ตอนที่ 2
การได้พูดคุยกันมากขึ้นของเธอและเขาติดพันจนพากันเดินออกไปยัง สวนสาธารณะร่มรื่น เอกภพเล่าว่าพ่อจากไปตั้งแต่ตนสามขวบ ส่วนแม่ก็เดินทางบ่อยแทบจะไม่ได้เจอกัน
“ลำพังผมไม่เป็นไร สงสารก็แต่นาฬิกา”
“คุณนาฬิกาโชคดีที่มีพี่ชายคอยดูแล”
“ครับ แกเลยรู้สึกผิด”
“ผิดเรื่องอะไรคะ”
“เรื่องที่ผมไม่มีแฟนไงครับ ถึงได้พยายามจับคู่ให้ผม”
“อ้อ จำได้แล้ว แย่จัง...ตอนนี้ฉันไม่มีเพื่อนจะแนะนำให้รู้จักด้วยสิคะ”
“ไม่มีเลยหรือครับ...ไม่น่าเชื่อ”
ณัชชาไหวตัวกลัวมีพิรุธ รีบกลับคำว่าก็พอมี แต่อยู่เมืองนอกหมด
“คุณนาชะบอกว่าคุณยังไม่มีแฟน คนสวยอย่างคุณไม่มีแฟนได้ยังไง ไม่น่าเชื่อ หรือว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงจริงๆ”
“บ้าน่ะสิ” เธอเสียงขุ่น แต่พอเห็นเขาอมยิ้มก็รู้ว่าถูกยั่วเลยไม่ถือสา บอกเขาว่าคงเป็นเพราะผู้ชายดีหายากมากกว่า
“เฮ้อ...ผู้หญิงบอกว่าผู้ชายดีหายาก ผู้ชายก็บอกว่าผู้หญิงดีหายาก...เลยไม่ได้”
พูดขาดคำ เขาถูกเธอพุ่งชนจนกลิ้งม้วนตัวไปด้วยกัน พร้อมกันนั้นเสียงปืนดังระงม กระสุนสาดมาจากหน้าต่างรถทั้งสี่ด้าน คนร้ายจงใจฆ่าเอกภพแต่ไม่สำเร็จอีกตามเคยเพราะณัชชาไหวตัวทัน...เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทำให้หนุ่มสาวมีโอกาสใกล้ชิดถึงเนื้อตัวกัน ต่างคนต่างเขินแล้วพากันกลับที่พักหลังจากคนร้ายบึ่งรถหนีไป
อาคินคือผู้ บงการ...เมื่อจัดการเอกภพไม่สำเร็จแถมอำนาจยังพูดจาไม่เข้าหูว่าผู้กองแกร่ง และเก่งขนาดเขา ยังต้องถอย ก็เลยสำแดงเดชบีบคออำนาจจนหน้าเขียวแทบหายใจไม่ออก
“ไปซะ เจ้ารีบออกไปก่อนที่ข้าจะฆ่าเจ้า”
อำนาจ ลนลานออกไป เทพซ้ายขวาก้าวเข้ามาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าท่านสามารถสัมผัสพลังเทพจาก มนุษย์ผู้กองนั่นเช่นเดียวกับเรา นั่นหมายความว่าเขาคือทายาทเทพองครักษ์ทั้ง 4 เราจะไปนำตัวมันมาให้ท่าน
“อย่าเพิ่งประมาท ข้ามั่นใจว่าองค์หญิงต้องเฝ้าดูอยู่แล้ว ท่านอาจจะก้าวไปสู่คมดาบขององค์หญิง”
“ไม่ยาก ถ้าเราให้ภูตทั้งเก้าคอยสกัดองค์หญิงไว้...”
อาคิน ตวัดมือใส่เทพขวาจนกระเด็นลอยไปกระแทกพื้นเลือดกบปากโทษฐานที่โง่เขลา เพราะถ้าภูตทั้งเก้าห่างจากตนเมื่อไหร่ ก็เท่ากับเปิดโอกาสให้องค์หญิงมาสังหารตนเมื่อนั้น
“สั่งพวกมนุษย์คอยตามดูอย่างใกล้ชิด และหาสถานที่เงียบสงบเตรียมไว้ข้าจะนั่งสมาธิ ระหว่างนี้ท่านทั้งสองคอยระวังอย่าให้ใครรบกวนเรา”
เทพ ซ้ายขวาขานรับคำสั่งแล้วพากันถอยออกไป... ขณะเดียวกันนั้นที่คอนโดหรู นาชะกำลังทึ่งจัดที่ณัชชากล้าบอกเอกภพว่าพ่อเป็นมือปราบขั้นเทพอยู่บนสวรรค์ ป่านนี้ท่านเทพปราบมารคงสะดุ้งไปแล้ว
“อย่างน้อยเราก็ไม่ได้โกหก”
“ถ้าคุณเอกภพรู้ว่าองค์หญิงเป็นธิดาเทพปราบมารมาจากสวรรค์จริงๆละก็...ช็อกซีนีม่าแน่ๆ”
“คุณเอกภพคงโกรธมาก”
“เราทำเพื่อมวลมนุษย์ไม่ต้องกลัวค่ะ โกรธมากนาชะยิงศรปึกเข้าให้ก็หมดเรื่อง เอาไหมคะ”
“เจ้าอย่าเหลวไหล”
“แค่ล้อเล่นน่า...แล้วองค์หญิงจะเริ่มงานเมื่อไหร่เพคะ”
“พรุ่งนี้” ณัชชาตอบฉะฉาน ทั้งที่ในใจยังหวั่นๆอยู่เหมือนกัน...
ooooooo
ดึกคืนเดียวกัน นาฬิกานอนไม่หลับลงมาเห็นห้องทำงานพี่ชายยังเปิดไฟจึงเดินเข้ามานั่งคุยด้วย บอกว่าไม่ง่วงและอยากจะถามเรื่องพ่อ
“ทำไมอยู่ๆถึงถามล่ะครับ”
“พอดีคุยกับพี่ณัชชาวันก่อนจิปาถะ จนมาถึงเรื่องคุณพ่อ ก็เลยแค่อยากรู้ค่ะ”
“ณัช ชาถามถึงคุณพ่อ” เอกภพทวนคำด้วยสีหน้าสงสัยก่อนพูดต่อไป “เรื่องคุณพ่อคุณแม่...พี่ไม่ได้ปิดบังอะไร พี่ก็รู้เท่าที่นาฬิการู้อยู่แล้ว ไม่มีมากกว่านั้น”
“ไม่มีก็ไม่มี” นาฬิกาพยักหน้าเซ็งๆ
“แต่พี่มีข่าวจะบอก อาจทำให้น้องพี่แฮปปี้ขึ้นก็ได้...ตอนนี้พี่ได้คู่หูคนใหม่ เธอชื่อณัชชา”
นาฬิกาตาโตตื่นเต้น แฮปปี้ขึ้นทันตา ถามพี่ชายว่าจะทำยังไงกับพี่ณัชชา
“ทำอะไรยังไงครับ”
“ฮ้า...ทำไก๋แบบนี้ต้องสนแน่นอน ไม่เป็นไรนาฬิกาจะช่วย...กู๊ดไนต์ค่ะ” เธอหอมแก้มพี่ชายหนึ่งฟอดแล้ววิ่งออกไปอย่างเริงร่า...
แม้ดึกดื่นค่อนคืน แต่ณัชชาก็ยังจะออกจากที่พักไปยืดเส้นยืดสายโดยไม่ฟังคำทัดทานของนาชะที่บอกว่าอันตราย คราวที่แล้วเกือบหนีไม่ทัน
“แต่มีพลังบางอย่างปรากฏ นิ่งอย่างน่าสงสัยเหมือนกับว่ามันกำลังเข้าสมาธิอยู่”
“สมาธิ องค์หญิงจะฉวยโอกาสตอนนี้ฆ่าอาคิน”
“ตอนนี้เหมาะที่สุด”
“แต่เทพซ้ายขวาต้องคอยป้องกันอย่างเข้มแข็ง”
“เราถึงต้องใช้วิธีเดินทางอย่างมนุษย์ไม่ให้มันจับพลังได้” ว่าแล้วเข้าไปนั่งในรถยนต์
“งั้นนาชะไปด้วย ยังไงมันก็จับพลังของ
นาชะไม่ได้อยู่แล้ว”
“อันตรายเกินไป เราไปคนเดียวคล่องตัวกว่า เจ้าไม่เชื่อมือเราหรือไง”
นาชะอ่อนใจ จำตัองปล่อยณัชชาขับรถไปคนเดียว...
ณัชชาบุกเดี่ยวไปยังสถานที่ที่อาคินนั่งสมาธิแต่ไม่สามารถจัดการเขาได้ด้วยดาบพิชิตมารเพราะหัวใจของเขาไม่ได้อยู่กับตัวเสียแล้ว แถมเธอยังเกือบโดนเก้าภูตสังหารเล่นงานจนต้องหนีออกมาอย่างรวดเร็ว
นาชะตกใจหลังได้ฟังณัชชาเล่าว่าอาคินถอดหัวใจของมันไว้ที่ภูตทั้งเก้า...
“ถอดหัวใจ...ผู้มีพลังสูงเท่านั้นถึงจะทำได้ แต่หมายถึงจะไม่มีทายาทสืบสกุลและอายุเทพจะสั้นลงถึงหนึ่งร้อยปี”
“เทพอาคินไม่สนใจชีวิตตัวเอง แค่ก่อสงครามปลดปล่อยเทพผู้เป็นบิดา...ยึดครองโลกทั้งสี่ได้ก็พอใจแล้ว”
“โอย...ตายแล้ว มีตั้งเก้าตนใครจะไปรู้ว่าอยู่ที่ตนไหน”
“ที่สำคัญไม่มีอาวุธใดผ่านโล่ป้องกันหัวใจของภูตสังหารได้”
“เทพอาคินแน่มาก...ตอนนี้เราจะทำยังไงเพคะ จะกำจัดภูตสังหารต้องกำจัดอาคิน แต่จะกำจัดอาคินต้องกำจัดภูตสังหาร...เราจบเห่แน่ๆ”
“อาคินต้องลงมือในไม่ช้า”
“งั้นเราต้องรีบบอกความจริง”
“บอกตอนนี้ผู้กองก็ไม่เชื่อ”
“เราจะทำยังไงดีเพคะ”
“ตอนนี้เราทำได้แต่รอ...รอจนกว่าอาคินจะลงมือ”
“หวังว่าคงไม่สายเกินไปก่อนที่ผู้กองจะเชื่อ” ณัชชาเคร่งเครียด ขณะที่นาชะก็เป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด...
ฝ่ายอาคินที่สมุนจัดการณัชชาไม่ได้...ครั้งนี้เขาสงบนิ่งมากขึ้น ไม่โกรธแถมยังเข้าใจด้วยว่าสมุนของตนฝีมืออ่อนด้อยกว่าณัชชา นี่เองทำให้อาคินต้องมีกองกำลังมนุษย์มากขึ้น ถึงเวลาแล้วที่พวกมาเฟียทั้งหลายต้องมาก้มหัวให้เขา...
ooooooo
เช้าวันนี้ ณัชชามาเริ่มงานในฐานะคู่หูของผู้กองเอกภพ โดยนาฬิกาจัดดอกไม้ช่อสวยฝากพี่ชายมาให้เธอเพื่อเป็นกำลังใจในการทำงานวันแรก
แต่ก่อนเริ่มภารกิจใดๆในวันนี้ เอกภพชวนณัชชาแวะไปเยี่ยมเจนศักดิ์ที่โรงพยาบาลก่อน เมื่อไปเห็นสภาพนักสืบหนุ่มนอนไม่ไหวติง ณัชชาแอบใช้พลังพิเศษส่วนตัวช่วยเหลือเขาโดยไม่ให้เอกภพเห็นก่อนกลับออกมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
เอกภพไม่รู้ว่าเจนศักดิ์เริ่มรู้สึกตัว เขารีบกลับออกมาพร้อมณัชชาเพราะมีสายข่าวแจ้งว่ามาเฟียสองกลุ่มกำลังเผชิญหน้ากันที่โกดังแห่งหนึ่ง ซึ่งการไปครั้งนี้ไม่คาดคิดว่าเขาจะได้รู้ความจริงเกี่ยวกับณัชชาจากปากอาคินว่าเธอคือองค์หญิง แถมสิ่งที่เอกภพเห็นก็ทำเอาตะลึงงัน เพราะขณะเกิดการต่อสู้กับพวกอาคิน ณัชชาเก่งกาจเกินหญิงและหายตัวทะลุกำแพงยิ่งกว่าเล่นกล
เมื่อณัชชาพาเอกภพหนีพวกอาคินมาได้ แน่นอนว่าเธอต้องโดนเขาซักถามความจริงอย่างละเอียด ณัชชารอเวลานี้อยู่แล้ว แต่มีข้อแม้ว่าต้องให้นาฬิกามาร่วมรับฟังด้วย เอกภพจึงโทร.ตามน้องสาวมาที่ออฟฟิศ เป็นจังหวะที่นาชะอยู่กับนาฬิกาพอดี สองสาวจึงรีบร้อนไปขึ้นรถและเจอไกรยุทธ์ด้วยความบังเอิญ
ทั้งสามคนนั่งรถมาด้วยกันแล้วตรงไปที่ห้องประชุมซึ่งเอกภพกับณัชชารออยู่ เพื่อรับฟังเรื่องราวเหลือเชื่อจากปากณัชชากับนาชะ
“อาคินต้องการกุญแจไขคุกนิลกาลเพื่อปล่อยกองทัพภูตดำมาทำสงครามกับทั้งสี่โลกคือ สวรรค์ มนุษย์ โลกสมุทร และยมโลก”
“และพี่ณัชชาคือธิดาของเทพปราบมารจากสวรรค์ ที่มาตามล่าอาคิน”
“คาดไม่ถึง อาคินนำเก้าภูตสังหารมาคอยป้องกันตัวมันยากต่อการกำจัด วิธีเดียวคือ หากุญแจให้ได้ก่อนมันแล้วทำลายเสีย”
“โห...ไม่น่าเชื่อเลย...อย่างกับในหนัง” นาฬิกาเอ่ยขึ้นมา ขณะที่เอกภพก็ว่า...มิน่าณัชชาถึงบอกว่าพ่ออยู่บนสวรรค์
“กุญแจถูกนำมาซ่อนไว้ที่เมืองมนุษย์สืบมาถึงทายาทขององครักษ์ทั้ง 4 กับมนุษย์ เป็นครึ่งเทพครึ่งมนุษย์”
“แล้วคุณคิดว่าผม...นาฬิกา...และไกรยุทธ์คือทายาท?”
“ใช่...เพียงแต่ยังไม่แน่ว่าจะเป็นทายาทที่ถือความลับของกุญแจหรือเปล่า”
“ตกลงทายาทมีกี่คนกันแน่”
เรื่องนี้ณัชชากับนาชะตอบเอกภพไม่ได้ แต่พวกเธออยากรู้ว่าเอกภพและน้องสาวมีอะไรติดตัวมาจากคุณพ่อหรือเปล่า
“นาฬิกามี...คุณแม่ให้ไว้บอกว่าเป็นของคุณพ่อ” พูดจบ นาฬิการีบปลดสร้อยที่คอออกมาส่งให้เอกภพรับไปพิจารณา หน้าตามันเหมือนเหรียญ มีทับทิมเม็ดเล็กสีแดงอยู่ตรงกลาง
“เหมือน ¼ ของเหรียญ”
“ใช่แล้ว มาต่อกันเป็นรูปเหรียญพอดี บนเหรียญจะมีปริศนาแผนที่พาไปสู่ที่เก็บกุญแจ”
“ของผมก็มีเหมือนกันครับ แต่ผมเก็บไว้ที่บ้าน” ไกรยุทธ์พูดโพล่งขึ้นมา ณัชชาตื่นเต้น บอกเขาว่าเราต้องรีบไปเอามา...พลันเสียงโทรศัพท์ของนาฬิกาดังขึ้นเธอรับสาย จากแม่ด้วยน้ำเสียงยินดี แต่ณัชชากลับรู้สึกประหลาดใจที่จู่ๆท่านโทร.มาเวลานี้ จึงแนะนำว่าเราต้องหาที่ซ่อนตัว เร็วที่สุด
เอกภพร้อนใจขอคุยกับแม่เอง “คุณแม่ครับให้ลุงสมและป้าอรพาคุณแม่ไปที่บ้านพักของเราที่ต่างจังหวัดเร็วที่สุด อย่าให้ใครรู้ ผมกับนาฬิกาจะไปพบคุณแม่ที่นั่นครับ” เขาตัดสายส่งโทรศัพท์คืนน้องสาวพร้อมกับเปรยว่า บางทีคุณแม่อาจจะทราบอะไรบ้าง
“คุณเอกภพรีบพานาฬิกาไปที่จุดหมายก่อน ฉันกับไกรยุทธ์จะรีบไปเอาสร้อย”
“บ้านพักอยู่ในหุบเขา ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์คุณจะตามไปได้ยังไง”
“นาชะไปกับผู้กอง นาชะจะกลับมานำฉันไปได้”
“แล้วเก้าภูตสังหาร...”
“ตราบใดที่องค์หญิงไม่ใช้พลังสังหาร...อาคินกับเก้าภูตสังหารไม่มีทางพบเรา”
นาชะกับณัชชาอธิบายชัดเจนจนเอกภพวางใจแล้วตระเตรียมกันเดินทาง แต่ก่อนแยกกันณัชชาไม่ลืมกำชับเอกภพว่าทุกอย่างต้องเป็นความลับจะให้มนุษย์คนใดรู้ไม่ได้
ไกรยุทธ์นั่งรถไปกับณัชชาเพื่อไปเอาสร้อยที่คอนโดฯ พอจอดรถเธอรู้สึกได้ถึงความผิดปกติ กวาดสายตา
รอบทิศเห็นมือปืนซุ่มอยู่ตามจุดต่างๆเกือบสิบคน
“พวกมันคอยดูอยู่แล้ว”
“เราจะทำยังไงดีครับ”
“ขืนลุยเข้าไปตอนนี้ เละแน่”
“แย่แล้ว คุณอาผม...คุณอาผมกำลังจะกลับบ้าน พวกมันต้องเล่นงานคุณอาผมแน่ๆ”
“ใจเย็นๆ พวกมันไม่สนคุณอาคุณหรอก...โทร.หาคุณอา ให้คุณอาเอาสร้อยออกมาจะดีที่สุด”
ไกรยุทธ์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา...เวลาเดียวกันบนถนนอีกสาย รถของเอกภพวิ่งไปตามเส้นทางโดยมีนาชะกับนาฬิกานั่งข้างหลัง สักครู่เขาชำเลืองผ่านกระจกเห็นมีรถตามมาจึงบอกให้สองสาวรู้ตัว
“พวกมันรู้ได้ยังไง” นาฬิกาสงสัย
“พวกมาเฟียหูตากว้าง สายมันเยอะ มันคงรู้ตั้งแต่เราออกมาจากกรมแล้ว”
“เฮ้อ...มนุษย์ มีแต่คอร์รัปชันกันทั้งนั้น แล้วจะไม่ให้น้ำท่วมโลกได้ยังไง”
“จริงเหรอนาชะ ที่น้ำจะท่วมโลก”
“เจ้าสวรรค์เบื่อนิสัยมนุษย์เต็มที แค่รอให้พวกเทพลงเสียงเท่านั้น...ตามหลักประชาธิปไตย”
“แล้วพวกเทพมีเดินขบวนเหมือนพวกมนุษย์หรือเปล่า”
“มีเหมือนกัน”
“หา! แล้วแบบว่ามีการยึดสวรรค์อะไรมั่งไหม”
“ไม่กล้าหรอก...ขืนบังอาจละก็...เทพองครักษ์เก็บเรียบ”
เอกภพฟังสองสาวแล้วยิ้มขำ ขับรถแล่นตะบึงต่อไป... ด้านณัชชากับไกรยุทธ์ยังจอดรถนิ่งสนิทเพื่อประเมินสถานการณ์ ทันใดมีรถคันหนึ่งแล่นเข้าไปในคอนโดฯ
“นั่นรถคุณอาผมเอง...เข้าไปแล้ว”
ไม่นาน รถคันเดิมก็แล่นกลับออกมา ณัชชากราดสายตามองรอบทิศอย่างระวัง แล้วค่อยๆเคลื่อนตามออกไปจอดใกล้กัน ก่อนที่ไกรยุทธ์กับณัชชาจะก้าวลงจากรถมาหาชายวัยกลางคนที่รีบร้อนลงจากรถเช่นกัน
เขาส่งสร้อยให้หลานชายพร้อมกับทักทายณัชชาหลังจากไกรยุทธ์แนะนำตัว
“ยินดีที่รู้จักครับ ผมฝากไกรยุทธ์ด้วยนะครับ หน้าที่ผมหมดแค่นี้”
“หมายความว่ายังไงครับหน้าที่...” ไกรยุทธ์พูดไม่ทันขาดคำ กระสุนปืนก็สาดเข้าใส่จนทุกคนต้องหลบข้างรถอย่างรวดเร็ว ณัชชากระชากปืนออกมา เช่นเดียวกับอาของไกรยุทธ์...รถคนร้ายวิ่งพรวดเข้ามาจอดก่อนที่พวกมันจะกรูกันลงมาสาดกระสุนซ้ำ แต่หนึ่งในนั้นโดนณัชชายิงล้มคว่ำ ตามด้วยเพื่อนของมันอีกคนที่โดนอาของไกรยุทธ์ซัลโว
“รีบไปให้เร็วที่สุด ผมจะสกัดไว้เอง”
ณัชชาฉงนกับคำพูดของอาไกรยุทธ์ หันมาถามว่าเขาคือ...
“ผมไม่ใช่อาแท้ๆของไกรยุทธ์ แต่เป็นผู้พิทักษ์ทายาท รีบไปเร็วเข้า”
ณัชชาเข้าใจ หันไปเร่งไกรยุทธ์ให้ขึ้นรถ ทิ้งผู้พิทักษ์ทายาทเทพต่อกรกับพวกมันจนตัวตาย ไกรยุทธ์หันกลับมามองด้วยความเสียใจ
“ผู้พิทักษ์เสียสละชีวิตเพื่อคุ้มครองคุณ อย่าให้เสียเปล่า คุณต้องเข้มแข็ง” ว่าแล้วณัชชากระชากรถออกจากลานพุ่งไปตามเส้นทาง...
ในเวลาเดียวกัน เอกภพ นาฬิกา นาชะ กำลังหนีการตามล่าของเหล่าร้ายเช่นกัน ผู้กองหนุ่มจอดรถให้สองสาวลงเพื่อจะล่อพวกมัน แล้วให้นาฬิกาพานาชะไปเจอกันยังจุดนัดพบด้วยวิธีการหายตัวของนาชะ เพราะเธอเป็นกามเทพ พลังของเธอเป็นพลังแห่งความรัก พวกภูตของอาคินสัมผัสไม่ได้
ด้านณัชชาพาไกรยุทธ์หนีรอดปลอดภัยมาได้แล้วแวะที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งนั่งคุยกัน
“คุณคงไม่เคยพบคุณพ่อ”
“ครับ คุณพ่อผมเสียชีวิตตั้งแต่ผมสามเดือน คุณแม่ก็...”
“เดินทางบ่อย ไม่ได้พบกัน คุณอยู่กับคุณอา...คุณรู้ไหม คุณพ่อคุณยังมีชีวิตอยู่”
“จริงเหรอครับ แต่ทำไม...”
“เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง ตอนนี้คุณต้องทำหน้าที่ของทายาทให้ดีที่สุด เรื่องอื่นไว้รู้ทีหลัง”
ไกรยุทธ์พยักหน้าเข้าใจ ณัชชาถามต่อไปว่านอกจากนาฬิกาแล้วมีใครอีกไหมที่ทำให้เขาสัมผัสพลังได้
“ไม่มีครับ”
“ถ้างั้นเราต้องหาอีกสองคนให้พบเร็วที่สุด” พูดแล้วณัชชานึกถึงสาววัยรุ่นที่เคยวิ่งชนเธอในห้างสรรพสินค้า
เธอคือปิงปอง...นักเรียนมัธยมแห่งหนึ่งซึ่งมีบีมเป็นเพื่อนสนิท แต่ใครๆมักแซวว่าทั้งคู่แฟนกัน ปิงปองมีพลังมากกว่าคนปกติซึ่งเธอคิดแต่ว่าคนเราเวลาตกใจจะมีแรงขึ้นมาเอง นอกจากนี้ปิงปองยังมีสร้อยเหมือนกับบีม และเป็นสร้อยแบบเดียวกับของนาฬิกาและไกรยุทธ์
ooooooo
เอกภพล่อหลอกเหล่าร้ายจนฝ่าด่านไปถึงตลาดที่นาชะกับนาฬิกาแวะกินข้าว ระหว่างนี้เองณัชชาโทร.มาบอกเอกภพว่าเธอได้สร้อยของไกรยุทธ์มาแล้ว กำลังเดินทางสู่เป้าหมาย...
แล้วเย็นนั้นทุกคนก็ไปรวมตัวกันที่บ้านของครอบครัวเอกภพ โดยมีแม่ของเอกภพกับป้าอรและลุงสมมารออยู่ก่อนแล้ว หลังจากแนะนำตัวกันเรียบร้อย ณัชชาถามข้อมูลเรื่องสร้อย ซึ่งได้คำตอบจากแม่เอกภพว่า
“เพื่อความปลอดภัยของทุกคน คุณพ่อไม่เคยบอกอะไรเลย บอกแต่เพียงว่าเมื่อถึงเวลาทุกอย่างจะปรากฏ”
ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างมืดมน แล้วเอาสร้อยของนาฬิกากับไกรยุทธ์มาวางต่อกันได้แค่ครึ่งเหรียญ แน่นอนว่ายังขาดอีกสองส่วน ต้องรอให้ครบก่อนถึงจะได้เรื่อง
“ที่สำคัญเราต้องหาทายาทอีกสองคนให้เร็วที่สุด”
“องค์หญิงไม่มีตาทิพย์หรือพลังพิเศษอะไรที่จะส่องปุ๊บเจอปั๊บเลยหรือครับ”
นาชะอธิบายแทนณัชชาว่าทำแบบนั้นไม่ได้ ถือเป็นการก้าวก่ายมนุษย์ ไกรยุทธ์เลยสงสัยว่าถ้าเช่นนั้นจะลงโทษคนเลวได้ยังไง
“อ๋อ...ด้วยข้อมูลค่ะ ต้องรู้ข้อมูลก่อนว่าใครเลว อย่างผู้กองเนี่ยนาชะเปิดบันทึกสวรรค์ กดปุ่มปุ๊บเจอปั๊บว่าอยู่ที่ไหน คุณนาฬิกากับคุณไกรยุทธ์ก็เหมือนกัน เพราะนาชะสัมผัสมือทุกคนเอาข้อมูลมาแล้ว”
“หรือไม่ทายาทต้องใช้พลังเทพอย่างต่อเนื่องฉันถึงจะจับพลังได้”
“ซึ่งถ้าองค์หญิงจับพลังได้ อาคินก็จับพลังได้เหมือนกัน”
“อย่างงั้นก็ไม่ดีแน่” เอกภพพูดเสียงแผ่ว แต่นาฬิกาโพล่งขึ้นเสียงดังว่านึกออกแล้ว อินเตอร์เน็ต โซ–เชียลเน็ตเวิร์ก...ไกรยุทธ์ปิ๊งไอเดียบอกว่าใช่เลย เราแค่ถามว่าใครมีสร้อยเหมือนเราแล้วรอคำตอบ
ทุกคนต่างมองหน้ากันอย่างมีความหวัง พอดีคุณแม่กับป้าอรยกอาหารออกมา ทุกคนจึงพักกินอาหารเย็นกันก่อนแล้วค่อยมาชุมนุมกันอีกครั้งที่ห้องรับแขก
เพื่อความปลอดภัยของแม่ เอกภพแจ้งให้ท่านทราบว่า พรุ่งนี้ลุงสมจะไปส่งแม่แต่เช้าที่สนามบิน บินไปที่ไหนก่อนก็ได้ ขอให้ไปจากที่นี่ ส่วนเรื่องอินเตอร์เน็ตที่นาฬิกากับไกรยุทธ์แนะนำ ที่นี่ไม่มีสัญญาณ ทั้งคู่ต้องออกไปในเมือง
“เสี่ยงอยู่เหมือนกัน แต่เราไม่มีทางเลือก”
“นาชะไปกับคุณนาฬิกากับคุณไกรยุทธ์ มีอะไรเกิดขึ้นนาชะสามารถพาหลบหนีได้ทันท่วงที”
หลังจากตกลงกันเรียบร้อยแล้ว เอกภพกับณัชชาเห็นตรงกันว่าต้องจัดเวรยามคอยเฝ้าระวัง ถึงบ้านพักจะอยู่ในที่มิดชิดแต่ไม่ควรประมาท โดยเอกภพขอรับหน้าที่นี้เอง แต่ณัชชาเสนอว่าเราควรแบ่งช่วงกันดีกว่า เพราะผู้หญิงผู้ชายเท่าเทียมกัน
ณัชชาเริ่มช่วงแรกตอนหัวค่ำ แต่เอกภพนอนไม่หลับก็เลยออกมาเป็นเพื่อนคุย
“คุณปลอมตัวเป็นตำรวจคู่หูของผมได้เนียนมาก”
“หลักฐานปลอมทุกอย่างเป็นฝีมือของนาชะค่ะ... บ้านหลังนี้ทำเลดีมาก มีทางเข้าทางเดียวใครเข้ามาก็จะเห็นทันที แต่ด้านหลังมีทางออกพรางสายตาอยู่หลายทาง”
“คำนวณจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น คุณพ่อคงเตรียมการไว้”
“คุณพ่อคุณรู้ว่าจะต้องมาถึงวันนี้”
“นึกไม่ถึงเลยว่าแม้แต่สวรรค์ก็มีเทพที่คิดจะเป็นใหญ่”
“ความโลภไม่ว่าที่ไหนก็เหมือนกันหมด แม้แต่สวรรค์ก็เลี่ยงไม่ได้”
“แล้วความรักล่ะครับ เหมือนกันหรือเปล่า”
คำตอบคือเหมือนแต่มีกฎเกณฑ์ที่ต่างกัน นั่นก็คือเทพไม่สามารถรักกับมนุษย์ได้
“อ้าว แล้วทีคุณพ่อผมกับคุณแม่ผมล่ะครับ”
“เป็นข้อยกเว้น เพราะเป็นภารกิจที่สำคัญ”
ฟังแล้วเอกภพถึงกับนิ่งอึ้งไป...แล้วตกดึกคืนนั้นที่เขาต้องอยู่ยามตามลำพัง เขาหยิบสร้อยจากกระเป๋าเสื้อออกมาพิศดูไปมา พึมพำว่า “สร้อยอะไรกันแน่”
ทันใดนั้นเกิดแสงสว่างออกจากสร้อยก่อนจะกลายเป็นใบหน้าของเทพองครักษ์ที่ 1
“ลูกพ่อ...เจ้าเป็นครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ เจ้ามีพลังเทพเช่นเรา เมื่อถึงเวลาพลังจะปรากฏ เจ้าต้องปกป้องทายาททั้ง 4 และแผนที่ อย่าให้ตกอยู่ในมือของเทพชั่ว”
เสียงนั้นเงียบลงพร้อมกับใบหน้าเทพองครักษ์เลือนหายไป เอกภพประหลาดใจ พลิกสร้อยไปมาแต่ไม่เกิดผลอะไรขึ้นอีก ได้แต่พึมพำถามตัวเอง “ทุกอย่างเป็นความจริงหรือเนี่ย”
ooooooo
ท้องฟ้ายามเช้าสาดแสงลงมาที่เนินข้างบ้าน ทุกคนพร้อมหน้าออกมาส่งแม่ของเอกภพกับนาฬิกา...
หลังจากลุงสมออกรถไปแล้ว เอกภพเดินมายื่นสร้อยคืนน้องสาว “พี่ว่านาฬิกาเก็บไว้ดีกว่า”
“พี่เอกเก็บเถอะค่ะ น่าจะปลอดภัยกว่า”
“คุณพ่อเป็นคนให้นาฬิกา ท่านรู้ว่าอะไรเป็นอะไร เก็บไว้เถอะครับ”
นาฬิกาเลี่ยงไม่ได้ รับสร้อยมาสวมไว้ในคออย่างเดิม จากนั้นเธอเตรียมตัวไปตลาดในเมืองกับไกร–ยุทธ์และนาชะตามที่ตกลงกันไว้เมื่อวาน
ผ่านไปสักพัก รถของนาชะเข้ามาจอดหน้าตลาด ทุกคนก้าวลงมาโดยที่ไกรยุทธ์สะพายแล็ปท็อปมาด้วย
“ไปนั่งตรงร้านกาแฟกันดีกว่า”
นาฬิกาเดินนำหน้าไปร้านกาแฟ เลือกโต๊ะนั่งได้แล้วไกรยุทธ์หยิบแล็ปท็อปออกมาวางแล้วหยิบแอร์การ์ด สำหรับอินเตอร์เน็ตออกมาเสียบก่อนกดเปิดเครื่อง นาฬิกาชะโงกหน้าเข้ามาถาม
“เป็นไง”
“เรียบร้อย ติดแล้ว”
ไกรยุทธ์กดแป้นคีย์บอร์ดไปมาอย่างคล่องแคล่ว นาฬิกากับนาชะมองหน้ากัน ยิ้มอย่างพอใจ
ooooooo
เอกภพกับณัชชารออยู่ที่บ้าน แต่ระหว่างนี้เอกภพก็ได้รับรู้ความเก่งกาจของอีกฝ่ายที่ไม่ใช่คนธรรมดา ข้างฝ่ายบีมกับปิงปอง ทั้งคู่เพิ่งเห็นรูปสร้อยในอินเตอร์เน็ตที่เหมือนของพวกตน แถมมีข้อความประกาศด้วยว่าใครมีสร้อยเส้นนี้ให้ติดต่อมาด่วน อยากแชตด้วย
สองคนพูดคุยเรื่องนี้กันครู่หนึ่ง แล้วสรุปว่าต้องปรึกษาคุณอาก่อนเพื่อป้องกันพวกสิบแปดมงกุฎ ทั้งบีมและปิงปองต่างก็มีคุณอา ซึ่งพวกเขาก็คือผู้พิทักษ์ทายาทนั่นเอง!
หลังจากนั้นไม่นาน พวกนาชะก็ลิงโลดกลับบ้านพักส่งข่าวเอกภพกับณัชชาว่าพวกตนทราบเรื่องทายาทจากอินเตอร์เน็ตแล้ว
“มีคนตอบมาว่ามีสร้อยอย่างเดียวกัน แต่ไม่ยอมพูดทางโทรศัพท์ ให้แต่ที่ติดต่อมา”
“ดีแล้ว พวกนายอำนาจมีสายเยอะ ทันทีที่เราใช้โทรศัพท์พวกนี้อาจจะรู้ตำแหน่งเราก็ได้”
“นี่ครับ ผมเซฟไว้เรียบร้อยแล้วครับ”
“ดีมากไกรยุทธ์...ฉันจะไปเอง” ณัชชาเสนอตัวแต่เอกภพไม่ยอม บอกว่าตนไปเองดีกว่า “แต่คุณจะเป็นเป้ามากกว่าฉัน”
“เหมือนกันครับ ป่านนี้พวกมันรู้จักองค์หญิงกันหมดแล้ว อย่างน้อยผมก็ไม่มีพลังดึงดูดพวกภูตสังหารเหมือนองค์หญิง”
“ผมไปด้วยก็ได้ครับ จะได้เอาสร้อยไปเทียบดูว่าเหมือนกันหรือเปล่า”
“ตกลงเอาตามนี้ พรุ่งนี้ผมกับไกรยุทธ์จะออกเดินทางแแต่เช้า”
ณัชชาหมดทางคัดค้าน จำใจพยักหน้าในที่สุด...ใกล้ค่ำลุงสมยังไม่กลับ ทุกคนเริ่มเป็นห่วง บ่นกันไปมาว่าป่านนี้แม่ของเอกภพคงบินออกนอกประเทศไปแล้ว และลุงสมน่าจะกลับถึงบ้านค่ำนี้
นาฬิกาชำเลืองมองพี่ชายกับณัชชาด้วยความรู้สึกเสียดายถ้าทั้งคู่จะไม่ได้ลงเอยกันเพราะความต่างของมนุษย์กับเทพธิดา แต่กระนั้นเธอก็ยังอยากรู้ว่าณัชชามีแฟนหรือยัง จึงมาเลียบเคียงถามนาชะ
“ไม่มีใครกล้ามาจีบ องค์หญิงเก่งแล้วก็เด็ดขาด ไม่มีเทพชั่วรอดจากคมดาบขององค์หญิง”
“ไม่มีมนุษย์ชั่วรอดจากกระสุนของพี่เอกเหมือนกัน”
“น่าเสียดาย พี่ณัชชาไม่น่าเป็นเทพอยู่สวรรค์เลย...พี่เอกเลยอด”
“ไม่แน่หรอก...ผู้กองก็เป็นเทพเหมือนกัน”
“จริงเหรอ”
“อีกอย่าง...ไม่เคยได้ยินเหรอ ความรักมีอานุภาพเหนือสิ่งใด”
ขณะที่สองสาวคุยกันอยู่นั้น อีกมุมหนึ่งหน้าบ้าน เอกภพจิบกาแฟอยู่กับณัชชา
“มาอยู่กับมนุษย์หลายวันแล้ว คิดถึงสวรรค์บ้างไหมครับ”
“ยังหรอกค่ะ”
“ถ้าภารกิจจบแล้วจะคิดถึงโลกมนุษย์หรือมนุษย์บ้างไหมครับ”
“ถ้ากลับสวรรค์เมื่อไหร่ ก็จะลืมทุกอย่างเกี่ยวกับโลกมนุษย์ทันที”
“ลืมหมดเลยเหรอครับ”
“ค่ะ เพื่อไม่ให้เทพมีความหลังอยากจะกลับมาโลกมนุษย์อีก ไม่ให้ข้ามเส้นของกันและกัน”
เอกภพถึงกับเงียบไป...ทันใดนั้นมีแสงไฟหน้ารถสาดเข้ามา ลุงสมนั่นแอง แต่แกไม่ได้มาคนเดียว มีรถตู้ของคนร้ายสะกดรอยตามมาด้วย ณัชชาไม่ต้องการให้พวกมันเข้ามาถึงบ้านพักได้ จึงอาสาออกไปจัดการด้วยตัวเอง
“แต่ว่า...”
“คุณต้องตื่นแต่เช้าไปกับคุณไกรยุทธ์ อย่าห่วงเลยค่ะ สบายมาก”
ณัชชาแวบหายไป เป็นเวลาที่คนร้ายแยกย้ายกันสำรวจร่องรอยล้อรถจนกระทั่งเห็นรถลุงสมจอดอยู่ จึงกรูกันเข้าไป แต่ทันใดรถคันนั้นกลับพุ่งออกมาโดยณัชชาเป็นคนขับ ผ่านพวกมันอย่างรวดเร็ว แล้วทำเหมือนรถเสียหลักพลิกคว่ำลงข้างทาง
พวกมันย่ามใจขับรถตามมาประกบก่อนจะพากันเดินไปดูใกล้ๆ เห็นลุงสมนอนสลบอยู่ข้างใน
“เอายังไงพี่”
“ลูกพี่สั่งให้จับเป็นแต่ผู้กอง คนอื่นเก็บให้หมด จัดการไอ้แก่นี่ซะ”
ทุกคนถอยห่างออกจากรถแล้วรัวกระสุนเข้าใส่จนรถระเบิดไฟลุกท่วม จากนั้นพากันเดินกลับไปขึ้นรถตู้ พุ่งพรวดออกไปด้วยความเร็ว โดยไม่เห็นณัชชาที่ปรากฏกายอยู่แถวนั้น
ooooooo










