สมาชิก

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ตอนที่ 6

ปัทม์มองรจนาไฉนราวกับต้องมนต์สะกด กลุ่มคนค่อยๆเปิดทางให้เธอเยื้องย่างเข้ามาในงาน ทุกคนตื่นตะลึง โดยเฉพาะบรรดาคนงานจากไร่ปัทมกุลและพูนทวี ต่างจากอุรารัตน์ที่ฮึดฮัดไม่พอใจ

“นังเพื่อน...แกมาได้ยังไง ใครอนุญาตให้เจ๋อเข้ามาในงานของฉัน ออกไป!”

เปรมก้าวมายืนเคียงข้างรจนาไฉน ปัทม์หน้าเสีย ส่วนอุรารัตน์อ้าปากค้าง

“ป้าไม่ได้พาหนูเพื่อนมาในฐานะคนใช้ แต่พามาแนะนำให้ทุกคนรู้จักในฐานะสะใภ้”

ปัทม์ตกใจมากที่แม่เปิดตัวรจนาไฉน พยายามชวนกลับบ้านแต่เปรมไม่สนใจ ประกาศต่อหน้าทุกคน

“ฉันขอแนะนำอย่างเป็นทางการว่ารจนาไฉนคือภรรยาของปัทม์ ทั้งสองแต่งงานและจดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมายเรียบร้อยแล้ว”

จบคำก็จูงมือรจนาไฉนส่งให้ปัทม์ อุรารัตน์กรีดร้องไม่เชื่อ พ่อเลี้ยงเจงต้องมาไกล่เกลี่ย เชิญดื่มและ

ปรบ มือแสดงความยินดีแล้วค่อยๆหาโอกาสลากอุรารัตน์ออกไป ปัทม์คิดว่ารจนาไฉนเป็นต้นคิดให้แม่พามาเปิดตัว ตั้งท่าเอาเรื่องแต่เปรมขยับมาใกล้และขอเคลียร์เรื่องลูกสะใภ้เสียก่อน ปัทม์จำใจไปคุยด้วย ทิ้งรจนาไฉนยืนอึดอัดใจคนเดียว เธอเห็นพูนทวีมองมาด้วยแววตาเว้าวอน ตัดสินใจเดินไปหาเพื่อขอโทษถึงเรื่องที่ผ่านมา

เปรมต่อว่าลูกชายที่ ไม่รักษาสัญญาจะปฏิบัติกับรจนาไฉนให้สมฐานะภรรยา ปัทม์โต้ว่าหญิงสาวเป็นพวกหลอกลวง เปรมเบื่อหน่ายนิสัยช่างจับผิดของลูกชาย บอกว่ารู้ความจริงทุกอย่างแล้ว ทั้งเรื่องที่รจนาไฉนเป็นลูกบุญธรรมของครอบครัววิชนีและเรื่องที่เธอขอ เปลี่ยนตัวกับโลมฤทัยเพราะต้องการชีวิตที่ดีขึ้น

“ทำไมแม่ยอมให้อภัยผู้หญิงเลวๆคนนั้นง่ายๆ”

“เพราะมีแต่คนจริงใจเท่านั้นที่ยอมปรักปรำว่าตัวเองผิดโดยไม่อุทธรณ์ร้องขอความเมตตา”

“คุณแม่กำลังหลงมารยาของผู้หญิงคนนั้น”

“แม่ หลงรักลูกสะใภ้ของแม่ต่างหาก รจนาไฉนเป็นผู้หญิงคนเดียวที่มีแต่ความจริงใจให้ลูก ถ้าลูกยังไม่ยอมยกย่องและให้เกียรติหนูเพื่อนในฐานะภรรยา แม่จะไม่กลับมาที่บ้านอีก” ปัทม์พูดไม่ออก เปรมย้ำเสียงเรียบแต่หนักแน่น “แม่ทนอาศัยอยู่บ้านเดียวกับผู้ชายแปลกหน้าที่หัวใจมีแต่อคติไม่ได้”

ปัทม์ เครียดจัดเพราะสิ่งที่แม่ขอทำให้ต้องตัดสินใจ ทั้งๆที่ภายในใจยังไม่ยอมรับรจนาไฉน เขาพาแม่กลับเข้างาน เห็นรจนาไฉนยืนคุยกับพูนทวีจึงเดินไปหา พูนทวีขอแยกตัวไปห้องน้ำด้วยหัวใจสลาย อกหักอย่างแรงที่ธิดาชาวดอยกลายเป็นภรรยาเพื่อนรัก แต่ปัทม์เข้าใจว่ารจนาไฉนจงใจโปรยเสน่ห์กับเพื่อนรักจึงค่อนแคะไม่ไว้หน้า

“คนอย่างเธอไม่เคยมีความจริงใจให้ใคร ที่ทำก็แค่เพิ่มมูลค่าตัวเองและเรียกร้องขอเงิน”

เปรม เข้ามาทวงสัญญาจะปฏิบัติกับรจนาไฉนให้สมฐานะภรรยา ปัทม์แกล้งทำหูทวนลม เดินเลี่ยงออกไปโดยไม่รอหญิงสาว เปรมไม่พอใจมาก ส่วนรจนาไฉน หน้าเสีย

“คุณแม่คะ...ขอให้เพื่อนอยู่ในฐานะเช่นเดิมเถอะค่ะ มันคงเป็นการดีกับทุกคน”

“เลิกทำเพื่อความสุขคนอื่นได้แล้ว ถึงเวลาที่หนูต้องทำเพื่อตัวเองบ้าง”

เปรม ยืนยันให้รจนาไฉนแสดงตัวเป็นภรรยาปัทม์ รจนาไฉนลำบากใจ รู้ดีว่าเขาไม่ต้องการเธอแม้แต่น้อย ไหนจะอุรารัตน์...คนรักของเขาคงอยากฉีกอกเธอแน่ๆ

ooooooo

อุรา รัตน์เต้นเร่าๆกับพ่อด้วยความผิดหวัง อาละวาดโวยวายเมื่อรู้ว่าปัทม์แต่งงานแล้ว พ่อเลี้ยงเจงมั่นใจว่าปัทม์คงไม่เต็มใจเพราะดูเหมือนต้องการปกปิดไม่ให้ใคร รู้ฐานะแท้จริงของรจนาไฉน วราห์มาตามสองพ่อลูกให้กลับเข้างาน พ่อเลี้ยงเจงให้กำลังใจลูกสาว ยุให้ประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเป็นตัวจริงของปัทม์!

อุรารัตน์ก้าวขึ้น เวทีอย่างมาดมั่น คว้าไมค์มาพูดขอเปิดฟลอร์เต้นรำกับชายหนุ่มคนพิเศษ วราห์ลุ้นสุดตัว หวังเป็นตัวเลือก อุรารัตน์ก้าวลงจากเวทีเดินไปทางปัทม์ รจนาไฉนเดาเหตุการณ์ได้ น้อยใจขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ชวนเปรมกลับบ้าน

“แม่จะยอมกลับทันที ถ้าปัทม์เลือกผู้หญิงคนนั้น”

ปัทม์ เดินสวนอุรารัตน์แล้วมาหยุดตรงหน้ารจนา-ไฉน เหยียดยิ้มและบอกว่าทำเพื่อเปรม วราห์ฉวยโอกาสนี้มาโค้งขออุรารัตน์เต้นรำ หญิงสาวเจ้าของงานไม่อยากเสียหน้า จำใจเต้นรำกับปลัดหนุ่ม พ่อเลี้ยงเจงเคืองมากที่ปัทม์ทำเหมือนไม่ให้เกียรติลูกสาว เดินเลี่ยงออกจากงานดื้อๆ

ปัทม์เต้นรำกับรจนาไฉนแต่ไม่ยอมพูดด้วย ได้แต่จ้องหน้าด้วยสายตาเคร่งเครียดและเหยียดหยาม

“เก่งจริงนะ เล่นละครตบตาจนแม่ฉันตกหลุมพรางเธอสนิท”

“ฉันไม่ได้เล่นละคร ฉันพูดความจริง”

“ความจริงที่สร้างราคาให้ตัวเองน่ะสิ”

รจนา ไฉนไม่สะทกสะท้านกับคำพูดเย้ยหยัน ปัทม์เหลืออด กระชากเธอมากอดแน่น รจนาไฉนใจเต้นแรง หน้าแดงด้วยความเขินอาย ปัทม์ยิ้มเยาะ กระซิบข้างหูว่าแค่ต้องการเล่นละครตบตาแม่เขาเท่านั้น

“ปล่อยฉันนะ เลิกเล่นละครเถอะ อย่าฝืนใจตัวเองเลย”

“นี่คงเป็นบทบาทนางเอกแสนดี ยอมเสียสละความสุขตัวเองเพื่อคนอื่น มันใช้กับฉันไม่ได้ผลหรอก”

รจนา ไฉนดิ้นขลุกขลักในอ้อมแขนแกร่ง ปัทม์รัดแน่นไม่ยอมให้หนีหายไปไหน หญิงสาวเต้นรำอย่างอึดอัด รู้แก่ใจว่าเขาไม่ยอมรับเธอแต่จนปัญญาจะขัดขืน

“คุณแม่เป็นคนดี มีมนุษยธรรม ไม่รู้ว่าทำไมลูกไม้ถึงหล่นไกลต้นนัก”

“แม่ฉันมองโลกในแง่ดีเกินไปต่างหาก ฉันจะทำให้แม่ตาสว่าง ก่อนที่เธอจะทำร้ายพวกเรามากกว่านี้”

รจนาไฉนสะบัดหน้าหนีไม่อยากเถียงด้วย ปัทม์แกล้งมองเธอตาหวาน เอ่ยเสียงนุ่มแต่ฟังดูเย้ยหยัน

“วันนี้ฉันต้องทำตามหน้าที่ อย่าชะล่าใจคิดว่าฉันจะรามือ ฉันจะเปิดโปงโฉมหน้าเน่าเฟะของเธอให้ทุกคนรู้”

“เราต่างต้องทำหน้าที่ตัวเอง คุณเองก็อย่าชะล่าใจคิดว่าฉันทำไปเพราะพิศวาสอะไรคุณ”

“เธอต่างหากที่ควรระวังไว้ อย่าพิศวาสฉันเข้าจริงๆล่ะ”

“ฉันไม่มีวันเผลอปล่อยใจให้มัจจุราชอย่างคุณแน่”

ปัทม์ ยิ้มเหี้ยม กอดเธอแน่นพร้อมกดหน้าลงซอกคอ ไซ้ที่แก้มและจูบแผ่วเบาอย่างทะนุถนอม ทุกคนในงานมองมายิ้มๆ เข้าใจว่าเป็นการแสดงความรักของคู่ข้าวใหม่ปลามัน รจนาไฉนกระดาก พยายามดิ้นให้หลุดแต่ปัทม์ไม่ยอมปล่อยพาเต้นต่อด้วยท่าทางกระหยิ่ม ตรงกันข้ามกับใจที่พลุ่งพล่านด้วยความเก็บกด...อย่าหวังว่าจะมีคราวหน้าเลย รจนาไฉน!

อุรารัตน์มองดูปัทม์เต้นรำกับรจนาไฉนด้วยสายตาอิจฉาริษยา พาลหมดอารมณ์ขอตัวจากวราห์ดื้อๆ ปลัดหนุ่มรู้ทันแต่พลิกสถานการณ์ให้เป็นประโยชน์ อาสาช่วยยื้อแย่งปัทม์

“ผมรู้ว่าคุณต้องการอะไร ผมจะทำให้คุณสมหวังกับคุณปัทม์...คุณก็รู้ว่าผมไม่เคยทำให้พ่อเลี้ยงเจงผิดหวัง”

อุรารัตน์คลายความหงุดหงิด มองปัทม์อย่างรอคอย...อย่าให้ถึงทีฉันบ้างแล้วกัน!

ooooooo

กว่า ครอบครัวปัทมกุลจะกลับบ้านก็ดึกดื่น ปัทม์ขอตัวเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน เปรมบอกว่ายังมีอีกเรื่องต้องเคลียร์ ปัทม์โอดว่าคืนนี้เขาทำหน้าที่สามีตามสัญญาแล้ว เปรมยิ้มน้อยๆบอกว่ามีอีกเรื่องที่สำคัญมาก

“นับจากวันนี้ หนูเพื่อนต้องย้ายมาอยู่ที่เรือนใหญ่ ภรรยาพ่อเลี้ยงปัทม์จะอยู่ที่เรือนคนใช้ไม่ได้”

“ได้ครับ...ผมจะให้ปยงค์จัดให้อยู่ที่ห้องรับรอง”

“ได้ ยังไงจ๊ะ...หนูเพื่อนเป็นภรรยาพ่อเลี้ยงปัทม์ ก็ต้องนอนห้องเดียวกับสามีสิจ๊ะ ทานอาหารโต๊ะเดียวกัน ประพฤติและปฏิบัติให้สมกับเป็นสามีภรรยาที่ดีต่อกัน” ปัทม์อ้าปากจะค้าน เปรมรู้ทันรีบตัดบท “ไม่มีคำว่าแต่ เพราะแม่ไม่ได้ถามความสมัครใจ แต่นี่เป็นคำสั่งของแม่จ้ะ”

ooooooo

เปรมออกคำสั่งด้วยรอยยิ้ม ซึ่งปัทม์รู้ดีว่าภายใต้ความอ่อนโยน ถ้าแม่ยืนกรานแล้วคงขัดไม่ได้

ฝ่ายรจนาไฉนกลับห้องพักในเรือนคนใช้อย่างเหนื่อยอ่อน จันทร์เจ้าห้ามไม่ให้นอนด้วยเหมือนเคย แต่รจนาไฉนดื้อดึงจะเข้าไป เปรมเดินมาหาและสั่งเธอขนของไปห้องปัทม์ให้สมฐานะนายหญิงคนใหม่ของไร่ปัทมกุล รจนาไฉนจะค้าน เปรมยกมือห้าม บอกให้เลิก คิดถึงคนอื่นจนลืมความสุขของตัวเอง

“บ้านหลังใหญ่ ถ้ามีเด็กตัวเล็กๆมาอยู่ด้วยคงจะไม่เหงา”

