สมาชิก

ธิดาพญายม

ตอนที่ 10

ก่อนที่ณัชชาจะได้รับอันตราย นาชะปรากฏกายทันเวลาพอดี กามเทพสาวช่วยองค์หญิงพ้นจากเงื้อมมือผีทหารพม่ามาได้ แต่ร่างกายณัชชาอ่อนแอมากเพราะถูกมนตร์เก้าภูตสังหารแถมดาบพิชิตมารของเธอก็ตกไปอยู่ในมืออาคิน หากเวลานี้เธอต่อสู้กับใครคงมีแต่แพ้กับแพ้

“แล้วผู้กองเอกภพล่ะเพคะ”

“เรื่องมันยาว แล้วค่อยเล่าให้ฟัง”

นาชะพยักหน้ารับแต่แล้วมีบางสิ่งทำให้เธอสัมผัสได้ว่าผู้กองเอกภพน่าจะอยู่ไม่ไกลจากที่นี่

“เป็นไปไม่ได้หรอก เราให้ผู้กองหนีเทพอาคินไปก่อน ป่านนี้อยู่คนละกาลเวลาแล้ว”

“นาชะสัมผัสได้จริงๆ คู่แล้วไม่แล้วคลาด”

“เจ้าเหลวไหลอีกแล้ว”

“ไม่เหลวไหลเพคะ องค์หญิงส่งผู้กองไปอีกกาลเวลาหนึ่งก็จริง แต่ตอนที่องค์หญิงหนีเทพอาคินมาอาจจะหลุดมาอยู่ในกาลเวลาเดียวกันก็ได้”

ณัชชาเริ่มลังเล และแอบดีใจอยู่ลึกๆ หากเป็นจริงอย่างที่นาชะยืนยัน...

เวลานั้น เอกภพกำลังเผชิญหน้ากับชาวบ้านบาง– ระจันกลุ่มหนึ่งซึ่งนำโดยนายเดื่อที่จะพากันมุ่งหน้าไปขอปืนใหญ่จากกรุงศรีอยุธยามาสู้รบกับทหารพม่า

เอกภพเป็นคนรุ่นใหม่ที่รู้ประวัติศาสตร์ชาติไทยในอดีต เขาจำเป็นต้องบอกทุกคนว่ากรุงศรีไม่มีปืนใหญ่ ถึงเดินทางไปก็เสียเวลาเปล่า แต่สิ่งที่ควรทำอย่างยิ่งคืออพยพลูกเมียเข้ากรุงศรีเพื่อความปลอดภัย

“เอ็งมันไอ้พวกขี้ครอกขี้ขลาดตาขาว เอ็งจะหนีก็หนีไปซะ...ไปเว้ยพวกเรา”

นายเดื่อกับพวกพากันเดินจากไป เอกภพได้แต่ถอนใจอย่างยอมรับว่าตัวเองเปลี่ยนประวัติศาสตร์ไม่ได้... ทันใดนั้นนกกาส่งเสียงบนท้องฟ้า เอกภพเข้าใจว่าเป็นสาวกของอาคินจึงเตรียมรับมืออย่างเต็มที่ แต่กลายเป็นว่าเขาคิดผิด ฝูงนกกาบินผ่านไปแต่มีทหารพม่าโผล่มานับสิบจ้องทำร้าย เอกภพไม่ต้องการเอาชีวิตใคร แค่ใช้อาวุธปืนที่คนยุคนั้นไม่รู้จักยิงขู่ก็ทำให้ทุกคนถอยร่นด้วยความตกใจกลัว

เสียงปืนทำให้นาชะกับณัชชาที่อยู่ไม่ไกลได้ยินเสียงชัดเจน นาชะพยายามจับทิศทางแล้วออกตามหาเพราะกลัวเอกภพจะผ่านกาลเวลาไปที่อื่นเสียก่อนอย่างที่ณัชชาหวั่นใจ

