ไลฟ์สไตล์
100 year

นิยายไทยรัฐ

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

SHARE
  • แนว
  • :
  • บทประพันธ์โดย
  • :
  • บทโทรทัศน์โดย
  • :
  • กำกับการแสดงโดย
  • :
  • ผลิตโดย
  • :
  • ช่องออกอากาศ
  • :
  • อื่นๆ
  • นักแสดงนำ
  • :

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง ตอนล่าสุด

ตอนที่ 1

ท่ามกลางไร่ชาปลูกเป็นขั้นบันไดบนดอยสูง บรรดาชาวเขาเด็ดใบชาเป็นกิจวัตร เสียงควบม้าดังขึ้นจากอีกทางโดยปัทม์พ่อเลี้ยงหนุ่มสุดหล่อมาดเข้ม เจ้าของไร่ชาปัทมกุล ควบม้าด้วยท่วงท่าสง่างามผ่านไปอย่างเร่งร้อน

ณ มุมหนึ่งไม่ห่างกัน หน่อเอชาวเขาหนุ่มใหญ่แบกก๋วยหรือตะกร้าใบชา เดินนำลูกน้องจำนวนหนึ่งไปยังจุดนัดหมาย ปัทม์ขี่ม้ามาขวาง พร้อมชิลูกน้องคนสนิทและกลุ่มคนงาน หน่อเอมองกลุ่มพ่อเลี้ยงปัทม์ตีวงล้อมด้วยสายตาหวาดระแวง รีบบอกว่าต้องเอาใบชาไปส่ง ปัทม์ลงจากหลังม้า กระชากก๋วยเทลงพื้น ยาบ้าหลายมัดหล่นลงมา พ่อเลี้ยงหนุ่มหยิบขึ้นมา เหยียดยิ้มแล้วพูดแดกดัน

“ชาของพวกแกแปรรูปเป็นเม็ดใสสีน่ากินมาก ชาอัดเม็ดแบบนี้แหละที่ตำรวจต้องการ”

พวกหน่อเอสะอึก มองหน้ากันเลิ่กลั่กที่ถูกจับได้ ปัทม์ส่ายหน้าเหนื่อยใจ พยายามเกลี้ยกล่อมให้กลับตัว

“ตำรวจกำลังมาที่นี่ ฉันไม่อยากเห็นพวกแกหมดอนาคต คนเราหลงผิดกันได้ ทำลายยานั่นและกลับตัวใหม่”

หน่อเอทำท่าเหมือนยอม ทันใดนั้นก็ฉวยโอกาสควักปืนมาขู่

“คิดว่าแกเป็นใคร...เจ้าของไร่ชาที่ใหญ่ที่สุด เป็นเจ้าของชีวิตคนงานเกือบร้อย อย่าหวังเลยว่าคนอย่างหน่อเอจะยอมก้มหัวให้คนเมืองที่คิดเอาเปรียบพวกเรา”
ปัทม์หาจังหวะซัดหน่อเอจนคว่ำ แย่งปืนมาถือไว้ ประกาศกร้าว

“ลุกมาสู้กับฉัน ถ้าแกชนะ...ฉันจะปล่อยพวกแกให้เลือกชีวิตเอง แต่ถ้าแกแพ้...แกต้องใช้ชีวิตตามที่ฉันเลือก!”

หน่อเอฮึดสู้แต่โดนซ้อมจนแทบลุกไม่ขึ้น ปัทม์กระชากคอเสื้อและตะคอกเสียงดัง

“ต่อไปนี้ฉันคือเจ้าชีวิตพวกแก เลิกค้ายาบ้าซะ แกต้องไปทำงานไร่ฉัน โดยไม่มีค่าจ้าง”

หน่อเอไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ปัทม์ไม่ยี่หระสั่งให้ไปรายงานตัวที่ไร่เช้ารุ่งขึ้น แก๊งชาวเขาจำใจทิ้งก๋วยใส่ยาบ้า ผละออกไปด้วยท่าทางหัวเสีย ปัทม์รู้ทันตะโกนเตือนไล่หลังไม่ให้ผิดคำสัญญา เพราะตนไม่ปล่อยไว้แน่!

ปัทม์สั่งชิจัดการเผาหลักฐานทั้งหมด ไม่ให้ตำรวจสาวมาถึงตัวและพวกหน่อเอ

“พวกมันเป็นแค่เหยื่อ ถูกนายทุนหลอก ฉันเชื่อว่าจิตใจพวกมันรักดี ฉันต้องทำให้กลับมารักแผ่นดินเกิดให้ได้”

ชิทำตามคำสั่ง ส่วนปัทม์เป่าปากเรียกม้าและควบออกไปด้วยความชำนาญ

ขณะเดียวกันบนถนนขึ้นดอย กองกำลังตำรวจมุ่งหน้าไปจุดนัดพบซื้อขายยา ศักดิ์มือขวาคนสำคัญของพ่อเลี้ยงเจงสังเกตการณ์ด้วยสายตาระแวดระวัง รีบโทร.รายงานเจ้านายว่าอาจมีการดักจับ พ่อเลี้ยงเจงโกรธมาก สั่งถล่มไม่ให้เหลือซาก อย่าให้มาขวางการค้าขายยาได้เป็นอันขาด!

อีกด้านของดอย...รจนาไฉน  หรือ “เพื่อน” สาวสวยหวานชาวกรุงเดินเล่นท่ามกลางทุ่งดอกไม้ ทำมงกุฎและสวมให้ตัวเองราวกับเจ้าหญิง ทันใดนั้น...มีมือมาปิดตา เดาว่าเป็นปวุฒิแฟนหนุ่ม นายตำรวจอนาคตไกลจาก กรุงเทพฯ แกล้งทายผิดจนเขามันเขี้ยว ตั้งท่าจะจูบ เธอเขินเบี่ยงตัวหลบ ปวุฒิส่ายหน้าด้วยความเอ็นดู

“ผมเป็นเจ้าชายมารับเจ้าหญิง ไปครองคู่ด้วยกันที่ปราสาทแสนสวย คุณคือดวงใจของผมนะ”

จบคำก็หยิบสร้อยพร้อมจี้รูปหัวใจมาสวมให้ ฉับพลันนั้น...เสียงวิทยุตำรวจดังขึ้น รายงานข่าวตำรวจถูกกลุ่มค้ายาบ้าโจมตี ปวุฒิอยากไปช่วยแต่เกรงใจแฟนสาว รจนาไฉนเข้าใจดี อนุญาตให้ไป ไม่ต้องห่วงเธอ นายตำรวจหนุ่มยิ้มปลื้ม อาสาไปส่งเธอที่รีสอร์ทก่อน สองหนุ่มสาวรีบออกจากทุ่งดอกไม้และขับรถออกไป

ooooooo

ปัทม์ได้ยินเสียงไซเรนตำรวจ ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางไม่กลับไร่ ขณะเดียวกัน...ปวุฒิติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อให้ความช่วยเหลือ ตัดสินใจลงระหว่างทางและไปพร้อมรถตำรวจ รจนาไฉนเป็นห่วงแต่เข้าใจความรักในหน้าที่ของแฟนหนุ่ม บอกว่าจะขับรถกลับรีสอร์ทเอง เธอรอส่งแล้วกลับขึ้นรถ ภาวนาให้เขาปลอดภัย

รจนาไฉนขับรถเหม่อๆ ปาดหน้าปัทม์ที่ควบม้าตามรถตำรวจ ส่งผลให้เขาลงไปนอนนิ่งกับพื้น รจนาไฉนไปดู ถูกเขาวีนใส่เมื่อรู้ว่าเธอขับเฉี่ยว หญิงสาวไม่พอใจแต่เก็บอาการ บอกว่ายินดีรับผิดชอบทุกอย่าง ปัทม์พยุงตัวและไปที่รถ รจนาไฉนเข้าใจว่าจะขโมยรถ โวยวายเสียงดัง ปัทม์เอื้อมมือมาปิดปากด้วยความรำคาญและลากไปนั่งในรถ สั่งให้หุบปากถ้าอยากไปด้วยกัน รจนาไฉนพูดไม่ออก สะดุ้งสุดตัวเมื่อเขากระชากรถออกอย่างเร็วและแรง

รจนาไฉนนั่งตัวแข็งตลอดทาง สูดหายใจลึก ตัดสินใจกล่อมให้ไปส่งที่รีสอร์ท ปัทม์ไม่ยอมพูดอะไร หญิงสาวหมดปัญญาจะหว่านล้อม เปลี่ยนมาขู่เสียงเครียด

“ปล่อยฉันลงนะ แฟนฉันเป็นสารวัตร ตระกูลตำรวจใหญ่ ใครๆก็รู้จัก เคยได้ยินตระกูลไตรพงษ์รัชตะไหม”

รจนาไฉนบ่นไม่หยุดแล้วชะงัก กระสุนปืนพุ่งมากระแทกกระจกรถหลายนัด ปัทม์หักเข้าข้างทาง กระชากปืนจากเอวและลากหญิงสาวไปหลบหลังต้นไม้ สั่งว่าอย่าเพ่น พ่านไปไหน รจนาไฉนรับปากมึนๆ เพราะกำลังตระหนก มองชายหนุ่มแปลกหน้าวิ่งเข้าป่า พลันนึกถึงปวุฒิด้วยความเป็นห่วง...แฟนหนุ่มจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้

ขณะที่รจนาไฉนกังวล...ปวุฒิช่วยกองกำลังตำรวจอย่างแข็งขัน คมผู้ช่วยพ่อเลี้ยงเจงเห็นนายตำรวจหนุ่มแปลกหน้าแม่นปืน ตัดสินใจล่อไปอีกทาง ปวุฒิวิ่งไล่ตามติดๆ ถูกยิงที่ชายโครงล้มลง คมปรากฏตัว แสยะยิ้มพร้อมเล็งปืนมาที่ชายหนุ่ม เสียงปืนดังขึ้นอีกนัด ลูกน้องพ่อเลี้ยงเจงเป็นฝ่ายล้ม เผยให้เห็นปัทม์เป็นคนยิง

ทันใดนั้น...ศักดิ์มือขวาพ่อเลี้ยงเจงวิ่งเข้ามาจะ ล้างแค้นให้ลูกน้อง โดนปัทม์ยิงสวน จึงถอยร่นหนีไป ตำรวจคนอื่นมาถึง ฝากพ่อเลี้ยงหนุ่มดูแลปวุฒิแล้วผลุนผลันตามกลุ่มคนร้าย ปวุฒิพยายามลุกแต่เพราะเสียเลือดมากจึงล้มหมดสติ รจนาไฉนวิ่งหน้าตื่นจากอีกทางเพราะเป็นห่วงแฟนหนุ่ม ถลาเข้าประคอง ร่ำไห้น่าสงสาร

“คุณปวุฒิสัญญาแล้วไงคะ ว่าจะมารับเจ้าหญิง ลืมตาสิคะ...เจ้าชายของเพื่อน”

ปัทม์มองด้วยความอึ้งปนรำคาญ ตัดสินใจช่วยประคองปวุฒิขึ้นรถพาไปโรงพยาบาล

รจนาไฉนมองตามบุรุษพยาบาล เข็นรถพาปวุฒิที่ยังนอนหมดสติเข้าห้องฉุกเฉิน ถลาเข้าไปเกาะ พร่ำเรียกชื่อเขาไม่ขาดปาก ปัทม์ยืนมองด้วยความเวทนา พอเดาได้ว่าคงเป็นแฟนกัน ถึงทำท่าจะเป็นจะตาย เจ้าหน้าที่ที่ตามมาดูสถานการณ์ บอกว่าปวุฒิเป็นนายตำรวจหนุ่มไฟแรงจากกรุงเทพฯ ปัทม์ไม่สนใจ ถามความคืบหน้าเรื่องค้ายา เจ้าหน้าที่ส่ายหน้าเซ็งๆ เพราะยังไม่ได้เรื่องอะไรมาก บอกให้พ่อเลี้ยงหนุ่มรีบไปทำแผล

ปัทม์เพิ่งรู้สึกเจ็บแปลบน้อยๆที่รอยถลอก รีบเดินไปห้องพยาบาล เหลือบมองหญิงสาวที่ตนเจอโดยบังเอิญอีกครั้ง เห็นเธอนั่งเฝ้าหน้าห้องฉุกเฉินด้วยใจจดจ่อ แอบทึ่งปนหมั่นไส้นิดๆ...อะไรจะรักกันมากขนาดนั้น!