รจนาไฉนหนักใจที่ต้องนอนห้องเดียวกับปัทม์ เดินเข้าบ้านไปยืนตัวแข็งหน้าห้อง ลังเลใจว่าจะเคาะประตูดีหรือไม่ ปัทม์เปิดออกมาทั้งชุดนอนเหมือนรู้ว่าเธอรออยู่ ดึงเข้าห้องและปิดประตูทันที ชิกับจันทร์เจ้าตามมาดูหัวเราะคิกคักชอบใจ ลุ้นสุดตัวให้สองหนุ่มสาวลงเอยกันจริงๆ

รจนาไฉนมองปัทม์หยิบเครื่องนอนวางที่โซฟา ขอบใจเขาที่มีน้ำใจเตรียมให้ ปัทม์ยังนิ่งแต่ลากเธอไปที่เตียง

“คิดว่าฉันพิศวาสอยากนอนร่วมเตียงกับเธอหรือไง”

“ฉันนอนโซฟาก็ได้ คุณนอนบนเตียงเถอะ”

“เลิกเล่นบทนางเอกผู้เสียสละซะทีได้ไหม ฉันเลี่ยนจนจะอ้วก”

“จะอ้วกก็อ้วกแต่อย่าอ้วกรดที่นอนนะ สงสารคนซัก แล้วลับหลังคนอื่นก็ไม่ต้องทำดีกับฉันหรอก พญามัจจุราช อย่างคุณคงฝืนใจที่ต้องทำดีกับฉัน ฉันนอนโซฟาเอง”

ปัทม์หมดความอดทน ย่างสามขุมมาอุ้มหญิงสาว ทั้งสองสบตากันในระยะประชิด ก่อเกิดภาวะสุญญากาศ ลืมหายใจกันชั่วขณะ ใจสั่นระรัวเหมือนมีแรงดึงดูดมาใกล้กันเรื่อยๆ ปัทม์เป็นฝ่ายได้สติ กระชากตัวออกจากภวังค์ ทุ่มเธอลงบนเตียงแล้วผลุนผลันไปนอนที่โชฟา รจนาไฉนนอนจับหัวใจที่เต้นแรงไม่หยุด เหลือบมองชายหนุ่มที่นอนหันหลังให้งงๆ ส่วนปัทม์ลืมตาช้าๆ รู้สึกปั่นป่วนในใจไม่ต่างกัน

กลางดึกคืนนั้น...รจนาไฉนนอนไม่หลับเพราะไม่คุ้นสถานที่และยังระแวงปัทม์ ลุกขึ้นนั่งและมองที่โซฟา เห็นชายหนุ่มนอนดิ้นจนผ้าห่มหล่นพื้น เธอตัดสินใจไปดู เห็นเขานอนคุดคู้ก็นึกเอ็นดู ลอบมองด้วยแววตาอ่อนแรง

“ถ้าชีวิตจริงของคุณอ่อนโยนและสุภาพอย่างตอนนี้ก็คงจะดี”

จบคำก็ก้มลงหยิบผ้าห่มคลุมให้ ปัทม์กระชับกับตัวทันที รจนาไฉนตกใจหมุนตัวขึ้นเตียงและรีบหันหน้าอีกทาง ปัทม์ค่อยๆลืมตาอีกครั้ง รับรู้ว่าเธอเป็นห่วง นอนกอดผ้าห่มด้วยความสุขใจ

ooooooo

ปัทม์รู้สึกตัวอีกทีตอนเช้า มองรอบๆห้อง เห็นเตียงถูกจัดเรียบร้อยแต่ไร้ร่องรอยรจนาไฉน เขาลุกไปเข้าห้องน้ำแต่เมื่อผ่านเตียงก็ชะงัก เห็นเสื้อผ้าครบชุดเตรียมไว้เรียบร้อย นึกรู้ว่าเป็นฝีมือรจนาไฉน เผลออมยิ้มอย่างพึงใจ ฉับพลันก็รู้สึกตัว วิ่งออกไปต่อว่าหญิงสาวที่กำลังจัดโต๊ะทำงานเขา

“ต่อไปไม่ต้องมายุ่งเรื่องส่วนตัวของฉัน อย่าคิดว่าพอแม่ฉันเปิดตัวเธอเป็นเมียแล้วจะมายุ่มย่ามชีวิตฉันได้”

“ถ้ามันทำให้คุณลำบากใจ ฉันขอโทษ...คิดซะว่าฉันทำในฐานะคนรับใช้ก็แล้วกัน”

“ไม่ต้อง...ฉันไม่ต้องการให้เธอแตะต้องของส่วนตัวของฉัน เพราะฉันรังเกียจเธอ”

“ค่ะ...รู้งี้น่าจะปล่อยให้นอนหนาวตายไปซะ”

ปัทม์อารมณ์เสียแต่วัน กลับเข้าห้องอาบน้ำแต่งตัวแล้วอึ้งเป็นรอบที่สอง เห็นแปรงสีฟันตัวเองมียาสีฟันบีบรอไว้แล้ว ตั้งท่าจะหยิบทิ้งขยะแต่ยั้งมือไว้ อบอุ่นใจอย่างประหลาด

หลังจัดโต๊ะทำงานปัทม์ รจนาไฉนไปเตรียมอาหารในครัว จันทร์เจ้ามาช่วยและแกล้งแหย่เรื่องเมื่อคืน ปยงค์เดิน ลอยหน้าลอยตาเข้ามา พูดจาประจบสอพลอจนจันทร์เจ้าอ้าปากค้าง

“ก็ข้ารู้ว่าคุณปัทม์คิดลองใจเลยช่วยโขกสับเพื่อวัดใจคุณรจนาไฉน แต่ความจริงแล้วฝืนใจมาก ป้าต้องกลับไปนอนร้องไห้แทบทุกคืนที่ต้องทำร้ายจิตใจคุณรจนาไฉนนะเจ้าคะ”

รจนาไฉนไม่ถือสา บอกให้ช่วยเตรียมอาหาร จันทร์เจ้า กุลีกุจอทำงาน ต่างจากปยงค์ที่ยังไม่ยอมรับรจนาไฉน

“และฉันก็ยังรู้อีกว่า...ฉันควรจะสวามิภักดิ์กับใคร”

อุรารัตน์กลุ้มเรื่องรจนาไฉนจนอยู่ไม่ติด แล่นมาบ้านปัทมกุลแต่เช้า ปยงค์ต้อนรับขับสู้อย่างดี ยุยงให้กำจัดรจนาไฉนเพราะหมั่นไส้เป็นทุน อุรารัตน์ปลื้มที่มีคนพูดถูกใจ ยื่นเงินให้เป็นสินน้ำใจและรีบไปหาปัทม์

เวลาเดียวกันที่ห้องอาหาร...ปัทม์มองหารจนาไฉนแต่ทำเป็นฟอร์ม จันทร์เจ้ารู้ทันเลยแกล้งแซว

“ถ้าเรารักใครชอบใคร ก็ต้องอยากอยู่ใกล้คนนั้นนะเจ้า”

ปัทม์ทำหน้าไม่ถูก เขินแต่พยายามข่ม เมื่อเห็นเธอถือแจกันดอกไม้มาวางบนโต๊ะจึงแขวะเสียงเคร่ง

“ทีหลังอย่าให้ฉันต้องรอกินข้าวแบบนี้อีก”

รจนาไฉนส่ายหน้าเซ็งๆ นึกว่าเขาไม่อยากร่วมโต๊ะกับเธอ ปัทม์ย้อนทันควัน

“แล้วมาร่วมโต๊ะทำไม”

“มันเป็นหน้าที่ เราควรทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด”

“ก็ดี...แต่จำไว้ หน้าที่ของเธอคือแสดงตัวเป็นภรรยาแต่บทบาทของเธอคือคนรับใช้!”