ส่วนที่หน้าหุบเหว สถานที่ต่อสู้ระหว่างณัชชากับอาคินก่อนหน้านี้ ดาบพิชิตมารของณัชชายังปักตรึงอยู่จุดเดิม โดยมีแม่มดสาวันนาในสภาพปกติไร้ร่องรอยบาดเจ็บยืนนอบน้อมอยู่ต่อหน้าอาคิน ถัดไปเป็นเทพซ้ายสมุนคนสนิทที่เหลือเพียงหนึ่งเดียวหลังจากณัชชาและเอกภพจัดการเทพขวาดับดิ้น

แผนการของสาวันนาแยบยลมาก แม้แต่อาคินก็ยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วสาวันนาช่วยเหลือณัชชาเพราะสำนึกดี ไม่ต้องการเห็นเทพร้ายกาจอย่างอาคินเป็นใหญ่

“เจ้าวางแผนได้ดีมาก องค์หญิงเชื่อสนิทว่าเจ้าคิดช่วยเหลือ”

“ท่านอาคินชมข้ามากเกินไป”

“แต่เจ้ารู้ใช่ไหมว่าถ้าแผนของเจ้าไม่ได้ผลเจ้าจะเป็นยังไง”

“ข้าปล่อยมนตร์ดาวเหนือไว้ที่ร่างขององค์หญิงเรียบร้อย”

“เจ้าคิดว่าองค์หญิงไม่มีทางรู้อย่างนั้นเหรอ”

“องค์หญิงถูกมนตร์เก้าภูตสังหารจนอ่อนแอ ไม่มีทางสัมผัสมนตร์ดาวเหนือของข้าได้ มนตร์ดาวเหนือบวกกับมนตร์ภูตสังหารที่อยู่ในร่างขององค์หญิงจะปรากฏพลังที่ชัดขึ้น แม้แต่ข้าหรือเทพซ้ายก็ติดตามได้”

อาคินหัวเราะพอใจ แต่แล้วอ้าปากค้างทันใดเมื่อสาวันนาชี้แจงต่อไปว่า

“แต่ท่านต้องระวัง มนตร์ดาวเหนือเชื่อมต่อสองทางทันทีที่ท่านสัมผัสตำแหน่งขององค์หญิง องค์หญิงก็จะสัมผัสตำแหน่งท่านได้เช่นกัน”

ผัวะ!! ฝ่ามืออาคินสะบัดมือใส่สาวันนาจนร่างของนางปลิวกลิ้งไปกับพื้นเกือบตกเหวแล้วถูกดึงขึ้นมาด้วยกรงเล็บแหลมคมจนนางดิ้นตาเหลือกหายใจไม่ออก

“เจ้าคิดเล่นตลกอะไร”

“ข้า...ข้าคิดว่าถึงองค์หญิงจะรู้ตัวแต่คงไม่มีทางหนีท่านได้ทัน ยิ่งองค์หญิงขาดดาบพิชิตมารย่อมยากที่จะต้านท่านได้ เราควรรีบเอาดาบพิชิตมารออกจากที่นี่เพราะถ้าอยู่ในกาลเวลาเดียวกันดาบอาจจะกลับไปหาองค์หญิง”

อาคินสงบลง ปล่อยร่างสาวันนาร่วงลงพื้นแล้วสั่งเทพซ้ายให้ไปกับนางเพื่อติดตามองค์หญิงณัชชา ส่วนตนจะเอาดาบขององค์หญิงกลับไป

เมื่อกลับมาถึงรัง อาคินนำดาบพิชิตมารเก็บในห้องแล้วล็อกประตูแน่นหนาก่อนจะทำลายกุญแจเป็นผุยผงเพื่อป้องกันผู้ใดล่วงล้ำเข้าไปฉกชิง แถมให้อำนาจจัดคนเฝ้า หน้าห้องตลอดเวลา แต่หารู้ไม่ว่าเมื่อตัวเองลับกายอำนาจกับสมุนมือปืนก็ยิ้มอย่างรู้กันว่ายังมีกุญแจอีกดอกหนึ่งเอาไว้ในยามจนตรอกแล้วค่อยยืมมือองค์หญิงณัชชาเก็บอาคินให้พวกเรา

ooooooo

ทางด้านเทพซ้ายกับสาวันนาที่ติดตามค้นหาณัชชา ไม่คาดคิดว่าจะได้เจอเป้าหมายในเวลาอันรวดเร็ว ที่สำคัญณัชชากับนาชะยังหาเอกภพไม่เจอด้วย