ฟากพ่อเลี้ยงเจงโกรธจัดที่การซื้อขายยาล่ม โดยเฉพาะเมื่อศักดิ์บอกว่าปัทม์ตามมาช่วย

“ไอ้ปัทม์อีกแล้ว ทำตัวเป็นพลเมืองดี แส่ไม่เข้าเรื่อง สักวันเถอะจะไม่ตายดี!”

“แล้วจะให้ทำยังไงกับพวกที่โดนยิงครับ”

“รีบพาพวกมันไปรักษาซะ ลูกน้องพ่อเลี้ยงเจง ต้องไม่มีคำว่าพลาด”

ศักดิ์รู้ว่าต้องทำอย่างไร พาคนเจ็บไปข้างนอก พ่อเลี้ยงแสยะยิ้ม พร้อมเสียงปืนดังลั่นหลายนัด...

ooooooo

ปัทม์จะกลับไร่หลังทำแผล เดินผ่านห้องที่ปวุฒิรักษาตัว เห็นหญิงสาวหน้าหวานคนเดิมกุมมือแฟนหนุ่มแน่น รจนาไฉนไม่รู้ว่าโดนแอบมอง ร้องไห้เสียใจ เป็นห่วงปวุฒิที่ยังไม่ฟื้น ปัทม์มองเธอร่ำรำพันแล้วสะเทือนใจมาก ไม่คิดว่าคนเราจะรักกันมากขนาดนั้น รจนาไฉนปาดน้ำตา พยายามทำใจให้เข้มแข็ง

“คุณปวุฒิ...รู้ไหมว่าเพื่อนเป็นห่วงมาก เพื่อนไม่เคยรู้เลยว่าคำว่ารัก มันยิ่งใหญ่แค่ไหนจนกระทั่งวันนี้...เพื่อนรู้ซึ้งแล้วว่าคำว่ารักมีความหมายกับเพื่อนมาก และมันเป็นยิ่งกว่าชีวิต”

ปวุฒิค่อยๆลืมตา ตื้นตันที่แฟนสาวเป็นห่วง ขอร้องให้ปิดเรื่องนี้เป็นความลับ ไม่อยากให้ครอบครัวเธอคิดว่าเขาดูแลเธอไม่ได้ แถมอ้อนเสียงอ่อนให้จูบแก้ม รจนาไฉนยอมแต่โดยดีเพราะอยากเอาใจคนป่วย ปัทม์ยืนมองด้วยความรู้สึกประหลาด ผละจากไปพร้อมความหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก

ปวุฒิยังกุมมือแฟนสาวไม่ปล่อย ถามถึงชายหนุ่มที่ช่วยชีวิต รจนาไฉนบอกว่าไม่รู้จักแต่จะถามให้ นึกถึงชายหนุ่มหน้าหล่อแต่มาดกวนสุดๆ...เขาเป็นใครกันแน่

ปัทม์สั่งคนนำรถมาที่โรงพยาบาล ขับกลับไร่ชาด้วยสีหน้าเหม่อลอย ในหัวเต็มไปด้วยคำรักแสนหวานของหญิงสาวแปลกหน้า พาลให้สะเทือนในอกเมื่อคิดถึงเรื่องราวในอดีต เมื่อครั้งแสงจันทร์ภรรยาเก่ายังมีชีวิต และพร่ำบอกรักเขาทุกวันก่อนนอน พ่อเลี้ยงหนุ่มดึงตัวเองออกจากภวังค์ เบรกรถตัวโก่ง สะบัดหัวไล่ความคิดเพ้อๆ

“ทำไมฉันต้องคิดถึงเธอด้วย...ความรักน้ำเน่า!”

ปัทม์กระชากรถออกอย่างแรง ปรับสีหน้าเป็นเคร่งขรึม กลายเป็นพ่อเลี้ยงหนุ่มเย็นชา ไม่แยแสความรักเหมือนเดิม...รักแท้ไม่มีอยู่จริงหรอก ผู้หญิงก็แพศยา หิวเงินทุกคน!

เวลาเดียวกันที่บ้านปัทมกุล...เปรมแม่ของปัทม์ ต้อนรับขับสู้นพรัตน์กับลำเพา สองสามีภรรยาเพื่อนผู้มีพระคุณในอดีต กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเมื่อลำเพาแสดงเจตจำนงค์ อยากให้ปัทม์แต่งงานกับลูกสาวเธอ

“พอร่ำรวยแล้ว คุณเปรมคงไม่ลืมความยากลำบากแต่หนหลังนะคะ ยังจำได้อยู่ใช่ไหมว่าใครยื่นมือมาช่วย จนทำให้ครอบครัวคุณรอดพ้นจากหายนะมาได้ ไร่ปัทมกุลเกิดขึ้นได้เพราะใคร”

ปัทม์เพิ่งมาถึง แอบได้ยินการสนทนา ชักสีหน้าด้วยความไม่พอใจ ส่วนเปรมมีสีหน้ากระอักกระอ่วน

“เราไม่เคยลืม แต่น่าจะให้เด็กๆได้ทำความรู้จักกันก่อนดีไหมคะ”

นพรัตน์พยักหน้าเข้าใจ เกรงใจเปรมไม่น้อย ต่างจากลำเพาที่ตอกกลับไม่ไว้หน้า ปัทม์โกรธที่แม่โดนลำเลิกบุญคุณและข่มขู่อย่างหยาบคายที่สุด เปรมพูดไม่ ออก ลำเพาถือโอกาสรวบรัด

“คนเราจะเจริญได้ ถ้าไม่ลืมกำพืดตัวเอง สิบกว่าปีที่แล้ว ถ้าคุณนพรัตน์ไม่ช่วย ลำพังคุณกับลูกชายไม่มีทางมาถึงวันนี้หรอก คุณเปรมคงไม่ติดขัดอะไร ถ้าดิฉันขอเดินหน้าสู่ขั้นเรียกสินสอด ดิฉันขอหนึ่งร้อยล้านบาท!”

ปัทม์เหลืออด ก้าวพรวดมาปฏิเสธกลางวง ปรายตามองสองสามีภรรยาด้วยสายตาดูถูก จูงแม่ไปคุยในห้อง โดยไม่สนใจรักษามารยาทใดๆ นพรัตน์มองตามหน้าเครียด ต่างจากลำเพาที่ขัดใจเพราะโดนมองอย่างเหยียดหยาม

เปรมต่อว่าลูกชายเสียงเขียวที่เสียมารยาท ปัทม์ไม่สะทกสะท้าน สวนกลับเสียงเคร่ง

“ผมให้เกียรติเฉพาะคนที่ให้เกียรติคนอื่นเท่านั้นครับ แต่นี่อะไร...ข่มขู่เหมือนคุณแม่เป็นลูกจ้าง บังคับให้ผมแต่งงาน เรียกสินสอดเป็นร้อยล้าน ขายลูกกินชัดๆ ลูกสาวคงใช่ย่อย รู้ว่าเรามีธุรกิจใหญ่โต คงหิวเงิน หวังรวยทางลัด”

“ปัทม์...ลูกพูดอย่างนั้นไม่ได้นะ เมื่อไหร่ลูกจะเลิกดูถูกผู้หญิงสักที”

“ผมเชื่อในสิ่งที่เห็นและสิ่งที่เคยพบครับ ความรักมันไม่มีอยู่จริง ก็แค่คำพูดสวยหรูที่ผู้หญิงใช้หลอกผู้ชายโง่ๆ”

เปรมอึ้ง รู้ดีว่าลูกชายยังฝังใจกับความเจ็บช้ำในอดีต พยายามเตือนสติ

“ลูกปิดกั้นตัวเองมากไป ควรจะให้โอกาสตัวเองบ้าง เชื่อแม่เถอะ...ลูกสาวคุณลำเพาอาจไม่เลวร้ายก็ได้”

“พอเถอะครับแม่ มันเป็นไปไม่ได้หรอกที่จะเกิดรักแท้จากการบังคับแต่งงาน”

เปรมบอกว่าเธอกับพ่อของเขาเป็นตัวอย่างที่ดี พ่อเลี้ยงหนุ่มเถียงไม่ออกแต่ยังไม่ยอมรับ ยืนยันไม่แต่งงาน เปรมถอนใจหนัก เดินไปที่ภาพถ่ายครอบครัว เปรยเสียงเครียดน้ำตาคลอ

“พ่อเคยทำธุรกิจจนหมดตัว คุณนพรัตน์ยื่นมือมาช่วย เราถึงมีทุนทำไร่ชา ครอบครัวเรามีวันนี้ได้เพราะคุณนพรัตน์ แล้วลูกจะผิดคำสัญญาได้ยังไง ชีวิตพ่อให้ความสำคัญกับคำสัญญาที่สุด ปัทม์ทำเพื่อพ่อกับแม่ได้ไหม”

ปัทม์มองแม่เครียดๆ เข้าใจความรู้สึกแต่ไม่อยากฝืนใจตัวเอง น้ำเสียงและท่าทางเศร้าๆ ของแม่ทำให้เขาคิดหนัก ในที่สุดก็ตัดสินใจตกลง...แต่คงได้เห็นฤทธิ์พ่อเลี้ยงใหญ่แห่งไร่ปัทมกุลกันบ้าง!

ปัทม์ตามเปรมไปห้องรับแขกเพื่อตอบตกลง ลำเพาดีใจออกนอกหน้าแล้วชะงัก ปัทม์ปฏิเสธสินสอดร้อยล้าน

“เอ๊ะ...คุณปัทม์พูดอะไร การแต่งงานก็ต้องมีสินสอด ค่าเลี้ยงดู อย่าหาว่าอาขายลูกสาวกินเลย อาไม่ได้อยากให้ลูกแต่งงานหรอกนะ แต่มันเป็นสัญญา อาจำใจ”

“พ่อผมสัญญาแค่การแต่งงาน ไม่ได้ระบุจำนวนเงินสินสอดใช่ไหมครับ”

“แต่มันเป็นประเพณีนะจ๊ะ การแต่งงานก็ต้องมีสินสอดทองหมั้น”

ปัทม์เหยียดยิ้ม บอกว่าจะจ่ายในวันแต่งงาน ลำเพาไม่ทันจับน้ำเสียงแปลกๆ ดีใจเนื้อเต้นจะได้เงินก้อนโต

“จะจ่ายเช็คหรือเงินสดก็ได้ ทีนี้ตระกูลเราจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน ลูกสาวอาจะเป็นภรรยาที่ดีของคุณปัทม์”

“ผมก็ตื่นเต้น จะได้ภรรยามาเป็นแรงงานทำงานในไร่ชา ช่วงนี้หาคนงานยาก”

ลำเพาชักแปร่งหู ส่วนนพรัตน์ฉุนจัด เปรมแก้ตัวแทนลูกชายเสียงอ่อน ถามถึงว่าที่คู่หมั้นลูกชาย ลำเพาบอกว่าอยู่ที่รีสอร์ต ไม่พามาด้วยเพราะไม่อยากให้เข้าใจว่าขายลูกกิน ปัทม์แสยะยิ้ม...แล้วจะได้รู้กันว่าจริงหรือเปล่า!

ooooooo

หลังเจรจาสำเร็จ...ลำเพากลับรีสอร์ตอย่าง อารมณ์ดี รจนาไฉนมาต้อนรับ นพรัตน์ยิ้มให้ ต่างจากลำเพาที่ทำท่ารังเกียจรังงอน โวยวายหาเรื่องตั้งแต่เจอหน้า โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าเธอออกไปเที่ยวเล่น นพรัตน์ออกรับแทน บอกว่าเป็นคนอนุญาต ลำเพาไม่ยอม ตวาดใส่ลูกสาวราวเป็นเจ้าชีวิต

“ถ้าฉันไม่อนุญาต แกก็ไม่มีสิทธิ์ออกไปไหนทั้งนั้น ฉันเคยบอกแล้วใช่ไหม จะทำอะไรต้องบอกฉันก่อน”

รจนาไฉนสลดลง ขอโทษเสียงอ่อย ลำเพาเชิดหน้าด้วยความโมโห สั่งให้ไปเตรียมข้าวเย็น นพรัตน์พยายามกล่อมให้ไปทานข้างนอก โดนลำเพาปรี๊ดกลับเสียงเขียว

“ไม่ได้...มันเปลือง! นี่ถ้าไม่ใช่เพราะหวังจะพึ่งเรื่องกับข้าวกับปลาล่ะก็ อย่าหวังเลยจะยอมให้มาด้วย ไปทำกับข้าวได้แล้ว เสร็จแล้วเอาเสื้อผ้าทุกคนไปซักด้วย”

รจนาไฉนไม่อยากมีปัญหา รีบไปจัดการตามคำสั่ง นพรัตน์มองตามด้วยความสงสาร ต่อว่าเมียที่ใช้งานลูกเกินกว่าเหตุ ลำเพาสวนกลับว่ารจนาไฉนไม่ใช่ลูกแท้ๆ นพรัตน์หน้าเสีย สั่งให้ลดเสียงกลัวใครมาได้ยิน ลำเพาไม่แคร์ นึกถึงเรื่องราวแต่หนหลัง สมัยก่อนที่ธุรกิจครอบครัวแทบสิ้นเนื้อประดาตัว หลังรับรจนาไฉนมาเลี้ยง

“มันไม่ใช่ลูกฉัน ตั้งแต่คุณรับมันมาเลี้ยง ชีวิตเรามีแต่ตกต่ำ มันเป็นตัวซวย ฉันเกลียดมัน!”