จังหวะเดียวกัน...อุรารัตน์พรวดพราดเข้ามา รจนาไฉนขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงจึงขอตัวไปข้างนอก อุรารัตน์ถือโอกาสขอให้เคลียร์เรื่องทั้งหมดโดยเฉพาะเรื่องรจนาไฉน ปัทม์ไม่ตอบ สั่งไม่ให้มาที่นี่อีกแล้วผละจากไป อุรารัตน์ฮึดฮัด โทษว่าปัทม์เฉยชาเพราะรจนาไฉน นงนุชเสี้ยมให้ใช้แผนนางเอกแสนดีหลอกรจนาไฉนให้ตายใจ อุรารัตน์เห็นดีด้วย รีบตามไปช่วยรจนาไฉนจัดดอกไม้ แกล้งโอดว่ารู้สึกผิดที่เคยพูดจาไม่ดี รจนาไฉนไม่ถือสาแต่ยังไม่วางใจนัก

“คุณปัทม์จะรักใครชอบใคร ฉันคงไปห้ามหัวใจไม่ได้”

“งั้นก็ไม่อ้อมค้อมละนะ เธอหย่ากับปัทม์ซะ ฉันต้องการตัวปัทม์”

“ขอโทษนะคะ ฉันคงทำอย่างนั้นไม่ได้”

“ทำไม...เธอก็รู้ว่าปัทม์รักฉันมาก เขาต้องแต่งงานกับเธอเพราะความจำเป็น แล้วเธอจะเก็บเขาไว้ทำไม”

“เพราะมันเป็นหน้าที่ค่ะ...หน้าที่ของภรรยา”

จบคำก็หมุนตัวออกไป อุรารัตน์กระทืบเท้าเร่าๆ ขัดใจ ตามไปหาเรื่องถึงในห้องนอนปัทม์พร้อมนงนุช

“นังหน้าด้านไร้ยางอาย ผู้ชายเขาไม่รักไม่สนใจแล้วยังตามตื๊ออยู่ได้”

“แน่ใจนะคะ...ว่ากำลังด่าฉันอยู่ ไม่ได้ด่าตัวเอง คุณควรออกไปได้แล้ว ที่นี่เป็นห้องส่วนตัวของฉันกับคุณปัทม์”

อุรารัตน์โต้ไม่ออก ไม่คิดว่าหญิงสาวนิ่มๆจะยอกย้อนแถมกล้าไล่เธอออกจากห้อง นงนุชเต้นแทนนาย เสี้ยมให้อาละวาด รื้อเสื้อผ้าและพังข้าวของ รจนาไฉนพยายามห้ามแต่ไม่ได้ผล

“ไม่หยุด...มีอะไรไหม ฉันจะทำลายทุกอย่างที่เป็นของแก ดูสิว่าแกจะทนได้ไหม”

อุรารัตน์กับนงนุชช่วยกันฉีกเสื้อผ้า รจนาไฉนเหลืออด ยื้อแย่งจนเกือบถูกตบ เบี่ยงตัวหนีและฉวยโอกาสตบคืน

“ฉันถือว่าคุณตบหน้าฉันแล้ว ฉันมีสิทธิ์ปกป้อง ตัวเอง”

นงนุชจะช่วยแต่เกรงสายตารจนาไฉน อุรารัตน์เลือดขึ้นหน้า พุ่งเข้าชนและเงื้อมือจะตบ ปัทม์ถลันมาจับข้อมือไว้และไล่ออกจากบ้าน อุรารัตน์กรี๊ดแตกคว้าของใกล้มือเขวี้ยงใส่รจนาไฉนไม่ยั้ง ปัทม์เอาตัวปกป้องภรรยาจนโดนลูกหลงเลือดซิบที่แก้ม อุรารัตน์หน้าซีดเผือด มั่นใจว่างานเข้า ปัทม์ไม่ต้องการคำแก้ตัวใดๆ ชี้นิ้วสั่งให้ลูกสาวพ่อเลี้ยงเจงออกจากบ้านปัทมกุลทันที!

ooooooo

ปัทม์ใช้ผ้าซับเลือดตัวเอง รจนาไฉนหมั่นไส้แต่ก็อดไม่ได้ เดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลและช่วยทำแผลให้ ปัทม์นั่งมองเธอชุบสำลีกับแอลกอฮอล์ล้างแผลด้วยแววตาอ่อนแสง หญิงสาวเห็นเขาร้องโอดโอยเหมือนเด็กก็นึกสนุกแกล้งแตะสำลีที่แผลสองสามทีแรงๆ

“โอ๊ย...โอ๊ย...โอ๊ย เธอแกล้งฉันนี่นา”

“เพิ่งรู้ว่าพ่อเลี้ยงไร่ชาหน้าโหดที่คนงานกลัวนักกลัวหนา...ใจเสาะ แค่แอลกอฮอล์ก็ร้องเหมือนถูกเชือด”

ปัทม์จับมือและกระชากเธอลงมา จะเอาเรื่องแต่เหมือนโดนมนต์สะกด ใบหน้าและริมฝีปากทั้งคู่เกือบชนกัน ทันใดนั้น...พูนทวีโผล่มาขัดจังหวะ เห็นทั้งสองผละออกจากกันเขินๆก็รีบขอตัว ไม่อยากเป็นก้างขวางคอ รจนาไฉนรั้งไว้และขอคุยเป็นการส่วนตัว ปัทม์มองตามด้วยความแปลกใจ ตัดสินใจตามไปดู ได้ยินรจนาไฉนขอโทษเพื่อนเขาที่ปิดบังฐานะที่แท้จริงมาตลอด

“เพื่อนรู้สึกผิด คุณคอยดูแลเพื่อน ถึงจะอยู่ในฐานะคนใช้ คุณก็ไม่เคยรังเกียจ คุณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด”

พูนทวีใจสั่นแต่พยายามแสดงออกด้วยท่าทางร่าเริง เข้าใจว่าเธอทำเพราะสถานการณ์บังคับ

“ทำไมคุณถึงก้มหน้ายอมให้ทุกคนโขกสับ ทั้งที่คุณเป็นภรรยาเจ้าของไร่ชาปัทมกุล”

รจนาไฉนลำบากใจจะตอบคำถาม พูนทวีเข้าใจดี ยอมรับความพ่ายแพ้

“ผมจะไม่ถามให้ลำบากใจ ขอแค่คุณเพื่อนมีความสุขก็พอแล้ว อย่าลืมว่าผมยังเป็นชาวดอยคนเดิม”

สองหนุ่มสาวจับมือกัน เริ่มต้นมิตรภาพบริสุทธิ์อีกครั้ง ไม่รู้เลยว่าปัทม์ลอบมองด้วยความไม่พอใจ หาโอกาสเล่าเรื่องรจนาไฉนให้เพื่อนฟัง หาว่าหิวเงินและเต็มไปด้วยมารยา พูนทวีนิ่งไปอึดใจก่อนต่อว่าเสียงเรียบ

