สมาชิก

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ตอนที่ 3

ปยงค์ทำกับข้าวในครัว ปากก็พร่ำสอนรจนาไฉน จันทร์เจ้าเตรียมของใกล้ๆ มองแม่บ้านใหญ่ด้วยความหมั่นไส้

“กับข้าวบ้านๆพื้นๆ กะโหลกกะลาไม่เอานะ ฉันทำอาหารชาววังให้ท่านๆทานทุกมื้อ” ปยงค์โอ่

“เหลือเททิ้งทุกวันล่ะเจ้า ไม่รู้ว่าท่านๆทนทานกันได้ยังไง”

ปยงค์ค้อนปะหลับปะเหลือก เขวี้ยงทัพพีใส่ไล่ไปจัดโต๊ะ รจนาไฉนห่อไหล่ ถามเรื่องผักที่เพิ่งล้าง

“เอาวางไว้บนหัวหล่อนมั้ง คิดว่าเขาเอาแตงกวากับมะเขือเทศไว้ทำอะไร มีหัวคิดบ้างไหม”

รจนาไฉนมองผักตรงหน้าด้วยแววตาครุ่นคิด เห็นมีดเล่มเล็กวางอยู่เหนือตู้ หยิบมาแกะสลักอย่างตั้งใจ

ปัทม์นั่งมองจานผักสดที่ถูกจัดวางและแกะสลักสวยงามด้วยแววตาทึ่งๆ เอ่ยชมแม่บ้านใหญ่ว่าฝีมือพัฒนาขึ้นมาก ปยงค์เสนอหน้ารับความดีความชอบ จันทร์เจ้าอดไม่ได้ เฉลยว่ารจนาไฉนเป็นคนทำ ปัทม์วางช้อนส้อมทันที

“กินไม่ลง...ทีหลังไม่ต้องให้แม่คนนั้นยุ่งกับสำรับอาหาร น่าขยะแขยง ดูสิ...แกะรูปอะไรไม่รู้ ทุเรศ!”

จบคำก็คว้ามะเขือเทศปาลงพื้น รจนาไฉนเจ็บใจ ปยงค์กับจันทร์เจ้ามองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่เข้าใจเจ้านายหนุ่ม ปัทม์เหวี่ยงใส่ทุกคน โดยเฉพาะปยงค์ที่ให้รจนาไฉนมาดูแลเรื่องกับข้าว แม่บ้านใหญ่หน้าเสีย ไม่รู้จะให้ทำอะไร ปัทม์บอกให้ไปทำงานในคอกม้า รจนาไฉนโมโหแต่ทำอะไรไม่ได้ หิ้วอุปกรณ์ทำความสะอาดออกจากบ้านพักเซ็งๆ

รจนาไฉนทำความสะอาดม้าเก้ๆกังๆ ไม่ชินที่ต้องอยู่ใกล้ๆสัตว์ใหญ่ ชิกับจันทร์เจ้าแอบมองด้วยความสงสาร แปลกใจที่พ่อเลี้ยงหนุ่มดูโหดร้ายเป็นพิเศษ จันทร์เจ้าอดรนทนไม่ไหว จะไปช่วย ชิเตือนว่าอย่ายุ่ง ถ้าไม่อยากเดือดร้อน จันทร์เจ้ายังรั้นเพราะสงสารเพื่อนใหม่เต็มแก่ ทันใดนั้น...เสียงปัทม์ดังจากด้านหลัง

“ดี...มีน้ำใจดี พอช่วยเสร็จ เดินเลยไปสำนักงาน เขียนใบลาออกด้วยนะ”

จันทร์เจ้าสะดุ้ง ชวนชิออกไปด้านนอก ปัทม์แอบมองรจนาไฉน หลุดขำท่าทางกลัวๆกล้าๆ สะใจที่ได้แกล้งเธอ

กว่ารจนาไฉนจะได้นอนก็ค่อนคืน สะดุ้งตื่นเช้าวันถัดมาเพราะเสียงเคาะประตูลั่น ปยงค์ตะโกนสั่งให้ตื่นและรีบแต่งตัวไปเก็บใบชาในไร่ รจนาไฉนยันตัวลุก รู้สึกปวดศีรษะอย่างแรง แต่กลัวปัทม์ดูถูก กลั้นใจลุกไปอาบน้ำ

ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงถัดมา...รจนาไฉนก็แต่งตัวด้วยชุดชาวเขา แบกก๋วยเดินไปกับปยงค์และชิ ปัทม์อยู่บนหลังม้า มองตามเธอทุกฝีก้าว รจนาไฉนเวียนศีรษะ เดินโซเซสักพักก็ล้มลงกับพื้น ปัทม์กระโดดจากหลังม้า พุ่งมาดูอาการ รจนาไฉนเห็นหน้าพ่อเลี้ยงคู่ปรับ สะบัดออกอย่างถือตัว ปัทม์ชักฉุน กระแนะกระแหน

“ล้มเองก็ลุกเอง อย่าสำออยให้คนอื่นช่วย ถ้าไม่ไหว...อยากกลับบ้าน ฉันจะให้ชิไปส่งขึ้นรถทัวร์”

“ฉันไม่กลับ!”

“งั้นก็รีบเดินเร็วๆ งานเริ่มเจ็ดโมงเช้า ใครมาสายต้องถูกหักเงิน”

รจนาไฉนพยุงตัวขึ้นจนได้ ปัทม์กลับไปขึ้นม้าควบออกไปอย่างหัวเสีย ส่วนรจนาไฉนเชิดใส่ เดินไปสมทบคนงานอื่นๆ ปยงค์บ่น ไม่เคยเห็นพ่อเลี้ยงหงุดหงิดขนาดนี้ ชิพูดลอยๆว่าแม่บ้านใหญ่ยังไม่รู้อะไร...รู้แล้วจะหนาว!

ooooooo

รจนาไฉนก้มหน้าก้มตาเก็บใบชาใส่ก๋วยท่ามกลางแดดจ้า เหนื่อยและล้าเต็มที่เพราะไม่เคยทำงานใช้แรงงานมาก่อน ปัทม์ลอบมองเธออย่างจับผิด แต่ก็ไม่กล้าสบตา สักครู่ใหญ่...รจนาไฉนไปต่อคิวดื่มน้ำ ปวดหนึบที่ศีรษะมากขึ้น

พูนทวีมาหาปัทม์ เห็นธิดาดอยในฝันก็ถลันไปหา รจนาไฉนดีใจได้เจอ ชวนคุยด้วยท่าทางอารมณ์ดี ได้ความว่ารู้จักและทำงานกับปัทม์มานาน เพราะเป็นคนดีน่าคบหา รจนาไฉนไม่อยากเชื่อ

“ทนทำงานอยู่กับคนใจดำแบบนั้นได้ยังไง”

“อ้าว...ทำไมพูดแบบนั้น ไอ้ปัทม์มัน...เอ่อ...ความจริงเขาก็เป็นคนดีนะ ดีมากๆด้วย”

“แน่ใจเหรอว่าดี นี่คงกลัวเขามากจนไม่กล้าบอกความจริงกับฉันใช่ไหม”

กลุ่มคนงานทยอยกลับเข้างาน รจนาไฉนขอตัวตามแต่รู้สึกหน้ามืด เป็นลมล้มลง ปัทม์คอยสังเกตอยู่แล้ว ปราดเข้าประคองและอุ้มกลับที่พัก พูนทวีตกใจแต่ไม่คิดอะไรมาก รีบตามไปติดๆ

ปัทม์อุ้มรจนาไฉนกลับห้องพักในเรือนคนใช้ พูนทวีเข้ามาดูด้วยความเป็นห่วง จันทร์เจ้าจะไปตามหมอ ปัทม์ห้ามไว้ สั่งไม่ให้ยุ่ง พูนทวีงงที่เพื่อนแล้งน้ำใจ พยายามทักท้วง ปัทม์ส่ายหน้าเซ็งๆ

“ไม่มีหมอรักษาหายหรอก โรคสำออยเรียกร้องความสนใจ วิธีรักษาก็แค่อย่าไปสนใจ ต่อมสำออยจะฝ่อไปเอง”

“คิดได้ไงวะ ความเกลียดที่แกมีต่อผู้หญิงคงทำให้ต่อมมนุษยธรรมฝ่อ มองโลกในแง่ร้ายเกินไป”

“ฉันมองทะลุต่างหาก ฉันรู้ว่าอะไรจริงอะไรลวง แกน่ะ...รู้จักผู้หญิงคนนี้น้อยเกินไป”

พูนทวีสงสัยว่าเพื่อนอาจรู้จักผู้หญิงคนนี้ ชิถือถังน้ำเข้ามา เกือบหลุดปากเรื่องฐานะแท้จริงของรจนาไฉน ปัทม์ดักคอ แย่งถังน้ำมาถือ ชิหุบปาก รีบออกไปก่อนจะโดนเล่นงาน พูนทวีจะปฐมพยาบาลหญิงสาว ปัทม์แกล้งบอกให้สาดน้ำจนฟื้น พูนทวีทนไม่ไหว ลากเพื่อนไปเคลียร์... มันต้องมีอะไรแน่ๆ ทำไมถึงโหดป่าเถื่อนขนาดนี้

พูนทวียื่นคำขาดให้โทร.ตามหมอ ปัทม์ไม่ยอม ชิได้ยินเสียงสองหนุ่มเถียงกัน เสนอหน้ามาบอกว่าเจ้านายหนุ่มสั่งให้โทร.แล้ว ปัทม์เสียฟอร์ม ทำเป็นฮึดฮัดไล่ชิ พูนทวีโล่งอก อาสาไปรับหมอในเมือง ปัทม์จะห้าม พูนทวียืนยัน

“ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ฉันไม่ยอมให้เทพธิดาดอยของฉันเป็นอะไรไป คนนี้ฉันรักจริงเว้ย”

จบคำก็พุ่งไปขึ้นรถ ปัทม์เลิกคิ้ว แปลกใจที่เพื่อนหลงรักรจนาไฉนทั้งที่พบกันไม่นาน เดินกลับไปดูอาการรจนาไฉนที่ห้อง ยืนมองร่างที่หลับใหลไม่ได้สติด้วยแววตาเคียดแค้น

“เธอมันร้ายกาจ รู้จักเพื่อนฉันไม่นาน ก็ใช้มารยาทำให้หลง แต่เธอปั่นหัวฉันไม่ได้หรอก เพราะฉันรู้ทันเธอ”

ปัทม์จะเดินออกไปแล้วชะงัก รจนาไฉนละเมอให้ช่วย เหงื่อแตกพลั่กทั่วร่าง ปัทม์ถลันมาจับตัวตกใจเพราะตัวร้อนจัด ไข้ขึ้นสูงมาก ปัทม์ตะโกนเรียกจันทร์เจ้าให้ไปเอายา มองดูหญิงสาวด้วยความเป็นห่วงและลงมือเช็ดตัวให้ แอบอึ้งเมื่อเห็นความงามของเธอ ใจอ่อนยวบราวกับตกในภวังค์ รจนาไฉนไม่รู้เรื่อง ละเมอขึ้นมาอีกเพราะพิษไข้

“คุณปวุฒิคะ คุณปวุฒิช่วยเพื่อนด้วย”

ปัทม์เจ็บจี๊ด โยนผ้าเช็ดหน้าทิ้ง จันทร์เจ้ามาบอกว่าพูนทวีพาหมอมา ปัทม์โมโห ผลุนผลันออกไปอย่างไม่ไยดี พูนทวีกับจันทร์เจ้ามองหน้ากันงงๆ ไม่เข้าใจอาการผีเข้าผีออก รจนาไฉนเพ้อขึ้นมาอีก พูนทวีกับจันทร์เจ้าเงี่ยหูฟังแต่เสียงเบามาก พูนทวีเลิกคิ้ว สงสัยท่าทีเพื่อนรัก และหญิงสาว...มันต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆ

ooooooo

ปวุฒิไปเยี่ยมแม่ที่บ้าน เธอถามถึงรจนา-

ไฉน เพราะเห็นหายไปนานโดยไม่บอกกล่าว สังหรณ์ว่าอาจทะเลาะกับลูกชาย ปวุฒิจำใจโกหก อ้างว่ารจนาไฉนไปเชียงรายกะทันหัน แม่เขาไม่เชื่อ แถมย้อนจนเขาหนักใจ

ปวุฒิหยิบมือถือมาโทร.หารจนาไฉน แกล้งทำเสียงออดอ้อน ไม่อยากให้แม่จับได้

“คุณเพื่อน...คิดถึงผมเหรอ ใจตรงกันเลย ผมก็คิดถึงคุณ อากาศเริ่มหนาวแล้ว เตรียมเสื้อผ้าไปพอหรือเปล่า”

แม่เขาขอคุยด้วย ปวุฒิแกล้งบอกว่าสัญญาณไม่ดี ตัดสายเองดื้อๆ บอกจะพยายามโทร.ใหม่ภายหลัง แม่เขาย้ำให้โทร.หาให้ได้ ปวุฒิพยักหน้ารับ ออกไปสูดอากาศข้างนอก ไม่สามารถข่มความรู้สึกได้อีกต่อไป

“ผมขอโทษด้วยครับคุณแม่ ผมไม่สามารถรักษาเธอไว้ได้”

ปวุฒิร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ มองไปทางห้องนอนแม่ นึกถึงเหตุการณ์ในอดีต...รจนาไฉนมักตามมาปรนนิบัติแม่เขาบ่อยๆ แม่เขาปลื้มเธอมาก เร่งให้สู่ขอและคาดคั้นให้รับปากดูแลอย่างดี นายตำรวจหนุ่มดึงตัวเองกลับมา น้ำตาไหลด้วยความสะเทือนใจ มองทางไหนก็มีแต่ภาพเธอ ความคิดกลับสู่อดีตอีกครั้ง เธอก็รักเขากับแม่ไม่ต่างกัน

“เพื่อนก็รักท่านค่ะ ท่านเป็นผู้ใหญ่ใจดีและอบอุ่น เพื่อนรู้สึกเหมือนท่านเป็นแม่ของเพื่อนคนหนึ่ง”

“แม่บอกให้ผมไปสู่ขอคุณเพื่อน ก่อนที่ใครจะมาแย่งคุณไปจากผม”

“คุณจะห้ามใจเพื่อนได้เหรอคะ”

“ผมจะกอดคุณไว้อย่างนี้ ไม่ยอมให้คุณเป็นของใครเด็ดขาด”

ความรู้สึกที่ได้กอดเธอแนบอกยังตรึงในความทรงจำ เสียใจเหลือเกินที่รักษารจนาไฉนไว้ไม่ได้...