เมื่อสองฝ่ายเผชิญหน้ากัน ณัชชาตะลึงมองสาวัน– นาอย่างสงสัยเพราะเข้าใจว่านางตายแล้วด้วยดาบของอาคิน สาวันนาไม่อธิบายใดๆ แต่ล่อหลอกให้เทพซ้ายส่งสัญญาณแก่อาคินว่าเจอองค์หญิงแล้วฉวยโอกาสทีเผลอฆ่าเทพซ้ายจนร่างแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

“องค์หญิงณัชชา เราไม่ได้ทรยศต่อท่าน แม่มดเผ่าพันธุ์เรามีดีอยู่อย่างหนึ่งคือเห็นความคิดของทุกผู้ทุกคน ผู้ใดที่คิดชั่วพลังร้ายจะสะท้อนความคิดออกมาให้ได้ยิน ไม่ยกเว้นแม้แต่เทพอาคิน เราถึงรู้ว่าเทพอาคินคิดกำจัดองค์หญิงทันทีที่พลังขององค์หญิงสูญสิ้น”

“องค์หญิง...เชื่อไม่ได้นะเพคะ”

“นาชะ เจ้าสงบคำ” ณัชชาปรามเสียงเขียวจนนาชะหุบปากเงียบแต่สายตายังจ้องสาวันนาอย่างจับพิรุธ

“เพื่อป้องกันองค์หญิง เราจึงรีบเสนอแผนปล่อยมนตร์ดาวเหนือกับเทพอาคินเพื่อบอกตำแหน่งขององค์หญิงโดยไม่ต้องใช้นาฬิกามนตร์ของเรา”

“เทพอาคินฉลาดแต่ก็ยังหลงกลจนได้”

“แล้วเจ้าสังหารเทพซ้ายไม่กลัวเทพอาคินจะฆ่าเจ้าหรือไง” นาชะจงใจถามเพื่อจับผิด

“แผนของเราคือบอกว่าเป็นฝีมือขององค์หญิงเพื่อให้เทพอาคินไว้ใจเราให้เราติดตามองค์หญิงต่อไป”

นาชะสวนทันควันว่าตนไม่เชื่อ หาว่าแผนการที่สาวันนาพล่ามมาทั้งหมดก็แค่จะเอาตัวรอด แต่ณัชชากลับชื่นชมว่าเป็นแผนที่ดี...

หลังจากนั้นแม่มดสาวันนาไปปรากฏตัวที่รังของอาคิน แจ้งข่าวร้ายว่าเทพซ้ายตายแล้ว อาคินไม่ทันฟังคำอธิบายก็ปล่อยพลังทำร้ายสาวันนาจนล้มทั้งยืน

“เจ้าทำให้ข้าสูญเสียเทพซ้าย”

“เราตามองค์หญิงพบ...เราให้เทพซ้ายส่งพลังเรียกท่าน แต่เทพซ้ายประมาทอวดฝีมือคิดดับชีพองค์หญิงสร้างผลงาน สุดท้ายพลาดเอง เราจึงรีบหนีมารายงานท่าน เราจะรีบติดตามองค์หญิงให้พบโดยเร็ว ทันทีที่เราพบองค์หญิง เราจะรีบรายงาน”

“เจ้ารีบไปก่อนที่เราจะกำจัดท่าน” อาคินคำรามลั่นสายตาดุดันทำให้สาวันนาหวั่นหวาด หายแวบไปโดยเร็วแล้วมาปรากฏตัวอีกครั้งตรงหน้าณัชชาและนาชะที่ยังอยู่ในป่า

“แผนของเราสำเร็จ อาคินหลงกลให้เรามาติดตามองค์หญิงแล้วรายงานกลับไป”

ณัชชาพอใจและยินยอมให้สาวันนาใช้พลังขับมนตร์เก้าภูตสังหารออกจากร่างของตนแต่มนตร์ดาวเหนือต้องคงอยู่ มิฉะนั้นเทพอาคินต้องรู้ทันอย่างแน่นอน

“ถ้ามนตร์เก้าภูตสังหารสลายไป เราไม่กลัวที่จะเผชิญหน้ากับเทพอาคิน”

“ไม่ได้นะเพคะองค์หญิง”

“นาชะ เจ้าอย่าตกใจ มนตร์เก้าภูตสังหารแข็งแกร่งพลังสะท้อนมีอำนาจรุนแรง คนที่เสี่ยงคือแม่มดสาวันนาไม่ใช่เรา”

นาชะเงียบลง ได้แต่มองสาวันนาทำพิธีนี้ให้ณัชชาด้วยความระมัดระวัง ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นสนั่นหวั่นไหวจนร่างสาวันนาเด้งไปตามแรงกระสุน

ผู้กองเอกภพนั่นเอง! เขาเข้าใจผิดคิดว่าแม่มดสาวันนาจะทำร้ายณัชชา นี่เองทำให้นางบาดเจ็บต้องรีบไปรักษาตัวเพราะพลังทั้งหมดของนางได้ทุ่มไปที่ณัชชาแทบหมด

ooooooo

ในขณะที่เอกภพได้พบณัชชากับนาชะแล้ว... ทายาททั้งสี่เพิ่งฝึกปรือวิชาจากชายผมขาวสำเร็จลุล่วงและออกเดินทางต่อไปโดยการนำของปาระนังกับราเชน

ระหว่างการเดินทางทุกคนได้พบทหารญี่ปุ่นในคราบผีดิบ ต่างพากันสงสัยว่าพวกเราเข้ามาอยู่ยุคไหนกันแน่ แต่ทุกคนก็เอาตัวรอดมาได้เพราะวิชาพรางตัวที่ชายผมขาวสอนให้ ครั้นเดินทางต่อกันอีกพักใหญ่ๆ ราเชนมั่นใจว่าเจอประตูกลที่ตามหา จึงให้ทุกคนจับมือกันไว้ก่อนพุ่งผ่านไปพร้อมกัน

ปรากฏว่าทั้งหมดไปโผล่กลางทุ่งนาแห้งแล้งแห่งหนึ่ง และยอมรับคำเชิญของหัวหน้าหมู่บ้านพักค้างคืน แต่นึกไม่ถึงว่าจะพบเจอภัยร้ายที่มากล้ำกรายทั้งพวกเขาและชาวบ้าน คณะของราเชนช่วยกันกำจัดภูตผี แถมปาระนังหลานสาวเจ้าสมุทรยังบันดาลฝนตก ทำให้ชาวบ้านมีน้ำทำนากันอย่างหน้าชื่นตาบาน

ผลของการทำความดีทำให้คณะทายาทเทพเลือนหาย ไปอย่างไม่คาดฝัน....ทุกคนไปปรากฏตัวหน้าถ้ำ ตรงเชิงเขา

“ทางเข้าตัดทะลุภูเขา...เย้! สุดยอดเลยไม่ต้องเดินมาให้เมื่อย” บีมกระโดดโลดเต้นดีใจ ขณะที่นาฬิกาสงสัยว่าเป็นฝีมือปาระนังกับราเชน แต่ทั้งคู่ปฏิเสธแข็งขัน ไกรยุทธ์เลยสรุปอย่างมั่นใจว่า

“ผมว่าการที่พี่ปาระนังช่วยเหลือชาวบ้านทำให้เรามาถึงนี่มากกว่า”

“ใช่แล้ว ทำดี...ได้ดี” นาฬิกาเห็นด้วยอย่างยิ่ง ปาระนังเลยยิ้มรับไปเต็มๆ

“ถือว่าตามนั้นก็แล้วกัน”

“ทุกคนตามพี่มา” ว่าแล้วราเชนเดินนำเข้าไปในถ้ำ ทุกคนก้าวตามโดยมีปาระนังรั้งท้ายระแวดระวังภัย

หลังจากเจอเอกภพแล้ว ณัชชาตัดสินใจจะกลับไปเอาดาบพิชิตมารของตนคืนจากอาคิน แต่ก่อนไปเธอกำชับนาชะต้องหาทางบอกปาระนังให้นำทางทายาทไปก่อน เมื่อถึงจุดนัดพบรอจนแผนที่ปรากฏเส้นทางใหม่แล้วหาทางซ่อนแผนที่เอาไว้ เธอจะรีบเดินทางมาสมทบ

“แต่ว่า...องค์หญิงเพคะ”

“ไม่ต้องแต่...เจ้าบอกว่าทายาทได้ฝึกเรียนรู้มียุทธ์เรามั่นใจว่าทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี”

“ทายาทเอาเวลาที่ไหนไปฝึกอาวุธกับใคร แล้วจะไปทันได้ยังไง”

“เฮ้อ...เรื่องมันยาวค่ะผู้กอง ถามองค์หญิงก็แล้วกัน...ฝากองค์หญิงด้วยนะผู้กอง”

นาชะฝากฝังแล้วหายแวบไป...ณัชชาเองก็ต้องรีบไปเหมือนกัน เธอเร่งเอกภพและยอมให้เขาโอบอุ้มก่อนใช้พลังมนตร์ที่พอมีเหลือพากันเลือนหายในพริบตา...

ที่รังของอาคิน...นายอำนาจหัวหน้ามือปืนถูกอาคินเรียกตัวเข้าพบเพื่อรับคำสั่งและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด

“เราต้องจำศีลภาวนาสองวัน ห้ามรบกวน ระหว่างนี้จัดคนเพิ่มเป็นพิเศษ”

“ได้ครับท่าน”

“โดยเฉพาะห้องเก็บดาบขององค์หญิงณัชชา”

“ท่านคิดว่าองค์หญิงจะกล้ามา”

“ทำตามคำสั่ง ไม่ต้องถามมาก”

อำนาจก้มศีรษะเล็กน้อยแล้วกลับออกมา พลันอาคินเหมือนสัมผัสอะไรบางอย่างได้ ส่งเสียงเข้มดุจนผู้มาเยือนรีบปรากฏตัว

แม่มดสาวันนานั่นเอง! นางรายงานอาคินว่าพบองค์หญิงแล้ว

“ทำไมเจ้าไม่เรียกข้าไป”

“เรากำลังส่งพลังแจ้งตำแหน่งแต่ผู้กองเอกภพจู่โจม ในขณะสมาธิเราได้รับบาดเจ็บจึงต้องรีบกลับมาเพื่อรายงานท่านและพักฟื้นร่างกายสักสองสามชั่วยาม”

“ได้...เจ้าโชคดีที่ข้าต้องจำศีลสองวัน ถือว่าให้เจ้าพักได้เต็มที่”

“ขอบใจท่านอาคิน...ทันทีที่เราหายจากบาดเจ็บเราจะรีบออกติดตามองค์หญิงทันที”

อาคินพยักหน้าอย่างไม่ติดใจสงสัย หารู้ไม่ว่าสา– วันนามาสอดแนมแล้วกลับออกไปรายงานณัชชากับเอกภพที่กลับมาอยู่คอนโดฯกลางกรุง

“เจ้ามาที่นี่ อาจเสี่ยงทั้งเจ้าและพวกเรา”

“ไม่ต้องกังวลหรอกผู้กอง เทพอาคินรู้ว่าเรามาที่นี่เพื่อรักษาตัวแต่ไม่รู้ว่าองค์หญิงอยู่ที่นี่ คงไม่สนใจติดตามเรา”

“ดีมากสาวันนา”

“เรามีข่าวดี...เทพอาคินต้องจำศีลสองวัน”

“ที่แท้การรวมเก้าภูตสังหารในร่างทำให้เทพอาคินอ่อนแรงเหมือนกัน”

“เป็นโอกาสที่เราจะบุกไปชิงดาบคืนมา”

“อย่าประมาท เทพอาคินสั่งการให้ลูกน้องมนุษย์ดูแลรักษาการณ์อย่างเต็มที่”

“ขอบใจมากสาวันนา”

สาวันนายิ้มรับแล้วหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ส่วนเอกภพครุ่นคิดอยู่อึดใจก่อนบอกณัชชาว่าเราต้องมีคนช่วยเบี่ยงเบนพวกมัน...

ผู้ช่วยของผู้กองเอกภพก็คือนักสืบเจนศักดิ์ลูกน้องคนสนิทของเขานั่นเอง...เอกภพมาตามตัวเจนศักดิ์ถึงโรงพยาบาลหลังทราบข่าวว่าเขาได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากการบุกทลายรังของมาเฟีย แต่คาดไม่ถึงว่าการมาครั้งนี้จะได้ช่วยชีวิตลูกน้องที่กำลังถูกวายร้ายลอบเข้ามาแก้แค้น

หลังเหตุการณ์ระทึกใจผ่านพ้นไป เอกภพพาเจนศักดิ์ไปพบณัชชาที่คอนโดฯ

“ยินดีที่ได้พบกันอีกคุณเจนศักดิ์...คุณเป็นยังไงบ้าง”

“ร่างกายผมหายเต็มร้อยแล้วครับ...เอ้อ...ผู้กองเอกภพเล่าเรื่องให้ผมฟังระหว่างมาที่นี่ องค์หญิงไม่เป็นไรนะครับ”

“ยังพอไหวค่ะ”

“เราต้องบุกเข้าไปที่รังของอาคิน หาดาบพิชิตมารให้ได้ เป็นทางเดียวที่จะทำลายมนตร์ภูตเก้าสังหารที่อยู่ในตัวขององค์หญิง”

“ผมกับหน่วยพิเศษพร้อมครับ ว่าแต่ผู้กองมีแผนยังไงครับ”

“เริ่มจากคุยกับนายอำนาจก่อน”

แต่การจะไปพูดคุยกับนายอำนาจ เอกภพจำเป็นต้องแปลงโฉมให้ณัชชาเป็นสาวสวยเซ็กซี่เพื่อพรางตัวไม่ให้อีกฝ่ายจำได้ ปรากฏว่าลุคใหม่ของเธอทำเอาผู้กองหนุ่มถึงกับตาค้างตะลึงพรึงเพริด

“คุณเอาชุดอะไรก็ไม่รู้มาให้ฉันใส่...แล้วก็จำเป็นด้วยเหรอ”

“เอ่อ...คือ...จำเป็นครับ เพื่อให้เข้ากับสถานที่เป็นวิธีการพรางตัวของมนุษย์”

“เราจะไปหานายอำนาจเรื่องดาบไม่ใช่เหรอ สถานที่ไหนกันแน่”

“สถานที่ที่นายอำนาจชอบไปน่ะสิครับ”

“งั้นเราควรจะรีบไป”

เอกภพยิ้มรับและถือโอกาสควงแขนเธอไปหน้าตาเฉย...ครั้นถึงบาร์หรูสถานที่อโคจรสุดชื่นชอบของนายอำนาจ ณัชชาพยายามหาทางเข้าถึงตัวเขาให้ได้ด้วยการใช้ความสวยล่อเหยื่อ ส่วนเอกภพให้รออยู่ด้านนอกเพราะเกรงเหยื่อจะจำได้

อำนาจคลอเคลียสาวสวยอยู่สองนาง พอเห็นสาวคนใหม่เข้ามาก็รีบผลักไสคนเก่าอย่างไม่ไยดี แถมยังสั่งให้ลูกน้องที่คุมเชิงอยู่ออกจากห้องไปด้วย หวังเคลมสาวสวยเซ็กซี่รายใหม่ให้สบายใจเฉิบ แต่กลายเป็นว่าสวรรค์ล่มทั้งที่ยังไม่ลงมือ ณัชชาแสดงตัวเตะต่อยจนเขาตั้งรับไม่ทัน ที่สุดก็จำเธอได้อย่างแม่นยำ แล้วจำต้องเปิดทางพาเธอออกมาขึ้นรถที่เอกภพรออยู่

ทั้งคู่บังคับให้อำนาจนั่งรถออกมาด้วยกัน ระหว่างก็ช่วยกันข่มขู่จนนายอำนาจไม่กล้าหือ

“ถ้าไม่อยากพิการบอกมาว่าเทพอาคินเอาดาบไปไว้ที่ไหน”

“อ๋อ..ที่แท้เรื่องดาบนี่เอง ดาบอยู่ในห้องพิเศษประตูเป็นเหล็กหนา อาคินทำลายกุญแจปิดตาย มีแต่พลังของเทพอาคินที่จะทลายประตูเหล็กเข้าไปได้”

“อะไรกันคุณอำนาจ ยังไม่ได้ทรมานเลยรีบบอกแล้ว...ง่ายไปหรือเปล่า”

“ไม่จำเป็นที่ผมต้องเจ็บตัว พวกคุณไม่มีปัญญาเข้าไปอยู่แล้ว”

“ฉันว่านายเองก็ไม่ได้ซื่อตรงกับเทพอาคินนักหรอก เทพอาคินสามารถกำจัดนายเมื่อไหร่ก็ได้”

“ยิ่งถ้ารู้ว่านายคาบข่าวมาบอกเรา นายเละแน่”

“พวกคุณบังคับผมต่างหาก”

“หน้านายยังยับไม่พอ เทพอาคินไม่เชื่อนายหรอก”

“หน้าที่ของเราคือกำจัดเทพอาคิน หรือนำตัวกลับไปสวรรค์เพื่อลงโทษ ไม่เกี่ยวกับนาย ฉันรับปากว่าจะไม่บอกเทพอาคินว่านายหักหลัง”

อำนาจนิ่งไปนิดก่อนพยักหน้า “ผมซ่อนกุญแจไว้ที่ใต้เก้าอี้บัลลังก์ของเทพอาคินในห้องโถง พวกคุณเข้าไปเอากันเอง”

“ฉลาดเหมือนกันนี่ ยิ่งใกล้ตัวยิ่งหาไม่เจอ”

อำนาจไม่ปลื้มในคำชมของเอกภพ เขาถอนใจเฮือกใหญ่สีหน้าไม่สู้ดี เมื่อรถแล่นไปจอดฝั่งตรงข้ามรังของอาคินซึ่งมีมือปืนเกือบสิบคนยืนเรียงราย อำนาจรีบเอ่ยปากเอาตัวรอด

“ถ้าพวกคุณไม่ว่า...ผมขอลงที่นี่และไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น”

ณัชชาไม่ขัดข้อง อำนาจจึงรีบร้อนลงไป เอกภพมองตามก่อนจะเหลียวมาจ้องณัชชาที่นั่งทางเบาะหลัง มองแล้วมองอีกจนอีกฝ่ายเริ่มเขิน ถามว่ามองอะไร?

“องค์หญิงใส่วิกแล้วสวยดีไปอีกแบบ”

“เลิกมองได้แล้ว”

“โห...มองแค่นี้ก็ไม่ได้”

เสียงโทรศัพท์มือถือเอกภพดังขัดจังหวะ...เขารับสายจากเจนศักดิ์ครู่หนึ่งแล้วหันมาบอกณัชชาว่า

“อีกห้านาทีคุณเจนศักดิ์จะนำกำลังเข้าบุก เราจะลอบเข้าไปอีกด้านหนึ่งชิงดาบมาให้...”

เอกภพพูดไม่ทันขาดคำ ณัชชาหายตัวไปจากเบาะหลังมายืนเคาะกระจกข้างรถเร่งเขาให้ลงมา

ooooooo

ณัชชากับเอกภพบุกรังของอาคินเพื่อเอากุญแจไปไขห้องเก็บดาบพิชิตมารโดยมีเจนศักดิ์กับตำรวจกลุ่มหนึ่งคอยสกัดขัดขวางมือปืนอยู่ด้านนอกอาคาร แต่แล้วพวกเจนศักดิ์ต้านไม่ไหวเพราะนายอำนาจย้อนกลับมาพร้อมลูกน้องอีกชุดใหญ่ แถมดาบที่สองคนนั้นเข้าไปเอามาได้ก็เป็นของปลอม

“เราถูกหักหลังซะแล้ว”

“เสียใจด้วยองค์หญิง” อำนาจก้าวเข้ามาพร้อมสมุนมือปืนห้าคน แต่ละคนเอาปืนเล็งณัชชาและเอกภพ

“พวกงูเห่าสองหัวนี่เอง” ณัชชาตวัดเสียงใส่

อำนาจยิ้มรับก่อนตอบโต้อย่างยียวน “คนฉลาดต้องเลือกอยู่กับฝ่ายที่ได้เปรียบ”

“แกเป็นคนเอาดาบไปซ่อน แม้แต่เทพอาคินยังไม่รู้”

“คนฉลาดก็ต้องมีแผนสำรอง”

“ถ้าเทพอาคินกำจัดฉันได้แกก็ลอยนวล แต่ถ้าเทพอาคินพลาดแกก็หาทางคืนดาบให้ฉันเพื่อกำจัดเทพอาคินแกได้ทั้งขึ้นทั้งล่อง”

“ผมฉลาดสุดๆ ไม่ใช่แค่จูบก้นรับคำสั่งเทพอาคินไปวันๆ”

“แกลืมไปอย่างหนึ่ง ถ้าเทพอาคินรู้ว่าแกหักหลังแกจบแน่นอน”

“ขอบคุณที่เตือน...เทพอาคินบ้าอำนาจจนกลายเป็นโง่ คิดว่าใครๆต้องยอม”

ณัชชาไม่อยากเสียเวลาต่อปากต่อคำกับงูเห่าสองหัวอย่างนายอำนาจ เธอพุ่งพรวดเข้าคว้าคอเสื้อเขาไว้เป็นตัวประกันแล้วขู่บังคับให้พาไปยังที่ซ่อนดาบพิชิตมารของจริง อำนาจกลัวตายลนลานพาไปโดยมีเอกภพคอยระวังหลังให้อย่างแข็งขัน

ในที่สุดณัชชาก็ได้ดาบคืนมาแล้วหายตัวไปพร้อมเอกภพ และมาปรากฏตัวที่บ้านพักตากอากาศหลังหนึ่ง ทั้งที่ใจเธออยากไปให้ไกลจากเทพอาคินมากกว่านี้ แต่เพราะพลังของเธอไม่มากพอจึงมาติดอยู่ที่นี่

“บ้านพักของผมเองครับ ผมเลยถือโอกาสพาองค์หญิงมาเที่ยวทะเล”

“เราต้องรีบก่อนที่เทพอาคินจะพ้นจากการนั่งสมาธิ”

“บอกมาเลยครับว่าจะทำยังไง”

“รังสีของดาบพิชิตมารทำลายพลังมนตร์ภูตสังหาร”

“ใช้เวลานานไหมครับ”

“ฉันไม่แน่ใจ อย่างน้อยไม่ต่ำกว่าหนึ่งวัน”

“เรายังมีเวลาครับ”

“คุณคงเดาออก เวลาดาบทำลายมนตร์ภูตสังหาร...”

“ห้ามมีการรบกวน ไม่อย่างนั้นธาตุไฟแตกเหมือนหนังกำลังภายใน”

“ใช่...แต่ปัญหาก็คือพอเราเริ่มพิธี เทพอาคินสามารถสัมผัสพลังของดาบพิชิตมารได้ทันที”

“ถึงเทพอาคินมาก็ไม่มีทางผ่านผมเข้าไปได้”

“ฉันเชื่อคุณ” ณัชชาหลับตาพริ้ม ยอมให้เอกภพอุ้มเข้าไปในบ้านและขอเวลาพักหนึ่งชั่วโมงแล้วค่อยเริ่มพิธี เอกภพจึงออกไปรอข้างนอกเพื่อระวังภัยให้เธอด้วย

ooooooo

ธิดาพญายม

ละครแนะนำ

ข่าวละครวันนี้ดูทั้งหมด