นพรัตน์ส่ายหน้าเอือมระอา ลำเพาไม่สนใจ พูดถึงลูกเลี้ยงด้วยน้ำเสียงเกลียดชังอย่างเห็นได้ชัด

“ไม่ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน ฉันก็ไม่มีวันรักมัน ฉันมีลูกคนเดียวคือโลมฤทัย ลูกที่เกิดจากฉัน ลูกที่จะทำให้ฉันสุขสบาย ได้เป็นแม่ยายคุณปัทม์ เศรษฐีไร่ชาปัทมกุล”

บ่ายวันเดียวกัน...โลมฤทัย หรือ “พบ” ปรี๊ดแตกเมื่อรู้ว่าต้องแต่งงานกับปัทม์ เพราะเข้าใจว่าชายหนุ่มเป็นเศรษฐีบ้านนอกไร้การศึกษาหน้าตาขี้เหร่ ลำเพาพยายามกล่อมว่าปัทม์เป็นคนหน้าตาดี การศึกษาพร้อม แต่ลูกสาวไม่เชื่อ

“คุณแม่คิดว่าพบโง่หรือคะ ยังไงพบก็ไม่ยอมเป็นเมียพ่อเลี้ยง หน้าดำเพราะเก็บใบชาตั้งแต่เช้ายันเย็น”

“ลูกพบขา...เป็นภรรยาเจ้าของไร่ ลูกพบไม่ต้องทำอะไรทั้งสิ้น แค่นั่งเก็บเงินนับเงินอย่างเดียว คุณปัทม์สัญญาว่าจะดูแลหนูอย่างดี ยุงไม่ให้ไต่ ไรไม่ให้ตอม ไม่ให้ทำงานอะไรทั้งนั้น”

โลมฤทัยยังยืนกรานไม่ยอมแต่ง กระทืบเท้าเร่าๆ อย่างขัดใจ ลำเพาเหลืออดระเบิดอารมณ์ออกมา

“พบก็รู้ว่าครอบครัวเรากำลังเดือดร้อนเรื่องเงิน”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพบ มีปัญหา...คุณแม่ก็แก้เอาเองสิคะ”

“แต่แกต้องแต่ง! แกเป็นลูก ต้องทำตามคำสั่งฉัน ฉันจะจัดงานแต่งเร็วที่สุด เรากำลังจะหมดตัว แกเข้าใจคำว่าหมดตัวไหม ยังไงแกก็ต้องแต่งงานกับคุณปัทม์”

โลมฤทัยโกรธจัดที่โดนบังคับ แกล้งล้มลงกับพื้น ส่งเสียงกรี๊ดและทำท่าชักดิ้นชักงอไม่หยุด ลำเพากับนพรัตน์ใจเสีย ตะโกนเรียกรจนาไฉนมาช่วยประคองโลมฤทัยส่งโรงพยาบาลอย่างทุลักทุเล

ooooooo

โลมฤทัยฟื้นขึ้นที่โรงพยาบาล ลืมตาตื่นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เห็นรจนาไฉนมาเฝ้า รู้ว่าพี่สาวแอบไปเที่ยวกับปวุฒิเมื่อกลางวัน คาดคั้นเสียงเขียว

“หนีไปเที่ยวกับคุณปวุฒิสองต่อสอง เห็นแก่ตัว ต่อไปนี้อย่าทำอย่างนี้กับพบอีกนะ”

“พี่ขอโทษจ้ะ ต่อไปนี้พี่จะไปไหนกับคุณปวุฒิ พี่จะชวนน้องพบไปด้วยทุกครั้ง”

ตอนที่ 2

ปวุฒิมารอรจนาไฉนในผับ แปลกใจที่แฟนสาวนัดเจอในสถานที่อโคจรเช่นนี้ เขาก้มมองช่อกุหลาบในมือ ยิ้มน้อยๆเมื่อคิดถึงใบหน้าสวยใส ทันใดนั้น...เสียงฮือฮาดังรอบข้าง กลุ่มนักเที่ยวชี้ชวนกันดูหน้าประตู ปวุฒิหันมองบ้าง เห็นรจนาไฉนเดินมาด้วยมาดนางพญา เฉิดฉายในชุดเซ็กซี่ สวยแปลกตาจนหัวใจเขากระตุก

รจนาไฉนกลายเป็นเป้าสายตาคนทั้งผับ จังหวะเดียวกัน...ปัทม์เข้ามาจากอีกทาง เห็นหญิงสาวนั่งกับปวุฒิก็จำได้ ครุ่นคิดบางอย่างแล้วตามไปนั่งโต๊ะข้างๆแต่หันหลังให้

ปวุฒิอึกอัก อยากทักเรื่องแต่งตัว รจนาไฉนรู้ทัน เดาว่าเขาอาจไม่ชอบ นายตำรวจหนุ่มหน้าเจื่อน ละล่ำละลักปฏิเสธ บอกว่ารักเธอเสมอไม่ว่าแต่งแบบไหน แก้เก้อด้วยการส่งดอกไม้ให้ รจนาไฉนแกล้งทำหน้าเมื่อย

“แค่ช่อดอกกุหลาบเล็กๆเองหรือคะ เพื่อนนึกว่าจะได้แหวนเพชรเม็ดโตเสียอีก”

จบคำก็วางช่อดอกไม้บนโต๊ะ เรียกบริกรมาสั่งวิสกี้ดื่มย้อมใจ ปวุฒิอึ้งเพราะไม่เคยเห็นมาก่อน

“เป็นเพราะคุณยังไม่รู้จักเพื่อนดีพอมั้งคะ”

“ใครบอกครับ ผมรู้จักคนรักของผมดี เธอเป็นเจ้าหญิงแสนดีแสนสวย ไม่สิ...วันนี้เธอเป็นเจ้าหญิงเซ็กซี่ที่สุด”

“คุณยังไม่รู้ความจริงอีกข้อ ฉันเป็นแค่ลูกกำพร้าที่บ้านวิชนีขอมาเลี้ยง”

ปวุฒิสะดุ้ง เช่นเดียวกับปัทม์ ตะลึงกับความรู้ใหม่ จังหวะเดียวกัน...บริกรเอาเครื่องดื่มมาเสิร์ฟ รจนาไฉนคว้ามาดื่มรวดเดียวหมดแก้วแล้วสั่งเพิ่ม ปวุฒิอ้าปากค้าง เข้าใจว่าแฟนสาวกลุ้มใจ

“อย่าเสียใจเลยนะ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คุณยังมีผม ผมสัญญาแล้วว่าจะดูแลคุณอย่างดีที่สุด”

“เงินเดือนข้าราชการจะได้สักเท่าไหร่ คุณดูแลไม่ได้หรอก ยิ่งฉันไม่ใช่ลูกแท้ๆ เท่ากับฉันไม่มีอะไรเลย”

จบคำก็ถอดแหวนคืนและตั้งท่าลุกไป ปวุฒิรั้งไว้ รจนาไฉนสะบัดมือ พูดใส่หน้าเขาน้ำเสียงเยาะหยัน

“ฉันจะแต่งกับคนที่รวย สร้างความสุขสบายให้ได้ และฉันก็เจอผู้ชายคนนั้นแล้ว เขาชื่อปัทม์ ปัทมกุล เจ้าของไร่ชาใหญ่ที่สุดในเชียงราย มีเงินเป็นร้อยเป็นพันล้าน เราเลิกกันเถอะค่ะ”

ปัทม์กำแก้วในมือแน่น นึกดูถูกหญิงสาวที่ฉวยโอกาสใช้เขาเป็นบันไดสู่ความสบาย ปวุฒิไม่อยากเชื่อ คิดว่าโลมฤทัยต่างหากต้องแต่งงาน รจนาไฉนสวมบทบาทสาวแพศยาแนบเนียน บอกว่าแค่อ้อนนพรัตน์ก็ได้เปลี่ยนตัวเป็นเจ้าสาวแทน ปวุฒิยืนตัวชา พูดไม่ออก รจนาไฉนสบตาเขานิ่ง ปลอบประโลมเสียงเย็น

“ความรักมันกินไม่ได้หรอก ความรักของฉันขึ้นกับตัวเลขในบัญชีธนาคาร...ลาก่อนค่ะ”

ปวุฒิไม่ยอมเชื่อว่าแฟนสาวจะตีจาก รจนาไฉนตัดสินใจใช้ไม้แข็ง เดินตรงไปที่เวที

“เรามาเปิดประมูลกันดีกว่า ใครรวยที่สุด...ฉันจะไปสนุกด้วย”

บรรดาชายหนุ่มในผับยกมือให้วุ่น ชูเงินฟ่อนใหญ่ หวังซื้อหญิงสาวคนสวย ปัทม์นึกรังเกียจว่าที่คู่หมั้นที่ทำตัวแย่ ปวุฒิทนไม่ไหว โพล่งออกไปว่าจะหาให้เอง รจนาไฉนเหยียดยิ้ม กลับไปหาเขาที่โต๊ะ

“ฉันต้องการร้อยล้าน...วันนี้และเดี๋ยวนี้!”

“ผมจะพยายามหาให้ แต่ขอเวลาสักหน่อย แต่งงานกับผมเถอะนะ”

“น้ำหน้าอย่างคุณ ชาติหน้าคุณก็หาให้ฉันไม่ได้ ถ้าไม่มีเงินก็อย่ามาเสนอหน้า”

รจนาหยิบแหวนปาใส่หน้าแล้วผลุนผลันออกไป ปวุฒิหัวใจสลายแต่ไม่ถอดใจ ปัทม์มองตามหญิงสาวด้วยความเกลียดชัง ตัดสินใจตามไปดูสถานการณ์

ปวุฒิตามหารจนาไฉนทั่วบริเวณผับแต่ไม่เจอ ฝนเริ่มโปรยปรายหนักขึ้น รจนาไฉนยืนหลบที่มุมหนึ่ง เฝ้ามองด้วยความเสียใจ...ต่อไปนี้คงไม่มีเจ้าชายแสนดีอย่างปวุฒิ คอยพะเน้าพะนอเจ้าหญิงแสนสวยอย่างเธออีกแล้ว

ปัทม์ยืนมองสภาพตำรวจหนุ่มด้วยความเวทนา พูดกับตัวเองเสียงเบา

“ความรักไม่มีอยู่จริง ผู้หญิงทุกคนบูชาเงินเป็นพระเจ้า โดยเฉพาะผู้หญิงหิวเงินคนนั้น”

เสียงฟ้าร้องครืนๆ ฟ้าแลบสว่างทาบใบหน้าพ่อเลี้ยงหนุ่ม เขาแสยะยิ้ม พึมพำเสียงเคร่ง

“ฉันขอสัญญา ฉันจะเป็นพญามัจจุราชพาเธอลงห้วงนรกให้เร็วที่สุด!”

ooooooo

รจนาไฉนเริ่มสถานะใหม่ของตนเช้ารุ่งขึ้น ช่วยทำงานบ้านอย่างขมีขมัน สาวใช้พยายามห้ามแต่ไม่ได้ผล

“ต่อไปนี้ไม่ต้องเรียกฉันว่าคุณหนู มีเพียงคุณพบคนเดียวที่เป็นคุณหนูบ้านนี้”

โลมฤทัยผ่านมาได้ยิน รับสมอ้าง “ใช่...ฉันเป็นลูกสาวคนเดียวของวิชนี พี่เพื่อน...ขึ้นไปเก็บของในห้องพี่ด้วย”

รจนาไฉนไม่เข้าใจ โลมฤทัยเหยียดยิ้ม บอกว่าอยากได้ห้องพี่สาวมานานแล้ว ฉับพลันนั้น...ความคิดก็พากลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน โลมฤทัยต้องอับอายเพื่อนร่วมชั้นที่ไม่มีเงินจ่ายค่าเทอม เพราะนพรัตน์เอาเงินไปรักษารจนาไฉนที่ไม่สบาย ลำเพาเคืองสามีไม่น้อย ได้แต่เป่าหูลูกสาวคนเล็กให้เกลียดชังรจนาไฉนมากขึ้น โลมฤทัยดึงตัวเองออกจากความทรงจำในอดีต มองหน้าพี่สาวบุญธรรมที่เธอแสนชัง

“พี่คงไม่ว่าฉันใจร้ายหรอกนะ ฉันแค่ทวงสิทธิ์ชอบธรรม ในเมื่อฉันเป็นลูกแท้ๆของพ่อแม่ ฉันก็ควรได้ทุกอย่าง”

“ได้จ้ะ...พี่จะย้ายไปอยู่เรือนคนใช้”

“ก็รีบไปสิ...หวังว่าเมื่อฉันกลับมา ทุกอย่างจะเรียบร้อย”

รจนาไฉนน้อมรับชะตากรรม เหลือบเห็นลำเพามองมาด้วยสายตาเย็นชา รู้แน่ว่าแม่เลี้ยงได้ยินบทสนทนาของเธอกับน้องแต่ไม่พูดอะไร รจนาไฉนสะเทือนใจ หาโอกาสเปิดอกกับลำเพา

“คุณแม่คะ...เพื่อนยอมทำทุกอย่างเพื่อความสุขของคุณแม่และน้องพบ เพื่อนขออะไรจากคุณแม่บ้างได้ไหมคะ”

“นี่แกคิดจะลำเลิกบุญคุณเหรอ แค่ยอมแต่งงานแทนน้องมันลำบากมากหรือไง ถึงต้องมาทวงบุญคุณกับฉัน”

“เพื่อนแค่ขอความเมตตาจากคุณแม่ คุณแม่คะ... รักเพื่อนบ้างได้ไหมคะ”

รจนาไฉนรอคำตอบด้วยใจจดจ่อ ลำเพายังหมั่นไส้และรังเกียจลูกเลี้ยงเหมือนเดิม

“เลิกสำออยบีบน้ำตาสักที แกย้ายออกจากห้องได้แล้ว ฉันจะพยายามรักแกก็ได้ ถ้าแกทำตามคำสั่งฉัน”

รจนาไฉนดีใจ คิดว่าความดีจะทำให้แม่ใจอ่อน ไม่รู้เลยว่าลับหลังเธอ ลำเพาพึมพำด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

“ไม่มีวันที่ฉันจะรักแกหรอก...นังเด็กกำพร้า!”

ooooooo

รจนาไฉนเก็บของในห้องตามคำสั่งโลมฤทัย มองห้องนอนที่ใช้มาตลอดชีวิตด้วยสายตาอาวรณ์ เอื้อมมือไปจับผ้าม่าน บอกลารูปปราสาทที่ปักเองกับมือด้วยสีหน้าเศร้าหมอง

“ลาก่อนปราสาทแสนสวย ปราสาทแห่งนี้เหมาะสำหรับเจ้าหญิงเท่านั้น ไม่ใช่คนอย่างฉัน”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น...สาวใช้เข้ามาบอกว่ามีแขกมาขอพบ หญิงสาวไม่แปลกใจ เมื่อเห็นปวุฒินั่งรอในห้องรับแขก เขารวบตัวเธอมากอดแน่น ยังไม่เชื่อว่าเธอจะเปลี่ยนใจ รจนาไฉนเกือบใจอ่อนแต่ต้องตัดใจไล่กลับบ้าน ทันใดนั้น...ปัทม์เข้ามาเงียบๆแต่ทักเสียงดังจนสองหนุ่มสาวตกใจ รจนาไฉนจำได้ว่าคือคนที่ช่วยนายตำรวจหนุ่ม ปวุฒิขอบคุณ แต่ไม่วายสงสัยที่เขาปรากฏตัวในบ้านวิชนี

“เพราะผมคือปัทม์ ปัทมกุล...ว่าที่สามีของลูกสาวบ้านวิชนี”

ปวุฒิตะลึง ส่วนรจนาไฉนพูดไม่ออก ไม่คิดว่าเขาจะเป็นว่าที่คู่หมั้น ปัทม์มองด้วยความสะใจ

“ผมเองก็ไม่อยากจะเชื่อ จู่ๆก็มีผู้หญิงลนลานอยากเป็นเมียผมจนตัวสั่น ใช่ไหม...รจนาไฉน”

“พูดอะไร กรุณาให้เกียรติผู้หญิงด้วย” ปวุฒิปรามเสียงเข้ม

“เราควรให้เกียรติเฉพาะคนที่สมควรได้รับ ผู้หญิงคนนี้เลิกกับคุณเพราะเงิน เห็นเงินเป็นพระเจ้า”

จบคำก็รวบตัวรจนาไฉนมากอดและทำท่าจะจูบ หญิงสาวดิ้นรนขัดขืน เขาหัวเราะแล้วแขวะ

“หมดเวลาสร้างภาพแล้วน่า ยอมเถอะ เดี๋ยวจะจ่ายให้อย่างคาดไม่ถึงเลย ถ้าบริการดี...ฉันจะทิปพิเศษด้วย”

ปวุฒิทนไม่ไหว กระชากพ่อเลี้ยงหนุ่มออกจากหญิงสาว พร้อมปล่อยหมัดใส่หน้าโครมใหญ่

“มันไม่ให้เกียรติผู้หญิงที่ผมรัก ต่อให้เป็นผู้มีพระคุณผมก็ต่อยได้ ขอโทษคุณเพื่อนเดี๋ยวนี้!”

ปัทม์เงยหน้าทั้งเลือดกบปาก แสยะยิ้มและดึงตัวรจนาไฉนมากอดจูบท้าทาย ปวุฒิถลาเข้าไปเอาเรื่อง รจนาไฉนเห็นท่าไม่ดี ตัดสินใจเล่นละครเป็นหญิงแพศยาอีกครั้ง ตบหน้านายตำรวจหนุ่มอย่างแรง

“เลิกเพ้อเจ้อซะที กลับไปซะ ต่อไปนี้คุณปัทม์คือเจ้าชายของฉัน...ไม่ใช่คุณ”

น้ำเสียงหญิงสาวจริงจัง ขัดกับแววตาที่ดูหวั่นไหว ถลันไปดูปัทม์ แกล้งโอ๋ให้ปวุฒิตัดใจ ปวุฒิเจ็บเจียนตาย หมุนตัวเดินจากไปด้วยใจปวดร้าว รจนาไฉนรอจนอดีตแฟนหนุ่มลับร่าง ผละออกจากว่าที่คู่หมั้นอย่างไม่ไยดี ปัทม์ตามติด แกล้งทำเสียงล้อเลียนนายตำรวจหนุ่ม ชะงักเมื่อเห็นน้ำตาเธอ สะบัดหน้าเรียกสติแล้วค่อนแคะ

“คราวนี้จะมารยาอะไรอีก หรือว่าจะเรียกคะแนนความสงสาร”

“ฉันจะทำอย่างนั้นทำไม โดยเฉพาะจากคนอย่างคุณ”

“อ้าว...เธออาจจะอยากให้ปลอบใจ เมื่อกี้ก็ต้องเล่นละครให้คนรักยอมตัดใจ ทั้งที่ไม่อยาก”

รจนาไฉนโกรธจัด บอกว่าไม่มีวันใช้มารยาสาไถยกับผู้ชายอย่างปัทม์ จบคำก็สะบัดหน้าออกไป แต่สะดุดขาตัวเองล้มลง ปัทม์หัวเราะเยาะ ตั้งท่าจะประคอง รจนาไฉนขืนตัวและทุบตีเขาอย่างบ้าคลั่ง ปัทม์จับมือเธอไว้

“เธอนี่มันปั่นหัวผู้ชายเก่งจริงๆ ไล่ยังไงฉันก็ไม่ไปหรอก ช่วยใส่ยาให้ว่าที่สามีหน่อยสิ”

ปัทม์ยิ้มยั่ว รจนาไฉนผลักอกเขาอย่างแรง พ่อเลี้ยงหนุ่มเหลืออด

“แน่ใจแล้วเหรอที่ไล่ฉันน่ะ เวลานี้ฉันเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับคนในตระกูลวิชนีนะ”

รจนาไฉนอึ้งเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าเขาจะมาไม้ไหน...

คำตอบมาถึงไม่นานจากนั้น...ลำเพาต้อนรับขับสู้ปัทม์อย่างดี เพราะคิดว่าเขามาเจรจาเรื่องแต่งงานและเงินสินสอด ปัทม์มองว่าที่แม่ยายอย่างดูถูก พูดจาเหน็บแนมจนทุกคนผงะ รจนาไฉนมองด้วยสายตารังเกียจ แขวะกลับหลายประโยคแต่โดนเขาเอาคืนทุกครั้ง

ปัทม์ถามถึงโลมฤทัย ลำเพาชักนั่งไม่ติด กลัวความลับแตกว่ารจนาไฉนไม่ใช่ลูกแท้ๆ นพรัตน์นั่งฟังอยู่นาน บอกว่าลูกสาวคนเล็กออกไปข้างนอก ปัทม์พยักหน้ารับกวนๆ

“ช่างเขาเถอะครับ เพราะผมไม่ได้แต่งกับคุณโลมฤทัยใช่ไหมครับ”

“คุณปัทม์แต่งงานกับลูกสาวคนโตของอา...รจนาไฉน คุณปัทม์มาคุยเรื่องแต่งงาน คุณเปรมไม่มาด้วยล่ะคะ”

ลำเพาถามยิ้มๆ ปัทม์ยืนยันคุยเองเพราะเป็นคนแต่ง ประกาศลั่นให้จัดงานวันรุ่งขึ้น ลำเพากับนพรัตน์ไม่พอใจที่เขาไม่ให้เกียรติ ส่วนรจนาไฉนหน้าเสีย นึกเกลียดว่าที่เจ้าบ่าวในความเผด็จการ...อย่าให้ถึงทีเธอบ้างแล้วกัน!

ตอนที่ 3

ปยงค์ทำกับข้าวในครัว ปากก็พร่ำสอนรจนาไฉน จันทร์เจ้าเตรียมของใกล้ๆ มองแม่บ้านใหญ่ด้วยความหมั่นไส้

“กับข้าวบ้านๆพื้นๆ กะโหลกกะลาไม่เอานะ ฉันทำอาหารชาววังให้ท่านๆทานทุกมื้อ” ปยงค์โอ่

“เหลือเททิ้งทุกวันล่ะเจ้า ไม่รู้ว่าท่านๆทนทานกันได้ยังไง”

ปยงค์ค้อนปะหลับปะเหลือก เขวี้ยงทัพพีใส่ไล่ไปจัดโต๊ะ รจนาไฉนห่อไหล่ ถามเรื่องผักที่เพิ่งล้าง

“เอาวางไว้บนหัวหล่อนมั้ง คิดว่าเขาเอาแตงกวากับมะเขือเทศไว้ทำอะไร มีหัวคิดบ้างไหม”

รจนาไฉนมองผักตรงหน้าด้วยแววตาครุ่นคิด เห็นมีดเล่มเล็กวางอยู่เหนือตู้ หยิบมาแกะสลักอย่างตั้งใจ

ปัทม์นั่งมองจานผักสดที่ถูกจัดวางและแกะสลักสวยงามด้วยแววตาทึ่งๆ เอ่ยชมแม่บ้านใหญ่ว่าฝีมือพัฒนาขึ้นมาก ปยงค์เสนอหน้ารับความดีความชอบ จันทร์เจ้าอดไม่ได้ เฉลยว่ารจนาไฉนเป็นคนทำ ปัทม์วางช้อนส้อมทันที

“กินไม่ลง...ทีหลังไม่ต้องให้แม่คนนั้นยุ่งกับสำรับอาหาร น่าขยะแขยง ดูสิ...แกะรูปอะไรไม่รู้ ทุเรศ!”

จบคำก็คว้ามะเขือเทศปาลงพื้น รจนาไฉนเจ็บใจ ปยงค์กับจันทร์เจ้ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจเจ้านายหนุ่ม ปัทม์เหวี่ยงใส่ทุกคน โดยเฉพาะปยงค์ที่ให้รจนาไฉนมาดูแลเรื่องกับข้าว แม่บ้านใหญ่หน้าเสีย ไม่รู้จะให้ทำอะไร ปัทม์บอกให้ไปทำงานในคอกม้า รจนาไฉนโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้ หิ้วอุปกรณ์ทำความสะอาดออกจากบ้านพักเซ็งๆ

รจนาไฉนทำความสะอาดม้าเก้ๆกังๆ ไม่ชินที่ต้องอยู่ใกล้ๆสัตว์ใหญ่ ชิกับจันทร์เจ้าแอบมองด้วยความสงสาร แปลกใจที่พ่อเลี้ยงหนุ่มดูโหดร้ายเป็นพิเศษ จันทร์เจ้าอดรนทนไม่ไหว จะไปช่วย ชิเตือนว่าอย่ายุ่ง ถ้าไม่อยากเดือดร้อน จันทร์เจ้ายังรั้นเพราะสงสารเพื่อนใหม่เต็มแก่ ทันใดนั้น...เสียงปัทม์ดังจากด้านหลัง

“ดี...มีน้ำใจดี พอช่วยเสร็จ เดินเลยไปสำนักงาน เขียนใบลาออกด้วยนะ”

จันทร์เจ้าสะดุ้ง ชวนชิออกไปด้านนอก ปัทม์แอบมองรจนาไฉน หลุดขำท่าทางกลัวๆกล้าๆ สะใจที่ได้แกล้งเธอ

กว่ารจนาไฉนจะได้นอนก็ค่อนคืน สะดุ้งตื่นเช้าวันถัดมาเพราะเสียงเคาะประตูลั่น ปยงค์ตะโกนสั่งให้ตื่นและรีบแต่งตัวไปเก็บใบชาในไร่ รจนาไฉนยันตัวลุก รู้สึกปวดศีรษะอย่างแรง แต่กลัวปัทม์ดูถูก กลั้นใจลุกไปอาบน้ำ

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงถัดมา...รจนาไฉนก็แต่งตัวด้วยชุดชาวเขา แบกก๋วยเดินไปกับปยงค์และชิ ปัทม์อยู่บนหลังม้า มองตามเธอทุกฝีก้าว รจนาไฉนเวียนศีรษะ เดินโซเซสักพักก็ล้มลงกับพื้น ปัทม์กระโดดจากหลังม้า พุ่งมาดูอาการ รจนาไฉนเห็นหน้าพ่อเลี้ยงคู่ปรับ สะบัดออกอย่างถือตัว ปัทม์ชักฉุน กระแนะกระแหน

“ล้มเองก็ลุกเอง อย่าสำออยให้คนอื่นช่วย ถ้าไม่ไหว...อยากกลับบ้าน ฉันจะให้ชิไปส่งขึ้นรถทัวร์”

“ฉันไม่กลับ!”

“งั้นก็รีบเดินเร็วๆ งานเริ่มเจ็ดโมงเช้า ใครมาสายต้องถูกหักเงิน”

รจนาไฉนพยุงตัวขึ้นจนได้ ปัทม์กลับไปขึ้นม้าควบออกไปอย่างหัวเสีย ส่วนรจนาไฉนเชิดใส่ เดินไปสมทบคนงานอื่นๆ ปยงค์บ่น ไม่เคยเห็นพ่อเลี้ยงหงุดหงิดขนาดนี้ ชิพูดลอยๆว่าแม่บ้านใหญ่ยังไม่รู้อะไร...รู้แล้วจะหนาว!

ooooooo

รจนาไฉนก้มหน้าก้มตาเก็บใบชาใส่ก๋วยท่ามกลางแดดจ้า เหนื่อยและล้าเต็มที่เพราะไม่เคยทำงานใช้แรงงานมาก่อน ปัทม์ลอบมองเธออย่างจับผิด แต่ก็ไม่กล้าสบตา สักครู่ใหญ่...รจนาไฉนไปต่อคิวดื่มน้ำ ปวดหนึบที่ศีรษะมากขึ้น

พูนทวีมาหาปัทม์ เห็นธิดาดอยในฝันก็ถลันไปหา รจนาไฉนดีใจได้เจอ ชวนคุยด้วยท่าทางอารมณ์ดี ได้ความว่ารู้จักและทำงานกับปัทม์มานาน เพราะเป็นคนดีน่าคบหา รจนาไฉนไม่อยากเชื่อ

“ทนทำงานอยู่กับคนใจดำแบบนั้นได้ยังไง”

“อ้าว...ทำไมพูดแบบนั้น ไอ้ปัทม์มัน...เอ่อ...ความจริงเขาก็เป็นคนดีนะ ดีมากๆด้วย”

“แน่ใจเหรอว่าดี นี่คงกลัวเขามากจนไม่กล้าบอกความจริงกับฉันใช่ไหม”

กลุ่มคนงานทยอยกลับเข้างาน รจนาไฉนขอตัวตามแต่รู้สึกหน้ามืด เป็นลมล้มลง ปัทม์คอยสังเกตอยู่แล้ว ปราดเข้าประคองและอุ้มกลับที่พัก พูนทวีตกใจแต่ไม่คิดอะไรมาก รีบตามไปติดๆ

ปัทม์อุ้มรจนาไฉนกลับห้องพักในเรือนคนใช้ พูนทวีเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง จันทร์เจ้าจะไปตามหมอ ปัทม์ห้ามไว้ สั่งไม่ให้ยุ่ง พูนทวีงงที่เพื่อนแล้งน้ำใจ พยายามทักท้วง ปัทม์ส่ายหน้าเซ็งๆ

“ไม่มีหมอรักษาหายหรอก โรคสำออยเรียกร้องความสนใจ วิธีรักษาก็แค่อย่าไปสนใจ ต่อมสำออยจะฝ่อไปเอง”

“คิดได้ไงวะ ความเกลียดที่แกมีต่อผู้หญิงคงทำให้ต่อมมนุษยธรรมฝ่อ มองโลกในแง่ร้ายเกินไป”

“ฉันมองทะลุต่างหาก ฉันรู้ว่าอะไรจริงอะไรลวง แกน่ะ...รู้จักผู้หญิงคนนี้น้อยเกินไป”

พูนทวีสงสัยว่าเพื่อนอาจรู้จักผู้หญิงคนนี้ ชิถือถังน้ำเข้ามา เกือบหลุดปากเรื่องฐานะแท้จริงของรจนาไฉน ปัทม์ดักคอ แย่งถังน้ำมาถือ ชิหุบปาก รีบออกไปก่อนจะโดนเล่นงาน พูนทวีจะปฐมพยาบาลหญิงสาว ปัทม์แกล้งบอกให้สาดน้ำจนฟื้น พูนทวีทนไม่ไหว ลากเพื่อนไปเคลียร์... มันต้องมีอะไรแน่ๆ ทำไมถึงโหดป่าเถื่อนขนาดนี้

พูนทวียื่นคำขาดให้โทร.ตามหมอ ปัทม์ไม่ยอม ชิได้ยินเสียงสองหนุ่มเถียงกัน เสนอหน้ามาบอกว่าเจ้านายหนุ่มสั่งให้โทร.แล้ว ปัทม์เสียฟอร์ม ทำเป็นฮึดฮัดไล่ชิ พูนทวีโล่งอก อาสาไปรับหมอในเมือง ปัทม์จะห้าม พูนทวียืนยัน

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันไม่ยอมให้เทพธิดาดอยของฉันเป็นอะไรไป คนนี้ฉันรักจริงเว้ย”

จบคำก็พุ่งไปขึ้นรถ ปัทม์เลิกคิ้ว แปลกใจที่เพื่อนหลงรักรจนาไฉนทั้งที่พบกันไม่นาน เดินกลับไปดูอาการรจนาไฉนที่ห้อง ยืนมองร่างที่หลับใหลไม่ได้สติด้วยแววตาเคียดแค้น

“เธอมันร้ายกาจ รู้จักเพื่อนฉันไม่นาน ก็ใช้มารยาทำให้หลง แต่เธอปั่นหัวฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันรู้ทันเธอ”

ปัทม์จะเดินออกไปแล้วชะงัก รจนาไฉนละเมอให้ช่วย เหงื่อแตกพลั่กทั่วร่าง ปัทม์ถลันมาจับตัวตกใจเพราะตัวร้อนจัด ไข้ขึ้นสูงมาก ปัทม์ตะโกนเรียกจันทร์เจ้าให้ไปเอายา มองดูหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงและลงมือเช็ดตัวให้ แอบอึ้งเมื่อเห็นความงามของเธอ ใจอ่อนยวบราวกับตกในภวังค์ รจนาไฉนไม่รู้เรื่อง ละเมอขึ้นมาอีกเพราะพิษไข้

“คุณปวุฒิคะ คุณปวุฒิช่วยเพื่อนด้วย”

ปัทม์เจ็บจี๊ด โยนผ้าเช็ดหน้าทิ้ง จันทร์เจ้ามาบอกว่าพูนทวีพาหมอมา ปัทม์โมโห ผลุนผลันออกไปอย่างไม่ไยดี พูนทวีกับจันทร์เจ้ามองหน้ากันงงๆ ไม่เข้าใจอาการผีเข้าผีออก รจนาไฉนเพ้อขึ้นมาอีก พูนทวีกับจันทร์เจ้าเงี่ยหูฟังแต่เสียงเบามาก พูนทวีเลิกคิ้ว สงสัยท่าทีเพื่อนรัก และหญิงสาว...มันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆ

ooooooo

ปวุฒิไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน เธอถามถึงรจนา-

ไฉน เพราะเห็นหายไปนานโดยไม่บอกกล่าว สังหรณ์ว่าอาจทะเลาะกับลูกชาย ปวุฒิจำใจโกหก อ้างว่ารจนาไฉนไปเชียงรายกะทันหัน แม่เขาไม่เชื่อ แถมย้อนจนเขาหนักใจ

ปวุฒิหยิบมือถือมาโทร.หารจนาไฉน แกล้งทำเสียงออดอ้อน ไม่อยากให้แม่จับได้

“คุณเพื่อน...คิดถึงผมเหรอ ใจตรงกันเลย ผมก็คิดถึงคุณ อากาศเริ่มหนาวแล้ว เตรียมเสื้อผ้าไปพอหรือเปล่า”

แม่เขาขอคุยด้วย ปวุฒิแกล้งบอกว่าสัญญาณไม่ดี ตัดสายเองดื้อๆ บอกจะพยายามโทร.ใหม่ภายหลัง แม่เขาย้ำให้โทร.หาให้ได้ ปวุฒิพยักหน้ารับ ออกไปสูดอากาศข้างนอก ไม่สามารถข่มความรู้สึกได้อีกต่อไป

“ผมขอโทษด้วยครับคุณแม่ ผมไม่สามารถรักษาเธอไว้ได้”

ปวุฒิร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มองไปทางห้องนอนแม่ นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต...รจนาไฉนมักตามมาปรนนิบัติแม่เขาบ่อยๆ แม่เขาปลื้มเธอมาก เร่งให้สู่ขอและคาดคั้นให้รับปากดูแลอย่างดี นายตำรวจหนุ่มดึงตัวเองกลับมา น้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจ มองทางไหนก็มีแต่ภาพเธอ ความคิดกลับสู่อดีตอีกครั้ง เธอก็รักเขากับแม่ไม่ต่างกัน

“เพื่อนก็รักท่านค่ะ ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดีและอบอุ่น เพื่อนรู้สึกเหมือนท่านเป็นแม่ของเพื่อนคนหนึ่ง”

“แม่บอกให้ผมไปสู่ขอคุณเพื่อน ก่อนที่ใครจะมาแย่งคุณไปจากผม”

“คุณจะห้ามใจเพื่อนได้เหรอคะ”

“ผมจะกอดคุณไว้อย่างนี้ ไม่ยอมให้คุณเป็นของใครเด็ดขาด”

ความรู้สึกที่ได้กอดเธอแนบอกยังตรึงในความทรงจำ เสียใจเหลือเกินที่รักษารจนาไฉนไว้ไม่ได้...

ด้านลำเพา...รอให้รจนาไฉนส่งเงินมาไม่ไหว โทร.ไปตามที่บ้านปัทมกุล จันทร์เจ้ารับสาย บอกว่ารจนา– ไฉนไม่สบายมาก ลำเพาไม่เชื่อ ปรี๊ดแตกให้เรียกมาคุย จันทร์เจ้าเห็นท่าไม่ดี วางสายใส่ดื้อๆ

ลำเพากระแทกโทรศัพท์ด้วยความไม่พอใจ เห็นโลมฤทัยผ่านมาจึงบ่นให้ฟัง โลมฤทัยของขึ้น

“เขาออกไปแล้ว แม่ยังสนใจอะไรอีก อย่าบอกนะคะว่าเป็นเหมือนพ่อ ห่วงลูกนอกไส้มากกว่าลูกสาวตัวเอง”

ลำเพากอดปลอบ กลัวลูกสาวคิดมาก “อุ๊ย...เป็นไปไม่ได้หรอกจ้ะ แม่ยังเสมอต้นเสมอปลาย มองมันเป็นแค่ตัวทำเงินให้เราเหมือนเดิม นังรจนาไฉนไม่มีวันแทนที่โลมฤทัย ลูกรักของแม่คนนี้ไปได้หรอกจ้ะ”

“ดีแล้วค่ะ เพราะพบคงทนไม่ได้ ถ้าต้องแพ้พี่เพื่อน!”

โลมฤทัยฮึดฮัด โกรธทุกคนรอบตัวที่ดูจะสนใจรจนาไฉนมากกว่าตน...โดยเฉพาะปวุฒิ!

ooooooo

รจนาไฉนรู้สึกตัวเช้าวันถัดมา จันทร์เจ้ามาดูอาการ ตื่นเต้นมาก รจนาไฉนยิ้มขำ

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ทำยังกับว่าฉันตายแล้วเกิดใหม่อย่างนั้น”

“ก็เมื่อวานเธอไข้ขึ้นสูงมาก ฉันนึกว่าเธอจะชักตายแล้ว”

รจนาไฉนนึกสนุก แกล้งทำหน้าผีหลอกจันทร์เจ้าแล้วหัวเราะเสียงใส เปลี่ยนเรื่องถามว่าใครพาเธอกลับห้อง จันทร์เจ้าบอกว่าปัทม์เป็นคนอุ้มมา รจนาไฉนเบิกตาโพลง ไม่อยากเชื่อ

“นายเธอเนี่ยนะ เป็นไปได้ยังไง คนอย่างเขาไม่มีทางห่วงฉันหรอก น่าจะดีใจด้วยซ้ำถ้าเห็นฉันตายต่อหน้า”

“ไม่หรอก คุณปัทม์เป็นห่วง ไม่งั้นไม่เช็ดตัวให้เธอหรอกเจ้า”

“เช็ดตัวให้ฉัน เธอเห็นเหรอ”

“ไม่เห็น...แต่เดาเอา ไม่งั้นเธอคงไข้ขึ้น นอนชักก่อนจะเจอหมอแล้ว”

รจนาไฉนแปลกใจแต่ไม่ทันซักต่อ จันทร์เจ้าบอกว่ามีคนโทร.หาเมื่อคืน อาละวาดจนเธอปวดหู รจนาไฉนมั่นใจว่าเป็นลำเพา รีบออกไปโทร.กลับ แก้ตัวเสียงอ่อนว่าไม่สบายจริง ลำเพาแว้ดใส่ทันทีด้วยความโมโห

“ไม่ต้องมาโกหก คิดว่าฉันไม่รู้สันดานคนอย่างแกเหรอ นึกแล้วไม่ผิด พอได้ผัวรวยก็ติดปีกเอาตัวรอด”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะคุณแม่ เพื่อนยังรักและเป็นห่วงคุณพ่อคุณแม่เสมอ”

“ไม่ต้องโกหก เวรกรรมจริงๆ มีคนเคยเตือนแล้ว เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขามาอม มันต้องระทมทุกข์”

รจนาไฉนขอโทษ ถามถึงอาการไม่สบายของนพรัตน์ ลำเพาได้ทีใส่ไฟว่ายังนอนเจ็บที่โรงพยาบาล

“ถ้าแกไม่อยากให้พ่อแกตาย ก็รีบส่งเงินมาให้เร็วๆ หลอกเอาเงินมาให้มากที่สุด”

ลำเพาสะใจ ตั้งท่าจะวีนต่อ นพรัตน์ผ่านมาได้ยิน กดสายทิ้ง ต่อว่าเมียที่บังคับรจนาไฉน ลำเพาวีนแตก

“ทำไมฉันจะบังคับมันไม่ได้ มันเป็นลูกเลี้ยง ต้องทำงานทดแทนพระคุณฉัน”

“แค่ลูกต้องแบกรับความทุกข์ที่โน่นก็มากพอแล้ว อย่าให้ลูกต้องทุกข์หนักกว่านี้เลย”

“รู้ได้ไงว่าลำบาก เสวยสุขบนกองเงินล่ะไม่ว่า มันได้ผัว...แต่ฉันไม่ได้สินสอดสักบาท มันต้องหาเงินให้ฉัน”

นพรัตน์เหนื่อยหน่าย บอกว่าเงินประกันและเงินเก็บก็น่าจะพอรักษาได้ แต่ลำเพาอยากได้เงินมาล้างหนี้

“คุณก็เลิกเล่นการพนันสิ” นพรัตน์ว่าอย่างเหลืออด

“อย่ามาสั่งฉันนะ ไม่ใช่เพราะฉันไปบ่อนเหรอถึงพอมีเงินมาใช้ในบ้าน”

ตอนที่ 4

วราห์ผลักศักดิ์กับลูกน้องเข้ามา พ่อเลี้ยงเจงหน้าเครียด มองกลุ่มลูกน้องด้วยแววตากราดเกรี้ยว

“ฉันเอาตัวมือขวาพ่อเลี้ยงมาส่ง ดีนะที่ตำรวจพวกนั้นคุยง่าย ไม่งั้นได้สาวถึงตัวพ่อเลี้ยงแน่”

“ผมขอโทษครับพ่อเลี้ยง ผมกำลังสั่งสอนไอ้หน่อเอ แต่ไอ้ปัทม์เข้ามาขวางแล้วเกิดเรื่อง”

ศักดิ์ แก้ตัว โดนพ่อเลี้ยงเจงตบหน้าอย่างแรง ไล่ให้ไปกบดานจนกว่าเรื่องจะซา ศักดิ์ยกมือไหว้ รีบเดินนำลูกน้องคนอื่นออกไป พ่อเลี้ยงเจงบ่นเรื่องปัทม์แค้นที่ชอบแส่เรื่องของตน วราห์แสยะยิ้ม

“มันคงอยากเป็นพ่อพระให้ชาวบ้านโง่ๆนับถือ ตอนนี้งานไม่ง่ายแล้วนะ ต้องรัดกุมหน่อย ไม่งั้นคงช่วยลำบาก”

“ปลัดไม่ต้องห่วงผมหรอก ทำในส่วนของปลัดให้ดีแล้วกัน”

วราห์ ไม่ชอบท่าทางกร่างไม่เกรงใจใครของพ่อเลี้ยง ขอตัวกลับไปทำงาน พ่อเลี้ยงเจงพยักหน้ารับ ในใจเดือดพล่าน คิดหาทางแก้แค้นให้วุ่น...แล้วเราจะได้เห็นดีกันพ่อเลี้ยงปัทม์!

กว่า รจนาไฉนจะกลับถึงห้องพักก็พลบค่ำ โกรธปัทม์ที่ทำให้ต้องเหนื่อยขนาดนี้ จันทร์เจ้าอดขำสารรูปเพื่อนไม่ได้ บอกว่ามีคนโทร.หาเมื่อเย็น รจนาไฉนรีบโทร.กลับ เมื่อรู้ว่าเป็นนพรัตน์ แปลกใจเมื่อได้ยินว่ามีคนโอนเงินเข้าบัญชี รจนาไฉนมึนตึ๊บ เสเปลี่ยนเรื่องคุยถึงความดีงามของปัทม์ หลอกให้พ่อสบายใจ ปัทม์ผ่านมาได้ยิน รู้สึกผิดที่ไม่เคยทำอย่างนั้น รจนาไฉนพูดไปกลั้นสะอื้นไป ตัดบทขอวางสายดื้อๆ ครุ่นคิดเรื่องเงิน ตัดสินใจโทร.หาปวุฒิ แต่เขาปิดเครื่อง หญิงสาวชั่งใจสักครู่จึงฝากข้อความเสียง

“เพื่อนไม่รู้จะขอบคุณยังไง คุณเป็นเพื่อนที่ดี ไม่ว่าเจอความทุกข์ยังไง คุณก็ขี่ม้าขาวมาช่วยทุกครั้ง คุณปวุฒิเป็นผู้ชายที่ดีที่สุดในชีวิตของเพื่อน เพื่อนจะจดจำบุญคุณของปวุฒิตลอดไปค่ะ”

ปัทม์ไม่พอใจรจนาไฉนที่เข้าใจว่าปวุฒิโอนเงิน เทิดทูนในความดี แต่ไม่เคยเห็นเขาในสายตาสักครั้ง...

รจนา ไฉนตื่นแต่เช้าไปทำงานในครัว นึกถึงเรื่องราวปะทะกันเมื่อวาน เป็นห่วงปัทม์จะช้ำใน มองหาอุปกรณ์ทำน้ำใบบัวบก และยกไปให้พ่อเลี้ยงหนุ่มในห้องทำงาน

“คุณสู้กับพวกนั้นอาจจะมีอาการช้ำใน น้ำใบบัวบกช่วยได้นะ”

“เอาไปให้นายปวุฒิแฟนเก่าเธอเถอะ อาการช้ำใจน่าเป็นห่วงมากกว่าฉันอีก”

ปัทม์ประชดเพราะอารมณ์ค้างเรื่องเมื่อวาน รจนา–ไฉนฉุนที่เขาพูดจาค่อนแคะปวุฒิ

“ฉันทำมาเพราะต้องการขอบคุณที่ช่วยฉันไว้ ไม่เกี่ยวกับคุณปวุฒิ กรุณาอย่าพูดถึงเขาเสียๆหายๆ”

“แตะไม่ได้ โลกของเธอเนี่ย ผู้ชายแสนดีคงมีแค่คนเดียว”

“เปล่า...มีหลายคน แต่เท่าที่จำได้ ไม่มีใครหน้าเหมือนคุณ”

ปัทม์อึ้งและโต้ตอบอย่างเผ็ดร้อน รจนาไฉนเหลืออด ยกน้ำใบบัวบกสาดใส่หน้า ปัทม์หลบทัน หันมายิ้มเยาะ รจนาไฉนขว้างของทุกอย่างที่หาได้แถวนั้น ระบายอารมณ์ ปัทม์ถลันไปจับมือและหมุนตัวกอดเธอจากด้านหลัง พยายามยื้อแจกันโบราณของเก่าแก่ประจำตระกูลคืน รจนาไฉนดิ้นขลุกขลักในอ้อมกอดแกร่ง จนจมูกเขากระทบแก้มเธออย่างไม่ตั้งใจ สองหนุ่มสาวนิ่งงัน หันมาจ้องตา ก่อเกิดความรู้สึกประหลาดในหัวใจ

ทันใดนั้น...ชิมาหาเจ้านาย เห็นซีนหวานแล้วตกใจ ทักเสียงร่าเริง ทั้งคู่ผละจากกันแทบไม่ทัน รจนาไฉนเขินจัด ผลุนผลันจากไป ทิ้งปัทม์ให้มองตามด้วยแววตาอ่อนแสง ไม่กราดเกรี้ยวเหมือนเคย ชิ

มองท่าทีของสองหนุ่มสาวยิ้มๆ บอกว่าไม่ตั้งใจมาขัดจังหวะ แต่วราห์แวะมา ปัทม์เลิกคิ้ว ออกจากห้องไปหาปลัดหนุ่มทันที

ooooooo

วราห์มารายงานความคืบหน้าเรื่องคดีหน่อเอโดนทำร้าย ต้องปล่อยตัวผู้ต้องหาเพราะไม่มีเจ้าทุกข์ ปัทม์ไม่เข้าใจ ทำไมหน่อเอไม่แจ้งความเอาเรื่อง วราห์ตีหน้าขรึม แสดงความเห็น

“คงจะกลัวอิทธิพลน่ะครับ คุณปัทม์ก็ควรระวังตัวบ้าง ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมืองดีกว่าครับ”

“ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก ถ้าเรายอมจำนนต่อความไม่ถูกต้อง ก็เท่ากับยอมรับและกลายเป็นคนชั่วเสียเอง พวกมันค้ายาเสพติด ถือเป็นหน้าที่คนไทยทุกคนต้องป้องกัน ผมจะไม่ทนดูพวกมันรุมทึ้งประเทศผมแน่”

วราห์แอบเบ้หน้า ตาวาวระยับเมื่อเห็นรจนาไฉนมาเสิร์ฟน้ำ ปัทม์แอบหึง แกล้งแขวะที่มาของเธอ

“คนกรุงเทพฯ...พ่อแม่เดือดร้อนเงินเลยขายลูกสาวมาเป็นคนงาน คงอยู่ไม่นานหรอกครับ นิสัยคนกรุงเทพฯ...ปลัดก็รู้ พวกวัตถุนิยมเห็นเงินเป็นพระเจ้า หิวเงิน...ใครให้ผลประโยชน์มากกว่าก็ไปอยู่กับคนนั้น”

รจนาไฉนเจ็บใจ วางแก้วกระทบโต๊ะและหมุนตัวจากไป วราห์มองตามแววตากรุ้มกริ่ม คิดว่าเธอน่าจะซื้อได้

วราห์ขอตัวและแอบเดินตามสาวใช้หน้าหวาน เห็นเธอยืนกระฟัดกระเฟียดที่มุมหนึ่งจึงเดินไปหา รจนา–ไฉนตกใจ อึดอัดสายตาโลมเลียที่มองเธอหัวจดเท้า

เลี่ยงขอตัวไปทำงานแต่เขาขวางไม่ให้ไป หยิบแบงก์พันจากกระเป๋าเสื้อยื่นให้หญิงสาว รจนาไฉนหน้าชา ไม่พอใจมาก ตั้งท่าเดินออกไป เขารั้งไว้ กระซิบข้างหู

“จะเล่นตัวโก่งค่าตัวหรือไง ถ้าคุยถูกคอ เย็นนี้ไปหาฉันที่บ้าน จะให้มากกว่านี้”

“ฉันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณคิด”

“อ๊ะ...ลีลา เล่นตัว น่ารักน่าชัง ฉันมองหน้าก็รู้แล้วว่าเธอหิวเงิน”

จบคำก็ฉวยโอกาสกอดรัด รจนาไฉนดิ้นรนขัดขืน ส่งเสียงโวยวาย วราห์เอามืออุดปาก ชักโมโห บิดข้อมืออย่างแรง ปัทม์ได้ยินเสียงร้อง วิ่งมาเห็นรจนาไฉนโดนรังแก จะเข้าไปช่วย แต่ช้ากว่าพูนทวี โผล่มาผลักวราห์กระเด็น พร้อมต่อยสวนเต็มหน้า รจนาไฉนหลบหลังพูนทวี วราห์ยังใจเย็น เหยียดยิ้ม

“อย่าซีเรียสสิพ่อเลี้ยง จะอะไรนักหนากะอีแค่คนงาน ผมก็ขำๆ”

“ถึงจะเป็นแค่คนงาน แต่ก็มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เหมือนคุณกับผม คุณไม่มีสิทธิ์รังแกเขา”

รจนาไฉนเหลือบเห็นปัทม์มองจากอีกมุม เขาไม่กล้าสบตา เดินเลี่ยงจากไป วราห์พยายามขอตัวรจนาไฉน พูนทวีเหลืออด ชี้นิ้วไล่ออกจากบ้าน ปลัดหนุ่มลอบมองหญิงสาวด้วยความเสียดาย ฮึดฮัดจากไป รจนาไฉนอับอายจนน้ำตาร่วง ขอบคุณพูนทวีที่ช่วย ปลีกตัวจากไปก่อนเขาเห็นน้ำตา พูนทวีพูดไม่ออก ได้แต่ยืนมองเธอจนลับสายตา

ooooooo

ปัทม์ไปสงบสติอารมณ์ในห้องทำงาน รู้สึกผิดกับรจนาไฉน ทำให้โดนวราห์ดูถูก เขาเดินไปที่ริมหน้าต่างห้อง เห็นหญิงสาวเดินไปตามทิวไร่ชา ดูน่าสงสารและเวทนา ชั่งใจอย่างหนักจะตามไปขอโทษดีหรือไม่ ไม่ทันก้าวออกจากห้อง พูนทวีเข้ามาหาเสียก่อน ถามเรื่องวราห์กับรจนาไฉน ปัทม์อึกอัก เฉไฉว่าเป็นเรื่องเข้าใจผิด

“ปลัดวราห์เข้าใจว่าผู้หญิงคนนั้นง่าย”

“จะบ้าหรือเปล่า จู่ๆเข้าใจอย่างนั้นได้ไง มันต้องมีอะไรมากกว่านั้น มีใครปากเสีย...พูดอะไรเข้าหูหรือเปล่า”

ปัทม์รู้สึกผิด เพื่อนรักตอกถูกจุด พูนทวีบอกว่าตั้งใจมาหารจนาไฉน แต่คงไม่ได้เรื่องเพราะเธอไม่พร้อมเจอใคร

“แกอย่าเหี้ยมนักสิวะ ฉันบอกแล้วไงว่าฝากดูแลด้วย นางฟ้าคนนี้ฉันรักจริงหวังผูกพันข้ามภพชาตินะโว้ย”

ปัทม์ไม่ได้สนใจฟังมากนัก เพราะมัวพะวงเรื่องรจนาไฉน เสบอกเพื่อนว่ามีธุระที่โรงบ่มชา ขอตัวสักครู่ พูนทวีไม่คิดมาก พยักหน้ารับน้อยๆ ปัทม์รีบไปตามทางที่เห็นหญิงสาวเมื่อครู่ เห็นเธอเดินร้องไห้ ข้อมือช้ำเพราะโดนบีบ รู้สึกผิดมาก สอบถามด้วยความเป็นห่วง รจนาไฉนมองมาด้วยสายตาเจ็บปวด ตวัดมือตบหน้าเขาอย่างแรง

“ฉันถูกผู้ชายคนนั้นล่วงเกินน้อยไปใช่ไหม”

ปัทม์พยายามบอกว่าไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น รจนาไฉนไม่ฟัง แหวกลับ

“คุณตั้งใจทำร้ายฉันทุกอย่าง เหยียดหยามฉันแค่ไหน...ฉันก็อดทน จะใช้งานเยี่ยงทาส...ฉันก็ไม่เคยปริปาก”

ปัทม์จะปลอบ รจนาไฉนไม่ยอมหยุด

“ฉันไม่ใช่คนมีค่า เป็นแค่กาฝาก ลูกกำพร้าที่พ่อแม่ขอมาเลี้ยง ฉันรู้ตัวดีว่าไม่มีเกียรติพอให้คุณยกย่อง”

ปัทม์มองหน้าเธอด้วยแววตาสำนึกผิด แต่รจนา–ไฉนมองไม่เห็น ร้องไห้จนไหล่สั่นเทิ้ม

“ฉันขอได้ไหม ฉันขอความเมตตา ขอพื้นที่เล็กๆให้ยืนในฐานะมนุษย์ที่มีศักดิ์ศรีคนหนึ่งจะได้ไหม”

รจนาไฉนอ้อนวอนทั้งน้ำตา ปัทม์กลัวตัวเองใจอ่อน ตวาดให้หยุดพูดเพ้อเจ้อ รจนาไฉนงงกับท่าทีแข็งกร้าว

“ในที่สุดคุณก็ไม่เคยเข้าใจ และคงไม่มีวันจะเข้าใจ ฉันไม่น่าเสียเวลาอ้อนวอนคุณเลย ฉันน่าจะรู้ตั้งแต่แรกว่ามันไม่ได้ผลกับหัวใจหยาบ...คุณมันไม่ใช่คน!”

จบคำก็วิ่งจากไป ปัทม์เสียใจกับการกระทำของตน แต่ก็ไม่อยากให้เห็นความอ่อนไหว...เดี๋ยวเสียการปกครอง!

รจนาไฉนกลับห้องด้วยใจปวดร้าว เจ็บใจที่โดนรังแกทั้งทางร่างกายและจิตใจ ไม่ต่างจากปัทม์ที่ทรมานกับความรู้สึกผิด เขาไปยืนหน้าหลุมศพแสงจันทร์ คิดถึงคำพูดตัดพ้อของรจนาไฉน เจ็บแปลบที่หัวใจอย่างบอกไม่ถูก ความรู้สึกผิดเกาะกุมใจจนทนไม่ไหว ตามไปเฝ้าดูเรือนพักคนใช้ เป็นห่วงรจนาไฉนแต่ต้องตัดใจ หันหลังกลับบ้าน

รจนาไฉนตื่นเพราะเสียงเคาะประตูตอนเช้า

ปยงค์ยืนหน้ามุ่ยรอหน้าห้อง บอกว่ามาทายาและนวดข้อมือให้ รจนาไฉนกล้ำกลืนความอาย คิดว่าปยงค์รู้ทุกอย่าง โล่งอกเมื่อแม่บ้านใหญ่คิดว่าเธอล้มและโดนไม้ฟาดข้อมือ

ชิกับจันทร์เจ้าที่แอบยืนมองห่างๆ งงเป็นไก่ตาแตก เห็นปยงค์นวดข้อมือให้รจนาไฉน

“พี่ชิ...เห็นเหมือนฉันไหม ป้าปยงค์เอาขี้ผึ้งหลวงมานวดให้เพื่อน แล้วเจ้าของเขาอนุญาตแล้วหรือ”

“ถ้าไม่อนุญาตจะกล้าเหรอ ถ้าเดาไม่ผิด ก็มีแต่ เจ้าของขี้ผึ้งนั่นแหละที่จะใช้ป้ามหาภัยทำเรื่องดีๆแบบนี้ได้”

จันทร์เจ้าพึมพำชื่อปัทม์ แปลกใจอาการผีเข้าผีออก...ตกลงว่าเจ้านายหนุ่มชอบหรือไม่ชอบหน้ารจนา–ไฉนกันแน่

ด้านปัทม์...คุมคนงานทำงานแข็งขัน เห็นหน่อเอกับพวกเดินเข้ามาสำรวจทั่วไร่ชาอย่างต้องการเก็บข้อมูล ปัทม์สบตากับหน่อเอ แปลกใจนิดหน่อยที่เห็นม้งหนุ่มมาตามสัญญา สั่งให้ลำเลียงลังใส่ชาออกจากโกดังขึ้นรถบรรทุก ชิยืนสังเกตการณ์ข้างๆ ไม่ค่อยไว้ใจหน่อเอ เพราะไม่เคยได้ยินว่าจงรักภักดีกับใคร ปัทม์ไม่ยี่หระ

“ไม่จำเป็นต้องจงรักภักดีกับฉัน เราให้หน่อเอทำงานไร่ปัทมกุลก็ถือว่าช่วยชาติทางหนึ่ง มันจะได้ไม่ไปค้ายาอีก”

หน่อเอกับพวกเหลือบมองปัทม์เป็นระยะๆ อึดอัดสายตาจับผิด กระแทกลังลงพื้นอย่างแรง

“คนเมืองมีแต่หาประโยชน์จากพวกเรา หน่อเอไม่ยอมให้ใครข่มเหงแน่ คนเมืองอย่างมันต้องรู้สึก!”

จบคำก็กวาดตามองโกดังและลังบรรจุชาจำนวนมากด้วยแววตาครุ่นคิด...หรือเราต้องทำอะไรบางอย่าง

ooooooo

รจนาไฉนช่วยจันทร์เจ้าเตรียมอุปกรณ์ชงชา ได้ความรู้ใหม่ว่าปัทม์ชอบดื่มชาหลังอาหาร เธอพูดถึงสรรพคุณชาอย่างคนรู้จริงจนจันทร์เจ้าทึ่ง ถามว่าไปเอามาจากไหน รจนาไฉนหยิบกระปุกชาขึ้นดู ตอบยิ้มๆ

“เคยอ่านจากหนังสือ ชาอู่หลงก็ดีนะ เหมาะสำหรับคนเครียดและเจ้าอารมณ์อย่างคุณปัทม์”

ปัทม์ผ่านมาได้ยินสองสาวคุยกัน ตัดสินใจปรากฏตัว ไล่จันทร์เจ้าออกไปและสั่งรจนาไฉนให้ชงชา

“ช่วยแสดงให้ดูหน่อย ว่าลูกผู้ดีตกยากอย่างเธอชงชาเก่งเหมือนปากพูด”

รจนาไฉนเจ็บใจที่โดนดูถูก มองโต๊ะวางอุปกรณ์พรั่งพร้อมกลางห้อง และหันมามองปัทม์อย่างท้าทาย จากนั้นก็ดำเนินการชงชาตามกระบวนการและกรรมวิธีถูกต้องและสวยงาม ปัทม์นั่งกอดอกมองอย่างตั้งใจ แววตาชื่นชมโดยไม่รู้ตัว และไม่ยอมรับความจริงเมื่อเธออธิบายก่อนถามว่า

“ตอนนี้ฉันปลุกใบชาให้ตื่นจากหลับแล้ว รออีกหนึ่งนาทีถึงจะดื่มได้ ฉันทำทุกอย่างถูกต้องหรือเปล่า”

ปัทม์อ้ำอึ้ง เหยียดยิ้มแล้วบอกว่าไม่ถูก เพราะเขาจะดื่มชาอีกชนิด สั่งให้ชงใหม่ รจนาไฉนเจ็บใจแต่พยายามข่ม ชงให้ใหม่อย่างใจเย็น ปัทม์แกล้งให้ชงอีก เปลี่ยนชนิดกลับไปมาหลายครั้งจนน้ำหมด หญิงสาวถอนใจยาว ลุกไปเอาน้ำในครัว เหลือบเห็นโถเกลือบนชั้น ตาวาวอย่างมีเลศนัย...ถึงตาฉันเอาคืนบ้างแล้วพ่อเลี้ยงปัทม์!

รจนาไฉนส่งชาที่เพิ่งชงเสร็จให้ ปัทม์ยกขึ้นดื่มแล้วบ้วนออกมาแทบไม่ทันเพราะเค็มปี๋ รจนาไฉนขำ แกล้งตกใจ

“ปากคุณปัทม์เป็นอะไรหรือเปล่าคะ หรือว่าอาจจะมีแผลในปากที่กำลังเน่า”

ปัทม์โกรธมาก รจนาไฉนยังตีหน้าตาย ทำทีเป็นเดือดร้อนสุดๆ

“คงต้องไปให้หมอเขาตรวจดูนะคะ ถ้าปล่อยไว้นานจะลุกลาม ทำให้ปากเสียจนพูดไม่ได้ อึดอัดแย่เลย”

ปัทม์ชี้หน้าจะเอาเรื่อง รจนาไฉนไม่กลัว ยื่นหน้าไปยิ้มยั่วใกล้ๆ

“จะแกล้งอะไรฉันอีกล่ะ คุณมันก็แค่คนขี้แพ้ ทนไม่ได้ที่เห็นฉันทำในสิ่งที่คุณคิดว่าทำไม่ได้ มันก็แค่นั้น”

“ทำไมเธอถึงคิดอย่างนั้น”

“คุณใช้ให้ฉันชงชาเพราะคิดว่าฉันทำไม่ได้ แต่พอฉันทำได้ คุณก็หาเรื่อง คุณจะเรียกร้องความสนใจไปถึงไหน”

ปัทม์กอดอกมองเธอด้วยสายตาดุดัน แต่รจนา–ไฉนไม่แคร์ พูดต่อด้วยความเก็บกด

“ฉันก็อยากรู้ว่าคุณทำอะไรได้บ้างนอกจากขี้เก๊ก เอาแต่ใจ เอาเปรียบคนอื่น แกล้งคนอ่อนแอกว่าไปวันๆ”

ปัทม์จ้องหน้าเธอนิ่ง ออกคำสั่งให้เธอมานั่งบนโซฟาแทน รจนาไฉนจะค้าน ปัทม์ยกมือห้าม

“เธอต้องทำตาม...เพราะฉันกำลังจะแสดงให้เห็นว่าผู้ชายอย่างฉันทำอะไรได้ดีกว่าที่เธอพูดบ้าง มานั่งตรงนี้”

ปัทม์นั่งกลางห้องโถง ตำแหน่งเดียวกับที่รจนา–ไฉนนั่งเมื่อครู่ เริ่มต้นบรรยายประวัติศาสตร์เกี่ยวกับชาว่ามีมาตั้งแต่สองพันปีก่อน มีคุณสมบัติช่วยชะล้างไขมัน สิ่งสกปรกและสารพิษ

“ชาก็ไม่ต่างอะไรจากสตรี หอมหวาน ขมและมีเสน่ห์ซ่อนเร้น หากรู้ทัน จะมีประโยชน์และคุณค่าแก่เจ้าของ”

รจนาไฉนไม่สะทกสะท้านกับคำเปรียบเปรย จับตามองท่วงท่าชงชาสง่างาม ปัทม์บรรยายเกร็ดความรู้และแสดงความหลงใหลในใบชา รจนาไฉนนั่งฟังด้วยความทึ่ง ประทับใจมากโดยไม่รู้ตัว ปัทม์รอจนน้ำเดือด ค่อยๆเทลงบนใบชา วางแก้วและโถชาลงบนโต๊ะ อธิบายวิธีการชงชาที่ถูกต้อง

“การดื่มชา...เป็นอีกศาสตร์หนึ่งแห่งความเร้นลับ เพื่อการดื่มด่ำในรสชาติที่ถูกต้อง ริมฝีปากที่สัมผัสตรงกับถ้วยชาต้องแผ่วเบาและละมุนละไม เปรียบดั่งการจุมพิตที่น่าทะนุถนอม มิใช่เร่าร้อนดุดัน”

จบคำก็เดินอ้อมไปด้านหลังรจนาไฉนพร้อมถ้วยชาที่ชงเสร็จแล้ว ส่งท่อนแขนโอบเธอไว้ คล้ายกำลังประคองถ้วยป้อนให้ถึงปาก ดูเหมือนสองหนุ่มสาวโอบกอดกันหลวมๆ ปัทม์ทำท่าสูดลมหายใจ

“น่าแปลกที่ทำไมวันนี้กลิ่นหอมของใบชาเปลี่ยนไป ไม่ใช่อย่างที่ผมคุ้นเคย”

รจนาไฉนเงยหน้ามองปัทม์ แววตาอ่อนแสงลงโดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากทั้งคู่เคลื่อนมาใกล้กันเรื่อยๆราวกับบังคับตัวเองไม่ได้ ปัทม์เริ่มได้สติ ปรับสีหน้าเป็นเหยียดหยาม

“มันไม่ใช่กลิ่นหอมของใบชา แต่เป็นกลิ่นของทุนนิยมที่ไม่น่าทะนุถนอมหรือน่าหลงใหลเลยสักนิด ผู้หญิงเห็นแก่เงินอย่างคุณ ไม่เหมาะสมจะลิ้มรสความหอมหวลของชาถ้วยนี้หรอกรจนาไฉน!”

เขาผลักเธอเต็มแรงจนแทบล้ม จ้องหน้านิ่งและเทชาลงกับพื้นช้าๆ รจนาไฉนอึ้ง มองตามเขาผลุนผลันออกไปด้วยความสงสัย...เป็นบ้าอะไรขึ้นมาอีกล่ะคราวนี้!

ปัทม์เดินไปที่หลุมศพแสงจันทร์ ความรู้สึกอ่อน หวานเมื่อครู่ทำให้แปลกใจ จ้องที่หลุมศพนิ่ง ภาพความเลวร้ายในอดีตยังตามหลอกหลอน ปักใจว่าท่าทีของรจนาไฉนคือมายา...ผู้หญิงก็เหมือนกันทั้งโลก หลอกลวงและหิวเงิน!

ooooooo

อุรารัตน์หรือแอรี่ลูกสาวพ่อเลี้ยงเจงจะออกไปข้างนอก นงนุชสาวใช้คนสนิทวิ่งตามสอพลอ พ่อเลี้ยงเจงเห็นลูกสาวออกจากบ้านตลอดเวลา เตือนเสียงอ่อน กลัวชวดจากปัทม์ ชายหนุ่มที่ลูกสาวหวังจับให้อยู่หมัด

นงนุชเสริมเจ้านายสาวว่าหายไปหลายวันเพราะเตรียมงานเซอร์ไพรส์ปัทม์ อุรารัตน์ปลื้มกับแผนการนี้มาก ถามถึงทีมงานจากกรุงเทพฯ นงนุชบอกว่าใกล้ถึงในอีกหนึ่งชั่วโมง พ่อเลี้ยงเจงตามไม่ทัน อุรารัตน์ยิ้มมาดมั่น

“คุณพ่อไม่ต้องห่วงค่ะ แอรี่ต้องครองใจปัทม์ให้ได้ เพื่อความสุขของคุณพ่อและแอรี่”

สองพ่อลูกมองหน้ากันยิ้มๆ อุรารัตน์เปรยกับพ่อลอยๆแต่น้ำเสียงมุ่งมั่นมาก

“วันนี้จะเป็นวันเริ่มต้นประกาศให้คนในสังคมรู้ ว่าแอรี่กับพ่อเลี้ยงปัทม์ มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมากแค่ไหน”

อุรารัตน์ออกจากบ้านไปพบทีมงานนิตยสารจากกรุงเทพฯ กว่าจะเตรียมงานเสร็จก็เกือบเที่ยง หญิงสาว กลายเป็นเจ้าทางเหนือ นั่งด้วยมาดนางพญาบนเสลี่ยงให้ตัวประกอบชายที่จ้างมาแต่งชุดไทใหญ่เปลือยอกแบกเข้าไร่ปัทมกุล รจนาไฉน จันทร์เจ้าและปยงค์มายืนมอง ปยงค์แนะนำอุรารัตน์ด้วยท่าทางภูมิใจสุดๆ

“คุณอุรารัตน์เป็นว่าที่คุณนายของไร่ปัทมกุล หรือพูดสั้นๆ กระชับๆได้ความว่า...เป็นแฟนคุณปัทม์”

“ถามนายหรือยังเจ้า ว่ายอมรับคุณอุรารัตน์เป็นแฟนหรือเปล่า” จันทร์เจ้าแขวะ

“ทำไมต้องถาม นอกจากคุณอุรารัตน์แล้ว นายก็ไม่เคยให้ความสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหน จะให้แปลว่าไง”

“ขี้ตู่ไงเจ้า”

ปยงค์ของขึ้น จันทร์เจ้าไม่กลัว ลากรจนาไฉนเข้าไปในบ้าน ทิ้งปยงค์มองตามขบวนแบกหามอย่างชื่นชม

อุรารัตน์ลงจากเสลี่ยง วางท่าเดินเข้าบ้านแบบหยิ่งๆ นงนุชกับปยงค์ตามติด แม่บ้านใหญ่เห็นรจนาไฉนกับจันทร์เจ้ายืนอยู่ ออกคำสั่งให้ไปเตรียมน้ำมาเสิร์ฟอุรา–รัตน์ไม่ชอบหน้ารจนาไฉน หมั่นไส้ที่สวยกว่า ปยงค์บอกว่าเป็นคนงานใหม่ ปัทม์พามาจากกรุงเทพฯ อุรารัตน์ตาลุกวาว

“คุณปัทม์พาแกมาจากไหน แกเป็นลูกเต้าเหล่าใคร แล้วคุณปัทม์รู้จักแกได้ยังไง แกมีแฟนหรือยัง ถ้ายัง...ฉันขอบอกไว้เลยนะ อย่าได้คิดต่ำทราม ใช้ความสาวใกล้ชิดแย่งคุณปัทม์ไปจากฉัน”

“ค่ะ...ดิฉันไม่คิดหรอกค่ะ เพราะใครที่คิดอย่างนั้นถือเป็นความคิดที่แย่มาก”

นิยายแนะนำ

บันเทิงไทยรัฐ

มายาเสน่หา EP.8 คีย์ ขอร้องให้ ตุลยา ที่มีสัมผัสพิเศษช่วยให้ได้คุยกับมน
15 เม.ย. 2564

06:10 น.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
Trendvg3 logo
วันพฤหัสที่ 15 เมษายน 2564 เวลา 07:23 น.