ด้านลำเพา...รอให้รจนาไฉนส่งเงินมาไม่ไหว โทร.ไปตามที่บ้านปัทมกุล จันทร์เจ้ารับสาย บอกว่ารจนา– ไฉนไม่สบายมาก ลำเพาไม่เชื่อ ปรี๊ดแตกให้เรียกมาคุย จันทร์เจ้าเห็นท่าไม่ดี วางสายใส่ดื้อๆ

ลำเพากระแทกโทรศัพท์ด้วยความไม่พอใจ เห็นโลมฤทัยผ่านมาจึงบ่นให้ฟัง โลมฤทัยของขึ้น

“เขาออกไปแล้ว แม่ยังสนใจอะไรอีก อย่าบอกนะคะว่าเป็นเหมือนพ่อ ห่วงลูกนอกไส้มากกว่าลูกสาวตัวเอง”

ลำเพากอดปลอบ กลัวลูกสาวคิดมาก “อุ๊ย...เป็นไปไม่ได้หรอกจ้ะ แม่ยังเสมอต้นเสมอปลาย มองมันเป็นแค่ตัวทำเงินให้เราเหมือนเดิม นังรจนาไฉนไม่มีวันแทนที่โลมฤทัย ลูกรักของแม่คนนี้ไปได้หรอกจ้ะ”

“ดีแล้วค่ะ เพราะพบคงทนไม่ได้ ถ้าต้องแพ้พี่เพื่อน!”

โลมฤทัยฮึดฮัด โกรธทุกคนรอบตัวที่ดูจะสนใจรจนาไฉนมากกว่าตน...โดยเฉพาะปวุฒิ!

ooooooo

รจนาไฉนรู้สึกตัวเช้าวันถัดมา จันทร์เจ้ามาดูอาการ ตื่นเต้นมาก รจนาไฉนยิ้มขำ

“ทำไมทำหน้าอย่างนั้นล่ะ ทำยังกับว่าฉันตายแล้วเกิดใหม่อย่างนั้น”

“ก็เมื่อวานเธอไข้ขึ้นสูงมาก ฉันนึกว่าเธอจะชักตายแล้ว”

รจนาไฉนนึกสนุก แกล้งทำหน้าผีหลอกจันทร์เจ้าแล้วหัวเราะเสียงใส เปลี่ยนเรื่องถามว่าใครพาเธอกลับห้อง จันทร์เจ้าบอกว่าปัทม์เป็นคนอุ้มมา รจนาไฉนเบิกตาโพลง ไม่อยากเชื่อ

“นายเธอเนี่ยนะ เป็นไปได้ยังไง คนอย่างเขาไม่มีทางห่วงฉันหรอก น่าจะดีใจด้วยซ้ำถ้าเห็นฉันตายต่อหน้า”

“ไม่หรอก คุณปัทม์เป็นห่วง ไม่งั้นไม่เช็ดตัวให้เธอหรอกเจ้า”

“เช็ดตัวให้ฉัน เธอเห็นเหรอ”

“ไม่เห็น...แต่เดาเอา ไม่งั้นเธอคงไข้ขึ้น นอนชักก่อนจะเจอหมอแล้ว”

รจนาไฉนแปลกใจแต่ไม่ทันซักต่อ จันทร์เจ้าบอกว่ามีคนโทร.หาเมื่อคืน อาละวาดจนเธอปวดหู รจนาไฉนมั่นใจว่าเป็นลำเพา รีบออกไปโทร.กลับ แก้ตัวเสียงอ่อนว่าไม่สบายจริง ลำเพาแว้ดใส่ทันทีด้วยความโมโห

“ไม่ต้องมาโกหก คิดว่าฉันไม่รู้สันดานคนอย่างแกเหรอ นึกแล้วไม่ผิด พอได้ผัวรวยก็ติดปีกเอาตัวรอด”

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะคุณแม่ เพื่อนยังรักและเป็นห่วงคุณพ่อคุณแม่เสมอ”

“ไม่ต้องโกหก เวรกรรมจริงๆ มีคนเคยเตือนแล้ว เอาลูกเขามาเลี้ยง เอาเมี่ยงเขามาอม มันต้องระทมทุกข์”

รจนาไฉนขอโทษ ถามถึงอาการไม่สบายของนพรัตน์ ลำเพาได้ทีใส่ไฟว่ายังนอนเจ็บที่โรงพยาบาล

“ถ้าแกไม่อยากให้พ่อแกตาย ก็รีบส่งเงินมาให้เร็วๆ หลอกเอาเงินมาให้มากที่สุด”

ลำเพาสะใจ ตั้งท่าจะวีนต่อ นพรัตน์ผ่านมาได้ยิน กดสายทิ้ง ต่อว่าเมียที่บังคับรจนาไฉน ลำเพาวีนแตก

“ทำไมฉันจะบังคับมันไม่ได้ มันเป็นลูกเลี้ยง ต้องทำงานทดแทนพระคุณฉัน”

“แค่ลูกต้องแบกรับความทุกข์ที่โน่นก็มากพอแล้ว อย่าให้ลูกต้องทุกข์หนักกว่านี้เลย”

“รู้ได้ไงว่าลำบาก เสวยสุขบนกองเงินล่ะไม่ว่า มันได้ผัว...แต่ฉันไม่ได้สินสอดสักบาท มันต้องหาเงินให้ฉัน”

นพรัตน์เหนื่อยหน่าย บอกว่าเงินประกันและเงินเก็บก็น่าจะพอรักษาได้ แต่ลำเพาอยากได้เงินมาล้างหนี้

“คุณก็เลิกเล่นการพนันสิ” นพรัตน์ว่าอย่างเหลืออด

“อย่ามาสั่งฉันนะ ไม่ใช่เพราะฉันไปบ่อนเหรอถึงพอมีเงินมาใช้ในบ้าน”

“แล้วไม่ใช่เพราะบ่อนเหรอ ที่ทำให้เรามีหนี้สินจนแทบล้มละลาย”

“หยุดพูด...ต่อไปนี้ฉันตัดสินใจเอง เก็บแรงไว้หายใจแล้วกัน นังเพื่อนก็ต้องหาเงิน เป็นหน้าที่ลูกเลี้ยงอย่างมัน”

ลำเพายืนยันความคิด นพรัตน์เอือมระอา ไม่อยากมีเรื่องแต่ก็ลำบากใจที่เมียทำตัวแบบนี้...

รจนาไฉนเครียดจัด คิดหาเงินมารักษานพรัตน์ เหลือบมองปฏิทิน ดีใจเพราะครบกำหนดสามวันที่พนันกับปัทม์ วิ่งตามหาเขาไปทั่ว ทั้งในบ้าน ไร่ชา และคอกม้า คนงานสงสาร บอกว่าพ่อเลี้ยงหนุ่มคุมงานที่โรงอบชา รจนาไฉนวิ่งกระหืดกระหอบ พิษไข้กลับมาเล่นงานอีกครั้งแต่พยายามทรงตัวสุดความสามารถ ไม่อยากให้ใครเห็นความอ่อนแอ

ปัทม์ออกจากโรงอบชา ตะลึงเมื่อเห็นหญิงสาวคู่ปรับ ปั้นหน้าเข้มค่อนแคะ รจนาไฉนประชดกลับเสียงเรียบ

“ขอโทษนะคะที่ทำให้คุณผิดหวัง ฉันคงตายไม่ได้ เพราะฉันต้องอยู่เรียกร้องเงินที่ฉันควรได้รับ คุณคงไม่ลืมว่าเราเคยพนันกันไว้ ถ้าฉันอยู่ที่นี่ได้ครบสามวัน คุณจะยอมจ่ายเงินให้ล้านหนึ่ง”

ปัทม์ทำเป็นไม่รู้เรื่อง ตั้งหน้าตั้งตาเดินหนี รจนาไฉนดักหน้า กระชากเขากลับมาคุยให้รู้เรื่อง สองหนุ่มสาวเผชิญหน้าใกล้กันโดยไม่ตั้งใจ ปัทม์ตั้งสติ ผละออกมาก่อน รจนาไฉนแหวเสียงแข็ง

“ฉันไม่หยุดแน่ จนกว่าคุณจะยอมรับว่าสัญญากับฉัน”

“ใช่...ฉันเคยพูดกับเธอ แต่ฉันจะไม่จ่าย ถ้าคิดจะฟ้องตำรวจก็เอา เธอก็รู้ว่าการพนันผิดกฎหมาย”

รจนาไฉนโมโห ตะคอกใส่ว่าโกงหน้าด้านๆ ปัทม์ยิ้มยียวน

“แล้วไง...ฉันเป็นเจ้าของที่นี่ ฉันทำอะไรก็ได้ เธออย่าลืมสิ ว่าเธอเป็นคนงานของฉัน ไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใดๆ”

“ฉันมันผิดเองที่เชื่อคำสัญญาของคุณ ไม่คิดเลยว่าคนอย่างคุณไม่มีสัจจะ”

“คำพูดของฉัน มีค่าสำหรับคนที่มีเกียรติและศักดิ์ศรี ไม่ใช่คนไร้เกียรติอย่างเธอ”

รจนาไฉนเหลืออด ไม่เข้าใจว่าเขาเกลียดอะไรเธอนักหนา ปัทม์พูดไม่ออก กลบเกลื่อนว่าเธอเป็นพวกหิวเงิน แต่งงานกับเขาเพื่อปอกลอก รจนาไฉนไม่แคร์ ยืนกรานไม่ไปไหนจนกว่าจะได้เงิน ปัทม์ฉุนขาด เรียกชิเสียงลั่น

“ลากตัวออกไป ห้ามเข้ามาอีก ถ้าแกปล่อยให้เข้ามาได้ ฉันไล่แกออก!”

ชิเห็นใจแต่ไม่อยากขัดใจนาย รจนาไฉนเดินออกไปเองอย่างทระนง...ให้มันรู้กันไปว่าคนอย่างฉันจะยอมแพ้!

ooooooo

รจนาไฉนรอหน้าโรงอบชาไม่ไปไหน ปัทม์ก็คร่ำเคร่งกับงาน ไม่พูดไม่จา ใครก็เข้าหน้าไม่ติด ชิอดรนทนไม่ไหว ขอร้องให้เจ้านายหนุ่มออกไปพบหญิงสาว ปัทม์ไม่ยี่หระ

“ปล่อยเขา อยากอยู่ก็อยู่ ดูสิว่าจะทนได้เท่าไหร่”

“แต่ว่า...ข้างนอกฝนกำลังจะตกนะนาย นายไปไล่ให้กลับที่พักเถอะ ถ้าโดนฝนอีกมีหวังไข้กลับแน่”

ปัทม์ไม่สะทกสะท้าน ตั้งหน้าทำงานต่อ ชิมองตามเครียดๆ ชะเง้อมองด้านนอกด้วยความเป็นห่วง

ฝนตกหนักขึ้นเรื่อยๆ รจนาไฉนยังยืนนิ่งไม่ไหวติง ตั้งใจแน่วแน่เอาเงินพนันไปรักษาพ่อ ปัทม์ยืนมองหญิงสาวจากมุมหนึ่ง พึมพำเสียงเข้ม “ในที่สุดเธอก็เผยธาตุแท้ออกมา สิ่งเดียวที่เธอต้องการคือเงิน”

แสงฟ้าร้องทาบหน้าพ่อเลี้ยงหนุ่ม มองดูหญิงสาวด้วยสายตาสมเพช ชิพยายามกล่อม ปัทม์ชักใจไม่ดีแต่ยังทำไม่สนใจ ส่วนรจนาไฉนยืนที่เดิม ประกาศเจตนารมณ์เสียงกร้าว

“เอาเงินของฉันมา ฉันต้องการเงิน เงินของฉัน!”

เวลาเดียวกันที่กรุงเทพฯ...ปวุฒิกลับจากทำงาน ได้ยินเสียงในครัวจึงเดินไปดู เห็นด้านหลังของหญิงสาว แลดูคุ้นตา โลมฤทัยหันมายิ้มทักทาย
“ต่อไปนี้คุณปวุฒิไม่ต้องกังวลเรื่องอาหารแล้วนะคะ พบจะเป็นคนรับภาระนี้ให้คุณเอง”

จบคำก็หันไปง่วนกับการทำอาหาร ปวุฒิแปลกใจท่าทีเรียบร้อยผิดสังเกต เสื้อผ้าสีหวานกว่าที่เคย

“พบรู้ว่าผู้ชายบางคนชอบผู้หญิงหวาน น่ารัก รับผิดชอบทำงานบ้าน เป็นแม่บ้านแม่เรือน”

ปวุฒิพูดไม่ออก โลมฤทัยจ้องหน้าเขานิ่ง ตัดสินใจพูดตรงๆ แสดงความจริงใจ

“พบมาคิดๆดูแล้ว พบเริ่มเบื่อตัวเองที่ต้องทำตัวทันสมัย เปรี้ยวตามสังคมยุคใหม่ ความจริงการใช้ชีวิตเรียบง่ายตามแบบที่ผู้หญิงควรจะเป็น มันก็มีความสุขดีนะคะ”

ปวุฒิอึ้งไปอึดใจ เห็นเธอยกจานอาหารไปด้านนอก ถอนใจเหนื่อยหน่าย เดินตามออกไป

โลมฤทัยวางอาหารบนโต๊ะที่มีดอกไม้และเชิงเทียนประดับเรียบร้อย ปวุฒิมองบรรยากาศในห้องด้วยความแปลกใจ ไม่คิดว่าเธอจะทุ่มเทขนาดนี้ ทรุดตัวลงนั่งตามมารยาท ไม่อยากขัดให้เธอเสียน้ำใจ โลมฤทัยปลื้ม ตักข้าวและกับเอาใจ ปวุฒิปฏิเสธว่าไม่หิว โลมฤทัยไม่ยอมแพ้ ตั้งท่าจะป้อน

“ลองชิมสักหน่อยนะคะ พบอุตส่าห์ไปเรียนมา พบไม่เคยทำให้ใครมาก่อน คุณคือผู้ชายคนแรกที่ได้ชิม”

นายตำรวจหนุ่มผลักจานออกห่างตัว ไล่ให้กลับบ้านด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้สุภาพสุดๆ โลมฤทัยฉุนขาด

“เลิกเย็นชากับพบสักทีได้ไหม บอกมาสิคะว่าพบทำอะไรผิด ทำไมพี่เพื่อนถึงได้ใจคุณ พบรักคุณนะคะ”

จบคำก็ถลาไปกอดเขาแน่น เริ่มสัมผัสลูบไล้ด้วยความหลงใหล ปวุฒิอึดอัดใจ ผลักไส

“อย่าทำอย่างนี้อีกเลย มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกแย่กับคุณมากขึ้น”

โลมฤทัยหน้าร้อนผ่าวแต่ไม่ยอมแพ้ เริ่มถอดกระดุมเสื้อ มองมาด้วยสายตายั่วยวน ปวุฒิอ้าปากค้าง มองเธอนิ่ง โลมฤทัยได้ใจ คิดว่าเขาเริ่มหลงเสน่ห์ ปวุฒิเดินไปใกล้ กระซิบข้างหู

“หยุดเถอะ สิ่งที่คุณทำมันยิ่งทำให้คุณค่าในตัวคุณลดลง คุณมาแทนที่คุณเพื่อนไม่ได้หรอก เพราะสิ่งที่คุณเพื่อนมี แต่คุณไม่มีคือความเป็นกุลสตรีและศักดิ์ศรี”

ปวุฒิออกจากบ้านไปแล้ว โลมฤทัยผิดหวังและเสียใจมาก น้ำตาตกใน...แต่ฉันไม่มีวันยอมแพ้หรอก!

ooooooo

รจนาไฉนยังรอหน้าโรงอบชา ท่ามกลางสายฝนที่เทลงมาไม่หยุด ร่างกายเริ่มหนักอึ้งเพราะพิษไข้ ปัทม์มองจากด้านใน เห็นหญิงสาวเซเหมือนจะล้ม นึกเป็นห่วงแต่แสร้งทำเป็นไม่สนใจ รจนาไฉนไม่อาจฝืนสังขาร ล้มไปกองกับพื้น แต่ยังพยายามลุก พึมพำเสียงแผ่ว

“คุณพ่อคะ เพื่อนขอโทษค่ะ เพื่อนหาเงินไปรักษาคุณพ่อไม่ได้”

ปัทม์ทนมองต่อไปไม่ไหว วิ่งออกไปหน้าโรงอบชา พูนทวีมาเยี่ยมเหมือนเคย เห็นร่างรจนาไฉนนอนหมดสติเบื้องหน้า ถลันเข้าประคอง ปัทม์ชะงักกึก ไม่อยากแสดงให้รู้ว่าเป็นห่วงหญิงสาว พูนทวีไม่รู้ว่าโดนแอบมอง ตวัดรัดร่างหญิงสาวอุ้มกลับที่พัก ปัทม์มองตามเคืองๆ ไม่พอใจที่มีแต่คนพะเน้าพะนอเธอ

พูนทวีโทร.ตามหมอมาดูอาการรจนาไฉน โชคดีเป็นแค่ไข้หวัด ไม่มีโรคแทรกซ้อน หมอบอกว่าโชคดีมาก ถ้าตากฝนนานกว่านี้อาจเป็นปอดบวม จันทร์เจ้าลอบมองพูนทวีด้วยความสงสัย แอบคิดว่าเขามีใจกับรจนาไฉน พูนทวีถามถึงปัทม์ งงกับท่าทีแปลกๆ แถมหายจ้อยไม่สนใจดูแลลูกน้องสาวแม้แต่น้อย

พูนทวีตามหาเพื่อนรักทั่วไร่ ไปเจอที่บ้านพัก กำลังนั่งจิบชาอย่างสบายอารมณ์ นึกหมั่นไส้ท่าทางไม่รู้ร้อนรู้หนาว แถมข้องใจว่าเกลียดอะไรรจนาไฉนนักหนา ถึงปล่อยให้ตากฝนหน้าตาเฉย ปัทม์ตีมึน ตอบอย่างไม่แยแส

“หน้าที่ของเจ้านายจำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องของคนงานเหรอ”

“ฉันชักสงสัย ตกลงคุณเพื่อนเขาเป็นคนงานแน่เหรอ คนงานอะไรจะผิวพรรณ ท่าทางดีมีการศึกษาแบบนั้น”

“เพิ่งรู้ว่านอกจากจะทำไร่สตรอเบอร์รี่แล้ว แกยังเป็นซินแสดูโหงวเฮ้ง เขาจะเป็นอะไรฉันไม่สนใจ ก็แค่คนงาน”

“อย่านอกเรื่อง แกปิดบังอะไรฉันเกี่ยวกับคุณเพื่อนหรือเปล่า”

ปัทม์ปฏิเสธเสียงเข้ม พูนทวีไม่ค่อยเชื่อ ตั้งหน้าตั้งตาคาดคั้นถึงสาเหตุที่หญิงสาวไปยืนตากฝนจนเป็นลม

“แกพูดความจริงมา คุณเพื่อนไปนอนหมดสติหน้าโรงอบชาได้ไง เกิดอะไรขึ้น”

ปัทม์แปลกใจที่เพื่อนรู้เรื่อง เข้าใจว่ารจนาไฉนเอาไปฟ้อง พูนทวีรีบออกโรงปกป้อง

“แกรู้...เพราะแกผิดสัญญา ไม่จ่ายเงินให้เขา ฉัน ได้ยินเขาละเมอเรื่องเงินอะไรสักอย่าง...ใช่ไหม”

ปัทม์ชักสีหน้า พาลค่อนแคะหญิงสาวจนพูนทวีทนไม่ไหว ประกาศกร้าวขอจีบรจนาไฉน

“งั้นฉันขอ ฉันขอให้ความสำคัญกับเธอ เธอเป็นเทพธิดาดอยกลอยใจของฉัน ฉันจะดูแลผู้หญิงคนนี้เอง”

ปัทม์จะค้าน พูนทวียกมือห้าม “ตกลงตามนี้ ต่อไปฉันจะทำอะไรก็อย่าขัด ขอบใจมาก ลาก่อน”

จบคำก็หมุนตัวกลับไปขึ้นรถ ปัทม์มองตามนิ่ง ครุ่นคิดบางอย่าง เดินไปดูอาการหญิงสาวที่ห้อง มองดูด้วยสายตาประณามหยามเหยียด

“เธอเกิดมาเพื่อบูชาเงิน ต่อให้ตาย ก็คงขอตายบนกองเงิน แต่บอกไว้ก่อน เธอคิดผิดที่จะกอบโกยเงินจากฉัน”

พ่อเลี้ยงหนุ่มจะกลับออกไป ชะงักเมื่อได้ยินเสียงเธอละเมอ

“คุณพ่อคะ...เพื่อนหาเงินไปรักษาคุณพ่อไม่ได้ เพื่อนขอโทษค่ะ คุณพ่ออย่าเป็นอะไรนะคะ”

ปัทม์ขมวดคิ้ว...พ่อของเธอเป็นอะไร...

ฟากโลมฤทัยแค้นรจนาไฉนที่ทำให้ปวุฒิรักจนถอนตัวไม่ขึ้น หยิบภาพพี่สาวกับชายหนุ่มมาฉีกทึ้งออกจากกัน

“นังเพื่อน...แกไปแล้ว แต่ทำไมต้องเอาหัวใจคุณปวุฒิไปด้วย ฉันเกลียดแก ได้ยินไหม...ฉันเกลียดแก!”

โลมฤทัยร้องไห้อย่างบ้าคลั่ง เสียใจเหลือเกินที่นายตำรวจหนุ่มไม่ไยดีเธอแม้แต่น้อย ลำเพามาแอบดู ตัดสินใจเข้ามาในห้อง พยายามบอกให้ตัดใจ

“แค่ผู้ชายกระจอกคนหนึ่ง ลูกจะสนทำไม ถ้าเชื่อแม่ ยอมแต่งกับพ่อเลี้ยงปัทม์ ลูกก็สบายไปทั้งชาติแล้ว”

“เลิกพูดถึงมันได้ไหม พบเกลียดพวกมัน”

ลำเพาไม่ยอมแพ้ ตะล่อมให้ลูกสาวเปลี่ยนใจไม่อยากให้ได้กับข้าราชการตำรวจจนๆ

“ไม่พูดค่ะลูกขา เดี๋ยวแม่หาผู้ชายรวยๆระดับมหาเศรษฐีให้”

“ไม่เอาใครทั้งนั้น พบต้องการคุณปวุฒิคนเดียว”

ลำเพากล่อมให้สงบสติอารมณ์ โลมฤทัยสูดหายใจยาว บอกว่าอยากคิดอะไรเงียบๆคนเดียว ลำเพาจำใจออกไป ขัดใจไม่น้อยที่ลูกสาวยังปักใจกับปวุฒิ โลมฤทัยยืนมองภาพรจนาไฉนบนฝาผนัง หยิบมาฟาดลงกับพื้นอย่างหัวเสีย

“นังเพื่อน...ฉันจะแย่งหัวใจคุณปวุฒิมาจากแกให้ได้!”

ooooooo

รจนาไฉนนอนซมเพราะพิษไข้หลายวัน ปยงค์ หมั่นไส้มาก เข้ามากระแนะกระแหนหาว่าอู้งาน

“ขอเตือนไว้ก่อนเลย ถ้าคิดจะใช้ความสาวความสวยหรือมารยาอ่อยคุณปัทม์ให้สงสารล่ะก็ ไม่ได้ผลหรอก”

จันทร์เจ้าถือถาดอาหารเช้าเข้ามา ตอกกลับแทน

“เรื่องนี้ต้องเชื่อคุณปยงค์...เพราะว่าใช้แผนนี้มาสามสิบกว่าปีแล้ว แต่ไม่ได้ผลเจ้า”

จันทร์เจ้ายิ้มเย้ย ปยงค์ฮึดฮัดแต่ทำอะไรไม่ได้มาก แขวะไปเรื่อยให้เจ็บใจ แถมยกเรื่องเปรมมาขู่ รจนาไฉนเห็นท่าจะไปกันใหญ่ ยกมือไหว้ขอบคุณที่ดูแล ขอทำงานทันทีเพราะดีขึ้นมากแล้ว ปยงค์ห่อปาก เอามือทาบอก

“ตายแล้ว...แม่นางเอกกลับชาติมาเกิด ความขยันช่างประเสริฐเพริศแพร้วพรรณราย ฉันก็อยากให้หล่อนทำงานตั้งแต่ชั่วโมงนี้ด้วยซ้ำ ถ้าพ่อเลี้ยงไม่ขอไว้”

จบคำก็ผลุนผลันออกไป รจนาไฉนแปลกใจ เข้าใจว่าปัทม์เป็นคนสั่ง จันทร์เจ้าส่ายหน้ายิ้มๆ เฉลยว่าพ่อเลี้ยงพูนทวีต่างหาก รจนาไฉนเลิกคิ้ว ไม่รู้จักคนชื่อนี้ พูนทวีโผล่หน้ามาเยี่ยมพอดี จันทร์เจ้าทักเสียงใส รจนาไฉนตกใจ จ้องหน้าเขาอย่างตกตะลึง พ่อเลี้ยงหนุ่มยิ้มแหย เซ็งที่ความแตก ขอโทษที่ปิดบังมาตลอด ไม่อยากให้แตกตื่น

รจนาไฉนรีบยกมือห้าม “เพื่อนสิคะต้องขอโทษ ที่เข้าใจผิดคิดว่าพ่อเลี้ยงเป็น...”

“คนงาน...ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอก แต่เพราะผมเกิดมาหน้าตาไม่ดี แถมไม่มีราศีอีก”

รจนาไฉนหน้าเสีย พยายามปลอบและขอให้เขาอภัยให้ พูนทวีประทับใจในความน่ารัก แกล้งแหย่ยิ้มๆ

“ผมจะไม่ยกโทษให้จนกว่าคุณเพื่อนจะเลิกเรียกผมว่าพ่อเลี้ยง ต้องเรียกผมว่าพูนทวี”

“ไม่ดีมั้งคะ เพื่อนเป็นแค่คนงาน ไม่ควรตีตัวเสมอพ่อเลี้ยง”

“ถ้าคุณไม่เรียก ผมจะเล่นบทชาวเขาตลอดไป เราจะได้เป็นเพื่อนกันอย่างสนิทใจ”

รจนาไฉนตกลง ยิ้มตอบให้มิตรภาพอันบริสุทธิ์ พูนทวีดีใจได้เป็นเพื่อนกับเธอ นึกได้รีบควักเงินให้ฟ่อนใหญ่

“ผมไม่รู้ว่าปัทม์ค้างเงินอะไรคุณไว้ ในเมื่อมันไม่จ่าย ผมจ่ายให้เอง พอไหมครับ...ถ้าไม่พอผมจะเพิ่มให้อีก”

“มันเป็นสัญญาที่คุณปัทม์ต้องรับผิดชอบ ไม่เกี่ยวกับคุณพูนทวีเลย เพื่อนรับไว้ไม่ได้หรอกค่ะ”

รจนาไฉนไม่ยอมรับ พูนทวีตัดพ้อว่าไม่เห็นเขาเป็นเพื่อน รจนาไฉนรับเงินมา ยิ้มเจ้าเล่ห์และยื่นคืน

“ฉันให้ค่ะ...ค่าหมอ ค่าดูแลฉัน ถ้าคุณไม่รับ...ก็เท่ากับไม่รับฉันเป็นเพื่อน!”

พูนทวีพูดไม่ออก ทึ่งในความช่างคิดของหญิงสาว จำยอมรับเงิน

“ครับ...แต่จำไว้นะครับ ถ้ามีเรื่องเดือดร้อนขอให้บอกเพื่อนคนนี้ ผมพร้อมจะช่วยเหลือคุณเสมอ”

จบคำก็ยื่นมือให้จับ รจนาไฉนจับอย่างยินดี พูนทวีปลื้มมาก ตัดสินใจพาเธอไปเดินเล่นหย่อนใจด้านนอก

ด้านปัทม์...เดินไปเดินมาด้วยความกังวลใจ ชิเข้ามารายงานเรื่องที่ให้สืบเกี่ยวกับนพรัตน์

“คุณนพรัตน์ป่วยเป็นโรคไต ต้องฟอกไตทุกอาทิตย์จริงๆครับ”

ปัทม์อึ้ง ไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อน ถามเพิ่มเติมเรื่องอัตราค่ารักษา ชิยื่นเอกสารของโรงพยาบาลให้ดู มองท่าทีเคร่งเครียดของเจ้านายหนุ่มงงๆ...เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เอาไงแน่เนี่ยเจ้านาย!

ปัทม์เดินไปเซ็นเช็ค บอกให้ชิไปจ่ายโรงพยาบาล เป็นค่ารักษานพรัตน์ ชิรับคำอย่างเต็มใจ ปัทม์รู้สึกดีแต่ไม่แสดงออก เสถามถึงพูนทวี ชิบอกว่าพารจนาไฉนไปเดินเล่น ปัทม์ชักหึงแต่ยังไม่รู้ตัว ชิขำท่าทีฟอร์มจัด แกล้งบอกว่าสองหนุ่มสาวไปพักผ่อนแถวลำธารเชิงเขา ปัทม์ยังหยิ่ง แหวคนสนิทเสียงเข้ม

“บอกฉันทำไม ฉันไม่สนใจ ไม่ใช่เมียฉัน!”

“แล้วทำไมนายต้องโมโหด้วย ทำตัวเหมือนหวงก้าง”

จบคำก็วิ่งปรู๊ดจากไป ทิ้งปัทม์ให้ยืนกระฟัดกระเฟียด... ทำไมฉันต้องคิดถึงเธอด้วยรจนาไฉน!

ooooooo

รจนาไฉนชื่นชมบรรยากาศริมธารและทุ่งดอกไม้สวยด้วยความชอบใจ พูนทวีลอบมองยิ้มๆเดินไปหยิบตะกร้าปิคนิก ปูผ้าพลาสติกและเตรียมทาน อาหารว่าง รจนาไฉนช่วยทำ บอกว่าอยากดูแลเขาบ้าง

“คุณเป็นคนน่ารัก มีน้ำใจและเป็นคนดี ถ้าโลกนี้มีแต่คนแบบคุณ คงมีแต่สันติสุข ไม่มืดมนเหมือนบางคน”

“อย่าไปพูดถึงปัทม์มันเลยครับ คนที่จมกับความทุกข์ก็เป็นอย่างนั้นแหละ”

พูนทวีพยายามแก้ต่างแทนเพื่อนรัก รจนาไฉนขมวดคิ้ว อยากรู้ว่าปัทม์มีปมอะไรแต่ไม่อยากซักไซ้ เปลี่ยนเรื่องชวนดูดอกไม้ เย้าแหย่กันอย่างสนุกสนาน

เวลาเดียวกัน...ปัทม์งุ่นง่าน ในหัวมีแต่เรื่องรจนาไฉนอี๋อ๋อกับพูนทวี ผลุนผลันขึ้นม้า ควบตามไปที่ลำธาร

ฝ่ายพูนทวีทำท่าล้อเลียนปัทม์ แกล้งพูดด้วยสำบัด สำนวนเหมือนเพื่อนรัก รจนาไฉนหัวเราะเสียงใส

“คุณทำยังไงก็ไม่เหมือนหรอก เพราะแววตาคุณใจดี ขี้เล่น แต่สำหรับเขา...เป็นแววตามัจจุราช”

“โดนใจผมมาก ใช่เลย...ไอ้ปัทม์เหมือนมัจจุราชจริงๆ”

ทันใดนั้น...ปัทม์ควบม้าเข้ามากลางเสื่อ ขอโทษสองหนุ่มสาวเสียงเรียบที่ควบคุมม้าไม่อยู่ พูนทวีเลิกคิ้ว

“มันจะพยศได้ไง นี่มันม้าคู่ชีพของแก”

“จะเอาอะไรกับม้า ขนาดคนเรายังควบคุมไม่ได้เลย”

ปัทม์แกล้งแขวะ รจนาไฉนรู้ดีว่าหมายถึงตน ย้อนถามหน้าตายว่าเขามาทำอะไรแถวนี้ ปัทม์อ้ำอึ้งแต่ยังฟอร์มจัด เฉไฉว่ามาตรวจดูระดับน้ำในลำธารและมาตามเธอกลับไปทำงาน รจนาไฉนไม่กลับ หันไปรับแซนด์วิชจากพูนทวี ปัทม์แย่งไปกินหน้าตาเฉย

“ทำไม...เธอเป็นคนงานของฉัน ต้องมีหน้าที่รับใช้ฉัน หรือไม่จริง”

“คุณพูนทวีคะ...ฉันว่าแถวนี้เริ่มมีมลพิษ พวกแมลงวันแมงหวี่ตอมหึ่ง เราไปเดินเล่นดีกว่าค่ะ”

“ดีครับ...งั้นเชิญเลยครับ”

“ขอบคุณมากนะคะ สำหรับความเป็นสุภาพบุรุษ”

ปัทม์เคืองที่โดนแดกดัน บังคับให้หญิงสาวกลับกับตน รจนาไฉนตัดรำคาญ ขอโทษพูนทวีและขอตัวกลับ ปัทม์ใจร้อน กระชากข้อมือเธอให้ไปขึ้นหลังม้าตัวเดียวกับเขาแล้วควบออกไป พูนทวีเกาศีรษะงงๆ ตะโกนไล่หลัง

“ดูแลคุณเพื่อนดีๆนะเว้ย อะไรของมัน...ไหนบอกให้เราดูแลได้ ไอ้มารผจญ...ไม่ใช่สิ ต้องเรียกว่ามัจจุราช!”

รจนาไฉนนั่งตัวแข็ง กลัวหล่นเพราะปัทม์ควบ ม้าเร็วมาก ปัทม์ดึงเธอมาซบอกเมื่อเห็นกิ่งไม้ด้านหน้า ทำให้ผ่านมาได้อย่างหวุดหวิด รจนาไฉนโล่งใจที่พ้นมาได้ สะดุ้งเมื่อรู้ตัวว่าอยู่ในอ้อมแขนปัทม์ สองหนุ่มสาวมองหน้ากันเจื่อนๆ ตกใจผละจากกันแทบไม่ทัน ทันใดนั้น...ได้ยินเสียงหญิงชาวบ้านขอความช่วยเหลือ ปัทม์จำเมียหน่อเอได้ สั่งรจนาไฉนเฝ้าม้า ส่วนเขาวิ่งไปที่หมู่บ้าน รจนาไฉนไม่อยากอยู่คนเดียว แอบเป็นห่วงไม่น้อย ค่อยๆวิ่งลัดเลาะตามไป

ขณะเดียวกันที่หมู่บ้านม้ง...หน่อเอถูกพวกศักดิ์ลูกน้องพ่อเลี้ยงเจงรุมซ้อม คาดคั้นเรื่องไม่ยอมปรากฏตัวในวันนัดส่งยา หน่อเอบาดเจ็บไปทั้งร่าง ยกมือป้องตัวเอง ละล่ำละลักบอกว่าเลิกแล้ว เพราะปัทม์ขู่จะแจ้งตำรวจ ศักดิ์ย่างสามขุมมาใกล้ เล็งปืนไปที่ม้งหนุ่ม ปัทม์ถลันเข้ามาทันเวลา ศักดิ์ยิ้มเยาะ พยักพเยิดให้ลูกสมุนประชิดพ่อเลี้ยงหนุ่ม และเปลี่ยนมาเล็งปืนที่หัวปัทม์

ปัทม์คิดหัวแทบแตก เอาชีวิตรอด รจนาไฉนโผล่จากไหนไม่รู้ ถือไม้ผุๆ ฟาดกลางหลังลูกน้องศักดิ์ ทุกคนเบิกตาโพลงแล้วหัวเราะร่วน เพราะไม้หักกลางท่อน ทำอะไรใครไม่ได้ ปัทม์ถอนใจเซ็งๆ ฉวยทีเผลอ เตะต่อยศักดิ์ล้มกองกับพื้น ตะโกนสั่งให้ทุกคนหนี ส่วนตัวเองจัดการคนร้ายที่เหลือ และไปพยุงรจนาไฉนที่สะดุดล้มหน้าบ้าน ศักดิ์พาลูกน้องมาขวาง ปัทม์สู้สุดกำลัง จนพวกพ่อเลี้ยงเจงลงไปนอนสลบเหมือดกับพื้น

ทันใดนั้น...เสียงปืนดังลั่น วราห์ปลัดหนุ่มมือสะอาดถือปืนเข้ามาพร้อมตำรวจสองสามนาย เล็งมาที่พวกศักดิ์ สั่งให้จับกุมไปโรงพัก ศักดิ์มองตามปัทม์ด้วยความเคียดแค้น...ฝากไว้ก่อนเถอะ!

ooooooo

หลังเคลียร์สถานการณ์ วราห์เดินเข้ามาคุยกับปัทม์ สอบถามตามประสาเจ้าหน้าที่ตงฉิน

“ผมขอติดตามพวกเขาออกตรวจพื้นที่ที่มีการลักลอบปลูกฝิ่น ตั้งใจจะมาเยี่ยมชาวเขา”

“คนที่นี่โชคดีที่มีนายปลัดอำเภอขยัน อีกไม่นานคงได้เลื่อนขั้นเป็นนายอำเภอแน่”

“ผมไม่ได้สนใจว่าจะได้เลื่อนขั้นหรือไม่ ผมขอทำงานดูแลประชาชน ให้อยู่เย็นเป็นสุขและห่างไกลยาเสพติด”

“ผมดีใจนะ ที่คุณยืนเคียงข้างประชาชน”

รจนาไฉนวิ่งหน้าตื่นมาหา ด้วยความเป็นห่วงปัทม์ ส่วนเมียหน่อเอวิ่งกลับกระท่อมไปหาผัว ปัทม์หวั่นไหววูบวาบกับแววตารจนาไฉน วราห์มองมาด้วยความสนใจ อยากรู้จักหญิงสาวหน้าหวาน เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามารายงาน วราห์จึงขอตัว เพราะต้องไปสอบสวนพวกศักดิ์ รจนาไฉนเขินสายตาปลัดหนุ่ม ส่วนปัทม์นึกถึงหน่อเอแล้วเหนื่อยใจ เดินไปดูที่กระท่อม รจนาไฉนแปลกใจ รีบตามติด

เมียหน่อเอยกมือไว้ท่วมหัว ซาบซึ้งในบุญคุณที่ปัทม์มาช่วยชีวิตผัว หน่อเอหลบตา สั่งให้เมียออกไป ขอพูดธุระกับปัทม์ตามลำพัง รจนาไฉนแอบฟังด้านนอก ได้ยินเสียงปัทม์คาดคั้นหน่อเอเรื่องกลุ่มผู้ร้าย

“ฉันถามว่าพวกนั้นเป็นใคร เป็นพวกที่จ้างแกขนยาหรือเปล่า”

“ต่อไปไม่ต้องยุ่งกับพวกฉันอีก เพราะแกทำให้ชีวิตฉันกับเมียวุ่นวายไม่เป็นสุข”

“ชีวิตแกไม่เป็นสุข เพราะแกยุ่งกับยาเสพติดต่างหาก ฉันขอสั่งให้เลิกค้ายาเด็ดขาด”

รจนาไฉนไม่ชอบใจคำพูดของปัทม์ หน่อเอยันตัวลุกขึ้น โต้กลับพ่อเลี้ยงหนุ่มอย่างเดือดดาล

“พวกเรามีชีวิตของเรา เลือกชีวิตเองได้ พวกคนเมืองอย่างแกไม่ต้องยุ่ง”

“ใช่...ฉันเป็นคนเมือง แกเป็นชาวเขา แต่แกก็ยืนบนผืนแผ่นดินไทย ฉันยอมไม่ได้ที่จะให้แกค้ายาเสพติด ฟังไว้นะ...ยาเสพติดไม่ได้ทำร้ายแค่คนเสพ แต่มันทำลายคนทั้งประเทศ”

“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับพวกฉัน ในเมื่อคนประเทศนี้ไม่เคยยอมรับว่าฉันเป็นคนไทย”

ปัทม์พูดไม่ออก คาดไม่ถึงว่าหน่อเอจะคิดเช่นนี้ สวนกลับเสียงหยัน

“ถ้าแกอยากเป็นคนไทย ควรถามตัวเองก่อนดีไหม ว่าเคยทำอะไรให้ผืนแผ่นดินที่แกอาศัยบ้างหรือเปล่า”

หน่อเอชะงัก เถียงไม่ออกเพราะไม่เคยคิดมุมนี้มาก่อน ปัทม์ส่ายหน้าหน่ายๆ ตัดบท

“แกจะคิดอะไรก็ช่าง ถ้าแกยังหวงแหนชีวิต และอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น แกต้องไปทำงานที่ไร่ฉัน ถ้าพรุ่งนี้ฉันไม่เห็นแกที่ไร่ ฉันจะไม่เสียเวลาเป็นครั้งที่สอง ฉันจะพาตำรวจมาจับแกเข้าคุกเอง”

หน่อเอขบฟันแน่น เจ็บใจที่โดนบังคับ ส่วนปัทม์ก้าวพรวดออกไป เจอกับรจนาไฉนที่แอบฟัง และมองมาที่เขาด้วยสายตาเคืองๆ ปัทม์เดินลิ่วไปที่ม้า ไม่สนใจ รจนาไฉนสาวเท้าตามติด ต่อว่าเขาที่พูดจาไม่ดีกับหน่อเอ

“ถ้าฉันหุบปาก ก็เท่ากับฉันยอมรับความป่าเถื่อนของคุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันยอมรับไม่ได้ ฟังนะ...ฉันอยากให้คุณรู้ว่าคนไร้สัญชาติก็มีหัวใจ ขอให้มองเขาเป็นคน เขาเกิดที่นี่ เป็นคนไทยเหมือนพวกเรา กรุณาพูดจาภาษาคนกับเขา”

ปัทม์แหวให้หยุดพูด รจนาไฉนไม่ยอม ตามไปดักหน้าและโต้อย่างเหลืออด

“ก็ไม่ได้อยากยุ่งแต่มันทนไม่ได้ แล้วถ้าไม่เห็นว่าจะถูกยิงสมองระเบิดก็ไม่เข้าไปช่วยหรอก ขอบใจสักคำก็ไม่มี”

“แล้วใครสั่งให้เธอเสนอหน้าเข้ามาช่วย ฉันสั่งให้เฝ้าม้า แล้วเข้ามาทำไม ไม่รู้หรือว่าอันตรายแค่ไหน พวกนั้นมีปืน ถ้าเกิดโดนลูกหลงบาดเจ็บหรือตายขึ้นมาจะทำยังไง”

รจนาไฉนไม่อยากเชื่อว่าเขาเป็นห่วง ปัทม์รีบกลบเกลื่อน

“ใครบอก...ฉันเป็นห่วงม้าฉันจะหายต่างหาก รู้ไหมว่าม้าตัวนี้มีค่ามากกว่าเธอร้อยเท่าพันเท่า”

“ห่วงม้ามากกว่าคน คุณยังมีหัวใจหรือเปล่า เคยรักใครบ้างไหม”

ปัทม์อึ้ง มองหน้าเธอนิ่ง สะบัดหน้าเรียกสติ กระโดดขึ้นม้าและควบออกไปไม่เหลียวหลัง รจนาไฉนตกใจ ตะโกนบอกให้รอด้วย แต่เขาไม่ยอมหยุด หญิงสาวโกรธมาก...ฝากไว้ก่อนเถอะพ่อเลี้ยงปัทม์!

ooooooo

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด