สมาชิก

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ตอนที่ 9

รจนาไฉนสะเทือนใจที่โดนขับไล่ไสส่งกลับมาเก็บของเตรียมกลับ กรุงเทพฯ หญิงสาวลากกระเป๋า ผ่านห้องพระ ตั้งใจจะลาเปรมแต่เปลี่ยนใจก้มกราบขอขมาหน้าห้องแทนเพราะรู้สึกผิดที่รักษา สัญญาไม่ได้ เปรมรับรู้ถึงการจากไปของลูกสะใภ้ ข่มใจกลั้นน้ำตาไว้แทบไม่อยู่

ปยงค์กับจันทร์เจ้าช่วยเจ้านายสาวยกกระเป๋า พยายามกล่อมให้อยู่ต่อแต่ไม่ได้ผล รจนาไฉนยืนกรานขอจากไปตามความประสงค์ของปัทม์

“คุณรจนาไฉนน่าจะเปลี่ยนชุด เสื้อผ้าคุณเลอะชาหมดแล้ว” จันทร์เจ้าทัก

“ช่างมันเถอะ มันจะได้ช่วยเตือนให้ฉันระลึกเสมอว่าเขาไม่เคยต้องการฉัน”

รจนา ไฉนมองบ้านปัทมกุลเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินไปขึ้นรถ เปรมมองตามจากระเบียงพร้อมเอ่ยคำลาแผ่วเบา...เสียใจที่รั้งลูกสะใภ้คนสำคัญ ไว้ไม่ได้

ฟากปัทม์ช้ำใจไม่ต่างกัน เจ็บปวดไม่น้อยที่ต้องปล่อยรจนาไฉนไป พ่อเลี้ยงหนุ่มตัดสินใจเรียกพูนทวีมาสั่งความ ยื่นกระดาษที่มีข้อความยินยอมหย่า

“มอบเอกสารนี้ให้รจนาไฉนที่ สนามบิน มันคือเอกสารยืนยันว่าฉันพร้อมหย่าให้ทันทีเมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ...ฉันจะโอน เงินให้ตามสัญญา เขาจะได้เงินมากเท่าที่ต้องการ”

พูนทวีคิดหนัก ดูออกว่าเพื่อนรู้สึกยังไงกับรจนาไฉนแต่ไม่อยากขัดใจ รีบไปดักรอเธอที่ปากทางเข้าไร่ ยื่นเอกสารและบอกว่าอยากให้เธอเห็นก่อนจะจากไป รจนาไฉนอ่านจนจบ ไม่ยอมพูดอะไรแต่ขอร้องให้พูนทวีไปส่งที่โรงพักแทนสนามบิน

ปัทม์ไม่คิดว่าจะได้เจอรจนาไฉนอีก หญิงสาวเดินมาหาช้าๆพร้อมหยิบเอกสารมาฉีกทิ้งต่อหน้าต่อตา

“ทำแบบนี้ทำไม หรือกลัวไม่ได้เงินตามสัญญา ถ้าไม่เชื่อใจ...ฉันจะบอกให้คุณแม่โอนให้วันนี้เลย”

“เมื่อไหร่คุณจะเลิกดูถูกฉันสักที คุณมีความสุขมากนักหรือที่ได้ทำร้ายน้ำใจคนอื่น คุณยอมหย่าเพื่ออะไร”

รจนาไฉนถามเสียงขุ่น แม้รู้ดีว่าเขาทำเพื่อเธอแต่ก็อดน้อยใจไม่ได้

“อย่าคิดนะว่าฉันกลับมาเพราะความรัก ถ้าฉันยอมหย่าก็เท่ากับว่าเห็นแก่เงินเอาตัวรอดคนเดียว”

ปัทม์พูดไม่ออก รจนาไฉนกล้ำกลืนความเสียใจ ประกาศกร้าว

“ฉัน จะอยู่ที่ไร่ปัทมกุลและจะทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยคุณออกมา เพื่อพิสูจน์ว่าเงินไม่ได้มีค่ามากกว่าความเป็นคน วันที่คุณได้รับอิสรภาพฉันจะเป็นฝ่ายไปเอง”

รจนาไฉนสะบัดหน้าออกไปแล้ว ปัทม์ทึ่งแล้วอดยิ้มน้อยๆไม่ได้ ดีใจที่เธอยังไม่ทิ้งไป

พูนทวียืนกระวนกระวายหน้าโรงพัก ต่างจากรจนาไฉนที่เดินมาขึ้นรถหน้านิ่งและบอกให้เขาขับไปส่งที่ไร่

“ฉันจะไม่ยอมแพ้ ฉันจะพิสูจน์ให้ผู้ชายคนนั้นเห็นว่าผู้หญิงอย่างฉันมีค่ามากกว่าที่เขาคิด”

พูนทวีประทับใจในความเด็ดเดี่ยวแต่ก็แปลกใจไม่น้อย ไม่คิดว่าเธอจะทุ่มเทเพื่อปัทม์ขนาดนี้ เดาว่าสองสามีภรรยาคงแคร์กันมากแต่ไม่ยอมรับความจริง

“กลับไร่กันดีกว่า คุณยังใส่เสื้อเปื้อนชาอยู่เลย ไปเปลี่ยนได้แล้ว สีน่าเกลียดเชียว”

รจนาไฉนก้มลงมองเสื้อตัวเองแต่ไม่พูดอะไร ก้าวตามพูนทวีขึ้นรถกลับไร่

ooooooo

ปวุฒิออกเวรด้วยความเหนื่อยล้า หนักใจเรื่องคดีมากเพราะไม่เชื่อว่าปัทม์จะเป็นตัวการค้ายาบ้า เขาเดินลงจากโรงพักสวนกับตำรวจเวรนายหนึ่งที่ลอบมองตามเขาด้วยสายตามีเลศนัย

ปวุฒิไปขึ้นรถ กำธรคนสนิทของวราห์เข้ามาทักและขอให้ไปด้วยกัน อ้างว่าปลัดหนุ่มส่งมารับไปทานข้าวด้วย สารวัตรหนุ่มสังหรณ์จะเกิดเรื่องบางอย่าง ตัดสินใจตอบตกลงเพราะความอยากรู้ ท่าทางวราห์ยิ้มแย้มผิดสังเกตจนเขาชักอึดอัด

“มีอะไรก็พูดมาดีกว่า พรุ่งนี้ผมต้องเข้าเวรแต่เช้า”

“คุณกำลังทำเรื่องส่งตัวพ่อเลี้ยงปัทม์ไปฝากขังที่ศาล”

“รู้ความเคลื่อนไหวของตำรวจดีกว่าคนในโรงพักซะอีกนะ”

วราห์ไม่อ้อมค้อม ยื่นซองจดหมายให้ปวุฒิ “ผมอยากให้คุณชะลอการส่งคดี มีจดหมายแจ้งให้คุณดึงเรื่องนี้ไว้สักอาทิตย์สองอาทิตย์”

ปวุฒิรู้ทันทีว่าทุกอย่างเป็นฝีมือพ่อเลี้ยงเจง ความโกรธพุ่งปรี๊ดเมื่อโดนดูถูก พลันนึกได้ว่าอาจเกิดเรื่องที่โรงพัก ผลุนผลันออกไปด้วยท่าทางร้อนรน

เวลาเดียวกันที่โรงพัก...ปัทม์ถูกนำตัวออกจากห้องขังไปพบพ่อเลี้ยงเจงในห้องสอบสวน

“ผมรู้สึกผิดที่มาเยี่ยมช้าไปหน่อยเลยจัดอาหารพิเศษมาดูแล...เชิญนั่ง”

ปัทม์มั่นใจว่าคงไม่ได้มาดีแต่ไม่อยากผลีผลาม ทรุดตัวลงนั่งช้าๆ พ่อเลี้ยงเจงเปิดฉากโดยไม่รั้งรอ

“ผมเชื่ออย่างหนึ่ง คนเรา...ความโง่มักมาก่อนฉลาดเสมอ แต่คนฉลาดจะปรับตัวและเรียนรู้ว่าควรทำตัวยังไง”

“มีอะไรก็พูดกันตรงๆดีกว่า”

“จำที่เราเคยคุยกันได้ไหม ประสบการณ์และบทเรียนชีวิตช่วงนี้มันน่าจะทำให้คนฉลาดๆอย่างพ่อเลี้ยงปัทม์ รู้ตัวว่าควรให้ความร่วมมือกับใครและด้วยวิธีไหน”

ปัทม์ไม่ตอบ ก้มหน้าก้มตาทานอาหารจนพ่อเลี้ยงเจงตายใจ มั่นใจว่าได้เขามาเป็นพวกแล้วจึงเปรยยิ้มๆ

“คนหนุ่มสาวมักทำอะไรหุนหันพลันแล่น ผมเคยผ่านจุดนั้นมาก่อน ประสบการณ์สอนให้ผมรู้วิธีเดินเกมชีวิต”

“พ่อเลี้ยงพูดถูก ประสบการณ์ทำให้ผมเรียนรู้ว่าจะใช้ชีวิตยังไง เชิญดื่มน้ำครับ...ดื่มให้ความล้มเหลวของพ่อเลี้ยงเจง”

พ่อเลี้ยงเจงอึ้ง มองมาด้วยความไม่พอใจแต่ปัทม์ไม่สนใจ รินน้ำเพิ่มให้อย่างกวนๆ

“ผมไม่รู้ว่าจะมีโอกาสไปร่วมรดน้ำศพพ่อเลี้ยงหรือเปล่า ผมขอถือโอกาสนี้เลยละกัน”

พ่อเลี้ยงเจงพยายามข่มอาการอย่างหนัก ไม่อยากโวยวายแหวกหญ้าให้งูตื่น ปัทม์ได้โอกาสถากถางต่อ

“คนเรามักเสียเวลาพูดพร่ำพรรณนาต่อหน้าศพที่ไม่สามารถรับฟังได้ เสียเวลาเปล่า! ไหนๆวันนี้ผมเจอตัวแล้ว ขอพูดตอนนี้เลยแล้วกัน คนชั่วเอาอะไรติดตัวไปไม่ได้นอกจากคำสาปแช่ง”

“อย่ามาอวดดีกับฉัน”

“ทุกชีวิตต้องเวียนว่ายตายเกิด...จะเกิดเป็นคนได้ต้องมีจิตใจดี พ่อเลี้ยงมั่นใจแค่ไหนว่าจะได้เกิดเป็นคนอีกครั้ง”

พ่อเลี้ยงเจงเดือดจัด ปาแก้วน้ำใส่ปัทม์เต็มแรงแต่ไม่โดน ปวุฒิกลับมาถึงพอดี ตะโกนถามว่าเกิดอะไรขึ้น ปัทม์ยิ้มเยาะสวนกลับเครียดๆ

“ผมต่างหากที่ต้องถาม ผมเคยรู้ว่านายทุนซื้อโรงเรียนและโรงพยาบาลได้ แต่เพิ่งรู้วันนี้ว่าซื้อโรงพักก็ได้ด้วย”

ปวุฒิพูดไม่ออก นายตำรวจเวรที่สมรู้ร่วมคิดวิ่งหน้าตื่นเข้ามา ตกใจหน้าซีดเมื่อเห็นสารวัตรหนุ่ม

“เอายังไงดีครับสารวัตร จะให้ผู้ทำผิดกฎหมายยืนตรงนี้ต่อ...หรือว่าจะให้ผู้บริสุทธิ์เดินกลับห้องขัง”

ปัทม์ จ้องหน้าท้าทาย ปวุฒิจำต้องสั่งควบคุมตัวปัทม์กลับห้องขัง พ่อเลี้ยงเจงสะใจ รอจนปัทม์ลับตาจึงทักทายหน้าระรื่นเพราะคิดว่าวราห์คงเจรจาสำเร็จ แต่กลายเป็นว่าปวุฒิหยิบเช็คเงินสดมาจุดไฟเผาต่อหน้าต่อตา

“ผมเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีหน้าที่รับใช้กฎหมายและคงไว้ซึ่งความยุติธรรม”

“แล้วคุณจะรู้ว่าคนตัวเล็กใจใหญ่อยู่ไม่ได้หรอก มันต้องตัวใหญ่ใจใหญ่”

พ่อเลี้ยงเจงจากไปอย่างหัวเสีย ปวุฒิถอนใจ เชื่อสนิทว่าปัทม์ไม่ใช่ตัวการแต่เป็นพ่อเลี้ยงเจงต่างหาก!

ooooooo

รจนา ไฉนตื่นแต่เช้าไปเดินเล่น เห็นบรรดาคนงานนั่งซึมมองไร่ชา บ่นกันไปมาด้วยความเสียดายชาที่กำลังผลิยอด ปล่อยไปถึงวันพรุ่งนี้ก็เก็บไม่ได้แล้ว...

รจนาไฉนหยิบก๋วยมาแบกและเดิน นำทุกคนเข้า ไปในไร่ จันทร์เจ้ากับชิรีบห้าม ไม่อยากให้เจ้านายสาว ต้องมาลำบากแถมเก็บเท่าไหร่ก็ไม่หมดเพราะมีเป็นร้อยไร่ รจนาไฉนยิ้มน้อยๆพลางตอบเสียงนุ่ม

“เราก็ทำเท่าที่ได้สิ ทำขายหน้าไร่ก็ได้ ชิลืมไปแล้วหรือว่ากว่าจะมีวันนี้...นายของชิก็เริ่มจากศูนย์”

“แต่เราเคยส่งชาขายเมืองนอก กลับต้องมานั่งขายชานอกเมือง มันน่าอายนะเจ้า” จันทร์เจ้าแย้ง

“ความอายไม่เคยสร้างความเจริญให้ใครนอกจากความจน จันทร์กับชิจะเลือกเป็นอย่างไหนล่ะ”

รจนา ไฉนเดินหน้าเก็บใบชาอย่างไม่รู้จัก เหน็ดเหนื่อย จันทร์เจ้ากับชิคว้าก๋วยคนละใบวิ่งตามติด...ผ่านไปเกือบครึ่งวัน รจนาไฉนยังไม่ยอมหยุด ต่างจากชิและจันทร์เจ้าที่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นเพราะความเมื่อยล้าทั้งกายใจ

“น่าเสียดายจริง ใบชาชั้นดีที่มีแต่ในไร่ปัทมกุลกำลังแห้งเหี่ยวเพราะคุณปัทม์ถูกกลั่นแกล้ง”

รจนาไฉนสะกิดใจคำพูดชิ ครุ่นคิดถึงประโยคว่าใบชาที่มีแต่ในไร่ปัทมกุล ประกอบกับพูนทวีเคยทักเธอเรื่องเสื้อที่เลอะชา พลันนึกขึ้นได้ว่าน่าจะพอมีทางช่วยปัทม์

พูนทวีมารับรจนาไฉนทันทีที่ทราบเรื่องและมุ่งสู่โรงพัก ปวุฒิแปลกใจที่เห็นสองหนุ่มสาว แถมพูดไม่ออกเมื่อได้ยินอดีตแฟนสาวขอดูใบชาบนรถบรรทุกของไร่ซึ่งถูกอายัดเป็นของกลาง

“ฉันไม่ได้ขออะไรมาก ขอแค่ใบชาในกล่องที่มียาบ้ากับใบชาในกล่องที่ไม่มี อย่างละไม่เกินหนึ่งช้อนชา”

ปวุฒิยอมในที่สุด รจนาไฉนไม่รอช้าตักชาใส่แก้วแล้วเติมน้ำร้อนลงไปเพื่อเปรียบเทียบชาจากสองกล่อง

ปวุฒิมองไม่เห็นความต่างแต่รจนาไฉนยิ้มตื่นเต้น

“คุณดูสิ สีของน้ำชาต่างกัน กลิ่นก็ต่าง”

สารวัตรหนุ่มเพ่งมองอีกครั้ง คราวนี้เริ่มเห็นมากขึ้น รจนาไฉนถือโอกาสอธิบายอย่างรู้จริง

“ชาในกล่องที่มียาบ้าสีเหลืองอมเขียว กลิ่นหอมและให้รสชาติชุ่มคอ เป็นชาอู่หลงที่นิยมส่งออกขายจีน และไต้หวัน แต่ชาในแก้วที่ไม่มียาบ้าเป็นสีน้ำตาลแดงและรสชาติเข้มข้น เป็นยอดชาพันธุ์อัสสัมเรียกว่าชาดำหรือว่าชาฝรั่ง”

“คุณเพื่อนกำลังจะบอกว่าชาในกล่องที่พบยาบ้าเป็นชาจากไร่อื่น” พูนทวีเริ่มเข้าใจ

“ใช่ค่ะ...ไร่ปัทมกุลผลิตเฉพาะชาฝรั่งส่งออก คุณสามารถตรวจสอบได้เลย ไร่ของเราไม่ได้ผลิตชาอู่หลง”

ปวุฒิรีบสั่งลูกน้องนำชาทุกกล่องมาตรวจสอบ พร้อมส่งคนไปไร่ปัทมกุลเพื่อยืนยันข้อเท็จจริงทั้งหมด รจนาไฉนกับพูนทวีดีใจมากรีบไปหาปัทม์ ให้กำลังใจว่าเขาจะพ้นคดีแน่นอน ครู่หนึ่งปวุฒิก็มาแจ้งผล

“ผลการพิสูจน์ออกมาเป็นจริงอย่างที่คุณพูดทุกอย่าง ชาในไร่ปัทมกุลเป็นคนละประเภทกับชาที่มียาบ้าซ่อนอยู่”

“แสดงว่าคุณปัทม์จะหลุดจากข้อกล่าวหาแล้วใช่ไหมคะ”

“ไม่...ถึงชาในกล่องจะไม่ได้มาจากไร่ปัทมกุลแต่ก็มียาบ้า ประเด็นคือ...ยาบ้าอยู่ในรถของไร่ปัทมกุล ถ้ายังไม่มีหลักฐานอื่น พรุ่งนี้ผมต้องนำตัวคุณปัทม์ไปฝากขังที่เรือนจำและส่งสำนวนให้อัยการดำเนินคดีฟ้องต่อไป”

พูนทวีกับรจนาไฉนผิดหวังที่ยังช่วยปัทม์ไม่ได้ ปวุฒิเองก็เสียใจเพราะมั่นใจว่าปัทม์ไม่ได้เป็นคนทำ รจนาไฉนเริ่มนั่งไม่ติด อ้อนวอนอดีตแฟนหนุ่มอย่างน่าสงสาร

“ปวุฒิ...คุณก็รู้ว่าคุณปัทม์ทุ่มเทชีวิตปกป้องและทำลายพวกค้ายา คุณยังไม่เชื่อใจเขาอีกเหรอ”

“ความเชื่อใจเอามาใช้ทางกฎหมายไม่ได้ ความเชื่อใจมีไว้เพื่อความรักเท่านั้น”

ปวุฒิพูดด้วยน้ำเสียงเจ็บช้ำแล้วเดินออกไป รจนา-ไฉนเข้าไปปลอบใจปัทม์และขอให้อดทน ปัทม์เครียดจัด หลุดปากไล่เธอกลับบ้านด้วยอารมณ์โมโห รจนาไฉนมองเขาด้วยความเห็นใจ พูนทวีเฝ้ามองไม่ห่าง รับรู้ได้ถึงความรู้สึกลึกซึ้งของทั้งสองคน

ooooooo

รจนาไฉนกลับบ้านไปปรับทุกข์กับเปรม เหนื่อยใจเหลือเกินที่ช่วยปัทม์ไม่ได้สักที

“อย่าทุกข์ อย่ากังวล ทุกอย่างมันเกิดขึ้นแล้วก็ดับลง ไม่มีอะไรอยู่กับเราได้นานหรอก”

“เพื่อนพยายามทำทุกอย่างเพื่อช่วยคุณปัทม์ แต่ตอนนี้เหมือนทุกอย่างจะสิ้นหวัง”

รจนาไฉนน้ำตาซึม ถามแม่สามีด้วยความสงสัยเพราะไม่เคยเห็นเธอไปเยี่ยมปัทม์สักครั้ง เปรมยิ้มอ่อนโยน บอกว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรและไม่ช่วยให้ลูกชายพ้นข้อกล่าวหาเร็วขึ้น

“ปัทม์รู้จักฉันดี เราสองคนถึงจะไม่เคยแสดงความรักต่อกันแต่ก็รับรู้ความรักที่มีต่อกันเสมอเพราะเราร่วมทุกข์สุขและร่วมเผชิญชีวิตมาด้วยกัน สายใยความเข้าใจไม่มีวันขาดจากกันได้หรอก”

รจนาไฉนซาบซึ้งในคำสอนของเปรม โผเข้ากอดแม่สามีแน่น

“เชื่อแม่เถอะ...ความรักและความดีจะเป็นเกราะป้องกันช่วยให้ปัทม์รอดปลอดภัย เราต้องเชื่อมั่นในคุณค่าความดีนะหนูเพื่อน”

รจนาไฉนยิ้มรับทั้งน้ำตา กระชับอ้อมกอดแน่นขึ้น ดีใจที่ปัทม์ยังมีคนรักและเป็นห่วงเสมอ

ฝ่ายปวุฒิวุ่นวายหาหลักฐานเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีของปัทม์ โดยเฉพาะภาพจากกล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมันและร้านกาแฟแถวนั้น เห็นภาพชายปริศนาแอบขับรถกระบะมาเทียบรถบรรทุกระหว่างที่คนขับเข้าห้องน้ำแล้วขนกล่องชาเข้าไปในรถ ปวุฒิตาโต เร่งให้ลูกน้องซูมภาพผู้ต้องสงสัยและให้รีบไปนำตัวมาสอบสวน

ooooooo

เวลาเดียวกันในห้องขัง...ปัทม์ทุรนทุรายใจเรื่องรจนาไฉน คิดถึงเหตุการณ์ต่างๆที่เธอคอยเคียงข้างและช่วยเหลือเขามาตลอด สับสนในหัวใจอย่างหนัก ไม่รู้ว่าจะเพิกเฉยกับความรู้สึกตัวเองได้อีกนานแค่ไหน

“รจนาไฉน...ฉันกำลังจะแพ้ความดีของเธอ”

รจนาไฉนเตรียมข้าวของไปเยี่ยมปัทม์เย็นวันนั้น เปรมกลัวลูกสะใภ้จะเหนื่อย อยากให้พักอยู่บ้านบ้าง

“เพื่อนไม่อยากให้คุณปัทม์รู้สึกโดดเดี่ยวไม่เหลือใคร เพื่อนไปก่อนนะคะ”

เปรมอ่อนใจจะห้าม รจนาไฉนเดินได้สองสามก้าวก็ล้ม เปรมตกใจเรียกคนมาพยุงเข้าห้อง หยิบยาให้ทานพร้อมกล่อมเสียงอ่อน

“เลิกห่วงใยคนอื่นแล้วหันมารักตัวเองบ้างเถอะจ้ะ ถ้าปัทม์เห็นหนูเป็นลมล้มพับไปต่อหน้า เขาจะสบายใจได้ยังไง หนูควรรักษาตัวเองให้แข็งแรงเพื่อจะสู้และอยู่เป็นกำลังใจให้เขา”

รจนาไฉนยอมนอนแต่โดยดีแม้จะยังห่วงปัทม์ เปรมเฝ้าจนแน่ใจว่าเธอหลับสนิทจึงตัดสินใจไปเยี่ยมลูกชายเป็นครั้งแรก ปัทม์ดีใจน้ำตาซึม จับมือแม่ด้วยความรักและคิดถึง ขอโทษที่ต้องมาติดแหง็กอยู่ในคุก

“ผมรู้สึกผิดที่จะไม่ได้ดูแลคุณแม่ พรุ่งนี้ผมคงต้องถูกย้ายไปฝากขัง ผมอาจไม่ได้ดูแลคุณแม่ไปอีกนาน”

“ใครบอกล่ะ ถึงลูกไม่อยู่แต่ตัวแทนความรักของลูกอยู่กับแม่เสมอ” ปัทม์ชะงัก รู้ดีว่าแม่หมายถึงใคร “รจนาไฉนเป็นผู้หญิงที่มีใจประเสริฐ เขาไม่มีวันทิ้งแม่กับปัทม์เด็ดขาด”

เปรมเอื้อมไปจับมือลูกชายแน่นพร้อมให้กำลังใจ “บุญใดที่แม่เคยกระทำไว้ในอดีตชาติและปัจจุบันจะคุ้มครองให้ลูกแคล้วคลาดพ้นภัย”

เปรมลูบหัวลูกชายเบาๆ ปัทม์กระชับมือแน่น ปลื้มที่แม่เป็นกำลังใจยิ่งใหญ่เหมือนเดิม

เวลาเดียวกันในห้องทำงาน...ปวุฒิหัวเสียอย่างหนักเพราะยังหาตัววันชัยผู้ต้องสงสัยขนยาใส่รถบรรทุกไม่ได้

“อีกไม่กี่ชั่วโมงเราต้องนำตัวคุณปัทม์ไปฝากขังแล้ว ถ้าเราได้ตัวนายวันชัยมายืนยันว่าเขาไม่เกี่ยวข้องกับยาในกล่องนั้น คุณปัทม์กับคนขับรถก็จะพ้นผิด หรือคุณอยากให้ผมจับแพะ!”

ลูกน้องถึงกับฝ่อไม่เคยเห็นสารวัตรหนุ่มของขึ้น ผลุนผลันออกไปจัดการตามคำสั่ง ปวุฒิตามไปรั้งไว้และขอโทษ รู้สึกผิดไม่น้อยที่ใส่อารมณ์มากเกินไป

ooooooo

รจนาไฉนหลับลึกเพราะเหนื่อยติดต่อกันมาหลายวัน ตื่นมาก็กระวีกระวาดอาบน้ำแต่งตัวไปหาปัทม์ที่โรงพัก กลัวไม่ทันส่งเขาไปเรือนจำ ปยงค์ตามออกมาหน้าบ้าน พยายามรั้งไม่ให้ไป

“ถึงไปก็ช่วยอะไรไม่ได้ เกะกะเปล่าๆ...คือยิ่งเห็นคุณปัทม์ถูกจับมันก็ยิ่งสะเทือนใจนะคะ”

“ถึงช่วยอะไรไม่ได้ ฉันก็อยากให้เขารู้ว่าฉันอยู่เคียงข้างเขาเสมอ”

รจนาไฉนเร่งชิให้ขับเร็วที่สุดแต่ก็คลาดกับปัทม์อย่างน่าเสียดาย ต้องกลับบ้านเซ็งๆ เสียใจที่ไปส่งเขาไม่ทัน

ฟากปัทม์ก็พยายามทำใจว่าต้องเข้าคุกแน่ ปวุฒิเข้ามาขวางทันเวลา บอกให้ชะลอการนำตัวปัทม์ไปฝากขัง

“ผมจับตัวผู้ต้องหาคนสำคัญได้แล้ว ขอเวลาสอบสวนเพิ่มเติมอีกหนึ่งชั่วโมงก่อนส่งตัว”

ปัทม์ยิ้มได้ มีความหวังขึ้นมาว่าอาจได้ออกจากคุก เจ้าหน้าที่เดินนำนายวันชัยมาสอบสวน เขาให้การยืนยันว่าไม่เคยเห็นหรือรู้จักปัทม์และคนขับรถมาก่อน ทั้งสองจึงถูกปล่อยตัวในเวลาต่อมา

ปวุฒิไขกุญแจมือให้ทั้งคู่...พ่อเลี้ยงหนุ่มถลาไปคาดคั้นวันชัยเพราะเชื่อว่ามีคนบงการเบื้องหลัง ปวุฒิปลอบให้ใจเย็นเพราะตนก็จะไม่ยอมนิ่งดูดายให้คนบริสุทธิ์มารับโทษแทนตัวการที่แท้จริงแน่ ปัทม์มองมาด้วยแววตาชื่นชม ดีใจที่อย่างน้อยก็ยังมีตำรวจตงฉินเหลืออยู่บ้าง

“ผมต้องขอบคุณแทนคนไทยทุกคน ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่ายังมีตำรวจที่ทำเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง”

“ขอบคุณสำหรับกำลังใจ” สองหนุ่มจับมือแสดงออกถึงมิตรภาพที่ดีต่อกันมากขึ้น

“ผมยอมจับมือพ่อเลี้ยงเพราะเรื่องนี้เรื่องเดียวนะ สำหรับเรื่องอื่นเราคงยอมกันไม่ได้”

ปัทม์มองหน้าเขานิ่งไม่แสดงออกใดๆ เข้าใจดีว่าสารวัตรหนุ่มหมายถึงเรื่องรจนาไฉน...

ทุกคนในไร่ปัทมกุลดีใจที่ปัทม์ได้รับการปล่อยตัวและพ้นข้อกล่าวหา พ่อเลี้ยงหนุ่มสีหน้าดีขึ้นมากแต่ก็หนักใจไม่น้อยเพราะคนงานลาออกเกือบหมด เขามองหารจนาไฉน อยากเจอและปรับความเข้าใจแต่ไม่มีใครเห็นเธอตั้งแต่เช้า เขาเสียใจมากคิดว่าเธอคงถอดใจแล้ว ปรากฏว่าต้องตะลึงตาค้างเมื่อเห็นเธอยังอยู่ แถมกำลังใช้กรรไกรตัดแต่งใบชาภายในไร่ ปัทม์เฝ้ามองด้วยความชื่นชม ค่อยๆขยับไปใกล้

“ต้นชาก็มีชีวิตเหมือนคนที่ต้องดูแลเอาใจใส่ การตัดแต่งกิ่งทำให้ใบชาผลิยอดและเติบโตเป็นต้นชาที่สมบูรณ์”

รจนาไฉนจำเสียงเขาได้ โผเข้ากอดด้วยความดีใจ ปัทม์รู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ภาพเหตุการณ์และความดีของเธอฉายซ้ำในหัว แม้เขาผลักไสและทำร้ายจิตใจต่างๆนานาก็ไม่ทำให้เธอท้อ รจนาไฉนเองก็รู้สึกไม่ต่าง เผลอตัวเผลอใจกอดตอบเขาด้วยความรัก ปัทม์กระชับอ้อมกอดพลางกระซิบข้างหูว่าขอบคุณ รจนาไฉนแปลกใจที่ได้ยินคำพูดอ่อนโยน ยังไม่แน่ใจว่าเขาจะมาไม้ไหนจึงพยายามรักษาอาการไม่ให้ตื่นเต้นเกินเหตุ

“ฉันทำตามหน้าที่ ฉันบอกแล้วไงว่าจะไม่ทิ้งคุณจนกว่าคุณจะออกมา”

“จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม ฉันขอบคุณจริงๆ... ขอบคุณนะ”

รจนาไฉนทำหน้าไม่ถูกเพราะเขินจัด ตัดสินใจกลับบ้านแก้เก้อ ปัทม์มองตามยิ้มๆ ตั้งใจจะเลิกมีอคติและทำดีกับเธออย่างที่หัวใจเรียกร้องสักที

รจนาไฉนกลับไปนั่งกุมหัวใจที่เต้นแรงผิดจังหวะในห้อง สับสนในหัวใจอย่างบอกไม่ถูก ไม่อยากยอมรับท่าทีที่เปลี่ยนไปและความรู้สึกอ่อนไหวของตนเองต่อสามีผู้แสนป่าเถื่อนและเย็นชา

“เป็นไปได้ยังไงที่มัจจุราชอย่างเขาจะกอดและขอบคุณฉัน”

หญิงสาวใช้เวลาคิดครู่ใหญ่จึงตัดสินใจลากกระเป๋ามาเก็บเสื้อผ้า ตัดใจทำตามสัญญาที่เคยประกาศต่อหน้าเขาจะออกจากไร่ปัทมกุลทันทีที่เขาพ้นคดี

ooooooo

ปัทม์เข้าไปกราบแม่และไปหารจนาไฉนที่ห้อง เห็นเธอกำลังเก็บของลงกระเป๋าก็เข้ายื้อยุด รจนาไฉนปล่อยมือเพราะสู้แรงไม่ไหวทำให้เขาเสียหลักล้มหงายหลัง รจนาไฉนตกใจรีบมาดูอาการ ปัทม์ยิ้มตาพราวเหมาเอาเองว่าเธอเป็นห่วง รจนาไฉนเพิ่งรู้ว่าโดนหลอกลุกพรวดไปที่ประตู ปัทม์ตามมาขวางและใส่กลอนล็อกแน่นหนา

“ฉันเคยบอกคุณแล้วไง ในวันที่คุณกลับมา...ฉันจะไป”

“เธอจะไปไหนไม่ได้...ฉันไม่ให้เธอไป”

“ในเมื่อคุณได้รับอิสรภาพแล้วก็ควรปล่อยให้ฉันเป็นอิสระด้วย คุณต้องการให้ฉันไปจากที่นี่ไม่ใช่หรือ”

ปัทม์แกล้งทำไม่รู้ไม่ชี้จนรจนาไฉนอ่อนใจ บอกว่าเขาเป็นคนเซ็นใบยินยอมหย่าให้เอง

“แต่เธอฉีกทิ้ง ทุกอย่างเป็นโมฆะ”

“คุณจะกักขังฉันไว้เพื่ออะไรอีก”

“คนงานลาออกหมด ฉันไม่มีแรงงานเก็บใบชา”

รจนาไฉนน้อยใจที่มีค่าน้อยนิดในสายตาเขา ปัทม์นึกสนุกแกล้งพูดประชดเพราะยังฟอร์มจัด

“เธอมีค่าแค่แรงงานราคาถูก ถ้าอยากได้เงินแสนเงินล้านก็ต้องทำงานให้คุ้ม”

รจนาไฉนฉุนจัดที่เขาเห็นเธอเป็นแค่คนงาน ฮึดฮัดจะออกจากห้อง ปัทม์พุ่งไปคว้าตัวไว้ สองหนุ่มสาวจ้องตากันอีกครั้งจนใจสั่นขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ รจนาไฉนเป็นฝ่ายได้สติผลักเขาสุดแรงแต่ไม่ได้ผล แถมเสียหลักลงไปนอนบนเตียงด้วยกัน ปัทม์มองมายิ้มๆแล้วดึงผ้าพันคอมาผูกเธอไว้กับเตียง

“ฉันไม่ได้เป็นนักโทษคุณนะ ฉันอุตส่าห์ช่วยเหลือ ทำไมไม่สำนึกบุญคุณกันบ้าง”

“ก็สำนึกบ้างถึงต้องทำแบบนี้” ปัทม์พูดพลางยื่นหน้ามาใกล้

“ปล่อย...ฉันหิวแล้ว จะไปกินข้าว”

“นี่เป็นการตอบแทนความดีของเธอ”

จบคำก็ออกจากห้อง รจนาไฉนงึมงำคนเดียว “คนใจหยาบ รู้อย่างนี้ปล่อยให้ติดคุกตลอดชีวิตซะก็ดีหรอก!”

ปัทม์ลงมาข้างล่างด้วยใบหน้าระรื่น ชอบใจที่ได้แกล้งรจนาไฉน ชิกับจันทร์เจ้าแหย่ยิ้มๆเพราะแอบเห็นสองสามีภรรยาหมกตัวอยู่ในห้องนานสองนาน ปัทม์เขินหน้าแดง เสบอกให้ชิไปซื้อของมาเตรียมทำกับข้าว ชิถึงกับพูดไม่ออกแต่ไม่อยากขัดใจ รีบออกไปจัดการให้

ต่อมาไม่นาน...ปัทม์ก็เข้าครัวกางตำราและใส่เครื่องปรุงแกงจืดอย่างเก้ๆกังๆ ปยงค์ ชิและจันทร์เจ้าพากันหัวเราะขำขันกับท่าทางเหมือนเด็กทำกับข้าวของเจ้านายหนุ่ม

“โถๆ ทำอาหารให้เมีย ถ้าฉันได้ผัวแบบนี้สักคนจะไม่ลืมพระคุณเลย” ปยงค์เพ้อ

“หาผู้ชายธรรมดาๆให้ได้ก่อนเถอะป้า” ชิแซว

“ว่าแต่...คุณรจนาไฉนจะทานได้ไหม” จันทร์เจ้าส่ายหน้ายิ้มๆ

สามคนงานตามลุ้นอยู่นาน ในที่สุดแกงจืดถ้วยแรกในชีวิตของปัทม์ก็สำเร็จ

ooooooo

รจนาไฉนพยายามแก้มัดให้ตัวเองจนหลุด จะก้าวออกจากห้องแล้วต้องเปลี่ยนใจเพราะได้ยินเสียงคนเดินมาหน้าประตู ผลุนผลันกลับไปนอนที่เตียง ปัทม์ถือถาดอาหารมาให้แต่ไม่ยอมแก้มัด

“อย่าแก้มัดเลย คนเจ้าเล่ห์อย่างเธอ เดี๋ยวก็ป่วนฉันอีก” รจนาไฉนหน้ามุ่ย ปัทม์ไม่สนใจทำท่าตักอาหารให้ “ทานอะไรดี เอาแกงจืดไหม น่าทานนะ”

รจนาไฉนพอจะเดาเจตนาได้ นึกสนุกแกล้งกลับบ้าง “เอาแกงฮังเลก่อนละกัน” ปัทม์หน้าเจื่อนอย่างเห็นได้ชัด ตักแกงฮังเลราดข้าวเคืองๆ รจนาไฉนขำแต่ปั้นหน้าขรึม “ฉันเปลี่ยนใจ ขอเป็นต้มจืดแล้วกัน น่าจะคล่องคอดี”

ปัทม์ยิ้มหน้าบาน ภูมิใจนำเสนอผลงานแต่ไม่ยอมบอกว่าตัวเองเป็นคนทำ

“ป้าปยงค์ทำให้เธอสุดฝีมือเลยนะ”

รจนาไฉนจ้องจับพิรุธแกล้งเกทับ “ไม่ใช่ฝีมือป้าปยงค์หรอก ป้าแกทำไม่เคยสับหมู บอกได้ไหมว่าใครทำ”

ปัทม์ชักร้อนตัวแต่ยังฟอร์มจัดกลัวถูกจับได้ พาลหงุดหงิดแหวกลับเสียงเขียว

“เรื่องมาก จะกินหรือไม่กิน กินแกงจืดเต้าหู้นี่แหละ ฉันอยากป้อน”

ปัทม์ตักแกงจืดป้อนให้ รจนาไฉนกินแล้วอึ้งเพราะมันทั้งเค็มและคาว ปัทม์ตัดพ้องอนๆที่เธอวิจารณ์ไม่ไว้หน้า

“ทำไมฉันต้องให้กำลังใจ คุณเป็นคนทำเหรอ”

“เปล่า...ฉันรู้แล้วว่าทำยังไงเธอถึงจะกินกับข้าวสำรับนี้อร่อย ลองเปลี่ยนวิธีป้อนไหม...ใช้ปากป้อนดู”

ปัทม์ขยับมาใกล้เหมือนจะจูบ รจนาไฉนตกใจเอามือที่ไม่ได้ถูกมัดผลักเต็มแรงจนเขาเสียหลักหัวชนขอบเตียง เธอลืมตัวรีบไปดูด้วยความเป็นห่วง ส่วนปัทม์โวยวายใหญ่ที่เธอแก้มัดได้แต่ไม่ยอมบอก รจนาไฉนเปลี่ยนเรื่องมาถามว่าใครเป็นคนทำแกงจืดตัวจริงเพราะรสชาติแย่มาก ปัทม์หยุดโวยแล้วพึมพำด้วยความน้อยใจแทน

“ก็ฉันไม่รู้...อุตส่าห์ตั้งใจกางตำราทำให้ ไม่เคยทำให้ใครแบบนี้เลยนะ”

รจนาไฉนทำเป็นไม่ได้ยิน ปัทม์เขินจัด ลุกหนีกลบเกลื่อน

“แก้มัดเองได้ก็กินเองแล้วกัน แกงจืดนั่นถ้าไม่ได้เรื่องก็ไม่ต้องกิน กินแกงฮังเลกับหมูทอดก็ได้”

“ที่คุณดูแลฉันแบบนี้เพราะต้องการขอบคุณเรื่องที่ฉันทำให้คุณใช่ไหม”

ปัทม์ไม่ยอมตอบ เดินไปหยิบเสื้อผ้ากับผ้าเช็ดตัวมาวางบนเตียงและบอกให้เธออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ส่วนเขาจะไปรอที่ห้องโถง รจนาไฉนมองตามเขาออกจากห้องแล้วก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อ นึกถึงท่าทางฟอร์มจัดของสามีแล้วอดยิ้มไม่ได้ พึมพำไล่หลังด้วยความหมั่นไส้ “จะขี้เก็กไปถึงไหนเนี่ย!”

ooooooo

รจนาไฉนเก็บตัวในห้องตลอดบ่าย ปัทม์ใช้เวลาระหว่างนี้กะเกณฑ์บรรดาคนรับใช้จัดของตามที่วางแผนไว้ จนเกือบพลบค่ำจึงเสร็จสมบูรณ์ รีบไปเคาะประตูเรียกรจนาไฉน หญิงสาวเดาว่าปัทม์มาเรียกไปหาเรื่องเหมือนเคยจึงถอนใจเบาๆแล้วลุกไปเปิดแต่ไม่พบใคร เห็นเพียงกระถางบรรจุต้นชาเล็กๆ วางอยู่พร้อมกระดาษข้อความติดไว้

“คำพูดของฉัน...มีค่าสำหรับคนที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่ใช่คนไร้เกียรติอย่างเธอ”

รจนาไฉนนึกทบทวนประโยคนี้ในใจ จำได้ว่าเป็นคำพูดที่ปัทม์ใช้กับเธอเมื่อมาอยู่ที่นี่ใหม่ๆ เหลือบตามองทางลงบันได เห็นกระถางอีกใบวางอยู่พร้อมแผ่นข้อความจึงไปหยิบมาอ่าน

“ผู้หญิงเห็นแก่เงินอย่างเธอ ไม่เหมาะสมจะลิ้มรสความหอมหวลของชาถ้วยนี้หรอกรจนาไฉน!”

รจนาไฉนงงกว่าเดิมเพราะจำได้แม่นว่าเป็นคำพูดเขาตอนเธอชงชาให้ครั้งแรก เห็นกระถางอีกใบตรงทางลงจึงรีบไปดู คราวนี้เป็นคำพูดสาดเสียเทเสียที่โทษว่าเธอเป็นตัวซวยทำให้เขาติดคุก รจนาไฉนมึนตึ้บ ไม่เข้าใจว่าปัทม์จงใจเขียนข้อความเหล่านี้ให้อ่านทำไม พลันสายตาก็เหลือบเห็นกระถางอีกใบด้านล่าง เธอรีบไปยกมันขึ้น เห็นกระดาษแผ่นเล็กๆพับไว้ข้างใต้จึงคลี่ออกอ่านแล้วถึงกับปลื้มเพราะเป็นคำขอโทษจากสามีสุดเถื่อน

ฉับพลันนั้น...ไฟในห้องก็ดับและค่อยๆมีแสงเทียนหลายเล่มจุดขึ้นแทน ปัทม์ปรากฏตัวพร้อมถาดใส่อุปกรณ์ชงชา รจนาไฉนเขินจัดแต่ยังทำเฉย แกล้งบ่นว่าร้อนจนปัทม์ชักน้อยใจ กระแทกถาดบนโต๊ะกลางห้อง

“ถ้าร้อนนัก...ดับเทียนก็ได้” ปัทม์งอน เดินไปดับเทียนตามจุดต่างๆ

รจนาไฉนเดินมาแตะแขน “อย่าค่ะ...ไฟฟ้าดับก็จุดเทียนไว้สิคะ จุดไว้ก็ดี คืนนี้อากาศหนาว...จะได้อุ่น”

“อะไรกัน...เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว เอาใจยากจริง ถ้างั้นฉันดับๆไปให้หมดเลยละกัน”

“ดับก็จุดใหม่ได้” รจนาไฉนเดินไปจุดเทียนใหม่ทีละเล่ม เหลือบมองหน้าเขาพร้อมเปรยยิ้มๆ “คนเรา...ไม่จำเป็นต้องมีมาดหรือไว้ฟอร์มนักก็ได้ ถ้าไม่มีฟอร์มก็ไม่ต้องกลัวเสียฟอร์ม”

ปัทม์หนีไปที่ระเบียง รจนาไฉนตามไปกล่อม “ถ้ารู้สึกผิด อยากทำดีกับใคร...ก็ต้องทำให้เขารู้ว่ารู้สึกผิดจริงๆ ไม่ใช่เอาแต่แกล้งเขาร่ำไป มีคนเคยบอกว่าเราจะรู้ค่าอะไรก็ต่อเมื่อกำลังสูญเสียมันไป...คุณว่าจริงไหมคะ”

ปัทม์ยืนนิ่งเหมือนตกในภวังค์ เคลิ้มกับความงามของภรรยาภายใต้แสงเทียนนวลอร่าม ค่อยๆขยับไปใกล้และแตะที่บ่าเธอแผ่วเบา “ฉันอยากดื่มชา”

รจนาไฉนเดินตามเขาไปทื่อๆ ปัทม์จัดให้นั่งข้างโต๊ะกลางห้องและประคองเธอจากด้านหลัง

“ฉันจะสอนเธอชงชาสูตรพิเศษ กลมกล่อมและนุ่มนวล...ปล่อยตัวตามสบายนะ ฉันจะสอนเธอเอง”

รจนาไฉนนั่งตัวแข็ง ชำเลืองมองซีกหน้าด้านข้างเขาเป็นพักๆ มีความสุขมากที่ได้ใกล้ชิดเขากว่าที่เคย ปัทม์ยกชาที่ชงเสร็จป้อนให้ เธอหลับตาพริ้ม ดื่มด่ำรสชาติ

“ชาของคุณรสชาติดีที่สุดเท่าที่ฉันเคยดื่ม”

“ชาจะมีรสชาติดีต่อเมื่อเราได้ดื่มกับคนรู้ใจ”

สองหนุ่มสาวเหมือนตกในภาวะสุญญากาศ ใบหน้าเคลื่อนเข้าหากันช้าๆ แล้วต้องสะดุ้งเมื่อมือปัทม์ปัดแก้วชาล้มลง รจนาไฉนได้สติขอตัวไปนอนเพราะเขินจัด ปัทม์อมยิ้มเดินเลี่ยงไปอีกทางเพื่อดักรอเธอในห้อง

ooooooo

รจนาไฉนแปลกใจที่เขาไม่ตามมาตอแย ปิดประตูลงกลอนเซ็งๆ หันกลับมาแล้วตกใจแทบแย่เมื่อเห็นเขานอนเอกเขนกบนเตียง ยิ้มล้อเลียนราวกับรู้ทันจนหญิงสาวหน้าแดงก่ำ เฉไฉไล่เขาไปนอนโซฟา ปัทม์ไม่ยอมลุกแถมโอด

“ไม่สงสารฉันเหรอ ฉันต้องทรมานนอนในห้องขังตั้งหลายคืน ฉันอยากนอนสบายๆบ้าง แต่เอาเถอะ...เตียงนี้เป็นของเธอไปแล้ว ฉันไปนอนพื้นก็ได้”

บ่นเสร็จก็ทำท่าจะไปนอนโซฟา รจนาไฉนใจอ่อนยอมให้นอนบนเตียง ส่วนเธอจะไปนอนโซฟาแทน

“แล้วทำไมเธอไม่นอนเตียงเดียวกับฉัน รังเกียจคนขี้คุกอย่างฉันเหรอ”

รจนาไฉนอ้าปากจะเถียงแต่ปัทม์ไวกว่า สวนขึ้นงอนๆ

“ถ้าไม่รังเกียจก็ต้องพิสูจน์ให้เห็น ถ้าไม่ยอมนอนเตียงด้วยกัน ฉันจะถือว่าเธอปากอย่างใจอย่าง”

เธอไม่มีทางเลือกอื่น หมุนตัวกลับมาขึ้นเตียงแต่เลือกหันหน้าไปอีกทาง

“หันหน้าหนีก็เหมือนไม่ให้เกียรติ”

รจนาไฉนจำต้องหันมา แต่เพราะทำหน้าไม่ถูกเลยคว้าผ้าห่มมาคลุมโปง

“ปิดหน้าแสดงว่ารังเกียจสุดๆ”

หญิงสาวถอนใจแล้วลดผ้าห่มลง มองหน้าเขาอย่างเขินจัดจนต้องโวยแก้เก้อ “ไม่ไหว...ให้นอนนิ่งๆแบบนี้ฉันนอนไม่หลับหรอก”

ปัทม์หัวเราะชอบใจ บอกว่าเธอจะนอนยังไงก็ได้แต่ห้ามลุกหนีไปจากเตียง รจนาไฉนพลิกหน้าไปอีกทางทันที ปัทม์มองตามยิ้มๆ ดีใจที่ได้นอนเตียงเดียวกับเธอ...

ดึกแล้วแต่รจนาไฉนยังนอนกระสับกระส่ายเพราะระแวงปัทม์ ค่อยๆหมุนตัวกลับมามองหน้าเขา มึนไม่หายกับท่าทีออดอ้อนและเอาอกเอาใจผิดสังเกต

“คนอะไรอารมณ์แปรปรวนยิ่งกว่าวัยทอง บทจะร้ายก็ร้ายจนน่ากลัว พอจะดีก็ดีจนใจหาย”

ปัทม์รู้ตัวว่าโดนนินทา แกล้งขยับตัวไปหาจนใบหน้าทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ รจนาไฉนค่อยๆกระเถิบตัวออกและพลิกหน้าไปอีกทาง ปัทม์ขำท่าทางตื่นๆของภรรยา อยากกอดเธอแทบแย่แต่ต้องข่มไว้...อีกไม่นานหรอก เธอจะได้รู้ใจฉัน...

คืนเดียวกันที่โรงพัก...ปวุฒิคร่ำเคร่งกับการสอบสวนแต่ไม่ได้เรื่องมากนัก ตัดสินใจกลับไปพักผ่อนที่บ้านแต่ไม่ลืมกำชับนายเวรให้ดูแลผู้ต้องสงสัยอย่างดีเพราะกลัวพ่อเลี้ยงเจงเล่นไม่ซื่อ

ศักดิ์รอจนสารวัตรหนุ่มออกรถไปแล้วจึงปลอมตัวเป็นตำรวจเดินขึ้นโรงพัก ยื่นถุงอาหารให้เจ้าหน้าที่พร้อมบอกว่าพ่อเลี้ยงเจงส่งมา เจ้าหน้าที่รับไปด้วยท่าทีเกร็งๆไม่กล้าหือ ศักดิ์ออกจากโรงพักพร้อมแสยะยิ้มน่าเกลียด...คิดหรือว่าจะจับพ่อเลี้ยงเจงได้ง่ายๆ!

ooooooo

ปวุฒิโมโหมากเมื่อพบว่าผู้ต้องสงสัยคดีขนยาบ้าถูกฆ่าปิดปากเมื่อคืนก่อน รีบสั่งให้ลูกน้องเอาภาพจากกล้องวงจรปิดมาตรวจสอบแต่กล้องดันเสีย เลยยิ่งอารมณ์เสียหนักขึ้นไปอีก

“ทำไมทุกอย่างมันช่างประจวบเหมาะ ผู้ต้องหาถูกวางยาในวันที่กล้องวงจรปิดเสีย!”

บรรดาลูกน้องสะดุ้ง พยายามกล่อมให้สารวัตรหนุ่มใจเย็นแต่ไม่ค่อยได้ผล

“ตอบผมหน่อยจ่า เงินมันซื้อได้ทุกอย่างใช่ไหม แม้กระทั่งเกียรติยศและศักดิ์ศรี”

จ่าพูดไม่ออกได้แต่ยืนนิ่งให้สารวัตรระบายอารมณ์

“ผมทุ่มเทเพื่อจับคนผิดมาลงโทษ แต่ยิ่งทำก็เหมือนยิ่งถอยหลัง หรือว่าอำนาจในมือเรามันสู้อำนาจเงินไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นผมจะทำทุกอย่างไปเพื่ออะไร”

“สารวัตรจะยอมแพ้หรือครับ”

“ไม่...ถ้าคนดีคิดท้อก็เท่ากับยอมรับสนับสนุนความชั่ว ผมจะเดินหน้าชน ความยุติธรรมต้องคงอยู่ต่อไป”

ปวุฒิประกาศกร้าว บรรดาลูกน้องมองด้วยแววตาชื่นชม ดีใจที่ยังมีตำรวจดีๆที่ไม่ท้อถอยต่ออำนาจชั่ว

ooooooo

ปัทม์ตื่นเช้ามาก็ควานหาตัวรจนาไฉนแต่ไม่พบ เข้าใจว่าเธอคงออกไปข้างนอก นึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนแล้วอดยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้

รจนาไฉนออกจากห้องน้ำพอดี มองมาด้วยสายตาแปลกๆที่เห็นเขายิ้มคนเดียวเหมือนคนบ้า ปัทม์ลุกขึ้นคว้าตัวเธอมากอดแต่เธอเบี่ยงหลบทัน เฉไฉบอกว่าเตรียมชุดให้เขาเรียบร้อย ปัทม์ไม่โวยวายแต่แกล้งบ่นว่าไม่ชอบให้เธอยุ่งวุ่นวายแล้วเดินเข้าห้องน้ำ

รจนาไฉนถอนใจเบาๆ ถือโอกาสไปเตรียมมื้อเช้าและเลียบเคียงถามปยงค์เรื่องแกงจืดเมื่อวาน ปยงค์ อ้ำๆอึ้งๆจนปัทม์ออกมาทันเวลา คว้าตัวภรรยาไปข้างนอกเสียก่อน รจนาไฉนเลยถึงบางอ้อว่าเป็นฝีมือสามีอย่างไม่ต้องสงสัย เธอเดินตามแรงลากมาถึงทางเข้าไร่ จู่ๆปัทม์ก็หยุดเดินทำให้เธอถลาเข้าสู่อ้อมกอดเขาโดยไม่ตั้งใจ รจนาไฉนเขินจนหน้าแดง ดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนแกร่ง ปัทม์ชอบใจแหย่ยิ้มๆ

“ผมไม่ได้ทำอะไรคุณสักหน่อย คุณก็ถลามาให้ผมกอดเอง”

รจนาไฉนผลักออกสุดแรง หันไปมองเขาแล้วเพิ่งสังเกตว่าใส่ชุดที่เธอเตรียมให้เลยเหน็บกลับบ้าง

“ไหนบอกว่าเลือกเสื้อผ้าใส่เองเป็น คนปากแข็ง!”

ปัทม์เขินจัด เสชวนไปเก็บใบชาด้วยกัน รจนาไฉนอยากเอาคืน ตีหน้าเซ็งอิดออดว่าทำคนเดียวไม่ไหว ไร่ชาออกกว้างเป็นร้อยไร่ ปัทม์ชะงัก นึกขึ้นได้ว่ายังมีปัญหาเรื่องคนงานรออยู่ เดินเข้าไร่ด้วยความท้อใจ รจนาไฉนรู้สึกผิดรีบก้าวตามติด อยากปลอบใจเขาแต่ยังไม่รู้จะพูดอะไร

ooooooo

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด