ตอนที่ 6
ในที่สุดขนปีกของนาชะที่ปิงปองทำหล่นโดยไม่รู้ตัวก็ทำให้อาคินตามหาณัชชาเจอจนได้...สองฝ่ายปะทะกันอย่างดุเดือนก่อนที่พวกณัชชาจะพากันหนีข้ามเข้าประตูไปในเวลาที่จันทร์ครึ่งเสี้ยวปรากฏเหนือประตูพอดี
อาคินหมดสิทธิ์ตามเข้ามาเพราะณัชชากับปาระนังและราเชนช่วยกันทำลายประตูจนเหลือแต่กรอบไว้อย่างเดิม...อาคินแค้นใจคำรามก้องป่า แต่ยังไม่ย่อท้อต่อการไล่ล่าพวกณัชชาอยู่ดี
เมื่อผ่านด่านประตูเข้ามาได้แล้ว ทุกคนพบว่ามีน้ำตกตามที่ปรากฏในแผนที่จริงๆ แต่เอกภพยังข้องใจว่าจุดหมายต่อไปคืออะไร
“ลองตรวจดู ต้องมีทางเข้าที่ไหนซักแห่ง นาชะกับทุกคนรอที่นี่ ระวังตัวด้วย”
ขณะที่ณัชชา เอกภพ ปาระนัง และราเชนแยกย้ายกันไปค้นหา ทายาททั้งสี่ต่างถอดเป้สัมภาระออกแล้วลงเล่นน้ำโดยมีนาชะเอนกายอยู่ใต้ต้นไม้คอยเฝ้าระวัง
ผ่านไปเกือบค่ำพวกณัชชายังไม่พบทางเข้าที่ไหนสักแห่ง เอกภพจึงชวนกันกลับและหาที่พักค้างคืนแล้วพรุ่งนี้ค่อยหากันใหม่ ราเชนกลับมาเห็นพวกทายาทเล่นน้ำก็นึกขึ้นได้ว่าน้ำจะทำให้ปาระนังหลานสาวเจ้าสมุทรมีพลัง เหมือนเดิม จึงบอกให้เธอลงไป
ขณะเดียวกันที่หน้าด่าน อาคินกำลังสั่งการเทพซ้ายขวา “ตามที่เราคำนวณพรุ่งนี้ดวงจันทร์เสี้ยวจะปรากฏ เมื่อถึงเวลาประตูจะเปิดอีกครั้ง...เจ้ารีบมารายงาน”
เทพซ้ายขวาโค้งรับคำสั่งแล้วถอยออกไป...อาคินสะบัดขนปีกของนาชะที่อยู่ในมือพร้อมแสยะยิ้มอย่างพอใจ
“พวกทายาท...นึกเหรอว่าจะฉลาดกว่าเรา”ว่าแล้วอาคินเพ่งมองขนปีกของนาชะพร้อมกับท่องมนต์ไปมา ไม่ช้าก็เห็นภาพกลุ่มทายาทเล่นน้ำอย่างสนุกสนาน เขาจึงใช้พลังอำนาจเรียกฝูงค้างคาวมาเป็นบริวารแล้วสั่งการให้คอยติดตามคนพวกนั้นไปจนกว่าตนจะเรียกกลับมา
ooooooo
ค่ำคืนนี้ นาชะมอบขนปีกของตนให้ปิงปองเก็บไว้แทนอันเก่าที่ตกไปอยู่ในมืออาคิน
“เก็บไว้ให้ดีล่ะ” นาชะกำชับ
“ค่ะ...คราวนี้รู้แล้วว่าอยู่ในเป้พี่นาชะก็จับสัญญาณได้”
“แล้วก่อนหน้านี้ทำไมพี่นาชะหาพวกเราไม่เจอล่ะ” บีมสงสัย
“ปัจจัยหลายอย่าง ต่างเวลา ต่างแดน ยิ่งถ้าอยู่กับเทพอาคินอาจจะฝ่าพลังเข้าไปไม่ได้”
ทายาททั้งสี่รับรู้...จากนั้นก็ชวนนาชะคุยเรื่องโน้นเรื่องนี้อย่างเพลิดเพลิน กระทั่งณัชชามาบอกว่าพบค้างคาวทาสของอาคิน ทุกคนจึงตื่นตัวเพื่อตั้งรับ แต่ณัชชาให้ทุกคนสงบนิ่ง ห้ามเคลื่อนไหวเพราะจะทำให้พวกมันจับตำแหน่งของเราได้
ผ่านไปสักพักพวกมันก็ยังไม่ยอมไปไหน ราเชนจึงตัดสินใจยิงธนูออกไปจนค้างคาวทั้งฝูงบินตามหายไปในความมืด
“ลูกธนูของท่านราเชนสุดยอด...ล่อพวกมันไปได้”
“แล้วพวกมันจะไม่กลับมาอีกเหรอครับ”
“คืนนี้ปลอดภัยแล้ว ลูกธนูโลกันตร์ของเราเดินทางไกลกว่าห้าร้อยกิโล”
ฟังคำตอบนั้นแล้ว ทายาทั้งสี่สีหน้าตื่นเต้นและทึ่งจัด...
ท้องฟ้าวันใหม่สดใส...ทั้งกลุ่มยืนอยู่หน้าน้ำตก ณัชชาจ้องมองทั่วบริเวณอย่างพิจารณา
“ตามแผนที่...เรามาถึงที่หมายแล้ว แต่ทำไมไม่พบอะไรเลย”
“หรือว่าต้องให้ทายาทตรวจดูแผนที่อีกครั้ง”
ณัชชาทำตามที่เอกภพเสนอ โดยให้ทายาทล้อมวงส่งพลังฝ่ามือให้มาพบกันตรงกลาง เกิดเป็นลำแสงรวมกันเป็นม่านจอแสดงแผนที่ให้ทุกคนเห็น แต่ในภาพเห็นเส้นทางการเดินทาง จนมาถึงจุดสุดท้ายเป็นด่านและน้ำตก ทางด้านหลังเหมือนเดิมทุกอย่าง ไม่ได้มีอะไรแปลกใหม่แตกต่างไปจากเดิม
“ไม่มีอะไรปรากฏ ทุกอย่างเหมือนเดิม”
“แสดงว่าปริศนาต้องอยู่ที่นี่...เราต้องรีบหาให้พบโดยเร็วที่สุด นาชะกับทายาทรออยู่ที่นี่ ถ้ามีอะไรผิดสังเกต นาชะรีบรายงานเรา...และเพื่อให้เร็วขึ้นเราทุกคนแยกกันค้นหา บ่ายตรงกลับมาพบกันที่นี่อีกครั้ง ระวังประตูกลด้วย”
ณัชชา เอกภพ ปาระนัง และราเชนแยกย้ายกันออกไป ส่วนนาชะกับทายาททั้งสี่ยังอยู่บริเวณน้ำตกจนกระทั่ง ผ่านไปครึ่งวัน แสงแดดกระทบพื้นน้ำแล้วสะท้อนไปยังสายน้ำตกเกิดเป็นแสงเจิดจ้า ปิงปองเห็นแล้วร้องลั่นว่าอะไรเนี่ย?
“แสงอาทิตย์สะท้อนกับน้ำ...ไม่มีอะไรหรอก” นาชะตอบแล้วไม่ได้ใส่ใจอะไรอีก แต่ปิงปองยังจ้องมองแสงนั้นอย่างพิจารณา
“แสงจ้าน่าดู...ไม่มีแว่นมาซะด้วย”
คำพูดของปิงปองทำให้ไกรยุทธ์นึกอะไรได้ หันไปขอยืมแว่นตาจากนาฬิกาซึ่งได้มาจากผู้พิทักษ์ที่ชื่อกระรอก
“ได้ค่ะ รอเดี๋ยวนะคะ” นาฬิกาเดินกลับไปที่กระเป๋าสัมภาระหยิบแว่นตามายื่นให้ไกรยุทธ์
แล้วสิ่งที่ไกรยุทธ์มองเห็นผ่านแว่นตาก็สร้างความประหลาดใจให้ตัวเองและคนอื่นๆอย่างคาดไม่ถึง นาชะรีบส่งสัญญาณเรียกพวกณัชชากลับมาทันที
“เจ้าจะให้เราดูอะไรนาชะ”
“ต้องดูผ่านแว่นตานี้เพคะ เป็นแว่นตาที่ผู้พิทักษ์คนหนึ่งมอบให้นาฬิกามา”
ณัชชารับแว่นตามาใส่แล้วจ้องที่น้ำตก “ที่แท้เป็นอย่างนี้เอง”
“อะไรหรือเพคะองค์หญิง” ปาระนังถามลุ้นๆ
“เราจะให้ทุกคนดู” ณัชชาเอามือปาดผ่านแว่นบนใบหน้าของตนแล้วยกฝ่ามือหันไปทางน้ำตก ฉับพลันก็ปรากฏเป็นภาพประตูอยู่ตรงกลางสายน้ำ ทุกคนคาดไม่ถึง จ้องมองอย่างตื่นเต้น แต่ที่น่าตกใจก็คือเห็นอาคินถือขนปีกของนาชะกำลังมองมา และมีเทพซ้ายขวายืนอยู่ข้างๆ
“ขอบพระทัยองค์หญิงที่ชี้ทางให้กับพวกเรา ทีนี้เราก็แค่รอให้ประตูด่านเปิดเท่านั้น” อาคินหัวเราะกึกก้อง... แล้วหายวับไปเมื่อณัชชาถอดแว่นตาส่งคืนให้ไกรยุทธ์
“ผมว่าเรากลับกันได้แล้ว” เอกภพพูดโพล่งอย่างหัวเสีย
“หมายความว่ายังไง” ณัชชาขอคำอธิบาย
“องครักษ์ทั้งสี่เล่นซ่อนปริศนาอย่างนี้ ผมเชื่อว่าจะไม่มีใครหากุญแจพบอย่างแน่นอน เราไม่จำเป็นต้องลำบากค้นหาอีกต่อไป”
“ใจเย็นๆก่อนค่ะผู้กอง ฉันรู้ว่าผู้กองคิดยังไง แต่ถ้าเราหาไม่พบ เทพอาคินต้องหาพบอย่างแน่นอน”
เอกภพเดินหนีอย่างไม่สนใจ ทุกคนมองกันเลิ่กลั่ก ณัชชาหน้าเคร่งหายตัวไปขวางทางเอกภพไว้
“นี่คุณเป็นอะไรของคุณ คุณดูทายาททั้งสี่ซิเด็กกว่าคุณทั้งนั้น ฝีมือก็ไม่มี เขายังไม่แสดงความย่อท้อออกมาเลย”
“ผมไม่ได้ย่อท้อ ผมเป็นห่วงชีวิตของเด็กพวกนั้น ผมว่ามันไม่เข้าท่า ทำไมเบื้องบนไม่สั่งให้องครักษ์ทั้งสี่มาเอากุญแจเองซะก็หมดเรื่อง เรื่องจะได้จบๆซะที”
“หลังจากที่เทพอาคินก่อเรื่อง ณ บัดนี้แม้แต่สวรรค์ยังไม่รู้ว่าทายาททั้งสี่อยู่ที่ไหน” ฟังเหตุผลนั้นแล้วเอกภพถึงกับเงียบไป “ทีนี้ถ้าคุณยังคิดจะนำทายาทกลับไปก็เชิญ ฉันจะเดินทางต่อ แม้ว่าจะไม่มีแผนที่ก็ตาม...อ้อ แล้วถ้าเจอเทพอาคินละก็ทำตัวให้ดีหน่อย เทพอาคินจะได้เอ็นดูปล่อยให้คุณกลับไป”
เธอประชดเขาแล้วกลับไปหาทุกคน เอกภพโมโหแวบมาขวางหน้าเธอไว้ ทายาททั้งสี่ที่จ้องมองอยู่พากันตะลึง นึกไม่ถึงว่าเอกภพก็หายตัวได้เช่นกัน
เอกภพอยากพาพวกทายาทกลับเพราะกลัวจะเกิดอันตรายมากขึ้นอีก ณัชชาไม่เห็นด้วยและไม่พอใจ ทั้งสองทะเลาะกันทำให้อาคินตามมาทัน แต่อาคินก็ต้องหนีไปเพราะพลังลูกธนูโลกันตร์ของราเชน
เมื่อทั้งหมดเข้ามาในถ้ำหลังประตูก็ช่วยกันตรวจดูว่ามีทางลับอยู่ตรงไหน โดยณัชชาใช้แว่นตาของผู้พิทักษ์เป็นตัวช่วย ที่สุดก็พบประตูแต่มีกุญแจล็อกอยู่
“เจอแล้ว...เราต้องมีกุญแจเปิด เราต้องหากุญแจ”
“อาจไม่ต้องใช้กุญแจก็ได้” พูดจบปาระนังสะบัดมือฟาดโครมแต่กุญแจไม่สะเทือน
“น่าจะมีอะไรเกี่ยวข้องกับทายาทหรือเปล่า” นาชะตั้งข้อสังเกต...ทายาททั้งสี่จึงรวมตัวกันปล่อยพลังไปที่กุญแจ ปรากฏว่ากุญแจหลุดกระเด็น แล้วพวกทายาทก็ได้พบกับอาวุธประจำตัวของแต่ละคน
ของทั้งสี่ชิ้นลอยเข้าหาพวกทายาท...ปิงปองได้สมุดกับดินสอ นาฬิกาได้ผ้าเช็ดหน้า ไกรยุทธ์ได้เชือกสีขาว ส่วนถุงมือข้างขวาเป็นของบีม ทุกคนตื่นเต้นมาก แต่ทันใดเสียงระเบิดตูมจนถ้ำสั่นสะเทือน ณัชชาปราดไปที่ประตู ขณะที่ไกรยุทธ์สงสัยว่าทำไมเทพอาคินตามมาได้ ตนคิดว่าต่างเวลาต่างดินแดนเสียอีก
“ประตูนี้อาจจะไม่มีกาลเวลากำหนด” ปาระนังบอก
“รีบหาทางออกเร็วที่สุด” ณัชชาหันมาเร่ง นาฬิกาขอใช้แว่นตาของผู้พิทักษ์เพื่อค้นหาประตูทางออกแต่ไม่เห็นอะไรเลย ราเชนจึงอาสาสกัดอาคินเพื่อถ่วงเวลาให้ทุกคนหาทางหนี
ทายาททั้งสี่มองสิ่งของประจำตัวที่เพิ่งได้มาอย่างจนปัญญา ไม่รู้จะทำยังไงให้หาประตูเจอเพื่อหนีพวกอาคิน ทันใดนั้นเองเกิดสิ่งไม่คาดฝัน ดินสอลากมือปิงปองวาดรูปไปบนสมุดอย่างรวดเร็ว กลายเป็นรูปสี่เหลี่ยมคล้ายประตู ทำให้ทุกคนหนีอาคินไปทันเวลาพอดี
ทุกคนไปโผล่ที่ริมน้ำสายหนึ่ง ซึ่งกามเทพนาชะจับสัญญาณความรักได้จึงคาดว่าแถวนี้น่าจะมีหมู่บ้าน จึงขอตัวไปสำรวจสักครู่แล้วจะกลับมา...
อยู่ทางนี้พวกทายาทนำเสบียงออกมาอุ่นกินกัน โดยมีณัชชา เอกภพ ปาระนัง และราเชนคอยระแวดระวังอันตรายที่อาจมากล้ำกราย พร้อมกันนี้ทั้งสี่พูดคุยกันด้วยเรื่องอาคินอย่างค้างคาใจ
“ปัญหาก็คือทำไมเทพอาคินถึงตามมาพบเราได้แม่นยำรวดเร็วเช่นนี้ ทั้งๆที่เมื่อต่างเวลาก็จะกลายเป็นอีกดินแดนหนึ่งทันที”
“หรือว่าเทพอาคินมีพลังมากกว่าที่เราคาด”
“ไม่น่าจะเป็นไปได้ เราพ้นเทพอาคินมาได้ตลอด”
“จนกระทั่งองค์หญิงใช้พลังช่วยเด็กผู้หญิงที่หมู่บ้าน”
“แต่หลังจากนั้นเราก็พ้นจากเทพอาคิน”
“หรือว่าเทพอาคินปล่อยพลังไว้ที่ทายาทคนหนึ่งคนใดเหมือนที่เคยปล่อยไว้ที่คุณไกรยุทธ์มาแล้ว”
“เราควรรีบตรวจดู ก่อนที่เทพอาคินจะโผล่มาอีก”
ณัชชาทำตามที่ราเชนแนะนำ เธอหลับตาอยู่ตรงหน้าทายาททั้งสี่ครู่หนึ่งก่อนลืมตาขึ้นบอกว่าแปลกมาก ไม่มีพลังของอาคินที่ทายาททั้งสี่ แต่ทำไมอาคินตามรอยเราได้
“มีใครจำอะไรผิดปกติตอนที่อยู่กับเทพอาคินมั่งหรือเปล่า” เอกภพถาม
ทายาททั้งสี่ต่างคิด...อึดใจทุกคนได้แต่ส่ายหน้า แต่แล้วปิงปองพูดโพล่งว่าจำได้ เทพอาคินขโมยขนปีกนาชะของปิงปองไป
“ขนปีกของนาชะ ใช่แล้ว นาชะให้ทุกคนไว้เพื่อนาชะจะได้ตามหาตำแหน่งของทุกคน”
“เทพอาคินมีพลังสูง อาจใช้ขนปีกของนาชะหาตำแหน่งของพวกเรา”
“แต่เทพอาคินก็เผาไปแล้วนี่ครับ” ไกรยุทธ์ท้วงขึ้น
“เทพอาคินเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว อาจยังซ่อนไว้ก็ได้”
ณัชชาเชื่อเช่นเดียวกับราเชน จึงให้ทุกคนเอาขนปีกของนาชะออกมา รวมทั้งผู้กองเอกภพด้วย เมื่อได้ครบแล้วณัชชานั่งหลับตาทำสมาธิ ถือขนปีกไว้บนฝ่ามือ ทันใดเกิดม่านจางๆกลายเป็นภาพใบหน้าของอาคิน ทุกคนเห็นเหมือนกันหมด ราเชนไม่รอช้าสะบัดมือเป็นเปลวไฟพุ่งเข้าใส่ขนปีกของนาชะบนมือณัชชาไหม้พรึบ ทำให้อาคินหายวับไป
แม้อาคินอยู่คนละแห่งแต่ก็ผงะตกใจ ขนปีกนาชะที่ ครอบครองถูกไฟไหม้ จำต้องปล่อยร่วงจากมืออย่างหัวเสีย...
หลังจากทำค่ายพักชั่วคราวกันเสร็จแล้ว ทุกคนนั่งพักผ่อนกันตามอัธยาศัย สักครู่นาชะกลับมารายงานว่าเราอยู่ในยุคกรุงศรี อยู่ห่างเมืองหลวงมากทีเดียว...
พลบค่ำ ทุกคนเตรียมตัวพักผ่อน ยกเว้นเอกภพกับณัชชาที่อยู่ยามคอยระแวดระวัง ทั้งคู่พูดคุยกันด้วยเรื่องภารกิจสำคัญที่เอกภพอยากรู้ว่าการเดินทางจะสิ้นสุดลงเมื่อไหร่ ต้องใช้เวลากี่วันกี่เดือนหรือเป็นปีกว่าจะทำลายกุญแจได้
“ทำไม...คุณมีนัดกินข้าวกับสาวที่ไหนเหรอถึงได้รีบ”
“เปล่าครับ จริงๆแล้วอยากให้นานๆซะด้วยซ้ำ เพราะเดินทางกับองค์หญิงตื่นเต้นดี”
“ดีใจที่คุณชอบ แต่ทุกอย่างต้องมีกำหนดเวลา มิฉะนั้นจะเกิดผลที่ตามมา”
“ผมไม่เข้าใจ”
“มีบางอย่างที่ฉันยังไม่ได้บอกทุกคน...ภายใน 3 อาทิตย์ ถ้าเราทำลายกุญแจไม่ได้ สวรรค์จะทำลายเอง”
“สวรรค์จะทำลายเอง...อืม...ฟังแล้วไม่ค่อยดีเท่าไหร่”
“สวรรค์จะทำลายกุญแจด้วยการล้างโลกมนุษย์”
“ล้างโลกมนุษย์...แบบว่าหายไปหมดยังงั้นเหรอครับ”
“ใช่...เป็นทางเดียวที่จะทำลายกุญแจให้พ้นจากมือของอาคิน”
“อย่างนี้ก็ไม่ยุติธรรม ยุติสงครามด้วยการทำลาย”
“โลกหนึ่งถูกทำลาย ยังดีกว่าให้สงครามทำลายทั้ง 4 โลก แล้วมีอาคินเป็นใหญ่...ฉันเสียใจที่ไม่ได้บอกทุกคนตั้งแต่แรก ไม่อยากให้พวกทายาทต้องใจเสีย”
“ผมเข้าใจ อย่าให้รู้จะดีกว่า...มิน่าทั้งโลกสมุทรและนรกต่างก็ส่งคนมาช่วย”
“ทายาททุกคนล้วนกล้าหาญและฉลาด ฉันเชื่อว่าเราต้องทำสำเร็จ”
“ขอบคุณองค์หญิงที่ลงมาช่วยโลกมนุษย์”
“ฉันดีใจที่ได้ลงมา...”
ทั้งสองสบตากันลึกซึ้ง ต่างเคลื่อนกายเข้าหากันโดยไม่รู้ตัว...ทันใดนั้นเสียงบีมร้องดังขึ้นมา ความโรแมนติกของหนุ่มสาวพลันหายไป บีมนำพาทุกคนไปดูโครงกระดูกของคนที่พบเห็นโดยบังเอิญ ณัชชาเชื่อว่ามีบางอย่างอยู่ในบริเวณนี้ที่ทำลายชีวิตคน
“งั้นเราต้องคอยระวังจนตลอดคืน ผมกับองค์หญิงจะอยู่ก่อน ท่านธิดากับราเชนรับช่วงต่อจนถึงเช้า”
ขาดคำของเอกภพ ณัชชาบอกว่าไม่ต้องรอถึงเช้าแล้ว บางอย่างกำลังเคลื่อนตัวมาที่นี่!
มันคือฝูงผึ้งนับพันตัว หากใครโดนต่อยคงถึงตายอย่างแน่นอน นาชะจึงเร่งทายาททั้งสี่ให้หาประตูกลเพื่อหนีออกไป แต่หาอยู่นานกว่าเชือกของไกรยุทธ์จะสลายตัวออกจากขดพุ่งปลายไปยังต้นไม้กลายเป็นโพรง
“ประตูกล...เร็วเข้ารีบดึงตัวตามเชือกเข้าไป”
ทุกคนทำตามที่นาชะร้องบอก โดยมีเอกภพเข้ามาเป็นคนสุดท้าย...ทั้งหมดไปโผล่ที่หมู่บ้านแห่งหนึ่ง ทิ้งพวกอาคินที่พยายามตามมาต้องผจญภัยกับฝูงผึ้ง!
ถึงแม้ทุกคนจะหลุดรอดทั้งฝูงผึ้งและอาคินมาได้ แต่เอกภพก็โดนผึ้งต่อยจนบาดเจ็บสาหัส ณัชชาตัดสินใจจะกลับไปเอาน้ำผึ้งจากรังมาแก้พิษให้เขา โดยให้ทุกคนรออยู่ที่นี่
“เดี๋ยวก่อนองค์หญิง ตอนนี้ช้าไปแล้ว กลับไปผิดเวลาอาจจะพาองค์หญิงไปที่อื่นจนไม่อาจกลับมาที่นี่ได้ทันเวลา”
คำทักท้วงของปาระนังทำให้ณัชชาถึงกับชะงักงัน... หลังจากนั้นทุกคนพากันไปอาศัยกระท่อมหลังหนึ่งของชายชาวบ้าน ราเชนมอบเงินเป็นค่าที่พักและกำชับว่าไม่อยากให้ใครมารบกวน ชายคนนั้นรับคำหนักแน่นแล้วผละไป...ทุกคนเป็นห่วงเอกภพที่หลับสนิทไปแล้วหลังจากณัชชาถ่ายพลังช่วยสกัดพิษไว้ แต่แล้วไม่นานนักก็มีชายฉกรรจ์นับสิบคนปรากฏตัวเพื่อขู่บังคับจะเอาทรัพย์สินเงินทองแถมยังจะลวนลามผู้หญิง ราเชนจึงกำราบด้วยลูกไฟจนพวกมันบาดเจ็บกันระนาววิ่งหนีหายไปหมด
“มนุษย์เลวพวกนี้คงคาดไม่ถึงว่าจะตกนรกทั้งเป็น” ปาระนังเอ่ยขึ้นอย่างสังเวช
“เสร็จภารกิจแล้วเราจะส่งหมู่บ้านของพวกมันไปนรกรับชะตากรรมที่พวกมันก่อไว้” ราเชนหลานชายท่านมัจจุราชประกาศกร้าว
ooooooo










