่บังคับให้แต่งงานกับหนูดีและไม่อยากทำงานที่ตนไม่ชอบ
“ที่แม่ต้องบังคับเพราะแม่รักแก...” ภัทราเริ่มร้องไห้สะอื้น “แต่แกกลับมองไม่เห็น หันไปสนุกสนานร่าเริงทำร้ายเหยียบย่ำหัวใจแม่ด้วยการไปคบลูกสาวไอ้คนที่มันชั่วมันเลว นี่แหละแกกำลังอกตัญญู”
พูดแล้วก็ร้องไห้โฮๆ ตะวันฉายมองแม่อย่างหนักใจ พยายามเรียกเพื่อจะชี้แจง
“ไม่ต้องมายุ่งกับแม่...ใช่สิ แกก็ฟังแต่พ่อแกคนเดียว หาว่าแม่เป็นพวกชอบเผด็จการ บังคับพ่อแกจนชิงตายไปก่อน ฉันมันนังมารร้าย ไม่อยากรักฉันก็ไม่ต้องมารักฉันอีก”
ภัทราร้องไห้สะอึกสะอื้นเหมือนเด็กถูกขัดใจแล้ววิ่งออกไป ตะวันฉายได้แต่มองอย่างหนักใจ
ooooooo