“แกใจดำมากที่ทำร้ายคุณเพื่อนแบบนั้น แกตัดสินว่าเขาเป็นคนไม่ดีจากคำพูดคนอื่น”

“ฉันตัดสินจากคำพูดและการกระทำต่างหาก สิ่งที่ ออกจากผู้หญิงคนนั้นมีแค่คำว่าเงิน นี่แกยังเชื่อว่าหล่อนบริสุทธิ์ผุดผ่องจนแตะไม่ได้อยู่อีกหรือ”

“ฉันไม่ได้ใช้ตาแต่ใช้หัวใจมอง สิ่งที่เห็นคือความบริสุทธิ์อ่อนโยน เธอไม่ได้หิวเงินอย่างที่แกกล่าวหา”

ปัทม์ชักเคือง ท้าทายเพื่อนให้จีบหญิงสาวตามสบาย ไหนๆก็แต่งกันแต่ในนาม เขายินดีหลีกทางอยู่แล้วถ้าต้องการ พูนทวีหน่ายการมองโลกในแง่ร้ายของปัทม์ สวนกลับไม่ไว้หน้า

“รู้อะไรไหม...คนที่บอดทั้งตาและหัวใจคือแก ไอ้ปัทม์...ฉันไม่มีทางทำแบบนั้นแน่”

“แกรักผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เหรอ”

“ยิ่งฉันรักมาก ฉันก็ยิ่งต้องให้เกียรติเขา”

“ให้เกียรติเหรอ ตอนนี้ยายนั่นคงกำลังผยองกับตำแหน่งนายผู้หญิง ใครยังรักผู้หญิงแบบนี้ก็โง่เต็มทน!”

พูนทวีส่ายหน้าเอือมๆ ลากเพื่อนรักไปที่คอกม้าชี้ให้ดูรจนาไฉนแปรงขนและร้องเพลงกล่อมม้าอย่างอ่อนโยน ปัทม์มองตามด้วยความรู้สึกแปลกๆ ขัดแย้งกันอยู่ในใจ

“นั่นไง...ผู้หญิงแสนเลวของแก กำลังช่วยคนงานทำงานอยู่นั่นไง” พูนทวีเห็นเพื่อนท่าทีอ่อนลงจึงย้ำให้คิด “คุณเพื่อนมีแต่ความเมตตา อ่อนโยนกับทุกคนและทุกสิ่งรอบข้าง” ปัทม์เมินหน้าหนี ปฏิเสธเสียงข้างในหัวใจที่เห็นด้วยกับพูนทวีไม่น้อย พูนทวีแกล้งแขวะ “คงมีแต่คนหัวใจหยาบเท่านั้นแหละที่มองข้ามความอ่อนโยนได้”

ปัทม์ทนฟังต่อไปไม่ไหว ผลุนผลันออกจากคอกม้า พูนทวีหันกลับไปมองรจนาไฉนด้วยความชื่นชม

“ผมห้ามตัวเองไม่ให้แย่งชิงคุณจากเจ้าปัทม์ได้ แต่ผมคงห้ามใจตัวเองให้ไม่รักคุณไม่ได้”

ปัทม์จ้ำอ้าวไปถึงริมผา ในใจพลุ่งพล่านด้วยอารมณ์สับสน ไม่ยอมรับว่าทำไมถึงมีแต่คนรุมชอบรจนาไฉน

“หรือหัวใจฉันหยาบเกินจะรับรู้ความดีของเธอ... ไม่ใช่...เป็นเพราะหัวใจฉันรับรู้มารยาผู้หญิงอย่างเธอต่างหาก!”

ooooooo

ปวุฒิขับรถมาจอดหน้าบ้านพักตำรวจ เห็นรถโลมฤทัยก็เครียดหนัก ตัดสินใจเผชิญหน้าเพื่อจบปัญหา หญิงสาวนั่งรออยู่แล้วพร้อมกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ ปราดเข้ามาตบหน้าเขาอย่างแรง

“ทำอย่างนี้กับพบได้ยังไง มาโดยไม่บอกพบสักคำ ใจร้ายที่สุด”

“เพราะผมไม่ได้รักคุณ ผมรักคุณเพื่อน”

“คุณมันโง่...นังผู้หญิงที่คุณรักเป็นแค่เด็กกำพร้า มันหนีมาแต่งงานกับผัวใหม่แต่คุณยังตามมาหามัน...พอเถอะค่ะ...พบจะไม่คุยเรื่องไร้สาระอีก ชีวิตเราต้องเดินไปข้างหน้า”

จบคำก็หิ้วกระเป๋าเข้าห้องนอน สูดหายใจยาวและเปลี่ยนท่าทีเป็นอ่อนหวาน ออดอ้อนขออยู่ดูแลเขาที่นี่

“พบพร้อมแล้วที่จะทำหน้าที่ภรรยา พบจะอยู่เคียงข้างคุณตลอดไป” โลมฤทัยโถมเข้ากอด

ปวุฒิผลักออก ตวาดลั่น “ทำไมถึงทำตัวไร้ศักดิ์ศรีแบบนี้ คุณต้องการอะไร”

“พบต้องการคุณไงคะ ได้ยินไหม...พบต้องการตัวคุณปวุฒิ”

โลมฤทัยพยายามถอดเสื้อเขาและเล้าโลมด้วยแรงเสน่หา ปวุฒิเกือบคล้อยตามเพราะอารมณ์พาไปแต่ก็ยั้งไว้ได้เพราะความรู้สึกผิดชอบชั่วดี โลมฤทัยหน้าเสีย คาดคั้นเหตุผลจากเขา ปวุฒิยืนยันคำเดิมว่าไม่ได้รักเธอแล้วเดินออกจากบ้าน หญิงสาวถลันตามติดและทำร้ายทุบตีเขาระบายอารมณ์

“ถ้าไม่มีพี่เพื่อน คุณจะรักพบใช่ไหม พบจะไปลากพี่เพื่อนมาที่นี่ คุณจะได้ตาสว่างซะทีว่าพี่เพื่อนไม่ได้รักคุณ”

“ต่อให้ไม่มีใคร ผมก็จะไม่รักผู้หญิงไร้ศักดิ์ศรีและเห็นแก่ตัวอย่างคุณ...ผมไม่มีวันรักผู้หญิงที่ชื่อโลมฤทัย”

“ถ้าคุณไม่รักพบ...พบจะฆ่าตัวตาย”

ปวุฒิมองเธออย่างค้นหา “คุณทำไม่ได้หรอก คุณรักตัวเองมากเกินกว่าจะทำร้ายตัวเอง เลิกขู่ผมสักที ไม่มีประโยชน์ที่คุณจะมาตื๊อผมอีกแล้ว ไม่งั้นคุณคงต้องขู่จะฆ่าตัวตายไปทั้งชีวิต!”

โลมฤทัยเสียใจแสนสาหัส ตัดพ้อต่อว่าเขาอย่างเหลืออด นายตำรวจหนุ่มขอโทษและบอกว่าทำดีที่สุดแล้ว โลมฤทัยเจ็บใจที่โดนหักอกแบบไม่ถนอมน้ำใจ พาลโกรธและเกลียดรจนาไฉนมากกว่าเดิม ขับรถออกไปโดยเหยียบคันเร่งอย่างเร็วและแรง ทันใดนั้น...มีรถแล่นสวนมา เธอหักหลบเพราะคิดว่าพ้นแต่แล้วก็ชนกับต้นไม้ข้างทาง!

ผลจากอุบัติเหตุไม่ส่งผลร้ายแรง โลมฤทัยบาดเจ็บนิดหน่อยแต่ยังต้องนอนพักที่โรงพยาบาล ลำเพาบินจากกรุงเทพฯทันทีที่ทราบข่าว โลมฤทัยไม่สนใจแม่แต่มองหาปวุฒิ หวังเต็มหัวใจว่าเขาจะมาเยี่ยม ลำเพาก่นด่านายตำรวจหนุ่มเสียๆหายๆ หาว่าเป็นตัวการทำให้ลูกสาวทำร้ายตัวเอง โลมฤทัยสะเทือนใจมาก กระชากสายน้ำเกลือและวิ่งไปดาดฟ้า ประกาศกร้าวอยากฆ่าตัวตายประชดรัก ลำเพาพยายามห้ามและปลอบแต่ไร้ผลจึงเปลี่ยนใจยุส่ง

“งั้นแกก็กระโดดลงไปเลย พอแกตาย นังเพื่อนจะได้หัวเราะเยาะว่าแกแพ้มัน!”

“แม่อย่าเอ่ยชื่อนังเพื่อน พบเกลียดมัน มันทำลายความรักของพบ มันแย่งทุกอย่างไปจากพบ”

“แล้วทำไมไม่แย่งคืนมาล่ะ ฟังแม่นะ...ตราบใดที่แกยังมีลมหายใจ แกยังเป็นผู้ชนะได้เสมอ ถึงพระอาทิตย์จะตกไปแล้วแต่พรุ่งนี้ก็กลับมาส่องแสงใหม่ แกต้องเผาผลาญนังเพื่อนให้มอดไหม้เป็นจุณ”

โลมฤทัยอึ้งไปอึดใจ ก้มมองสร้อยคอที่เคยแย่งจากรจนาไฉน ตาลุกวาวเหมือนตัดสินใจบางอย่าง โยนสร้อยลงเบื้องล่างแตกกระจายที่พื้น

“โลมฤทัยคนเก่าตายไปแล้ว ต่อไปนี้จะมีแต่โลม-ฤทัยคนใหม่ที่จะเป็นผู้ชนะ”

ลำเพามองด้วยความปลื้ม ดีใจที่ลูกสาวกลับมาเข้มแข็ง แถมจะกลับไปขึ้นเวทีชิงดีกับรจนาไฉน

คืนเดียวกัน...รจนาไฉนนอนละเมอถึงพ่อ ปัทม์เห็นเธอนอนกระสับกระส่าย เหงื่อแตกพลั่ก จึงหาผ้ามาซับให้

“ถ้าเธอเป็นผู้หญิงอ่อนโยนน่าทะนุถนอมแบบนี้ ฉันจะไม่ตะขิดตะขวงใจที่จะปกป้องเธอเลย แต่สิ่งที่เธอทำกับฉัน ทำไมมันตรงข้ามเหลือเกิน”

รจนาไฉนยังละเมอไม่หยุด ยึดข้อมือเขาแน่นจนปัทม์พูดไม่ออก ได้แต่นอนนิ่งให้เธอกอดทั้งคืน

ooooooo

รจนาไฉนตื่นเช้ามาเห็นตัวเองในอ้อมกอดอุ่นก็เผลอยิ้ม พลันได้สติ ผลักเขาตกเตียงแล้วกรี๊ดลั่น ปัทม์ลุกขึ้นมาด้วยความโมโห สั่งให้หยุดโวยวายและสำรวจตัวเองก่อนโทษชาวบ้าน เล่าแบบเคืองๆว่าเธอนอนละเมอและกอดเขาทั้งคืนไม่ยอมปล่อย รจนา-ไฉนขอโทษที่เข้าใจผิด ปัทม์ยังไม่หายโกรธ แขวะกลับจนหญิงสาวชักฉุน

“จะมีสักวันไหมที่คุณจะพูดจาดีๆกับฉัน คุณไม่รู้หรือไงว่าการรับแต่สิ่งดีๆยามตื่น ทำให้เรามีสุขภาพจิตดีทั้งวัน คุณมาตวาดใส่ฉันแบบนี้ วันนี้ทั้งวันฉันก็ต้องเจอแต่เรื่องร้ายๆน่ะสิ”

“คนใจร้ายอย่างเธอ ยังไงก็ต้องเจอแต่เรื่องร้ายๆไปทั้งชีวิตเพราะเธอต้องตื่นมาเจอหน้าฉันตลอดไป อย่าหวังว่าฉันจะทำหน้าที่สามีที่ดี คอยเอาอกเอาใจ...ฝันไปเถอะ”

“ฉันไม่เคยคาดหวังความเป็นสุภาพบุรุษจากคุณอยู่แล้ว...เพราะฉันรู้ว่าคุณทำไม่ได้!”

ปัทม์ของขึ้น ถอดเสื้อผ้าออกเพื่อโชว์ความกักขฬะและป่าเถื่อน รจนาไฉนเอามือปิดหน้า คว้าผ้ามาคลุมหัวเขาแล้ววิ่งออกจากห้อง ปัทม์มองตามด้วยความชอบใจ นึกสนุกที่ได้แกล้งหญิงสาว แอบเอ็นดูเล็กๆโดยไม่รู้ตัว

ลำเพาพาลูกสาวไปหาปัทม์ทันทีที่ออกจากโรงพยาบาล โลมฤทัยมองดูไร่ชากว้างใหญ่ด้วยความตื่นตาตื่นใจ

“เขาเป็นมหาเศรษฐีของที่นี่ ทำไมแม่ไม่บอกพบตั้งแต่แรก”

“บอกจนปากเปียกปากแฉะ แต่แกมัวหน้ามืดตามัวหลงแต่ไอ้ปวุฒิ”

“เลิกพูดถึงปวุฒิได้แล้ว ระหว่างพบกับเขาจบแล้ว ชีวิตพบจะเริ่มต้นใหม่...กับเจ้าของคฤหาสน์แห่งนี้”

ลำเพาปลื้มที่ลูกสาวเต็มไปด้วยความทะเยอทะยาน พาขึ้นบ้านด้วยแววตามาดมั่น รจนาไฉนดีใจมาก ต้อนรับขับสู้แม่กับน้องสาวเป็นอย่างดี ลำเพาไม่ยินดียินร้าย เช่นเดียวกับโลมฤทัยที่มัวแต่สนใจความหรูหราของบ้าน บรรดาคนรับใช้เฝ้ามองด้วยความแปลกใจ...ทำไมถึงไม่มีใครรักรจนาไฉน

โลมฤทัยเดินสำรวจบ้านราวกับเป็นอาณาจักรตัวเอง ประทับใจมากที่มีแต่ของแพงๆ ลำเพาตามไปด้วย กระหยิ่มยิ้มและถามถึงปัทม์ รจนาไฉนบอกว่าออกไปตรวจงานที่ไร่ ลำเพาสั่งให้ชิไปตาม กำชับให้บอกว่าแม่ยายกับน้องเมียมาเยี่ยม ชิไม่อยากให้นายสาวลำบากใจ ออกไปตามอย่างเสียไม่ได้ โลมฤทัยหมั่นไส้รจนาไฉน แกล้งบอกว่าอยากดื่มน้ำส้ม จันทร์เจ้าอาสาทำแทน ถูกโลมฤทัยจ้องอย่างเอาเรื่อง

“อย่าสาระแน...หรือว่าเป็นคุณนายแล้วทำให้น้องไม่ได้ มันเสียเกียรติคุณนายบ้านนี้”

“ได้จ้ะ...เดี๋ยวพี่คั้นน้ำส้มสดๆมาให้นะจ๊ะ”

รจนาไฉนออกไปพร้อมกับจันทร์เจ้า โลมฤทัยมองตามด้วยความสะใจ...แกไม่มีทางเหนือกว่าฉันแน่!

ฟากปัทม์กำลังคุมคนงานขนใบชา ชิวิ่งมาบอกเรื่องลำเพากับโลมฤทัยมาหา พ่อเลี้ยงหนุ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากล สังหรณ์ว่าไม่น่าจะมาดี ชิพยายามกล่อมให้กลับไปช่วยรจนาไฉนรับหน้า ปัทม์ทำหูทวนลม

“ฉันแต่งงานแค่ในนาม แต่ระดับความสัมพันธ์...ฉันกับเขาก็แค่คนแปลกหน้า”

ชิส่ายหน้าเซ็งๆ ยืนมองเจ้านายควบม้าตรวจงานด้วยความกังวลใจ...ศึกลูกเขยกับแม่ยาย...สนุกแน่ๆ

โลมฤทัยยังเดินชมข้าวของในบ้านจนถึงห้องนอนปัทม์ มองดูภาพถ่ายของพ่อเลี้ยงหนุ่มด้วยแววตาเคลิ้มฝัน หลงเสน่ห์เขาในบัดดล รจนาไฉนพยายามบอกให้ออกไปข้างนอก เกรงปัทม์จะไม่พอใจเพราะไม่ชอบให้ใครมายุ่มย่ามในห้องส่วนตัว โลมฤทัยกับลำเพาของขึ้น ขัดใจที่รจนาไฉนกล้าหือ

“พี่เพื่อนกล้าออกคำสั่งไล่ฉันกับแม่ ในเมื่อเขาไม่ต้อนรับ เราก็กลับกรุงเทพฯกันเถอะคุณแม่”

“ห่วงความรู้สึกผัวแต่ไม่คิดถึงหัวอกแม่กับน้อง...เนรคุณ!”

“ทำไมคุณแม่พูดอย่างนั้น ในชีวิตเพื่อน ไม่มีใครสำคัญกว่าครอบครัววิชนีของเราอีกแล้ว”

“หมายความว่า...ถ้าพบอยากได้อะไร พี่เพื่อนจะยอมทุกอย่างใช่ไหม”

รจนาไฉนอึกอักแต่เพราะไม่เคยขัดใจจนเป็นนิสัย รีบรับปากเพื่อจบปัญหา โลมฤทัยเหยียดยิ้ม หันไปชวนลำเพาไปหาปัทม์ในไร่...เดี๋ยวก็ได้รู้ว่าแกจะให้ฉันได้หรือเปล่านังรจนาไฉน!

ครั้นเคลื่อนตัวไปถึงคอกม้า โลมฤทัยเห็นชิคอยดูแลม้าก็สั่งให้ช่วยเตรียม เธออยากขี่ไปเซอร์ไพรส์ปัทม์

“ไอ้ขี้ข้า...ฉันบอกว่าจะขี่ม้าก็ไปเอามาสิ เอาตัวสวยๆ เชื่องๆนะ”

ชิเจ็บใจที่โดนโขกสับ เลือกม้าพยศประจำคอกพร้อมแสยะยิ้ม...แล้วจะได้รู้ว่าเชื่องๆน่ะเป็นยังไง

รจนาไฉนเป็นกังวลเพราะไม่เคยเห็นน้องสาวขี่ม้า ลำเพาก็ห่วงแต่ไม่กล้าท้วงกลัวโดนแหว โลมฤทัยกระโจนขึ้นม้าจนได้ กระหยิ่มยิ้มได้ใจ “พบจะทำให้คุณปัทม์เห็นว่าใครคู่ควรจะเป็นผู้หญิงของเขา”

รจนาไฉนมองตามเครียดๆ รู้อยู่แก่ใจว่าม้าที่น้องขี่ค่อนข้างพยศ โลมฤทัยควบม้าไปหาปัทม์ เห็นเขาลิบๆจึงบังคับม้าให้วิ่งเร็วขึ้น ม้าไม่ทำตาม เริ่มพยศด้วยการยกขาหน้าและวิ่งเร็วมากจนควบคุมไม่อยู่ ปัทม์เป็นฝ่ายควบม้ามาใกล้และเป่าปากส่งสัญญาณจนม้าหยุดพยศ โลมฤทัยยังตระหนก หันไปมองปัทม์ด้วยสายตาชื่นชมอย่างปิดไม่มิด

ปัทม์ขี่ม้าประกบมาส่งที่คอก โลมฤทัยพยายามให้ท่าแต่พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่สนใจแม้แต่น้อย ลำเพากับรจนาไฉนวิ่งมาดูอาการ โล่งใจที่ไม่มีใครเป็นอะไร โลมฤทัย ปั้นหน้าระรื่น ส่งยิ้มหวานให้ชายหนุ่ม

“พบไม่เป็นไรหรอกค่ะ ต้องขอบคุณคุณปัทม์อีกครั้งนะคะที่ช่วยพบไว้”

“ใช่ค่ะ...นี่เท่ากับว่าคุณปัทม์เป็นคนให้ชีวิตใหม่กับลูกพบเลยนะคะ”

“ไม่ต้องขอบคุณหรอก ผมไม่ได้ตั้งใจช่วย แค่ไม่อยากให้มีใครตายที่นี่ ชิ...เก็บม้า!”

ชิรีบทำตามคำสั่ง ส่วนปัทม์หมุนตัวกลับเข้าบ้าน ลำเพาชักฉุนที่เขาทำกิริยาไม่ไว้หน้า รจนาไฉนแก้ตัวแทนสามีว่าคงเหนื่อยมากจนหงุดหงิดเกินเหตุ โลมฤทัยไม่ละความพยายาม ตามไปดักหน้าและหาทางใกล้ชิด

“พบไม่เคยมาเที่ยวเชียงรายเลย คุณปัทม์ช่วยเป็นไกด์นำเที่ยวหน่อยได้ไหมคะ”

“ถ้าผมจำไม่ผิด ตอนคุณแม่คุณขึ้นมาเรียกร้องเรื่องแต่งงาน คุณก็ขึ้นมาด้วย”

โลมฤทัยหน้าแตก รจนาไฉนสงสารน้องจึงช่วยแก้หน้าและอาสาพาไปแทน ลำเพาหาว่ารจนาไฉนอุดอู้แต่ในครัวคงไม่รู้เรื่องเหมือนเจ้าถิ่น พ่อเลี้ยงหนุ่มรู้ทันเล่ห์เหลี่ยมสองแม่ลูก แกล้งรับคำเพื่อตัดปัญหาแต่ขอตัวไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน โลมฤทัยรีบไปเปลี่ยนบ้าง ส่วนลำเพากำชับลูกเลี้ยงไม่ให้ตามไปเป็นก้างขวางคอ รจนาไฉน มองลำเพาด้วยความแปลกใจ...ไม่รู้จะมาไม้ไหน

ปัทม์แต่งตัวเสร็จก็มารอที่ห้องโถง เห็นโลมฤทัยแต่ไร้วี่แววรจนาไฉน ยิ่งมั่นใจเจตนาน้องเมีย ลำเพามาส่งลูกสาว บอกว่ารจนาไฉนไม่ไปเพราะไม่ค่อยสบาย เจ็บออดๆแอดๆเหมือนสมัยเด็กแต่ปัทม์ไม่เชื่อ

“แปลกนะครับ อยู่กับผมมาหลายเดือนแทบไม่เป็นอะไร คุณลำเพามาไม่กี่นาทีกลับป่วยขึ้นมากะทันหัน”

ลำเพากับโลมฤทัยหน้าเสีย ปัทม์นึกสนุกอยากแก้เผ็ดโลมฤทัย เร่งให้ออกไปเที่ยวแต่ขอเอาชิไปด้วย หญิงสาวพยักหน้าเซ็งๆ ไม่อยากมีปัญหาและกลัวเขาเปลี่ยนใจ ปัทม์เหยียดยิ้ม...แล้วจะได้รู้ว่าคนอย่างฉันไม่ได้หลอกกันง่ายๆ!

ooooooo

โลมฤทัยพยายามอ่อยปัทม์ตลอด ทั้งชวนถ่ายรูปและเอาอกเอาใจเกินฐานะความเป็นน้องเมีย ปัทม์รู้ทัน คอยสั่งให้ชิขวางทุกทางไม่ยอมให้เข้าใกล้ โลมฤทัยไม่ยอมแพ้ หาเรื่องโฆษณาสรรพคุณตัวเอง หวังให้เขาหันมามอง

“เป็นเจ้าของไร่ชาคงเหนื่อยมาก ถ้ามีคนมาช่วยดูแล คงจะแบ่งเบาภาระคุณปัทม์ไปได้เยอะ”

“ผมมีพี่สาวคุณช่วยดูแลอยู่แล้ว”

“พี่เพื่อนจบคหกรรมจะช่วยอะไรได้ คุณปัทม์ต้องได้คนมีความรู้ทางบริหาร พบเรียนจบบริหารธุรกิจ...”

ปัทม์ตัดบทดื้อๆ ชวนกลับบ้านเพราะชักเป็นห่วง งาน โลมฤทัยยังมีความหวัง ชวนเขาคุยเรื่องกีฬา โอ่ว่าตนเป็นพวกรักการผจญภัย น่าจะคอเดียวกับเขา ปัทม์เหยียดยิ้ม

“ชอบเล่นกีฬาผจญภัยงั้นเหรอ ได้...งั้นเราไปเล่นด้วยกัน”

โลมฤทัยดีใจเนื้อเต้น “จริงหรือคะ คุณปัทม์ไปสปอร์ตคลับที่ไหนคะ”

ฝ่ายรจนาไฉนชะเง้อดูประตูบ้านตลอดเวลา พะวัก พะวนเรื่องปัทม์แต่ยังเก็บอาการ ปวุฒิแวะมาหา รีบออกตัวว่าไม่ได้มาก่อกวนแต่ตั้งใจมาเยี่ยมโลมฤทัยเพราะได้ยินว่าเพิ่งประสบอุบัติเหตุ รจนาไฉนไม่รู้มาก่อนว่าน้องเพิ่งออกจากโรงพยาบาล ตีโพยตีพายโทษตัวเองที่ไม่ใส่ใจจนมองไม่เห็น นายตำรวจหนุ่มส่ายหน้าเซ็งๆ

“คุณยังจะเห็นใจเขาอีกหรือ ทั้งๆที่เขาคิดแย่งผมไปจากคุณ”

“น้องพบไม่ได้แย่งเพราะตอนนี้เพื่อนแต่งงานแล้ว” ปวุฒิอึ้งที่โดนพูดแทงใจดำ รจนาไฉนไม่ได้สังเกต เปรยถึงน้องสาวเสียงอ่อน “เพื่อนเข้าใจน้องพบค่ะ เรื่องความรักห้ามกันไม่ได้ ถึงตัวจะอยู่กับเราแต่ใจอาจอยู่กับคนอื่น”

“แล้วตอนนี้ใจคุณอยู่กับใคร”

รจนาไฉนอึกอักเพราะชักไม่แน่ใจว่ารู้สึกยังไงกับปัทม์กันแน่...

เวลาเดียวกัน...ปัทม์พาโลมฤทัยมาเยี่ยมเด็กๆชาวดอย แจกขนมและถ่ายภาพอย่างอารมณ์ดี โลมฤทัยอยากทำคะแนน กอดรัดและหอมแก้มเด็กแบบฝืนๆ ปัทม์ดูออกว่าเธอไม่ได้รักเด็กจริง ชักชวนให้เล่นกีฬาพื้นบ้านสุดโปรด

“ผมชอบวิ่งไล่จับหมู คนที่นี่เขาถือมาก ถ้าใครไม่ร่วมแข่งจับหมูถือว่าไม่ให้เกียรติ...และไม่ให้เกียรติผมด้วย”

ปัทม์วิ่งไล่จับหมูพร้อมชิและเด็กชาวดอย โลมฤทัยจำใจวิ่งตามเพราะไม่อยากเสียคะแนน ล้มลุกคลุกคลานจนพาลอารมณ์เสีย กระโจนสุดตัวเพื่อจับหมูแต่พลาดท่าตกลงในบ่อโคลน หญิงสาวรีบลุกในสภาพมอมแมม ท่าทางหัวเสียมาก ปัทม์เดินมาหาพร้อมวาจาเหยียดหยาม

“อย่าคิดอ่อยเอาชนะผมด้วยวิธีนี้...เสียเวลาเปล่า”

“คุณปัทม์พูดอะไรคะ พบไม่เข้าใจ”

“เอาเวลาไปศึกษาธรรมะบ้างก็ดีนะ มันช่วยให้คนเรามีศีลธรรม สร้างคุณค่าในตัวเองมากขึ้น”

ปัทม์หมุนตัวกลับไปขึ้นรถ ทิ้งโลมฤทัยให้ยืนกระทืบเท้าเร่าๆขัดใจที่เขารู้ทัน ชิถือเป็ดมายื่นให้

“อย่างนายน่ะ เขาเรียกว่าหมูเขี้ยวตัน...จับยาก แต่ถ้าอยากจับง่ายๆ จับเป็ดไหมคุณ”

“ว้าย...เอาออกไป ฉันเกลียดเป็ด!” โลมฤทัยดีดดิ้นดัดจริตจนชิหัวเราะก๊ากอย่างสะใจ

ooooooo

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด